ดู: 523|ตอบกลับ: 3

{ เมืองฉางซา} สวนพฤกษชาติอู่หลิงหยวน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-29 21:31:30 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2018-9-24 18:24



สวนพฤกษชาติอู่หลิงหยวน

{ เ มื อ ง ฉ า ง ซ า }














【สวนพฤกษชาติอู่หลิงหยวน】
' ใบเฟิ่งแดงชาดในสระหยก เขียวใสดั่งกวานล้ำค่า '
ป่าเฟิ่งผืนกว้างกินบริเวณเนื้อที่นับสิบลี้ เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนแทบจะเปลี่ยนสีสันของพื้นดินเป็นสีชาด
สวนสระและน้ำตกขนาดเล็กพร้อมสรรพในตัว ห้วงน้ำเขียวขจีสีสันตัดกันอย่างลงตัว
สวนแห่งนี้คือสวรรค์ของจิตรกรและผู้ใฝ่หาสถานที่ชื่นชมธรรมชาติอย่างเงียบสงบ
ในยามสนธยามาเยือน แสงอาทิตย์ย้อมต้นเฟิ่งจนแดงฉานราวกับไฟ 





 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-7-29 21:35:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2018-7-30 04:00

เริ่มต้นเควส ผจญภัยกับคู่หู



ทุกคนนอนหลับพักผ่อนกันมาจนถึงเวลายามหยิน เวลาใกล้เข้าสู่รุ่งเช้าของวันใหม่ หลิงนูตื่นนอนมาในตอนนั้นแลกปลุกทั้ง2คนต่อจากนั้น บรรยากาศบนเนินค่อนข้างเย็นสบายดีในยามเช้า มีหมอกลงจนเห็นได้ชัดเล็กน้อย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามดี


หลิงนูปลุกเหมยหยวนและซูมี่จากตื่นนอน  แบ่งปันอาหารเช้าให้ทุกคนทานก่อนออกเดินทางต่อทันทีในยามเช้านี้ น่าจะไปถึงเมืองเป้าหมายอย่างเร็วที่สุดก็ตอนเที่ยง ไม่ก็บ่าย เหมยหยวนกับซูมี่ยังมีความงัวเงียอยู่บ้าง แต่ก็เขย่าๆให้ทั้งสองตื่นขึ้นให้ตาสว่างในที่สุด...


เมื่อพร้อมแล้ว ทุกคนก็ขึ้นขี่ม้าประจำตัวแล้วออกเดินทางต่อทันที ทุกคนค่อยๆคุมม้าลงจากเนินดีๆก่อนที่จะถึงพื้นราบ แล้วเดินทางมุ่งหน้าต่อไปทางใต้


ขบวนเดินทางไปต่อเรื่อยๆ ผ่านเมืองเจียงหลิงในยามเช้าที่แสงแดดอุ่นสาดส่องไปทั่วบริเวณพอดี นูจึงไม่ได้แวะเมืองนั้นแต่อย่างใดและขี่ไปตามถนนต่อ ยามสายก็ขี่ผ่านสะพานข้ามฝากแม่น้ำที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเจียงหลิง ไม่ได้แวะอะไรบริเวณเชิงสะพานแต่อย่างใด


เวลาล่วงเลยต่อมาถึงยามอู่ เที่ยงวันของวันดังกล่าว พระอาทิตย์ตั้งตระหง่านบนกลางศีรษะกำลังแผ่ความร้อนได้ที่ ในที่สุดทั้งสามคน หลิงนู เหมยหยวนและซูมี่ก็เดินทางมาถึงเมืองฉางซา... ที่ๆนูคิดไว้ว่าเป็นจุดหมายการเดินทาง..


"ข้าคิดว่า มาถึงแล้วล่ะนะ..." หลิงนูกล่าวพร้อมมองประตูเมืองฉางซ่าที่เปิดอ้ารอรับผู้มาเยือน นูคิดว่าที่แห่งนี้ว่าจะพักก่อนจะเดินทางไปยังที่อื่นต่อ..
ทั้ง3คนเดินขี่ม้าเข้าไปในเมืองพร้อมกัน มองไปรอบๆดูเป็นเมืองที่ใหญ่ดี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้รู้สึกว่ามองเห็นทิวทิศน์เบื้องได้ถนัดอยู่ ถือว่ามีทำเลที่ดีอยู่ไม่น้อย


เมื่อมาถึงเมืองก็ต้องหาที่พักผ่อนหย่อนใจสักหน่อย ระหว่างเดินทางอยู่ในเมืองก็พบกับสวนพฤษชาติป่าไม้ หลิงนูจึงบอกเหมยหยวนกับซูมี่ให้พักม้าไว้ใกล้ๆแล้วลงไปยังสวนพฤษชาติเพื่อพักผ่อนกัน


"เฮ้ออ เหนื่อยจังเลย การเดินทางอันยาวนานเนี่ย..."
"มันก็สนุกดีเหมือนกันน้า.." เหมยหยวนเอ่ยขึ้นระหว่างเดินไปยังสวนพฤษชาติด้วยกัน


