ดู: 230|ตอบกลับ: 0

[ลางสังหรณ์] ป๊ะป๊ากับเม็ดยาสามเม็ด

[คัดลอกลิงก์]
ผู้ฝัน::จางฝู
ประเภท บอกเหตุ ดราม่า ปะป๊าาาาา QwQ



[ท่านพ่อ]

     สติที่ดำดิ่งลงสู่ความมืดอีกครั้งเว้นเเต่ความนี้เธอไม่ได้รู้สึกว่ามันหนาวหรือหว้าเหว่แบบทุกครั้ง มันอบอุ่นและเเฝงไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนที่เเสนคุ้นเคยเหมือนกับว่าเธอเธอนั้นเคยได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นมาก่อน และมันนานมามากแล้ว


   เปลือกตาบางขยับก่อนจะปรือขึ้นอย่างช้าๆเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลที่กระจ่างใสของหญิงสาว เธอมองไปรอบก่อนจะพบว่าที่ๆเธออยู่ในนี้มันเป็นภาพของสวนหย่อมที่ประดับประดาด้วยต้นไม้และดอกไม้อย่างสวยงามและร่มรื่น ที่บริเวณตรงกลางนั้นเป็นสระบัวหลากสีสันหลากหลายพันธุ์ ชูช่อบานแข่งกันอวดโฉมของสายพันธุ์มัน และที่เหนือสระบัวนั้นก็มีสะพานไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ทำจากไม้เนื้อดี ทอดตัวพาดข้ามเหนือสระไปเพื่อให้ผู้คนนั้นได้มาขึ้นมาชมดูความสวยงามขอเหล่าบัวน้ำใกล้ๆ


     เสียงจ๋อมแจ๋มของน้ำในสระที่กระเพื่อมไปมาเพราะเหล่ามัจฉาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายไล่กันอยู่ในบ่อประสานกับเสียงวิหคที่บินเล่นขับร้องไปมา ช่างชวนให้คนได้ยินรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก จางฝูที่ยืนมองภาพเบื้องหน้าอยู่นั้นค่อยๆขยับตัวเดินลงมาจากบันไดระเบียงแล้วก้าวเดินไปตามแผ่นหินเนื้อดีที่ถูกนำมาวางประดับเพื่อเป็นทางเดินเพื่อไปยังสะพานไม้เหนือสระบัวนั้น


     ‘สวยจัง’ จางฝูที่เดินมาหยุดอยู่ที่กลางสระพานแล้วจึงหยุดเท้าแขนแล้วมองลงไปในน้ำใสๆที่สะท้อนภาพตัวเธอเองในน้ำ เธอยังคงยืนเท้าเเขนมองจ้องลงไปยังพื้นน้ำนั้นด้วยท่าทีผ่อนคลายก่อนที่หมอกสีขาวขุ่นนั้นจะเริ่มก่อตัวขึ้นที่ผิวน้ำและค่อยหนาและลอยสูงขึ้นจะเเทบบดบังทัสนวิสัยในการมองเห็นเกือบหมด ในยามนี้เธอสามารถมองเห็นได้เพียงเส้นทางบนสะพานไม้ที่ทอดยาวออกไป ‘เดินกลับไปไม่ได้แล้วมั้งเนี่ย’ เธอคิดในใจแล้วหันไปมองเส้นทางที่เธอพึ่งเดินมาที่ตอนนี้นั้นถูกหมอกขาวปกคลุมทึบจนมองไม่เห็นทาง เธอจัตัดสินใจเดินไปตามเส้นทางบนสะพานที่เธอสามารถมองเห็นเส้นทางได้เบื้องหน้าอย่างช้าๆ


     เธอยังคงก้าวเดินไปเรื่อยอย่างไม่รีบร้อนก่อนที่เบื้องหน้าเธอนั้นจะปรากฏเงาของศาลาไม้ที่เบื้องหน้าและที่ด้านในนั้นก็มีแสงสีส้มของตะเกียงถูกวางจุดเอาไว้ เห็นทีว่าเธอคงใช้ที่นั้นเป็นที่พักไดด้ชั่วคราวจนกว่าหมอกนั้นจะซาไปได้ละนะ ไม่รอช้าเธอเร่งก้าวเดินตรงเข้าไปในศาลานั้นทันที่ก่อนที่เธอจะพบว่าด้านในศาลานั้นไม่ได้มีเพียงเธอแต่นังมีร่างของใครผู้หนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว


