123
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ นอกเมืองจางเย่ } เขาสายรุ้งตันเซี๋ย

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-3-15 00:08:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-3-15 12:58

{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 3 : ความสงสัย โชคชะตา จะนำพาอีกครั้ง}
{ ตอนที่ 17 : ตามคำทำนาย หุบเขาลายสายรุ้ง  }

        เป่าหลิงนั้นเดินทางออกจากเมืองเฉิงตูเนื่องจากว่าเธอก็พอจะได้รับรู้เรื่องสิ่งที่เกิดแล้วล่ะ คงไม่ใช่หุบเขาสายรุ้งอื่นนอกจากสถานที่หุบเขาสายรุ้งแห่งนั้น ตรงบริเวณระเบียงเหอซีแน่ๆ คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจำเป็นที่จำต้องเดินทาง การเดินทางทั้งวันทั้งคืนน่าจะช่วยให้เธอนั้นเดินทางไปถึงสถานที่แห่งนั้นให้เร็วยิ่งกว่าที่เธอได้คิด

        ร่างกายของสตรีร่างบางนั้นเดินทางออกมา เธอควบม้าออกมาจากเมืองเฉิงตูและเขตพื้นที่ปาสู่พร้อมกับความแจ้มใสที่มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากว่าเธอนั้นเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง แม้ว่าเธอก็พอรู้ว่ามันทำลายชีวิตของคนคนหนึ่งไป แต่นางเลือกที่จะให้อภัยและก้าวเดินต่อไป..เพราะฉะนั้น เป่าหลิงก็ต้องทำแบบนั้นจริงๆ..

        เอาเถอะ จะว่าไป ..นางบอกมาด้วยให้ช่วยสหายนางทีสินะ..เอาล่ะสิ พวกวิญญาณนี้ชอบขอร้องเธอจริงๆนั้นล่ะ ช่างขี้ขอเสียเหลือเกิน แต่ตอนนี้หลินเจียวหย่าเองนางก็มีความสุขดีในแบบของนาง เพราะฉะนั้นคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง? คิดว่าน่าจะเป็นอย่างงั้นนั้นล่ะ เป่าหลิงสูดลมหายใจของตนเองก่อนที่จะเดินทางไป..

        เวลานั้นผ่านไปนานอยู่เหมือนกันกว่าที่เป่าหลิงจะเดินทางมายังหุบเขาสายรุ้งที่อยู่ ณ ระเบียงเหอซีแห่งนี้ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามจ้องมองหุบเขาลายสลับลวดลายเป็นริ้วสีธรรมชาติ ประกอบไปด้วยหินทรายและแร่ธาตุต่างๆ…

        ‘เป่าหลิง เจ้าคิดว่าคนคนนั้นจะเป็นคนแบบไหนหรอ?’ เสียงของทางฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวถามกับทางของเธอ ท่าทางแล้วที่นี้ก็ใหญ่โตเหลือเกิน แล้วมันจะไปหาไอ้สิ่งนั้นจากไหนวะ? หรือว่าต้องเดินทางหาไปเรื่อยๆ? อาจจะต้องเป็นแบบนั้นหรือปล่าว? การค้นหา… "จะไปรู้เราะ อย่างน้อยก็มาเพื่อทำงาน เอาให้แน่ว่าที่รู้เป็นจริงนั้นล่ะ"

       “ข้าว่าพักกินข้าวอะไรหน่อยเถอะ ข้าเหนื่อยแล้วล่ะ บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่เธอจะหยิบอาหารกลางวันของเธอนั้นมาทานอย่างเงียบๆ.. และหลังจากที่เธอนั้นทานอาหารเสร็จแล้วก็เดินสำรวจรอบๆ บริเวณตรงนี้ หรือว่าเป็นสถานที่ ที่เธอพอจะไปด้วย กับฝ้าเฉี่ยและเจินจูจิ่วจางที่กำลังเกาะกระจาดของตนเองนั้นเอง... "เห่อ..หุบเขาลายสายรุ้ง.."

