เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } วัดไป๋หม่า | 白馬寺

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-9-21 20:55:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-9-21 21:14

ดอกไม้งามที่พึ่งผุด 126
อีเว้นท์วันพระ


        อิงฮวาน้อยเดินเตาะแตะตากลมตามทางหลังจากอิ่มเอมบุญบารมีที่ได้ไปนั่งฟังเทศนาจากธรรมรักษ์ไต้ซือ "ว่านจื่อน้อย ข้าก็พอมีขนมเหลืออยู่นะ แบ่งกันกินอ่ะเปล่า" แบมือที่มีขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่จำนวนนึง บริจาคปัจจัยใจทั้งอาหารผลไม้ เอาตามตรงป่ะของทุกอย่างที่เอาไปบริจาคก็ไม่ใช่ของของนางหรอกนะ ให้ทายของใครเอ่ย...ใช่แล้ว!!!

          ของคุณชายหวงไง ถามเองตอบเองฟิวส์เล่นเก็ตมุกอ่ะเข้าใจไหม นัยน์ตาหวานเชื่อมหันเหลียวมองเจอคนคุ้นหน้าคาตา "เฮ้ ใช่พี่สาวหลาน...หรือเปล่านะ" ด้วยความที่งานบุญคนเยอะแยะยั้วเยี้ย จึงไม่ค่อยจะมั่นใจแจ้ในซะเท่าไหร่ ถ้าเดินไปทักจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บกลับมาเปล่าหว่า จึงได้แต่แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แอบส่งสายตาให้นิดๆ กลิ่นกายดอกอิงฮวาหอมระรื่นอ่อน อุตส่าห์ลงทุนแช่น้ำขัดผิวฉวีวรรณตั้งแต่เช้าตรู่ ถ้าไม่หอมก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

           “เอ๊… คนเยอะจริงๆ ทำเอาเห็นหน้าใครก็คล้ายคนรู้จักไปหมดเลย” เถ้าแก่สาวในอาภรณ์เนื้อดีสีเรียบยกมือป้องดวงตาบังแสงอาทิตย์ นางดูเหมือนดอกบัวขาวในดงพืชพรรณหลากสีดรุณีในกลุ่มผู้ที่มาทำบุญนั้น มีดวงหน้าหนึ่งแววหวานส่งสายตาเปี่ยมมิตรมาให้ นานๆ ทีจะเห็นสาวน้อยในหน้าสดหลิงหลานจึงไม่ค่อยมั่นใจเท่าใด “อิงฮวา? หืม.. จะว่าไปนางเหมือนเคยบอกว่าจะกลับฉางอันหลังงานแต่งข้านี่นา ใช่เปล่านะ?”

           พลหมาด้านข้างยังโต้แย้ง ‘องค์ราชาของข้าน่ะสะอาดมากเฟ้ย!! ถ้าเทียบกับฝูงอีเห็นที่ไม่เคยโดนน้ำเลยทั้งชีวิตน่ะนะ’

          ฝูงชนมากมายต้องการจะเดินเข้าเดินออกเป็นรันเวย์ นี่วัดนะไม่ใช่มาเดินแฟชั่นโชว์ สตรีบางคนแต่งตัวจัดเต็มหน้าตานี่คือแบบว่าแต่งหน้าอย่างกับจะไปเล่นงิ้วที่ไหน ก่อนจะถูกมือปริศนาผลักจนหัวจะทิ่ม เขร้… "นี่!! ใครมาผลักข้าเนี่ย" เสียงหวานโวยวายขึ้น จะไม่ให้พิโรจน์ได้ยังไง หน้าแทบจะคว่ำคะมำ

          "อร้ายยยยย กรี๊ดดดดด" เหมือนยิ่งพูดยิ่งยุโดนใครก็ไม่รู้ดึงผม ผมที่ปล่อยยาวสลวยเป็นปัญหากับสถานการณ์ฮั่นมุงตรงหน้า   

          “โอ้วๆๆ ข้ารับได้แล้วๆๆ หืม...เป็นยังไงบ้างจ้ะยังครบสามสิบสองใช่ไหม?” จู่ๆ ก็มีร่างบางเซถลามาเหมือนลูกนกปีกหัก หลิงหลานเหยียบเท้าปักหลักมั่นรับไว้ได้ทันท่วงทีเมื่ออีกฝ่ายยืนได้ที่ ค่อยเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ใครอื่นแขกน้อยน้องสาวคุรชายหวงที่เคยมาร่วมงานแต่งของตนน่ะเอง

          ว่าแต่ไหงไถลพุ่งหลาวแบบนี้ได้ล่ะ? “อ้าว อิงฮวา? สวัสดีจ้ะเลือกวิธีเปิดตัวได้ปังมากน้องสาว คิกๆ มาทำบุญเหมือนกันหรอไหน มากับใครเอ่ย..”

          น้ำตาแทบจะคลอกระซิกๆแหงนหน้า "โอ้ว...ข้าเกือบจะไม่รอด น่ากลัวมาก งานบุญนี้น่ากลัวจริงๆ" เพิ่งจะผ่านวิกฤตเกือบจะทำเอาหญิงสาวหัวอุ่น "พี่สาวหลานนนนนนนนนนนน!!! ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้" เสียงหวานขานชื่อเรียกสตรีคนสวยผมเงิน ไม่ว่าจะเห็นกี่ทีกี่รอบก็ยังสวยเหมือนเดิม

           ลูบปลอบอย่างเข้าอกเข้าใจ มือของนางวางแปะลงไหล่สั่นสะท้านนั้นคงเสียขวัญมากทีเดียว เหตุการณ์ชนคนล้มเหยียบคนตายในที่ชุลมุนคือเรื่องปกติ

           “อ่า.. งานบุญใหญ่ทั้งทีคงจะมีเรื่อง ‘ไม่คาดฝัน’ ให้ได้ชมกันอีกเยอะเลยล่ะจ้ะ ตรงนี้คนเยอะจริง หวิดจะทับกันตายได้เลยมั้ง หากเรายังไม่รีบกลับไปหาที่เดินเล่นตามประสาสาวสวยรวยมากที่ว่างงานดีไหมจ้ะ?” เถ้าแก่สาวผมเงินกำลังอารมณ์ดีเช้าที่สดใสเช่นนี้มันต้องเม้ามอยกับคนรู้ใจสิ ปิดท้ายด้วยอาหารมื้อใหญ่นะเด็ดสะระตี่

          "อุ้ยพี่หลาน ประสาสาวสวยคงใช่ได้แค่กับท่านแล้วล่ะค่ะ แต่รีบเดินออกจากที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ชาวฮั่นทยอนกันออกเยอะเลย" มือเล็กยกมือขึ้นป้องปาก ขวัญหนีดีฝ่อ ชื่นชอบความงดงามทั้งรูปร่างอรชร ส่วนสงวนหน้าอกหน้าใจที่บะลั่กกักใหญ่มากจ้า หันก้มมองตัวเอง 'ไม่มีเลยเจ้าคะ…'