    เมื่อลองสังเกตุดีๆแล้วก็พบว่าร่างที่นั่งอยู่ก่อนในศาลาไม้นั้นเป็นบุรุาที่ค่อนข้างสูงอายุมากแล้ว เส้นผมที่สีผมเกินครึ่งกลายเป็นสีขาวแล้วนั้นบ่งบอกได้อย่างดีว่าคนเบื้องหน้าเธอนั้นอายุคงมากแล้ว ชายแก่ผู้นั้นไม่ได้หันกลับมามองเธอเพียงเเค่ทอดสายตามองผ่านม่านหมอกหนาเบื้องหนา้ไปเท่านั้น เธอเห็นดังนั้นจึงไม่อยากที่จะรบกวนจึงเดินหลบไปนั่งที่ม้านั่งอีกทาง


    “ที่นี่งดงามมากว่าไหม”เสียงเเหบพราของชายเเก่ดังขึ้นเธอเพียงได้แต่ทำหน้าเหรอหราเล็กน้อย ก่อนนึกได้ว่าในศาลานั้นมีเพียงเเค่เธอและชายเเกเท่านั้น คำถามนั้นคงจะเป็นคำถามที่ถูกส่งมาให้เธอ


     “เจ้าคะ งดงามโดยเฉพาะสระบัว มันสวยมากเลยเจ้าคะ”เธอเอ่ยตอบพรางนึกไปถึงสระบัวที่เธอยืนแวะชมอยู่เมื่อครู่พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข


     “ช่าย เพราะมันงดงาม ข้าจึงได้เลือกใช้มันมาตั้งชื่อให้แก่ เจ้า”เสียงแหบของชายเเก่นั้นเอ่ยต่อ แต่มันกลับทำให้คนฟังอยู่อย่างจางฝูนั้นชะงักไปเล็กน้อยพร้อมกับหันไปขมวดคิ้มมองชายเเก่ที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งฝั่งตรงข้ามเธอ ก่อนที่ชายเเก่ผู้นั้นจะค่อยหันกลับมามองตรงมายังเธอ พร้อมกับหมอกหน้าที่ค่อยๆจางหายไปทำให้เธอเห็นใบหน้านั้นได้อย่างชัด แวบแรกที่เเธอได้เห็นใบหน้านั้นได้อย่างชัดพลันน้ำตาก็ไหลรินออกมาราวทำนบเขื่อนแตก


     ใบหน้าที่เเม้จะผ่านไปไม่ว่ากี่สิบปี่ ใบหน้าที่แม้ว่าจะมีริ้วรอยแห่งความชราเติ่มเเต่งเพิ่มขึ้นมา แต่ใบหน้านั้นเธอจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าใด ใบหน้านั้นก็ยังคงมองมายังเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เอ็นดู ใบหน้าที่เธอคิดว่าชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่ได้เห็นอีกแล้วตลอดดชีวิต แต่ในตอนนี้ใบหน้านั้นกลับมาปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าเธอ


    “ท่านพ่ออ..”ร่างบางที่เรียกได้ว่าเเทบพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่ร่างของผู้เป็นบิดาพร้อมมือที่เอื้อมไปกอดเอวพร้อบใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความคิดถึงแนบซบลงกับตักของผู้เป็นบิดา ก่อนที่เสียงร่ำไห้จะดังขึ้นเพราะความคิดถึง “ฮึก..ท่านพ่อ ท่านกลับมาข้า ฮึกฮืออ ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่าน ฮืออ…”


     “พ่อก็คิดถึงเจ้าดอกบัวน้องของพ่อ เจ้าโตขึ้นมาแล้วไยร้องไห้เป็นเด็กหืม”จางลี่เจิงเอ่ยพร้อมกับยกมือที่มีร่องรอยของความเหี่ยวย่นขึ้นมาลูบศรีษะของบุตรสาวที่นั่งซบตักร้องไห้อยู่ด้วยท่าทีเอ็นดูไม่ว่านางจะโตเพียงใดในสาตาของเขานางก็ยังคงเป็นดอกบัวดอกน้อย เป็นที่รักของทุกคนในบ้านตะกูลไม่มีวันเปลี่ยน “หยุดร้องแล้วขยับขึ้นมานั่งข้างพ่อให้พ่อเห็นหน้าเจ้าชัดๆทีสิ”


   “ฮึก...เจ้าคะ”จางฝูยกมือขึ้นเช็ดปาดน้ำตาตนเองแล้วค่อยยันตัวขยับลุกขึ้นไปนั่งที่ม้านั่งเคียงข้างผู้เป็นบิดา


   “ยิ่งโตก็ยิ่งงดงามเหมือนเเม่เจ้า เสียดายที่วันนี้นางมาไม่ได้”จางลี่เจิงเอ่ยพรางยิ้มบางมองหน้าบุตรีของตน แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย “ไหนลองเล่าให้พ่อฟังสิว่าการเดินทางของเจ้าสนุกไหม พ่ออยากฟังเรื่องของเจ้า”


