ดู: 590|ตอบกลับ: 6

{ เมืองท่าเหยียนเถียน } ท่าเรือซาซือ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-31 03:41:40 |โหมดอ่าน


ท่าเรือซาซือ

{ เมืองท่าเหยียนเถียน }










【ท่าเรือซาซือ】 

ท่าเรือข้ามแม่น้ำฉางเจียงขึ้นจิงโจวและไปเจียงหนาน อยู่บริเวณนอกเมือง

ห่างรางๆ 300-400 ลี้ สำหรับการเดินทาง ส่วนมาก

ผู้คนที่มักจะเดินทางด้วยท่าเรือข้ามแม่น้ำ มักจะเป็นเหล่าพ่อค้า และคนของทางการ

เนื่องจากว่าต้องการความเร็วในการเดินทาง และการขนส่งที่มากมาย

>




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-10-10 16:35:09


{ เส้นทางการเดินเรือ - แม่น้ำฉางเจียง }

สายที่ 1 : ท่าเหอผิง / เมืองอู๋จวิ้น
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองอู๋จวิ้น / ท่เมืองาเหอผิง
ราคาต่อเที่ยว: 100 ตำลึง


สายเจียงหนาน : ท่าซูโจว /
ท่าเจี้ยนเฉิง / ท่าอวี้ไท่ / ท่าอวี้หยุน / ท่าไห่โข่ว / ท่าหม่าเจียง / ท่าไฉหรง / ท่าไฉ่ซ่าง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบเจียงหนาน
ราคาต่อเที่ยว: 20 ตำลึง


สายจิงโจว :ท่าหยูลู่ / ท่าเกิ่งเฟิ่ง / ท่าซื่อปี้ / ท่าหยวนหง / ท่าเหยียนเถียน / ท่าอวี้เมิ่ง / ท่าเกาเหลียง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบจิงโจว
ราคาต่อเที่ยว: 5 ตำลึง



สายหมู่บ้านปี้หลัว: หมู่บ้านปี้หลัว
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือ หมู่บ้านปี้หลัว
ราคาต่อเที่ยว: 60 ตำลึง



สายกุ้ยหยาง เมืองกุ้ยหยาง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองกุ้ยหยาง
ราคาต่อเที่ยว: 35 ตำลึง




{ เส้นทางการเดินเรือ - ขึ้นเหนือ }

สายที่ 1 :หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง / ท่าเหลียนหยู
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง / เมืองท่าเหลียนหยู
ราคาต่อเที่ยว: 250 ตำลึง


สายที่ 2 : เมืองป๋อไห่ / ท่าเทียนจิน / ท่าวั่งผิง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองป๋อไห่ / เมืองท่าเทียนจิน / ท่าวั่งผิง
ราคาต่อเที่ยว: 1,000 ตำลึง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะแห่งหลานหลิง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x1350
x799
x98
โพสต์ 2018-8-31 04:40:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-31 04:42


ถ้าไม่อยากตาย

          ใบหน้าของหญิงสาวนั้นจ้องมองท้องฟ้าที่เป็นสีเช่นเดียวกับเส้นผมของเธอ ตอนนี้มันเป็นสีดำ ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นหรี่ไปที่ท่าเรือเมืองฉางซา ก่อนที่จะถอนหายใจ เพราะเธอไม่รู้ว่าจะเดินทางไปไหนดี ตอนนี้มันกำลังมึนงงไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เหมือนเดินงงในดงคน … ถึงจะไม่ค่อยมีเพราะเป็นช่วงกลางคืนก็เถอะ..

          “.....” หญิงสาวที่ใส่เสื้อผ้าใหม่รวมถึงหมวกไผ่ผ้าคลุม นั้นจ้องมองไปที่เรือ ที่กำลังเตรียมตัวกันเพื่อเดินทาง แม้ว่าส่วนมากนั้นจะเป็นเรือขายสินค้ากันมากกว่า หญิงสาวนั้นเดินไปจ้องมองที่เรือที่ตะโกนขึ้นไปมาพูดคุยกัน