           หลังจากหัวเราะคิกคักว่าแม่หนูที่น่ารักช่างคล้ายนางเหลือเกิน เหมือนที่สามีชอบพูดว่า ‘เดียงสาจนน่าอ่อนใจ’  ฝ่ายหลิงหลานเป็นผู้นำคล้องแขนอีกฝ่ายหันซ้ายแลขวาแล้วก็ก้าวโลกไปยังเส้นทางปลอดคน ไม่พ้นใช้ปลายนิ้วเชยคางร่างเล็ก “มั่นหน้ามั่นโหนกเข้าไว้น้องสาว คนสวยอย่างเราความมั่นใจมาเป็นอันดับหนึ่งใครจะพูดอย่างไรแค่ปากหอยปากปูเท่านั้น.. เอาล่ะ ไหนดูสิอารามแห่งนี้จะมีที่ ‘ดีๆ’ ให้พวกเราหย่อนใจบ้างไหม”

          "ว่าแต่สามีพี่ไม่มาคุมหรอเจ้าคะ" หันมองซ้ายมองขวาไม่เห็นคุณชายเหยียนลู่ ควงแขนขาวของร่างระหง ชมทัศนียภาพ ตอนนี้มันไม่ได้ร่มรื่น อาจด้วยเพราะว่ามีผู้คนจำนวนมากจึงเป็นสาเหตุให้แอบเซ็งเบาๆ "ข้าก็จะพยายามมั่นหน้ามั่นโหนกมั่นกะโหลกมั่นเบ้านะเจ้าคะ บางทีพวกปากหอยปากปูก็ทำให้รู้สึกว่ามีสีสันมีชีวิตที่มีคนเป็นเอฟซีมาตามติดอ่ะค่ะ พี่ดูท่าจะมีหนุ่มๆมาติดเยอะน่าดู ถ้าไม่ติดว่าแต่งงานมีสามีไปแล้ว หัวกระไดบ้านไม่แห้งแน่ๆ"

          “ดีมาก!! แบบนี้สิสมเป็นน้องสาวของต้าเจี่ย หืม..เจ้าของหมายถึงป้อจายหุ่นแซ่บลืมหัวหงอกที่นอนข้างหมอนข้าสินะ ก็… ต้องปล่อยเขาไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศบ้างอะไรบ้างชีวิตคู่ใช่ว่าต้องมองหน้ากันทุกเวลา ฮ่าๆ สะดวกเราไม่ต้องคอยเอาใจอีกฝ่ายอยากทำอะไรก็ได้ทำ…” เดินต็อกแต้กไปก็เล่าเม้ามอยเรื่องวิชาการคองเรือน 101 ประสาหลานๆ แน่นอนว่าแหวกแหกขนบพอสมควร

            ฟังแล้วอยากเปลี่ยนขำถามแต่นึกขึ้นได้ว่าแถวนี้คงไม่มีใครมาเผือกในเรื่องของชาวเรา หลิงหลานจึงคลี่ยิ้มพิมพ์ใจตบเบาๆ ลงหลังมือของอิงฮวาน้อย “อันที่จริง.. หากมิใช่เพราะเขายอมลงทุนควักหัวใจพิสูจน์ต้าเจี่ยเองก็คงไม่รับปากตกลงง่ายเพียงนี้ บุรุษที่ดีมีมากมายชื่นชมทั้งชาติไม่หวาดไหว เทียบกันแล้วการปลงใจอยู่ร่วมกับบุรุษที่รักเพียงหนึ่งเดียวเสมือนเสียสละอย่างยิ่งยวดเลยล่ะ เฮ้อ…”

          "การมีคู่นี่มันดีใช่ไหม...เฮ้อ ความรักยากนักเข้าใจยาก" พอนึกถึงความรักที่ใดของตัวเองนี่มันก็ช่างสุดแสนจะไร้หนทาง ผู้ชายที่ชอบก็เป็นคนเงียบๆขรึมๆ หมดหวังสิ้นหวังแล้ว พองแก้มเบาลมเบาๆ "เป็นบุรุษที่โรแมนติกน่าดู(?) แล้วควักหัวใจออกมาไม่… ตายเหรอ" จิ้มมือสองข้างสงสัย หาคนเราไร้หัวใจก็เท่ากับตายทั้งเป็น

          ดรุณีผู้พี่คลี่รอยยิ้มเจื่อนยกมือข้างที่ว่างแตะหลังหูตัวเอง เอาล่ะวาเป็นแม่สื่อมาหลายงานแม้แต่พาอนุไปเข้าบ้านพี่ชายของสาวน้อยตรงหน้า บทจะพูดถึงความรักก็ตะขิดตะขวงเล้กน้อย “รัก.. นอกจากทำให้สตรีงดงามเติบโตขึ้นแล้ว ก็ยังทำให้บุรุษเป็นบ้า.. เอ้ย ทำอะไรไม่สมกับเป็นตัวของตนเองเท่าไร อย่างเช่นตบตีกันเหมือนแม่ค้าในตลาดเพื่อแย่งสตรีที่พวกเขาพึ่งใจ”

          "เห็นพี่สาวมีความสุขแล้ว อันที่จริงข้าก็อยากจะลองมีความรู้สึกแบบนั้นบ้างจัง" เอียงคอตาแป๋ว ดูใบหน้าระรื่นของพี่หลานแล้วสามีคงจะดูแลอย่างดี นึกเศร้าปนขำผิดพลาดที่ลงไปแอบชอบเอง เจ็บเองนักเลงพอ

          “....เชื่อข้าเถิด ชีวิตยังอีกยาวไกลอย่าได้ยึดมั่นที่คนเพียงผู้เดียว เมื่อถึงคราวเจ็บปวดจะได้ไม่รุนแรงมากนัก หากคิดจะมีรัก ก็รักอย่างเข้าใจ อยู่บนพื้นฐานของความปล่อยวาง” ผู้ดีๆ เปรียบดั่งดอกเห็ดผุดขึ้นในป่าใหญ่มากมายประปราย เห็ดเน่าก็อย่าไปเอามาทำสาระเลย

        ชายหนุ่มที่จับตามองสตรีตรงหน้ามาพอสมควรแล้ว ก่อนส่งสายตาให้ลูกน้องเข้าไปลวนลามอีกฝ่าย ในขณะที่เขากำลังเอื้อมมือจะจับปั้นท้ายของหญิงสาวผมเงิน ชายหนุ่มพุ่งไปจัดการอีกฝ่าย

        “แม่นางน้อยไม่เป็นอะไรนะขอรับ ข้านามว่า สือหง” ชายหนุ่มแนะนำตัวพลางส่งยิ้มให้สตรีผมเงิน หากลูกน้องสืบข่าวมาไม่ผิด เหมือนว่านางจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนสำคัญที่เขาต้องการตัวอยู่พอดี

