ดู: 202|ตอบกลับ: 5

{ เมืองเสียวเพ่ย } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-9-18 22:19:11 |โหมดอ่าน
ย่านการค้า


ย่านการค้าของเมืองเสียวเพ่ย สภานที่ที่ตั้งแต่ปุถุชนคนธรรมดายัน
ผู้มากรากดีต่างก็มาจับจ่ายหาซื้อสินค้าการอย่างหน้าแน่น

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

61

กระทู้

548

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
689
เงินตำลึง
758
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
336

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
180
ความชั่ว
0
ความโหด
133
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-9-19 01:49:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เส้นทางป่าวประกาศ 6

     หลังจากที่เขาเดินทางออกมาจากเมืองเซี่ยพี  กับกองพ่อค้าคาราวาน ระหว่างเดินทางขนรถม้านั้นยูตะกับผู้จัดการกองคาราวานก็ได้นั้งพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้เงียบเกินไประหว่างเดินทาง
     "แก่รู้รึเปล่ายูตะ ข้าหนะมีครอบครัวด้วยนะ" ผู้จัดการกองคาราวานกล่าวขึ้นเพื่อเปิดประเด็นบทสนทน
     "น้านี้!!" ยูตะร้องขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าตกใจ
     "นีี่จำเป็นต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นเลยอย่างงั้นหรอ....." ผู้จัดการกองคาราวานกล่าวออกมาเหมือนเห็นสีหน้าของยู
     "ก็ผมไม่คิดว่าผู้จักการจะมีภรรยาแล้วหนะสิ" ยูตะตอบกกลับไปตรงๆ
     "นี่แกหมายความว่ายังไง....... ไม่ใช้แค่ภรรยานะ ลูกสาวข้าก็มีด้วยละ วัยกำลังน่ารักเชียว" ผู้จัดการกองคาราวานกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ "พวกเธอทั้ง 2 อาศัยอยู่ที่เมืองจื่อถงซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางรอบนี่ ข้าอดใจรอที่จะเจอพวกเขาไม่ไหวแล้วละ ฮะ ฮะฮะ" ผู้จัดการกองคาราวานกล่อวต่ออกมาพร้อมกับหัวเราะขึ้นมา
     "คะ....ครับ...." ยูตะกล่าวตอบกลับไปอย่างที่จะไม่รู้จะจะตอบอะไรดี
     "เดียวพอแกมีครอบครัวก็จะเข้าใจเองและ" ผู้จัดการกองคาราวานพูดขึ้นพร้อมกับส่งสายตาให้ยูตะ แล้วเริ่มพูดต่อ "เอาละจะถึงเมือต่อไปแล้ว เตรียมกันได้แล้วละ"
เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงย่านการค้าของเมืองเสียวเพ่ย คนงานและพ่อค้าทั้งคนงานทั้งพ่อค้า ก็ทยอยลงมาจากรถม้าพร้อมขนข้าวของ ของตนเองลงมาแล้วเริ่มจัดแจ้งการทำงานทำการตามหน้าของตัวเองโดยมีผู้จัดการกองคาราวานคอยควบคุมอยู่ ส่วนยูตะนั้นก็ช่วยงานในฐานะผู้ติดตามศึกษางาน
     เมือจัดการอะไรลงตัวแล้วยูตะก็ขอตัวแยกออกมาทำหน้าที่ของเขา เขามองหาตำแหน่งเหมาะๆ ที่จะเป็นจุดสนใจมากที่สุดการป่าวประกาศข้อความสำคัญที่ได้รับมา เขาเริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะเริ่มพูด


    "สวัสดีครับทุกท่าน ผมเป็นตัวแทนจากเมืองอู๋จวิ้น เนื่องด้วยทางเมืองอู๋จวิ้นนั้นจะมีการจัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ เราจะขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุกท่านมาร่วมงานให้ได้เลย นอกจากจะมีกิจกรรมแต่งกลอนแล้ว เรายังมีขนมไหว้พระจันทร์แจกจ่ายถึง 1000 ลูก!! ฟรีๆด้วยโอกาศแบบนี่หายากมาก ถ้าหากพ่อแม่พี่น้องท่านใดมีโอกาศละก็ต้องมาให้ได้เลยนะ ขอบคุณทุกท่านที่รับฟังครับผม"


     เขาพูดเหมือนเดิมเปะตามใบที่เขียนไว้ แล้วเขาท่องมันได้อย่างขึ้นใจเหมือนทุกๆครั้งไป ก่อนที่จะโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะถอยฉากออกมาเพื่อกลับไปช่วยงานที่กองคาราวานต่อไป

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +20 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

122

กระทู้

1027

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
129496
เงินตำลึง
115191
ชื่อเสียง
131494
ความหิว
820

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
10265
ความชั่ว
3126
ความโหด
4555
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-12-7 03:29:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2017-12-7 03:52

เวลาต่อมาในเมืองเสี่ยวพ่าย หลิงนูขี่ม้าเดินอยู่ในเมืองเสี่ยวพ่าย เพื่อที่จะไปยังย่านการค้า หาซื้อของจำเป็นก่อนไปฝึกต่อยังเมืองอื่น
ระหว่างเดินทางอยู่ในตลาดนั้นเอง ก็มีกลุ่มทหารเดินเท้ามา พร้อมกับคนแต่งตัวดีเหมือนจะเป็นนายกองอยู่
หลิงนูสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นแน่แท้..น่าจะไปจับโจรที่ป่านอกเมืองเหมือนเดิม..


