ดู: 744|ตอบกลับ: 7

{ เมืองอู๋จวิ้น } กระท่อมชาวประมงตระกูลซู

[คัดลอกลิงก์]


กระท่อมชาวประมงตระกูลซู






กระท่อมชาวประมงริมทะเลเมืองอู๋จวิ้น
แม้จะเป็นกระท่อมเก่าๆ ไม่หรูหรา
อดีตเคยมีเครื่องมือทำประมงมากมายรวมถึงเรือประมงลำใหญ่
แต่ปัจจุบันเรื่องมือต่างๆ ถูกขายออกไปจนเกือบหมดเพื่อใช้หนี้
ทำให้ฐานะของผู้อยู่อาศัยในบ้านไม่สู้ดีนัก




อดีตไต้ก๋งเรือ ซู จิวเจ๋อ (苏阄泽) (อายุ 52 ปี)
อุปนิสัย :: ตรงไปตรงมา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น รักครอบครัว รักสันโดษ
อดีตไต้ก๋งเรือผู้รักสันโดษ และไม่ชอบสุงสิงกับผู้ใดมากนักจึงไม่เคยจ้างลูกมือ
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ช่วยเหลือ 'คาบูโตะ' มาจากกลางทะเล
จึงรับเลี้ยงชายหนุ่มคนนั้นเสมือนลูกชาย และสอนวิชาการเดินเรือจับปลาให้เพื่อช่วยเลี้ยงดูบุตรสาวที่ยังเล็ก
หลังจากภรรยาตายก็ติดสุราอย่างหนักจนเป็นหนี้สินก้อนโต และถูกเถ้าแก่ที่ให้ยืมเงินยึดเรือไป



ซู ซูมี่ (苏淑蜜) (อายุ 10 ปี)
อุปนิสัย :: เด็กน้อย ขี้อ้อน น่ารัก ไร้เดียงสา งอแงเป็นบางครั้ง ชอบคาบูโตะ
บุตรสาวคนที่สามของไต้ก๋งเรือซู หลังจากที่พี่สาวฝาแฝดของนางอีกสองคนหายตัวไป
ซูมี่จึงต้องรับหน้าที่ทำงานดูแลบ้าน จากเด็กน้อยที่ไม่ประสีประสาต้องมาผ่านเรื่องราวทุกข์เข็น
หล่อหลอมและขัดเกลาให้ซูมี่เป็นเด็กสาวที่เข้มแข็ง และเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก






85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-15 00:00:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-31 16:39

PART I


     มือหยาบกร้านของชายหนุ่มผมตัดสั้นจูงมือเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยเดินหอบหิ้วตะกร้าผักฮัมเพลงชาวเรืออย่างอารมณ์ดีขณะกลับบ้าน หากมองเผินๆ คงคิดว่าทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดแต่ความจริงนั้นไม่ใช่ เพราะ 'คาบูโตะ' เป็นเด็กหนุ่มที่ถูกไต้ก๋งเรือซูบิดาของเด็กหญิงที่เขาจูงช่วยเหลือมาจากกลางทะเลและรับมาเลี้ยงดูดั่งลูกชาย นั่นเป็นเรื่องที่ชาวบ้านบริเวณท่าเรือรู้กันดี แม้ว่าในระยะแรกเด็กหนุ่มจะไม่สามารถพูดภาษาฮั่นได้ก็ตาม ต้องเรียนรู้ใหม่ราวกับเด็กทารก และสอนวิชาการประมงเพื่อช่วยเหลืองานในครอบครัว

     คาบูโตะสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะมีชื่อเสียงมากในการดำน้ำลึก เขาจึงมักจะได้รับการไหว้วานให้ว่ายน้ำงมหาของที่หล่นสูญหายในทะเล หรือว่ากู้ชีพผู้ประสบภัยทางน้ำหากเขาเห็น ชาวบ้านต่างเอ็นดูครอบครัวตระกูลซูทั้งด้วยความสงสารและเห็นใจที่ฮูหยินของไต้ก๋งเรือเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังสาว ทิ้งลูกสาวที่เป็นแฝดสามให้คนเป็นพ่อดูแล การที่มีคาบูโตะมาอาศัยอยู่ด้วยจึงถือเป็นเรื่องที่ดี ทั้งช่วยงานบ้านและดูแลน้องๆ
     "น่ารักจังเลยจ้ะ ซูมี่วันนี้ป้าทำขนมเข่งมาเอาไปกินสิ" หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีเอ่ยทักระหว่างทางพร้อมมอบขนมเข่งให้จำนวนที่พอทานกันทั้งครอบครัว ดูเล้วเหมือนตั้งใจทำให้ตระกูลซูมากกว่าจะทำกินเองเสียอีก
     "ขอบคุณค่า" เด็กหญิงรับขนมเข่งมาอยากนอบน้อมพลางอมยิ้มบางที่มุมปากแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปมากกว่านั้น เพราะความจริงแล้วเธอคือซูฮวาไม่ใช่ซูมี่น้องสาวคนเล็ก แต่เด็กหญิงไม่ได้คิดอะไรมากเพราะใครๆ ก็มักเข้าใจผิดเรียกเธอกับพี่น้องสลับกันตลอด
     "โอ้ส! ขอบคุณนะป้า" คาบูโตะยิ้มกว้างออกมา ลาภปากวันนี้มีของกินเยอะแยะ มือหนาวางบนศีรษะของซูฮวาพลางขยี้เรือนผมสีดำอย่างหมั่นเขี้ยว "แต่ว่ายัยนี่น่ะไม่ใช่ซูมี่ ฮะฮะฮะ"
     "ว๊าย ตายจริง ข้าก็คิดว่าซูมี่ ป้าขอโทษนะจ๊ะ แล้วนี่ใครเอ่ย?" ชาวบ้านหญิงขอโทษขอโพยเด็กหญิงเป็นการใหญ่ ส่วนซูฮวาได้แต่ส่ายหน้าพรึบพั่บกับคำขอโทษนั้น
     "ซูฮวาค่ะ" ซูฮวาเอ่ยนามตนเองออกไปอย่างนอบน้อม เมื่อคุยกับผู้ใหญ่ ผิดจากคาบูโตะพี่ชายบุญธรรมเสียอีกที่ไม่มีความเกรงใจเอาเสียเลย

     "อ้อ ซูฮวานั่นเอง งั้นเดี๋ยวข้าให้พุทราเชื่อมเป็นการขอโทษนะจ๊ะ" พูดจบสาวชาวบ้านก็เข้าไปเอาพุทราเชื่อมมาให้เธอหนึ่งไม้
     "ขอบคุณค่ะท่านป้า" เด็กหญิงวัยหกขวบยกมือขึ้นคารวะก่อนที่จะรับพุทราเชื่อมเสียบไม้มา 'มีห้าลูกพอดีทานกันคนละลูกได้พอดีเลย' เป็นความคิดของเด็กน้อยไร้เดียงสา

     ระหว่างการสนทนาก็ได้ยินเสียงเอะอะกันที่ท่าเรือ ชวนให้สายตาทั้งสามคู่หันไปมองเรือสำเภาลำใหญ่หรูหรามาเทียบท่ามันเป็นเรือสินค้าที่ขนของจากลั่วหยางมาขายยังอู๋จวิน และจะลำเลียงสินค้าจากอู๋จวิ้นกลับไปลั่วหยางในวันรุ่งขึ้น คาบูโตะไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เดือนนึงจะมีเรือสินค้ามาเทียบท่าสักลำสองลำ เดือนนี้สำเภาลำนี้เป็นลำสุดท้ายที่จะไปยังลั่วหยาง อยากจะไปเปิดหูเปิดตาต่างบ้านต่างเมืองอยู่หรอกแต่ทำอย่างไรได้เป็นเพียงชาวประมงหากไม่ออกทะเลหาปลาก็คงอดตาย การท่องเที่ยวโดยใช่เหตุถือเป็นเรื่องที่ไร้สาระ

     มองเห็นลูกเรือคนรู้จักที่ไปเมืองหลวงเพียงไม่กี่เดือนก็มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่และนำเงินก้อนใหญ่กลับมาให้ครอบครัว รู้สึกอิจฉาอยู่หน่อยๆ แต่ความหรูหราเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับเขา เพียงแค่ใช้ชีวิตสงบสุขแบบนี้ก็ดีแล้ว
    "งั้นพวกข้าขอตัวก่อนแล้วกันนะป้า เดี๋ยวน้องๆ กับตาแก่จะรอนาน" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาเพื่อตัดจบการสนทนา ไม่ใช่ตาแก่กับน้องๆ เพียงอย่างเดียวหรอก เพราะตอนนี้เขาก็หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วขาดเพียงแค่เสียงท้องร้องโครกครากก็เท่านั้น
    "ข้าขอตัวนะคะท่านป้า" ซูฮวาโค้งลาฮูหยินเพื่อนบ้านแล้วกลับมาจูงมือพี่ชายบุญธรรมกลับบ้านไปเตรียมอาหาร

     เมื่อทั้งสองมาถึงหน้ากระท่อม คาบูโตะก็รู้สังหรณ์ใจบางอย่างว่ามันผิดปกติไปจากทุกวัน เรียวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันพลางมองกระชอนจับปลาที่หล่นอยู่บนพื้น 'ไม่มีอะไรมั้ง อาจจะแค่ลมแรง' เขาเข้าไปเก็บกระชอนขึ้นมาแล้ววางมันเก็บให้ถูกที่ถูกทาง พลันสายตาก็มองไปยังทะเล ดวงตาคมหรี่มอง 'เรือไปไหน?' ยังไม่ทันได้คิดอะไรหูก็ดันได้ยินเ
สียงร้องไห้ระงมของเด็กเล็กๆ และเสียงโอดโอยของชายชราดังมาจากกระท่อมตระกูลซู
     "ฮื่อๆๆ..."

     ดวงตาสีครามเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ มันคือเสียงน้องสาวทั้งสองของเขาและไต้ก๋งซูไม่มีผิด ชายหนุ่มหุนหันรีบเข้าไปในกระท่อมทันที ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกตกใจ และซูฮวาที่ตามเข้ามาก็ตกใจไม่แพ้กัน ภายในกระท่อมถูกรื้อกระจุยกระจาย ข้าวของมีค่าถูกขโมยไป ทั้งแก้วแหวนเงินทองที่ใช้เงินซื้อสะสมไว้ ไม่เว้นแม้แต่ป้ายเคารพวิญญาณของฮูหยินซูก็ถูกเอาไป ไต้ก๋งซูถูกทำร้ายที่ศีรษะจนเลือดอาบ ส่วนเด็กน้อยทั้งสองก็มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มเดือดดาลเป็นอย่างมาก
    "ใครมันทำแบบนี้!?!!" คาบูโตะตวาดลั่นออกมาเสียงดังด้วยโทสะ ซูมี่น้องเล็กผู้เสียขวัญยิ่งร้องไห้กระจองอแงอย่างเสียขวัญด้วยความตกใจ
     "เกิดอะไรขึ้นค่ะท่านพ่อ พี่ปี้ น้องมี่?" ซูฮวารีบเข้าไปกอดปลอบซูมี่น้องสาวคนเล็กแม้ว่าเธอจะตกใจแต่ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
     แม้ว่าตระกูลซูจะไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริงของคาบูโตะแต่สองปีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยเขาสามารถเรียกทุกคนได้ว่าครอบครัว แม้จะไม่รู้จักฮูหยินซู แต่เขาก็รู้ว่าไต้ก๋งรักนางมาก 'ใครวะ! ใครมันทำแบบนี้?! โจรเรอะ!!'
    "เถ้าแก่... มันมาทวงหนี้ท่านพ่อ" ซูปี้ที่เป็นบุตรสาวคนโตพยายามกลั้นน้ำตาและกัดฟันพูดออกมาขณะที่พยายามกดแผลให้กับบิดา มือเล็กสั่นระริกอย่างรู้สึกเจ็บใจที่เด็กหกขวบอย่างตัวเธอไม่สามารถทำอะไรได้ ถึงจะช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นแต่ใบหน้าของเด็กหญิงก็บอบช้ำเหมือนถูกตบหน้ามา
     "ไอ้เวรนั่น!!" เมื่อได้ยินดังนั้นคาบูโตะเตรียมจะพุ่งออกจากบ้าน หยิบเอาใบพายออกไปด้วยเพื่อใช้เป็นอาวุธ ความเดือดดาลของชายหนุ่มในตอนนี้สามารถใช้ไม้พายฆ่าคนได้เลยทีเดียว หากแต่ความจริงแล้วหากไปยังบ้านของเถ้าแก่คงถูกลูกน้องรุมสะกำตายเสียก่อน..
    "ช้าก่อนคาบูโตะ" ไต้ก๋งซูเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง พยางยันตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆ "ข้าติดหนี้เถ้าแก่ พอไม่มีจ่ายเขาเลยมาทวง"
     "หนี้!?! หนี้เนี่ยนะทำไมท่านไม่บอกข้า?" คาบูโตะเอ่ยถามด้วยความงุงงง ที่ผ่านมาเขาเคยคิดว่าตัวเองไม่ได้สบายนักแต่ก็ไม่ได้ลำบากถึงขนาดต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร
     "ที่ข้าไม่บอกก็แค่ไม่อยากให้พวกเจ้าไม่สบายใจ" ไต้ก๋งซูเอ่ยออกมาด้วยเสียงสำนึกผิด มันผิดพลาดด้วยตัวเขาเองก็อยากที่จะแก้ไขด้วยตนเอง แต่สุดท้ายก็ทำให้ลำบากไปหมดทุกคน เพียงเพราะว่าเขายืมเงินเถ้าแก่มาซื้อเหล้าเป็นเวลานาน นับว่าอีกฝ่ายก็ใจดีมากแล้วที่เพิ่งจะมาทวงเงินคืนเอาปีที่สิบ สุดท้ายไต้ก๋งซูก็ต้องสารภาพเรื่องราวออกมาทั้งหมด "เขาเลยเอาของมีค่าทั้งหมดไป รวมทั้งเรือด้วย"

    "ปัดโถ่เว้ย!" ชายหนุ่มทำอะไรไม่ได้เขาจึงได้แต่ระบายอารมณ์กับข้าวของ ตะกร้าใส่ผลไม้ที่ล้มลงมานพื้นถูกเตะกระเด็นติดข้างฝารองรับแรงอารมณ์ของชายหนุ่ม จะไปแก้แค้นก็ไม่ได้หากว่าเราเป็นคนที่ผิดเองที่ไม่คืนเงิน
    "จะ.. ใจเย็นกันก่อนนะคะ" ซูฮวาเอ่ยเสียงแผ่วเป็นการห้ามพี่ชายบุญธรรม บางทีการที่ทุกคนหิวเลยทำให้ทุกอย่างแย่ อารมณ์ก็ยิ่งร้อนขึ้นไป "ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้ ค่อยๆ คิดหาทางกันหลังกินข้าวนะคะ ข้าจะรีบไปทำมาให้" ก่อนที่เด็กหญิงจะออกไปที่หลังบ้านโดยมีซูมี่ตามไปช่วยติดๆ
     "ฮึ่ม!" สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องหยิบตะกร้าที่เขาเพิ่งเตะขึ้นมาวางมันไว้บนโต๊ะและจัดเก็บบ้านเพียงลำพังโดยให้ซูปี้ดูแลไต้ก๋งเรือที่บาดเจ็บไปก่อน





     ตกดึกแล้วคาบูโตะยังคงนอนไม่หลับ เขากระสับกระส่ายอยู่พักใหญ่แม้ว่าวันนี้จะเหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งไปขายปลาที่ตลาด ทั้งซื้อของกลับมาทำกับข้าว แล้วยังต้องมาเก็บบ้านโดยไม่จำเป็นอีก หากไม่มีเรือแล้วจะทำมาหากินอย่างไร เพียงแค่เพาะพันธุ์ปลาในกระชังก็อาจจะไม่พอ ไต้ก๋งเรือก็อาจต้องไปทำงานอย่างอื่นเป็นจับกังแบกหามที่ท่าเรือ อายุปูนนั้นแล้วเขาก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
     ระหว่างนอนพลิกไปพลิกมาเขาก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นที่เห็นเรือสำเภาและลูกเรือที่ร่ำรวยในเวลาไม่นานก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมาแล้วรีบจัดข้าวของใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังทันที สิ่งที่ถูกใส่ลงในนั้นเป็นเสื้อผ้าที่จำเป็นและเสบียงอาหารเล็กน้อย หากว่าการไปฉางอันจะทำให้ร่ำรวยได้เขาก็จะทำ ซูปี้คงจะพอช่วยงานไต้ก๋งได้ ซูฮวาก็ทำงานบ้านได้ดีอยู่แล้วแม้จะอายุแค่หกขวบ ส่วนซูมี่แม้จะไร้เดียงสามากที่สุดแต่ก็น่าจะช่วยเหลือทุกคนได้
     ชายหนุ่มต้องรับไปขึ้นเรือก่อนที่จะถึงรุ่งสางจึงไม่ได้บอกลาครอบครัวที่มีพระคุณต่อเขา หวังว่าทุกคนจะไม่เข้าใจผิดว่าเขาหนีเอาตัวรอดไปแค่คนเดียว ครั้นจะเขียนจดหมายอำลาก็เขียนหนังสือไม่เป็นจนรู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมา ระหว่างที่เก็บของอยู่นั้นเขาก็เห็นว่ามีกล่องไม้กล่องหนึ่งที่ไต้ก๋งเรือบอกว่าพบเจอมันอยู่ในอกเสื้อของเขาน่าจะเป็นของสำคัญที่เป็นร่องรอยความทรงจำในอดีตแต่เขาก็ไม่เคยได้เปิดมันเลย ชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจนำมันยัดลงไปในตะกร้าด้วย
     คาบูโตะกลับไปยังฟูกนอนขอแค่บอกลาตอนที่ทุกคนหลับก็ยังดี กระซิบบอกลาข้างหูน้องๆ และไต้ก๋งเรือ แต่ดูเหมือนว่าน้องสาวบุญธรรมของเขาจะหายไปคนนึง บางทีอาจจะไปเข้าห้องน้ำ น่าเสียดายที่ไม่ได้บอกลาเธอแต่เวลามีไม่มากแล้ว เขากลับมาหิ้วตะกร้าขึ้นหลัง น้ำหนักมันไม่ใช่น้อยๆ บางทีเขาอาจจะเอาของไปมากกว่าที่คิด แต่ครั้นจะมาจัดใหม่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง จึงตัดสินใจหอบหิ้วตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ออกจากกระท่อมไป
    "รอก่อนนะทุกคน แล้วข้าจะเอาเงินกลับมา"







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +500 ความหิว +100 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 500 + 100 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
699
เงินตำลึง
856
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
165
ความชั่ว
0
ความโหด
118
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-9-30 10:29:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-1 15:27

