ดู: 4059|ตอบกลับ: 50

{ เมืองฉางอัน } จตุรัสกลางเมือง | ลานฉางเล่อ

  [คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-15 19:16:00 |โหมดอ่าน
 



จตุรัสกลางเมือง | ลานฉางเล่อ

{ เ มื อ ง ฉ า ง อั น }








【 จตุรัสกลางเมือง | ลานฉางเล่อ 】

ลานหินลาดขนาดใหญ่ใจกลางจตุรัสฉางอัน

เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญตลอดปี

ไม่ว่าจะการแสดงในวันสำคัญ งานประลอง การประกวดความสามารถ

ล้วนถูกตระเตรียมขึ้นที่ลานกว้างแห่งนี้ เรียกได้ว่า เป็นความคึกคักแห่งนครหลวง





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-2-16 18:20:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-2-16 23:30

ฤดูแห่งการรอคอย

80

เปิดเวทีเทศกาล

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

恭祝健康、幸运,新年快乐。
gōng zhù jiàn kāng.xìng yùn,xīn nián kuài lè.
กง จู้ เจี้ยน คัง ซิ่งอวิ้น ซินเหนียน ไคว้ เล่อ
ขอให้แข็งแรงโชคดี มีความสุขในวันปีใหม่

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


=========================================

{ แฟลชแบ็คคืนข้ามปี }   
หลังร่วมทานอาหารกันพร้อมหน้ากับครอบครัวอาจารย์ที่จวนซื่อหม่า หลิงเฮ่าจึงได้ทราบว่าหลี่หลิงนู สตรีชาวยุทธ์ผู้นั้นได้กลับกลายมาเป็นจิตรกรฝึกหัดในสักกัดของอาจารย์หญิงตน ‘จั๋วเหวินจวิน’ ไปเสียแล้ว นับเป็นเรื่องแปลกอีกขนานในคืนวันสิ้นปี

     ‘ละคมดาบมาจับพู่กัน นางเองก็คงเบื่อการฆ่าฟันเช่นกันสินะ’ ท่ามกลางรอยยิ้มที่อบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศอันเป็นมงคล อาจารย์หญิงของเขาทำขนมเหนียนเกาที่พ้องกับคำว่า ‘สูงขึ้นทุกๆปี (ก้าวหน้าขึ้นทุกๆปี)’ มาแจกจ่ายให้กับคนในจวน ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวตำจนนุ่มหนึบแล้วใส่ฟักทองนึ่ง รสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ซื่อหม่าเซี่ยงหรูนำสุราถูซูชั้นดีออกมาดื่มแกล้มกับเป็ดย่างรสกลมกล่อม

     แต่ที่หลิงเฮ่าชื่นชอบที่สุดเห็นจะเป็นธรรมเนียมการทานเกี๊ยวอวยพรข้ามปี ท่านอาจารย์สั่งเตรียมอาหารไว้จำนวนมากเพื่อชวนลูกศิษย์ ‘อยู่เฝ้าปี’ เป็นวัฒนธรรมความเชื่อที่มีมายาวนานแต่โบราณ โดยผู้คนจะกลับสู่ภูมิลำเนาญาติมิตรพร้อมหน้าส่งท้ายปีเก่า โดยเชื่อว่าจะเป็นการต่ออายุให้บิดามารดาอีกหนึ่งปี ‘ไม่นอนตลอดคืน อยู่จนฟ้าสาง เรียกว่าเฝ้าปี - โจวชู่, ราชวงศ์ฉิน’ อีกทั้งคำว่านอนหลับยังพ้องกับคำว่า ‘ความลำบาก,ยากจน’ การไม่นอนในคืนข้ามปีเพื่อแก้เคล็ดหนีความลำบากยากจนด้วยการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง


     เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ท่านอาจารย์จึงสั่งยกชามเกี๊ยวร้อนๆ พร้อมเหนียนเยี่ยฟาน(อาหารคืนส่งท้ายปีใหม่) ที่ถูกนำไปไหว้บรรพบุรุษแล้ว มาให้ทุกคน พวกเขาฟังเสียงประทัดไป ดื่มกินกันจนอิ่มแปล้โดยไม่ลืมกัดเกี๊ยวเสี่ยงทาย

     ประเพณีการกินเจี่ยวจือ 饺子 หรือเกี๊ยวต้มในวันตรุษจีนเริ่มเป็นที่นิยมกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ โดยคนในครอบครัวจะต้องห่อเจี่ยวจือให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันสิ้นปี รอจนยามที่เรียกว่า 子时 -จื่อสือ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ ก่อนเที่ยงคืนของวันถัดมาก็จะเริ่มรับประทานกัน และเป็นเวลาเริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่พอดี การทานเจี่ยวจือจึงมีความหมายว่า ‘เปลี่ยนปีเชื่อมเวลา 更岁交子’ เพราะคำเรียกอาหารชนิดนี้饺-เจี่ยวก็ออกเสียงคล้าย 交-เจียว ซึ่งมีความหมายว่าเชื่อมต่อกัน และ 子-จื่อ ก็คือ 子时 -จื่อสือนั่นเอง
      
       นอกจากนั้น การรับประทานอาหารชนิดนี้ยังมีความหมายสำคัญของการรวมตัวของคนในครอบครัวอีกด้วย เมื่อแป้งที่ห่อไส้เรียกว่า 和面-เหอเมี่ยน คำว่า 和 พ้องเสียงกับคำว่า 合-เหอ ที่แปลว่าร่วมกัน และ 饺-เจี่ยว ก็ออกเสียงคล้ายกับคำว่า 交 ที่มีอีกความหมายว่า มีความสัมพันธ์ต่อกันด้วย

            การที่เกี๊ยวเป็นอาหารสำคัญที่ไม่อาจขาดได้ในวันตรุษจีน ยังมีเหตุผลมาจากรูปลักษณ์ของเจี่ยวจือ ที่เป็นรูปทรงคล้ายเงินในสมัยโบราณ การรับประทานเจี่ยวจือ จึงเหมือนการนำเงินทองเข้ามาสู่ตัว
      
       ไส้ในเจี่ยวจือก็ยังสะดวกต่อการบรรจุสิ่งที่เป็นมงคลลงไปให้เป็นความหวังต่อคนที่รับประทานด้วย เช่น ลูกกวาด ถั่วลิสง พุทราแดง เม็ดเกาลัด เหรียญเงิน โดยคนที่กัดเจอลูกกวาด ชีวิตในปีใหม่ก็จะยิ่งหอมหวาน ในขณะที่ถั่วลิสงมีความหมายว่าแข็งแรงและอายุยืนนาน ส่วนพุทราแดงและเกาลัด ก็จะมีบุตรภายในปีนั้น และหากกัดเจอเหรียญเงินก็จะยิ่งร่ำรวยเงินทอง

     หลิงเฮ่านั้นกัดเจอทั้งลูกกวาดและเกาลัด...ท่านอาจารย์หญิงสัพยอกเข้าให้ว่าเห็นทีปีนี้ชีวิตของเขาจะหวานชื่นพบคนงามรู้ใจ จนเมื่อเขาเจอลูกกวาดสามลูกติดกัน… ท่านอาจารย์ถึงกับตบโต๊ะหัวร่อเข้าให้ว่าเห็นทีผู้เฒ่าจันทราจะ ‘เอ็นดู’ เขาเป็นพิเศษ..

    “谨祝新年快乐幸福,大吉大利。
‘ปีใหม่นี้ประสบความสุขสวัสดิมงคล’ เอ้าหลิงเฮ่า! เจ้าไปพักผ่อนได้ ฮ่าๆๆ”
ซื่อหม่าเซี่ยงหรูปล่อยให้ลูกศิษย์ผู้ถูกกลั่นแกล้งไปนอนพัก ทว่าหลิงเฮ่ายังคงมีเรื่องหนึ่งที่ค้างคาในใจ…

‘เทียน...นี่ก็ผ่านไปอีกปีแล้วทำไมเจ้ายังถึงไม่กลับมา’

=========================================

     การอยู่ข้ามปีทำให้ลูกบ้านจวนซื่อหม่าผลัดเวลาตื่นมาเป็นยามสาย สำหรับหลิงเฮ่าแน่นนอนว่าเลื่อนมาเป็นยามเที่ยงแทน… ท่านอาจารย์ให้พ่อบ้านโจวมาปลุกเขาอยู่สามรอบ นักกวีหนุ่มผู้บอบบางยังคงรักใคร่ปรองดองกับผ้านวมลายลูกหมู รอบที่สี่...ท่านอาจารย์จึงมาลากศิษย์บังเกิดเกล้าลงจากเตียงด้วยตัวเอง วันแรกของปีสิ่งที่ต้องทำคือการเดินสายอวยพร พบปะมิตรเกลอแลกผลไม้ถ้อยคำมงคลเพื่อให้ประสบแต่โชคลาภวาสนากันตลอดปี

    จะมามัวหลับเป็นหมูตายไม่ได้!!!

    หลิงเฮ่าติดตามอาจารยออกเดินสาย เข้าจวนนี้ แวะจวนนั้นล้วนเป็นขุนนางคนใหญ่คนโต ชายผมเงินคล้ายย้อนกลับไปในสมัยอยู่เจียงเยี่ย เพียงแต่ต่างกันที่วันปีใหม่จะมีผู้คนมาอวยพรท่านปู่เขาถึงจวนเสิ่นเท่านั้นเอง เดินสายจนถึงยามค่ำ ท่านอาจารย์พาอาจารย์หญิงออกเที่ยวนครฉางอัน เทศกาลเก็บเกี่ยวปีนี้คึกคักกว่าที่เคยเป็นผลมาจากสงครามทางตอนเหนือยุติลงแล้ว พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ชาวประชาเปี่ยมสุขกันทั่วแคว้น ญาติมิตรได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้า

     หลิงเฮ่าเปลี่ยนมาสวมชุดแดงดูสดใสผิดหูผิดตามือเรียวข้างหนึ่งจูงเยี่ยซาและเพื่อนตัวใหม่ของมันเดินชมละครงิ้ว แขนอีกข้างช่วยอาจารย์หญิงหิ้วขนมปีใหม่ไว้แจกเด็กๆรายทาง หลงหยาบินอยู่เหนือพวกเขานานๆครั้งจะโฉบลงมาจิกถังหูลู่แย่งเจ้าม้า ท่านอาจารย์ถูกเชิญไปที่จตุรัสกลางนคร ฟังว่าท่านเจ้าเมืองจัดเวทีแสดงตลอดทั้งคืนขึ้นที่ลานฉางเล่อ ให้ชาวเมืองฉลองปีใหม่กันอย่างยิ่งใหญ่คึกคักมากทีเดียว

     แรกเดินเข้าสู่จตุรัสที่ลาดด้วยแผ่นหินกว้าง ยามนี้ใจกลางลานมีเวทียกพื้นขนาดมหึมา คณะเชิดสิงโตขึ้นแสดงอย่างสุดความสามารถ ลำตัวสิงโตขยับเคลื่อนไหวเปี่ยวชีวิตชีวา เสียงปะทัดดังประกอบกับผู้ชมปรบมือ โยนเงินรางวัลขึ้นบนพื้นเวทีเกรียวกราว ถัดมาคือการแสดงละครหุ่นมีเด็กน้อยตัวกลมแก้มแดงสวมเอี้ยมแดงคล้ายกุมารของเหล่าเทพออกมาร้องเพลงอวยพร
     
สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่

     การแสดงชุดนั้นจบลง แม่งานก็เข้ามาพูดคุยกับท่านอาจารย์ หลิงเฮ่าที่หยุดยืนอยู่ไม่ห่างนักจึงได้ยินไปด้วยว่า “แย่แล้วใต้เท้า...คนดำเนินงานและนักแสดงของเรายังมาไม่ถึงเช่นนี้แก้ไขอย่างไรดี!”

     ‘มิน่าล่ะ...เวทีถึงว่างเปล่า’ หลังจากเด็กน้อยชุดนั้นยังไม่มีการสแดงชุดถัดไปหมุนเวียนขึ้นมา เกิดเหตุขัดข้องเช่นนี้ในเทศกาลใต้เท้าผู้จัดงานคงจะเสียหน้าสินะ ไม่ทันไรท่านอาจารย์ก็หาทางออกได้ด้วยการส่ง ‘เหยื่อ’ อย่างศิษย์รักขึ้นไปรับหน้าแทน เสิ่นหลิงเฮ่าใบหน้าเรียบตึง เขามาชมเทศกาลไม่ใช่มาแสดงเองปั๊ดโถ่!!

     เวทียกสูงนั้นกว้างใหญ่กว่าที่คิด แค่ก้าวขามาถึงในกลางก็สามารถมองเห็นอัฒจรรย์โดยรอบลาน โคมแดงจไนวนมากถูกประดับเปลี่ยนให้ค่ำคืนที่มืดมิดสว่างราวกับเวลากลางวัน เมื่อขึ้นมาแล้วก็จำต้องแสดง… ดวงตาสีอำพันเคลื่อนไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ยังดีที่ตนพกกู่ฉินมา บุรุษผมเงินในชุดเอวสอบสีแดงจึงเริ่มบรรเลงกู่ฉินพร้อมกับนำคำกลอนที่แต่งไว้ล่วงหน้าออกมาแสดง น้ำเสียงกังวานน่าฟัง รูปลักษณ์โดดเด่น กับเสียงกู่ฉินทุ้มนุ่มเคล้าคลอเข้ากันได้เป็นอย่างดี เนรมิตฉากเทศกาลราวกับภาพฝันขึ้นมา

{ข้อความประกาศบนผืนผ้า}
ชื่อ :  เสิ่นหลิงเฮ่า
รูปแบบการแสดง : ขับลำนำ
ประเภทการแสดง : ร่ายกลอนอวยพรปีใหม่ประกอบเสียงกู่ฉิน
คำเปรย : ฤดูที่รอคอยได้มาเยือน

{ เทศกาลโฮ่วซุ่ย }




“วสันต์เยือนนคราหลวง
พืชพรรณผลิผลออกรวง  
ข้ามปีข้ามพ้นหนทางเคราะห์
หวังพบรอยยิ้มที่โชติช่วง”

-เสิ่นหลิงเฮ่า-

     สิ้นสุดบทเพลงพิณและคำกลอนเสียงตอบรับจากผู้ชอบค่อนไปทางชื่นชม หลิงเฮ่าคิดจะลงจากเวทีกลับถูกอาจารย์ดันกลับขึ้นมา “เจ้าถ่วงเวลาไปก่อน!” นักกวีหนุ่มคิดส่ายหน้า เพลงเดียวคนคงเบื่อหน้าเขาแล้วต่ออีกสี่เพลงคนได้ลุกหนีหมดนี่มันงานรื่นเริง มามัวฟังเสียงฉินสงบใจได้ยังไง! “เอาหน่า! เจ้าก็หาเลือกๆ คนขึ้นมาแสดงแทนเสียก็สิ้นเรื่อง!”

     คล้ายเกิดความคิด หลิงเฮ่าออกไปประกาศเชิญชวนผู้คนโดยรอบเวทีขึ้นมาร่วมแสดงความสามารถ สร้างความครึกครื้นในเทศกาล โดยใช้เจ้าเหยี่ยวหลงยาค่อยส่งซีกไม้ไผ่ให้พสกเขาเขียนชื่อและสิ่งที่จะแสดงก่อนจะนำมาใส่รวมในกระบอกไม้ไผ่ แล้วเขย่าเสี่ยงทายดั่งเสี่ยงเซียมซีเพื่อความระทึก(?)

