ดู: 1010|ตอบกลับ: 8

{ ทะเลตงไห่ - ทะเลใต้ } ช่องแคบปีศาจ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-10-1 16:21:59 |โหมดอ่าน




 ช่องแคบปีศาจ 


{ ทะเลตงไห่ - ทะเลใต้ }










ในรอบหลายร้อยปีมีตำนาน โจรสลัดเลื่องชื่อแห่งตงไห่ สองกลุ่ม
กลุ่มแรกไม่มีผู้ใดเคยพบเห็น แต่เล่ากันว่ากลุ่มโจรสลัดนี้ถือเป็นนักท่องคาบสมุทรตัวจริง
เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างแปลกประหลาดเลือกปล้นแต่กับโจรสลัดด้วยกัน
หรือหากปล้นเรือสินค้าจะไม่ฆ่าหรือจับใคร เพียงต้องการสินค้าและปล่อยไป
แต่ก็ไม่มีใครเคยพบเห็นในช่วงสี่ปีหลังๆ เล่ากันว่าพวกเขาเป็นเพียงตำนาน
มีเพียงกลุ่มสองที่มักออกปล้นจับผู้คนขายตามเกาะต่างๆ ทั้งใช้แรงงานทาส
ประมูลสินค้าและสมบัติตามเทศกาลประจำเกาะต่างๆ






ช่องแคบปีศาจ
ช่องแคบที่เล่ากันว่าเป็นสถานที่อัปปางเรือมากมายมาหลายยุคหลายสมัย 
กลืนกินเรือทุกลำที่แล่นผ่านด้วยบางสิ่งที่สยดสยองยิ่งกว่าราชาแห่งท้องทะเล 
หรือแม้แต่พายุฝนฟ้าคะนอง เรือที่จะแล่นผ่านช่องแคบปีศาจนี้
จะต้องมีกัปตันผู้มากฝีมือและกะลาสีเรือที่เก่งกาจที่สุด 
หากสามรถชำนาญในการเดินน่านน้ำแห่งนี้ นับเป็นยอดคนแห่งท้องทะเล









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-2 00:13:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-2 22:12






♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
แม่ครัวสาวป่วนคาบสมุทรตงไห่
563
{ เรียนภาษาลันล้า 2/4 }
กินหมึกไปนะอย่ากินข้า!!

        หลังงานเลี้ยงมักมีแขกนอนขึ้นอืดคาโต๊ะเสมอ….

        แว่วเสียงนกนางนวลกู่ร้องปลุกแทนไก่ขัน เปลือกตาลูกเรือขยับไหวซากอารยธรรมเมื่อคืนกองสุมระเนระนาด เศษหมึกที่กินเหลือกระจายเกลื่อนเท้าบางคนก็เผลอเหยียบจนลื่นหน้าทิ่ม หลิงหลานเริ่มงานแต่เช้าตรู่ ก่อนเดินเข้าห้องครัวเนตรกวางมองไปเรื่อยคลื่นน้ำสีฟ้าสดใสคือภาพที่นางเริ่มจะชินตา

      วันนี้ก็ยังมีเนื้อหมึกยักษ์เหลือ… เมื่อคืนนางหมักซีอิ้วและน้ำตาลทรายทิ้งไว้หลายชั่วยาม ตั้งใจเอามาทอดกรอบให้เหลืองสวย โรยด้วยงา เจียวหอมซอยทำน้ำจิ้มพริก นี่ก็คืออาหารว่างสูตรชาวเล เผื่อใครเบื่อง่ายยังทำกุ้งนึ่งเครื่องเทศไว้แก้เลี่ยน นางตุ๋นโจ้กข้าวฟ่างใส่เนื้อปลาเลาะก้างออกไว้ด้วยเลย ตอนกลางวันจะได้ไม่วุ่นวายทำอีกครั้ง

       จากนั้นคือการเรียนภาษาเกาะตะวันออกกับพี่เข้ม บรรยากาศการเรียนดีเยี่ยมด้วยหมึกยักษ์ราดซอสเค็ม ซอสที่ว่ากะลาสีเรือค้นพบโดยบังเอิญด้วยการทิ้งปลาเละเกลือไว้ในไหดินเผาปิดผนึกหลายเดือน(น้ำปลานั่นล่ะ) กลิ่นรุนแรงแต่รสชาติกลมกล่อม เข้ากับอาหารทะเลยิ่งกว่าซีอิ้ว กินไปพูดคำทักทายทบทวนเมื่อวาน เรียนการขอบคุณและขอโทษต่อ พอจะผ่านไปได้เพลินๆ เพราะนางความจำดี

       เรือของโจรสลัดน่านน้ำตงไห่แล่นไปด้วยความเร็วคงที อาศัยคลื่นลช่วยพัดพาเพื่อนำทาสที่จับได้ไปส่ง จวบจนมาถึงปากทางเข้าหุบเขาสองฝั่งสูงตระหง่ายมีช่องแคบระหว่างกลาง ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจทุกคนในเรือเริ่มตึงเครียดขึ้น จนสตรีผมเงินที่ตอนนี้ได้ผ้าคลุมหน้าคืนมาแล้วป้องกันแดดแรงเผาผิว เริ่มสัมผัสบรรยากาศที่เปลี่ยนไปได้ “มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ? ทำไมทุกคนดูอาหารไม่ย่อย? จริงสิ...หมึกตัวออกใหญ่ข้าก็บอกแล้วให้ดิ่มน้ำส้มสายชูจะได้…”
       “ไม่ใช่หรอกแม่สาวน้อยเจ้าเห็นด้านหน้านั่นไหม… พวกเรากำลังเข้าสู่ช่องแคบปีศาจระวังตัวให้ดีละแถวนี้อันตราย” ลี่คุนคว้าไหล่นางก่อนจะส่งไปทางโล่มนุษย์พิทักษ์สินค้าทั้งสามคนตามเดิม หลิงหลานได้แต่เคียงคอมองอย่างสงสัย ‘ทะเลมีแต่ของน่ากลัว? แล้วทำไมพวกเขาไม่ขึ้นไปใช้ชีวิตบนบกกันล่ะ?’

       เรือโจรสลัดมุ่งหน้าเข้าสุ่ช่องแคบอย่างช้าๆ อาศัยแรงลมของวันนี้ที่จริงก็ไม่ได้ช้าลงกว่าเดิมแค่ทุกคนถูกบรรยากาศทะมึนทึม ที่เริ่มมีเสียงประหลาดดังแว่วอยุ่ด้านหน้าทำให้อยากไปจากที่นี่เร็วๆ เมื่อท้ายเรือพ้นแสงสว่างสุดท้ายลี่คุนใช้น้ำเสียงที่ได้ยินกันทุกคนออกคำสั่ง “เตรียมเกราะป้องกัน… รั้งสายธนูไฟ”

ชว๊ากกก

       โล่โลหะนับร้อยถูกยกขึ้น หลิงหลานเบิกตาอย่างชื่นชมนางพึ่งเห็นการเตรียมการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนโล่เหล็กจะมีความสูงเท่าตัวคน รอบด้านมืดมิดเห็นแค่ลูกตาขาวของคนใกล้ตัว ผ่านไปไม่กี่อึดใจเสียงประหลาดดังมาอีกครั้ง คราวนี้ใกล้ยิ่งกว่าเดิมทุกคนยังไม่ทันหายขนคอลุก แสงจากธนูไฟก็ส่องให้พบว่าเหนือหัวพวกเขาปรากฎนกยักษ์โครงกระดูกนับร้อยตัว เหลือแต่กสีดำเหมือนขนกาโฉบเอาเหยื่อเคราะห์ร้ายไปฉีกทึ้งกลางอากาศ เสียงกรีดร้องโหยหวานหลังจากนั้นร่างก็ ขาดเป็นสองท่อน ชิ้นส่วนใส้ทะลักลงมาเบื้องหน้าของหลิงหลานนางรีบตะครุบปิดปากทันที ‘อย่า...จะอาเจียนตอนนี้ไม่ได้ ไม่ดีๆ’