- เควสลับ : นักเดินทางทั่วไป -
ชายแก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือ 2
     หลังจากที่ชายแก่คนนั้นพายูตะกับ ไป๋หลานมาที่กระท่อมของเขา และจัดแจงเรื่องที่พักเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็นั้งกินขาวเย็นกัน
     "จะว่าไปยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนะครับ ผม อิซุมิ ยูตะ ครับ ส่วนนี่เพื่อนร่วมทางของผม ไป๋ หลานครับ" ยูตะกล่าวแนะนำตัวตัวเองพร้อมกับแนะนำไป๋หลานไปด้วย
     "สวัสดีค่ะ" ไป๋หลานกล่าวขึ้นเล็กน้อย
     "ข้าเองก็ลืมไปเลย ข้ามีนามว่าซู จิวเจ๋อ "ชายแกคนนั้นเริ่มแนะนำตัวเองบ้าง ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ
     "ลูกสาวที่หายตัวไปของข้าชื่อ ซู ซูฮวา นางเป็นเด็กตัวเล็กๆอายุแค่ 6 ปีเท่านั้น ข้าเป็นห่วงนางเหลือเกิน" ซู จิวเจ๋อ กล่าวขึ้น
     "แล้วซู ซูฮวา นี่หน้าตาประมานไหนหรอครับ" ยูตะกล่าวถามซู จิวเจ๋อขึ้น
     "นางตัวเล็กประมาณนี แล้วก็ใบหน้าเรียวรูปไข่ แต่มีแก้มเหมือนเด็กทั่วไป ปากนิด จมูกหน่อย ส่วนผมสีดำยาวปะบ่า แล้วก็ไว้ทรงผมมัดแกละต่ำ" ซู จิวเจ๋อเริ่มอธิบายพร้อมกับทำมือประกอบเพื่อให้เห็นภาพมากที่สุด
     "อืม.....ยังเด็กอยู่เลยนะเนี้ย" ยูตะพูดพร้อมกับ พยายามจดจำรูปร่างหน้าตาของเธอ
     "แล้วๆ มีที่ไหนที่เธอชอบไปบ้างมั้ยคะ" ไป๋หลานกล่าวถามต่อ
     "อืม......" ซู จิวเจ๋อ ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อ
     "ตอนเช้า เธอมักจะนำผักกาดขาวที่ปลูกหลังกระท่อมไปขายในตลาดละนะ ส่วนตอนบ่ายก็จะนำดอกไม้ธูปเทียนไปขายหน้าศาลเจ้าหินวิเศษ ส่วนตอนเย็นก็จะชอบไปเดินเล่นชายหาด เพื่อเก็บเปลือกหอย ข้าก็พอนึกออกเท่านี่ละนะ" แล้วเขาก็จบการอธิบายลง
    "ถ้าอย่างงั้นพรุ่งนี่เช้าเราก็ควรไปดูที่ตลาดกันอีกสักรอบนะ แล้วก็ค่อยๆไล่ดูแต่ละสถานที่ถามเวลาไปเรื่อย เธอว่าไงไป๋หลาน" ยูตะกล่าวขึ้นพร้อมกับหันไปถามเพื่อนร่วมทางของเขา
     "นั้นก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วละค่ะ" ไปหลานกล่าวตอบกลับมา
     "ข้าต้องขอบคุณพวกเจ้าจริงๆ ที่ช่วยตามหาลูกสาวข้าให้ แต่ว่านี่มันก็ดึกมากแล้ว ข้าว่าพวกเจ้าควรจะไปเข้านอนซะพรุง่นี่จะได้ตื่นแต่เช้าได้" ซู จิวเจ๋อกล่าวออกมา
     "นั้นสินะถ้างั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ" ว่าแล้วยูตะและไป๋หลานก็ไปนอนตามสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้



      ยูตะที่ตื่นมาตอนเข้าก็ได้ปลุกไป๋หลาน ให้ตื่นตามก่อนที่จะเดินออกไปดูยังแปลงผักกาดหลังกระท่อมเพื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง และเป็นการเริ่มต้นตามรอยที่ดี
      "เอาละต่อไปก็ตลาดสินะ" ยูตะบ่นพึมพัมกับตัวเองก่อนที่จะเดินออกจากกระท่อมไป
     "ไปกันเถอะไป๋หลาน" ยูตะกล่าวปลุกไป๋หลานที่ยืนสลึมสลืออีกรอบ @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +30 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 30 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
699
เงินตำลึง
856
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
165
ความชั่ว
0
ความโหด
118
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-1 15:05:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-1 15:21

เควสลับ : นักเดินทางทั่วไป
เบาะแสของซู ซูฮวา จบ(?)

     หลังจากที่ยูตะ และไป๋หลานเดินกลับมาจากตลาดอย่างรีบร้อนกลับมาที่กระท่อมของตระกูลซุอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะวางข้าวของที่ตัวเองซื้อมาตลาดลง และไปหาซู จิวเจ๋อ ในทันที่
    "คุณตาๆ " ยูตะรีบร้อนเรียกขึ้น
     "มีอะไรรึเจ้าหนู ถึงได้รีบร้อนมาขนาดนี่" ซู จิวเจ๋อถามกลับด้วยความสงสัย
     "เราได้เบาะแสเกียวกับ ซู ซูฮวาแล้ว!" ยูตะกล่าวออกมา
     "จริงรึ ไหนค่อยๆเล่ามาให้ละเอียดสิ" ซู จิวเจ๋อกล่าวขึ้นพร้อมกับนั่งลง
     "คือเรื่องมันเป็นแบบนี่ครับ ระหว่างผมกับเดินจ่ายตลาดอยู่กับไป๋หลาน ก็เห็นคนทะเลาะอยู่ แล้วตอนนั้นเองเด็กที่ถูกชาวบ้านเรียกกันว่า เจียงไท่กงน้อย ก็ปรากฏตัวขึ้นและไกล่เกลี่ยเรื่องราวให้จบลงได้" ยูตะเริ่มเล่าเรื่อง
     "แล้วมันเกียวกับ ซูซูฮวายังไงรึ" ซู จิวเจ๋อถามหลังจากที่ได้ฟัง
     "คือในตอนนั้นเองระหว่างเจียงไท่กงน้อยกำลังซื้อของอยู่ เขาก็หันไปพูดกับผู้ติดตามว่า 'พี่ชาย คิดว่าอันนี้ฮว่าเอ๋อห์จะชอบไหม' นะสิ"
     "เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ยินผิด" ซู จิวเจ๋อถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
     "ข้าเองก็ได้ยินเหมือนกัน ไม่ผิดแน่นอนค่ะ" ไป๋หลานกล่าวเสริม
     "อืม.....เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า เจียงไท่กงน้อย ลักพาตัวซูฮวาไปอย่างงั้นหรอ" ซู จิวเจ๋อ พูดต่อขึ้นมาพร้อมกับลุบเครา
     "ก็ไม่อยากจะพูดอย่างั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่ครับ" ยูตะกล่าวตอบกลับไปอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
     "ข้าไม่คิดว่าคนอย่างเจียงไท่กงน้อยจะทำเรื่องแบบนี่หลอกนะ เรายังมีหลักฐานน้อยไป แล้วก็ยังไม่แน่ฮว่าที่พูดออกมานั้น อาจจะไม่ใช้ ซู ซูฮวาก็ได้" ซู จิวเจ๋อกล่าวออกมา
    "อ้า.....นั้นสินะ" ยูตะจนมุมด้วยหลักฐานที่มี
     "แล้วถ้าต่อให้ซูฮวา ของข้าถูกลักพาตัวไปจริงๆ ก็อาจจะไม่อยู่ในเมืองนี่แล้วก็เป็นได้ " ซู จิวเจ๋อกล่าวต่อ
     "นั้นสินะคะ" ไป๋หลานกล่าวออกมาพร้อมกับก้มหน้าเล็กน้อย
     "แต่ยังข้าก็ขอขอบใจพวกเจ้ามากนะ ที่ช่วยกันตามหาซู ซูฮวา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกียวข้องอะไรเลย ยังไงก็ถ้าพวกเจ้ามีโอกาศไปที่เมืองอื่นๆก็ขอให้พวกเจ้าฝากช่วยดูเบาะเแสของนางด้วยละ" ซู จิวเจ๋อกล่าวขอบคุณ
    "ผมคงรับคำของคุณนี่เอาไว้ไม่ได้หรอกครับ พวกผมไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย" ยูตะกล่าวปัดออกไป
     "ไม่หรอกเจ้าสมควรได้รับแล้ว เอาละเรามากินข้าวเย็นกันเถอะ เดียวข้าจะไปเรียกซู ซูมี่ด้วย ฝากพวกเจ้าจัดเตรียมด้วยละ"  ซู จิวเจ๋อกล่าวก่อนที่จะลุกไปตามซู ซูมี่
     และเมื่อซู จิวเจ๋อกับซู ซูมี่ มาแล้วพวกเขาก็เริ่มกินข้าวเย็นกัน บรรยากาศในตอนนั้นเป็นไปอย่างเงียบเชียบไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันเป็นพิเศษแต่อย่างใด แล้วเมื่อมื้ออาหารจบลงพวกเขาก็ต่างแยกย้ายกันไปเข้านอน...