          ก่อนที่จะเดินขึ้นไปดื้อๆ ก่อนที่เรือนั้นจะออก จนมีคนที่เป็นผู้ดูแลเรือเดินเข้ามา “แม่นาง เจ้าขึ้นมาไม่ได้นะ นี้เป็นเรือส่่งสินค้า..อะ” หลังจากนั้น หญิงสาวก็วางถุงเงินตำลึงจำนวนหนึ่งไว้ ก่อนที่จะถอนหายใจ.. แล้วเดินตัวปลิวไป นางกระโดดขึ้นหลังคาหรือกล่องของสินค้าแล้วนั่งลงตรงนั้น.. เหมือนกับว่าเงินตำลึงนั้นจะเป็นค่าเงินสำหรับการเดินทาง

          “.......” นางนั้นจ้องมองดวงจันทร์ก่อนที่จะคิด … ‘เรา..ชื่ออะไรวะ?’ นั้นคือคำถามที่อยู่ในใจหญิงสาว ก่อนที่เธอจะพบกับชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเจ้าของเรือลำนี้ เดินเข้ามา “แม่นางรู้ไหม ว่าแม่นางไม่ควรขึ้นมาบนเรือยามวิกาลแบบนี้” เขาพูดยิ้มๆ แต่ทว่ากลับเป็นยิ้มการค้า หญิงสาวเมื่อปรายตาไปปมอง ก็เห็นว่าเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20-30 กว่าปีได้ … คงเป็นเถ้าแก่หน้าใหม่

         “....ข้าจ่ายเงินแล้ว” นางกล่าว
          “แต่เรือของเราไม่ใช่เรือสำหรับโดยสาร...แต่ช่างเถิด ในเมื่อออกเรือมาแล้วก็ช่วยไม่ได้” เขาพูดยิ้มๆอีกครั้งแล้วเดินมานั่งข้างๆหญิงสาว โดยที่เธอก็ไม่ได้สนใจเขาเท่าไรนัก..เพราะว่าตอนนี้ เธอกำลังจ้องมองดวงจันทร์อยู่

         “...เจ้ารีบหรือ? จะไปที่ใดเล่า?” เขากล่าวถามอีกครั้ง ส่วนเธอเมื่อได้ยินคำถามก็ส่ายหัว เนื่องจากว่าตัวเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่ไหน… เธอจำอะไรไม่ได้ แม้แต่ชื่อของตนเอง..

          “ข้าเถ้าแก่โรงสีจากเมืองอวี้ซาน..ข้ามาทำหน้าที่ต่อจากท่านพ่อ เจ้าคงไม่ได้กำลังไปอวี้ซานใช่ไหม?” เขาถามอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวนั้นหันไปทางชายหนุ่ม.. “ไปตรงนั้นก็ได้” เธอตอบเรียบๆ … ยามที่เธอนั้นหันมาท างชายหนุ่ม ..ใบหน้าเค้าโครงงามนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มนั้นผงะไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร.. แต่กลิ่นกายที่เขารับรู้ได้ นั้นมาจากนางแน่แท้

          รูปร่างใบหน้างามโอดองค์อรชร … ควรค่าแก่การลองดู … แต่ทว่า… “เจ้าชื่ออะไร??...บอกข้าได้ไหม?” ชายหนุ่มคนนั้นถาม เขาเริ่มกระแซะเข้ามาใกล้เธอมาขึ้น … แต่ทว่าอยู่ก็ต้องหยุดไปพร้อมกับเสียง แกร๊ก.. ของเหล็กที่ปะทะกับเครื่องประดับเงิน.. มันคือกราดิอุสที่ทำจากทอง ส่องสว่าง .. จี้ไปที่ลำตัวของชายหนุ่มที่เริ่มกระแซะเธอเข้ามา..

         “หากยังอยากมีชีวิต ก็ไม่ต้องถามอะไรมาก.. แล้วก็ถอยไปซะ” หญิงสาวนัยต์ตาสีม่วงพูดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเก็บดาบกราดิอุสของตนเอง.. การเคลื่อนไหวที่แปลกตา เหมือนกับเคยฝึกอาวุธของนางทำให้ชายหนุ่มเริ่มคิดว่านางอาจจะเป็นมือสังหารที่ไม่อาจบอกนาม… เพราะฉะนั้น เขาคงจะไม่อยากยุ่งกับนาง ….ดอกไม้ที่งดงาม ย่อมมีหนามแหลมคม..แต่หนามชิ้นนี้ ดูท่าจะลำบากเกินไปสำหรับเขา…

          “.......อะ..เอ่อ...อืม..”




