12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ นอกเมืองจางเย่ } โอเอซิสฉิงซวงซวี่ | 晴霜旭

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-1-21 23:25:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                 ไม่มีทางลัดสำหรับการฝึกฝนหรอกนะ
                                 หากมีทางลัดสำหรับของแบบนี้ล่ะก็นะ
                                 ก็เท่ากับว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นหาใช่การฝึก
                                 เป็นการทำอะไรซักอย่างเพื่ออะไรซักอย่าง
                                 ซึ่งมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรอย่างการฝึกหรอก




                                 การเดินทางแต่ก่อนกับทางเดินทางในตอนนี้นั้น ช่างเป็นอะไรที่เหมือนดั่งฟ้ากับเหวเสียจริงๆ เพียงแค่การที่จะหาที่สงบๆฝึกวิชา จะหาจากในเมืองนั้นล่ะนะ ฝันไปเถอะ เมืองนั้นคงต้องเป็นเมืองร้างนั่นล่ะถึงจะเข้าไปฝึกได้น่ะ แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ ว่าเมืองร้างน่ะจะฝึกได้ อาจจะเจอเจ้าของบ้านเก่าของเมืองมาทักทายก็เป็นได้นะ ฮะๆๆ เอาจริงเรื่องแบบนั้นข้ายังไม่เคยเจอหรอก มันเป้นเรื่องที่ข้านั้นรู้นะ ว่ามันเป้นยังไง และหลังจากนั้นคืออะไร ชีวิตหลังความตายสำหรับข้าแล้วนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอย่างที่ใครๆคิดหรือจินตนาการไว้หรอก เหล่าผู้คนที่ต่างหวาดหลัวต่อมรณะภัยที่แม้นไม่ได้เกิดขึ้น แต่เมื่อพูดชื่อขึ้นมา ก็ต่างหวาดกลัวกันแล้ว ก็เพราะคนเหล่านั้นยังมีห่วงที่ยังรัดพวกเขาเหล่านั้นเอาไว้ ไม่ให้คิดที่จะไปยังไงล่ะ...



                                 เรื่องพวกนี้พูดไปใครเขาจะฟังล่ะ ไม่มีหรอกอ่านคัมภีร์ยังมีเพียงแค่บัณฑิตกับนักบวก หรือพวกราชครูทั้งหลายในราชสำนักหรือตามสำคัญๆของเมืองนั่นล่ะ มีเท่านั้น น้อยคนนักที่จะได้ยลความรู้ทั้งหลายที่ลึกซึ้งเช่นนี้ แต่ข้าเองนั้นก็ไม่ได้สนใจในรายละเอียดของมันเท่าไหร่หรอกนะ สิ่งที่ข้าพูดมาก็คือสิ่งที่ข้านั้นรู้ ก็มีเพียงเท่านั้นล่ะ ไม่รู้อะไรขาก็จะบอกว่าไม่รู้ ก็มีเพียงเท่านี้ล่ะ...



                                ยามซวี้ของโอเอซิส แหล่งนี้ที่สำคัญในทะเลทราย

                                 มันดูสงบกว่าที่ข้าคิดไว้ ในตอนแรกนั้นข้าคิดว่าที่นี่จะมีคนสัญจรไปๆมาๆแม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืนก็ตามทีเถอะ ตอนนี้ข้าก็ได้ที่สำหรับฝึกวิชาอีกคืนนึงแล้ว เมื่อเช้าข้าตื่นมาพร้อมกับความทรมานจากผลของการฝึกในวันก่อน กว่าจะลุกได้ก็แทบจะสายเอา ดีที่เมื่อคืนนั้นหลังจากการฝึก ข้าไปปลดปล่อยก่อนที่จะกลับเข้ามานอน เลยรับศึกหนักเพียงแค่ในตอนเช้า นั่นคืออาการที่คล้ายๆกับว่าข้านั้นออกศึกมาแล้วกลับมาพัก เป็นเช่นไรนั้น เช้าตื่นมาข้าก็เป็นอย่างที่บอกนั่นล่ะ มันเหมือนข้าออกศึกมาก็ไม่ปาน แต่ไม่นานนัก เพียงชั่วยาม ก็ค่อยดีขึ้น...



                                ยามค่ำตืนนี้ ก็จะเป็นอีกวันที่ข้านั้นต้องฝึกวิชาต่อไป ข้าจอดรถม้า และนำกระโจมใหญ่ออกมากาง เก็บน้ำเก็บฟืนทำอาหารเย็นเพื่อทาน ก่อนที่จะเก็บกวาดให้เรียบร้อย แล้วก็เข้าสู่ช่วงเวลาของการฝึกวิชาล่ะ.. เข้าสู่ท่วงท่าเดิม อิริยาบทเดิม การได้อยู่นิ่ง มันก็เป็นอะไรที่ข้าชอบเหมือนกันนะ แม้ว่าข้าเองนั้นจะไม่ค่อยอยู่เป็นสุขก็ตาม มีเรื่องให้ต้องทำบ่อย นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่สบายที่สุดแล้วก็ว่าได้.. เมื่อมือขวามทัพซ้ายเรียบร้อย เมื่อข้าหลับตาลง ก็เริ่มกำหนดปราณเวียนซ้ายที่จุดท้องน้อย ทุกขั้นตอนนั้นข้าเองก็ยังคงต้องค่อยๆทำค่อยๆเลื่อนไปทีล่ะขั้นตอน ซึ่งตอนนี้นั้นข้ายังคงอยู่ที่การเวียนปราณไปทางซ้าย ที่จุดท้องน้อย ก่อนที่จะค่อยๆเคลื่อนคล้อยลงไปสู่ขาทั้งสองข้าง ตามเส้นปราณ เคลื่อนคล้อยร้อยตามไปเรื่อยๆ แล้วกำหนดปราณที่เคลื่อนขึ้นมาจนรอบแล้วเข้าสู่จุดตันเถียน ศูนย์กลางร่างกาย



                                 แม้ว่าจะเสร็จสิ้นการฝึกไปแล้วก็ตามที แต่เพื่อที่ครั้งต่อไปนั้นจะไม่มีอะไรผิดพลาด ต่อให้มีตำราก็เถอะ หากไม่เอาออกมาอ่านอีดครั้งแล้วเริ่มขั้นตอนการฝึก การลืมหรือข้ามวิธีการ หรือทำผิดวิธี อาจทำให้ตัวข้าในตอนนี้ไม่มีโอกาสฝึกต่อไปจนสำเร็จวิชาก็เป็นได้ เพราะงั้น ข้าถึงได้ลองทำลองฝึกอีกครั้ง แม้ว่าจะเสร็จการฝึกของวันนี้แล้วก็ตามที...



                                   เพราะการฝึกนั้นไม่มีทางลัด มีเพียงต่องเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมายของการฝึก มีเท่านี้...





แสดงความคิดเห็น

ตัวเบาขั้นกลาง (10) 3/10  โพสต์ 2019-1-21 23:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -68 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
Brynhildr Randgris
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
Brynhildr Hlina
ผ้าคลุมจวี้ม่อ
ต่างหูมาร์เพสซา
เกราะอามุนราห์
บันทึกสื่อจี้เล่มแรก
ธงอินเฟอร์โน่
หน้ากากยักษ์ม่วง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x34
x1
x20
x5
x50
x1
x5
โพสต์ 2019-2-10 16:06:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YoshifumiRen เมื่อ 2019-2-10 16:13

" คิดว่าพักที่นี่กันดีมั้ยเปาๆ "

เด็กหนุ่มกระโดดลงจากม้าของตนก่อนจะวิ่งเหยาะๆและก้มมองลงไปบนผืนน้ำอย่างตื่นเต้น

' โอเอซิสฉิงซวงซวี่ '


เร็นได้ยินชื่อนี้มาจากนักเดินทางที่สวนทางกับเขา เด็กหนุ่มมองเงาสะท้อนของตนบนผิวน้ำ บนนั้นมีเงาสะท้อนของดวงจันทร์ที่กำลังลอยอยู่สั่นและสั่นกระเพื่อมเพราะการไหลของกระแสน้ำ และเงาของเขา ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์ดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้นนั้นจ้องมองกลับมาที่ตัวเขาเอง รอยยิ้มของเขานั้นดูตื่นเต้นแต่กลับดูว่างเปล่าไปพร้อมๆกัน เส้นผมที่มัดรวบไปด้านหลังนั้นทำให้เขารู้สึกผิดแปลกไป

ยามดึกสงัดเช่นนี้ ที่นี่กลับไม่เงียบเสียงของธารน้ำตกนั้นไหลกระทบเป็นท่วงทำนองเสียง เหล่านกนั้นเกาะกิ่งไม้กันแอบอิงหลับกันเป็นคู่ๆ หวานซะจนถ้าคนโสดหรืออกหักบางคนมาเห็นอาจจะหมั่นไส้จนเอาธนูยิงตกลงมาซักตัวสองตัวก็เป็นได้