         “ขอโทษนะเจ้าคะ....ไม่ทราบท่านเป็นใคร ปกติแล้วข้าไม่มีสหายในเมืองนี้” เรื่องราวเกิดขึ้นเร็วและนางไม่มีตาหลัง อยู่กีกีคนผู้นี้ก็ทำร้ายชาวบ้านด้านข้างก่อนจะโผล่มาแนะนำตัว.. แปลกจริงแปลกจัง มือเล็กกุมน้องสาวเอาไว้แน่นสายตาที่หันชำเลืองมองเจือแววสงสัย

        “ข้าเป็นเพียงคนมาร่วมงานคนหนึ่งขอรับ เห็นแม่นางกำลังจะถูกชายคนนั้นลวนลามเลยเข้ามาช่วย อีกทั้งตอนนี้กำลังหาข่าวคราวน้องชายที่ถูกพวกโจรตามล่า ไม่รู้เขาจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง….” สือหงกล่าวขึ้นพลางถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้ามาก ด้วยเขาเลือกนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตทำให้การแสดงบทเศร้าออกมาได้อย่างดี

         ภายใต้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเร็วมาก ได้แต่อุทานออกมาเพียงหนึ่งประโยค "อิหยังวะ….!?" ในงานบุญเช่นนี้ยังมีคนมากกาม มัวเมาในราคีกล้าลวนลามด้วยเรอะ ".....คือบับ" กำลังตะลึงตึงหน้าอยู่ก็เลยพูดอะไรไม่ค่อยถูกแบบงงงวย หันมองบุรุษผู้ช่วยเหลือพี่สาวหลานยิ้มอย่างเป็นมิตร

          "เอ๊ะ ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือพี่สาวหลานสุดสวยของข้า สวัสดีค่ะข้าอิงฮวานะคะ" ทักทายอย่างเป็นมิตรยิ้มร่าเริงแจ่มใส

         เขาบอกว่ามีคนกำลังจะลวนลามพวกนางใช่ไหมนะ? สาวเจ้าหันมองโฮ่วชื่อที่ติดตามตนอย่างหมาไร้ประโยชน์โดยแท้ ก่อนยิ้มอย่างส่งไม่ตรีและไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นให้กับบุรุษนามสือหง “ช่างเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้านัก… งานบุญครั้งนี้สร้างกุศลใหญ่แม้แต่คนใจร้ายก็ยังไม่แน่ว่าสามารถเปลี่ยนเป็นจิตใจกว้างขวาง เชื่อว่าท่านสือสามารถอาศัยผลบุญหนุนนำตามหาน้องชายได้โดยเร็ววัน ขอบคุณที่ยื่นมือช่วยเหลือพวกเราขอตัวก่อน…”     

        “หากแม่นางทั้งสองได้ยินข่าวคราวน้องชาย ฝากไปแจ้งที่โรงเตี๊ยมชางลั่งถิงด้วยนะขอรับ ข้าเพิ่งเข้าซื้อกิจการที่นั่น… เขามีนามว่า ผานซุ่น สกุลสือ” สือหงกล่าวขึ้นอย่างเศร้า ได้แต่หวังว่าทั้งสองจะได้ยินเบาะแสผานซุ่น

          “อ่อ… หากข้าผ่านไปทางนั้นตามที่ท่านกล่าว ย่อมยินดีช่วยเหลือ” ตอแล่!! ตอแล่!! ผานซุ่นบอกข้าว่าเขาไม่เหลือครอบครัวล้วนโดนสังหารสอ้นแล้วเฟ้ย อยู่ดีๆ จะมีพี่ชายโผล่ขึ้นจากหลุมได้เยี่ยงไร วูบหนึ่งนั้นหลิงหลานกดมุมปากยิ้มจนนัยน์ตาปิดไม่เห็นแวว สะกิดน้องสาว ‘โปรดตามต้าเจี่ยมาที่นี่ไม่ปลอดภัย’

        “เขาหายสาบสูญไปจากสกุลสือหลายปีแล้ว ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง” สือหงกล่าวขึ้นด้วยแววตาสีหน้าเศร้าอย่างแท้จริง ในตอนนั้นที่เขานำคนไปถึงสกุลสือได้แค่จัดการบางพวก แต่ท่านเจ้าบ้านกลับส่งตัวคุณชายน้อยกับของสำคัญหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว ช่างน่าเจ็บใจนัก

          กระพริบตาปริบๆ "เอ่อ...ข้า" เกาหัวงงแต่พยักหน้ารับ 'ผานซุ่น' ถ้าเจอจะไปบอกแล้วกัน แล้วรีบแจ้นสาวเท้าเดินด้วยความเร็ว ตามหลิงหลานไป Go Away...

        ชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวทั้งสองไปดักข้างหน้า “แม่นางน้อยทั้งสอง ข้าเจอพวกท่านเหมือนมีวาสนา ขอข้าเลี้ยงอาหารทั้งสองสักมื้อได้หรือไม่” สือหงกล่าวขึ้นถามแม่นางน้อยทั้งสอง ดูเหมือนจะไม่ผิดแน่ เมื่อเขาพูดถึงผานซุ่น แม่นางหลิงหลานก็มีท่าทีรีบร้อนใจไปจากนี่ทันที แสดงว่านางเกี่ยวข้องกับสกุลสือไม่มากก็น้อย

          ร่างเล็กบอบบางรีบวิ่งเข้าศาลาประหนึ่งกำลังหนีโรคจิตตามตัว คนอะไรวะขนาดเดินหนีมาแล้วแม่งยังตามไอ้ชิบหาย "พี่หลานเขาเป็นโรคจิตหรือเปล่า" หันมากระซิบกระซาบ

        “...น้องสาวคิดเหมือนพี่สาวไหม…” สาวผมเงินจ้องบุรุษตรงหน้าดวงตาปริบๆ อ้ายหมอนี่ชักจะเข้าหาอย่างแปลกๆ ละ เดี่ยวเถอะเล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับตั๋วเจ๊แห่งหอบูรพาทำเนียบ...

