กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 357|ตอบกลับ: 9

{ เส้นทางจินเฉิง - ชุมชนเกี๋ยง } หุบเขาเหยาก้วย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-12 16:09:12 |โหมดอ่าน
---

{ หุบเขาเหยาก้วย }

หุบเขาลึกลับในเมืองอู๋เว่ย รอบๆเป็นกำแพงไม้หนากั้นปิด มีป้อมสองป้อมหน้าหุบเขา
บรรยากาศน่าสะพรึงกลัว ส่วนทางเข้าสู่หุบเขาจะเข้าได้เฉพาะคนในหุบเขาเท่านั้น


{ เขียนโรลเพลย์เข้าหุบเขาที่นี่ สำหรับผู้ที่จะเข้าไปด้านในพรรคโจรทมิฬ }

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

คลังกระทู้ที่เกี่ยวข้อง:

โพสต์ 2017-8-12 18:18:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-8-19 11:26

23
                   หลินและซ่งหยางหมิงพบชายคนหนึ่งมีแผลฉกรรจ์บาดเจ็บสาหัดจากการโดนกระบี่แทงที่บริเวณทะเลทรายรอบนอกเมืองอู๋เว่ย ชายผู้นั้นขอร้องให้พวกเขาทั้งสองคนพามาส่งที่หุบเขาลึกลับแห่งนี้โดยไม่ทราบเหตุผลอะไรแม้แต่น้อย เมื่อเข้ามายังเขตหุบเขาบรรยากาศระหว่างทางนั้นดูวังเวงและน่าสะพรึงกลัวทางเข้าหุบเขาแห่งนี้มีป้อมปราการอยู่สองป้อมคาดว่าภายในนี้น่าจะมีคนพักอาศัยอยู่ที่นี่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
                    "ที่นี่คือ..." หลินพยายามอ่านป้ายอักษรที่อยู่หน้าป้อมปราการด้วยทักษะการอ่านที่น้อยนิดของตน
                    "คงจะเป็นหุบเขาเหยาก้วย รีบเข้าไปกันเถอะ!" ซ่งหยางหมิงบอก
                    "ที่นี่เข้าได้เฉพาะคนในหุบเขาเท่านั้น พวกเจ้าเป็นใคร?" ทหารเฝ้าประตูนายหนึ่งถืออาวุธออกมาขวางทางเอาไว้
                    "ช้าก่อน... พวกเขาช่วยข้าเอาไว้ ให้ข้า... พบท่านหัวหน้าทีข้ามีเรื่องต้องรีบรายงาน" ชายผู้มีบาดแผลฉกรรจ์บอกกับเหลาทหารที่เฝ้าประตูเมื่อเหล่าทหารได้ฟังจึงอนุญาตให้หลินและซ่งหยางหมิงเข้ามาได้
                    เมื่อสามารถผ่านประตูเข้ามาได้แล้วชายผู้มีแผลฉกรรจ์คนนั้นจึงได้ขอร้องให้ซ่งหยางหมิงพาเขาไปยังกระโจมที่พักอาศัยที่พักอาศัยใกล้ๆนี้ ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนมากนั้นแต่งกายด้วยชุดชาวซงหนูอยู่มากนั่นคือสิ่งที่ทำให้หลินสงสัยและรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
                    "ช่วยด้วยมีคนเจ็บ!" ซ่งหยางหมิงตะโกนบอกก่อนที่จะเข้าไปในกระโจมจึงมีคนจำนวนสองสามคนออกมารับตัวเขาเข้าไป
                    "ขอบคุณพวกท่านมาก... เดี๋ยวเราจะนำอาหารดีๆมาให้ได้โปรดรออยู่ที่นี่ก่อน..." ชายผู้มีบาดแผลฉกรรจ์บอกก่อนที่เขาจะถูกพาตัวไป
                    หลังจากนั้นชายคนนั้นจึงถูกพาตัวไปพบคนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าของเขาหลินและซ่งหยางหมิงจึงนั่งรออยู่นอกกระโจมตามที่ชายคนนั้นบอก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบแต่คนที่คาดว่าจะเป็นชาวชงหนูทั้งสิ้น
                    "ที่นี่แปลกๆว่าไหม?" ซ่งหยางหมิงเป็นผู้เปิดบทสนทนาขณะที่เงียบกันมาได้ครู่หนึ่งแล้ว
                    "เจ้าหมายถึงชาวซงหนูหรือ?" หลินตอบอย่างรู้ทันเพราะตนเองก็สงสัยมาตั้งแต่เขามายังหุบเขานี้แล้ว
                    "ข้าว่าเราควรรีบออกไปจากที่นี่เถอะ ข้ารู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่" ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า
                    "ข้าหิว" หลินบอกโดยไม่ได้ฟังที่คนข้างๆพูดเลยแม้แต่น้อย
                    "เฮ้อ.." ซ่งหยางหมิงถอนใจอย่างช่วยไม่ได้จึงต้องจำใจยืนรอตามที่ชายผู้นั้นบอกต่อไปอย่างร้อนใจ
                    ไม่นานนักก็มีหญิงสาวสวยในชุดชาวซงหนูนำอาหารเล็กๆน้อยๆออกมาให้หลินและซ่งหยางหมิง
                    "เชิญทานได้ตามสบายเลยเจ้าค่ะ" สาวสวยชาวซงหนูบอกก่อนจะเดินกลับไป
                    "เจ้าไม่กินหรือ?" หลินเอ่ยถามเมื่อเห็นสหายของตนยังไม่ได้หยิบอะไรทานเลยสักนิด
                    "เจ้ากินเถอะ ข้าไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ เดี๋ยวข้ามานะ" ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะยิ้มแห้งๆ
                    ซ่งหยางหมิงออกมาสำรวจภายในหุบเขาพบว่ารอบๆเป็นกำแพงไม้หนากั้นปิดหมดมีทางเข้าออกเพียงแค่ป้อมประตูหน้าหุบเขาเพียงเท่านั้น ถ้าหากถูกจับได้ว่าเป็นชาวฮั่นคงยากที่จะหนีออกไปเป็นแน่ ซ่งหยางหมิงคิดเล่นๆ เมื่อสำรวจจนพอใจเขาจึงกลับไปพบหลินที่กระโจมที่พักอาศัยดังเดิม







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 ชื่อเสียง +25 ความหิว -1 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 25 -1 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x4
x5
x4
x100
x10
x68
x50
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x7
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x115
x50
x40
x25
x1
x61
x5
x14
x20
x1
x1
โพสต์ 2017-8-14 00:30:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-8-19 11:27