" พักที่นี่ก็คงไม่เป็นไรมั้ง "


เร็นคิดก่อนจะก้าวหาซอกหินซักที่สำหรับพักผ่อนในคืนนี้ ก่อนจะลืมไปว่าเขาต้องผูกเจ้าเปาเปาไว้กันมันจะเดินซนไปไหน โชคยังดีที่เจ้าม้าขาวยังอยู่ที่เดิมมันเล็มหญ้าบริเวณนั้นอย่างสบายใจ

" มานี่เร็วเปาๆ "


เร็นเดินไปจูงบังเหียนของเจ้าม้าให้เดินตามมาก่อนจะผูกไว้กับต้นไม้ต้นหนึ่ง บริเวณนั้นเองก็มีหญ้าเจ้าม้าก็คงจะได้พักเช่นกันเขาคิด แถมตรงนี้เองก็อยู่ใกล้ๆเขาด้วย เด็กหนุ่มคิดก่อนจะเดินไปนั่งเล่นข้างๆแหล่งน้ำของโอเอซิส หมู่ปลากำลังว่ายอยู่ภายใต้ผืนน้ำนั้น

" อยากลงไปจังเลยแฮะ "


เขากล่าว แต่เร็นก็ไม่อยากให้ชุดของตัวเองเปียกเลยแค่ก้มลงแล้วใช้มือแหวกน้ำเล่นกับฝูงปลาเท่านั้น ในช่วงแรกฝูงปลาเหล่านั้นแตกกระเจิงแต่ไม่นานพวกนั้นก็กลับมาว่ายดังเดิมเมื่อเห็นว่าเจ้าของมือนั้นไม่ได้ทำอันตรายใดๆพวกมัน

" ห๊าาาาว .. "


เสียงหาวดังขึ้นหลังจากนั้นซักพักใหญ่เด็กหนุ่มดึงมือขึ้นจากน้ำ เขาสะบัดมือจนน้ำกระเด็นไปทั่ว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก่อนจะดึงผ้าคลุมออกจากกระเป๋าเสบียงมาห่อร่างกายของตน อากาศยามกลางคืนของทะเลทรายแห่งนี้นั้นค่อนข้างหนาวพอสมควรเลย เร็นคิดก่อนจะเดินไปซุกระหว่างซอกหินกับต้นไม้ต้นหนึ่งเขาดึงผ้าที่มัดผมของเขาออกแล้วหลับตาลง

" หนาวจริงเลยๆนะ "


เร็นพึมพำ ก่อนที่เขาจะอิงตัว ลงไปแนบกับต้นไม้ ความรู้สึกเหงาอย่างประหลาดแทรกผ่านร่างกายเด็กหนุ่มดึงผ้าคลุมแน่น จนกระทั่งเวลาผันผ่านไปเขาก็หลับไป

แสงอาทิตย์แทรกผ่านเหล่าหินกระทบกับฝุ่นทะเลทรายจนเห็นแสงอาทิตย์เป็นสาย เปลือกตาของเด็กหนุ่มที่หลับอยู่นั้นค่อยๆเปิดออก เขากระพริบตาช้าๆก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นแล้วก้าวออกมาจากบริเวณซอกหินแล้วยืดเส้นยืดสาย เจ้าม้าเปาเปานั้นกำลังเล็มหญ้าอยู่บริเวณที่ห่างจากเขาไม่มากนัก

เด็กหนุ่มเดินก้าวไปและมองลงไปบนบ่อน้ำ เงาสะท้อนของเขาเองเส้นผมของเขานั้นชี้ฟูยุ่งเหยิงและดูนุ่มนิ่ม เร็นมองเงาสะท้อนบนผืนน้ำของตนก่อนจะใช้หวีค่อยๆสางผมของเขาเรื่อยๆแล้วใช้ผ้าผูกเป็นเปียตวัดมาด้านหน้าอย่างที่เคยทำ เส้นผมสีดำนั้นสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์ที่พึ่งขึ้นและสะท้อนกลับลงไปบนผืนน้ำ เป็นสีเหลืองอ่อนที่เจืออยู่บนสีดำ เขาใช้ผ้าคลุมเช็ดใบหน้าของตน

เสียงของนกจับคู่กันร้องเพลงอย่างไพเราะ เด็กหนุ่มมองเหม่อขึ้นไปก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

" เอาล่ะ ออกเดินทางกันต่อเลยดีกว่า "


เขากล่าว ก่อนจะเดินไปหาเจ้าม้าขาวที่หยุดเล็มหญ้าแล้ว มันมองหน้าเขาเมิ่อเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้ เร็นสวมผ้าคลุมให้เรียบร้อยเพราะเขาคิดว่าผ้าคลุมนี้อาจจะลดฝุ่นในทะเลทรายที่เกาะตามตัวเขายามเดินทางก็ได้ เด็กหนุ่มแก้เชือกของเจ้าม้าออกจากต้นไม้ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนหลังของมัน จากนั้น เขาจึงเดินทางต่อ


@STAFF_Pixiu







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 ความโหด โพสต์ 2019-2-11 01:00

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -21 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -21 + 3

ดูบันทึกคะแนน

อืม สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้นฟูจิโอ
เกราะทองแดง
ม้าขาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
โพสต์ 2019-3-12 16:57:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เควสเรื่องราวสาม
บุญคุณความแค้น
พาร์ท 2 ตอน จดหมาย
(ตกปลาเบ็ดตรง)

          เส้าเทียนเมาหัวราน้ำทุกวันที่โอเอซิสกว่าสามวัน ชีวิตของเขามันแหลกสลาย ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรให้ได้เลย ขนาดคนที่มีพระคุณของ ยังช่วยเหลือไม่ได้ ใช่แล้วจมอยู่กับความทรมานอยู่เยี่ยงนี้ย่อมดีกว่า ไม่อยากมีความสุขอีกแล้ว ไม่อยากเสียใจอีกแล้วบอกให้ความมืดกัดกินจริงใจไปซะให้หมด

           มือหนายกไหสุราขึ้นมากระดกดื่มต่อไปอย่างไม่ยั้งยับช่างใจอันใด นัยน์ตาสีดำคมกริบทั้งสองมีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา “อื้อ…” ทั้งดื่มทั้งร้องไห้เป็นบ้าอยู่คนเดียว

           นกพิราบสีขาวนวลบินกลับมาพร้อมกับจดหมายร่วงหล่นลงมา เส้าเทียนมองด้วยสายตาพร่ามัว “....?” เปิดแกะอ่านออกดูแล้วพบว่าเป็นจดหมายของหย่งเยี่ย
         
           'ถึง หวงเส้าเทียน
           ข้าได้รับข่าวแล้ว ขอบคุณน้องหวงอย่างมาก ข้ากับเส้าเฟิงกำลังเร่งเดินทางไปหาเจ้า อีกสองวัน เจอกันที่ ถ้ำทราย นอกเมืองจิ่วฉวน

จาก หย่งเยี่ย’


           เส้าเทียนอ่านจดหมายแล้วนั่งครุ่นคิดวนกลับความคิดอันแปลกแยกสักพักคิดอะไรไม่ออกในชีวิต บางทีการตกปลาอ่านสงบจิตใจของเขาให้หายขุ่นมัวได้ ก่อนจะหยิบคันเบ็ดตกปลาขึ้นมาแล้วเหวี่ยงสุดแรง ตกปลาแบบตรง ตรงห่างจากน้ำสามคืบ

           “ปลาเอ่ย ข้าควรทำอย่างไรต่อดี” นัยน์ตาสีดำคมกริบมองไปมารอบๆกระดกสุราไปด้วย สภาพย่ำแย่เกินจะทนถ้าหากผู้อื่นมาเห็นคงจะไม่กล้าเข้าใกล

          ในระหว่างที่ตกปลาเบ็ดตรงอยู่นั้นหัวก็ผงกลงอย่างมึนเมาๆจนทำให้ตกลงไปในโอเอซิส

          ร่างกายอาภรณ์เปียกชื้นนอนแผ่ราบ จิตใจไม่สามารถหาทางสงบลงได้ การมีชีวิตอยู่แบบนี้มันก็เหมือนกับการตายทั้งเป็น ความตายยังง่ายกว่ามิใช่รึ

           “อื้อออ”


แสดงความคิดเห็น

(( บันทึกวาสนาถูกเปิดออก ))  โพสต์ 2019-3-12 17:38
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-3-12 17:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +35 ความหิว -42 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2019-3-12 18:50:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-3-12 22:03