แต่ไม่ใช่ ทหารเหล่านั้นวิ่งมาดักหน้าหลิงนูไม่ให้เธอหนี หลิงนูงงว่าเกิดอะไรขึ้น เธอคิดว่าไม่ได้ทำอะไรรุนแรงสินะ...
แต่ก้มีทหารคนหนึ่งพูดขึ้นกับนายกอง


"ท่านขุนพลเซียะ คนผู้นี้แหละขอรับที่ทำร้ายทหาร ข้าจำได้"
ห๊ะ หลิงนูพูดในใจ ทำร้ายทหาร เอ่อ ข้าจำได้ว่าข้าไม่ได้ทำร้ายทหารนี่นา เมื่อวานที่เจอมันโจรชัดๆ...


นายกองฟังที่ทหารพูดแล้วจึงหันมาคุยกับหลิงนู
"เจ้าโจรน้อยเองสินะที่ทำร้ายทหารข้าจนเสียแผนในการจับโจรภูเขาแถบนี้ที่หนีรอดไปสองคน
หรือเจ้าจะเป็นพวกเดียวกับพวกนั้นกันนะ"


หลิงนูหรี่ตามมอง ทำไมต้องสงสัยว่าข้าเป็นโจรล่ะ ลักษณะการแต่งตัวก้ไม่ใช่แล้ว จะสงสัยไปได้ยังไงว่าข้าเป็นโจร...
"ข้าไม่ใช่โจร ท่านนายกอง" หลิงนูพูด


"ไม่ใช่เหรอ แต่การกระทำอุกอาจเจ้าเมื่อวานมันบ่งบอกชัดเจน" นายกองคนนั้นบอก
"แต่ทหารของท่านที่ปลอมตัวเป็นโจร เข้ามาทำร้ายข้าก่อนนะ" หลิงนูพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ


"ยังจะพูดอีก ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยสักแค่ไหน ก็ไม่อาจรู้เนื้อในได้ อาจจะมีจิตใจโหดเหี้ยมแน่ๆ"
นายกองตัดคำพูดของเธอ
""


"ทหารจับตัวสาวน้อยคนนี้กลับไปฉางอัน รอการไต่สวน"
พวกทหารได้ยินคำของนายกองต่างก็พากันกลัวเธอ เพราะเธอถูกรุมเป็น10คนก็ไม่สามารถเอาชนะเธอได้
"ท่านขุนพล พวกข้าจับนางไม่ไหวหรอก.. เมื่อวานมีเป็น10คนก็เอาชนะไม่ได้..."
ทหารคนหนึ่งเล่าให้ฟัง ดังนั้นพวกทหารคนอื่นๆจึงไม่กล้าเข้าสู้กับเธอ


"....." ขุนพลนายกองคนนั้นฟัง ก่อนจะหยิบทวนของเขาออกมา
"ข้าจัดการเอง" นายกองคนนั้นขึ้นขี่ม้าเตรียมตัวสู้กับหลิงนู


"ท่านนายกองเดี๋ยวก่อน....ข้าไม่ใช่พวกโจรจริงๆนะ... เชื่อข้าเถอะ" หลิงนูพยายามพูด
นายกองคนนั้นไม่ฟัง ควบม้าปรี่เข้าต่อสู้กับหลิงนู แล้วแทงทวนใส่หลิงนู
หลิงนูตั้งทวนตั้งรับทันที


อุก... เขาแรงเยอะชะมัดยาด
"อึก!!" เธอแทบล้มลงจากม้า แต่ต้านทานวิชาทวนของนายกองได้บ้าง แต่ก็สู้นานไม่ได้ เพราะเขามีฝีมือเก่งกว่า
พวกทหารเห็นแล้วเธอน่าจะมีฝีมือพอตัว ถึงสามารถต่อสู้รับมือกับขุนพลที่ชำนาญการรบได้
นายกองยังคงตีอาวุธไล่ต้อนเธอ หลายครั้งถึง4-5ครั้งด้วยแรงที่เหนือกว่า
แต่หลิงนูก้รับมือได้ แต่ไม่มากนัก เกือบเสียท่าอยู่บ่อยครั้ง


"เก่งดีนี่ สาวน้อย"
นายกองคนนั้นกล่าว แต่เขามิได้ออมมือให้เลย
หลิงนูรู้ดีว่าหากขืนสู้ต่อไปเธอคงโดนเข้าสักแผล เจ็บตัวเปล่าๆ
เธอจึงทำท่าจะชักม้าหนี เลยหนัหน้าม้าเตรียมจะหนีไป


"คิดหนีรึ!" นายกองคนนั้นพูดขึ้น ก่อนจะกระโดดออกจากตัวม้าที่เขาขี่ ด้วยวิชาตัวเบาระดับที่เหนือชั้น
เขากระโดดราวกับบินได้ พุ่งตัวมาอย่างรวดเร็วหมายจะรวบตัวหลิงนู


"!!"หลิงนูไม่ทันได้มองมัวแต่บังคับม้า จึงถูกนายกองเซียะที่กระโดดด้วยวิชาตัวเบาเข้ารวบตัวอย่างง่ายดาย
นายกองคนนั้นเข้าจับกุมหลิงนูที่นั่งบนหลังม้า จนทำให้หลิงนูหล่นจากหลังม้าพร้อมกับนายกองคนนั้น
หลิงนูพยายามดิ้นจากการจับกุม "กรอด!...."
แต่ว่าแรงของนายกองนั้นเหนือกว่า..
เธอถูกจับรวบมือไพ่หลัง และถูกกดลงกับพื้นอย่างง่ายดาย "อย่าขัดขืน!"
"โอ้ยยย.." หลิงนูร้องแบบไม่พอใจ ที่จู่ๆก็ถูบจับแบบงงๆ
"ข้าไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อยยย" เธอพูดออกมา
"ไม่ได้ฆ่า แต่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารมันก้ผิดนะ" นายกองคนนั้นบอก เลยต้องรวบตัวเธอไว้ซะ