     “ท่านบุรุษและสุภาพสตรี! ขออภัยที่ทำให้ต้องคอยนาน การแสดงชุดแรกจากทุกท่านได้เริ่มขึ้นแล้ว ไม้แรก! จะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่ว่าทุกท่านนั่งไม่ติดที่กันแน่ๆ ฝอยมากเสียเวลา! ขอเชิญท่านพบกับ ‘หนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวิน’ มือปามีดระดับฉกาจกับเป้ามีชีวิตได้เลย!”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : หนานกงหลิวเจี๋ย , เหวินเหวิน
รูปแบบการแสดง : ปิดตาปามีด
ประเภทการแดง : ปิดตาปามีด ให้ผู้ช่วยเป็นเป้าคาบดอกไม้ ต้องปามีดให้โดนดอกไม้ไม่โดนผู้ช่วย โดยเน้นความหวาดเสียวเร้าใจ


     ชุดแรกจบลงไปท่ามกลางความลุ้นระทึกของ ‘เหยื่อ’ และผู้ชม นับเป็นการแสดงที่เด็กๆ ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ผู้ปกครองสมควรกรอกคำแนะนำลงหูบุตรหลาน หลิงเฮ่าเขย่ากระบอกไม้ติ้ว จับได้รายการที่สอง ‘หงอี้เจียง’ เป็นชื่อของหญิงสาวใบหน้าหวาน นับว่าใช้เบรกความนองเลือดเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี “บุปผาคู่ควรกับสิ่งงดงาม แม่นางผู้อ่อนหวาน ‘หงอี้เจียง’ จะมาปลอบประโลมจิตใจของทุกท่านให้หายจากความระทึกด้วยการแสดงจัดดอกไม้ เชิญแม่นางหงได้เลยขอรับ”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ :  หง อี้เจียง
รูปแบบการแสดง : จัดดอกไม้
ประเภทการแสดง : ปีใหม่ที่กำลังผลิบาน
คำเปรย : จัดดอกไม้สด โดยจัดดอกไม้เป็นการอวยพรปีใหม่


     “งดงามอ่อนหวาน ละมุนจิตละมุนดวงใจยิ่ง...ขอบคุณแม่นางหง เชิญทุกท่านที่สนใจร่วมประมูลดอกไม้แจกันนี้กลับไปประดับความสดใสที่เรือนได้เลยขอรับ!” เสียงให้ราคาดังสนั่นหวันไหวอยู่พักหนึ่ง เงินที่ได้มาจากการประมูลถูกมอบต่อแก่หงอี้เจียงทุกตำลึง หลิงเฮ่ายิ้มส่งนางก่อนจะเขย่าเลือกการแสดงต่อ “อ่า...แม่นางอีกท่านเป็นสหายของข้าเอง ความสามารถนางนอกจากวิชายุทธ์แล้วยังเชี่ยวชาญในการวาดภาพอีกด้วย ‘หลี่หลิงนู’ เชิญขึ้นมาบนเวทีนี้ได้เลย”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : หลี่หลิงนู
รูปแบบการแสดง : วาดภาพ
ประเภทการแสดง : วาดภาพในเทศกาลโฮ่วซุ่ย มีขนาดภาพเล็กไปจนถึงภาพใหญ่


     จบการแสดงของหลี่หลิงนู ภาพวาดที่งดงามถูกประมูลเช่นเคย หลิงเฮ่าส่งยิ้มให้กำลังใจสหายก่อนจะจับซีกไม้ไผ่ขึ้นมาประกาศต่อ “หลิงผิงผิง….เอ ชื่อคุ้นนักใครกันหนอ..” นักกวีหนุ่มยกยิ้มมองสาวน้อยนัยน์ตาเขียวที่งอนแก้มป่องเมื่อเขาแสร้งจำนางไม่ได้ “ฮ่าๆ ที่แท้เป็นผิงผิงน้องสาวคนดีของข้านี่เอง มาๆ เจ้าพาเพื่อนๆ มาเยอะเลย แบบนี้เตรียมเรื่องสนุกๆ เอาไว้แล้วใช่ไหมเอ่ย?”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : หลิง ผิงผิง
รูปแบบการแสดง : สัตว์เลี้ยงหรรษา
ประเภทการแสดง : แสดงความสามารถของสัตว์เลี้ยง


     การแสดงของผิงผิงถูกใจสาวๆ และเด็กน้อยมากมายทีเดียว บางคนยังมาขอเล่นกับตัวมิ้งค์ขนฟูของนาง หลิงเฮ่าพยักหน้ายิ้มส่งให้น้องสาวผิง ก่อนจะจับไม้ต่อไป เลือกได้สายเดียวกันเสียด้วย… “ทุกท่าน~ วันนี้พวกเราโชคดียิ่งจะได้ชมการร่ายกลอนกันสดสด ด้วยฝีมือของ ‘เฉินอี้’ เขาคือใครกันนะ? อาจเป็นว่าที่นักกวีชื่อดังในอนาคตก็เป็นได้ ใช่ไหม? เฉินอี้?”

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ : เฉินอี้
รูปแบบการแสดง : แต่งกลอน
ประเภทการแสดง : แต่งกลอนเกี่ยวกับเทศกาล วิถีชีวิตของคน ความรัก


     บทกลอนของเฉินอี้เป็นระดับอภิมหา….เสี่ยว เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี หลิงเฮ่าตบบ่าอีกฝ่าบอย่างให้กำลังใจพร้อมบอกว่า “ถ้าสนใจเดินเส้นทางนักกวีก็มาที่จวนซื่อหม่าได้ทุกเมื่อ” ก่อนจะมองส่งอีกฝ่ายลงเวทีไปพร้อมกับเขย่าเซียมซีการแสดงต่อ

     "จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน ถือเป็นบุพเพรึเปล่านี่ฮาๆ" ซีกไม้ไผ่ตกลงมาสองชิ้นพร้อมกันแถมเป็นการแสดงดนตรีทั้งคู่ หลิงเฮ่ายิ้มมองหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่ดูเหมาะสมกันเดินขึ้นมาบนเวที

{ข้อความบนผืนผ้า }
ชื่อ :  จางฝู , อี้หยางหลง
รูปแบบการแสดง : เล่นผีผา,เป่าขลุ่ย
ประเภทการแสดง : บรรเลงเพลงสายลมเวลา
@Zhangfu @monshippy


     ดนตรีคลอบรรเลงประสานหนึ่งเสียงผ่านลำขลุ่ยนุ่มนวล ผีผาสดใสร่าเริง เข้ากันได้เป็นอย่างดี มีบรรยากาศสีชมพูแผ่วจาง หลิงเฮ่าปรบมือแก่คนทั้งคู่ก่อนจะจับไม้ต่อไป
"ไช่...ฟ่านเหลียน อ้าว! เสี่ยวฟ่านเจ้าก็มาด้วยรึ? การแสดง.....ทุกชท่านเชิญรับชมกันเองแล้วกันนะขอรับ"

{ข้อความบนผืนผ้า }
ชื่อ : ไช่ ฟ่านเหลียน
รูปแบบการแสดง : ร่ายรำ
ประเภทการแสดง : แต่งชุดสตรีขึ้นร่ายรำบนเวที(?)
@Fanlian




    “หรั่นซินหลี่….ชื่อนี้คล้ายว่าเคยได้ยิน? อ้อ! แม่นางที่หลงป่าไปสองปีนี่เอง เชิญๆ” หลังจบการแสดงของเสี่ยวฟ่านด้านล่างเวทีโกลาหลมากทีเดียว อาจเป็นเพราะเสี่ยวฟ่านงดงามจนเกินไป (?) หลิงเฮ่าหัวเราะเบาๆพยักหน้าให้รุ่นน้อง ก่อนจะจับไม้ต่อไปขึ้นมาขานชื่อ หญิงสาวเดินแทบสะดุดขอบเวทีหลังเขากล่าวจบ นักกวีหนุ่มแก้คำด้วยการส่งรอยยิ้มงามต่างกำลังใจให้ ทำไมวันนี้มีแต่คนรู้จัก..

{ ข้อความบนผ้าผืนใหญ่ }
ชื่อ :  เฉิน ฮุ่ยเหมย , หรั่น ซินหลี่ ,ไป๋ ฟางหรง
รูปแบบการแสดง : ร่ายรำขับร้องบรรเลงเพลงกู่เจิ้ง
ประเภทการแสดง : หรั่นซินหลี่ร้องเพลง เฉินฮุ่ยเหมยร่ายรำ ไป๋ฟางหรงบรรเลงกู่เจิ้ง
คำเปรย : ขอบรรเลงบทเพลงฤดูกาลนี้ที่กลับมาเยือน..



(แยกย้ายต่อกันได้ตามสะดวก)

    จบการแสดงของสามสาว ท่านอาจารย์ก็ให้คนมาบอกว่าผู้ดำเนินงานและคณะแสดงได้มาถึงแล้ว ฝากคำชมมาว่าหลิงเฮ่าทำได้ดีมากงานหน้าอาจมีคนใหญ่คนโตมาเชิญไปเป็นผู้ดำเนินงานในเทศกาล งานสำคัญอื่นๆ อีก พาให้นักกวีหนุ่มเบ้หน้า หนนี้ถ้าไม่ใช้เพราะช่วยอาจารย์เขาจะทนยืนท่ามกลางผู้คนเช่นนี้ไหวรึ...แต่ก็สนุกไปอีกแบบ

     นับว่าการแสดงครั้งนี้ทำให้พบปะคนคุ้นเคยและรู้จักกับผู้คนมากมาย ทั้ง หงอี้เจียงผู้อ่อนหวาน เฉินอี้ที่มีแววกวี เหวินเหวินกับหนานกงหลิวเจี๋ยคล้ายจะเคยรู้จักกันมาก่อนถึงไว้ใจกันร่วมแสดง หลิงผิงผิงแทบจะขนสัตว์มาทั้งฟาร์ม  แม่นางหรั่นซิ่นหลี่ ไป๋ฟางหรง และเฉินฮุ่ยเหมยก็แสดงเข้าขากันได้เป็นอย่างดี หลังสิ้นสุดการแสดงของสามสาวหลิงเฮ่าก็สังเกตเห็นหลิงผิงผิงในกลุ่มผู้ชม ถ้าเขาจำไม่ผิดน้องสาวผู้นั้นนิสัยกล้าหาญชอบผจญภัยและยังไม่มีม้าดีดีใช้ เยี่ยซาชวนเพื่อนมาในวันปีใหม่ ฮั่นเสียตัวนั้นยังไม่มีนาย… คิดเบ็ดเสร็จก็จูงอาชาฮั่นเสียอีกตัวไปมอบให้หลิงผิงผิง สาวน้อยคล้ายเกรงใจ(?) ที่จะรับอาชาไว้จึงมอบหินอัพเกรดให้เขาหนึ่งก้อน

มอบม้าฮั่นเสียให้หลิงผิงผิง


✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙





แสดงความคิดเห็น

ที่เกรงใจความจริงคือกลัวม้า Q___Q  โพสต์ 2018-2-16 19:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +700 +77 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120

4

กระทู้

38

โพสต์

2245

เครดิต

เงินตำลึง
1036
ดีนาเรียส
28
ความหิว
304
แต้มวาสนา
41

ใบรับรองภาษาฮั่น

STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
พิราบขาว
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-16 21:33:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NangongLiujia เมื่อ 2018-2-16 21:43


ปามีดกันเถอะ!

        จตุรัสกลางเมืองฉางอันนั้นกว้างขวางยิ่งใหญ่มากอย่างที่เขาไม่เคยพบ  ยิ่งมันถูกตกแต่งด้วยสีแดงมงคลในวันมงคลเช่นนี้ยิ่งทำให้เขาตาพร่าพราย  เสียงประทัดดังก้องไปทั่วสร้างความคึกคักในบรรยากาศเช่นนี้คณะเชิดสิงโตนำพาความสนุกสนาน  ปีใหม่ในฉางอันสุขสันต์เบิกบานกว่าที่เขาจินตนาการเสียอีก

        “เชิดได้ดีๆ” เขาอุทานชมเชยเมื่อสิงโตนั้นถูกเชิดซ้อนกันขึ้นไปสูงเกือบเท่าชั้นสอง  เมื่อการแสดงจบลงจึงโยนเงินลงไปหลายตำลึง  แถมการแสดงต่อมายังเป็นเด็กน้อยน่าเอ็นดูสวมชุดคล้ายกุมารร้องเพลงอวยพรน่ารักจนใจละลาย  

ถัดจากนั้นก็เป็นการร่ายกลอนปีใหม่ของบุรุษผมเงินผู้หนึ่ง  เสียงกู่ฉินสุขุมนุ่มนวลเข้ากับกลอนอวยพรอย่างยิ่งจนเขาต้องถอนหายใจ  เอ่ยชมเชยหนึ่งประโยครวบรัดทว่าเปี่ยมความหมาย “กลอนโดดเด่นแล้ว  คนโดดเด่นยิ่งกว่า”

บทกลอนชวนให้คำนึงถึงใจคนร่าย  เมื่อพิศคนร่ายพลันต้องถอนใจ  สามารถกล่าวว่ากลอนลุ่มลึกแล้ว ใจคนร่ายกลับยิ่งลึกกว่า  เสียดายแต่ความในที่ซ่อนในกลอนนั้นได้บอกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าป๋อหยาผู้นี้ได้พบจงจื่อชีรู้สำเนียงเสียแล้ว  น่าเสียดาย..น่าเสียดาย..

ทอดถอนใจอยู่ได้ไม่นานหลังจากจบการแสดง   นักกวีผู้นั้นก็มาหาคนขึ้นไปร่วมแสดงที่ด้านบน  ยังที่ดีพวกเขาได้ตกลงกันไว้แล้วว่าวันนี้ตั้งใจจะมาแสดงการปามีด  จึงลงชื่อไปอย่างรวดเร็วแถมยังได้ลำดับที่สองมาจากการเสี่ยงเซียมซีเสียอีก

“พร้อมหรือไม่อาเหวิน” เขาหันไปจับบ่าคนข้างๆบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ

@WenWen


“อย่ากลัวไปเลยข้าจะระวังให้มาก  ไว้ใจข้านะ” เขายกมือขึ้นกำหมัดให้กำลังใจอีกฝ่าย  ได้ยินเสียงเรียดแล้วในใจที่สงบนิ่งมานานก็พลันเต้นระรัวอย่างห้ามไม่ได้


“ท่านบุรุษและสุภาพสตรี! ขออภัยที่ทำให้ต้องคอยนาน การแสดงชุดแรกจากทุกท่านได้เริ่มขึ้นแล้ว ไม้แรก! จะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่ว่าทุกท่านนั่งไม่ติดที่กันแน่ๆ ฝอยมากเสียเวลา! ขอเชิญท่านพบกับ ‘หนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวิน’ มือปามีดระดับฉกาจกับเป้ามีชีวิตได้เลย!”

เขาหันไปสบตากับร่างเล็กข้างตัวอีกครั้งอย่างให้กำลังใจ  ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินขึ้นด้านบนไปอย่างสง่าผ่าเผยแสร้งทำเป็นไม่ตื่นกลัว  ยิ้มให้กับคนด้านล่างเวทีอย่างสบายๆราวกับมาเดินเล่นในสวนหลังบ้านแต่ในใจกับกดดันยิ่งนัก  อาเหวินกับเขาไม่ได้ฝึกซ้อมมาก่อนดังนั้นจึงไม่เหมือนครั้งที่เล่นปิดตาปามีดกับเหล่าทหารในกองทัพของชนเผ่าเขากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

ดูเหมือนเหวินเหวินเองก็จะทราบจึงบีบมือชิ้นเหงื่อของเขาอย่างให้กำลังใจแล้วกระซิบเบาๆข้างหู  “@WenWen ”

เขายิ้มตอบกลับไปอย่างขอบคุณ  ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆหยิบดอกกุหลาบมาส่งให้อาเหวินแล้วขยิบตา

“ท่านผู้ชมทุกท่าน  วันนี้ข้าหนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวินสหายของข้าจะขอแสดงการปามีดที่แม่นยำชนิดที่ว่าหลับตายังปาได้ถูก  ข้าจะปามีดทั้งหมดจุด  จุดแรกคือเหนือศีรษะสหาย  จุดที่สองคือข้างใบหูซ้าย  และจุดสุดท้ายคือกุหลาบแดงที่อาเหวินคาบเอาไว้  โดยที่อาเหวินจะเป็นผู้ปิดตาให้ข้าเอง!”

