เจ้าของ: ไม่ระบุชื่อ

{ เมืองฉางอัน } โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่ว

  [คัดลอกลิงก์]

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
84694
เงินตำลึง
110038
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
-60

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
322
ความชั่ว
0
ความโหด
0
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-31 22:55:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-12-24 03:40

129
= เทศกาลปล่อยผีของชาวตะวันตก ตอนแรก =

          อีกด้านหนึ่งซ่งหยางหมิงและซ่งเหมยฮัวยังรอสหายอีกสองคนกลับมาอย่างใจจดใจจ่อซึ่งไม่รู้ว่าป่านนี้พวกเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้างแล้ว ตั้งแต่ที่หลิน เจียนหลิว ซูเทียนเหมิน และอิซุมิ ยูตะ ได้ออกเดินทางไปเพื่อช่วยแม่นางหลี่ถิงเอ๋อห์เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาแล้วเกือบสามอาทิตย์
          "ทุกคนจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะ" ซ่งเหมยฮัวเอ่ยขึ้นพลางเหม่อลอย
          "นั่นน่ะสินะ" ซ่งหยางหมิงเองก็นึกเป็นห่วงพวกพ้องอยู่ไม่น้อยหลังจากที่ไม่ได้ข่าวคราวของพวกเขามานานเป็นสัปดาห์แล้ว
          สองพี่น้องนั่งรอมื้อค่ำที่เพิ่งสั่งจากเสี่ยวเอ้อห์ไปเมื่อครู่สักพักหนึ่ง วันนี้ที่โรงเตี๊ยมก็ไม่มีอะไรผิดปกติหรือแปลกไปจากวันอื่นๆ ช่างเป็นวันที่แสนธรรมดาเหลือเกิน ไม่รู้ว่าสหายอีกสี่คนนั้นจะทำอะไรกันอยู่บ้าง ณ ตอนนี้..
          "อาหารที่สั่งสองที่เจ้าค่ะคุณชาย" เสี่ยวเอ้อห์ที่ป่านนี้จำหน้าพี่น้องทั้งสองได้แล้วนำอาหารที่สั่งมาให้กับลูกค้า
          "ขอบคุณมากขอรับ" ซ่งหยางหมิงยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเสี่ยวเอ้อห์ก่อนรับอาหารมื้อค่ำมา
          "ขอบคุณค่ะ" ซ่งเหมยฮัวเอ่ยขอบคุณพลางคลี่ยิ้มบางๆ
          "จริงสิ วันนี้เป็นวันปล่อยผีของชาวตะวันตกรึเปล่านะ?" ซ่งหยางหมิงนึกขึ้นได้เพราะเมื่อก่อนสมัยยังเด็กเขาและน้องสาวร่วมสายเลือดอีกคนหนึ่งมักจะแอบย่องออกไปร่วมงานเทศกาลเกือบทุกปี เมื่อนึกแล้วก็ชวนหวนคิดถึงอยู่ไม่น้อย "เจ้าอยากไปไหม?" เขาเอ่ยถามน้องสาวร่วมบิดาซึ่งหากได้ไปกับนางบางทีอาจทำให้ชายหนุ่มหวนระลึกถึงอดีตในความทรงจำขึ้นมาอีกครั้งบ้างก็เป็นได้
          "น่าสนใจจังเลยค่ะ ท่านแม่ไม่ค่อยปล่อยข้าไปไหนเลย" ซ่งเหมยฮัวเอ่ยบอกยิ้มๆ ตั้งแต่นางเติบโตมาก็ถูกดูแลอย่างใกล้ชิดมาตลอดแทบจะไม่มีอิสระในการออกไปเที่ยวเล่นตามใจเลยสักครั้ง
          "ถ้าอย่างนั้นพี่จะพาไปเอง" ซ่งหยางหมิงบอกพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
          "จริงหรือคะ ข้าดีใจจังเลย" ซ่งเหมยฮัวเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยหากได้ไปกับพี่สาวอีกคนก็คงจะดี ถึงแม้นางจะเป็นพี่สาวต่างมารดาแต่เด็กสาวก็รักและผูกพันธ์กับนางมากด้วยสายใยแห่งพี่น้อง
          "พี่จะโกหกไปทำไมกันหืม? ไปกันเถอะ"


          หลังจากที่รับประทานมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยสองพี่น้องจึงเรียกรถม้าที่ผ่านมาแล้วจึงนั่งไปยังถนนฉางอันตะวันออกเพื่อไปร่วมเทศกาลปล่อยผีที่ชาวตะวันตกในเมืองฉางอันจัดขึ้น


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x15
x15
x165
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463903
เงินตำลึง
2146642139
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483340

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-1 01:08:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CXXXVII



     เทียนเหมิน ถิงเอ๋อห์ อาเค่อ และฉูจู๋ร์ เปิดห้องพักขนาดใหญ่ของโรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วเพื่อค้างแรมในคืนนี้ส่วนกิเลนถูกนำไปฝากไว้ที่คอกม้าของโรงเตี๊ยม ทั้งสามทานอาหารกันอย่างอิ่มหนำสำราญ และแน่นอนว่าอาหารที่โรงเตี๊ยมนั้นน่าทานกว่าอาหารที่ขายในงานเทศกาลเยอะ
    "จะว่าไป ย่านเมื่อครู่กับในเมืองนี่แตกต่างกันน่าดูเลยนะคะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาขณะช่วยหิ้วสัมภาระขึ้นไปยังด้านบน และเมื่อเปิดห้องพักมาเห็นห้องขนาดใหญ่ที่มีเตียงนอนหลายเตียงนางก็ร้องว้าว เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาได้แต่นอนห้องพักเก่าๆ แคบๆ แม้เธอจะได้นอนเตียงแต่ก็อยากจะให้ผู้มีพระคุณอย่างเทียนเหมินได้นอนสบายๆ ด้วย
     "อืม แต่ก็ดี ไม่งั้นอาหารที่นี่ต้องเป็นเครื่องในไปด้วยแน่ๆ" เทียนเหมินก่อนออกมาก่อนจะวางสัมภาระของตนเอาไว้บนโต๊ะใกล้เตียงนอนของตนเอง แอบคิดถึงคืนวันที่ได้มานอนเตียงนอนนุ่มๆ กับเจ้าเลี่ยงเหลียง ไม่รู้ป่านนี้เจ้านั่นจะเป็นอย่างไรบ้าง
     "ฟักทองที่ได้มาเหมือนว่าจะใส่อะไรอยู่ด้านในด้วยนะครับ" อาเค่อเอ่ยออกมาพลางเขย่าลูกฟักทองที่ได้รับมา
     "หืม? งั้นรึ" ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นถามแล้วลองยกฟักทองหนึ่งในสามลูกที่ตนเองรับมาเขย่าดูด้วย
    "ของข้าเองก็เหมือนจะมีอะไรในนั้นค่ะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมาเมื่อลองเขย่าฟักทองผลเล็กนั้น
     "งั้นเราลองมาแงะดูกันเถอะครับ" พูดจบอาเค่อก็นำทวนยาวที่เทียนเหมินให้ยืมเพื่อใช้ป้องกันตัวมาเฉาะฟักทองออกทันที

ฉัวะ!

     ฟักทองสีส้มถูกคมทวนคมกริบผ่าออกเป็นสองซีก เมื่อมันแตกออกจากกันก็เห็นว่ารองเท้าฟางห้าคู่อยู่ด้านใน และมีหนึ่งคู่ที่ถูกตัดขาดครึ่ง
     "นี่มัน!!" เทียนเหมินเบิกตาขึ้นกว้างทันที เขาไม่รู้ว่ามันจะตรงกันกับสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ไหม เพราะว่าเมื่อเดือนก่อนเข้าเคยตระเวนขายเจ้าของสิ่งนี้ทั่วย่านการค้าเมืองฉางอัน
     "โธ่.. รองเท้าสาน ยายนะยาย คิดอะไรอยู่เอารองเท้ามายัดในฟักทอง..." เด็กหนุ่มครึ่งโหรวหรานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเพลียใจ ก่อนที่จะนำรองเท้าสานออกมาดูว่ายังพอใช้ได้หรือไม่ และทันทีที่เขาหยิบคู่ที่ขาดออกมาก็มีก้อนทองจำนวนสิบชั่งไหลออกมาด้วย "เอ๋!?!!"
     "นี่มันรองเท้านำโชคที่ข้าเคยขายนี่หว่า!?!!!" เทียนเหมินอุทานออกมาเสียงดัง เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ ไม่คิดว่ายายท่านนั้นจะเอามันมายัดไว้ในฟักทองแบบนี้ "ถ้างั้นของข้า..." ชายร่างสูงชักดาบปลิดอาชาต้าเฮยหลงออกมาแล้วค่อยๆ ผ่าฟักทองออกเพื่อไม่ให้โดนของด้านใน ดูเหมือนว่าปลายคมดาบจะแซะไปถูกอะไรแข็งๆ และพองัดขึ้นมา ในนั้นมันคือหีบที่เปิดออกมาเป็นเงินห้าสิบชั่งเท่ากับจำนวนที่เขาบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือว่านเฉิง "ฮ่ะๆ แจ้าแม่หนี่วาคงเห็นว่าข้าทำดีสินะ.."
     "หีบทอง?" ถิงเอ๋อห์ชะโงกมองอย่างประหลาดใจพลางมองฟักทองลูกเล็กของนาง มันเล็กขนาดนี้จะใส่อะไรลงไปได้แต่ก็ต้องลองดู นางนำกริชเล่ออี้ออกมาค่อยๆ แซะเปลือกฟักทองออกก็พบว่าเป็นอาหารที่ถูกห่อด้วยใบบัวขนาดใหญ่ นางค่อยๆ แกะห่อใบบัวนั้นออก จึงได้พบกับ.. "อะ.. ของข้าเป็นเจียวจือค่ะ"
     "งั้นรึ ยังเหลืออีกสองลูกสินะ" เทียนเหมินขมวดคิ้วมองไปยังฟักทองของสัตว์เลี้ยงทั้งสองตัว อย่างไรเขาก็เป็นเจ้าของย่อมมีสิทธิ์อยู่แล้ว "แกะเลยแล้วกัน" ชายหนุ่มนำฟักของของฉูจู๋ร์มาผ่าออกแล้วพบว่าด้านในเป็นกระเป๋าใบใหญ่สามใบ ส่วนของกิเลนเป็นกล่องอาหาร ดูเหมือนว่ายังอุ่นๆ อยู่เลย...
     "โชคดีแฮะได้ของมาเนี่ย" เทียนเหมินยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะนำของทั้งหมดวางรวมกันไว้ น่าเสียดายที่เนื้อด้านในฟักทองถูกคว้านออกไปเพื่อให้ใส่ของเข้าไปได้ไม่อย่างนั้นคงเอามาทานได้อีก แต่ถึงอย่างนั้นก็คุ้มค่าแล้ว เขาก็ไม่ควรที่จะโลภมากไม่อย่างนั้นจะชวดหมดทุกสิ่งอย่างไป
     
