12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางซา } โรงเตี๊ยมตระกูลเหอ

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2020-9-21 01:55:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วังวนลิขิตเจ็ดเดือนเจ็ด
2017
ใจพะวงราตรีพันเมรัย

               เสี่ยวเอ้อร์เดินนำพาสองแขกที่เป็นจุดสนใจเมื่อครู่ นัยน์ตารัตติกาลหม่นหมองไม่มีแววจะฉุดขึ้นมาได้ง่ายๆ ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกที่อยากจะใส่ใจสนใจรอบข้างระหว่างทางไปห้องพัก บรรยากาศเงียบเฉียบจนเสี่ยวเอ้อร์ลอบกลืนน้ำลายหลายครั้ง แม่นางผู้นี้ถูกทำร้ายจิตใจมา เขาย่อมเข้าใจ แต่ก็ไม่นึกว่าจะตอบสนองกลับด้วยความเงียบที่น่ากลัวแบบนี้ " เอ่อ น นี่เรือนพักของพวกท่าน ตามสบายนะขอรับ ! เดี๋ยวบ่าวจะไปนำน้ำชากับของว่างมาให้ "

               ยังมีคนที่หยุดนิ่งไม่เคลื่อนเข้าด้านใน พ่นหายใจถูกปล่อยออกจากทางริมฝีปากด้วยความ `พยายาม` ที่จะปล่อยวาง นึกขึ้นได้ว่ามีคนที่ยอมทุ่มปกป้องนาง จะไม่ขอบคุณมันก็ไม่ใช่วิสัย " ซือฟุ.. ข้าทำให้ท่านต้องเจอเรื่องวุ่นอีกแล้ว ไป๋อวี้ต้องขออภัยจริงๆ " สองมือประสานพร้อมด้วยการโค้งลงเล็กน้อย นี่คงเป็นครั้งแรกที่ดรุณีน้อยคนนี้ขออภัยซือฟุรูปงามด้วยท่าทีจริงจัง
               
                "............." ร่างสูงยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าเรือนเช่นนั้น นึกประหลาดใจอยู่บ้างกับท่าทีของสตรีหน้ามน แต่พอลองชั่งน้ำหนักดูจากวาจาของเกาซื่อและธรรมเนียมแดนฮั่น เรื่องนี้ค่อนข้างหนักหนาอยู่มากจริงๆ สำหรับดรุณีอายุเท่านาง เสิ่นหลิงเฮ่าเพียงตรึงสายตาที่คู่สนทนามิได้ทำสิ่งใดมากไปกว่านั้น สายลมราตรีพัดมาเบาๆ กลับทำให้นัยน์ตาของสตรีตรงหน้าวูบไหวทั้งร่างดุจกิ่งหลิวพร้อมโงนเงน

              เขาถอนหายใจคราหนึ่ง เข้าไปประคองรับอีกฝ่ายให้ยืนขึ้นมาและสนทนากันดีๆ อย่างไรเสียตนก็ไม่ใส่ใจว่าผู้อื่นจะคิดเกี่ยวกับนางเช่นไรอยู่แล้ว "ในเมื่อทั้งเจ้าและข้าต่างรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเจ้า ก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ น้ำค้างเริ่มลงแล้ว เข้าไปพักด้านในก่อนเถอะ" อาจเพราะถือสิทธิ์ในความอาวุโสกว่า หรือสัมผัสได้ถึงกระแสอารมณ์บางอย่างหลิงเฮ่าจึงประคองนางอย่างระวังและพาให้หญิงสาวไปนั่งลงยังตั่งด้านในเรือน

               หากเปลี่ยนเป็นสตรีแปลกหน้ามาฟูมฟายขบปากกลั้นน้ำตาใส่ แน่นอนว่าคุณชายอย่างเขาไม่คิดชายตาแล แต่ในเมื่อเหมยไป๋อวี้มิใช่สตรีมากมารยาเหล่านั้น อีกทั้งเรื่องมายังฉางซาตัวเขาเป็นผู้ริเริ่มเอง จึงนับว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับนาง

               นางน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าคนที่เป็นซือฟุของนาง ไม่น่าจะเป็นคนจำพวกที่ไหลตามกระแสของคนหมู่มาก ขอบคุณจริงๆที่เขายังอยู่ข้างนางอย่างเปิดเผย การกระทำครั้งนี้ก็พอจะทำให้นางวางใจในตัวซือฟุคนงามนี้มากขึ้น " ข้ารู้ตัวดี ว่าสิ่งที่เกาซื่อพูด ไม่ใช่สิ่งที่ข้าเป็น " น้ำเสียงนุ่มมีความขาดช่วงบ้างเล็กน้อย ตามที่ผู้พูดจะพยายามควบคุมความรู้สึกไม่ให้โหมบังตา

               " แต่มันก็อดเจ็บใจไม่ได้จริง.. ข้าพยายามมาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนมีอคติ ยอมปล่อยวางเลยแม้แต่น้อย " สกุลเหมยไม่เคยเรียกขานว่าตัวเองนั้นดีเลิศล้ำ สูงส่งเกินฟ้า พวกเขายอมรับว่ามีข้อผิดพลาด มีจุดแย่จุดเสีย แต่ตามมารยาทพื้นฐาน ก็เป็นเรื่องสมควรที่จะวางตัวให้เป็นกลาง หรือไม่ใช้อารมณ์เข้าเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจเด็ดขาด ทว่าสิ่งที่ผู้อื่นมองกลับไม่พ้นคำว่าสร้างภาพ ตะเกียดตะกายทำให้ตนดูสูงสง่า บั่นทอนกำลังใจด้วยคำพูดครั้งแล้วครั้งเล่า

