ดู: 559|ตอบกลับ: 4

{ นอกเมืองหย่งอัน } แอ่งหินมี่เซียง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-22 03:13:03 |โหมดอ่าน





แอ่งหินมี่เซียง

{ น อ ก เ มื อ ง ห ย่ ง อั น }














 


【แอ่งหินหอมประหลาด】
แอ่งหินปูนขนาดกลางเกิดจาดการกัดกร่อนของน้ำฝนเป็นวงกว้าง
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหย่งอันแวดล้อมด้วยแนวเขาและป่าโปร่ง ทิวทัศน์งดงามผืนน้ำใสเย็น
ในเวลากลางคืนจะส่องสะท้อนหมู่ดาวราวกับกระจกบานใหญ่ ใกล้เพียงสัมผัส
นอกจากนี้ยังมีความพิศดารอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ กลิ่นหอม ที่ไม่มีใครทราบที่มา
หอมหวนไปทั่วบริเวณโดยเฉพาะในคืนจันทร์เพ็ญจะยิ่งหอมไกลนับสิบลี้





 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-9-12 16:02:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ไม่ฟังเลย

        ร่างของเวยเฟิงนั้นถือเชือกเพื่อบังคับวัวควายที่เป็นตัวคอยลากเกวียนโดยที่มีคนที่คอยดูแลความเรียบร้อยเป็นชายหนุ่มนามเหยาเซี่ยน ชายหนุ่มนั้นจ้องมองหญิงสาวที่ตั้งแต่ตื่นมานางก็มีท่าทีที่แปลกไปเป็นคนละคน เหมือนกับว่านางกำลังเหม่อลอยกับอะไรบางอย่างอยู่ แต่ทว่าเขาก็ไม่อาตบอกได้ว่ามันคืออะไร

        เขาไม่นึกว่าจะทำให้นางเป็นเช่นนี้ เห็นทีว่าเขาควรที่จะจบเรื่องพวกนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องราวที่ผ่านมานั้นเป็นเพราะเขาเอง หรือว่าเป็นเพราะนางเองก็ไม่อาจทราบได้.. หัวหน้านั้นเดินตรวจตราดูเกวียนแต่ละเกวียนอย่างละเอียด โดยที่เขานั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกับหัวหน้าหน่วย

        …………..

        แน่ล่ะ ใครจะไปพูดอะไรกับหัวหน้าหน่วยเฟยอี้ พูดทีก็ตายสิ ชายหนุ่มคิด ก่อนที่จะมองตรงไปยังสถานที่ด้านหน้า เขาเห็นว่าเมื่อเริ่มเข้าเขตของเมืองหยงอันนั้นก็เป็นช่วงเวลาเย็น ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่ง่ายต่อการเดินทางเข้าไปใหญ่ แต่ทว่าก็ต้องมีคบเพลิงเป็นคนนำทาง โดยที่คนนำทางก็คือเพื่อนของพวกเขานั้นเอง

        …..เขาคิดว่าจะตัดสินใจไปพูดกับหญิงสาวหวังว่านางคงจะตอบรับเขาหน่อยนะ..

        “เวยเฟิง...เจ้าสบายดีหรือไม่?” คำถามแรกนั้นถามด้วยความเป็นห่วง เขาทำทีมาอยู่ใกล้นางเพื่อที่จะไม่ให้หัวหน้าหน่วยของเขานั้นผิดสังเกตุแก่สองคนนี้ ผิดแค่เขาคนเดียวก็พอ แต่ทว่านางห้ามเด็ดขาด อย่างไรเขาก็จะปกป้องนางอย่างถึงที่สุด เหมือนกับที่จะปกป้องท่านแม่ของเขา.. ดวงตาของหญิงสาวนั้นเหมอลอย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตอบคำถามของเธอเลย..

        เขาจึงจ้องมองอย่างรู้สึกผิด… ก่อนที่จะถามอีกครั้ง “เวยเฟิง..เจ้าโกรธข้าหรือ?” เขาถามไปอีกรอบ คราวนี้ชายหนุ่มหันไปทางหญิงสาวก่อนที่จะถอนหายใจเนื่องจากว่าเธอยังจ้องมองทาง แต่ทว่าดวงตากลับไร้แววไปเสียแล้ว เหมือนกับกำลังเหมอลอย..

        “เจ้าโกรธข้าก็ได้นะ...แต่ว่า..เจ้าอย่าเมินข้าแบบนี้สิ” เหยาเซี่ยนนั้นกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาหันไปมองเธอแต่ทว่าก็ไมไ่ด้รับความตอบกลับ.. สุดท้ายแล้วเขาก็จับไปที่มือบางของเธอ จนหญิงสาวนั้นสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ……

        เหมือนนางจะเผลอหลับไปจนไม่ได้ฟังเขา…

        ชายหนุ่มนั้นยิ้มบางๆ เมื่อเห็นดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นสะท้อนภาพของตนเอง แต่ทว่านางกลับพูดขึ้นมา “มีอะไร?” นางตอบเขา...อ้าว..นี้นางไม่ได้ฟังเขาเลยหรือนี้!!





