ดู: 845|ตอบกลับ: 1

[ลางสังหรณ์] { ความฝันของ ❖เซวีย ซูเม่ย❖ } ผู้มาจากโพ้นทะเล

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Phaisri เมื่อ 2018-4-12 15:03


สถานที่นอนหลับของตัวละคร : { เกาะเผิงหู - ค่ายนักโทษของโจรสลัด }กระโจมไร้น้ำตา
ชื่อผู้ฝัน : เซวีย ซูเม่ย
ความฝันประเภท : ลางสังหรณ์ถึงเหตุการณ์ในอนาคตอันใกล้




[ตอนที่ 7] ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต 12/?


' ผู้มาจากโพ้นทะเล'



' ข้า. . ข้า อยู่ที่ใดกัน?
ทำไมมันถึงหนาวแบบนี้กันนะ
ราวกับว่าร่างกาย ค่อยๆจมลงสูงห้วงมหาสมุทร
มืดมิดและเหน็บหนาว
ยิ่งตะเกียกตะกายว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำมากเท่าใด
กลับถูกมวลแห่งความสิ้นหวังดึงดูดให้จมลึกลงมากเท่านั้น. .'



     ร่างของหญิงสาวล่องลอยทามกลางห้วงนทีอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด เส้นผมสีดำขลับสบัดพริ้วไหวไปตามกระแสน้ำช้าๆจนดูราวกับหยดหมึกที่หยดลงน้ำ มวลน้ำมหาศาลดึดดูดร่างบางให้จมดิ่งลงเรื่อยๆ จนแสงสว่างจากเบื่องบนเริ่มริบหรี่ ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดแห่งพื้นมหาสมุทรสีครามเบื้องล่าง ความเหน็บหนาวของผืนน้ำอันสงบนิ่งแผ่ไอเย็นเยือกโอบล้อมทุกส่วนของร่างกายจนชาไปถึงกระดูก ทั้งๆที่จมลงมาลึกขนาดนี้แต่นางกลับยังมีชีวิตอยู่ แม้นจะรู้สึกอึดอัดทรมานจนแทบจะขาดใจแต่นางกลับไม่ตายไปเสียที ได้แต่เหลือบมองผิวน้ำที่อยู่แสนไกลด้วยนัยน์สีนิลอันว่างเปล่าคู่นั้น

' เซวีย ซูเม่ย '

' . . กันใคร? '


    น้ำเสียงอันเปี่ยมเมตตาของสตรีปริศนาเรียกขานชื่อของหญิงสาวดังก้องห้วงน้ำสีไพลิน ซูเม่ยที่สติเริ่มหลุดลอยกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งราวกับเสียงเรียกนั้นทำให้นางได้สติ  ร่างบางเหลือบมองส่องส่ายสายตา หันซ้ายขวาไปรอบกาย นอกจากฟองอากาศน้อยๆที่ล่องลอยท่ามกลางมหาสมุทรมืดมิดก็ไม่มีสิ่งใดหรือใครอยู่เลย

' ท่านเป็นใครกัน. . ข้าได้ยินเสียงท่านเรียกข้า แต่ข้ากลับมองมิเห็นท่าน '


     หญิงสาวเอ่ยในใจ ด้วยเพราะอยู่ในน้ำนางจึงมิอาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูด เสียงของสตรีที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นดั่งแสงตะวันท่ามกลางห้วงนทีดำมืด ดังก้องกังวาลจากทุกทิศทางจนหญิงสาวมิอาจทราบได้ว่าต้นเสียงมาจากที่ใด  นางรู้สึกได้ว่าเสียงที่เรียกหานางนี้ต้องมิใช่เสียงของมนุษย์ปุถุชนเป็นแน่

' ว๊าบบบ ~'


