{ นอกเมืองว่านเฉิง } สุสานเฉิงซื่อมู่ตี้ | 城市墓地

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-9-1 07:54:53 |โหมดอ่าน




 สุสานเฉิงซื่อมู่ตี้ | 城市墓地   


{  น อ ก เ มื อ ง ว่ า น เ ฉิ ง  }





【 สุสานเฉิงซื่อมู่ตี้ 】

 อันชีวีวันชีวาลัย 
 ล้วนเรียบง่ายดั่งเสาหิน 
 ตระหง่านอาทิตอัสดิน 
 ชีวินมีวันร่อมรา 



สุสานเมืองว่านเฉิงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่โล่ง บริเวณโดยรอบที่ไม่มีไม้ป่าปกคลุมทำให้ต้องแสงอาทิตย์กลางวันแสงจันทร์กลางคืนเรื่องประหลาดคือถึงจะมีทั้ง ฝน และ แสงแดด กระนั้นกลับไม่มีต้นไม้ขจี ทว่า.. ที่แห่งกลับมีนกแสกเกาะตามเสาหินหน้าประตูสุสาน



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

157

กระทู้

1062

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
605
ดีนาเรียส
124
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
217
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-9-1 18:16:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เปิดหอ ( 17 ) อินซื่อป๋อ - 84

     จรดเกือบเลยยามไห้ในที่สุดเกวียนบรรทุกข้าวของที่ใช้ไม่ได้และโครงกระดูกก็มาถึงสุสานเมืองว่านเฉิง ท่านเจ้าเมืองกล่าวว่าสุสานแห่งนี้แม้จะมีฝนและแดดดแต่กลับไม่มีไม้งอกเลยสักต้น มีแต่นกแสกที่ทำเอานางใจระส่ำทุกครายามมันร้อง และเช่นเดียวกัน หยางหลงเองก็ให้ความสนใจกับนกพวกนั้นเป็นพิเศษด้วยความไม่คุ้นชิน นางจึงหันไปบอกเขาว่าไม่เป็นไรด้วยภาษามือ เสือโคร่งสองขาจึงสงบลงแล้วนั่งนิ่งที่สุด

      เกวียนถูกลากโดยฮั่นเสี่ยหม่าเร็วจนแทบจะไวกว่าสำเภา นางต้องบอกให้จางเชียนค่อยไปเพราะเกรงว่าล้ออาจจะไม่ทนทานแรงของม้าเหงื่อโลหิตได้ กระทั่งเข้ามาลึกในสุสานพอสมควรแล้วจึงปรากฏเป็นลานกว้างใหญ่ที่ไม่มีหญ้างอกแม้แต่ต้นเดียวอย่างที่ซุ่ยเปาตู้ว่าจริงๆ เป็นเรื่องแปลกนักที่สุสานนั้นควรจะมีอะไรร่มเย็นแต่ที่นี่กลับโดนแดดจัดเสียจนคิดว่าหากถอดรองเท้าเดินจะต้องไหม้แน่ๆ

      หรั่นซิ่นหลี่หยุดเกวียนแล้วให้หยางหลงขุดหลุมใหญ่หลุมหนึ่ง มันลึกพอที่เสือสองขาจะยืนได้เลยล่ะ เช่นนั้นแล้วนางจึงนำของต่างๆลงไปไว้ที่เดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่โครงกระดูกที่ไม่รู้ว่าเป็นของพรรคกระยาจกหรือภูติทมิฬลมดำกันแน่ ว่าไป.. คนของพรรคเองไม่คิดจะมาทำพิธีหน่อยหรือ? ...คนที่ตายเหล่านี้ช่วยสู้เพื่อพรรค แล้วใครสู้เพื่อพวกเขากันบ้างหนอ? ทัศนคติทำให้คนสู้จนตัวตายได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ..

     "ฝังเสร็จแล้วเราจะทำพิธีกัน" ซุ่ยเปาตู้กล่าวแล้วมองหลุมที่ถูกกลบฝังจนเรียบร้อย คุกเข่าสองขาจรดธรณี สองมือประกบกันภาวนาว่าให้ไปสู่สุคติ หรั่นซิ่นหลี่เห็นดังนั้นจึงทำตามเขาบ้างโดยไม่ได้พูดอะไร

