ดู: 1889|ตอบกลับ: 22

{ นอกเมืองจางเย่ } เขาสายรุ้งตันเซี๋ย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-18 22:05:25 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2019-5-22 16:27




♥ แนวเขาตันเซี่ย ♥

{ น อ ก เ มื อ ง จ า ง เ ย่ }









เขาสายรุ้งตันเซี่ย
『 รุ้งพราวงดงามตา หุบผา ขุนเขา ราวภาพฝัน 』
ห่างออกมาจากเมืองจางเย่ หน้าด่านตะวันตกอันแห้งแล้ง
มีแนวเขาที่งดงามราวกับภาพฝัน ลวดลายเป็นริ้วสีธรรมชาติ 
ประกอบไปด้วยหินทรายและแร่ธาตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัว
ของเปลือกโลกเมื่อนานแสนนานมาแล้ว (24ล้านปีก่อน) ลม และ ฝน
ใช้เวลานานนับพันๆ ปี กัดเซาะแนวเขาจนเกิดเป็นภูมิประเทศ
ที่กว้างใหญ่ไพศาล และมีสีสันสุดแสนจะมหัศจรรย์ดั่งเช่นวันนี้ 
ว่ากันว่าทิวทัศน์ช่วงพระอาทิตย์ตกดินของ 'เขาสายรุ้งตันเซี่ย' 
เป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในแผ่นดิน ยิ่งถ้าวันก่อนหน้าฝนตก 
วันถัดมาลายรุ้งจะยิ่งสวยเป็นพิเศษราวกับเส้นทางสู่สวรรค์








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

10

กระทู้

93

โพสต์

8843

เครดิต

เงินตำลึง
2255
ดีนาเรียส
0
ความหิว
36
แต้มวาสนา
111

ใบรับรองภาษาฮั่น

STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
ปิงปิง
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-19 23:31:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinLiLi เมื่อ 2018-2-20 01:38

{ ทำดีได้ดี } (4)

ขบวนคาราวานที่เสียหาย



            ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด เป็นเวลาอยู่นานแล้วที่ลี่หลี่รู้สึกสงหรณ์ใจไม่ดี


            จะด้วยว่าเพราะตาขวาขยิบก็ไม่ใช่ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึก หญิงสาวรู้สึกว่าเรื่องราววุ่นๆ มันยังไม่จบลง เธอรู้สึกราวกับว่าภาพในวันเวลาที่จะได้ไปเยี่ยมเยียนเด็กๆ ที่ศาลเจ้าร้างเมืองจื่อถงค่อยๆ ห่างไกลออกไปทีละนิด แต่หญิงสาวก็พยายามสะบัดความรู้สึกไม่ดีออกจากหัว คงเป็นเพราะว่าเธอคิดมากไปเอง


            บางทีคงต้องพยายามหางานอดิเรกทำ จะได้ไม่ฟุ้งซ่านเรื่องแย่ๆ แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น ริมฝีปากของหญิงสาวกลับเม้มปากแน่นราวกับกังวลอะไรบางอย่าง


             ลี่หลี่พยายามทำเป็นไม่คิดอะไร สายตาของเธอมองวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย แต่แดดที่ส่องลงมาทำให้รู้สึกร้อน เช่นเดียวกับใจที่เต้นตึกๆ เหมือนโยนฝืนเข้ากองไฟอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นหญิงสาวก็คิดไปเรื่อยว่าเธอคงเมาแสงแดดจนคิดมากแบบนี้แน่ๆ


             หลังจากเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ก็ถึงด้านนอกเมืองจางเย่ เธอเห็นทะเลทรายแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ในตอนนั้นเหมือนใจที่ร้อนถูกชโลมไว้ด้วยธรรมชาติอันแสนสวยงาม เขาสายรุ้งที่ทำให้หญิงสาวชื่นชม ดวงตาเป็นประกายแวววับ คงเพราะตอนที่หยางเหวินมาส่ง ไม่ทันได้สังเกตมองดูระหว่างทางเลย ว่ามีสิ่งที่สวยงามขนาดนี้อยู่


            "สวยจังเลย... เจ้าว่าไหม ปิงปิง?" หญิงสาวระบายรอยยิ้ม เอ่ยถามเพื่อนข้างตัว แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับดังโฮกเหมือนอย่างเคย


            เธอหันควับไปมองด้วยความประหลาดใจ


            ก่อนที่ปิงปิงจะเริ่มส่งเสียง มันเหมือนกับว่าจ้องมองอะไรบางอย่าง ในตอนนั้นเองที่หญิงสาวหันไปมองตาม แม้จะเห็นภาพไม่ชัดเจนเพราะอยู่ไกล แต่หญิงสาวก็รับรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอเห็นคือขบวนคาราวานที่พังไม่มีชิ้นดี! เหล่าคนที่นอนกลาดเกลื่อน ย้อมผืนทรายตรงนั้นให้เป็นสีแดงฉาน


            ไวกว่าความคิด หญิงสาวรีบวิ่งไปดูที่จุดเกิดเหตุโดยทันทีทันใด มีเกวียนอยู่หลายคัน คนที่ดูด้านนอก แม้จะพยายามใจเย็นอย่างไร แต่เมื่อลองจับชีพจร และลมหายใจ มันก็ไม่เต้นอีกแล้ว... เธอมาไม่ทัน ตอนนั้นเองที่ใจของลี่หลี่รู้สึกเจ็บแปล๊บ มันทำให้เธอนึกโกรธที่หยุดพักผ่อนอยู่ในเมือง หากเธอไม่มัวชมนกชมไม้ อาจจะมาช่วยชีวิตพวกเขาทันก็ได้


            แต่เศร้าใจได้ไม่นาน ลี่หลี่ก็พยายามสอดส่อง เผื่อว่าเธอจะเจอคนที่ยังเหลือรอดชีวิต หญิงสาวตรวจดูทุกเกวียน ทั้งลี่หลี่ทั้งปิงปิงพยายามช่วยกันดัน หากแต่ว่ามันหนักเกินไป นี่คงเป็นขบวนสินค้าที่จะเดินทางไปขายของ เกวียนถึงได้มีน้ำหนักมาก เพราะแอบเห็นข้าวของที่กระจุยกระจายเกลื่อนเต็มพื้นทรายไปหมด


            และในตอนนั้นเอง งวงช้างที่โผล่จากไหนไม่รู้ ดันช่วยยกเกวียนขึ้นจนรู้สึกว่าเกวียนที่หนักอึ้งเบาลง ลี่หลี่ชะงักกึก ก่อนที่ดวงตาสีเทาฟ้าจะหันไปเห็นกับช้างเผือก เธอรู้สึกอาการณ์แบบนี้คล้ายเดจาวูก็ไม่เชิง แต่ไม่ใช่ เพราะสิ่งที่เจอไม่ใช่หมีนอนสลบ แต่กลายเป็นเชือกเผือกที่โผล่มาช่วยยกเกวียนต่างหาก


            ราวกับทะเลทรายเป็นพื้นที่ลี้ลับ ที่ลี่หลี่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเธอจะพบเจอกับอะไรอีก


             แต่เธอก็ต้องเก็บความสงสัยนั่นไว้ เพราะความตึงเครียดที่มีมากกว่า แต่เมื่อยกดูเกวียนแรก ก็ไม่พบเจอสิ่งมีชีวิต นอกจากข้าวของที่ตกลงมาพังเสียหาย หญิงสาวรีบไปตรวจดูเกวียนถัดไป ช่างน่าแปลกที่ช้างเผือกตัวนี้กลับช่วยยกเกวียนทุกๆ ครั้ง ราวกับฟ้าดินมาโปรด


             และเมื่อตรวจดูจนทุกเกวียน เธอก็พบว่าเกวียนที่สามมีร่างของชายหนุ่มที่นอนล้มพับ ตามตัวมีบาดแผล หญิงสาวรีบก้มลงไปตรวจดู และเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าชีพจรของเขายังคงเต้นอยู่!!


             เขายังไม่ตาย!


             แต่ร่างกายของเขาบาดเจ็บไปทั่วตัว ยิ่งโดนเกวียนทับอีกคงรู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั่วร่าง ก่อนอื่นหญิงสาวจึงรีบห้ามเลือดให้เขาก่อนที่มันจะไหลมากกว่านี้ ค่อยๆ ประคองร่างเขา จัดให้อยู่ในท่าดีๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายของเขาออกมาผิดรูป อะไรที่ลี่หลี่สามารถทำได้ในตอนนี้ หญิงสาวก็ทำมันจนหมด ก่อนที่ดวงตาสีเทาฟ้าจะสบเข้ากับแววตาของชายหนุ่มเบื้องหน้าที่ดูอ่อนแรง เขาทำท่าทางราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งเหมือนทรมาณ


           "อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะเจ้าคะ" หญิงสาวพยายามยิ้ม ให้อีกฝ่ายใจเย็น "ข้ามาช่วยท่านแล้ว ตอนนี้ท่านจะปลอดภัย เชื่อข้าเถิด"


            ลี่หลี่ว่า ก่อนที่มือบางจะควานหาน้ำที่พกพามาด้วย แล้วหยิบยื่นให้คนตรงหน้า


            "ดื่มน้ำก่อนไหมเจ้าคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น"


            เขายื่นมือมาเหมือนจะรับ แต่ดูฝืน ช่วยไม่ได้เลยที่หญิงสาวจะต้องค่อยๆ ป้อนน้ำให้อีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง


             "ขอบ... คุณ.."