     ทันในนั้นเอง ทามกลางทะเลมืดปรากฏดวงไฟสีขาวขนาดใหญ่ประจักแก่สายตาของหญิงสาว มันเปร่งรัศมีส่องสว่างห้วงน้ำสีครามจนกระจ่างแจ้ง เซวียซูเม่ยตกตลึกกับสิ่งมหัสจรรย์ที่เกิดขึ้นเบื่องหน้าของตน ดวงไฟนั้นค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้นางช้าๆ รัศมีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับดวงจิตอันเปี่ยมบารมีแห่งเทพเทวา ปัดเป่าความเยือกเย็นแห่งพื้นธาราให้อบอุ่น นั้นยิ่งทำให้ซูเม่ยมั่นใจ ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตารับฟังเสียงของผู้ตกทุกข์เช่นนาง หยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติหลั่งออกมากนัยน์ตาสีนิลผสมหลอมรวมเข้ากับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่นี้

'พระแม่ผู้เปี่ยมเมตตา พระแม่ผู้โปรดเหล่าสรรพสัตว์ทั้งปวง ข้านี้ทุกข์ทรมานหนักหนา
ถูกกักขังอยู่ภายใต้ผืนสมุทรอันเย็นเยือก  มิอาจหลุดพ้นจากห้วงนทีนี้ไปได้
ไม่ว่าจะพยายามสักกี่ครั้ง ด้วยกำลังของข้ามิอาจต้านทานกระแสน้ำอันแรงกล้า
ได้โปรดพาข้าขึ้นจากความมืดมิด สู่ผิวน้ำเบื่องบนด้วยเถิด'


' เซวีย ซูเม่ย
เจ้าได้ประสบเคราะห์กรรมที่สาหัสนัก
ด้วยผลจากบุญคุณความแค้นแต่ปางก่อน ส่งผลให้ในชาติภพนี้ เจ้าจึงต้องประสบกับโชคร้าย
ลิขิกฟ้ามิอาจหลีกเลี่ยง ไม่ว่าข้าอยากจะช่วยเจ้าเพียงใด'

    เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงหน้ายุวดีปรากฏสีหน้าอันเศร้าสร้อย แววตาที่สิ้นหวังมองดวงจิตแห่งเทพเบื่องหน้าอย่างเว้าวอน แม้แต่เทพก็มิอาจเปลี่ยนลิขิตฟ้า เคราะห์กรรมครั้งนี้นางทำได้แค่เพียงก้มหน้ายอมรับมันงั้นหรือ?. .

' แม้นมิอาจเปลี่ยนชะตา แต่ข้าสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้
ที่ผ่านมาเจ้าเป็นคนมีเมตตา รักความยุติกรรม
ด้วยความดีที่เจ้าเคยกระทำข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง '
    ซูเม่ยเบิกตากว้างเมื่อสิ้นคำตรัสของเทวา แม้นจะไม่สามารถลบล้างเคราะห์ร้ายทั้งหมดให้มลายหายไป ขอเพียงผ่อนหนักเป็นเบาได้ ก็เป็นความกรุณาอันมากล้นแล้วสำหรับปุถุชนเช่นนาง

'อีกไม่นาน จักมีผู้มาจากโพ้นทะเล
ข้าได้ชักนำพวกเขามาเพื่อปลดปล่อยเจ้า  
และขจัดความชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปจากท้องทะเล  
หากแต่ใจของเจ้านั้น มิมีผู้ใดปลดปล่อยได้ นอกจากตัวเจ้าเท่านั้น

มหาสมุทรอันมืดมิดแห่งนี้  ก็คือจิตใจของเจ้านั้นเอง  
มิมีสิ่งใดจะลึกล้ำเท่าใจมนุษย์ ความแค้น ความทุกข์ ความเศร้า ทำให้มันมนุษย์จมดิ่งติดอยู่ในห้วงอารมณ์ของตนเอง
จงจำไว้ มิว่าในภายหน้า เจ้าจักประสบความลำบาก ความทุกข์เศร้าเพียงใด
จงยึดมั่นในคุณธรรม และความดี  อย่าให้ความอาฆาตแค้นทำให้เคราะห์กรรมอันหน้าเวทนาเช่นนี้ต้องบังเกิดอีกในชาติภพหน้า'  