     ไฟในห้องพักถูกดับลง ถิงเอ๋อห์และอาเค่อเข้านอนบนเตียงของพวกเขาเอง ส่วนเทียนเหมินก็เตรียมฝึกวิชาเดินลมปราณต่อไป วันนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าที่จะขึ้นไปฝึกวิชาบนเขา ตัวเขานั้นจึงคิดว่าเดินลมปราณให้ห้องพักก็ได้
     ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิกำหนดจิตที่ปลายจมูกแล้วสูดหายใจเอาไอเย็นเข้าภายในเพื่อให้ชดเชยพลังความเย็นที่สูญเสียไประหว่างเดินทาง พร้อมกับผ่อนไอร้อนออกมาด้วยจนร่างกายมีแต่ไอความเย็น เทียนเหมินฝึกเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งต่อเนื่องกันมาเป็นวันที่เท่าไรแล้วไม่ทราบ แต่หากให้ดีเขาก็อยากจะมีกำลังภายในที่สามารถสร้างก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่มาได้
     เมื่อฝึกเคล็ดวิชาได้สักพักก็เดินลมปราณวิชาตัวเบาต่อทันที เคลื่อนคล้อยพลังลมปราณมาสู่ช่องท้อง บังคับมันเคลื่อนไหวไปมาทั้งซ้ายและขวา จากนั้นเคลื่อนมันลงสู่ทวารก่อนดันกลับมาไหลเวียนทั่วร่างกาย ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกปวดท้องกลับมาอีกครั้งแต่ว่าน้อยกว่าวันแรกๆ เยอะ ไม่แน่ว่าอีกนิดเขาก็ใกล้จะสำเร็จวิชาตัวเบาขั้นพื้นฐานแล้ว เทียนเหมินเดินกำลังภายในอยู่ถึงสองชั่วยามจากนั้นเขาจึงผลอยหลับไปในท่านั่งสมาธิ


@Admin


แสดงความคิดเห็น

ซูเทียนเหมิน ฝึกวิชาตัวเบา วันที่ 7  โพสต์ 2017-11-1 01:29

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง -700 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -700 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-2 10:16:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 4 : ก้าวให้ไกล ไปให้ถึง (4) ]




          ใช้เวลาครู่หนึ่ง สองสหายผู้ร่วมฝึกยุทธก็ได้กลับมาถึงโรงเตี๊ยมฉางจิ้นหัวแห่งฉางอันอีกคราหนึ่ง ที่นี่เป็นโรงเตี๊ยมที่ทั้งคู่ได้เจอกันเป็นครั้งแรก เป็นวันแห่งการพบพานที่นำไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งหนึ่งในชีวิต

          “ข้าจะไปจ่ายค่าทดแทนเรื่องอาหารม้าให้เถ้าแก่ก่อน ข้าน่าจะติดเงินไว้สองวันเห็นจะได้”

          พูดจบเธอก็เร่งรีบไปหาเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยมถามหาเถ้าแก่พร้อมๆ กับสั่งแครอทเย็นอีกครั้ง เมื่อพบเจอเถ้าแก่แล้ว เธอก็จ่ายเงินที่เธอติดเอาไว้ทั้งหมด พร้อมๆ กับขอให้นำม้าของเธอและอากิโกะออกจากคอกไป

          เฉียงหรงและอากิโกะเดินกลับมาถึงบริเวณคอกม้าโดยมีเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งนำทางให้ นางปลดเอาเชือกผูกคอกและปลดกลอนประตูให้อาชาขาวดำทั้งสองตัวออกมา เฉียงหรงที่กำแครอทไว้อยู่แล้วนั้นเดินเข้าไปป้อนม้าของเธอทันที

          แต่มันเอาหน้าหลบ…

          “โฮ่ย ยิงหย่ง เจ้าไม่อยากกินเรอะ?”

          มันเอาหัวของมันสะบัดไปมากระทืบเท้าสองสามทีแล้วมาเธอด้วยสายตาแปลกๆ…

          อ้อ ม้างอน…

          “โถ่ ยิงหย่ง เจ้าอย่าน้อยใจเลยน่า นี่ไง ข้ากลับมารับเจ้าแล้วนะ”

          เธอพยายามลูบปลอบใจมัน แต่มันกลับไม่ยอมหให้เธอจับเสียแบบนั้น นี่การเป็นม้ามันจำเป็นต้องมีคาแรคเตอร์ขนาดนี้ด้วยหรอ?

          เธอคิดไปคิดมาอยู่หลายหน ก่อนที่จะนึกอะไรดีๆ ออก

          “เอางี้เป็นไง อาหารของข้ามีเยอะแยะ ข้าจะให้เจ้ากินเท่าที่เจ้าต้องการเลย”

          มันนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จำทำเอาจมูกฟุดฟิดที่ถุงของเธอ แต่ยังไม่ได้ขยับออกมาจากที่เธอ เฉียงหรงเห็นดังนั้นจึงหยิบเอาซาลาเปาลูกหนึ่งออกมาจากถุง มันก็มองตามซาลาเปานั้น เมื่อเธอโยน มันก็กระโดดงับซาลาเปากินทันที

          “ฮ่ะๆ เด็กดีๆ”

          เธอเอามือไปลูบที่หลังคอของมันแล้วก็ขึ้นขี่หลังจากที่มันยอมให้เธอขี่แล้ว ปากของมันยังเคี้ยวซาลาเปาตุ้ยๆ อยู่เสียด้วยซ้ำ ช่างเป็นม้าที่เอาแต่ใจอะไรเช่นนี้

          เฉียงหรงขี้ยิงหย่งเข้าไปสมทบกับกับอากิโกะที่รอเธออยู่นอกคอกม้าอยู่ก่อนแล้ว

          “..........” @AKIKOMINAMOTO

          “ยิงหย่งงอนข้าน่ะ”

          เธอตบๆ ที่คอของอาชาสีหมอกของเธอ ซึ่งมันก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วงับเอาซาลาเปาอีกลูกที่อยู่ในมือของเธอไปกิน

          เมื่อเดินทางไปถึงประตูเมืองแล้ว เฉียงหรงก็กล่าวลาสหายใหม่ของเธอ

          “สหาย วาสนาของเรายังมิจบแค่นี้ ขอให้เจอกันในภายภาคหน้า โชคดี!”

          เธอพูดจบเธอก็บึ่งม้าของเธอจากไปทันที



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463903
เงินตำลึง
2146642139
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483340

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-4 02:27:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-11-4 02:51