24
                  ซ่งหยางหมิงหายไปได้สักพักเขาทิ้งให้หลินนั่งรออยู่ในกระโจมที่ทั้งสองพาชายผู้ได้รับบาดเจ็บมาส่งแต่ไม่นานซ่งหยางหมิงก็หน้าซีดเผือดกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาดูท่าจะร้อนอกร้อนใจไม่น้อยหลินจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามสหายว่าเขาไปเจออะไรมากันแน่ด้วยความสงสัย
                   "เจ้าเป็นอะไรของเจ้า?" หลินเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของซ่งหยางหมิง
                   "เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!" ซ่งหยางหมิงบอกด้วยท่าทีร้อนรนยิ่งกว่าโดนไฟรนพลางเขย่าตัวหลินรอบสองรอบ
                   "ใจเย็นก่อน เจ้าหมายความว่าอะไร?" หลินพยายามบอกให้ซ่งหยางหมิงสงบใจลงก่อนก่อนที่จะเริ่มคุยว่าเขาไปเห็นอะไรมาจึงได้แตกตื่นเช่นนี้
                   "ข้าเผลอไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ ในกระโจมหัวหน้าข้าได้ยินคนเรียกเขาว่าต่งอี้" ซ่งหยางหมิงบอก "ฟังข้านะเจ้าอาจจะยังไม่รู้ ข้าเคยได้ยินมาว่าต่งอี้คือจอมโจรพยัคฆ์ที่มีชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมในแถบซีเหลียงนี้เชียว"
                   "อย่างนี้นี่เอง..." หลินตอบเสียงเรียบท่าทางไม่ทุกร้อนอะไรเลยแม้แต่นิด "แล้วจะเอาอย่างไรต่อ?"
                   "เราคงต้องรีบหาทางออกจากที่นี่กันเสียก่อน" ซ่งหยางหมิงบอกเหงื่อแตกพลั่ก
                   "เราจะหนีไปทางไหน? หุบเขานี่มีกำแพงไม้หนากั้นปิดมิดชิดมาก" หลินกล่าวพลางครุ่นคิดไปด้วย
                   "ข้าว่าข้างหลังคงจะมีทางออกอยู่บ้างล่ะ เราไปที่นั่นกันเถอะ" ซ่งหยางหมิงแนะนำก่อนจะเป็นผู้นำทางพาหลินไป
                   ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงต้องหาทางหลบหนีออกมากันเสียก่อนแต่มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้เพราะหลังจากที่ซ่งหยางหมิงกลับมาจู่ๆก็มีคนมาเฝ้าเวรยามซะอย่างนั้นหากออกไปตอนนี้คงต้องถูกสงสัยเป็นแน่หลินจึงใช้มีดคุไนของปู่ที่นำติดตัวมาด้วยกรีดผ้าบริเวณด้านหลังกระโจมและพากันออกไปทางนั้น เมื่อออกมาดูแล้วพบว่าบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ซ่งหยางหมิงจึงนำทางไปยังด้านหลังหุบเขาแต่จังหวะนั้นเกิดมีคนเดินกลับเข้ามาซะอย่างนั้น
                   "หมอบลงเร็ว!" หลินกระซิบอย่างเบาที่สุดก่อนจะฉุดกระฉากลากถูซ่งหยางหมิงเข้าไปหลบตรงพุ่มไม้ใกล้ๆนี้เอง
                   "เจ้าได้ยินไหม? ข้าว่ามีคนอยู่แถวๆนี้นะ" ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น
                   "เจ้าหูฝาดไปเองล่ะม้างงง" ชายอีกคนกล่าวแย้งเป็นเชิงเยาะเย้ย
                   "นี่เจ้าว่าไงนะ เจ้าว่าข้าคนนี้หูฝาดงั้นรึ!?" ชายคนแรกบอกอย่างไม่สบอารมณ์
                   ระหว่างที่คนเฝ้ายามทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่นั้นเป็นโอกาสให้หลินและซ่งหยางหมิงอ้อมออกไปทางด้านข้างได้พอดิบพอดี
                   'แกร๊บ' แต่กลับโชคร้ายที่ซ่งหยางหมิงเกิดเหยียบกิ่งไม้แห้งเข้าซะก่อน
                   "เวรล่ะ..." ซ่งหยางหมิงยืนนิ่งหน้าซีดอยู่กับที่
                   "วิ่งเร็ว!" หลินกระซิบบอกซ่งหยางหมิงก่อนจะลากเขาวิ่งหนีไปทางด้านหลังหุบเขาอย่างรวดเร็วโชคช่วยที่ทหารสองคนนั้นทะเลาะกันเสียงดังจนไม่ได้สังเกตสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้น
                   เมื่อหลินและซ่งหยางหมิงรอดพ้นมาจากเวรยามเจ้ากรรมต่างทั้งสองต่างก็เหนื่อยหอบกันไม่น้อยจึงตัดสินใจพักกันให้หายเหนื่อยก่อนสักครู่แล้วจึงค่อยหาทางหนีทีไล่กันต่อไป หลังจากที่หายเหนื่อยแล้วจึงค่อยๆเดินหลบเลี่ยงกันไปยังด้านหลังหุบเขาลึกแต่พอเดินมาได้สักพักกลับได้ยินเสียงอะไรบางอย่างน่าสงสัยเข้า
                   "หลินเจ้าได้ยินอะไรไหม?" ซ่งหยางหมิงพูดกระซิบบอก
                   "หืม.. ไม่เห็นมีอะไรเลย" หลินบอกก่อนจะย่างเท้าเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจอะไร
                   "ฟังดีๆสิ" ซ่งหยางหมิงดึงตัวหลินกลับมาเป็นเชิงบอกให้หยุดก่อนที่จะบอกให้หลินเงี่ยหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ "ชู่วว ฟังนั่นสิ"
                   'อื้อ อื้ออออ!!' เสียงค่อยข้างอู้อี้แถมยังแผ่วเบาไม่แปลกที่จะไม่ได้ยินหากไม่ตั้งใจฟัง
                   "อืม ข้าได้ยิน" หลินตอบเสียงเรียบ
                   "ไปดูกันเถอะ" ซ่งหยางหมิงบอกพร้อมกับลากหลินไปตามเสียงโดยไม่คิดจะฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยหลินจึงได้แต่ถอนใจเบาๆแล้วตามไปเท่านั้น
                   ระหว่างทางมีเวรยามอยู่ประปรายดูท่าว่าพวกเขาจะไม่ใส่ใจดูแลต้นทางให้ดีนักหลินและซ่งหยางหมิงจึงผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ทั้งสองคนเดินย่องมาเรื่อยๆจนพบกับกระโจมแห่งหนึ่งเข้าเสียงอู้อี้ที่ได้ยินตอนนี้เงียบไปแล้ว อีกทั้งข้างหน้ายังมีคนเฝ้าอยู่ถึงสองคนอีกต่างหากหลินและซ่งหยางหมิงจึงได้ปรึกษาหารือกันก่อนจะหาหนทางต่อไป
                   "เอาอย่างไรต่อดี พวกนี้ไม่มีท่าว่าจะไปไหนเลยนะ" หลินบอกอย่างเรียบเฉย
                   "ข้าพอจะนึกออกแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปอยู่ที่พุ่มไม้ไกลๆโน้นแล้วตะโกนล่อคนพวกนั้นให้ไปหาจากนั้นเจ้าก็ฉวยโอกาสเข้าไปข้างในเลยนะ" ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะตบไหลหลินสองสามทีเป็นเชิงบอกว่าสู้ๆแล้วเขาจึงวิ่งออกไปล่อเวรยามพวกนั้น
                   "เฮ้!! ตรงนี้มีอะไรบางอย่างมาดูเร็วเข้า!" ซ่งหยางหมิงออกมา
ตะโกน
ล่อตามแผนจากนั้นจึงค่อยหาทางไปเจอกันที่กระโจมซึ่งปรากฏว่าแผนสำเร็จไปได้ด้วยดีหลินจึงฉวยโอกาสนี้เข้าไปในกระโจมแห่งนั้นและได้พบกับหญิงสาวนางหนึ่งถูกมัดแขนขานอนหมดแรงอยู่ภายในนั้นหลินจึงรีบเข้าไปช่วยแก้มัดให้กับนางโดยเร็ว
                   "เจ้าเป็นใครกันทำไมถึงอยู่ในสภาพนี้?" หลินเอ่ยถามหลังจากที่แก้มัดเชือกออกหมดแล้ว
                   "ข้าชื่อ หานเยว่ฉาน ระหว่างที่ข้าออกไปซื้อของให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมก็ถูกโจรป่าพวกนี้รวบตัวเข้า" หานเยว่ฉานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว
                   "อย่างนี้นี่เอง ไว้ค่อยคุยกันตอนนี้เรารีบหนีกันก่อนเถอะ" หลินบอกก่อนจะพาสตรีนามว่าหานเยว่ฉานหลบหนีออกไปทางด้านหลังของกระโจมประจวบเหมาะกับที่ซ่งหยางหมิงกลับเข้ามาสมทบพอดีทั้งสามคนจึงพากันหนีออกไปทางด้านหลังหุบเขาลึก

