{ นอกเมืองว่านเฉิง } สะพานปั้นแสหลาง | ลำน้ำฮั่นสุ่ย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-2-3 16:07:02 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2019-5-3 11:36





สะพานปั้นแสหลาง | ลำน้ำฮั่นสุ่ย

{ นอกเมืองว่านเฉิง }









【สะพานปั้นแสหลาง】
『หัวสิงห์กริ่งเกรงขาม คาบศิลาอารักษ์แดน』
สะพานหินตั้งตระหง่านข้ามลำน้ำฮั่นสุ่ย
นอกจากความคงทนยังแสดงถึงความเจริญ
ด้วยงานแกะสลักหัวสิงห์พิทักษ์ประดับเสาสะพาน
เป็นดั่งเทพอารักขาให้ผู้สัญจรข้ามไปได้อย่างปลอดภัย
สองฝั่งสะพานมีทิวทัศน์แม่น้ำ
เป็นทางผ่านระหว่างเมือง ว่านเฉิง และ ซินเอี๋ย









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 แต้มวาสนา +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-2-10 22:06:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙
     แสงทองแผ่ตัวเหนือเส้นขอบฟ้า วิหคสกุณาบินออกรวงรัง เมื่อคืนคณะเดินทางพักแรมกันกลางป่า ด้วยผงยากลิ่นประหลาดของซื่อหม่าเซี่ยงหรูจึงไม่มีทั้งสัตว์ร้ายหรือแมลงมีพิษเข้ามารบกวน สองบุรุษหลับกันเต็มอิ่มสบายยิ่ง จะมีก็แต่หลิวเว่ยที่ผวาตื่นเป็นระยะ…

     นางกำลังหวาดระแวง แม้ยอดกวีผู้นั้นจะใส่ใจแต่ศิษย์คนโปรดตรงหน้าไม่ค่อยมาสนใจนางเท่าใด แต่คนมันมีชนักปักหลังให้ทำอย่างไรได้ ดูอย่างตอนรุ่งสางหลิงเฮ่าเห็นผ้าคลุมนางปิดมิดชิดก็กังวลว่าจะหายใจไม่ออก เข้ามาคลายส่วนที่ปิดใบหน้าลง หัวใจของผู้กล้าแทบออกมาดิ้นอยู่บนพื้น ‘เจ้าจิ้งจอก...อย่าพึ่งมาหวังดีกันตอนนี้จะได้ไม๊!’

     ซื่อหม่าเซี่ยงหรูนั้นคุ้นชินกับการเดินทาง ดังนั้นจะพักโรงเตี้ยมชั้นเลิศหรือนอนกลางดินล้วนไม่ต่างกัน เขาเคยลำบากมาก่อนที่จะได้ดี บัดนี้เห็นรสชาติของการดิ้นรนใช้ชีวิตเป็นสีสันอย่างหนึ่ง เห็นศิษย์เลี้ยงนกขุนทองช่างพูดไว้ผู้อาวุโสรู้สึกสนใจจึงสอนมันไปหลายคำ คาดว่าอีกหน่อยคงจะร้องเพลงขับลำนำช่วยสร้างชื่อให้ว่าที่ ‘ลูกชาย’ เขาได้

      นอนพักผ่อน ออกเดินทาง พักทานข้าวล้วนกระทำในป่า ตอนแรกยังมีเพียงหลิงเฮ่า ทั้งอีกฝ่ายหลับเมื่อไรเสมือนคนตายปลุกยากยิ่งหลิวเว่ยยังสามารถหลบไปทำ ‘ธุระส่วนตัว’ ได้สะดวก แต่เมื่อมีอาจารย์ของสหายโผล่มา…

    “อ้าวเจ้าปวดเบารึพงไม้ข้างหลังนี่ก็ใช้ได้ เอาเลยตามสบาย” ถ้ายคำเช่นนี้นางไม่คิดว่ายอดกวีเอกผู้เป็นที่นับหน้าถือตาในราชสำนักจะกล่าวออกมาได้!!

     สองกวีศิษย์อาจารย์ทรมานหลิวเว่ยอย่างไม่รู้ตัว จนเดินทางมาถึงสะพานปั้นเสหลางเข้าสู่เขตเมืองว่านเฉิง เช้านี้มีชาวบ้านออกมาตกปลาเล่นน้ำกันอยู่พอสมควร หลิวเว่ยเห็นขอทานกลุ่มหนึ่งนอนอาบแดดอยู่ตรงหัวสะพาน สะกิดหลิงเฮ่าสองทีนัยว่านางจะไปลองถามไถ่เรื่องประมุขพรรคกระยาจกดู โดยไม่รอสหายตอบรับก็ไสม้าเข้าไปหาก่อน

