ดู: 408|ตอบกลับ: 3

{ เมืองฉางซา } ศาลาฉางซา

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-12 00:41:24 |โหมดอ่าน



ตั้งอยู่ใจกลางบึงที่ไม่มีสิ่งมีชีวิต
มีเพียงต้นหญ้าและดอกหญ้าที่ขึ้นตามฐานเท่านั้น
 
ศาลาฉางซาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหยกขาวทั้งหลัง
มีเพียงเสาสีแดงเท่านั้นที่ทำมาจากต้นสนพันปี
สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศเงียบสงบและพื้นผิวเย็นเฉียบ
แม้กระทั่งน้ำในบึงยังนิ่งไม่ขยับหรือสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
 
เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การนั่งสมาธิฝึกจิตและกล่อมเกลาจิตใจ
ศาลาฉางซามักทำให้ผู้มาเยือนเกิดความสงบนิ่งและเยือกเย็น
ทำให้บางครั้งอาจพบจิตกร นักดนตรี และนักกวีได้ที่นี่

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

158

กระทู้

1069

โพสต์

163

เครดิต

เงินตำลึง
90
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
0
ความหิว
105

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
415
ความชั่ว
0
ความโหด
7
โพสต์ 2018-2-12 16:42:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-12 19:42

ท่านนักดนตรีกลายเป็นหมอ (?)

     รถม้าเคลื่อนเข้ามาจนถึงศาลาหยกขาวอันเลื่องชื่อของเมืองฉางซา พร้อมร่างสูงที่ลงมาจากที่นั่งข้างคนขับเพื่อลงมาดูอาการของสตรีในรถม้า เขาคุ้นหน้านางแต่จำไม่ได้ว่าเคยพบเจอที่ไหน อินซื่อป๋อจัดแจงสั่งให้คนขับรถพานางไปที่ลานกว้างศาลา “อาฝู พานางไปนั่ง” เสียงต่ำดังจากริมฝีปากบาง

     “ขอรับ” อาฝูเดินไปที่ประตูม่านไผ่แล้วเลิกขึ้น เขากำลังจะอุ้มนางออกมาจากรถม้าแต่ปรากฏว่าหญิงสาวพอจะสามารถเดินเองได้บ้างแล้ว สองเท้าของนางจึงก้าวแตะพื้นด้วยตัวเองโดยมีอาฝูคอยประคอง

      หรั่นซิ่นหลี่เงยหน้ามองร่างสูงก็จะพบว่าที่แท้เขาคือนักดนตรีพเนจรที่นางพบในซินเอี๋ย แต่เอ๊ะ? ทำไมเขาถึงเดินทางด้วยรถม้าล่ะ? มิหนำซ้ำยังมีคนขับ.. นางคิดพลางค่อยเดินไปนั่งบนลานกว้างศาลา ฉับพลันไอเย็นจากพื้นหยกก็ผ่านเสื้อผ้ามาแตะผิวนาง สัมพัสได้ว่าเย็น แต่กลับไม่หนาวเลย!

      อินซื่อป๋อเดินเข้ามาในศาลาแล้วก้มลงมองหญิงสาวชุดแดง นางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ร่างสูงกลับเบี่ยงหน้าหันไปหาคนขับรถม้า “อาฝู เฝ้าอารักขาที่นี่ไว้ อย่าให้ใครมารบกวนจนกว่าข้าจะอนุญาต” กล่าวก่อนจะเดินมานั่งข้างหลังหญิงสาว อินซื่อป๋อหายใจเข้าแล้วทำสมาธิ ก่อนจะแก้สกัดจุดของหญิงสาว

     “แม่นาง ทำใจให้สบายแล้วนั่งนิ่งๆ อย่าว่อกแว่ก” เขาพูด

     “...อึก!” เป็นเพราะเขาสกัดจุดนางไว้ ความเจ็บปวดจึงหายไปพลัน พอแก้สกัดจุดอีกคราหนนี้ความทรมานจึงซัดโหมมาไม่หยุดหย่อนอีกครั้ง โชคดีที่หนนี้ไม่มีผีเสื้อใกล้ๆ แต่กลิ่นจากพิษมันช่างทำให้จิตใจนางล่องลอยเหลือเกิน ไอร้อนในกายก็ยังถาโถมจนนางแทบจะเวียนศรีษะ ริมฝีปากสีชาดยังคงซีดเซียวเช่นเดิม จะขัดก็แต่ร่างกายนางทีไม่กี่ก้านธูปก่อนยังอวบอยู่ บัดนี้กลับลดเหลือเท่าเดิมแล้ว