             "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ายินดีช่วย หากแต่....."


             พวกพ้องของท่าน... ข้าไม่อาจ... ไม่อาจที่จะช่วยพวกเขาไว้ได้ทัน


             แววตาของลี่หลี่ฉายความเศร้า ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งปวดร้าว


             "ข้า... ข้าเสียใจด้วย"


            "ไม่ใช่ความผิดของท่าน..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพล่า "คือว่า...."


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +7 ดีนาเรียส +500 +77 ความหิว -19 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 77 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

วันที่ห้า
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกซางยาง
ทวนยาว
ช้างเผือก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x100
x22
โพสต์ 2018-7-24 15:32:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด



จาริกบุญทั่วเหลียงโจว
352
{ บทเสริมสัญญาจ้างเทียนซุย 4.3 }
ตัวประหลาดขนปุกปุย


        เดินทางออกจากเมืองเทียนซุยตามเส้นขนานบนแผ่นหนังที่ผ้าค้าคาราวานผู้นั้นมอบให้ ด้วยหลิงเฮ่าตั้งใจว่าจะ ‘รีบไปรีบกลับ’ ลำพังหยุดพักนอกเมืองจินเฉิงยังไม่ทำ นับประสาอะไรกับการแวะเที่ยวชมสีสันของชาวนอกด่านในอู๋เว่ย อวี้เหวินหยางครวญในใจด้วยตนอยากลองชิมเนื้อแพะย่างน้ำผึ้งมานานแล้ว หนนี้มาถึงที่กลับไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองคนตัวเล็กสุดคล้ายจะโวยวาย สุดท้ายก็ได้ผ่านซุ่นช่วยกับจูหรงเยว่คนละไม้คนละมือล่าหมูป่ามาย่างให้กินแก้ขัดไปก่อน

        เมื่อออกสู่เขตทะเลทรายนักกวีหนุ่มคล้ายมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ในใจ หว่างคิ้วแฝงแวววิตกกังวล ไม่ทันไรก็เอ่ยให้ร่างปราดเปรียวในชุดดำของจูหรงเยว่นั่งในรถม้าเท่านั้น ไม่ต้องออกมา ผานซุ่นเดิมทีก็งุนงงว่าเด็กเผ่าเหมียวทำอะไรผิดอีกแล้วหรือถึงโดนกักบริเวณ สุดท้ายเป็นเจ้าตัวที่ประมวลสถานการณ์ได้ก่อน
        “คุณชาย… ความร้อนแค่นี้ข้าไม่เป็นไรหรอกขอรับ” ใบหน้าคมเข้มกล่าวอย่างถ่อมตน จริงอยู่ว่าเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งเป็นอริกับอากาศร้อน แต่ลำพังแค่ประสบทะเลทรายเท่านั้นไม่ใช่โดดเข้าเตาไฟสักหน่อย เดินได้สบายมาก “ไม่ต้องกังวลขอรับ อาเยว่...มิได้บอบบางถึงเพียงนั้น”

        ใช่!! ยอมเสียสละบางสิ่งไปเพื่อให้เป็นดังเช่นตอนนี้…
        เขาแกร่งพอจะเป็นกำลังให้ผู้มีพระคุณได้แล้ว ‘ข้าจะปกป้องท่านเอง’

        “..............อืม” ลึกๆ ในใจของบุรุษผมเงินยังคงรู้สึกกล่าวโทษตัวเอง ว่าไม่น่าปล่อยให้เด็กหนุ่มอนาคตไกลเช่นนี้ไปฝึกวิชาพิศดารเลย ‘เทียน.. ถ้าเจ้ายังอยู่จะตำหนิข้าไหมนะที่ให้เด็กคนนี้เดินไปตามเส้นทางเดียวกับเจ้า’ หนทางที่เสี่ยงภัยและอาจได้พบจุดจบไม่ต่างกันกับผู้ฝึกใจน้ำแข็งคนก่อน…