                    หลินและซ่งหยางหมิงได้พาหญิงสาวนามว่า
หานเยว่ฉานหลบหนีจากพวกโจรป่ามาด้วยกัน ทั้งสามคนค่อยๆเดินลัดเลาะไปตามทางแคบด้านหลังหุบเขาทว่าโชคไม่ดีที่คนพวกนั้นรู้ตัวเข้าแล้วว่าหานเยว่ฉานได้หายตัวไปจึงได้กระจายกำลังไล่ตามทั้งสามคนมาติดๆ เมื่อเห็นดังนั้นหลิน ซ่งหยางหมิง และหานเยว่ฉานจึงต้องพากันวิ่งหนีตายจากพวกเวรยามกันอย่างสุดชีวิต ทั้งสามคนพากันวิ่งมาจนสุดถึงทางตันถ้าหากเป็นเช่นนี้คงไม่รอดเป็นแน่ต้องรีบหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาตัวรอดโดยไวเข้าแล้ว
                     "ตรงนั้นมีทางอยู่" ทันใดนั้นเองซ่งหยางหมิงได้สังเกตเห็นรูรั้วขนาดเท่าตัวคนสามารถมุดคลานออกไปได้พอดิบพอดี "รีบออกไปทางนั้นก่อนที่พวกคนนั้นจะมาทันเร็วเข้า!" เขาบอก
หลังจากนั้นหลิน ซ่งหยางหมิง และหานเยว่ฉานจึงรีบคลานหลบหนีไปทางรูรั้วนั่นก่อนที่คนพวกนั้นจะมาถึง





                  


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 ชื่อเสียง +25 ความหิว -7 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 25 -7 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x1
x4
x5
x4
x100
x10
x68
x50
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x7
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x115
x50
x40
x25
x1
x61
x5
x14
x20
x1
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483556

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-1-1 00:01:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-13 13:28