"เหนื่อยก็จริงนะเจ้าคะ..." ซูมี่เอ่ยแบบน้ำเสียงผ่อนคลาย ทั้ง2คนดูค่อนข้างฟื้นตัวจากอาการเหนื่อยได้ดีหลังจากร่วมเดินทางกับหลิงนูมาราวๆ3-4วันก่อนหน้านี้ คิดเสียว่า...ได้ฝึกทั้งสองคนให้แกร่งขึ้น ไม่เป็นภาระของเธอในระหว่างตามหาครอบครัวให้กับทั้ง2คน


หลิงนู เหมยหยวนและซูมี่ต่างเดินเข้ามาชมในสวนพฤษชาติ มันดูเหมือนป่าผืนกว้าง สีสันของพื้นดินแทบเป็นสีชาดจากสีใบที่รวงโรยลงมา สวนสระและน้ำตกขนาดเล็กพร้อมสรรพในตัว ห้วงน้ำเขียวขจีสีสันตัดกันอย่างลงตัว มันช่างดูร่มรื่นจนอยากวาดภาพสถานที่แห่งนี้สุดๆ...


ทั้ง3คนเลือกที่นั่งอันเหมาะสมเพื่อนั่งลงบนผืนหญ้านุ่ม เพื่อที่จะนอนมองท้องฟ้ายามเที่ยงได้สะดวก ถึงแดดจะร้อนแต่มันก็สวยงาม... ท้องฟ้าโปร่งแจ้งมองเห็นผืนฟ้านภาสีครามได้สะดวกตายิ่งนัก
พื้นที่ดังกล่าวยังไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่นัก เพราะงั้นเลยน่าจะใช้เวลาพักผ่อนนี้ให้สะดวกและผ่อนคลายที่สุดก่อน


เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าก็เห็นนกพิราบ ตัวสองตัวบินว่อนไปมาเหนือทั้ง3คน คงกำลังเล่นกินลมชมวิวไม่ต่างกันเราสินะ เจ้านกน้อย...
นกพิราบเช่นพวกมันก็มีการผ่อนคลายเหมือนพวกเราได้เหมือนกัน


ในขณะที่กำลังละสายตาจากนกพิราบตัวหนึ่ง พอมองเห็นด้วยหางตา ก็เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่าง...ยิงขึ้นจากพื้น.. มันพุ่งขึ้นไปหาเจ้านกพิราบตัวนั้น
เมื่อหันไป ก็พบกับ....


ภาพที่นกพิราบตัวนั้นถูกยิงกระทบด้วยอะไรบางอย่าง กำลังร่วงลงสู่พื้น...


"!!" เธอเบิกตาตกใจ จู่ๆเกิดอะไรขึ้นกับนกพิราบตัวนั้น ใครทำร้ายมันกันล่ะนั่น...!
เมื่อเห็นดังนั้นแล้วจึงลุกขึ้นทันทีทันใดแล้ววิ่งไปยังจุดที่นกพิราบตัวนั้นหล่นลงมาดังกล่าว


"อ๊ะ ท่านหลี่ ท่านหลี่จะไปไหนน่ะ รอพวกข้าด้วย!" เหมยหยวนพูดขึ้นเมื่อเห็นหลิงนูร้อนรน ทั้ง2คนก็ลุกและวิ่งตามหลิ่งนูแทบไม่ทัน แต่ก็ตามไปห่างๆทีหลังได้เพราะยังไงก็ตามไปตรงๆก็ไม่ทันอยู่ดี--


เมื่อมาถึงจุดที่นกพิราบตกลงมาก็พบกับ ... เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มกัน ในมือถือหนังสติ๊กยิงหิน และก็มีคนหนึ่งถือนกพิราบที่ถูกยิงร่วงมาเมื่อครู่ไว้
"โว้วๆ ดูนี่สิ ข้ายิงนกได้ตัวนึงล่ะ"
"สุดยอด ยิงโคตรแม่นเลย"
"เจ้ามีพรสวรรค์เรื่องความแม่นยำนะเนี่ย"
เด็กเหล่านั้นกำลังเยินยอกับความเก่งกาจที่ยิงนกได้ หลิงนูเห็นแล้วก็มีความสลดใจนัก.. ที่นกตัวนั้นช่างโชคร้ายโดนเด็กกลุ่มนี้ยิงลงมา..


เธอตัดสินใจบางอย่าง...


"นี่ พวกเจ้าตรงนั้น...." หลิงนูเดินไปเอ่ยปากขึ้นทักกลุ่มเด็กตรงหน้า ทำให้พวกเขาหันมาสนใจตามเสียงของหลิงนูพร้อมพึมพำว่าใครกันนะ...?
"พวกเจ้ากำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่นะ รู้ไหม... รังแกสัตว์มันไม่ดีนะ.." หลิงนูกล่าวเอ่ยขึ้นราวกับแนะนำสั่งสอน


"พี่สาวเป็นใครอ่ะ จู่ๆก็มาพูดกับพวกเรา"
"ท่าทางไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่"
"ไม่ดีตรงไหนเหรอ? ข้าแค่ล่านกเอง"
แน่นอนว่า พวกเด็กต้องมีท่าทีประหลาดใจเมื่อจู่ๆก็พบคนแปลกหน้ามากล่าวเช่นนี้ บางทีก็ทำตัวไม่ถูกและไม่ไว้ใจหลิงนู