         พวกเขาเดินทางผ่านทะเลทรายนอกเมืองอู๋เว่ยด้วยฝีเท้าของฮั่นเสียและสายพันธุ์ดีด ผ่านการบำรุงบำเรออย่างเอาใจใส่จากจากจูหรงเยว่ เยี่ยซากับซู่นเจี๋ยนขนสีเพลงเป็นประกายกำลังวังชาไม่มีตก เมื่อเข้าสุ่เส้นทางเขาตันเซ๊่ยก็สามารถพบความงดงามรังสรรค์ของธรรมชาติได้แต่ไกล

         ยอดเขาสูงตั้งเรียงรายสลับชั้นสี เล่นลวดลายอวดโฉมประจักษ์แก่สายตาช่างชวนให้จิตวิญญาณกวีกู่ร้องเสียเหลือเกิน!!

         พ่อครัวเอกออกค้นหาทางตอนเหนือของเส้นทางหลัก ขณะที่ทั้งสามกระจายตัวออกไป หลงหยาและเฟิ่งเลี่ยงช่วยบินลาดตระเวนไปด้วย พี่เสือนั้นนอนกลิ้งไปมาอย่างปล่อยเจ้าพวกมนุษย์ทำงาน เค่อหนึ่งผ่านไปก็มีคนพบควาระเนระนาดที่เนินด้านล่าง “ลูกพี่ๆ ทางนี้เหมือนจะมีเกวียนล้มอยู่นะขอรับ ตรงตามใรแผนที่เลย… มาดูเร็ว!!”
       “ผานซุ่นอย่าพึ่งเข้าไปตรงนั้น!!” หลิงเฮ่าหันมองตามก็เห็นกลุ่มก้อนสีขาวขนาดมหึมาด้านข้างเกวียน เพราะสีสันรอบด้านแสบส้มมากมันจึงยิ่งขับให้ ‘เจ้าสิ่งนั้น’ ยิ่งเด่นชัด

        ทว่าไม่ทัน… พ่อครัวของเราโดดเข้าไปในระยะแล้ว
โฮกกกกกก!!!!
        




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Douluo + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2018-7-24 16:26:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด

จาริกบุญทั่วเหลียงโจว
353
{ บทเสริมสัญญาจ้างเทียนซุย 4.4 }
สวัสดีพี่ยักษ์ขาว


        


โฮกกกกก (ใครวะ!!)
ฮื่มมมม แฮ่!!! (ไรวะ!!)

        ผานซุ่นเหงื่อตกเมื่อพึ่งสังเกตเห็นว่ามีสัตว์ประหลาดสี่ขาสีขาวปลอดขนาดใหญ่กว่าเกิ้นหยางฟุบอยู่ข้างเกวียนสินค้า เขี้ยวขาวของมันแสยะขู่แฟ่ๆ เมื่อตนกระโดดลงมาปุบปับ เสือดาวหิมะได้กลิ่นมานานแล้วแต่ตามกฎนักล่าจะไม่ก้าวก่ายอาณาเขตกัน เว้นจะมีเรื่องขัดแย้ง… อย่าง ‘นี่มันมนุษย์ของข้าโว้ยย!!’ เป็นต้น ตอนนี้ ‘เนื้อ’ ขยับได้เพียงคนเดียวอยุ่ระหว่างกลางสัตว์ป่าทั้งสองรู้สึกราวกับปัสสาวะจะราด

โฮกกกกก (ออกไปนะ!!)
กรรรรร!! (ไม่ออกมีปัญหาอ่อ!!)