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +77 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-9 05:50:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ ตกปลาแบบเบ็ดตรง ณ แอ่งหินมี่เซียง ]
      เส้าเทียนควบฮั่นเสียทอง ร่างสูงสง่าบนหย่งฟางขมวดคิ้วเป็นปม เขาได้เบาะแสแล้ว ต้องขอบคุณตัวเองที่ไปนั่งแวะพักอยู่แถวทางป่าทิศใต้ของนอกเมืองเฉิงตู ทำให้เจอกับซ่ง หยางหมิงและหลิน

      เมื่อคืนบุรุษทั้งสี่ค้างแรมกันที่แอ่งหินมี่เซียง นอกเมืองหย่งอัน

      เขาพึ่งขี่ฮั่นเสียทองออกไปเดินเล่นแถวๆระแวกนี้มา ทำให้เห็นว่ามีสหายของเขาคนหนึ่งตื่นนอนแล้วเช่นกัน ไป๋เหยียนเฟยที่ลุกขึ้นจากค่อยๆย่างก้าวไปนั่งตรงโขดหิน ชายหนุ่มลงจากฮั่นเสียทองเพื่อที่จะไปตกปลาต่อ เขาลงเหมืองแร่เมื่อคืนก็ได้แร่มรกตมาจำนวนไม่น้อย แถมยังได้เพรชมาอีก ค่อนข้างที่จะคุ้ม จ่ายเงิน1,000ชั่ง ขุดแร่ได้สามเดือน ตลอดสามเดือนนี้เขาจะสามารถขุดแร่ลงเหมืองได้กี่แร่กัน ช่างน่าสงสัยจริงๆ

      เส้าเทียนเตรียมเบ็ดที่ตรง โดยมีลักษณะเป็นไม้ลำตรงไม่แขวนเหยื่อปลา ทั้งไม่จุ่มลงในน้ำ หนำซ้ำปลายคันเบ็ดห่างจากน้ำกว่า 3 คืบ และถือคันเบ็ดพลางพูดพึมพำกับตัวเองว่า "ปลาตัวไหนตกลงใจว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็มากินเบ็ดคันนี้เอาเองเถิด"

      เสียงทุ้มของไป๋เหยียนเฟยเอ่ยทักชายหนุ่มขึ้น “เจ้าตกปลาทุกวันไม่เบื่อบ้างรึ บางวันก็ไม่ได้ปลามิใช่รึ” เขาไม่เข้าใจเส้าเทียนสักเท่าไหร่ บางวันก็ไม่ได้ปลาทำถึงยังที่จะตกปลาอยู่ทุกวันๆ

      ร่างสูงที่นั่งตกปลาอยู่ครุ่นคิดชั่วครู่ “อืม… บางวันถึงจะไม่ได้ปลาก็จริง แต่ก็ได้ของที่ดีน่ะ ...เหมือนการตกปลาเป็นการเสี่ยงโชค” เขาตอบในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา

      “อย่างงั้นหรอกหรอ” ไป๋เหยียนเฟยพยักหน้ารับฟัง จากนั้นก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปทำอย่างอื่นต่อ

      "อืม" ตอบสั้นๆ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2019-7-25 22:44:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ยุทธจักรกว้างใหญ่มีที่ไปแน่นอน
1389
{ พญามารที่ลอยน้ำมา 5 }
รับปากอย่ากลับคำ

             คืนก่อน… ในห้องพักโรงเตี้ยมช่างเป็นเหตุการณ์ที่ชวนอึดอัดนัก

             เพราะผลค้างเคียงของยาสมานแผลหญิงสาวกลายเป็นหูทดลอง นอนนิ่งดุจรูปปั้นสลักให้ตายเถอะแม้จะเปลี่ยนอาภรณ์ยังต้องให้บุรุษผมขาวออกคำสั่งให้ นางถลึกตาจ้องเขาดุจเคียดแค้นสาปแช่งในท้ายที่สุดเอนตัวลลงนอน เจ้าคนหน้าไม่อายคิดจะพักผ่อนด้านข้างกายเจี้ยบน้อย เป็นเวลาปกติต้องไล่จิกเขาแล้วเป็นแน่…

             จางเหยียนลู่ให้เหตุผลแก่นางว่าต้องคอยดูแลใกล้ชิด ทั้งเสียงของนางเบามาก เขาต้องเอาหูแนบใกล้ๆ แบบนี้ ผลคือสตรีขอนไม้ทิ่มแทงอีกฝ่ายด้วยสายตารัวๆ อดถามขึ้นไม่ได้

             “เราไม่ใช่คนอื่นไกลที่เจ้าปฎิเสธข้าเป็นเพราะขวยเขิน.. หรือมีเหตุผลใดอีก?”