     "จะมาจากพรรคใด จะมาจากแห่งไหน จะเป็นคนเลวดีร้ายอย่างไร วันนี้สังขารไม่เที่ยงแล้วยังต้องมาสูญเสียเพราะเรื่องบาดหมางอีก.. ช่างน่าเศร้านัก ข้า ซุ่ยเปาตู้ เจ้าเมืองว่านเฉิง ขอไว้อาลัยให้วิญญาณของพวกท่านไปสู่สุคติ.." ร่างวัยกลางคนกล่าว

      ตัวนางที่เห็นความตายมามากตั้งแต่อยู่จวนเติ้งนั้นวันนี้ก็ยังคงทำใจไม่ได้เช่นเคย หรั่นซิ่นหลี่ยืนหลังหยางหลงแล้วมองหลุมด้วยดวงตาสร้อย พลันนางคิดได้ว่าอย่างน้อยควรมีดอกไม้จึงเดินไปหาในป่าแล้วหยิบมาช่อหนึ่งวางไว้ที่หลุม นอกจากนี้ยังปันของไหว้จากในภุงสัมภาระของตนอีกด้วย

     "แม่นางช่างมีน้ำใจ" ซุ่ยเปาตู้มองนางที่อุตสาหแบ่งปันอาหารมาไหว้หลุม

     "...เป็นสิ่งที่สมควรทำเจ้าค่ะ" แม้พรรคภูติทมิฬลมดำในฝันคือลางทำนายหย่งหมินหย่งเหริน และถึงแม้พรรคกระยาจกจะเป็นคนมาวุ่นวายในลานประหารซุนเหอเหอก็ตาม.. แต่ไม่ใช่คนกลุ่มนี้แน่นอน นางมองไปที่หลุมแล้ววางปลาเก๋าผัดเต้าซี่กับสุราไว้โดยใช้ผ้าปูแล้วจึงวางอาหารลง

      ระหว่างที่กำลังเดินกลับไปที่เกวียน ท่านเจ้าเมืองนึกครึ้มขึ้นมาได้จึงหันมาถามนาง "จะว่าไปเหตุใดแม่นางจึงหยิบสัญญาจ้างของข้าหรือ?"

      นางหรี่ตาลง "...ไม่ใช่ว่าท่านต้องการคนช่วยเพราะท่านไม่มีใครกล้าย่างเข้ามาหรอกหรือ?"

     "อา.. ใช่แล้ว แบบนี้การจะขายที่ก็คงยาก.. เฮ้อ" ร่างสูงถอนหายใจ

      นางนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจนั้นอยากได้ที่ตรงนี้จริงๆ การที่ผู้คนไม่กล้าเข้ามาย่างกรายหมายความว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่นี่โดยที่ไม่มีใครมารบกวน ถึงจะมีก็คงเป็นวิญญาณ แต่ก็แค่วิญญาณ.. ไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก

     "ข้าจะช่วยท่านทำป้ายประกาศขายเอง" นางบอก

     "จริงหรือ?" หันขวับมามองนาง ช่างเป็นสตรีที่ใจดีอะไรอย่างนี้..

     หรั่นซิ่นหลี่พยักหน้า "..ข้าคิดว่าเราควรกลับเข้าเมืองนำของที่เหลือนี่ไปแจกได้แล้ว" มองเวลาก่อนจะเชิญท่านเจ้าเมืองขึ้นเกวียน เขานั่งลงแล้วนางก็ส่งหยางหลงเข้าไปนั่งตาม ส่วนตนนั้นคุมบังเหียนม้า และ..

     "จางเชียน.. อย่าวิ่งเร็วนัก.."

     ข้าสงสารท่านเจ้าเมืองที่นั่งหน้าซีด..

- ไหว้หลุมด้วย ปลาเก๋าผัดเต้าซี่ 3 จาน / สุรากูจิ่ง 1 ไห -


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 +77 ความหิว -36 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2019-3-20 01:50:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
โพสต์ 2019-3-20 01:51:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-3-20 01:52


{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 4 : เส้นทางของฉันคือการก้าวเดิน หรือปล่าว(?)}
{สัญญาจ้าง ว่านเฉิง 13}
{ ตอนที่ 25 : ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้าจริงไหมล่ะ? }

        เป่าหลิงนั้นหลังจากที่ผ่านการช่วยเหลือในการซ่อมแซมทางประตูเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กสาวก็ถึงขั้นเกือบจะหมดเนื้อหมดตัว หมายถึงเหนื่อยสายตัวแทบขนาดเหมือนกัน แม้ว่าจะมีคนที่ช่วยแบ่งเบาภาระครั้งนี้ก้เหมือนกันก็เถอะ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของเธอนั้นดูอ่อนล้า เพียงแต่ทว่าไม่มีใครได้เห็นว่าเธอนั้นอ่อนล้าขนาดไหน..

