12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: Annadease

{ นอกเมืองหย่งอัน } ถ้ำเหมันต์สี่ฤดู

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2019-10-26 00:24:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-10-26 23:10

[ประตูหาย ก็รอมันมา]

     รถม้าจากเฉิงตุที่มุ่งหน้าสู่หย่งอันนั้น เคลื่อนไปตามเส้นทางด้วยความเร็วที่ระดับคงที ด้วยเพราะเมืองที่เป็นดังจุดหมายนั้นอยู่ในระยะทางที่ใกล้วจึงไม่ได้ต้องรีบบเร่งเดินทางอย่างเมืองที่อยู่ห่างไกล อีกทั้งในขบวนรถที่เดินทางไปนี้ยังมีสตรีท้องร่วมเดินทางไปด้วยถึงสองคนทำให้สารถีจึงต้องบังคับรถม้าให้นุ่มนวลที่สุดเพื่อไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อเด็กในครรถ์ของผู้โดยสารทั้งสองซึ่งหนึ่งในผู้โดยสารนั้นก็คือจางฝูนั้นเอง


      รถม้าเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆก่อนที่จะหยุดและจอดลงที่บริเวณชายป่านอกเมืองเพื่อแวะส่งผู้โดยสารบางส่วนที่ต้องการลงที่นอกเมืองนั้นรวมจางฝูอยู่ด้วย ร่างบางหลังลงจากรถม้าก็ไม่รีรอเก็บข้าวของสัมภาระมาถือเอาไว้แล้วเดินทางต่อเพื่อไปยังถ้ำเหมันต์ด้วยทันที


     เพราะลงที่ชายป่านอกเมืองทำให้การเดินทางไปถ้ำเหมันต์ของจางฝูนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว อาศัยเวลาเพียงไม่ถึงเค่อเธอก็เดินมาจนถึงปากทางเข้าถ้ำเหมันต์แล้ว ไอเย็นจากภายด้านในถ้ำลอยกรุ่มออกมาจนทำให้บริเวณรอบๆนั้นยิ่งมีอากาศเย็นมาก จางฝูไม่รอที่จะหยิบเอาเสื้อคลุมขึ้นมาใส่ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังด้านใน และตรงไปยังก้อนหินใหญ่ที่เธอเคยใช้เป็นทางทะลุไปยังตำหนักของพวกหลงซิวทัน เพียงแต่ว่ามันกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่นางคิดเมื่อก้อนหินที่น่าจะเป็นประตูทางผ่านั้นดันกลายเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาไปเสียแล้ว


     “เห้อ มันจะมาน่าเบื่่อก็ต้องต้องหาประตูที่ซ่อนอยู่ให้เจอนี่ละ”จางฝูเอ่ยพึมพัมขึ้นมาหลังจากนึกถึงคำพูดของฟงชิวหลางขึ้นมาได้ว่าประตูทางเข้านั้นมันจะหมุนเวียนเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ จางฝูส่ายหัวไปมาอย่างรู้สึกเซ็งก่อนมือบบางจะเอื้อมแตะจับไปตามผนังกำแพงถ้ำรอบๆเพื่อหาที่ตั้งที่ใหม่ของประตู


     ด้วยเธอเป็นเพียงมนุษย์มิใช่มารปีศาจ การจับไอพลังเวทย์หรือพลังอะไรที่เจ้าพวกนั้นใช่เรียกกันเพื่อตามหาเส้นทางที่ถูกต้องนั้นไม่มี จึงได้แต่ต้องพึ่งสัมผัสทางกายไล่จับกำแพงน้ำแข็งในถ้ำแห่งนี้ไปเรื่อย แม้มันจะเย็นจนมือเหมือนจะแตกราวถูกหิมะกันก็ตามแต่ อย่างไรวันนี้เธอก็ต้องหาไอ้ประตูทางเข้านั้นให้เจอให้ได้


     “ก็รู้ว่าจะต้องเอาข่าวมาส่ง ทำไมถึงไม่ยอมบอกที่ตั้งประตูหรืออะไรที่มันช่วยให้ข้าหาประตูทางเข้าเจอได้ง่ายกว่านี้นะ”จางฝูเริ่มบ่นออกมาหลังจากที่เธอไล่จับไปเกือบทั่วตั้งแต่ผนังหน้าปากถ้ำมาจนจุดเก่าที่เธอทะลุมิติไปแต่ก้ยังไม่เจอทีประตูนั้นเลย “ก็รู้หรอกว่าจะเป็นคนผิดที่ปล่อยเจ้านางมารหมาป่านั้นออกมา แต่ขอเถอะ ช่วยหาเครื่องอำนวยความสะดวกในการส่งข่าวติดต่อ หรือทางเข้าไปบอกข่าวให้หน่อยไม่ได้หรือไง กลัวข้าพาคนไปถล่มตำหนักรึไงนะ”