         "ถ้าจากที่ข้าประมวลแล้วมันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างไม่แน่เขาอาจจะเป็นพวกวิปริตวิตถารโรคจิตอะไรทำนองนี้ค่ะ!!!" เห็นหน้าตาดีๆหน่อยแต่ทำไมนิสัยแปลกๆแฮะ ฮันแน่

        “หลิงหลาน เจ้ามางานบุญด้วยเหรอ มานั่งก่อนสิ” ท่านข่านเฉินผานที่สังเกตเห็นหญิงสาววิ่งเข้ามาในบริเวณศาลาก่อนเอ่ยปากชวนทั้งสอง

         ‘องค์ราชาาาา นังหนูข้าบอกแล้วว่าองค์ราชาอยู่ที่นี่’ เจ้าหมาป่าอัคคีวิ่งกระดิกหางประหนึ่งหมาบ้านไร้ศักดิ์ศรีนักรบ กระโดดเข้าไปคลุกคลีตีโมงกับเจ้านายเก่า
        ชายหนุ่มเห็นเหมือนพวกเขาเจอคนรู้จักก่อนเดินกลับหันหลังไปก่อน ดูเหมือนต้องให้คนคอยจับตามองแม่นางคนนี้ชะแล้ว ดูจากปฏิกิริยาที่เขาพูดเรื่องสกุลสือ นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้านั่นไม่น้อย

           เห็นท่าทีของโฮ่วชื่อประกอบกับพบคนคุ้นหน้าหลิงหลานกวักมือเรียกอิงฮวามาจัดที่จัดทางนั่งลงด้วยกัน ยังไม่วายหยิบผ้าเช็ดหน้าซับหางตาชื้นๆ เมื่อครู่ “ท่านข่าน.. ดีนักได้พบท่านก่อนจะเกิดเรื่อง ชายเมื่อครู่ช่างน่ากลัวยิ่งนักเขาตามราวีข้ากับน้องสาว ทั้งยังวิ่งมาดักพวกเราไม่ให้ออกจากวัดอีก!!”

         จมูกเล็กๆได้กลิ่นประหลาดคล้ายกลิ่นสาบในศาลา "กลิ่นอะไรกันนะ พี่สาวหลานได้กลิ่นเหมือนข้าไหมเจ้าคะ รุนแรงมาก" ยกมือขึ้นปิดจมูกแล้วจึงหันไปทักทายคนในศาลา "ใช่ๆ เมื่อตะกี้มีคนประหลาดเข้ามายุ่งกับพี่หลานตามติดเหมือนกับผีขอส่วนบุญ"

         “เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอ พวกเจ้าไปเจอคนร้ายหรือโดนล้วงกระเป๋า บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ข่านซูเล่อกล่าวถามด้วยความเป็นห่วงทั้งสองสาว นึกไม่ถึงว่าจะมีพวกคนไม่ดีแฝงตัวมาในงานใหญ่เช่นนี้ด้วย  

           “..เมื่อครู่เหมือนมีคนพยายามลวนลามพวกเราเจ้าค่ะ!! เอ๊ะ.. กลิ่น” สูดจมูกฟุดฟิดตามคำน้องสาว จากทีแรกเนตรกวางรื้นน้ำตาอยู่แล้วสักพักเริ่มขมคอจนนหยาดน้ำปริ่มๆ ขึ้นมาอีกหน

          สุนัขตัวหนึ่งนอนข้างๆ ที่มีแมลงวันบินตอม ด้วยสภาพน่าเวทนา อีกทั้งเพิ่งได้รับอาหารจากท่านข่านไปทานอย่างทีละนิด ด้วยปากของมันก็เป็นแผลเหวะทำให้เคี้ยวอาหารได้อย่างลำบากและกลิ่นมันค่อนข้างแผ่ทั่วบริเวณ

           จมูกดีเลิศเป็นพรสวรรค์ต้องสาป หลบมือหนาที่คล้ายจะลูบปลอบร่างบางโงนเงนเซไปทางเสาศาลาทันที ไม่ไหวขอทรุดแปปกลิ่นมันมาไม่ทันตั้งตัว “อุ๊ก… กลิ่นมันช่าง อึก อั่ก บะบึก บุ๋ง--”

         “เป็นผู้ใดกัน เจ้าไปแจ้งทางการหรือยังให้สืบหาตัวคนร้าย ไม่ควรปล่อยไปแบบนี้ให้เขาไปทำคนอื่นต่อ” ข่านเฉินผานกล่าวถามหญิงสาว ก่อนยกมือลูบศีรษะอีกฝ่ายพร้อมผคองร่างที่ล้มให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความเอ็นดู ไม่นึกว่าจะมีคนกล้าทำอุกอาจเช่นนี้ ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก

          “......ขอยาดม ลาลม ยาหม่อง คร่อก” อะเฮื้อกก ฝากโกเลมข้าด้วย… คิดไปคิดมาหลิงหลานเด้งตัวลุกพรึบเพราะจำได้ว่าสาเหตุที่ตนออกเดินเตร่ ก็คือเมิ่งที่ถูหายไปนี่นา
      
          "ท่านอาจารย์ปัน!!!" พอเห็นคนในศาลาอีกคนดวงตาเบิกโตเล็กน้อย "คารวะท่านอาจารย์" รีบคารวะทันทีที่ได้เห็นอีกคนเดินมาพร้อมกับไต้ซือ
        
         หญิงสาวกับพระกาศยปมาตังคะเดินตามมาติดๆ ถึงที่ศาลา

        “อ้าว สวัสดีอิงฮวา สาวน้อยมาร่วมฟังธรรมด้วยหรือคะ ท่านอาจารย์ท่านนี้มีชื่อในวัดไม่น้อย วันนี้พี่สาวพาท่านข่านมาชมงานในฐานะตัวแทนฮั่น” ปันหยวนลี่ที่เดินมาถึงหลังจากไปเชิญพระกาศยปมาตังคะมาแล้ว

        "เจ้าคะวันนี้เป็นวันพระใหญ่ข้าเลยมาลองร่วมงานดูสักหนึ่งในชีวิตนี้เป็นครั้งแรกที่เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา ตัวแทนชาวฮั่น?" ทำไมอาจาย์ต้องมาเป็นตัวแทนชาวฮั่นด้วย "เอ่อ ข้าขอเสียมารยาทถามหน่อย ท่านข่านที่ว่าคือผู้ใด?" สายตาชิ้งๆไปทางบุรุษที่นั่งอยู่คนเดียวในตอนแรก อย่าบอกนะ

        “ใช่แล้วจ๊ะ ท่านข่านเขามาเป็นทูตศึกษาการเพาะปลูกนาและวิธีเพาะปลูกนาในทะเลทราย ฝ่าบาทได้มีราชโองการให้ปราชญ์ในราชสำนักมากมายมาช่วยกันคิดโครงการนี้ ส่วนข้าได้รับหน้าที่ให้ดูแลท่านข่านพาชมเมืองฉางอัน”

         "ปลูกนาในทะเลทรายไม่ง่ายเลยนะเจ้าคะ ดูเหมือนท่านข่านจะห่วงใยประชาชนของเขามากจริงๆ น่านับถือๆ ข้าเป็นเพียงนักวิชาการถ้ามีความความรู้เหมือนดังท่านอาจารย์บ้างก็คงดีไม่น้อย" ชื่นชอบอาจารย์สาวแววตาเป็นประกาย 'อาจารย์ข้าใครอย่าแตะ'

        “ใช่แล้ว การทำนาในดินแดนรกร้างและเต็มไปด้วยแสงแดดเช่นนั้นนับเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ไม่รู้ว่าโครงการนี้จะทำได้จริงไหม การหยั่งเชิงแค่วัดผลได้สามในสิบส่วน จะสำเร็จหรือไม่คงแล้วแต่วาสนาดินแดนซูเล่อ” ปันหยวนลี่กล่าวตอบอิงฮวาน้อย เป็นงานที่ท้าทายจริงๆ ท่านท่านซูเล่อคงพยายามทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาให้แว่นแคว้นอุดมสมบูรณ์โดยไม่ย่อท้ออุปสรรค