เสียงฮือฮาดังมาจากด้านล่างสีหน้าผู้คนล้วนตื่นเต้นตกใจ  เขายิ้มอย่างปลอดโปร่งมองเหล่าคนดูอย่างมั่นใจหยิบมีดสั้นบางสามชิ้นขึ้นมาถือไว้  แล้วย่อตัวลงให้เหวินเหวินปิดตาได้เพราะส่วนสูงที่ต่างกันค่อนข้างมากกระซิบบอกคนที่ยืนอยู่ข้างกันไม่วายยิ้มทะเล้นให้อาเหวินเพื่ออยากให้อีกฝ่ายผ่อนคลายเช่นกัน “ข้าพร้อมแล้วล่ะเจ้าปิดตาให้ข้าเถิด  แน่นๆเลยนะ”

“@WenWen ”  อาเหวินกระซิบตอบกลับเขามา  เขาพยักหน้าหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอ  ใช้ประสาทสัมผัสที่ถูกขัดเกลาจนเฉียบคมจากการเอาชีวิตรอดในทะเลทรายมาใช้อย่างเต็มขีดความสามารถ   เสียงฝีเท้าของอาเหวินนั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจน  จินตานาการได้ถึงระยะห่างที่เจ้าตัวหยุดอยู่  

ดูเหมือนว่าจะไปถึงแท่นปาแล้ว  เขาได้ยินเสียงแผ่นหลังอาเหวินเสียดสีกับแท่นปา  เสียงอาภรณ์ที่แนบไปกับแผ่นไม้นั้น  เขาหันหน้าไปด้านนั้นมือถือมีดบางๆเล่มหนึ่งขึ้นมา  เสียงคนฮือฮากระซิบกระซาบกันทำให้เขามั่นใจ  เพราะคนเหล่านั้นกำลังตกใจที่เขาสามารถหันไปยังตำแหน่งแท่นปาแถมเดินกะระยะที่ต้องปาได้อย่างถูกต้อง  

ความมั่นใจของเขาเต็มเปี่ยมแล้ว...ประสาทสัมผัสที่ถูกขัดเกลาเหนือคนทั่วไปคือความภาคภูมิใจหนึ่งของเขา  ดังนั้นเขาจะไม่พลาด

‘ฟิ้ววว!’

“ฉึก!”

เสียงมีดบินลอยแหวกอากาศพร้อมกับเสียงของมีดที่ปักลงบนเนื้อไม้  ฝูงชนสูดลมหายใจกันดังเฮือกแล้วพากันปรบมือ

“เยี่ยมมากๆพ่อหนุ่ม  ข้าหัวใจจะวายเหนือศีรษะพอดิบพอดีเลย” เสียงชื่นชมด้านล่างทำให้เขายิ่งคลี่ยิ้มแล้วปามีดบินลำดับถัดไปทันทีอย่างไม่ให้ฝูงชนได้ทันตั้งตัว

“ฉึก!!”

“โอ้ยยย!! เฉี่ยวหูไปนิดเดียว หวาดเสียวจริงพ่อคุณเอ๋ย” ผู้คนถอนหายใจอย่างลุ้นระทึก  กล่าวชมเชยกันมาอีกยก  แสดงว่าก็ไม่พลาดอีกเช่นกันเขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ  หูกระดิกเบาๆได้ยินเสียงของน้ำบางอย่างหยดกระทบ..เสียงเหงื่อของอาเหวินหยดรินลงบนพื้น  

ลำดับสุดท้ายแล้ว...อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  
มือหนาลูบไล้ตามใบมีดแผ่าเบา เขาจะไม่พลาดอย่างแน่นอน!

“ฉึก!!!”

“เย้!!!  เก่งมากเจ้าหนุ่ม!”

“ใครแพ้พนันจ่ายข้ามาเสียดีๆ ฮ่าๆๆ”

“เยี่ยมยอดๆ ขอคารวะ”

เสียงผู้คนสับสนวุ่นวาย  เขารีบกระชากผ้าปิดตาลงมามองตรงไปยังแท่นปามีดที่มีอาเหวินยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังคลี่ยิ้มมาให้  มีดเล่มแรกตรงเหนือศีรษะพอดีอย่างหวาดเสียวแนบติดกับเส้นผมสีดำ  มีดเล่มสองฝังไว้บนแผ่นไม้ข้างใบหูอย่างแม่นยำ  ขณะที่อีกเล่มฝังอยู่ข้างใบหน้าพริ้มเพรามีดอกกุหลาบแดงปักตรงใจกลาง  

“สำเร็จแล้ว” เขาคลี่ยิ้มเบิกบานจนตาโค้งลงเป็นเสี้ยวพระจันทร์ทอประกายวิบวับอย่างยินดี  วิ่งไปกอดเหวินเหวินหนึ่งทีอย่างมีความสุข

“@WenWen ”

“ขอบคุณเจ้ามากเช่นกัน  ข้ากลัวแทบตายแล้ว” เขาหัวเราะอย่างเป็นสุข บีบไหล่อาเหวินเบาๆอย่างขอบคุณในความเชื่อใจของอีกฝ่ายทั้งที่พบกันได้ไม่นาน

“@WenWen ”

“เอาสิจบงานนี้แล้วเราไปกินเป็ดย่างกัน!” เรื่องกินเขาไม่พลาดแน่นอน  บุรุษทั้งสองหันไปโค้งขอบคุณให้กับผู้ชมด้านล่าง  รับคำชมเชยมามากมายพร้อมกับเงินที่ถูกโยนขึ้นมาด้านบนอย่างล้นหลาม  หนานกงหลิวเจี๋ยใช้ผ้าปิดตาในมือมาอ้ารับเงินที่บินว่อนอย่างเบิกบาน

สงสัยจะมีเงินจ่ายค่าเป็ดแล้วล่ะคราวนี้!
@WenWen
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +700 +55 ความหิว -16 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 55 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

❤❤
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขวานทอง
กลยุทธ์ซุนปิน
พัดคุณชาย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x20
x3
x1
x3
x50
x1
x40
x20
x65

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินตำลึง
2341
ดีนาเรียส
54
ความหิว
230
แต้มวาสนา
21

ใบรับรองภาษาฮั่น

STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-2-16 23:19:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อี้หยางหลง เดินออกมาจากบ่อน่ำพุร้อนสักพักก็พบว่าพลบค่ำเสียแล้วเขาเดินเล่นชมบ้านเมืองจนมาถึงจัตุรัสกลางเมืองที่ดูเหมือนว่าจะมีการจัดงานขึ้นเนื่องจากบริเวณนี้นั้นมีคนมารวมงานมาเหลือเกิน
    “เห้อ คนเยอะจังน้า"
      ปึก!!

“อ้ะ ขอโทษขอรับ อ้ะ แม่นางจาง ฝู มาทำอะไรที่นี่หรอขอรับ” เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายแล้วโอบเอวอีกคน
@Zhangfu

“เอ่อ….” ใบหน้าของเขาและเธออยู่ใกล้กันมาก จนเขามองตาเธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์
@Zhangfu

“อะ เอ่อ ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับ “ เขาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก่อนจะค่อยๆถอยใบหน้าออกมา แล้วปล่อยมือที่โอบอีกคนไว้

“เราไปงานเทศกาลด้วยกันไหมครับ”

@Zhangfu

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินดูบรรยากศภายในงานก็ถูกใครบางคนลากทั้งคู่เข้าไปในมุมนึ่งพร้อมกับยัพู่กันจุ่มหมึกให้พวกเธอ แล้วบอกให้ทั้งคู่เขียนชื่อตัวเองลงในแผ่นไม้ไม้ไผ่ด้วยท่าทางเร่งรีบแปลกๆ
   “แค่ เป็นการร่วมสนุกในงานน่ะขอรับ ห่ะๆ”
   “ร่วมสนุกอะไรหรอครับ” อี้หยางหลงมองอย่างไม่ไว้ใจ

@Zhangfu

“เอ่อ ถ้าท่านจางว่าเช่นนั้นข้าจะลงด้วยแล้วกันนะ”
เขาเขียนลงในแผ่นไม้ไผ่แล้วยื่นไปแล้วหันมายิ้มกับจางฝู

   ในงานมีหลากหลายผู้คนขึ้นมาแสดงต่างๆมากมาย


บทกลอนของเฉินอี้เป็นระดับอภิมหา….เสี่ยว เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี หลิงเฮ่าตบบ่าอีกฝ่าบอย่างให้กำลังใจพร้อมบอกว่า “ถ้าสนใจเดินเส้นทางนักกวีก็มาที่จวนซื่อหม่าได้ทุกเมื่อ” ก่อนจะมองส่งอีกฝ่ายลงเวทีไปพร้อมกับเขย่าเซียมซีการแสดงต่อ

     "จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน

@Zhangfu

“เห ข้าก็ต้องขึ้นสินะ เพลงขลุ่ยหรอ ได้สิ เจ้าจะขึ้นบรรเลงเพลงกับข้าไหม จางฝู” เขายื่นมือมาหาหญิงสาวแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ เหมือนเป็นเรื่องสนุก
@Zhangfu

“งั้นข้าจะเริ่มก่อนแล้วเจ้าคลอตามนะ”
อี้ หยางหลงหยิบขลุ่ยไม้ไผ่ประจำตัวขึ้นมา ค่อยๆจรดริมฝีปากลงไป แล้วบรรเลงเพลงเสนาะหูเหมือนได้อารมณ์ของสายน้ำที่พลิ้วไหว แต่ก็สงบภายในเวลาเดียวกัน


จางฝูมองไปยังท่านอี้ที่เริ่มบรรเลงแล้วก้มมองไปยังมมือของตัวเองที่สั่นจนแทบจะควบคุมให้มันหยุดสั่นไม่ได้ เธอหลับลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ รอจนถึงท่อนที่เธอต้องบรรเลงผีผารับกับเสียงขลุ่ย นิ้วเรียวค่อยบรรจงดีดลงไปบนสายผีผา เกิดเป็นเสียงเพลลงบรรเลงขานรับสอดคล้องกับเสียงขลุ่ยได้อย่างลงตัว เสียงของผีผาที่ดังอย่างแผ่งเบา นุ่นนวลชวนสบายหูทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน ราวกับสายลมเย็นที่ผัดผ่านยอดใบไม้ยอดหญ้าในยามเช้า

เสียงขลุ่ยและผีผาสอดรับกันเป็นอย่างดีจนคนดูต่างเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของทั้งสอง

จางฝูลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองทางชายหนุ่มที่กับลังเป่าขลุ่มอยู่ข้างก่อนที่จะลอบยิ้มออกมา นิ้วเรียวยังคงดีดไปมาบนผีผาอย่างงผลิ้วไหวก่อนที่ตัวโน๊ตตัวสุดท้ายของเธอจะค่อยเงียบเสียงลง พร้อมกับเสียงเฮของผู้ชมที่ดังกระหึ่มขึ้นนั้นทำให้เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับโค้งให้กับผู้ชมเล็กน้อยแล้วเดินลงไปที่เบื้องล่างพร้อมกับชายหนุ่ม
    “@Zhangfu

“ข้าเองก็ตื่นเต้น แต่เจ้าเล่นไพเราะมากเลยนะ ข้าชอบเสียงผีผาของเจ้าจัง”
ชายหนุ่มเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้เล็กๆ ที่มีคนดูมอบให้เมื่อกี้ให้หญิงสาวตรงหน้

“ข้าให้เจ้า”

@Zhangfu

“คืนนี้อาจจะพักที่โรงเตี๊ยมน่ะ เจ้าล่ะ”
@Zhangfu

“งั้นพอดีเลย กลับด้วยกันไหม หรือจะอยู่รอดูการแสดงต่อ?”
@Zhangfu

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +700 +50 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
โพสต์ 2018-2-17 00:15:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 18:58



        หลังที่จางฝูวิ่งไปส่งภาพที่จะใช้ลงประกวดเสร็จก็ทำเอาแทบหมดแรง เธอเดินถือผีผาที่พึ่งรู้ว่าถือติดตัวมาด้วยก็ตอนที่เจ้าฮุ่นจือร้องทักนั้นไปตามเส้นทางในเมืองหลวงฉางอันที่แสนจะกว้างขาว เธอเดินเล่นชมบ้านเมืองจนมาถึงจัตุรัสกลางเมืองที่ดูเหมือนว่าจะมีการจัดงานขึ้นเนื่องจากบริเวณนี้นั้นมีคนมารวมงานมาเหลือเกิน
    “ลองไปดูกันไหมฮุ่ยจือ”ไม่รอให้เจ้านกฮูกได้ตอบอะไรเธอก็พยายามที่จะเบียดเสียดผู้คนมากมายเพื่อที่จะเข้าไปด้านในแต่ก็ดันโดนใครก็ไม่กระแทนจะร่างบอบบางของเธอเซถลาหงายหลังจนไปชนเค้ากับของใครเข้าอย่างแรง


     “อ่ะ ว้ายย”


      ปึก!!


       ฮูกก(ระวังๆ)ฮุ่ยจือร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะโผบินขึ้นไปเกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆเพื่อใช้เป็นที่นอนชั่วคราวและหลบนอน


      “อ้ะ ขอโทษขอรับ อ้ะ แม่นางจาง ฝู มาทำอะไรที่นี่หรอขอรับ” เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายแล้วโอบเอวอีกคน


      “อ่ะ  ท่านในตอนนั้น เอ่อ ท่านอี้ เอ่อ ขอโทษที่ชนเจ้าค่ะ เอ่อ ข้าเห็นว่าที่นี่นี่จัดงานเลยว่าจะไปดูน่ะเจ้าค่ะแต่โดนดันออกมา”เธอมองชายที่เธอไปชนพร้อมกับหน้าของชายที่เธอเคยเจอหน้าเมื่อวันก่อน ก่อนที่จะเอ่ยแล้วมองไปยังผู้คนที่เบียดเสียดกันเพื่อแย่งกันเข้าไปด้านใน


      “เอ่อ….” ใบหน้าของเขาและเธออยู่ใกล้กันมาก จนเขามองตาเธอเหมือนตกอยู่ในภวังค์


์       ”เอ่อ.. ท่านอี้ เป็นอะไรรึป่าวเจ้าคะ”เธอเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นไปโบกๆตรงหน้าชายหนุ่มที่เอาแต่จ้องหน้าเธอค้างอยู่อย่างนั้น


      “อะ เอ่อ ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับ “ เขาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก่อนจะค่อยๆถอยใบหน้าออกมา แล้วปล่อยมือที่โอบอีกคนไว้  "เราไปงานเทศกาลด้วยกันไหมครับ”


       “ไปสิเจ้าค่ะ ไปคนเดียวคงไม่สนุกจริงไหมเจ้าค่ะ” เธอยิ้มหวานออกมาแล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างขว้ามือท่านอี้พาเดินแทรกเข้าไปในฝูงชนเพื่อไม่ให้หลงกัน




      ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินดูบรรยากศภายในงานก็ถูกใครบางคนลากทั้งคู่เข้าไปในมุมนึ่งพร้อมกับยัพู่กันจุ่มหมึกให้พวกเธอ แล้วบอกให้ทั้งคู่เขียนชื่อตัวเองลงในแผ่นไม้ไม้ไผ่ด้วยท่าทางเร่งรีบแปลกๆ
   “แค่ เป็นการร่วมสนุกในงานน่ะขอรับ ห่ะๆ”


      “ร่วมสนุกอะไรหรอครับ” อี้หยางหลงมองอย่างไม่ไว้ใจ


      “เอ่อ ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมั้งเจ้าคะท่านอี้ น่าสนุกออกเจ้าคะ”จางฝูเอ่ยก่อนจะเขียนชื่อของตัวเองลงไปในแผ่นไม้ไผ่ก่อนจะยื่นส่งคืนไปแล้วหันไปยิ้มให้ท่านอี้ก่อนที่จะพากันไปหาที่นั่งเพื่อรับชมการแสดงต่างๆบนเวที พร้อมเสียงขับร้องที่ดังขึ้น