อีเว้นท์พิเศษ
{ หนทางแห่งความมืดหรือสว่าง }

          เส้าเทียนนอนแช่ตัวลงอยู่ในน้ำอย่างไม่สนใจอะไรในชีวิตล้วงกระเป๋าที่เปียกโชกควานหาไหสุราขึ้นมากระดกดื่ม “อืมม ข้าควรจะเมาต่อไปทั้งวันเยี่ยงนี้” นัยน์ตาสีดำคมกริบมองเห็นภาพหลอนพร่ามัว ไม่อยากรับรู้เรื่องราวใดๆอีกต่อไปแล้ว


           กระจกอี้เซียวไน่เหอลืมตาขึ้นมองอีกฝ่าย แสงสว่างลอยส่องกระทบใบหน้าหวาน “เจ้านายท่านเป็นอะไร ไฉนถึงได้ทำตัวเหลวแหลกเช่นนี้” เอ่ยถามผู้เป็นเจ้าของด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเส้าเทียนนั้น พลิกกลายกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ


           หรือเขาจะเมาไปเห็นกระจกสามารถพูดได้ มีตา มีปาก… “ข้าต้องเมาไปแน่ๆ อึกๆๆ” ดื่มไหสุราอย่างไม่สนใจ


            “ท่านไม่ได้ตาฝาด มีอะไรอยากจะระบายให้ข้ารับฟัง ข้าอาจจะช่วยท่านได้” กระจกอี้เซียวไน่เหอเอ่ยบอกพูดปลอบผู้เป็นนาย


          เส้าเทียนถอนหายใจ “เจ้าช่วยอะไรข้าไม่ได้หรอก” ส่ายหัวไปมา แต่ด้วยความเมานั้นก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่อัดอั้นตันใจใบหน้าแดงซ่านเหอร้อนเจ็บปวดบริเวณดวงตาที่ผ่านการร้องไห้มาทั้งวันทั้งคืน


           “ข้าเป็นตัวอัปมงคลใช่ไหม ข้าเคยคิดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วหละแต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริงอย่างที่คิด ท่านแม่ข้าตกผาตายท่านไป๋ฟางหรงก็ตกผาตายเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนนี้คือคนที่ข้าเคารพทว่า พวกเขาทั้งสองกลับเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์คล้ายๆกัน ข้าพยายามจะไม่คิดแล้วแต่มันก็อดนึกไม่ได้จริงๆ พ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดก็เสียชีวิตมาตั้งแต่ข้าเยาว์วัย” เหมือนมีมีดมากมายทิ่มกรีดแทงหัวใจเป็นพันๆเล่ม


            “......” กระจกอี้เซียวไน่เหอรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดบอก


           “ข้ากลัว… ไม่อยากใกล้ชิดกับใครอีกแล้ว ข้ากลัวคนที่รักจะต้องตาย ทั้งคนรัก ทั้งสหาย ทั้งครอบครัว...พวกเขาเหล่าไม่ควรจะมารู้จักข้าตั้งแต่แรก จะให้เลิกคิดเรื่องพวกนี้มันก็ไม่ออกไปจากหัวได้ซะที ข้าควรทำอย่างไร ข้าควรตายใช่ไหม ทุกอย่างถึงจะสิ้นสุดลง”


           ร่างสูงนอนแช่ในโอเอซิสใบหน้าอาบน้ำตา “ข้าเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ข้าไม่สามารถช่วยเหลือใครได้อีกแล้วแม้แต่ตัวข้าเองยังช่วยไม่ได้ โชคชะตาช่างเล่นตลกกับข้าซะจริง”


           ทรมานเหลือเกิน...


          กระจกอี้เซียวไน่เหอที่เงียบสนิทรับฟังอยู่นานได้เห็นร่างสูงสภาพย่ำแย่พูดบอกพร้อมกับฉายภาพภายในกระจกเป็นภาพเรื่องราวหนึ่ง “นี่คือโม่หรูหยง หากไม่ได้พบท่าน นางจะใช้ชีวิตในร่างเสือขาวเช่นนี้ตลอดไปเมื่อนางพ่ายแพ้ต่อไป๋หู่ในที่สุด”


          ผ่านฉายเห็นเสือขาวยักษ์อาละวาด นัยน์ตาสีดำคมกริบมองจิตวิญญาณร้ายของไป๋หู่ที่ครอบครองร่างหรูหยงได้สำเร็จ  พอเห็นภาพแบบนี้แล้วเขาก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากกว่าเดิมได้พันเท่า ตอนนี้เขาต้องทำยังไงล่ะ  ไม่อยากทำให้คนอื่นไหมเดือดร้อน


          “ข้ารักนาง…” เสียงทุ้มติดหวานพึมพำขึ้นมาเบาๆ เงยหน้ามองกระจก รู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นเริ่มสร่างเมาเพราะธารน้ำที่เขานอนแช่อยู่ เหมือนกับว่ามันนั้นพยายามจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ทุเลาลง


           แต่เขาก็ยังสับสนกับตัวเองอยู่ เหมือนเดิมใช่แล้วล่ะ ข้าควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ถึงกระนั้นมันก็ทำให้เขานั้นได้ลองรับฟังสิ่งอื่นที่กระจกกล่าว


          “การผจญภัยในภายหน้าของเจ้านาย จะได้ผจญในทะเลพบเจอสิ่งต่างๆ มากมาย และช่วยเหลือผู้อื่นอีกมากมาย”


          ช่วยเหลือผู้คนอีกมากมาย อย่างนั้นหรอเขายังสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกสินะ ท้องทะเลอันกว้างใหญ่เป็นสิ่งที่เขานั้นก็เคยอยากจะไปท่องเที่ยวอยากรู้ว่าทะเลนั้นจะไปไกลสุดลูกหูลูกตาได้ถึงขนาดไหน เป็นนั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน “ถ้าหากว่าข้านั้นยังมีชีวิตอยู่ต่อ จะได้ช่วยเหลือผู้คน แล้วคนพวกนั้นจะไม่ตายใช่ไหม”


          “แต่ละคนมีเวลาชีวิตไม่เท่ากัน ไม่ใช่เพราะรู้จักเจ้านายหรอก ความผิดพลาดในอดีตที่ไม่อาจหวนคืน ให้เปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนปกป้องมิตรสหายที่ยังอยู่ ก็เหมือนเจ้านายได้ปลอบประโลมดวงวิญญาณแม่บุญธรรมและสร้างกุศลให้ท่านได้มีความสุขในปรโลก” กระจกกระจกอี้เซียวไน่เหอพูดบอกในสิ่งที่ควรจะบอกให้เส้าเทียนได้รับรู้


            “ขอบคุณเจ้าที่ผู้ทำให้ข้านั้นรู้สึกดีขึ้นได้ถึงขนาดนี้มันเป็นคำพูดที่สามารถเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำข้านั้นเจ็บปวดกับทุกๆอย่าง” ใบหน้าคมคายติดหวานมีน้ำตาคลอ  เขาควรที่จะสร้างบุญกุศลให้กับท่านแม่กับคนอื่นๆที่รู้จักแล้วจากโลกนี้ไป เป้าหมายในชีวิตคืออะไร… บางทีหากอยู่ต่ออาจรู้ถึงความต้องการของตนเอง ความคิดของเขานั้นมันแปลกแยกและซับซ้อนเกินไปจนตัวเองก็ไม่รู้


            มิตรสหายของเขานั้นมีเพียงไม่กี่คนหรอกที่เขานับเป็นคนที่รู้จักสนิทสนม เขาพยายามที่จะออกห่างจากคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตทุกครั้ง


           ท้องฟ้าในยามสนธยานั้นฝูงนกบินพา นัยน์ตาสีดำคมกริบมองกระจกอี้เซียวไน่เหอ “อึกก…” มือหนาวางไหสุราลงกับน้ำโอเอซิสก่อนจะไถลตัวปล่อยกระแสผ่านไปเปียนชื้นทั่วอาภรณ์


           ก่อนภาพกระจกอี้เซียวไน่เหอเปลี่ยนไปเป็นภาพห้องมืดที่ไหนสักแห่ง เส้าเทียนมองเห็นโฮตารุที่เติบโตขึ้นตาถูกปิดมัดมือมัดเท้าและปากจนมิดชิด ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยถูกโบย “....โฮตารุ” จู่ๆก็นึกถึงตอนที่ร่างเล็กเอ่ยแนะนำอย่างร่าเริงแจ่มใส บัดนี้เนื้อตัวสั่นหวาดผวาหวาดกลัว “อี้เซียวไน่เหอที่นั่นคือที่ใด?”