        การคำรามแต่ละครั้งเกิ้นหยางก็เคลื่อนตัวเข้าใกล้นักล่าอีกตัวมากเข้าไปทุกที เจ้าขนฟูสีขาวขยับลุกขึ้น คำรามก้องหุบเขา เสิ่นหลิงเฮ่าเห็นผิดท่าล่ะ… ขนาดของเจ้าตัวนี้ใหญ๋กว่าเสือดาวหิมะ เขาเกรงว่าพี่เกิ้นหยางจะบาดเจ็บได้เริ่มคิดหาวิธีรับมือและดึงผานซุ่นออกมาจากตรงนั้นก่อน
        “คุณชาย… เหมือนว่าเจ้านี้จะเป็นสิงโตเผือกนะขอรับข้าเคยอ่านเจอจากบันทึก… ปกติมันควรอยู่ในหุบเขาหิมะจึงมีอีกชื่อเรียกว่า ‘สิงโตหิมะ’ ปกติก็ดุร้ายไม่ใช่เล่นคนเป็นสิบยังรุมจับไม่อยู่ด้วยพละกำลังมันมีมาก” จูหรงเยว่พยายามเค้นข้อมูลในสมองที่ตนอ่านมา  ขณะเดียวกันอวี้เหวินหยางเตรียมดึงเชือกออกจากอานม้ามาทำบ่วงหาจังหวะช่วยพ่อครัวออกมาจากวงปะทะ ‘ทำไมไม่ดูให้ดีก่อน โธ่!! รีบหรอฟะเจ้าผานซุ่น’
        “อาเยว่ที่เจ้ารู้มาในตำรานั่นพอจะมีวิธีหยุดมันได้ไหม?” แน่นอนว่ามิใช่การสังหาร สัตว์หายากเช่นนี้พลั้งมือทำตกตายไปเขาคงรู้สึกผิดบาปไปชั่วชีวิต “อย่างเช่นว่าอะไรที่มันชอบ?? แค่เบนความสนใจให้อาหยางช่วยคนของเราออกมาก็พอ”

        ตอนแรกหรงเยว่เข้าใจว่าเก็บทิ้งกำลังจะขอยิมหน้าไม้ลั่วอี้อยุ่แล้วเชียว แต่เมือ่คุณชายไม่อยากฆ่าตนก็เริ่มคิดหนัก ‘รึอยากเก็บไว้เลี้ยง...? แต่มันดุร้ายมากเลยนะ… จริงสิขนาดพี่เกิ้นหยางยังยอมติดตามคุณชาย ถ้าเป็นเขาคงฝึกให้เชื่องได้แน่ๆ’

        “ตามบันทึกเจ้าตัวนี้เป็นสัตว์กินเนื้อเหมือนเสือทั่วๆ ไปขอรับ ส่วนเบนความสนใจ… อาจจะต้องใช้อะไรแวววาวหรือสีสดบาดตา” โดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายพูดจบนักกวีหนุ่มก็ควานหาถุงเพชรในแขนเสื้อ ดีดกระจายไปตกลงบนทรายรอบๆ สิงโตหิมะ จรัสแสงของอัญมณีเลอค่าตกกระทบเข้าแวววับในตาของสัตว์ร้าย มันชะงักในทันที
        “ดูเหมือนจะได้ผล อาเยว่เจ้าคอยดีดเพชรล่อมันไว้ข้าจะไปพาผานซุ่นออกมา” จูหรงเยว่รับถุงเพชรแล้วเสิ่นหลิงเฮ่าจึงสะกิดปลายเท้าทะยานเข้าไปขวางหน้าผานซุ่น อาหยางรอจังหวันี้อยุ่รีบเหวี่ยงบ่วงดึงตัวพ่อครัวเอกไปรอทางรถม้า จูหรงเยว่ตะโกนว่า “ระวังนะขอรับคุณชายท่านเข้าใกล้มันมากเกินไป!!”

        เจ้าขาวยักษ์ได้กลิ่นคนมันหันมาจดจ้องยังบุรุษผมเงินในทันที เกิ้นหยางปราดเข้าใส่เพื่อปกป้องมนุษย์ของมัน “พี่เกิ้นหยางไม่เป็นไร… ถอยออกไปก่อน” จากเสียงคำรามใส่กันค่อยเบาลงเมื่อบุรุษหน้าหวานค่อยๆ ยอบกายลงในมือเขามีเชือกถักรวมในสีสันแสบทรวง ค่อยๆยื่นส่งให้สิงโตขาว มันรับไปตะปปเล่นไม่มีท่าทีว่าจะเข้ามาทำร้ายคนอย่างเมื่อครู่

        “.........................” ทั้งสามคนข้างรถม้ามีอาการงุนงง แบบนี้ก็ได้หรอ??

        หนึ่งเค่อผ่านไปเชือกกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเจ้าสิงห์ขาวเบื่อแล้ว นอนหาววอดมองมนุษย์ผมเงินที่อาศัยทีเผลอขยับเข้ามาใกล้มันเรื่อยๆ มือคู่เรียวมีเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่จากหมู่ป่าเมื่อเช้า ยื่นส่งป้อนอย่างระมัดระวัง “เบื่อแล้ว?? หิวไหม… ถ้าตามข้าไปรับรองว่าเจ้าจะไม่อดอยาก ข้างนอกนั่นมีอะไรให้ทำมากกว่ามาเฝ้าหุบเขารกร้างแบบนี้เยอะ”