สวัสดีปีใหม่



สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่
อวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันปีใหม่
พวกเราร้องเพลง พวกเราเต้นรำ
เพื่ออวยพรทุกท่านสุขสันต์วันปีใหม่
     เสียงร่ายกลอนเปิดงานได้จบลงพร้อมกับการแสดงรอบใหม่ได้เริ่มขึ้นต้นในทันที พร้อมชายเส้นผมสีขาวที่ดูแล้วช่างแปลกตาที่ก้าวขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับขับกลอนอย่างไพเราะจนทำเอาคนทั่งหมดที่นั่งชมการแสดงนั้นหยุดฟังกันอย่างตั้งใจ


{ เทศกาลโฮ่วซุ่ย }

“วสันต์เยือนนคราหลวง
พืชพรรณผลิผลออกรวง  
ข้ามปีข้ามพ้นหนทางเคราะห์
หวังพบรอยยิ้มที่โชติช่วง”

-เสิ่นหลิงเฮ่า-






     สิ้นสุดบทเพลงพิณและคำกลอนเสียงตอบรับจากผู้ชอบค่อนไปทางชื่นชมนั้นก็รวมถึงตัวของเธอด้วย นับมาแล้วเธอแทบไม่เคยได้ยินเพลงกลอนที่ไพเราะแบบนี้มาก่อน การแสดงวนไปเรื่อยโดยที่มีชายผมขาวนั้นเป็นผู้ดำเนินหน้าที่พิธีกรเขย่าเซียมซีเพื่อเรียกการแสดงต่อไป




     "จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน ถือเป็นบุพเพรึเปล่านี่ฮาๆ" ซีกไม้ไผ่ตกลงมาสองชิ้นพร้อมกันแถมเป็นการแสดงดนตรีทั้งคู่ หลิงเฮ่ายิ้มมองหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่ดูเหมาะสมกันเดินขึ้นมาบนเวที


      “เห ข้าก็ต้องขึ้นสินะ เพลงขลุ่ยหรอ ได้สิ เจ้าจะขึ้นบรรเลงเพลงกับข้าไหม จางฝู” เขายื่นมือมาหาหญิงสาวแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ เหมือนเป็นเรื่องสนุก


    “ เอ๋ อะ...อะไรน่ะเจ้าค่ะ ข้าต้องขึ้นไปหรอ” ชื่อของเธอที่จู่ๆก็โดนเรียกให้ขึ้นไปแสดงร้องออกมาอย่างตกใจแล้วหันไปมองท่านอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆกัน พลางนึกไปถึงชายคนนึ่งที่บอกให้เธอเขียนชื่อ ‘ร่วมสนุกที่ว่าคือนี่งั้นหรอ’


      “ข้า..กลัวนิดหน่อย” เธอลังเลแล้วมองหน้าท่านอี้ที่ยิ้มมาให่”แต่ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นเวทีไป แขนทั้งสองกอดผีผาไว้แนบกายแน่นด้วยท่าทางตื่นคน 'เธอไม่เคยเล่นผีผาต่อหน้าคนมากขนาดนี้มาก่อน ซึ่งมันทำให้เธออดที่จะกังวลไม่ได้'


    “งั้นข้าจะเริ่มก่อนแล้วเจ้าคลอตามนะ”อี้ หยางหลงหยิบขลุ่ยไม้ไผ่ประจำตัวขึ้นมา ค่อยๆจรดริมฝีปากลงไป แล้วบรรเลงเพลงเสนาะหูเหมือนได้อารมณ์ของสายน้ำที่พลิ้วไหว แต่ก็สงบภายในเวลาเดียวกัน




    เธอมองไปยังชายหนุ่มที่เริ่มบรรเลงแล้วก้มมองไปยังมือของตัวเองที่สั่นจนแทบจะควบคุมให้มันหยุดสั่นไม่ได้ เธอหลับลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ รอจนถึงท่อนที่เธอต้องบรรเลงผีผารับกับเสียงขลุ่ย นิ้วเรียวค่อยบรรจงดีดลงไปบนสายผีผา เกิดเป็นเสียงเพลลงบรรเลงขานรับสอดคล้องกับเสียงขลุ่ยได้อย่างลงตัว เสียงของผีผาที่ดังอย่างแผ่งเบา นุ่นนวลชวนสบายหูทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน ราวกับสายลมเย็นที่ผัดผ่านยอดใบไม้ยอดหญ้าในยามเช้า
     
     เสียงขลุ่ยและผีผาสอดรับกันเป็นอย่างดีจนคนดูต่างเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของทั้งสอง




     จางฝูลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองทางชายหนุ่มที่กับลังเป่าขลุ่มอยู่ข้างก่อนที่จะลอบยิ้มออกมา นิ้วเรียวยังคงดีดไปมาบนผีผาอย่างงผลิ้วไหวก่อนที่ตัวโน๊ตตัวสุดท้ายของเธอจะค่อยเงียบเสียงลง พร้อมกับเสียงเฮของผู้ชมที่ดังกระหึ่มขึ้นนั้นทำให้เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับโค้งให้กับผู้ชมเล็กน้อยแล้วเดินลงไปที่เบื้องล่างพร้อมกับชายหนุ่ม


      “ตื่นเต้นมากเลยเจ้าคะ”


      “ข้าเองก็ตื่นเต้น แต่เจ้าเล่นไพเราะมากเลยนะ ข้าชอบเสียงผีผาของเจ้าจัง”ชายหนุ่มเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้เล็กๆ ที่มีคนดูมอบให้เมื่อกี้ให้หญิงสาวตรงหน้า


      “ข้าให้เจ้า”


      "ท่านก็เป่าขลุ่ยได้เพราะมากเช่นกันเจ้าค่ะ อ่ะขอบคุณเจ้าค่ะ”เธอเอ่ยพ้อมกับยื่นมือไปรับชอดอกไม้มาแล้วก้มหน้าลงสูดดมกลิ่นหอมจากช่อดอกไม้แล้วยิ้มหวานให้กับท่านอี้
     “ว่าแต่ท่านอี้พักที่ไหนหรือเจ้าคะ”


      “คืนนี้อาจจะพักที่โรงเตี๊ยมน่ะ เจ้าล่ะ”


    “ข้าพักอยู่ที่โรงเตี้ยมฉางจินฮั้วเจ้าค่ะ”เธอเอ่ยตอบแล้วเงยหน้ามองฮุ่ยจือที่บินมาเกาะไหล่หลังจากไปหาที่งีบหลับที่ไหนมาสักแห่ง


      “งั้นพอดีเลย กลับด้วยกันไหม หรือจะอยู่รอดูการแสดงต่อ?”


      “อืมม งั้นกลับกันเถอะเจ้าค่ะ เริ่มดึกแล้วด้วย”เธอเอ่ยยิ้มๆพร้อมกับเดินนำออกไปจากงานเทศกาล


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +700 +50 ความหิว -18 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 50 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x36
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x30
x60
โพสต์ 2018-2-17 02:21:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-2-18 03:43

ปามีดแห่งหายนะ
            ณจัตุรัสกลางเมืองฉางอัน เสียงผู้คนในงานเริ่มดังขึ้นเหมือนตอนที่เขาไปเที่ยวย่านการค้าและย่านการค้าตะวันตกไม่ผิดถึงอย่างไรที่ที่ดูคึกคักสำหรับเขามันช่างไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลยทั้งๆที่เขาน่าจะชินกับมันแล้วแท้ๆ

            เสียงประทัดดังขึ้นข้างๆให้เขาตกใจเล่นๆชายหนุ่มรีบหันมองต้นเสียงนั้นทันที แต่แทนที่จะพบเพียงแต่ประทัดเขาก็พบคณะเชิดสิงโตขึ้นมาแสดงให้ชาวบ้านทั่วไปได้ชมกันนี่เขาอยู่กับทุ่งนามานานแค่ไหนกันแล้วนะช่วงเทศกาลก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนจนเกือบจะลืมแล้วสิว่าครั้งสุดท้ายได้มองดูการเชิดสิงโตเมื่อไหร่ริมฝีปากนั้นเริ่มคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ชื่นชมการแสดงนั้นด้วยความหลงไหล

            เมื่อจบการแสดงเชิดสิงโตเสียงปรบมือที่ดังขึ้นไปทั่วเชิญชวนให้เขาปรบมือตามด้วย ปรกติเขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ทำตามใครสักเท่าไหร่แต่ครั้งนี้ขอเว้นไว้หน่อยละกัน

            เมื่อจบการแสดงเชิดสิงโตก็มีการแสดงละครหุ่น คราวนี้เป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆที่แตงตัวแปลกๆขึ้นมาร้องเพลงอวยพรปีใหม่ต่อจากการแสดงเชิดสิงโตทันที

            การแสดงชุดละครหุ่นได้จบไปแล้วแต่เมื่อมองดูเหมือนกับว่าไร้วี่แววผู้แสดงต่อไปขึ้นบนเวทีเลยชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ก็ขมวดคิ้วได้สักพักเมื่อกำลังจะชวนหนานกงกลับก็เห็นบุคคลหนึ่งขึ้นบนเวทีมาพอดี

            ชายผมเงินผู้นั้นเมื่ออยู่กลางเวทีแล้วช่างงดงามยิ่งนัก

            เสียงกู่ฉินดังก้องกังวานไปทั่วเคล้าคลอกับกลอนอวยพรปีใหม่ได้ดี จนกล่อมผู้คนที่รับชมให้อยู่ในภวังค์ได้เหวินเหวินจ้องมองคนที่อยู่บนเวทีตาไม่กระพริบ เขาเคยพบคนนี้มาแล้วแต่ไม่คิดว่าเมื่อเป็นจุดสนใจของผู้คนนั้น จะให้ความรู้สึกว่าคนนั้นเขาช่างดูโดดเด่นไปเสียทุกเรื่อง

            เสียงถอนหายใจทำให้เขาหลุกจากภวังค์นั้นแล้วหันมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งการแสดงจบลง นักกวีหนุ่มที่ตนเคยเรียกว่าพี่เฮ่าก็มาหาคนที่ร่วมแสดงแต่ยังไม่ทันพูดอะไร หนานกงที่มาด้วยกันกับเขาก็รีบลงชื่อตนกับเขาอย่างรวดเร็ว

            แถมการแสดงของเขาได้เป็นการแสดงที่สองต่อจากการแสดงของพี่เฮ่านี่สิ

            “พร้อมหรือไม่อาเหวิน”หนานกงพูดพลางจับบ่าเขาบีบเล็กน้อยเพ่อเพิ่มกำลังใจในตัวของเขา

            “ตอนนี้ข้าเองก็อยากจะตอบว่าไม่พร้อมนะ

            “อย่ากลัวไปเลยข้าจะระวังให้มากไว้ใจข้านะ” เขายกมือกำหมัดให้กำลังใจเหวินเหินแต่พอได้ยินเสียงเรียกชื่อพวกเขาแล้วทำให้ความมั่นใจที่ถูกเพิ่มขึ้นมาเมื่อกี้หดหายกลับไปหมด

            “ท่านบุรุษและสุภาพสตรี! ขออภัยที่ทำให้ต้องคอยนานการแสดงชุดแรกจากทุกท่านได้เริ่มขึ้นแล้ว ไม้แรก!จะมาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่ว่าทุกท่านนั่งไม่ติดที่กันแน่ๆคอยมากเสียเวลา! ขอเชิญท่านพบกับ ‘หนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหลิน’ มือปามีดระดับฉกาจกับเป้ามีชีวิตได้เลย!

            หนานกงหันมาสบตาเขาเพื่อให้กำลังใจก่อนสะบัดแขนเสื้อเดินนำขึ้นไปด้านบนอย่างสง่าเหวินเหวินเหลือมองหนานกงที่ยิ้มให้ผู้ชมด้านล่างเวทีเขาเองก็คงต้องยิ้มบ้างถึงในใจจะกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก็เขากับหนานกงเราไม่เคยที่แม้จะฝึกซ้อมกันเลยนี่สิ

            เหวินเหวินจับมือหนานกงพลางบีบแน่นเพื่อเพิ่มกำลังใจให้ตัวเองและอีกฝ่ายพอเห็นว่าเริ่มชื้นเหงื่อก็ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “ไม่เป็นไรหรอกนะข้าเชื่อใจท่าน” เขากระซิบข้างหูอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ผู้ชมได้ยินมัน

            หนานกงยิ้มตอบกลับตนมาก่อนจะหยิบดอกกุหลาบส่งให้เขาพลางขยิบตา

            “ท่านผู้ชมทุกท่านวันนี้ข้าหนานกงหลิวเจี๋ยและเหวินเหวินสหายของข้าจะขอแสดงการปามีดที่แม่นยำชนิดที่ว่าหลับตายังปาได้ถูกข้าจะปามีดทั้งหมด 3 จุดจุดแรกคือเหนือศรีษะสหาย จุดที่สองคือข้างใบหูซ้ายและจุดสุดท้ายคือกุหลาบแดงที่อาเหวินคาบเอาไว้ โดยที่อาเหวินจะเป็นผู้ปิดตาให้ข้าเอง!

            เสียงฮือฮาดังขึ้นมาจากด้านล่างสีหน้าผู้คนล้วนตื่นตกใจหนานกงยิ้มออกมาอย่างมั่นใจแล้วหยิบมีดสั้นขึ้นมาสามชิ้นก่อนจะย่อตัวลงเพื่อให้เหวินเหวินปิดตาได้ถนัดชายหนุ่มผมดำยิ้มออกมาเล็กน้อยกับส่วนสูงที่ช่างดูแตกต่างกันซะเหลือเกิน หนานกงกระซิบเขาที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยกัน“ข้าพร้อมแล้วล่ะเจ้าปิดตาให้ข้าเถิด แน่นๆเลยนะ

            “อย่าปลิดชีพข้าก็พอนะ”กระซิบตอบกลับขณะที่มัดตาให้อีกฝ่าย หนานกงหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเดินออกไปยืนรอในจุดที่นัดกันเอาไว้

            เมื่อถึงแท่นปาแล้วเขาก็คาบดอกไม้นั้นเพื่อเตรียมเอาไว้นัยต์ตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนภาพคนตรงหน้าที่ปิดตาหยิบมีดขึ้นมาท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ชมที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย หนานกงที่หยิบมีดหันกลับมาหาตนก่อนจะเงื้อมมือขึ้นเพื่อเตรียมปา

            โอ้! ไม่นะ ขอเวลาให้ข้าเตรียมใจก่อนสักนิดเถิด

            ‘ฟิ้ววว!’

            “ฉึก!”

            เสียงมีดที่ปักแป่นไม้โดยเฉียดเข้าหัวเขานิดเดียวทำให้เหวินที่คาบดอกไม้อยู่ถึงกับร้องไม่ออกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

            “เยี่ยมมากๆพ่อหนุ่ม ข้าหัวใจจะวายเหนือศรีษะพอดิบพอดีเลย” เสียงชื่นชมดังขึ้นมาจากผู้ชมด้านล่างทำให้ชายหนุ่มผู้คาบดอกไม้อยู่ชายตาไปมองอย่างเสียไม่ได้

            “ฉึก!!”

            “อึ๊ก!”เสียงมีดที่ปามาทางเขายังไม่ทันตั้งตัวทำให้เหวินเหวินสะอึกเล็กน้อยมีดเล่มแรกเฉียดศรีษะเขาแล้ว มีดเล่มนี้ก็กลับจะโดนหูเขาด้วย ให้ตายสินี่เขาเอาชีวิตมาเสี่ยงบนเวทีเพื่ออะไรกันนี่ ยิ่งคิดหัวใจยิ่งเต้นระรัวไปกับการแสดงที่เขาใช้ชีวิตเป็นเดิมพันเหงื่อแห่งความวิตกก็เริ่มไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้

            “โอ๊ยยย!! เฉี่ยวหูไปนิดเดียว หวาดเสียวจริงพ่อคุณเอ๋ย” เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังขึ้นแต่คราวนี้ไม่ทำให้ชายหนุ่มสนใจกับมันอีกแล้ว นัยต์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องคนที่จับมีดตรงหน้าไม่กระพริบตา

            ครั้งสุดท้ายแล้วอีกแค่นิดเดียว

            แต่ครั้งนี้หากพลาดเขามีสิทธิ์ที่จะหน้าแหกไปตลอดกาล

            “ฉึก!!!”