        เป่าหลิงนั้นเดินเล่นไปเรื่อยๆ ความจริงแล้วเธอก็ไม่คิดหรอกว่ามันจะเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอย่างงั้น นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของนางนั้นเรียกได้ว่าเป็นสายตาที่เหลือบมองไปทั่ว ตรงนี้ไม่ค่อยจะมีคนเพราะฉะนั้นเธอจะเปลี่ยนการแต่งกายของตนเองจะได้ไหมนะ? จากใจเลยว่าใส่หมวกไม้ไผ่ผ้าใบแล้วมันรุ่มร่ามจริงๆนั้นล่ะ

        คิดว่าน่าจะเป็นอย่างงั้น คราวหลังเธอตัดเสื้อฮู๊ดปกปิดใบหน้าเองเสียจะดีกว่าดีไหมนะ? แบบนั้นน่าจะดีที่สุดแล้วล่ะ เป่าหลิงคิด..เพราะว่าฮู๊ดที่เธอมีนั้นมันดันยาวเกินไปจนเธอต้องตัด แถมมันยังรุ่มร่ามพิกล ช่างน่าสงสารจริงๆ ไม่รู้จักการตัดฮู๊ดอะไรแบบนี้กันหรือไงวะ?.. ทำใจหน่อยนะ เหนื่อยจริงเชียว เป่าหิลงนั้นสูดลมหายใจของตนเอง ก่อนที่จะเดินเล่นไปเรื่อยๆนั้นล่ะ

        ‘เป่าหลิง!! หลบ!!’ เสียงของฝ้าเฉี่ยกล่าวบอก เด็กสาวนั้นตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะขยับกายของตนเองเพื่อทาบไปที่หินก้อนใหญ่ เธอนั้นกระโดดหลบอย่างไร้เสียงมาที่โขดหินในซอกหลีบที่ช่างเป็นซอกหลืบที่โชตดีที่เธอเป็นเด็กสาวเพราะฉะนั้นเป่าหลิงถึงสามารถที่จะสามารถแทรกตัวเข้าไปตามชั้นซอกหลีบนั้นได้..

        เหอะ ไอ้พวกมีนมน่ะ ไม่มีทางใช้แผนนี้ที่นี้ได้หรอก ติดนมไปเถอะะ

        เป่าหลิงนั้นคิด ก่อนที่นางนั้นจะเหลือบมองไปนั้นล่ะ เธอเงียบปากไว้ ก่อนที่จะเห็นว่ามีชายชาวจอมยุทธ์สิงคนนั้นเดินมาทางนี้..หน้าตาของพวกมันก็น่าจะเป็นคนจากหุบเขาปีศาจ..เพราะว่าหน้าตาก็ดูโฉดๆ ชั่วๆ เลวทรามต่ำช้าดี.. แต่เดี๋ยวนะ? เธอเองก็เป็นคนจากหุบเขาปีศาจหรือปล่าววะ? นั้นสิ น่าจะเป็นอย่างงั้น

        ดูเหมือนว่าการแอบที่ซอกหลืบเล็กอย่างแนบเนียนของเป่าหลิงนั้นจะส่งผลดีจริงๆนั้นล่ะ เธอนั้นแอบอบ่างเนียนเลยล่ะ หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินผ่าน ราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจเธอ เพราะว่าไม่เห็นว่าเธอนั้นกำลังหลบอยู่ตรงซอกหลืบที่ลำบากขนาดนี้..คงไม่มีใครสามรถหลบอยู่ตรงนี้ได้แน่เลย หากไม่ใช่เด็กแบบเธอ….