        ดวงตาสีฟ้าสดของสัตว์ร้ายมองมือที่จ้องจะลูบหัวมันอย่างไม่เข้าใจ ‘ทำไมเจ้านี่ไม่กลัวข้าฟ่ะ?’ แต่มันก็หิวพอดีอาหารถึงปากเสือตัวไหนจะไม่เคี้ยว กินๆแล้วก็คอแห้ง เจ้านี่ยังยื่นน้ำแร่บริการพร้อมเกาคาง ลูบแผงคอ… อีกนิดคือการนวดเสียจนเคลิ้ม เสืออีกตัวมองมาส่งเสียงขู่จะบอกว่า ‘นั่นคนของข้าเฟร้ย ไม่ต้องมาตาเยิ้มใส่เลยเจ้าขาว!!’ คล้ายพบเรื่องสนุกใหม่ สิงโตหิมะแลบลิ้นใส่เกิ้นหยางหนึ่งทีก่อนเข้าไปเอาหัวฟัดนักกวีหนุ่ม

        ‘หึหึหึ ของใครก็มาแย่งไปเด้!!’ สิงโตหิมะครางครื่อในลำคออย่างท้าทาย

        เมื่อเห็นว่าคงปลอดภัยแล้วทั้งสี่ทำใจยอมรับเพื่อนร่วมทางตัวใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เกิ้นหยางมีท่าทีเซ็งอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจ้ายักษ์ขาวเดินส่ายหางอาดๆ มากระทบไหล่มัน ระหว่างนั้นพวกของหลิงเฮ่าก็เข้าไปรวจดูสภาพเกวียนสินค้า

(ของซื้อใจสิงโต)
(1) เนื้อสัตว์ 500 ชิ้น
(2) ทูน่าดิบ 300 ชิ้น
(4) เพชร 10 เม็ด
(3) น้ำแร่ 30 กระบอก
(5) เชือกถักรวมใจ 1 เส้น







แสดงความคิดเห็น

เปิดใช้งานสิงโตขาวในการส่งเควส  โพสต์ 2018-7-24 16:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Douluo + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2018-9-3 16:57:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด

   [ เควสเรื่องราว 2  ภัยสงคราม ]

   [ บทที่1.2 ¤ มุ่งหน้าสู่แคว้นต้าหว่าน ]

   ร่างสูงสง่าควบหย่งฟางฮั่นเสียหม่าอาชาคู่ใจด้วยความร้อนระอุ บวกกับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้หยาดเหงื่อไหลท่วมกายราวกับคนตกน้ำ ยกมือปาดเหงื่อที่ซึบอยู่บนใบหน้าก่อนจะป้องมือพัดคลายความร้อนแม้นได้คลายเพียงสักนิดก็ยังดี มือหนาควานหาผ้าเช็ดลำคอขาวที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงระรื่นจากผลกระทบจากแสงแดดที่สาดส่องทั่วนภา

   เยี่ยซิวบินตามเขามาอยู่บนฟากฟ้านกพิราบสีขาวนวลค่อยๆชะลอลงมาก่อนจะมาเกาะอยู่บนไหล่ขวาเจ้าของของมัน

   “หิวรึ?” เขาพูดพึมพำกับเยี่ยซิว สัตว์เลี้ยงตัวน้อยพยักหัวอย่างรู้งาน หวงเส้าเทียนหัวเราะกับท่าทางการแสดงออกของเยี่ยซิว

  เขาควบหย่งฟางสักพักนัยน์ตาสีดำคมกริบเหลือบมองหาสถานที่สำหรับหยุดพักเพื่อจะได้ให้อาหารแก่สัตว์เลี้ยงของตนเองจนเห็นเขาสายรุ้ง หลังจากที่ผ่านด้านตะวันตก มีแนวเขาที่งดงามประดุจภาพวาดในจิตนาการ ช่างน่าประทับใจยิ่ง หวงเส้าเทียนลงจากหลังหย่งฟางม้าฮั่นเสียก่อนจะแวะพักแถวๆเนิบเขาที่มีหินทรายลวดลายแปลกสายตา

   หยิบกระเป๋าสัมภาระใบที่ท่านจุนซางจวินเคยให้ไว้ขึ้นมาหาอาหารให้เยี่ยซิว ร่างสูงนำเสบียงออกมาก่อนจะเหลืออาหารดูว่าอันไหนจะแก้ขัดให้พิราบขาวบริสุทธ์ตัวนี้กิน