            ดอกกุหลาบที่ตนคาบอยู่ปิวไปตามแรงมีดที่ปักโดนเต็มๆชายหนุ่มที่คาบกานดอกกุหลาบแน่นก็คายมันออกพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            “เย้!!! เก่งมากเจ้าหนุ่ม!”

            “ใครแพ้พนันจ่ายข้ามาเสียดีๆฮ่าๆๆ”

            “เยี่ยมยอดๆคาราวะ”

            เสียงผู้ชมดังขึ้นมาระรอกใหญ่จนน่าหนวกหูไปหมดหนานกงกระชากผ้าปิดตาลงแล้วมองตรงมาที่เขาคล้ายกำลังชื่มชมฝีมือตัวเองอยู่ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าทุกอย่างมันออกมาลงตัวได้ราวกับใจนึก

            “สำเร็จแล้ว”หนานกงยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งมากอดตนที่ยังยืนอยู่ในแท่นเป้านั้น

            “ขอบคุณท่านมากๆ”เหวินเหวินพูดขณะที่กอดอีกฝ่ายตอบ

            “ขอบคุณเจ้ามากเช่นกันข้ากลัวแทบตายแล้ว” หนานกงพูดแล้วหัวเราะออกมา เขาบีบไหล่เหวินเหวินเบาๆ

            “จบงานนี้ไปหาอะไรกินกันไหมขอรับ

            “เอาสิจบงานนี้แล้วเราไปกินเป็ดย่างกัน!”หนานกงพูดกับเหวินเหวิน แล้วหันไปโค้งขอบคุณให้กับผู้ชมทำให้เหวินเหวินที่ยืนมองได้เสี้ยวหนึ่งต้องโค้งขอบคุณตามอีกฝ่าย คำชื่มชมและเงินมากมายถูกโยนขึ้นมาบนเวทีก็ทำให้เขารู้ว่ามันก็คุ้มค่าเหนื่อยที่เขาได้เสี่ยงชีวิตในงานแบบนี้ชายหนุ่มเหลือบมองหนานกงที่เอาผ้าปิดตาในมือของเขามารับเงินที่โยนขึ้นมาก่อนจะหัวเราะเล็กน้อย

            เมื่อจบการแสดงของเขาแล้วชายหนุ่มก็หยิบกระเป๋าที่พกของกินมามากมายแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ได้กินละมั้งก็นัดกับสหายอีกคนว่าจะไปกินเป็ดย่างแล้วนี่นา เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เริ่มเปิดกระเป๋าแจกจ่ายของกินให้ผู้ชมที่มารับชมทันที

*เหวินเหวินแจกจ่ายเสี่ยวหลงเปาให้ผู้ชมทั้งสิ้น 200 ชิ้น

@Admin @NangongLiujia

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +2 ดีนาเรียส +300 +25 ความหิว -19 แต้มวาสนา +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 + 25 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกลับมอร์เด็น
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x54
x200
x200
x10
x5
x15
x2
x4
x30
x5

157

กระทู้

1062

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
715
ดีนาเรียส
168
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
166
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-2-17 02:45:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-23 19:34

สามบุปผา ( 1 )

     สิ่งที่แปลกตาไปจากทุกทีคือเมืองหลวงแห่งนี้ถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟแดงระย้าสูงต่ำตามแต่ละสถานที่ไม่มีจุดเว้นพัก ร้านค้าจำนวนมากผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดรอบเมือง ทั้งอาหาร ขนม เสื้อผ้า และเครื่องประดับ แต่ที่ขาดไม่ได่้เลยคือแผงลอยดูดวง! หรั่นซิ่นหลี่แวะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อไม่ให้ตนที่อยู่ในสภาพซอมซ่อสะดุดตามากเกินไป แน่นอน.. ชุดแดงเช่นเดิมมิเปลี่ยน! นางขี่ม้าเข้ามาใกล้จุดที่คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วแต่นางกลับชะงักลงก่อนด้วยเห็นแผงลอยดูดวงของแม่หมอเฒ่าผู้หนึ่ง นางเพียงชำเลืองมองอย่างสนใจแต่ไม่ได้ลงไปทักถามอะไร ทว่าแม่หมอเฒ่าผู้นั้นกลับยกมือเหี่ยวขึ้นมากลางอากาศ ปลายนิ้วชี้นั้นคือตัวนาง ก่อนจะเอ่ยประโยคอันน่าขนลุก

     "เจ้าจะไม่ตายดี" เสียงแหบแห้งพูดทำเอาใบหน้างามซีดเผือดด้วยความกลัว แต่ต้องทำใจดีสู้เสือคิดว่าการดูดวงก็คือการดูดวง.. ทั้งที่ตัวเองนั้นก็ชื่นชอบดวงและเครื่องราง.. หรั่นซิ่นหลี่ได้แค่คิดว่านางควรจะไปสักการะศาลเจ้าสักแห่งเร็วๆนี้ เพราะสิ่งที่แม่หมอเฒ่าผู้นั้นพูดมาช่างน่ากลัวเหลือเกิน ในขณะที่ขี่ม้าหันหลังให้แผงลอยนั้น ใจก็กลับหวนคิดว่าอยากจะถามให้ชัดเจนจึงกระตุกบังเหียนให้หันกลับไป แต่สิ่งที่พบกลับเป็นความว่างเปล่าราวกับว่าที่แห่งนี้ไม่เคยมีคนเช่นนั้นเลย!

     หรั่นซิ่นหลี่รีบผละจากแผงลอยดูดวงนั้นมาเงียบๆ.. วันนี้นางตั้งใจจะมาเดินเที่ยวเทศกาลก่อนจะไปหางานทำแล้วหรั่นซิ่นหลี่บนหลังม้าจำต้องเปลี่ยนมาเป็นเดินจูงตามด้วยวัวและนกตามหลังเนื่องจากจำนวนคนที่มีมากมายมหาศาลเข้ามารวมกันที่เดียว ศรีษะดำเบียดเสียดกันยั๊วะเยี๊ยะเต็มท้องถนนราวกับฝูงมดกำลังแตกรัง ดูๆไปก็น่าขนลุกเหมือนกัน.. ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อสังเกตุรอบข้างดูให้ดี เมื่อพบว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปบางที่นั่นทำให้หรั่นซิ่นหลี่เกิดความสงสัยตัดสินใจเดินตามไป ทว่าการจะเข้าไปได้นั้นคงต้องฝากม้าและวัวไว้ข้างนอก นางจึงผูกเสี่ยไป๋กับซือเอ๋อร์ไว้ที่ต้นไม้ใกล้ๆ มองดูแล้วเห็นเป็นเวทีใหญ่แห่งหนึ่ง สังเกตุจากจำนวนคนดูทำให้คิดได้เพียงว่า หรือนางจะพลาดอะไรไปก่อนหน้านี้? ทว่าสิ่งที่ดึงดูดกว่าเวทีคือตรงกลางนั้นมีคนที่คุ้นตานางกำลังยืนอยู่ ผมเงิน.. ชุดขาว.. ใบหน้างามนั่น.. เสิ่นหลิงเฮ่า?

    นางกำลังยืนสงสัยว่าเหตุใดคนจึงไปอยู่บนเวทีได้ไม่ทันไร เสียงนุ่มนวลนั้นก็เอ่ยชื่อตัวขึ้นมากะทันหันทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยง “หรั่นซินหลี่….ชื่อนี้คล้ายว่าเคยได้ยิน? อ้อ! แม่นางที่หลงป่าไปสองปีนี่เอง เชิญๆ”

     หา.. หา.. หาาาาา…!? หะ ให้นางขึ้นเวที?

     หลงป่าสองปียังไม่น่าตกใจเท่าจู่ๆโดนเชิญกะทันหันเช่นนี้เลย!

     “เอ่อ..” หรั่นซิ่นหลี่มองซ้ายขวาหน้าหลัง แต่สิ่งที่แน่นอนคือเสิ่นหลิงเฮ่าบนเวทีผู้นั้นหมายถึงนาง ชัดเลย… แววตานางเริ่มหลุกหลิกลุกลี้ลุกลน ในเมื่อคนนั้นเคยชินกับการเต้นรอบกองไฟ มิหนำซ้ำเสียงนางยังไม่ได้ครึ่งของท่านแม่ แล้วจะให้ทำอย่างไรนอกจากเป็นกังวลเล่า!?

     “ตะ.. แต่ ข้าไม่..” นางกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่คนรอบข้างกลับพูดแทรกขึ้นมา มิหนำซ้ำยังพูดผลักให้นางขึ้นเวทีกันยกใหญ่ เม็ดเหงื่อผุดบนใบหน้างามจนนับเม็ดได้ นางยกแขนเสื้อขึ้นมาซับ ..อีกใจก็เขินอายเหลือเกิน!

    “ขึ้นไปร้องเลย!”

     “ขึ้นไปเลย!”

      ปึก!

     “ว้าย!” มีมือใครไม่ทราบผลักนางไปหน้าเวที แรงนั้นมากจนทำให้หญิงสาวจนถลาไปเกาะขอบไม้ช่างน่าอายยิ่งนัก มือน้อยๆเกาะขอบเวทีจนท้ายที่สุดแล้วนางก็ยอมทำใจขึ้นไปยืนบนนั้น แต่ก็เกือบสะดุดอีกครั้ง น่าอายนัก.. การที่ถูกคนจำนวนมากมองมาที่ตัวเองนั้นน่าอึดอัดยิ่งจนนางแทบอยากจะวิ่งหนีลงไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่ในเมื่อขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไรได้นอกจากต้องร่ำร้องไป.. แต่ก่อนจะเปิดปากภาพเบื้องล่างที่มีนักดนตรีผู้หนึ่งยัดกู่เจิงให้สตรีในกลุ่มคนก่อนจะรีบวิ่งไปนั้นดึงดูดสายตานางไว้ก่อน

     @BaiFangRong


      เอ๊ะ.. ผู้ใดกัน? ปกปิดใบหน้าเสียครึ่งหนึ่งแต่กลับดูน่าดึงดูดอย่างประหลาด เสื้อผ้าที่ดูแล้วไม่ใช่คนธรรมดาจะหามาสวมได้ แต่ดวงตาคล้ายเคยพบกันเช่นนี้.. หรือว่านางคือ!? “...แม่นางตางาม?” ริมฝีปากแดงชาดนั้นขยับเอ่ยถาม พลางเพ่งมองอย่างใจจดใจจ่อ จำได้ว่าเคยพบกันครั้งหนึ่งในโรงเตี๊ยมในเจียงโจว เป็นสหายบัวลอยกัน.. “ในมือท่านคือ..” ดวงตานั้นมองเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งในมือหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะส่งสายตาเว้าวอนว่า ‘ช่วยข้าทีเถอะ’ ใจนางนั้นดีใจเหลือเกินที่ได้เจอกันอีกครั้ง แต่หนนี้จะรบกวนนางเกินไปไหม? หรั่นซิ่นหลี่บนเวทีได้แต่ลุ้นอย่างว้าวุ่นในใจ..

     @BaiFangRong

    “อ้ะ.. เช่นนั้นต้องรบกวนท่านแล้ว” ในใจเกิดความรู้สึกยินดีทันทีที่ได้รับคำตอบตามหวัง นางยืนรอให้หญิงสาวจัดการหันไปพูดคุยกับสาวใช้และองครักษ์ผู้ติดตามสองสามประโยค  ก่อนจะขึ้นเวทีมาจัดเตรียมเครื่องดนตรี ดูเหมือนว่าแม่นางตางามผู้นี้จะรู้ว่านางกำลังต้องการจะร้องเพลงใด แน่นอนว่าครานี้ไม่มีเพลงอื่นใดเหมาะไปกว่าบทเพลงแห่งฤดูกาลที่หวนกลับมา! แม้ตอนแรกจะเก้กังเล็กน้อยแต่ตอนนี้เพราพมัสหายที่กลับมาพานพบกันเช่นบทเพลงที่นางจะเปล่งเสียงร้อง นางจึงกล้าที่จะมองไปที่ผู้ชมแล้วโปรยยิ้มให้พวกเขาก่อนจะเริ่มขับขานพร้อมเสียงจากนิ้วงามที่บรรเลงดนตรี..


..ภายใต้ฟ้าคราม ยอดไม้งามงอกมาจากดิน
หยาดหยดไหลริน ยามพิรุณเย็นค่อยๆซา..
นกน้อยร้องเพลง เริงล้อลมที่พัดผ่านมา
สวนอันคุ้นตา.. สดใสยามผีเสื้อโบยบิน

..ขอบรรเลงบทเพลงฤดูกาลนี้ที่กลับมาเยือน..

      เสียงที่เปล่งออกมานั้นบิดพลิ้วกว่าสายลมหยอกล้อเส้นผมนางในยามนี้ ใสประดับเสนาะโสตเปล่งประกายเฉกเช่นอัญมณีสะท้อนในตา สงบนิ่งดั่งผืนฟ้า แต่แฝงความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยออกมาไว้ทั้งหมด.. หรั่นซิ่นหลี่ไม่ขอเอ่ยว่าตนนั้นร้องเพลงเก่ง เพียงร้องเพลงเป็นเท่านั้น.. และชอบการร้องเพลงมาก! ใจดวงน้อยสั่นไหวห้ามความรู้สึกตื่นเต้นระรัวเหมือนกลองตีอยู่ในอกไม่ได้เลย ยามริมฝีปากบางอ้าปากขับขาน ห้วงเวลาก็เหมือนหยุดลงตรงหน้านางในบัดดล แล้วปล่อยทิ้งให้ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองของเสียงดนตรี..

      ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาบนเวทีอย่างสง่างาม ภาพเบื้องหน้านั้นคือหญิงสาวในชุดแพรไหมพลิ้วไหว นางยิ้มให้ทั้งสองคนก่อนจะหันไปมองผู้ชมแล้วเริ่มกรีดกรายร่ายรำตามบทเพลง นางคือ เฉินฮุ่ยเหมย หญิงสาวถูกส่งสัญญาณทางสายตาให้ร้องเพลงต่อ หรั่นซิ่นหลี่พยักหน้ารับรู้ได้ดังนั้นก่อนจะร้องท่อนต่อไป ร่ายรำผสานขำร้องจากท้วงทำนองของเสียงกู่เจิงที่บรรเลงได้ไพเราะราวเทพธิดาบรรเลง ดวงตาแอบชำเลืองมองคนข้างตัวขยับนิ้วกรีดกรายบนเส้นสายไม่หยุดหย่อน แต่นัยย์ตากลับสงบนิ่งไม่มีความว้าวุ่นใจหรือลังเลปรากฏแม้แต่น้อย ส่วนเฉินฮุ่ยเหมยเบื้องหน้านางนั้นคือนางรำที่ถูกหงส์ฟ้าลงมาจุติร่าง สองขากวาดร่ายเรียงระบำนางอ่อนช้อยและงดงามกว่าสิ่งใด แค่เพียงขยับก็สามารถดึงดูดสายตาคนทั้งงานได้! ไม่คิดเลยว่าแม่นางตางามจะบรรเลงกู้เจิงได้ไพเราะถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ำเฉินฮุ่ยเหมยยังเป็นนักร่ายรำที่งดงามที่สุดที่นางเคยพบ! พวกนางทำให้ผู้ชมข้างล่างถึงกับเงียบกริบไร้เสียงสอดแทรกใดๆ พวกเขาตั้งใจฟังและรับชมราวกับดวงตาถูกสะกดไว้แค่ที่ตรงนี้..

