ดู: 815|ตอบกลับ: 5

[ลางสังหรณ์] { ความฝันของ ❖ซู หงหยิง❖ } กาลครั้งหนึ่งในความฝัน

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หงหยิง เมื่อ 2018-10-9 01:11


สถานที่นอนหลับของตัวละคร :{เมืองฉางอัน} คุกกรมอาญา
ชื่อผู้ฝัน : ซู หงหยิง
ความฝันประเภท : ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกายหาผู้ชายถูกใจไม่มี
                        คืนนี้ฝันดีน่าตบฝันฝันว่าพบผู้ชายยอดดี


[ ตอนที่ 12.5 ] ฟางเส้นสุดท้าย 3/?
[ ปฐมบทตอนสุดท้าย +อีเว้นท์จากการกระทำในโรลเพลย์เนื้อเรื่องเสริม]

กาลครั้งหนึ่งในความฝัน


". . .นี้ข้า ข้าอยู่ที่ใดกัน?"

       . . .เพียงพริบตา จากความมืดมิดของคุกใต้ดินอันหนาวเหน็บ ภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็นพงพนาอันเขียวชอุ่ม ต้นไม้ใหญ่ขึ้นสูงตระหง่านตา แสงแดดอ่อนๆสาดส่องลงมาผ่านแมกไม้ที่แผ่กิ่งใบปกคลุมจนแทบมองมิเห็นท้องฟ้า อากาศโดยรอบชุ่มชื่นเย็นเยือก สามหมอกจางๆล่อยลอยเหนือพื้นดิน เถาวัลย์คดเคี้ยวขึ้นรกพาดผ่านต้นไม้ใหญ่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ช่างลมายคล้ายกันไปเสียงหมด

      หญิงสาวอยู่ในอาการสับสน นางมองไปรอบๆอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีที่ใดพอจะเป็นจุดสังเกตุหรือทำให้นางรู้ได้มาตนอยู่ที่ไหน สภาพนางตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้าในคุกใต้ดินลิบลับ ร่องรอยตามเรือนร่างและลำคอหายไป อาภรณ์สีชาดที่สวมใส่ก็กลับมางดงามเหมือนใหม่ ไม่เหลือร่องรอยใดๆ ราวกับเรื่องราวก่อนหน้านั้นไม่เคยเกิดขึ้น. .

" . . .เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่! " หงหยิงเอ่ย นางมิแน่ใจว่าสิ่งที่ตนเห็นอยู่ตอนนี้ มันคือเรื่องจริงหรือว่าเป็นแค่ความฝันกันแน่ ทุกอย่างรอบกายล้วนเสมือนจริงจนนางแยกแยะมิออก ก่อนอื่นนางต้องหาทางออกจากป่าแห่งนี้ให้ได้เสียก่อน. .

     หงหยิงเริ่มออกเดินไปตามเส้นทางรกร้างผ่านมวลแมกไม้ที่ขึ้นปกคลุมหนาทึบ เบื้องหน้าหญิงสาวมีเพียงแมกไม้พงไพร ยิ่งเดินต่อไปกลับยิ่งรู้สึกไร้จุดหมาย ราวกับเส้นทางข้างหน้านั้นมันไม่มีจุดสิ้นสุด หญิงสาวเริ่มหยุดสังเกตุบนท้องฟ้า หาทิศทางจากดวงตะวัน แสงแดดยามนี้สว่างจ้าแต่ก็มิแรงจัด เหมือนจะเป็นยามรุ่งเช้าก็มิใช่ หากเป็นยามสายแสงแดดควรแรงกว่านี้ ทำให้นางตัดสินใจไม่ได้ว่ายามนี้เป็นเวลาใดกันแน่  หงหยิงถอดใจจากการมองท้องฟ้า นางตัดสินใจออกเดินอีกครั้ง ครานี้เดินไปตามทิศทางลม สัมผัสถึงลมเหนือที่พัดพาเดินย้อนทิศทางลมขึ้นไป เชื่อว่าหากเดินขึ้นเหนือ อาจเจอชุมชน หรือใครสักคนที่นางพอจะถามไถ่ได้ . .

หญิงสาวเดินไปตามเส้นทางป่ารกทึบ ไม่นานนักก็พบกับหุบเขาประหลาดแห่งหนึ่ง หญิงงามยืนชั่งใจอยู่ตรงปากทาง ที่เบื้องหน้านั้นคือช่องผาขนาดใหญ่ คล้ายถาวรหินผาสูงตระหง่านชนิดที่ว่าเงยหน้ามองจนสุดคอยังไม่เห็นยอดเขา เส้นทางเบื้องหน้านั้นมืดทึบแม้จะมองเห็นเส้นทางเบื้องหน้าอยู่บางแต่ก็ไม่ชัดเจน หมองจางลอยตัวเหนือพื้น ไอเย็นสัมผัสผิวกายจนหญิงสาวขนลุกไปทั้งร่าง

"ประหลาด. . ."
หญิงสาวรำพึงเบาๆ สายตาจ้องมองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสังสัย มองจากจุดนี้ เส้นทางเบื้องหน้าดูเป็นหุบเขาที่มึดทึบ ข้างในควรจะเป็นทางตัน หรือไม่ก็อาจจะเป็นตีนผา แต่แปลกที่หญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมพัดออกมา ทั้งที่หุบเขา มิควรจะมีลมพัดมิใช่หรือ. .หรือว่า. .ข้างในจะมีที่โล่ง ไม่ก็อาจจะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่ทะลุไปอีกฝั่งได้ หญิงสาวครุ่นคิด

หงหยิงตัดสินใจเดินเข้าไปในหุบเขา แม้นจะดูอันตราย แต่ก็เหมือนมีบางอย่างดนใจให้นางเข้าไป ร่างอรชรเยื้องย่างไปตามเส้นทางช้าๆอย่างระมัดระวัง ป่าเขารกร้างเช่นนี้ อันตรายมีมากเหลือคนา พลาดเพียงก้าวเดียวอาจถึงชีวิตได้ สองข้างทางนั้นไม่มีสิ่งใดนอกจากหิน แม้แต่วัชพืชยังยืนต้นตาย ยิ่งเดินลึกเขาไปมวลอากาศก็ยิ่งหนาวเย็น สายลมที่พัดสวนออกมาจากเส้นทางเบื้องหน้าเริ่มแรงขึ้น ดูเหมือนนางใกล้จะถึงปากทางแล้ว

". . .ที่นี้มันอะไรกัน?. . "

เมื่อเดินมาจนสุดทางผ่านถวารหิน สถานที่เบื้องหน้านั้นทำให้หญิงสาวต้องประหลาดใจ นัยนตาสีนิลเบิกมองหุบเขาสูงที่เรียงราบกันอย่างซับซ้อน ชะง่อนหินแหลมรูปร่างประหลาดมีให้เห็นทั่วบริเวณ สายธาราไหลหลากจากชั้นหิน รวมตัวก่อเกิดเป็นทางน้ำขนาดใหญ่ สายหมองหนาบดบังทัศนวิสัย หงหยิงไม่เคยพบเห็นสถานที่แปลกตาเช่นนี้มาก่อน หญิงสาวเริ่มเดินสำรวจในสถานที่ใหม่ นางเดินเรียบทางน้ำผ่านสายหมอกหนา แล้วก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อรู้ว่า ชะง่อนหินรูปร่างประหลาดเหล่านั้นแท้จริงแล้วมันมิใช่หิน หากแต่เป็นโครงกระดูก กระดูกขนาดมหึมาของสัตว์ยักษ์ สุมกองอยู่ทั่วบริเวณ . .ตัวอะไรเนี่ย!? นางคิด ก่อนจะเริ่มเดินสำรวจสากสัตว์ปริศนานั้นด้วยความใคร่รู้ ทีแรกนางคิดว่ามันเป็นสัตว์ประหลาด แต่พอเห็นกระดูกทรงโค้งที่ติดอยู่กับส่วนหัวก็ทำให้นางรู้ว่ามันคือ ช้าง

. . ทำไมที่นี้มีกระดูกช้างเยอะขนาดนี้ ช้างพากันมาตายที่นี่? หรือใครอุตริเอากระดูกพวกมันมาไว้รวมกัน? หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเดินสำรวจต่อ หากย้อนกลับไปทางเก่า ออกไปก็มีแต่ป่าแต่เขาไม่รู้เหนือใต้ นางจึงเลือกที่จะเดินไปตามเส้นทางประหลาดนี้อีกสักหน่อย. . .
▼มีต่อ▼

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -96 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -96 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-3 00:51:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หงหยิง เมื่อ 2018-10-3 02:03

       หงหยิงเดินสำรวจไปทั่วสถานที่แปลกประหลาด ขณะที่หญิงสาวเงยหน้ามองยอดเขา ปลายสายตาก็สังเกตเห็นบางสิ่ง บางสิ่งที่คล้ายกับยอดหลังคาทรงสูง ที่หลบอยู่ด้านหลังของสันเขา นางไม่แน่ใจนักว่ามันใช่หลังคาจริงหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นแค่ยอดเขาที่รูปร่างคล้างหลังคา นางยืนมองชั่งใจอยู่หลายรอบ แม้นจะมีหมอกหนาปดบังแต่นางมั่นใจว่ามันคือหลังคาอย่างแน่นอน แต่. ..ใครกันที่มาสร้างบ้านเรือนในสถานที่เช่นนี้. .ไม่น่าไว้วางใจ หงหยิงคิด แต่ไหนๆก็อุสาห์เจอบ้านคนในที่แบบนี้ คงไม่เสียหายถ้าจะเข้าไปดูใกล้ๆเสียหน่อย ถ้ามีคนมาสร้างบ้านในที่แบบนี้จริงด้านหลังสันเขานั้นอาจจะมีทางที่เชื่อมออกจากป่าก็เป็นได้. . .

