12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ นอกเมองจางเย่ } บ่อน้ำผุดจิ่งหลิว

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-2-27 03:01:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                 พวกเจ้าคิดว่าการเดินทางครั้งนี้นั้นไกลมั้ยล่ะ?
                                 ข้านั้นไม่คิดว่ามันจะไกลเท่าไหร่หรอกนักหรอกน่ะ
                                 มันก็เหมือนกับที่ข้าเดินทางจากค่ายหลี่กังไปยังฉางอันนั่นล่ะ
                                 หรือจากค่ายหลี่กังไปยังต้าหวางนั่นล่ะมั้งนะข้าคิดอย่างนั้น
                                 สำหรับข้านั้นมันไม่ได้ไกลจากที่ๆข้านั้นคิดไว้เท่าไหร่เลย
                                 พวกเจ้าก็อย่าทำบ่นเหมือนคนที่เขียนอยู่นี่สิ...!? (อย่าพาดพิงถึงคนเขียนสิโว้ยย!)



                                  ณ บ่อน้ำผุดจิ่งหลิว นอกเมืองจางเย่...

                                  การเดินทางข้ามแคว้นนี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนทั่วไปที่คิดจะออกเดินทางล่ะนะ มันอาจจะไม่ค่อยเหมือนคนที่มีกิจกรรมในซีอวี้ที่จะต้องเดินทางด้วยเท้าของตนเองอย่างข้า ในขบวนคาราวานนี้นั้น เชื่อได้เลยว่าผู้คนที่มีจิตอาสาเข้ามาร่วมการเดินทางด้วยในครั้งนี้นั้น อาจจะมีหลายๆคนที่ยังไม่คุ้นกับการเดินทางไกลขนาดนี้ ข้าเองก็พอเข้าใจนะ กับการเดินทางที่เพียงวันเดียวก็เดินทางผ่านเมืองนับสิบขนาดนี้ เป็นใครๆก็เหนื่อยนั่นล่ะนะ ข้าเองไม่ค่อยรู้สึกอะไรเพราะลำพังตัวข้าเองนั้นการเดินทางข้ามเมืองเป็นสิบๆเมืองแบบนี้ เป็นเรื่องปกติของข้าไปเสียแล้ว แต่ยังไงซะก็จำเป้นที่จะต้องให้ความสำคัญกับหมู่คณะเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก อีกอย่าง ข้าเองก็ไม่ใช่หัวหน้าคณะเดินทาง เพราฉะนั้นจะออกคำสั่งอะไรก็คงไม่ได้หรอก ข้ารู้บานะของข้าดี ถึงแม้ว่าข้าตอนนี้จะมีหน้าที่คุ้มครองกองคาราวานก็ตาม แต่ข้าเองก็ไม่ลืมที่จะให้เกียรติแก่ผู้ร่วมเดินทางด้วย ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากไหน จะมาดีหรือมาร้าย ข้าเองก็ต้องให้เกียรติพวกเขาเสมอ



                                    การเดินทางของกองคาราวานมาถึงยังที่นอกเมืองจางเย่ ที่บ่อน้ำผุดจิ่งหลิวใกล้กับเส้นทาง จางเชียนที่สั่งหยุดพักการเดินทางเพื่อพักทานอาหารระหว่างทาง เพราะเมื่อมาถึงที่นี่ ก็เริ่มร้อนแล้วหัวหน้าคณะเดินทางจึงสั่งพัก ซึ่งข้าเองก็เดินไปที่ด้านหลังเพื่อบอกด้านหลังของขบวนเพื่อให้พวกเขาให้หยุดพัก ซึ่งเมื่อรถม้าทุกคันหยุด และผู้คนที่อยู่บนรถม้าลงมาจากรถม้า ซึ่งรถม้าคันใหญ่ที่ข้าเอามาด้วยพร้อมกับสองสาวเซี่ยงเหมยกับมู้กุ้ยฟางก็ได้พารถม้าหาที่จอดก่อนที่จะให้พวกนางจัดการกับสัมภาระที่ข้านั้นเตรียมมา โดยที่ข้านั้นบอกที่อยู่ของสิ่งที่ข้าเก็บไว้... ทั้งเสบียง อาหารและน้ำดื่ม... แต่จ้าไม่ได้เอาเครื่องครัวทำอาหารมาด้วย.. ก็ใครจะไปคิดว่าสองคนนี้จะซนจนตามมาด้วยล่ะเนี่ยให้ตายสิ เมื่อเสร็จจากการจัดการทั้งสองเรียบร้อย ข้าจึงทำหน้าที่ของตนเอง โดยการเดินตรวจตราความเรียบร้อยในพื้นที่โดยรอบบริเวณแห่งนี้ เพราที่นี่นั้นเหมาะที่จะเป้นที่พักอยู่แล้ว ข้าเองในเมื่อไม่มีอะไรที่ต้องระวัง จึงเดินไปยังรถม้าเพื่อกินอาหาร