        นายจะเอาอะไรกับคนที่กระดานชิบหายอย่างเป่าหลิง หากเป็นเจียวหย่านั้นยังว่าไปอย่าง

        "เราจะไหวแน่หรือลูกพี่" เสียงของตัวปลากรอบบีนั้นกล่าวถามตัวปลากรอบเอ เนื่องจากว่าเขาน่าจะเป็นลูกพี่และลูกน้องของกันแล้วกัน น่าจะกำลังมีแผนชั่วอะไรหรือปล่าว หรือว่าพวกนั้นกำลังวางแผนอะไรกันอยู่

        "สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า เราไมไ่ด้สู้ตรงๆ ชะหน่อย" เสียงของทางลูกพี่ที่กล่าวนั้นบอกกับทางลูกน้อง… เป่าหลิงนั้นเงียบไปเล็กน้อย เธอนำหูของตนเองนั้นแนบกับทางก้อนหิน เพื่อที่จะได้ยินเสียงได้ดีมากยิ่งขึ้น เขาเรียกว่าเสียงสั่นสะเทือนนั้นเอง.. ก็รู้ไว้นะ ว่าเสียงมันต้องผ่านตัวกลางน่ะ..

        เดี๋ยวนะ……… สิบแปด มังกร...มังกรสิบแปด เหล่าดอกท้อ พบเจอเพศภัย!!!! อ้าว แม่งไม่ใช่คนหรอกหรอ ไม่ใช่คนใช่ไหม!! คือมันคือเคล็ดวิชา สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรอย่างงั้นหรออออ แต่หลังจากนั้นต่อมาประมาณสองวิ..เป่าหลิงก็หันไปทางฝ้าเฉี่ย.. เหมือนกับจะถามว่า ตกลงแล้ว สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรคืออะไรวะ?...

        ‘เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ฟัง..ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้เจ้าฟังพวกมันไปเถอะ’

        "เราแค่วางกับดัก ไปจับพวกขอทานสักกลุ่มมาล่อมันก็ได้แล้ว คิดโง่ๆ ของกล้วยๆ" เสียงทางหัวหน้านั้นกล่าวอีกครั้ง ท่าทางของมันนั้นเหมือนกับว่ากำลังมีแผนชั่วร้ายที่อยู่ในหัว เป่าหลิงนั้นแทบอยากจะทำหน้าตาเสือหมอบแมวเซา… เดี๋ยว แกคิดจะเล่นมุกแบบนี้จริงดิ? มุกอื่นไม่มีแล้วหรอ? แบบนี้มันชั่วยอดไปเลย… แต่พวกแกกำลังไปจับขอทานที่มีวรยุทธ์นะ!!

        “ข้าได้ยินว่าเจ้าขอทานที่ชื่อเจียนหลิวหัวหน้าสาขาหรูหนานกำลังพาพวกขอทานที่นั่นไปจัดการพวกโจรภูเขาที่ทางใต้" เสียงของมันนั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะมีเสียงหัวเราะอย่างร้ายกาจออกมา "เราจะฉวยโอกาสจับพวกมันหลังสู้โจรภูเขา!! อ่อนแอขนาดนั้น ก็ง่ายต่อการจับตัว!!" นั้นคือเสียงของทางหัวหน้า พร้อมกับเสียงสรรเสริญจากทางลูกน้องตัวประกอบ

        "ลูกพี่ฉลาดที่สุดเลย!!!"

        เสียงนั้นคือเสียงของลูกน้องที่พูด แล้วก็ปรบมือให้กับลูกพี่สุดฉลาดของตนเองอย่างรวจเร็ว เรียกได้ว่าได้ยินเสียงแปะๆ แปะๆ อย่างไม่ขาดสาย คือ..พวกแกคิดแบบนั้นกันจริงๆอย่างงั้นหรอว่ามันจะง่ายอะไรขนาดนั้น เป่าหลิงนั้นถึงขั้นทำหน้าตาราวกับว่ากำลังเบื่อหน่ายกับสิ่งที่มันทำเสียเหลือเกิน คือต้องการอะไรนิ?...

        นั้นสิต้องการอะไร.. หน้าตาก็ตามภาพหน่อยๆ


        เหนื่อยเหลือเกินกับความคิดของทางลูกกระจ๊อกเนี้ย เอาเถอะ อาจจะทำอะไรได้ก็ได้ แต่แบบนี้แผนแบบนี้จะเป็นจริงได้อย่างไร? ...แล้วไอ้สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร นั้นหมายถึงคนใช้สินะ?.. แล้วไอ้ขอทานที่ชื่อเจียนหลิวหัวหน้าสาขาหรูหนาน...คือขอทานนี้มีหัวหน้าสาขาของขอทานด้วยเราะ!! เป่าหลิงนั้นคิดอย่างงั้นล่ะ..