       “ยิงธนู!!” ลี่คุนสั่งลูกมือคอยโจมตีไล่นกสยองพวกนั้นไปความระทึกยังไม่ทันจบ โคลนสายหนึ่งพุ่งทะลักพรวดกลางลำเรือ หันไปมองก้อนหินถึงกับมีปากอ้าออกมาพ่นโคลนดำทะมึน หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวจนสามคนที่ล้อมนางไว้ต้องพาไปหยบยังมุมเรือ “อ...อะไรน่ะ!! กลไก? ค่ายกล?? อะไรกันเนี่ย!!” ร่างบางถอยกรูดเห็นท่าหนนี้จะไม่ดี แล้วน่ากลัวกว่าหมึกยักษ์ตัวเมื่อคืนอีก!!
       “ชู่ว… อย่าอยู่ห่างจากพวกข้าล่ะเดี่ยวจะศพไม่สวย” พี่บอดพูดเช่นนี้ไม่เรียกปลอบหรอกนะเจ้าคะ…

       ต่อจากน้ำโคลนกลิ่นเหม็นฉึ่ง โขดหินด้านบนมีช่องเปิดพ่นไฟออกมาคราวนี้หลิงหลานแทบจะแปลงร่างเป็นลูกหมีขาว ร้องวี้ดโดดเกาะเสาเรือแน่นใครจะดึงจะแงะยังไงหญิงไม่สน หญิงหลับตาปี๋ “ไม่เอาแล้ววว ปล่อยเค้าไปน๊าาา!! นกจ๋าหิวใช่ไหมกินปลาหมึกไปอย่ากินคนน”

      “จะมางอแงอะไรตอนนี้ ทีหมึกยักษ์ พายุล่ะไม่กลัว นี่แค่ลูกไฟเอง!! เจ้าบอดเจ้าเข้มไปจับนางกลับมา!!” หลังสั่งความเสร็จลี่คุนหันไปเตรียมรับมือต่อ เขาไม่ใช่พึ่งผ่านทางเส้นนี้มาหนสองหน เจอจนชิน...แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สังเวยคน “คัดท้ายเรือไปทางซ้าย… เจ้าพวกแถวหน้ายกโล่ต้านไว้ ไฟมันไม่ร้อนเท่าไรหรอก” เพราะตนบุหนังเป็นฉนวนกันไว้หลังโล่แล้ว…

       เสียงการต่อสู้ทั้งปัดเบี่ยงและยกโล่กันไฟดังขึ้นถี่ๆ หลิงหลานก้มตัวกอดเข่าสั่นหงึกหงัก ขดเข้ามุมเสมือนลูกหิมะกลมๆเป็นจุดขาวจุดหนึ่งในความมืดมิด



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -68 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2018-10-2 18:19:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-2 22:19



♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
แม่ครัวสาวป่วนคาบสมุทรตงไห่
564
{ หว่านแห ช่องแคบปีศาจ }
นักกวาดกระดูกจากต้าฮั่น

        หลังเสร็จศึกมักต้องทำความสะอาด…
        คราบโคลนที่เต็มกาบเรือยังไม่น่าขยะแขยงเท่ากับเศษลำใส้..
       ใช่มันคือ ‘ลำใส้’ ของมนุษย์หรืออย่างน้อยก็คนที่เคยเป็นมนุษย์มาก่อน

        ซ่า…

       เหล่ากะลาสีพากันตักน้ำทะเลขึ้นมาสาดล้างลำเรือ หลังผ่านปากหุบเขาที่น่าสะพรึงกลัวมาได้ ด้านในก็เริ่มมีแสงอาทิตย์สาดส่องลี่คุนบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วก็จริง แต่พวกเขายังไม่ได้พ้นแนวหุบเขา สภาพโดยรวมสถานที่นี้เหมือนจะมีค่ายกลประหลาดบางอย่างที่ป้องกันผู้รุกรานเข้ามายังหุบเขา… ความอันตรายเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนเทียบกับบรรยากาศตอนนี้แล้ว เหมือนคลื่นสงบหลังพายุกระหน่ำชัดๆ

        พี่เข้มเดินตักโจ้กข้าวฟ่างเนื้อปลาแจกให้ทุกคน ขณะที่หลิงหลานไปล้างมือระหว่างเดินผ่านสะพานเรือนางยังชวนให้พี่บอด พี่ล่ำ มาช่วยกันหว่านแหดูเผื่อว่าในหุบเขาอาจจะมีสัตว์ทะเลแปลกๆ ได้ทำมื้อเย็นกินกัน แต่ที่ไหนได้พอลากปากแหแสนหนักขึ้นมาด้วยใจลุ้นระทึก สิ่งที่ติดตามตาข่ายนอกจากกระดูกขาวๆ หัวกระโหลกมนุษย์แล้วก็ไม่มีอย่างอื่น

      “สยองชะมัดเลย….” สตรีผมเงินนั่งจุ้ปุ๊กอย่างเซ็งๆ จะให้กินสาหร่ายที่ติดขึ้นมามันก็… หยะแหยงไปหน่อย
     “รอไปหว่านใกล้ชายหาดเถอะ ในหุบเขานี้เป็นจุดที่เรืออัปปางมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว หึหึ คิดว่าจะมีอย่างอื่นอีกรึไงนอกจากศพ” ลี่คุณเคี้ยวเนื้อแดดเดียวไปหันมองเจ้าสินค้าที่ไม่ยอมอยู่สุกเสียที ได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจสตรีผู้นี้โดนโจรสลัดจับมาดันกรีดร้องแค่หนเดียว พิลึกจริงๆ

      ผ่านหลิงหลานพอได้ยินคำว่าชายหาดสมองก็แล่นฉิว “หมายถึง… เราใกล้จะขึ้นฝั่งกันแล้วหรือเจ้าคะ?”
      “อืม อย่างช้าก็พรุ่งนี้เช้าผ่านแนวหุบเขานี้ไปก็คือเกาะบูรพา” หัวหน้าโจรผู้ชำนาญการคำนวนจากความแรงของลม ตนไม่เลือกอ้อมเกาะเผิงหูเพราะนั่นเป็นน่านน้ำของโจรสลัดอีกกลุ่มหนึ่งวุ่นวายเปล่าๆ อีกอย่างด้วยความสามารถของเขายังไงก็ผ่านหุบเขาปีศาจได้สบาย ถึงจะเสียลูกมือที่แตกแถวไปคราวละคนสองคนก็เถอะ
      “ถึงแล้ว… งั้นสินะเจ้าคะ” ดรุณีแก้มนุ่มตอบเสียงอ่อนพึมพัมบางคำ
      “ทำไมเจ้าไม่ดีใจหรือ? กำลังจะได้เจอเจ้านายไหมแล้วนะสินค้าน้อย หึหึ”
      “แล้วจะโดนจับมัดอีกรึเปล่า? เจ้านายจะดีกับข้าเหมือนพวกพี่เข้ม พี่ล่ำ พี่บอดไหม?” สามคนนั้นช่วยนางทำกับข้าว แถมเอาผ้าห่มมาให้ด้วยตอนหนาวๆ ท่าจะเป็นคนดีนะ
      “......ไม่มัดก็ได้ถ้าทำตัวว่าง่ายแบบตอนนี้” แม่หนูเอ้ย!! ที่เจ้าควรห่วงมันใช่เรื่องพวกนั้นไหม กำลังจะถูกขายอยู่แล้วนะช่วยตื่นตัวกว่านี้หน่อย!!