     ขอทานกลุ่มนี้มีปัญหา ไม่ยอมตอบท่าเดียวโดยอ้างว่าหิว หลิวเว่ยสีหน้าบึ้งตึงกลับมาขอปันเสบียงจากสองศิษย์อาจารย์ จนได้ซาลาเปาใส้หมูแดงมาสิบเข่งถึงเอาไปซื้อข่าวสาร

     ปรากฎว่าขอทานพวกนี้ก็ไม่ทราบเช่นกันว่าประมุขหลิวเหวินปัจจุบันไปอยู่ที่ใดกันแน่ ซาลาเปาสิบแข่งสูญเปล่าโดยแท้ นักกวีหนุ่มเห็นสหายหน้าม่อยกลับมาก็ทราบผลแล้ว เอ่ยปลอบสองสามประโยคทั้งสามก็ออกเดินทางต่อจากเมืองว่านเฉิงสู่ฉางอัน

มอบซาลาเปา 10 เข่งแก่ขอทาน

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙
@STAFF_Pixiu



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +88 ความหิว -11 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 88
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
ผีผานาคา
กำไลเทพีไอซิส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
ตัวเบาขั้นสูง
คลุมวารีขั้นสูง(*)
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
x60
x240
x155
x15
x300
x140
x240
x5
x10
x30
x5
x570
x49
x5
x58
x10
x50
x50
x232
x1970
x149
x123
x1
x22
x28
x52
x34
x154
x63
x1
x2
x60
x26
x590
x1
x66
x79
x979
x180
x431
x103
x113
x334
x166
x56
x63
x248
x180
x18
x82
x39
x431
x52
x337
x121
x248
x117
x7240
x1769
x4
x5
x4
x6
x20
x16
x44
x6
x12
x16
x11
x12
x170
x1949
x84
x27
x8
x20
x9
x302
x8
x11
x34
x12
x32
x2
x76
x150
x615
x45
x6
x56
x29
x64
x2199
x46
x49
x14
x8
x16
x68
x56
x35
x253
x129
x141
x38
x41
x2250
x298
x4
x10
x49
x10
x15
x2060
x1
x676
x75
x2
x2
x5
x2
x4
x4
x2
x3
x2
x1
x7
x1
x5
x6
x4
x5
x1
x4
x4
x4
x5
x8
x9
x5
x220
x5
x2
x520
x6
x1
x81
x341
x606
x63
x508
x3
x3
x143
x1
x19
x372
x533
x2
x48
x31
x11
x20
x403
x1
x15
x12
x1
x1
x2
x2
x2
x10
x1
x19
x3643
x1243
x35
x50
x27
x54
x91
x28
x4
x3
x508
x942
x29
x21
x20
x185
x203
x2
x11
x11
x20
x5
x660
x47
x18
x8
x9
x2
x2
x33
x2
x718
x57
x1
x82
x14
x91
x16
x32
x8
x310
x1550
x566
x690
x1575
x637
x7260
x39
x154
x503
x1025
x2010
x555
x37
x140
x3
x81
x9
x123
x3153
x9999
x19
x3400
x22
x21
x790
x2960
x1200
x870
x2800
x22
x69
x48
x1430
x1370
x2609
x250
x34
x2320
x24
x1440
x3300
x2103
x37
x61
x18
x106
x12
x39
x2523
x2423
x2456
x383
x2699
x2
x9999
x644
x128
x149
x13
x111
x229
x5493
x232
x510
x672
x2926
x2939
x1670
x14
x701
x1843
x13
x37
โพสต์ 2018-7-18 02:14:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่องยุทธภพอย่าคบคนพาล
323
คิดต่อยตีก็ต้องมีทรัพย์สิน

        เกวียนขนข้าวสารที่เอิกเริกด้วยมีช้างเผือกลากมาด้วยตัวหนึ่ง มันเตะตาพอๆกับการใส่ชุดชั้นในออกมาเดินข้ามถนน หลังออกจากฉากอันเดินทางผ่านเมืองฮองหงในตอนเช้า ตกค่ำพวกเขาก็พักกันในป่าคณะเดินทางอันประกอบไปด้วยจอมยุทธ์จางฝู เสิ่นหลิงเฮ่านักกวีหนุ่ม และ หลี่หลิงนูจิตรกรราชสำนัก พ่วงกับผู้ติดตามของพวกเขาอีกสี่รายจัดว่าไปไหนมาไหนกันยิ่งใหญ่พอสมควร
        จะว่าไม่เอิกเริกก็มิได้ ลำพังสัตว์เลี้ยงของพวกเขาก็พอจะทำอุทยานกลางเมืองได้แล้ว ทั้งเหยี่ยวอินทรี งูครบสามสายพันธุ์ หมี จรเข้ ไหนจะเสือดาว จิ้งจอก หมาป่าและแรคคูนหิมะ… เรียกได้ว่ายกกันมาทั้งป่าเลยทีเดียว