        ‘หัวสมองของเจ้ามันอยู่ตรงตาตุ่มหรือไงเป่าหลิง.. =__= ’ เสียงของฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าว ทำให้เป่าหลิงนั้นเหลือบหันไปสนใจสหายของตนเอง..

        ‘ที่พวกมันหมายถึงคงจะหมายถึงคนที่ใช้วิชานี้ตามที่จะบอกนั้นล่ะ เจ้าจำพรรคภายในยุทธภพได้ไหมล่ะ? ฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่าเป็นวิชาประจำพรรคกระยาจก ซึ่งเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่มีสมาชิกนับแสนกระจายอยู่ทั้วแผ่นดิน ทำให้เรียกกันเป็นสาขาไง.. ข้าคิดว่าท่านไม่ค่อยดี เราเดินทางออกดีกว่า หากป้องกันไม่ให้เขามาได้ อาจจะเป็นเรื่องดี….’

        ‘แต่ข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันหมายความว่าไง ฆ่ายาจกขอทานไปไม่กี่คน ทำไมถึงได้มีคำทำนายอะไรนั้นออกมา ความดำมืดคืบคลานยุทธภพ  วีรบุรุษล้มตาย พสุธาเดือดด้วยเปลวโลกันต์ กระต่ายกระจายสี่ทิศ สะท้อนโลกี...เพื่อ?’

        ‘เมื่อไม่มีพรรคธรรมมะมาถ้วงดุลอำนาจ..คาดว่าพรรคมารก็คงอาละวาดได้ง่าย น่าจะเป็นอย่างงั้นมากกว่า’ เสียงของทางฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวอธิบาย เมื่อเป่าหลิงได้ยินดังนั้นก็ถึงบางอ้อ เอ่อว่ะ อาจจะเป็นอย่างงั้นจริงๆก็ได้ เพราะฉะนั้นก็แค่ไม่พามาก็พอสินะ..แล้วทำไมเธอต้องช่วยด้วย แต่ช่วยไม่ได้..

        เด็กสาวนั้นรอชายทั้งสองคนนั้นเดินลับตาไป จนคิดว่าเขาไปกันพอควรแล้ว ก่อนที่จะค่อยๆถอยออกมา แต่ด้วยโชคชะตาช่างกลั่นแกล้งคนสวย(?) เธอนั้นเท้าสะดุดไปโดนกลไกหนึ่งที่ทำให้หินด้านหลังเปิดอย่างงงๆ ...

        !!!! ประตูลับ!!!!

        เป่าหลิงนั้นตกใจเช่นนั้น นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามพยายามคว้าอะไรที่คว้าได้ ก่อนที่จะกลิ้งกายของเธอนั้นหลุนๆๆ ลงไปตามเส้นทางที่ลาดชัน… WTF เหมือนหมีแพนด้าที่กำลังกลิ้งเลย.. จนมาถึงสุดเส้นทางลาดชันเป่าหลิงก็ไอเสียยกใหญ่เพราะคลุกร่างกายไปด้วยดินตามพื้น.. เธอนั้นลื่นไหลอย่างที่คิด เหมือนกับราวกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเล่นอย่างงั้นล่ะ..ความจริงมันก็เจ็บอนู่เหมือนกัน โชคดีที่ไม่มีหินอะไรทำให้เธอต้องบาดเจ็บ

        “แค่กๆ...เห้อะไรเนี้ย” เป่าหลิงกล่าว เธอพยายามจัดสภาพร่างกายของตนเอง แต่ทว่าก็ต้องไออยู่ดี ไอ้บ้าพวกไหนมันถึงมาทำประตูลับเส้นทางลับอะไรตรงนี้วะ!!!  เป่าหลิงนั้นคิดก่อนที่เธอจะรู้สึกมึนงงอย่างมากเลยทีเดียวว่านี้มันอะไรกัน?