"ข้าเห็นว่า... พวกเจ้ากำลังคุกคามทำร้ายชีวิตเล็กๆชีวิตนึงอยู่ ...เป็นสิ่งที่ไม่สมควรและไม่ควรทำมากเลยนะ..." นูเอ่ยพร้อมมองนกพิราบตัวนั้นที่ดูขยับอย่างอ่อนแรงเพราะได้ถูกยิงบาดเจ็บ..
"ข้าจะ...ขอนกตัวนั้นไว้ได้รึไม่? ข้าไม่อยากให้มันตาย..." หลิงนูพูดพร้อมขานกตัวดังกล่าวนั้น


พวกเด็กได้ยินที่นูกล่าวก็พากันมองหน้าว่าเอาไงดี เอาไงดี การตัดสินใจของเด็กๆยังไม่ค่อยแน่นวแน่เท่าไหร่
"ข้ารอมาหลายชั่วยามน้า กว่าจะได้นกตัวนึงเป็นผลงานชิ้นเอกเนี่ย มันยากนะพี่สาว" เด็กคนหนึ่งพูดขึ้น


"....." ให้ตายสิน้า เด็กก้คือเด็ก ยังมีความอยากโอ้อวดความสามารถต่างๆนาๆเป็นธรรมดา แต่ว่าถ้าหากพูดดีๆเด็กอาจจะยอมก้ได้ เหมือนการสั่งสอนไปในตัวนั่นแหละ...


"พวกเจ้าฟังให้ดีนะ พวกเจ้ากระทำเช่นนี้มันจะติดเป็นนิสัย แค่เจ้ามีจิตคิดทำร้ายชีวิตเล็กๆนี้ พอโตขึ้นไปพวกเจ้าจะต้องไปทำร้ายชีวิตคนหรือมากกว่านี้แน่ๆ การทำร้ายชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์น่ะ ก็ไม่มีใครเห็นดีด้วยหรอก.. "
"พวกเจ้าอาจจะถูกผลของการกระทำสนองกลับเข้าตัวเมื่อไหร่ก้ได้ ..." หลิงนูพูดวาจาเกลี้ยกล่อมเจรจาออกมา..


เหล่าเด็กที่ฟังอยู่บางคนก็คิดไม่ทัน บางคนก็เกรงกลัวบ้างจนบางคน เริ่มผลักไสและโยนความผิดให้กัน... เด็กหนอเด็ก ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยากจริงๆ..


"ถ้าข้าให้นกตัวนี้กับพี่สาวแล้ว พี่สาวจะให้อะไรพวกข้าบ้างล่ะ" เด็กคนนึงพูดขึ้นมา เหมือนมีการต่อรองเริ่มขึ้นแล้ว


"....." หลิงนูฟังที่เด็กคนนั้นพูด ในที่สุดก็มีการต่อรองขึ้นจนได้... ต่อรองเพื่อแลกชีวิตกับนกพิราบตัวน้อยนี้ คนทั่วไปเขาคงไม่ต่อรองเพื่อแลกสิ่งนี้แน่ๆ แต่ทว่า หลิงนูจะทำมัน แม้เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ก็ตามที...ถ้ามันจำเป็น...


"แน่นอนสิ... ข้าจะพาพวกเจ้าไปเลือกซื้อของกับทานอาหารได้ตามใจชอบที่โรงเตี๊ยม ว่ายังไงดี?..."   
"แค่ข้าขอแลกกับ นกพิราบในมือเจ้าก็พอแล้ว..." หลิงนูเอ่ยมา เธอจะพาเด็กๆไปเลือกซื้อของ เป็นการเจรจาต่อรองเรียบร้อย..


"โห จริงเหรอ" พวกเด็กมีท่าทีตื่นเต้น แล้วยอมรับข้อสเนอของนูทันที
"ไปพวกเรา ไปกัน! ไปที่โรงเตี๊ยม พี่สาวจะซื้อของให้เรา!" พวกเด็กก็พากันเฮดีใจ หลิงนูก็ทำได้เพียงถอนหายใจเล็กน้อย แต่เพื่อแลกกับนกพิราบตัวนั้น นูก็จะทำ...


เหมยหยวนซูมี่นั้นยืนดูอยู่ข้างหลังนานแล้ว คงจะได้ยินการเจรจาขอแลกชีวิตนกพิราบตัวหนึ่งด้วย ไม่รู้ว่าทั้งสองจะคิดยังไงกันนะ...


เมื่อการไปซื้อของแลกเปลี่ยนเริ่มขึ้น หลิงนูกับเหมยหยวน ซูมี่ และเหล่าเด็กๆ ได้เดินตามกันไปยังโรงเตี๊ยมในเมืองเลือกซ์้อของที่มีมีราคาตำลึงค่อนข้างสูงหน่อย..
พอนับดูแล้ว เด็กกลุ่มนี้มีราวๆ.. 7 คน จำนวน7คนสินะ ถ้างั้น ก็ไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรนัก...