     @ChenHuimei

โปรยลงสิ โปรยลงสิ เจ้ากลีบดอกเหมยฮวา
ฤดูกาลนี้ที่มาลาเผยช่อผลิบาน..
ปลาในสระน้ำ ว่ายเล่นน้ำ คลอเคลียรัดพัน
สร้างคลื่นน้อยเหล่านั้นที่ช่างชวนฝันยามชมดอกไม้ ~

     @ChenHuimei

     @BaiFangRong


      หรั่นซิ่นหลี่มองไปที่ผู้ชมแล้วนิ่งคิด หรือนี่จะเป็นการเริ่มต้นใหม่? ปีใหม่แล้ว.. ปีที่ผ่านมานางพบเจออะไรมามากมาย ทั้งสิ่งที่หายไป สิ่งที่ได้รับกลับมา และสิ่งที่ควรจะทิ้งไป! หย่งหมิน หย่งเหริน ไช่ฟ่านเหลียน คงจะดีถ้าหากวันนี้เราได้ฉลองด้วยกัน.. ดวงตางามเศร้าหมองลงแต่ยังไม่ทิ้งช่วงบทเพลง นางร้องต่อไปด้วยใจที่สั่นไหวแต่ไม่ทำให้เสียงสั่นเครือ

     @BaiFangRong

     @ChenHuimei

แม้อาทิตย์ไกล ส่องแสงให้ร่างกายเหนื่อยล้า
ตามที่ไร่นารวงข้าวทองจ้องดูตะวัน
ในยามค่ำคืน เหล่าผู้คนจะพบปะกัน
จุดดอกไม้ไฟ ละเล่นในงานเทศกาล

..ขอบรรเลงบทเพลงฤดูกาลนี้ที่กลับมาเยือน..

ดาวน้อยใหญ่ ดาวประกาย ลอยในทางช้างเผือก
กลางราตรีนี้ไม้ชมจันทร์ยะเยือกเปียกปอน
หอมไอคิมหันต์ ตามลมนั้นมาจากที่ใด?
..หรือจะเป็นต้นไม้ที่มีก้านใบน้ำตาลเหล่านั้น?

      แต่ว่าการที่ได้ทำอะไรเช่นนี้.. ก็สนุกดีเหมือนกันนะ! อารมณ์นางดีขึ้นแล้ว บัดนี้ความรู้สึกสนุกสนานกับงานเทศกาลหวนคืนมาในใจ ได้พบพานเรื่องดีๆ ได้เจอสหายระหว่างเดินทาง พวกนางสามคนที่มาพบกันอีกคราบนเวทีเดียวกัน.. ริมฝีปากบางกรีดยิ้มอย่างมีความสุขจนผู้คนหลงละเมอไปกับภาพนั้น ดวงตานางในวันนี้ส่องไสวกว่าวันไหนๆ ใจลืมความแค้นไปพลันก่อนจะหันมาร่ำร้องในบทต่อไปด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข!

     @ChenHuimei

     @BaiFangRong

      นางไม่ตื่นเต้นแล้ว และผู้คนต่างเพลินเพลินไปกับดนตรีผสานเสียงของนางและการร่ายรำ การแสดงครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของทั้งสามทีไ่ด้มาอยู่บนเวทีเดียวกัน ใจนางนั้นตั้งต้นไว้เลยว่าจะไม่มีวันลืมบรรยากาศดีๆเช่นวันนี้แน่นอน!

พรมใบไม้แดง คลุมพื้นดินที่เริ่มเยือกเย็น
เงยดูแล้วเป็น ท้องนภาสีแดงจางๆ
บินทวนสายลม น่าชื่นชมเจ้าผีเสื้อนั้น
ทำนองก้องดัง เด็กน้อยกำลังเล่นซ่อนแอบ

..ขอบรรเลงบทเพลงฤดูกาลนี้ที่กลับมาเยือน..


      ยามนี้ทุกคนหันไปมองท้องฟ้า ราตรียามนี้แม้ไร้แสงอาทิตย์อัสดงแต่ด้วยแสงจากโคมแดงประดับโดยรอบงานทำให้สถานที่นี้งดงามเกินกว่าจะบรรยาย นกน้อยตื่นจากการหลับใหลยามค่ำคืนมาขับกล่อมบทเพลงบรรเลงกลางหมู่มวลกิ่งไม้ เกาะเรื่อยไปตามกิ่งก้านน้ำตาลที่ไร้เหมันต์ พวกมันช่วยกันขานบทเพลงร่วมกับนาง.. ไม่นานนักฝูงผีเสื้อจักรพรรดิก็บินผ่านมา พวกมันทักทายผู้คนเต็มไปหมดทั้งงาน ภาพนั้นดูงดงามให้ความรู้สึกว่าฤดูใบไม้ผลิมาเยือนที่แห่งนี้แล้ว.. หรั่นซิ่นหลี่เอื้อมมือขึ้นไปสัมพัสเจ้าผีเสื้อตัวหนึ่งที่บินมาทักทาย ก่อนจะยิ้มให้มันและปล่อยให้บินไป แล้วลมวูบใหญ่ก็พัดมาทำให้ผ้าพลิ้วบนกายนางทั้งสามไสวไปกับสิ่งที่ธรรมชาติตั้งใจสรรค์สร้าง ไม่เย็นเลย.. อุ่นใจมากกว่า..

      หญิงสาวเงยหน้ามองภาพผีเสื้อเหล่านั้นหยอกล้อละเล่นกับฟ้ายามราตรีในขณะที่ริมฝีปากยังขยับเปล่งเสียงร้องไม่หยุด จงบินไปเสีย.. ตราบที่เจ้ายังมีชีวิต..

     @BaiFangRong

โชยมาสิ โชยมาสิ ลมเย็นจงพัดมา
ชมทุ่งดอกไม้พลับพลึงแดงสวยจงพัดมา
ดังพูดเอ่ยเชิญ เรียกให้เดินตามทางเรื่อยมา
นกอีการ้อง ให้ฉันและเธอมุ่งกลับบ้านเรา
ลมอันหนาวเย็นบาดผิวกายจนเริ่มสั่นเทา

     @ChenHuimei

วันที่เรา ฉลองกันค่ำคืนสิ้นปี
ผู้คนครอบครัวใกล็ชิดในเหมันต์เช่นนี้
โอบกอดรักกัน เตียงของเราเต็มด้วยไออุ่น

..ขอบรรเลงบทเพลงฤดูกาลนี้ที่กลับมาเยือน..

กราวร่วงลง พราวพร่างพราย เจ้าเกล็ดหิมะเย็น
เคียงคู่ดอกไม้ขาวนวลเนียนชื่อหยาดหิมะ
และเพียงไม่นาน วันสดใสจะกลับหวนมา
ฉันจะร้องเพลงนี้ก้องดังจนเธอเหลียวกลับมามอง

..ใกล้จบเพลงแล้ว! หรั่นซิ่นหลี่หายใจเข้าเพื่อใช้เสียงสูงในคราวเดียว


..วนเรื่อยไป วนเรื่อยไป ไม่มีทางจบลง..
..วนเรื่อยไป วนเรื่อยไป เพลงฤดูกาลนี้..
..วนเรื่อยไป วนเรื่อยไป ไม่มีทางจบลง..
และจะยืนอยู่เคียงเท่าที่โลกนี้ยังมีชีวิต ~ !

      จังหวะหนึ่งที่บทเพลงใกล้จะจบลง หรั่นซิ่นหลี่เห็นเฉินฮุ่ยเหมยส่งสัญญาณมาด้วยสายตา เพียงเท่านั้นนางก็เข้าไปแล้วเดินไปหา แขนสองข้างควงเข้าหากัน ค่อยๆเดินหมุนวงตรงกลางเวที แขนปลดออกแล้วคว้ามือหมุนเป็นวงเร็วขึ้นแล้วปล่อยจากกัน แรงนั้นทำให้คนสองกระเด็นออกในระยะไม่ไกล เมื่อสองเท้าแตะพื้นอีกครั้ง.. สองร่างก็กระโดดขึ้นในอากาศพร้อมเพรียงกันในทันใดพร้อมกับเพลงที่ท่อนขึ้นสูงแล้วจบลงด้วยเสียงปรบมือ..

      แปะๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!

     @ChenHuimei

     “..ไม่.. ข้า.. ข้าไม่ได้เต้นระบำมานานแล้ว.. เฮือก! หน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม ~” ขานางสองข้างแทบจะยืนไม่ไหวแต่ยังต้องแข็งใจไว้ก่อน ใบหน้างามปั้นยิ้มสุดชีวิตจนคิดว่าตีนกาอาจจะขึ้น โชคดีที่เฉินฮุ่ยเหมยใช้ไหวพริบเดินเข้ามาควงแขนนางอย่างแนบเนียน แต่แรงนั้นกำลังช่วยพยุงร่างนางอยู่

     @ChenHuimei

     “ฮะๆๆ” หรั่นซิ่นหลี่หัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะยืนตัวตรงอย่างสง่างามอีกครั้ง ทว่าเทียบกันแล้วไม่อาจทาบรัศมีแม่นางตางามข้างนางได้เลย เพียงสบตาก็รู้ได้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา หรือจะเป็นบุตรีขุนนาง?

     @Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -18 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115

157

กระทู้

1062

โพสต์

138

เครดิต

เงินตำลึง
715
ดีนาเรียส
168
ความหิว
80
แต้มวาสนา
0

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
166
ความชั่ว
0
ความโหด
0
STR
0+0
INT
0+0
POL
0+0
Qi
0+0
CHA
0+0
โพสต์ 2018-2-17 02:45:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-17 15:43

สามบุปผา ( 2 จบ )

      รู้ตัวอีกทีพวกนางสามคนก็มายืนโค้งคำนับให้กับผู้ชมแล้ว ก่อนจะเดินลงมายืนท่ามกลางกลุ่มคนเช่นเดิม ติดก็แต่จะเป็นจุดสนใจไปหน่อย หญิงสาวหันไปถามคนใกล้ตัวทั้งสองด้วยใจคิดว่าจะได้อยู่สนทนาด้วยกันนานกว่านี้สักหน่อย ไม่ได้พานพบสหายมานานแล้ว นับว่าเป็นวาสนา!

     “แม่นางตางาม แม่นางฮุ่ยเหมย พวกท่านจะไปที่ใดกันต่อหรือ?” นางถาม

     @BaiFangRong

     @ChenHuimei

     “ถ้าอย่างนั้นไปเดินงานเทศกาลกันดีหรือไม่?” นางพูดโดยผายมือไปทางกลุ่มคนและร้านค้า วันนี้ฉางอันคึกคักเป็นพิเศษจนน่าตื่นเต้น เมื่อคิดว่าต่อไปตนจะต้องมาปักหลักที่นี่แล้วใจยิ่งสั่นระรัวกว่ากลอง

     @BaiFangRong

     @ChenHuimei

      พยักหน้าอย่างเข้าใจ “เช่นนั้นแม่นางตางาม โปรดรักษาตัวด้วย อ้อ! ข้าส่งจดหมายพร้อมซุนไปให้ท่านเมื่อวาน ไม่ทราบว่าท่านได้รับหรือยัง?” เมื่อคิดว่าคนที่คิดถึงเมื่อวานมาพานพบกันวันนี้ นางไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าคนส่งสารจะคลาดกับปลายทาง

     @BaiFangRong

     “จ่าว่าแม่นางตางาม..” นางตอบเสียงเรียบ.. จะตลกดีมิดี หรือแม้แต่การส่งจดหมายในยุทธภพนั้นก็เต็มไปด้วยเรื่องประหลาดเช่นพวกนาง? อาจเป็นไปได้.. คนเหล่านั้นช่างน่านับถือนักที่สามารถรับส่งสารผู้อื่นได้ถูกต้อง หวังว่าจะส่งของนางถูกเช่นกันนะ!

      @BaiFangRong

      เห่อะๆ.. นางก็ได้แต่ลอบภาวนาเช่นกัน

     @ChenHuimei

     “ข้าก็ส่งให้ท่านนะ” เห็นนางมีสีหน้าน้อยใจแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ นางส่งขลุ่ยให้ไป แต่ปลายทางคือเมืองอู่เว่ย ในขณะที่เจ้าตัวอยู่ฉางอันซะงั้น “ไว้กลับไปทีอู่เว่ยแล้วค่อยรับของละกันน่อ” นางยิ้มขำ

      @BaiFangRong

     “เอ๋ จะไปแล้วหรือ..” ความเสียดายปรากฏบนใบหน้านาง แต่ก็เข้าใจว่าข้างหลังร่างบางนั้นมีกลุ่มองค์รักษ์และผู้ติดตาม พวกเขามองมาที่นางอย่างไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ แต่ตัวนางหาได้ใส่ใจไม่ หันมายิ้มให้กับสหายเบื้องหน้า “เช่นนั้นคราวที่แล้วเรายังไม่ได้รู้จักกัน ขอทราบนามท่านได้หรอไม่? ข้าชื่อ หรั่นซิ่นหลี่” นางแนะนำตัวเองก่อนตามมารยาท

      @BaiFangRong

     @ChenHuimei

     @BaiFangRong

     @ChenHuimei

     “อ้าว! รู้จักกันหรอกหรือ?” น้ำเสียงนางบอกได้ว่ากำลังแปลกใจ

     @ChenHuimei

     @BaiFangRong

     “วาสนา.. วาสนา.. พวกท่านสองคนต้องมีชะตาผูกกันเป็นแน่” หรั่นซิ่นหลี่พูดด้วยรอยยิ้ม

     @BaiFangRong

     “เช่นนั้นข้าไม่รั้งท่านแล้ว ..อืม ข้าคงไม่ต้องอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพหรอกเนอะ” ดวงตานั้นเหลือบมองกลุ่มผู้ติดตามของนางที่มองอย่างไรก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปหยิบชุดมาใส่เล่น หรั่นซิ่นหลี่ยิ้มไม่พูดอะไร ราวกับเคยพบกันมานานนม สองคนยิ้มให้กันราวกับเข้าใจ ก่อนจะคำนับและอำลาจากกัน

     @ChenHuimei

      @BaiFangRong

      หวยหนานอ๋อง? นางไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆด้วย! แต่ปากนั้นมิได้ถามต่อด้วยความเกรงใจและคิดว่าอีกฝ่ายเองก็คงไม่ชอบการถูกซักไซ้ หรั่นซิ่นหลี่ยิ้มตอบแล้วยืนส่งนางจนลับตาไปแล้วหันมาสนทนากับเฉินฮุ่ยเหมย “ท่านอยากไปที่ใดก่อนดี?” ใบหน้างามระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยปากถาม และแม้จะอยู่ท่ามกบางกลุ่มคนแต่ผู้คนโดยรอบก็ยังหันมาทางพวกนางด้วยจำได้ว่าเป็นผู้ที่ยืนบนเวทีเมื่อครู่ ดูเหมือนพวกนางจะเป็นจุดสนใจมากเกินไปแล้ว..

     @ChenHuimei

     “แม่นาง ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีเวลาว่างไปเดินงานเทศกาลด้วยกันหรอไม่?” คุณชายในชุดเหลืองขนเป็ดท่านหนึ่งใจกล้าเดินเข้ามาเปิดถามสตรีทั้งสองนางอย่างไม่หวั่นอาย มองดูแล้วก็รูปงามถุงเงินหนักไม่น้อย แต่พวกนางสองคนตอนนี้หาได้สนใจไม่

     @ChenHuimei

      หรั่นซิ่นหลี่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะแม่นางฮุ่ยเหมยกล่าวแทนนางหมดแล้ว หญิงสาวยืนมองร่างสูงเดินคอตกจากไป คุณชายท่านนั้นช่างน่าสงสาร ดูเขาจะเสียความในใจไปมาก แต่ถึงแม้พวกนางจะมีท่าทีไม่รับแขกอย่างขัดเจน ทว่าคนที่กล้าจะเข้ามาถามไถ่ก็มีมาไม่ขาดสายเช่นกัน

     “แม่นาง ไปดื่มชากับข้าสักกาเถอะ!”