           “ข้าไม่สามารถบอกได้ แต่นี้เป็นเส้นทางเจ้านายจะต้องเลือกเดิน” กระจกอี้เซียวไน่เหอเอ่ยบอกน้ำเสียงแผ่วเบา


           เส้าเทียนหยิบจดหมายจากหย่งเยี่ยขึ้นมาอ่านอีกรอบ ‘อีกสองวัน เจอกันที่ ถ้ำทรายนอกเมืองจิ่วฉวน’


           ข้าควรที่จะไป...เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงลุกขึ้นมาแบบเซๆ “คนอย่างข้าจะช่วยเหลือได้จริงๆอย่างนั้นหรอ ข้าจะลองเชื่อใจในตัวเองสักครั้งหากทุกอย่างแย่ลง…ข้าขอนั่งจมดิ่งใช้ชีวิตไร้ค่าต่อไป”


            ชายหนุ่มจะลองเดิมพันกับตัวเองสักครั้ง หวังว่าเรื่องราวจะไม่แย่ลงหากเขาเข้าไปพัวพันข้องเกี่ยว

          กระจกไปยิ้มให้อีกฝ่าย "เจ้านายฉันชื่อกิเดี้ยน ครั้งต่อไปเรียกชื่อฉันได้เลยนะ" เอ่ยบอกชื่อจริง

          "กิเดี้ยน...?" เส้าทียนนั้นรู้สึกไม่คุ้นหู กับชื่อของกระจกชื่อเหมือนกับชาวตะวันตกเลย

          "ท่านคงจะสงสัยสินะ...เป็นชื่อของท่านผู้สร้าง" แสงสว่างในกระจกก็หายวับไป

           "ขอบคุณ...สำหรับคำปรึกษา"

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-3-12 22:14
คุณได้รับ +13 คุณธรรม +20 ความชั่ว +36 ความโหด โพสต์ 2019-3-12 21:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +35 ความหิว -36 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2019-4-17 17:26:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-4-25 16:57

{ เควสโลก } สำรวจสุสานสรรพสัตว์
พาร์ท 7 : เส้นทางอื่น (5)

เส้าเทียนเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมอิ้นเจ๋อหร่าน โดยที่พวกเขานั้นเดินทางไปพักกันที่โอเอซิสฉิงซวงซวี่




@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +200 ความชั่ว +129 ความโหด โพสต์ 2019-4-25 17:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ความหิว -63 แต้มวาสนา +20 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -63 + 20

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2019-5-5 21:04:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-5-5 21:10


♦ เรื่องราวที่ 4 การรอคอยอันยาวนาน ♦
หงส์ซ่อนมังกรหลับใหล

1156

{ อิเว้นท์เรื่องราวที่สี่ 12 }
แก๊งค์ชีเปลือยมันม่วง

หัตถ์ซ้ายถือดอกไม้ หัตถ์ขวาร่ายเพลงกระบี่
เกล็ดเหมันตกาล ร่วงโปรยเหนือกลางหว่างคิ้ว
หลอมละลายสลายกลายเป็นน้ำจากตา

            ขุนเขาหล่อหลอมด้วยหมื่นพันจำนวนเม็ดทราย แนวสันที่ทอดยาวอาจจะมากกว่าครึ่งลี้เอกลักษณ์ของเขตแดนเหนือนั้นคือความแห้งแล้งอันไร้ขีดจำกัด ใต้ท้องฟ้าในยามราตรีมีดรุณีร่างเน่งน้อยสวมอาภรณ์ขาวชายเสื้อปลิวสบัดตามการวิ่ง ไม่ผิด เป็นการวิ่งโกยอ้าวประดุจหนีมหันตภัยกร้ำกรายชีวิต เบื้องหลังของประกายผมสีเงินนั้นผู้มาคือกลุ่มชายฉกรรณ์ไร้อารยะ สวมเสื้อผ้าขาดความสำรวมแหวกอกผ่าข้างบ้าง ชนิดนางโลมยังไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างบางคนหนวดเฟิ้ม บางคนสำอางค์สะโอดสะองค์ยิ่งกว่าสตรีแต้มชาดเขียนคิ้ว ทุกคนอาวุธครบมือและมีจุดหนึ่งร่วมกัน นั่นคือ

              สวมผ้าโพกหัวเครื่องหมายการค้า ‘สุราดาบไขว้’ ตราพรรคเมาเซียน

              พวกมันกู่ร้องอย่างคึกคักเสมือนเริ่มเกมฝูงหมาล่าลูกแมวน้ำสีเงิน “ไปจับนังนั่นมาให้ได้!!”

              “เป็นน้ำบ่อก็อย่ามาระรานน้ำคลองสิเฟ้ยยยย” หญิงสาวตะโกนลั่นอย่างจำใจเมื่อปราศจากม้าและช้าง แม้นางยอมเป็นตัวล่อเพื่อเปิดทางหนีให้จวงถิงซูพาคุณชายอิ๋งจูเหว่ยหลบหนีเข้าเมืองไปได้ก็จริง ทว่ากลุ่ม ‘ชีเปลือยมันม่วง’ สวมผ้าโพกนี่ก็มุ่งเป้ามาที่ตนแทนอย่างไม่ลดละ หลิงหลานวิ่งสับขาแหลกหลังจากประมือกับคนพวกนี้มาสักระยะนึงแล้วมันไม่ใช่ ‘งอกจำนวนจากสิบเป็นยี่สิบ พริบตาเดียวขึ้นมาสามสิบ!! เป็นเชื้อรารึไงหมาหมู่นี่หว่า!!’

              ต่อให้ซื่อแค่ไหนก็ทราบดีว่ามิควรเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ไม้ซุงเปลือยที่มีอาวุธครบมือ
              โดยเฉพาะไม้ซีกด้ามปะติ๋วโดดเดี่ยวหัวลีบเพียงลำพัง ‘ปูทางตายเพื่อการกุศลชัดๆ แบบนี้ไม่อาววว’

               หลิงหลานมีวรยุทธ์ใช้วิชาตัวเบาวิ่งพันลี้จนฝุ่นทรายโขมงเข้าปากศัตรู เหล่าชีเปลือยมันม่วงก็ล้วนเป็นวรยุทธ์กระโดดหยึ๋งๆ จากแนวสันทรายตามติดมาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ เสียงเอะอะขโมงโทงว่าใครกันจะได้จับตัวสตรีแปลกผู้นี้มาก่อน แล้วจะทรมานชนิดแนบชิดรีดเคล้นข้อมูลออกจากปากจิ้มลิ้มนั้นอย่างไร แค่คิดตามไฟราคะลุกโหมหัวหมู่ตระกูลชูทั้งสามไม่ต้องสั่ง พวกมันนับสามสิบกว่าชีวิตก็เฮโลกันตามไม่ยอมลดละ

               เถ้าแก่สาวเริ่มเกลียดทะเลทรายขึ้นมาลางๆ เวลาปกติก็สวยดีอยุ่หรอกตอนนี้บรรจุข้อเสียลงไปนอกจากแล้งไม่มีน้ำให้กระดก สี่ทิศล้วนโล่งรอบ ‘ไร้ที่หลบซ่อน’ แม่ย่ามันเถอะ แบบนี้ไงสัตว์ในทะเลทรายถึงได้สูญพันธุ์แล้วยกครัวลงไปอยู่ใต้ดิน!!

                “แฮ่ก… แฮ่ก… ไม่ตลกนะ ข้าอุตส่าห์ขุนตัวเองจนมีเนื้อหนัง จะมาแห้งตายให้แร้งกินที่ไม่ได้!!” หลิงหลานขยับหน้ากากจิ้งจอกหิมะที่เลื่อนไปให้กระชับเข้ารูป ร่างในอาภรณ์ขาวหอบฮั่กนางคงวิ่งมาได้สักครึ่งลี้แล้ว เนื้อผ้าเมื่อชื้นเหงื่อก็ยิ่งเห็นทรวดทรงหลังแพรบางเบา นางตามเสียงน้ำมาคาดว่าเป็นโอเอซิสกลางทะเลทรายหวังเพียงว่ามีที่หนึ่งใช้หลบภัยแล้วสลัดไวกปลิงม่วงทิ้ง ตนค่อยหาลู่ทางย้อนกลับไปพบกับพี่สาวจวงถิงซู่อีกที ‘..มีน้ำก็ต้องมีปลา เอ้ย! มีต้นไม้ใบหญ้าสินะขอให้ได้ผลทีเถอะ!!’