แสดงความคิดเห็น

{ ได้รับสุรากู่จิ่ง 10 ไห }  โพสต์ 2017-10-1 15:21
เนื่องจากมีสุรากู่จิ่ง 10 ไหซื้อเก็บไว้จะฉลองวันที่ลูกชายกลับมา เลยมอบให้ผู้ช่วยเหลือยูตะก่อน   โพสต์ 2017-10-1 15:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +333 ความหิว -1 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 333 -1 + 5

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
699
เงินตำลึง
856
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
165
ความชั่ว
0
ความโหด
118
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-1 20:29:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-4 15:01

- เทศกาลฉงหยาง -
ประกวดทำขนมฉงหยาง 1
     หลังจากที่ยูตะตื่นนอนมาจากความฝันที่แปลกประหลาดมา ก็พบว่าไป๋หลานนั้นตื่นมาก่อนแล้ว แถมกับเตรียมการอะไรบางอย่างอยู่ในส่วนของครัวด้วย         "อ้าว ตื่นแล้วหรอค่ะ ท่านยูตะ" ไป๋หลานหันมาพร้อมกับในมือกำลังถืออะไรบางอย่างอยู่
     "เธอกำลังทำอยู่อย่างงั้นหรอ" ยูตะถามกลับไปจากที่เห็น
     "ขนมฉงหยาง ขนมฉงหยางไงค่ะ" เธอตอบกลับมาด้วยเสียงที่ร่าเริง
    "อ้อ ที่คุยกันเมือวันก่อนสินะ ว่าแต่นี่ของอนุญาตคุณตาเรื่องใช้ครัวรึยัง?" ยูตะถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง
    "เรียบร้อยแล้วค่า มาสิๆ ท่านยูตะก็มาช่วยข้าทำขนมฉงหยางดีกว่า" ไป๋หลานพูดก่อนเดนมาดึงแขนยูตะ
    "จะช่วยก็ได้นะ แต่ว่าฉันทำอาหารไม่ค่อยจะเป็นนะ" ยูตะกล่าวพร้อมกับเดินเข้าครัวไป
     "แล้ว.........เราจะเริ่มต้นกันอย่างไรดี" ยูตะหันไปถามไป๋หลานหลังจากที่ล้างมือเสร็จแล้ว
    "ก็เริ่มจากเอาแป้ง ผสมกับน้ำตาล น้ำมัน แล้วก็น้ำเปล่าค่ะ" ไป๋หลานพูดแล้วก็หยิบส่วนผสมทั้งหลานเทลงถ้วย แล้วส่งให้ยูตะ
    "อ่า ให้ฉันนวดสินะ ได้เลย" ยูตะกล่าวแล้วก็รับถ้วยแป้งมา เริ่มนวดแป้งไปเรื่อยๆ เขานวดแป้งอย่างเบามือและช้าๆ อย่างไม่รีบร้อนจนส่วนผสมเข้ากัน
     "พอแค่นั้นค่ะ" ไป๋หลานกล่าวขึ้นก่อนที่จะดึงถ้วยแป้งมาจากมือยูตะ
     "แล้ว.......เราจะทำอะไรต่อ"
    "รอค่ะ เราจะทิ้งแป้งไว้สักพักนึงเพื่อให้แป้งได้ซึมวับน้ำได้อย่างเต็มที่" ไป๋หลานอธิบายต่อ
     "อ้อ อย่างงี่นี่เอง....."
     "ระหว่างนี่เราก็เอาผ้าขาวบาง ปูรอในเข่งไว้"
     "รับทราบ" แล้วยูตะก็นำผ้าขาวบางไปปูรองไว่ในเข่งอย่างรวดเร็ว
     "แล้วต่อไปก็....."
     "รอค่ะ"
     หลังจากที่ผ่านไปสักแปปเดียว
     "แป้งยังไม้ได้อีกหรอ"
    "ยังค่ะ"
     "........................"
    "ยังอีกหรอ"
    "ยังค่ะ ท่านยูตะนี่ใจร้อนกว่าที่คิดนะคะเนี้ย" ไป๋หลานกล่าว พร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย
     ".............................."
     "โอเค ได้แล้วละค่ะ"
    "ในที่สุด" ยูตะที่กำลังเดินรอไปมาอย่างเบื่อหน่ายก็กล่าวขึ้นมาอย่างดีใจ
     "ต่อไปก็นำแป้งครึ่งนึงไปใส่ในเข่ง โดยผ่านตะแกรงร่อนแป้ง พร้อมกับเกลี่ยให้เรียบ.....ไม่ต้องรีบนะคะ" ไปหลานกล่าวต่อไป พร้อมกับพูดดักยูตะ
     "ไม่รีบหรอกน่า......" ว่าแล้วยูตะก็ค่อยๆนำแป้งที่วางพักทิ้งไว้ มาร่อนด้วยตะเกรงก่อนที่ค่อยๆเกลี่ย อย่างค่อยๆ ไปเรื่อยๆ จนเรียบในที่สุด
     "ประมานนี่ละนะ" ยูตะกล่าวแล้วก็เรียกให้ไป๋หลานมาดูในส่วนที่ตนทำ
     "อืม ประมานนี่และค่ะ ต่อไปก็เอาไปนึ่งประมาน 5 นาที่ค่ะ" ไปหลานอธิบายต่อ
     "จัดไป~ " ยูตะก็เอาแป้งไปนิ่งอย่างรวดเร็ว
     "..................."
     "ได้รึยังอะ"
     "ยังค่ะ นี่พึงจะไม่ถึง 2 นาทีเลยนะคะ...."
    "ได้รึยังอะ"
     "ยังค่ะ นี่จะถามแบบนี่ทุกๆ 1 นาทีเลยหรอค่ะ" ไป๋หลานกล่าวออกมาพร้อมกับถอนหายใจ
     ".................................."
    "ได้แล้วค่ะ ท่านยูตะเลิกเดินไปเดินมาได้แล้ว" ไป๋หลานเรียกยูตะ
    "โอ้ว ในที่สุด" ว่าแล้วยูตะก็ค่อยๆ หยิบเข่งออกมาจากเตาเพราะว่าเข่งนั้นร้อน
    "ต่อไปก็เอาถั่วแดงบดทาลงไปชั้นหนึ่งแล้วก็แป้งที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งใส่ลงไปและเกลี่ยให้เรียบ  แล้วก็ตามด้วยโรยด้านบนเมล็ดถั่วกับผลไม้เชื่อม" ไป๋หลานอธิบายต่อเป็นชุดๆ
    "รับทราบ" ยูตะก็จัดการตามขั้นที่ได้ยินมาอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากทาถั่วแดงบดลงไปแป้ง แล้วก็ค่อยๆใส่แป้งที่เหลือลงไปแล้วค่อยๆ เกลี่ยให้เรียบ แล้วก็ปิดท้ายด้วยการโรยถั่วกับผลไม้เชื่อม
    "เรียบร้อย" ยูขึ้นพร้อมกับนำขนมของเขากลับเข้าใส่เข่ง แล้วนำไปนึ่งต่อ
    "รอบนี่นานกี่นาที่ละ" ยูตะหันไปถามไป๋หลานเมือนำขนมลงนึ่งเรียบร้อยแล้ว
    "ประมาน 20 นาที่ค่ะ"
    "20! งั้นฉันไปออกกำลังกายรอละนะ" ยูตะกล่าวออกมาก่อนที่จะ เดินไปออกกำลังกายหน้ากระท่อม
    -ผ่านไปประมาน 20 นาที-
    "ท่านยูตะค่ะ ขนมได้ที่แล้วค่ะ" ไป๋หลานกล่าวเรียกยูตะที่อยู่ข้างนอก
    "ไหนๆ ขอชมหน้าตามหน่อยสิ" ยูตะกล่าวขึ้นก่อนที่ไป๋หลานจะเดินหยิบขนมออกมาจากห้องครัว



    "โอ้ หน้าตาดูดีใช้ได้เลย สมแล้วที่เป็นฝีมือของฉันคนนี่" ยูตะกล่าวยกยอตนเองเมื่อเห็นขนม
     "ทั้งๆที่ข้าบอกขั้นตอนการทั้งหมดเลยนี่นะคะ" ไป๋หลานกล่าวแทรกขึ้นพร้อมกับหลี่ตามอง
     "เหอะๆ รู้แล้วน่า แต่จะว่าไปเจ้าแทบไม่ได้ทำเลยไม่เป็นไรหรอ" ยูตะตอบกลับไปก่อนที่ จะเอะใจบางอย่างแล้วถามขึ้น
     "ไม่เป็นไร หรอกค่ะ เห็นท่านยูตะสนุกดี ข้าเองก็พอใจแล้วละค่ะ"
     "อะ....โอ้ว......" ยูตะตกใจเล็กน้อย เพราะเขาได้ยินคำตอบที่คาดไม่ถึง
     "ข้าตัดแบ่งส่วนไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านยูตะรีบขึ้นรถม้าทางไกลไปส่งที่จวนผู้ว่าฉางอันเถอะ เดียวจะไม่ทันการเอา" ไป๋หลานพูดขึ้นต่อ
    "เอ้? แล้วเจ้าไม่ไปกับข้าอย่างงั้นรึ? " ยูตะถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะว่าเห็นปกติไป๋หลานจะต้องติดเขาตลอดเวลา
    "ข้าคิดว่าท่านเดินทางตัวคนเดียวน่าจะเร็วกว่าค่ะ" ไป๋หลานตอบกลับมาอย่างเรียบๆ
    "แต่ว่า......" ยูตะพูดออกมาอย่างกัววล
     "ไม่ต้องห่วงค่ะ ข้าดูแลตัวเองได้" ไป๋หลานตอบกลับไปอย่างรับรู้ความคิดของยูตะ
     "ถ้าเธอว่าอย่างนั้นละก็" ยูตะถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปหยิบกล้องขนมแล้วเดินออกจากระท่อมไป
    "ดูแลตัวเองดีๆละ ฉันจะรีบไปรีบมา แล้วก็อย่าลืมบอกคุณตาด้วยว่าฉันหายไปไหน" ยูตะกล่าวทิ้งท้าย...


