ดู: 995|ตอบกลับ: 4

[ลางสังหรณ์] { ความฝันของ ❖เซวีย ซูเม่ย❖ } จุติอสุรีสีเลือด

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Phaisri เมื่อ 2018-8-13 23:19

สถานที่นอนหลับของตัวละคร :{เมืองฉางอัน} บ้านสกุลเซวีย
ชื่อผู้ฝัน : เซวีย ซูเม่ย
ความฝันประเภท : จิตสุดท้านที่ติดอยู่ในส่วนลึกก้นเบื่องของจิตใจ
                         หลังจากที่ร่างกายเข้าสู่สภาวะโคม่า



ป่าลั่วเสินโลหิต




       ◈ ดินแดนแห่งความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด ไร้ขอบเขต ไร้ซึ่งแสงสว่างแห่งทิวา ไร้ซึ่งทางออก ท้องฟ้าถูกฉาบด้วยสีดำแลอาบด้วยแสงจันทร์เพ็ญสีเลือดแดงชาด โดยรอบเต็มไปด้วยต้นลั่วเสินเรือนแสงสีแดงอยู่ทั่วบริเวณไปจนสุดปลายสายตา พสุธาเจิ่งนองด้วยมวลโลหิตที่ท่วมท้น ดั่งเป็นสายธารล่อเลี้ยงต้นลั่วเสินเหล่านี้ให้เติบโตผลิบาน

     แดนสนทยาอันก่อกำเนิดจากความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง ดั่งมิติที่ทับซ้อนคู่ขนาด หากโลกแห่งความเป็นจริงคือแสงสว่าง ที่แห่งนี้ก็เป็นเงามืด ซ่อนเล้นอยู่ภายในจิตใจของคนทุกผู้ แลแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามจิตใต้สำนึกของคนผู้นั้น จันทราสีเลือดเปรียบเสมือนความอาฆาตพยาบาท ฉายรัศมีแห่งความชิงชังเป็นขุมพลังงานที่หล่อเลี้ยงป่าแห่งนี้ ยิ่งแสงจันทร์สว่างมากเท่าใด ป่าแห่งนี้ก็จะยิ่งกว้างใหญ่เท่านั้น ต้นลั่วเสินหนึ่งต้นเปรียบเสมอความเจ็บปวด หนึ่งบุปผาที่ผลิบานเปรียบดั่งความสิ้นหวัง ยิ่งต้นลั่วเสินเติบโตแลผลิดอกมากเท่าใด ก็นับได้เท่ากับความทรมานที่เพิ่มพลูขึ้นเท่านั้น มวลโลหิตที่ท้วมพื้นพสุธาดั่งหยดน้ำตาที่เสียไป ทุกหยดหยาดแปรเปลี่ยนเป็นโลหิตหลอมรวมกันจนเกิดธาราเลือด ล่อเลี้ยงความเจ็บปวดให้เติบโต ผลิผลแห่งความทรมาน

    ◈ สรรพสิ่งล้วนก่อกำเนินจากพลัง เมื่อมีแผ่นฟ้าแลผื้นน้ำ ย่อมกำเนิดชีวิต แสงแห่งความพยาบาท สายธารแห่งความทรมาน พลังแห่งความเคียดแค้นหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ก่อกำเนิดจิตมารแห่งปีศาจร้าย ผู้ถือกำเนินจากความแค้นและความสิ้นหวัง เปรียบดั่งเงาในความมืด ถูกกักขังแลหลับใหล เฝ้ามองการกระทำของคนผู้นั้นแลบังการจิตใจอยู่ภายใน รอวันที่จะถูกปลอดปล่อยให้เป็นอิสระ เมื่อความสิ้นหวังรุนแรงเกินพรรณนา จนจิตใจไม่สามารถยอมรับความเจ็บปวดได้อีกต่อไป เมื่อนั้นปีศาจร้ายแห่งความืดจะตื่นขึ้นและกลืนกินทุกสิ่งจนหมดสิ้น จนมิเหลือตัวตนของคนผู้นั้นอีกเลย.........

@Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -58 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -58 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-13 23:11:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Phaisri เมื่อ 2018-8-13 23:15

[ ตอนที่ 12 ] จุติอสุรีสีเลือด 1/?
[ ปฐมบทตอนสุดท้าย ]

◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈
จงจำไว้! เจ้าไม่มีทางหนีข้าพ้น
ไม่ว่าเป็นหรือตาย ไม่ว่าสวรรค์หรือนรก
หนีไปไกลสุดหล้า เจ้าก็ไม่มีทางหนีข้าพ้น
ข้าคือเงาของเจ้า
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

      ดวงวิญณาณนางสกุณาหลุดพ้นจากายา วาระจิตสุดท้ายล่องลอยเคว่งคว้างท่ามกลางความมืดมิด ร่างกายโปร่งแสงบางเบาดั่งหมอกควัน  ไร้อาภารณ์ปิดบังกาย ดั่งขนนกปลิ้วละล่องลอยลมดิ่งลึกลงสู่ห้วงทมิฬเหลือคณาอันหน้าหวั่นเกรง  ราวกับติดอยู่ในภวังค์แห่งความว่างเปล่าไร้ซึ่งแสงสว่าง ความสิ้นหวังเปรียบดั่งฝุ่นละอองที่กระจายอยู่ทั่วทุกอนูในอากาศธาตุ ร่างกายไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่อาจสัมผัสได้ถึงตัวตน ความรู้สึกเจ็บปวดร้อน หนาว หรือแม้นตาสายตาก็ก็มิอาจมองเห็นสิ่งใด นางรับรู้ถึงการมีอยู่ของตนเอง รู้ว่าตนเป็นใคร แต่กลับไร้ซึ่งสัมผัสรับรู้ตามสามัญสำนึกของมนุษย์ปุถุชน มิใช่ทั้งคน ไม่ใช่ทั้งวิญญาณ ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นและความตาย
     ภาพความทรงจำมากมายฉายซ้ำวนไปมาในความคิด เคลื่อนผ่านไปตามสายธารกาลเวลา บอกเล่าความอาดูรตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาดั่งตอบย้ำความทรมานที่บาดลึก ความคับแค้นฝั่งแน่นในอกดั่งคมหอกคมดาบพันเล่มเชือดเฉือนดวงใจจนแหลกละเอียด สิ่งที่นางทำทั้งหมดก็เพื่อจะหลุดพ้นจากความทรงจำเหล่านี้ หลีกหนีความอาดูรแลดับสลายหมดสิ้นซึ่งตัวตนอันแสนเปราะบาง ไม่หลงเหลือสิ่งใดให้จำจดอีกตลอดไป..
ความตาย
ควรเป็นจุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า
บัดนี้ ข้าไร้ซึ่งความรู้สึก มีเพียงดวงจิตอันไร้กายหยาบ
แล้วใยความทรงจำของข้า จึงมิเลือนหายไป
จบชีวิต ใยไม่สิ้นทรมาน
ข้าอยากจะลืม ข้าอยากหายไป

◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈
นรกไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคาดไว้ใช่หรือเปล่าซูเม่ย
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

หะ?


      สิ้นเสียงอสุรีก้องกังวาล ความมืดมิดรอบกายนางวิหคแปรเปลี่ยนเป็นทะเลเลือด ร่างวิญญาณบางเบาเมื่อชะโลมโลหิตก็กลับมามีเนื้อหนังกายหยาบอีกครั้ง รับรู้ความความรู้สึกเช่นมนุษย์ดั้งเดิม มวลโลหิตแดงชาดโถมกระหน่ำจนร่างบางจมลงใต้พื้นทะเลโลหิตด้วยความรวดเร็วจนหญิงสาวไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวสำลักของเหลวรสคาวที่เผลอกลืนลงคอ ร่างบางตะเกียงตะกายแหวกว่ายขึ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากมวลของเหลวสีแดงชาดอันเย็นเยือกราวทะเลสาปน้ำแข็งนี้ แต่ยิ่งว่ายตะเกียตะกายมากเท่าใดก็ร่างกายยิ่งจมดิ่งลึกลงมากเท่านั้น ดวงตาเหลือกลืมภายใต้ของเหลวสีแดงพยายามมองหาสิ่งเพื่อยึดเหนี่ยวมิให้ร่างกายของตนจมลึกลงไปมากกว่านี้ สิ่งที่นางมองเห็นมีเพียงสีแดงชาดที่ชะโลมดวงตาจนมิอาจมองเห็นสิ่งใด


◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈
ฮึฮึฮึฮึ เห็นไหมซูเม่ย ที่คือผลของการพยายามหนีความทรมาน
ยิ่งเจ้าหนีมันก็ยิ่งถาโถม ยิ่งเจ้าหวาดกลัวเจ้าก็จะยิ่งจมดิ่งลึกขึ้นเท่านั้น
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

       เสียงเย็นเยือกดังสะท้อนห้วงนทีสีเลือด ซูเม่ยมิรู้แล้วว่าตอนนี้นางกำลังเผชิญอยู่กับสิ่งใด นางนั้นได้ตายไปแล้วและที่แห่งนี้ก็คือนรกภูมิ หรือว่านางนั้นแค่ฝันร้ายไปอย่างเช่นทุกที่ แต่อย่างไรนางก็มิอาจหลบหนีนางปีศาจตนนี้ได้ ดั่งเช่นคำที่นางปีศาจเคยบอกแก่นาง ไม่ว่าสวรรค์หรือนรก ก็ไม่มีทางหนีมัน แต่ตอนนี้ไม่ว่าปีศาจตนนี้ต้องการอะไร มันก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว นางเลือกที่จะละทิ้งทุกสิ่ง แม้นแต่วิญญาณดวงนี้ หากว่าปีศาจตนนั้นต้องการ นางก็จะยกให้อย่างไม่ห่วงแหน

ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว มันจบสิ้นแล้วทุกสิ่ง
จะความทรมานหรือความทุกข์ ข้ามิอาจกลับไปแก้ไขสิ่งใดได้แล้ว
ข้าจะยอมรับ ผลจากการกระทำของข้าเอง

      ร่างบางหยุดนิ่ง มือทั้งสองหยุดตะกายแหวกว่าย ปล่อยร่างกายแคว่งคว้างท่ามกลางทะเลเลือด สิ้นความพยายามที่จะหลุดพ้น นางยอมจมลงสูงห้วงทมิฬ ปล่อยร่างกายให้ดิ่งลึกลงไปอย่างไม่ต่อต้าน หากทะเลเลือดเป็นโทษทัณฑ์แห่งความผิดบาปของนาง นางก็พร้อมยอมรับมันแต่โดยดี ไม่ว่าตายหรืออยู่ ราคาที่ต้องจ่ายนั้นก็สูงไม่ต่างกัน นางเลือกที่จะหลีกหนีความทรมานด้วยความตาย มันอาจจะเป็นเส้นทางที่ผิด อาจเป็นการตัดสินใจที่ตื้นเขินอย่างคนโง่เง่า...แต่นางไม่เสียใจ

◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈
นังโง่
สิ่งที่เจ้าทำ มิใช่ ยอมรับ!! มันคือการ ยอมแพ้!!
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