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 -50 ความหิว -26 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -50 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-1-6 22:46:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-1-7 00:44

[เดินทางสู่บ้านใหม่]



           หลังจากเหตุการณ์วันคลอดก็ผ่านมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว ร่างกายของตัวจางฝูเองก็เรียกได้ว่าค่อยฟื้นตัวกลับมามากพอสมควร เรียกว่าพักอีกเพียงวันหรือสองวันร่างกายเธอก็จะกลับมาสมบูรณ์พร้อมเช่นดั่งเดิม คงต้องขอบคุณที่ตัวเธอนั้นฝึกยุทธ์เลยยิ่งทำให้ร่างกายของเธอนั้นฟื้นฟูเร็วกว่าคนปกติอยู่มากทีเดียว ส่วนเวลาว่างที่เธอเหลือจากการให้นมบุตรทั้งสามหรือเล่นกับลูกๆเธอนั้นก็เอาแต่เก็บตัวนั่งอ่านและศึกษาตำราเคล็ดวิชาคลุมวารีที่ไม่รู้ว่าจอมยุทธ์หรือใครท่านใดเอามาทิ้งไว้ให้


      “ฝึกได้แค่ที่บริเวณน้ำตกเท่านั้นสินะ รู้สึกว่าที่หลังบ้านนี้ก็มีน้ำตกอยู่สินะ”จางฝูเอ่ยพึมพัมออกมากับตัวเองเบาๆพรางนึกไปถึงน้ำตกที่ตัวเธอนั้นเคยแอบหนีคนในจวนไปฝึกวิชาตัวเบาขั้นกลางในช่วงที่กำลังท้องอ่อนๆอยู่ ‘คงต้อลองไปขอเจี๋ยเฟยดู แต่ให้เดายังไงเจ้าตัวก็คงไม่ยอมใหเธอไปในเวลานี้เป็นแน่ อีกอย่างนั้นในวันนี้ก็ยังเป็นวันที่พวกเธอนั้นต้องออกเดินทางเพื่อย้ายไปอยู่ที่จวนที่เธอนั้นเป็นผู้ไปจ้างมาสร้างเสียด้วย’


       “ไว้ย้ายข้าวของเสร็จแล้วค่อยหาดูว่าแถวๆนั้นมีน้ำตกให้ฝึกรึป่าวแล้วกัน” จางฝูเอ่ยแล้วยิ้มออกมาบางๆก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะหันไปมองยังเปลไม้สามหลังที่มีเด็กน้อยหน้าตาพิมพ์เดียวกันนอนหลับปุ๊ยเรียงกันอยู่ ก่อนที่ร่างบางของจางฝูนั้นจะยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปดูเหล่าเด็กน้อยของเธอด้วยความรู้สึกรักใคร่ และภูมิจที่อย่างน้อยเธอก็สามารถพาให้ทั้งสามชีวิตนั้นคลอดกำเนิดออกมาดูโลกได้อย่างปลอดภัยและครบสมบูรณ์พร้อมทุกคน


      แอะ…


       ระหว่างที่จางฝูนั้นกำลังยืนยิ้มมองเด็กทั้งสามอยู่นั้นเสียงจากเปลไม้ที่ตั้งอยู่กก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าหนูน้อยอี้เฟยนั้นกำลังลืมตาสีม่วงสว่างมองมายังเธอตาแป๋วอยู่ต่างจากบรรดาพี่ๆทั้งสองที่บัดนี้ยังคงนอนหลับพริ้มกันอยู่ เธอเพียงยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินไปยังเปลของเด็กน้อยอี้เฟยแล้วบรรจงอุ้มร่างน้อยนั้นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างเบามือ “เหตุใดไม่หลับไม่นอนเช่นพี่ เจ้านี่ดูท่าแล้วโตไปคงแสบมิใช่เล่น”