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +15 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 15 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
699
เงินตำลึง
856
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
165
ความชั่ว
0
ความโหด
118
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-22 15:24:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- การเดินทางครั้งใหม่ -
สิ่งที่(เกือบ)ลืม 1
      หลังจากที่ยูตะ และลูกพี่ของเขา(?) ออกเดินทางจากเมืองสวี่ซางตั่งแต่ก่อนรุ่งสางเขาก็เดินทางมาถึงเมืองอู๋จวิ้นในที่สุด การที่เขาเดินทางมาที่เมืองนี่นั้นก็เพื่อจัดการ "เรื่องที่ต้องทำ" ให้เสร็จสิ้น เอาเข้าจริงๆ เขานั้นเกือบที่จะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะว่าตลอดการเดินทางที่ผ่านมานั้นมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดเวลา แถมยังไม่ค่อยจะมีเวลามาให้หยุดพักหายใจเลยด้วย
    "ลูกพี่ๆ ตื่นเถอะ เราจะถึงอยู่แล้ว"  ยูตะกล่าวปลุกขึ้น

     "หะ หืม เออ....." ลูกพี่ของเขาที่ยังไม่รู้ชื่อสักที่ ก็ตอบกลับมา
     ก่อนที่ทั้งคู่ จะลงมาจากรถม้าและ ยูตะก็เดินไปจ่ายเงินค่าเดินทางกับคนขับรถม้า ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปยังกระท่อมชาวประมงตระกูลซู เพื่อตามหาบุคคลที่เขาแทบจะลืมเธอไปแล้ว ซึ่งตอนนีเขานั้นเป็นตายร้ายดียังไงเธอแทบจะไม่รู้เลย ยูตะก็ระหว่างเดินไปก็แอบคิดว่าเธอคนนั้นต้องโมโหหนักแน่ๆ ที่อยู่ๆเขาเสนอหน้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าว แล้วทั้งคู่กก็เดินมาถึงหน้ากระท่อมในที่สุด     (เอ......เอายังไงดีละเนี้ย) ยูตะยืนครุ่นคิดอยู่แปปนึงว่าจะเริ่มอธิบายเรื่องราวทั้งหมดยังไงดี แถมยังมีใครที่ไหนก็ไม่รู้ตามอีกด้วย
     "เป็นอะไร ทำไมไม่รีบเข้าไปข้างในละ ข้าชักจะเริ่มเบื่อแล้วนะ" ลูกพี่ของเขากล่าวขึ้นมา
     "(อะ....อ้าวตามตูมาเองด้วยนะ) เอ....เออ.....เดียวผมเข้าไปตามคนข้างในแปปเดียวนะลูกพี่ เดินเล่นอยู่แถวๆนี่ไปก่อนก็ได้นะ" ยูตะรีบกล่าวขึ้นก่อนที่ลูกพี่ของเขาจะมีน้ำโห เขายิ่งเป็นคนที่คาดเดาอะไรไม่ได้เสียด้วย

     "เอางั้นหรอ ได้ ดี ข้ายิ่งเบื่อๆ อยู่" ลูกพี่คนนั้นกล่าวขึ้นก่อนที่จะเริ่มออกเดินไปรอบๆ
     "เอาละต่อไปก็........" ยูตะเริ่มบ่นพึมพัมขึ้นเมื่อเขาแก้ปัญหาไปได้เฉพาะหน้าไปได้เปะนึงแล้ว ก่อนที่จะค่อยๆ เปิดประตูกระท่อมเข้าไป
     "อ้าว กลับมาแล้วเจ้าหนู" เสียงของซูจิวเจ๋อ ดังทักเขาขึ้น
    "อ้า กลับมาแล้วครับ แต่เดียวก็คงจะออกไปแล้วละครับ มาแวะไม่นาน ส่วนเรื่องซู ซูฮวา......" ยูตะก็ได้เริ่มเข้าประเด็นขึ้นมาเรื่องที่เขาต้องทำอย่างแรกขึ้นมา
     ในระหว่างตลอดการเดินทางนั้นยูตะก็ได้ถามไถ่เรียบกับเบาะแสต่างๆ ซู ซูฮวาไปตลอดการเดินทางแต่ว่าเขานั้นก็ไม่ได้พบอะไรเพิ่มเติม หรือร้องรอยแม้แต่นิดเดียวเลย เขาก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่ได้รับรู้ให้กับซู จิวเจ๋อฟังตามความเป็นจริง
     "อ้า.....อย่างงั้นหรอ....." ซู จิวเจ๋อกล่าวออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
    "ขอโทษด้วยนะครับ......" ยูตะกล่าวออกมาเพราะว่าเขานั้นไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
     "ไม่เป็นไรหรอก แค่ความช่วยเหลือของเจ้าก็พอแล้วละ" ซู จิวเจ๋อตอบกลับมา
     "แล้วไป๋หลานละครับ" แล้วยูตะก็กล่าวถามถึงสิ่งที่เขาต้องทำอย่างที่สองขึ้นมา ใช้แล้วเขาเคยสัญญไว้กับไป๋หลานว่าจะพาไปเริมต้นชีวิตใหม่ที่หมูบ้านฮุ่ยเจ๋อตง ตอนนี่เขาได้เวาลกลับมาสานต่อแล้ว.....ถึงจะหายไปนานไปหน่อยก็เถอะ......
     "อ้อ ถ้าไป๋หลานละก็ อยู่ข้างหลังครัวนะ แต่ยังไงก็...... " ซู จิวเจ๋อพูดออกมาแล้วนิ่งเงียบไปนิดนึง
     "อ้า.........ไม่เป็นไรครับ ผมพอจะเข้าใจอยู่" ยูตะตอบออกมาพร้อมกับยิ้มแหยๆ ก่อนที่จะลุกเดินไปหลังครัว


     และเมื่อเขาเดินไปถึง เขาก็เห็นหญิงสาวตัวสูงหน้าตาคุ้นเคยคนหนึ่งกำลังทำครัวอยู่ เมื่อเธอได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาเธอหันหลังกลับมามอง
     "งะ.....ไง ไป๋หลานไม่เจอกันตั่งนาน" ชายหนุ่มยกมือทักท้ายขึ้น ราวกับทำเป็นเรื่องที่ผ่านนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
     "!!!!!" ไป๋หลานไม่พูดอะไร เพียงแต่แสดงสีหน้าดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดอยู่ชั่วพริบตาเดียวก่อนที่จะ กลับไปทำหน้านิ่งตาเรียบเฉย ราวเห็นคนที่ไม่รู้จัก
     "ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ" ไป๋หลานกล่าวถามขึ้น ก่อนที่จะหันไปทำครัวต่อ
     (อ้า.......ชัดเลย.........) ชายหนุ่มคิดในใจ ต่อเขาไม่คนที่เก่งผู้หญิงมากขนาดไหน แต่ว่าถ้าออกอาการชัดขนาดนี่ก็คงจะไม่มีผู้ใดที่ไม่อาจจะไม่เข้าใจได้
     "ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดสัญญาที่บอกว่าจะรีบกลับมา" ยูตะที่รู้ตัวแล้วตัวเองนั้นทำอะไรผิด ก็รีบก้มหัวขอโทษในที่สิ่งเขาได้ทำลงไป
     "พอดีมันเรื่องที่ไม่คาดฝันนิดหน่อย ไม่สิเอาจริงก็ไม่นิดละนะ เหอะๆ......" เขาพูดต่อก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นแล้ว แล้วเกาหัวเล็กน้อย
     ตึง! เสียงสิงของกระแทกลงอย่างดุดัน ดังมาจากฝ่ามือของสาวน้อย
     "ท่านรู้มั้ยว่าข้าเป็นห่วงท่านมากขนาดไหน!!!" แล้วไป๋หลานก็หันมากล่าวกับชายหนุ่มทั้งน้ำตา
     "อ้าว ไหนตะกี้บอกไม่รู้จัก" ไม่รู้ว่าถูกที่ถูกเวลาหรือไม่ แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะพูดขึ้นมา
     "มันใช้เวลามั้ยคะ! ท่านยูตะรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองนั้นหายไปนานแค่ไหน แต่ว่าหายไปนานยังพอไม่ว่าอะไร เพราะข้ารู้ว่าท่านก็คงจะไปรับช่วยเหลือคนนู้นคนนี้อีกตามเคย แต่ว่าท่านเล่นไม่ขาดการติดต่อไปไม่ส่งจดหมายอะไรมาสักฉบับเลยนี่มันเกินไปแล้ว!!!!" เธอกล่าวออกมาด้วยเสียงเสียงดังขึ้น และเริ่มร้องใไห้ฟูมฟาย
    "แล้วอยู่ๆ วันนึงก็กลับมาเสนอหน้า พร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!!!" โดยไม่เว้นจังหวะให้ยูตะแก้ตัวเลย เธอกล่าวความในใจออกมาทั้งหมด รวดเดียว
     "อุ.........." ชายหนุ่มยืนนิ่งเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรเพียวเดินเข้าไปลูบหัวหญิงสาวที่สูงกว่าเข้าลิบลิ้ว
     "ฉันต้องขอโทษจริงๆ นะ ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นห่วงฉันขนาดนี่" เขากล่าวต่อออกมาอย่างสำนึกผิด
    "เพื่อเป็นการไถ่โทษข้าขออะไรอย่างนึงได้มั้ย....." อยู่ๆ เธอกล่าวขึ้น
     "อะไรอย่างงั้นรึ ฉันยอมทำทุกอย่างเลย"  ยูตะกล่าวขึ้นด้วยความรวดเร็ว
    "ท่านยืนอยู่ตรงนี่นิ่งๆ สักครู่นะคะ" เธอกล่าวขึ้นพร้อมกับยูตะจับให้ยืนนิ่งๆ
     "โอ้ว แล้วยังไงต่ะ------ เพี๊ยะ!!!! " แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก  ชายหนุ่มที่กำลังยืนงงๆ อยู่นั้นก็ถูกหญิงสาวตบหน้าเข้าให้เต็มฉากย่างไม่ทันตั้งตัวเสียงดังได้ยินไปถึงหน้าบ้าน จนเขานั้นหน้าหันไปตามแรง
     "เฮ้ๆ เกิดอะไรขึ้น.......นะ......." ซู จิวเจ๋อที่ได้ยินเสียงเหตุการณ์ก็รีบมาดูหลังครัวว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาก็ถึงกับยืนงงๆ สิ่งที่เขาเห็นคือชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนอนดิ้นไปมาอยู่กับพื้น และหญิงสาวคนอีกคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอย่างสบายใจ โดยที่ใบหน้ามีคราบน้ำตาอยู่เล็กน้อย.......