     หลังจากเดินคลำปาประตูอยู่นานกว่าชั่วยาม เห็นทีหากต่อไปเช่นนี้มือเธอคงได้แหกก่อนแน่จางฝุจึงตัดสินใจที่จะหยุดพักแล้วไปขนเอาเศษกิ่งไม้มาจุดก่อกองไฟเล็กๆขึ้น เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แม้ว่าตัวเธออยากจะไปบอกข่าวเร็วแค่ไหนแต่การปล่อยให้ตัวเย็นนานเกินไปเห็นทีว่ามันคงจะไม่ดีแก่เด็กในท้องของเธอด้วย นอกจากนี้ยังถือว่าหยุดพักเพื่อทำอาหารกินรองท้องก่อนด้วยแล้วกัน


     เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ


      เสียงของกิ่งไม้ที่ถูกไฟแผดเผาจะปริแตกส่งเสียงเบาๆออกมา เนื้อหนูแห้งเสียบไม้ย่างอย่างง่ายๆถูกโรยเเกลือและย่างจนเกิดกลิ่นหอมออกมา จนเมื้อเนื้อเริ่มสุก พริกไทยที่ถูกบดเป็นผงก็ถูกโรยใส่เพียงเล็กน้อย และนำไปย่างต่อจนสุก เมื่อเห็นว่าอาหารได้ที่แล้วจางฝูก็ไม่รอช้าหยิบเอาหมูย่างนั้นมาทานประทังความหิวรอจนกว่าจะเจอเจ้าประตูที่ไม่รู้ว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่


      “หวังว่า เจ้าประตูนั้นจะโผล่มาโดยเร็วนะ”

  จางฝูยั่งคงนั่งรอประตูทาเข้าที่จะเปิดต่อไปแม้ไม่รู้ว่ามันจะเปิดเมื่อไหร่ ตอนนี้ท้องฟ้าที่ด้านนอกก็เริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าครามใสมาเปป็นสีส้มอมแดงบ่งบอกว่าอีกไม่นานก็คงจะมืดแล้ว และเมื่องยิ่งมืดอากาศภายในถ้ำแห่งนี้ก็อาจจะยิ่งหนาว จางฝูจึงตัดสินใจรือเอาของในหอสัมภาระออกมาเปิดดูว่าพอจะมีอะไรใช้ต้ำทซุปดื่มให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาได้รึไม่  


     แซก แซก แซก


     เสียงพุ่มไม้ขยับไปมาราวมีใครหรือสัตว์กำลังเดินอยู่ดังขึ้นมาเรียกให้จางฝูนั้นหันไปดูด้วยความสงสัย หากเป็นสัตว์ป่าตัวเล็กๆแน่นอนมันจะถูกเธอหิ้วเอามาทำอาเย็นแน่ๆ แต่ถ้าไม่ใช่นั้นก็ต้องดูกันอีกทีว่ามันมีอันตรายมากหรอน้อยอะไรรึไม่ มือที่กำลังเเกะน้ำแกงที่คนใช่ที่จวนเตรียมมาให้หยุดชะงักและมองจ้องไปยังปากทางเข้าก่อนที่ร่างคุ้นตาร่างหนึ่งจะปรากฎขึ้นที่ด้านหน้าถ้ำก่อนจะเดินตรงเข้ามา


      “อ้าวแม่นางจางฝูนี่ เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือ” ชายร่างสูงใหญ่ เส้นผมสีดำที่ถูกรวบเอาไว้อย่างลวกๆ ชุดที่สวมใส่อยู่นั้นมีลักษณะที่คล้ายกับชุดเกราะหนักของพวกทหารแต่ดุมีเอกลักษณ์มากกว่าด้วยลวดลายเปลวเพลิง และรอบร่างกายที่เต็มไปด้วยไอร้อนกรุ่มราวอู่ใกล้กองไฟ มารหนุ่มที่กองหน้าจางฝฝูได้เคยพบเจอทำความรู้จักมาแล้ว ซ้ำยังเป็นสหายกับคนที่เธอต้องเอาเรื่องเบาะแสไปรายงาน มารอัคคีซางเค่อ แม้จะเป็นมารแต่อีกฝ่ายกลับมีท่าทีเป็นมิตร ท่าทีที่ดูจะกลายเป็นการเล่นไปเสียทุกเรืองทำให้คนผู้นี้ดูไม่มีพิษมีภัยเท่าใดนัก ซางเค่อเอ่ยก่อนเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งยองที่ด้านหน้าของหญิงสาวคนงามที่ดูเหมือนว่าจะดูอวบๆอ้วนขึ้นนิดน้อยรึป่าวด้วยท่าทีเป็นมิตร