      แต่หรั่นซิ่นหลี่ลำพังแค่ประคองสติก็ยากแล้ว นางจะใจเย็นมีสมาธิไม่ว่อกแว่กได้อย่างไรกัน เสียงหวานนั้นพยายามกลั่นคำพูดเอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “ข้า.. ไม่ ไม่ไหว!”

     “อยากอยู่หรืออยากตาย?” อินซื่อป๋อกล่าวแล้วมองนาง เสียงนี้จะว่าไปก็คุ้นหูนัก? แต่คนที่เขาเจอนั้นมีรูปร่างใหญ่กว่านี้

     “...ท่าน!” จะช่วยหรือจะปล่อยให้ตาย! มาลองดูเองมั้ยว่ามันเจ็บแค่ไหนน่ะห๊า!!! ฟันขาวขบริมฝีปากตัวเองจนเลือดซึมเพื่อระบายความเจ็บปวด หรั่นซิ่นหลี่พยายามรวบรวมสติแต่กลับทำไม่ได้สักที นางเงยหน้ามองไปนอกศาลาเห็นเสี่ยไป๋ ซือเอ๋อร์ และหงอี้กำลังมองมาราวกับจะบอกว่าเป็นห่วง

     “ฮี้..” (นายหญิง..) เสี่ยไป๋มองมาที่นางแล้วน้ำใสก็ไหลออกมาจากตา นางจะตายหรือ? มันพยายามเข้ามาใกล้ศาลาแต่ถูกอาฝูห้ามไว้

     “เข้าไปไม่ได้น่อ”

     “...ข้า..” นางนึกถึงหน้าหย่งหมินและหย่งเหรินแล้วแทบจะร้องไห้ ใจเหมือนจะขาด เจ็บกว่ารู้ว่าตัวเองจะตาย.. ก่อนจะพยายามรวบรวมสติ แขนนั้นใกล้ขยับไม่ได้แล้ว แต่ยังคงพยายามอยู่ มือเรียวขยับรวบผมตัวเองทั้งหมดไว้ข้างหน้าแล้วนั่งหลังตรงนิ่งๆก่อนจะหายใจเข้าออก ท่านพ่อ.. ท่านแม่.. ข้ายังไปอยู่กับท่านไม่ได้.. ข้าต้องสะสางหนี้แค้นนี้ก่อนตาย! ข้ายังตายไม่ได้! เลือดพวกมันจะต้องมาล้างเท้าข้า!!

     "..อึก..” ในที่สุดร่างบางก็ทำใจให้สงบนิ่งได้ง่ายอย่างประหลาด พอคิดว่าคนๆนี้ช่วยนางให้พ้นจากอาการทรมานนี่ได้ก็เกิดอุ่นใจขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หรั่นซิ่นหลี่นั่งหลังตรงหายใจเข้าสม่ำเสมอแม้ในกายจะร้อนรุ่มกว่าไฟก็ตาม

      ชายหนุ่มมองการกระทำของนางแล้วรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะใช้วิชา ‘ดรรชนีเอกสุริยัน’ รวมปราณไว้ที่ปลายนิ้วจนมีแสงคล้ายแสงอาทิตย์แผ่ออกมา ทว่าตัวเขานั้นไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด เขาใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปบนกลางแผ่นหลังเล็กตรงหน้าแล้วทันใดนั้นหรั่นซิ่นหลี่ก็พ่นควันขาวขโมงออกมาจากปาก ความรู้สึกราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำตกไหลเข้ามาปะทะใจนางจนไฟในกายเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ อินซื่อป๋อจิ้มลงที่จุดต่างๆบนแผ่นหลังนาง แล้วหรั่นซิ่นหลี่ก็คายควันขาวออกมาเรื่อยๆ ราวกับว่าในกายนางมีน้ำกับไฟกำลังปะทะกันอยู่ เสียงน้ำตกจางหลูลู่สะท้อนในหู แม้รอบศาลาจะเงียบสงัดกระทั่งน้ำยังนิ่ง แล้วกลิ่นหอมหวานของดอกเหมยก็เริ่มจางหายไป สิ่งที่เหลือไว้คือภาพคล้ายจิตกรรมดอกเหมยเบ่งบานบนผิวเนียนใต้ชุดสีเพลิงและเจ้าของร่างที่หมดสติล้มพับลงไป..