              เป็นอีกหนึ่งครั้งที่หลิงเฮ่ามีโอกาสได้เห็นหญิงสาวในมุมที่แตกต่าง ยามปกตินางเรียบร้อยและฉลาดในการวางตัวมากเพียงใด โดยเฉพาะยามที่ต้องอดกลั้น ก็สามารถกระทำได้อย่างมีเหตุผล ผู้คนอาจสงสารเห็นใจคนร้องไห้ได้น่าเวทนา แต่หากว่าสามารถรักษาตนให้สงบแม้ในเวลาที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม นี่สิถึงจะเรียกว่าน่าชื่นชม

               "ใต้หล้ามีวิธีรับมือกับสิ่งที่ไม่พึงใจอยู่สองวิถี หนึ่งคือสามารถปล่อยวางให้ชะตาชีวิตเป็นไปตามครรลอง อีกหนึ่งคือไม่ยินยอมให้มีเม็ดทรายสักเม็ดเข้านัยน์ตา.. ความริษยาเสมือนเมล็ดพันธุ์ชั่วร้าย พวกเขาปลูกมันด้วยตนเองเมื่อนานวันเข้า ยิ่งหยั่งรากลึกก็ยิ่งยากที่เราจะไถ่ถอนได้โดยง่าย…" เขาเดินไปเปิดประตูให้เสี่ยวเอ้อร์นำของว่างและน้ำร้อนเข้ามา แต่เมื่อละสายตาเพียงพักเดียวกลับมีสุราพันปีเพิ่มขึ้นมาอีกกา บุรุษเกศาเงินยกมาวางลงตรงหน้าหญิงสาว "เฝ้าถอนพิษร้ายให้ผู้อื่นมิสู้ใช้ชีวิตตนให้มีความสุข หมื่นคำครหา..ใยต้องเก็บเอามาทำร้ายตนเอง"

               " ข้าเปลี่ยนความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่การที่ข้าจะเปลี่ยนความคิดตัวเองมันก็ยากเหมือนกัน.. " ไป๋อวี้คือหญิงสาวที่รู้ดีทุกอย่างว่าควรจะทำยังไง ปรับตัวเพื่ออะไร และทำแบบไหน นางต้องการเพียงใครสักคนที่ช่วยยืนยันความคิด ถึงแม้มันจะยาก แต่สุดท้ายจะดีหรือแย่ คนเดียวที่ทำให้เกิดขึ้นได้ก็คือตัวนาง นางปล่อยเฉย ละเลยกับถ้อยคำว่าร้ายได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่ทุกครั้งที่ได้ยิน สุดท้ายก็ไม่เป็นอันทำอะไรสักที..

               ชายหนุ่มปลดหน้ากากลงเผยใบหน้าคมคายเมื่ออยู่เพียงลำพัง ขนมเปี้ยะใส้เกาลัดกวนชิ้นพอดีคำถูกเลื่อนไปหานางพร้อมกับสุรา ความหวานอันเดียงสาบริสุทธิ์หรือรสแผดเผาของชีวิตผู้ที่เติบโตแล้วเชิงว่าเจ้าจะเลือกสิ่งไหนล้วนขึ้นอยู่กับใจ นัยน์ตาสีอำพันสบประสานลึกล้ำ "ข้าอาจรู้จักเจ้าได้ไม่นาน… แต่ข้าสามารถบอกได้ว่าเจ้าดีกว่าที่คนเหล่านั้นพูด และใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากรอยยิ้มของเจ้าไปทั้งนั้น"

              สำหรับเสิ่นหลิงเฮ่าที่ถูกทางบ้านผลักไสออกมาใช้ชีวิตตั้งแต่สิบขวบ เขาย่อมมีวิธีจัดการกับความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของผู้อื่นนานแล้ว มากไปกว่านั้นคือความสามารถในการเข้าใจและเรียนรู้ผู้ที่คล้ายคลึงกัน เมื่อเขาใจย่อมเห็นต่างกับคนหมู่มาก เมื่อเรียนรู้อย่างถ่องแท้ย่อมไม่ตัดสินสิ่งใดเพียงผิวเผิน

               จอกสุราถูกฝ่ามือเรียวบางจับอย่างอ่อนโยน นัยน์ตารัตติกาลเผยทั้งความอ่อนแอ หรือแม้แต่สับสน "ข้าได้สมญานามคุณหนูอันดับหนึ่งแห่งผู๋หยาง ก็เพียงเพราะข้าอยากเป็นพี่สาวที่ดี ข้าได้หมั้นกับคุณชายตระกูลใหญ่ ทั้งๆที่ข้าไม่มีความทรงจำอะไรกับเขาเลย.. ถึงจะมีมันก็แค่คำบอกเล่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้าที่ต้องการ และไม่ใช่ข้าที่กำหนด แล้วทำไม ทำไมถึงได้โทษข้า " รสชาติขมฝาด ร้อนแรงของสุราหลั่งไหลไปตามลำคอจากการยกขึ้นจิบ

              " ครั้งนึงข้าเคยมีความฝันที่แน่ชัด .. แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่าไปหมดทุกอย่างเลย.. " ช่วงเวลาเล็กน้อยกับสุรากำลังทำให้นางปลดผนึกในใจลงทีละชั้น ภายใต้ความเรียบร้อย ภายใต้ความรู้จักสถานการณ์ เหมยไป๋อวี้คือดรุณีน้อยที่พยายามรับ และแบกทุกสิ่งไว้กับตัวโดยไม่ปล่อยลง ไม่อยากให้ใครผิดหวัง ไม่อยากทำให้ผู้อื่นต้องกังวล รู้ทั้งรู้ว่าการทำแบบนี้ก็คงไม่ช่วย แต่ตราบใดที่ยังสามารถตีเนียนทำเป็นไม่เกิดอะไรขึ้นได้ นางก็จะยังคงทำต่อไป แต่ครั้งนี้ที่ถูกสะกิดด้วยคำพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในความทรงจำ แค่ไม่กี่คำก็เพียงพอจะทลายกำแพงทุกชั้นลงได้

            “...................”