     “แอะๆๆ” เด็กน้อยอี้เฟยไม่เพียงแต่ตื่นขึ้นมากลับยิ้มแย้มร่าเริงออกมาอีกทั้งยังเอามือน้อยๆของเขานั้นเอื้อมมากำเอาปอบผมของจางฝูที่ตกลงมาเอาไว้เสียแน่น ดวงตาและปากที่ยิ้มแย้มออกมาเสียกลายเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ทำเอาจางฝูนั้นถึงกับยิ้มบางๆออกมาก่อนที่จะอุ้มบุตรชายตนเเล้ววพาเดินไปที่ริมหน้าต่างที่ภายด้านนอกนั้นเป็นวิวทิวทัศน์ที่เป็นป่าที่ถูกปกคลุกด้วยหิมะปลายฤดูจนที่หย่อมหญ้านั้นกลายเป็นสีขาวพิสุทธิ์สะท้อนกับเเสงแดดระยิบระยับทอประกายเป็นสีเหลือบรุ้ง


      “สวย งดงาม แม้จะหนาวเหน็บนักแต่ก็งดงาม สักวันเจ้าอาจได้ท่องโลกกว้างและได้พบเจอกับสิ่งที่สวยงามมากกว่านี้อีก็เป็นได้นะลูกรัก” จางฝูเอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มบุตรชายตนที่เริ่มแดงจากการที่ผิวบอกบางของทารกสัมผัสกับอาการเย็นมากเกินไป จนตัวจางฝูนั้นต้องกระชับกอดและนำเอาผ้าขนสััตว์ผืนหนาขึ้นมาห่อคลุมตัวบุตรชายของเธอเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อเป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างน้อยๆในอ้อมแขนนี้


      ก๊อก.. ก๊อก..


      “ทำอะไรอยู่จางฝู ลูกไม่ยอมนอนหรือ”เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นตามด้วยเสียงของเจี๋ยเฟยที่เอ่ถามขึ้นมาเรียกให้จางฝูที่ยืนอุ้มลูกมองดูวิวภายนอกอยู่นั้นให้หันกลับไปมองก่อนจะพบกับเจี๋ยเฟยผู้เป็นสามีนั้นเดินตรงมายังเธอแล้วก้มลงไปมองอี้เฟยน้อยที่นอนตาแป๋วอยู่ในอ้อมแขน พร้อมกับก้มลงไปหอมหน้าผากลูกน้อยของตนอย่างรักใคร่เอ็นดู


     “อืม ไม่ยอมนอนทั้งๆที่พี่อีกสองคนหลับปุ๋ย”จางฝูเอ่ยแล้วมองพ่อลูกเล่นกันยิ้มก่อนที่จะเดินไปนั่งที่เตียงโดยมีเจี๋ยเฟยนั้นคอยเดินตามหลังมาและทรุดตัวลงนั่งที่ด้านข้างของเธอพรางขยับเล่นหยอกเหยากับเด็กน้อยอยู่ไม่ห่างก่อนที่เจี๋ยเฟยนั้นจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอยิ้มแล้วแล้วจึงค่อยขยับเข้าไปชิงหอมแก้มนิ่มของฮูหยินตนเบาๆ


      “เจ้าก็พักผ่อนบ้างบ่ายนี้เราก็จะเดินทางกันแล้ว ถึงแม้ร่างกายเจ้าจะฟื้นตัวมากแล้วแต่ข้าก็ยังเป็นห่วงอยู่นะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยขึ้นแล้วเอื้อมมือไปช่วยหยิบเอาปอยผมที่ตกลงมาของหญิงสาวขึ้นไปถัดหูไว้ให้เพื่อไม่ให้ไปเกะกะใบหน้าที่งดงามที่สุดสำหรับตัวเขาไม่ว่าจะในยามใดก็ตาม


      “บ่าย อืม ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่รึป่าว”จางฝูที่ได้ยินก็เอ่ยถามขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังเปลไม้ของอี้เฟยแล้วค่อยๆบรรจงวางร่างที่หลับปุ๋ยไปของลูกชายลงในเปลก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งที่เตียงตามเดิม


