ดู: 706|ตอบกลับ: 6

[ลางสังหรณ์] { ความฝันของ...เสิ่นหลิงเฮ่า... } วาสนาหรือเวรกรรม

[คัดลอกลิงก์]
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

                                     สถานที่นอนหลับของตัวละคร : โรงเตี้ยมใหญ่เถาหยวน
                                     ชื่อผู้ฝัน : เสิ่นหลิงเฮ่า
                                     ความฝันประเภท : อาถรรพ์กระต่ายมืด

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙




วาสนา หรือ เวรกรรม




คนดีมักอายุสั้น
เช่นนั้นทำชั่ววันละร้อยครั้ง…. ข้าจะเป็นอมตะไหม??

        ราตรีสงัดเงียบแสงดาวเหนือท้องฟ้าโปร่งระยับพราว ดั่งม่านเกล็ดเพชรแววหวามปูไปทั่วแผ่นฟ้า ฤดูร้อนมาเยือนเหล่าหิ่งห้อยอาศัยแห่งน้ำที่สะอาดเพื่อฝักตัวและออกมากระพริบแสงแข่งกันในยามค่ำคืน เสียงหรีดหริ่งเรไรแว่วในพงอ้อข้างสระที่ร่มรื่นมีบุรุษผมเงินกำลังนั่งตกปลาอย่างเพลิดเพลินใจ คนในชุดขาวแม้โดดเดี่ยวข้างกระแสธารกลับไม่มีวี่แววของความเดียวดายเลยแม้แต่น้อย

        ราวกับว่าตัวเขาคือผู้ปรารถนาในความสงบสุขเรียบง่ายเช่นนี้เอง

        แดนเจียงหนานงดงามดั่งสรวงสวรรค์ เสิ่นหลิงเฮ่านึกเสร้าใจที่ตนจากบ้านเกิดไปนานแสนนาน หลายปีที่ผ่านมาแม้จะแวะเวียนผ่านมาบ้างแต่กลับมิได้มีโอกาสมาดื่มด่ำธรรมชาติชื่นชมความอุดมร่มรื่น ของแดนใต้แสนตระการตาอย่างเช่นวันนี้ เมื่อมีธุระผ่านเจียงเยี่ยเขาจึงไม่ลังเลที่จะหาที่สงบออกมาตกปลาคนเดียว แน่นอนว่าแจ้งผานซุ่นที่อยู่ทางโรงเตี้ยมไว้เป็นที่เรียบร้อย

        แค่การตกปลาตามสุนทรีย์ศาสตร์เขาถึงกลับถ่อมาศาลเจ้าร้าง….
        หากตัดความงดงามรอบกายออกไป คุ้งน้ำมืดมิดเบื้องหน้า ป่ารกชัฎเบื้องหลัง
        ไหนจะเสียงหวีดหวิวของสายลมรอบกายมันก็ชวนให้ขนหัวลุกอยู่พอสมควร...

        แต่ก็ช่างเถิดการตกปลาในเวลาเช่นนี้มีข้อดีอยุ่หลายประการ เช่นว่าไม่มีคุ่แข่ง… ก็แน่ล่ะใครจะขยันแบบเขากลางค่ำกลางคืนไม่หลับไม่นอน ประการที่สองนั่นคือพวกปลาจะลดความระวังตัวลงมากสามารถตีเหยื่อเข้าไปใกล้แหล่งอาศัยได้ และมีโอกาศที่จะตกปลาตัวใหญ่กว่าตอนกลางวันค่อนข้างสูง ‘เหนื่อยกว่าแต่ก็คุ้มค่าล่ะนะ’ เสี่ยวเฮ่าส่ายหน้าน้อยๆ กับความคิดตนเอง เขามาเสพบรรยากาศจะได้ปลาติดมือกลับไปรึไม่นั่นแค่เรื่องรอง