        “..ที่นี้ที่ไหนกัน…??????”


@Admin





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 คุณธรรม +10 ความชั่ว +12 ความโหด โพสต์ 2019-3-15 13:07
คุณได้รับ +2 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2019-3-15 01:28

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -164 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -164 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-4-17 22:28:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-4-25 18:14

{ เควสโลก } สำรวจสุสานสรรพสัตว์
พาร์ท 7 : เส้นทางอื่น (6)

เหล่านักเดินทางนั้นเดินทางมาที่หุบเขาสายรุ้ง พวกเขากำลังพักอยู่ตรงตีนเขา และได้พบเจอกับอะไรบางอย่างที่น่าอัศจรรย์ใจ!!!






         ทันใดนั้นก็เกิดปรากฎการณ์ประหลาดทำให้บุรุษทั้งสามคนมิอาจขยับเขยื้อนร่างกายได้ผลกระทบจากแสงเทพที่ส่องเป็นวงกว้างทั่วปกคลุมพวกเขาจากตอนแรกที่จะออกเดินทางกันกลับทำให้หยุดชะงักกลางคัน

          วูบบบบบ~

          “.....ยึดโขดหินไว้แล้วจับม้าให้แน่น” เสียงจอมยุทธจุนเอ่ยดังบอกเตือนทั้งสองคนให้รีบคว้าจับที่ยึดเหนี่ยวเอาไว้ให้มั่น

          “!!!!” ใบหน้าคมคายที่สวมใส่หน้ากากพุทธะเงียบก่อนที่มือหนาจะคว้าจับม้ามากอดแนบกายชิดสนิทไม่ให้ตนเองถูกแสงประหลาดดูดขึ้นไป

          บุรุษทั้งสามคนพยายามจับยึดเหนียวเอาไว้ให้มั่นคงมากที่สุด ไม่ให้ถูกแสงเทพนั้นสามารถดูดขึ้นไปได้แต่ทว่า สิ่งที่พวกเขาจับนั้นมันหนาแน่นก็จริงอยู่แต่ร่างก็ค่อยๆลอยขึ้นได้แต่ภาวนาจะไม่ให้ถูกแสงนั้นดึงเข้าไป

          “ทำไมไอ้แสงเทพอะไรนี่มันถึงดูดพวกเราด้วย” เสียงทุ้มเด็กหวานเอ่ยถามกับบัณฑิตหลัวชูผู้ซึ่งน่าจะไขข้อข้องใจให้เขาได้ถึงปากจะพูดไปแต่ร่างกายก็ยึดเหนี่ยวเอาไว้อย่างมั่นคง

          “เรื่องนี้ข้ายังไม่มีคำอธิบายให้เจ้าได้” บัณฑิตชูพูดกลับคืนมา จะต้องศึกษาค้นคว้าก่อนแล้วไม่รู้ว่าหากถูกดึงดูดเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นภายในนั้น เขาก็ไม่ทราบได้ทางที่ดีจะต้องไม่ให้ถูกดูดเข้าไป

          มือหนากระชับแน่นทั้งม้าและโขดหินเอาไว้ เป็นอะไรที่เขานั้นหัวใจเต้นแรง นัยน์ตาสีดำคมกริบมองลอดผ่านหน้า ลมพัดรอบๆวูบใหญ่ให้ร่างนั้นค่อยๆลอยขึ้น พวกเขากัดฟันยึดอย่างแน่นหนาประดุจมือเป็นปลิงเกาะติดยิ่งกว่าปลิงทะเล

          อย่าเพิ่งมาเกิดอะไรตอนนี้จะต้องไปตามหาดวงตาจันทราก่อนแล้วไปสุสานสรรพสัตว์ ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกมาก ถ้าเกิดหลุดเข้าไปแล้วตายทำไงมีประกันความเสี่ยงไหม แต่ที่แน่ๆถ้าเกิดตายก็ไม่ได้ตายเพียงลำพัง...