แสดงความคิดเห็น

(20) ได้รับโครงกระดูก 2600 โ๕รง ปลาน้ำเค็ม 48 และ ปลาหมึก 4   โพสต์ 2018-10-2 18:39

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -36 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2018-10-3 00:09:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด

♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
แม่ครัวสาวป่วนคาบสมุทรตงไห่
565
{ เรียนภาษาลันล้า 3/4 }
ไหปลาร้าต้าฮั่น

        นางไม่ได้สระผมมาหลายวันแล้ว…
        ลมทะเลเต็มไปด้วยละอองของน้ำเค็มทำให้รู้สึกเหนียวตัวเป็นบ้า
        แต่รอบตัวดูเหมือนพวกเขาจะ ‘ซกมก’ กว่านางเยอะเลย

        เมื่อออกทะเลน้ำจืดมีค่าเท่าทองคำ…. ชาวเรือต่างทราบดีเพื่อให้มีปริมาณน้ำอย่างพอเพียง สิ่งที่เหล่าสตรีใช้อาบใช้ล้างเรียกได้ว่า ‘สิ้นเปลือง’ ก็งดซะ รอขึ้นฝั่งเมื่อไรถึงผลัดเปลี่ยนทำความสะอาดร่างกาย กลิ่นมันก็จะ… ละเหี่ยใจหน่อย

        หลิงหลานอยากอาบน้ำการอยู่ในดินแดนฮั่นที่อุดมสมบูรณ์ หรือด้วยนิสัยของนางก็ดีทำให้สตรีผมเงินค่อนข้างจะรักสะอาด เจ้าตัวเอี้ยวมองเกลือที่ขึ้นตามตัวกะลาสีแล้วคิดในใจว่า เหมือนเวลาที่นางหมักปลาเป๊ะๆ หลังทำอาหารเช้าเสร็จพี่เข้มเดินมาตามนางเพื่อสอนภาษากันต่อ “คือว่า… ถ้าอยากอาบน้ำต้องบอกว่ายังไงเจ้าคะภาษานี้?”
       “พวกทาสส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยุ่กับว่าเจ้านายจะให้อาบหรือเปล่า เดี๋ยวก็มีคนบอกเจ้าเองนั่นล่ะน่า” ลูกเรือที่กำลังทำงานเดินไปเดินมา ได้ยินแล้วอดขำไม่ได้ ‘ค่อยสมเป็นผู้หญิงหน่อย ก่อนหน้านี้มันอะไรกัน’
       “แต่เจ้านายคงไม่ชอบให้คนรอบตัวมีกลิ่นเหมือนปลาเค็มหรอกนะเจ้าคะ...” นางจะแปลงร่างเป็นไหปลาร้าอยู่แล้ว…
      พี่เข้มได้แต่ยักไหล่ “ใครจะรู้… อาจมีคนชอบก็ได้นะ”

      การเรียนประโยคง่ายๆ คำทักทายและพวกที่ใช่ในชีวิตประจำวันพื้นฐานจบลงไป ยังดีที่นางขอศึกษาตัวเลขการเจรจาต่อรองไว้ด้วย ถึงคนสอนจะงงๆ ว่าทาสจะรู้ไปทำไมก็ตาม ‘เผื่อทำธุรกิจที่เกาะนั้นหาเงินให้มากกว่าค่าตัวได้ก็พ้นจากการเป็นทาสแล้วล่ะน่า’

      อากลิ่นขี้เกลือของคนรอบๆ นางเริ่มเวียนหัวแล้วสิ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -24 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -24 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2018-10-3 15:04:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด

♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
แม่ครัวสาวป่วนคาบสมุทรตงไห่
566
อีกฝากฝั่งของการเดินทาง

        สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ริมทะเลแล้วห้วงน้ำสีครามเป็นได้ทั้งพระผู้ให้ และมารร้ายพรากสิ่งอันเป็นที่รัก จากความเป็นมาอันยาวนานก่อนมนุษย์จะค้นพบวิธีใช้ไฟ คนสามารถหาทรัพยากรและอาหารเพื่อดำรงชีวิตจากทะเลกันได้แล้ว ในตำราทางซีอวี้ระบุว่าพืนที่สามในสี่ส่วนของโลกใบนี้คือมหาสมุทร แผ่นดินที่พวกเราทุกคนอาศัยอยู่เป็นแค่ส่วนเล็กน้อยเทียบกับความลี้ลับอันยิ่งใหญ่ของห้วงน้ำสีครามตรงหน้า

       ‘และยังมีวัตถุดิบทำอาหารที่อร่อยมากอีกด้วย’ ความคิดนี้ของสตรีผมเงินไม่ได้ผิดจากความเป็นจริงสักเท่าไร เพียงแต่การจะนำเอาทรัพยากรเหล่านั้นขึ้นจากทะเล ต้องใช้แรงคนและความพยายามเป็นอย่างมาก เสมือนนายพรานเข้าป่าล่าสัตว์ ชาวประมงก็ต้องออกทะเล… ดูอย่างหอยนางรมและเป่าฮื้อการจะเก็บเอาเป่าฮื้อราคาแพงได้คนต้องลงไปในน้ำตอนฤดูหนาว สู้กับแรงคลื่นไม่พอเจ้าหอยเหล่านี้ชอบอยู่ตามซอกหินและมีแรงยึดเกาะถึง 20 กิโล โอกาศมีเพียงครั้งเดียวหากแซะตอนมันเผลอไม่ได้เท่ากับความพยายามสูญเปล่า

      ไหนจะปลิงทะเล วัตถุดิบสำคัญของอาหารขึ้นโต๊ะเสวยพระเจ้าแผ่นดินในสมัยซาง ‘ปลิงทะเลผัดต้นหอม’ จานเด็ดที่เชื่อว่าทานแล้วบำรุงสุขภาพของทางซานตง ก็ต้องใช้แรงคนช่วยกันดำดิ่งหาตามพื้นทรายเช่นกัน คนโบราณช่างสรรหา และพิถีพิถันเรื่องอาหารการกินอย่างยิ่งยวด และภูมิปัญญาเหล่านั้นก็ได้สืบทอดอาชีพและวัฒนธรรมการกินมาจนรุ่นลูกรุ่นหลาน