PART CCCIII


     หลังจากที่ทั้งสองออกเดินทางกันมาในช่วงสายของวัน ตามกำหนดการก็ใกล้จะเข้าเขตของเมืองอู๋เว่ยแล้ว แม้จะควบม้าออกมาไกลจากจุดพักแรมมากเท่าไร แต่ดูเหมือนหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลอยู่ดี
     เทียนเหมินและอินจีควบม้ามาไกลหลายร้อยลี้ก็ยังไม่ถึงอู๋เว่ย นึกคิดในใจว่าเส้นทางจะทอดยาวไปจนถึงเมื่อไรกันนะ หรือว่าพวกเขาหลงทางในทะเลทรายจนมากันผิดทาง ตอนนี้เบื้องหน้าเจอก็เพียงแค่หุบเขาสูงตระหง่านตั้งขวางอยู่กลางทะเลทรายเท่านั้น
    "พ่อค้าซูหยุดก่อน" อินจีตะโกนไล่หลังมาก่อนจะชะลอม้าลงเมื่อเขาใกล้หุบเขา
    "หะ อะไร?" เทียนเหมินรีบดึงม้ากลับทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว เขาหันไปมองทางอินจีที่บอกให้ตนหยุดเอาดื้อๆ
    "ข้างหน้าคือหุบเขาเหยาก้วย แปลว่าเรามาถูกทางแล้ว" แม้จะบอกว่าถูกทางแต่คนในชุดทหารกลับทำสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
     "ถูกแล้วก็ดีสิ งั้นรีบเดินทางกันต่อ นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว" พูดจบชายหนุ่มก็กระชับบังเหียนม้าเตรียมจะให้มันเดินทางต่อ
     "เดี๋ยวก่อนสิ อย่าเพิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไป หุบเขาที่ตั้งอยู่ในเขตแดนทะเลทรายที่ข้าได้ยินก็คือหุบเขาเหยาก้วย แหล่งกบดานของพรรคโจรทมิฬ"
     "!!!" ได้ยินเพียงเท่านั้นเทียนเหมินก็ชะงักเข่าที่จะกระทุ้งให้ม้าวิ่งต่อทันที "อ่า... งี้รีบควบผ่านไปเลยดีไหม?"
     "ข้าเพิ่งจะบอกไปเองนะว่าอย่าเพิ่งทะเล่อทะล่า เกิดควบม้าไปเจอพวกโจรดักกลางทางจะทำอย่างไรเล่า" หญิงสาวในคราบบุรุษยู่หน้า "สังเกตการณ์สักพักก่อน ดูว่าพวกโจรลาดตระเวนไปทางไหน เราจะได้ไม่ต้องปะทะพวกมัน"
    "งั้นสินะ... อืม เอางั้นก็ได้" เทียนเหมินขมวดคิ้วคิด แม้ว่าเขาอาจจะสู้พวกลูกกระจ๊อกได้ แต่ถ้าพวกมันเรียกพวกแห่กันมาเป็นร้อยๆ คงสู้ไม่ไหว "งั้นหาที่ซุ่มก่อน... ตรงนั้นดีไหม?" เขาชี้มือไปทางเสาหินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากเส้นทางผ่านหน้าเขาเหยาก้วยและเป็นทางมุ่งสู่เมืองอู๋เว่ย
     "ดีเลย ตรงนั้นแหล่ะ" อินจียิ้มออกมาก่อนจะค่อยๆ บังคับม้าขาวของตัวเองนำไปดักซุ่มยังเสาหินต้นนั้น โดยมีพ่อค้าซูเทียนเหมินขี่ม้าขาวตามไป
     คล้อยหลังเพียงไม่กี่นาทีโจรทะเลทรายก็ลาดตระเวนผ่าน แถมยังมากันหลายคนเสียด้วย หากตอนนั้นทะเล่อทะล่าควบม้าออกไปก่อนจริงคงไม่พ้นมีการปะทะเป็นแน่แท้ เทียนเหมินและอินจีที่มองดูเงียบๆ ต่างเงียบกริบจนโจรชุดแรกเดินผ่านไป
    "มันไปแล้วสินะ... งั้นไปกัน" เทียนเหมินเอ่ยเสียงเบาทำท่าว่าจะควบม้ามุ่งหน้าไปอีกหน
     "เดี๋ยวก่อน ขอข้าดูก่อนว่ารอบต่อไปที่พวกมันจะเดินมาคือเมื่อไร" ทหารปลอมบอกอย่างใจเย็น เมื่ออยู่ถ้ำโจรจำเป็นจะต้องทำทุกสิ่งอย่างรอบคอบและรัดกุมมากที่สุด
     "หะ... แล้วถ้ารอบต่อไปอีกชั่วยามสองชั่วยามล่ะ?" เทียนเหมินทำสีหน้าฉงน หากรอนานจนถึงขนาดนั้นก็คงไม่ไหว
     "ถึงนานก็ต้องรอดูแหล่ะ เจ้าคงไม่อยากมีเรื่องกับพวกมันแล้วไปไม่ถึงอู๋เว่ยหรอกใช่ไหม?"
     "ชิ.. ก็ใช่" ชายหนุ่มเดาะลิ้นอย่างขัดใจแต่ก็จำยอม "ก็ได้ฟะ ถ้านานมากก็นอนมันตรงนี้เนี่ยแหล่ะ" เขากระโดดลงมาจากม้าแล้วนั่งลงกับพื้นทราย
    "เอาน่า เชื่อข้าเถอะพ่อค้าซู" อินจียิ้มบอก นางพอจะรู้เรื่องการเดินเวรยามของโจรทมิฬเหลียงโจวมาบ้างจากสหายหม่าหยุนเทียน แต่ทว่าการจัดเสรยามอาจมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ได้ทุกเมื่อดังนั้นนางจึงอยากจะสังเกตการณ์ให้มากกว่านี้
     เทียนเหมินขยับก้นไปเล็กน้อยก็รู้สึกว่าตนกำลังนั่งทับอะไรบางอย่างที่แข็งๆ ทีแรกคิดว่าเป็นก้อนหินที่ฝังอยู่ในทรายแต่ทว่าเมื่อลองเอามือปัดๆ คลำๆ ก็พบว่าไม่ใช่ มันคือหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวห้าเซี้ยะ
     "อะไรน่ะ?" อินจีละสายตาจากการจับจ้องไปยังโจร
     "หีบ เหมือนมีคนเอามาฝังไว้เลย" เทียนเหมินปัดทรายออกจากหีบใบนั้นออกจนสามารถเปิดผาได้ มันไม่ได้ถูกลงกุญแจเอาไว้ บางทีคนที่ฝังมันคงจะรีบมากหรือไม่ก็ต้องการที่จะซ่อนจากโจร และเมื่อเปิดหีบออกเขาก็พบกับง้าวมรกตกับอัญมณีสีฟ้าจำนวนมาก พร้อมจดหมายใบหนึ่งที่เขียนข้อความสั้นๆ ว่า "เอาไปใช้ได้ตามสบาย.... หา?"
     "อะไรกันนั่นข้อความนั้น..." อินจีขมวดคิ้วสงสัย เขียนบอกว่าให้เอาไปใช้ได้ตามสบายนี่มัน... ผู้เขียนต้องการเขียนถึงใคร หรือว่าเป็นหีบอาวุธและอุปกรณ์เสริมก่อนที่ผู้กล้าจะตะลุยปราบโจรกันแน่ "คงไม่ใช่กับดักนะ?"
     "เอ่อ... ไม่รู้แฮะ" เทียนเหมินลองดมกลิ่นที่ปลายง้าว ไม่มีกลิ่นฉุนของยาพิษเคลือบเอาไว้ ลองหยิบจับสำรวจทุกส่วนก็ไม่พบตำหนิหรือร่องรอยใดๆ ว่าใครเป็นเจ้าของ "แต่บอกว่าให้ก็... ขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดี" พูดจบชายหนุ่มก็ทำการโกยอัญมณีแห่งสายชลลงกระเป๋าและสะพายง้าวมรกตไว้กลางหลัง ในยามนี้เขาดูไม่ต่างอะไรจากคลังแสงเคลื่อนที่นัก จนอินจีต้องส่ายหน้า..

     อีกเพียงแค่สิบห้านาทีกองลาดตระเวนของกลุ่มโจรทะเลทรายก็ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยอีกรอบ ในเส้นทางเดิม จำนวนคนเท่าเดิม ตอนนี้รู้แล้วว่าพวกมันจะเดินลาดตระเวนทุกๆ สิบห้านาทีโดยเดินวนทวนเข็มนาฬิกา
    "เอาล่ะ ตอนนี้ข้ามองพวกมันออกแล้ว ตอนนี้เราเดินทางกันต่อได้แล้วล่ะพ่อค้าซู พวกมันจะเดินมาถึงจุดเดิม ทุกๆ สิบหน้านาที แต่ว่าพวกเรามุ่งหน้าสวนมันไปเพราะฉะนั้นจะมีเวลาเดินทางต่อแค่ห้าถึงสิบนาทีแล้วต้องรีบหาที่หลบต่อ"
     "อาฮะ งั้นรีบไปกัน" เทียนเหมินพยักหน้าแล้วเหยียบบังโกนเหวี่ยงตัวขึ้นมาอย่างชำนาญแม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าไม่คุ้นเคยกับม้านักก็ตาม
     ทั้งสองรีบควบม้าออกไปหลังจากที่กลุ่มโจรเดินคล้อยหลังไปไม่นาน พร้อมกับใช้โขดหินบ้าง เสาหินบ้าง เนินทรายบ้างเป็นเครื่องกำบังกาย และหยุดทุกๆ สิบนาทีเพื่อให้โจรทะเลทรายเดินผ่านไป
     ตลอดเวลาที่ลัดเลาะไปตามหินตามทรายนั้นสร้างความลุ้นระทึกตลอดทุกวินาที ในใจภาวนาขอให้หลุดพ้นออกไปจากเขาเหยาก้วยเร็วๆ เสียทีเถอะ
     การหลบเลี่ยงออกจากเขาเหยาก้วยกินเวลาไปกว่าชั่วยาม ตัวหุบเขาไม่ได้ใหญ่มากไปกว่าการที่จะต้องคอยหลบหลีกโจรลาดตระเวนทุกๆ สิบหรือสิบหน้านาที ซึ่งบางรอบก็เกือบจะปะทะกับโจรเสียก่อนเพราะควบม้ามาเร็วไป หรือบางรอบก็หยุดรอโจรผ่านมาตามเวลาที่กะประมาณเอาไว้แต่โจรก็ไม่ยอมผ่านมาเสียที
     แต่ในที่สุดทั้งสองก็ขยับออกมาจากหุบเขาจนเห็นปากทางออกทั้งสองถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะความกดดันใกล้จะทุเลาลงเสียทีหากว่าออกจากเขาเหยาก้วยไปได้แล้ว ทว่าถอนหายใจออกมายังไม่ทันสุดปอดทั้งเทียนเหมินและอินจีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากพร้อมทั้งรถเกวียนคล้ายกับกองคาราวานสินค้า แต่ว่าพ่อค้าที่ไหนจะบ้าใช้เส้นทางอันตรายเช่นนี้กันเล่า หากเป็นพ่อค้ามือใหม่ไม่ชำนาญเส้นทางหลงเข้ามาในรังโจรคงมีแต่ตายกับตาย
     "เฮ้!" เสียงกู่ร้องเหมือนดีใจดังกระหึ่ม เห็นทีคงไม่ใช่ขบวนคาราวานพ่อค้าเส้นทางสายไหมเสียแล้ว และยิ่งขบวนรถม้าเข้ามาใกล้เท่าไรก็ยิ่งเห็นว่าฝ่ายตรงกันข้ามเป็นโจรหกคนร่างกายกำยำล่ำสัน ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยสักดูสกปรกและน่ากลัว คุมเกวียนสมบัติที่ปล้นมาได้เต็มคันเกวียน
     "!?!" เทียนเหมินและอินจีต่างดึงบังเหียนม้าขึ้นพร้อมๆ กันเพื่อหยุดม้าสองตัวไว้ ต้องรีบหาที่หลบโดยด่วน!
     "เฮ้ย! มีผู้บุกรุก!" แต่ไม่ทันการ พวกโจรได้สังเกตเห็นผู้บุกรุกเข้าแล้ว คนคุมขบวนสมบัติตะโกนเตรียมให้พรรคพวกที่เหลือเตรียมการประจันหน้า และยิ่งอินจีสวมชุดเครื่องแบบทหารฮั่นเสียด้วยคงยากที่จะแก้ตัวว่าเป็นโจรใหม่เพิ่งสมัครเข้าพรรคโจรทมิฬ
    "ชิ! ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นไม่ต้องหลบแล้ว พุ่งชนมันเลย!" เทียนเหมินเองก็ไม่ยอมแพ้ประกาศกร้าวออกไปทันที ใช้กระบี่สัประยุทธ์บนหลังม้าคงไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ ไหนๆ เขาก็ได้เพิ่งได้ง้าวเล่มใหม่มาจากเสาหิน มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่เหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ มือแกร่งละมือข้างหนึ่งออกจากบังเหียนคุมม้าพร้อมกับชักง้าวมรกตที่กลางหลังออกมา แล้วพุ่งปลายคมง้าวไปยังศัตรูที่พุ่งเข้ามาหา
     "ไม่มีทางเลือกจริงๆ ด้วยสินะ..." อินจีพรูลมหายใจออกมายาว นางเคยฝึกวรยุทธ์ เพลงดาบ และกำลังภายในมาบ้างแต่ยังไม่เคยต้องใช้มันฟาดฟันกับใครจริงๆ หากเลือกได้นางก็ไม่อยากจะทำ แต่ถ้าเพื่อป้องกันตัวล่ะก็คงจำเป็นจะต้องชักกระบี่ออกมา