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +200 ความชั่ว +129 ความโหด โพสต์ 2019-4-25 17:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 ความหิว -142 แต้มวาสนา +20 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -142 + 20

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2019-10-13 16:48:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สตรีมิใช่สนามอารมณ์
1571
งดงามเมื่อท่านมองเห็น
            เส้นทางรอยเท้าอูฐคือเส้นทางสายหลักที่ไม่นานนักสายลมจะพัดทรายให้กลบฝังจนพวกเขาแยกแยะหนทางไม่ได้ ออกเดินทางจากโอเอซิสฉิงชวงซวี่หมาป่านับร้อยในขบวนยังคงไม่ทอดทิ้งราชาของพวกมันเหล่าสีขามุ่งหน้าทางทิศตะวันตก ดวงตะวันซบหายลงขอบฟ้าสีสันแห่งหุบเขามายาเมืองจางเยว่ปรากฎในเงาสลัว รุ้งเหลือบเมลืองมลางแน่นอนว่าหากได้ชมกับคนรุ้ใจ คงอดไม่ได้ที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวขยับกายจะเข้าไปซบกับอกเขาแล้วบอกว่า ‘ดูสิ...งดงามยิ่งนักดวงตะวันแห่งหุบเขาสายรุ้งบอกว่า ท่านจะอยู่กับข้าในวันรุ่งขึ้นเช่นกัน’

            น่าเสียดาย.. คนที่นางร่วมเดินทางมาด้วยมิใช่ผู้รู้ใจ
            เรียกว่าสหายยังรู้สึกอาจเอื้อมเลยด้วยซ้ำ…

            “พวกเขาบอกว่าหลังวันที่ฝนตกสีสันแต่ละชั้นจะสดใสและงดงามยิ่งขึ้น.. น่าเสียดายไม่มีฝนแถวนี้มาร่วมเดือนแล้ว” ท่านข่านเฉินผานทรงเล็งเห็นว่าหญิงสาวที่ปกติช่างสนทนาเจื้อยแจ้วมิได้หยุด มาตอนนี้เหมือนมีคนดึงเอาลิ้นเจ้าลูกแกะน้อยออกไปเสียแล้ว

            “คืนนี้เราคงต้องนอนพักที่ตีนเขา ในทะเลทรายเดินทางกลางคืนอันตรายยิ่งกว่ากลางวันเสียอีก.. อากาศจะหนาวจัดจนก้าวขาไม่ออกเชียว” มือหนาปลิดถุงหนังข้างตัวยื่นส่งให้สหายร่วมทาง พวกเขาได้เติมน้ำจนเต็มทุกถุงแล้วที่โอเอซิส

             “...เพราะอากาศหรือเป็นเพราะคืนนี้เมฆหมอกหนาทึบมองทิศไม่ออกกันแน่เจ้าคะ” เบดูอินสาวแกะผ้าที่พันใบหน้าออกเล็กน้อยเผยริมฝีปากจิ้มลิ้ม รับถุงน้กมาดื่มไม่กี่อกแล้วส่งคืนให้

            “อาจจะทั้งสองอย่าง.. ดวงดาวเคยดีต่อข้าเสมอ วันนี้กลับเอียงอายหลบอยู่หลังหมู่เมฆ”

             ‘หืม...คำพูดแบบนี้’ ร่างเล็กแทบเซตกหลังหมาป่าก่อนหัวเราะขึ้นมาเบาๆ นิ้วจิ้มไหล่อีกฝ่าย “ไม่ยักรู้ว่าท่านข่านก็ใช้คำพูดกวีๆ เกี้ยวพาเช่นนี้เป็นด้วย”

             “อย่างไรหรือที่ว่าเกี้ยวพา? ข้าก็แค่..พูดไปตามที่คิด” ชายหนุ่มกระพริบเปลือกตาปริบๆ หลิงหลานค่อยเข้าใจว่าดวงดาวราในค่ำคืนนี้หนีมาอยู่ในแววตาของคนตรงหน้านี่เอง ระยิบระยับเจิดจรัสน่าเสียดายนักผู้ที่อยู่กับนางกลับมิใช่ผู้ที่นางเฝ้าคอย… สาวเจ้าก้มหน้าลงถอนหายใจกล่าวอย่างอื่นแทน