      “เรียบร้อยดีจะมีแค่ท่านแม่กับท่านพ่อที่บ่นๆว่าไม่เห็นต้องเร่งเดินทางไปบ้านใหม่ให้ลำบากรอหลานโตก่อนไม่ได้หรือ เท่านั้น”เจี๋ยเฟยเอ่ยตอบพร้อมกับดึงเอาของฮูหยินตัวเองนั้นเข้าไปโอบกอดพรางกดหอมลุ่มผมคนนางเบาๆอย่างรักใคร่


      “พวกท่านอยากมีทายาทสืบสกุลมานานเห่อเป็นเรื่องธรรมดา ข้าพอจะเจ้าใจอีกอย่างที่เราย้ายไปก็เป็นเมืองถัดไปนี่เองไม่ได้ไกลอะไร นั่งเรือข้ามฝากไปก็ถึงแล้วไม่ใช่รึ”จางฝูเงยหน้าขึ้นไปเอ่ยกับผู้เป็นสามีแล้วจึงค่อยๆเอนหลังผิงไปกับอกแกร่งพรางหลับตาลงเพื่อพักสายตาสักเล็กน้อย


………………….



      เมื่อยามเซิน(13.00-15.00)มาถึงก็ถึงเวลาที่พวกจางฝูและเจี๋ยเฟยรวมถึงเหล่าผู้รับใช้อีกสิบชีวิตที่เจี๋ยเฟยเป็นผู้ร้องขอมารดาและบิดาตนเพื่อนำพาไปยังบ้านหลังใหม่นี่ด้วย รวมถึงข้าวของและเครื่องใช้บางส่วนด้วยเช่นกัน


     “เดินทางกันดีๆ ไว้แม่กับพ่อและเจี๋ยหมิงจะไปเยี่ยมนะ”ฮูหยินหลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาโอบกอดจางฝูที่ยืนอุ้มลูกสาวคนกลางของตัวเองเอาไว้พร้อมกับตบมาที่หลังเบาๆ


    “ท่านแม่กับท่านพ่อเองก็รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยพร้อมกับยิ้มออกมาแล้วเหลือบไปยังด้านหลังที่มีเจ้าบ้านหลินและเจี๋ยหมิงยืนยิ้มส่งอยู่


      “จางฝู ทุกอย่างพร้อมแล้ว”เจี๋ยเฟยที่เดินอุ้มลูกชายคนเล็กมาเอ่ยบอกแล้วหันไปยิ้มให้กับผู้เป็นมารดา “ท่านแม่ไม่ต้องห่วงหรอกขอรับ ข้าจะดูเเลนางกับลูกๆเอง” ทางฮูหยินหลินเมื่อได้ฟังก็เพียงหรี่ตามองลูกชายตนอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าใดนักก่อนจะยิ้มออกมาบางและหันไปมองลูกชายตนก่อนจะขยับเข้าไปกอดลูกชายตนพักหนึ่งแล้วจึงถอยออกไปยืนรวมกับผู้นำตะกูลและลูกชายคนที่สามของเธอ


     “เดินทางปลอดภัยนะเฟยเอ๋อ ฝูเอ๋อ”เจ้าบ้านตะกูลหลินเป็นผู้เอ่ยพร้อมกับยิ้มส่งบุตรชายและลูกสะใภ้ที่กำลังเดินก้าวขึ้นไปนั่งบนรถม้าที่มีหยางเกาเป็นผู้กุมบังคับก่อนที่รถม้าและขบวนเดินทางนั้นจะค่อยๆเคลื่อนออกไปและมุ่งหน้าไปสู่ท่าเรือซาซือที่จะพาพวกเขานั้นเดินททางข้ามฝากไปยังท่าเรือหลิงหยวนแล้วจึงค่อยเดินทางไปยังเมืองเจียงหลิงที่เป็นแหล่งที่ตั้งของบ้านหลังใหม่ของพวกเขา


     ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกจางฝูนั้นก็เดินทางมาจนถึงท่าเรือซาซือและเป็นหยางเกาที่แยกตัวไปติดต่อกับไต๋กงเรือเพื่อที่จะขนของข้ามฝากไปยังท่าเรือหลิงหยวน ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วยามในที่สุดเเล้วพวกเข้าก็ได้เรือขนย้ายลำใหญ่ที่จะใช้ในการข้ามฝาก หยางเกาเมื่อเจรจาเสร็จก็กลับมาทำหน้าที่บังคับรถม้าให้เดินเคลื่อนย้ายไปอยู่บนเรือและนอกเหนือจากพวกเขานั้นยังมีนักเดินทางอีกสามถึงสี่คนขึ้นเรือมาด้วย จนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเรือนั้นก็ค่อยเคลื่อนออกจากท่าเรือไปอย่างช้าๆ