       ทันใดนั้น ร่างบางที่จมดิ่งลึกลงสู่ห้วงทมิฬก็พันลอยสูงขึ้น ดั่งมีแรงมหาศาลฉุดร่างให้ลอยขึ้น แม้นดวงตามิอาจมองเห็นสิ่งใดนอกจากสีแดงชาดที่ฉาบดวงตา แต่ร่างกายก็สามารถรู้สึกได้ถึงมวลโลหิตเย็นเยือกที่ร่างกายเคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็ว นางรู้สึกถึงพลังมืดบางอย่างที่มีอำนาจเหลือล้น ฉุดกระชากร่างกายนางขึ้นด้วยความรุนแรง นางเคยรู้สึกถึงพลังมืดเช่นนี้ มันคือพลังของนางอสุรีร้ายกาจตนนั้น ครานี้ปีศาจร้ายกลับช่วยนางแทนที่จะให้นางจมดิ่งอยู่เช่นนั้น ทั้งที่นางไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ นางยอมที่จะอยู่รับความทรมานเอง ใยไม่ทิ้งนางไว้ ใยต้องช่วยเหลือนางด้วย ความต้องการที่แท้จริงของมันมิใช่สิ่งนี้หรอกหรือ มิใช่การได้เห็นนางทรมานชั่วกาล แล้วปีศาจร้ายต้องการอะไร.........
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈
ข้าจะให้เจ้าได้รู้ ในสิ่งที่เจ้าต้องการ
จงยอมรับมันซะ!!
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

▼มีต่อ▼


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -63 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -63 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-8-14 02:12:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

  " ที่นี่..อีกแล้ว!? "

    ทันทีที่ร่างกายพ้นเหนือนทีเลือด โลหิตที่อาบร่างอรชรแปรเปลี่ยนเป็นอารชรงามสีแดงเนื้อดี ที่ถักทอด้วยลวดลายอันแปลกตาราวกับเนรมิตรด้วยเวทย์มนต์ เรียวผมแลผิวกายอันเปียกปอนก็กลับแห้งสนิทราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา บัดนี้วิหคสีชาดกำลังยืนอยู่บนผืนธรณีที่เจิ่งนองด้วยของเหลวสีโลหิตอันเย็นเยือก ดั่งนางกำลังยืนอยู่บนผิวน้ำที่เบื้องล่างคือมหานทีโลหิตเมื่อครู่ รอบกายเต็มไปด้วยดอกลั่วเสินเรือนแสงสีแดงประหลาดอันแสนคุ้นตา บนเพดานฟ้าทมิฬปรากฏจันทรคราสสีแดงโลหิตเปล่งแสงสว่างเจิดจ้ากว่าทุกคราที่นางเผยพบเห็น
   ยามนี้นางได้รู้ซึ้ง ว่าตนนั้นไม่ได้อยู่ในนรกจริงๆเสียทีเดียว มันคือสถานที่เดิมในความฝันอันโหดร้าย ดินแดนประหลาดที่สิงสถิตของนางอสรีต่ำช้า นางไม่ได้ตายจริงๆ หรือว่านางนั้นตายไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องมาติดอยู่ที่นี่อยู่ดี....

" พอที!! ข้ายอมแล้ว ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ ข้าไม่ต้องการแบบนี้!!! " หญิงสาวกรีดร้องกู่ก้อง หวังในสิ่งที่ซ่อนเร้นในเงามืดได้รับรู้ นางปลิดชีวิตตัวเองเพื่อพ้นจากฝันร้าย แต่ตอนนี้นางกลับมาถูกขังอยู่ที่นี่ มันยิ่งกว่านรกอเวจีเสียอีก คงจะเป็นฝีมือของใครไปมิได้นอกจากนางปีศาจตนนั้น

" ได้โปรดเถิด...ช่วยฟังคำขอร้องของข้าสักครั้ง ให้ข้าตายเถิด ฮืออ ให้ข้าตาย!!! " วิหคน้อยกรีดร้องสุดเสียงพร้อมกับทิ้งกายลงกับสายธารโลหิตอย่างหมดเรี่ยวแรง ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากสิ่งที่นางสื่อสาร ดั่งตั้งใจจะมองดูนางทุรนทุรายให้สาใจ น้ำตาที่หลั่งไหลออกจากดวงตาทั้งสองกลับกลายเป็นโลหิตหยดลงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนนทีสีชาดเบื้องล่าง

" ฮึฮึฮึฮึฮึฮึ ขอร้องหรือ? ข้าชอบคำนี้จริงๆ~ "

        แววเสียงอสุรีดั่งก้องจากความมืดมิดสุดสายตาพร้อมกับเงาร่างปริศนาที่เดินเข้ามาใกล้ เมื่อร่างเงาต้องแสงจันทร์เผยให้เห็นลายละเอียดของคนผู้นั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ครานี้นางอสูรไม่ได้มาในร่างเงาดั่งเดิม กายหยาบนั้นคือหญิงสาวในอารมณ์สีแดงงดงามประดับด้วยขนนกทองคำเรืองรอง เส้นผมสีดำเป็นมันสะท้อนประกายแสงสีแดงของจันทรา ร่างนั้นเคลื่อนที่อย่างนุ่มนวลราวกับไม่ได้ก้าวเดิน คล้ายลอยเคลื่อนเข้าหานางโดยที่เท้ามิได้สัมผัสพื้น
     ความหวาดหวั่นเริ่มทวีความหนักหน่วง ร่างบางคลานออกห่างจากสิ่งที่ใกล้เข้ามาด้วยความหวาดกลัวว่าคนผู้นั้นจะทำร้ายตน แต่เมื่อร่างนั้นเข้าใกล้นางมากพอ แสงสว่างจากจันทราก็เผยให้เห็นโฉมหน้าของอสุรีผู้ที่นางหวาดกลัวและพยายามหลบหนีเรื่อยมา..

" ฮึ! "

".....มะ มะไม่จริงนา....."

      หญิงงามโฉมสคราญผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยือกบนใบหน้า กำลังจ้องมองนางวิหคที่ตอนนี้กำลังตกตะลึกกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าจนแทบจะเสียสติ ในตาสีนิลฉายประกายสีแสงเรืองรองเบิกกว้างมองบุคคลที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของตน นางไม่อยากจะเชื่อสายตาจนเอง เพราะ นางปีศาจตรงหน้ามีหน้าตาที่เหมือนกับนางชนิทที่เหมือนกันทุกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ราวกับนางกำลังมองเงาของตนเองในกระจก เว้นแต่ดวงตาของอีกคนที่เป็นสีแดงเปร่งประกายดั่งสัตว์นักล่า    หญิงสาวพลันลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะก้าวถอยห่างจากหญิงอีกคนอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนางวิหคน้อยสั่นเทาราวกับจับไข้ สิ่งที่นางกำลังเห็นมันคืออะไรกัน นางอสูรจะมีหน้าตาเหมือนกับนางได้อย่างไร ต้องเป็นมนต์มายาภาพลวงตาที่กำลังทำให้นางไขว้เขว่เป็นแน่

" ทีนี่ เจ้าเข้าใจทุกอย่างหรือยังล่ะซูเม่ย? " เสียงที่เคยก้องกังวาลกลับกลายเป็นเสียงของหญิงสาวที่เหมือนกับเสียงของนาง แตกต่างที่ท่าทางการพูดและโทนของเสียงกลับแตกต่างจากนางโดยสิ้นเชิง มันช่างดูร้ายกาจและเยือกเย็น ทำให้หญิงสาวมั่นใจได้ว่า ถึงหญิงผู้นี้จะมีหน้าตาละม้ายคล้ายนาง แต่ก็ยังคงเป็นนางปีศาจตนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

" เข้าใจอะไรกัน...ขะ ข้าไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ใยเจ้าต้องใช้มนต์มายา ใยหน้าตาของเจ้าถึง---"
พรึบ!!
    เพียงพริบตาอสุรีสีชาดพันเคลื่อนเข้าประชิดกายของนางวิหคน้อยด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวที่ไม่ทันตั้งตัวเกือบหลุดปากกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ไม่ทันที่นางจะได้ถอยหนีก็ถูกมือเรียวทั้งสองของนางอสูรจับศีรษะเอาไว้ไม่ให้หันหนีไปไหนได้ แรงมหาศาลยึดใบหน้าของนางให้จ้องมองที่ดวงตาสีแดงน่ากลัวนั้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง น้ำตาโลหิตจะความหวั่นเกรงไหลออกมาจากนัยน์ตาสีนิลเป็นทางชโลมใบหน้างาม

" ฟังให้ดีนะนังโง่!! มนต์มายาบ้าบออะไร ของพันธุ์นั้นน่ะมันไม่มีหรอก
นี้คือโฉมหน้าที่แท้จริงของข้า นี้คือตัวตนของข้า นี้คือสิ่งที่เจ้าถวินหาอยากจะรู้มาตลอดมิใช่หรือ? ว่าข้าเป็นใครกัันแน่ "


" ข้าก็คือเจ้า ซูเม่ย ข้าคือเงาของเจ้า คือความแค้นของเจ้า
ข้าคือตัวตนแห่งความพยาบาทที่เจ้าฝั่งลืมเอาไว้ที่นรกแห่งนี้
ข้าคือ หงหยิง "

" หง...หยิง ?"

    สิ้นคำรำพึงของหญิงสาวที่อยู่ในอาการตกตะลึง มือเรียวทั้งสองของนางอสูรเหยี่ยวแดงพลันปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระ ร่างบางก้าวถอยห่างจากอีกคน อย่างช้าๆราวกับไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวเดิน นัยน์ตาสีนิลอันสั่นเคลือมองบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าอย่างพิจรณาก่อนจะก้มลงมองตนเอง หงหยิง คือ ตัวข้างั้นหรือ? นางคือข้างั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีทางเป็นจริง! ตัวตนของข้าจะมีสองคนได้อย่างไรกัน!!? ข้าไม่มีทางกลายเป็นปีศาจเช่นนี้ไปได้หรอก

" เจ้าไม่สงสัยบางหรือว่าทำไมข้าถึงรู้สิ่งที่เจ้าคิด รู้ถึงความรู้สึกของเจ้าทั้งหมด แลเข้าใจซึ่งถึงความเจ็บปวดของเจ้า "

"............"

" ก็เพราะว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไรล่ะ ฮึฮึฮึฮึฮึ "

     หญิงสาวชะงักด้วยความตกใจ สิ่งที่อีกคนหนึ่งพูดราวกับรับรู้ว่านางกำลังกังขาในสิ่งที่อีกคนได้บอกไป มันยากที่จะทำใจให้เชื่อได้ ว่าอสูรที่มีจิตใจโหดเหี้ยมแลร้ายกาจเช่นนี้จะเป็นคนๆเดียวกับนาง และสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด การกระทำอันโหดเหี้ยมนั้น ความทรมานเหล่านั้น ร่วมทั้งสถานที่แห่งนี้ ล้วนเกิดจากแรงแค้นของนางเองงั้นหรือ..

" หากเราเป็นหนึ่งเดียวกัน หากเจ้าคือข้าจริง แล้วใย...ก่อนหน้านี้ ข้าถึงไม่รับรู้ถึงตัวตนของเจ้า...." วิหคน้อยเอ่ยถามนางพญาเหยี่ยวด้วยท่าที่หวาดหวั่น คำถามนั้นแต่งแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าของนางเหยี่ยวแดงให้ชัดเจนขึ้น มือเรียวพรางเชยคางมนของตนเองอย่างเย่อหยิ่งก่อนจะเอ่ย

" ฮึ! เคยได้ยินไหมซูเม่ย ว่าผู้ที่อยู่ในที่แจ้ง มักมองไม่เห็นผู้ที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด แต่สำหรับคนที่อยู่ในความมืดเช่นข้า การมองเห็นเจ้า มันช่างง่ายนิดเดียว "