แกรก…

        ขณะกำลังเคลิ้มหลับพลันได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว นักกวีหนุ่มสลัดความง่วงงุนพลางมองไปรอบๆทันที พบว่าที่ลานกว้างด้านหน้าศาลมีคนชุดดำจำนวนหนึ่งปรากฎตัวเมื่อใดก็ไม่ทราบ ด้วยความระมัดระวังตัวชายหนุ่มทรุดตัวลงนอนขนานกับพื้น อาศัยพงอ้อช่วยอำพรางแล้วลอบสังเกตกลุ่มที่มาใหม่ ดวงตาหงส์กวาดไปมาอย่างสำรวจจำนวนคนแล้วนับคร่าวๆ ในใจ

        ‘สิบ...ยี่สิบ...สามสิบ เห!! ร้อยกว่าคนเชียวรึการเคลื่อนไหวอะไรกัน ก่อจลาจล? ฆ่าคนวางเพลิง? ทำไมถึงได้เอิกเริกขนาดนี้??’ สงสัยได้ไม่นานก็พบว่านอกจากสวมชุดดำที่แขนของแต่ละคนยังมีรอยสักกระต่ายสีขาว ‘รอยสักกระต่ายอีกแล้ว… พรรคภูตทมิฬลมดำ?? ทำไมช่วงนี้ข้าเจอแต่พรรคมารว้าา’ คนพวกนั้นคล้ายไม่ทันจับสัมผัสถึงนักกวีหนุ่ม เสิ่นหลิงเฮ่าลอบฟังอย่างไม่ได้ตั้งใจถึงบทสนทนาคร่าวๆ ที่ตัวเขาไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าใดนัก

        “ท่านประมุขมาถึงเจียงเยี่ยตั้งแต่เย็นแล้ว… พวกกลุ่มในเมืองควรไปต้อนรับแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร….”
        “เห็นว่าเปลี่ยนจุดนัดหมายเป็นที่นี่หรือ?? แล้วท่านประมุขไปพวกหน่วยข่าวสารทำงานกันยังไงเนี่ย!!”
        “ศิษย์พี่… ไม่ใช่ว่าท่านแอบเมาจนหลับแล้วลืมสารสำคัญไว้ที่ห้องอีกนะ”
        “เจ้าน่ะหุบปากไปเลย!! เฮ้อช่วยไม่ได้พวกเราคงทำได้แค่รอนั่นล่ะ”

        การสนทนาเดี๋ยวดังเดี๋ยวเบาเขาต้องใช้ความพยายามมากทีเดียวในการจับใจความ ‘ประมุข? คนพวกนี้พูดถึงประมุขของพรรคภูตทมิฬลมดำรึจะเป็นท่านปู่ผู้เฒ่ากระต่ายจางเหยียนลู่นั้น??’ บุรุษชุดขาวครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้แล้วเชื่อมโยงกับที่เจียนหลิวเคยเล่าให้ฟัง เรื่องของประมุขพรรคมารผู้โหดเหี้ยมสังหารชาวบ้านและกวาดต้อนคนในหมู่บ้านเฟยไปสังเวยพรรคตน ตามความคิดของหลิงเฮ่าแล้วการที่กลุ่มพรรคมารยกโขยงกันมาบ้านเกิดเขาเช่นนี้ร้อยทั้งร้อยคงมิได้มาดี!!

        แล้วเขาควรทำเช่นไร หัวหน้าใหญ่พวกนั้นก็อยู่ในเจียงเยี่ย… นึกถึงเคราะห์กรรที่ชาวหมู่บ้านเฟยประสบเขายังอาดูรไม่หาย ถ้าหากเกิดเรื่องร้ายแรงเช่นเดียวกันขึ้นที่บ้านเกิดแล้วชาวบ้าน คนตระกูลเสิ่น อาเตี่ยถูกลูกหลงไปด้วยเขาคง… ‘ไม่.. ต้องมีวิธีสิแต่จะรีบไปแจ้งต่อทางการว่ามีพรรคมารเคลื่อนไหว เหตุยังไม่เกิด หลักฐานก็ไม่มีอีก โอ้ยเอาไงดี...?’