หลิงนูได้เสียสละเงินตำลึงจำนวนหนึ่งให้เด็กซื้อของที่ต้องการ และเลี้ยงอาหารแก่เด็กทั้ง7คนนั้นเอง พอเหล่าเด็กๆได้ของและอาหารจนพอใจแล้ว พวกเด็กก็รักษาสัญญาโดยส่งมอบนกพิราบตัวดังกล่าวที่บาดเจ็บบินไม่ได้ ยังมีชีวิตอยู่ดีแต่ต้องการคนประคองมัน
เหมยหยวนกับซูมี่ก็ยืนมองการตัดสินใจของหลิงนู ว่าทำแบบนี้มันจะคุ้มค่ารึเปล่านะ...?


เมื่อเด็กๆได้อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็จากไปแต่โดยดี ไม่มีอะไรบาดหมางกัน หลิงนูตอนนี้รู้สึกพอใจมากกว่าเสียดาย... ที่ได้ช่วยเหลือชีวิตหนึ่งไว้... ซึ่งก็คือนกพิราบตัวนี้...


"ปลอดภัยแล้วนะ" เธอเอ่ยขึ้นก่อนจะให้นกพิราบพักผ่อนอาศัยบนอ้อมอกโดยมีผ้าผูกเป็นเปลประคองมันไว้แล้วนั่นเอง...
จากนี้ก็คงต้องหาวิธีรักษามัน...ต่อสินะ..               


มอบสิ่งของแก่เด็กทั้ง 7 คน คนละ10ชิ้น
ซีโครงแกะย่าง *7
หีบ10ชั่ง *7
เป็ดย่าง*7
เป็ดเป่ยผิง*7
หูฉลาม *7
หีบ5ชั่ง *7      
ปลานึ่งบ๊วย *7
ไข่มุก *7
ซี่โครงแกะย่าง *7
รองเท้ายาว *7             


@Admin                                                                            

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +444 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 444 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
จื่อซิงหม่า
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ตัวเบาขั้นสูง
กระบี่ฉุนจวิน
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x20
x514
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x4
x3
x1
x2
x1
x2
x1
x2
x3
x2
x3
x3
x5
x2
x2
x2
x3
x3
x20
x2
x5
x90
x1
x120
x10
x150
x25
x30
x2
x23
x2
x1
x543
x6
x2
x76
x8
x30
x2
x2
x2
x3
x660
x360
x390
x260
x410
x5
x1
x100
x2
x3
x1
x2
x21
x6
x1
x4
x2
x68
x3
x3
x12
x3
x60
x5
x3
x100
x360
x210
x300
x9
x10
x57
x12
x2
x5
x4
x4
x4100
x175
x5
x8
x63
x127
x4
x141
x400
x153
x1400
x44
x18
x7
x1340
x161
x122
x16
x225
x25
x722
x120
x59
x1453
x122
x26
x480
x8
x2030
x19
x15
x10
x1251
x800
x1400
x3000
x420
x140
x17
x800
x10
x20
x8
x26
x10
x1200
x159
x54
x1601
x40
x64
x801
x14
x1
x9
x2246
x800
x9
x1252
x1399
x16
x1600
x105
x9
x117
x10
x1200
x139
x100
x1
x38
x120
x4
x1020
x3
x450
x1200
x278
x1801
x60
x2
x1550
x276
x2
x18
x31
x865
x431
x2050
x2990
x170
x3750
x49
x5
x19
x3213
x9
x203
x117
x26
x3
x241
x59
x203
x3
x2150
x100
x9
x1095
x211
x33
x17
x894
x163
x1061
x1220
x920
x1338
x220
x43
x355
x1700
x1078
x2875
x2462
x1059
x3420
x1760
x430
x1859
x1942
x900
x1
x1540
x112
x1633
x2902
x554
x2686
x4137
x1076
x23
x159
x514
x1102
x87
x243
x934
x48
x379
x1428
x4758
x18
x1027
x2
x1100
x286
x1481
x3055
x530
x840
x19
x279
x3
x16
x5952
x4626
x1792
x4081
x10
x2
x9999
x1
x1972
x1364
x366
x330
x60
x225
x2223
x2880
x1996
x3007
x2
x443
x625
x2655
x354
x8
x2600
x28
x98
x3
x157
x9999
x323
x106
x2274
x33
x10
x98
x120
x311
x16
x1115
x21
x7
x2065
x6047
x9999
x127
x1755
x9
x84
x21
x80
x8
x2462
x3
x20
x9
x928
x6
x2980
x1824
x2359
x13
x503
x132
x880
x4012
x2079
x1373
x2619
x2268
x1475
x1144
x2539
x191
x205
x9999
x202
x1390
x25
x1593
x1168
x1207
x28
x3390
x2756
x3844
x323
x17
x689
x371
x4
x551
x642
x881
x1017
x2036
x2818
x20
x1937
x4099
x176
x33
x3808
x2025
x4552
x3482
x730
x1534
x2444
x26
x2313
x3659
x1220
x83
x3845
x715
x1
x449
x384
x7
x1075
x716
x661
x610
x1743
x56
x1166
x1307
x106
x91
x402
x2488
x2394
x252
x93
x76
x192
x97
x402
x1098
x384
x607
x340
x87
x1095
x1254
x1772
x9999
x24
x853
x2001
x518
x91
x2015
x88
x23
x1869
x1021
x944
x1041
x818
x66
x205
x7
x1637
x607
x421
x1
x1
x3137
x1
โพสต์ 2020-9-21 02:15:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ สรรพสิ่งยากที่การเริ่มต้น }
215
สวนพฤกษากับอักษรลี่ซู