                ท่ามกลางแสงเหลื่อมล้ำของจันทราสาดส่องแมกไม้ โอเอซิสฉิงซวงซวี่ยามนี้ปลอดผู้คนน้ำตกใสไหลริน ราวกับไม่คิดว่าคืนนี้จะแปรเปลี่ยนสถานที่สุขสงบกลายเป้นสถานที่นองเลือด ชาวพรรคเมาเซ๊ยนเร่งรุดมาถึงกลับไม่พบตัวคนหัวหมุ่ก็ประกาศก้องให้ออกตามหา ต้นไม้บางส่วนหักโค่น พงหญ้าถูกคมโลหะวาดผ่าน หลิงหลานถอยฉากหลบด้านหลังโพรงไม้เคลื่อนตัวเองอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง ทำตนเป็นส่วนหนึ่งของเงามืด อาศัยแมกไม้สุมพุ่มหญ้ากำบังกาย เมื่อได้หยุดอยู่นิ่งๆ นางจึงรู้สึกร้อนๆ บริเวณแขนด้านซ้าย ‘เอะ.. แย่จริงไปโดนเข้าตอนไหนเนี่ย’ แสงสลัวพอให้เห็นขีดสีเข้มบนเนื้อเนียนละเอียด โลหิตกำลังหยดลงก็ถูกนางใช้มือรองเอาไว้ หากเกิดเสียงใดแม้เพียงน้อยเกรงว่าโดนพบตัวเอาได้ง่ายๆ

                คนกำลังตั้งสมาธิจดจ่อกับอันตรายเบื้องหน้า ทำให้ไม่ทันสังเกตุรอบตัวว่ามี ‘เจ้าถิ่น’ ขดเป็นสีดำมะเมื่อมอยู่ก่อนแล้ว เจ้าอสรพิษโดยปลุกจากจำศีลมันหงุดหงิดมากชูคอขึ้นขู่แฟ่ หลิงหลานรู้สึกมีบางอย่างปัดป่านขาหันกลับมามองก็ตกตะลึงไป ‘หนีมันม่วงปะงูติดโพรง… ชีวิตข้าต้องมาตายกลางพวกชีเปลือยเนี่ยนะ!!’

                เจ้างูหัวเหลี่ยมยื่นหน้าเข้ามา ลิ้นสองแฉกตวัดเฉียดจมูกหลิงหลานไปเล็กน้อย ‘แม่นางน้อยปากจิ้มลิ้มสีชมพูของเจ้าน่าจูบเหลือเกิน’

                “...อย่า… อย่ากินข้าเลย พี่งูยืมหลบแบบเดียวคิดค่าเช่าเท่าไรเราตกลงกันได้ น่า--นะ จุ๊ๆ เงียบไว้เดี๋ยวเลี้ยงเนื้อสองถังเลยเอ้า!!” ไม่ได้เจรจาเขาเรียกว่าต่อรอง ต่อรองกับสัตว์หน้าเกล็ดโดยไร้ภาษาพาร์เซล

               การขยับตัวถอยของหญิงหลานทำเอาพุมไม้สั่นไหว สามชูผู้นำกลุ่มพาลุกน้องปราดเข้ามาทันที “ทางนั้น!! ไปจับตัวมันมา”

               บรรลัยแล้วไงแม่เอ้ย!!

               หลิงหลานอยากสบถคำอุทานทุกภาษาทว่าทำไม่ได้ จังหวะอสรพิษพุ่งฉกนางกุมหัวตัวเองร้องกรี๊ดแล้วกลิ้งหลุนๆ ออกมาด้านหน้าพุ่มไม้ กลายเป็นลูกพรรคเมาเซียนคนแรกที่พุ่งใส่รับเคราะห์ไปแทน ปีกมารเฟิ่งหวงสีแดงสดเสมือนโล่ปัดฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เข้าใกล้ เสียงกระบี่มรกตแหวกอากาศขึ้นป้องปัดครั้งแล้วครั้งเล่าเรี่ยวแรงของหญฺงสาวลดลงเรื่อยๆ ด้วยจำนวนศัตรูมีมากเกินไป จังหวะร่างบางสะดุดรากไม้เอียงวูบเสียจังหวะก็ถูกชายแซ่ชูถือดาบแปดห่วงตวัดสันทื่อพุ่งเข้าใส่

               “อวดเก่งนักนังนี่เจ้าจะได้ตายก่อนอรุณรุ่ง!!”

               ‘นี่ข้าต้องมาตาย… กลางดงชีเปลือยมันม่วงงั้นหรอ? แถบก่อนตายยังไม่ได้กินจนอิ่มท้อง สวรรค์!! ชาติหน้าข้าขอเกิดเป็นถังใส่ข้าว!!‘ เปลือกตางามพริ้มหลับลงเมื่อทราบดีว่าหนนี้ตนเองหลบไม่ทัน

ตึง!!! เคร้ง!!

              ลมกรรโชกแรงผ่านข้างตัวดาบใหญ่หลุดลิ่วจากมือผู้ถือ ชูเหวินรู้สึกปวดแปลบที่ข้อมือก่อนจะพบว่ามีมีดสั้นปักคาอยู่ ชูหวงตกตะลึงอุทานเข้ามาดูบาดแผลให้พี่ชาย เมื่อครู่ใครบ้างเล่าทันสังเกตุเห็นว่ามีดบินเล่มนี้ซัดมา ทั้งเงียบกริบไร้ร่องรอย!!

                “บัดซบ!! ไอ้ลูกเต่าไม่รักชีวิตที่ไหนกล้าแส่มาขวางงานของบิดาอีกไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!!” เหล่าศิษย์เซียนเข้ามาตีฉากล้อมสตรีปีกสีแดงไว้ สีหน้าเคร่งเครีดพร้อมกับจดจ้องไปยังเงามืดเบื้องหน้า

             "ลูกเต่า? มีหัวไว้คั่นหู มีปากไว้เห่าหอน นี่น่ะหรือพรรคเมาเซียน"

             สิ้นน้ำเสียงเย็นเยียบก็เกิดกระแสลมกรรโชกแรงดุจประตูนรกกำลังเปิดออก ทั้งสามสิบระมัดระวังตัวกระชับอาวุธในมือ ยิ่งไม่กล้าผลีผลามแม้ความคิด อึดใจหนึ่งเสียงอาชาคำรามร้องต้อนรับการมา ‘โดยไม่ได้รับเชิญ’ ของร่างสูงกำยำผมขาวผู้หนึ่งอาภรณ์ขาวดุจจันทร์แหวกส่วนอกเผยกล้ามเนื้อล่ำสัน ดุจขุนเขาที่ไม่อาจมองข้ามที่เยียบเย็นกว่าน้ำเสียงคือหน้ากากยักษาดุดันข่มขวัญผู้พบเห็น เหล่าศิษย์กลืนน้ำลายฝืดคอ ไม่ได้รับรายงานมาก่อนว่านังสตรีผู้นี้มีพวกพ้องด้วย

             ชูเหวินทำใจกล้าโต้ออกไป “รีบไสหัวไปให้พ้นทาง ล..แล้วครั้งนี้พวกข้าจะละเว้นชีวิตเน่าหนอนของเจ้าให้เอาบุญ”

             "หึ... ระรานไปทั่วเยี่ยงหมาจรจัด" เมื่อผ่านหน้ากากเหล็กเสียงทีออกมาจึงยิ่งทุ้มต่ำเชือดเฉือน เขาผ่านทางนี้โดยบังเอิญได้ยินเสียงสตรีแว่วๆ อีกทั้งร่างผมเงินอาภรณ์ขาวไปซ้อนทับกับความทรงจำหนึ่ง จังหวะที่ดาบใหญ่ตวัดลงไม่ทันได้คิดอะไรมีดบินก็ถูกส่งไปแล้ว

              ตอนนี้ก้าวเท้าเข้ายุ่งกิจของพรรคเมาเซียน… แล้วยังไง? จะเมาเซียนเมามาร ช่างมันตนไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่อยู่แล้ว

              หน้ากากยักษาก้าวอย่างไม่รีบร้อนทั้งร่างยังคงปลอดโปร่งต่างจากอีกฝ่ายที่เกร็งจนเสียกระบวน “คิดเอาชีวิตข้า...? ก็ต้องดูกันว่าพวกเจ้ามีปัญญาไหม!!

              สิ้นคำโดยการตวัดมือครั้งเดียวมีดสั้นนับสิบพุ่งแหวกอากาศเข้าตรงเป้าหมาย ลูกศิษย์พรรบ้างตอบสนองรวดเร็วพลิกหลบยังถูกถากเกิดเป็นแผลยาว บางส่วนทรุดลงไปชูหวงดึงน้องชายมาหลบอยุ่ด้านหลัง ดึงอาวุธสังหารออกมาดูทั้งคมกริบและเคลือบด้วยสีน้ำเงินจางๆ น่ากลัวว่ามีพิษ หลังส่ง “หนอย.. แกนะแก!!”