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +1 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2019-1-7 01:22

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -22 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x36
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x30
x60
โพสต์ 2019-1-31 22:41:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
โพสต์ 2019-2-1 18:57:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-2-1 18:59

{ เควสเรื่องราว 5 } ทวงหนี้ : เดินทางกลับ
{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ตอนที่ 17}

        เป่าหลิงนั้นนั่งอยู่ภายในเรือที่เธอนั้นเหมามาอย่างเงียบๆ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นโผล่พ้นผ้าสีดำที่ปกปิดใบหน้าและร่างกายของเธออย่างเงียบงัน เสียงสายลมและแสงแดดที่ถักทอออกมาเป็นธรรมชาติที่งดงามนั้นช่างดีงามจริงๆ เป่าหลิงนั้นจ้องมองลงไปที่มือทั้งสองข้างของตนเอง เธอค่อยๆ นำผ้าที่พันมือออกมาอย่างเงียบงัน..

        และแล้ว มือบางนั้นก็ปรากฏขึ้น เมื่อหลายวันก่อน มันยังเป็นมือที่เป็นมือที่ห่อเลือดอยู่เลย มือบางที่แสนจะนุ่มนิ่มนั้นเริ่มด้านขึ้นไปทุกๆทีเพราะการทำงานหนัก แต่นั้นเธอก็ไม่ได้เสียใจอะไรเท่าไรนัก เสียงของเรือนั้นเริ่มผ่านเมืองท่าแต่ละเมือง เธออยู่บนเรือนี้มาสักพักแล้วสินะ..

        “เอ่อ..แม่นางขอรับ...เดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วยามคงจะเดินทางถึงเมืองท่าเหยียนเถียนแล้วละขอรับ” ชายคนหนึ่งนั้นเดินมาบอกเธอที่กำลังนั่งอยู่ตรงบริเวณหน้าเรือที่กำลังแล่นอยู่ หญิงสาวหันกลับก่อนที่จะยิ้มน้อยๆ “ได้จ๊ะ เดี๋ยวเราจะเตรียมตัวเดี๋ยวนี้ล่ะ...ขอบคุณมากนะ ที่ช่วยดูแลเรามาหลายวันนี้” เป่าหลิงนั้นกล่าวยิ้มๆ ท่าทางของเธอนั้นช่างเป็นมิตร แต่ทว่า แม้ว่าจะไม่เห็นใบหน้า

        แต่สิ่งที่ทำให้เธอนั้นได้รับรู้และเห็น ก็คือดวงตาที่แสนจะจริงใจ… นั้นสิ…...มันจะจริงใจเท่านี้ไปได้อีกนานสักเท่าไรกันเชียว…

       “อ่ะ..เอ่อ...ไม่เป็นไรขอรับ ข้าเองก็..เอ่อ..เป็นงานของข้า..ยังไงหากมีอะไรก็บอกข้าได้นะขอรับ” ชายคนนั้นกล่าวอย่างเค่อเขิน เพราะว่าเป็นหญิงสาวล่ะมั้ง แต่ปกติหากเป็นคนอื่นก็คงจะไม่มีปฎิกิริยาแบบนี้ได้ง่ายหรอก..นางดูแปลกไปจากสตรีคนอื่นๆนั้นล่ะ.. เขาก็เลยสงสัย ไม่ยอมเปิดเผยใบหน้า และร่างกาย มีเพียงดวงตาราวกับพวกชาวยุทธชั่วช้าที่ชื่อว่าพรรคภูติทมิฬลมดำ พวกมันร้ายกาจและน่ากลัว..

        แต่นางคงไม่ใช่คนของพรรคนั้นแน่นอน… เพราะความอ่อนโยนของนางนั้นเป็นที่หนึ่งจริงๆ..

        ช่างน่าเศร้ามนุษย์ที่โดนหลอก..แต่แกก็ไม่ได้ฉลาดมาก โดนหลอกก็เป็นเรื่องปกตินี้นะ?