                                    เมื่อเสร็จจากการพักทานอาหารของข้าจบลง ข้าจึงกลับไปทำหน้าที่ต่อเช่นเดิม ...อืมม ก็นะ คนมากันก็เยอะ ที่นี่จากที่เงียบๆมีคนผ่านไปผ่านมาเพียงแค่ไม่กี่คน กลายเป้นว่าที่นี่คึกคัขึ้นมาแบบผิดหูผิดตาเลยก็ว่าได้ ซึ่ง.. ก็ดีแล้วที่ข้าไม่ได้พากองทหารมาด้วย ไม่งั้นที่นี่คงจะแออัดกันมากกว่านี้เป้นแน่ ข้าเดินสำรวจตรวจตราโดยรอบ โดยมีดาบผ่ากองเรือทั้งแปดเล่มที่ข้านั้นเหน็บเอาไว้ที่หลังเอวทั้งแปดเล่มมาด้วย มันก็ เป็นจุดสนใจให้กับผุ้คนที่นั่งพักอยู่ได้ไม่น้อยล่ะนะ ตัวข้าที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็นเพราะข้าเองก็อยู่แต่นอกด่าน ผู้คนที่อยู่ในต้าฮั่นเมื่อเห็นตัวข้าเดินตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่โดยรอบเช่นนี้ แน่นอนว่าคนที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ ย่อมเดินเข้ามาหาด้วยความสนใจแล้วเข้ามาสนทนาด้วย ข้าเองที่เดินสำรวจไปด้วย ในขณะเดียวกันก็สนทนากับคนที่สนใจตัวข้าด้วย



                                 ที่บ่อน้ำผุดแห่งนี้ยังคงเป้นส่วนหนึ่งของต้าฮั่น แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในต้าฮั่นก็ตามที ทัศนิยภาพของที่นี้ส้วนเป้นธรรมชาติ เกิดด้วยธรรมชาติ และงดงามอย่างธรรมชาติ ข้าเองในแต่ละครั้งที่มาที่นี่นั้น ก็ไม่ค่อยที่จะมาเที่ยวที่นี่เท่าไหร่รัก ถึงเดินเข้ามาก็เป็นเพียงการเดินผ่านโดยที่ไม่ใส่ใจรายละเอียดของสถานที่นี้เท่าไหร่นัก ข้าจึงไม่ค่อยรับรู้ และสัมผัสกับความงดงามที่เป็นธรรมชาติแบบนี้เท่าไหร่นัก ซึ่งข้าว่านะ ยังมีสถานที่แบบนี้อีกมาก ทั้งที่ในต้าฮั่นต้าฮั่นและนอกด่าน รอให้ไปค้นหาและสัมผัสรับรู้ถึงความงดงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างสถานที่เหล่านี้ขึ้นมาให้มนุษย์อย่างเราได้รู้สึกว่า อย่างน้อยโลกนี้นั้นก็ยังคงสวยงาม ในแบบที่มันควรจะเป็น...



                               เมื่อสัมผัสถึงความงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างสถานที่เหล่านี้ขึ้นมาแล้ว มันก็พาให้คิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดหลังจากนี้ ที่กำลังเกิดขึ้น และกำลังค่อยๆสูญสลายไป มันเป็นเหมือนกับสิ่งที่เคยอ่านเจอในตำราอริยสัจ ความจริงอันประเสริฐที่ทุกสรรพสิ่งสามารถเจอกับความจริงที่เกิดขึ้นนี้ ต่อให้ไม่อยากให้เกิดเช่นไร สุดท้ายแล้วเราก็ไม่สามารถหนีความจริงเหล่านี้ไปได้ มันเป็นดั่งของตายที่ทุกคนต้องเจอกับมันไม่ด้วยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง เมื่อข้าเห็นทุกอย่างโยรอบสงบเรียบร้อย ข้าจึงหยิบตำราอสิยสัจขึ้นมา แล้วอ่านให้กับผู้ที่นั่งพักตรงนั้นได้ฟัง ได้รับรู้ถึงที่เห้นและเป็นอยู่ ในชีวิตที่แสนสั้นของคนเรานี้ เป้นการอ่านให้ฟังที่ข้านั้นไม่ได้หวังว่าใครจะมานั่งฟังสิ่งที่ข้าเล่าหรืออ่านใ้ฟังอยู่ ณ ขณะนี้ ก็เพียงแค่อยากให้คนที่นั่งอยู่ตรองนี้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวของจริงของชีวิตที่ตำราเล่มนี้ไม่ได้มีให้อ่านกันง่ายๆนักหรอกนะ