            ฟังถ้อยความเรื่องราวพอได้เห็นหยดน้ำใสที่ชื้นไอจนกลั่นหยด มือหนที่กำลังยกจอกสุราเพียงนิ่งไป ใครบ้างที่ไร้อดีตความเป็นมา ต่อเมื่อมันคือส่วนหนึ่งที่หลอมรวมเป็นตัวเราในทุกวันนี้.. หญิงสาวร่ำไห้อย่างเงียบงันใยมิใช่ชวนให้ผู้เฝ้ามองบังเกิดความเวทนาทอดถอนใจ ‘นางแบกรับทั้งความคาดหวังของครอบครัว ความคาดหวังของน้องสาว ไหนจะยังฐานะที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้โดยมิได้ร้องขอ กับแผ่นหลังทีบอบบางเพียงนี้สักวันย่อมล้มลงพังทลาย’ หัตถ์ขาวเมื่อร่วมดื่มแล้ววางจอกกระเบื้องลง เปลี่ยนเป็นคอยรินสุราเติมให้อีกฝ่าย

             “เยาว์วัยความฝันไม่ถูกจำกัดย่อมก่อกำเนิดได้ร้อยพัน เมื่อเวลาผ่านไปจะด้วยเหตุผลที่เราได้พบเจอในระหว่างเส้นทางก็ดี จะด้วยตัวเราเองก็ดี มันถูกความเป็นจริงลบล้างไปพร้อมๆ กับความไร้เดียงสาในอดีต” สุภาพบุรุษยามเห็นสตรีร้องไห้เป็นต้องเข้าปลอบหรือบางทีอาจจะหาเรื่องราวมาหยอกล้อคืนรอยยิ้มให้นาง ทว่าสำหรับเสิ่นหลิงเฮ่าที่ใช้ชีวิตอยู่บนความเป็นจริงมาโดยตลอดเพียงรินสุราเพิ่มอีกหนึ่งจอก เฝ้ามองมันไหลลงลำคอของขาวหนแล้วหนเล่า จากนั้นก็รินเพิ่มอีกจอก การให้กำลังใจเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มสามารถทำได้มิใช่การปลอบประโลมแค่ผิวเผิน “สุราอาจช่วยดับทุกข์ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเจ้าเมามายจริงอยู่ว่าความทุกข์ในใจอาจผ่อนเบาลง ทว่าเมื่อสร่างแล้วจะทำอย่างไรต่อไปเล่า? ในตอนนี้ข้าจะพูดว่าความใฝ่ฝันแต่แรกเริ่มของเจ้าล้วนคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง แค่ในตอนนี้ใจเจ้ายังคงสับสน เสมือนเดินเรือกลางหมอกหนายากจะมองเห็นฝั่ง”

              จอกกระเบื้องใสรินเมรัยกระจ่าง กลิ่นหอมของมันปั่นป่วนห้วงอารมณ์ เบื้องหน้านั้นบุรุษเกศาเงินยื่นส่งให้แก่นาง มิใช่เพื่อราดรดทุกข์เพราะเขาทราบดีว่าน้ำเมามิใช่หนทางแก้ปัญหาอย่างถาวร“หนึ่งจอกสุราหนึ่งเถ้าธุลี ความทรงจำไม่อาจเลือนหายเป็นเพียงฝุ่นทรายที่รอวันตกตะกอนเท่านั้น ในวันนี้มันอาจทำร้ายเจ้าได้อย่างแสนสาหัส จนเมื่อรับมือครั้งต่อๆ ไป ก็จะพบว่าสิ่งนี้เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น”

              สุราจอกแล้วจอกเล่าถูกยกขึ้นกระดกซึมซับรสชาติขมพร่า ที่พอจะทำให้สติเลื่อนลอยไปบ้าง ใบหน้าหวานขึ้นริ้วสีชาด แต่งแต้มให้เห็นชัดว่าสุราเริ่มมีฤทธิ์ต่อร่างกาย คราบน้ำตาเก่ายังไม่ทันแห้ง ระลอกใหม่ก็ไหลรินเรื่อย " ข้าจะต้องเจอเส้นทางที่ชัดเจนในชีวิตแน่ ! " น้ำเสียงนุ่มพึมพัมแผ่วเบาแต่ก็ยังพอจับใจความได้ พูดออกมาซะดิบดีแต่ท่อนท้ายในใจกลับไม่ได้พูด 'เจอน่ะเจอ.. แต่คงไม่ใช่ในตอนที่อยากเจออีกแน่ๆ'

             “ช้าลงสักหน่อย สุรานี้..ฤทธิ์ค่อนข้างแรง ไม่ใช่ว่าข้าหวงหรอกนะแต่เตือนไว้ก่อน” เกิดนางเมามายขึ้นมาชายหนุ่มแม้จะอยากเห็นสักรอบว่าคนที่คุมตัวเองได้ดีมาเสมอย่างนาง ยามไร้สติก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นไร ทว่าทักษะในการดูแลคนเมาของตนมิได้ดีเท่าจูหรงเยว่ ซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นสตรีให้ฝืนกรอกน้ำแกรงสร่างเมาก็คงจะรุนแรงเกินไปนิด