PART CXCVI


     ถิงเอ๋อห์และอาเค่อเดินเล่นที่ย่านการค้าเมืองฉางอันกันจนเย็นมืดด้วยความเพลิดเพลิน แม้ว่าเทียนเหมินจะสั่งให้ทั้งสองไปรอที่โรงเตี๊ยมก็ตาม แต่การรอคอยเฉยๆ มันก็ไม่สนุก เด็กสาวเด็กหนุ่มเลยคุยกันว่าจะไปเดินเล่นฆ่าเวลาดีกว่า น่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างเช่นที่เมืองซานตง หรือหากมีตอนนี้ก็รู้จักกับคนใหญ่โตแล้วน่าจะพอให้เขาช่วยเหลืออะไรได้...
     จนถึงตอนเย็นทั้งสองจึงกลับมาที่โรงเตี๊ยมเป็นจังหวะที่เทียนเหมินและฉูจู๋ร์กลับมาจากการฝึกวิชาบนเขาอู่ไถพอดี
    "พวกเจ้าไปเถลไถลที่ไหนมา ข้าบอกให้พวกเจ้ารอที่นี่ไม่ใช่รึ?" ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองสวมวิญญาณคุณพ่อจอมจู้จี้บ่นเด็กสองคนทันที
     "โธ่พี่ชายซู ให้รอเฉยๆ น่าเบื่อจะตาย เนอะ" อาเค่อหันไปหาถิงเอ๋อห์เพื่อหาพรรคพวก แต่เด็กสาวกลับเมินใส่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่นางเป็นคนเอ่ยชวนแท้ๆ แต่พอเทียนเหมินกลับมากลับทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวเสียได้
    "ไม่ต้องมาเนอะ" ชายหนุ่มร่างสูงมะเหงกหัวเด็กหนุ่มชาวโหรวหรานทันทีอย่างลืมเกรงใจว่าเขาคือลูกหลานใคร ทำอย่างไรได้ในเมื่อมาอยู่กับเขาแล้วตอนนี้เขาก็มีสิทธิ์ในการปกครองเต็มที่ (ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม)
     "อู้ย... ทะ... ทำไมข้าโดนอยู่คนเดียวล่ะ" อาเค่อร้องออกมา ยิ่งมองไปทางถิงเอ๋อห์ที่ทำหน้าเป็นเด็กดียิ่งอยู่สึกหมั่นเขี้ยวนาง ทั้งที่อยู่กันสองต่อสองยัยนี่ซนเป็นลิง
     "นั่นท่านเว่ยนี่คะ" ถิงเอ๋อห์เปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนที่ผู้ร่วมก่อคดีหนีเที่ยวจะสาวไส้มาถึงตนเอง ด้านหน้าโรงเตี๊ยมมีเว่ยเส้าเทียนโบกมือหวอยๆ มาให้ ตอนนี้ใกล้ๆ มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนหลบหน้าหลบตา เป็นคนที่ทั้งสามไม่เคยเจอ "ลืมไปเลย ตอนที่แจกตำราเก่าท่านเว่ยบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยนี่นา หรือจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสนม..." เด็กสาวพูดเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิดทันที
     "อา... งั้นไปกัน" เทียนเหมินถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินนำไปหาอีกฝ่าย "โทษทีพี่ชายเว่ย รอนานไหม?"
     "อ่า นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว" เว่ยเส้าเทียนที่ได้ยินเสียงพร้อมกับเห็นคนที่คุ้นเคยโบกมือทักทายมาตั้งแต่หน้าโรงเตี๊ยมนั้นใจชื้นขึ้นมากำลังดี ชายร่างใหญ่ชี้ให้หญิงสาวที่มาด้วยนั่งที่เก้าอี้เดิมที่นางได้นั่งก่อนหน้า ก่อนเทียนเหมินและพรรคพวกของเขาเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะก่อนที่จะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับนาง "ขอบคุณที่สละเวลาเพื่อช่วยเหลือข้านะ" ชายเว่ยเส้าเทียนประสานมือทำความขอบคุณอย่างเป็นกันเองก่อนที่อีกฝ่ายจะชาวนเข้าเรื่อง
     "ไม่เป็นไร พี่ชายเว่ยมีพระคุณต่อพวกข้าอยู่แล้วจะไม่ช่วยได้ไงล่ะจริงไหม?"
     "ใช่คะ หากมีอะไรให้ช่วยบอกข้าได้ ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ตามค่ะ" ถิงเอ๋อห์เองก็รับปาก หวังว่าความรู้จะวรยุทธ์ที่เรียนมาจะช่วยเหลือชายตรงหน้าได้บ้าง
     "อ่า เรื่องใหญ่มากเสียด้วยล่ะ" เว่ยเส้าเทียนพูดให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงจังให้มากขึ้น ก่อนที่จะให้ทุกคนเห็นหน้าค่าตาของเด็กสาวคนนี้ ซึ่งบางคนก็รู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้น่ารัก ยิ่งความนอบน้อมของเธอยิ่งทำให้ทุกคนอยากรู้ว่าเด็กคนนี้มาจากใคร
     "นางคือ? คนที่จะมาเป็นสนม?" เทียนเหมินเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวคนดังกล่าว
     "ชื่อของนางคือยรือหลินกุ้ย เป็นองค์หญิงแห่งชาวโหรวหราน" เมื่อบอกความจริงให้กับทุกคนได้ทราบโดยที่หันไปมองคนอื่นๆ รอบแล้วหันกลับมามองสหายที่ตอนนี้นิ่งไปพักใหญ่ ดูเหมือนเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ไม่ควรจะเอามาล้อเล่น หากแต่สิ่งที่เขานั้นบอกนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกเล่นๆ เลย มันเป็นเรื่องจริงที่เขานั้นจะต้องขอความช่วยเหลือจากสหายที่เขานั้นรู้จัก
     "อะไรนะ!?!! องค์-" ชายหนุ่มแทบจะร้องว่า 'องค์หญิงแห่งชาวโหรวหราน!?!!' ออกมา ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรแหกปากลั่นโรงเตี๊ยม อาจเป็นเพราะการศึกษาเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งและกลศึกของอาจารย์ที่ทำให้ชายหนุ่มมีหัวคิดไม่หลุดปากพูดออกไป ก่อนจะทำเสียงกระซิบพยายามข่มน้ำเสียงไม่ให้แตกตื่นเมื่อพูดกับเว่ยเส้าเทียน "เดี๋ยวนะ องค์โหรวหราน? ทำไม? นางไม่น่าใช่สนมนี่? หรือว่าจะให้นางมาเป็นสนม? ข้าคิดว่าคนที่หยวนซูใช้จะเป็นสาวชาวบ้านธรรมดา!?..."
     "อ่าและนั่นล่ะคือสิ่งที่ข้ากำลังจะบอกพวกเธอล่ะ" เมื่อชายหนุ่มพูดจบจึงนำม้วนไม้ไผ่ที่ได้มาจากคนที่คุ้นเคยออกมาและพูดต่อ "คือ.. เมื่อวานตอนกลางคืน ข้าได้ไปเจอกับคนที่คุ้นเคยคนนึง.."
    "คนคุ้นเคย?" เทียนเหมินเลิกคิ้วขึ้นถามทันที ทุกคนก็ดูจะสนใจไม่แพ้กัน
     "ซินแสตงฟาง สั้ว" คำตอบของเว่ยเส้าเทียนทำให้เทียนเหมินตกตะลึงอีกรอบ
    "ซินแสตงฟาง!?!! เฮ้ย! ตัวจริงเร้อ!?!!!" แล้วทำไมซินแสตรงฟางถึงมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วถ้าอย่างนั้นเรื่องของหยวนซูล่ะ? หรือว่าไม่สำคัญอะไรแล้ว?
     ถิงเอ๋อห์ฟังเรื่องราวพลางพยักหน้าเรียบๆ ถึงเว่ยเส้าเทียนจะช่วยชีวิตนางครั้งหนึ่ง แต่นางก็ไม่ค่อยเชื่อนัก เพราะอาจจะเป็นอุบายของคนหน้าหนวดกระตุก (ตามคำบอกเล่าของเทียนเหมิน) ที่วางแผนให้เว่ยเส้าเทียนบอกว่าเขาคือซินแสเทวดาคนนั้นหรือเปล่า นางคิดวิเคราะห์แล้วเก็บความคิดนี้ไว้ในใจเงียบๆ
     "เอาล่ะไม่ให้เสียเวลา เข้าเรื่องกันเถอะ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ ซินแสบอกกับข้าผ่านทางสารไม้ไผ่นี้ล่ะ ว่าเจ้ามีเพื่อนพอที่จะพาองค์หญิงกลับไปสู่ดินแดนของนางได้ ไม่งั้นล่ะก็ ทั้งโหรวหรานและต้าฮั่นคงต้องถึงคราวได้เกิดสงครามแน่ๆ" เว่ยเส้าเทียนอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมกับกางม้วนไม้ไผ่ที่ซินแสตงฟางเขียนไว้ให้กับทุกคนดู
     "คนช่วยก็พอมีอยู่หรอก..." ซึ่งคนเดียวที่เทียนเหมินรู้จักก็คือเปาอวิ้นเฟยหรือขุนนางราชสำนักตำแหน่งเว่ยถิง (ถิงเว่ย) ไม่ใช่ขุนนางตำแหน่งต๊อกต๋อยธรรมดาๆ ชายหนุ่มรู้สึกเกรงใจสหายจับจิตที่ก่อนหน้าก็มอบภาระให้ตั้งมากมาย แต่เรื่องหญิงชาวโหรวหรานคนนี้คงต้องขอลัดแถวมาเป็นอันดับหนึ่งเพราะเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างดินแดน
     "ถ้าจะให้พูดตรงๆ เลยก็เป็น อยากจะให้เจ้าช่วยเรื่องนี้หน่อย พาไปหาคนที่ช่วยเหลือเรื่องนี้ให้หน่อย พรุ่งนี้เห็นว่าจะสะดวก" เว่ยเส้าเทียนบอกกับอีกฝ่ายก่อนที่จะนัดหมายอีกฝ่ายเป็นพรุ่งนี้ ก่อนที่จะตกลงกันแล้วต่างแยกย้ายเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้...
     "อืมได้... งั้นพรุ่งนี้เช้าเจอกัน แล้วข้าจะพาไปพบกับสหาย..." เทียนเหมินรับปากก่อนที่จะลากันกับอีกฝ่าย ทางด้านชายหนุ่มและเด็กๆ รับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำแล้วจึงกลับขึ้นไปพักโรงเตี๊ยมที่เปิดห้องเอาไว้




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463903
เงินตำลึง
2146642139
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483340

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-4 19:57:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CXCVIII


     เช้าตรู่ของวัน ณ ฉางอัน
     เทียนเหมินกลับมาที่โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วหลังสำเร็ววิชาตัวเบาขั้นพื้นฐานก็ขึ้นไปปลุกถิงเอ๋อห์และอาเค่อทันที เพื่อให้ทันนัดหมายกับเว่ยเส้าเทียนเรื่องขององค์หญิงโหรวหรานผู้นั้น ทางฝั่งของเขาเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วลงมายังด้านล่างของโรงเตี๊ยมสั่งอาหารเช้าทานไปพลางๆ เพื่อรออีกฝ่ายมาถึง
     หลังทานอาหารไปได้ไม่นานเว่ยเส้าเทียนในชุดขาวแปลกตาเหมือนนักพรตไม่ก็นักปราชญ์ ชุดที่ใส่ดูไม่เข้ากับร่างกายอันใหญ่โตของชายร่างยักษ์แต่มันกลับเข้ากับใบหน้างดงามไม่สมขนาดตัวเป็นอย่างดี เขาค่อยๆ ประคององค์หญิงโหรวหรานลงมาด้านล่างอย่างนุ่มนวล
     "ขออภัยที่ให้รอ พอดีทำแผลให้นางอยู่น่ะ เลยช้าหน่อย" เว่ยเส้าเทียนเอ่ยกับทุกๆ คนก่อนที่จะเด็กหนุ่มวัยกำลังโตอย่างอาเค่อจะคิดไปเป็นอย่างอื่นพาลทำเอาหน้าแดงเพราะหยุดคิดไม่ได้
     "อะ..อ้อ แฮะๆ" อาเค่อที่คิดไปไกลรีบเก็บอาการของเขาและกลบเกลื่อนมันด้วยเสียงหัวเราะ
    "ไม่เป็นไร ทางข้าพร้อมแล้ว" เทียนเหมินเอ่ยขึ้นพร้อมลุกขึ้นยืนหลังจ่ายค่าอาหารเสร็จเรียบร้อย ทุกๆ คนลุกขึ้นยืนตามรวมทั้งเจ้าฉูจู๋ร์ด้วย
     "เอาล่ะ เหลือเวลาไม่มากแล้ว รีบไปกันเถอะ" แล้วชายร่างยักษ์ก็เดินไปพบกับสหายของเทียนเหมิน ที่พอจะมั่นใจได้ว่า เขาจะช่วยเหลือเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน เพียงแต่คงจะต้องทำเวลากันหน่อย เพราะเหลือกเวลาอีกไม่มาก ก่อนที่เรื่องทุกอย่างนั้นจะบานปลายไปจนเป็นอะไรที่สายเกินแก้...




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-6 21:02:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2017-11-6 21:09

{เควสทำดีได้ดี}



     สองขาเรียวในุดบุรุษก้าวเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่ช้าหรือเร็วจนเกิดไป สายตาคู่สวยสอดส่องมองไปตามสองข้างทางที่เต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คนอย่างตื่นตาตื่นใจ นางไม่นึกว่าว่าย่านการค้าที่ฉางอันจะกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ นี่นางก็เดินมานานแล้วแต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะหลุดออกจากย่านนี้ และเหตุที่ทำให้นางต้องมาที่นี่ก็เพราะนางต้องน้ำสาส์นมาส่งแทนนายทหารที่นางเจออย่างไรเล่า

      

      สองวันที่แล้ว

     " เฮ้ออ ข้าอยากจะเป็นคนเห็นแก่ตัว ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น แต่ข้าก็ทำไม่ได้ ตกลง ข้าจะไปส่งสาส์นแทนท่านเอง " นางตัดสินใจแล้ว ถึงนางจะต้องลางานนางก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ไหนๆ ก็ช่วยมาขนาดนี้แล้วนี่

     " ขอบใจเจ้ามากจริงๆ งั้นก็รีบไปเถอะ หากปล่อยเวลาให้ยืดยาวคงมิดีเป็นแน่ "  ถึงชายหนุ่มจะมิได้ยิ้มออกมาแต่ดวงตาที่อ่อนลงก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาขอบคุณนางจากใจจริงๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ

      หลังจากที่ซูเม่ยได้สอบถามถึงสถานที่ที่นางต้องไปอย่างละเอียดแล้วจึงเดินทางออกจากโรงหมอทังเล่อ เพื่อไปบอกกล่าวแก่ท่านลุงเปาถึงเรื่องที่สำคัญเช่นนี้

      " เอ๊ะ ข้าลืมอะไรไปหรือไม่นะ " นางทำหน้าคิดระหว่างที่กำลังเดินทางไปหาท่านลุงเปา เมื่อคิดได้ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้น " ใช่แล้ว! ข้าลืมถามชื่อของเขา โธ่ ซูเม่ยเจ้านี่มันกลายเป็นหญิงชราที่ความจำเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร " นางบ่นตัวเองแต่ก็มิได้กลับไปถามื่อเขา

      " ถ้าหากบังเอิญเจอกันอีกทีค่อยถามแล้วกัน "

      เมื่อไปถึงโรงเตี้ยมนางก็เล่าให้ท่านลุงเปาฟังอย่างคร่าวๆ ว่าต้องไปส่งสาส์นแทนชายหนุ่มที่ฉางอันหากสาส์นมิถูกส่งไปอาจจะเกิดสงครามได้ ด้วยเนื้อหาโดยละเอียดเป็นเรื่องที่สำคัญ ถึงแม้ท่านลุงจะเป็นคนที่สามารถไว้ใจได้ แต่นางก็ไม่อยากให้เรื่องนี้มีใครได้ล่วงรู้ ยิ่งรู้น้อยคนยิ่งดี นางจึงบอกแก่ท่านลุงไปแค่นั้น และได้ขอโทษที่มิอาจจะกลับไปจื่อถงพร้อมท่านลุงได้