             “...เรื่องราวในอดีต ท่านอยู่กับมันได้อย่างไรหรือ ขออภัยที่หลิงหลานถามเซ้าซี้แต่ว่า… หากท่านมีวิธีการอยู่ร่วมกับมันได้ ข้าเองก็อาจค้นหาเส้นทางของข้าพบ”

             ‘อย่างที่คิดนางมีเรื่องกังวลใจ…’ ชายหนุ่มคิดว่าคงไม่มีอะไรที่ต้องเสียหายในเมื่อทุกอย่างจบลงไปแล้ว ดังนั้นจึงยอมบอกเล่า เหตุผล ความจำเป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจ และบทสรุปของสงครามเลือดนั้นออกมา มันไม่ใช่เรื่องราวรอบกองไฟที่น่าภาคภูมิบางฉากตอนสลัวรางและมืดหม่น แต่ก็คือความจริงของชีวิต “เมื่อเจ้ายืนอยู่ต่อหน้าทางแยกบนบ่าคือความรับผิดชอบ ด้านหลังคือสายตาที่จับจ้องและคาดหวังถึงอนาคตฝากไว้กับเรา.. เจ้าจะเข้าใจเองว่าความลังเล ไม่ช่วยอะไรนอกจากทรมานกัดกินใจอย่างช้าๆ เมื่อตกลงสู่ความมืดการบังคับให้ถอยกลับมาก็ยากเย็นเกินไป”

             “...คำสอนของอารามไป๋หม่า ไม่มีสิ่งที่ยากเกินเอาชนะจิตใจของเรา จิตมารคือความมืดที่ก่อตัวด้วยกิเลสแต่ข้ากลับคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านั้น จะความทุกข์ โศกเศร้า ความสิ้นหวังล้วนก่อให้เกิดความมืดได้เช่นกัน” ทอดสายตามองไกลออกไปหลิงหลานพบว่าทะเลทรายที่กว้างขวาง ช่างดูอิสระและเสรี “บางครั้งก็ทำให้คิดสงสัย.. ข้าดิ้นรนมาถึงจุดนี้เพื่อสิ่งใดกันแน่”

             “ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะมันได้ในที่สุด อาหลิงเจ้าเป็นสตรีที่เข้มแข็งแม้ภายนอกจะดูไม่เหมือนเท่าไรก็ตาม หึหึ”

             รอยยิ้มของเขาอบอุ่นสองประกายดวงตาระริกไหวดุจดวงดารา น้ำเสียงอันอ่อนโยนราวกับปลอบประโลมคือสิ่งที่เวลานี้หลิงหลานบังเอิญต้องการอย่างยิ่งยวด นานอยุ่ที่เดียวกว่าใบหน้าหวานใสจะพยักรับ ในจิตใจของทุกคนมีความมืดมิดซ่อนอยู่กุญแจที่ไขประตูนั้นออกก็แตกต่างกันไป สำหรับท่านข่านอาจจะหมายถึงอำนาจ สำหรับหญิงสาวอาจจะหมายถึงการสูญเสียในสิ่งที่รัก

            ทั้งคู่เดินทางกันต่อ เสียงฮาร์ปเล็กดังแผ่วเสมือนบรรเลงกล่อมการเดินทาง คลอเข้ากับเสียงผิวริมฝีปากของชายหนุ่มเป็นลักษณะเฉพาะของชาวนอกด่าน การร้องบทเพลงคำเดียวด้วยลำคอด้วยริมฝีปาก ทำให้เสียงกึกก้องและเกิดแรงสั่นสะเทือนเกิดความฮึกเหิม ต่างจากชาวฮั่นที่ผาสุขนิยมท่วงทำนองที่นุ่มละมุน ราวกับภาพทิวทัศน์อันตระการตาทั้งสี่ฤดู