      “ปกติแล้วพวกพี่ที่ออกทะเลกันบ่อยๆ นอกจากปลาจะได้ทานอะไรบ้างเจ้าคะ?” เข้าสู่ช่วงรายการเปิดใจ หลังเจ้าของร่างเน่งน้อยนั่งมองคลื่นลมจนเบื่อแล้ว
      “นอกจากปลา? เฮะๆ ก็ไม่มีตัวเลือกมากนักหรอกแม่หนู ก็พวกกุ้ง หอยแล้วแต่ว่าเรือที่ปล้นขนสินค้าอะไรมาบ้าง ถ้ามีพวกแป้งก็ดีหน่อยอาจได้กินหมั่นโถวกันบ้าง” พี่เข้มนั่งสูบยาอยู่ไม่ไกล อาสาตอบพลางสะกิดพรรคพวกที่เริ่มผล็อยหลับจากความเพลีย “เฮ้ย! ไปนอนข้างในเดี๋ยวลูกพี่เห็นก็ไล่ไปเป็นเหยื่อฉลามพอดี!”
      “ฉลามคืออัลไล… ใช่ตัวที่เอามาทำหูฉลามน้ำแดงไหมเจ้าคะ?” ปกตินางเห็นแค่ชิ้นส่วนถูกชำแหละมาแล้วไม่ยักกะเคยเจอตัว
      “ใช่ๆ เจ้าปลาฟันแหลมพันธุ์กินเนื้อน่ะหูมันขายได้ราคาดี แต่เนื้อส่วนอื่นกินไม่อร่อยฉุนอย่างกับฉี่จนต้องทิ้งอย่างเดียว” พี่บอกช่วยเสริมก่อนมองพี่ล่ำเดินเข้าไปนอนใต้ท้องเรือ
       หลิงหลานได้ข้อสรุปก็พลันพยักหน้าหงึกๆ ‘คือปล้นอะไรได้ก็กินอย่างนั้นสินะ….’ เนตรกวางกระพริบปริบๆ พวกเขาช่างกินง่ายอยู่ง่ายกันดีแท้แบบนี้เหลาภัตตาคารคงขายโจรสลัดลำบาก

         “คลื่นลมสงบดีจังเลยน้า.. แบบนี้ก็ไม่มีหมึกยักษ์ให้กินแล้วสิเจ้าคะ” ตอนนี้ก็เที่ยงวันหัวหน้าโจรบอกเรือลำนี้จะถึงชายฝั่งเกาะบูรพาไม่เกินเย็น… ตอนนี้หญิงสาวพอจะมองเห็นแผ่นดินอยู่ลิบๆ สำหรับสินค้าชั้นเลิศที่รอเวลาประมูลขายอย่างนางสมควรคิดอ่านเผื่อตัวเองในอนาคตได้แล้วมั้ง ว่าแต่คิดไปแล้วได้อะไรล่ะ... ? จะสินค้าชั้นรองหรือชั้นเลิศมีเจ้านายก็ไม่พ้นเป็นทาสอยู่ดีนี่นา
        "มันไม่มาให้เรากินทุกวันหรอกแบบนั้นได้สูญพันธุ์พอดี ฮ่าๆๆ" ลุกเรือพากันหัวเพราะผสมโรงบอกกับนางอย่างมีน้ำใจว่า หากชอบก็เอาส่วนที่หมักไว้ไปด้วยได้น่าจะพอกินอีกหลายเดือน
        ‘เป็นไปได้อย่างน้อยก็ขอให้โชคช่วยเจอเจ้านายใจดีล่ะนะ... ’ สตรีในชุดกระโปรงฟ้าที่ไม่ได้อาบน้ำสระผมมาหลายวันนั่งกอดเข่าตัวเอง สายตามองผิวน้ำทะเลใสครามถอนหายใจพร้อมสลัดความคิดในหัว นางไม่ใช่หลิงเฮ่าแถมบันทึกการเดินทางก็ไ่ระบุคู่มือ ‘ว่าด้วยอาชีพนางทาส’ ไว้ หนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไรก็สุดแต่โชคชะตาก็แล้วกัน ริมฝีปากน้อยเริ่มร้องเพลงอย่างหาอะไรทำ… อย่างน้อยวันนี้ยังไม่มีใครรำคาญเสียงของนาง
   
沧海碧波,苍茫沙漠
คลื่นทะเลสีเขียวมรกต ทะเลทรายกว้างใหญ่
cānghǎi bìbō  cāngmáng shāmò

阻岁月消磨
กีดขวางการขจัดสิ้นของกาลเวลา
zǔ suìyuè xiāomó

长剑在握,回忆斑驳
กุมกระบี่ไว้ ความทรงจำประทับแต่งแต้ม
cháng jiàn zàiwò huíyì bānbó

解命运的锁
คลายกุญแจของโชคชะตา
jiě mìngyùn de suǒ

天地悠悠,借一杯酒
ฟ้าดินไพศาล ยกจอกสุราหนึ่งจอก
tiāndì yōuyōu jiè yībēi jiǔ

抵挡这红尘的狂流
หยุดยั้งคลื่นมรสุมที่ถาโถมของโลกมนุษย์
dǐdǎng zhè hóngchén de kuáng liú

就算以后,白云苍狗
แม้ว่าภายหลัง จะแปรเปลี่ยนมหาศาล
jiùsuàn yǐhòu báiyúncānggǒu

不回头
ก็จะไม่หันกลับ
bù huítóu




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-1-13 19:03:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-1-13 22:40:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด

♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
ลำนำปักษาคลั่งแค้น
870
การประลองเหนือผาวีรชน

        ระหว่างอยู่บนเรือคือช่วงเวลาในการเตรียมตัว เพื่อไม่ให้เป็นการ ‘เอาเปรียบ’ ฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป การโจมตีระยะไกลอย่างเกาฑัณฑ์ดับตะวันและศาตราธนูคำฟ้าจะไม่ถูกจ้าวเกาะบูรพานำมาใช้ บุรุษในภูษาผ้าคลุมแดงเลือดนกปักลายหงสาสีทองนำดาบเปลวอัคคีออกมาเช็ด บรรยากาศรอบตัวพลันเปี่ยมไปด้วยไอสังหารจนผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้  เว้นก็แต่จวินชังอี้คอยรายงานความเป็นไปอย่างเคยชิน

         “นายท่าน.. เจ้าเด็กว่านเถียนเมื่อสิบปีก่อนอาจมิใช่คู่มือท่านก็จริง แต่ระยะเวลาล่วงเลยมาเหล็กกล้าก็ย่อมถูกลับคมอย่าได้ประมาท…”

         “...อืม” ชางหยูตอบเพียงสั้นๆ ตนเคยประมาทศัตรูที่ไหน? แม้ล้างหน้าเอาคราบเลือดออกแล้วกลิ่นอายฆ่าฟันบนตัวเขายังคงเข้มข้น จังหวะนั้นดวงตาคมปลาบจ้องไปยังเจ้าสิ่งมีชีวิตสีเงิน ที่ไม่รู้จักรักษาแผลรออยู่ในหลุมดีๆ วิ่งโร่ไปกลางสนามรบ ‘ข้าเฆี่ยนเบาไปสินะ...’ ราชครูจวินเห็นท่าทีของเจ้านายคล้ายหงุดหงิดก็ส่งเสียงเป็นสัญญาณ “เสี่ยวยาโถว… รีบมาทางนี้”

         หลิงหลานกำลังรินน้ำชาให้สี่ผู้เฒ่าอยู่ได้ยินเสียงเรียกหาก็เงยหน้าขึ้น ปะทะเข้ากับเนตรสีอัคคีราวกับตำหนิตนอยู่ ร่างน้อยพลันก้าวขาไม่ออก… นางทราบว่าตนเองมีความผิดไม่ได้อยู่ในที่หลบภัยแต่หากความจำยังดีอยู่ ตอนนั้นอีกฝ่ายแค่ลงแส้แล้วจากไปนี่นา หญิงสาวเดินก้มหน้าเข้าไปด้านข้างผู้เป็นนาย มือหน้ายังคงบรรจงใช้ผ้าสะอาดเช็ดลงด้ามดาบ ประกายความคมกริบแววออกสะท้อนเงาของทั้งสองเกิดภาพตัด

         “ออกมาเพ่นพ่านอะไรแถวนี้... เอาสุรามา….”