               กลิ่นหอมอ่อนๆของบุปผามากมายและรสชาติหอมหวานของขนม กับการรำลึกถึงภาพประสบการณ์ดีๆเมื่อเย็นวาน ทำให้ดรุณีน้อยเหม่อลอยอยู่นานสองนาน หากย้อนไปเมื่อตอนที่เดินทางไปสำนักผ้าปักเพื่อดูลายตามคำของเจ้าสำนักเซียงซิ่ว ไป๋อวี้ก็กลับไปเป็นเด็กหญิงตาใสนั่งฟังนั่งดูอย่างตั้งใจจนตาแทบไม่กระพริบ ศึกษาดูจากลายปักที่เป็นระเบียบก็เริ่มจะรู้แนวทางว่าสมควรพัฒนาฝีมือไปทิศทางใด

               ผสานกับการที่ได้คำแนะนำจากเจ้าสำนักมาหลังจากนั่งคุยกันอยู่ตั้งนาน แต่กว่าจะทำได้ดีตามคำแนะนำนั้น เกรงว่านางคงต้องใช้เวลาอยู่กับกองผ้าอีกนาน เพื่อให้คล่องมือมากขึ้น แต่ยังไงก็ตามความเป็นลูกสาวร้านอาภรณ์ย่อมไม่ย่อท้อ ฝึกมาได้ตลอดชีวิตเกือบสิบปี การฝึกฝนไม่มีที่สิ้นสุด ระหว่างนี้คงต้องหาผ้ามานั่งซ้อมไปด้วยสักหน่อยแล้ว

               โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยรู้ตัวสักเท่าไหร่ว่าหลังจากกลับจากสำนักผ้าปักนั้น ดูจะอยู่กับความคิดตัวเองบ่อยขึ้นจนแปลกประหลาดไปสักนิด อย่างเช่นการที่หยิบขนมเข้าปากแต่ยังดูไม่รู้เนื้อรู้ตัวเนี่ยล่ะสิที่แปลก

              เฮ่า


             " อ๊ะ.. หือ? " อะไรเจ็บๆสักอย่างที่หน้าผากเรียกให้ดรุณีน้อยสะดุ้งยกใหญ่ ยกมือบางขึ้นแตะบริเวณที่อยู่ๆก็เจ็บขึ้นมาซะอย่างงั้นในขณะที่เลื่อนสายตามองซือฟุคนงามก็ดูจะเป็นคนเรียกนาง กระพริบตาปริบๆ มองรอบข้างพบว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งนับจากที่นางนั่งพัก คิดวิเคราะห์แล้วแสดงว่าเมื่อครู่นางเหม่อลอยไปไกลถึงไหนแล้วนะ?

               เฮ่า


               " เอ๊ะ.. อ้อ ขออภัยๆ " ตอนแรกยังงงๆอยู่แต่พอเลื่อนสายตาลงมองกาน้ำชาแล้วก็ร้องอ๋อ รีบขยับอย่างว่องไว เนื่องด้วยรู้ดีว่าหากชาเดือดมากจนเกินไป ต่อให้ชาดีแค่ไหนก็สามารถเสียรสชาติได้ ยังดีที่ไม่ได้อาศัยมือเปล่าแตะ ยังคงหาผ้ามาจับกาและรินได้อย่างรู้งาน ถึงจะยังมีความงุนงงอยู่กับตัวเองเล็กน้อยก็ตาม " เมื่อครู่ข้าเผลอเหม่อไปหรอ.. "

               เฮ่า


               " ผ้าปัก! ล่าสุดลายผ้าปักที่เจ้าสำนักให้ข้าดูนั้น เผอิญว่าเป็นลายคล้ายคลึงกับที่บ้านข้าเคยปัก แต่ความแตกต่างนั้นชัดเจนมาก ข้าจึงอดคิดไม่ได้ว่าต้องฝึกแค่ไหน กว่าจะพอเทียบชั้นกับผลงานสำนักเซียงซิ่วบ้าง.. " รูปแบบผ้าปัก หรือลายที่นิยมนั้นเดิมทีมีไม่เท่าไหร่ ดังนั้นหลายลายจึงมีให้เห็นได้บ่อย และเมื่อเป็นลายเดียวกัน ก็ง่ายต่อการศึกษาเปรียบเทียบ คิดไว้แล้วว่าฝีมือของสำนักเซียงซิ่วไม่ธรรมดา แต่พอเห็นด้วยตาตัวเองก็ไม่อาจที่จะมองข้าม ยังเก็บมาคิดถึงจุดที่ต่างกัน