"ทหาร เอาโซ่ตรวนมาล่ามสาวน้อยเดี๋ยวนี้" นายกองสั่งทหารให้เอาโซ่ตรวนมาล่ามเธอไว้


ทหารนั้นนำโซ่ตรวนเข้ามาล็อคมือและแขนของเธอเข้าไว้ไม่ให้ขัดขืนได้
"โอ้ย อะไรกันเนี่ย.."
หลิงนูไม่คิดเลยว่า จะมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ขึ้นไปอีก กับเมื่อเจอพวกโจรแล้ว..
ไม่สิ พวกเขาเป็นทหารปลอมตัวดักจับโจร แต่..เราจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ


"เอาล่ะ เอาตัวเธอไปรวมกับพวกโจรที่จับได้เดี๋ยวนี้" นายกองสั่งให้นำตัวเธอไปรวมกับนักโทษคนอื่น
"แล้ว ของๆข้าเล่า" หลิงนูพูดขึ้น
"สัมภาระกับของๆเจ้าพวกเราจะเก็บไว้เป็นของกลางก่อน นำตัวไปได้แล้ว!" นายกองกล่าว คงไม่ยึดของๆเธอไปแน่ๆ
ว่าแล้วก็ถูกพาตัวไปรวมกับนักโทษคนอื่นที่เป็นโจรป่า กับนักโทษอื่นๆอีก2-3คนในกรงขัง


"บะ..บ้าจริง..." หลิงนูสบถออกมาอย่างไม่พอใจ


"อ่าวเฮ้ย.. สาวน้อย ทำไมเจ้าถูกจับได้เล่า?" โจรที่ถูกจับคนหนึ่งพูดขึ้น บวกกับโจรคนอื่นๆที่ถูกจับรวมมาด้วยก้สงสัยตามๆกัน เหตุใด
จึงมีสตรีถูกจับกันเนี่ย
"......" หลิงนูหันมองพวกโจรป่าที่ถูกจับมาเอ่ยถามขึ้นในกรง
"เอ่อ...พวกเขาบอกว่าข้าทำร้ายทหาร..." เธอตอบ


"ห๊ะ ทำร้ายทหาร สาวน้อยอย่างเจ้าเนี่ยนะ จะทำอะไรได้" พวกโจรแปลกใจ สตรีรูปร่างเล็กที่สู้บุรุษตัวใหญ่กว่าที่เป็นถึงทหารได้ด้วย
"......" หลิงนูไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่เงียบ
"เอ.. จะว่าไปข้าก้เกือบเชื่อนะ ว่าเจ้าสู้พวกทหารนั่นได้"
"ไม่งั้นเจ้าคงไม่ถูกจับด้วยเหตุผลนี้แน่ๆ" พวกโจรอธิบาย หันหน้าคุยกันคนแล้วคนเล่า คงคิดว่าหลิงนูถูกจับ เพราะมีฝีมือแต่เพราะอาจจะเข้าใจผิด


"พวกเจ้ารู้ไหมว่าเขาจะพาเราไปไหน..." หลิงนูหันหน้ามาถามเหล่านักโทษ
"อา... ก็ น่าจะพาไปไต่สวนความผิดที่เมืองหลวงละมั้ง" นักโทษโจรคนหนึ่งพูดขึ้น น่าจะเคยได้ยินคำพูดมาก่อน
"....งั้นเหรอ..." หลิงนูคิดๆ จะว่าไปมันก้ดี ได้เดินทางไปแบบฟรีๆแต่ช้าหน่อย...
เธอจึงนั่งพิงกรงที่ขังเธอและเหล่านักโทษโจร ต่างนั่งในกรงด้วยความหมดอาลัยหน่อยๆ


ไม่นานนัก หลังจากรวบตัวนักโทษที่เหลือได้หมดแล้ว พวกทหารและนายกองก็สั่งให้เคลื่อนขบวนนักโทษเหล่านั้นออกจากเมืองเสี่ยวพ่าย
เพื่อมั่งหน้าไปยังฉางอัน
"เทพไป๋เหมียว...คุ้มครองข้าด้วย..."
"ข้ามิใช่คนผิด..." หลิงนูพึมพำอ้อนวอนต่อเทพไป๋เหมียวเบาๆ...

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -34 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -34 + 3

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ทวนฝงเจียง
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x28
x2
x4
x3
x500
x17
x30
x32
x20
x100
x5
x85
x70
x122
x20
x1
x3280
x7
x272
x204
x22
x209
x466
x10
x1
x120
x124
x8
x10
x7
x56
x26
x12
x50
x196
x408
x1
x18
x1
x300
x45
x252
x805
x120
x470
x5
x60
x3
x4
x1110
x694
x130
x662
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x101
x127
x9
x85
x3
x40
x254
x740
x2
x255
x25
x5
x237
x2
x1600
x7
x98
x4
x105
x5750
x78
x52
x74
x5
x3
x25
x7
x37
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x447
x2304
x87
x40
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x5
x82
x6
x2980
x16
x407
x13
x252
x39
x437
x745
x39
x130
x221
x306
x254
x94
x54
x91
x209
x209
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x10
x3723
x30
x803
x79
x1
x590
x147
x4
x139
x238
x319
x267
x131
x162
x9
x3172
x3759
x136
x16
x513
x500
x540
x541
x205
x184
x360
x9
x1491
x715
x220
x73
x264
x41
x1
x143
x13
x10
x515
x156
x326
x280
x60
x56
x635
x1058
x92
x539
x212
x499
x51
x136
x27
x28
x452
x9
x102
x38
x354
x147
x19
x35
x20
x39
x1485
x5017
x20
x243
x1
x138
x91
x20
x53
x11
x24
x5
x124
x198
x18
x34
x159
x7
x17
x76
x195
x1
x1
x1457
x1