        หลิงหลานพยักหน้านำถุงหนังส่งให้เขา ไกลๆ เหมือนหลบเสือดุ ชางหยูมือนึงวางผ้าลงแล้วตวัดดาบปาดผ่านข้างตัวดรุณีน้อย มีริ้วระยับของเส้นผมสีเงินที่ถูกหั่นปลิวตามลมสามสี่เส้น คมดาบถูกวางลงที่ไหล่ของหลิงหลานนางคุกเข่านั่งนิ่ง… เสียงพูดคุยบนเรือพลันสงบลงต่างหันมามองที่ทั้งสองเป็นตาเดียว เซวียนหยวนอี้เฟยปลายนิ้วกระตุกเกิดความกลางวลขึ้นบางประการ พลางคิดว่า ‘เรื่องพึ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วยาม… เป็นไปไม่ได้ที่ชางหยูจะรับรู้เรื่องราวไวขนาดนี้”

        “ข้าถามว่า… เจ้าออกมาเพ่นพ่านทำอะไร” น้ำเสียงเย็นชาแฝงแววไม่พอใจ

        ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อยก่อนเอ่ย “หลิงหลานมาเพื่อปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ...”

        ‘เข้าใจตอบดีนี่… ’ ชางหยูหยักรอยยิ้มมุมปากอันที่จริงแค่ลองทดสอบนางดูเท่านั้น ปฎิกิริยานิ่งขึ้นนับว่าใช้ได้ ตนยังมีการประลองต้องไปสะสาง ยังไม่มีเวลามาเล่นกับสตรีผมเงินตอนนี้หรอก คลื่นน้ำที่ซัดลำเรือแรงขึ้นทุกทีแค่ผู้คนเงยหน้าขึ้นก็สามารถเห็นแถวผาวีรชนสีดำทึบ ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้วชางหยูลุกขึ้นยืนดึงแขนอีกฝ่ายเข้ามากักไว้ในเงาของตนเอง “งั้นก็อวยพรชัยชนะให้ข้าสิ จำไว้จงอย่าละสายตาเป็นอันขาด…”

         สิ้นคำด้วยความรวดเร็วบุรุษจ้าวเกาะเชยคางนางขึ้นมาจุมพิตก่อนใช้วิชาตัวเบาหมุนกายทะยานลงจากลำเรือไป หลิงหลานวิ่งตามไปที่กาบเรือเขห็นย่างก้าวเหนื้อผิวน้ำระยะเวลาเพียงอิดใจเงาสีแดงก็ไต่ระดับขึ้นตามขั้นบันไดผา ด้านอูยาเองก็เดินทางขึ้นสู่พื้นที่แอ่งกะทะด้วยวิธีเดียวกัน

         โดยไม่ต้องมีการประกาศนามบุรุษทั้งสองยืนอยู่ใจกลางแผ่งกะทะ ไร้ต้นไม้ใบหญ้าแสงตะวันแห่งอรุณแรกกำลังผุดขึ้นบูรพาทิศ เงาเหลื่อมล้ำเป็นเส้นกั้นให้ทั้งสองฝ่ายหนึ่งอร่ามเรืองรองใต้แสงทอง อีกฝ่ายทำมึนด้วยเสื้อคลุมขนนกดำพร้อมดาบใหญ่ในมือราวกับเงาจุติของเทพศสงคราม เสียงอูยากึกก้องไปเท่าหุบผาแฝงทั้งพละกำลังและความแค้นฝังลึกกระดูก

         “ไอ้สารเลวจูเชว่ชางหยูในที่สุดก็มาถึงวันนี้…!! ข้า อูยาว่านเถียน ในนามของวิญญาณพี่น้องที่ตกตายใต้เงื้อมมือเจ้า ทั้งบุรุษ สตรี ผู้เฒ่าหรือแม้แต่ทารก!! บรรพชนแห่งอูยาโปรรับรู้เป็นกำลังให้แก่ข้าล้างหนี้เลือดในวันนี้!!”

        บุรุษผมแดงไม่สนใจดาบที่ชี้มายังตนเองยืนนิ่งกล่าว “ชีวิตของพี่หญิงเหลยจู คิดหรอว่าแค่ฆ่าพวกเจ้าทั้งเผ่าทิ้งจะเอามาชดใช้ได้?? ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจาย...จะแลกก็เข้ามา”

         ว่านเถียนขบกรามเป็นฝ่ายพุ่งเข้าโจมตีก่อน ดาบกราดพิภพยังคงดุดันแม้ท่าเริ่มตวัดเหวี่ยงแต่ละครั้งลงพื้นทีบดหินจนเป็นผง เสียงตึงตังดังขึ้นเป็นระยะเหล่าผู้อยุ่บนเรือคอยลุ้นอย่างใจระทึก เกิดพวยควันตามทุกที่เมื่อดาบใหญ่นั้นฝังลงไป “ข้าจะอาบเลือดเจ้าต่างน้ำ!!”

         “เออ!! พล่ามจบสักทีมีปัญญาก็เข้ามา!!” ชางหยูหมุนกายหลบหลีกได้อย่างง่ายดายอาวุธและทางดาบอีกฝ่ายตนเคยกรำศึกมากับอูยาทั้งโครตเหง้าทำไม่จะไม่คุ้นชิน หลับตายังสามารถก้าวขาหลบได้สบายๆ ชายเสื้อคลุมสะบัดฉับแทนที่จะต้านตรงๆเขาเลือกออมแรงแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายพุ่งเข้าจู่โจมจนเหนื่อยไปเอง “ให้เวลาสิบปี... ยังไม่รู้จักพัฒนาสมกับเป็นไอ้ขี้แพ้อยู่วันยังค่ำ!! หนนี้เป็นดวงตาอีกข้างเลยดีไหม?”

        การยั่วยุเหมือนจะได้ผล ว่านเถียนเปลี่ยนทิศทางฉับพลันหลังพลาดเปล่าก็อาศัยแกนดาบเหวี่ยงตัวครึ่งวงกลมตวัดขาเตะอีกฝ่าย จ้าวเกาะเอนหลังหลับฉากจังหวะนั้นอูยาปล่อยกริชสั้นพร้อมกันสามเล่ม โจมตีฐานยืนอีกฝ่าย “เอานี่ไปกิน!!”

        เงาร่างสีแดงตวัดดาบรับเล่มแรกหมุนกายหลบเล่มสอง ส่วนเล่มสามใช้ฝักด้าบยืมแรงส่งดีดสะท้อนกลับไป จังหวะอีกฝ่ายหลบกริชย้อนศรทันเห็นเงาสีแดงพุ่งวาบตามติดกำปั้นลุ่นๆเสยเข้าใต้คาง อูยาขัดศอกต้านก็โดนเหวี่ยงตัวเข่าลอยเข้ากกหูเสียหลักกระเด็นไป

         “....ฝีมือแค่นี้ยังคิดเอาชีวิตข้า หึ! ไม่เจียมสังขาร”

         “ฆาตกรอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาดูหมิ่นข้า ย๊ากกก!!!”