                               อีกทั้งเป้นการนำหนังสือตำราต่างนำกลับมาอ่านอีกครั้งเพื่อเป็นการคลายความเบื่อหน่ายในใจของผู้ที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย ซึ่งข้าเองมีตำราอยู่หลายเล่ม ก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีใครเข้าใจสิ่งที่ข้ากำลังอ่านให้ฟัง เพราะเมื่อข้าอ่านจบเล่มตำรานั้น ข้าจะเห็นคนที่เมื่อกี้ยังคงนั่งอยู่ ตอนนี้หลังไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งฤทธิ์ของอาหารที่พวกเขากินและบวกกับเรื่องที่ข้านั้นได้เล่าให้ฟังจนจบ.. ผลออกมามันคือยานอนหลับชั้นดีเลยล่ะ...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-2-27 11:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +35 ความหิว -22 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
Brynhildr Randgris
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
Brynhildr Hlina
ผ้าคลุมจวี้ม่อ
ต่างหูมาร์เพสซา
เกราะอามุนราห์
บันทึกสื่อจี้เล่มแรก
ธงอินเฟอร์โน่
หน้ากากยักษ์ม่วง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x34
x1
x20
x5
x50
x1
x5
โพสต์ 2019-4-26 22:16:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-4-28 06:59

{ เควสโลก } สำรวจสุสานสรรพสัตว์
พาร์ท 8 : เกมได้ไง



          ความรู้สึกประหลาดที่แล่นโลดเข้ามาในประสาทสัมผัสที่รับรู้ได้ร่างกายของเขานั้นเปียกลอยไปด้วยน้ำ ราวกับคนที่กำลังจะจมลงทว่ามีความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซ้อน นัยน์ตาสีดำคมกริบลืมนัยน์ตาขึ้นก่อนจะไอหลายครั้งๆ

          แค่ก...แค่กๆๆ

          “เกิดอะไรขึ้น”

          เส้าเทียนพยายามทบทวนความทรงจำที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่โดนแสงเทพดึงดูด ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่โดนคิดได้ดังนั้นก็หันมองรอบข้าง

          “พวกเรา...แค่กๆๆ…” บัณฑิตหลัวชูสำลักน้ำร่างโปร่งมองอย่างระหว่างระแวงกลัวจะมีอะไรเกิดขึ้นมาอีก

          จุนซางจวินมีท่าทีนิ่งสงบเปรยตาสำรวจคนกับม้าอยู่ครบ “ไม่มีใครได้รับอันตรายบาดเจ็บใช่ไหม” เรื่องโชคร้ายมักมาพร้อมกับเรื่องโชคดี ถึงจะโดนแสงประหลาดนั้นถูกแต่ก็ยังไม่ทำให้มีใครถึงบาดเจ็บ

          “ข้าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน” เสียงทุ้มติดหวานเอ่ยตอบกลับไปรู้เพียงแค่ว่ายังเหนื่อยกับการที่ต้องยึดเหนี่ยวต่อสู้กับแสงเทพที่ดึงดูดเมื่อครานั้น

          “ข้าคิดว่าพวกเราพักผ่อนก่อนดีกว่า แล้วค่อยเดินทางกันต่อ” บัณฑิตหลัวชูเสนอความคิดเห็น ร่างกายของแต่ละคนนั้นก็ยังไม่ได้พร้อมเต็มประสิทธิภาพหากให้เดินทางตอนนี้ก็คงสลบเหมือดเอากลางทางได้

          จากนั้นเขาก็ช่วยกันหาฟื้นเพื่อมาก่อกองไฟสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย อาภรณ์เปียกชื้นจะต้องทำให้แห้งมิเช่นนั้นก็เสี่ยงเป็นหวัดได้
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ความหิว -42 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2019-5-18 14:54:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เข้ายุทธภพหาใช่เพื่อโดนดาบ
1173
{ ตกปลาขั้นสูง บึงน้ำผุดจิ่งหลิว }
ชำระล้างกายาที่ชุ่มโชก