     " มิเป็นไร เจ้าตัดสินใจถูกแล้ว หากเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ มันจะเลวร้ายมาก เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าเจ้าก็เร่งเดินทางซะ อ่อ เดี๋ยวข้าจะลองขอรองหัวหน้ากองคาราวานที่มาใช้บริการที่โรงเตี้ยมนี้ให้เจ้านั่งรถม้าติดไปด้วยแล้วกัน ข้าพอจะรู้จักเขาอยู่บ้าง "  ท่านลุงเปาบอกออกมาอย่างใจดี

    " ขอบคุณท่านลุงมากเลยขอรับ ท่านช่างดีกับข้าเหลือเกิน มิรู้จะตอบแทนอย่างไรถึงจะหมด " ซูเม่ยโค้งคำนับขอบคุณท่านลุงเปาหลายๆ รอบอย่างซึ้งใจ  

     " เอาน่า เจ้าอย่าคิดมากไปเลย เรื่องเล็กน้อย ไปกับข้าเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปขอร้องกับหัวหน้ากองคาราวาน "     

     " ขอรับ " ซูเม่ยยิ้มตอบท่านลุงเปาแล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย เพื่อไปขอพบหัวหน้ากองคาราวาน ขอร้องให้นางได้ร่วมเดินทางไปยังฉางอันด้วย จะให้นางนั่งตรงไหนก็ได้ ขอให้ได้ไปถึงฉางอันก็เป็นพอ หัวหน้ากองคาราวานที่ไม่ได้เห็นว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจึงอนุญาตให้นางร่วมเดินทางไปด้วยกันได้ ซูเม่ยกล่าวขอบคุณหลายครั้งด้วยความดีใจ ก่อนจะขอตัวแยกออกมาเพื่อเก็บของๆ ตน และนอนพักเอาแรงเพื่อตอนเช้าจะได้ตื่นมาทันเวลาเดินทาง

      ต้นยามอิ๋น (03.00 น. - 04.59 น.) เป็นเวลาที่กองคาราวานจะต้องออกเดินทางออกจากเมืองเทียนซุย มุ่งหน้าสู่เมืองฉางอัน ซูเม่ยที่ติดตามไปกับกองคาราวานด้วยได้นั่งไปกับเกวียนที่ใช้ขนเสบียง โดยก่อนออกเดินทางท่านลุงเปาก็มาส่งนางด้วย นางรู้สึกใจหายแปลกๆ มิรู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกหรือไม่ แต่ถ้าได้กลับมาเจอกันนางจะต้องตอบแทนบุญคุณของท่านลุงให้ได้

     กองคาราวานที่ซูเม่ยนั่งมานั้น ได้มาถึงฉางอันในยามซื่อ(09.00 น. - 10.59 น.) ซูเม่ยจึงขอตัวแยกออกมาจากกองคาราวาน โดยให้สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แก่หัวหน้ากองคาราวานที่ยอมให้นางร่วมเดินทางมาด้วย


ปัจจุบันโรงเตี้ยมฉางจิ้นฮั่ว

     ตอนนี้ท้องนางเริ่มส่งเสียงครวญครางออกมาเมื่อโดนความหิวโจมตี ซูเม่ยจึงตัดสินใจเดินเข้าโรงเตี๊ยมตรงหน้าซึ่งก็คือ โรงเตี้ยมฉางจิ้นฮั่ว เพื่อใช้เป็นที่นั่งพักและทานอาหารไปด้วย อาหารที่นางสั่งไปก็มีเพียงหมูผัดเปรี้ยวหวาน ข้าวหนึ่งถ้วย และชาโม่ลี่เพียงเท่านั้นหากนางสั่งมากกว่านี้เกรงว่าคงได้หมดตัวก่อนเป็นแน่ โชคดีที่นางมาก่อนเวลาเที่ยงเพียงเล็กน้อยทำให้ยังพอมีโต๊ะว่างสำหรับนางอยู่ แต่เวลานี้โต๊ะต่างๆ ได้ถูกนั่งจนเต็มหมดแล้ว คาดว่าโรงเตี๊ยมมนี่ต้องเป็นที่นิยมของเมืองนี้เป็นแน่

      " อยากทานของหวานจัง " สายตาหวามองหาเสี่ยวเอ่อห์เพื่อสั่งอาหารอีก โดยขนมที่นางสั่งไปคือเฉาก๊วย ระหว่างที่นั่งรอของหวาน นางก็คิดว่านางจะเข้าพบท่านฉางผิงโหวได้อย่างไร หากเดินดุ่มๆ เข้าไปมีหวังถูกจับตั้งแต่ยังไม่พ้นหน้าประตูเลยด้วยซ้ำ

      " เฮ้ออ ถ้าข้ามีคนรู้จักที่นี่ก็คงดี แล้วแบบนี้จะเข้าไปได้อย่างไรกัน ปีนกำแพงรึ? เหอะ พูดเหมือนตัวเองมีวิชาตัวเบา " ซูเม่ยที่เริ่มคิดแผลงๆ สะบัดหัวไปมาไล่ความคิดไม่ได้เรื่องของตนออก เป็นเวลาเดียวกับที่เสี่ยวเอ่อร์นำเฉาก๊วยมาวางที่โต๊ะ

      " อะ ขอบคุณขอรับ " นางเอ่ยขอบคุณแล้วหยิบช้อนมาตักเฉาก๊วยเข้าปาก หากได้ทานอะไรหวานๆ บางทีอาจจะมีความคิดดีๆ เกิดขึ้น

      " ข้าจะไปหาใครที่พอจะพาข้าไปพบขุนนางหรือท่านฉางผิงโหวได้บ้างหรือไม่ ชีวิตหนอ ข้าจะไปหาคนแบบนั้นได้ที่ไหน " ซูเม่ยนั่งบ่นกับตัวเอง

      " ข้ารู้นะ ให้ข้าช่วยเจ้าดีหรือไม่? " จู่ๆ เสียงกังวานใสร่าเริงดังขึ้นมาทันทีที่ซูเม่ยพูดจบ

      " เจ้าคือ? " คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

      " ข้า ชื่อ ถิงเอ๋อห์ เป็นลูกค้าที่มาพักที่นี่ ไม่ใช่คนน่าสงสัยหรอก  " นางพูดแล้วส่งยิ้มมาให้ซูเม่ยที่กำลังทำหน้างสงสัย

      " แล้วที่เจ้าบอกว่าจะช่วยข้า? "

      " อ่อ ข้าเห็นเจ้าทำหน้ากลุ้มใจอยู่นานแล้ว เลยอยากช่วยน่ะ แล้วก็ได้ยินที่เจ้าพูดพอดี ข้ารู้จักคนผู้นึง เขาอาจจะช่วยเจ้าได้ "

      " จริงหรือ เจ้าพูดจริงหรือ? " ซูเม่ยเอ่ยออกมาอย่างดีใจ แต่ก็ระแวงว่าจะถูกหลอกหรือไม่ " เจ้าไม่ได้หลอกข้านะ? "

      " เจ้านี่! ข้าจะไปหลอกเจ้าทำไมกัน ถ้าไม่อยากให้ข้าช่วยก็มิเป็นไร " ถิงเอ๋อห์ทำท่าจะเดินออกไป

      " ดะ...เดี๋ยวๆ ข้าขอโทษ ข้าแค่กลัวจะโดนหลอก เพราะข้าเพิ่งเคยมาที่นี่ ได้โปรดช่วยข้าด้วยนะแม่นางคนสวย "

      " อ่อ เช่นนี้เอง ข้ามิได้สวยหรอกเจ้าก็พูดเกินไป " ถิงเอ๋อห์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเขินอาย " อะแฮ่ม เอาล่ะ ข้าจะบอกเจ้าว่าให้ไปหาคนที่ชื่อ ซู เทียนเหมิน ลักษณะรูปร่างกำยำ ผิดคล้ำแดด ใบหน้าคม คิ้วเข้ม ตาสีน้ำเงินคราม ผมสีน้ำตาลตัดสั้น ตอนนี้ออกไปทำงานกับเพื่อนอีกคนเป็นบุรุษตัวเล็ก ผมยาวหน้าหวาน แต่งชุดนักพรต เจ้าไปหาเขาได้ที่ย่านการค้าหลังตลาดนะ รีบไปเลย ก่อนเขาจะเดินทางไปที่อีก "

      " ขอบคุณเจ้ามาก หากมีโอกาสข้าจะกลับมาตอบแทนแน่นอน อะ ฝากท่านจ่ายเงินให้ข้าด้วยนะ " ซูเม่ยรีบจดจำที่ถิงเอ๋อห์พูดแล้วรีบวางเงินค่าอาหารไว้ ก่อนจะออกรีบลุกเดินออกไป




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

61

กระทู้

316

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
56304
เงินตำลึง
10987
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
628

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
466
ความชั่ว
0
ความโหด
115
นกแก้วฟ้า
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2017-11-7 22:15:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การทำงานในร้านขายดอกไม้ วันที่ 3

[โจรระหว่างทาง]

          รถม้าได้เดินทางยาวออกไปผ่านเส้นทางยาวในป่า รถม้าได้เดินเคลื่อนไปผ่านตัวเมือง หมู่บ้านน้อยใหญ่ ธรรมชาติตามทาง  ระหว่างทางไปที่ฉางอัน จิ่วเอี้ยน ก็เล่าเรื่องต่างๆแนะนำเส้นทางไป

           “ที่นี่คือเส้นทางออกจากจื่อถง จากบริเวณนี้จะเริ่มไม่มีหมู่บ้านแล้ว”

           “แล้ว… คนพวกนั้นเขาเป็นใครหรือขอรับ?” อี้เจียงหันไปทางคนที่เห็นตามป่า

           “อ่อ พวกชนเร่ร่อนน่ะ มักจะพบเจอได้ตามทางนี้นี่แหละ”

           “ไม่มีอันตรายอะไรสินะขอรับ”

           “ใช่ๆๆๆ”

           ไม่นานนักคนกลุ่มนั้นค่อยๆเดินกันเข้ามา พวกเขาแต่ละคนสวมชุดคลุมสีดำปิดหน้าปิดปากปิดบังตัวตนเข้ามาล้อมรถม้าแล้วชักดาบออกมาขู่จนรถม้าต้องหยุด ทำให้เจ้าจิ้นยู๋ว์ต้องตกใจตื่นขึ้นมาแล้วกระโจนขึ้นไปบนไหล่ของหญิงสาว

         “ไม่มีอันตราย สินะขอรับ..” อี้เจียงหยิบกระบี่ไม้ออกมา
         “ไม่อันตรายกับผีน่ะซี่ อี้เจียง พี่ต้องปกป้องม้ากับของ ฝากด้วยนะ!!” ชายร่างใหญ่กรีดร้องเล็กน้อยจนอี้เจียงต้องหันไปมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วค่อยๆหันไปมองรอบๆ

          ‘รวมๆแล้วอีกฝ่ายมีทั้งหมดราวๆ 7 คน ดูเป็นโจรป่าทั่วไป อาจจะมีซ่อนอยู่บ้าง ต้องขอลองดูหน่อย...’