              ‘ที่แท้… สิ่งที่พวกคนชั่วกลัว ก็คือคนที่โฉดยิ่งกว่า อื่มๆ’ หลิงหลานเดิมทีกอดเข่านั่งเจี๋ยมเจี้ยมกลางวงรู้สึกเหงื่อตกแทนพวกชีเปลือยมันม่วง ด้วยไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่เข้ามาช่วยเหลือนางด้วยจุดประสงค์อันใด หรือว่าจะเป็นอีกพวกที่ต้องการตัวบัณฑิตอิ๋ง พยายามมองในแง่ดีแต่ถ้อยคำที่อีกฝ่ายใช้ทำให้นางนึกไปถึงบุรุษผมแดงผู้ล่วงลับแปลกๆ ให้เปรียบก็คง ‘โอหัง อหังการ ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา’ ทำนองนี้

                แล้วชะตาชีวิตนางในราตรีนี้จะออกหัวรึก้อยก็ยังไม่แน่นอน
                น่าแปลกที่ทุกคนให้การสนใจบุรุษผิวเข้มผู้มาใหม่ โดยลืม ‘เป้าหมาย’ อย่างนางไป

                 “ลงมือ!! ทำยังไงก็ได้จัดการมันซะ!!” เสียงหัวหมู่สั่งเหล่าคนพรรคเมาเซียนนับสิบบุกเข้าไปพร้อมกัน พวกเขาเชื่อว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ทว่าลืมฉุกคิดไปข้อใหญ่ผู้นี้มามิใช่น้ำบ่อน้อยที่แห้งขอด แต่เป็นถึง ‘ขุนเขาน้ำแข็งหมื่นปี’ กับอิแค่ไฟเผาฟืนกองน้อยๆ หาได้ระคายผิวจอมยุทธ์นิรนามเลยแม้กระผีก อาชาสีนิลพุ่งทะยานเข้าเตะถีบเปิดทางให้เจ้านายขณะบุรุษผมขาวมือกุมกระบี่ตวัดป้องกาย เสียงดังเคร้งคร้างสลับกันจนเกิดเงาอ่อนเข้มของคมอาวุธบนอาภรณ์สตรีเน่งน้อย ทุกครั้งที่หลิงหลานพยายามหาจังหวะหลบหนีคนพรรคเมาเซียนจะเข้ามาปัดแข้งปัดขา บางคนสบโอกาสลงมือเล็งปลายหอกเสือกเข้าตำแหน่งหัวใจนาง ทว่าถูกจอมยุทธ์นิรนามจัดการทุกคราวไป

              “ขอบคุณ….” ริมฝีปากน้อยพิมพัมโดยไม่ลืมจับหน้ากากของตนไว้ให้แน่นหนา

              ท่าร่างของบุรุษปริศนาพิสดารสูงส่งดุจอสรพิษโรมรันตามติดไม่อาจประมาทได้ หลิงหลานเองยังไม่แน่ว่าหากต้องประมือกันจริงๆ นางจะมีชีวิตรอดไปได้สักกี่กระบวน นอกจากหญิงสาวแล้วหัวหมู่แซ่ชูยังลอมกัดฟันว่าตนเจอกระดูกชิ้นโตขวางภารกิจเข้าให้แล้ว สายลมทะเลทรายกรรโชกแรงยามราตรีปอยผมสีขาวทำใหเ้ขาดูราวกับมัจจุราชแห่งค่ำคืนนี้ ชั่วเวลาอึดใจเก็บไปแล้วถึงสามศพขณะที่ฝ่ายพรรคเมาเซียนคิดขโมยไก่เสียข้าวสารไปแล้วหลายกำมือ ไม่อาจใช้วิชาของพวกตนสร้างบาดแผลบุรุษลึกลับนี่ได้แม้รอยแมวข่วน

              “พวกเราถอยก่อน!!” ชูหวงกัดฟันกรอดชีวิตของพี่น้องเองก็เป็นสิ่งสำคัญยังต้องกลับไปรายง่ายเหล่าศิษย์พี่อีกว่า งานนี้เกรงจะไม่ง่ายแล้วบัญฑิตอิ๋งมีผู้สูงส่งให้การคุ้มกันอยู่ต้องเตรียมแผนรับมือให้เหมาะสม สิ้นเสียงคนที่ยังเหลือก็พยุงเพื่อนใช้วิชาตัวเบากระโจนหนีหายไปว่องไวยิ่งกว่าขามาเสียอีก

              “แม่นางเป็นอย่างไรมีที่ใดบาดเจ็บรึไม่?” ยักษาหน้าเหล็กหันมาถามโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า หญิงสาวสะดุ้งโหยงจนแทบกัดลิ้นตัวเอง

             หลิงหลานเหงื่อตกกลืนน้ำลายเอื้อก... เอาล่ะสิทีนี้เหลือนางหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างแท้จริง
              เคยคิดฝันว่าจะมีบุรุษจูงมือตนชมดาวเหนือผืนทรายใต้แผ่นฟ้าอยู่หรอกนะ แต่มันไม่รวมสามศพซ้ายขวา กับเลือดสาดกระจายไปทั่วแบบนี้!!

               “เอ่อ... ไม่” พึมพำราวกับยุงคล้ายอีกฝ่ายได้ยินไม่ชัดจึงก้าวขาเข้ามา เถ้าแก่น้อยที่ถือการเอาชีวิตรอดคือเรื่องใหญ่ รีบควานหาอะไรแก้สถานถารณ์ปลายนิ้วแตะถูกอะไรกลมกลิ้งก็คว้ายื่นไปตรงหน้า ระหว่างสตรีที่นั่งขดกับพื้นกับบุรุษร่างสูงยืนตระหง่านปรากฎ ‘ไหสุราไผ่เขียว’ เจ้าของเป็นใครมิทราบได้คั่นกลางไว้ หลิงหลานบังคับเส้นเสียงเป็นปกติแล้วเจื้อยแจ้ว “ขอบคุณท่านผู้กล้าที่ช่วยเหลือเจ้าค่ะ ข้าไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนโปรดรับสุรานี้ไว้เถิด”  

               “……..ได้” เงียบไปกว่าอึดใจค่อยกล่าวคำนี้ออกมา เขามองร่างที่สวมปีกประหลาดราวกับคณะการแสดงนอกด่าน อาภรณ์ไม่ค่อยเรียบร้อยบางส่วนขาดวิ่นไหนจะหน้ากากจิ้งจอกบดบังรูปโฉมไปเสียครึ่ง ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับขณะฝ่ายหญิงชักมือกลับแทบจะในทันที โครตบ่งบอกว่ามนุษย์สัมพันธ์ดีแค่ไหน

              “ข้าจ้งอาลู่ หากมีโอกาสพบกันหนหน้า แม่นางคงต้องแจ้งนามบ้างแล้ว” สุราไผ่เขียวถูกยกออกไปแล้วคำพูดทิ้งท้ายยังหนักหนายิ่งกว่า หลิงหลานเงยหน้าขึ้นทันเห็นเพียงแผ่นหลังสีขาวควบอาชาฝ่าความมืดหายลับตาไป

               ‘เอาเถอะจะใช่คนเดียวกันรึไม่ เวลานี้ยังไม่เหมาะสืบสาวเรื่อง’ ภายใต้หน้ากากยักษาจึงไม่มีผู้ใดเห็นว่าเขากำลังเหยียดรอยยิ้มเย็น


รูปปั้นหนี่วา + สุราไผ่เขียว จ้งอาลู่



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำ: จาง เหยียนลู่ เพิ่มขึ้น 45 โพสต์ 2019-5-5 21:16
คุณได้รับ +72 คุณธรรม +70 ความชั่ว +84 ความโหด โพสต์ 2019-5-5 21:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -196 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -196 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-5-20 00:07:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[โอเอซิสแห่งแรก]


      เมื่อราตรีการมาเยือนบรรยากาศที่ร้อนอบ้าวก็พลับหนาวเย็นขึ้นมา จางฝูที่เเต่งตัวด้วยชุดแต่งงานแบบผสมสานชุดเดิมเดินออกมาจากห้องพักพร้อมด้วยห่อสัมภาระของตัวเองก่อนจะเดินลงไปยังด้านล่างและพบกับชายวันกลางคนผู้หนึ่งที่เธอจำได้ว่าเป็นหนึ่งในคนในขบวนของเธอกำลังยื่นตะเตรียมข้าวของเเละเสบียงบางส่วนอยู่จึงตัดสินใจเดินเข้าไปทักเพื่อที่จะไต่ถามความพร้อมในการเดินทางเพียงแต่เธอกลับไม่รู้ชื่อสักคนเนี่ยสิ


     “นี่เจ้า...เอ่อ..”