              หลังจบการประมูลเสือเขี้ยวดาบที่เมืองอู๋เว่ย.. ก็ตามมาด้วยเรื่องวุ่นวายอีกขนานหนึ่ง
             ใครจะไปรู้กันล่ะว่าเพื่อตามหาและรับบททดสอบจากเจ้าเสือ นางต้องว่าจ้างนายพรานสือไคว่ผู้ชำนาญาส้นทาง บวกมูลค่าไปเหนาะๆ อีกสามพันชั่ง เท่านั้นคล้ายยังไม่พอ ราเฟย่าที่แสนแพงขวดละหมื่นห้าเพิ่มไปอีกเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บหลังฟัดกับแมวตัวโต

             นับทรัพย์ที่สูญไปแล้วมันปวดกระดองใจเหลือเกิน…

             ดรุณีผมเงินกลับมาที่จางเย่อีกครั้งนิดเท่านั้นจะออกนอกด่านแล้ว จวงถิงซู่ยังยืนยันคำเดิมไม่ไปไกลเกินเขตมหากำแพงยักษ์ พวกตนจำต้องหันหลังกลับ แต่ทว่าสารรูปอันขมุกขมอมชุดขาดกะรุ่งกะริ่ง และเลือดที่แห้งแล้วเกรอกรังไปตามลำตัวทำให้อึดอัดยิ่ง หนำซ้ำเลือดแห้งยังเป็นแหล่งของโรคร้าย ทัง้สองหลังปรึกษากันจึงตัดสินใจว่าจะหาแหล่งน้ำใกล้ที่สุดแล้วแช่ล้างตัวเสียหน่อย โดยมีเจ้าเสือเขี้ยวดาบคอยเดินตามนายใหม่ต้อยๆ

             ควบหมาป่าและอาชานำพาสตรีต่างลักษณะมายังบึงน้ำผุดในเวลาเย็นย่ำ พึ่งสัญชาติญาณการเอาตัวรอดของสัตว์มักจะพบแหล่งน้ำและอาหารเสมอ หลิงหลานมองต้นปาล์มที่ร่มรื่นใจก็ไม่สนใจสิ่งใดแล้วเริ่มเปลื้องอาภรณ์ดุจขยะนั้นสลัดออกไป ฝ่ายพี่สาวจวงพอจะเข้าใจก็โบกมือส่งเสียงว่า “เจ้าแช่ไปก่อนแล้วกันพี่จะลองไปหาดูว่าแถวนี้มีกิ่งไม้แห้งพอจะใช้จุดไฟได้ไหม อื่ม..หาอาหารสดได้ก็ดีสิ”

            บางทีคืนนี้คงต้องพักค้างแรมที่บึงน้ำ จุดไฟเอาไว้ให้ความอบอุ่นกับเผื่อใช้ทำอาหารสักหน่อยก็ดี

             “อย่าไปไกลนักนะเจ้าคะ บางทีแถวนี้อาจมีสัตว์ร้ายซุ่มซ่อนอยู่ข้ากลัว”

             "มันมีตัวน่ากลัวกว่าสิ่งที่เจ้าเลี้ยงด้วยหรือ..." จวงถิงซู่เดินไปก็ส่ายหน้าไปแต่ละสิ่งอย่างน้อยสาวเก็บมาเลีย้งมันเกินคำว่าปกติไปไกลโข

             หลิงหลานหัวเราะเสียงร่วนเมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายเลื่อนหลุด แผ่นหลังเปลือยเปล่าร่างนางทั้งขาวผ่องดุจหิมะ ข้อแขนกลมกลึงแกว่งลงไปในน้ำเพื่อสัมผัสความเย็นฉ่ำ เสียงจ๋อมแจ๋มพร้อมสาวเจ้าที่พริมดวงตาหลับอย่างผ่อนคลาย “ลงมาเล่นน้ำด้วยกกันไหมพี่เสือ? จะตั้งชื่อเจ้าว่าอะไรดีล่ะเนี่ย?”