   “ระหว่างพะโล้กับเต้าหูทอดเจ้าจะเลือกสิ่งใดเยี่ยซิว” เปิดกล่องที่ถูกห่อไว้ด้วยผ้าสีน้ำตาลนิลลายลูกไม้ เขายื่นกล่องที่บรรจุพะโล้ทรงเครื่องมีไข่อยู่สองฟอง กับกล่องที่บรรจุเต้าหูทอดหลายชิ้น ปู๊ไป๊เออร์ทำเสเบียงอาหารมาให้เขาเยอะซะจริง ป่านนี้คนที่หุบเขาคนโฉดจะทำอะไรกันอยู่นะ ท่านจุนซางจวินคงกำลังนั่งเล่นมองบรรดาเด็กๆอยู่ส่วนปู๊ไป๊เออร์คงจะกำลังฝึกฝนกำหนดลมหายใจขั้นพื้นฐาน

   เยี่ยซิวกระพือปีกตรงกล่องที่วางพะโล้ทรงเครื่อง เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นจึงหยิบไข่มาวางบนพื้นก่อนจะอะไรมารองให้นกพิราบตัวน้อยของเขากิน หวงเส้าเทียนหยิบข้าวตังมานั่งเคี้ยวทานอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะเดินทางต่อไปผ่านเขาสายรุ้งตันเซี่ย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -28 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พิณฝูซี
ผ้าคลุมชินชิล่า
หมวกเกราะรามอนดา
โล่ห์กริชสังหาร
เกราะเอ็ดมอนด์
ทำเนียบบุปผา
คัมภีร์สังคีต
เครื่องประดับผมเซเมเล่
อาภรณ์เจียวจิ้น
รองเท้าซิงไป๋เหลียนฮว่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x67
x1
x9
x28
x1
x100
x270
x180
x31
โพสต์ 2018-11-6 06:45:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลฝึกวิชา(2/20)

จองฝึกวิชา 06/11






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
โพสต์ 2018-11-6 06:46:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลฝึกวิชา(2/20)

จองฝึกวิชาสองงงงงงงง 06/11






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
โพสต์ 2018-11-10 23:47:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WeishaoTien เมื่อ 2018-11-11 01:22

                                  การเดินทางที่ข้าคิดว่ายังแสนไกล
                                  มันก็ไม่ไกลเกินใจเราเท่าไหร่หรอกข้าว่า
                                  พวกเราแค่หวาดหลัวและกังวลไปเอง
                                  ว่าเส้นทางนั้นช่างยาวไกล กลัวไปไม่ถึง

                                   เส้นทางที่ยาวไกล คิดหรือว่ามันจะทำให้ข้าหวั่นไหว ไม่เลย ดีเสียอีกข้าชอบการเดินทาง ข้ามักจะได้อะไรดีๆจากการเดินทางแทบทุกครั้ง ช่วงก่อนหน้าที่ข้านั้นยังเป็นนักเดินทาง คนพเนจร เดินทางไปเรื่อยๆ หาที่สิ้นสุดไม่ได้ แบบนี้ล่ะมันเป็นเสน่ห์ที่นักเดิทางหลายคนต่างหลงไหล การเดินทางที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ชวนให้ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาได้เจอกับอีกสถานที่เหมือนเป็นการค้นพบที่ใหม่ๆ ความตื่นเต้นและความภูมิใจนั้นก่อเกิดขึ้นทุกครั้งที่เจอ คนเหล่านี้จึงไม่คิดที่จะหยุดออกเดินทาง เสน่ห์เหล่านั้นทำให้พวกเขากล้าที่จะออกเดินทางไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเดินทางกันไม่ไหว หรือขาขาดไปทั้งสองข้างนั่นล่ะ เขาถึงจะหยุด หยุดแล้วก็หาได้อยู่เฉยนะ บันทึกการเดินทางที่ตนนั้นได้เจอมา เพื่อคนรุ่นหลังที่หลงไหลในการเดินทาง

                                    "เอาน่ะ อย่างน้อยข้าก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่หน่อย เราออกมาจากจิ่วฉวนตั้งแต่เช้ามืด"
                                    "......"
                                    "ข้าว่าข้าคงต้องพักผ่อนเยอะแล้วล่ะ นี่ข้าเพ้อเจ้อคุยกับม้าได้ยังไงกัน..."
                                    "......"
                                    "ก็หวังว่าเจ้าจะฟังข้ารู้เรื่องนะสหายข้า"