         มือยังคงกำดาบมั่นเหวี่ยงตวัดซ้ายขวาโดยเร็วเสียงอากาศวูบหวู ผู้ชมบนเรื่องหวาดเสียวแทนจ้าวเกาะหากโดนแค่ไอปราณยังไม่แน่ว่าเลือดพุ่งได้แผล ชางหยูใช่วิชาตัวเบาเคลื่อนเท้าถอยหลังไปเรื่อยๆ จนกะช่วงอีกหนึ่งดาบยักษ์สับลงมาติดขอบผาแล้วยืนเป็นเป้านิ่ง อูยาเห็นได้จังหวะต้อนอีกฝ่ายจนมุมก็หัวร่อเตรียมทุ่มกำลังซัดโดยแรง จังหวะนั้นชางหยูเบนสายตาขึ้นจิตสังหารเข้มข้นไปทั่วทั้งตัว หยักรอยยิ้มมุมปากดุจมารในคราบมนุษย์

         “รอชมตั้งนาน… กบฎเช่นเจ้าที่แท้ก็มีแค่นี้”

เคร้ง!!

         เสี้ยวจังหวะดาบใหญ่เหวี่ยงลงใกล้กลุ่มผมสีแดงฉานคลื่นความร้อนสายหนึ่งแผ่ไปทั่วบริเวณ คนบนเรือทันเห็นประกายวาบสีขาวเป็นสี่ทิศจัตุรัส ดาบใหญ่ถูกเบี่ยงเข้าไปติดในซอกผาว่านเถียนรู้สึกปวดแปลบที่ข้อมือจำต้องปล่อยอาวุธ ถอยฉากกระโดดออกห่างชางหยูไล่ตามติดด้วยท่าสกุนาละฟ้า ทะยานพุ่งไปด้านหน้าฟันดาบสลับซ้ายขวารุกต้อนกลับ เสียงเคร้งดังขึ้นว่านเถียนไขว้มีดสั้นต้านดาบเอาไว้ มิเช่นนั้นเมื่อครู่เขาคงโดนผ่าร่างไปแล้ว

          “...ของดีไว้ใช้ตอนท้าย!!” โคจรลมปราณกระแทกอีกฝ่ายกลับชางหยูถอยออกทันลดทอนแรงไปกึ่งหนึ่ง ฝีเท้าจ้าวเกาะยังมั่นคงลมหายใจสม่ำเสมอ ทั้งคู่เข้าพัวพันต้านปะทะเสมือนเสียงคลื่นที่ซัดแรงอยุ่ใต้ผาวีรชน หลิงหลานเริ่มมองตามไม่ทันจนต้องเดินลมปราณขึ้นมาที่ดวงตาเดาเอาว่าช่วยให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น(?)

รีโนด้านบน


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ข่านแห่งไต้หวัน: จูเชว่ ชางหยู เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2019-1-13 22:59
คุณได้รับ +5 ความโหด โพสต์ 2019-1-13 22:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -96 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -96 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-1-15 23:48:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-1-16 14:10


♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
ลำนำปักษาคลั่งแค้น
871
สยายปีกครั้งสุดท้าย
        ในบรรดาท่านชายเผ่าจูเชว่ที่ผ่านมาล้วนเต็มไปด้วยยอดฝีมือที่เจนจัดการรบ ให้กำเนิดเคล็ดวิชาสร้างอัตลักษณ์ของตนเองเพื่อให้ศัตรูจับทางไม่ได้ ในลำดับที่ห้าจูเชว่ชางหยู จัดว่าโดดเด่นเป็นที่สุด เหล่าพี่ชายจะเก่งกาจแค่ไหนก็มักมีอาวุธคู่มือเพียงอย่างเดียว สำหรับเขาแล้วการแปรสิ่งที่ฉวยได้มาใช้พิฆาตประหารคู่ต่อสู้ ไร้อาวุธก็ยังยืนหยัดได้ นั่นล่ะ คือสุดยอดวิชา ชางหยูศึกษาดัดแปลงแนวทองการใช้ดาบของหลากชนเผ่ามานานปี เห็นท่าเท้าที่ว่านเถียนใช้ก็เดาการเคลื่อนไหวได้ไม่ยาก

ตึง!!! ย๊ากกก!!

         ดาบสะบั้นพิภพต้องพึ่งพละกำลังของผู้ถือ เกรี้ยวกราดดุดันใช้แรงเข้าปะทะพิชิตยิ่งขยับเคลื่อนไหวพลิกแพลงมากก็ยิ่งกินพลังงาน เหมาะสำหรับการตะลุมบอนในศึกสงครามที่ศัตรูอยู่รอบตัวหวังผลจากการตวัดครั้งเดียวกวาดไพรี สำหรับชางหยูใช้อาวุธเป็นดาบซ่อนคมความคล่องตัวสูงกว่ามาก จับบิดพลิ้วใช้ท่วงท่าล่อหลอกมากมายยื้อเวลาให้อีกฝ่ายหมดแรงไปเอง พวกเขาต่อตีกันนับสิบกระบวนท่าเหล่าผู้อาวุโสบนเรือยังคงจ้องมองเห็นในแอ่งกะทะ เต็มไปด้วยรอยตื้นหนาจากดาบของอูยา ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ

         หลิงหลานจากอาหารหายใจไม่ทั่วท้องก็เริ่มขมวดคิ้วจ้องมองภาพเบื้องหน้า พอดีกับบุรุษผมทองเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างจึงเอ่ยถาม “ปล่อยให้สู้กันเช่นนี้ต่อไปจะดีหรือเจ้าคะ? ต่อให้เป็นใครที่ชนะก็ยังถือเป็นความสูญเสียอยู่ดี?”

         เซวียนหยวนอี้เฟยเข้าใจว่านางไม่คุ้นกับการประลองจึงช่วยแนะ “ผลสรุปค่อนข้างชัดเจนเดิมทีเขาทั้งคู่ยังนับว่าคนละรุ่นกัน อีกอย่างนี่คือสิ่งที่ว่านเถียนร้องขอเอง กฎโบราณบัญญัติขึ้นด้วยเกียรติแห่งนักรบพวกเราเข้าไปแทรกไม่ได้หรอก”

          “ชัดเจน? ท่านอี้หมายถึงอะไร… ดูแล้วสูสีกันมากกว่านะเจ้าคะ”

           “จับทางดาบพลิกทิศดูที่ข้อมือว่านเถียนเมื่อออกดาบยังใช้อารมณ์นำจิตใจไม่นิ่ง อ่านทิศทางง่ายแก้ไขง่าย จ้าวเกาะชำนาญการหลอกล่อในลวงแฝงทางดาบจริงอยู่ทำให้หลบหลีกได้ยาก นั่น… ที่ฟันลงไปไหล่ขวาคือทางดาบจริง”

            “ไหนๆ อ๊าว!! จริงด้วย… สายตาท่านดีมากเลย…”

            หลิงหลานมองตามประกายดาบถูกตวัดรวดเร็วจนวาบเลือน ที่ไหล่ของบุรุษผมเขียวเกิดรอยเลือดขึ้นแดงฉานก็เข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร อุทานในใจว่าร้ายกาจตนทราบเพียงแค่ทั้งคู่ประลองกันสูสี ที่แท้พวกเขาคำนวนผลลัพธ์ออกมาแล้ว เซวียนหยวนอี้เฟยเห็นนางตกตะลึงก็นึกอยากสอบถามบางคำติดที่ว่ามีคนอยู่มากจึงได้แต่เก็บเอาไว้