               " ดูเหมือนข้าน่าจะต้องกลับไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกองผ้าอีกสักพัก.. " และนางก็จะเข้าขั้นคนเก็บตัวที่ไม่ออกไปไหน เหมือนกับช่วงวัยที่เริ่มฝึกฝน หรือเปรียบเทียบก็คล้ายเหม่ยเยว่เจี่ยเจี่ยที่วาดรูปอยู่ในห้องทั้งวันนั้นแหละ " ไหนๆก็ต้องปักผ้า.. ซือฟุมีสิ่งใดที่อยากได้บ้างหรือไม่? "
                                 
                 เฮ่า


               "......." นางทำอะไรผิดไปรึเปล่า? ยังไม่ทันได้คำตอบ บรรยากาศก็เงียบเฉียบชวนใจหาย อยู่ๆก็เล่นเดินจากไปทำซะดรุณีผู้ถามกระพริบตาปริบๆเป็นคำถามไล่หลัง ฝ่ามือบางขยับเกาท้ายทอยด้วยความงุนงง นางว่านางก็ไม่ได้พูดอะไรผิดไปนี่นา ไฉนได้การตอบกลับเป็นเยี่ยงนี้?

                เฮ่า


               ".... " ไม่รู้จะพูดอะไรอีกเป็นครั้งที่สอง หายไปเงียบๆเพื่อไปเอาห่อผ้าที่บรรจุบรรดาอาภรณ์ต่างๆนาๆของเจ้าตัวไว้ เพื่อให้นางได้มีอะไรลองมือ? ซือฟุคนงามชักจะทุ่มเทกับนางมากพอควรแล้วนะเนี่ย นัยน์ตารัตติกาลหลุบลงมองบรรดาอาภรณ์ สายรัด เสื้อคลุมทั้งหลายบนตัก ค่อยๆจับทีละชิ้นมาพับให้เรียบร้อยอย่างถนอมตามประสาคนที่ถูกสอนให้ดูแลอาภรณ์ รักษาผ้าไม่ให้ยับ ใส่ใจในการดูเนื้อผ้าแต่ละครั้ง อาจจะดูมากมายแต่แท้จริงก็ช่วยเสริมสมาธิผู้ที่ทำได้ดี

               ตัวอาภรณ์ด้านในส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย เนื้อนุ่ม ไม่กระด้าง ซับเหงื่อได้ดีเช่นเดียวกับที่ระบายอากาศได้ดีเช่นกัน ชิ้นอื่นๆก็ใช้ผ้าชนิดอื่นตามรูปแบบการใช้งาน แต่ที่เห็นเด่นชัดนั้นคือความประณีตของอาภรณ์ ที่มีลายทับซ้อนถึงสองชั้นแทบทุกตัว " เนื้อผ้าเดิมตอนทอก็มีการสลับสี.. ละเอียดมากแต่ยังพอเห็นได้.. ทั้งยังปักลายนอก.. " ของแบบนี้ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ โดยปกติผ้าจะถูกทอไว้เพื่อรอถูกเลือกไปตัดเย็บ แต่ดูชิ้นผ้านี้คงจะถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตัดชุด ไม่ใช่ผ้าทั่วไปที่เป็นม้วนรอให้หยิบไปใช้ได้ง่ายๆ

               เฮ่า  


               " อื้อ.. ศิษย์จะทำให้เต็มที่ " หลังจากไล่นิ้วตามรอยปักเดิม ยกรอยยิ้มขี้นเบาบางแม้ว่าจะยังไม่ได้เงยหน้า อย่างน้อยก็มีคนกล้าเสี่ยงกับฝีมือนาง ต้องขอนับถือ ค่อยๆพับเก็บลงห่อผ้าอย่างใจเย็น มัดรวบไว้ให้เรียบร้อย ระหว่างเดินทางหลังจากนี้คงจะมีหลายสิ่งให้นางได้ทำ
.
.
.               
               สายลมโชยอ่อนกับภาพทิวทัศน์งดงามของสวนพฤกษาหลากชนิด เสียงละมุนเรียบของขลุ่ยไผ่หยกดังกระจายไปตามสายลม นัยน์ตารัตติกาลหลุบลงมองเนื้อหาบนตำราบทเพลงงดงามอันแสนหวาน ฉบับคัดลอกที่มีเนื้อหาชัดเจน ฝ่ามือบางขยับกดช่องว่างของขลุ่ยอย่างชำนาญ เปลือกตาที่ค่อยๆปิดลง อีกทั้งการเว้นจังหวะหายใจและเป่าลมประคองเสียงขลุ่ยได้อย่างดีเยี่ยม บ่งบอกแน่ชัดว่าดรุณีน้อยผู้นี้อยู่กับขลุ่ยมาไม่น้อยแน่นอน


               เฮ่า


               บทเพลงงดงามกับบรรยากาศงดงาม ส่งเสริมเพิ่มความสงบที่ยากจะหาได้จากที่อื่น ช่วงจังหวะเสียงขลุ่ยละมุนนุ่มลงตัวไม่ติดขัด เสียงเพลงจากตำราจัดว่าเป็นผลงานชั้นเลิศที่ยากจะแตกฉานชัดเจนในคราแรก แต่สามารถบรรเลงเพลงทำนองหวานซึ้ง ชักชวนใจให้ออกมาลื่นไหลตามกระแสความรู้สึกได้เช่นนี้ในครั้งแรกก็นับว่ามากความสามารถแล้ว แต่สิ่งที่มั่นใจได้คงไม่พ้นการที่ผู้บรรเลงและผู้ฟังล้วนแต่พอใจในศิลป์ดนตรีที่ถูกถ่ายทอดออกมาในครั้งนี้