             หลิงหลานพยายามขยับปากจะพูดให้ชายร่างสูงแนบหูเข้ามา “นี่ไม่เหมาสม… ชายหญิงนอนร่วมเตียงไม่ผ่านพิธี อาจารย์บอกว่า...ข้าจะเสื่อมเสียหาคนแต่งยาก”

             “....หลานเอ๋อร์เมื่อมีใจรักต่อกันก็คือสามีภรรยา จารีตแค่เครื่องมือที่บัณฑิตพยายามวางกรอบควบคุมสังคม ควบคุมผู้อื่นที่ไม่เห็นด้วยให้ถูกสังคมประนามเหยียดหยาม” มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มเนียนขณะปรับความเข้าใจเสียใหม่ เขาไม่ต้องการให้คนรักตกเป็นทาสของความคร่ำครึเก่าๆ โดนพวกที่ดีแต่ปากชักบังเหียนไปทางนั้นทีทางโน้นทีตามอำเภอใจ

               “อีกอย่างเจ้าเป็นคนของข้ายังกล้าแต่งให้ผู้อื่นอีกรึ?”

               ได้ยินคำนี้หลิงหลานนิ่งเงียบไปวาจาอวดดีคงเป็นชางหยูจริงๆ นั่นล่ะ “ใครเป็นของท่าน!! ข้าแค่อยากสวมชุดแดงแต่งกับคนที่รักสักครั้งก่อนตาย สตรีมีความใฝ่ฝันมากมาย… เราถึงยังคงรอยยิ้มไว้ได้ สิ่งที่ทั้งชีวิตไม่อาจบรรลุข้าก็มีนับไม่ถ้วน ไม่ปิดท่านอันที่จริงมีผู้อื่นขอข้าแต่งงานแล้ว”

              “....เจ้ากล้ารับ!! มันเป็นใคร?” ประเมินความหวงของต่ำไปรึเปล่า

              ลมหายใจอีกฝ่ายอยู่ใกล้จนนางรู้สึกได้ว่าเขาหายใจสะดุด “ไม่ได้รับ… ข้ากลัวว่าเขาจะรังเกียจเด็กๆ ทั้งยังมีสัญญาที่ให้ไว้ต่อท่าน แต่ก็เป็นห่วงอนาคตของลูกในแดนฮั่น พวกเขาไม่มีพ่อเสมือนไม่มีคนคอยปกป้อง ทั้งยังไม่รู้จะบอกต่ออี้ฟู่อี้เหนียงยังไงจึงแอบซ่อนฝากสหายไว้ ข้า…ผิดต่อเด็กๆ”

             “.....หลานเอ๋อร์ คำของข้าทำให้เจ้าคิดมากขนาดนี้”
             “ท่านบอกว่ายังไม่ถึงเวลาแต่ลูกก็โตขึ้นทุกวันจะหลบซ่อนตลอดไปนั่นไม่ได้ คิดเตรียมปูทางให้พวกเขาได้อยู่อย่างแหงนหน้าไม่อายฟ้า เงยหน้าต้องไม่อายดิน มันยากเหลือเกิน.. ทุกวันนี้อี้เหนียงถามถึงชีวิตในอนาคตว่าข้อต้องการอย่างไรยังตอบไม่ถูกเลย!!”

             ไม่ทราบหยาดน้ำใสคลอหน่วยตาตั้งแต่เมื่อใด มือหนาประคองซับให้แผ่วเบาเขานิ่งมองนางอยู่อึดใจหนึ่ง ในเมื่อเป็นเรื่องที่ซู่หลานกังวลใจและทรมานนางจากความหวาดกลัวที่ถูกสังคมตราหน้า ลามไปถูกบุตรชายบุตรสาว...แน่นอนว่าเขาทำเมินเฉยไม่ได้

            จางเหยียนลู่ลูบศีรษะหญิงสาวอย่างปลอบโยนเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไม่ให้นางอยู่ลำพังอีก เขาเป็นสุภาพบุรุษมีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่ต้องการเห็นหญิงที่รักต้องมีน้ำตาดังนั้นก็ควรทำบางเรื่องให้ชัดเจน

             “ไม่ต้องกังวลแล้ว… หลังจากนี้ข้าจะแต่งกับเจ้าเอง”
.
.
.
             การเดินทางออกจากเจียงหลิงไปยังจุดนัดหมายนั้นมีบรรยากาศของความ ‘ปรองดอง’ ขึ้นมามาก หลังตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ‘ก่อนผ่านพิธีห้ามกินเนื้อ’ นั่นหมายถึงบุรุษผมขาวอย่าได้ลากลูกแกะอ้วนพีไปเชือดในมุ้งเสียให้ยาก เพราะเหตุนี้หลิงหลานยอมติดตามเขาไปรักษาผลข้างเคียงของยาสมานแผล ฝ่ายหนึ่งนั่งด้านในรถม้าตัวแข็งหลังตรงดูชวนเมื่อยดีแท้ ส่วนอีกฝ่ายเป็นสารถีพ่วงฐานะประมุขพรรคมารกิติมศักดิ์