     "นี่พวกเธอคุยกันอีท่าไหนเนี้ย....."  ซู จิวเจ๋อถามขึ้นมาพร้อมกับหัวด้วยความงุนงง


     และเมื่อทั้ง 3 ได้พูดคุยกันอีกสักเล็กน้อยไป๋หลานก็ได้กล่าวลาซูจิวเจ๋อ เพื่อจะขอตัวออกเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง
     "เฮ้ย ไอ้ลูกน้องงงง มันจะนานไปแล้วน่าาาาา" เสียงใครบางคนดังขึ้นจากหน้ากระท่อม
     "คร้าบบบบ จะออกไปเดียวและครับ" ยูตะตะโกนตอบกลับไป
     "ใครหรอคะ" ไป๋หลานถามขึ้น
    "อ้า....เอ....เออ....ฉันมีเรื่องจะบอกอีกเรื่องนึง ระว่างทางฉันไปเจอคนแปลกๆ มาแล้วเขาก็ดันตามมาด้วย ถ้าเขาพูดอะไรแปลกๆ ก็เอออ้อไปด้วยแล้วกันนะ" ยูตะกล่าวขึ้นพร้อมกับปั่นหน้าบอกไม่ถูก
    "อะ....ค่ะ....." ไป๋หลานตอบรับแต่โดยดี
     แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากกระท่อมชาวประมงตระกูลซู

( 1 - จื่อ )

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-12-1 12:27:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-12-1 12:28

PART CCLXIV


     "ขออภัย ที่นี่ใช่บ้านของไต้ก๋งเรือซูจิวเจ๋อหรือไม่?"
     ขอทานคนหนึ่งมายังหน้ากระท่อมชาวประมงตระกูลซู ในมือของเขามีพิราบขาวตัวหนึ่งขดรับไออุ่นในอ้อมแขน และไม้เท้าปล้องยาวในมืออีกข้าง
     "พ่อจ๋า มีใครก็ไม่รู้มาหา" เด็กหญิงตัวเล็กอายุแปดขวบที่กำลังนั่งพรวนดินดูแลแปลงผักสวนครัวแปลงเล็ก รีบวิ่งแจ้นไปยังหลังบ้านทันทีเมื่อมีชายแปลกหน้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมมมาหาถึงหน้าบ้าน


    "มีใครมารึซูมี่?" หลังได้ยินเสียงเรียกของลูกสาววัยเยาว์ เจ้าของบ้านก็ขานตอบกลับพร้อมกับแสดงตัวออกมา บุตรสาววิ่งเข้าไปกอดร่างของชายชราทว่าร่างกายยังดูบึกบึนแน่น
     "คารวะท่านอาวุโส พอดีว่าข้าเก็บนกตัวนี้ได้ขอรับ ที่ขามันมีจดหมายผูกติดมาด้วย เขียนว่า 'ใครที่ได้รับจดหมายฉบับนี้แล้วไม่ใช่ซูจิวเจ๋อช่วยส่งต่อไปที่ไต้ก๋งเรือซูที่อู๋จวิ้นที' ไม่ทราบว่าท่านคือซูจิวเจ๋อหรือไม่?
     "อา ใช่ข้าเอง" ไต้ก๋งเรือซูพยักหน้า แม้ว่าตอนนี้ชายชราที่ไม่มีเรือจะเรียกตนเองว่าไต้ก๋งไม่ได้แล้วก็ตาม คิ้วเข้มสีดอกเลาเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ ใครกันที่ส่งจดหมายมาหาเขากันนะ
     "เช่นนั้นโปรดรับนกตัวนี้ไว้ด้วยเถิด หมดธุระแล้วข้าขอลาก่อน" ขอทานผู้นั้นส่งนกในอ้อมแขนให้ก่อนที่จะยกมือขึ้นคารวะก่อนถือไม้เท้ายาวเดินจากไป
     "ขอบคุณเจ้ามาก" จิวเจ๋อรับนกมาอย่างงงๆ แต่ที่น่าประหลาดใจคือท่าทีของขอทานผู้นั้นที่ดูเหมือนไม่ใช่ขอทานธรรมดา หรือไม่ก็เป็นเพียงแค่ขอทานที่มีน้ำใจธรรมดาๆ ก็ได้
     "นกของใครหรอพ่อจ๋า?" ซูมี่เงยหน้าขึ้นมองนกพิราบขาวแต่ตัวขมุกขมอมด้วยความสนใจ
    "พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน" จิวเจ๋อ โอบไหล่ลูกสาวตัวน้อยก่อนที่จะพาไปนั่งที่โต๊ะหน้าบ้าน วางนกพิราบขาวตัวนั้นลงก่อนจะค่อยๆ แกะจดหมายออกมา
     กระดาษสีขาวขมุกขมัวและยับเยิน เป็นร่องรอยว่าจดหมายถูกเปิดอ่านมาหลายครั้งต่อหลายครั้ง ไม่แน่ว่ามันอาจจะบินไปส่งจดหมายผิดที่หลายคราก่อนจะมาถึงมือผู้รับตัวจริงก็เป็นได้
     มือหยาบกร้านเหี่ยวย่นของชายชราคลี่จดหมายฉบับนั้นออกก่อนจะกวาดสายตาอ่าน

=====================================================

ถึงตาแก่จิวเจ๋อ...
ข้าคาบูโตะเอง หวังว่าท่านจะยังจำข้าได้นะ...
ขอโทษที่ตอนนั้นออกจากบ้านมาโดยไม่ร่ำลา
ข้าไม่ได้กะจะทิ้งพวกท่านยามลำบาก
แต่ว่าใจร้อนอยากหาเงินมาช่วยครอบครัวมากไปหน่อย
ตอนนั้นข้าเป็นคนหนุ่มเลือดร้อน ไม่ว่าอะไรก็ใจร้อนไปหมด
แต่ตอนนี้ข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ใจเย็นลงมากแล้ว คือมันเย็นจนท่านต้องตกใจแน่ๆ
นี่ก็ผ่านมาสองปีแล้ว ข้ากับซูปี้สบายดี ท่านไม่ต้องเป็นห่วง
ซูปี้ถูกคนใหญ่คนโตรับอุปการะเลี้ยงดูสอนหนังสือนาง
ข้าไม่บอกหรอกว่าใครรับนางไปเลี้ยง ถ้าบอกไปล่ะก็ท่านต้องตกใจมากแน่ๆ
ส่วนข้าตอนนี้ได้งานเป็นพ่อค้าคาราวานแล้ว มีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ที่ฉางอัน
เรียกว่าตั้งตัวได้แล้วก็คงได้มั้ง... แต่ว่าภารกิจข้ามีเยอะแยะเลยล่ะ
อยากกลับไปที่บ้านจัง ข้าคิดถึงน้อง ป่านนี้ซูฮวากับซูมี่จะเป็นยังไงบ้าง?
คิดถึงตอนที่ไปออกเรือหาปลากับท่าน ตอนนั้นแม้จะไม่ร่ำรวยมากแต่ก็มีความสุขกันดีอ่ะเนอะ
ยิ่งเขียนข้ายิ่งคิดถึงบ้านมากจริงๆ ท่านสนใจมาอยู่ฉางอันกับข้าไหม?
เมืองหลวงวุ่นวายนิดหน่อย แต่ก็คึกคักดี มีงานอะไรไม่รู้จัดบ่อยเป็นบ้า
อู๋จวิ้นเรียกว่าบ้านนอกไปเลยล่ะ... ฮ่าๆๆๆ ก็บ้านนอกจริงๆ อ่ะนะ
ถ้าสนใจมาอยู่ข้าจะรีบขับเกวียนไปรับเลย แม้ว่าข้าจะมีงานด่วนแถบเหลียงโจวก็เถอะ
เพราะงี้ไงข้าเลยยังกลับไปไม่ได้ จะส่งเงินกลับไปก็ยังทำไม่ได้
เอาเป็นว่า ช่วยอดทนอีกนิดนะ แล้วข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากอีก
กลับมาอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนเดิม...
นี่ข้ามีอะไรที่ยังไม่ได้เขียนอีกนะ... อ้อ ตอนนี้ข้าเปลี่ยนชื่อแล้วด้วย
'ซูเทียนเหมิน'
เป็นไง ชื่อข้าเท่ระเบิดไปเลยใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆๆๆ
แซ่ซูของท่าน มาจากตัวอักษรที่แปลว่าคืนชีพ
ส่วนเทียนเหมินคือประตูสวรรค์ ซินแสคนหนึ่งแนะนำให้ข้าเปลี่ยนชื่อเองล่ะ
เอาล่ะ... กระดาษหมดแล้ว ยังไงก็หวังว่าจะได้รับจดหมายตอบกลับมานะ
ฝากเจ้านกนี่มานั่นแหล่ะ มันชื่อว่าลู่ชิง ไม่รู้ว่ามันจะไปส่งถูกบ้านหรือเปล่า แต่ข้าก็หวังได้เพียงแค่มันล่ะนะ...
สุดท้าย... ใครที่ได้รับจดหมายฉบับนี้แล้วไม่ใช่ซูจิวเจ๋อช่วยส่งต่อไปที่ไต้ก๋งเรือซูที่อู๋จวิ้นที
จาก ...ซูเทียนเหมิน...