".............."
" แต่บัดนี้เจ้ามองเห็นข้า แลสัมผัสตัวตนของข้าได้ ก็แสดงว่าเจ้าได้เข้าสู้ด้านมืดแล้ว~
ยินดีตอนรับ สู่โลกของข้า ฮึฮึฮึฮึฮึฮึ"

▼มีต่อ▼
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -48 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -48 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-8-14 04:54:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด

◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈


       สิ้นคำนางเหยี่ยวแดง ดวงตาสีนิลของนางวิหคเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงที่ละน้อย บ่งบอกถึงเป้าหมายของนางที่สำเร็จไปอีกขั้นและอีกไม่ช้า สิ่งที่นางรอคอยมานานก็จะสำเร็จ แรงแค้นและความเกลียดชังในใจของซูเม่ยนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นแม้นนางจะไม่รู้ตัว มันเพิ่มพูลพลังอำนาจให้แก้นางจนบัดนี้นางมีอำนาจเหนือจิตใจของซูเม่ยแล้ แต่ด้วยพลังแห่งจิตใจอันเปรียมคุณธรรมของซูเม่ยทำให้ยากที่จะครอบงำนางโดยง่าย แต่คงอีกไม่นาน นางต้องทำสำเร็จ และเมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดหยุดนางได้

" นี้คือสิ่งที่เจ้าต้องการสินะ.. ทำให้ข้าติดอยู่ที่นี่ ทรมานกับเจ้าไปชั่วกัลป์ " ซูเม่ยเอ่ย เมื่อได้ยินดั่งนั้น นางเหยี่ยวแดงก็พลันเจือจางรอยยิ้มบนใบหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะตีสีหน้าเป็นโศกเศร้าอย่างยียวน

" ผิดแล้วล่ะซูเม่ย ข้าหรือจะทำเช่นนั้นได้ ข้ามิได้มีพลังแข็งแกร่งปานนั้น ไม่งั้นข้าจะยอมเป็นแค่เงาของเจ้าทำไม? เช่นนั้นตัวตนของเจ้าจะมีอยู่จนถึงตอนนี้หรือห๊า~? " หงหยิงเอ่ย นางนั้นมิได้โกหก นางมิได้มีพลังอำนาจมากพอจะครอบงำซูเม่ยได้ หากซูเม่ยมีจิตใจที่เข้มแข็งมากพอ หงหยิงก็ไม่สามารถทำอะไรนางได้ หากแต่ความทรมานและเคียดแค้นในยามนี้กลับเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีให้กับนาง ทำให้นางสามารถปรากฏตัวแลปลุกปั่นซูเม่ยได้ แต่ก็ยังไม่สามารถเป็นหนึ่งเหนือจิตด้านสว่างของซูเม่ยได้อยู่ดี เว้นเสียแต่ว่าซูเม่ยจะยอมละทิ้งซึ่งคุณธรรมและยอมรับนางด้วยความเต็มใจ นั้นคือสิ่งที่หงหยิงต้องการ

" .....แล้วใยข้าถึงมาอยู่ที่นี่? ใยข้าถึงไม่ตาย? มิใช่เจ้าเป็นผู้นำพาข้ามาหรอกหรือ? " นางวิหคเอ่ยด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย แทนที่จะเป็นหวาดกลัวเช่นทุกที นางดูสนใจความเป็นไปมากกว่าจะเอาแต่หวาดกลัวหลบหนีอย่างเช่นที่แล้วมา แสดงให้เห็นว่านางเริ่มจะยอมรับการมีอยู่ของนางเหยี่ยวแดงที่ละน้อยแล้ว

" ฮึฮึฮึฮึฮึฮึ~ ข้าไม่ได้ยื้อชีวิตเจ้า เจ้าเองที่แข็งแกร่งแลรอดมาจนถึงตอนนี้ ตลอดมาเจ้าต่างหากที่มาหาข้า ข้าน่ะเป็นเจ้าบ้าน ส่วนเจ้าน่ะคือแขกผู้มาเยือน~ ข้าไม่ได้มีอำนาจจะลากจิตของเจ้ามาขังไว้ที่นี่หรอกนะ ส่วนตอนนั้นที่เจ้าเห็นข้าที่หอบรรพชน ก็เพราะว่าจิตของเจ้าอ่อนแอมากเสียจนข้าสามารถปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าได้ แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น ดูสิ! เงาหรือจะหารสู้แสงสว่างได้~ " นางเหยี่ยวแดงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้ออย่างมารยา ก่อนจะผายมือเล็กน้อย ทันใดนั้นต้นลั่วเสินยักษ์ก็เติบโตงอกขึ้นจากสายธารโลหิต ดัดกิ่งก้านกลายเป็นบัลลังก์พฤษาสีชาดให้นางอสุรีได้นั่งประทับ ร่างอรชรหย่อนสะโพกชดช้อยลงบนบัลลังก์พลันตวัดเรียวขาไคว่ห้างอย่างสง่างาม หงหยิงจ้องมองนางวิหคน้อยที่ยืนมองอยู่ด้วยท่าทีหวาดหวั่น แม้นจะหน้าตาเหมือนกัน เป็นวิหคเช่นเดียวกันแต่ก็ต่างกันราวนกกระจิบกับพญาเหยี่ยว ดั่งเหยื่อแลนักล่าที่ต่างเผชิญหน้ากันอย่างหยั่งเชิง

" สิ่งที่เจ้าบอกข้า กับสิ่งที่เจ้าทำ มันแตกต่างกันนักหงหยิง! ที่ผ่านมาเจ้าตอบย้ำข้า ในฝันเจ้าก็หลอกหลอนข้า ต่อว่าข้าด้วยวาจาอันหน้ารังเกียจ ข้ารู้เจ้ามิได้หวังดีกับข้าสักนิด!! เจ้าก็แค่อยากจะทำร้ายข้าเพื่อความสะใจสินะ!?" ซูเม่ยตะหวาดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ดวงตาของนางฉายประกายสีแดงเป็นระยะ หงหยิงเห็นดั่งนั้นก็เผยยิ้มอย่างพอใจ ดี! แค้นให้มากกว่านี้ ปลดปล่อยโทสะของเจ้าออกมา!