           ‘เจ้าอยากให้ใครได้ชัยชนะในครั้งนี้? หากสุดท้ายแล้วเป็นชางหยูที่เคราะห์ร้าย เท่ากับว่าเรื่องราวระหว่างพวกเราไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป...’
           ประมุขแต่ละตระกูลมารวมกันเป็นประจักษณ์พยาน บ้างไตร่ตรองอนาคตล่วงหน้ากันไว้เรียบร้อยเหลือก็เพียงยังไม่ได้พูดออกไป รอจนกว่าการประลองจะรู้ผลที่ชัดเจนอีกครั้ง ทว่าในคณะที่พวกเขากำลังนิ่งนอนใจว่าสุดท้ายจ้าวเกาะต้องชนะ ทั้งสองผลัดกันรุกวนเข้าปะทะ ความรวดเร็วสู้ความรวดเร็วกว่าห้าสิบกระบวนท่าบาดแผลบนร่างกายของชายผมเขียวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนฝีเท้าชุ่มไปด้วยเลือด อูยาว่านเถียนกลับเปิดไพ่ตายสุดท้ายออกมา เสียงคำรามกึกก้องหุบผาดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงก่ำดุจโลหิต

           “เจ้าเด็กว่านเถียนไม่รักชีวิตแล้วหรือ!!... นี่เขากล้า!!” ราชครูจวินกำด้ามพัดในมือจนหักครึ่ง ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายเพื่อชัยชนะยอมปลดปล่อยลมปราณในร่างออกมาเพิ่มพูนพละกำลังตนเอง ทว่าทำเช่นนี้ไม่ต่างจากราดน้ำมันลงกองไฟชิงความได้เปรียบเสี้ยวอึดใจ ทว่าผลกระทบที่ตามมาภายหลังอาจสะเทือนไปถึงปราณแท้ ทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายถึงชนะแล้วอดตายอายุขัยเกรงจะไม่ยืนยาว ‘....นอกจากความแค้น เจ้าไม่มีสิ่งอื่นให้อาวรณ์แล้วสินะ’

         คดีพลิกเมื่อว่านเถียนชิงเป้นฝ่ายรุก พละกำลังของเขาเพิ่มพูนถึงขนาดรับดาบได้ตรงๆ ทุกกระบวนท่าจี้เข้าใส่ข้อมือของจ้าวเกาะบูรพา ชางหยูเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนแล้วสบัดคมซ่อนออกมา ดาบทั้งสามลอยหวือเข้าตวัดแขนอีกฝ่ายจนได้เลือดก่อนถูกจับเหวี่ยงออกตรงๆ ผ่านไปอีกหลายกระบวนท่า ว่านเถียนเป้นฝ่ายได้เปรียบปลดอาวุธศัตรูคุ่อาฆาตกระแทกดายพ้นออกห่าง

           ชางหยูขมวดคิ้วเดินลมปราณซัดหนึ่งฝ่ามือร้อนจัดใส่โดยแรง ศัตูพลิกหลบฉับไวดิ่งมีดสั้นแทงเข้าใส่ไล่ขวาของจ้าวเกาะ เสียงคำรามหนักๆ คำหนึ่ง กราดฟาดฝ่ามือซ้ายใส่ทรวงอกเจ้ากบฎอูยา!! ยามคับขันว่านเถียนยกมีกสั้นขึ้นรับแทงเข้าใส่ฝ่ามือ กริชหักสะบั้นเลือดไหลดุจน้ำตก บุรุษผมแดงยกแขนตั้งป้องกันเพลงหมัดที่รัวเข้าใส่จนจุกแปลบที่ท้อง กระอักเลือดไหลซึมมุมปาก ชะงักไปเสี้ยวขณะ

          อูยาเห็นสบโอกาสพุ่งเข้าโถมน้ำหนักลงไปกดอยู่บนตัว รัวต่อยหมัดลุ่นๆให้สมแค้นจนคนบนเรือได้ยินเสียงผั่วะๆ นับสิบ ก่อนคว้ากริชยกขึ้นสูงเตรียมปักลงไปเพื่อยุติทุกสิ่ง “แกคงไม่คิดสินะว่าท้ายสุดจะมีวันนี้… ลงนรกไปซะไอ้ทรราชย์จูเชว่!!”

          ว่านเถียนชะงักค้างรุ้สึกถึงความสั่นจากอีกฝ่ายเข้าใจว่ามันกลัวแต่มิใช่… บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดเผยรอยยิ้มสีแดงฉาน แสยะอยู่คล้ายขำขันเสียเต็มประดา แทนที่จะได้ยินเสียงอ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างที่นึกไว้อูยากลับพบว่าศัตรูของเขากำลังยิ้มอยู่ “แก!! หัวเราะหาอะไรวะ!!”

           “หึ… อึก!! ฮะๆๆ… เอาเลยสิมัวทำอะไรอยู่ แค่กๆ” เสี้ยวระหว่างความเป็นความตาย ว่านเถียนเสียจังหวะแล้วก่อนคมกริชอยู่ห่างจากผิวเนื้อแค่คืบ บุรุษเจ้าวเกาะรวบร่วมเรี่ยวแรงเดินลมปราณทั่วร่างซัดฝ่ามือคู่ผลักออกโดยแรง การโจมตีนั้นแฝงพลังแท้จริงเต็มสิบส่วนซี่โครงถึงกับยุบลงไป หากมิใช่อีกฝ่ายระเบิดปราณคุ้มร่างเกรงว่าแหลกเหลวไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น เขาผุดลุกขึ้นยืนสภาพซัดเซก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายที่สำลักออกมาเป็นเลือด

           “เจ้าควรสังหารข้าซะ… ตอนที่ยังมีโอกาส…เพราะแบบนี้ถึงเป็นได้แค่ 'ไอ้ขี้แพ้' ตลอดไป หึ!!!”

‘ไอ้ลูกกาบัดซบ!! เลี้ยงไม่เชื่องก็ไปอยู่กับครอบครัวของแกไป๊!!’

           หนึ่งฝ่าเท้าถองถีบเข้าใส่หน้ากากอัญมณีหลุดกระเด็นออก ร่างของบุรุษในชุดขนกาลอยสูงเหมือนว่าวสายป่านขาด ดำดิ่งลงสู่โขดหินร้อยพันคลื่นที่กระหน่ำโถมเบื้องล่างผา ถูกม้วนกลืนเอาร่างจนหายไปจากสายตาของทุกคน เจ้าเกาะมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างเย็นชาปาดเลือดมุมปากสำลักออกอีกคราก็ล้มลงด้วยสติดับวูบ เหล่าคนบนเรือค่อบพบว่าพวกตนนั่งกันไม่ติดที่จากเหตุการณ์ดุเดือดเมื่อครู่ หันไปทางเรือหลักเป็นตาเดียว

           ผลลัพธ์ชัดเจนคาตาผู้เฒ่าทั้งสี่พยักหน้าให้ผู้อาวุโสกัวเหยาเป็นคนประกาษ “การประลองครั้งนี้จ้าวเกาะจูเชว่เป็นฝ่ายชนะ ลูกหลานทั้งหลายจงเป็นพยานความแค้นทั้งสองเผ่าได้สิ้นสุดลงแล้ว ณ ผาวีรชน”