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -194 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -194 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

158

กระทู้

1069

โพสต์

163

เครดิต

เงินตำลึง
90
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
0
ความหิว
105

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
415
ความชั่ว
0
ความโหด
7
โพสต์ 2018-2-12 20:34:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-12 20:35

ท่านนักดนตรีกลายเป็นผู้มีชื่อเสียง (?)

     ศาลาฉางซายังคงเงียบชนิดที่ผืนน้ำไม่สั่นไหวเหมือนเดิมแม้เวลาจะผ่านไป 6 ชั่วยามแล้วก็ตาม เพราะที่นี่ไม่มีสัตว์แม้แต่ตัวเดียวจึงเงียบสงบเป็นพิเศษ เสียงที่ได้ยินนั้นมีเพียงลมอ่อนๆที่กระทบใบไม้ จำต้องเงี่ยหูฟังให้ดี สิ่งที่แปลกตาออกไปคงจะมีแต่สตรีร่างหนึ่งที่นอนแหมะอยู่บนพื้นศาลา นางสลบไปตั้งแต่ถูกอินซื่อป๋อช่วยหยุดอาการพิษกำเริบ แม้จะเป็นการชั่วคราวแต่ก็นับว่าโชคดีแล้วที่นางรอดชีวิตมาได้

     อินซื่อป๋อมองหญิงสาวผ่านทางม่านไผ่ในรถม้า เมื่อเห็นว่านางขยับตัวแล้วจึงปิดม่านลง

     หรั่นซิ่นหลี่ที่เพิ่งได้สติลุกขึ้นมานั่งแล้วงัวเงีย นางขยี้หน้าขยี้ตาก่อนจะตั้งใจเพ่งมองคนตรงหน้าศาลา เมื่อเห็นว่าเป็นคนขับรถม้านางจึงมองซ้ายขวาก่อนจะถามถึงท่านนักดนตรีพเนจร "ข้า.. ไม่ทราบว่าคนที่ช่วยข้าอยู่ที่ใด?" นางเลือกที่จะถามเขาโดยแสร้งว่าไม่เคยพบกัน

     "แม่นาง นายท่านของข้าอยู่ในรถม้า" อาฝูตอบนางอย่างมีมารยาท เมื่อมองดูดีๆ สตรีผู้นี้มีรูปโฉมไม่ธรรมดา แต่กลับดูราวกับคนเร่ร่อนไม่มีบ้านอยู่ น่าแปลกนัก!

     "ข้าขอพบนายท่านของท่านได้หรือไม่?" หรั่นซิ่นหลี่ถาม นางกำลังจะลุกขึ้นยืนแต่แรงในตอนนี้นั้นมีเพียง 3 ใน 7 ส่วนเท่านั้น ขาของนางยังคงสั่นไม่หาย ใจยังเต้นระรัวราวกับกลอง นางเกือบตาย.. นางเกือบตายเชียวนะ!

     "ได้โปรด.. ข้าต้องการจะรู้ว่าข้าเป็นอะไรไป" ถ้านางไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไรแล้วจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงล่ะ! หรั่นซิ่นหลี่หันไปมองรถม้า นางรู้ว่าเขามองมาผ่านม่านไผ่นั่นแต่กลับไม่ยอมสนทนาด้วย ใจคอจะไม่ให้คนเกือบตายรู้เลยสักนิดหรือว่าตัวเองเป็นอะไรไป หรือจะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา? ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย..