(กดเล่นเพื่ออรรถรสในการอ่านโรลเพลย์)

"อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ เย้!
อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ เย้!
เจอกับท่าน!"

    "หะ เสียงนั้นมัน!?!" ดวงตาสีครามเบิกโพลงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียแหบพร่าขับกล่อมที่ออกจะหนวกหูที่คุ้นเคย เมื่อแหง่นหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็เห็นร่างนกแก้วสีเขียวกางปีกสยายโบยบินขนานไปกับผืนทราย นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้เจอกับเจ้านกเขียว 'ลวี่อิงอู่' คราแรกเขาคิดว่ามันไม่ได้ตามมาที่เหลียงโจวเสียอีก แต่ไฉนเลยมันถึงมาได้เล่า หรือว่าถิงเอ๋อห์เป็นคนที่ส่งมันมาหากันแน่นะ?
    "เสียงอะไรน่ะ?" คนในชุดเกราะผวาเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องเพลงแสบแก้วหูที่ทำลายโสติประสาทสุดๆ และช่างไม่รู้กาลาเทศะเอาเสียเลย... 'เอะ... หรือว่าจะถูกกาละเทศะแล้ว?' ดวงตาสีรัตติกาลปริบมองนกแก้วสีเขียวที่จู่ๆ ก็ปรากฏกายออกมาจากที่ไหนไม่ทราบสาเหตุ "นกของเจ้าหรือพ่อค้าซู?"
     "มาก็ดีแล้ว จัดการมันเลยลวี่อิงอู่ ข้าเลือกเจ้า!" ชายหนุ่มชี้ปลายง้าวไปด้านหน้าอีกครั้งเป็นสัญญาณบุกเมื่อตะบันควบม้าเข้าหาศัตรู
    "แกว๊ก!" เจ้านกแก้วเขียวร้องเสียงดังปลุกใจก่อนที่จะ กระพือปีกบินตรงไปด้านหน้าพร้อมเตรียมการจู่โจมทางอากาศ

"อุปสรรคมากมายที่ผ่านเข้ามา แม้จะเหนื่อย
ข้าจะปัดมันไปด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้
ลมจะแรงเส้นทางจะชันแค่ไหน ข้าจะฝ่า
มุ่งไปสู่คำหนึ่งว่ารักท่าน"

     ร่างของเจ้านกเขียวสั่นสะท้านก่อนถึงเป้าหมาย และเมื่อตรงกับเป้าที่เล็งเอาไว้มันก็...
     .
     .
     .

แพร่ด!

     มูลนกแก้วสีขาวสุขภาพดีโปรยปรายราวกับสายฝนใส่ไปยังกบาลสังกะตังที่ไม่ได้สระข้ามปีของโจรป่าเลื่องชื่อ และยิ่งกระแสลมที่พัดมาอย่างพอดิบพอดียิ่งสาดกระจายขี้นกแก่เหล่าโจรทั้งหกได้อย่างทั่วถึง

"สิ่งที่ค้างคาในใจ... เก็บไว้มันก็เท่านั้น...
จงซื่อตรงกับความรู้สึกข้า
ที่ตั้งใจจะบอก บอกความจริงที่อยู่ในใจ
ให้ท่านฟัง"

     "เฮ้ย! ไอ้นกเวร!!" เหล่าโจรทมิฬร้องเสียงหลงต่างคนก็ต่างเสียสมาธิไปกับการปัดมูลนกไปจากหน้าตาและเสื้อผ้า ซึ่งบางคนที่โชคร้ายถูกมูลปลิวเข้าตาจนแสบถึงกับกลิ้งหงายตกม้าไป
     โจรบางคนที่ตั้งสติได้เงื้อดาบโค้งขึ้นฟาดฟันเจ้านกเขียวแต่ทว่าลวี่อิงอู่เชิดหัวขึ้นแล้วบินขึ้นที่สูงได้อย่างชำนาญการ มันบินวกกลับมาเตรียมจะทิ้งระเบิดอีกครั้งท่าทางการต่อสู้ครานี้จะทำให้มันสบายตัวโล่งท้องไปเป็นวันๆ

"ถ้าหัวใจบอกมา แล้วจะห้ามมันไว้ทำไม
ขอแค่พูดออกไป ให้ตัวท่านนั้นได้รับรู้
ถ้าหัวใจบอกมา แล้วห้ามมันเอาไว้ไม่ได้
พูดความจริงออกไป ให้หัวใจท่านได้รับรู้"