     หญิงสาวไม่รอช้านางรุกหน้าเดินตรงไปยังจวนที่อยู่ด้านหลังสันเขาลูกนั้น ผ่านม่านหมอกลึกเขาไปในหุบเส้นทางยิ่งคดเคี้ยว เต็มไปด้วยหินแหลม และโครงกระดูกช้างที่นางต้องระมัดระวังเวลาเดินผ่านมัน บางช่วงที่เดินผ่านไป นางก็เพิ่งสังเกตว่าเหนือหัวของตนคือกระดูกซีกโครงขนาดยักษ์ นางก็ได้ยินเสียงกรุบกรับคล้ายเสียงกระดูกที่แตกร้าว กระดูกช้างพวกนี้ดูเก่าแก่และเริ่มพลุกร่อนไปตามสภาพกาล  มันอาจจะล้มลงมาทับนางได้หากเดินเข้าใกล้มากเกินไป

     เดินผ่านเส้นทางรกร้าง ระดับพื้นเริ่มลาดชันคล้ายเนินช่วงตีนเขา การก้าวเดินเริ่มลำบากและทำให้หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น มือเรียวยกชายกระโปรงที่เริ่มจะเป็นอุปสรรคในการเดิน เร่งฝีเท้าล้อมแนวสันเขาตรงไปยังจุดที่เห็นหลังคาจวนนั้น ยิ่งเข้าใกล้ภาพเบื้องหน้ายิ่งชัดเจน ไม่ผิดแน่ มันไม่ใช่หิน มันคือหลังคาจวนจริงๆด้วย หญิงสาวคิด เมื่อเดินผ่านผ้นสันเขาสูงที่บดบัง เบื้องหลังแน่สันเขานั้น คือสื่งที่หญิงสาวกำลังมองหา. .


       เบื้องหน้านางเหยี่ยวแดงคือจวนหลังหนึ่งที่สร้างอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาสูงที่เป็นดั่งกำแพงปป้องกันสิ่งปลูกสร้างลึกลับแห่งนี้จากโลกภายนอก มีน้ำตกเป็นตาน้ำพุดออกมาจากช่องเขาไหลลงไปยังทางน้ำเบื้องล่างที่นางเดินผ่านมาก่อนหน้านี้ เหนือขุนเขาคือเพดานฟ้าที่เปิดโล่ง อันเป็นที่มาของกระแสลมที่พัดผ่าน แสงสว่างส่องลงมากระทบหลังคาจวนอย่างเหมาะเจาะ ราวกับผู้ออกแบบตั้งใจปลูกสร้างบ้านหลังนี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด แม้นจะเป็นในสถานที่ๆทำเลที่ตั้งจะไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยก็ตามที

     นัยนตาสีนิลจ้องมองสิ่งก่อสร้างบนเนินเขาเบื้องหน้า ก่อนจะเดินขึ้นไปตามบันไดหินที่ดูเหมาะว่าจะเป็นชั้นหินธรรมชาติที่สลักให้เป็นบันได ทุกก้าวนั้นแม้นจะดูขลุขละไปบ้างแต่ก็สลัดทุกขั้นได้ในระยะที่เท่ากันทุกขั้นไม่ขายไม่เกิน นางคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องใช้แรงงานคนสักกี่คนถึงจะสลักชั้นหินพวกนี้ให้เป็นบันไดได้ บันไดจากขั้นแรกไปจนถึงจวนตรงหน้านั้น กะด้วยสายตามิต่ำกว่าพันขั้น. .

     ยิ่งเดินขึ้นไปหงหยิงก็ยิ่งพบความหน้าตื่นตาตื่นใจที่ซ้อนอยู่ในลายละเอียดต่างๆของสถานที่แห่งนี้ สองข้างทางนั้น ภูเขาที่เป็นดั่งผนังหินถูกสลักเป็นประติมากรรมนู้นต่ำรูปเทพเซียน ปางต่างๆเรียงรายกัน ขนาดของรูปสลักก็ใหญ่มิต่ำกว่ายี่สิบศอก ในหุบเขาที่ลาดชันและสูงจากพื้นดินขนาดนี้ นายช่างผู้ใดถึงกล้ารับงานสลักที่เสี่ยงตายขนาดนี้   จากยอดเขาลูกหนึ่งถึงยอดเขาอีกลูก มีสะพานหินที่เชื่อมต่อถึงกันได้ นอกจากจวนหลังใหญ่เบื้องหน้านั้น ห่างออกไปบนยอดเขาลูกอื่นๆก็มีสิ่งก่อสร้างอื่นๆอยู่แต่นางมองเห็นได้ไม่ชัดนัก ยิ่งเดินเข้าใกล้นางยิ่งรู้สึกทึ้ง ทั้งในด้านของความงดงาม การก่อสร้างล้ำยุคที่นางไม่เคยเห็นที่ใดในแผ่นดิน และที่สำคัญคือ ใครกันที่มาสร้างอะไรแบบนี้ ในที่แปลกๆแบบนี้?

     หญิงสาวหยุดยืนอยู่ที่ก้าวสุดท้ายของบันไดหิน เบื้องหน้าของนางคือจวนหลังใหญ่ ยิ่งมองหญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ สิ่งก่อสร้างนี้ช่างดูแปลกตา วัสดุส่วนใหญ่นั้นเป็นไม้เนื้อแข็งและโลหะสำริด ดูไกลๆก็ดูเหมือนบ้านเรือนของชาวฮั่นทั่วไป แต่หากสังเกตดูอย่างละเอียดแล้วจะเห็นได้ว่ามีหลายอย่างที่ผิดแปลกไป หลังคาก็มียอดแหลมทรงประหลาด หน้าต่าง เสา หรือแม้นแต่ประตูหน้าจวนตรงหน้าของหญิงสาวก็ดูเมื่อจะมีกลไกบางอย่างที่สลับสับซ้อนเป็นด้วยขัดกลอนเอาไว้

" ประหลาด. .ประตูมีเหล็กขัดกลอนจากด้านนอก . .แล้วคนที่อยู่ด้านในจะออกมายังไง? " หญิงสาวเอ่ยก่อนจะวางมือเรียวลงบนกลอนขัดประตูเหล็กอย่างระมัดระวัง

' กรึก กรึก กรึก---'
"!!!??"

สิ้นคำของหญิงสาว ทันใดนั้นเสียงของบางสิ่งกระทบกันก็ดังออกมาจากบ้านประตูใหญ่ หงหยิงตกใจรีบล้าถอยออกจากประตูด้วยความรวดเร็ว นางเพียงแค่ว่ามือเบาๆลงบนกลอนประตูเท่านั้น แต่ก็ดูเหมือนจะมีบางสิ่งเกิดขึ้น กลไกโลหะประหลาดที่อยู่ในบานประตูเริ่มเคลื่อนไหว พร้อมกับแท่งเหล็กขัดประตูกที่เริ่มเปิดออกที่ละชั้นที่ละชั้น กลไกซับซ้อนค่อยๆคล้ายสลักที่ปิดตายประตูอย่างแน่นหนาออก ก่อนประตูบานใหญ่ยักษ์จะเปิดออกด้วยตัวของมันเอง ต่อหน้าต่อตาหญิงสาวที่ได้แต่ยืนมองด้วยความตกตะลึง

" . . .เอาล่ะ เมื่อจะมีบางคนอยากให้ข้าเข้าไปข้างใน. ." หงหยิงเอ่ยพรางมองซ้ายมองขวาหาสาเหตุของการเปิดของประตู มันจะเปิดเองได้อย่างไรหากไม่มีใครไปเปิด หรือไม่ก็คงเป็นผีบ้านผีเรือน. . .