        (บรรยายอิสระได้เลยระหว่างเดินทาง)@Zhangfu @LuLingNu

        ระหว่างที่พวกเขากำลังแวะพักที่สะพานปั้นแสหลางนอกเมืองว่านเฉิงอยู่นั้น ผานซู่นกำลังย่างปลาให้ทันอาหารเที่ยงของทุกคน ขณะที่หลิงเฮ่าออกมานอนด้านหน้าเกวียนเกิดคอแห้งด้วนอากาศที่ร้อนอบอ้าว ก็พบว่าถุงหนังนั้นว่างเปล่าเสียแล้ว “หืม… น้ำหมดนี่นา เดี๋ยวข้าขอตัวไปกรอกเพิ่มก่อนล่ะ ทุกคนถ้าหิวแล้วก็ทานกันก่อนได้เลยนะ”

(โรลกินข้าวเที่ยงกันได้เลยเดี่ยวเฮ่ากลับมา จะเล่นกับสัตว์หรือทำอะไรก็ได้)

        เสิ่นหลิงเฮ่าจำได้ว่าหนก่อนตอนเดินทางผ่านที่นี่กับหลิวเว่ยและอาจารย์พ่อบุญธรรม ข้างสะพานมีทางเดินไปยังน้ำตกที่ใช้ดื่มได้อยู่ เมื่อเดินๆมาเขาก็นึกขึ้นได้ว่าคล้ายตนจะลืมบาอย่างไป ‘อ่าจริงด้วย...ก่อนออกมาซุ่ยหมิงกู่กู่ยังให้จดหมายจากวังหลัง’ องค์หญิงจูอี้ผู้ที่ไม่ยอมทานข้าวทานน้ำคนนั้นเอง มือเรียวตบๆไปตามแขนเสื้อสักพักเพื่อหาสานส์ ค่อยเจอกระดาษแผ่นหนึ่งที่ดีว่าไม่ได้ละลายไปกับน้ำเสียหมด ตอนเขากำลังคลี่อ่านอยู่นั้นเองมีเสียงเอะอะด้านหน้าดึงความสนใจ

       “โถ่เอ้ย!! ก็ข้าบอกไม่รู้เรื่องไงเล่าจะเอาอะไรอีก!! เงินไม่มีแล้วจะจับไปใช้แรงงานรึไงเข้ามาสิ!!”
        “หน็อยแน่เจ้าเด็กผี!! แมวขี้แล้วยังรุ้จักฝังกลบพวกเจ้าทำไมทำเรี่ยราดไม่รุ้จักรับผิดชอบแบบนี้ อยากให้ข้าปล่อยล่ะก็ชดใช้มาสิ!!”
        “ขอร้องล่ะขอรับ พวกข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันเป็นเหตุสุดวิสัยปล่อยพวกเราไปเถอะนะ..”

        เสิ่นหลิงเฮ่ารู้สึกว่าสองเสียงแรกที่ได้ยินคุ้นหูเหลือเกิน… เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าสัญชาติญาณตนไม่เคยผิดพลาด ที่แท้เด็กรุ่นกระทงทั้งคู่ก็มิใช่ใครอื่น ผู้ติดตามทั้งสองของตนที่มอบหมายงานให้ไปฝึกวิชาสร้างความปรองดองนั้นเอง “พวกเจ้า… พอข้าไม่อยู่ด้วยก็ไปก่อเรื่องอะไรกันอีกแล้วเนี่ย??”
        
       เสียงนี้ดั่งฟ้ามาโปรดคนที่รู้สึกตัวไวสุดก็คือจูหรงเยว่ใบหน้าคมคายที่เงียบขรึมหันควับมาพร้อมรอยยิ้มทันที “คุณชาย!!!” ร้องได้เท่านั้นก็ไ่ทันอวี้เหวินหยาง เจ้าเด็กชงหนูกระโดดผลุงข้ามหัวสหายไปกอดแขนนักกวีหนุ่มโวยวายในทันที “ลูกกพี่จ๋าาา!! ดูสิๆ ตาแก่นั่นบอกจะจับพวกเราไปขายล่ะ ลูกพี่ช่วยเราด้วยนะๆๆ อาหยางไม่อยากไปเขาก็บังคับอยู่นั้น ฮือๆๆ”

        “........(มองหน้าทีละคน)..........” หลิงเฮ่า
       “.........(หลบสายตาทุกคน.........” หรงเยว่
        “.........(จ้องปานจะเข้ามาต่อยตี)....” ชายวัยกลางคนผู้ถูกกล่าวหาว่าค้ามนุษย์