      ชายที่กำลังเตรียมของอยู่เมื่อถูกเรียกจึงหันไปมองก่อนจะพบว่าผู้ที่เรียกนั้นเป็นนายหญิงของตัวเขานั้นเองจึงหันไปค่อมหัวให้เล็กน้อยแล้วยิ้มออกมา “เรียกข้าว่าเหลียนอี้ก็ได้ขอรับ นายหญิงมีอะไรให้ข้าช่วยหรือขอรับ”


    “ป่าว ข้าแค่อยากจะถามว่าพวกเจ้าเตรียมของกันเสร็จแล้วหรือยัง เราต้องเดินทางกันต่อแล้ว”จางฝูเอ่ยออกมา แล้วหันไปยื่นจ่ายถุงเงินค่าห้องและค่าอาหารให้แก่เถ้าแก่โรงเตี้ยม


     “เรียบร้อยพร้อมแล้วนายหญิง คุณชายก็ขึ้นรถม้าไปแล้วขอรับ ข้าเพียงรอเสบียงอีกนิดหน่อย นายหญิงไปรอที่ด้านนอกได้เลยขอรับ” จางฝูพยักหน้าเป็นการเข้าใจก่อนที่เธอนั้นจะเดินนำออกไป ไม่นานนักชายที่ชื่อเหลียงอี้ก็เดินออกมาพับเสบียงที่ถูกนำไปวางใส่ในรถลากก่อนที่ขบวนเดินทางของจางฝุนั้นจะออกเินทางต่ออีกครั้ง และด้วยอากาศที่เย็นจนเกือบหนาว ม่ร้อนทำให้การเดินทางนั้นดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่นานพวกจางฝูนั้นก็เดินพ้นออกมาจากเขตเมืองอู๋เว่ยแล้วเเละเข้าสู่เขตด่านจางเย่ ซึ่งเป็นด่านเเรกที่จะเตรียมตัวออกเดินทางสู่เส้นทางสายไหมและโหรวหราน


      เดินทางมาได้ราวชั่วยามจางฝูก็บอกให้ทุกคนแวะพักกันที่บริเวณโอเอซิสนอกเมืองจางเย่และให้พักดื่มในโอเอซิทเเทนเพราะความประหยัดน้ำในการเดินทางไปยังเมืองต่อๆหรือเส้นทางที่แถบนั้นไม่มีน้ำ


     “ซุนเจียงนี่น้ำ”จางฝูเอ่ยขึ้นแล้วเลิ่กชายม่านขึ้นเล็กน้อยก่อนสอดถุงหนังใส่น้ำเข้าไปยังด้านในรถม้ายื่นให้แก่ชายหนุ่มในรถม้าให้พักดื่มดับกระหาย


    “ขอบคุณ"เสียงทุ้มแหบเอ่ยตอบออกมา ก่อนที่พักหนึ่งที่ถุงน้ำถูกยื่นส่งกลับออกมา แต่จางฝูกลับดันถุงน้ำนั้นให้กลับเข้าไปยังด้านใน


    “เจ้าเก็บไว้จิบในนั้นเถอะ หิวหรือไม่ให้ข้าไปเอาของมาให้เจ้าทานเล่นดีไหม”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาก่อนเสียงปฏิเสธของอีกฝ่ายจะดังตอบกลับมาเบาๆ


     “ไม่หรอกตอนนี้ยังไม่หิว จางฝูข้าอยากเห็นหน้าเจ้า”


      “ข้าเองก็เช่นกัน แต่มันยังไม่ถึงเวลา”จางฝูเอ่ยออกมาก่อนจะผละเเยกออกไปพักสักครู่ก่อนหันตะโกนบอกคนในขบวนให้เตรียมตัวเดินทางต่อในทั้งที เพราะเมื่อเเสงสุริยันในยามเช้ามาถึงพวกเธอต้องเดินทางให้ถึงเส้นทางสายไหมโหรวหราน




@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-5-20 10:08

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -48 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x36
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x30
x60
โพสต์ 2019-10-13 00:23:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-10-13 15:03

สตรีมิใช่สนามอารมณ์
1570
{ ตกปลาเบ็ดตรง ณ โอเอซิส }
โชคดีที่รอดมาได้ใช่ไหม?
            ออกเดินทางจากระเบียงเหอซีภูมิทัศน์เริ่มขาดความเขียวชอุ่มรื่นตา ทั้งสองคนหนึ่งขี่ม้าอีกคนควบสุนัขป่า หลิงหลานติดตามข่านแห่งซูเล่อขึ้นทางเหนือโดยที่ยังตั้งครรภ์ได้ร่วมสี่เดือน หากเป็นคนอื่นคงไล่นางกลับไปบ้านพูดคุยกับสามีอยู่ปรนนิบัติพ่อแม่แล้ว ทว่าตัวของเถ้าแก่สาวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าการตัดสินใจนี้จะมีบทสรุปทางร้ายหรือทางดีมากกว่ากัน

            แน่นอนว่าขบวนหมาป่าองค์รักษ์พาเหรดยังคงตามคุ้มครององค์ราชา…

            เจ้าโฮ่วไป๋รับใช้นายหญิงอย่างสุดความสามารถหนึ่งร้อยลี้ที่ผ่าน ตอนกลางวันพวกเขาพักเพื่อถนอมเรี่ยวแรงและใช้ยามตะวันนอนหลับในวิถีออกเดินทาง เอาอย่างชาวซีอวี้ที่คุ้นชินกับทะเลทราย การที่จะปรับตัวเสียก่อนเข้าเดินทางในความแห้งแล้งทีละน้อยก็เป็นสิง่ที่ควรทำ ท่านข่านคุ้นชินในการหวนคืนถิ่นมากเหลือเกิน ทุกๆ สองชั่วยามจะมีอินทรีบนท้องฟ้าคอยส่งสัญญาณและนำทางทั้งสอง หลิงหลานอดอิจฉาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายช่างรอบรู้แม้กระทั่งภาษานก

            “ข้าเคยได้ยินเรื่องสงครามกลางเมืองในแคว้นซูเล่อ.. ในอดีตท่านเองก็คงผ่านหลายสิ่งมาไม่น้อย กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ขอถามหน่อยได้รึไม่ว่า..มันรู้สึกเป็นอย่างไร” จู่ๆ คล้ายว่านางนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เคยเห็นย้อนในช่วงมิติผกผันครั้งกลับจากคาเมล็อต เรื่องราวของท่านข่านสมัยสูญเสียสตรีคนรักไปท่ามกลางไฟสงคราม

          “....อาหลิง เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเริ่มหัวข้อนี้? มันอาจไม่ใช่อะไรที่น่าฟังนัก” บุรุษร่างสูงบนหลังอาชาขาวปลอด สายตาเขามองไกลออกไปก่อนจะชะงักเล็กน้อยกับเสียงเล็กๆ ด้านข้าง ‘เจ้าจะยังชื่นชมข้าอยู่ไหมหากทราบว่าเลือดในกายที่แท้ไม่ได้สูงส่งสืบทอดมาจากเชื้อพระวงศ์?’

           หญิงสาวเอนลงกอดอานไว้นางทำที่พักพิงใหม่ให้สบายจนนอนบนหลังพาหนะได้ “แน่นอน!! เรื่องราวของวีรบุรุษผู้กล้ามักมีฉากอันน่าประทับใจ ความโศกเศร้า การเสลียสละอันน่าตราตรึงเสมอ ท่านข่านเปิดหูเปิดตาให้หลิงหลานสักหน่อยเถิด”

            “อย่างนั้นหรือ.. หึหึ” ส่ายหน้าเบาๆ อย่างสาวน้อยเอ้ยสาวน้อย ชายหนุ่มวหนรำลึกเมื่อครั้งอดีตมีร่องรอยขวากหนามมากมายที่ยังทิ้งบาดแผล ถอนหายใจก่อนเล่าด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็ว “ข้าเกิดในท้องทุ่งหญ้า...ครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์ ภายหลังที่อากาศแห้งแล้งลงพืชผลเก็บเกี่ยวไม่ได้  หญ้าก็แห้งเกร็น ข่านซูเล่อไร้คุณธรรมไม่แยแสพวกเราจึงต้องคอยปล้นสะดมภ์ตามกลุ่มต่างๆ พอจะใช้ชีวิตรอดมาได้แต่ก็ยากเย็น พี่น้องข้าหลายคนอดทนความลำบากนั้นไม่ไหวบ้างเลือกที่จะยอมแพ้ บ้างก็..จากไปในการต่อสู้”

            “.............” หญิงสาวนิ่งเงียบตั้งใจฟัง เรื่องที่ว่าอีกฝ่ายเป็นกษัตริย์ชาวนา นางทราบอยู่ก่อนแล้ว
            “พ่อข้าฝึกวิชาดาบให้ แม่ยอมขายสินเดิมเพื่อซื้อดาบดีๆ กับชุดเกราะเก่าสักชิ้น อาจเพราะข้าสู้ได้ดี สู้ไปเรื่อยอาบเลือดต่างน้ำรุ้ตัวอีกทีพี่น้องทยอยเพิ่มขึ้น และพวกเขาก็ยกให้ข้าขึ้นเป็นหัวหน้า.. ฮะๆ ตอนนั้นโฮ่วชื่อเองก็คอยวิ่งตามไม่หยุดไล่อย่างไรก็ไม่ไป”

            หลิงหลานขมวดคิ้วมีบางจุดฟังดูไม่ถูกต้องเท่าไร “แต่นั่นไม่ใช่หนทางชีวิตที่ท่านเลือกเอง”

            มือหนารั้งสายบังเหียนให้อาชาขยับเข้าเส้นทางมาตีขนานกับหมาป่าขาว เงยหน้าขึ้นมองหมู่ดาว “นั่นก็จริง.. แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่น หากผู้นำไร้คุณธรรมประชาชนจะเลือกผู้ที่เขาเชื่อมั่น ผู้ที่สามารถชี้นำพวกเขาออกจากความมืดมนอันสิ้นหวังนั้นได้ เป็นพวกเขาเลือกไม่ใช่ข้า”

           “...ท่านยินดีที่จะแบกรับทั้งที่รู้ว่าภาระนั้นหนักหนา แล้วนี่มิใช่การเสียสละอันยิ่งใหญ่หรอกหรือ?”