      หญิงสาวยังรู้สึกไม่ไว้วางใจสักเท่าไหร่ มันคงมิใช่เรื่องบังเอิญแน่ที่จู่ๆประตูขัดกลอนสิบชั้นจะเปิดออกเองเพียงแค่นางไปสัมผัสมัน มันจะต้องมีใครสักคนที่เปิด ไม่เป็นการต้อนรับอย่างเป็นมิตร ก็คงจะเป็นกับดัก แต่ไม่ว่าอะไรจะรออยู่เบื้องหน้านั้นนางก็ไม่เกรงกลัว หากอยากให้นางเข้าไป นางก็จะเข้าไป. . .

▼มีต่อ▼
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 +35 ความหิว -94 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 + 35 -94 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-10-3 03:27:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หงหยิง เมื่อ 2018-10-3 03:30


           นางเหยี่ยวแดงเดินเข้ามาภายในจวนประหลาด ฝีเท้าเยื้องย่างอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง ทุกก้าวเดินสายตาก็พรางจ้องมองไปรอบๆ เบื้องหลังประตูบ้านใหญ่ ภาพของหุบเขามืดหม่น รกร้าง เต็มไปในกรวดหิน แทบจะสลายหายไปจากความคิดของหญิงสาวทันทีเมื่อนางได้เห็นภาพที่ปรากฏเบื้องหน้านี้ หลังกำแพงสูงสิบศอก คือสถาปัตยกรรมอันงดงามเหนือคำบรรยาย แม้นจะมีความแปลกประหลาดพิสดารด้วยการออกแบบที่ล้ำยุค แต่กลับงดงามเมื่ออยู่คู่กับสวนสวยนี้ พันธุ์ไม้ที่พื้นที่ภายนอกแม้แต่วัชพืชยังยืนต้นตาย แต่ภายในจวนนี้กลับมีดอกอิงฮวาบานสะพรั่ง พื้นหินสีขาวสะอาจตาถูกปูเป็นทางตรงไปสู่เรือนหลังใหญ่เบื้องหน้า เสียงขับกล่อมเบาๆของสายน้ำที่ไหลจากหุบเขาเชื่อมต่อกับสระน้ำภายในจวนก่อนจะไหลสู่ด้านนอกผ่านช่องกำแพงที่สร้างเลียนแบบน้ำตก

      ความหวาดระแวงของหญิงสาวเริ่มลดลง นางกลับเพลิดเพลินกับการชื่นชมความดงดงามของสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า หงหยิงเดินไปตามทางเดินหิน ตรงเข้าไปยังเรือนหลังใหญ่ แล้วนางก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าเมื่อดวงตาสีนิลสังเกตุเห็นใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าประตู ร่างสูงโปร่งของบุรุษในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดด้วยลวดลายสีฟ้าอ่อน เส้นผมสีเทาหม่นปลิ้วสไวยไปตามแรงลมแผ่วเบา ในมือชายผู้นั้นพรางโบกพัดสีขาวราวกับคุณชายมาดสูงศักดิ์ . . .ใคร? เจ้าของบ้านหรือ?

     ดูท่าทางแล้วชายผู้นั้นจะยังไม่เห็นนาง หงหยิงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเข้าไปถามไถ่ชายผู้นั้น หรือจะรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่เขาจะหันมาเห็นนาง นางก็แค่อยากมาดูว่าที่นี่เป็นคืออะไรและมีทางออกหรือไม่ แต่ดูท่าแล้วคงจะเป็นแค่บ้านคนจริงๆและท่าทางก็ดูไม่น่าไว้วางใจเสียด้วย นางคิดว่าควรจะรีบออกไปดีกว่า     หญิงสาวค่อยก้าวถอยหลังที่ละก้าวที่ละก้าวในขณะที่ยังไม่ละสายตาจากชายผู้นั้น เมื่อมั่นใจว่าระยะห่างนั้นมากพอและใกล้ประตูมากแล้ว นางจึงสวบเท้าเดินกลับอย่างรวดเร็ว..

' กรึก กรึก กรึก-- '
' ปัง!!! '

" !!?. . . ."

       เพียงเสี้ยววิที่หญิงสาวกำลังจะชิ่งหนี ประตูกลไกทางเข้ามันก็แสนรู้ปิดด้วยตัวมันเองขัดกลอนตายสนิทต่อหน้าต่อตาหญิงสาว เมื่อกับว่าไม่ยอมให้นางจากไปไหนทั้งนั้น หงหยิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้าเรียบเฉยจะแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นเคือง นั้นไง!!! . .กับดักชัดๆ ว่าแล้วเชียวไอ้จวนหลังนี้มันมีอะไรไม่ชอบมาพากล

" กำลังรออยู่เลยขอรับ. . "
"!!?"

      ทันใดนั้นเสียงทุ่มต่ำอันนุ่มนวลก็ดังขึ้นจากด้านหลังของหญิงสาว เสียงนั้นใกล้มาก ราวกับห่างจากนางไม่ถึงหนึ่งศก หงหยิงพลันหันกลับไปมองยังต้นเสียงด้วยความรวดเร็วพร้อมกับกำปั้นที่เตรียมจะซัดเข้าหน้าผู้รุกรานหากคนผู้นั้นคิดกระทำการร้าย แต่เมื่อนางหันกลับไปรูปลักษณ์ของบุรษต้นเสียงก็ทำให้กำปั้นที่กำแน่นกลับอ่อนลงไปซะอย่างนั้น. .

       เขาคือบุรุษร่างสูงในอาภรณ์สีขาวที่นางเห็นเมื่อครู่ ความหล่อเหลาของชายแปลกหน้าผู้นี้คงเป็นสิ่งเดียวที่ไม่ทำให้นางเหยี่ยวซัดหมัดเข้าหน้าเขา ใบหน้าหยกคมสัน ดวงตาสีโลหะในรูปตาคมดั่งเหยี่ยวแต่กลับฉายแววความใสซื่ออย่างประหลาด คิ้วหนาตวัดปลายรับรูปตาคม ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยกขาว ริมฝีปากเรียวบางสีอิงฮวาแย้มยิ้มบางๆส่งให้หญิงสาวตลอดเวลา

     นางเหยี่ยวแดงรวบรวมสติละสายตาและสมาธิออกจากใบหน้าหล่อเหลานั้นก่อนจะถอยห่างจากชายเบื้องหน้าด้วยความระแวง หน้าตาดีใช่ว่าจะเป็นคนดี นางรู้ว่านางผิดเองที่เข้ามาทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่ามันไม่น่าไว้วางใจแท้ๆ. .

" รอ? หมายความว่าไงรอข้า? เจ้ารู้ว่าข้าจะมาหรือ? "หญิงสาวรัวคำถามใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ยั้ง ใบหน้าหยกแย้มยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของนางเหยี่ยวที่มีต่อตน มือเรียวยกพัดขึ้นแตะจมูกตนเองเบาๆ

" นั้นสินา~ คงประมาณนั้นแหละขอรับ " ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหยอกเย้า

" อย่ามาเล่นลิ้นกับข้านะ!! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ข้าจะกลับ!! " หญิงสาวตะหวาดกลับด้วยความเดือดดานแต่ใบหน้าของชายผู้นั้นยังคงยิ้มแย้ม ท่าทางของเขาดูสงบและเยือกเย็น ดูบอบบางเชื่องช้าแต่กลับหนักแน่น นัยนตาสีโลหะจ้องมองหญิงสาวอย่างไม่ลดละ

" กลับ? กลับไปไหนหรือขอรับ? " ชายหนุ่มเอ่ยถามต่อ หงหยิงที่เตรียมจะอ้าปากเถียงก็ต้องหยุดชะงักฝีปากอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางหลบสายตาจากชายหนุ่มเล็กน้อยคล้ายกำลังครุ่นคิด. .กลับ. .กลับไปไหน. .ข้ามีที่ให้กลับไปงั้นหรือ? บุรุษปริศนาเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวที่ดูสับสน ร่างสูงจึงหันหลังกลับเดินตรงไปยังจวนของตนอย่างช้าๆก่อนจะหันหน้ากลับมาเอ่ยกับหญิงสาว. .