   เซวีย ซูเม่ย ได้ฟังดังนั้นก็ก้มศีรษะคำนับเทวาเบื่องหน้าด้วยความเลื่อมใสนอบน้อม ดวงไฟเบื่องหน้าของนางค่อยๆเคลื่อนถอยห่างก่อนแสงสว่างจะค่อยๆริบหรี่ลงแล้วสลายหายไปกลายเป็นฟองอากาศ ตอนนี้มหาสมุทรอันกว้างใหญ่เหลือแค่เพียงนางลำพัง ทุกสิ่งสงบนิ่งความมืดคืบคลานเข้ามายังที่ของมันอีกครั้ง ซูเม่ยครุ่คิดในสิ่งที่เจ้าแม่บอกแก่นาง วิธีที่จะทำให้นางหลุดพ้นจากวังน้ำมืดนี้

     ห้วงอารมณ์ . . ความแค้น ความทุกข์เศร้า ปลดปล่อยตนเอง. . นั้นสินะ เป็นอย่างที่เจ้าแม่บอก ข้าติดอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง มหาสมุทรนี้คือสิ่งที่ความคิดข้าสร้างขึ้น ข้าเป็นผู้ที่กักขังตัวเอง. . ไม่!!! นับแต่นี้ข้าจะต้องเข้มแข็ง ไม่ว่าจะมีผู้มาช่วยหรือไม่ข้าก็จะไม่ยอมแพ้!!!! จะลิขิตฟ้าหรืออะไรก็ช่าง! ข้านี้แหละ! จะเปลี่ยนมันให้ดู!


' พรึ้บบ~~ '

เดี๋ยว!! นี้มัน--
      ทันใดนั้น ร่างของหญิงสาวที่จมอยู่ทามกลางความมืดกลับมีฟองอากาศเล็กๆมากมายปรากฏขึ้นล้อมรอบกายของหญิงสาว ไม่ว่านางจะพยายามสะบัดเจ้าฟองพวกนี้ออกอย่างไรมันก็จะลอบกลับมาหานางเสมอ นางรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆทะยานขึ้นจากก้นเบื่อง สูงขึ้น สูงขึ้น แสงจากเบื้องบนเริ่มสว่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ความหนาวเหน็บที่เคยรู้สึกค่อยๆหายที่ละน้อยเมื่อร่างกายทะยานสูงขึ้นอีกไม่กี่อึดใจนางก็จะถึงผิวน้ำแล้ว. . .


มีต่อ   

@STAFF_โรลฝัน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -63 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -63 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-4-1 01:47:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Phaisri เมื่อ 2018-4-1 03:31




      แสงสว่างส่องแสงอำไพจากอีกฟากฝั่งของผืนน้ำ ราวกับกระจกใสที่กั้นระหว่างความเหน็บหนาวกับแสงสว่างอันอบอุ่น หญิงสาวเอื้อมมือขึ้นสูงขณะที่ร่างของตนทะยานขึ้น ความรู้สึกแรกที่ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงสายลมจากเบื้องบน ราวกับคนผลัดถิ่นคืนสู่เหย้าคะนึงหาที่ที่ตนจากมาแสนนาน  เพียงเท่านั้นใบหน้าดารุณีน้อยเผยรอยยิ้มกว้างก่อนจะพุ่งตัวขึ้นเหนือน้ำในทันที

' ซ่าาาาาา~~ '

    เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นจากร่างบางที่พุ่งขึ้นจากน้ำด้วยความเร็ว ละออน้ำใสเป็นประกายราวกับเพรชเมื่อต้องแสงจากท้องนภาเบื้องบนก่อนจะระเหยไปพร้อมกับสายลมแรงที่พัดผ่าน ร่างบางลอยคออยู่บนผิวน้ำ นางมิสามารถลืมตาเพราะความมืดบอดจากเบื้องล่างทำให้ดวงตาของนางมิอาจสู่แสงสว่างอันเจิดจรัสนี้ได้ แต่ใบหน้าของนางกลับปรากฏรอยยิ้มโสมนัสเมื่อผิวเนื้อสัมผัสได้ถึงสายลมที่พัดผ่านไป