                                    ตอนนี้ข้าอยู่ที่เขาสายรุ้งตันเซี่ย มันสวยมาก สวยจนข้านั้นเดินเล่นเพลินอยู่ที่แห่งนี้นานพอสมควร ก็มันน่าหลงไหลนี่นะ ให้ตายสิ ข้าแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีที่แบบนี้อยู่ในแห่นดินฮั่นด้วย ข้าใช้เวลากับที่นี่ไปหลายชั่วหยาม จนข้าลืมวัตถุประสงค์ของข้าเองว่าข้านั้นควรทำอะไร ให้ตายสิ เมื่อข้ารู้สึกตัว ข้าก็รีบเดินออกจากที่แห่งนี้ แล้วมุ่งหน้าสู่เส้นทาง เพื่อไปยังเมืองต่อไป หากไปถึงที่เมืองต่อไปสายล่ะก็ โรงเตี๊ยมอาจไม่มีห้องให้ข้าพักผ่อนก้เป็นได้ มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกเพราะเมืองต่อไปที่จะถึงนี้น่ะ มันมีโรงเตี๊ยมอยู่แค่ที่เดียวเท่านั้น ไม่มีที่อื่นให้พัก ถ้าไปไม่ทันแล้วห้องพักเต็ม มีหวังข้าได้นอนในป่าหรือไม่ก็สุสานเป็นแน่แท้...

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -32 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Brynhildr Norns
Brynhildr Randgris
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
Brynhildr Hlina
ผ้าคลุมจวี้ม่อ
ต่างหูมาร์เพสซา
เกราะอามุนราห์
บันทึกสื่อจี้เล่มแรก
ธงอินเฟอร์โน่
หน้ากากยักษ์ม่วง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x34
x1
x20
x5
x50
x1
x5
โพสต์ 2018-12-18 03:02:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
โพสต์ 2018-12-18 03:04:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อวี้เหวินหยาง :: เขาขนมชั้นตันเซี่ย
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

         ทะเลทราย… แค่นึกถึงก็ทำให้จิตใจของผู้เดินทางแห้งผากแล้ว เดินทางโดยไม่แวะพักในเมืองจางเย่เพื่อว่าผานซุ่นจะได้พาเขาทั้งสามกลับไปชมละครได้ทันเวลา พ่อครัวหนุ่มแห่งเจียงหนานมุ่งมั่นกับการจดบันทึกเนื้อหาละครไว้ให้เสิ่นหลิงเฮ่ามาก แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ละครแต่ยังรวมไปถึง เรื่องราวที่เคยได้ยินพ่วงกับบทบาท ‘แม่ทัพซีอวี้เว่ยเส้าเทียน’

       ฟังว่าแม่ทัพผู้นั้นประจำอยู่ค่ายหลี่กันตามพระบัญชาของฮ่องเต้ อีกไม่นานพวกเขากำลังเดินทางผ่าน แน่นอนว่าคนธรรมดาไม่มีทางเข้าไปในสถานที่ราชการโดยพละการแน่ๆ ผานซุ่นแค่คิดว่าครั้งที่แวะค่ายหลี่กันตอนกลับจากชมภูทวีป เคยเห็นแม่ทัพเว่ยอยุ่หนหนึ่ง ตัวสูงพอๆ กับเจ้าเขียวเลย…

       ‘หรือว่าจะเป็นญาติกัน?’ คิดพลางส่ายหน้าไปพลาง พวกเขากำลังเดินทางผ่านทิวทัศน์ขุนเขาที่เป็นเอกลักษณ์และมีสีสันแห่งหนึ่ง อวี้เหวินหยางสะกิดถามจนได้ความว่านี่คือ เขาสายรุ้งตันเซี่ย

      “ก็สวยดีอยู่หรอกนะแต่ว่า…. ดูสีสันของมันแล้วทำให้ข้านึกถึงของกินเลย” เด็กน้อยรักแต่กินกับนอน เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงในอนาคต มอร์เดร็ดหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนชี้ไปที่ยอดเขา “ข้าเหวี่ยงเจ้าขึ้นไปชิมได้นะ อยากลองไหมล่ะ?”

      “พอเลย… ก่อนได้ชิมเขาคงแหลกเหลวเป็นโจ้กก่อนพอดี” ผานซุ่นส่ายหน้า เมื่อไรก็ไม่ชินกับความคิดเจ้าเขียวตัวนี้สักที

      “แหม… ยังไม่อยากบินหรอกนะ ก็แค่คิดว่าสีของมันคล้ายขนมชั้นที่พี่สาวไฉเมี่ยนทำเลย..”
รีโนเวทโพสบน
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -22 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 09:47

ขึ้นไปด้านบน