            มีสองร่างพุ่งไปก่อนคำประกาศจะสิ้นสุดเสียอีก หนึ่งคือราชครู่จวินด้วยเป็นห่วงนายเหนือหัว อีกร่างคือเงาสีเงินเผื่อว่ายาที่ตนมีอาจสามารถใช้ช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ เซวียนหยวนอี้เฟยพึ่งทราบเอาตอนนี้ล่ะว่าหลิงหลาน… ดูบอบบางขนาดนั้นกลับมีวิชาตัวเบาขั้นสูงทะยานขึ้นไปบนผาได้ไวพอๆ กับจวินชังอี้ ‘นึกไม่ถึงว่าวิชาตัวเบานางจะล้ำเลิศยิ่งกว่า ข้ายังเพียงขั้นกลาง… ตกลงว่านางมีอีกกี่อย่างที่ปกปิดเอาไว้กันนะ’




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 คุณธรรม +3 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2019-1-16 14:44

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ความหิว -84 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -84 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-2-8 20:36:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด

♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
เพลิงอัคคีผลาญจันทร์
936
{ กล่อมไข่ทอง }
ห่มผ้าโอละเห่กล่อม


วิญญาณเป็นเพียงหนึ่งชีวิตหลังความตายใต้อาณัติสวรรค์
เราจะจับมือกันข้ามแม่น้ำอีกครา
แสงจันทราไม่ปลุกข้าจากภาพความฝัน
จะติดตามท่านเพียงเพื่อได้พบพานกันอีกครั้ง


         ล่องเรือออกจากท่าไทเปอำลาดินแดนไต้หวัน เกาะเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์มาได้ร่วมสองชั่วยาม ขณะที่หลิงหลานกำลังเคลิ้มหลับหนที่สอง เสียงเหล่าลูกเรื่องเคลื่อนไหวกันตึงตังก็ปลุกจนนางตื่นขึ้น เด็กๆ หลับลึกซุกอกมารดาปอยผมสีเงินกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของพวกเขา หลิงหลานค่อยๆ แกะนิ้วเล็กออกจากผมนาง จุมพิตลงไปบนแก้มของเด็กทั้งสองก่อนเยี่ยมหน้าออกจากหน้าต่าง

        ทันเห็นแค่เงามืดที่วูบไหว บุรุษผมทองคว้าร่างนางกลับเข้ามาในห้อง “อย่าพึ่งออกไปด้านนอกมีกลไก อุ๊ค!!”

        “กลไกหรือ? ท่านหมายถึง.. ในทะเลมีกลไกได้อย่างไร?” ถูกรั้งกลับเข้ากระทันหันทำนางเสียหลักถองศอกเข้ากับท้องเขา เซซ๊่ยนหยวนอี้เฟยเม้มริมฝีปากไม่ทันเกร็งปราณรับเลยค่อนข้างจุก นางสีหน้างุนงงค่อยรีบขอโทษขอโพย “ไม่ทันระวังขออภัยด้วย เจ็บมากไหมเจ้าคะท่านอาจารย์?”

        ‘เจ็บมากกว่าคือคำที่เจ้าเรียกขานข้าว่าอาจารย์!’ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน หันไปเห็นเด็กทั้งสองยังคงหลับปุ๋ยก้นโด่งอย่างน่ารักก็โล่งใจ จูงนางลงนั่งที่โต๊ะกลับอธิบายว่า “ตอนนี้พวกเรามาถึงช่องแคบปีศาจแล้ว ไต้ก๋งกำลังผ่านเขตแดนกลไก...อันที่จริง ของอันตรายพวกนี้บรรพชนสร้างไว้ก็เพื่อปกป้องลูกหลานจากภัยรุกรานภายนอก”

         ‘เขาพูดถึงอะไร? ช่องแคบปีศาจหรอ… เอเหมือนเคยได้ยินนะ’ ผ่านไปห้าปีนับแต่ถูกกลุ่มโจรสลัดของลี่คุนให้ตั๋ว ‘เที่ยวฟรี ไต้หวันxxปีxxเดือน’ หลิงหลานเคยผ่านช่องแคบที่เต็มไปด้วยหินและความมืดมิดนี้เพียงสองหน ใช้เวลาอยู่นานค่อยนึกออกว่าเป็นสถานที่เดียวกับที่นางเคยหวานแหแล้วได้โครงกระดูกนับพันนั่นเอง

         “อ่อ… แนวเขตแดนป้องกันตัวเองสินะเจ้าคะ” แน่ใจนะว่าไม่ใช่ค่ายกลเชือดคนน่ะ?

        “ใช่แล้วล่ะ อย่างพวกนกเหล็กที่บังคับด้วยเส้นลวด กลไกพ่นน้ำมันพ่นไฟและโคลน พวกนี้มักทำหน้าที่ตอนมีเป้าหมายแล่นผ่านจุดหนึ่ง กลไกป้องกันตัวเองจะทำงานเฉพาะโจรสลัดที่เก่งกาจหรือลูกหลานที่ทราบวิธีหลบเลี่ยงจึงจะรอด”

       ดรุณีหน้าหวานหัวคิ้วกระตุกหงึก ทำไมรุ้สึกถึงนี่คือภาพจำลองของหมาเฝ้าบ้าน?? ในรูปสถานที่??
        
      “อ้อ แต่พวกเราเป็นกลุ่มขาออกไม่ใช่ขาเข้า.. อันตรายไม่มากเท่าไรอย่ากังวลเลย” อีกฝ่ายอธิบายเหมือนเลือกซื้อผักในตลาด อ้าปากก็เครื่องเฉือนเนื้อ ขยับอีกทีก็โม่หินบดกระดูก สีหน้าสุภาพอบอุ่นขัดกับว่าจาที่กล่าวทำเอาหลิงหลานขนลุกขนพอง

       “ข้าว่า… ข้าไปนอนเอาแรงอีกสักงีบดีกว่าเจ้าค่ะ” นางลุกไปด้วยความเร็วชนิดเผ่นหนี ไม่สนใจเสียงอึกทึกด้านนอก หย่อนตัวเองลงระหว่างขอบเตียงและลุกทั้งสอง พอดีกับนำเหยากวงออกมาวางไว้ที่หัวเตียง “ไม่ต้องกลัวนะไข่น้อย… พี่น้องเจ้าอยู่นี้แล้ว อาเหนียงอยู่นี่แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ทุกสิ่ง...และทุกอย่าง”

       เสียงหวานเริ่มร่ายบทลำนำ ดุจจะกลบความอึกทึกด้านนอกห้องบางครั้งมีเปลวไฟไหววาบ แดงฉาน… มือของนางสั่นเทาลูบเปลือกไข่ไปเรื่อยๆ บางทีก็ก้มลงห่มผ้าให้ลูกทั้งสอง ‘เป็นไข่จะหนาวไหมนะ?’ หลิงหลานคิดอยู่ครุ่หนึ่งแล้วเอาผ้าห่มโปะลงไปบนไข่อีกชั้น เซวียนหยวนอี้เฟยเลิกคิ้วขึ้นทันทีกับการกระทำของนาง แต่ก็มิได้พูดอะไรลอบขำในใจเงียบๆ 'ตัวโง่งม...ใครที่ไหนเขาห่มผ้าให้ไข่กัน??'

"ถ้าไม่โดนลมพัดให้เคลื่อนไหว น้ำก็จะไม่เกิดคลื่น
ถ้าไม่ถูกสภาพแวดล้อมภายนอกทำให้ไหวติง ใจก็จะตั้งมั่น"





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-8 23:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -21 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -21 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-5-24 00:46

ขึ้นไปด้านบน