        ระหว่างกำลังครุ่นคิด ก็มีอะไรอุ่นๆ หยดลงข้างแก้มตน “เห?? อะไรกัน”
        นักกวีหนุ่มยกมือเช็ดตามสัญชาติญาณเมื่อนำมาดมดูพบว่ามีกลิ่นคาวสนิมและสีแดงสด…. เป็นเอกลักษณ์ของเลือด!!
         เงาทะมืนพาดผ่านตัวเขาดวงตาใสค่อยๆ เลื่อนระดับขึ้นด้านบนช้าๆ พบกับร่างสูงล่ำสันของคนแปลกหน้า… ผู้มีแววตาเฉยเมยไร้ระรอกคลื่นสีเทากำลังมองมายังตน

/กรีดร้องเบาๆ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +419 ความหิว -68 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -68 + 3
SUSAN + 69 กรีดร้องดังมาก

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-7-10 01:55:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-7-10 02:08

บังเอิญ หรือ จงใจ

‘บ่วงชะตาที่ลากข้าไปมาบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ เมื่อไรจะจบลงเสียที’

       ศาลร้างยามค่ำคืน…
       ดึกสงัดแม้แต่หมายังไม่กล้าหอนสักแอะ
       จู่ๆ ก็พบร่างที่เต็มไปด้วยรอยเลือดสดๆ หยดเหมะตามพื้น ทั้งยังยืนจ้องมองมาทางเขาอีกด้วย หากเป็นคนขวัญอ่อนคงหวีดร้องลั่นไปเจ็ดป่าช้า ทว่านี่คือเสิ่นหลิงเฮ่า… นักกวีผู้ที่เก็บอาการได้ดีที่สุด(?) นอกจากอาการเบิกตาโตเตรียมผงะหงายแล้ว เขายังทันยกมือปิดปากตัวเองไม่ให้ร้องเรียกคนมารุมยำเท้าตนด้วย ‘เชี่--- นึกว่าผี!! มาไม่ให้สุ้มให้เสียง’

        “....(หลิงเฮ่าเงียบ)...!!!!” นักกวีหนุ่มพยายามรวบรวมสติเพื่อเหลือบมองให้ชัดว่าคนหรือผี
       “.......(อีกคนก็เงียบ)........” เจ้าของนัยน์ตาสีเทาจ้องตอบยังคงปักหลักยืนนิ่งไม่ขยับ
        “........(ต่างคนต่างเงียบ)........” ทั้งคู่คงท่าทีไว้เช่นเดิมประหนึ่งเล่นแข่งสบตากัน หนึ่งอึดใจที่หลิงเฮ่าหมดความอดทน ยอมแพ้และเป็นฝ่ายหงายตัวพลิกมาก่อน เมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากทั้งคุ่ยังมีคนพรรคมารอีกเป็นร้อยอยู่ไม่ไกล หากร่างตรงหน้ามิใช่ผีสางเลือดออกมากเพียงนี้เห็นทีจะบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่!! ความรักคุณธรรมเสี่ยวเฮ่าพุ่งขึ้นสูงปรี้ด แม้จะยังมองอะไรได้ไม่ชัดในบรรยากาศมืดสลัวก็ผุดกายลุกขึ้นคว้ามืออีกฝ่ายแล้วกระตุกๆ เชิงให้ตามตนมา “ออกจากที่นี่ก่อนเถอะ… ท่านบาดเจ็บอยู่ใช่ไหมช่วยทนสักหน่อย? ตรงนี้ยังไม่ปลอดภัยรีบตามข้ามาเร็ว”
        “................” อีกฝ่ายยังคงมีท่าทีเฉยชาเพียงแต่ว่าแววตานั้นคอยเลื่อนจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของนักกวีหนุ่ม ราวกับเสือดาวที่กำลังประเมินเหยื่อ ด้วยหลิงเฮ่าไม่แตกฉานพอจะอ่านภาษาใบ้แบบนี้จนปัญญากับความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ ‘จริงสิ… รึว่าเขาไม่ไว้ใจข้า?’ ก็ถูกอยุ่หากตนกำลังบาดเจ็บมาคิดหาที่หลบภัย แต่เจอคนชวนไปไหนก็คงไม่ยอมตามไปง่ายๆ “วางใจเถอะข้ารู้จักที่หนึ่งอยู่พอจะหลบรักษาตัวได้สักพัก ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่หากพวกเรายังยืนอยู่นี่...มันเสี่ยงเกินไป” กล่าวจบเขาก็บุ้ยหน้าไปยังกลุ่มคนชุดดำที่ลานกว้าง “เห็นคนพรรคมารพวกนั้นไหม ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันมาทำอะไรที่นี่ อย่าให้เจอตัวพวกเราจะดีกว่ามาเถอะ… ยังเดินไหวไหม?? รึต้องให้ช่วยพยุง??”