              นอกจากนั้นสารถีหัวขาวยังเป็นจ้าวหุบเขาปีศาจคนออกประกาศจับหลิงหลานอีกด้วยเผื่อคนไม่รู้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ดรุณีผู้กำลังนั่งแข็งเป็นไอติมด้านในรถม้าไม่ได้ล่วงรู้เลยสักนิด

              พวกเขาใช้เวลาค่อนข้างรวดเร็วในการมาถึงยังแอ่งหินมี่เซียงในยามสาย มีบุรุษชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว เครื่องหน้าราวมารร้ายยั่วยวนผู้คนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงพิษร้ายสายตาเย็นชาสีเขียวจางจะเต้นระริกต่อเมื่อเจอเรื่องบันเทิงเริงใจ ซึ่งก็มักเป็นตอนที่เขาทดลองยาพิษกับคนเป็นๆ นั่นเอง ‘ต่วน เกอสิง’ แพทย์ประจำพรรคภูติทมิฬลมดำพ่วงตำแหน่งแพทย์พระจำตัวท่านประมุขอีกหนึ่งกระทงนั่นเอง

               แอ่งหินแห่งนี้มีกลิ่นหอมอย่างประหลาดเขาตั้งใจเอามาสกัดผสม เป็นตัวยาที่ใช้กับแป้งหอมเพื่อควบคุมเหล่าฮูหยินและบุตรสาวของเจ้าสัวในเครือข่าย เป็นไปได้ว่าถ้างานออกมาดีท่านประมุขอาจอนุญาตให้เขาเข้าถึงตำราแพทย์ลับบางเล่มได้ ‘กลิ่นหอมมักจะเป็นที่ชื่นชอบของพวกผู้หญิงสินะ หึๆๆ’

               เมื่อได้ยินเสียงอาชาควบมาทางนี้ หมอต่วนเหลือบมองหนหนึ่งแล้วเลือกยืนรอ.. การประจบประแจงวิ่งเข้าหาแบบเกินพอดีไม่จำเป็นสำหรับผู้มากความสามารถอย่างตน ทว่ายังไม่ทันแปลกใจที่ร่างสูงใหญ่นั้นลงมาจากหลังม้า ด้านหลังกลับเข้าประคองสตรีตัวเล็กดูบอบบางดุจกล้วยไม้ในกระถางตามมาด้วย

                “คาราวะท่านประมุข… แม่นางผู้นี้คือ?” เสมือนผีหลอกด้วยนายเหนือรึเคยปฎิบัติต่อสตรีด้วยกิริยาถนอมมาก่อน

               “หลานเอ๋อร์ นี่คือหมอต่วนเกอสิงเขาเป็นผู้คิดค้นยาสมานแผลย่อมมีวิธีรักษาเจ้าได้แน่” ใบหน้าเย็นชาน้ำเสียงเรียบเฉย ที่ต่างออกไปคือแววตาที่ใช้มองหญิงสาวค่อนข้างลึกล้ำ

                ถูกเมินโดยสิ้นเชิงทว่าหันไปสนทนาบอกสตรีอาภรณ์ฟ้าด้านข้างแทน นางยืนตรงกระพริบตาอยากเอ่ยปากทักทายเขาแต่เสียงออกมาราวกับยุง ด้วยลมค่อนข้างแรงโดยรอบสรุปคือไม่ได้ยินเลย เขามองอยู่ไม่นานก็เข้าใจสงสัยเป็นหนึ่งในผู้ที่ใช้ยาสมาแผลของตน ก็พอได้ยินเรื่อง 'ซู่หลาน' มาจากผู้คุมกฎบ้าง รูปโฉมจิ้มลิ้มริมฝีปากแดงเรื่อผิวพรรณเนียนขาวหิมะดูแล้วเปราะบางแค่จับก็แหลกสลาย พึ่งทราบรสนิยมท่านประมุขเป็นดอกไม้ในแจกันทองเช่นนี้เอง

                 แต่นั่นไม่สำคัญเท่า… ท่านประมุขต้องการให้เขารักษานาง

                 “ทราบแล้วท่านประมุขแม่นางหลานเอ๋อร์เชิญทางด้านนี้” ต่วนเกอสิงผายมือออกไปด้านโขดหินเรียบ ร่างหายหลิงหลานเดินไปตามคำสั่งแม้ไม่อยากทำก็ตาม หลังจากนั้นคือการตรวจชีพจร พวกเขาเป็นชาวยุทธ์ทั้งอยู่ในพรรคมารแตะเนื้อต้องตัวชายหญฺงเรื่องปกติ อีกทั้งจางเหยียนลู่ยังยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลเข้าใจว่าเป็นการรักษา ทว่าประโยคถัดมาทำเอาน้ำตานางแทบไหล

              “แม่นางหลานเอ๋อห์ถอดเสื้อออก” เขาต้องฝังเข็มคลายจุดชีพจรที่ถูกตัวยาเคลือบไว้

              ‘ผีสางเถอะจะบ้าหรอถอดเสื้อต่อหน้าใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!!’ ใจนางต่อต้านทว่าร่างกายกลับทำตาม หลิงหลานตวัดมองบุรุษผมขาวด้านข้างราวกับขอความช่วยเหลือน้ำตาคลอเบาๆ มือนางยังแหวกสาบเสื้อเลยไปถึงปมกระดุมแล้ว!!