        พระกาศยปมาตังคะเดินไปนั่งก่อนกล่าวทักทายพสกทุกคนด้วยรอยยิ้มฉันท์มิตร “สุนัขตัวนั้นพระในวัดเรียก อาตู่ มันมานอนบาดเจ็บที่ด้านหน้าวัดน่าสงสาร ไม่รู้ใครโหดร้ายทำร้ายมันจนดูไม่เหมือนสุนัขก็ไม่เชิง กลายเป็นราวกับปีศาจ” พระกาศยปมาตังคะกล่าวที่มาที่ไปอาตู่ ด้วยความเวทนาสงสารสัตว์โลก

          “นมัสการพระอาจารย์ สวัสดีทุกท่าน ที่แท้เจ้าตัวนี้ชื่ออาตู่เองหรือ น่าสงสาร.. อึก!! น่าสงสารมากจริงๆ ข้า… จมูกค่อนข้างไวปกติก็ได้กลิ่นไกลและชัดเจนกว่าผู้อื่นนับสิบเท่า จึง..เสียมารยาทไปบ้าง..ง…” หลิงหลานกล่าวเสียงเหมือนตกร่อง มือกลึงขมับเวียนหน้าเวียนหัวหน้ามืดตาลาย พยายามจับคำสนทนาของอิงฮวาและสุภาพสตรีผู้มาใหม่เมื่อยืนอยุ่ไม่ไกลจากท่านข่านเฉินผานแล้ว ‘บุรุษสง่าหญิงทรงภูมิอืมช่างดูสมกันราวกับคุ่กิ่งทองใบหยก สายตาแม่สื่อข้าคงไม่ผิดพลาด…. แบบนี้มาขัดเวลาดีดีของผู้อื่นแล้วสิ บาปกรรมๆ’

        “หลิงหลานเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง ข้าจำได้ครั้งล่าสุดที่เจอเจ้า เจ้าบอกกำลังจะไปสำรวจซากโบราณสถานไม่ใช่เหรอ” ข่านเฉินผานที่เห็นอีกฝ่ายจะจับคู่ก็รีบชิงพูดขึ้น ตนไม่ได้ปรารถนาจะมีความรัก มาแค่เพื่อการทูตและศึกษาโครงการดำนาของชาวฮั่นเท่านั้น

          “ก็ไปมาเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ข้าพาโกเลมมาด้วยนะเสียดายไม่รุ้เมิ่งถูเกินหายไปไหน คลำมือไปตามลำตัวก่อนนะ หาม้วนแผ่นหนังฉบับคัดลองเสร็จแจกเลยทั่วศาลาบันทึกการเดินทางของนางและคณะ “ซากโบราณสถานผานกู่ แต่เดิมเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมโบราณ… ข้ากับคณะรอนแรมไปไกลถึงยูนนานก็เพื่อได้พบเห็นชื่นชมฉากหนึ่งของประวัติศาสตร์สักครั้งในชีวิต คิก.. เสร็จงานใหญ่ก็วันพระใหญ่พอดีเลยอดมาทำบุญเสริมดวงไม่ได้น่ะเจ้าค่ะ แล้วท่านข่านกับพี่สาวท่านนี้... เรียนรู้กันไปถึงไหนแล้ว”

          นางทำสีหน้าเสมือน ‘มีเรื่องน่าสนใจให้อัพเดทบ้างไหม ศึกษาดูใจเอ้ย ดูงานก็ต้องใช้เวลาสินะ’

        “ใช่เจ้าตัวนั้นหรือเปล่าอาหลิง” ข่านเฉินผานชี้ตัวประหลาดที่กำลังเล่นกับอาตู่ด้วยความสงสาร ดูเหมือนเจ้าตัวนั้นมีใจช่วยเหลือ สงสารคนอื่นเหมือนนางไม่มีผิด

         "เกือบลืมเสียไปซะสนิท คารวะท่านข่าน ข้าน้อยอิงฮวาเจ้าค่ะ" ยกมือขึ้นทำความเคารพเกือบจะเสียมารยาทแล้ว อยากจะเขกหัวตัวเองอุ้แง "บันทึกการเดินของพี่สาวหลานสินะ ข้าจะเก็บเอาไว้อ่านตอนว่างๆแล้วกัน ถ้ามันสนุกข้าคงต้องขออนุญาตนำไปเล่าให้พวกเด็กๆที่มาเรียนกับข้าฟังด้วยนะเจ้าคะ" คนตัวเล็กรับม้วนไม้ไผ่จากร่างระหงที่พูดคุยกับข่านซูเล่ออย่างสนิทสนม

        “ไม่ต้องมากพิธีหรอก เวลานี้ข้ามาฉางอันก็เหมือนชาวฮั่นคนหนึ่ง กำลังเที่ยวชมเมืองและร่วมพิธีเหมือนเจ้านั่นแหละ” ข่านเฉินผานยกมือวางลงมืออีกฝ่ายให้เอามือลง

        “ดีเลยจ้ะน้องสาวจินตนาการสำคัญกว่าความรู้นะ”  สตรีผมเงินกล่าวตอบอิงฉวาก่อนมองไปทางด้านหลังศาลา

       “อ่าดูเหมือนจะใช่นะเจ้าคะ… เมิ่งถูเอ้ยจะไปไหนก็บอกกันบ้างสิ” หลิงหลานกระพริบตามองหุ่นหินหน้าตา ‘ใจดี’ ของตน ไม่รุ้ได้วิสัยสมองนุ่มนิ่มนี้มาจากใครกันนะ นางออกจะเหี้ยมหาญและฉลาดเฉลียว...เฮ้อๆๆ ฟังบทสนทนาของท่านข่านกับอิงฮวาแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เขายังเหมือนเดิมไม่ถือตัวแต่ก็ดู..เปี่ยมสเน่ห์ลึกลับบางอย่าง วูบหนึ่งนึกขึ้นได้ถึงความผกผันภาพที่นางเห็นสงครามกลางเมืองซูเล่อ บุรุษตรงหน้าคล้ายว่าจะสูญเสียคนรักไปในตอนนัน้สินะ ‘อืม… ถ้าข้ามองว่าเขาดูดีก็เหมือนจะผิดต่อวีรสตรีที่สูญเสียไปสินะ’

        “อาหลิง นี่ท่านครูปัน ครูหญิงของราชสำนักฮั่น ท่านครูปันนี่หลิงหลาน สตรีที่ซุกซนที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง” ข่านเฉินผานกล่าวแนะนำทั้งสอง