               มีหรือคนเมาจะบอกว่าตัวเองเมา และมีหรือที่ยิ่งห้ามจะมีคนหยุด หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน กระพริบตาปริบๆพยายามปรับสายตามองให้เห็นคนร่วมโต๊ะชัดขึ้น ยกนิ้วชี้ขึ้นมาระดับใบหน้าตัวเอง หลับหูหลับตาพูดไปก่อน รอดไม่รอดค่อยว่ากัน " อย่างข้า ! ที่จิบสุราทั้งวันสมัยฝึกวิชาที่โหรวหราน! " ว่าแล้วก็ยกขึ้นอีกจอก ยกขึ้นครานี้มีเอนลงเท้าแขนกับโต๊ะ มึนแปลกๆ แต่ก็พอใช้ได้ " ไม่เป็นไรหรอก "
              
             ‘แต่สุราพันปีนี้มิใช่ชนิดเดียวกับที่เจ้าดื่มต่างน้ำในโหรวหรานแน่นอน…’ นักกวีหนุ่มเพียงกระพริบดวงตาปริบๆ ในเมื่อนางปรารถนาเขามีแต่ต้องสนอง เอ้า! รินก็ริน อย่างน้อยน้ำเต้านี้ก็ไม่เคยหมดน้ำเมาจะด้วยพรวิเศษหรือความประหลาดก็ตามแต่ “ที่โถงเมื่อครู่เจ้าแทบไม่ได้ทานอะไร รับขนมเปี๊ยะไปสักชิ้นสองชิ้นหากปล่อยให้ท้องสาวทั้งดื่มลงไปขนาดนี้ จะป่วยเอาได้”

               " อื้อ " มือน้อยๆหยิบขนมเปี๊ยะขึ้นมากัดคำสองคำ นัยน์ตาหลุบลงต่ำมองและสนใจเพียงสิ่งที่กินได้ กินพอให้ซือฟุวางใจ สุดท้ายก็ยกจอกสุราจิบครั้งแล้วครั้งเล่า มือบางขยับทั้งนวดขมับ รวมไปทั้งคลึงเบาๆที่หัวตา สักพักอาการพื้นฐานของคนมึนเมาก็เริ่มขึ้น นัยน์ตารัตติกาลที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้าเปราะบาง ผันแปรเป็นใสซื่อ เห็นบุคคลเงาสีเงินก็ขมวดคิ้วแน่น เงาแบบนี้คล้ายๆ เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน..

               " อ๊าา จำได้แล้ว !! พี่ชายเห็ดหินใช่ไหมมมม " มาถึงขนาดนี้แล้วคงจะทราบได้ดีว่าเหมยไป๋อวี้สติไม่หลงเหลืออีกแล้ว ตั้งใจจะขยับไปดูหน้าให้ชัดๆ แต่ก่อนจะขยับไปถึงก็เอนล้มก่อนไปรอบ " งึก.. " ริมฝีปากบางเบ้ลงก็จะยันตัวขึ้นลุก ขยับอีกนิดสุดท้ายก็ส่งตัวเองไป 'เกาะ' เจ้าของเงาสีเงินได้อย่างง่ายดาย

               “....!!” ยังไม่ทันเอ่ยถามว่า ‘พี่ชายเห็ดหิน’ คือสิ่งใด คร้านจะไปส่องดูเงาตนเองว่ามีพืชประหลาดงอกออกมารึไม่ ร่างนิ่มนิ่มพลันโถมเข้ามาใส่เสียก่อน.. แน่นอนในยามปกติด้วยระดับวรยุทธ์ของเขาสามารถหลบการเคลื่อนไหวคนเมาได้สบายๆ ติดที่ว่าอีกฝ่ายคือสตรีที่ตนพามาเปิดหูเปิดตา อีกทั้งความสะเทือนใจของนางก่อนหน้ายังคงเด่นชัด เกิดปล่อยให้คว้าอากาศหล่นกระแทกเสาด้านหลังอาจเกิดปัญหาใหญ่กว่าเดิม ดังนั้นเขาจึงรับตัวนางไว้ด้วยมบหน้าเรียบเฉยแต่งก็แค่แวว ตางุนงงไม่นิ่งสนิทเช่นเคย

               นับว่าเป็นปฎิกิริยาที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาก่อน.. เมื่อเหมยไป๋อวี้เมามายถึงกลับเข้าหาเขา ทั้งยังใกล้ชิดในระดับนี้? แต่อย่างว่าผู้ที่ยังคงมีสติดีย่อมไม่ถือสาอีกฝ่ายที่กำลังกลัดกลุ้มใจจนดื่มหนัก

               กลิ่นสุราพันปีที่มอมเมาได้กระทั่งเทพเซียน เมื่อใบหน้าทั้งสองใกล้กันเพียงช่วงแขน การเปลี่ยนแปลงทุกเส้นสายจึงตกอยุ่ในครรลองจักษุ หลิงเฮ่าช้อนเอวอีกฝ่ายเพื่อนั่งให้มั่นคง เสียดายว่าพยายามอยุ่สองสามหนก็ไร้ผล อิงจากคางที่กดลงบนแผ่นอกชายหนุ่มเหมยไป๋อวี้กลายเป็นปลาไหลน้อยๆ ไร้กระดูกไปเรียบร้อย “...เจ้าเมาแล้ว พึ่งเตือนไปว่าอย่าดื่มมากไหนว่าไม่เป็นไรไง หืม??” นัยน์ตาหรงส์หรุบลงเห็นสองแก้มที่เจือสีดอกท้อ นัยน์ตาฉ่ำเซ์่องก็ไม่ค่อยมั่นใจว่านางยังคงเข้าใจสิ่งที่ตนพูดอยู่ไหม

               " อะไรร ข้าไม่ได้เมา! … มั้ง " กระพริบตาปริบๆพลางพยายามเพ่งดูว่าใช่จริงไหม ถึงจะตาพร่าไปหมดแล้ว .. ใบหน้าหวานฉายชัดถึงความงอแงในแบบที่ปกติคงไม่มีโอกาสได้เห็น " ท่านหายไปไหนมา ! ข้ายังไม่ทันได้ตอบแทนท่านเลย ! ท่านอยากได้เห็ดหิน ! ท่านหายไปก่อนฤดูเห็ดหินจะมาด้วยซ้ำ!  " น้ำเสียงอู้อี้ที่พอจะจับใจความได้บ้างของไป๋อวี้ดังงึมงัมขึ้น พอที่จะให้คนที่อยู่ใกล้ๆได้ยินแน่..