    "ต้องขอโทษด้วย นายท่านของข้าไม่ชอบยุ่งเกี่ยวเรื่องในยุทธภพ จึงไม่สะดวกที่จะเปิดเผยตัว" ใบหน้าคนขับรถม้านั้นเต็มไปด้วยความอึดอัดใจด้วยสงสารและเห็นใจแม่นางตรงหน้า

     ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวเรื่องในยุทธภพ? นักดนตรีเพจรผู้นี้เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้นรึนี่? โชคดีแล้วที่นางเริ่มด้วยการแกล้งไม่รู้จักเขา เพราะอีกฝ่ายอาจจงใจจะปิดบังตัวตน.. หากเป็นเช่นนั้นแล้วนางก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปทำความรู้จัก ...แล้วโรคที่นางเป็นมันใหญ่ขนาดเป็นเรื่องราวของยุทธภพเลยหรือ? มันคืออะไรกันแน่? เกิดจากอะไร? มีทางรักษาไหม? แล้วนางจะตายไหม? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวจนนางปวดศรีษะ

     "ไม่ต้องเห็นหน้าก็ไ.." หรั่นซิ่นหลี่พูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง แต่เสียงคนในรถม้าก็ดังขัดขึ้นมาก่อน นางหันไปมอง

     "อาฝู เรายังมีธุระสำคัญต้องไปทำ รีบออกเดินทางได้แล้ว" อินซื่อป๋อในรถม้ากำลังรีบไปทำธุระสำคัญ แค่เขาอยู่ดูอาการนางถึงหกชั่วยามก็นับว่าใจดีมากแล้ว ในเมื่อไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไรก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ต่อ เขาไม่ต้องการที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในยุทธภพอีกแล้ว

     "ขอรับนายท่าน!" อาฝูคำนับหรั่นซิ่นหลี่ที่นั่งมองมาทางรถม้าอย่างเศร้าใจ ใบหน้านั้นแทบจะร้องไห้แต่กลับต้องฝืนกลั้นใจไว้

     เอาเถิด.. หากคนหนึ่งรักษาได้ ถ้าอย่างนั้นหมอคนอื่นก็ต้องรู้จักบ้างแหละ! ....แต่ว่า!!!

     "ประเดี๋ยว!" เสียงนางปรามขาของคนขับรถม้าที่กำลังจะก้าวไป

     "?" อาฝูหันมามองนางด้วยสีหน้าสงสัยและลังเลเนื่องจากนายท่านของเขาต้องการจะรีบไป

     หรั่นซิ่นหลี่คลำไปตามร่างก่อนจะจับของชิ้นหนึ่งในถุงห้อยเอวได้ ปกตินางจะพกตำลึงไว้ในนี้ แต่ตอนนี้มันมีของชิ้นอื่นด้วยเป็นเพราะนางชอบเก็บของประหลาดไว้ ในถุงนี้จึงไม่ได้มีเพียงเงิน "นี่.. ข้าให้นายท่านในรถม้า และฝากบอกเขาว่า เซี่ยเซี่ย ซินเอี๋ย" มือเรียวยื่นก้อนหินประหลาดสีเขียวคล้ายหยกให้คนขับรถม้าก่อนจะมองพวกเขาจากไป..

      หวังว่าเขาจะรู้ว่านางหมายถึงอะไรนะ..
      เซี่ยเซี่ย.. ซินเอี๋ย..
      ขอบคุณ.. ซินเอี๋ย..
      ซินเอี๋ย.. คือเมืองที่นางพบเขา

      ไม่รู้ว่านักดนตรีพเนจรผู้นี้จะเข้าใจสิ่งที่นางต้องการสื่อหรือไม่.. แต่อย่างไรเขาก็คือคนที่ช่วยนางไว้!

      รถม้าจากไปแล้ว เหลือเพียงนางที่นั่งอยู่ในศาลาและอีกสามชีวิตที่เป็นเพื่อนร่วมทาง "เสี่ยไป๋ ซือเอ๋อร์ หงอี้" หรั่นซิ่นหลี่มองสัตว์ทั้งสามที่เดินเข้ามา นางเรียกพวกมันแล้วกอดใบหน้าใหญ่ที่ถูกยื่นมาชนแก้ม และจงอยปากแหลมที่ชนต้นคอ มือเรียวกอดและลูบอยู่นานจนนางเริ่มขยับเองได้แล้ว ตอนนี้แรงนั้นกลับมา 5 ใน 7 ส่วน ฉะนั้นหรั่นซิ่นหลี่จึงลุกขึ้นยืนแล้วขึ้นขี่เสียไป๋

      ร่างกายนางคืนสภาพเดิมแล้ว.. น่าประหลาดนัก.. น่าประหลาดจริงๆ..