          อ้าว!! มีคนหาเรื่อง แม้จะฟังออกก็เถอะว่าเขากล่าวอย่างเอ็นดู หลิงหลานมีสองทางเลือกหนึ่งคือปฎิเสธไม่ยอมรับและทางเลือกสองคือมั่นหน้าไปเลย “กล่าวชมเกินไปแล้ว ล้วนได้รับการสอนสั่งจากท่านข่านนั่นล่ะเจ้าค่ะ”

        “งั้นเจ้าบอกว่าที่ซุกซนเพราะข้าสอนงั้นรึ” ข่านเฉินผานกล่าวถามหลิงหลาน พลางมองอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู อีกฝ่ายมีความเหมือนน้องสี่ไม่น้อยเลย คิดว่าทั้งสองน่าจะเข้ากันได้ ไว้ว่างๆ ค่อยแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

        “แต่ว่าข้าแม่นางหลิงหลานเป็นหญิงสาวที่งดงามไม่น้อยนะคะ ไม่เห็นซุกซนตรงไหนเลย เพียงดูแก่นๆ ไปหน่อย แต่เพราะความแก่นแบบนี้แหละที่ทำให้ข้ากล้ามาจนถึงจุดนี้” อาจารย์ปันกล่าวทักทายแม่นางหลิงหลานด้วยรอยยิ้ม นางดูเหมือนตนเองสมัยก่อนไม่น้อยเลย

         พนักหน้าแล้วรุ้สึกว่าไม่ถูกต้องจึงส่ายหน้า.. แต่แล้วใบหน้าหวานพยักหน้าอีก “หลิงหลานขายหน้าต่อท่านอาจารย์หญิงปันแล้ว ชมกันเช่นนี้มิกล้ารับประเดี๋ยวเสื่อมเสียต่อเหล่าคุณหนูในฉางอันเปล่าๆ ปกติมีแต่คนบอกว่าตัวข้า ‘งามเสียของ’ อันที่จริงคำว่าเด็กสาวจะเอาแต่ใจได้ก็ต่อเมื่อมีคนคอยให้ท้ายนะเจ้าคะ”

          แกะน้อยหัวใสกระพริบดวงตาออดอ้อนต่อราชาหมาป่าปริบๆ “จากนี้คงต้องรบกวนเป็นธุระให้ท่านข่าน ‘ให้ท้าย’ ข้าเสียแล้ว คำชมเรื่อง ‘ซุกซน’ จะได้เป็นจริง”

        “ข้าไม่เคยให้ท้ายเจ้าชะหน่อย อาหลิง เจ้าเอาที่ไหนมาพูด ข้าพยายามช่วยสอนเจ้ามาตลอดมากกว่านะ” ข่านเฉินผานกล่าวด้วยความเอ็นดูเด็กสาว ไม่ว่าจะกี่เดือนนางก็ยังคงเหมือนเดิม

          อมลมแก้มป่องหน้ามุ่ยต้องให้พูดจริงหรือได้เลยอย่าเสียใจภายหลังแล้วกัน! “แล้วหนนั้นในถ้ำใครกันยอมให้ข้าขี่หลังล่ะเจ้าคะ----”

        “นั่นเจ้าบาดเจ็บที่ขาไหมเล่า จะให้ปล่อยเจ้าเดินไปทั้งที่ขาบาดเจ็บ เดี๋ยวก็เป็นหนักกันพอดี” ข่านเฉินผานกล่าวตอบอีกฝ่าย อาจารย์ปันมองยิ้มหัวเราะในใจ ทั้งสองคนดูเหมือนพี่น้องกำลังเถียงกันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

         ‘ผู้อื่นไม่ได้บาดเจ็บสักหน่อย!! แค่แพ้ละอองดอกทานตะวันไหมเล่า เป็นท่านบอกให้ขึ้นบนหลังเองต่างหาก!!’ อยากจะเถียงต่อแต่รู้ดีว่าศาลาแคบๆ เพียงเท่านี้ที่ไม่พอให้หนีตายหรณีไปยั่วยุราชาหมาป่าหนวดเฟิ้มตรงหน้าเข้า

          "อุ้ย" เสียงหวานยิ้มกริ่มอยากจะพูดอะไรสักหน่อย แต่ไม่เอาไม่พูดดีกว่า คิๆ

        “แม่นางหลิงหลาน หากบาดเจ็บไม่ว่าเพียงเล็กน้อย ก็ต้องรีบรักษา อย่าฝืนใช้งานนะ ร่างกายของเราก็เหมือนเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องหมั่นถนอม” อาจารย์ปันกล่าวเสริมแม่นางหลิงหลานหลังจากได้ยินเรื่องราวจากทั้งสอง

        “เจ้าคิดอะไร อาหลิง” ข่านเฉินผานกล่าวถามด้วยความสงสัย “ดูท่าเจ้ากับน้องสี่ของข้าน่าจะเข้ากันได้ดีจริงๆ ไม่ต่างกันเลย หากมีโอกาสข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักน้องสี่ พวกเจ้าน่าจะสนทนากันถูกคอ”  

         “ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านอาจารย์ปัน.. อันที่จริงข้าว่าเราเปลี่ยนหัวเรื่องกันดีกว่าไม่อย่างนั้น จากทีแรกหลิงหลานไม่ได้บาดเจ็บอีกนิด อีกนิดจะมีเหตุทำคนพิการจริงๆ ขึ้นมาก็ได้นา…” เถ้าแก่สาวยกนิ้วเกาแก้มเบือนหน้าไม่สบตากับท่านข่านที่ขยันเอาความเหลือเกิน

        ในขณะพวกเขากำลังสนทนา ก็มีบางสิ่งเล็กๆ ที่พวกเขาไม่สังเกตพุ่งมาจากทางไหนไม่รู้ ก่อนร่วงหล่นบนตักอิงฮวา ดูเหมือนสารไม้ไผ่ขนาดเล็ก
                [ มาพบข้าที่ หุบเขาอู่ไถ - ถ้ำโบราณไร้นาม ยามไห้ มาคนเดียว ]

          เตี่ยยย เกิดเรื่องให้น่าประหลาดใจตั้งแต่อยู่ในงาน ไม้ไผ่ขนาดเล็กหล่นลงหน้าตักราวกับโผล่ออกมา ไม่มีสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตผ่านแถวนี้ อะไรกันเนี่ยยย กรีดร้องในใจมือเล็กนุ่มนิ่มค่อยๆหยิบ อย่างกล้าๆ กลัวขึ้นมาคลี่อ่าน "อึก" กลืนน้ำลายอึกใหญ่ปาดเหงื่อ ปริศนาขึ้นมาเต็มหัวใครกันที่ส่งมา แล้วทำไมต้องไปคนเดียว

          ไม่ได้จะพาหนูไปหลอกฆ่าใช่ไหมคะ ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ แล้วเก็บลงใส่กระเป๋า เริ่มคิดถึงเรื่องอื่นหรือว่าเคยไปทำอะไรไม่ดีกับใครเอาไว้จนเขาต้องมานัดพบนัดเจอกัน