" ฮึฮึฮึฮึฮึฮึ~ ลองคิดดูนะซูเม่ย สิ่งที่ข้าพูดมันมีอะไรผิดงั้นหรือ? มันคือเรื่องจริงทั้งสิ้น! มันคือความจริงที่เจ้าพยายามจะหลีกหนี ความจริงที่เจ้าไม่ยอมรับมัน ข้าเพียงแค่ย้ำเตือนเจ้าให้ยอมรับความจริงก็เท่านั้น!!"

"ข้าไม่....ไม่ได้....."

       นางเหยี่ยวแดงแย้มยิ้มอย่างสาใจเมื่อเห็นอีกคนไม่สามารถคิดคำพูดออกมาเถียงโต้ตอบได้ แน่นอนว่าความจริงอย่างไรก็คืดความจริง นางทนไม่ได้กับการเอาแต่เฝ้ามองในขณะที่ร่างกายและจิตใจถูกย่ำยี แต่อีกตัวตนหนึ่งกลับไม่คิดจะตอบโต้สิ่งใด กลับเลือกจะโทษตัวเองแทนที่จะสู้กับสิ่งที่ตนชิงชัง ฝั่งจิตอาฆาตพยาบาทไว้ภายในจนหล่อหลอมกลายเป็นดินแดนที่กักขังตัวตนด้านมืดอย่างนางเอาไว้ มันถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องทำอะไรสักอย่าง นางยังไม่อยากตายไปพร้อมกับหญิงผู้นี้ทั้งๆที่ความแค้นยังมิได้รับการชำระ

" สิี่งที่เจ้าเป็น สิี่งที่เราเป็น มันมิใช่ความผิดของเราสักนิดเดียวซูเม่ย!! เจ้าทนได้งั้นหรือ? ในขณะที่เจ้าและข้าทนทุกข์ทรมาน ไอ้พวกคนชั่วช้าที่มันทำร้ายเรา กำลังเสวยสุข ก่อกรรมทำชั่วกับผู้บริสุทธิ์อีกนับไม่ถ้วน!! "
".............."
     หงหยิงเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งครึม สลัดรอยยิ้มออกจากใบหน้างามสื่อถึงความคับแค้นที่สุมอยู่ในอก นางวิหคได้ฟังก็ไม่พูดตอบ ได้แต่หลบสายตาของอีกคนด้วยความเอือมระอา นางเหยี่ยวแดงพลันลุกจากบัลลังก์ลั่วเสินโลหิตก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้า วิหคน้อยยืนข่มใจนิ่งไม่ถอยหนีแม้นจะหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย


" เจ้าเห็นแก่ตัวมากที่คิดปลิดชีวิตตนเองเพื่อหลีกหนีปัญหา ละทิ้งชีวิตที่เพื่อนรักของเจ้าให้มา นางยอมสละมันเพื่อเจ้าแต่เจ้าคิดทำลายมันอย่างมิรู้คุณค่า เจ้าว่าข้าเป็นปีศาจ จิตใจเจ้าก็มิได้ต่างอะไรจากข้ามากนักหรอก!!! "

" เงียบนะ!! " สิ้นคำดูแคลงของหงหยิง ซูเม่ยพลันตะหวาดลั่น นางเหยี่ยวแดงยิ่งได้เห็นท่าทีเช่นนั้นก็ยิ่งเพิ่มพูลโทสะมากขึ้น นางไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่เห็นซูเม่ยเป็นเช่นนั้น เมื่อถูกพูดแท่งใจดำด้วยความจริงก็ตะหวาดให้หยุดเพราะว่าตนรับไม่ได้ แทนที่จะรับฟังและแก้ไข กลับหลีกเลี่ยง นี้คือสาเหตุว่าทำไมนางถึงเกลียดซูเม่ยนัก

" อะไร? ทนฟังมิได้ที่ข้าพูดแท่งใจดำ หรือว่าไม่ยอมรับความจริงว่าตนอ่อนแอ? เจ้ามันก็เอาแต่โทษตัวเองซูเม่ย!! คนที่เจ้าสมควรจะโกรธแค้นชิชังหวังเอาชีวิต มิใช่เรา แต่เป็นพวกมัน คังเสิ่นหวู่และสมุนของมัน พวกมันสมควรตาย!!! แทนที่เจ้าจะคิดกำจัดมัน เจ้ากลับเลือกที่จะฆ่าตัวตาย!! สิ่งที่ข้าพยายามย้ำเตือนเจ้าที่ผ่านมามันไม่ได้ทำให้เจ้าตาสว่างขึ้นสักนิดเลยใช่ไหม!? "

" แล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไง!!!? . . . . .ข้าเป็นได้เท่านี้. .เป็นได้ แค่ผู้หญิงอ่อนแอ"

      สิ้นเสียงตะหวาดดัง คำรำพึงแผ่วเบาเอ่ยออกจากปากของนางวิหคนน้อยที่บัดนี้ก้มหน้าพลางร่ำไห้ หยาดโลหิตหลั่งไหลเป็นทางตามเรียวหน้าดวงงามของหญิงสาว จากดวงตาจรดปลายคางมนก็จะหยดลงสู่สายธาราเลือด หงหยิงที่สีหน้าเคร่งขรึมพลันแย้มยิ้มอย่างสมเพชในความอ่อนแอบอบบางของวิหคน้อย แทบมิอยากเชื่อเลยว่าสตรีที่บอบบางแลเจ้าน้ำตาเช่นนี้จะสังสมความแค้นจนก่อกำเนิดเป็นจิตมารเช่นนางได้
    นางเหยี่ยวแดงพลางอ้าแขนโอบกอดปลอบโยนนางนกน้อยที่กำลังร่ำไห้ ร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจทันทีที่ถูกหงหยิงสัมผัส แต่นางก็ไม่ได้มีท่าทีจะถอยหนี หงหยิงเองรู้ดีว่าซูเม่ยนั้นแท้จริงต้องการอะไร นางก็แค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจ แล้วจะมีใครที่เข้าใจซึ้งถึงความเจ็บปวดของหญิงผู้นี้ได้ดีไปกว่าตัวของนางเองกันละ