      ข้าอยากกินขนมมากกว่า..

     “แม่นาง ได้โปรดให้เกียรติเต้นรำกับข้าด้วย..”

      ข้าเต้นรำไม่เก่ง..

     “แม่นาง ข้าอยากจะสนทนากับท่านเรื่องดนตรี พอจะมีเวลาว่างหรือไม่?”

      ข้าเป่าซุนยังไม่ดีเลย..

     “แม่นาง.. “

     “แม่นาง..”

     “แม่นา..”

      และเป็นอย่างที่คิด.. มิหนำซ้ำพวกเขาไม่รอให้นางสองคนเอ่ยปากตอบเลยสักนิด เอาแต่ถามๆมาอยู่อย่างเดียวจนฟังดูแล้วจะกลายเป็นการสร้างความรำคาญให้เสียมากกว่า!

     @ChenHuimei

     “กล่าวถูกแล้ว” เป็นอย่างที่เฉินฮุ่ยเหมยว่า โชคดีที่ไป๋ฟางหรงนั้นจากไปก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นนางคงขยับตัวไปไหนไม่ได้เหมือนพวกนางตอนนี้เป็นแน่ แต่เฉินฮุ่ยเหมยและหรั่นซิ่นหลี่ก็ไม่คิดจะให้ผู้คนเข้ามาถามอะไรมากไปกว่านี้ หันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะให้กับความวุ่นวายที่พวกนางเป็นคนก่ออย่างสนุกสนาน

     @ChenHuimei

     “เช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ..!” ทั้งสองคนรีบควงแขนกันเดินเข้าไปในงานเทศกาลอย่างไม่รีรอ อีกนัยคือ..

      หากจะหนีคน ให้เดินไปหาคน!

      @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +700 +50 ความหิว -19 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 50 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
โพสต์ 2018-2-17 09:57:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-2-17 09:59

{ แฟลชแบ็คคืนข้ามปี }
การแสดงโชว์ของหลิงผิงผิงและเหลาสหาย



       ผิงผิงใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงฉางอัน นอกจากเธอแล้วยังมีเสี่ยวเหอกับเสี่ยวจางมาด้วย ระหว่างทางนั้นผิงผิงได้แวะดูนั้นนี่และเธอออกจะเป็นจุดเด่นนิดหน่อยเพราะบรรดาสหายของเธอที่เป็นสัตว์... เจ้าตัวกะว่าจะเดินเล่นแต่... จู่ๆ ก็มีเจ้านกตัวใหญ่ที่ผิงผิงไม่คุ้นหน้ามันโยนไม้ไผ่ลงมาที่มือเจ้าตัว... ผิงผิงก้มมองแล้วมองตามทิศที่มันบินไป

       "เฮ้ย เจ้านก!" ผิงผิงตะโกนไล่หลังมันก่อนจะวิ่งตามไป เสี่ยวเหอกับเสี่ยวจางรีบตามไปทันที เด็กสาววิ่งตามจนมาถึงเวทีแห่งหนึ่งแต่แล้วก็ชะงัก...



วสันต์เยือนนคราหลวง

พืชพรรณผลิผลออกรวง  

ข้ามปีข้ามพ้นหนทางเคราะห์

หวังพบรอยยิ้มที่โชติช่วง



       ลำนำนั้น... เสียงนั้น... เด็กสาวจำได้เพราะเป็นเสียงของพี่ชายตัวเอง! ผิงผิงรีบวิ่งไปเกาะขอบเวทีมองพี่ชายขับลำนำแล้วก้มมองไม้ไผ่ในมือ... ผิงผิงไม่ไกลกันนักเหมือนเขาจะเริ่มเก็บไม้ไผ่
       "แม่นาง ท่านอย่าลืมบอกชื่อและการแสดงลงไม้ไผ่นะครับ"
       "หา? ข้ามิได้ต้องการแสดง จู่ๆ ก็มีนกที่ไหนไม่รู้โยนใส่ข้า" ผิงผิงบอกเสียงหลง การแสดงบ้าอะไร เธอไม่รู้เรื่อง!!!
       "ในเมื่อไม้อยู่ในมือแม่นาง โปรดใส่ด้วยนะครับ"
       ผิงผิงทำสีหน้ายุ่งยากหรือว่าพี่เฮ่าต้องการความช่วยเหลือ? เด็กสาวมองเสี่ยวเหอ เสี่ยวจางและบรรดาสัตว์ของตัวเองก่อนจะถอนหายใจ... เอาก็เอาก่อนจะเขียนลงไป หวังว่าคงไม่เป็นการโชว์ห่วยหรอกนะ ก่อนจะยื่นไม้ไผ่คืนให้อีกฝ่ายแล้วเดินกลับมาหาเสี่ยวเหอกับเสี่ยวจาง
       "พวกเจ้าช่วยพี่หน่อย เราต้องโชว์การแสดงสัตว์แล้วแหละ"
       "ทำไมครับ?"
       "พวกเราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย" ทั้งสองแทบจะพูดออกมาพร้อมกัน ผิงผิงทำสีหน้ายุ่งยาก...
       "เอางี้พวกเจ้ารีบไปหาของที่ข้าบอกแล้วรีบกลับมา การจะขึนไปแสดงมันต้องเสี่ยงดวง...." ผิงผิงเอ่ยก่อนจะบอกรายการที่ต้องการแล้วให้ทั้งสองออกไปหามา ผิงผิงนับเพื่อนๆ ของตัวเอง... วัว ช้าง เต่า มิ้นค์ นกฮูก เมื่อนับแล้วเธอก็ลองคิดคราวๆ ว่าจะให้พวกเขาทำอะไร ถึงอย่างไรพวกเขาก็น่ารักและเด็กดีแต่จะติดที่ซือลู่ขี้เล่นมากไป.. ไม่นานนักเสี่ยวเหอกับเสี่ยวจางก็กลับมา ผิงผิงเลยรีบนำของมาจัดให้เรียบร้อยและบอกการแสดงของเธอให้ทั้งสองฟัง ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงพี่เฮ่าเพราะจับได้ไม้เธอ
       “หลิงผิงผิง….เอ ชื่อคุ้นนักใครกันหนอ..” ผิงผิงแก่มป่องใส่อีกฝ่ายเมื่อคิดว่าพี่เฮ่าจะจำเธอมิได้แล้ว
        “ฮ่าๆ ที่แท้เป็นผิงผิงน้องสาวคนดีของข้านี่เอง มาๆ เจ้าพาเพื่อนๆ มาเยอะเลย แบบนี้เตรียมเรื่องสนุกๆ เอาไว้แล้วใช่ไหมเอ่ย?”
       "สนุกกับผีสิ จู่ๆ นกบ้าก็โยนความซวยให้ข้า" ผิงผิงบ่นพึมพำก่อนจะเดินขึ้นเวทีไป


      ผิงผิงขึ้นมาบนเวทีโดยรอบตัวเธอนั้นมีสัตว์มากมายไม่ว่าจะ จวื่จื่อ วัวของเธอที่อยู่ด้านล่างเวทีที่เป็นลานกับซือลู่ช้างน้อยของเธอ ฉู่เอ๋อห์ ลูกแรคคูล เจียวเสวีย เจ้ามิ้นค์ขี้กลัว ฝูเอ๋อห์ที่ตอนนี้มันได้แต่อยู่นิ่งๆ เพราะขาสั้นๆ ของมัน ส่วนหมั่นโถวก็บินเวียงอยู่ข้างบน
      “สวัสดีเจ้าค่ะพ่อแม่พี่น้องทุกคน! ข้า หลิง ผิงผิง ขอทำการแสดงโชว์สัตว์เจ้าค่ะ!” ผิงผิงเอ่ยแล้วโบกมือไปทั่วก่อนจะผายมือไปทางอี้เหอกับกงจาง
      “ผู้ช่วยของข้าคือสองพี่น้องตระกูลเหริน!”
      อี้เหอกับกงจางโค้งให้ผู้คน ส่วนเด็กสาวยิ้มแป้น ผิงผิงนั้นอยู่ในชุดสีเขียวสดใส อี้เหอนั้นสีม่วงเข้ม ส่วนกงจางเป็นสีส้มอ่อน ผิงผิงบอกว่าให้พวกเขาแต่งตัวสดใสเข้าไว้! แต่เธอไม่อยากใส่สีแดงเฉยๆ เมื่อพร้อมแล้ว ผิงผิงฝิวปากเบาๆ หมั่นโถวบินร่อนลงมาจับเชือกในมืออี้เหอ ปลายเชือกหมดตระกร้าดอกไม้อยู่ เมื่อมันไปตามแรงดึงของหมั่นโถวเจ้านกอ้วนกลม! ดอกไม้ก็ร่วงลงมารอบๆ คนดู เป็นกลีบดอกไม้หลากสีสันที่เจ้าตัวหามาได้ ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว เป็นดอกเหมยที่เติบโตในฤดูหนาว

      ผิงผิงโยนห่วงที่เหลามาจากไม้ไผ่ไปทางกงจาง เด็กหนุ่มให้ซือลู่ใช้งวงถือ ผิงผิงฝิวปากอีกครั้ง ฉู่เอ๋อห์กระโดดลอดข้ามห่วงไป ตามด้วยเจียวเสวียที่เรียกเสียงกรีดจากสตรีได้เป็นอย่างดี การแสดงโชว์สัตว์ของเธอเป็นไปได้ด้วยดีพร้อมกับที่พวกเด็กๆ ต่างชอบเจียวเสวียเมื่อการแสดงจบลงผิงผิงก็เดินลงมาก่อนจะเดินตรงไปหาพี่ชาย... เสิ่นหลิงเฮ่า
     เธอให้ของขวัญปีใหม่พี่ชายเป็นหินอัพเกรดแต่แล้วเธอแทบหน้าซีดเมื่อรู้ว่าพี่ชายให้ของขวัญปีใหม่เป็นเจ้าม้าตัวซวยที่ทำให้เธอกลัวม้า... ม้าฮั่นเสีย แต่พี่เฮ่าคิดว่าเธอเกรงใจแต่ความจริงแล้วคือ... กลัวต่างหากละ!!! แต่พี่เฮ่าให้มาจะไม่รับไว้ได้อย่างไร? เด็กสาวกลืนน้ำลาย... ก่อนจะจับสายจูงม้าฮั่นเสียตัวนั้น "ฝากตัวด้วยนะ..."
     มันตอบรับ ผิงผิงแทบผวาเมื่อมันจะเอาหัวมาซุกแต่เธอต้องแข็งใจไว้ยอมให้มันใช้หัวมาถูกับผมของเจ้าตัว... ต้าฟง เจ้าอยู่ไหน ฮือ... เด็กสาวร้องหาเจ้าต้าม้าของอาเค่อ... ผิงผิงเลือกที่จะพาสัตว์ของเธอทุกตัวไปพักที่โรงเตี้ยมในคอกม้าถ้าหากพาเดินทั้งหมดคงจะคับแคบไม่น้อยเลยทีเดียว...

หมอบหินอัพเกรดให้พี่เฮ่า

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +30 ดีนาเรียส +700 +50 ความหิว -14 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 50 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x4
x50
x120
x157
โพสต์ 2018-2-17 16:10:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-2-17 16:23

{ เควสเรื่องราว 2 } ภัยสงคราม
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 54: วาสนาพบพานในวันเริ่มต้นปี



         ในเมืองหลวงฉางอันบรรยากาศเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ล่องลอยอยู่ทั่วทุกมุม  เสียงประทัดดังสนั่นจากตรงโน้นตรงนี้  ไป๋ฟางหรงและคณะนำม้าและขบวนเกวียนไปฝากที่โรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่งที่ยังพอมีที่ว่าในโรงเลี้ยงม้า


ฉางอันก็สมเป็นฉางอัน   ในเทศกาลสำคัญของปีแบบนี้ผู้คนจากทั่วสารทิศล้วนหลังไหลเข้ามา  ยิ่งพลุกพล่านขวักไขว่   หญิงสาวกำชับเด็กน้อยทุกคนว่าให้เกาะกลุ่มกันดีๆ  ใครที่อยากไปวิ่งเล่นเที่ยวชมงานเองก็อย่าไปคนเดียว  หากพลัดหลงกันให้ไปรอที่หอคอยมังกรซึ่งโดดเด่นที่สุดในย่านการค้า   ก่อนแยกจากกันไป๋ฟางหรงนึกขึ้นมาได้ว่าควรมอบอั่งเปาให้เด็กน้อยเหล่านี้ได้นำไปใช้จ่ายในงาน  จึงแจกจ่ายให้คนละนิดหน่อยรวมเป็นเงินห้าพันตำลึง   หยวนเป่าน้อยถึงกับมองเจ้านายด้วยสายตาชั่วร้ายยิ่ง  ไม่อยากจะเชื่อว่านางเลี้ยงลูกหมีขาวให้เติบโตมาใจแคบไม่สมกับหน้าตาน่าเอ็นดูปานนี้ได้


อา...แต่น่ารักก็คือน่ารัก  หญิงสาวลูบศีรษะเจ้าหมีน้อย  สายตาปลอบประโลม กึ่งมองจี้หยกที่ห้อยคอสัตว์เลี้ยงคล้ายจะบอกว่าสิ่งที่ห้อยคอเจ้าอยู่นั้นมูลค่ามากกว่าห้าพันตำลึงที่เด็กน้อยเกือบสามสิบชีวิตได้เป็นอั่งเปาด้วยซ้ำ  เจ้ายังจะมีหน้าไม่พอใจอันใดอีก?


เด็กน้อยรับเงินอั่งเปา ขานรับคำตักเตือนของนาง ส่วนหนึ่งจับกลุ่มกันออกไปเที่ยวเล่น  อีกส่วนยังพร้อมใจกันเกาะกลุ่มอยู่กับนาง  พอแยกย้ายกันแล้วไป๋ฟางหรงก็เดินชมงานแบบเรื่อยเปื่อยตามประสา  ถึงแม้โดยปกตินางชื่นชอบความสงบเงียบและไม่นิยมสถานที่ที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยผู้คนน่าปวดหัววุ่นวาย  แต่นานๆครั้งการอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศดีบ้างเหมือนกัน   แม้จะเสียงดังชวนปวดหัวไปบ้าง  แต่ก็ครึกครื้นดี


ยิ่งเห็นคุณหนูของตนเดินเอื่อยๆไม่คล้ายยินดียินร้ายไปกับรอบข้าง  เด็กน้อยทั้งหลายที่ตามมาก็เริ่มยุกยิกอยู่ไม่สุข   และเริ่มจูงมือกันไปวิ่งเล่นกันเองมากขึ้นเรื่อยๆ   ลี่ซือมองไป๋ฟางหรงที่เดินชมผู้คนในเมืองราวกำลังทอดน่องชมบุปผาสลับกับเด็กน้อยที่ส่งสายตาคล้ายอยากเร่งให้ผู้นำขบวนเดินเร็วกว่านี้หน่อยแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ


“คุณหนู...ตรงโน้นมีเวที  ไม่สู้เราไปชมความรื่นเริงตรงนั้นดีไหนเจ้าคะ?” จากการติดตามรับใช้มาพักใหญ่   ลี่ซือรู้ดีว่าหากไม่กระตุ้นนายสาวเสียหน่อย  คนคงเดินเอื่อยเฉื่อยต่อไปแน่   คุณหนูของนางกิริยานุ่มนวล จะก้าวเดินลุกนั่งล้วนท่วงท่าละเมียดละไม  หรือกล่าวอีกนัยคือกิริยาเชื่องช้าไม่ทันกิน   สิ่งที่ใช้อธิบายแทนทุกมุมด้านในการใช้ชีวิตของนายสาวคือสงบนิ่ง   อันที่จริงแค่ไป๋ฟางหรงนึกอารมณ์ดีออกมาเดินเที่ยวงานเจอผู้คนแทนการหามุมสงบปลีกวิเวกจิบชาเล่นพิณ เขียนอักษร อ่านหนังสือ  ลี่ซือก็แทบจะน้ำตาไหลพรากแล้ว


ไป๋ฟางหรงรับฟังข้อเสนอของลี่ซือพลางหันไปมองเวทีที่ตั้งอยู่ไกลๆ  บุรุษสองคน(@NangongLiujia @WenWen )กำลังดำเนินการแสดงน่าหวาดเสียวชนิดหนึ่งอยู่   โดยให้คนหนึ่งเป็นเป้า  อีกคนปามีดใส่ทั้งที่ปิดตา   หญิงสาวเห็นแล้วสูดลมหายใจหนาวเหน็บรู้สึกใจไม่ดี  ไม่กล้ามอง  เพียงตวัดดวงตาโศกซึ้งมามองสาวใช้แทนคำถามว่า เจ้าจะให้ข้าผู้หวาดกลัวแม้กระทั่งยามตะขอเบ็ดเกี่ยวปากปลาชมการแสดงนี้น่ะหรือ?