"ลม. .ข้ารู้สึกถึงลม. ." หญิงสาวรำพึงอย่างปิติ นางชักอยากจะเห็นแล้วสิ ว่ามหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่กักขังนางเอาไว้ ถ้ามองจากผิวน้ำจักมีหน้าตาเป็นเช่นไร? ว่าแล้ว มือเรียวที่เปียกปอนก็ยกขึ้นปรกด้วยตาทั้งสองของตนไว้ นางค่อยๆเหลือบลืมตาทีละข้างอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกแรกที่สายตาสัมผัสต้องแสง  ราวกับมีคนจุดไฟเผาเปลือกตา มันทั้งแสบทั้งทรมานแต่นางกลับไม่ลดละที่จะลืมตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ถึงแม้นดวงตาทั้งสองของตนจะต้องมืดบอดไปจริงๆก็ของมองภาพนี้เป็นภาพสุดท้าย. . .



' วิ้งงงงง! '

   เซวียซูเม่ยลืมตาทั้งสองข้างพรางกระพริบตาถี่ๆเพื่อให้ดวงตาของตนคุ้นชิน นางต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งภาพนี้สว่างจ้าก็กลับมาเห็นได้ชัดเจนขึ้น นางค่อยๆลดมือลงก่อนจะตกตะลึงกับความมหัศจรรย์เบื้องหน้าที่นางไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อนในชีวิต แผ่นฟ้าและผืนน้ำที่เชื่อมต่อทอดยาวออกไปไกลพันลี้สุดลูกหูลูกตา ท้องนภาสีฟ้าครามส่องสว่าง ประดับด้วยมวลเมฆาขาวบริสุทธิ์ลอยล่องเต็มท้องฟ้า ผืนน้ำสีไพลินเป็นประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงดั่งมีเม็ดมณีล้ำค่ากระจัดกระจายทั่วผืนน้ำ สะท้อนภาพเมฆาเบื้องบนราวกลับเป็นกระจกขนาดยักษ์ สายลมพัดโชยผ่านร่างของหญิงสาวแต่ผืนทะเลเบื้องหน้ากลับสงบนิ่งไร้คลื่น แม้นว่าจะสว่างราวกลับยามเพลแต่กลับไร้วี่แววของดวงตะวันบนฟากฟ้า นั้นจึงทำให้หญิงสาวมั่นใจได้ว่ามหาสมุทรนี้มิได้อยู่บนโลกมนุษย์อย่างแน่นอน

" แล้ว. . เอาไงต่อดีละเนี่ย? " ซูเม่ยเอ่ยเมื่อรู้สึกได้ถึงปัญหาอย่างที่สองที่ตามมา ถึงนางจะหลุดออกมาจากก้นทะเลได้แล้ว แต่ตอนนี้กลับมาลอยคออยู่บนพื้นทะเลอันไร้ที่สิ้นสุดแทน อย่างนี้จะเรียกได้ว่าตนเองหลุดพ้น หรือว่าหนีเสือปะจรเข้กันแน่!!? สีหน้าของหญิงสาวตอนนี้แสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน เอาไงดีละ? เอาไงนี้? ข้าลอยคออยู่อย่างนี้ตลอดมิได้หรอกนะ มีหวังได้จมกลับไปอีกรอบแน่!

หญิงสาวคิดพรางว่ายวนไปรอบๆตัว หันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวจนหางตาดันไปสะดุจเข้ากลับสิ่งผิดปกติบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป

"ตัวอะไรนั้นน่ะ?. . ไม่น่าใช่. . " ซูเม่ยรำพึงขณะเพ่งมองเงาร่างของสิ่งผิดปกตินั้น มันอยู่ห่างจากนางไปหลายลี้ มันมีขนสีขาวและดูเมื่อจะมีลายจุดๆที่ขนของมัน มันเดินสี่เท้ามองจากมุมนี้รูปร่างมันดูเหมือนกับแมวขาวตัวเล็กๆ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร? นี้มันทะเล!! บนน้ำ!! โดยปกติจะมีแมวนี้ไหนมันเดินบนน้ำได้กันละ? ซูเม่ยคิดว่าตัวเองถึงจะตาฝาดเพราะมองแสงจ้ามากเกิดไป มือเรียวยกขึ้นขยี้ตาทั้งสองก่อนจะมองให้ชัดอีกที. .

"ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ. . หากทะเลนี้คือห้วงความคิดของข้าจริงๆ ข้าคงเสียสติไปแล้วววววววววววว!! โวว้ยยยยย อย่าเข้ามาาาาาา!!!!" ขณะที่หญิงสาวกำลังพูดกับตัวเองด้วยความสติแตก เจ้าแมวจิ๋วที่นางเห็นอยู่สุดตามันก็วิ่งบนผิวน้ำเข้ามาหานางด้วยเร็ว เจ้าสัตว์บกสี่เท้าตัวนั้นเคลื่อนที่เข้ามาหานางใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนภาพของแมวขาวตัวเล็กๆกลับชัดเจนขึ้นเป็นเสือดาวสีขาวขนฝูตัวใหญ่ ที่ตาสีไพฑูรย์ดวงโตเปี่ยมประกายนักล่า ซูเม่ยตกใจสุดขีดร้องเสียงหลง ตะเกียกตะกายว่ายน้ำหนีเจ้าสัตว์หน้าขนที่วิ่งหรี้เข้ามา แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะตอนนี้ เจ้าเสือดาวตัวนั้นมันหยุดยืนจังก้ามองหญิงสาวที่กำลังลอยคออยู่ในระยะประชิด

". . . อะ อะ . ." เสียงรางอันติดขัดเปร่งออกจากลำคอของหญิงสาวที่อ้าปากค้างมองสัตว์ร้ายเบื้องหน้าด้วยความกลัวชนิดที่ว่าอยากจะร้องก็ร้องไม่ออก นางไม่เคยเห็นเสือดาวระยะเผาขนขนาดนี้มากก่อน ถ้าจะพูดให้ถูกคือตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเสือตัวเป็นเป็นๆสักครั้ง! แต่ตอนนี้มันกำลังก้มลงมองหน้านางอย่างพิจรณาด้วยดวงตาสีเหลืองเป็นประกายของมัน ทุกครั้งที่มันเลียปากตัวเองทำให้หญิงสาวอยากจะเป็นลมจมหายไปซะเดี๋ยวนี้ เจ้าสัตว์ร้ายยื่นหน้าเข้ามาดมฟุดฟิดไปทั้วศีรษะของหญิงสาว ร่างบางตัวสั่นเคลือขนลุกไปทั้งร่าง พอแล้ววววว ดมอยู่นั้นแหละเจ้าแมวยักษ์!! หือออ QwQ


"โฮกก!"

"เห้ยๆ!! จะทำอะไรน่ะ!? ว้ายยยย!" อสูรสีขาวคำรามลั่นจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ก่อนมันจะอ้าปากที่มีคมเคี้ยวแหลมก้มลงไปงับคอเสื้อด้านหลังของนางแล้วลากนางขึ้นจากน้ำ ซูเม่ยร้องด้วยความตกใจขณะที่ร่างของตนถูกยกขึ้นด้วยแรงอันมหาศาลของเจ้าเสือดาว นางพยายามดิ้นจนรู้สึกได้ว่าตอนนี้มือของนางกำลังสัมผัสยันอยู่บนผิวน้ำ นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างมองร่างของตัวเองที่กำลังหมอบราบอยู่บนผิวน้ำอันบางเบาอย่างตกตะลึง เดี๋ยว!? นี้ข้า? กำลังอยู่ บนน้ำหรือ? ซูเม่ยคิดอย่างฉงน มือเรียวทั้งสองสัมผัสได้ถึงความเปียกปอนความบางเบาอย่างที่ควรจะเป็นของน้ำแต่ขณะเดียวกันมันก็หนาแนนเหมือนพื้นกระจกหนาจนนางสามารถพะยุงตัวขึ้นนั่งได้ ดวงหน้าดารุณีเต็มไปด้วยความสับสนปนสงสัยที่เอ่อล้มมองเจ้าเสือดาวขาวที่กำลังยืนจ้องหน้านางอยู่อย่างนั้น นางไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่มันคงไม่ได้มาร้ายหรอกกระมัง