      “สวัสดีซางเค่อ”จางฝูเงยหน้าขึ้นเอ่ยทักอีกฝ่ายแล้วเอื้อมมือไปหยิบเอาหม้อกับอุปกรณ์ทานอาหารมาตั้งไฟก่อนจะเทน้ำแกงและส่วนผสมอื่นๆที่ทางจวนเตรียมมาให้ลงไปเพื่ออุ่นทาน  แล้วจึงเอ่ยต่อ“พอดีมีเรื่องที่ต้องเอาไปบอกฟงชิวหลางก็เลยมาที่นี่ แต่ข้าหาประตูไม่เจอ จึงได้แต่รอจนกว่าประตุมันจะเปิด”


       “ที่แท้ก็กำลังจะไปหาเจ้าเย็นชาสินะ งั้นไปพร้อมกับข้าเลยไหมละ ข้ารู้วิธีไป”ซางเค่อกล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างแม้ดวงตาจะไม่ไดมองที่ใบหน้าของจางฝูแต่เป็นของกินในหม้อก็เถอะ


     จางฝูที่ได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาบางๆ อย่างน้อยๆนางก้ไม่ต้องมานั่งรอแบบไม่รู้วันเวลาที่ไอ้เจ้าประตูนั้นจะเปิดละนะ ‘เรียกสหายว่าเจ้าเย็นชารึ ตลกดีแหะ’


    “งั้นก็คงต้องรบกวนเจ้าพาข้าเข้าไป”จางฝูเอ่ยก่อนจะเปิดฝาหม้อแลเวเอากระบวยค่อยๆตักเอาของกินในหม้ออย่างหม้อไฟแปดเซียนใส่ในถ้วยแล้วยื่นส่งให้แก่มารหิวโซที่นั่งจ้องอาหารของเธออยู่เสียตาเป็นมัน “ทานสักหน่อยไหม”


     “อ่า..ถึงจะไม่ได้หิว แต่ในเมื่อเจ้ากล่าวเชิญข้าก็ไม่เสียมารยาท จะทานเป็นมารยาทแล้วกัน”ซางเค่อเอ่ยอย่างวางท่าแม้ว่าพอรับเอาถ้วยซุปหม้อไฟไปแล้วจะซัดโฮกชนิดแทบจะหมดในไม่กี่ลมหายใจก็เถอะ จางฝูที่นั่งทานอยู่ก็เพียงแต่ยิ้มออกมาแม้จะเป็นมารอายุหลายร้อยปี แต่คนผู้นี้กลับมีนิสัยบางมุมที่เหลือนเด็กนักจนไม่น่าเชื่อ


      “อิ่มแล้วละ อร่อยมากเลย”ซางเค่อเอ่ยกล่าวออกมาพร้อมกับถ้วยซุปหม้้อไฟถ้วยที่สี่ถูกวางลงกับพื้อที่เบื้องหน้า ด้วยใบหน้าที่ดูมีความสุขจากการได้ทานของอร่อย “นั่งพักอีกสักแปบแล้วค่อยไปบ้านเจ้าเย็นชาก็เเล้วกันนะ กว่าประตูจะเปลี่ยนที่ใหม่ก็อีกสักพัก ระหว่างนั้นเจ้าสนใจเล่นอะไรสนุกๆกับข้ารอเวลาดีรึไม่” ซางเอ่ยพร้อมยิ้มออกมา เพียงแต่จางฝุนั้นกลับเพียงเลิ่กคิ้วก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ มารผู้นี้เรื่องสนุกที่ชวนเล่นคงไม่พ้นเรื่องอย่างว่าที่ก่อนหน้าชวนน้องอิงฮวาเล่นเป็นแน่ บางทีเธอก็อดสงสัยไม่ได้จริงว่าเป็นถึงมารหน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี่เหล่อะไร ไยติดนิสัยบ้ากามชวนสาวไปมั่วซั่วเช่นนี้


      “คงต้องขอปฎิเสธนะซางเค่อ อยากหาที่ระบายข้าว่าเจ้ารองไปหาปลดปล่อยเอาแถวใต้ร่มไม้ด้านนอกเถอะ”จางฝูเอ่ยอย่างไม่ได้ใส่ใจแล้วยกมือขึ้นเก็บกวางข้าวของสัมภาระของตัวเองเบื้องหน้า ตัวเธอที่พึ่งเสียงพลังชีวิตไปมาดๆให้ไปโดนพวกมารนี่จับสูบอีก เห็นทีรอบนี้จะไม่รอดเห็นตะวันรุ่งเป็นแน่


    “เห็นข้าเป็นอะไรให้ไปปล่อยเอาใต้ต้นไม้เนี่ยห๊าาา!!!”ซางเค่อได้ยินอีกฝ่ายตอบก็ออกอาการหัวเสียหน่อยถึงเขาเป็นมาร เขาก็เป็นมารมีอารธรรมนะ