ลี่ซือยิ้มแหย ก่อนจะทิ้งไพ่ตาย “แต่เด็กๆดูสนใจนะเจ้าคะ”


แน่นอนว่าด้วยนิสัยของนาง  การจะให้เบียดเสียดผู้คนแล้วแย้มยิ้มเป็นสุขย่อมเป็นไปไม่ได้   ที่ออกมาเที่ยวเล่นงานเทศกาลแบบนี้แท้จริงเพื่อเหล่าเด็กน้อยที่นางดูแล    ดังนั้นเมื่อคิดริเริ่มทำแล้วย่อมต้องทำให้ถึงที่สุด  ไป๋ฟางหรงมองดวงตาใสแจ๋วเป็นประกายคาดหวังเหล่านั้น  ก่อนจะพ่ายแพ้ในที่สุด  นางพยักหน้าเป็นสัญญาณ   บรรดาผู้ติดตามรูปร่างสูงใหญ่ก็เดินนำเป็นปราการแข็งแกร่งกรุยทางให้นางติดตามเข้าไปยืนใกล้เวทีในทำเลที่ดีทำเลหนึ่ง


“อ๊า…! จะปาแล้ว จะปาแล้ว!!” เด็กน้อยอุทานตาโต   ไป๋ฟางหรงแม้ไม่ชื่นชอบฉากหวาดเสียวแต่สายตาเจ้ากรรมกลับทรยศผู้เป็นนายผินมองบนเวทีตามการชี้ชวนของเด็กๆ


ฟิ้ว…

ฉึก!!


ใบหน้าหวานใต้ผ้าคลุมหน้าแข็งค้าง  ใจของไป๋ฟางหรงแทบตกไปอยู่ตาตุ่ม   


“เยี่ยมมากๆพ่อหนุ่ม  ข้าหัวใจจะวายเหนือศีรษะพอดิบพอดีเลย” เสียงชื่นชมของชายคนหนึ่งที่ยืนไม่ไกลจากนางดังขึ้น  เรียกสติของฟางหรงที่กระจัดกระจายไปไกลให้กลับมา   

อา...ยังไม่นองเลือด ยังไม่นองเลือด.... หญิงสาวขี้กลัวลูบอกตัวเองรวบรวบขวัญกำลังใจประหนึ่งเป็นเป้าให้คนปามีดใส่เสียเอง   ลูกหมีขาวหยวนเป่าแค่นเสียงดูถูกเจ้านายขวัญอ่อนหนึ่งครา   ก่อนจะร้องแอร๊แอร๊ตาวาว  ดวงตาจับจ้องไปที่ร่างหนึ่งที่มีรัศมีโดดเด่นเหนือผู้คน(@LingHao )


ชายผู้นั้นเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าราวเทพเซียน ผมสีเงินประหลาดตานุ่มลื่นราวเส้นไหมหยอกล้อแสงอาทิตย์  เขาสวมอาภรณ์สีแดงสดขับผิวสีขาวผ่อง   คิ้ว ตา จมูก ปาก ล้วนงามเลิศไปทุกส่วน   แน่นอนว่าคนประเภทที่ทำให้เจ้าลูกหมีหน้าเงินน้ำลายไหลเยิ้มได้ย่อมต้องไม่ธรรมดา  


ไป๋ฟางหรงเลื่อนสายตามองนู่นมองนี่  ครุ่นคิดสรรพสิ่ง สังเกตท่าทางผู้คน   แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่เพราะมีความคิดลุ่มลึกหรืออะไร   เพียงแต่นางเกรงว่าหากเลื่อนสายตาไปมองเวทีดูมีดอีกสองเล่มที่เหลือว่าจะไปปักตรงเป้าหรือไม่  นางจะได้แข้งขาอ่อนเป็นลมให้ขายหน้าคนก่อนจบงาน



ไม่นานการแสดงชุดนั้นก็สิ้นสุดลง  เป็นชายรูปงามผู้นั้นขึ้นเวทีไปเป็นพิธีกรดำเนินงานและขานเรียกการแสดงชุดถัดไป   ถัดจากการแสดงที่ค่อนข้างอันตรายนั้นก็เป็นการแสดงจัดดอกไม้ของแม่นางหน้าหวานผู้หนึ่ง  ตามด้วยการแสดงวาดรูปของแม่นางอีกคน  ทั้งสองล้วนอยู่ในความรู้ความชอบของไป๋ฟางหรงไม่น้อยจึงตั้งใจมองการแสดงแบบไม่คลาดสายตา  นึกชื่นชมความสามารถของแม่นางทั้งสองในใจ  คนหนึ่งสุขุมอ่อนโยน อีกคนแข็งนอกอ่อนในอุปนิสัยเผยชัดในลายเส้นที่วาด(@HongYijiang @LuLingNu )


ผ่านไปสองการแสดง  เด็กน้อยตัวเล็กทั้งหลายเริ่มเบื่อหน่ายอยู่ไม่สุข  ด้วยเพราะยังเยาว์วัยนัก  ชื่นชอบอะไรที่สนุกสนานผาดโผนมากกว่าสนใจศิลปะและความสุนทรีย์  ไป๋ฟางหรงได้ยินว่าดอกไม้และภาพวาดนั้นเปิดให้ร่วมประมูลราคาจึงคิดอยากร่วมด้วย  โดยเฉพาะภาพวาดของแม่นางที่ชื่อหลี่หลิงนู  ไป๋ฟางหรงเชื่อว่าในอนาคตเมื่ออีกฝ่ายมีชื่อเสียงร่ำลือไปทั่วแผ่นดิน ราคาของภาพเขียนอาจพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว  สุดท้ายก็กระซิบให้ท่านอี้ผู้สุขุมมีไหวพริบเป็นตัวแทนไปร่วมประมูลด้วย


การแสดงชุดถัดมาป็นการแสดงที่เรียกได้ว่าทำให้บรรดาเด็กน้อยรอบตัวนางยิ้มแย้มหัวเราะปรบมือถูกใจได้มากที่สุด   เป็นการแสดงของสรรพสัตว์ที่ดูน่ารักไม่หยอก  ทุกตัวทำงานสอดประสานกันดี  ดรุณีน้อยนัยยน์ตาสีเขียวผู้เป็นเจ้าของพวกมันก็ร่าเริงน่ารักชวนให้ผู้คนเอ็นดูยิ่ง(@ผิงผิง )
ถ้าเพียงแต่… ดวงตาเศร้าซึ้งเหลือบมองสัตว์เลี้ยงแสนรักที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียวของนางสองตัว   ตัวหนึ่งก็ทำตัวเสมือนผู้เฒ่าผ่านโลกมามาก  วันๆนอนนิ่งส่งสายตาเบื่อหน่ายให้ผู้คน  อีกตัวก็เป็นลูกหมีที่มีปณิธานเงินไม่มา ขาไม่ไป  นับวันยิ่งทำตัวราวนายท่านจอมตระหนี่  นอนเกียจคร้านท่ามกลางกองสมบัติและอาหาร ...แต่ละตัว  เห็นสัตว์เลี้ยงตัวเองแล้วท้อใจแท้


“คุณหนูๆ พวกข้าขอไปเล่นกับสัตว์เหล่านั้นได้ไหม?” เสี่ยวเหลยจีเป็นตัวแทนเด็กๆถามนางตาแป๋วเมื่อเห็นว่ามีเด็กคนอื่นวิ่งไปเล่นกับสัตว์  มีหรือที่ไป๋ฟางหรงจะห้าม   เมื่อนางก็คิดปล่อยให้ทุกคนได้เที่ยวเล่นสนุกสนานอยู่แล้ว  นางพยักหน้าอนุญาตก่อนกำชับว่าไม่ให้ไปรบกวนแม่นางน้อยผู้นั้นมากจนเกินไปนัก


เมื่อนางหันกลับมาสนใจเวทีอีกทีก็พบกับใบหน้าที่รู้สึกคุ้นตาไม่น้อย(@kingowen2 )   ดูเหมือนจะเป็นเสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นที่นางเคยไหว้วานให้เขาช่วยเหลือ   คิ้วเรียวยกขึ้นอย่างสนใจดูว่าเสี่ยวเอ้อร์เฉินอี้ผู้นี้จะขึ้นมาแสดงสิ่งใด   ปรากฎว่าอีกฝ่ายกลับร่ายกลอนรักที่….ลึกซึ้งยิ่ง


“......” มุมปากของไป๋ฟางหรงกระตุกน้อยๆ  ผู้ติดตามทั้งหลายหัวเราะฮ่าๆเสียงดัง  แม้แต่สาวใช้ตัวน้อยเองก็อดขบขันตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยวไม่ได้   แม้แต่บุรุษผมเงินผู้ดำเนินรายการยังต้องตบบ่าให้กำลังใจคน   ก่อนจะเขย่าเซียมซีเลือกการแสดงถัดไป


"จางฝู...อื้มบรรเลงผีผา เอ๊ะ! ไม้ตกมาสองอัน อี้หยางหลงบรรเลงเพลงขลุ่ย เชิญขึ้นมาบรรเลงร่วมเลยแล้วกัน ถือเป็นบุพเพรึเปล่านี่ฮาๆ"



....จางฝู? ไป๋ฟางหรงชะงัก ใช่จางฝูเดียวกันกับที่เคยพบที่หวยหนานหรือไม่?


ภาพแม่นางน้อยผู้หนึ่งที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นงูลอยขึ้นมาในหัว   ไม่นางชายหญิงคู่หนึ่งก็ขึ้นมาบนเวที  เมื่อเห็นหน้าฝ่ายหญิงชัดๆไป๋ฟางหรงถึงกับตาโต   ใช่คนเดียวกันจริงๆด้วย! ไม่คิดว่านางจะได้เห็นคนที่เคยพบบนเวทีแห่งนี้ถึงสองคนติด


ทั้งสองคล้ายจะไม่รู้จักกันมาก่อน  ฝ่ายชายสงบ ฝ่ายหญิงประหม่า  ทว่ากลับสร้างเสียงประสานระหว่างขลุ่ยและผีผาที่อ่อนโยนหวานฉ่ำชวนเคลิบเคลิ้ม  ให้ความรู้สึกราวรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิ   จากคนแปลกคล้ายกลายแปรเปลี่ยนเป็นผู้รู้ใจผ่านเสียงเพลง  วาสนาพาคนให้ได้พานพบแล้ว


“ฮูหยินเมื่อยขาแล้วขึ้นขี่หลังข้าดีหรือไม่?” -- “บ้า...ท่านพี่  อายคนเขา” -- “ยายเฒ่าเอ๊ย...ที่ผ่านมาลำบากเจ้าแล้ว”


ช่วงเวลานี้ผู้ชมที่มาเป็นคู่ไม่ว่าหนุ่มสาวแก่เฒ่ากลับมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า  จับมือเคียงข้างฟังดนตรี  คล้ายทั่วลานฉางเล่อถูกย้อมไปด้วยสีสันแห่งรัก  จวบจนการแสดงชุดถัดไป...เมื่อพิธีกรประกาศชื่อผู้เข้าร่วมแสดง  ไป๋ฟางหรงก็ต้องเลิกคิ้วประหลาดใจอีกรอบ


ไช่ฟ่านเหลียน?(@Fanlian )


ถ้าจำไม่ผิดชื่อนี้นางเคยได้ยินเสียงร่ำลือถึงตอนทำงานอยู่ที่หออันเล่อเกอ  หยกงามแห่งโรงเตี๊ยมเหอโส่วอู   ได้ยินว่ามีวีรกรรมหักอกคุณชายน้อยใหญ่จนลือลั่นทั่วเจียงโจว   ระหว่างนางทำงานอยู่ที่ร้านเครื่องดนตรีมีโอกาสแวะไปเหอโส่วอูจิ่วเตี้ยนกลับไม่มีโอกาสพบหน้าคนงามสักที   ไม่คิดว่าจะได้พบคนสองปีให้หลังที่ฉางอัน   


เมื่อคนงามที่อยากเห็นขึ้นเวทีไป๋ฟางหรงแทบสำลัก  แน่นอนว่าเป็นไช่ฟ่านเหลียนที่ผู้คนกล่าวถึงว่าเป็นบุรุษน้อยรูปงามปานอิสตรีแน่ๆ  แต่นางไม่คิดว่าคนผู้นั้นจะใช้รูปสมบัติที่ได้จากฟ้าดินในการแต่งกายเป็นโฉมงามร่ายรำ   แล้วนั่น...ใบหน้านั่น มันเด็กร่วมค่ายพยัคฆ์สหายร่วมรุ่นที่คล้ายนางเคยเห็นไกลๆอยู่ลานธนูใช่หรือไม่?  


ไป๋ฟางหรงพยายามจ้องอีกฝ่ายเขม็งเพื่อเปรียบเทียบกับคนในความทรงจำ  นางเป็นพวกสันโดษชอบหลบหนีไปอยู่ที่สงบ  ไม่ค่อยกว้างขวางแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ผู้คนรอบข้างในค่ายพยัคฆ์ส่วนมากก็เป็นคนใกล้ตัวที่เป็นสตรีเช่นเดียวกันไม่ก็เด็กกว่ามาก  เพราะหญิงสาวมีความชื่นชอบบางประการในการเอาอกเอาใจเด็กเล็ก   กับคนวัยไล่เรี่ยกันอาจพูดไม่ค่อยเก่งและมักโต้ตอบด้วยความเงียบ  แต่หากพบเด็กตัวเล็ก  ไป๋ฟางหรงมักจะลงเอยด้วยการเล่านิทานให้ฟังหรือเข้าไปลูบหัวลูบหลังด้วยความเอ็นดู


แต่ถึงกระนั้นนางก็จำได้ลางๆว่าสหายค่ายพยัคฆ์รุ่นเดียวกับนางล้วนเต็มไปด้วยหยกงามบุปผางาม   คนงามเดินกันเกลื่อนจนคล้ายคัดสรรหน้าตากันมาชินตาจนมิอาจเรียกความตื่นตาตื่นใจให้ผู้คน   แม้จะจดจำโฉมงามเหล่านั้นไม่ได้มาก  ทว่าไช่ฟ่านเหลียนก็เป็นคนที่นางพอจำหน้าได้

เหมือนจะเคยเห็นฉากคนงามต่อยปากคนมาจีบ…


ยามนี้คล้ายบรรยากาศแห่งรักเมื่อครู่จางหายไปราวภาพฝัน “มองอะไรท่านพี่!” -- “เพ้ย! ตาเฒ่าตัณหากลับ เย็นนี้อดอาหารไปเสียเถอะ!!”


“....” ไป๋ฟางหรงถึงกับคิดคำบรรยายความรู้สึกไม่ออกเมื่อคู่รักที่ราวจะจูงมือรักใคร่กลมเกลียวกันจนแก่เฒ่าเกิดตีกันขึ้นมาจนบังเกิดเป็นความโกลาหลขึ้นมา





มอบอั่งเปาให้เด็ก 5000 ตำลึง

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +25 ความหิว -16 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-5-24 02:43

ขึ้นไปด้านบน