" ถ้ายังคิดไม่ออกว่าควรจะไปที่ใดต่อ ก็เข้ามาข้างในก่อนได้นะขอรับ "

". . . ." หงหยิงได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองชายหนุ่มเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่ยังเคลือบแคลง จากสิ่งที่นางประสบมาทำให้นางไม่อาจไว้วางใจผู้ใดโดยง่าย แม้นบุรุษผู้นี้จะดูสุภาพ มาดคุณชายอ่อนหัดไร้พิษสง แต่ก็ยังไม่น่าไว้ใจอยู่ดี ไหนจะบ้านแปลกๆ กลไกที่ขังทั้งตัวเองทั้งนางไว้ในนี้แล้วไหนจะการเลือกทำเลสร้างบ้านที่สุดแสนจะแหวกแนวความคิดทั้งสิ้นทั้งปวง หมอนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ

" ข้าไม่มีพิษภัยหรอกนะขอรับ สัญญาด้วยชีวิตว่าท่านจะปลอดภัยที่นี่. ." ชายหนุ่มเอ่ยอีกครั้งราวกับอ่านสีหน้านางเหยี่ยวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

      แม้นนางจะไม่ไว้ใจ แต่ตนก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ออกไปก็ออกไปหลงทางอย่างเดิม ไม่รู้ว่าจะเจอทางออกเมื่อไหร่ อยู่ที่ไหนตัวเองยังไม่รู้ แล้วที่ที่จะให้กลับไป. .จวนสกุลเซวีย ฉางอัน มันเป็นอดีตไปแล้ว นางคงต้องอยู่ที่นี่สักพัก จนกว่าจะรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และถ้าไอ้หมอนี้เกิดเป็นคนเลวขึ้นมา ก็แค่จับหักคอทิ้งเสียก็จบ. . .

" จำคำที่เจ้าพูดไว้! . .ด้วยชีวิต! หากตุกติก อย่าหาว่าข้าไม่เตือน. ."

" หึหึหึหึ~ เชิญขอรับ "

▼มีต่อ▼   
@Admin   

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -74 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -74 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-10-3 03:54:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หงหยิง เมื่อ 2018-10-3 13:39


      หงหยิงเดินตามชายหนุ่มปริศนาผู้นั้นเข้าไปในจวนพิศดารของเขา หญิงสาวเดินตามโดยเว้นระยะห่างจากชายผู้นั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นัยนตาสีนิลจ้องมองแผ่นหลังของร่างสูงโปร่งในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่สังเกตุสิ่งที่อยู่รอบตัว เดินผ่านพ้นประตูบานเลื่อนไม้เข้าไปในจวน คือห้องโถงใหญ่ที่มีเพดานสูง เสาไม้เรียงรายกันทุกระยะห้าศก มีคานไม้รูปร่างแปลกตาค้ำหัวเสากับเพดาน ห้องโถงที่ควรจะมีเก้าอี้รับรองแขน โต๊ะน้ำชา หรือเครื่องเรือนที่ควรจะมีในห้องรับรองทุกเรือน ถูกแทนที่ด้วยชั้นวางตำราที่มีม้วนไม้ไผ่วางซ้อนกันเป็นกองสูง และสิ่งของหน้าตาแปลกๆที่ชาตินี้นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน และไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงอธิบายให้เข้าใจมิได้  กลางโถงมีเก้าอี้นั่งไม้เล็กๆอยู่เพียงตัวเดียว ผนังตกแต่งด้วยภาพเขียนหนังสัตว์และบทกวี มีท่อนไม้ขนาดใหญ่พอสมควรวางอยู่กลางห้อง พร้อมกับอุปกรณ์แกะสลัดที่วางอยู่ข้างกัน มีบางส่วนบนท่อนไม้ที่ถูกแกะสลักไปแล้ว แต่คงยังที่ไม่เสร็จเพราะนางดูไม่ออกว่ามันคือรูปอะไร
       เท่าที่นางสังเกตุและอนุมานได้ ชายผู้นี้คงเป็นช่างแกะสลัก นายช่าง นักประดิษฐ์ หรืออะไรทำนองนั้น นางเองก็ไม่ค่อยมั่นใจเช่นกัน มาดคุณชายดูปวกเปียกทำอะไรไม่เป็นแบบนี้น่ะหรือ จะมีฝีมือด้านการแกะสลักที่ต้องใช้แรงและความชำนาญ. .
      
        เมื่อเดินมาได้สักพักหนึ่ง ผ่านห้องโถงตรงเข้ามาตามทางเดิน ชายหนุ่มก็หยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องหนึ่ง ใบหน้าหยกหันมองหญิงสาวที่ยืนห่างออกไปสิบลี้ก่อนจะเอ่ย. .

" เชิญแม่นางขอรับ ^^ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนผายมือที่ถือพัดคล้ายเชิญให้หญิงสาวเข้าไปก่อนอย่างมีมารยาท แต่สำหรับนางเหยี่ยวแล้วดูเหมือนจะเป็นการเสียมารยาทสุดๆ ชายแปลกหน้าเชิญให้นางเข้าไปในห้องแปลกๆที่นางไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วจะไปเจอกับอะไร ถ้าหากเป็นกับดักขึ้นมามีหวังเสียท่าแน่. .

". .ไม่! เจ้าเข้าไปก่อน ข้าจะตามไป "หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็ง

" ยังไม่ไหวใจข้าอีกหรือขอรับ ? บอกแล้วไง ว่าข้านี้ไม่ทำอันตรายท่านหรอกนะขอรับ "ชายหนุ่มเอ่ย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มฉายแววความจริงจังในน้ำเสียงและแววตาที่หนักแน่น แต่หญิงสาวก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี . .ใครจะไปไว้ใจเจ้า!!

". . .เจ้าเข้าไปก่อน! " นางเหยี่ยวยังยืนยันคำเดิม นางยืนกอดอกมองชายเบื้องหน้าที่สีหน้ายังคงยิ้มแย้มอยู่ แต่นางแอบสังเกตุเห็นว่าเขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ชายหนุ่มเปิดประตูบานเลื่อนไม้ก่อนจะเข้าไปด้านใน หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นจึงเดินตามเข้าไปอย่างระมัดระวัง. .


     เมื่อเข้ามาภายในห้อง การตกแต่งในห้องนี้ดูจะเรียบง่ายและธรรมดาที่สุดเท่าที่นางเห็นตั้งแต่เข้ามาในจวนพิศดารแห่งนี้ มันคือห้องเล็กๆที่ดูเหมือนเป็นห้องทำงาน มีโต๊ะเขียนตำราวางอยู่กลางห้อง ริมสุดมีชั้นวางตำราอีกเช่นเคย ไม่ว่าจะมองไปมุมใดในจวนหลังนี้ก็เจอแต่ม้วนตำราเต็มไปหมด ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะตำรำ ก่อนผายมือให้หญิงสาวที่ยืนมองอย่างชั่งใจ ให้นั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม . .

" เชิญนั่งขอรับ ^^ "

". . . . ." หงหยิงไม่พูดตอบ นางเดินเข้าไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม หญิงสาวยังคงมีท่าทีเคลือบแคลง แต่ชายหนุ่มเบื้องหน้ากลับดูไม่มีพิรุธหรือจิตสังหารใดๆออกมาให้นางจับได้เลยแม้นแต่น้อย ก็คงจะมีแต่ความประหลาดที่ขัดใจนาง ประหลาดทั้งคน ประหลาดทั้งจวน. . .

     ขณะนี้ทั้งสองนั่งประจันหน้ากันอย่างตาต่อตา แม้นหนึ่งสาวจะกังวลว่าชายแปลกหน้าผู้นี้จะทำร้ายตน แต่กลับมีแค่นางที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนเต็มห้องโดยที่ชายหนุ่มยังคงยิ้มใสซื่อ ยกกาน้ำดินเผารินชากลิ่นหอมอ่อนๆใส่ในจอกส่งให้หญิงสาว

" ดื่มชาก่อนนะขอรับ จะได้อารมณ์ดีขึ้น ^^ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะยกจอกชาจรดริมฝีปากเรียวดื่มอย่างอิ่มเอมใจ ส่วนหญิงสาวนั้นกลับนั่งนิ่ง เหลือบมองจอกดินเผาที่มีของเหลวอยู่ภายใน มันก็ดูเหมือนชาทั่วไปนั้นแหละ แต่อาจจะมียาพิษ ยาสลบ ยาเมา หรืออะไรแปลกปลอมก็ได้ ถึงชายหนุ่มจะดื่มมันให้ดูต่อหน้า เขาก็อาจกินยาต้านพิษมาก่อนแล้ว. . ใครจะกินให้โง่!