      “ก็ข้าจะไปรู้หรือ ข้าไม่มารเช่นพวกเจ้านี่จะรู้ได้เช่นไรว่ามีรสนิยมแบบไหน”จางฝูเอ่ยแล้วโดยไม่ได้พันไปมอง เพียงทอดสายตามองไปยังกระบอกน้ำที่เทรินน้ำลงมาใส่ชามใบใหญ่เพื่อล้างทำความสะอาดถ้วยสัมภาระก่อนจะเก็บมันเข้าหอสัมภาระของเธอ

    เมื่อเก็บสัมภาระต่างจนเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้วนั้นจางฝูก้นังพูดคุยกับซางเค่อต่ออีกสักพักโดยเรื่องที่พวกเขาทั้งคู่คุย ช่วยใหญ่เป็นเรื่องจิปาถะทั่วไปจะมีเรื่องให้กังวลก็คงไม่พ้นเรื่องที่หมู่บ้านเฟยที่เธอพึ่งไปเจอมา แต่สุดท้ายก้คงต้องรอนำเรื่องนี้ไปพูดคุยปรึกษากับฟงชิวหลางอีกทีว่าจะเอาอย่างไรต่อกับเรื่องนี้

      “อืมมม…”หลังจากที่นั่งพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งจู่ซางเค่อก็เงียบไปก่อนดวงตาสีเพลิงจะหลับลงและเปิดขึ้นพร้อมกับร่างของมารหนุ่มที่ยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและยื่นมือส่งไปให้จางฝูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “ไปกันเถอะประตูจะเปิดแล้ว”


      “อะ..อืม”จางฝูพยักหน้ารับพร้อมกับยื่นมือไปจับมือซางเค่อเพื่อพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมายื่นและพบว่ามือของมารหนุ่มผู้นี้นั้นร้อนราวกับเธอเอามือไปอังอยู่ข้างกองไฟใกล้ๆ ซึ่งมันคงจะแปลกถ้าหากคนตรงหน้าเธอเป็นคนปกติแต่เพราะรู้ว่าไม่ใช่เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก จางฝูเดินตามร่างสูงของซางเค่อไปยังด้านในของถ้ำ ก่อนที่ทั้งคู่จะไปหยุดอยู่บริเวณผนังหินสูงด้านหนึ่ง

     ซางเค่อหลับตาลงพร้อมมือหนาที่ยื่นออกไปสัมผัสเบาๆที่กำแพงพื่อหาตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของประตู ก่อนไม่นานเขาจะลืมตาขึ้นและเดินไปยั่งมุมหนึ่งของกำแพงที่ตั้งอยู่ระหว่างหินงอกหินย้อย

     “อยู่ใกล้ๆข้าไว้นะ”

      วูบบ….

       ซางเค่อหันกลับมาบอกก่อนที่ร่างสุงของมารหนุ่มจะเดินก้าวนำไปและทะลุผ่านผนังถ้ำเข้าไป รอจนร่างสูงเดินเข้าไปจนมิดตัวจางฝูก็ไม่รอช้าที่จะก้าวเดินตามร่างของซางเค่อเข้าไป ร่างบางของคอ่นผ่านทะลุผนังกำแพงถ้ำเข้าไปพร้อมสายลมอุ่นที่พัดเข้าปะทะร่างบ่งบอกว่าเธอเดินทางมาถึงยังจุดหมายแล้วเพียงแต่ว่า

     “ระวัง!!!” จู่ๆเสียงของซ่างเค่อก็ดังขึ้นพร้อมกับมือร้อนของมารหนุ่มที่เอื้อมมาดึงมือของจางฝูเอาไว้ ยังไม่ทันให้จางฝูได้กล่าวถามอะไรร่างของเธอ ราวร่วงหวืดลงไปเมื่อพื้นที่ที่เธอเหยียบอยู่ดันเป็นเนินที่ค่อนข้างชันได้ที่

     “กะ...กรี๊ดดดด!!!”จางฝูหวีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจพร้อมร่างเธอที่ไถลลื่นลงเนินไปโดยมีซางเค่อที่มือยังคงคว้าจับมือของหญิงสาวอยู่ไถลลื่นตามลงไปติดๆ


ปาหม้อไฟแปดเซียนใส่ซางเค่อ  1 หม้อ
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-10-26 22:02
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ มารอัคคี: ซางเค่อ เพิ่มขึ้น 18 โพสต์ 2019-10-26 22:02
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-10-26 01:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -36 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มุกพณาหวาซวี
หน้ากากอาร์มอร์
ปลอกแขนเฟย์อี๋
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
Brynhildr Norns
ทำเนียบบุปผา
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
กำไลเทพีไอซิส
ผีผาหยินหยู
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x36
x30
x30
x30
x30
x1
x1
x30
x60
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2022-6-28 09:49

ขึ้นไปด้านบน