               " ท่านจำได้ไหม ตอนนั้น.. ตอนนั้นข้าเคยบอกว่าไม่มีใครสนใจข้า แต่อยู่ๆทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดเลย! ข้าได้รู้ในสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกผิดมาจนถึงทุกวันนี้ ได้เป็นคนที่แม้แต่จะขยับตัวก็มีแต่รอบข้างสนใจ ไม่มีอะไรสมดุลสักอย่าง !" ขยับใบหน้าพิงไหล่กว้างของเงาสีเงิน ขยับหน้าผากแตะไว้กับส่วนนุ่มๆสักส่วนที่ไม่ได้มีสติพอจะดูได้ แต่นางมั่นใจนะว่านางไม่ได้เมา จริงๆนะ!


               “....อย่างนั้นเองหรือ นั่งให้มั่นคงก่อนระวังจะทำตัวเองเจ็บ” การขยับตัววุ่นวายของหญฺงสาวทั้งโงนเงนไม่มีหลักยึด มันน่ากังวลว่าอีกฝ่ายอาจไถลลงไปกองกับพื้นต่างระดับได้ทุกเมื่อ เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฎกรรมเกิดขึ้นเดิมทีหลิงเฮ่ายังไม่ทันจับใจความสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจนครบ ก็ตัดสินใจวางมือทั้งสองคล้องแผ่นหลังบางไว้หลวมๆ เผื่อว่าเกิดเสียการทรงตัวหงายหลังไปจะได้เกี่ยวตัวไว้ทัน เมื่อเหมยไป๋อวี้พิงซุกเข้าหาเลยกลายเป็นภาพราวกับทั้งสองกำลังตระกองกอดกันอยู่

             เนตรจิ้งจอกกระพริบขึ้นลงพักหนึ่ง ปลอบคนอยู่ดีๆ ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวดำเนินมาถึงฉากนี้เป็นเพราะอะไร.. อ่อ สุรา

             “ข้าอยู่ตรงนี้แล้วยังไม่ได้หายไปที่ใดสักนิด” แค่ความหมายคือ เขากับคนที่นางคิดว่าเป็น ไม่ใช่คนเดียวกัน(?)

              เขาไม่แน่ใจว่านางกำลังเพ้อเพราะพิษสุราหรือพูดถึงพี่ชายคนไหน ฟังจากเสียงสะอื้นตัดพ้อคงจะมีน้ำหนักในใจอีกฝ่ายพอสมควร ในเวลาเมามายมีร้อยแปดพันอย่างถึงเลือกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ด้วยไม่อยากไปเปิดประเด็นที่คลุมเครือจึงเลือกตามน้ำไปก่อนเพื่อกล่อมอีกฝ่ายให้สงบลง “อื้ม.. ที่ผ่านมาต้องลำบากเจ้าแล้ว รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมสินะ.. เอาล่ะหากมีเรื่องไหนที่ยังอัดอั้นตันใจอีก เจ้าก็สามารถบอกต่อข้าได้ทุกเรื่อง เก็บไว้นานวันจะกลายเป็นทำร้ายสุขภาพ”

              เพราะฤทธิ์ของพิษสารทนทีที่เคยทรมานเขานับสิบปี ทำให้ความทรงจะบางส่วนในวัยเยาว์ไม่ค่อยกระจ่างชัด มีหรือที่หลิงเฮ่าจะจดจำเด็กหญิงคนหนึ่งที่ตนเคยบังเอิญช่วยขึ้นจากแม่น้ำเชี่ยวกรากได้ในทันที ไหนจะเรื่องที่อีกฝ่ายเติบโตขึ้นขนาดนี้.. เขาไม่ใช่เทพเซียนหรือพวกระลึกชาติได้เสียหน่อย ยังคงเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีชะตากรรมต้องดิ้นรนอยู่

              " ไม่ใช่ข้าไม่ได้รับความเป็นธรรม! แต่เป็นเห็ดหินที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม! ในช่วงที่ฝนตกบ่อย.. ข้าอุตส่าห์ไปเก็บไว้ให้ท่าน แต่ท่านเป็นคนอยากได้เห็ดหินอะไรไม่มาเอาเนี่ย ! " ขยับยกใบหน้าหวานขึ้นมาพักนึง ใครจะคิดว่าหญิงสาวที่สุภาพเรียบร้อยจะมีมุมงอแงได้ดูเป็นเด็กขนาดนี้..

               “..............” หนนี้จะตอบอย่างไรดีล่ะ ตามน้ำก็ตามลำบากน้ำท่วมปากเรียบร้อย

                เอาตามตรงชีวิตนี้หลิงเฮ่ายังไม่เคยพบเห็นเห็ดหินมาก่อนว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร พอจะมโนภาพได้ว่าอาจเป็นของสำคัญ ฟังว่าทางแถบกวนจงมีผู้นิยมใช้มันมาทำเป็นอาหาร คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยคิดที่จะไปเก็บ แต่เพราะนานจัดแทบลืมไปแล้วว่าเก็บไปให้ใคร ระหว่างนั้นพบเจอสิ่งใดมาบ้าง คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยสบจ้องคนตัวเล็กตรงๆ ใต้แสงจันทร์ลางเลือนส่องผ่านหน้าต่าง แว่วเสียงถอนหายใจแผ่วเบา “เอาไว้ครั้งหน้า.. ข้าค่อยไปรับก็แล้วกัน..”

               ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อบนพวงแก้มถูกยกออกจากไหล่ของเงาสีเงิน มือข้างนึงขยับแตะสิ่งที่อยู่ใกล้ตาอย่างหูขาวๆ เหมือนชิ้นเนื้อปลาน่ากินของพี่ชายเห็ดหิน ใบหน้าหวานส่ายไปมาพร้อมกับเสียงอู้อี้ " ข้าไม่เชื่อ ! " แท้จริงมันควรจะจบที่ตรงนี้.. แต่หลังจากพูดจบดรุณีน้อยกลับโน้มใบหน้า ขยับใช้ริมฝีปากงับที่ใบหูของคนที่ประคองร่างนางอยู่ในตอนนี้ "งั่ม.. "

               “หื้ม!! นี่เจ้า!!” กระแสไฟที่แล่บปลาบจากจุดอ่อนไหวที่ถูกรังแกแผ่ลามถึงเท้า ร่างสูงสะดุ้งรุนแรง หากเป็นจุดอื่นในร่างเขาคงไม่มีปฎิกิริยารุนแรงเพียงนี้ ‘...ดื้อจริงๆ นางลืมไปแล้วหรือว่าข้าเองก็เป็นบุรุษ!!’ ลมหายใจที่สะดุดไปกลับมาคือความขุ่นในอารมณ์ เหมยไป๋อวี้เมื่ออาบสุราจากขวัญอ่อนกลายเป็นกล้าเทียมฟ้า แก้มกลมๆ นั้นถูกมือของชายหนุ่มบีบจนยู่เหมือนปลาทอง “ทำแบบนี้… ไม่กลัวถูกปรับโทษรึ?”

               " งึ่ม.. อันนี้ไม่ใช่เนื้อปลาหรอ " หลังจากกระพริบตาไปสักพัก คำพูดของเงาสีเงินก็แปลกๆ ไม่ใช่เนื้อปลาหรอ? " ไม่อาวอ่ะ ไม่ปล่อย! " ดื้อด้านยิ่งกว่าทุกสิ่งบนโลกคือเหมยไป๋อวี้ตอนตกอยู่ในการควบคุมของสุรา นอกจากจะไปปล่อยแล้วยังเกาะแน่นกว่าเดิม เพิ่มเติมคือปล่อยปากแล้วงับเข้าอีกรอบ ใครเล่าจะปล่อยให้ความนุ่มของสิ่งที่ไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไรหลุดลอยไปง่ายๆกัน?

              “ฮื้ม…!! ดื้อนักพูดมิรู้ฟัง” อาการของคนดื้ที่โจมตีมาลงจุดอ่อนเขาหนแล้วหนเล่า เรียกใบหูเปลี่ยนสีเป็นแดงจัดเขาตกอยู่ในความกระอักกระอ่วน มิได้เยือกเย็นอย่างที่เคย เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่สามารถคว้าไหล่อีกฝ่ายและเบี่ยงใบหน้าหลบได้ ทว่าสองแขนนางยังคงเกี่ยวกระหวัดดุจเถาวัลย์เลื้อยต้นชิงกาง น้ำเสียงนางวอแวเด็กน้อยถูกแย่งของหวานเดิมทีกะว่าหอบออกไปตากลมกลางคืนทั้งแบบนี้สักพักเผื่อจะเรียกสติได้บ้าง

                ทว่าช่วงชุลมุนนั้นจะฤทธิ์มึนเมาจากคนหรือจากแสงจันทร์ก็ดีส่องประกายนัยน์ตาดำขลับดั่งดวงดาว ความดื้อรั้นเจือแววเดียงสาจนผู้เผลอสบจ้องไม่สามารถขยับกายหลบได้อีก ‘..ทำไมถึงรู้สึกคุ้น แววตานี้? หรือว่าข้ากับนางเคยพบกันมาก่อนจริงๆ’ ยังคิดไตร่ตรองย้อนภาพไม่เสร็จ เจ้าปลาน้อยพยายามเงยหน้าจะแทะใบหูเขาอีกแล้วนั่นจึงเป็นการบังคับให้ต้อง ‘ทำบางสิ่ง’

               หัตถ์ขาวคว้าดึงแขนที่ป้วนเปี้ยนรอบเอวขา ก่อนจะรวบไว้อย่างง่ายดายด้วยมือเดียว ดึงแค่เบาๆ ร่างบางทีเดิมก็เสียการทรงตัวด้วยพิษสุราก็เข้ามาใกล้ หลิงเฮ่ามิได้กล่าวอะไรขณะที่ใบหน้าคมคายก้มลงประกบริมฝีปากเพียงแผ่วเบา ดุจแมลงปอแตะผิวน้ำเป็นความเย็นฉ่ำและชุ่มชื้น เมื่อนั้นม่านโปร่งรอบเรือนหลังเล็กต้องลมพัดพลิ้ว จันทราเอียงอายหลบเข้าหมู่เมฆบรรยากาศอึกทึกเมื่อครู่พลันไร้สรรพเสียง

               ริมฝีปากถูกทาบทับด้วยสิ่งนุ่มหยุ่น สติของคนที่ถูกฤทธิ์สุราครอบงำไม่ได้ช่วยให้รู้เรื่อง สัมผัสนุ่มนิ่มที่มีแต่ทำให้สงสัย ดวงตาเปิดปรือไว้ท่ามกลางความมืดเมื่อครั้งที่จันทราหลบไปในเงาเมฆ ชั่วขณะที่เกิดความคิดว่าคนตรงหน้านี้คือใคร? แต่หัวใจดวงน้อยที่สั่นระทึกโดยไร้สาเหตุ สุดท้ายแล้วเมื่อครั้งที่เปลือกตาบางปิดลง ในช่วงเวลานี้จะขอมองเป็นว่า หากนางไม่เห็นตัวเขา ตัวเขาก็ไม่เห็นนางแล้วกัน..