          “ช้าก่อนพวกท่าน พวกข้าแค่ผ่านทางมา ไม่มีอะไรนอกจากกลีบดอกไม้ในกระสอบพวกนี้ เป็นแค่คนส่งของธรรมดา อาวุธก็ไม่มี ยังไงก็ขอให้พวกท่านปล่อยเราไปด้วยเถิด”  หลังจากพูดจบไร้ซึ่งเสียงตอบรับเด็กสาวมองเหล่าคนพวกนั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดูไม่หวั่นไหวที่จำนวนคน แต่กลับเป็นเหล่าโจรที่หวั่นเกรงเล็กน้อยแทน จนหนึ่งในนั้นพุ่งเข้ามาโจมตี อี้เจียงยกดาบไม้ขึ้นมากัน จิ้นยู๋ว์กระโดดเกาะไปที่หน้าของอีกฝ่ายตามด้วยลูกถีบของอี้เจียงให้อีกฝ่ายล้มลง เมื่อเปิดช่องว่างก็ทำการกระทืบที่ท้องอีกครั้งให้สลบ

          ‘แม้จะไม่อยากฆ่าให้ตายมากแค่ไหน แต่ถ้าเพื่อปกป้องตัวเอง จากการสอนของค่ายพยัคย์ ข้าก็ทำได้ไม่แพ้ใคร’

          “พี่จิ่วเอี้ยนข้าของฝากดูแลสินค้าด้วยนะท่าน” อี้เจียงค่อยๆพุ่งเข้าหาคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะพุ่งฟันและเตะไปที่อีกฝ่าย ถือโอกาสตบหลังคอในทันที..

          ‘เหลืออีก 5 ท่าทางน่าจะไม่มีคนมาเพิ่ม’

           ในขณะที่คิดอยู่นั้นก็มีอีก 3 คนพุ่งเข้ามาจากด้านหลังอี้เจียงยกกระบี่ไม้ขึ้นมากันพวกโจรป่าพยายามจะถีบไปที่ร่างของคนตรงหน้า เด็กสาวพยายามถอยตัวหลบ แต่แรกคนเดียวไม่สามารถสู้แรงของสามคนได้ อีเจียงจึงแกล้งเป็นย่อตัวลง ใช้มืออีกข้างไขว้หลังจับดาบของคนที่สลบไปแล้วมาแกว่งฟันเป็นแนวนอนกลางลำตัวอีกฝ่ายจนชงัก และจัดการตบหลังคออีกฝ่ายด้วยดาบไม้เช่นเดิม

          ‘บางที… ข้าว่าข้าตบหลังคอคนอื่นบ่อยจนจะหลับตาตบถูกจุดได้อยู่แล้วนะ’ แต่ในจังหวะที่อี้เจียงกำลังคิดอยู่นั้นเอง ก็เป็นการเปิดช่องให้กับอีกฝ่ายทำการโจมตี เด็กสาวสัมผัสได้ถึงคน 2 คนที่กำลังพุ่งเข้ามาแทงจากทางด้านหลังแต่ในขนณะนั้นเองก็มีเสียงบางอย่าง

         ปึก! ปึก!!

        “โอ๊ย ! “

        “ย๊าๆๆๆ เจ้าสัตว์หน้าขนบ้านี่มันข่วนตาฉ๊านนนนนนนนน”

        ปู๊ด..

       “อ๊ากกก เหม็น แหวะ..”
      
        จิ่วเอี้ยนที่ถือถังใส่น้ำให้มาทุบไปที่หัวของโจรที่ลอบทำร้ายอี้เจียงจนถังแตก กับทางของจิ้นยู๋ว์ที่พุ่งข่วนตากับกัดตามลำตัวของโจรอีกคนก่อนที่จะผายลมใส่หน้าของโจรคนนั้นจนสลบไป

         “ข้ามาช่วยแล้วนะ น้องอี้เจียง”

          “ท่านพี่จิ่วเอี้ยน ข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ”

          “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ข้าเจ๋งใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆๆ”

          “ใช่แล้วท่านพี่ แต่ตอนนี้ข้าว่าพวกเราควรรีบไปกันได้แล้ว”

          “แล้วโจรพวกนี้ล่ะ เจ้าจะทำยังไงกับพวกเขา”

          “ข้า….” เด็กสาวมองโจรทั้งหมดก่อนที่จะเดินไปถอดเสื้อของพวกเขาพร้อมกับริบอาวุธออกมาแล้วเอามาพันที่เอวของแต่ละคน ผูกติดต่อกันแล้วผูกซ้ายขวาไว้กับท้ายรถ เมื่อเวลาขับรถม้าไปจะได้ลากตามไปง่ายๆ

           “ลากไปแบบนี้เลยหรอ เจ้านี่ช่างฉลาดจริงๆเลยนะ ฮ่ะๆ”

          “ไม่หรอกท่านพี่ ข้าคิดว่าข้าไม่มีสิทธิตัดสินอะไรพวกเขา ข้าควรส่งพวกเขาให้ทางการมากกว่าแค่นั้นเอง”

          “เอาเถอะ ข้าไม่ว่าเจ้าหรอก ข้าจะทำตามที่เจ้าบอกก็แล้วกัน ฮ่ะๆ”

           เมื่อไปถึงเมืองฉางอัน อี้เจียงก็ทำการส่งโจรทั้ง 8 ให้กับทางการพร้อมกับมอบอาวุธพวกนั้นให้ทางการด้วยเช่นกัน พวกเขาจัดการเสร็จก็รีบไปส่งของที่โรงเตี๊ยม ฉางจิ้นฮั่ว ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยวที่ดูหรูและดูราคาแพง ก่อนที่รถมานั้นจะไปจอดอยู่ที่ด้านหลังของโรงเตี๊ยม อี้เจียงลงจากรถม้าก็คุยกับคนรับของ เหมือนเสร็จการลงนามบนเอกสารพร้อมประทับตราเสร็จได้เงินครบ ก็มีเหล่าเด็กพนักมาขนเหล่ากลีบดอกไม้เหล่านั้นลงจากรถม้าอย่างขันแข็ง แต่เนื่องจากใช้เวลามากกว่าจะเสร็จ คนในร้านจึงบอกให้อี้เจียงไปนั่งพักรอในส่วนของร้านอาหารก่อนได้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
ขวานเหยาเจี่ย
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x28
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463903
เงินตำลึง
2146642139
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483340

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-8 22:07:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-11-8 22:25

PART CCX


     เทียนเหมินกลับมาที่โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับถิงเอ๋อห์และอาเค่อได้ฟัง ว่าทำไมเขาถึงหายตัวไปหนึ่งวัน และระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
    "ท่านนักพรตเล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วด้วยน่ะค่ะ" ถิงเอ๋อห์เอ่ยออกมา เลี่ยงเหลียงต้องกลับมาเก็บของที่โรงเตี๊ยมจากนั้นเขาก็ฝากสัตว์เลี้ยงเอาไว้ตัวหนึ่ง เด็กสาวนำนกพิราบขาวออกมาให้ชายหนุ่มได้ดู "เขาบอกว่าเจ้านี่ชื่อว่าลู่ชิง ถ้าหากว่ามีเรื่องอะไรให้เขียนจดหมายแล้วฝากพิราบตัวนี้ไปส่งได้น่ะค่ะ"
    "งี้เอง" เทียนเหมินพยักหน้า แล้วมองไปทางฉูจู๋ร์ที่จ้องมองนกพิราบแล้วเลียปาก ก่อนที่เขาจะดุมัน "ถ้าแกกินเจ้านกนี่ข้าจะเอาเจ้าไปปล่อย แถมตัดหางอีกด้วย"
    "หงิง" เหมือนว่าฉูจู๋ร์จะฟังรู้เรื่องมันหมอบลงหูลู่หางตกอย่างเห็นได้ชัด เห็นทีว่าคงต้องทำตัวเป็นมิตรกับ 'อาหาร' เข้าไว้
    "ข้าต้องแจ้งเรื่องนี้ให้กับพี่ชายเว่ยด้วย ลงไปรอเขาข้างล่างกันเถอะ จะได้หาอะไรกินไปด้วยเลย" เทียนเหมินเอ่ยบอกก่อนจะนำเด็กๆ ลงไปด้านล่าง
     
     โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วยังคงคึกคักเช่นเดิม วันนี้มีการแสดงจากวงดนตรีตะวันตกด้วยเครื่องดนตรีแปลกประหลาดไม่เคยพบเคยเห็น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เรื่องที่สำคัญก็คือการหารือเรื่องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ต่างหาก หลังจากที่พวกเขาทั้งสามทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็พบเว่ยเส้าเทียนกลับมาจากธุระพอดี
     @Soup_Dumplings
     "พี่ชายเว่ยทางนี้!" เทียนเหมินโบกไม้โบกมือเรียกชายร่างยักษ์ที่กลับมาให้มาร่วมโต๊ะกับตัวเอง
     @Soup_Dumplings
     "หายไปไหนมาน่ะ? คิดว่าจะไม่เจอตัวซะแล้วสิ" ชายหนุ่มเอ่ยถาม ตัวเขาไม่เป็นห่วงอีกฝ่ายเท่าไรเพราะเขาน่าจะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ร้ายๆ ได้ แต่ที่สำคัญคือองค์หญิงโหรวหรานคนนั้นที่ยังบาดเจ็บอยู่
     @Soup_Dumplings
     "ประลองคัดเลือกเป็นทหารคุ้มกันเส้นทางสายไหม? แล้วผลเป็นไงผ่านไหม?" เทียนเหมินเอ่ยถาม ถิงเอ๋อห์และอาเค่อก็ตั้งใจฟังพลางลุ้นไปด้วย
     @Soup_Dumplings
    "งั้นรึ" เทียนเหมินพยักหน้าหลังจากที่ฟังเรื่องราวของเว่ยเส้าเทียนเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง "เออนี่ ระหว่างที่ท่านไม่อยู่น่ะ ข้าได้ไปพบมาแล้วนะ ฉางผิงโหว"
     @Soup_Dumplings
     "เขานัดพบข้ากับอีกคนนึงให้ไปเจอที่ประตูไท่เหอในวันพรุ่งนี้ พี่ชายเว่ยต้องพาองค์หญิงไปด้วยล่ะเพราะว่า..." ถึงตรงนี้เทียนเหมินหรี่เสียงลงแล้วกอดคอผู้นั่งในโต๊ะมาสุมหัวติดกันราวกับไม่อยากให้ใครได้ยินเรื่องที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่จากนั้นก็เอิ้นเอ่ยออกมาเสียงเบาราวกับว่าเป็นเสียงกระซิบ "จะต้องพานางไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในวังหลวง..."
     "เอ๋!?!" อาเค่อร้องออกมาเสียงดังแต่เทียนเหมินรีบเอามืออุดปากเขาเอาไว้
     "อย่าร้องสิเจ้านี่!" ชายหนุ่มเอ็ดเด็กหนุ่มโหรวหรานให้เงียบๆ ไว้
     @Soup_Dumplings
     "ข้าคงต้องหาชุดดีๆ ใส่ด้วยสิเนี่ย" ถิงเอ๋อห์เองก็ลนลานมิใช่น้อย เพราะการเข้าวังถือเป็นเรื่องใหญ่ นางไม่ต้องการแต่งกายสวยงามเพื่อให้ฮ่องเต้ได้ยลโฉม หากแต่จะเข้าวังทั้งทีก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีเหมาะสมกับสถานที่สักหน่อย
    "ไม่ต้องห่วงหรอกถึงเจ้าจะตามไปคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถูกกันไว้ข้างนอกอยู่ดี" เทียนเหมินพูดดับฝันเด็กสาวและเด็กหนุ่มที่อยากไปเที่ยวเล่นในวังเสียเต็มที่ ก่อนที่จะหันกลับมาที่เว่ยเส้าเทียน "พี่ชายเว่ยกับองค์หญิงพร้อมนะ?"
     @Soup_Dumplings
     "งั้นคืนนี้ก็พักผ่อนกันก่อนเถอะ" เขาเอ่ยขึ้น แต่เพียงสิ้นเสียงก็เห็นรถม้าหรูหราจอดหน้าโรงเตี้ยม สร้างความตื่นตกใจแก่ทั้งลูกค้าอื่น รวมไปถึงเถ้าแก่ และเสี่ยวเอ้อห์เป็นอย่างมาก
     "ที่นี่มีคนที่ชื่อเว่ยเส้าเทียนอยู่หรือไม่?" ชายในชุดขันทีเอ่ยถามออกมา เทียนเหมิน ถิงเอ๋อห์ และอาเค่อ พร้อมใจกันชี้ไปทางชายร่างยักษ์อย่างพร้อมเพรียง
     @Soup_Dumplings
     "เว่ยเส้าเทียน รับราชโองการ" ขันทีเอ่ยออกมาพร้อมกับนำม้วนผ้าไหมสีทองชูขึ้นเหนือศีรษะ เพียงเขาพูดคำว่าราชโองการ ทั้งคนงาน เถ้าแก่ ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างรีบคุกเข่าลงทันที
     เทียนเหมินเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงด้วย ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ช่างแต่ทำตามไปก่อนน่าจะเป็นการดี
     @Soup_Dumplings
     ขันทีเริ่มอ่านราชโองการใจความดังม้วนผ้าไหมในนั้นระบุว่า...