7

กระทู้

18

โพสต์

92หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
168
เงินตำลึง
627
ชื่อเสียง
457218
ความหิว
9734

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

โพสต์ 2018-2-8 21:02:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Noyane123 เมื่อ 2018-2-8 21:03

[การค้าขายที่โดนหลอกลวง]
ณ ย่านการค้า เมืองเสี่ยวเพ่ย
หลังจากที่เดินทางเข้ามายังเมืองเสี่ยวเพ่ยได้ไม่นาน บิดาของพี่อากิหรือก็คือลุงซาบุโร่ในตอนนี้กำลังทำการค้าขายกับพ่อค้าอยู่ในระหว่างนั้นเอง ชินยะกำลังยืนผิงกำแพงและจ้องมองพ่อค้าและลุงซาบุโร่กำลังทำการค้าขายกันอยู่
เมื่อทำการค้าขายปลาที่ขนส่งมายังเมืองเสี่ยวพ่ายเสร็จแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะยื่นถุงเงินให้กับลุงซาบุโร่เป็นเงินก้อนใหญ่ ตามที่ชินยะรู้ๆมานั่นการนำปลา XX ตันมาส่งให้กับพ่อค้าจะได้เงินประมาณ 150 ชั่งเห็นจะได้ซึ่งนี้น่าจะเป็นเงินมัดจำส่วนหนึ่งก่อนจะได้เงินก้อนใหญ่ในการค้า
"ขอบใจที่เอามาส่งให้นะ หวู่ เม่ย"
พ่อค้าวัยกลางคนโบกมือให้กับคุณลุงซาบุโร่พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูผิดแปลก ก่อนจะหันหลังให้และตวัดสายจูงรถม้าคันใหญ่ให้แล่นไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากลัวอะไรซักอย่างหนึ่งอย่างงั้น
"เอาหล่ะ ชินยะนี้เงิน.... ไม่มี.... นี้มันอะไรกันเนี่ย!?"
ลุงซาบุโร่เดินมาหาผมก่อนจะเอามือล่วงเข้าไปข้างในถุงเงินที่พ่อค้าวัยกลางคนนั้นยื่นให้ แต่เมื่อยื่นมือเข้าไปแล้วเอาออกมา สิ่งที่อยู่ในมือมันก็มีแต่ก้อนหินเท้านั้น...
[แล้วไอ้เสียงเงินนั้นมันอะไรกัน?]
ชินยะคิดอยู่ในใจด้วยความสงสัย ก่อนจะเริ่มคิดทบทวนดู ในระหว่างการตกลงซื้อขายนั้นพ่อค้าคนนั้นทำตัวล่อกแล่กนิดน้อยและในตอนที่ยื่นถุงเงินมาให้นั้นเขาก็เหมือนจะเขย่ามือข้างขวาที่ไม่ได้ถือถุงเงินไว้หรือจะให้พูดก็คือข้างในถุงเงินนี้มันมีสิ่งของที่ทำให้เกิดเสียงเงินดังขึ้นมานั้นเอง
"คุณลุงซาบุโร่ครับ ดูเหมือนจะโดนหลอกเข้าให้แล้วหล่ะครับ"
ชินยะเดินเข้าไปแตะไหล่และพูดปลอบประโลมจิตใจ
"อะไรกัน!? ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้กันหล่ะเนี่ย.... แล้วที่นี้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้พวกลูกน้องหล่ะ? เงินก็ดันเอาไปจ้างพวกคนคุ้มกันไปตั้ง 50 ชั่งแล้วด้วย ฮือๆ"
ลุงซาบุโร่ร้องอวดครวญขึ้นมาด้วยความเสียใจพร้อมกับคุกเข่าลงกับบพื้นและร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจที่ตนเองโดนหลอก แต่สำหรับวัฏจักรโกลแล้วมันก็คงจะเป็นแบบนี้แน่นอน
ชินยะหันไปมองรถม้าที่แล่นผ่านไปไกลแล้วอย่างใจจดใจจ่อและจ้องมองจุดเด่นและจุดสำคัญของรถม้าคันนั้นถึงแม้มันจะยากกว่าการจำลักษณะหน้าตาของไอ้พ่อค้าวัยกลางคนที่ดูแก่และน่าเกลียดนั้นก็เถอะนะ แต่นี้ก็คงจะที่สุดแล้วสำหรับชินยะในตอนนี้ถึงแม้อย่างนั้น ชินยะก็ยังคงไม่ลืมเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เขานั้นได้พบกับพ่อค้าสุดจะขี้โกงและหลอกลวงแบบนี้ ถ้าจะให้คิดว่าในโลกยุคสมัยนี้มันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดาก็คงจะไม่เป็นไร แต่นี้มันถึงขั้นกับหลอกลวงกันโต้งๆเลยหล่ะนะ
"หืม?... เป็นอะไรหรือชินยะ?"
ซาบุโร่เงยหน้ามองชินยะ ก่อนจะพูดถาม
"ถ้าเจอมันหล่ะก็.... ผมจะฆ่ามันซะ"
ชินยะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็นและเครียดแค้น
"แหะๆ อย่าทำแบบนั้นเลยน่า อย่างน้อยๆก็แค่หักแขนหักขามันซักข้าง 2 ข้างก็ยังจะดี"
ซาบุโร่กล่าวขึ้นห้ามปรามชินยะก่อนจะบอกให้ชินยะเปลี่ยนความตั้งใจของตนเองซะก่อนที่มันจะสายเกินไป



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +5 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 5 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6670
x9999
x1000
x9999
x9999
x9999
x9999
x9999
x9999