     "แล้วจะเอาอย่างไรต่อดี? ถ้าไปหาไช่ฟ่านเหลียนสภาพนี้เขาต้องรู้แน่.." สภาพนางตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนที่เจอเรื่องไม่ดีมาก ทั้งผมเพ้าที่หลุดลุ่ยและเสื้อผ้าที่สกปรกยับเยิน เช่นนั้นแล้วนางคงต้องกลับก่อน.. ไว้ค่อยมาใหม่!

     แต่จะกลับไปไหน?

     "จริงสิ.. ลืมไป ข้าไม่มีครอบครัวแล้วนี่.. ไม่มีบ้านแล้ว.. ไม่เหลืออะไร.." หรั่นซิ่นหลี่ก้มลงมองขนสีขาวของเสี่ยไป๋แล้วลูบอย่างเบามือ

     ทันใดนั้นชื่อเมืองหลวงที่สองปีก่อนนางตั้งใจจะเข้าไปหางานทำก็แล่นเข้ามาในหัว "...ฉางอัน"

     ใช่แล้ว..! นางจะไปฉางอัน!

     "ไปกันเถอะ!" หรั่นซิ่นหลี่พูดแล้วกระตุกบังเหียนโดยมีวัวศึกสาวเดินเคียงข้างพร้อมเจ้านกปรอทหัวจุกบนศรีษะมันที่กำลังร้องเพลงแทนการแสดงความยินดี

     @Admin


แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากอีเว้นท์ {+10}  โพสต์ 2018-2-12 20:51
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [อิน ซื่อป๋อ] {-25} ..... อินซื่อป๋อมอบให้กับอาฝู   โพสต์ 2018-2-12 20:50

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -38 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -38 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

158

กระทู้

1069

โพสต์

163

เครดิต

เงินตำลึง
90
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
0
ความหิว
105

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
415
ความชั่ว
0
ความโหด
7
โพสต์ 2018-5-24 02:35:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-5-24 23:21

เส้นทางสู่การเป็นเถ้าแก่หอโคมเขียว ( 11 )
ก่อร่างสร้างตัว  ( 6 )

     ที่สุดแล้วพวกนางก็เดินทางมาถึงฉางซา ที่นี่หรั่นซิ่นหลี่ตั้งใจจะมาติดต่อหอสมุดเรื่องขอคัดลอกตำราและสวนใบชาเพื่อติดต่อซื้อขาย ครานั้นที่เถ้าแก่หยางให้นางมาขนกระสอบชาก็ได้รู้ว่ามีแต่ที่ฉางซาเท่านั้นที่จะผลิตใบชาได้ดีที่สุดในฮั่น เพราะอย่างนั้นนางจึงตั้งใจมาที่นี่ หรั่นซิ่นหลี่ยกถุงหนังบรรจุน้ำขึ้นดื่มอึกหนึ่งแล้วแบ่งให้ปิงเยว่กับหลี่ถิง ก่อนจะเข้าไปนั่งในศาลาเพื่อพักผ่อน

      นางให้ทั้งสองรออยู่ที่ศาลาแห่งนี้ส่วนตนไปจัดการธุระเล็กน้อย แต่ดูท่าจะมาเช้าไปหน่อย.. หอสมุดยังไม่เปิด นางจึงต้องเดินกลับมาที่ศาลาเช่นเดิม

    "นายหญิงเจ้าคะ พวกเรายังไม่ทราบชื่อท่านเลย หรือนายหญิงมีชื่อที่อยากให้พวกเราเรียกบ้างไหมเจ้าคะ?" หลี่ถิงเอ่ยถามนาง ในขณะที่ปิงเยว่เองก็รอฟัง หลังเดินทางด้วยกันไม่กี่ชั่วยาม หรั่นซิ่นหลี่ก็ได้รู้ว่า หลี่ถิง จะพูดจาค่อนผู้ใหญ่ แต่ ปิงเยว่ จะติดเล่นนิดหน่อย