     เมื่อเสร็จธุระขันทียื่นราชโองการให้แล้วเขาก็เดินกลับวังไปทำงานต่อทันที...
     @Soup_Dumplings
     "ยินดีด้วยนะพี่ชายเว่ย!" เทียนเหมินเอ่ยออกมาด้วยความยินดีพร้อมกับรอยยิ้มที่คนรู้จักจะได้ดิบได้ดีเสียที
     "ยินดีด้วยค่ะท่านเว่ย"
     "ยินดีด้วยครับพี่ชายเว่ย" ทั้งถิงเอ๋อห์และอาเค่อต่างก็แสดงความยินดี รู้สึกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลี่คลายไปได้ทีละเปราะ
     @Soup_Dumplings
     "งั้นก็ไปพักเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าเตรียมตัวเข้าวัง" เทียนเหมินตบบ่าชายร่างสูงใหญ่ยักษ์ ทำเอาเขาต้องยกมือขึ้นไปสูงทีเดียวกว่าจะแตะถึง
     @Soup_Dumplings
     เมื่อนัดแนะกันเสร็จเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็ต่างแยกย้ายกันเข้านอนเพื่อเผชิญภารกิจในวันรุ่งขึ้น


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147463903
เงินตำลึง
2146642139
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483340

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-10 23:10:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCXV


     เทียนเหมินและพรรคพวกกลับมาที่โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วเพื่อพักผ่อนหาอะไรทาน แต่ก่อนจะออกเดินทางเขาก็อยากจะทำงานก่อนอีกสักครั้งก่อนที่จะไม่ได้เจอสถานที่ทำงานอีกยาวนานแต่นั่นคงต้องเอาไว้วันพรุ่งนี้ เขาและคนอื่นๆ มาสั่งอาหารกันตามปกติ และระหว่างนั่นเอง...
     "อะ!...." เสี่ยวเอ้อห์คนหนึ่งกำลังจะนำอาหารไปให้แขกที่นั่งโต๊ะแต่ดันสะดุดล้ม ยังดีที่ลูกค้าโต๊ะนั้นช่วยไว้ได้ทันก่อนที่นางจะคะมำลงมาทำให้อาหารหล่นเสียหายและเจ็บตัวเปล่าๆ นั่นทำให้ลูกค้าที่มาทานอาหารอยู่ด้านล่างหันไปมองกันเป็นตาเดียวจากอุบัติเหตุเล็กน้อยแต่ก็สามารถดึงความสนใจไปได้ แต่ก็หันกลับมาทานอาหารของตัวเองกันต่อเพราะไม่มีอะไรสำคัญสำหรับตนเอง
     "เกือบไปแล้ว แม่นางไม่เป็นไรใช่ไหม?"
    "ไม่เจ้าค่ะ ขอบคุณมาก ท่าน...?" หลังจากเสี้ยวเอ้อวางถาดลงที่โต๊ะว่างเธอก็โค้งขอบคุณชายหนุ่ม
     "ข้าเหวินซ่าง ทีหลังก็ระวังหน่อยนะ" ชายผู้นั้นเอ่ยชื่อออกมา ทำให้เทียนเหมินถึงกับหันขวับไปมองอีกรอบด้วยความสงสัย ไม่ทันได้คิดอะไรมากเขาก็พาตัวเองเดินไปหยุดที่โต๊ะของชายผู้นั้นเสียแล้วโดยที่ถิงเอ๋อห์และอาเค่อถามไม่ทันว่าไปไหน
     "เจ้าคือเหวินซ่าง คนที่ช่วยซูปี้ไว้รึ?" เทียนเหมินถามออกไปตรงๆ อย่างไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ช่วยน้องสาวไว้ หากใช่ก็ถือว่าชายผู้นี้เป็นผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่ง
     "ใช่ครับมีอะไรหรือเปล่า อ่า..เชิญนั่งก่อนสิ" เหวินซ่างหันไปหาต้นเสียง เขาดูเป็นคนทางตะวันออกร่างกายก็แอบซ่อนกล้ามเนื้อเป็นมัด ชายหนุ่มผายมือไปให้เก้าที่ว่างอยู่ดูท่าแล้วคงมีเรื่องต้องคุยกันซักพัก
    "ขอบใจ" เขารับคำแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับชายผู้นั้นพลางจ้องเขม็งตาไม่กระพริบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็ควรจะแนะนำตัวออกไปด้วย "ข้าซูเทียนเหมิน แต่เจ้าคงรู้จักข้าในชื่อว่าคาบูโตะสินะ ก่อนอื่นก็ขอบคุณมากเลยที่ช่วยน้องสาวข้าเอาไว้!" เทียนเหมินโค้งคำนับอีกฝ่ายลงต่ำจนหน้าผากแทบจะชนกับขอบโต๊ะอาหาร
     "ท่านนิเอง! มิน่าไม่ว่าจะไปไหนก็ไม่มีใครรู้จักคนชื่อคาบูโตะเลย แล้วนี้ได้เจอกับซูปี้หรือยังครับตอนนี้นางอยู่ฮองเฮาปลอดภัยดี"
    "เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว แต่ยังไม่ได้เจอกับซูปี้เลย เพียงแค่น้องข้าปลอดภัยและรู้ว่าอยู่ที่ไหนข้าก็ดีใจแล้วล่ะนะ" เทียนเหมินเงยหน้าขึ้นมาสนทนากับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร "จริงสิ ข้าควรมีของตอบแทนให้เจ้าด้วย" เขานึกขึ้นได้ก็ล้วงๆ จับๆ ในกระเป๋ามองว่ามีสิ่งใดที่พอจะให้ได้บ้าง เห็นว่ามีเงินถุงหนึ่งที่แบ่งเอาไว้เป็นค่าตอบแทนกับตาราขงจื้อที่ไม่ได้ใช้ เขามอบสองสิ่งนั้นให้กับเหวินซ่างโดยเลื่อนมันไว้ตรงหน้าเขา "แม้จะไม่มากแต่ก็ช่วยรับค่าตอบแทนนี้ไปด้วยเถอะ"
     "ที่จริงไม่ต้องก็ได้ครับ แต่ก็..เอ่อ ขอบคุณมากครับ" ชายหนุ่มสายหน้าเบาๆ แต่ของที่อีกฝ่ายให้ก็ใช่ว่าไม่ต้องการ สุดท้ายก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้เลยรับไว้ก่อนจะโค้งตัวขอบคุณ
     "มีอะไรกันหรอครับ?" อาเค่อเดินมาดูหลังจากที่เห็นว่าเทียนเหมินก้มหัวปลกๆ ให้กับอีกฝ่ายพร้อมทั้งยังยื่นทรัพย์สินมีค่าไปให้จึงรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
     "อ้อ ข้าเจอคนที่ช่วยน้องสาวเอาไว้น่ะ" เทียนเหมินตอบออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ "เอาล่ะงั้นข้าไม่รบกวนแล้ว เชิญทานอาหารให้อร่อย ข้าขอตัวก่อน" ชายหนุ่มยกมือขึ้นผสานกลางอกร่ำลากับเหวินซ่างก่อนจะกลับไปที่โต๊ะ
     "ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้เดินทางปลอดภัยนะครับ สักวันคงได้เจอกัน" เหวินซ่างลุกขึ้นก่อนจะโค้งตัวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะกลับมานั้งลงแล้วกินพุทราเชื่อมชมการแสดงกับเจียวจือต่อ

     "ดีจังเลยนะครับเพราะว่าพี่ชายซูชอบช่วยคนอื่นไว้ก็เลยมีคนมาช่วยบ้าง" อาเค่อพูดออกมาด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เขาและเทียนเหมินกลับมานั่งที่โต๊ะแล้ว
    "อืม ข้าเชื่อว่าหากเราช่วยคนอื่น สักก็จะมีคนมาช่วยเรากลับ เมื่อก่อนหน้าข้าก็ถูกคนช่วยเอาไว้มาก จากนั้นเลยคิดว่าจะช่วยคนอื่นแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ล่ะนะ ไม่คิดว่าถูกช่วยเอาไว้อีกครั้งนะเนี่ย" เทียนเหมินยิ้มที่มุมปากก่อนจะทานอาหารต่อ
    "ข้าเองก็จะช่วยท่านเหมือนกันนะคะ ท่านพี่เทียน!" ถิงเอ๋อห์เอ่ยด้วยสายตาและน้ำเสียงมุ่งมั่นไม่แพ้กัน
     "ข้าก็ด้วยครับ!" อาเค่อเอ่ยออกมาด้วย แม้เขาจะทำอะไรไม่ได้มากแต่ก็อยากจะช่วยเหลือกันและกันจนกว่าจะถึงวันที่ต้องแยกทาง
     "ดีมาก แต่ก่อนอื่น รีบกินกันเถอะน่าจะได้รีบนอน พรุ่งนี้ข้ากะจะไปทำงานก่อนแล้วค่อยเดินทางไปอู๋เว่ย ไม่รีบกินข้ากินหมดไม่รู้ด้วย" พูดจบเทียนเหมินก็แสดงการกินปลาย่างทั้งตัวในคำเดียวจนเด็กๆ ทั้งสองอ้าปากค้าง
     เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยพวกเขาก็เข้านอนในห้องที่เปิดเอาไว้ เทียนเหมินไม่ลืมที่จะเดินกำลังภายในเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งก่อนนอนที่ไม่มีโอกาสได้ทำมาหลายคืน



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-11 02:48:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - บุพผาความรักเบิกบาน ( ลำนำทะเลทราย )
พาร์ท 1 - บุพเพวาสนา