2

กระทู้

15

โพสต์

912

เครดิต

เงินชั่ง
237
เงินตำลึง
4737
ชื่อเสียง
285
ความหิว
157
เสี่ยวหู่
เลเวล 1
โพสต์ 2018-3-28 11:28:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Minchi เมื่อ 2018-3-29 11:09

สัตว์เลี้ยงตัวแรก



หลังจากที่หมินซือทำงานวันแรกเสร็จสิ้นเขาก็ตัดสินใจมาเดินเล่นในย่านการค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หมินซือกวาดสายตามองไปรอบๆพลางซึมซับบรรยากาศใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายเนื้อสุนัข ภาพการทำงานที่ร้านปิ้งย่าง ยังติดตาเขาไม่หายเลยให้ตายเถอะ  



เขาเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านเล็กๆ บรรยากาศเช่นนี้เขาจึงไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างเล็กเดินกลมกลืนไปกับฝูงชนมากมายก่อนที่หูจะได้ยินเสียงร้องเล็กๆดังมาจากตรอกแห่งหนึ่งในย่านการค้า แต่กลับไม่มีใครสนใจ



เสียงอะไร?



หมินซือตัดสินใจเดินเข้าไปที่ตรอกเพราะความอยากรู้ก่อนจะพบกับชายที่แต่งตัวมอมแมมกับเจ้าแมวน้อยตัวผอมโซส่งเสียงร้องครางอย่างอ่อนแรง



"เจ้าสนใจเอาเจ้านี่ไปเลี้ยงไหมเจ้าหนู ข้าให้" ชายคนนั้นมองหมินซือและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ หมินซือเริ่มทำตัวไม่ถูกเขาไม่คิดว่าแค่เดินตามเสียงจะเจอกับเหตุการณ์เสนอแมวให้นี่เข้า หมินซือหลบสายตาชายคนนั้นแล้วหันไปจ้องเจ้าแมวแทน แล้วเจ้าแมวตัวนั้นก็เหมือนจะรู้งานมันจ้องเขากลับมาด้วยสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ว่าเอามันไปเลี้ยงทีเถอะ



หมินซือเริ่มทนสายตาเจ้าแมวตัวนั้นไม่ไหวเสียแล้ว เอาก็เอาแค่แมวตัวเดียวเขาเลี้ยงได้อยู่แล้ว ถือซะว่าทดแทนหนึ่งชีวิตของเจ้าสุนัขที่เขามีส่วนร่วมในการฆ่าก็แล้วกัน...



"ข้ารับมันไปเลี้ยงก็ได้ " ชายคนนั้นลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันทีที่หมินซือพูดจบทำเอาเขางงเล็กน้อย แต่ช่างมันแล้วกัน หมินซือก้มลงไปอุ้มเจ้าแมวไว้แนบอก



"ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่า เสี่ยวหู่ "หมินซืออุ้มเจ้าแมวออกมาจากตรอกแล้วพามันเดินไปหาของกิน เพราะดูท่ามันจะหิวมากจนไม่มีแรงแล้ว

@STAFF_Pixiu












แสดงความคิดเห็น

อย่าลืมแท็กสต๊าฟโรลอิสระนะมนุษย์เดี๋ยวจะตกหล่น  โพสต์ 2018-3-29 03:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
zifu + 25
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

I\'m come back
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบองเหล็ก
บันทึกซางยาง
ลูกดอกยาสลบ
รถม้า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x20
x30
x28
x10
x9
x9
x1

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79534
เงินตำลึง
688088
ชื่อเสียง
49631
ความหิว
1868

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2141
ความชั่ว
573
ความโหด
1139
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-8-27 21:33:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[หมาป่าสีขาว]

      เมื่อยามเช้ามาถึงพวกจางฝูก็เริ่มออกเดินทางกันต่อแทบในทันทีโดยที่มีเจี๋ยเฟยนั้นเป็นผู้นำคณะเดินทางในครั้ง เพื่อจะไปยังสถานที่เเม้เเต่ตัวจางูหรือจู๋เว่ยเองก็ไม่รู้ว่าตัวเจี๋ยเฟยนั้นจะพาพวกเขาไปที่ไหนแต่ก็นั้นแหละ ก็คงไม่พ้นมีหลงทางบ้างแต่ถึงกระนั้นเจี๋ยเฟยก็ยังสามารถพาพวกเขามาจนถึงเมืองเสี่ยวเพ่ยจนได้โดยที่มันจะกินเวลาไปจนถึงบ่ายก็ตามทีโดยที่ในครั้งนี้ชายหนุ่มนั้นเลือกที่จะขอพักที่ด้านนอกเมืองซึ่งถึงแม้มันค่อนข้างเสี่ยงไปเสียหน่อยเพราะไมีมีคนให้ถามทางก็ตามที     เช้าวันถัดเเสงที่ลอดผ่านหน้าตาพร้อมกับเสียงงึมงัมที่ดังอยู่ในห้องปลุกร่างบ่างที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้รู้สึกตัวและเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบก่อนจะพบเจี๋ยเฟยที่ในวันกลับตื่นเช้าผิดปกติ กำลังนั่งบ่นงึมงับอยู๋ที่โต๊ะ ดวงตาสีดำของชายหนุ่มนั้นจดจ้องไปยังแผนที่อย่างตั้งใจ ดูท่าว่าคงกำลังต้องใจอ่านแผ่นที่อยู๋กระมัง ตัวเธอไม่ได้ร้องเรียก เพียงแค่นอนมองอยู่บนเตียงเงียบๆเพื่อดูความมุ่งมั่นในการท่องจำแผนที่อย่างเอาเป็นเอาตายของชายหนุ่ม


    ‘จะรอดไหมเนี่ยเจี๋ยเฟยเอ้ย’ เธอนอนเหยียดยิ้มมองอยู่ที่เตียงเงียบๆพรางเอาใจช่วยให้เจี๋ยเฟยนั้นสามารถที่จะจำแผ่นที่ได้เสียที