". . . ."

" ไม่ชอบดื่มชาหรือขอรับ?  ถ้าเช่นนั้น ท่านหิวไหมขอรับ? ข้าจะนำอาหารมาให้^^ " ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืนในทันใด ทำให้ร่างบางที่นั่งจ้องเขม่งอยู่ รีบถอยห่างด้วยความว่องไวตามสัญชาตญาณ

" ไม่! ข้าไม่หิว "หงหยิงตอบสั้นๆ

" ท่านไม่หิว แต่ข้าอยากเอามาให้ขอรับ ขอสักครู่นะขอรับ ^^ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะเดินตรงไปยังประตูโดยมิได้สนใจคำพูดของหญิงสาวเลยแม้นแต่น้อย เมื่อเขาคิดจะทำอะไรที่เขาว่าดี เขาก็จะทำมันเลยโดยไม่รีรอ ท่าทีที่เหมือนมองข้ามคำพูดของนางทำให้หงหยิงเริ่มไม่สบอารมณ์

"ก็บอกแล้วไงว่าไม่หิว ไม่หิว ฟังไม่ร---"


" รอสักครู่นะขอรับ~ ^^ " ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นตัดบทก่อนจะหายออกไปจากห้องในทันที
นี้ฟังที่ข้าพูดบ้างไหมเนี่ย!!! เป็นบ้าหรือไง!!!? หญิงสาวตะหวาดในใจอย่างเดือดดาน ตอนนี้เหลือเพียงนางคนเดียวภายในห้องตำราขนาดย่อม

       หงหยิงนั่งอยู่ที่เดิมเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจชั้นวางตำราที่มันยั่วความอยากรู้อยากเห็นของนางเสียเหลือเกิน หงหยิงมองซ้ายมองขวาไปทั่วห้องก่อนจะลุกขึ้น นางเดินไปที่ประตูบานเลื่อนแบบชะโงกหน้าออกไปมองดูต้นทางก็พบเพียงความว่างเปล่า ไร้วี่แววเจ้าของบ้านก็ถือว่าทางสะดวก นางเดินไปยังชั้นวางตำรา สุ่มหยิบบางอันขึ้นมาดู ตำราพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นตำราที่คัดใหม่จากต้นฉบับ รายมือทุกม้วนเหมือนกันคงจะคนเดียวกันเขียน หญิงสาวเปิดม้วนตำราม้วนหนึ่งอ่านว่าเนื้อหาของมันคืออะไร. .


" แบบก่อสร้าง การคำนวนโครงสร้างอาคาร . . " อ่านข้อความที่เขียนกำกับอยู่บนม้วนไม้ พร้อมกับแบบรูปอันซับซ้อนของสิ่งปลูกสร้างรูปร่างหน้าตาประหลาดเป็นภาพตัดครึ้งเผยให้เห็นของสร้างภายในอันซับซ้อน มีห้องลับและเต็มไปด้วยกลไกที่หญิงสาวมิอาจเข้าใจการทำงานของมัน คำกำกับบางตำแหน่งบนแบบเป็นสัญญาลักษณ์รูปสัตว์ บางเป็นรูปทรงประหลาด เหมือนป้องกันไม่ให้ใครอ่านรู้ คล้ายคำใบ้ที่ต้องใช้การถอดรหัส เหมือนตอนที่นางวาดแผนที่เกาะเผิงหู

" ชายผู้นี้ ศึกษาศาสตร์วิศวกรรมโครงสร้าง. . ."

" อาหารมาแล้วขอรับ~ "

ชิ*หายแล้ว!!?
'แกร๊ก!!'
"................."

       ขณะที่นางเหยี่ยวขี้สงสัยกำลังแอบอ่านตำราอยู่นั้น ชายเจ้าของจวนก็โผล่เข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มเสียง หญิงสาวที่ตกใจเผลอทำม้วนไม้ตกพื้นต่อหน้าต่อตาของชายหนุ่ม ส่วนในมืออีกข้างก็ถือตำราอีกม้วนหนึ่งที่กลายเป็นหลักฐานคามือ ใบหน้าหยกที่แย้มยิ้มเจือจางลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าตน ทั้งคู่จ้องมองกันอยู่พักใหญ่ นางเหยี่ยวที่รู้ตัวว่าถูกจับได้ ก็ทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจชายที่ยืนมองอยู่ หยิบม้วนไม้บนพื้นเก็บที่เดิมของมันก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมหน้าตาเฉย  ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมถาดสำรับ เขาหยุดมองอยู่ที่ชั้นตำราก่อนจะหันกลับมาเอ่ยกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

" ท่านจะหยิบมาอ่านก็ได้นะขอรับ ดีใจจังที่ท่านสนใจศาสตร์พวกนี้ด้วย ^^ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวพร้อมวางถาดสำรับตรงหน้าของนาง สำรับแม้นจะเป็นอาหารพื้นๆเรียบง่ายแต่ก็ถูกจัดไว้อย่างดี ยังมีควันอุ่นร้อนเหมือนเพิ่งปรุงสุกใหม่ๆ ในถ้วยน้ำแกงสีทองมีกลีบดอกอิงฮวาลอยอยู่ด้วย

" เชิญทานได้เลยนะขอรับ ^^ " ชายหนุ่มเอ่ย

" ก็ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่หิว เจ้ายังจะเอามาให้ข้าอีก! " หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยท่าทีหัวเสีย อันที่จริงก็มีบางทีนางรู้สึกหิว แต่ก็เพียงเล็กน้อย นางไม่ค่อยอยากกินอาหารที่คนแปลกหน้าเอามาให้เท่าไหร่แม้นว่ามันจะน่ากินดีก็ตาม

" ก็ข้าอยากเอามาให้ท่านนี่ขอรับ ท่านเป็นแขก ข้าก็ต้องดูแลต้อนรับให้ดี ที่นี่ไม่ค่อยมีแขกมาเยี่ยมเยียนบ่อยนักหรอกนะขอรับ. . " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนยกจอกชาขึ้นจิบ หงหยิงได้ฟังก็เกิดความสงสัย มันมีคำถามหลายข้อที่นางคาใจ ไม่แน่ใจว่าควรจะถามชายผู้นี้ดีไหม ถ้าถามไปจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและสรรพสินของนางหรือเปล่า แต่ก็ต้องลองดู. .

" เจ้าอยู่คนเดียวหรือ? " วิหคเอ่ยถามสั้นๆ ชายหนุ่มพลันจ้องมองหญิงสาวด้วยดวงตาเป็นประกาย ใบหน้าของเขายิ้มเหมือนรู้สึกดีใจว่าในที่สุดก็ทำให้หญิงสาวเริ่มบทสนทนาก่อนได้เสียที เขาวางถ้วยชาลงก่อนจะเอ่ยตอบ...

" ขอรับ อยู่คนเดียวมานานแล้วขอรับ ^^ " หงหยิงได้ฟังคำตอบยิ่งเพิ่มพลูความสังสัยใคร่รู้ บุรุษหน้าตาใสๆซื่อ มาสร้างบ้านหลบซ้อนๆอยู่ในหุบเขาเพื่ออะไร แถมยังอยู่คนเดียวมาตลอด มีชีวิตรอดมาได้ยังไงกัน. .

" จริงหรือ? อยู่คนเดียวในที่แบบนี้น่ะนะ ? " หงหยิงถามต่อ

"ฮ่าฮ่าฮ่า~ ถึงหุบเขาแห่งนี้จะดูน่ากลัว แต่ก็เงียบสงบและก็ปลอดภัย เทียบกับโลกภายนอกแล้ว อยู่ที่นี่ดีกว่ามากเลยล่ะขอรับ ^^ " ชายหนุ่มเอ่ยตอบ หญิงสาวได้ฟังคำตอบก็มองไปรอบๆห้อง นางก็ยังคิดว่ามันแปลกอยู่ดี โดยปกติมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมที่ไม่สามารถอยู่สันโดษโดยไร้ปฏิสัมพันธ์กับผู้ใดได้ อย่างน้อยก็ต้องออกไปพบปะผู้คนบ้าง ไม่เช่นนั้นคงสติหลุดเหมือนกับนางตอนถูกขังที่เผิงหู แต่พอมองบรรยากาศอันสงบนิ่งและงดงามของจวนแห่งนี้แล้ว หากไร้ซึ่งพันธะใด ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน . .

" แล้วท่านล่ะขอรับ ที่ที่ท่านจากมาก เป็นที่แบบไหนกัน? " ชายหนุ่มเอ่ยถามต่อ นางเหยี่ยวเหลือบมองชายหนุ่มเล็กน้อย นางก็ไม่ได้อยากจะตอบคำถามของเขานัก แต่เขาก็ยอมบอกสิ่งที่นางอยากรู้ คงเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปหากนางปฏิเสธที่จะตอบเขา. .

" เจ้าหมายถึงบ้านน่ะหรือ?  ฮึ. . ไม่มีอะไรหน้าพูดถึงหรอก ข้าแทบเรียกมันว่าบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ " หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเจือจางบนใบหน้า แม้นจะดูเย็นชาแต่สายตากลับหม่นเศร้า ชายหนุ่มพรางจ้องมองนัยนตาโศกนั้นก่อนจะแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหลบสายตาหญิงสาวเล็กน้อยเหมือนถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ ก่อนจะเอ่ยกับหงหยิงอีกครั้ง. .

" ข้าจะพาท่านไปดูบางสิ่งขอรับ. . "
". .อะไร? . "

▼มีต่อ▼  
@Admin  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -85 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -85 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-10-3 17:31:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หงหยิง เมื่อ 2018-10-3 17:33


           ...หงหยิงเอ่ยถามต่อ หลังจากชายหนุ่มบอกว่าจะพาได้ดูบางสิ่ง นางไม่รู้ว่าไอ้ บางสิ่ง ที่ว่ามันคือสิ่งดี หรือว่าสิ่งไม่ดี แต่ขอให้ได้ระแวงไว้ก่อนจะดีที่สุด อยู่ๆจะมาพานางไปดูอะไรก็ไม่รู้มันก็ดูน่าสงสัยอยู่ ชายหนุ่มปริศนาแย้มยิ้ม ภายในตาสีโลหะสื่อความนัยบางอย่างที่ดูคลุมเครือ. . .

" ฮ่าฮ่า~ ถ้าบอกก็ไม่น่าตื่นเต้นสิขอรับ^^ "
แล้วมันมีอะไรให้น่าตื่นเต้นล่ะห๊ะ!! คิดจะทำอะไรของเจ้า!!? หงหยิงคิดเมื่อได้ฟังคำตอบอันสุดแสนจะหน้าหมั่นไส้จากชายปริศนา มือเรียวยาวโบกพัดขนนกอย่างสบายอารมณ์จ้องมองหญิงสาวราวคาดหวังในคำตอบของนาง

" ข้าไม่ตลกกับเจ้าหรอกนะ เจ้าจะพาข้าไปไหนต่อไหนโดยที่ข้าไม่รู้ไม่ได้!! " หงหยิงตอบ รอยยิ้มบนใบหน้าของชายเจือจางลงไปเล็กน้อย สายตาที่หยอกเย้ากลับกลายเป็นจริงจังมากขึ้น ทั้งสองจ้องมองสบตาคล้ายจะอ่านใจกันและกัน

" ข้าสัญญาด้วยชีวิตแล้วนะขอรับ ว่าจะไม่มีทางทำร้ายท่าน โปรดมั่นใจในคำสัจของข้าเถิดนะขอรับ ที่ที่ข้าจะพาท่านไป มิใช่สถานที่อันตราย หรือถ้าหากเป็นเช่นนั้น ท่านก็เอาชีวิตข้าไปได้เลยขอรับ "

". . . . "

       บุรุษผู้นั้นเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงไปยังประตูก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ นางเหลืองมองเขาเล็กน้อยในใจก็คิดคำนึงถึงคำพูดของเขา นางมิใช่หญิงที่เชื่อคนง่ายเหมือนแต่ก่อน แต่คำพูดของชายผู้นี้ กลับทำให้หญิงสาวเชื่อว่าเขามิได้มีเจตนาร้ายจริงๆ ทั้งน้ำเสียงหนักแน่น แววตาที่จ้องมองนางอย่างไม่ลังเล เหมือนทุกสิ่งที่เขาผู้มาคือความสัจจริง. . .

      ร่างอรชรลุกขึ้นนางที่นั่ง นางตัดสินใจที่จะลองเชื่อคำพูดของชายผู้นี้ดูสักครั้ง นางเองก็อยากรู้ ว่าไอ้สิ่งหน้าตื่นเต้นของชายผู้นี้มันคืออะไร และเขาก็พูดเอง ว่าเขาจะมอบชีวิตให้นางถ้าเขาผิดคำพูด. .

" . . ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง " คำตอบของหงหยิงแต่งแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มให้ชัดเจน เขานั้นไม่พูดตอบ มือเรียวยาวควักเป็นสัญญาณให้ตามตนมาก่อนจะเดินนำออกจากห้อง หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินตามชายผู้นั้นไป. . .

        ชายปริศนาเดินนำทางหงหยิงตรงเข้าไปสู่ทางเดินส่วนลึกของจวน เบื้องหน้านั้นกลับเป็นทางตันที่ไม่มีประตูหรือหน้าต่าง มีเพียงชั้นวางตำราที่ก็ดูเหมือนกันกับที่วางอยู่ทั่วไปในจวน ชายหนุ่มเดินเข้าไปก่อนจะเอื้อมมือเรียวสัมผัสที่ม้วนตำราม้วนหนึ่ง. .

' กรึก! ครืด~~ '

     ทันใดนั้นกลไกที่ซุกซ้อนอยู่ในม้วนชั้นวางตำราก็ทำงาน แท้จริงแล้วชั้นวางนี้คือประตูกลที่ติดกับกำแพง ด้วยรูปลักษณ์จึงพรางสายตาไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ ผนังที่ติดกับชั้นวางค่อยๆเลื่อนเปิดออกเผยเส้นทางภายในที่เป็นอุโมงลึก มีคบไฟจุดให้ความสว่างและบันไดที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่าง หงหยิงมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตะหนก ถึงนางจะเคยเห็นกลไกประตูแบบนี้มาแล้วตอนเข้ามาในจวนแต่ทำยังไงก็ไม่ชินกับมันเสียที ยิ่งเห็นเส้นทางดำมืดเบื้องหน้านั้นยิ่งทวีความกังวลใจหนักขึ้น ไม่รู้ว่านางคิดถูกหรือเปล่าที่เลือกตามเขามา. . .

    ชายปริศนาหันมองหญิงสาวเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินลงไปตามเส้นทางลับนั้น นางวิหคยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามเข้าไป ภายในนั้นเป็นอุโมงถ้ำโล่ง เพดานถ้ำสูงมีหินงอกย้อย ไม่แน่ว่าเส้นทางนี้อาจจะเป็นถ้ำที่อยู่ในภูเขาด้านหลังจวน บันไดเป็นหินธรรมชาติที่วางไล่ระดับให้พอเดินลงไปได้ มีความลาดชันมาก ก้าวพลาดมีหวังไหลตกลงไปจนถึงพื้นเป็นแน่ แต่ชายผู้นั้นกลับเดินฉิวเหมือนคุ้นชินกับเส้นทางนี้เป็นอย่างดี


' ซ่า~ '

      นางได้ยินเสียงน้ำดังมาจาดเบื้องล่าง ดูเหมือนด้านล่างนั้นจะมีทางน้ำ น้ำตก หรืออะไรสักอย่าง ยิ่งเดินลึกลงไปยิงรู้สึกถึงละอองน้ำชุ่มชื่นในอากาศ ดูเหมือนไกลจะสุดทางแล้ว  ระหว่างทางชายผู้นั้นก็ไม่พูดอะไรเลย เขายังคงเดินนำต่อไป นางมองเห็นเพียงแผ่นหลังของเขา บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าสีหน้าของเขาตอนนี้จะเป็นเช่นไร อาจจะกำลังแสยะยิ้มชั่วร้ายอยู่ก็ได้.  .