"นี่! . .ขอบใจนะเจ้าเสือ ที่ช่วยข้า. ."หญิงสาวเอ่ยกับสัตว์ร้าย หากไม่ได้มันช่วยนางคงต้องลอยคออยู่อย่างนั้นไปตลอดเป็นแน่ หญิงสาวลองพยุงตัวขึ้นยืน ขาทั้งสองสั่นนิดๆด้วยความระแวงกลัวว่าตนจะจมลงไปอีก สัมผัสที่เท้าเหยียบย่างบนน้ำเป็นความรู้สึกที่แสนแปลกประหลาด มันเปียกชุ่มและเย็นเหมือนสัมผัสของของเหลวแต่เมื่อลองใช้ปลายเท้ากดแรงๆกลับรู้สึกเหมือนอยู่บนแผ่นดินอันแข็งแกร่ง แต่สามัญสำนึกที่ยังคงเห็นน้ำเป็นของเหลวที่ไม่สามารถเหยียบเดินได้ มันก็ทำให้หญิงสาวระแวงที่จะก้าวเดิน  เจ้าเสือดาวเมื่อเห็นหญิงสาวลุกขึ้นยืนได้มันก็เดินเข้าไปหาพรางงับชายอาภรณ์สีเทาพยายามดึงลากให้หญิงสาวเดินตามมันไป ราวกับว่ามันอยากจะให้หญิงสาวไปหาบางสิ่งบางอย่าง

" นี้ๆๆ!! เจ้าแมวยักษ์ จะพาข้าไปไหน? " ซูเม่ยที่ตอนนี้ในหัวเต็มไปด้วยความสับสนพยายามดึงรั้งไม่เดินไปตามแรงลากของมัน แต่เจ้าเสือดาวขาวยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะลากหญิงสาวไปกับมันให้ได้ มือเรียวทั้งสองดึงชายผ้าของตนเองสู้แรงของเจ้าอสูรสี่ขาอย่างไม่ลดละ

" ไม่เอาาา ข้าไม่ไป ดูสินี่มันน้ำนะ ข้าไม่กล้าเดินหรอกมีหวังได้ตกลงไปอีกแน่เลย! " ซูเม่ยเอ่ย เจ้าเสือดาวขาวหันมองหญิงสาวด้วยสายตาหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ มันถอนหายใจแรงฟืดใหญ่ก่อนจะปล่อยชายผ้าที่คาบไว้ออกจากปาก เสือดาวขาวเดินถอยห่างออกไปพรางหันกลับมามองหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้มันเหลือบมองด้วยทางทีอ่อนใจราวกับปลงในความซื่อบื่อของมนุษย์ผู้เต็มทน

" นี่~~ ไม่ต้องมามองข้าแบบนั้นเลยนะเจ้าแมวยักษ์ ข้าก็อยากไปด้วย แต่เจ้าดูสิ ทะเลกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ ข้าไม่เห็นจุดหมายที่เจ้าจะนำไปเลย ข้าเดินไปโดยไร้จุดหมายมิได้หรอก มันต้องมีสักก้าวแน่ที่ข้าต้องจมลงไปอีกครั้ง เจ้าจะมองว่าข้าขี้ขลาดก็ได้ แต่ข้ามิอาจก้าวเดินไปที่ใดได้ในตอนนี้จริงๆ ขอโทษนะ " หญิงสาวเอ่ยพรางเงยหน้ามองพื้นธาราหมื่นหมื่นลี้เบื้องหน้า นางมิอาจก้าวเดินไปบนความแปรปรวนมิแน่นอนของผิวน้ำ ความรู้สึกข้างในดั่งโซ่ที่ดึงรั้งกายมิให้ทำตามที่ต้องการ นางอาจจะคิดผิดก็ได้ที่เลือกไม่ตามเจ้าเสือดาวไปแต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่ถี่ถ้วนแล้ว อสูรที่ขาวได้ฟังดังนั้นมันก็หันเดินจากไป ซูเม่ยมองตามร่างของสัตว์ร้ายไปโดยหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่มันพยายามชักนำนางไปหา