    “เอาละถ้า ไปตรงนี้แล้วเลี้ยวที่ตรงนี้ก็จะเจอเมืองถัดไป จำไว้ๆเจี๋ยเฟย แกจำได้น่า วิชายุทธ์ยังจำได้เลยนี่เเค่เส้นทางเอง” เสียงบ่นพึมพัมที่ดังมากพอที่จะให้เธอที่นอนอยู่บนเตียงได้ยินก่อนจะหลุดขำออกมาเบา ซึ่งทำเอาชายหนุ่มที่นั่งจำแผนที่อยู่นั้นรีบหันกลับมามองอย่างตกใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะยิ้มบางออกมาให้เธอแล้วยันตัวลุกเดินจากโต๊ะมานั่งที่ขอบเตียงข้างๆที่เธอนอนอยู่พร้อมใบหน้าที่ก้มลงมาจูบที่ลุ่มผมพรางสูดลมกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้จากน้ำที่เธอาบและใช้สระผมเมื่อคืน


     “ข้าทำเจ้าตื่นหรือ”


     “ก็นิดหน่อย ทำอะไรอยู่จำแผนที่หรือ”เธอเอ่ยแล้วจึงค่อยยันตัวลุกขึ้นมาขยับมาเอาคางเกยไหล่ชายหนุ่มแล้วมองใบที่ก้มยิ้มแห้งๆอยู่


      “ใช่แล้ว ข้าจำได้ตั้งเยอะเเล้วจริงๆนะ”เจี๋ยเฟยหันกลับมากล่าวแล้วเอื้อมเเขนมาดึงเอวเธอให้ร่างของพวกเขาขยับเข้ามาใกล้ก่อนที่เขาจะจุมพิศลงมาที่กลางหน้าผากเธอพรางลูบศรีษะเธอเบาๆอย่างรักใคร่


     “นี่ไม่บอกข้าหน่อยจริงๆหรอว่าจะพาไปไหน”เธอเอ่ยถามแล้วขยับตัวเข้าไปซบที่อกเเกร่งของชายหนุ่มแล้วช้อนตามองอ้อนๆเพื่อหวังจะล้วงเอาความลับเรื่องสถานที่ที่จะไปแต่กลับกลายเป็นเธอเสียเองกลายเป็นฝ่ายโดยเจี๋ยเฟยแกล้งกลับเมื่อมือหนาของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามเเนวสันหลังของร่างบางเบาๆจนลงไปถึงสะโพกพร้อมกับใบหน้ากวนๆนั้นจะเคลื่อนเข้ามาหาช้าๆ


    “ทำแบบนี้บ่อยๆข้าก็ทนไม่ไหวเป็นนะ”


    พลั๊ก


    มือทั้งสองของเธอพลักร่างสูงออกอย่างเร็วก่อนที่เธอจะรีบกระโจนอออกจากอ้อมแขนแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปทันทีทิ้งให้เจี๋ยเฟยนั้นนั่งมองตามไปขำอยู่ที่เตียงก่อนที่ชายหนุ่มนั้นจะเอ่ยตามหลังขึ้นมาเบาๆ


   “ถึงแล้วก็รู้แหละน่า ขอเพียงเจ้าเชื่อใจข้า”


    หลังจากที่จัดการอาบน้ำเก็บกวาดสัมภาระต่างเก็บใส่ห่อภาพและนำเอาไปเก็บบนรถเทียบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นพวกเธอก็เริ่มออกเดินทางกันต่ออีกครั้งโดยที่จางฝูหรือแม้แต่จู๋เว่ยนั้นก็ยังไม่มีใครรับรู้ได้ว่าเจี๋ยเฟยนั้นจะพาพวกเขานั้นเดินทางไปที่ใด รู้เพียงแค่เส้นทางที่ชายหนุ่มผู้นี้พาพวกเขาไปนั้นเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางขึ้นเหนือเพียงเท่านั้นเอง โดยระหว่างทางที่เดินผ่านมานั้นเจี๋ยเฟยก็จะเดินทางไปเจอคนทีเขาก็ลงไปถามทางที เป็นเช่นนั้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็สามารถพาพวกเธอนั้นเดินทางมาถึงป่านอกเขตเมืองเสี่ยวเพ่ย ซึ่งดูท่าแล้วเย็นนี้พวกเขาก็คงจะต้องเเวะพักที่เมืองนี้ต่ออีกคืนแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ


    “แวะไปหาซื้ออะไรกินที่ในย่านการค้าไหม”เจี๋ยเฟยที่บังคับเจ้าเฟยเทียนเข้ามาด้านในเมืองจนมาถึงย่านการค้าของเมืองเสียวเพ่ย เอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับขยับตบหัวเจ้าเฟยเทียนนั้นให้หยุดเดินและย่อตัวให้พวกเขานั้นลงโดยเจี๋ยเฟยเป็นฝ่ายกระโดดลงไปก่อน ก่อนที่เอื้อมเเขนยืนมือมาให้เธอจับเพื่อช่วยประคองซึ่งเเม้ว่าในความเป็นจริงมันจะไม่จำเป็นเท่าไหร่ก็ตามที เธอมองมือที่ยืนมายิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปจับแล้วค่อยๆปีนลงมายืนข้างๆแล้วหันไปมองจู๋เว่ยที่ปีนลงมาจากหลังรถเทียบมายืนกอดอกมองพวกเธอทั้งสองด้วยใบหน้าที่บ่งบอกเลยว่าเหม็นความรักแค่ไหน