               ขบเม้มแผ่วเบาตามผิวนุ่มหยุ่น จากสิ่งที่พอจะนึกได้ในเหตุการณ์คล้ายๆครั้งนี้ในความทรงจำ ละเมียดละไมและเชื่องช้าในทุกการกระทำ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ด้วยบรรยากาศมันพาไป พรมจูบเบาบางตามเนื้อผิวริมฝีปาก ดวงตาเรียวของดรุณีน้อยเปิดปรือขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการกระทำที่ดูจะผิดแปลกอีกสักรอบ สิ่งนุ่มๆสำหรับไป๋อวี้เกินครึ่งคือสิ่งที่กินได้หรือกินได้ ดังนั้นจึงจัดการงับริมฝีปากล่างของเงาสีเงินผู้โชคร้าย..

               “..........” โดยเหนือความคาดหมาย เมื่อเจ้าร่างน้อยเป็นฝ่ายรุกคืบเข้ามาก่อน บุรุษผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้วเช่นเขาย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายยังคงไม่สร้างเมาดี ดูเหมือนการแทะเล็มที่ไม่ประสากลับปลุกความกล้าให้นางทีละน้อย เขาเกือบหลุดขบขันออกมาเมื่อริมฝีปากเล็กพรมเดาสุ่มไปทั่ว “เห็นข้าเป็นขนมรึ?” ชายหนุ่มถอนใบหน้าแต่ก็แค่เพียงชั่วคราว เมื่อมือหนาพยุงศีรษะนางให้ตอบรับได้ดีขึ้นกว่าเก่า

                จุมพิตครั้งที่สองปิดผนึกลึกล้ำยิ่งกว่า ไร้ช่องว่าง เขาได้ลิ้มลองรสสุราที่ยังคงหลงเหลือในน้ำบ่อน้อย หลงเฮ่าไม่รีบร้อนนักเสมือนปล่อยให้นางค่อยๆ คุ้นเคยและเรียนรู้ทีละน้อย เสียงผะแผ่วที่เล็ดลอดออกมาจากการประกบคู่คือน้ำมันราดกองไฟดีๆ นี่เอง ความละเลียดของชายหนุ่มนอกจากจะมีในลำนำงานเขียนแล้ว ยังรวมไปถึงทุกเรื่องไม่เว้น.. ชั้นเชิงโหมโรงเช่นนี้ ราวกับจานของหวานตรงหน้าที่ชื่อรายการว่า ‘เหมยไป๋อวี้’ ถูกลิ้มลองทีละส่วน สัมผัสดูดดื่มไม่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว เมื่อเรียวลิ้นแตะเบาๆ บนริมฝีปากล่างของหญิงสาว วางตัวอ่อนน้อมเช่นแขกแปลกหน้าผู้มาเยี่ยมเยียนในทีแรก ต่อเมื่อเผลอใผลเปิดรับคลื่นพายุพลันโถมเข้าซัดกระหร่ำจนสมองปั่นป่วนมึนงง

               นางกำลังทำอะไรอยู่..? เสียงตอบกลับอื้ออึงในลำคอของผู้ที่ถูกมอบจุมพิตให้ยังดูสับสน ใบหน้าหวานตอนนี้ไม่อาจจะทราบได้ว่าขึ้นสีแดงระเรื่อเนื่องจากสุราหรือว่าความเขินอาย ถูกช่วงชิงไปทั้งความคิดหรือแม้แต่ความรู้สึก เผลอตัวเปิดโอกาสให้คนร้ายกาจเข้าปั่นป่วนในทุกการกระทำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับสัมผัสเช่นนี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พยายามทำความเข้าใจทั้งที่ไม่จำเป็น ขยับริมฝีปากตอบรับสัมผัสรุกล้ำอันแสนวาบหวาม              
               มัจฉาแหวกว่ายกลางทะเลเมฆา แสงจันทร์ส่องอำไพต่างม่านมุ้ง
               ยามนั้นลมราตรีโชยพัดกลิ่นหอมดอกอวี้หลันข้างเรือนอ่อนหวาน คล้ายมี คล้ายไม่มีอยู่จริง

              แรกเริ่มนั้นเพียงแค่ตั้งใจจะเอาคืนนางที่ดื้อรั้นเขารู้ว่าตนเองสามารถควบคุมได้ จนกระทั่งเจ้าของนัยน์ตาอำพันค้นพบความคุ้นเคยบางประการจากสัมผัสนี้ราวกับถูกเข็มสะกิดเบาๆ ในความทรงจำ ใบหน้าของนางพลันสว่างกระจ่างขึ้นมาอย่างพิศวง มือหนาเลื่อนขึ้นประคองนวลแก้ม สัมผัสนุ่มนวลโดยที่ริมฝีปากของทั้งสองยังประทับตราตรึง การดึงรั้งเข้าหาและอ้อมกอดที่สามารถต้านทานลมหนาวปลอบประโลมอาการสั่นสะท้านของหญิงสาว ทีละน้อย เปลือกตาหงส์ปิดลงเพื่อดื่มด่ำกับรสพิสวาสบางประการที่ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะอะไร? ช่างแตกต่างกับคราวที่หอว่านหงฉาชินคนละแบบ อยากจะรู้ไปก็เท่านั้นในเมื่อเสิ่นหลิงเฮ่าทรนงตนว่า ‘รู้มาก’ ยังไม่อาจตอบได้ ก็สู้ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามครรลอง

               หากรั้งเวลาให้ยาวนานมากกว่านี้ เกรงว่าดรุณีน้อยจะหลอมละลายไปกับความนุ่มนวลที่ถูกมอบให้ในช่วงเวลานึง เอียงใบหน้ารับสัมผัสจูบอย่างไม่ประสีประสา เลื่อนแขนโอบล้อมรอบลำคอของผู้ล่วงล้ำ แต่ทว่าช่วงเวลาของการแลกเปลี่ยนความรู้สึกผ่านทางจูบนี้กลับยาวนานเกินไป " อื้อ..! " จากหญิงสาวผู้ตอบสนองทุกสัมผัส ยามนี้เริ่มจะส่อแววประท้วงทวงคืนช่วงเวลากอบโกยลมหายใจ หรือแม้แต่ความรู้สึกที่เปลือกตาใกล้จะปิดสนิทโดยยากที่จะเปิดขึ้นมาอีก เงาสีเงินตรงหน้านี้ทั้งอ่อนโยนละมุนนุ่ม แต่ก็สามารถพลิกเปลี่ยนเป็นพัดโหมกระหน่ำได้โดยง่าย แล้วเช่นนี้จะให้นางทำยังไงได้อีก?

               ผู้ไม่ประสีประสากับสัมผัสพิศวงนี้ กำลังจะมาถึงช่วงหายใจครั้งสุดท้าย รู้ตัวดีว่าคงไม่ไหวจะอยู่นานไปมากกว่านี้ ได้แต่ฝากสัมผัสสุดท้ายไว้ด้วยการตอบกลับจุมพิตอย่างอ่อนหวานและอ่อนโยน ก่อนที่ภาพรอบด้านจะเริ่มมืดลงเนื่องด้วยความต้องการที่จะพักร่างกายหลังจากการดื่มสุราและลิ้มรสจูบจากเงาสีเงินที่ช่วงชิงความคิดของนางไปตั้งนานสองนาน


All




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +145 ความชั่ว +215 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 10:15
คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2020-9-21 10:11
คุณได้รับ --80 คุณธรรม +30 ความชั่ว +20 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 10:11
คุณได้รับ +95 ความชั่ว +135 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 10:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -96 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -96 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ซินแรปเตอร์
อาภรณ์ด้ายแดงอธิษฐาน
กำไลเทพีไอซิส
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาเซียวซียวี่จิน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x302
x5
x10
x3
x7
x6
x2000
x220
x5
x4
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x89
x5
x1
x1
x318
x573
x57
x418
x2
x3
x14
x1
x1
x5
x184
x235
x1
x14
x6
x6
x19
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x11
x160
x275
x35
x20
x10
x32
x91
x5
x4
x3
x116
x736
x18
x7
x20
x145
x54
x3
x3
x3
x4
x4
x260
x27
x5
x1
x3
x2
x2
x3
x2
x172
x2
x1
x70
x14
x40
x8
x1
x18
x3
x310
x350
x100
x210
x125
x327
x411
x25
x32
x103
x345
x610
x170
x19
x120
x2
x13
x5
x19
x1701
x9999
x7
x1600
x8
x11
x590
x1960
x600
x420
x2000
x48
x40
x26
x980
x770
x2006
x100
x20
x2000
x11
x1280
x1700
x903
x27
x42
x15
x100
x9
x18
x1735
x260
x2023
x1110
x321
x2100
x2
x7900
x408
x99
x105
x12
x76
x150
x3428
x219
x239
x434
x2722
x2139
x1670
x14
x450
x1443
x11
x27
x7109
x2732
x14
x71
x7576
x57
x4590
x1810
x55
x3
x210
x18
x1110
x1
x1
x3185
x2
x1
x2525
x14
x37
x34
x683
x470
x30
x221
x206
x9
x1210
x1395
x5901
x964
x133
x440
x130
x57
x51
x2395
x1
x1850
x3019
x7127
x820
x280
x9355
x9999
x515
x54
x91
x5469
x29
x15
x84
x179
x1000
x13
x4243
x2935
x1784
x3473
x9999
x2466
x3200
x2698
x1884
x2790
x5
x9999
x485
x1106
x129
x30
x9999
x2600
x3864
x2280
x151
x2861
x4466
x4395
x1805
x3768
x2168
x545
x2479
x538
x276
x1543
x460
x3
x24
x13
x1510
x78
x50
x5466
x1115
x2
x1077
x9999
x2801
x2
x49
x2239
x3809
x7147
x1243
x7629
x4470
x503
x1208
x1834
x892
x10
x1122
x2951
x3140
x972
x100
x3
x21
x25
x25
x32
x9
x6048
x9610
x2407
x9999
x199
x26
x9999
x20
x5805
x24
x8
x1709
x251
x26
x9
x98
x31
x10
x1131
x3935
x9
x31
x210
x1117
x92
x2408
x2086
x129
x18
x1473
x2378
x2259
x3
x287
x3676
x2463
x7884
x518
x401
x4106
x5439
x9999
x16
x2283
x2451
x5805
x8000
x3380
x1666
x30
x3770
x1019
x70
x328
x151
x2816
x2118
x9999
x44
x4559
x9999
x9999
x9999
x3130
x2049
x111
x3000
x9
x4246
x40
x3190
x4099
x787
x1
x765
x1790
x535
x1241
x6199
x2359
x5866
x5004
x9999
x7914
x9999
x3159
x2323
x2452
x3456
x4274
x2252
x404
x66
x1
x15
x1989
x6682
x743
x1
x4827
x8292
x68
x9999
x678
x1418
x1074
x6534
x105
x3595
x1095
x454
x105
x1177
x297
x8
x184
x37
x9999
x1123
x2070
x3514
x195
x666
x468
x100
x1301
x1656
x9999
x3780
x1295
x1227
x889
x234
x9999
x1724
x9999
x143