              อีกฝ่ายกลับตอบมาสีหน้าเรียบเฉย “ไม่เป็นไรหลานเอ๋อห์หมอต่วนจะรักษาให้เจ้ากลับมาหายดี ฝังเข็มเจ็บแค่มดกัดเท่านั้น”

             คือต้องการความปลอบโยนทางจิตใจโว้ยย ไม่ได้เป็นคนถอดนี่หว่าพูดได้นิ ใช่สี้๊

             กลับมาใช้สายตาร้อนแรงจ้องหมอต่วน.. ยังดีว่าเขาให้นางถอดแค่เสื้อนอกคงเอี้ยมตัวในไว้ โครตอายที่เอี้ยมสีฟ้าขาวปักลายปลาทองหลากสีถูกผู้อื่นเห็นจนได้ กระทั่งแพทย์สายมารยังกลั้นหัวเราะไม่นึกว่าตัวโตขนาดนี้ยังมีรสนิยมราวกับเด็กน้อย ‘ลายมีร้อยแปดพันอย่าง...ใช้ปลาทองกับข้าวสารเนี่ยนะ? เด็กเหลือเกิน’

              เข็มที่ถูกสร้างตามสั่งอย่างดีมีขนาดบางและยาวกว่าเข็มทั่วไป อยุ่ในมือของแพทย์ที่ชำนาญก็คล้ายดาบกระบี่ใช้ช่วยนหรือปลิดชีวิตก็ย่อมได้ ต่วนเกอสิงเลี่ยงที่จะสัมผัสถูกเรือนผิวอีกฝ่ายมากจนเกินไป เขารุ้สึกได้ว่าท่านประมุขน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับสตรีผู้นี้ไม่ควรเสี่ยงตายลูบคลำหาเศษหาเลย สาวเจ้าถูกฝังเป็นเม่นตั้งแต่ช่วงท้องเปิดขึ้นไปจนถึงใต้ฐานทรวงอก ไม่มากกว่านั้น… อันตรายต่อตัวแพทย์เอง

              ใบหน้าหวานยังคงนิ่งเรียบด้วยพิษยาสมานแผล ทว่าเนตรคู่งามน้ำตาหยดแหมะ ไม่ใช่เพราะเจ็บโดนเข็มทิ่มแต่นางเห็นๆอยุ่ว่าเจ้าหมอกำลังกลั้นขำ ทำไม!! ลายเอี้ยมนางออกจะน่ารักเจ้าพวกไม่มีรสนิยมเอ้ยย

              อีกขั้นตอนหนึ่งท่านหมอหันไปทางบุรุษผมขาว “ต้องโคจรลมปราณรักษาเมื่อครู่ข้าทะลวงตามจุดชีพจรที่ถูกตัวยาผนึกเอาไว้แล้ว แต่ขั้นนี้อาจมือไม่ถึงรบกวนท่านประมุขช่วยส่งเสริม”

               “ได้..” ร่างสูงก้าวเข้าไปนั่งลงด้านหลังของหญิงสาว โดยไม่รอช้าก็โคจรลมปราณด้วยพลังวัตรอันแข็งแกร่ง ไม่นานทาบฝ่ามือร้อนผ่าวลงกลางแผ่นหลังบอบบาง เขาคิดว่าซู่หลานควรทานให้มากสักหน่อยใช้ได้ที่ไหลลมพัดแรงเกรงว่าตัวปลิวตกเขาแน่ๆ ใช้เวลาราวหนึ่งเค่อเรือนร่างอรชรมีหยาดเหงื่อผุดปราย ราวกับใช้วิธีธรรมชาติในการขับพิษตัวยาออก

              พวกเขาหยุดพักโดยที่สาวเจ้ากระซิบบอกเรื่องเตรียมเสบียงไว้ด้านหลังรถม้า… คนหนึ่งยังขยับไม่ค่อยได้แต่หิวเสียแล้ว นางอึดอัดใจมากที่กระทั่งทานข้าวยังต้องอาศัยคนสั่งให้กิน ‘ฮือๆๆๆ หายนะ นี่มันหายนะชัดๆ ข้าอยากกินเมื่อไรก็ต้องรอคนสั่งงั้นหรอไม่เอาน๊าาา’

เลี้ยงข้าวปู่+หมอต่วน ไก่ขอทาน รูปปั้น




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำ: จาง เหยียนลู่ เพิ่มขึ้น 10 โพสต์ 2019-7-25 23:24
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ พรรคภูติทมิฬลมดำ: ต่วน เกอสิง เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2019-7-25 23:23
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ พรรคภูติทมิฬลมดำ: ต่วน เกอสิง เพิ่มขึ้น 8 โพสต์ 2019-7-25 23:23
คุณได้รับ +10 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2019-7-25 23:17
คุณได้รับ +20 ความชั่ว +70 ความโหด โพสต์ 2019-7-25 23:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -42 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-7-25 23:39:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-7-26 04:04