     ทั้งสองลงมาจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย หงหยิงมองกลับขึ้นไปก็เห็นว่าตนนั้นลงมาลึกเอามากๆ เบื้องหน้าของนางนั้นคือต้นต่อของเสียงน้ำและความชื่นในอากาศ มันคือตาน้ำผุดจากผนังถ้ำไหลลงมากลายเป็นน้ำตกเหมือนกับที่เห็นในจุดอื่นๆก่อนหน้านี้ ชายปริศนาเดินมุ่งหน้าต่อไป สู่อุโมงอีกฝากหนึ่งที่ปลายอุโมงริบๆนั้น นางเห็นแสงรำไรรอดผ่านออกมาคล้ายแสงแดด ทีแรกนางคิดว่านี้เป็นถ้ำใต้ดินเสียอีก แท้จริงแล้วมันคือเส้นทางเชื่อมไปยังอีกฟากหนึ่งของหุบเขา


      ทั้งสองเดินจนสุดปลายอุโมง แสงสว่างลอยผ่านม่านพงไพรเป็นดั่งฉากอำพรางเส้นทางลับ เมื่อเดินผ่านพ้นไป แสงสว่างเจิดจ้าก็ทำให้ดวงตาของหญิงสาวพร่าเลือน มือเรียวบางพลันยกขึ้นป้องปิดดวงตาของตนไว้ จากความมืดมิดสู่แสงสว่างนั้นทำให้หญิงสาวเกิดอาการวินเวียนเล็กน้อย

" เป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ? " เสียงทุ่มเอ่ยก่อนร่างสูงจะเข้ามาประคองร่างของหญิงสาวที่ดูในอาการวินเวียน มือเรียวยาวสัมผัสที่ต้นแขนประคองร่างของหญิงสาวให้มั่นคง หงหยิงค่อยๆลืมตาขึ้นมองก็พบใบหน้าของชายหนุ่มในระยะที่ใกล้ขึ้น นัยนตาทั้งสองสอดประสานกันอย่างมิได้ตั้งใจ  นางวิหครู้สึกตัวเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าแย้มยิ้ม นางจึงรีบผละกายของตนออกจากมือของเขาอย่างรวดเร็ว

" ไม่เป็นไร. ." หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย

" ดีแล้วขอรับ ^^ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะเดินนำหญิงสาวไป


        พงไพรอัดเขียวชะอุ่ม อบอุ่นด้วยแสงอาทิยต์ที่สาดส่อง มิได้มืดทึบรกร้างเมื่อเส้นทางที่นางผ่านมาก่อนหน้านี้ พันธุ์พืชคลุมดินปูเป็นทางดั่งพรมธรรมชาติ ดอกไม้สีขาวเบิงบานปกคลุมพื้นดิน ส่งกลิ่นหอมหวานอ่อนต้องจมูกของหญิงสาว ฝูงผีเสื้อหลากสีสันบินล่อเล่นลม ชมช่อบุปผาที่บานอยู่บนพื้นดิน หงหยิงเดินไปพรางเหลี่ยวมองความงดงามรอบกาย ใต้ฟ้า เหนือแผ่นดินผื้นเดียวกัน อีกฝากฝั่งของหุบเขาอันมืดมิด กลับเป็นสถานที่อันงดงามเหนือจิตนาการ  
       นางได้ยินเสียงของสายน้ำเคล้าเสียงสกุณาขับขานบทเพลง มันดังมาจากเส้นทางที่ชายหนุ่มกำลังนำทางนางไป เสียงสายธาราตกกระทบเกิดเป็นเสียงเซ็งแซ่ดังก้องผื้นป่า หงหยิงคิดว่ามันหน้าจะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่. . .

". .!?
เดี๋ยว. .หายไปไหนแล้ว? "

      เพียงเสี้ยวพริบตาที่หญิงสาวเหลือบมองไปทางอื่น เมื่อหันกลับมาอีกทีชายปริศนาผู้นั้นก็อันตรธานเสียแล้ว นางเหยี่ยวหันมองไปทั่วบริเวณเพื่อมองหาชายผู้นั้น แต่ก็พอเพียงความว่างเปล่าไร้วี่แววของร่างสีขาวนั้น มันเป็นอึดใจเดียวเท่านั้นเพียงแค่นางหันไป พอหันกลับมาเขาก็หายไป เป็นความเร็วชนิดที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถจะทำได้ เหมือนจู่เขาก็ล่องหนหายไปจากสายตาของนาง ตอนนี้เหลือเพียงนางเหยี่ยวสีชาดท่ามกลางป่าเขาที่นางไม่คุ้นเคย แล้วนางจะทำอย่างไรต่อไป. .

▼มีต่อ▼

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -62 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -62 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-10-7 03:04:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หงหยิง เมื่อ 2018-10-7 03:09


" นี้!!! เจ้าอยู่ไหน!? "

" เลิกเล่นได้แล้ว!! ข้าไม่สนุกด้วยหรอกนะ!!"

" จะทิ้งข้าไว้กลางป่าแบบนี้ไม่ได้นะ!! ออกมา!!"

     เสียงหวานกู่ร้องตะโกนจนก้องป่า แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่นางกำลังตามหา ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลที่นางเรียกขาน ร่างสีชาดเดินไปพรางมองหาชายแปลกหน้าผู้นั้น โชคยังดีที่มีเสียงของน้ำตกค่อยนำทางนางให้มีจุดหมาย อย่างน้อยๆหากไปที่น้ำตกก็อาจจะเจอชายผู้นั้น หรือไม่นี้ก็อาจเป็นแผนลวงที่เขาตั้งใจพานางมาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่ . .

" ค่อยดูเถิด!! อย่าให้ข้าเจอตัวนะ ข้าจะซัดเจ้าให้แหลกเลยค่อยดู!! " นางเหยี่ยวผู้เกรี้ยวกราดตะโกนก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปตามเสียงธารน้ำตก.  .

   ยิ่งเดินลึกเข้าไปเส้นทางก็เริ่มยากลำบาก จากพื้นดินเรียบเริ่มมีก้อนหินวางขวางเส้นทางให้เป็นอุปสรรคในการเดิน เป็นสัญญาณที่บงบอกได้ว่าทางข้างหน้านั้นต้องเป็นน้ำตกอย่างแน่นอน เสียงกระทบกันของสายธาราดังขึ้นทุกย่างก้าว ความชื้นในอากาศเพิ่มพูลจนผิวกายสัมผัสได้  หงหยิงคิดว่าอีกไม่ช้านี้ก็คงจะถึงน้ำตาที่ว่า ระหว่างที่เดินไปสายตาก็ยังคงมองชายหนุ่มผู้นั้น มิใช่ว่านางกลัวที่ถูกทิ้งไว้ แต่รู้สึกเจ็บใจที่หลงเชื่อตามเขามาจนโดนทิ้งไว้แบบนี้ . .


' ซ่า~ '

      ในที่สุดนางเหยี่ยวก็เดินมาจนถึงจุดหมาย เบื้องหน้านางวิหคนั้น คือน้ำตกขนาดใหญ่ท่ามกลางทิวทัศน์ป่าเขาลำเนาไพร มีเทือกเขาสูงเรียงรายเป็นฉากหลัง หินและดินในบริเวณนี้เป็นสีส้มแปลกตา สายธาราใสเป็นประกายยามต้องแสงตะวันจนคล้ายกระจกแก้วไหลลากจากชั้นหินผาสีแดงส้ม ลำธารขนาดใหญ่จากสายน้ำที่ตกลงมาจากเทือกเขาไหลลงมาตามชั้นหินเกิดเป็นน้ำตกขนาดย้อมไหลเป็นขั้นบันไดไล้เรียงกัน อะลองน้ำฟุ้งกระจายยามต้องแสงอาทิตย์เกิดเป็นม่านสายรุ่งจางตาพาดผ่านม่านน้ำตก

" สวยเหลือเกิน. ." ดารุณีทัศนาความงดงามนั้นด้วยสายตาเป็นประกายราวกับต้องมนต์สะกด มันเป็นน้ำตกที่งดงามที่สุดเท่าที่ชีวิตนางพานพบ รอยยิ้มเจือจางปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว เพียงช่วงเวลาหนึ่งที่ความขุ่นเคืองและโทสะในใจของนางเบาบางลง

" ดีใจที่ท่านชอบนะขอรับ. ."
" ฮื้อ!!? "
' ปัก!!! '
" เฮือกก! "
           
      ในขณะที่หญิงสาวกำลังยืนชื่นชมน้ำตกอย่างเพลิดเพลิน ชานปริศนาที่หายไป จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของหญิงสาวพร้อมกับยื้นหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหูของนาง เพราะชายหนุ่มไม่ให้ซุ้มเสียง นางเหยี่ยวที่ตกใจพลันกระทุ้งศอกแหลมเข้าที่หน้าท้องของชายหนุ่มอย่างจังก่อนจะหันกลับมาพร้อมตั้งการ์ดเตรียมสกรัมคนผู้นั้นต่อ ร่างสูงโปร่งที่ผอมบางทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเจ็บจุก. .