              ‘ไม่ล่ะมนุษย์ เจ้าเล่นไปตัวเดียวเลย… ไม่รุ้รึไงว่าเผ่าข้าน่ะรักษาอาดไม่ต้องเปียกน้ำก็สะอาดอยู่แล้ว!!’ เจ้าเสือคำรามตอบพร้อมวิ่งหนีออกไป ทำเอาหลิงหลานหัวเราะคิกเพราะท่าทีกลัวน้ำเหมือนไจ้หลีไม่มีผิดเพี้ยน

               “เฮ้อ.. สุดท้ายก็เล่นคนเดียวอีกแล้ว” ส่วนเจ้าหมาป่าขาวพอรุ้ว่าอาจโดนจับอาบน้ำด้วยก็แจ่นหนีไม่ต่างกัน คอยดูเถอะนะกลับไปโรงเตี้ยมเมื่อไรจะจับมัดมาขัดฟอกให้สะอาดเอี่ยมอ่องครบทุกตัวเลย!! คิดได้ดังนั้นใบหน้าหวานคลี่รอยยิ้มหย่อนตัวลงบึงน้ำ นิ้วน้อยทั้งสิบสางปอยผมทีกรังเลือดออกลูบสระอย่างถนอม ฮัมเพลงเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแผ่วพลิ้วแลผ่อนคลาย
ซ่า!!!

              แสงจันทร์ตกสะท้อนผิวน้ำ สีเงินฉาบเข้มบนห้วงสระสะท้อนวูบไหวกระเพื่อมดุจมีชีวิต ดรุณีน้อยดำดิ่งลงไปใจกลางคลื่นน้ำใช้ความเย็นฉ่ำสะกดเรื่องกังวลใจ นอกจากออกตามหาวัตถุดิบไปเรื่อยๆ ให้ตนเองมีจุดมุ่งงหมายมีเรื่องที่ต้องทำ อย่างวางรากฐานอนาคตแก่บุตรธิดาแล้ว.. ก็คล้ายสิ่งที่เกี่ยวของกับตัวนางเองจะยังไร้จุดหมายคล้ายว่าพบทางตัน ความสุขเลือนหายเมื่อได้มาครองแล้วไม่รู้คุณค่า พึ่งตระหนักถึงได้ในยามที่อีกฝ่ายจากไกลคนละภพ

             “เฮ้อ…. แม้แต่สัตว์ยังทิ้งกันได้” หลิงหลานเมื่อแน่ใจว่าตนเองสะอาดไร้คราบเลือดดินฝุ่นแล้ว ทะยานขึ้นมานั่งบนโขดหินนำผ้าคลุมพาดบนตัวอย่างไม่เรียบร้อยนั่ง เรียวขาทั้งสองยังคงแช่อยุ่ในน้ำ เห็นกิ่งไม้ด้านข้างก็หยิบเอามาวางเหนือน้ำสามชุ่น “ปลาตัวใดไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ก็จงมากินเบ้ดนี้เอาเถิด”

              ความเหงาที่คืบคลานเกาะกินในส่วนลึก บ่อยครั้งที่นางนอนไม่หลับแล้วต้องนั่งเฝ้าจันทราจนลาลับไปในทุกคืน อาการเหม่อมองในสิ่งของที่เป็นสีแดง ห้วงทะเลหรือแม้แต่การยึดติดในความคุ้นชินบางอย่างที่เขาคนนั้นสร้างให้ ‘ท่านให้ข้าลิ้มรสการรอคอย โดยไม่เคยสอนข้าว่าจะหนีพ้นจากความอ้างว้างนี้ได้อย่างไร’  

              แสงจันทร์สะท้อนเป็นปราะกายพร่างพร่าว หยาดน้ำจำนวนมากเกาะอยุ่บนเรือนร่างขาวผ่อง ทั้งติดตามปอยผมหยดลงมาตามปลายคาง.. ทำให้นึกสังสัยว่าที่แท้เป็นหยาดน้ำหรือร่องรอยความโศกเศร้ากลั่นลงมา





แสดงความคิดเห็น

(( พบเจอบางสิ่งตกใส่ศีรษะจากต้นไม้ ))  โพสต์ 2019-5-18 15:04
คุณได้รับ +24 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-5-18 15:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -42 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2019-5-19 16:01:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[หยุดพักก่อนเดินทางไกล]

      เมื่อราตรีการมาเยือนบรรยากาศที่ร้อนอบ้าวก็พลับหนาวเย็นขึ้นมา จางฝูที่เเต่งตัวด้วยชุดแต่งงานแบบผสมสานชุดเดิมเดินออกมาจากห้องพักพร้อมด้วยห่อสัมภาระของตัวเองก่อนจะเดินลงไปยังด้านล่างและพบกับชายวันกลางคนผู้หนึ่งที่เธอจำได้ว่าเป็นหนึ่งในคนในขบวนของเธอกำลังยื่นตะเตรียมข้าวของเเละเสบียงบางส่วนอยู่จึงตัดสินใจเดินเข้าไปทักเพื่อที่จะไต่ถามความพร้อมในการเดินทางเพียงแต่เธอกลับไม่รู้ชื่อสักคนเนี่ยสิ


     “นี่เจ้า...เอ่อ..”