     “ทำหน้าอะไรอย่างนั้นเล่าพี่ชาย ข้าบอกเจ้าแล้วนะว่าให้พี่หาพี่สะใภ้ให้ข้านะ เเต่เจ้าบอกเองว่าเจ้าไม่สนใจเวลานี้กลับมาทำหน้าเหม็นบูดใส่ข้าหมายความว่าไงเนี่ย” เธอเอ่ยพร้อมกับเดินไปยืนเท้าเอวมองจู๋เว่ยยิ้มๆกึ่งล้อก่อนจะโดยจู๋เว่ยนั้นเอาตำราที่อ่านค้างไว้อยู่ยกขึ้นมาตีหัวเบาๆ


     “ ข้ายังไม่อยากมีใช่ว่าข้าจะมีอารมณ์มานั่งมอง ยืนมองพวกเจ้าหวานกันเสียเมื่อไหร่”จู๋เว่ยกล่าวก่อนจะเดินปลีกนำเข้าไปในย่านการค้าก่อนโดยมีเจ้าหย่งจวินนั้นเดินตามไปด้วย ปล่อยให้ตัวจางฝูเเละเจี๋ยเฟยได้แต่มองตามไปยิ้มๆก่อนที่พวกเข้านั้นจะออกเดินไปในย่านการค้าโดนให้เจ้าเฟยเทียนและสัตวืตัวอื่นๆนั้นอยู่เฝ้ารถเทียบและสัมภาระเอาไว้


    ภายในย่านการค้ายามเย็นของเมืองเสียวเพ่ยนี้เรียกไว้ว่าค่อนข้างคึกคักพอสมควรไม่ว่าจะเป็นบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่ออกมาเร่ขายของกันมากมายและที่น่าจะขึ้นชื่อสุดในเมืองก็คงเป็นเนื้อหมาย่างที่วางขายให้เกลือน ชักกลัวๆเเล้วสิว่าเจ้าพวกหย่งๆจะโดนแอบจับไปรึป่าว


    “เป็นอะไรไป เงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”เจี๋ยเฟยหันมาถามเมื่อสังเกตุเห็นคนข้างนั้นเดินเงียบๆมาสักพักพร้อมมือที่เอื้อมดึงร่างบางนั้นให้หลบคนเข็นรถผักที่เดินสวนมา


     “ข้าเเค่คิดว่าที่นี่เขานิยมเนื้อสุนัขเลยกลับว่าเจ้าพวกหย่งนั้นจะโดนจับ”เธอเอ่ยออกมาแล้วหันไปเงยหน้ามองเจี๋ยเฟยแล้วจึงค่อยออกเดินต่อ


     “พวกมันเป็นหมาป่าคงไม่ยอมให้โดนจับง่ายๆหรอก”


    เธอไม่ตอบเพียงพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งคู่นั้นจะเริ่มออกเดินเที่ยวต่อ ซึ่งในระหว่างที่กำลังเดินเลือกซื้อของกินอยู่นั้นเอง เสียงเฮและเสียงโหวกเวกโวยวายก็ดังขึ้นเเละเมืองมองไปก็ต้องพบกับฝูงคนจำนวณมากกำลังยืนล้อมวงกันอยู่ด้วย ‘มีการเเสดงอะไรรป่าวนะ ’ความที่เธอเองก็อยากรู้จึงหันไปดึงเอาชายหนุ่มที่กำลังจ่ายเงินค่าของอยู่ให้เดินตามไปดูด้วยกัน แต่ด้วยที่ว่าคนค่อนข้างเยอะกว่าที่พวกจางฝูนั้นจะเบียดตัวแทรกเข้าไปได้ก็กินเวลาอยู่สมควร จนในที่สุดพวกเธอก็สามารถเเทรกฝูงคนเข้ามายืนตรงหน้าได้ก่อนที่จะพบว่าเบื้องหน้านั้นไม่ใช่การเเสดงเร่เเบบที่เธอคิดหากเเต่เป็นกลุ่มพ่อค้าสัตว์แปลกที่มาเปิดท้ายขายสัตว์แปลกหรือสัตว์ป่าหายากนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าทำเอาเธอถึงกับขมวดคิ้วมองอย่างหงุดหงิดเพราะตัวเธอเองก็ไม่ค่อยถูกใจกับไอ้พวกคนประเภทนี้เท่าไหร่นัก


     ดวงตาน้ำตาลกวาดมองดูเหล่าสัตว์ที่น่าสงสารที่ถูกขังอยู่ในกลัวอย่างเศร้าใจก่อนที่เธอชะงักไปเล่นน้อยเมื่อเห็นกรงๆหนึ่งที่ถูกผ้าคลุมสีดำปิดเอาไว้แต่กระนั้นกรงนั้นก็ขยับสั่นไปมาอย่างแรงราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังคลุ้มคลั่งอยู่และแน่นอนมันต้องเป็นตัวเด่นในการมาเร่ขายสัตว์ในครั้งนี้แน่


    “จางฝู ข้าว่าเราไปกันเถอะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยขึ้นพร้อมยืนมือมาโอบเอวหญิงสาว หากแต่กลับถูกเจ้าตัวขืนเอาแล้วพร้อมกับใบหน้านวลที่หรี่ตาจ้องไปยังกรงใต้ผ้าคลุมดำนั้นนิ่งๆ


    “ข้าขอรอดูอะไรสักนิด”เธอเอ่ยออกมาเพียงสั้นพร้อมกับยืนดูการค้าขายสัตว์นั้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดกรงที่เธอรอดูนั้นก็ถูกเลือกออกมาโดยต้องใช้คนถึงสามคนนในการช่วยกันจับกรงเลยทีเดียว เมื่อผ้าคลุมสีดำเปิดออก สิ่งที่เธอรอดูอยู่ก็ปรากฏขึ้นร่างใหญของหมาป่าสีขาวงดงามตัวหนึ่ง หากแต่มันไม่ได้เข้ากับบรรยากาศในตอนนี้เลยสักนิดเพราะเจ้านั้นเอาแต่แยกเขี้ยวขู่ไปมาพร้อมกับเอาหัวกระเเทกกรงจนหยาดเลือดสีเเดงซึ่มไหลออกมาเปื้อนขนสีขาวเงินของมันเสียหมดสวย