        “เหนื่อยหน่อยนะขอรับ” เสียงของอาเปานั้นกล่าวกับเป่ากลิงเช่นนั้น เด็กสาวเหลือบมองทางอาเปา ก่อนที่จะเลิกคิ้ว อืมเอางั้นก็ได้มั้ง? มั้งนะ?.. เขานั้นส่งบ่องไม้ไผ่ที่เก็บน้ำให้กับเธอ ก่อนที่เด็กสาวนั้นจะรับมาดื่ม ตอนนี้ทั้งตัวเมืองก็เอื่อมอ่อง เรียกได้ว่าเป็นเมืองใหม่ยังเชื่อเลย ...แต่ต้องเพิ่มมาตรการให้มากขึ้นกว่านี้..

        “เหนื่อยดี แต่ก็สนุกดี” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะสูดลมหายใจของตนเอง … แล้วเหลือบมองมาทางคนงานที่ตอนนี้ก็กำลังนั่งพูดคุยกันพร้อมกับชาวบ้านนั้นเอง.. ไม่นานการพักผ่อนนั้นก็ผ่านพ้นไป.. เป่าหลิงนั้นลุกขึ้นแล้วให้พวกเขานั้นไปพักกันที่โรงเตี๊ยม เพราะว่าพรุ่งนี้นั้นจะออกเดินทางจากที่เมืองว่านเฉิงแล้ว..

        เช้าวันต่อมาทางเป่าหลิงและคณะการบูรณะก็ต้องเดินทางออกจากเมือง ดูเหมือนว่าจะมีท่านเจ้าเมืองนั้นมาส่ง เนื่องจากว่าเขาซึ้งใจการกระทำของทางพวกเป่าหลิงและทางคณะของทางเจ้าสัวจริงๆ จากใจ “ข้าไม่รู้ว่าจะพูดคำพูดไหนออกมได้.. ข้าและชาวเมืองคงกล่าวได้แค่คำว่าขอบคุณแม่นางและพวกท่านทุกคน” เสียงของผู้ว่าเมืองว่านเฉิงนั้นกล่าวบอกกับทั้งสิบสามคน..

       “เช่นนั้นแล้วเราทั้งหมดจะขอตัวก่อนนะขอรับ” เสียงของอาเปานั้นกล่าวบอก กับทางผู้ว่า ส่วนเป่าหลิงเองก็เช่นเดียวกัน ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี้เธอแทบจะไม่เปิดเผยหน้าตาของตนเองให้กับใครเห็นเลย ยกเว้นตอนที่อยู่กับโรงเตี๊ยม เพราะฉะนั้นคงจะไม่มีปัญหาอะไร…

        ความจริงแล้วที่เป่าหลิงเลือกที่จะปิดไว้นั้นเป็นเพราะที่วัดเต๋า ฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวเตือนเธอไว้ ว่าตอนนี้เป่าหลิงควรที่จะใส่เสื้อฮู๊ดสีดำอย่างจริงจัง แม้ว่ามันอาจจะร้อน แต่เธอก็ต้องใส่ เป็นเพราะว่าทางฝ้าเฉี่ยพอจะรับรู้อะไรบางอย่าง ความดีของเธอนั้นเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เธอเคยเกิดขึ้น หรือที่เธอเคยทำนั้นราวกับว่าเป็นเรื่องราวในอดีต เอาง่ายๆ เป่าหลิงนั้นมีความดีมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก ณ ตอนนี้…

        เพราะฉะนั้นแล้ว อีกไม่นานนางจะกลายเป็นเหมือนกับเจียวหย่า..ปกติไอมารนั้นจะคอยปกปิดนางเอาไว้ แต่เมื่อนางนั้นเริ่มที่จะเฉิดฉายในคืนเดือนแรม และกลายเป็นดวงตะวันช่วงกลางคืนแล้วไซส้..อีกไม่นานหรอก ที่ร่างกายของนางนั้นจะกลับมาอีกครั้ง.. ความต้องสาปในใบหน้านั้นจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง...อีกไม่นาน…

        แต่เป่าหลิงนั้นไม่ได้รับรู้ด้วยเลย..เพราะฉะนั้น เธอจะแคร์มันทำไมล่ะ?....