        “ท่านข่าน นี่อิงฮวา แม้หญิงสาวจะดูไร้เดียงสา แต่มีความฉลาดเฉลียวไม่แพ้บุรุษ อิงฮวานี่ท่านข่านแห่งซูเล่อ เฉินผาน”

          "ท่านอาจารย์ก็พูดเกินไป เป็นเพราะท่านสั่งสอน ทำให้ข้าได้มีวันนี้เรื่องความเฉลียวฉลาดนั้น ก็เป็นเพราะหมั่นศึกษาหาความรู้ใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา" หลุบตาต่ำลงแก้มระรื่นอมชมพูเขินอาย "ประชาชนไพร่ฟ้า ต้องมีความสุขแน่ๆที่มีผู้นำอย่างท่านข่านเฉินผาน ข้าเคยได้ยินว่าซูเล่อเป็นดินแดนแห่งทะเลทราย หากมีโอกาสก็อยากไปสัมผัสประสบการณ์เรียนรู้กับวีถีชาวบ้านและการอยู่อาศัย สภาพปรับตัวกับอากาศที่แปรปรวน"

        “ไม่เลวๆ สมแล้วที่เป็นผู้สืบทอดอาจารย์ปัน” ข่านเฉินผานกล่าวทักทายตอบแม่นางอิงฮวาด้วยความอัธยาศัยไมตรี

          "ข้ามิอาจเทียบเทียนใฝ่ฝันถึงขั้นนั้นหรอกเจ้าคะ ตั้งมั่นใฝ่ฝันสูงเวลาที่หินหล่นลงมาก็จะทำให้ฐานพัง ข้าขอค่อยๆก่อรากสร้างฐานทีละนิดด้วยอิฐปูนดีกว่า ท่านกล่ามชมเกินไปข้ารับไม่ไหว" นัยน์ตาไร้เดียงสายิ้มแฉ่ง

            “ข้าพึ่งทราบว่าน้องสาวเป็นนักวิชาการทั้งยังเป็นผู้สืบทอดจากปราชญ์หญิงคนแรกของแผ่นดิน น่าชื่นชมยิ่งหากรู้เร็วกว่านี้ตำราต่างภาษาที่เคยรวบรวมมาคงไม่จับฝุ่นอย่างเสียเปล่าแล้ว” อยากจะลุกขึ้นปรบมือแต่หลิงหลานก็เกรงอกเกรงใจไต้ซือหัวเตียนตรงนั้น พลันชักชวนเข้าถามสาระ “ท่านข่านมาเยือนตาฮั่นครั้งนี้มีท่านอาจารย์ปันคอยดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เป็นหน้าเป็นตาแก่พวกเราชาวฉางอันยิ่ง.. โครงการเพาะปลูกก็ฟังดูน่าสนใจเพียงแต่ซูเล่อเป็นทะเลทราย จะทำให้ผืนดินแห้งแล้งกลับฟื้นคือนสีเขียวชอุ่มไม่ง่ายเลย น่าสนใจๆ ข้าเดินทางสำรวจทั่วทิศยังไม่เคยลงนาหว่านข้าวมาก่อน.. เป็นวิถีชีวิตอย่างไรกันนะ”

        “หากเจ้าอยากลองสัมผัส ราวๆ กลางเดือนหน้ามาซูเล่อสิ ข้าจะพาเจ้าลงดำนา ตอนนั้นจะได้แนะนำเจ้าให้รู้จักกับน้องสี่ด้วยเลย” ข่านเฉินผานกล่าวกับหลิงหลาน อีกฝ่ายเป็นชาวฮั่นแท้ๆ ทำไมกลับไม่เคยสัมผัสท้องนากันนะ นางคงจะเป็นลูกผู้ดีชนชั้นสูงในฮั่น

          “หืมมม หากราชาหมาป่าไม่กังวลว่าข้าไปป่วนงานท่านจนเละเทะหลิงหลานก็ยินดีรับคำเชิญนี้เป็นอย่างยิ่ง อิงฮวาน้อยล่ะสนใจไปกับพี่สาวไหม?” พลางนางหัวเราะร่วนหันไปท้างด้านข้างสะกิดอีกฝ่าย เกิดมาก็อยุ่ในร่างของกวีราชสำนักงานหว่านไถคืออะไรสาวริชๆ ไม่รู้จัก “ปกตินั่งนับเงินในโรงเตี้ยมที่เจียงหลิง ตอนนี้จะได้ไปนับเมล็ดข้าวแล้วตื่นเต้นจัง!!”

          "ข้าไม่เคยดำนาเลยเจ้าคะไปแล้วจะทำให้เสียบรรยากาศเบาๆ แต่ถ้าไปกับพี่สาวหลานคงจะสนุกน่าดู เรื่องนั้นคงต้องเก็บไปคิดดูอีกที ข้าไม่ค่อยว่างด้วยช่วงนี้" ครุ่นคิดเรื่องงานต่างๆที่เยอะจนหัวหมุน "เถ้าแก่สาวสวยโรงเตี๊ยมท่านไม่แตกรึเจ้าคะ ดูท่าลูกค้าแขกมาพักกันไม่ขาดสาร" เป็นคนที่จะต้องเก็บหอมรอมริบเงินส่วนใหญ่ก็หาเอง

          สนทนากันต่อสักพักหัวข้อล้วนพลิกไปมาระหว่างธรรมะกับทางโลก หลิงหลานดุท่าทีแล้วทราบว่าอาจารย์ปันหยวนลี่เชื้อเชิญไต้ซือกัศยปะมาตังคะมา ก็เพื่อสนธนาธรรมเป็นการส่วนตัวล่ะแน่ ตนมารบกวนความสงบเวลาดีๆของพวกเขา จึงสะกิดน้องสาวทำทีว่าจะจากไปเพื่อเดินเล่นหย่อนใจต่อ

             “แย่จัง.. พักนี้ข้ามีอาการท้องใส้ไม่ค่อยจะดีนั้งนานแล้วปวดเนื้อปวดตัว คงต้องนมัสการลาไต้ซือแล้ว อย่างไรขอมอบขนมจ้างนี้เป็นของขวัญพบหน้าท่านอาจารย์ปันขอบคุณท่านช่วยสอนอิงฮวาน้อยที่หลิงหลานดูดั่งน้องสาวด้วย ท่านข่านหม้อไฟแปดเซียนทานตอนอุ่นๆ ในฤดูนี้ช่วยบำรุงร่างกาย ขออย่าตรากตรำจนเกินไปนะเจ้าคะ” กล่าวเสร็จนำเอาอาหารที่มักจะพกติดตัวมาเสมอแจกซ้ายแจกขวา จะแจกตรงกลางเห็นไต้ซือมองกลับมาก็เก็บไว้เงียบ ‘อ่อ..นั้นพระไม่ฉันนอกเพล..’