            กล่าวถึงตรงนี้ทั้งสองหยุดอยู่บนสันทรายสูงโดยมิได้นัดหมาย หนึ่งบุรุษแหงนขึ้นมองดารามนท้องฟ้าราวกับว่านั้นคือดวงวิญญาณเหล่าพี่น้องที่จากไป สรรพสิ่งอยู่ในความเงียบสงบเขาสูญเสียมากมาย และไม่ใช่แค่ฝ่ายเดียวที่บอบช้ำ ช่วงเวลาหลังจากสตรีผู้เป็นที่รักเอาตัวเข้ามาปกป้องและจากไปโดยทิ้งคำมั่นสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริง เหลือเพียงตนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อจดจำ

            “ท่านข่านไม่ต้องเล่าแล้วล่ะ…คือว่าข้า” ดรุณีผมเงินเข้าใกล้อีกฝ่ายเริ่มไม่มั่นใจว่าตนทำให้อีกฝ่ายนึกถึงเรื่องราวที่ไม่น่าจดจำ ไปสะกิดบาดแผลใดของเขาขึ้นมารึเปล่าทำไมดวงตาของเขา..ดูเศร้าสร้อยนัก จนกระทั่งชายหนุ่มถอนหายใจแล้วเอ่ยอย่างแผ่วเบา

           “บางครั้ง...ข้าก็คิดว่าเสียสละมามากเกินไป เราทุกคน ต่างสูญเสียมามากเกินไป”
.
.
           ทั้งสองยังคงออกเดินทางกันต่อมาอีกราวครึ่งชั่วยามทะเลทรายสงบลงเื่อถึงตอนกลางคืน สายตาของอินทรียังพึ่งพาได้เสมอท่านข่านเรียกเฟิงหลาง เจ้าเพื่อนยากตัวโปรดลงมาจากฟ้า มันส่งเสียงสัญญาณเมื่อเค่อก่อนมือหนาลูบปีกสีเทากันทรงพลังอย่างยิ้มๆ

           “มาเถอะดูเหมือนว่าเราจะพบแหล่งน้ำแล้ว ตอนเช้าพักกันที่นั่นกันก่อน”

            หลิงหลานไม่โต้แย้งอะไรเพราะตอนแรกตนก็ติดสอยห้อยตามเขามาเป็นตัวแถมพกอยู่แล้ว ตามที่คิดไว้ไม่ผิดเมื่อเดินทางมาถึงโอเอซิสฉิงซวงซวี่.. นางออกอาการติดๆ ขัดๆ เล็กน้อย ‘นี่คือ..สถานที่ข้าได้พบกับเขาหนแรกหรือเปล่านะ..เหยียนลู่?’ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นหอมของพรรณไม้ดอกผลิบาน เสียงสายน้ำไหลเย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยให้ตนชุ่มชื่นใจขึ้นมาเลย
           ท่านข่านคล้ายมีเรื่องในใจหันมากล่าวกับหญิงสาวยิ้มเรียบๆ “อาหลิง รออยู่แถวนี้ก่อนข้าจะไปอาบน้ำสักครู่หนึ่ง”
           ทำได้แค่พยักหน้าแล้วนำสัมภาระเริ่มจัดเรียง นางก่อไฟเองได้แ่แล้วก็ค้นพบว่าไม่มีอะไรทำนอกเหนือไปว่านั่งจ้องเปลวไฟเต้นระบำ ดรุณีน้อยหักกิ่งไม้มาท่อนหนึ่งเดินกะย๋องกระแย๋งไปยังโขดหิน แช่ขาในสายธารเย็นฉ่ำชูเบ็ดเหนือน้ำราวสามชุ่นพยายามคิดหาวิธีสงบใจ

          “ปลาน้อยตัวใดไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ก็จงมากินเบ็ดนี้เองเถิด” หลับตา ตั้งสมาธิตัดจิตฟุ้งซ่านตัดเรื่องกังวลใจ

            เมื่อท่านข่านเล่าเรื่องราวแน่นอนว่านางมิได้ตำหนิเขา เมื่ออีกฝ่ายเล่าถึงเรื่องที่ว่าปล้นสะดมภ์ จงใจเลี่ยงรายละเอียดปลีกย่อยแต่นางฟังด้วยประสบการร์แล้วก็ทราบได้ผู้ที่ถูกปล้นฆ่า หากไม่อ่อนแอกว่าเขาก็คงจะไม่มีชีวิตมายืนอยู่ต่อหน้านาง...ไม่มีทางกลายมาเป็นข่านแห่งซูเล่อในปัจจุบันได้หรอก

            แน่นอนเรากำลังพูดถึงเรื่อง ‘การสังหารคนบริสุทธิ์’ แต่แล้วอย่างไรใครจะสน พวกเขาเป็นชาวทะเลทราย เป็นชาวนอกด่านที่มีทรัพยากรจำกัด..ผู้แข็งแกร่งจึงอยู่รอดนั่นคือกฎของธรรมชาติไม่ใช่หรือ? นางยอมรับได้ก็จริงแต่กลับไม่รู้สึกยินดีกับมันสักนิด…

            “เขา..ทำทุกอย่างที่ดีที่สุดเพื่อคนของเขา แล้วมันจะดีสักแค่ไหนหากไร้การแบ่งฝักฝ่ายทั้งหมดได้รวมเป็นหนึ่งเดียว? ทำไมต้องแก่งแย่งเมื่อเราสามมารถแบ่งปันกันได้?”

             แน่นอนหลิงหลานคัดกรองถูกว่าตอนนี้นางมิได้โทษท่านข่าน.. แต่กลับคัดแยกอามณ์ความรู้สึกของตนไม่ถูกว่าทั้งความเปลี่ยนไปของชายผมแดง ความรุนแรง การสังหารผู้บริสุทธิ์นั่นไม่ใช่ความล้มเหลวประเภทเดียวกัน  


             อาจเพราะไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงเมื่อไรหลิงหลานจึงไถลตัวเองลงไปแช่น้ำเสียเลย ร่างเล็กๆ แหวกว่ายราวกับปลาหลุดแห เสียงน้ำซัดซ่าความเย็นฉ่ำห้อล้อมกายาในที่สุดเรื่องวุ่นวายในหัวก็เงียบไปสักที หนึ่งเค่อต่อมาทั้งสองกลับมานั่งรอบกองไฟอีกครั้ง ต่างไม่มีใครพูดสิ่งใดมีก็แต่เพียงรอยยิ้ม… อ่าอย่างน้อยสักวันสองวันคงไม่มีกลิ่นอะไรหมักหมมให้เป็นีท่น่ารำคาญใจหรอกนะ

            “นี่ยังเที่ยงวันอยู่ หากออกเดินทางเลยร่างกายคงถูกแผดเผาก่อนไปถึงซูเล่อ.. อาหลิงเจ้างีบเอาแรงเถอะ พวกหมาป่าจะคอยเฝ้ายามให้เอง”

             ฟังคำท่านข่านแล้วนางก็ไม่เกรงใจ พยักหน้าอย่างว่าง่ายตนเดินทางมาก็สมควรเหนื่อยล้า.. อาศัยหลังของโฮ่วไปมาพิงหลับปุ๋ยไปในเวลาไม่นานนัก ทางด้านบุรุษหนุ่มเองยุ่งกับการจัดการตรวจสอบเชือกฉุกเฉินอีกเล้กน้อย จากนั้นจึงนั่งหลับตาสงวนพลังงาน รอคอยจนสายัญตะวันรอนแสงแดดเหลื่อมหลบทิวเขาพวกเขาจึงออกเดินทางมุ่งหน้าต่อสู่ตะวันตก


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-10-13 01:11
คุณได้รับ +60 ความโหด โพสต์ 2019-10-13 01:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +50 ความหิว -42 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -42 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 10:58

ขึ้นไปด้านบน