=====================================================

     "พ่อจ๋า นี่จดหมายของพี่จ๋านี่นา!" ดวงตากลมโตสีเทาอ่อนๆ ของเด็กหญิงซูมี่ส่อประกายดีใจและคิดถึง ไม่แตกต่างจากบิดามากนักทว่าผู้เป็นพ่อสามารถเก็บอาการได้ดีกว่า
     "หายไปนานตั้งสองปี นึกว่าจะไม่มีอะไรส่งตอบกลับมาแล้วเชียว เป็นพ่อค้าแล้วสินะ เปลี่ยนชื่อแล้ว ใช้แซ่ซูด้วย... ซูปี้ก็มีคนรับเลี้ยงดูแลอย่างดี ข้าโล่งใจไปเปราะหนึ่งแล้ว" ชายแก่ยิ้มก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
     แม้จะโล่งใจเรื่องบุตรสาวตนโตแต่ทว่าใจนึงยังคงห่วงบุตรสาวคนรองที่หายสาบสูญไปถึงสองปี ไม่รู้ป่านนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร มีคนช่วยสืบเบาะแสว่าเจียงไท่กงน้อยลักพาตัวนางไป แต่นั่นก็ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยัน
     และเศรษฐีใหญ่ตระกูลเมี่ยวก็เป็นผู้เมตตากรุณาคงไม่กระทำการเยี่ยงโจรผู้ร้าย หรือหากนางตายไปแล้วจริงอย่างน้อยก็ขอให้พบศพจะได้นำมาประกอบพิธีให้วิญญาณสงบสุขแต่ เหนือสิ่งอื่นใดคือเพื่อเยียวยาจิตใจคนที่ยังอยู่
     "เขียนจดหมายตอบกลับกันเถอะพ่อจ๋า!" ซูมี่เอ่ยออกมาอย่างร่าเริง ถ้าได้เขียนจดหมายสื่อสารตอบโต้กันไปกันมาคงไม่เหงาแล้ว
     หลังจากวันที่คาบูโตะและซูปี้หายออกจากบ้านไปมีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนด้วยตัวหนังสือลวกๆ เอาไว้ว่า 'ออกไปหางานทำไม่ต้องเป็นห่วง' แต่ถึงกระนั้นผู้รับสารก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
     วันนั้นซูมี่ร้องไห้กระจองอแงที่พี่ชายและพี่สาวจากบ้านไป มีเพียงซูฮวาที่ช่วยปลอบน้อง และหลังจากนั้นบุตรสาวคนรองก็ต้องรับหน้าที่หนักขึ้นกว่าเดิม ทั้งเลี้ยงน้องทั้งดูแลงานบ้าน จนกระทั่งวันที่เธอหายตัวไปอีกคน ความลำบากมาตกอยู่ที่สองพ่อลูกจิวเจ๋อและซูมี่
     เรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ที่เธอต้องเผชิญทำให้เด็กหญิงขี้แยติดพี่ตลอดเวลา ต้องมาช่วยงานบ้านแบ่งเบาภาระของบิดา ความลำบากทำให้เธอแกร่งขึ้นและไม่เป็นเด็กขี้แยแล้ว แต่ความขี้เล่นแสนซนคงแก้ไม่หายง่ายๆ ซูมี่ยังคงเป็นเด็กหญิงที่น่ารักหอมหวาน
     หากบุตรสาวคนโต 'ซูปี้' คือ หยกที่งดงาม ทั้งสวยงามและมีคุณค่า เป็นสมบัติที่ใครต่างหมายปอง ส่วน 'ซูฮวา' คือ ดอกไม้งามแห่งเจียงหนาน กลิ่นหอมของบุปผาเชิญชวนให้เหล่าภมรมาเชยชม ดังนั้น 'ซูมี่' ก็คือ น้ำผึ้งที่งดงามทั้งหวานทั้งหอม รับสรรพคุณจากดอกไม้เยียวยารักษาได้ทั้งบาดแผลทั้งกายและใจ
    "อืม ซูมี่ เจ้าช่วยเขียนจดหมายตอบกลับแทนพ่อที" จิวเจ๋อเอ่ยบอกลูก และระหว่างที่นำเครื่องเขียนเก่าๆ ของซูปี้ออกมาก็พอมีเวลาให้ชายชรานึกคำพูดตอบกลับในจดหมาย
    "พร้อมแล้วจ้ะพ่อจ๋า" ซูมี่ที่เตรียมตัวพร้อมแล้วจุ่มพู่กันลงไปในแท่นหมึกฝนผสมน้ำ วิชาการเขียนนางไม่ได้ไปเรียนรู้มาจากอาจารย์ที่ไหนแต่เป็นพี่สาววัยเดียวกันเป็นคนที่สอนเธอเขียนอ่าน
     "เอาล่ะ ถ้างั้นก็...." ซูจิวเจ๋อเริ่มบอกข้อความให้ลูกสาวคนเล็กเขียนลงไปในจดหมายทันที แม้ว่าเขาจะอยากเล่าเรื่องราวตลอดสองปีที่ผ่านมาออกไป แต่สุดท้ายก็เลือกเขียนเพียงแค่ข้อความสั้นๆ ลงกระดาษตอบกลับไปแทนเพื่อไม่ให้ผู้รับต้องลำบากใจ...


=====================================================

ถึง พ่อค้าซูเทียนเหมิน แห่ง ฉางอัน
ข้าซูจิวเจ๋อ ได้อ่านจดหมายของเจ้าแล้ว
ตลอดสองปีที่ผ่านมาเจ้าคงลำบากมากเลยสินะ
แต่ไม่ต้องห่วง ข้ากับน้องๆ ของเจ้าสบายดี
ส่วนเรื่องชวนไปอยู่ด้วยข้าคงทิ้งบ้านเกิดไปไม่ได้
หากแต่เจ้าจะพาซูมี่ไปอยู่ด้วยข้าก็ยินดี
ลูกสาวข้าอยู่ในการดูแลของเจ้าน่าจะสบายกว่านี้
มีชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่านี้ เพียงเท่านั้นข้าคงตายตาหลับ
ข้าดีใจที่เจ้าใช้แซ่ซูของข้า หวังว่าจะมีทายาทช่วยสืบเชื้อสายให้ตระกูลไวๆ
...ซูจิวเจ๋อ...

พี่จ๋ากลับบ้านมาไวๆ หนูคิดถึงพี่จ๋ากับปี้จ๋า
...ซูซูมี่...

=====================================================



     สองพ่อลูกตระกูลซูให้นกพิราวขาวได้พัก ให้อาหารจนอิ่มฟื้นฟูแรงกายเต็มที่เสียก่อนแล้วจึงให้มันบินไปส่งจดหมายตอบกลับไปยังฉางอัน หวังว่าเจ้านกลู่ชิงตัวนี้จะไม่ไปส่งจดหมายผิดที่ผิดทางอีกรอบ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

16

กระทู้

259

โพสต์

5หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
294526
เงินตำลึง
99474
ชื่อเสียง
13927
ความหิว
312

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
172
ความชั่ว
0
ความโหด
150
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2018-12-22 00:10:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[พาร์ทช่วย]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ข้าต้องโดนกระทืบด้วยไหมล่ะขอรับ ถ้าไม่ก็เป็นอันว่าข้าไม่กลัวแล้วกัน



ฟ่านเหลียนกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ มองมัดกล้ามของบิดาแม่นางซูฮวาแล้วเขาก็ได้แต่จินตนาการ สมมุติว่าใบหน้าเขาถูกประดับด้วยรอยจ้ำสีม่วงหรือการถูกต่อยให้สลบหน้าบ้านหญิงสาวอันไหนจะทำให้เขาดูขายขี้หน้าได้มากกว่ากัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาปรารถนาให้บิดาของนางไม่เห็นอะไรเมื่อกี้คงจะดีกว่า เพราะเขาเคยได้ยินมาบ้างว่า ไม่มีบุรุษใดไม่หวงลูกสาว ฉะนั้นแล้วยืนนิ่ง ๆ ไม่กระโตกกระตากคงดีสุด ฟ่านเหลียนมองสองพ่อลูกที่กอดกันแล้วยิ้ม จึงจะมีความกลัวเล็กน้อยแต่ทว่าภาพตรงหน้าที่เห็นพ่อลูกแสดงความรักกันก็ไม่ได้แย่นัก