      หลังจากที่ซูเม่ยได้ออกมาจากพระราชวังแล้วนางก็เดินเล่นต่อและหาที่พักราคาไม่แพงไปด้วย ถึงแม้นางจะได้รางวัลมาจากฝ่าบาทมากมายแต่ก็ไม่คิดที่จะนำมาใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น นางอยากเก็บเอาไว้ก่อนเผื่อจำเป็นต้องใช้ในวันหน้า เพราะนางก็ไม่รู้ว่าวันหน้าจะเจอต้องกับอะไรบ้าน จึงต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ
      ในขณะที่นางกำลังจะเดินไปถึงโรงเตี้ยมจู่ๆ ก็มีกลุ่มอันธพาลประมาณสิบคนเดินเข้ามาหานางด้วยท่าทางที่ไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง
      " ว่าไงจ๊ะน้องสาว มาคนเดียวรึ? ไปเที่ยวกับพี่ไหมจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะพาไปสวรรค์ ฮ่าๆๆ " หนึ่งในกลุ่มอันธพาลพูดขึ้น ดูแล้วน่าจะเป็นหัวหน้าของอันธพาลกลุ่มนี้
      " ขะ..ข้าว่าพี่ชายเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นบุรุษหาใช่สตรีไม่ และคงไปกับพี่ชายไม่ได้ ข้าขอตัว " คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มห้าวมากที่สุด ก่อนจะหาทางเดินเลี่ยงออกมา
      " หืมม บุรุษรึ? ฮ่าๆๆ ถ้าบุรุษหน้าแบบนี้ข้าก็เอา! ไปกับข้าซะดีๆ เถอะ " มือที่น่ารังเกียจของชายคนนั้นยื่นมาคว้าข้อมือของนางไว้แล้วทำท่าจะฉุดนางไป
      " ช่วยด้วย! ปล่อยข้านะ! " นางห้าวหวานร้องขอความช่วยเหลืออกมา แต่กลับไม่มีใครเข้ามาช่วย ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเพราะจำนวนอันธพาลที่มากันมาก จึงทำให้ไม่มีใครเสี่ยงเข้ามาช่วยนางแต่ด้วยความที่นางไวกว่าจึงกระทืบเท้าตนลงบนเท้าของเจ้าคนหน้าเหม็นเต็มแรง แล้วอาศัยจังหวะที่มันเผลอบิดข้อมือแล้วดึงมือของตนออกจากการจับกุมนั้น และไม่รอให้พวกมันได้ตั้งตัว นางก็วิ่งหนีออกมาหวังจะให้พ้นจากพวกอันธพาลนั้น
      " โอ๊ย ฤทธิ์มากนักนะ พวกแกจะยืนเซ่อกันทำไม ไปจับมันมาสิวะ! " หัวหน้าอันธพาลที่โดนนางกระทืบเท้าใส่รีบสั่งพวกลูกน้องให้ตามมาจับนางทันที ด้วยความต่างของช่วงขานางที่สั้นกว่าพวกมันจึงทำให้ถูกตามได้ทัน และโดนต้อนจนชิดกับกำแพง ตอนนี้นางกลัวจะตัวแทนสั่น แต่นางจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้โดนพวกมันรังแกแน่ ถึงต้องสู้จนตายนางก็ยอม!
      ซูเม่ยที่ทั้งตัวไม่มีอาวุธใดๆ เลยสักชิ้น ใช้สายตากวาดมองของที่นางจะนำมาเป็นอาวุธได้และในความโชคร้ายของนางก็ยังมีโชคดีอยู่บ้าง เมื่อเท้านางเตะเข้ากับไม้ท่อนหนึ่งที่วางอยู่ตรงพื้น นางจึงรีบหยิบมันขึ้นมาทันที อย่างน้อยก็ช่วยยื้อเวลาไว้ได้เผื่อคนจากทางการจะมาช่วยนาง
      " ยะ..อย่าเข้ามานะ ถ้าเข้ามาข้าฟาดไม้เลี้ยงแน่!! " มือเรียวกำท่อนไม้ไว้แน่น แล้วยกขึ้นขู่พวกมัน ด้วยความกลัวตอนนี้นางจึงไม่ได้สนใจเรื่องการดัดเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงรอดจากตรงนี้ไปได้ก็พอ
      " ไหนว่าเป็นบุรุษไง แต่ทำไมเสียงหวานแบบนี้หละจ๊ะ หึหึ วางไม้ลงแล้วไปกับข้าซะดีๆ อย่าให้ต้องใช้กำลัง! " เสียงเหี้ยมของหัวหน้าอันธพาลดังขึ้น ยิ่งทำให้นางกลัวเข้าไปใหญ่ แต่ถึงยังไงนางก็ไม่ยอม ใครที่เข้ามาใกล้นางฟาดจริงๆ แน่
      " ไม่! อย่าหวังว่าข้าจะยอมพวกคนเลวๆ อย่างพวกเจ้า! ถึงข้าจะเป็นสตรีหรือบุรุษ ข้าก็จะสู้ให้ถึงที่สุด " เสียงหวานตะโกนบอกออกไป ราวกับไม่เกรงกลัว แต่ขานางกลับสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่
      " ดี! พูดได้ดี! เฮ้ย พวกแกเข้าไปจับตัวมันมาให้ได้ หากใครจับตัวนางนั้นมาได้ข้าจะให้กินต่อจากข้า ฮ่าๆๆ " คำพูดที่แสนจะน่าขยะแขยงถูกเอ่ยออกมาจากเจ้าคนน่าตายนั้น ยิ่งทำให้นางมีแรงฮึดที่จะมากขึ้น ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่ยอมให้มันมาแตะต้อง!
       ทันทีที่พวกมันได้ฟังคำสั่งจากหัวหน้าวาวตาก็พวกมันก็ฉายวาวหื่นกระหายน่าคลื่นไส้ออกมามากว่าเดิน และกรูกันเข้ามาเพื่อจับตัวนาง แต่ด้วยความที่นางได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วจึงยกไม้ตีคนที่เข้ามาใกล้ตัวนางทันที
       " กรี๊ดด อย่าเข้ามานะ ไอ้พวกชั่ว!! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!!! " เสียงกรีดร้องของนางดังขึ้นเมื่อมีมือของพวกมันคนหนึ่งจับเข้าที่เอวของนาง นางจึงหันไม้ไปฟาดใส่ไม่ยั้ง ทั้งยังส่งเสียงกรี๊ดเพื่อขอความช่วยเหลือไปด้วย อาจจะดูเป็นเรื่องตลกที่สตรีนางหนึ่งกรีดร้องราวกับตนถูกทำร้ายอย่างหนัก แต่ภาพที่เกิดขึ้นกลับเป็นนางกำลังวาดท่อนไม้ในมือไปรอบๆ ตัว และตีเข้ากับคนที่เข้ามาจับนาง
       ตอนนี้นางเริ่มจะหมดแรงเข้าไปทุกที การที่ต้องมาสู้กับชายตัวโตเป็นสิบมันช่างเป็นเรื่องที่โหดร้ายยิ่ง
       เมื่อนางกำลังจะหมดแรงล้มลงกับพื้นจู่ๆ ร่างของอันธพาลสองคนก็กระแทกเข้ากับกำแพงข้างๆ นางอย่างแรงจนสลบลงไปทันที ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์หันไปมองหาตัวคนทำทันที รวมถึงนางด้วย ทำให้ได้เห็นกับบุรุษผู้หนึ่งที่นางเพิ่งจะได้พบไป
       " แกเป็นใครห๊ะ! นี่ไม่ใช่เลยของแก เฮ้ย สั่งสอนให้มันรู้สักหน่อยว่าทีหลังอย่างมายุ่งเรื่องคนอื่น " หัวหน้าอันธพาลพูดออกมาอย่างถือดี ถือว่าคนของตนมีมากกว่าจึงคิดว่าจะต้องชนะได้แน่
       " หึ มาสิ จะได้รู้ว่าใครสั่งสอนใคร " ฮั่วชวี่ปิ้งยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะพุ่งหมัดเข้าที่หน้าของอันธพาลที่พุ่งตัวเข้ามาหาเขาอย่างไม่ออมแรงทำให้หมดสติไปทันที
       ซูเม่ยมองชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยตนอย่างรู้สึกดีใจ และตื้นตันเป็นอย่างยิ่งจนแทบจะร้องไห้ออกมา แต่นางก็ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ นางจะร้องไห้ออกมาไม่ได้อย่างเด็ดขาด หญิงสาวมองการต่อสู้หมาหมู่ตรงหน้าแล้วได้แต่เป็นห่วงชายหนุ่มที่มาช่วยตนไว้ นางไม่หรอกว่าเขาเก่งแค่ไหน แต่จะให้นางมานั่งดูเขาโดนรุมแบบนี้นางก็ทำไม่ได้
       เมื่อได้พักจนหายเหนื่อยแล้วนางก็รวบรวมแรงฮึดขึ้นมาแล้วกำไม้ไว้แน่นก่อนจะไปช่วยฮั่วชวี่ปิ้งที่กำลังต่อสู้อยู่ ถึงจะเรียกว่าต่อสู้ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มกำลังเล่นสนุกอยู่มากกว่า เพราะหากเอาจริงคนพวกนี้คงได้นอนกองไม่ได้สติกับพื้นไปนานแล้ว
       ฮั่วชวี่ปิ้งที่เห็นร่างบางเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วยก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างรู้สึกขัดใจขึ้นมา ท่อนขาแกร่งของชายหนุ่มตวัดขึ้นเตะอัดเข้าที่ข้างลำตัวของคนที่กำลังสู้ด้วย ทำให้ร่างนั้นกระเด็นออกไปนอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
       " มานี่เลยนางตัวดี ฤทธิ์เยอะจริงนะ! " หัวหน้าอันธพาลฉวยโอกาสที่นางกำลังให้ความสนใจกับการป้องกันทางด้านหน้าจนลืมระวังที่ด้านหลัง ทำให้มันสามารถเข้ามาถึงตัวนางแล้วจับเข้าที่ผมนางอย่างแรง
      " อ๊ะ ปล่อยข้านะ ไอ้คนชั่ว!! " ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเพราะแรงดึงที่ศีรษะมันไม่ได้เบาเลย แต่ยังไม่ทันที่อันธพาลหน้าเหม็นจะได้ทำอะไรนางฮั่วชวี่ปิ้งก็ตรงดิ่งเข้ามาแล้วถีบเข้าที่ข้างลำตัวของหัวหน้าอันธพาลเข้าอย่างจัง ร่างใหญ่ของมันถึงกับเซล้มลงไปกับพื้นแต่มือดันเกี่ยวดึงเอาผ้าผูกผมของนางไปด้วย ทำให้เส้นผมที่ถูกมัดมาอย่างดีสยายออกมาราวกับม่านน้ำตกในยามค่ำคืน จังหวะเดียวกันนางก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ทำให้ไม่สามารถเห็นภาพด้านหลังของตนได้ แต่กลับได้ยินแต่เสียงตุบตับและเสียงร้องโอดโอยของพวกอันธพาล
       " เจ้ารออยู่นี่ รอเฉยๆ ไม่ต้องเข้าไปช่วยเข้าใจหรือไม่? " ยังไม่ทันที่นางจะได้ตอบอะไรฮั่วชวี่ปิ้งก็เดินไปจัดการกับอันธพาลที่เหลือต่อ เขาอย่างจะทำให้จบโดยไว เพราะไม่อยากเล่นอีกแล้ว
       ซูเม่ยที่ยืนรอตามคำสั่งของชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ จึงได้เห็นว่าตอนนี้เหล่าอันธพาลส่วนใหญ่ลงไปนอนร้องโอดครวญอยู่ที่พื้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังเหลืออีกสามคนซึ่งตอนนี้กำลังสู้อยู่กับฮั่วชวี่ปิ้ง ฝ่ายชายหนุ่มที่ต่อสู้ติดพันอยู่กับอันธพาลทั้งสามคนอยู่ได้จัดการกับสองในสามให้ร่วงลงไปกับพื้นเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือเพียงหนึ่งซึ่งไม่คณามือเขาสักนิด
        แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งในอันธพาลที่นอนอยู่บนพื้นยันตัวขึ้นมาแล้วหยิบมีดออกมาก่อนจะพุ่งตรงไปหวังจะแทงเข้าข้างหลังของฮั่วชวี่ปิ้ง ซูเม่ยที่ยืนมองอยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นว่าคนที่มาช่วยนางจะได้รับอันตรายจึงรีบตะโกนออกไป
        " ระวังข้างหลัง!! " แต่สิ่งที่เร็วกว่าเสียงของนางก็คือตัวนางเอง ที่ไม่รู้ว่าขาทั้งสองข้างวิ่งไปตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มือของนางยื่นออกไปปัดมีดนั้น
        เลือดสีแดงสดไหลออกมาทันทีที่คมมีดบาดลึงลงไปบนฝ่ามือเรียวบางของซูเม่ย ฮั่วชวี่ปิ้งที่หันมาตามเสียงตะโกนของนาง พอเห็นอันธพาลที่นางบอกก็เตะอัดคนที่จะแทงเขาจนลงไปนอนกับพื้น แล้วใช้เท้าเหยียบลงไปที่มือสกปรกนั้นอย่างแรง พร้อมกับใช้ส้นเท้าขยี้หนักๆ จนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมันดังโหยหวนออกมาไม่หยุด
        " พะ..พอแล้วเจ้าค่ะ ปล่อยเขาไปเถิด " มือข้างที่ไม่ได้เจ็บยื่นออกไปจับแขนชายหนุ่มเอาไว้ นางยังไม่อยากเห็นใครตายตอนนี้นี่นา
        " ไป! ไสหัวไปให้หมด!! และอย่าให้ข้าเห็นพวกเจ้าทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้อีก มิเช่นนี้พวกเจ้าไม่ได้ตายดีแน่!! " ฮั่วชวี่ปิ้งตวาดไล่พวกอันธพาลไป
        " เอ่อ ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะที่มาช่วยข้า ถ้าหากมิรังเกียจข้าจะขอเลี้ยงอาหารตอบแทนท่านจะได้หรือไม่? " ซูเม่ยกำมือที่โดนมีดบาดเอาไว้ด้านหลัง
        " เช่นนั้นก็ได้ ข้าเสียพลังงานไปเยอะ คงต้องหาอะไรมาเพิ่มพลังซะแล้ว " ฮั่วชวี่ปิ้งที่เห็นผมของซูเม่ยที่มัดไว้หลุดออกจึงเดินไปหยิบผ้าผูกผมของนางที่ตกอยู่มายื่นให้
        " อะ ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นท่านนำทางเลย " มือข้างที่ไม่เจ็บยื่นออกมารับผ้าผูกผมแล้วจัดการผูกให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินตามฮั่วชวี่ปิ้งออกไป