" เจ้าเป็นได้มากกว่านั้นซูเม่ย. . . เพียงไว้ใจให้ข้าช่วยเจ้า " หงหยิงเอ่ยก่อนจะถอนกอดออกจากอีกคน วิหคน้อยมองใบหน้าของนางสายตาฉายประกายสีแดง เต็มไปด้วยความสงสัย พรางถอยห่างจากอีกคนเล็กน้อยอย่างมิค่อยไว้วางใจ

". . . . เจ้าจะทำอะไร?. . . . "

" . .ข้าจะทำในสิ่ง ที่เจ้าทำไม่ได้. . "

▼มีต่อ▼
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -69 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -69 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
โพสต์ 2018-8-16 02:10:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Phaisri เมื่อ 2018-8-16 10:12


◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈◈

"สิ่งที่ข้าทำไม่ได้..งั้นหรือ?"

"ช่าย~ สิ่งที่เจ้าทำไม่ได้แล้วไม่มีทางทำได้ "

    นัยน์ตาสีชาดของนางอสูรเหยี่ยวแดงอันดุดัน จับจ้องไปที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ใบหน้ายิ้มเปรมปรีดิ์ดั่งมธุรสหวานแฝงพิษร้ายไว้ภายใน นางนั้นรู้จักตัวตนของซูเม่ยผู้นี้ดีกว่าผู้ใดในใต้หล้า ความรู้สึก ความปรารถนา แลจุดอ่อนทั้งหมดของนาง ภายใต้เงามืดในจิตใจนางรู้ทุกซอกหลืบ ทุกสิ่งที่หญิงสาวผู้นี้เก็บซ่อนไว้ มันคืออาวุธชั้นดีในการต่อสู้กับคุณธรรมภายในจิตใจของนาง หากทำให้ซูเม่ยละทิ้งคุณธรรมและยอมรับความพยาบาทของตนได้ เมื่อนั้นนางก็จะได้ครอบครองร่างนี้อย่างสมบูรณ์

"สิ่งที่ข้าทำไม่ได้...." นางวิหคน้อยรำพึงพรางหลบสายตาลงต่ำ ดั่งรับรู้ความนัยของประโยคนั้น

" ข้าเข้าใจเจ้าดีซูเม่ย ข้าเข้าใจเจ้าดีกว่าทุกคนบนโลกใบนี้ เจ้าเจ็บปวด ข้าก็เจ็บปวด เจ้าทรมาน ข้าก็ทรมานเช่นกัน ที่ข้าทำไปก็เพื่อความอยู่รอดของเราทั้งคู่ " เสียงแววหวานเอ่ยออกจากริมฝีปากสีแดงอวบอิ่ม ใบหน้านวลขาวแต่งแต้มความปรานีจอมปลอมเพื่อหลอกล่อเหยื่อของนางให้ตายใจ

" เพียงเจ้าไว้ใจข้า ข้าสัญญาจะไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทำร้ายเจ้าได้อีก " อสุรีสีชาดเข้าโอบกอดร่างบางของซูเม่ยคล้ายจะปลอบขวัญ ทั้งสองจ้องมองซึ่งกันและกันราวกับมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงา ท่าทีของอีกคนที่มีต่อนางเหยี่ยวแดงเริ่มสงบนิ่ง ความหวาดหวั่นย่ำเกรงเบาบางลง ราวกับวิหคน้อยเริ่มไว้วางใจนางมากขึ้นแล้ว นัยน์ตาสีนิลเปล่งประกายสีแดงชัดเจนมากขึ้น ดั่งไฟแห่งความมืดมิดในใจนางได้ลุกโชนขึ้นที่ละน้อย

" เจ้าทำได้หรือ? . . " วิหคน้อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาพรางชำเลืองมองอีกคนอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อนางเหยี่ยวแดงได้ฟังคำถามนั้น รอยยิ้มสีชาดพลันผลิบานประดับใบหน้าอนงค์งาม ดั่งเป้าหมายของนางใกล้จะสำเร็จในไม่ช้า

" เพียงเจ้าร้องขอ. . .  ข้าสัญญา เจ้าจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป "

". . . . . ."

      นางวิหคน้อยนิ่งเงียบไม่พูดต่อ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ราวกับถูกมตร์สะกดให้คล่อยตาม นัยน์ตาสีนิลพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดเปล่งประกายดั่งจันทรคราสกลืนกินแขไข เชดเช่นเดียวกับดวงตาของนางเหยี่ยวแดง เพียงหงหยิงใช้คำพูดโน้นน้าวเพียงนิดก็สามารถปลุกจิตอาฆาตของหญิงสาวให้ตื่นขึ้นอย่างง่ายดาย บัดนี้หญิงสาวทั้งสองมิมีสิ่งใดผิดแปลกแตกต่างกันอีกต่อไป ทั้งสองจ้องมองดั่งเป็นเงาสะท้อนของกันและกัน มือเรียวบางของหงหยิงพรางเชยคางมนของอีกตัวตนหนึ่งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อนเอ่ย...