    "เอ่อ... พ่อค้าซู นกเจ้าท้องเสียรึ?" อินจีเอ่ยถามอย่างตกตะลึงเมื่อมองภาพความหายนะเบื้องหน้า จะหัวเราะก็ไม่ออกแต่จะเครียดก็ไม่ไหวความรู้สึกกำกึ่งทรมาณจนชวนมวลท้องตาม
     "ให้ตายสิ... แบบนี้มันไม่เท่เอาซะเลย" มือแกร่งยกขึ้นลูบหน้า เขานึกว่าเจ้านกแก้วเขียวจะโจมตีศัตรูแบบเท่ๆ ด้วยการบินไปจิกทึ้งดุจพยาเหยี่ยว แต่ที่ไหนได้... "ช่างเถอะ ตอนนี้รีบหาช่องว่างหนีดีกว่า" ดวงตาสีครามหรี่มองไปยังเบื้องหน้าเพื่อหามุมหลบหนี ตอนนี้โจรทั้งหกกำลังทะเลาะกับนกเกรียนโดยลืมสนใจทั้งสองไปเสียสนิท
    "ตรงนั้น!" เทียนเหมินชี้คมง้าวไปยังจุดที่โจรตกม้ากลิ้งพล่านกับพื้นทราย มันน่าจะกว้างพอที่ทั้งสองจะหลบหนีได้ "ไปเลย!!" พูดจบเขาก็ควบเจ้ากิเลนมุ่งฝ่าด่านโจรทมิฬไปทันที
    "อื้อ!!!" อินจีพยักหน้ารับคำเสียงหนักแน่นก่อนที่จะควบม้าตามไป

"อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ เย้!
อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ เย้!
เจอกับท่าน!"

     "เฮ้ย! พวกมันกำลังจะหนีไปแล้ว!!" หนึ่งในโจรที่รู้ตัวว่าติดแผนล่อเป้ารีบบอกพรรคพวกทันที
     แต่หนทางหนีรอดจากตรงนี้มีเพียงแค่ช่องทางเดียว เทียนเหมินตั้งง้าวมรกตคมกริบขึ้นแล้วตวัดฉับบั่นคอโจรที่เงื้อดาบฟันสนรวดเดียว โลหิตสีแดงฉานสาดกระจายไปบนผืนทราย

"ทางจะชันมากมายยากสักแค่ไหน ก็มีทาง
ซัดเข้าไปให้วิ่งต่อไปให้ถึงจุดหมาย
อุปสรรคที่มีก็ฝ่ามันไป แม้หยาดเหงื่อ
ที่ร่วงลงข้าจะไม่ท้อใจ"

     "อึก!" เรียวคิ้วงามของสุภาพสตรีในคราบบุรุษขมวดกึกเมื่อเห็นภาพชวนสยองขวัญตรงหน้าในระยะเผาขน อินจีต้องเอี้ยวตัวหลบหัวโจรป่าผู้โชคร้ายที่กระเด็นออกจากบ่า แต่ยากที่จะหลบฝอยเลือดที่สาดใส่เสื้อผ้าชุดทหารจนเพิ่มสีแดงจัดกว่าเดิม หญิงสาวรีบตั้งสติให้มั่นแล้วคุมม้าวิ่งตามเทียนเหมินที่เปิดทางนำหน้า
     "ตามมันไป!!" เสียงโห่ร้องของโจรเหลียงโจวเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเมื่อเห็นสหายมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา เพราะว่าพวกปิดหูปิดตาทหารและเจ้าเมืองแถบนี้ได้หมดแล้ว ศพนี้จึงอาจจะเป็นศพสหารโจรศพแรกในรอบสี่ห้าปีที่ถูกสังหาร

"เก็บซ่อนมันไว้ทำไม... ก็พูดให้ตรงใจเท่านั้น
จงซื่อตรงกับความรู้สึกข้า
ที่ตั้งใจจะบอกบอกความจริงที่อยู่ในใจ ให้ท่านฟัง"

     โจรทั้งสี่รีบควบม้าตามผู้บุกรุกทั้งสองไปทันที มีเพียงโจรที่ขี้นกเข้าตากับศพโจรหัวขาดที่ถูกทิ้งเอาไว้กลางทาง...
    "ชิ! ไอ้พวกนี้ตื้อไม่เลิก" เทียนเหมินหันไปมองเห็นศัตรูทั้งสี่คนตามมา ก็ยิ่งควบเจ้ากิเลนวิ่งเต็มกำลังเท่าที่มันจะสามารถวิ่งไปตะลุยไปเบื้องหน้า อีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงทางออกของหุบเขาแล้ว มีแต่ต้องควบม้าออกไปและทิ้งโจรเหล่านั้นให้หลุด
     ทั้งคนทั้งม้าต่างกัดฟันกรอดอย่างเคร่งเครียดไม่แพ้กัน มีเพียงแค่นกแก้วเขียวที่บินถลาแล่นลมพร้อมร้องเพลงประกอบอย่างสุขใจหลังถ่ายท้อง

"ท่านสำคัญกว่าใครข้าต้องบอกรักท่านให้ได้
พูดความจริงออกไปแม้เสียใจก็ไม่เป็นไร
ท่านสำคัญกว่าใคร ถ้าไม่พูดมันก็ไม่ได้
พูดความจริงจากใจ ขอให้ท่านนั้นได้รับรู้"


     "ใกล้... ใกล้จะถึงชุมชนชาวเกี๊ยงแล้ว!" อินจีเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระชั้นด้วยแรงส่งของม้าและอาการเกร็งจากการหลบหนียิ่งทำให้ตัวใจเต้นแรง
     "โอ้! งั้นรีบปั่นไปให้ถึงกัน!!" เทียนเหมินพูดตอบอาการเขาฟังดูอ่อนล้าน้อยกว่าอาจด้วยเป็นบุรุษสุขภาพแข็งแรง ขนาดบาดเจ็บสาหัสมายังสามารถฟื้นตัวได้เพียงชั่วแค่ข้ามคืน   

"ถ้าหัวใจบอกมา แล้วจะห้ามมันไว้ทำไม
ขอแค่พูดออกไป ให้ตัวท่านนั้นได้รับรู้
ถ้าหัวใจบอกมา แล้วห้ามมันเอาไว้ไม่ได้
พูดความจริงออกไป ให้หัวใจท่านได้รับรู้"

     ทั้งสองยังคงไม่ลดความเร็วลง อีกนิดก็จะถึงที่หมายไม่อยากให้พลาดท่าเสียตอนนี้จนพลาดภารกิจสำคัญไปเสียก่อน
     หญิงสาวในคราบบุรุษแหงนหน้ามองนกแก้วเขียวที่บินพับๆ พร้อมทั้งร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี แม้สถานการณ์จะยังไม่คลี่คลายไปเสียทั้งหมดแต่ตอนนี้ก็พอจะยิ้มออกได้แล้ว ชีวิตที่ใฝ่ฝันคือการใช้ชีวิตโลดแล่นไปในยุทธจักร แม้จะมีวรยุทธ์เหนือกว่าแต่นางยังเรียกว่าใหม่นักเมื่อเทียบชั้นกันกับชายหนุ่มที่หนีตามกันมา
     หากว่านางเลือกที่จะเดินเส้นทางนี้ต่อไปคงต้องเผชิญกับภยันตรายได้ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ 'อินลี่ฮัว' ได้ทำใจเอาไว้แล้ว
     ดวงตาสีรัตติกาลหันกลับไปมองยังด้านหลัง ดูเหมือนว่าจะทิ้งห่างจากโจรป่าชงหนูได้เรียบร้อยแล้ว แต่ทันใดนั่นเอง "!?!"