ห้องอาหารส่วนตัว ณ โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่ว
        หลังจากที่ซูเม่ยและฮั่วชวี่ปิ้งเข้ามานั่งในโรงเตี๊ยมแล้วนางก็ให้ชายหนุ่มสั่งอาหารที่อยากทานมา ก็นางพูดไปแล้วนี่นาว่าจะเลี้ยง ก็เลยให้เขาสั่งอาหารที่ชอบมาได้อย่างเต็มที่
        " แล้วเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง? " หลังจากที่สั่งอาหารเสร็จฮั่วชวี่ปิ้งก็ถามนางขึ้นมาทันที
        " ข้า..ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย " นางโกหกคำโตออกมา ทั้งๆ ที่เลือดยังไหลซึมออกมาไม่หยุด
       " แน่ใจรึ งั้นข้าขอดูมือเจ้าหน่อย " ฮั่วชวี่ปิ้งที่สังเกตุมาได้สักพักแล้วว่านางมักจะเอามือขวาซ่อนไว้ด้านหลังตลอดราวกับกำลังปิดบังอะไรอยู่
       " ก็ไม่มีอะไรนี่เจ้าคะ " ซูเม่ยแบมือข้างซ้ายให้ชายหนุ่มดูแล้วทำหน้าแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนฮั่วชวี่ปิ้งจะยื่นมือมาคว้ามือขวาของนางไปดู
        " นี่ไง ไหนบอกว่าไม่เป็นอะไร? " ชายหนุ่มพูดแล้วจ้องหน้านางจนนางต้องก้มหน้าหลบราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วโดนจับได้
        เพียงไม่ถึงช่วงสองลมหายใจเสียงฉีกของผ้าก็ดังขึ้น ซูเม่ยจึงเงยหน้าขึ้นดูจึงได้รู้ว่าชายหนุ่มฉีกชายเสื้อของตนออกมาแล้วนำมาพันแผลให้นาง
        " ถึงเห็นข้าแข็งกระด้างเช่นนี้ แต่ข้าก็ทำแผลเป็นนะ เสด็จป้าสอนมาดี " ฮั่วชวี่ปิ้งพูดออกมาขณะที่พันแผลให้นางไปด้วย
        " เช่นนั้นหรือ มิน่า ท่าทางของท่านดูคล่องแคล่ว ขอบคุณมากเจ้าค่ะ " นางชูมือที่ถูกผ้าพันไว้อย่างเรียบร้อยขึ้นมาดู แล้วเอ่ยชื่นชมอีกฝ่าย
        " ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ไม่ทันระวัง เลยทำให้เจ้าต้องเจ็บตัว "
        " ไม่เจ้าค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของท่าน ข้าผิดเองต่างหาก " ในขณะนั้นเสี่ยวเอ่อก็เริ่มทยอยนำอาหารที่เขาสั่งมาวางเรียงไว้บนโต๊ะ นางจึงรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วชวนเขาทานอาหารแทน
        ใบหน้าหวานฉายแววขัดใจออกมาเล็กน้อยที่จับตะเกียบไม่ถนัดเอาเสียเลย เนื่องจากนางถนัดขวาและการที่มือขวาเจ็บเช่นนี้ทำให้นางทานได้ลำบากยิ่งนัก และถ้าหากใช้มือซ้ายวันนี้นางก็คงยังทานข้าวไม่หมดเป็นแน่ ดูเหมือนฮั่วชวี่ปิ้งจะเห็นถึงปัญหาของนาง เขาจึงอาสาที่จะช่วยป้อนให้
       " อะ..เอ๋ ป้อน? ท่านจะป้อนข้าเนี่ยนะ? " ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างขึ้นอย่างตระหนก
        " ก็ใช่น่ะสิ ข้าก็เพิ่งบอกไปว่าจะป้อนให้ "
        " แต่ว่าข้าทานเองได้นะเจ้าคะ ละ..แล้วก็เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น " คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พยายามพูดเหตุผลให้อีกฝ่ายฟัง นี่เขาเห็นนางเป็นเด็กหรือ ถึงจะมาป้อนนาง?
        " ไม่เป็นไรหรอกหน่า เจ้ามือเจ็บ ข้าทนไม่ได้หรอกที่จะปล่อยให้คนหิวตายโดยไม่ช่วย ฮ่ะๆ " เมื่อพูดจบฮั่วชวี่ปิ้งก็ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ปฎิเสธ เขาคีบเนื้อเป็ดย่างเข้าปากที่กำลังจะเอ่ยปฎิเสธของนางทันที
        ซูเม่ยถลึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างลืมตัว ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ แล้วยอมปล่อยให้เขาป้อนอย่างไม่คิดปฎิเสธอีก
        " ก็ข้าหิวนี่! ถ้าไม่หิวก็คงไม่ต้องมานั่งเหมือนเด็กที่โดนบิดาป้อนอาหารอย่างนี้หรอก " นางคิดหาข้อแก้ตัวให้ตนเองพลางเคี้ยวอาหารที่ชายหนุ่มป้อนไปด้วย
        ตลอดระยะเวลาในการทานอาหารนางต้องคอยบอกให้ฮั่วชวี่ปิ้งทานบ้าง มิใช้เอาแต่ป้อนนาง นางไม่อยากจะเอาเปรียบใคร แค่เขามาช่วยนางไว้ก็แทบจะตอบแทนไม่หมดแล้ว เมื่ออาหารคาวหมดลงด้วยฝีมือของซูเม่ยและฮั่วชวี่ปิ้ง ก็มีขนมมาวางต่อทันที
       " ทานของคาวเสร็จก็ต้องล้างปากด้วยของหวานสิถึงจะดี " ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี
        " เจ้าค่ะๆ ข้าทราบแล้ว อ่อ ท่านไม่ต้องป้อนข้านะ อันนี้ข้าทานเองได้ " ซูเม่ยรีบพูดดักทางไว้ทันที
       " ฮ่าๆๆ ก็ได้ ข้ายอม " ฮั่วชวี่ปิ้งหัวเราะออกมากับท่าทางของสตรีตรงหน้า " ว่าแต่เจ้าพักอยู่ที่ไหนกัน? มีที่พักหรือไม่? "
       " เห ที่พักหรือเจ้าคะ? ยังไม่มีเจ้าค่ะ ข้ากำลังดูอยู่ว่าจะพักที่ไหนดี "
ต่อ

        " เช่นนั้นก็ไปพักที่จวนข้าสิ จวนข้าใหญ่โตมีข้าอยู่แค่คนเดียว ถ้าจะแบ่งให้คนไร้บ้านอย่างเจ้าอยู่ด้วยคงไม่เป็นไร " ชวี่ปิ้งคว้าข้อมือนางขึ้นมาแล้วพูดขึ้น
       " เอ๋ แล้วทำไมข้าต้องไปอยู่ที่จวนของท่านด้วยล่ะเจ้าคะ? " ซูเม่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ ทำไมชายหนุ่มถึงชวนให้ตนไปอยู่ที่จวน ทั้งๆ ที่ไม่ได้สนิทกันมาก่อนเลย หรือเขาจะหลอกนางไปขายกัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นมาอย่างหวาดกลัว
       " นี่ เจ้าคิดอะไรอยู่เนี่ยฮะ ข้าไม่ได้จะหลอกเจ้าไปฆ่า หรือไปขายสักหน่อย " ชวี่ปิ้งดีดหน้าผากมนเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
       " ท่าน..ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่? "
       " ก็สีหน้าของเจ้ามันแสดงออกมาซะขนาดนั้นนี่ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หึ เลิกคิดมากได้แล้ว ข้าแค่อยากจะช่วยให้เจ้ามีที่พักเฉยๆ ไม่ดีรึไง ไม่ต้องเสียเงินอีกต่างหาก " ไม่รอให้นางได้ปฏิเสธใดๆ ออกมา ชวี่ปิ้งก็ฉุดให้นางลุกขึ้นแล้วเอาเงินค่าอาหารวางไว้บนโต๊ะ ก่อนลากนางออกจากโรงเตี๊ยม
   
      

@Admin    

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15