ยุทธจักรกว้างใหญ่มีที่ไปแน่นอน
1390
{ พญามารที่ลอยน้ำมา 6 }
Just Say I Do

             เที่ยงวันอาทิตย์ลอยสูงดุจผลส้มส่องแสงสว่างเรืองรอง แอ่งหินมี่เซียงมีวงน้ำขังที่สลับสีสันสะท้อนกันได้อย่างงดงามเปล่งประกาย สายลมพัดพลิ้วใบไม้สีอ่อนขยับไหว เหล่าลุกสัตว์น้อยใหญ่แวะเวียนมาดื่มน้ำทั้งกระรอก กระต่าย และลูกกวางดาวที่อยากรู้อย่างเห็น จัดเป็นจุดชมวิวอันหาได้ยากยิ่ง หลิงหลานแทบจะลืมไปว่าตนกำลังแปลงเป็นเม่นหนามเข็มอยู่ ส่งสายตาวิบวับจ้องมองพวงหางกระรอกที่ฟูสวยโบกสะบัดไปมาอย่างตื่นตาตื่นใจ

            “หลานเอ๋อห์ทานเสียก่อนค่อยเล่น” ประโยคราวกับบิดานี้มาจากชายผมขาวสวมชุดแหวกอกด้านข้างนาง ในมือเขามีห่อไก่ขอทานที่เย็นชืดแล้วค่อยฉีกเป็นชิ้นส่งป้อนนางที่ไม่สามารถขยับตัวเองได้ ตอนนี้สวมเพียงเอี้ยมม้วนขึ้นครึ่งหนึ่งรอปฎิกิริยาของการฝังเข็มออกฤทธิ์ หมอต่วนเกอสิงให้ทั้งสองอยู่ที่นี่ประมาณเค่อหนึ่งนอกจากชมวิวทิวทัศน์ทานอาหารก็ไม่มีอย่างอื่นทำ

             ข้าวปลาอาหารและขนมพร้อม มีคนป้อนถึงปากหลิงหลานค่อนข้างพอใจมากทีเดียว

             ริมฝีปากน้อยเปิดอ้าออกรับอาหารตามคำสั่ง ทว่าสายตาซุกซนยังมองตามเหล่าลูกสัตว์วิ่งเล่นกันเป็นพรวนราวกับเด็กเล็กๆ ที่สมาธิสั้นไม่อยู่สุก จางเหยียนลู่มีหรือเคยปรนนิบัติสตรีในระดับนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังสับสนไม่น้อยถึงแบบนั้นมือกลับขยับไปเอง  คิดว่านางกินได้ก็ดีแล้วต่อไปมีเนื้อมีหนังเวลากอด..กระดูกไม่ทิ่มแขน ตัวนุ่มนิ่ม ทั้งหอมและขาวเวลาจับค่อนข้างสบายมือ

            เสมือนขุนลูกแกะน้อยให้อ้วนพีแล้วรอสวาปามทีเดียวไม่เหลือกระดูก…

            “อิ่มแล้วล่ะ...แล้วท่านไม่กินหรือ?” ครู่หนึ่งนางใช้น้ำเสียงที่เบามากเอ่ยถาม พอดีกับต่วนเกอสิงเดินกลับมาในมือมีห่อผ้าชิ้นเล็ก คงจะไปนำสิ่งนี้มาเป็นแน่เขาไม่พูดร่ำทำเพลงเมื่อเดินเข้าใกล้สายตารึก็เลี้ยงการมองซ่องแซ่ก จะชิ้นไก่เป็นหลักฐานคามือของท่านประมุขเองค้างท่าส่งป้อนเข้าปากหญิงสาวเอย ท่านหมอทำตาบอดหูหนวกจากนั้นหยิบเม้ดยาในห่อป้อนหญิงสาว

             บุรุษที่มีรูปโฉมราวกับมารราคะออกคำสั่ง “กลืนลงไปนั่นคือยารักษา”

             หลิงหลานพบว่าตนต้านทานคำสั่งไม่ได้ยิ่งอยากมีอิสรภาพจากผลข้างเคียงนี้ไวๆ จ้องตาให้กำลังใจหมอต่วนเต็มที่ซึ่งฝ่ายนั้นก็เหมือนจะตอบสนอง พานางไปนั่งที่โขดหินเรียบด้านเดิม ในห่อยังมีแท่งสีประหลาดขมุกขมัวส่งกลิ่นฉุนกึกขนาดประมาณนิ้วก้อยถูกยื่นออกมา

             “นี่แท่งสมุนไพรอมไว้จะคลายลมปราณจากฤทธิ์ยาสมานแผล” แน่นอนพูดจบสั่งให้อ้าปากแล้ววางลงบนลิ้นคนตัวเล็ก หลิงหลานกระพริบตาเสมือนหุ่นไม้ ‘กินยาแล้วต้องอมแท่งนี้ด้วยหรือ?’