               เฮ่า


               สุดท้ายแล้วบทเพลงไพเราะก็ต้องจบลง รั้งขลุ่ยหยกไผ่ลงจากตำแหน่งเดิม เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นมองทัศนียภาพอันงดงามของสวนพฤกษา มือที่ถือขลุ่ยหยกนั้นถูกลดมาจนถึงข้างตัว ขณะที่อีกมือขยับยื่นไปรับดอกบุปผาน้อยที่ล่องลอยมาตามลม ดรุณีน้อยเผยรอยยิ้มบางเบา ก่อนที่จะปล่อยให้บุปผาน้อยลอยละล่องไปตามสายลมอีกครั้ง พลันหันกายกลับไปยังทิศทางของบุรุษสีเงิน พบเห็นภาพซือฟุคนงามบรรจงรังสรรค์ศิลป์อีกแขนงก็ชวนให้สนใจ

               ภาพศิลป์งดงาม ชวนให้ผู้มองยิ้มได้โดยง่าย “ บันทึกความทรงจำไว้โดยภาพศิลป์ ..ตัวข้าไม่เก่งกาจทางภาพวาด เมื่อพบเห็นต้องขอนับถือแล้ว “ พูดตามตรงอีกศาสตร์ที่นางทำไม่ค่อยจะดีนักคงไม่พ้นภาพวาด ที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ยังอยู่ในขั้นปานกลางไม่ได้ดีเยี่ยมหรือเป็นยอดแย่ จึงไม่ได้คิดจะพัฒนาหรือฝึกปรือเพิ่มเติม เพราะคงไปไม่รอดทางด้านนี้จริงๆ

                เฮ่า


               คนฟังได้แต่ชะงักไป ภาพศิลป์งดงามจะให้นางเขียนอักษรลงไปหากผิดพลาดเพียงนิดน้อยก็สามารถทำให้ภาพงดงามนี้หมองหม่นได้ทันตา ทางผู้พูดไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน แต่ทางผู้ฟังนั้นวิตกในใจไม่น้อย ถึงจะอย่างงั้นก็ยังขยับไปนั่งใกล้ผู้เป็นซือฟุให้เรียบร้อยอย่างรู้งาน “ ซือฟุ.. ท่านจะให้ข้าเขียนจริงๆหรือ ? “ ทางคนจะเขียนยังไม่แน่ใจในฝีมืออักษรของตน แล้วมีหรือจะกล้าจรดพู่กันเขียนกวีลงไปแม้แต่น้อย ?

              เฮ่า
               
               “ แต่ว่า.. อักษรที่ท่านใช้ กับอักษรที่ข้าเขียนได้มันคนละรูปแบบกันเลยนะ.. “ ก่อนจะลงมือจริงก็ยังต้องถามซ้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ เพราะบางทีต่อให้ซือฟุไม่คิดมาก แต่นางก็คิดมากอยู่ดี ที่นางเขียนได้ก็มิพ้นอักษรตามรูปแบบที่ชาวบ้านทั่วไปสามารถเขียนกันได้ ต่างจากเส้นอักษรของซือฟุที่ดูจะหาได้ยากยิ่ง มีโอกาสได้เห็นก็นับว่าโชคดีแล้ว

              เฮ่า


               มือบางขยับทีละนิดไปรับเอาพู่กันหู่ปี้มาไว้ในมือ สูดหายใจเข้าลึกๆเป็นการตั้งสมาธิ โดยปกตินางอาจจะไม่ใช่คนที่บรรจงตัวอักษรอะไรมาก แต่ดูท่างานนี้จะปล่อยผ่านอย่างเดียวคงไม่ได้ ก่อนที่จะจรดปลายพู่กันลงบนภาพศิลป์ นึกย้อนทวนถึงถ้อยคำกวีต่อจากท่อนที่มีอยู่บนภาพซึ่งซือฟุคนงามก็ได้บอกมาก่อนหน้านี้ 只在此山中,云深不知处 ( จื่อไจ้ฉื่อซานจง หยุนเซินปู้จือชู่ ) ในเมื่อทวนถ้อยคำได้ดีแล้ว ก็ลดมือลงขีดเส้นอักษรตัวแรกอย่างใจเย็น

               เฮ่า


               ดรุณีเงียบเสียงเพื่อตั้งใจฟังคำแนะนำของผู้เป็นซือฟุ ในขณะที่มองทุกการขยับพู่กันเพื่อเกิดเป็นตัวอักษร หัวคิ้วของหญิงสาวขยับเข้าหากันเล็กน้อย เพราะทราบดีถึงรูปแบบการเขียนที่ต่างกัน ดังนั้นการที่จะจำไปด้วยคงไม่ง่ายนัก ขอบคุณที่ซือฟุคนงามยังรู้ในจุดนี้ถึงได้ค่อยๆเขียนไปอย่างช้าๆ เพื่อให้นางได้มีเวลาจดจำตัวอักษรที่ถูกรังสรรค์ลงบนภาพศิลป์ รู้สึกได้ดีว่าการเขียนอักษรรูปแบบนี้จะพูดว่ายากก็พูดได้ไม่เต็มปาก จะว่าง่ายมันก็คงไม่ใช่ “ ดูเหมือนข้าคงต้องเรียงลำดับการเขียนอักษรใหม่จริงๆด้วย.. “