    “จะ..เจ้าคะ”เธอพยักหน้ารับคำแล้วค่อยสูดลมหายใจเข้าออกช้าก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องต่างๆตั้งแต่ที่เกิดเรื่องในตอนเด็กจนถึงทุกวันนี้ให้บิดาของเธอฟังที่ละเรื่องๆอย่างช้าๆ จนมาถึงเรื่องในปัจจุบันนี้ของเธอ


   “ช่างน่ายินดีที่เจ้าออกเรือนเเล้ว แต่หยุนฟ่านนี่สิเฮ้ออ….กว่าจะมีคนมาเเต่งด้วยได้เห็นทีจะนานจนหงอกขึ้นหัวเป็นแน่”จางลี่เจิงกล่าวพรางหลับตายิ้มพร้อมกับส่ายหนาไปมาเบาๆ ถึงจะไม่ได้สืบสายเลือดกันมาแต่ก็ได้นิสัยตาตอนหนุ่มๆมาแทบทั้งหมดเลย “แล้วพี่ชายคนใหม่อีกคนของลูกเล่า”


      “พอกันเลยเจ้าคะท่านพ่อ คนหนึ่งสนแต่ค้าขายคนหนึ่งสนแต่ตำรา ต่อไปข้าคงมีพี่จะใภ้ใหญ่เป็นโถทองแล้วพี่สะใภ้รองเป็นหนังสือตำราไม่ก็แท่นหมึกแน่ๆเจ้าคะ”เธอเอ่ยพร้อมมุ้ยหน้า ก่อนจะหันไปมองผู้เป็นบิดาที่นั่งหัวเราะชอบใจอยู่ข้างๆ


      “ฮ่าๆๆ เหมือน ช่างเหมือนอย่างกับพี่น้องคลานตามกันมาจริงๆ ฮ่าๆ เฮ้อ..”จางลี่เจิงยังคงหัวเราะต่อไปก่อนที่ไม่นานเขาจะหยุดแล้วถอนหายใจออกมาแล้วหันกลับมามองใบหน้าของลูกสาวตนที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ “จางฝู นี่ก็นานมาแล้ววเห็นทีพ่อคงต้องไปแล้ว”


     “ไป ไปไหนเจ้าคะ ท่านกลับมาอยู่กับข้าตลอดไปเลยไม่ได้หรือเจ้าคะ”น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วกลับมารินไหลใหม่พร้อมกับร่างบางที่โผ่เข้ากอดร่างของบิดาเเน่นอย่างกลัวที่จะต้องจากกับผู้เป็นบิดาอีก ก่อนที่ร่างนั้นถูกมือเหี่ยวย่นของผู้เป็นบิดาจับและดันออกอย่างเบาๆ


    “ลูกรักพ่อตายไปแล้ว พ่อไม่สามารถกลับไปอยู่กับเจ้าในโลกนั้นได้อีก แต่พ่อกับแม่ของเจ้าจะอยู่ในนี้”จางลี่เจิงเอ่ยแล้วเอื้อมมือไปแต่ที่หน้าผากกลมมนและอกตรงตำแหน่งหัวใจของผู้เป็นลูก “พ่อกับเเม่จะอยู่ในความทรงจำของเจ้าและในจิตใจของเจ้าตลอดกาล” เขากล่าวแล้วละมือขึ้นมาเช็ดปาดน้ำตาให้เบาๆ


     “เจ้าคะท่านพ่อ”เธอเอ่ยรับคำแล้วมองใบหน้าของผู้เป็นบิดาราวกับจะพยายามจดจำใบหน้าของผู้เป็นบิดาเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้


      “ก่อนไปพ่อมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า”จางลี่เจิงเอ่ยขึ้นแล้วจับมือของผู้เป็นลูกมาแล้วหยิบเอายาปั้นกลมๆขนาดเท่ายาลูกกลอนทั่วไปมาวางให้บนมือของนางจำนวณสามเม็ด


      “มันคือยาอะไรจะ..อุ๊บ”ไม่ทันที่เธอจะเอ่ยถามจนจบยาทั้งสามเม็ดนั้นก็พลันส่องแสงออกมาก่อนที่จะกลายเป็นละอองเเสงทั้งสามจะลอยเข้ามาในปากของพร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่เกิดดขึ้นในร่างกายของเธอ เธอเงยหน้ามองผู้เป็นบิดาที่นั่งยิ้มบางมองมายังเธออยู่


      “ไม่นานเจ้าจะรู้เองลูกรัก รักษาตัวให้ดีนะ พ่อและเเม่จะค่อยเฝ้ามองเจ้าอยู่ตลอดกาล” สิ้นคำกล่าวร่างของจางลี่เจิงนั้นก็ค่อยทอประกายแสงออกมาก่อนที่ประกายแสงนั้นจะค่อยๆปลิวกระจายหายไปกับสายลมที่พัดผ่านมาเอื้อย


    ‘พ่อรักเจ้านะลูกรัก’


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -62 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -62 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้