"ล้าลาลาล่าลา ล้าล้าลาล้าลาลาล่า
ล้าลาลาล่าลา ล้าล้าลาล้าล่าลาล้า"

    "ระวัง!!" เสียงหวานตะโกนลั่น ทำให้เทียนเหมินที่ควบม้านำหน้าเยื้องไปเล็กน้อยรีบหันกลับมามองตาม
    "!?!" แต่สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือร่างของอินจีกระโดดมาตะครุบตัวเขาเอาไว้จากอะไรบางอย่างที่พุ่งมาหาด้วยความเร็วสูง

ฉึก!

     เสียงของมีคมชำแรกผ่านเนื้อ ร่างของอินจีกระตุกเล็กน้อยก่อนที่จะโถมทันเทียนเหมิน จึงทำให้ทั้งสองพลัดตกจากม้าแล้วกลิ้งลงไปตามเนินทราย

"ล้าลาลาล่าลา ล้าล้าลาล้าลาลาล่า
ล้าลาลาล่าลา ล้าล้าลาล้าล่าลาล้า

อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ เย้!
อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ อยากจะได้พบ เย้!
เจอกับท---..."

กุบๆๆๆๆ

     ฝีเท้ามาและเสียงนกแก้วไกลห่างออกไป ออกไป... ออกไป.... จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก เหล่าสัตว์เลี้ยงคงยังไม่รู้ตัวว่าเจ้านายของพวกมันได้ตกลงหลังม้าแล้วกลิ้งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้....



แสดงความคิดเห็น

ได้รับหีบ50ชั่ง2ใบ...กล่องข้าว2กล่องตกมาจากฟ้า  โพสต์ 2018-1-1 00:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +600 ความหิว -32 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 600 -32 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

19

กระทู้

601

โพสต์

39หมื่น

เครดิต

หื้ม?

เงินชั่ง
59034
เงินตำลึง
1173920
ชื่อเสียง
143798
ความหิว
954
คุณธรรม
348
ความชั่ว
313
ความโหด
755
เสียวโฉ่วอวี๋
ระดับ 1

โจว เจ๋อข่าย

"ข้างดงามแล้วหรือยัง"
pet
โพสต์ 2018-9-23 12:33:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ ครอบครัวของเขา 5 ]

      เส้าเทียนควบฮั่นเสียทองมาที่หุบเขาเหยาก้วย เป็นทางผ่านจึงทำเป็นต้องผ่านเส้นทางนี้ ร่างสูงขมวดคิ้วเพียงชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจ เป็นเส้นทางที่ควรจะหลีกเลี่ยงเพราะไม่แน่อาจจะเจอเหล่าโจรพรรคทมิฬก็เป็นได้ อันที่เขาก็อยากจะทำอะไรตามใจตัวเองก็แค่นั้น จะเดินทางเสี่ยงอันตรายก็เพิ่มสีสันให้กับชีวิต

      “เมื่อคืนที่พวกเรานอนกันที่ศาลเจ้าร้าง ข้าฝันแปลกๆด้วยหละ” เจ๋อข่ายเอ่ยขึ้น ก่อนจะเริ่มเล่าความฝันที่ตัวเองได้พบเจอมา “ข้าฝันเห็นผีเสื้อสีแดงกับสีน้ำเงิน บินเคียงคู่กัน สักพักผีเสื้อสองตัวนั้นก็กลายเป็นสตรีและบุรุษ” ร่างระหงพยายามนึกคิดสิ่งที่ตัวเองจำได้ในความฝันเมื่อคืนนี้ “จากนั้นก็มีผู้คนมากมายทำสงครามต่อสู้แย่งชิงสตรีคนนั้น ข้าจำใบหน้าของนางไม่ได้แต่คงจะสวยน่าดูถึงทำให้ผู้คนทำสงครามแย่งชิง ส่วนบุรุษคนนั้นก็ต่อสู้กับเหล่าคนที่จะแย่งนาง จนสุดท้ายบุรุษผู้นั้นก็ถูกรุมฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด”

      “....” เส้าเทียนขมวดคิ้วเป็นปมหลังจากฟังเรื่องราวความฝันของเจ๋อข่ายจบ “สุดท้ายบุรุษผู้นั้นก็ถูกรุมฆ่าตายเพียงเพราะสตรีนางเดียว?”

      “....” เด็กหนุ่มร่างโปร่งฟังเรื่องที่ราวด้วยใบหน้าครุ่นคิด แต่ริมฝีปากหนาก็ไม่ได้เอ่ยถามคำถามใดๆ

      “อือ…  ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันแค่สตรีนางเดียวทำไมต้องแย่งชิงอะไรกันขนาดนั้น หรือเพราะข้าคิดมากเกินไปคิดเรื่องนู่นเรื่องนี้ จนเก็บไปฝันเพ้อเจ้อ”

      “เดี๋ยวนี้ด่าตัวเองก็เป็น หึ..” เส้าเทียนหัวเราะเบาๆ ที่ร่างระหงด่าตัวเองว่าเพ้อเจ้อ สงสัยสหายของเขาจะเป็นเอามาแล้วหละ

      “ไม่ได้ด่าตัวเองซะหน่อย แค่พูดเปรียบเปรยเฉยๆอ่ะ เข้าใจคำว่าเปรียบเปรยไหม ชิชะ” ใบหน้างดงามมีอาการหน้างอเล็กน้อย พร้อมกับกอดอก “ใครรจะเหมือนเจ้าหละเส้าเทียน พ่อคนแข็งแกร่ง” เจ๋อข่ายพูดประชดประชันสหายของตน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เซราฟหรือเซเรฟ?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
กุหลาบสีทอง
ปราณทานตะวัน
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x1010
x4
x34
x31
x33
x38
x2
x50
x2
x1095
x2698
x1
x9999
x1
x1
x154
x37
x1315
x8
x250
x15
x10
x121
x7
x11
x132
x11
x4
x1
x10
x242
x176
x2
x210
x3
x2
x216
x17
x24
x88
x13
x4
x390
x15
x6
x35
x31
x54
x13
x3
x270
x1040
x399
x2072
x10
x2129
x24
x325
x14
x17
x240
x200
x474
x10
x63
x10
x29
x54
x1
x1105
x8
x7
x84
x725
x9999
x139
x400
x223
x98
x910
x9999
x440
x25
x38
x3210
x3072
x2447
x4800
x61
x323
x17
x221
x101
x194
x19
x1
x80
x6
x3
x390
x59
x44
x96
x100
x16
x2857
x5618
x150
x108
x2
x18
x25
x9999
x198
x1137
x15
x638
x3571
x6174
x129
x139
x388
x666
x255
x421
x234
x2800
x272
x231
x310
x388
x273
x639
x339
x95
x175
x175
x350
x329
x23
x50
x63
x312
x141
x242
x4311
x259
x424
x249
x3100
x266
x378
x1
โพสต์ 2019-1-10 15:38:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เควสเชื่อมบุพเพสวรรค์
พาร์ท 18.2 - ศึกครั้งสุดท้าย