               เฮ่า


               ‘ตายแน่ๆ..’ ถ้อยคำตัดพ้อในใจขณะมองดูอักษรที่มีชื่อเรียกว่าลี่ซูตาละห้อย มีหรือจะไม่อยากหยิบยกอักษรวิจิตรเช่นนี้มาเป็นอักษรหลัก แต่การจะฝึกคงไม่ง่ายดายจริงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะโอดครวญร่ำร้องหาวิธีที่ง่ายกว่านี้ รู้ตัวดีว่าหากต้องการสิ่งที่มีคุณภาพก็ต้องทุ่มเทเวลา และใส่ใจในการที่จะฝึกฝน หากมองดูแล้วการฝึกเขียนอักษรใหม่คงจะกินเวลามากกว่าช่วงเด็กอีกเป็นแน่ เพราะมีภาพจำเก่าตราตรึง แต่ถ้ามันช่วยฝึกเรื่องสมาธิ ก็คงจะส่งผลดีต่องานฝีมือด้านอื่นไปพร้อมกัน

               “ ถึงจะยาก.. แต่ข้าก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเขียนให้เป็น “ น้ำเสียงนุ่มเจือปนแววมุ่งมั่น จะเริ่มสิ่งใหม่ ก็ต้องมีความตั้งใจที่มากพอ ในเมื่อผู้อื่นสามารถศึกษาและใช้งานได้ ก็หมายความว่าตัวเราก็ทำได้ .. ถ้าพยายามมากพอล่ะนะ ?

ใต้ต้นเฟิ่งเอ่ยถามเด็กน้อย
อาจารย์ข้าไปเก็บยาสมุนไพร
อยู่ตรงกลางหุบเขานี้ล่ะ
แต่เมฆคลุมหนาจนไม่รู้อยู่ที่ใด

                เฮ่า


               “ ซือฟุวางใจ ! ศิษย์จะดูแลกระดาษแผ่นนี้อย่างดี ! “ เอ่ยรับคำอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพราะนี้เป็นกระดาษที่ซือฟุเขียน แต่เป็นเพราะอักษรที่นางจะต้องใช้เป็นแบบคัดในวันข้างหน้า เสียหายขึ้นมานางน่าจะอมทุกข์ไปอีกนาน.. มือบางเลื่อนไปหยิบกระดาษที่จะต้องใช้เป็นแบบในวันข้างหน้าขึ้นมาพินิจดูอย่างสนใจ ริมฝีปากยกยิ้มเบาบาง บททำนองร้องที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยนางก็น่าจะเอาไปเปรียบกับรูปแบบอักษรเก่าเพื่อจดจำใหม่ได้บ้าง

                  เฮ่า

               “ ห๊า.. กลับแล้วหรอ “ เหมือนมีอะไรสักอย่างมาทุบหัวดรุณีน้อยเข้าอย่างจัง ทางคนที่เคยสนใจแผ่นคัดอักษรถึงกับวางลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็เจือปนความถนอมเอาไว้อยู่บ้าง ใบหน้าประกายชัดถึงความไม่อยากกลับ ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดแปลกจากนิสัยเดิมทีของเหมยไป๋อวี้อยู่มากโข แต่เมื่อได้อยู่ในเมืองที่มีแต่สิ่งน่าสนใจ และสำนักผ้าปักที่พอจะเป็นที่พึ่งพิงทางใจ ใครบ้างจะอยากกลับ “ .. ข้ายังไม่อยากกลับเลย ครบสามวันแล้วหรอ ทำไมเวลาผ่านไปไวแบบนี้.. “
                เฮ่า


               “ ข ข้า .. อ๊า ซือฟุ รอด้วย ! “ นางอยากอยู่แต่ก็ใช่ว่าทุกวี่วันจะอยากเจอปัญหา ! ดรุณีน้อยลุกขึ้นยื่นอย่างว่องไว หยิบคว้าเอาทั้งแผ่นคัดอักษรและภาพศิลป์ต้นเรื่อง หันกลับมามองดูอย่างน้อยก็ครั้งสุดท้ายว่ายังเผลอปล่อยให้ของขาดตกอีกไหม ในเมื่อมั่นใจแล้วก็ได้แต่หันกลับไปวิ่งตามบุรุษสีเงินที่เดินนำไปไกลไม่มีท่าทีจะรอ



เปิดหมดด


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:13
คุณได้รับ +150 คุณธรรม +50 ความชั่ว +315 ความโหด โพสต์ 2020-9-21 11:13

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -48 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -48 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสือดาวนัสเคียร์
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
พู่หยกเฟยตันฉีหลิง
พัดมยุรามรกต
กำไลลู่เหลียนหรง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
ปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x8
x1
x1
x200
x45
x5
x20
x10
x3
x1
x2
x20
x25
x16
x4
x29
x2
x147
x1