        “...ทำไมข้าต้องไป?” บุรุษหน้านิ่งตอบเช่นนี้ทำเอาเสี่ยวเฮ่าปวดกบาล โอ้ย!! ที่พูดไปได้ฟังบ้างไหม??
        “....ก็เพราะมันอันตรายน่ะสิ ท่านไม่ห่วงชีวิตตัวเองแล้วหรอ? รีบตามข้ามาเถอะ” กล่าวจบก็ปล่อยมืออีกฝ่าย มีแรงตอบคงจะมีแรงเดินล่ะมั้งร่างสีขาวก้าวนำไปยังทางออกทันที โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะตามมารึไม่ ‘คนประหลาด… พูดขนาดนี้ยังไม่เข้าใจหรือว่าด้อยสติปัญญา?’ เดินไปได้สองสามก้าวก็ได้ยินเสียงลมหายใจอีกฝ่ายติดตามมาค่อยโล่งอกว่ามิใช่คนเสียสติ

       “เจ้ากลัวคนพรรคมารจนถึงกับต้องหนีเลยรึ? ขลาดเขลาเสียจริง” นำมาจนถึงศาลาในสวนสี่ฤดูอีกฝ่ายก็เปิดปากถามขึ้น ถึงตอนนี้ยังพออาศัยแสงจันทร์ให้พวกเขาได้สังเกตกันและกันอย่างถนัดตาขึ้น บุรุษที่หลิงเฮ่าเจอมิใช่ผีสางแน่นอนตัวยังอุ่นๆ อายุน่าจะมากกว่านักกวีหนุ่มไม่ถึงยี่สิบปี ใบหน้าคมขายคิ้วตาเข้มและมีแววเผด็จการในที ผิวสีน้ำตาลนั้นตัดกันอย่างลงตัวกับเส้นผมยาวสีขาว รัดเกล้าที่อีกฝ่ายสวมดูค่อนข้างแปลกตาเหมือนชาวนอกด่าน เพราะเขานั่งพิงราวศาลาไม่มีทีท่าจะชี้ว่าบาดเจ็บตรงไหน คนจะช่วยทำได้แค่หยิบเอาอุปกรณ์ทำแผลมาวางไว้ด้านข้างให้ “......คติของข้าคือไม่ทำอะไรเกินตัว ในศาลนั้นคนตั้งมากจะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงให้ได้อะไร”

        “จะกล่าวอ้างสวยหรูยังไง กลัวก็คือกลัว… หึ! คนเช่นนี้มีแต่แก้ตัวไปเรื่อยๆ ปิดบังความขลาดเขลาจมอยู่กับกระดองแข็งๆ ของตัวเอง”
        หลิงเฮ่างุนงง ตนผิดอะไรอีกฝ่ายถึงต้องว่ากระทบ “ท่านอยากพูดอย่างไรก็พูดไปเถอะ บาดเจ็บที่ใดหากทำแผลเสร็จแล้วกลับเองไหวรึไม่ ถ้าไหว...ข้าไม่ส่งล่ะนะ” กล่าวจบก็คิดจะแยกทางใครทางมัน ลางสังหรณ์ของชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย เหตุที่ว่าทำไมคนบาดเจ็บถึงไม่มีท่าทีอ่อนแรงเลยล่ะ?? ‘รึว่า...คนผู้นี้มิได้บาดเจ็บมาตั้งแต่แรก แล้วเลือดที่เคลือบอยู่บนตัวเขานั่นหมายความว่าอย่างไร!!’