              หลังจากนั้นชายผมดำก็เริ่มขยับนิ้วตามจุดชีพจรของนางอีกครั้ง โคจรปรับลมปราณภายในทีละจุดทุกรอบกะแรงอย่างพอดีไม่มีขาดหรือเกิด แสดงให้เห็นถึงความชำนาญที่มาจากการฝึกฝนลองผิดลองถูกมาหลายสิบปี หลิงหลานพึ่งสังเกตเอาตอนนี้เองว่านิ้วของท่านหมอดูจะเรียวและยาวกว่าคนตัวไปเป็นพิเศษ นิ้วชี้และนิ้วกลางยื่นออกมากว่าคนทั่วไปราวหนึ่งชุ่นคิดว่าเป็นผลจากการฝึกวิชาประหลาด

             ผ่านไปอีกครึ่งเค่อกับเกมจ้องกระหม่อมหมอต่วน ในที่สุกปลายนิ้วของหลิงหลานก็เริ่มขยับได้
             นางตื่นเต้นดีใจมากพร้อมกับริมฝีปากพูดออกมาเป็นคำเสียที “..อ...อา!! ข..ขอบคุณท่านมาก!!”

             “อืม เท่านี้ก็เรียบร้อยตอนแรกๆ จะยังคลายออกแค่ส่วนนิ้วผ่านไออีกหนึ่งชั่วยาม เจ้าจะรู้สึกถึงร่างกายส่วนอื่นและควบคุมได้ดังเดิมตามอิสระ”

             สีหน้าเขาเรียบเฉยที่รักษานางเพราะเป็นคำสั่งนายท่าน ผู้เป็นหมอประสาทย่อมไวการตอบสนองของร่างกายหญิงสาวค่อนข้างไวเทียบกับรายอื่นที่ใช้ยาตัวเดียวกัน เป็นปรากฎการที่หาได้ยากหรือจะพูดว่าร่างกายนางเหมาะสำหรับการทดลองยาดีล่ะ? ชายหนุ่มเบนสายตาไปยังร่างสูงที่ยืนเป็นเงาทะมึนผมขาวอยู่ไม่ไกล ‘อย่างไรก็คนของท่านประมุข..คงขอเอามาทดลองไม่ได้ง่ายๆ’

             “ท่านคิดตัวยาเช่นนี้ออกมา.. แต่เหมือนไม่ทันสมบูรณ์ก็รีบนำออกมาใช้ก่อน หากเกิดผลข้างเคียงไปถึง….ทางนั้น ระหว่างต่อสู้ขึ้นมาก็อันตรายถึงชีวิตได้เลยนะเจ้าคะ” หลิงหลานกลอกตามองทางชางหยู ดีนางไม่อาการกำเริบตอนยืนชมวิวตรงหน้าผา ไม่งั้นละก็จนปัญญาจะคิด

             “ก็แค่ไม่มีเวลาพอให้ทดสอบ.. ท่านประมุขต้องการผลลัพธ์ที่แม่นยำและรวดเร็วที่สุด เรื่องธรรมดาที่ผลข้างเคียงมันจะรุนแรงสักหน่อย” เขาให้ยาไปตั้งหลายตัวกลับเลือกใช้ที่มีสรรพคุณระงับเลือดเป็นและความปวด สมานกล้ามเนื้อ เป็นยาชาในตัวแถมไม่ทิ้งรอยแผลเป็น… ของตัวอย่างมีน้อยเสียด้วยเอามาใช้กับสตรีตัวกระจิ๊ดผู้นี้ท่านประมุขคิดอะไรอยู่กันนะ

              ต่วนเกอสิงเลิกคิ้วขึ้นหนหนึ่ง อันที่จริงพรรคมารไม่ค่อยมีทางเลือกมากนักเชลยที่จับมาทดลองยาให้เขา ขอแค่ไม่ตายผลข้างเคียงไม่กระทบต่อการปฎิบัติภารกิจเป็นใช้ได้ รักษาเสร็จแล้วหลิงหลานถูกห่อด้วยผ้าคลุมของชายผมขาว จากนั้นเขาเดินนำออกไปสนทนาเรื่องงานกับหมอต่วนตามลำพัง มีเพียงหลิงหลานนั่งถูนิ้วมือกระตุ้นประสาทสัมผัสคืนมาที่แอ่งหิน

            นางหลับตาลงระบายลมหายใจราวสองเค่อในที่สุดร่างกายเริ่มปรับตัวและฤทธิ์สมุนไพรเริ่มเยียวยา ความชาจากปลายแขนยุบยิบดุจมดไต่หลิงหลานเมื่อยล้าไปทั่วตัวจนลงนอนแผ่บนโขดหินเรียบ พึมพำแผ่วเบาว่าพื้นแข็งเหลือเกินก่อนจะงีบหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้สวมเสื้อนอก เหล่าลูกสัตว์เล็กๆ ได้กลิ่นหอมกล้วยไม้หยกจากตัวหญฺงสาวต่างเข้ามาดมๆ แล้วป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ยอมจากไป ดุจฝูงตัวขนฟูพิทักษ์นายหญิงกลางป่าใหญ่ ไม่ทราบว่านานเท่าใดความเย็นเยียบของแผ่นหินถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและการโอบประคอง นางซุกตัวเข้าหาราวกับลูกนกน้อยออดอ้อนมารดาแล้วก็ได้รับการเอ็นดูลูบลงบนเรือนผมอย่างเบามือ