“เอ้า! แม่นางที่มาส่งเจ้านั่นใครกันซูฮวา พ่อไม่เห็นเคยเห็นเลยในอู๋จวิ้น” ฟ่านเหลียนขอฮุบยิ้มได้หรือไม่ รอยยิ้มแห้ง ๆ ปรากฏบนสีหน้าฟ่านเหลียน ส่วนซูฮวานั้นกลั้นขำเบา ๆ จนฟ่านเหลียนถลึงตาดุใส่ “ไม่ใช่เจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่ใช่แม่นาง ท่านฟ่านเหลียนเป็นบุรุษ”


“พ่อว่าช่วงนี้วิปริตแปรปรวณยิ่งนัก” ซูจิวเจ๋อหรี่ตามองไม่เชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่นักว่าที่อยู่ตรงหน้านั่นคือบุรุษ ฟ่านเหลียนได้แต่ยิ้มแห้ง พูดไปก็ป่วยการเมื่อก่อนยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งบอกเหมือนสตรีวัยสาวที่อารมณ์แปรปรวณเป็นนิจยิ่ง ทั้ง ๆ ที่เขาเพียงหงุดหงิดที่ถูกเรียกอะไรที่ไม่ให้เกียรติเพศกำเนิดเลย บางทีฟ่านเหลียนก็แอบคิดในใจว่าหากตนเกิดเป็นสตรีเพศทุกคนก็คงเลิกสนใจ เพราะสตรีที่ใบหน้าหมดจดงดงามทั้งกริยาและจิตใจคงดีกว่าสตรีสวยแต่หน้า แต่ก็นะ พอเขาคิดถึงเรื่องที่เกิดเป็นสตรีจะสวยก็ลำบาก จะนั่งก็ลำบาก แต่งงานก็ยังลำบาก... ใช่ลำบากยิ่ง อีกอย่างเขาก็ไม่อยากมีสามีด้วย! ฉะนั้นฟ่านเหลียนยอมเป็นบุรุษหน้าสวยก็ได้!


แค่คิดว่าตัวเองต้องมีสามีแล้ว ขนลุกซู่ยิ่งนัก!’


“ข้าแซ่ไช่ ชื่อฟ่านเหลียนขอรับ” ฟ่านเหลียนเอ่ยแนะนำตัวพร้อมทั้งประสานมือเคารพอีกคน บิดาของซูฮวามีใบหน้าดุ ร่างกายคล้ำแดดบ้างจากการทำงานกลางทะเล สังเกตได้จากอุปกรณ์ตกปลา หรือหาปลาที่อยู่เล็กน้อยตามรั้วบ้าน ข้างฝาผนังก็มีแหแขวนเอาไว้ประปราย แต่ถึงแม้จะดูอายุมากแล้วแต่กำลังวังชาก็คงยังดีอยู่พอสมควร เพราะสุขภาพของอีกฝ่ายไม่ได้ดูขี้โรคขนาดนั้น สังเกตอีกฝ่ายมาชั่วขณะ เสียงแหบพร่าจึงเอ่ยขึ้นทำลายภวังค์


“ข้าซูจิวเจ๋อ บิดาของซูซูฮวา”


“ขอรับ”


“แล้วทำไมเจ้าถึงมาส่งลูกสาวข้าได้เล่า แม่นา—”


“อะแฮ่ม..” ฟ่านเหลียนแสร้งกระแอม


“ข้าลืมไปว่าเจ้าเป็นบุรุษ”


“...” บิดาของซูฮวา สรุปแล้วมองว่าตัวเขาเป็นหญิง จริง ๆ ใช่หรือไม่ใช่ ฟ่านเหลียนเงียบไปชั่วขณะ ฝ่ามือลูบใบหน้าตัวเองพลางถูไปมาจนขึ้นลอยแดงเรื่อบริเวณโหนกแก้มลากผ่านจมูกโด่งไปยังแก้มอีกฟาก ในใจคิดว่าแค่นี้คงดูน่าเกลียดพออีกฝ่ายคงไม่คิดว่าเขาเป็นสตรีได้แล้ว ทั้งที่ความจริงแล้ว สีเรื่อที่ตัดกับผิวสีน้ำนมนั้นดูแล้วเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นเสียมากกว่า ฟ่านเหลียนที่ไม่รู้อะไรเลยก็ได้แต่เพลามือลง


“ชั่งมันเถอะขอรับ ส่วนที่ข้าไปเจอนางนั้น—”


“ข้าไปเจอที่จวนตระกูลเมี่ยวขอรับ” ฟ่านเหลียนเลือกตอบตามความเป็นจริงไป ในความคิดส่วนตัวของเขาแล้วความลับนั้นไม่มีในโลก หากไม่บอกวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจมีคนบอกแทนเขาอยู่ดี อีกอย่างที่สำคัญเลยก็คือคนแก่เวลามารู้ความจริงทีหลังนี่ขี้งอนจะตายชัก! ข้าช่วยเจ้าอยู่นะซูฮวา!’


“จวนตระกูลเมี่ยว? ซูฮวา” บิดาของซูฮวามองเด็กสาวด้วยความวิตก ก่อนที่ซูฮวาจะเอ่ยอันใด ฟ่านเหลียนจึงเอ่ยแก้ต่างให้เสียก่อน


“ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดหรอกขอรับ นางเป็นเพียงบ่าวรับใช้ สหายข้าช่วยเหลือนางด้วยการให้นางทำงานทั่วไปในเรือน แต่เพราะเห็นนางดูคิดถึงแล้วก็ห่วงครอบครัวเลยให้ซูฮวากลับ ไม่ต้องไปทำอีกน่ะขอรับ”


“มีอะไรมากกว่านั้นอีกหรือไม่” ซูจิวเจ๋อมองหน้าฟ่านเหลียน ดวงตากดดันประมาณว่า เจ้าจะพูดหรือไม่พูด ไม่พูดข้าเตะนะเฟ้ย!’ ฟ่านเหลียนเหลือบมองซูฮวาที่ยังคงตกตะลึง


“ให้ซูฮวาเข้าบ้านไปได้ไหมขอรับ” ซูจิวเจ๋อพยักหน้า แล้วไล่นางเข้าบ้านพลันเมื่อเด็กสาวพ้นบริเวณ เขาจึงเอ่ยออกมา


“สหายของข้าหลงรักบุตรสาวท่าน”


“นั่น! ข้าว่าแล้วไม่มีผิด!เขาทุบไหล่ฟ่านเหลียนจนเสียงดัง ผัวะ!’ เจ้าดอกบัวที่น่าสงสารเหมือนกรรมสนองคืนตอนเขาตบหัวเมี่ยวทงไปยกใหญ่ ในใจคิดว่านี่ขนาดซูจิวเจ๋อมองรูปลักษณ์ตนคล้ายสตรี หากเขามองว่าตนเป็นทหารองอาจไม่ยกเท้าตีนสิ้นสลบคาพื้นเลยรึอย่างไร!?


“แต่เขาไม่ได้ล่วงเกินนางหรอกขอรับ เจ้าทึ่มนั่นกล้าสารภาพรักได้ก็บุญแล้ว”


“เขาทึ่มรึ?”


“ออกจะฉลาดทุกเรื่องน่ะขอรับแต่ดันมาตกม้าตายเพราะตกหลุมรัก”


“เหอะ! คนแบบนั้นมีด้วยรึ” ซูจิวเจ๋อกอดอก ใบหน้าวัยกลางคนฉายแววเครงครึมราวกับไม่พบเจอ


“แม้มิดาษดื่น แต่ก็มีมิใช่หรือขอรับ เช่นคนที่พาภรรยาหนีเป็นต้น”


“แค่ก แค่ก—!


“น้ำลายติดคอหรือขอรับ ให้ข้าทุบสักตุบสองตุบดีหรือไม่เผื่ออาการบรรเทา”



“ขอบใจ แต่ข้าไม่เป็นอะไร”


“ขอรับ”


“แล้วเจ้าคิดอะไรอยู่ล่ะถึงพูดแบบนี้ ไม่คิดว่าข้าจะไปอัดสหายเจ้าตายคาจวนรึ!


“ข้าต้องโดนกระทืบด้วยไหมล่ะขอรับ ถ้าไม่ก็เป็นอันว่าข้าไม่กลัวแล้วกัน”


“....”



  

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +25 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-22 01:58

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x15
x15
x1
x1
x5
x2
x5
x17
x5
x50
x1
x6
x20
x98
x56
x203
x110
x6
x50
x7
x11
x6
x1
x7
x104
x52
x2
x66
x3
x131
x11
x130
x89
x173
x100
x1
x22
x10
x60
x60
x178
x176
x319
x206
x1815
x370
x385
x2430
x200
x260
x2297
x108
x419
x80
x10
x876
x178
x1
x191
x125
x2990
x5
x357
x30
x36
x3420
x1
x1
x1
x310
x10
x30
x2
x50
x3000
x5357
x1
x100
x11
x15
x20
x100
x1
x2769
x50
x42
x10
x86
x134
x110
x24
x10
x30
x25
x40
x7
x5
x3
x206
x24
x13
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x25
x29
x54
x1
x1
x20
x8
x15
x11
x4
x180
x15
x29
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-7-21 23:06

ขึ้นไปด้านบน