        “ข้ายังไม่ได้พูดว่าเจ้าไปได้….” น้ำเสียงเรียบทว่าแฝงนัยคำสั่งห้ามขัดขืน เสมือนผู้พูดเคยชินกับการใช้อำนาจให้คนอื่นทำตามอยู่แล้ว ชายนิรนามเดินมาประชิดด้านหลังหลิงเฮ่าประกายความติดกระตุ้นเตอนสัญชาติญาณอันตรายขึ้นมาทันทีรีบกล่าวว่า “ต้องกลับแล้ว… สหายของข้ารออยู่!! คงช่วยไปส่งไม่ได้ลาก่อนนะ!!”

        เขาพุ่งตัวออกจากศาลาด้วยความเร็วประหนึ่งหนีตาย ภายในใจรู้สึกสับสนและงุนงง ‘แล้วทำไมข้าต้องวิ่ง?? ทำไมต้องหนีด้วยล่ะ??’ แต่ก็วิ่งไปแล้วขาทั้งสองยังคงทำงานและเตรียมกลับไปยังโรงเตี้ยมเพื่อพบกับผานซุ่น แต่ทว่า…

        ทั้งที่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายมิได้ตามตนเองมา…
        แล้วเงาในชุดผ่าแผงอกกลางถนนเบื้องหน้านั่นมันอะไร!!

        “อึก….” นักกวีหนุ่มกลืนน้ำลายดันเอื้อก เมื่อครู่ตนวิ่งมาอย่างต่ำก็หลายสิบจั้งในชั่วพริบตาคนผู้นี้มาดักอยู่เบื้องหน้าได้อย่างไร ในยุทธภพมีวิชาตัวเบาขั้นสูงที่เรียกว่าก้าวพริบตา… ตัวเขาคงมิได้เจอผู้ที่ไม่ควรล่วงเกินเข้าแล้วใช่ไหม??
        “คิดว่าหมดเรื่องแล้วงั้นรึ? พูด… เจ้าได้ยินอะไรมาบ้างข้างในนั้น” ชายนิรนามปรายตามองยังเขาด้วยท่าทีคุกคาม ทั้งทีแค่ยืนอยู่เฉยๆ เท่านั้น ความรู้สึกกดดันที่พวยพุ่งออกมาทำเอาหายใจไม่คล่องคอ หลิงเฮ่ารีบส่ายหน้าหลบดวงตาสีหมอกคู่นั้น เอ่ยปัดๆไปว่า “ไม่รู้สิ มันก็ไกลข้าได้ยินไม่ชัดหรอก… ไม่มีเรื่องน่าสนใจเลยสักนิด”

        ทว่าอีกฝ่ายกลับยกมุมปากเหยียดยิ้มเย็น “อ้อ?? บังเอิญว่าข้า ‘สนใจ’ จะฟังมากทีเดียว”

/กรีดร้องอีกรอบบบ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -61 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -61 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
ผีผานาคา
กำไลเทพีไอซิส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
ตัวเบาขั้นสูง
คลุมวารีขั้นสูง(*)
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
x60
x240
x155
x15
x300
x140
x240
x5
x10
x30
x5
x570
x49
x5
x58
x10
x50
x50
x232
x1970
x149
x123
x1
x22
x28
x52
x34
x154
x63
x1
x2
x60
x26
x590
x1
x66
x79
x979
x180
x431
x103
x113
x334
x166
x56
x63
x248
x180
x18
x82
x39
x431
x52
x337
x121
x248
x117
x7240
x1769
x4
x5
x4
x6
x20
x16
x44
x6
x12
x16
x11
x12
x170
x1949
x84
x27
x8
x20
x9
x302
x8
x11
x34
x12
x32
x2
x76
x150
x615
x45
x6
x56
x29
x64
x2199
x46
x49
x14
x8
x16
x68
x56
x35
x253
x129
x141
x38
x41
x2250
x298
x4
x10
x49
x10
x15
x2060
x1
x676
x75
x2
x2
x5
x2
x4
x4
x2
x3
x2
x1
x7
x1
x5
x6
x4
x5
x1
x4
x4
x4
x5
x8
x9
x5
x220
x5
x2
x520
x6
x1
x81
x341
x606
x63
x508
x3
x3
x143
x1
x19
x372
x533
x2
x48
x31
x11
x20
x403
x1
x15
x12
x1
x1
x2
x2
x2
x10
x1
x19
x3643
x1243
x35
x50
x27
x54
x91
x28
x4
x3
x508
x942
x29
x21
x20
x185
x203
x2
x11
x11
x20
x5
x660
x47
x18
x8
x9
x2
x2
x33
x2
x718
x57
x1
x82
x14
x91
x16
x32
x8
x310
x1550
x566
x690
x1575
x637
x7260
x39
x154
x503
x1025
x2010
x555
x37
x140
x3
x81
x9
x123
x3153
x9999
x19
x3400
x22
x21
x790
x2960
x1200
x870
x2800
x22
x69
x48
x1430
x1370
x2609
x250
x34
x2320
x24
x1440
x3300
x2103
x37
x61
x18
x106
x12
x39
x2523
x2423
x2456
x383
x2699
x2
x9999
x644
x128
x149
x13
x111
x229
x5493
x232
x510
x672
x2926
x2939
x1670
x14
x701
x1843
x13
x37
โพสต์ 2018-7-10 16:57:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-7-10 17:12