" เจ้า!!? เกิดบ้าอะไรขึ้นมาห๊ะ!!? จู่ๆก็หายไปแล้วก็โผล่มาไม่บอกกล่าว คิดจะแกล้งข้าใช่ไหม? อยากตายหรือไงห๊ะ? " หญิงสาวตะหวาดใส่ชายหนุ่มก่อนง้างหมัดเตรียมจะหวดใส่คนตรงหน้าอีกรอบ

"แค่กๆ เดี๋ยวๆๆๆ เดี๋ยวข้ารับ! ข้ามิได้มีเจตนาจะทำให้ท่านตกใจ แค่อยากทำให้ประหลาดใจเท่านั้นแหละขอรับ แค่กๆๆ " ชายหนุ่มรีบสวนตอบอย่างรวดเร็วในขณะที่ตนยังนั่งทรุดอยู่ที่พื้น มือเรียวกุมหน้าท้องของตนเองไว้ ใบหน้ายังคงฝื้นยิ้มแย้มแต่สีหน้านั้นดูเหมือนเขาจะเจ็บจุกเอามากๆ  หงหยิงได้ยินดังนั้นก็ลดมือของตนลง นางยืนมองชายผู้นั้นโดยไม่รู้จะโกรธหรือจะสงสารดี เวลาตกใจนางจะใส่เต็มแรงโดยยั้งมือมิอยู่ ถึงเป็นบุรุษแต่ร่างกายผอมบางเช่นนี้ คงจะเจ็บมากพอดู. .

" อา! . .ส่งมือมา. " นางเหยี่ยวส่งมือให้ชายหนุ่มก่อนเอ่ยห้วนๆเหมือนไม่เต็มใจ ชายหนุ่มเงยหน้ามองนางเหยี่ยวสีหน้าเขาดูประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเร่งร่า ราวกับหายเจ็บหายปวดไปทันควัน มือเรียวยาวคล้ายกิ่งสนเอื้อมจับมือเรียวของหญิงสาว ก่อนจะพยุงร่างตนขึ้นจากพื้น

' ควับ! '
     นางเหยี่ยวออกแรงดึงร่างสูงขึ้นจากพื้น นางก้าวถอยหลังก่อนจะสะดุดก้อนหิน ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นมาได้แล้วเมื่อเห็นร่างบางเซจะล้มก็รีบคว้าตัวนางไว้ แม้นเรี่ยวแรงเขาจะน้อยนิดจนเกือบจะล้มลงไปทั้งคู่แต่ร่างสูงก็คว้าหญิงสาวไว้ได้ทัน นางวิหคอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม มือเรียวยาวโอบประคองร่างบางไว้แน่น ใบหน้าห่างจากหญิงสาวไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ ทำให้นางมองเห็นลายละเอียดทุกส่วนบนใบหน้างามแม้นแต่ไฝเม็ดเล็กๆตรงหางตาข้างขวา ใบหน้าหยกขาวแต่งแต้มสีแดงระเรื่อที่แก้ม นางได้ยินเสียงหายใจหอบแรง เสียงหัวใจที่เต้นถี่ และได้กลิ่นไม้หอมอ่อนๆจากกายของเขา

" ขอบคุณที่ช่วยขอรับ " ชายหนุ่มเอ่ยอย่างนุ่มนวล ถอยคำที่เอื้อนเอ่ยปลุกสติของหญิงสาวให้ตื่นขึ้น นางรีบผละร่างของชายหนุ่มออก

" . . ข้าช่วยเจ้า เจ้าก็ช่วยข้า ถือว่าเราหายกัน ไม่ต้องขอบคุณหรอก! " หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับไปมองน้ำตกด้านหลัง นี้หรือสิ่งที่ชายหนุ่มอยากพานางมาดู แน่นอนว่ามันเป็นน้ำตกที่สวยมาก แต่ทำไมกัน . .ทำไมเขาถึงอยากพานางมาที่นี่

" . . นี้น่ะหรือที่ที่เจ้าอยากพาข้ามา? " หญิงสาวเอ่ยถามโดยไม่หันมองชายหนุ่มเบื้องหลัง

" ขอรับ ที่นี่คือน้ำตกหงหยู่ขอรับ " เสียงชายหนุ่มเอ่ยตอบ

" แล้ว. เจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม? " หญิงสาวเอ่ยถามต่อ แต่เสียงของชายหนุ่มก็เงียบไปครู่หนึ่ง แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ ตอนนี้หงหยิงรู้สึกว่าชายหนุ่มยืนอยู่ด้านหลังของนางในระยะที่ใกล้พอสมควร

" ข้าได้ยิน ที่ท่านพูดถึงที่ที่ท่านจากมา ท่านบอกว่าท่านเรียกที่นั้นว่าบ้านไม่ได้ ใช่ไหมขอรับ? " เสียงชายหนุ่มเอ่ยถาม หงหยิงชะงักไปครู่หนึ่ง คำถามของเขาทำให้นางชุกคิดอีกครั้ง ทุกวันนี้นางอยู่ที่บ้านสกุลเซวียอย่างไม่เป็นสุข แม้นว่าจะมีชีวิตสุขสบาย ข้าทาสบบริวารพร้อม มีบิดา ครอบครัวเพียงคนเดียวที่นางมี แต่นางกลับร้อนรนจนอยู่ไม่ได้เพราะไฟในใจที่มันแผกเผา. .

" ใช่. .อย่าว่าแต่ที่แห่งนั้นเลย ทุกหนแห่ง ไม่มีที่ใดที่คนอย่างข้าจะสามารถเรียกกว่าบ้านได้หรอก. .ไม่มี " หญิงสาวเอ่ยตอบ ภายใต้ใบหน้าเย็นชาปะปนด้วยความเศร้า

" หากเป็นเช่นนั้น. .ดูบนยอดน้ำตกนั้นสิขอรับ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนมือเรียวจะเอื้อมจากด้านหลังของหญิงสาวชี้ตรงไปยังยอดน้ำตก


       หญิงสาวมองตามไปยังจุดนั้นก็พบกับยอดหลังคาสูงของจวนที่ตั้งอยู่บนนั้น แม้นแมกไม้บดบังหญิงสาวก็ยังคงมองเห็นความใหญ่โตและงดงามของจวนหลังนั้นได้ การสร้างจวนบนยอดน้ำตกเช่นนี้นางไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน มันตั้งเกือบกึ่งกลางของน้ำตกแล้วมีสะพานเชื่อมข้ามทางน้ำตกไปอีกฝั่งของภูผา มีหอคอยสูงหลายชั้นข้างๆจวนใหญ่ เป็นงานสถาปัตยกรรมแปลกตาที่คล้ายกับจวนของชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้นางแทบไม่สังเกตุเห็นจวนหลังนั้นเลยจนกระทั้งชายหนุ่มชี้ให้นางดูราวกับก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีอยู่. .

" จวนหลังนั้น ข้าสร้างไว้ให้คนผู้หนึ่ง ท่านชอบไหมขอรับ? " ชายหนุ่มเอ่ยถาม

" ฮึ~ เจ้าสร้างไว้ให้ผู้ใด เจ้าก็ไปถามคนผู้นั้นสิ จะถามข้าทำไม? แต่ข้าว่า มันก็สวยดี " หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ

" แล้วถ้าข้ากำลังถามคนผู้นั้นอยู่ล่ะขอรับ? "

". . .เจ้าว่าไงนะ!? " สิ้นคำชายหนุ่ม หญิงสาวพลันหันกลับไปมองด้วยความสับสน นางทั้งตกใจทั้งประหลาดใจปนความขุ่นเคืองเล็กน้อยๆเพราะรู้สึกว่าตนคงโดนแกล้งอำเล่นอีกเป็นแน่ แต่ท่าทีของชายหนุ่มกลับต่างไป เขามองหญิงสาวอย่างสงบเยือกเย็น นัยน์ตาสีโลหะจ้องมองหญิงสาวอย่างไม่ล่อกแล่ก จนถึงตอนนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่า นางเคยพบชายคนนี้มาก่อน ที่ไหนสักแห่ง เมื่อนานมาแล้ว. .

" ข้ากงหมิง อยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอดเพราะทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าจะต้องมีภัย ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่าน หากไม่มีที่ใดที่ท่านสามารถเรียกว่าบ้านได้ ขอให้จวนแห่งนี้เป็นบ้านให้ท่านนะขอรับ " ชายหนุ่มเอ่ยก่อนเอื้อมมือเรียวสัมผัสมือของหญิงสาวอย่างนุ่มนวล สายตานางเหยี่ยวจ้องมองชายผู้นั้นอย่างไม่ละสายตา ทั้งเสียงสายน้ำและเสียงลมกลับฟังดูแผ่วเบา กับทุกอย่างหยุดนิ่ง มีแค่เสียงของชายผู้นั้นดังก้องอยู่ในความคิด

" . .กงหมิง. . "

    จบ      
@Admin   

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -86 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -86 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27