        นิ่งกันไปสักพักหลิงเฮ่าจึงขอให้ชายผู้นั้นเป็นคนอธิบาย ฟังว่าอวี้เหวินหยางและจูหรงเยว่เข้าไปทานอาหารในร้านของเถ้าแก้เขา แต่แล้วไม่มีเงินจ่ายไม่ว่าจู่ๆ ก็วิวาทกับชาวยุทธ์ในชุดดำกลุ่มหนึ่งจนร้านเละเทะไปหมด พวกนี้คิดหนีไม่ยอมชดใช้เถ้าแก่เลยให้ตนคอยติดตามมา “ถ้าไม่ชดเชยค่าเสียหาย300ชั่ง พวกเจ้าก็ตามข้าไปที่จวนว่าการให้หลวงเขาตัดสินได้เลย!!” หลังโดนอวี้เหวินหยางคอยเถียงมิได้หยุด สุดท้ายชายผู้นั้นก็เหลืออดลั่นคำขาดออกมา
        “อาหยางอย่าเสียมารยาท ลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องรับผิดชอบ!! แล้วอาเยว่ข้าให้ลวี่อิงอู่เจ้าไว้ทำไม่ไม่รู้จักส่งข่าวมาบอกหืม??” หลิงเฮ่าเข้าไปเจรจากับอีกฝ่ายว่าตนเหมือนผู้ปกครองของเด็กทั้งสองจะขอจ่ายค่าชดเชยแทนให้เป็นเงิน 35000 ตำลึง เพราะเขาไม่ได้พกเงินชั่งมามากนัก หลังจากชายคนนั้นได้สินไหมปรับแทนก็จากไป

        “เรื่องอื่นเดี่ยวค่อยเล่า… อาหยางเจ้าไม่ควรปั่นหัวคนอื่นเล่นแบบนั้นมีแต่จะทำให้เรื่องมันแย่ลง เอาล่ะตามข้ามาก่อนจะแนะนำให้รุ้จักสหายที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้” เด็กหนุ่มทั้งสองพากันเงียบ คล้ายลอบส่งสายตาอะไรกันบางอย่างหลิงเฮ่าคิดในใจว่าแบบนี้ยังถือว่าพัฒนา อย่างน้อยกัดกับคนนอกก็ยังดีกว่ากัดกันเองละนะ เมื่อกลับมาถึงสะพานพวกหลิงนูกับจางฝูกำลังพักผ่อน เสิ่นหลิงเฮ่าดันบ่าของเด็กทั้งสองไปยังด้านหน้าสหายพลางแนะนำ

        “แม่นางผู้นี้คือจอมยุทธ์หญิงจางฝูลูกศิษย์ของหลิงผิงผิง ส่วนสตรีที่สวมหน้ากากก็คือหลี่หลิงนูเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์หญิงข้าเอง อ่ะทำความรู้จักกันไว้พวกเขาจะร่วมเดินทางไปกับเราด้วยสักระยะหนึ่ง” นักกวีหนุ่มกล่าวพลางดันทั้งสองเข้าไป
        “พี่สาวคนนั้นน่ารักจังเลย เป็นชาวนอกด่านใช่ไหมนี่ๆ ข้ามาจากนอกด่านเกมือนกัน..ชื่อก็อวี้เหวินหยาง เรียกอาหยางก็ได้นะพี่สาวจาง พี่สาวหลี่!!” อาหยางพุ่งเข้าหาจางฝูก่อนคนแรกพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนหันไปโบกไม้โบกมือให้กับหลี่หลิงนู
        ส่วนเด็กหนุ่มในชุดน้ำเงินเข้มนั้นกลับเลือกที่จะเดินไปยืนเงียบๆข้างผานซู่นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ขรึมทว่าไม่ดังไม่เบาว่า “ยินดีที่ได้รู้จักท่านจางฝู ท่านหลี่หลิงนู ข้าจูหรงเยว่ผู้ติดตามของคุณชาย...จะเรียกว่าอาเยว่ก็ได้ขอรับ”

(ทักทายกันหน่อยแล้วพักตามสบาย)

ส่งหีบค่าส่วย 35000 ตำลึง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 +77 ความหิว -28 แต้มวาสนา +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมฉางซีตี้เฟย
ปลอกแขนเฟย์อี๋
ตำราซิ่งอี้ว์
หมวกเกราะรามอนดา
ไป๋ชิงหงหม่า
หน้ากากอาร์มอร์
คัมภีร์สังคีต
แส้อิงจื่อม่าน
รองเท้าตานชูฮว่า
รูปปั้นเทพีวีนัส
ผีผานาคา
กำไลเทพีไอซิส
น้ำมันหอมชาวไอจี๋
อู้ม่านเทียนหนี่ว์
ตัวเบาขั้นสูง
คลุมวารีขั้นสูง(*)
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x150
x1
x120
x720
x100
x90
x270
x120
x60
x240
x155
x15
x300
x140
x240