เปิดเผย หรือ ปิดบัง

ผู้ที่เข้ามาในชีวิตเจ้า
อาจไม่ใช่คนที่เจ้าต้องการ
อาจไม่ใช่คนที่เจ้าคิด
และอาจไม่ใช่คนที่เจ้าคาดหวัง…
นี่… ก็เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

        ข้างสองฝั่งทางมีทุ่งหญ้าพัดไกวตามสายลม แสงจันทร์ฉายผ่านซีกหน้าของชายนิรนามเพียงครึ่งเสี้ยว อีกส่วนคือประกายตาชวนขนลุกที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาดำ น้ำเสียงนั้นแม้ราบไรียบไร้กระแสของอารมณ์กลับปิดทุกช่องทางการดิ้นรน “พูด…!! ว่าเจ้าได้ยินอะไรไป บ้างและอย่าได้คิดบ่ายเบี่ยง เจ้าไม่มีทางหนีรอดเงื้อมือข้าพ้น”

        ผู้อ่อนวัยกว่ามีท่าทีลังเลอย่างชัดเจน เสิ่นหลิงเฮ่าแววตาวูบไหวครุ่นคิดอยู่ภายในใจว่าเรื่องราวลงเคยเช่นนี้เพราะเขาช่วยเหลือคนผิดหรือ?? ทำไมอีกฝ่ายจึงมีท่าทีคุกคามตนล่ะ?? ชายหนุ่มร่างเพรียวก้าวถอยหลังเพียงหนึ่งก้าว เงาร่างด้านหน้าก็พุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตา ไม่เห็นยังไม่เท่าไรพอได้ประจักษ์กับตายังถึงกับตกตะลึง ‘ไวอะไรแบบนี้?? เขาเป็นภูตผีรึไง!!’ ด้วยความตกใจจึงถอยหลังจนเสียหลักหงายพลังลง