             “ทำไมนอนไม่ระวังแบบนี้เกิดเป็นผู้อื่นมาเห็นเข้าจะทำอย่างไร…” น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาถามขึ้น หมอต่วนจากไปแล้วเหลือเพียงเขากับนางแค่สองคนร่างสูงช้อนอีกฝ่ายหนุนลงบนตักต่างหมอนอิง ใช้กายบังกระแสลมและแสงอาทิตย์ที่อาจระคายดวงตา

             หญิงสาวตอบโดยไม่เปิดเปลือกตาขึ้น “....ใกล้เพียงนี้เชื่อว่าท่านไม่ยอมปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับข้าแน่”

             คำตอบกลับเสมือนยิ่งเอาใจเขา เงียบในความสงบสุขอยู่หลายอึดใจก็มีหัวกระทุ้ใหม่เปิดประเด็น “หลานเอ๋อห์เจ้าต้องการแต่งงานจริงหรือ?”

              “แน่สิ.. รึว่าท่านคิดกลับคำที่พูดเอาไว้?” เนตรกวางคู่หวานปิดพรึบจดจ้องใบหน้าที่ย้อนแสงตะวันจนเกิดเงาอ่อนจางเพิ่มความลึกลับลางเลือน นางเม้มริมฝีปากน้อยๆ ก่อนถอนหายใจ “แต่หากท่านไม่ปรารถนาข้าเองก็ไม่คิดฝืนใจบังคับ ใต้หล้ากว้างใหญ่คงจะมีบุรุษสักคนสามารถเป็นบิดาให้เด็กๆ ได้เช่นกัน”

              จางเหยียนลู่หางคิ้วกระตุกเล็กน้อยนางคิดแต่งให้ผู้อื่น? อย่าหวังได้เลย

              “หากว่าข้าก็ปรารถนาเช่นเดียวกันเล่า?” เขาไม่มีคำพูดลึกซึ้งสวยหรูเหมือนพวกบัณฑิตดีแต่ปากทว่ายังสามารถค้นหาความจริงใจได้อยู่ จึงเริ่มเล่าส่วนหนึ่งของความฝันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงความคิดตน ทั้งสองใช้ชีวิตโบยบินเคียงคู่ ท่องเที่ยวไปตามใจปรารถนาอยู่ในโลกของสองเราหลังวิวาห์ เรื่องพ่อแม่บุญธรรมของนางก็คล้ายจะตรงกับความฝันลึกลับ ลึกๆ พบว่าตนปรารถนาให้ภาพฝันนั้นเป็นความจริงขึ้นมาจึงได้ส่งคนออกตามหานางไปทั่วทุกทิศ ‘แค่การวิวาห์ไม่เห็นยากอะไร...’

             “บุรุษยึดมั่นในหลักการ อุดมการณ์คือเกียรติและศักดิ์ศรี... ข้าไม่สนใจจารีตประเพณีรังเกียจที่จะเอาคำของปราชญ์บัณฑิตคร่ำครึมาตีกรอบตนเอง หากเป็นความต้องการของเจ้า หนึ่งงานวิวาห์แลกกับการที่เจ้ายินดีติดตามอยู่ข้างกาย ไม่หนีหาย ไม่หลบหน้า ในสายตามีข้าในทุกวันมันก็คุ้มที่จะทำ” ให้เขาแต่งอีกเป็นร้อยหนกับสตรีคนเดิมก็ยังได้

              ถ้อยคำธรรมดาแท้ๆ หลิงหลานฟังแล้วหวานล้ำในหัวใจนักคลี่ยิ้มเจิดจ้า “ครอบครัวพร้อมหน้าได้กินข้าวด้วยกันทุกวัน…..”

              “เจ้าทอผ้าส่วนข้าล่าสัตว์…” ล้วนเป็นคำสัญญาในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นคืนใหม่ในนาทีนี้

              “เช่นนั้นก็แต่งเถิด!!” สิ่งแรกที่นางทำหลังขยับตัวได้นั่นคือเข้าหาใบหน้าคมคาย ประทับจุมพิตลงข้างแก้ม กอดคนรักที่คืนกลับมาไว้ด้วยหัวใจที่เปล่งประกายไปด้วยความสุข


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --30 คุณธรรม +10 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-7-26 12:47
คุณได้รับ +70 ความโหด โพสต์ 2019-7-26 12:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 +50 ความหิว -86 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 50 -86 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 10:47

ขึ้นไปด้านบน