     กรรร…


     เสียงขู่คำรามฟังดูน่าเกรงขามของมันทำเอาผู้คนพากันนึกกลัวหากว่ามันนั้นหลุดออกจากกรงมาได้ และนั้นคือความตื่นเต้นเมื่อ เจ้าพ่อค้านึกสนุกเอาโซ่เหล็กมาลากเจ้าหมาป่าขาวตัวนั้นไว้แล้วกึ่งจูงกึ่งลากมันออกมาจากกรงให้ผู้คนได้ดูชม


    “คิดว่ามันจะหลุดไหม”เจี๋ยเฟยที่ก้มลงมากระซิบถามเบาๆพรางมองดูเจ้าหมาป่าสีขาวที่พยายามขืนร่างไว้ไม่ยอมออกมาจากกรง


    “ข้าว่ามันจะแว้งกัด”สิ้นคำเธอเอ่ยเสียงกรีดร้องของบรรดาผู้คนก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าหมาป่าสีขาวนั้นดีดตัวพุ่งกระโจนมากัดเข้าที่คอของพ้าค้าค้าสัตว์พร้อมกับฉีกกระฉากไปมาจนเศษเนื้อนั้นตกกระจายไปทั่วบริเวณ


     กรี๊ดดดด!!!


    อ้ากก!!


    “เจ้าหมานั้นบ้าไปแล้ว มันเป็นหมาปีศาจจ กรี๊ดดด”


    ผู้คนพากันวิ่งหนีตายออกจากบริเวณนั้นทันทีจะเหลือก็เพียงจางฝู เจี๋ยเฟยเท่านั้นที่ยังคงยืนมองดูเจ้าร่างสขาวนั้นกัดฉีกกระชากศพของพ่อค้านั้นอยู่อย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด โดยที่มีพวกลูกน้องของพ่อค้านั้นได้แต่ยืนตะลึงตกใจอยู่จนทำอะไรไม่ถูก


    “เห็นไหมข้าเดาถูก” เธอหันไปยิ้มก่อนจะหันไปมองเจ้าหมาป่าขาวตรงหน้าที่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเธอทั้งคู่พร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างช้าๆ กรงเล็บสีขาวกระทบข่วนพื้นถนนทุกครั้งที่มันย่างก้าวผ่าน ดวงตาสีเหลืองเรียวเล็กจ้องมามองยังพวกเธอทั้งคู่อย่างคุกคาม


    กรรรร….


    “จางฝูท่าไม่ดีแล้วนะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือมาจับกระชับมือของหญิงสาวเอาไว้เผื่อว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบก่อนหน้านี้เขาจะได้ใช้ตัวเบาดึงตัวหญิงสาวหลบได้ทัน


    “ไม่เป็นไรหรอกเจี๋ยเฟย เจ้าสงบๆใจไว้ก่อนเถอะ มันไม่ทำอะไรหรอก” เธอหันไไปเอ่ยยิ้มๆแล้วหันกลับมามองเจ้าหมาป่าสีขาวแล้วค่อยทรุดตัวลงนั่งย่อเข่าลงในระดับเดียวกับเจ้าหมาป่าพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้ามันอย่างช้าๆ โดยมีเจี๋ยเฟยและลูกน้องของพวกพ่อค้าและชาวบ้านที่ตีวงออกห่างยืนดูกันอยู่ลุ้นๆ “เจ้ามีแผลที่หัวนะ ให้ข้าทำแผลให้เจ้าเอาไหม ปล่อยไว้นานมันจะอักเสบเอานะ”


   กรรร..


   เจ้าหมาป่าขาวนั้นยังคงไม่ละทิ้งความระเเวงในตัวมนุษย์หากแต่มันก็ยอมค่อยเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนมือมาตรงหน้าพร้อมกับเอาจมูกดุนดมไปมา ดวงตาสีเหลืองของเจ้าหมาป่าสบกับดวงตาสีน้ำตาลของจางฝูก่อนที่่มันจะค่อยๆลลดท่าทีคุกคามลงแล้วเดินมานั่งนั่งยืดตัวอยู่เบื้องหน้าเธอแทนราวนางพญาซึ่งนั้นก็สร้างความเบาใจให้กับเจี๋ยเฟยได้มากก่อนที่เจ้าหมาป่านั้นจะเงยหน้าขึ้นแล้วหอนออกมาสุดเสียง


    บรู๊ววววววววว..


     “เป็นว่าเจ้าตกลงสินะ”จางฝูกล่าวยิ้มๆแล้วมองดูเจ้าหมาป่าสีขาวเบื้องหน้าก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเอากงจักรเฟิ่งหวงออกมาเหวี่ยงปาออกไปทำลายโซ่ล่ายและกรงของสัตว์ตัวอื่นๆเพื่อปล่อยทุกตัวนั้นให้เป็นอิสระก่อนที่เจ้าพวกสัตว์นั้นจะพากันวิ่งและบินหนีจากไปแทบจะทันที “พวกเราก็ไปกันเถอะ”เธอเอ่ยแล้วกล้มลงมายิ้มให้เจ้าหมาป่าขาวก่อนจะขยับไปควงแขนเจี๋ยเฟยแล้วเดินออกจาบริเวณตรงนั้นไปโดยมีเจ้าหมาป่าสีขาวนั้นค่อยเดินตามเธอไปด้วยไม่ห่างกาย...


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-6-20 13:14

ขึ้นไปด้านบน