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +4 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-1 20:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +50 ความหิว -38 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -38 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-3-27 11:56:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด


          “เจ้านายช้าว่าเราไปทะเลเลยจะดีกว่าไหม?”


          หลังจากออกเดินทางมานานทั้งสองก็เดินทางมาถึงท่าเรือใหญ่ประจำภูมิภาค เตรียมตัวออกเรือขึ้นตะวันออกเพื่อเสาะหาบะหมี่ในตำนานที่แอบซ่อนอยู่ในด่านหานกูกวง


          ระหว่างที่เมิร์กนั่งขบวนคาราวานติดลงมาด้วยจากด่านอี้เหมินกวนหลังจากได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับหัวหน้าขบวน ก็ทราบถึงการมีอยู่ของร้านบะหมี่ในตำนานร้านหนึ่งที่แอบซ่อนอยู่ในด่านห่านกูกวง


          ร้านบะหมี่ที่ขึ้นชื่อว่าแสนอร่อยล้ำแต่กลับไม่เป็นที่เล่าขานเพราะบะหมี่ออกจะเป็นอาหารพื้นบ้านเกินไปแต่ร้านนี้มันอร่อยๆจริงจนหัวหน้าขบวนคาราวานยังต้องบอกต่อ หหลังจากได้ทานเพียงครั้งเดียวเมื่อนานมาแล้วรสชาติยังคงติดอยู่ที่ปลายห้วงความคิด


          “ไม่ได้หรอกเฉียน! ที่ผ่านมาพวกเรามุ่งหน้าสู่เป้าหมายกันบ่อยเกินไป”เมิร์กส่ายศรีษะ ที่ผ่านมาทั้งสองออกเดินทางไปยังจุดหมาย จุดหมาย แล้วก็จุดหมายไม่ค่อยที่จะแวะเวียนข้างทางเสียเท่าไหร่ เพราะงั้น การเริ่มต้นเดินทางครั้งใหม่ในต้าฮั่นของทั้งคู่จะต้องเดินทางให้ลิ้มรศประสบการณ์อันล้ำค่า


          “แบบนั้นก็ได้นะขอรับ..” เฉียนผงกศรีษะเหตุผลที่ได้รับมาก็พอจะฟังขึ้นอยู่บางส่วน แต่เขากังวลอย่างหนึ่งคือเจ้านายจะเผลอหลับอีกเวลาขึ้นเรือ เวลาอากาศเย็นๆแล้วเจ้านายเขาจะหลับตลอดทาง เขาบอกมันสบายดีกว่าการต้องนั่งรออย่างยาวนาน


          แต่สงสัยอย่างหนึ่งจริงๆ เจ้านายเขามั่นใจแน่นะว่าทางนี่ถูกจริงๆ?


          “ใช่ไหมละพวกเราไปกันเล้ย!” เมิร์กออกเดินนำหน้าเฉียนไปยังนายเรือที่กำลังยืนเก็บตังค่าขึ้นเรืออยู่ราคาขึ้นเรือนั้นไม่นับว่าแพงแต่อย่างใด สำหรับพ่อค้าคาราวานเช่นเขาเงินแค่นี้นับว่าใช้จ่ายได้อย่างสบายๆ


          “สองคนสินะจ่ายมา”นายเรือเก็บตังจากเมิร์กและหลีกทางให้ทั้งสองเดินขึ้นเรืออย่างเป็นสวัสดีภาพจ่ายมาก็ขึ้นไป ไม่ยากลำบากเท่าไหร่


          เรือลำนี้จะแล่นไปจนออกทะเลตะวันออกภูมิภาคเจียงหนาน โดยจะมีจอดแวะเวียนระหว่างทางโดยหนึ่งในนั้นก็จะจอดที่ท่านใกล้เมืองจินเฉิง(?)แล้วเขาก็จะสามารถเดินทางต่อไปยังข้างเมืองลั่วหยางเพื่อซื้อบะหมี่


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-3-27 13:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +35 ความหิว -36 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
แหวนแห่งมิเนอร์วา
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x2
x30
x2
x8
x1
x2
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 10:11

ขึ้นไปด้านบน