        เห็นพี่สาวนำของฝากติดไม้ติดมือมอบให้กับท่านทั้งสอง ดรุณีน้อยจึงทำตามว่าง่าย เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม "อิงฮวามีของฝากเล็กๆ น้อยให้กับอาจารย์ปันกับท่านข่านเฉินผาน เป็นซุปกระต่ายเบญจมาศเจ้าค่ะ" หยิบยื่นมอบอาหารในทั้งสองคนรับไว้เป็นน้ำใจ อีกอย่างก็เสียเวลาทำให้พวกเขามาคุยกับพวกนาง หวังว่าคงจะไม่โกรธหรอกนะ

        “เจ้าท้องไส้ไม่ดีงั้นเหรอ จริงด้วยในฉางอันข้าได้ยินว่ามีร้านเกี๊ยวสมุนไพรเปิดใหม่สามสี่วันก่อน หากเจ้าสะดวกหลังสนทนากับไต้ซือเสร็จแล้ว ข้าจะชวนเจ้าไปกินกันน่าจะดีกับเจ้านะอาหลิง ได้ยินว่าเกี๊ยวสมุนไพรของเถ้าแก่ช่วยบำรุงร่างกายด้วย” ข่านเฉินผานกล่าวถามอีกฝ่าย

          “เอ… ไม่เป็นการรบกวนงานของท่านหรือ?” หลิงลหานกลอกดวงตามองไปทางท่านอาจารย์ปันหนนึง

        “ไม่เลย ยังไงข้าก็ต้องทานมื้อเย็น ปกติข้าจะเดินไปทานคนเดียว หากมีพวกเจ้าไปด้วยคงดีไม่น้อย” ข่านเฉินผานกล่าวชวนทั้งสอง

         "หากพี่หลานไปข้าก็ไปเจ้าค่ะ" อุ่นใจมากกว่าที่มีร่างระหงอยู่ด้วย เพิ่งจะรู้ว่าที่ฉางอันมีร้านมาเปิดใหม่ คงเป็นเพราะว่านางพึ่งกลับมาจากหลันเยี่ย มัวคลุกคลีอยู่แต่ในคฤหาสน์ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย ตกข่าวอะไรไปบ้างก็คงไม่แปลก

          เกี๊ยวน้ำหรอม… อื่มช่วงนี้เบื่ออาหารพอสมควร แต่ถ้าเป็นของง่ายๆ ก็พอทานได้อยู่นะ ลังเลจัง “ตัวข้าเสร็งานว่าจ้างสำรวจแล้วยังไม่มีธุระที่อื่น เหยียนหลาง..ก็คงมีงานถึงไม่มารับเสียที เอาเช่นนี้หลิงหลานไปเดินเล่นรอบๆ อารามก่อนรอเวลา หากเริ่มเย็นแล้วท่านยังไม่กลับก็จะตามไปชิมร้านที่แนะนำด้วยกันดีไหมเจ้าคะ?”



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ปัน หยวนลี่ เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2019-9-21 22:38
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ข่านแห่งซูเล่อ: เฉิน ผาน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2019-9-21 22:38
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +10 ความชั่ว +50 ความโหด โพสต์ 2019-9-21 22:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -44 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -44 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผีผาสู่โจ้วจวี้เหริน
กำไลเทพีไอซิส
ชุดจิ่วเถาฮวา
วิกผมพิสดาร
แหวนหลิ่งเฉียว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x2
x10
x20
x5
x2000
x160
x7
x1
x2
x1
x10
x5
x3
x2
x5
x4
x1
x4
x4
x4
x3
x5
x2
x5
x5
x8
x7
x7
x8
x5
x9
x7
x3
x3
x7
x5
x7
x9
x5
x1
x2
x1278
x9999
x1
x100
x8
x1
x1
x1
x3
x13
x24
x302
x6
x2
x4
x2
x2
x10
x1
x2
x60
x19
x30
x6
x9
x6
x1
x3
x5
x3
x27
x3
x4
x3
x10
x70
x1
x438
x18
x350
x370
x8
x2
x100
x1
x3
x11
x6
x10
x12
x88
x10
x6
x130
x1
x1
x15
x274
x51
x1
x54
x24
x2
x2
x27
x15
x172
x275
x154
x32
x310
x130
x125
x50
x86
x75
x2
x5
x18
x14
x102
x570
x1
x26
x2135
x11
x1419
x31
x2200
x2210
x26
x235
x18
x2860
x19
x2211
x19
x42
x6323
x2800
x3
x28
x3000
x2678
x6900
x62
x3700
x146
x197
x8
x21
x64
x1435
x3628
x1623
x53
x45
x890
x34
x19
x47
x3223
x38
x1823
x292
x230
x382
x8
x27
x573
x3146
x16
x117
x280
x1633
x420
x9353
x144
x95
x20
x1940
x3463
x37
x339
x2615
x106
x214
x22
x9999
x24
x14
x74
x3343
x9999
x1842
x69
x259
x2247
x26
x751
x16
x1
x12
x604
x298
x70
x1
x1869
x150
x2073
x254
x1
x2718
x1
x77
x1843
x41
x1
x1280
x323
x1
x1930
x1630
x2010
x1600
x85
x2736
x220
x64
x9999
x7925
x24
x44
x12
x70
x10
x1
x55
x3710
x1314
x58
x1080
x536
x1
x11
x3825
x3225
x380
x944
x43
x4738
x2350
x3646
x5455
x2790
x15
x30
x4252
x11
x9999
x2340
x9999
x116
x3
x2587
x4020
x7504
x416
x6600
x7
x9115
x9999
x4830
x2481
x4469
x5703
x5697
x3586
x9641
x214
x9295
x1863
x30
x4003
x57
x883
x3228
x392
x9999
x276
x31
x358
x376
x31
x5020
x130
x2785
x7885
x6813
x9999
x8922
x3339
x163
x1445
x49
x5055
x712
x5051
x9999
x1
x9999
x1682
x2770
x2244
x382
x1
x7111
x1170
x5462
x10
x9
x66
x1
x9999
x6051
x472
x3680
x7056
x2729
x2
x53
x7
x656
x2627
x350
x728
x976
x3163
x2
x9999
x9999
x9999
x3
x4110
x1652
x5525
x42
x3120
x16
x157
x1337
x30
x990
x2656
x11
x29
x23
x9999
x237
x31
x9999
x35
x29
x1971
x2048
x24
x142
x157
x965
x29
x78
x586
x4415
x13
x4
x897
x4054
x4910
x10
x2750
x3478
x42
x17
x240
x9999
x823
x24
x30
x45
x4096
x9
x35
x784
x3800
x9999
x280
x4445
x7071
x843
x9999
x9999
x9999
x2133
x5685
x9999
x7535
x9392
x152
x9096
x7941
x289
x56
x1
x110
x372
x4581
x2301
x2064
x310
x594
x39
x9240
x9999
x8406
x1294
x2617
x8307
x105
x9956
x9999
x6659
x9999
x9999
x6388
x9999
x9999
x9999
x9999
x3753
x4496
x3752
x3778
x9999
x6543
x9999