        หลับตาปี๋รับแรงปะทะ กลายเป็นว่ามีมือหนึ่งคว้าเสื้อเขาไว้ได้ทัน “........เอ่อ ขอบคุณ” หลิงเฮ่าละลั่กละเลิกเอ่ยขอบคุณ เมื่อยืนได้มั่นคงแล้วก็คิดถอยออกรักษาระยะห่าง มิคาดมือคู่นั้นยังจับตนไว้ไม่ปล่อย ดวงตาหงส์เงยขึ้นมองใบหน้าราบเรียบนั้นอย่างไม่เข้าใจ
        “เลิกทำให้ข้าเสียเวลาแล้วว่ามาสักที หากตอบได้ดีเจ้าก็สามารถไปได้” ส่วนผลของคำตอบจะออกมาเป็นอย่างไรแน่นอนว่าเขาเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว รอยยิ้มเย็นลดระดับลงจนดูเป็นมิตร(?)มากขึ้น “ทำไม? หรือว่ากลัวจนไม่กล้าที่จะตอบ”
        หลิงเฮ่าผลักมือคู่นั้นออกคราวนี้เขายามคลาย นักกวีหนุ่มจัดคอเสื้อแล้วเอ่ยตามความจริง “ขอล่ะ!! ไม่ทราบอะไรจริงๆ แค่นั่งตกปลาอยู่ก่อนท่านกับคนพวกนั้นมาเอะอะก็เท่านั้น”
        “นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากได้ยิน… อย่ามัวลวดลายจะให้โอกาสเจ้าตอบอีกครั้ง” สีหน้ากลับมาราบเรียบรัดเกล้าที่สวมอยู่สะท้อนแสงจันทร์ยะเยียบเย็น 'แล้วจะไปรู้ไหมว่าพี่ท่านอยากฟังเรื่องไหน ไม่ใช่เทพยดานะ!! ฮึ่ย! ทำคุณบูชาโทษชัดๆเสิ่นหลิงเฮ่ารู้สึกเสียงนั้นแฝงความมุ่งร้ายจึงไม่กล้าบ่ายเบี่ยงอีกอีก
        “มิกล้าๆ เซิ่งโหม่วกล่าวตามสัตย์จริงทุกประการผู้สูงส่งท่านอย่าพึ่งขุ่นเคือง เพียงได้ยินมาเท่านั้นว่าประมุขพรรคมารจะมายังเจียงเยี่ยนี้ พบท่านเสียก่อนก็รีบนำออกมาส่วน เรื่องที่ว่าประมุขผู้นั้นอยู่ที่ใดหรือคนกลุ่มนั้นคิดทำการใดข้าล้วนไม่ทราบจริงๆ” หลิงเฮ่ากล่าวด้วยความรวดเร็วเมื่อจบแล้วกำลังจะเอ่ยว่าตนต้องขอตัวก่อน ออกมานานแล้วเดี่ยวผานซุ่นจะเป็นกังวล...อีกฝ่ายกลับพยักหน้า ลดท่าทีกดดันลงมากโขเสี่ยวเฮ่าลอบพรูลมหายใจในอกแม้ยังสับสนที่ว่าทำไมชายผู้นี้เชื่อตนง่ายดายนัก

        ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรแท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกว่าคนผู้นี้รับมือได้ยากนักกันนะ?

        “อืม… ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้ามิได้ล่วงรู้สิ่งใดเลยจริงๆ หึ… งั้นกับการที่ประมุขพรรคมารมายังเมืองนี้คิดจะจัดการยังไงล่ะ เจ้า…..??”
        “ผู้น้อยเซิ่งว่านกู่ เป็นเพียงนักกวีธรรมดาๆ ย่อมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากอยู่แล้วเรื่องในคืนนี้ก็ถือว่าฝันตื่นหนึ่ง” เขาไม่ทราบฐานะของจอมยุทธ์ท่านนี้ เกิดจับพลัดจับผลูเป็นยอดฝีมือพรรคมารขึ้นมาแล้วตนบอกว่าเอาเรื่องราวไปแจ้งกลุ่มพรรคธรรมะหรือราชสำนัก มีหวังเปลี่ยนจากกวีจิ้งจอกกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้ทุ่งหญ้านี้เป็นแน่!! ‘คนผู้นี้เห็นทีไม่ชัดเจนอย่าอยู่นานเลยจะดีกว่า’ หลิงเฮ่าประสานมือเชิงคิดปลีกตัว “เรื่องที่ทราบมาข้าล้วนแจ้งต่อท่านไปหมดแล้ว ท่านผู้สูงส่งให้ข้าไปได้รึยัง?”