      ทันใดนั้นสายตาสีนิลก็สะดุจเข้ากับแสงสีขาวเจิดจรัสที่สุดสายตา ทีแรงนางคิดว่านางตาฝาดเห็นเงาสะท้อนของเมฆเป็นรูปเป็นร่าง แต่เมื่อเพ่งมองดีๆอย่างพิจารณา แสงสีขาวนั้นที่แท้คือ มนุษย์ รูปร่างสูงโปร่งที่ดูงามสง่าในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนดูคล้ายเมฆา ผิวกายขาวสว่างมองจากมุมนี้ช่างดูกลมกลืนกับอาภรณ์ที่สวมใสจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน เส้นผมสีเงินยาวสยายที่พริ้วไหวไปตามสายลมเป็นประกายสว่างเมื่อต้องแสงจากท้องนภา  ซูเม่ยมิแน่ใจว่าบุคคลผู้นี้เป็นสตรี หรือบุรุณกันแน่ เพราะเขาทั้งงามสง่าแต่กลับดูแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน แม้นจะอยู่ห่างไกลกันเป็นลี้แต่ซูเม่ยกลับรู้สึกหลงไหลความงามนี้อย่างหน้าประหลาด เสือดาวสีขาวเดินมุ่งไปหาคนผู้นั้น ดวงหน้านวลขาวก้มมองเสือดาวขาวก่อนจะหันไปมองหญิงสาว ตอนนี้ทั้งสองต่างจ้องมองซึ่งกันและกันในระยะสิบลี้ คนผู้นั้นไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ซูเม่ยเองก็เอาแต่มอง พยายามเพ่งมองใบหน้าของคนผู้นั้นแต่มองเท่าไหร่ก็มองไม่เห็น นางไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผืนทะเลกว้างใหญ่ที่นางคิดว่าคงจะมีเพียงนางโดดเดียวลำพัง กับมีคนอีกผู้มาเยือน

" แสงสีขาว. . ท่านเป็นใคร? . ." หญิงสาวรำพึงเบาๆขณะจ้องมองคนผู้นั้น นางมิอาจเห็นใบหน้าของเขาแต่รู้สึกได้ถึงความกรุณาที่สัมผัสได้จากส่วนลึกของจิตใจ ซูเม่ยหวังใจว่าอีกไม่นาน นางคงได้มีโอกาศพบเขาอีกครั้ง . .สักวันหนึ่ง. .

จบ   

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +3 ดีนาเรียส +350 ความหิว -52 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 3 + 350 -52 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x4
x20
x4
x10
x10
x25
x1
x1
x26
x25
x1
x2
x4
x2908
x7
x1
x18
x3
x317
x20
x2
x27
x12
x10
x1100
x20
x36
x2
x1
x15
x20
x47
x2
x30
x1
x15
x15
x15
x20
x56
x14
x8
x50
x5
x2
x10
x2
x50
x180
x40
x228
x95
x2
x23
x435
x3150
x50
x25
x1
x572
x410
x2
x15
x4
x150
x15
x25
x100
x50
x11
x20
x16
x5
x395
x1
x300
x2
x27
x378
x1040
x2036
x8
x10
x141
x66
x5
x670
x1285
x10
x50
x54
x72
x30
x1
x3
x5
x21
x6
x16
x12
x8
x190
x93
x434
x57
x74
x28
x100
x9000
x35
x1
x1000
x1
ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้