             โฮ่วชื่อคุมเหล่าหมาป่าส่วนหนึ่งออกไปลาดตระเวณเมื่อมนุษย์ทั้งสองมาถึงตีนเขา ท่านข่านก่อกองไฟส่วนหลิงหลานทำหน้าที่เดิมอย่างชำนาญ ‘เตรียมอาหาร’ บะหมี่เนื้อหลานโจวอันเข้มข้น มาพร้อมกับเนื้อกวางแห้งเสริมเป็นเครื่องเคียง น่าเสียดายไม่มีผักสดแก้ด้วยลุกพลับก็พอจะเข้าท่าอยู่ ทั้งสองทานอาหารพลางเพื่อรอให้ถึงช่วงเวลาเหมาสมที่จะเดินทางต่อ

             ไม่มีอะไรเหมาะมากไปกว่าการนอนพักออมแรง ชายหนุ่ใช้ผ้าคลุมหนังสัตว์ห่มให้นาง เดินทางร่วมกันมาสามวันเขาก็พอสังเกตุให้แล้วว่าดูเหมือนนางจะ ‘กลม’ ขึ้น กลมเฉพาะส่วน… เริ่มเลือกทานและทั้งที่มากับเขาก็ไม่ดื่มสุรา สัญญาณของการตั้งครรภ์

             “ท่านไม่ห่มหรือ? เอาให้ตั้งสองผืนแบบนี้” หลิงหลานยังคงสงสัยและเอ่ยถาม พยายามดันผืนผ้าหนังสัตว์กลับให้อีกฝ่าย ไมไ่ด้รังเกียจกลิ่นสาปนะแต่เดี่ยวนางร้อนจนเป็นลมขึ้นมาจะทำไง

             “ไม่เป็นไรยังมีอีกสำรองไว้น่ะ กลางคืนอากาศจะเย็นจัดห่อตัวไว้เถอะ” อย่างน้อยก็เพื่อเด็กในท้องจะได้ไม่รับผลกระทบอะไรมาก แม้ท่านข่านจะสงสัย..เพราะอะไรทัง้ที่หญิงสาวรุ้ตัวว่าตั้งครรภ์กลับจากบ้าน ออกเดินทางโดยปราศจากบิดาของเด็ก?

             “เช่นนั้นก็..ขอบคุณ” เสียงตอบกลับอู้อี้ในกองผ้า ต่างลงนอนพักโดยมีหมาป่าเฝ้ายาม ระหว่างทั้งสองคือเสียงกองไฟปะทุไหม้นิ่งเงียบอยุ่เป็นเวลานาน หลิงหลานเอ่ยเหมือนละเมอแต่กลับฟังออกชัดเจน
            
              “ไม่มีสิ่งใดถูกผิดหรอกเมื่ออยู่ต่อหน้าความเป็นความตาย.. มันบีบให้เราต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรอดชีวิต ท่านทำสิ่งที่ดีสุดเพื่อคนของท่าน.. พวกเขาถึงภูมิใจและยอมติดตามท่านยกให้เป็นผู้นำ” พูดราวกับขบขันฝืดเฝื่อนผู้นำคนไหนบ้างที่มือไม่เคยเปื้อนเลือด “คนผู้หนึ่งเคยบอกข้าว่า.. เมื่อผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายไปได้เราค่อยค้นหามนุษยธรรมกันใหม่ ข้าไม่ชอบเลย.. แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาพูดถูก มันคือความเป็นจริงไม่ใช่ความถูกต้อง”

              อีกฝากหนึ่งของกองไฟยังคงเงียบสงบ ไม่แน่ว่าข่านแห่งซูเล่อได้ยินถ้อยคำนี้หรือหลับใหลไปแล้ว..

ใช้ฮาร์ป+รูปปั้น+บะหมี่เนื้อ(นอกด่าน)




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ข่านแห่งซูเล่อ: เฉิน ผาน เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-10-13 17:02
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ข่านแห่งซูเล่อ: เฉิน ผาน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2019-10-13 17:02
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ข่านแห่งซูเล่อ: เฉิน ผาน เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2019-10-13 17:01
คุณได้รับ +40 ความโหด โพสต์ 2019-10-13 17:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -48 แต้มวาสนา +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
123
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 10:39

ขึ้นไปด้านบน