" บอกข้าสิ! เจ้าต้องการโอกาศอีกครั้งไหม?
ต้องการโอกาศ ที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดหรือเปล่า? "


" ข้า . . .ต้องการ "

" ลึกลงในใจเจ้า รู้สึกถึงมันหรือเปล่า? ความพยาบาทในใจเจ้า
เจ้าเกลียดชังพวกมันขนาดไหน? พวกสัตว์นรกที่ทำร้ายเรา
พวกคนชั่วช้าสาสามานย์ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์เหล่านั้น  
บอกข้าสิ ว่าเจ้าเคียดแค้นพวกมันมากเพียงใด! "

" ข้า. .เกลียด เกลียดพวกมัน เกลียดพวกมันทุกคน
ข้าอยากให้พวกมันชดใช้ "

" ชดใช้ด้วยสิ่งใด ถึงจะสาสมกับสิ่งที่พวกมันทำ!? "

". .ชีวิต. ."

" เจ้าพร้อมแลก ละทิ้งทุกอย่าง พร้อมสละทุกสิ่งเพื่อให้พวกมันได้ชดใช้หรือไม่!?
เพื่อชำระหนี้แค้น เจ้ายินดีกลายเป็นปีศาจเยี่ยงข้าหรือไม่!!? "

".............."

     คำถามสุดท้ายของหงหยิง ฝื้นคืนสติสัมปชัญญะอันพร่าเลือนของหญิงสาวขึ้นมาได้ครู่หนึ่ง นางนิ่งเงียบไม่ยอมพูดตอบดั่งลังเลใจในวินาทีสุดท้าย ราวกับความคิดอ่านทั้งหมดปนเปกันจนไม่สามารถแยกแยะออก ดั่งสิ่งที่รับรู้คัดแย่งกับสามัญสำนึกแลคุณธรรมในใจของตนโดยสิ้นเชิง แต่ใจนางได้โอนเอนเข้าสู่เส้นทางแห่งควาดมืดมิด ขาข้างหนึ่งของนางก้าวเข้าสู้ธรณีประตูนรก หากก้าวเดินต่อไปเบื้องหน้านั้น คือเส้นทางแห่งบาป นางปล่อยใจให้มารร้ายเข้าครอบงำ ผลที่ตามมาคือสิ่งใดนั้นนางรู้ดี หากแต่จะถอยกลับก็มิอาจทำได้ รู้สึกตัวตอนนี้ก็ถอนตัวไม่ทันเสียแล้ว
    ถึงแม้นจะเป็นเส้นทางแห่งบาป แต่หากพลังที่ได้รับมาสามารถทำให้นางแข็งแกร่งขึ้นได้ เป็นแรงผลักดันให้นางสู้โดยไม่หวั่นเกรง หากนางต้องกลายเป็นอสูรร้ายแล้วสามารถช่วยเหลือเยว่ฉีสหายรักแลกำจัดคนชั่วให้หมดสิ้นได้จากแผ่นดินได้ นางยินดีเป็นมาร

" ยึดถือคุณธรรม แล้วต้องลงเอยด้วยความหายนะเช่นที่แล้วมา
ข้ายอมเป็นมารอธรรม มิใช่เพราะความเคียดแค้น
หากแต่ด้วยพลังนี้ สามารถปกป้องตัวข้าคนที่ข้ารักได้  "

      รอยยิ้มบนใบหน้าอสุรีงามเจือจางลงแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าปั้นปึงด้วยโทสะ ทั้งๆที่แผลการทุกอย่างใกล้จะสำเร็จลุล่วง อีกไม่นานหงหยิงก็จะได้ครอบงำร่างนี้อย่างสมบูรณ์ แล้วตัวตนของซูเม่ยก็จะหลับไหลไปตลอดกาล หากแต่ซูเม่ยไม่ยอมสลัดความรักออกจากจิตใจ แม้นใจจะเต็มไปด้วยโทสะแล้วความเคียดแค้น แต่ความรักนั้นมีอนุภาพเหนือทุกสิ่ง แม้นนางจะยินยอมให้หงหยิงครอบครองร่างแต่ตราบใดที่นางยังมีความรัก ความกรุณา ความปรานีในหัวใจ หงหยิงจะไม่สามารถครอบงำซูเม่ยโดยสมบูรณ์ได้ แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลาเหลือแล้ว ร่างกายที่ไร้จิตวิญญาณหากไม่ฝื้นคืนโดยเร็วไม่ช้าก็จะตาย และนั้นก็หมายความว่าหงหยิงจะต้องตายด้วย

คอยดูเถิดซูเม่ย ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น ว่าความรักมันเป็นเพียงสิ่งจอมปลอม
เจ้าจะได้รับรู้ ว่าสิ่งที่เจ้ายึดมั่นมันช่างไร้ค่า!


" จากนี้ ให้เป็นหน้าที่ข้า . ส่วนเจ้า
จงพักผ่อนให้สบายเถิด!! "
"ฮึฮึฮึฮึฮึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"


" ฮ๊ะ!? อ๊ายยยยยยยยยย!! "

    เสียงหัวเราะแห่งความเหี้ยมโหดดังก้อง พร้อมกับท้องฟ้าสีดำสนิทที่จู่ๆก็มีเมฆหมอกหนาเข้าบดบังจันทราจนมืดมิด สายฟ้าปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องเป็นระลอก หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจเพราะจู่ๆอาภรณ์สีแดงชาดที่ตนสวมใส่อยู่กลับละลายกลับเป็นหยาดโลหิตชะโลมร่างกายของนางดั่งเดิม เถารากของต้นลั่วเสินโลหิตพลันเข้าโอบรัดร่างกายของนางไว้อย่างแน่นหนา นางวิหคพยายามดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุดจากพัฒนาการแต่ก็ไร้ผล สายตาเว้าวอนส่งให้นางเหยี่ยวแดงที่ยืนมองอยู่เบื้องหน้า สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้ม
เย้ยหยัน นัยน์ตาสีนิลเปล่งประกายสีเพลิงจับจองจิตมารของตนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกรากของต้นลั่นเสินกระกลับลงไปยังมหานทีโลหิต จมดิ่งสู่ห้วงทมิฬอันมืดมิดไปในที่สุด
จบ     




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -86 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -86 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้