      ชายที่กำลังเตรียมของอยู่เมื่อถูกเรียกจึงหันไปมองก่อนจะพบว่าผู้ที่เรียกนั้นเป็นนายหญิงของตัวเขานั้นเองจึงหันไปค่อมหัวให้เล็กน้อยแล้วยิ้มออกมา “เรียกข้าว่าเหลียนอี้ก็ได้ขอรับ นายหญิงมีอะไรให้ข้าช่วยหรือขอรับ”


     “ป่าว ข้าแค่อยากจะถามว่าพวกเจ้าเตรียมของกันเสร็จแล้วหรือยัง เราต้องเดินทางกันต่อแล้ว”จางฝูเอ่ยออกมา แล้วหันไปยื่นจ่ายถุงเงินค่าห้องและค่าอาหารให้แก่เถ้าแก่โรงเตี้ยม


     “เรียบร้อยพร้อมแล้วนายหญิง คุณชายก็ขึ้นรถม้าไปแล้วขอรับ ข้าเพียงรอเสบียงอีกนิดหน่อย นายหญิงไปรอที่ด้านนอกได้เลยขอรับ” จางฝูพยักหน้าเป็นการเข้าใจก่อนที่เธอนั้นจะเดินนำออกไป ไม่นานนักชายที่ชื่อเหลียงอี้ก็เดินออกมาพับเสบียงที่ถูกนำไปวางใส่ในรถลากก่อนที่ขบวนเดินทางของจางฝุนั้นจะออกเินทางต่ออีกครั้ง และด้วยอากาศที่เย็นจนเกือบหนาว ม่ร้อนทำให้การเดินทางนั้นดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่นานพวกจางฝูนั้นก็เดินพ้นออกมาจากเขตเมืองอู๋เว่ยแล้วเเละเข้าสู่เขตด่านจางเย่ ซึ่งเป็นด่านเเรกที่จะเตรียมตัวออกเดินทางสู่เส้นทางสายไหมและโหรวหราน


      เดินทางมาได้ราวชั่วยามจางฝูก็บอกให้ทุกคนแวะพักกันที่บริเวณโอเอซิสนอกเมืองจางเย่และให้พักดื่มในโอเอซิทเเทนเพราะความประหยัดน้ำในการเดินทางไปยังเมืองต่อๆหรือเส้นทางที่แถบนั้นไม่มีน้ำ


     “ซุนเจียงนี่น้ำ”จางฝูเอ่ยขึ้นแล้วเลิ่กชายม่านขึ้นเล็กน้อยก่อนสอดถุงหังใส่น้ำเข้าไปยังด้านในรถม้ายื่นให้แก่ชายหนุ่มในรถม้าให้พักดื่มดับกระหาย


     “ขอบคุณเ"สียงทุ้มแหบเอ่ยตอบออกมา ก่อนที่พักหนึ่งที่ถุงน้ำถูกยื่นส่งกลับออกมา แต่จางฝูกลับดันถุงน้ำนั้นให้กลับเข้าไปยังด้านใน


    “เจ้าเก็บไว้จิบในนั้นเถอะ หิวหรือไม่ให้ข้าไปเอาของมาให้เจ้าทานเล่นดีไหม”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาก่อนเสียงปฏิเสธของอีกฝ่ายจะดังตอบกลับมาเบาๆ


     “ไม่หรอกตอนนี้ยังไม่หิว จางฝูข้าอยากเห็นหน้าเจ้า”


      “ข้าเองก็เช่นกัน แต่มันยังไม่ถึงเวลา”จางฝูเอ่ยออกมาก่อนจะผละเเยกออกไปพักสักครู่ก่อนหันตะโกนบอกคนในขบวนให้เตรียมตัวเดินทางต่อในทั้งที เพราะเมื่อเเสงสุริยันในยามเช้ามาถึงพวกเธอต้องเดินทางให้ถึงเส้นทางสายไหมโหรวหราน


@Admin


โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x36
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x30
x60
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 10:39

ขึ้นไปด้านบน