     "...." เมื่อมาถึงเวลานี้ นางกลับนิ่งคิดว่าจะบอกชื่อไหนดีแก่เด็กสองคนนี้

     เห็นนายหญิงตนเงียบไป จึงพอเข้าใจได้เรื่องหนึ่ง "นายหญิงเจ้าคะ ไม่เป็นไรถ้าหากท่านจะบอกความจริงเราทีหลัง ชีวิตพวกเราเป็นของท่านแล้ว นายหญิงช่วยพวกเราจากนรก พวกเราสัญญาว่าจะรับใช้นายหญิงด้วยชีวิต" หลี่ถิงกล่าวตามด้วยปิงเยว่ที่มีสีหน้าแน่วแน่ไม่แพ้กัน

     "นายหญิงเจ้าคะ พวกเราจะเป็นเด็กดี จะเชื่อฟังนายหญิงทุกอย่างโดยไม่บ่นเลยแม้แต่น้อย"

     "...ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าต้องมาเดือดร้อนไปด้วย" ไม่ใช่ว่านางไม่ไว้ใจเด็กทั้งสอง แต่ประสบการณ์สอนให้คนเรียนรู้ เอาเป็นว่าดูไปก่อนก็แล้วกัน อย่างไรนางก็เป็นคนที่ซื้อตัวเด็กพวกนี้มา "เพียงแต่ข้าบอกพวกเจ้าได้สองเรื่อง หนึ่ง ข้าชื่อ ซิ่นหลี่ ส่วนแซ่ข้ามีแต่เรื่องมันยาวไว้ค่อยเล่าทีหลัง สอง ข้าเป็นเถ้าแก่หอโคมเขียว แต่ข้าไม่ขายเรือนร่าง ข้าขายศิลปะ หลังจากที่ข้าซื่้อตัวพวกเจ้ามา ข้าก็คิดจะให้พวกเจ้าทำงานที่นี่ จะได้มีที่กินที่อยู่ มีเงินใช้ ถ้าพวกเจ้าไม่เต็มใจ ข้าก็ยินดีจะหางานใหม่ที่ดีกว่าให้"

     "ไม่เลยเจ้าค่ะ! หลี่ถิงดีใจมากที่นายหญิงซิ่นหลี่มอบชีวิตใหม่ให้!"

     "พวกเราจะตั้งใจทำงานเจ้าค่ะ!" ปิงเยว่กล่าว แม้จะไม่ชอบหอโคมเขียว แต่เมื่อนายหญิงหางานที่ดีให้และไม่ได้ทำเรื่องแย่ๆ นางก็ยินดีืที่จะติดตามคน
     
     "ส่วนเรื่องอื่นๆ.. ข้าไม่สามารถบอกได้ตอนนี้" เสียงหวานแผ่วเบาตอบ

     "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ หากนายหญิงซิ่นหลี่พร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกพวกเราก็ยังไม่สาย" ปิงเยว่ยิ้มจนตาหยี

    "เรียก นายหญิงซิ่นหลี่ ก็ดี แต่จะดีกว่าหากวันข้างหน้าเจ้าเรียกข้าว่า ผู้ดูแลซิ่นหลี่"

     "เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?" เด็กสาวในชุดขาวถาม

     "ข้าปิดบังตัวตนว่าเป็นเถ้าแก่เจ้าของหอเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง ฉะนั้นหากใครขอพบ 'เถ้าแก่หง' ให้พวกเจ้าบอกไปว่านางไม่สะดวก ให้คุยกับ 'ผู้ดูแลซิ่นหลี่' แทน" หรั่นซิ่นหลี่อธิบาย เมื่อเห็นเด็กทั้งสองพยักหน้าเชื่อฟังแล้วก็ค่อยสบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง ทั้งสามเอนตัวนอนบนศาลารอเวลาให้เลื่อนผ่านเลยไป..

@Admin @STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ดีนาเรียส +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-10-25 19:59

ขึ้นไปด้านบน