        เจ้าของใบหน้าคมสันหรุบสายตาลงมองใบหน้าอ่อนใสอีกครั้ง หลังทดสอบดูเมื่อครู่จากแผ่นอกที่ราบเรียบ น้ำเสียงแม้ยังไม่แตกหนุ่มเต็มที่เจือทุ้มปนหวานก็แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นบุรุษอย่างแน่นอน เพียงแต่สิ่งที่ตนสงสัยยังไม่กระจ่างนัก ‘คล้ายอยู่บ้าง… รึจะเป็นญาติของนาง’ อาสัยเพียงแสงจันทร์คืนนี้ทำให้สังเกตได้ไม่ถนัดตานักปกติเขาทำอะไรก็ไม่ต้องถามความเห็นคนอื่นอยู่แล้ว บทจะดูหน้าคนให้ชัดก็ยื่นมือคว้าคางอีกฝ่ายแล้วดึงเข้าหาตัวทันที

        “อ๊ะ!! นี่ท่านจะทำอะไร??” จู่ๆ ก็โดนกระชากเข้าไปใกล้จัด บุรุษรูปหยกขมวดคิ้วทันทีเมื่อขืนกายออก กลับถูกแรงบีบทีคางราวกับคีมเหล็กล็อคเอาไว้ ทำได้เพียงจ้องกลับด้วยสายตาที่ปกติใช้ด่าคน ทว่าเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายไม่เคยเปลี่ยนแปรเลยมาตั้งแต่ต้นก็นึกประหลาดใจขึ้นมา… ‘หน้าน้ำแข็ง... เป็นปีศาจหน้าน้ำแข็งชัดๆ’ มีอย่างที่ไหนวางหน้าตายแล้วมาลวนลามผู้อื่น เลว!! “ปล่อยข้า… อย่ามาแตะนะ!!”
       “อยู่เฉยๆ อื้ม.. เจ้าบอกเป็นนักกวีงั้นสินะ ‘เรื่องคืนนี้ถือว่าฝันไป' นับว่าฉลาดตอบนี่! แล้วเจ้าคิดว่าจะเป็นอย่างไหน ฝันร้าย หรือ ฝันดี กันล่ะ?” น้ำเสียงราบเรียบหนนี้แฝงนัยเย้ยหยัน ดวงตาสีหมอกหรี่ลงอย่างแฝงการเตือนไม่ให้นักกวีหนุ่มขัดขืน เห็นคนในกำมือนิ่งเงียบเพียงสายยังตาดื้อรั้นก็ชวนให้อยากกำราบขึ้นมา “ไม่ตอบรึ?? ก็ดี… ข้าก็มีวิธีจะทำให้เจ้าปริปากคายทุกอย่างออกมาได้อยู่แล้ว”

        ใบหน้าเฉยชาเข้าประชิดใกล้เสียจนลมหายใจหลิงเฮ่าสะดุดเฮือก
        ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรต่อต้านอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าตนมาก แต่ว่า…

        ‘ข้าก็สู้คนนะโว้ยย!!!’ เสี่ยวเฮ่ารวบรวมสติกู่ร้องอยู่ในใจ ดึงพละกำลังกำหนดลมหายใจไปที่เท้าซ้ายก่อนจะยกขึ้นแล้วกระทืบไปยังเท้าอีกฝ่ายโดยแรง ได้ผล!! มือที่จับคางเข้าไว้คลายออกสบโอกาสปุ๊บจิ้งจอกขาวก็ใช้วิชาตัวเบากระโจนเผ่นหนีทันที ฝีเท้าเร็วจี๋ดุจเหินบินชนิดปัดพวยฝุ่นตลบจนคละคลุ้ง ‘อย่าหันหลังไปๆๆ’

        บทเรียนคราวนี้สอนให้รู้ว่าอย่าช่วยคนก่อนถามไถ่เป็นอันขาด!!

ผลั่ก!!!

        ขณะกำลังวิ่งหนีตายก็มีแรงหมัดปะทะเข้าท้องน้อยอย่างแรง ร่างในชุดขาวชะงักซวนเซก่อนที่สติจะหลุดลอยวูบดับ ใบหน้าเฉยชานั้นก็ตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง “ข้ายังไม่ได้พูดว่าเจ้าไปได้….” เสียงนี้มาพร้อมความเยียบเย็นอย่างถึงที่สุดจิ้งจอกขาวอยากร้องไห้ทว่าไร้น้ำตา 'สวรรค์โปรด... ข้ามาเจอภูตผีตนใหนเข้าฟะเนี่ย!!'




ผีหน้าน้ำแข็งงง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -68 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -68 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
ผีผานาคา
กำไลเทพีไอซิส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