        เด็กสาวนั้นเดินทางออกมาจากทางเมืองว่านเฉิง และทางคณะเองก็เช่นเดียวกัน ตลอดการเดินทางนั้นเหล่าคนงานนั้นต่างพูดคุยกันเรื่องเพื่อนใหม่ที่พึ่งจะรู้จัก และอื่นๆ มากมาย จะมีคนที่ไม่ได้พูดเพียงแค่อาเปา อาเจิ้ง ที่เดินตามเป่าหลิงต้อยๆ … ส่วนเด็กสาาวนั้น หากไม่มีอะไรเธอก็ไม่คุยอยุ่แล้ว ต้องมีคนชวนคุยแต่ตอนนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นจึงเงียบกันไป..

        สำหรับอาเจิ้งแล้วเด็กสาวตรงหน้าก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่มีความคิดอ่านเหนือธรรมดาไปมาก แต่เขาก็แค่รู้สึกสะกิดใจกลับกลิ่นที่เขาไม่อาจอธิบายได้ว่าทำไมเมื่อเห็นใบหน้าของเธอ ดาบเดโมเคร-- แค่ก ไม่ใช่.. ถึงมีความรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งร่างกายขนาดนั้น..

        แต่นั้นมันก็จะหายไปเมื่อเด็กสาวตรงหน้าหายไปเหมือนกัน… ทั้งๆที่เขานั้นก็ไม่ค่อยมองอะไร อีกทั้งคนที่ดูจะสนใจแม่นางน้อยตรงหน้า เห็นจะเป็นอาเปามากกว่าเขาเสียอีก..

        อาเปานั้นมีหน้าที่ต้องคอยจดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานครั้งนี้ ทั้งเอกสาร และอื่นๆ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องกลับไปรายงานทางเจ้าสัว ว่างานนั้นสำเร็จลุล้วงไปด้วยดีหรือปล่าว แต่ดูเหมือนว่าเป่าหลิงยังบอกว่ายังเหลืออีกเพียงที่เดียวเท่านั้นที่ยังเหลือ ทำให้เหล่าคนงานนั้นงงเป็นแถบๆ ว่าที่ใดที่ยังเหลือ..

        “ไม่ทราบว่าที่ใดที่ยังเหลือหรือแม่นาง?” เสียงของทางคนงานคนหนึ่งพูดถามทางเป่าหลิง “หืม?..อ้อ สุสานเฉิงซื่อมู่ตี้น่ะ เห้นแค่ไปทำความสะอาดเก็บศพอะไรหน่อยนั้นล่ะ ทำตัวเป็นสัปปะเหร่อแปปเดียวก็เสร็จแล้ว” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่ทั้งคณะจะเดินทางไปยังสุสาานที่ว่านั้น ก็เห็นว่าเป็นอย่างงั้นจริงๆ ทั้งข้าวของ ซากปรักหักพัง ที่โดนเอามาทิ้ง บางศพนั้นเน่าตายคาที่ยังมีเลย..

        เด็กสาวนั้นเหลือบมอง ก่อนที่จะเหลือบมองไปรอบๆ เธอเห็นวิญญารที่ลอยวนรอบๆสถนที่แห่งนี้เยอะเหมือนกัน.. ดูเหมือนว่าจำนวนคนตายจะไม่ใช่น้อยๆเลย.. เป่าหลิงหันไปทางกลุ่มคนงาน ดูเหมือนว่าจะแยกเป็นกลุ่มเคลียร์ศพ เคลียร์ของ และทำความสะอาด ซึ่งเธอเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเคลียร์ศพ แม้ว่าจะโดนค้านก็ตาที..

        โดยที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าจะเห็นเป่าหลิงนั้นโยนโครงกระดูกแล้วก็ซากศพได้เลยสักคน ปกติอิสตรีจะกลัวมันไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเมื่อเป็นกับเด็กสาวจึงไม่อาจใช้ความคิดเช่นนั้นกับนางได้เลยสักนิด แต่ถ้าถามว่าเป่าหลิงแคร์สายตาของคนงานหรือทางอาเปาและอาเจิ้งไหม..บอกเลยว่าไม่ ความจริงเธอเองก็ลองดูไปด้วย เผื่อว่ามีของมีค่าอะไรแบบนี้จะได้เก็บไป..อิอิ..

        เพราะฉะนั้นเป่าหลิงจึงเลือกที่จะจัดการเดินเก็บศพแล้วก็ทำความสะอาดคนเดียวไปเสียอย่างงั้น โดยที่ไม่ได้สนใจอะไรใครเสียเท่าไร..และไม่อยากจะให้ใครสนใจเธอด้วยซ้ำไป







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-3-20 02:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +50 ความหิว -68 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้