   หลังจากออกเดินทางจากป้อมปราการชิงไห่กองทัพเคลื่อนไพร่พลเพื่อมาสถานที่แห่งหนึ่งตัวตัดสินชี้ชะตาของทั้งสองฝ่ายนี่อาจเป็นจุดจบสิ้นสุดของฝ่ายใดฝ่ายนึง ศึกสงครามยึดเยื้อยาวนานเนินกลืนกินระยะเวลา ร่างของดรุณีน้อยควบม้าตลอดทางลัดเลาะขึ้นหุบเขาสูง เมื่อยแขนเมื่อยขาทั่วลำตัวต้องยืดหลังตรงสง่ายามขี่ม้าอย่างองอาจ

   กรอกนัยน์ตาทั้งสองมองบนผ่านหมวกครอป ‘ทางขึ้นดีๆมีแค่ทางนี้ทางเดียวหรืออย่างไร!’ ก้นด่าพวกทหารในใจ

   อาหารที่รับประทานระหว่างทางแถมจะเขย่ารวมกันเป็นก้อน ใบหน้าหวานยิ้มบางหากมองดีๆจะเห็นใบหน้าซ้อนทับความงิกงอ ‘ไม่เป็นอันใดเจ้าพวกบ้าข้าไหว’ พยายามนึกถึงอุปสรรคที่เคยพบเจอแค่นี้มันไม่ยากจนเกินตัว

   อุปสรรคแม้ยากกรายเพียงใดย่อมมีหนทางออกเสมอ แต่อุปสรรคในใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึงที่จะหาทางออกจากความคิดนับร้อยพัน ตัวนางก็เช่นกันที่มักขัดแย้งกับความคิดของตัวเองเสมอๆ จนเส้นสมองแทบขาดสะบั้น

   ‘เมื่อใดจะถึงเวลาของข้า’ เสียงสตรีคล้ายคลึงราวกับเป็นคนๆเดียวกับเพ่ยเพ่ยเอ่ยดังเสนาะหูทว่าวาจาเล็กแหลมแข็งกระด้างก้าวร้าว หากจิตใต้สำนึกบุคลิกที่สองเป็นใหญ่เมื่อใดคราวนั้นสิ่งที่เพ่ยเพ่ยทำมาทั้งหมดคงกลายเป็นปุ๋ยผง ความคิดความอ่านแตกต่างราวฟ้ากับเหว

   เฟยหนี่ว์จะลงมือทำชั่วอย่างไม่ลังเล นั่นอาจทำให้ภาพลักษณ์แปดเปื้อน ถึงความจริงแล้วจะสร้างบุคลิกนี้ขึ้นมาปกป้องตัวเอง ‘ยังไม่ถึงเวลา’

   ‘หึ ปากของเจ้าก็พูดแต่ย้ำคำเดิมๆ แล้วเวลามันคือ!?! เวลาที่เจ้ากล่าวถึง’ น้ำเสียงโทสะโมโหดังสะท้อนจนนางแทบจะคุมบังเหียนม้าไม่อยู่

   ‘ข้าไม่รู้’ พึมพำเม้มริมฝีปากตอบดุจกระจกสะท้อน มือเล็กนุ่มนิ่มดึงกระตุกจับไว้ให้มั่นคง หากปล่อยหลุดมือคงเกิดอันตรายกับตัว มิอยากสร้างเรื่องเดือดร้อน นัยน์ตาน้ำตาลประกายแดงสังเกตุแม่ทัพหนุ่มหันมอง ‘หรือว่าเขาจะสงสัย..’

   ไม่ได้ขาดตัวตนของข้าจะไม่มีใครสามารถรู้ได้ ถ้าหากความลับถูกเปิดเผยออกไปหละก็ ไม่! เรื่องเยี่ยงนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นเด็ดขาด ‘ข้ายอมเสียสติดีกว่า’

   “เหวินเยวี๋ยนเจ้าไม่สบายรึ หน้าซีดเซียวเชียว” หลี่ไป๋หลงถามด้วยความเป็นห่วงใยในสหายต่างเพศของเขา ที่ใบหน้าเรียวนั้นกลับซีดเซียวมากกว่าทุกครั้งเหมือนกับคนไม่สบาย จนอดไม่ได้ที่จะซักถาม

   “เปล่าหรอก อากาศร้อนต่างหาก” ยิ้มกลบเกลื่อน โทษอากาศแทนที่จะเป็น..

@ผิงผิง

   ทัพใหญ่เคลื่อนมาถึงบริเวณหุบเขา มองเห็นทางเข้าไม่ไกลมีคนเฝ้าอยู่เสียงฝีเท้าม้าหลายพันคู่ดังทั้งรถม้า ร่างเล็กบอบบางโล่งใจไปอีกเปราะหนึ่งเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจและหายสงสัย

   ทัพทหารค่อยๆเคลื่อนขบวนหยุดเพราะคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่เว่ยชิงสั่งตั้งค่ายคำสั่งค่อยๆ ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงทัพหลี่ไป๋หลงกับแม่ทัพกงซุน นางที่อยู่กับคุณชายหลี่จึงได้ยินจากคำสั่งที่ไล่ระดับลงมา

   “พวกเราจะหยุดทัพและตั้งค่ายกันที่นี่” หลี่ไป๋หลงเอ่ยเสียงทุ้มแตกหนุ่มบัญชาทหารในทัพกองหน้า

   เหล่าทหารรับคำสั่งโดยพร้อมเพรียงกันเมื่อได้ยินจากผู้เป็นแม่ทัพ

   นางค่อยๆระมัดระวังเคลื่อนย้ายร่างลงหลังม้าเพราะเป้าสายตาของทหารหลายๆคนจับจ้องมองอยู่ ‘ตั้งค่ายกันที่นี่เยี่ยงนั้นรึ’ ไล่นัยน์ตาทั้งสองมองพื้นที่โดยรอบทำเลที่ตั้ง

   “เจ้ามองหาอะไรอยู่รึ” ร่างสูงถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นดรุณีน้อยหันซ้ายหันขวาไปมา

   “ข้าพึ่งเห็นมาที่นี่เป็นครั้งแรกเลยอยากเก็บความทรงจำดีๆไว้” เสียงหวานไพเราะเสนาะหูดั่งสายน้ำตอบอย่างมีจริต

   “เก็บความทรงจำดีๆ..” หลี่ไป๋หลงทวนคำพูดของนางฮึมฮำก่อนจะช่วยทหารตั้งค่าย

@ผิงผิง

   ระหว่างที่ทหารนายอื่นๆทยอยกันตั้งค่าย เพ่ยเพ่ยที่ไม่ชอบทำงานใช้แรงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะหันไปเห็นเส้าเฟิงชายร่างยักษ์ผู้เอาแต่ใจกำลังเดินคนเดียวไปทางเข้าหุบเขา แยกไปจากกองทัพจนถึงหน้าทางเข้า ‘ตาบ้านั่น จะไปไหนน่ะ’

   แต่ด้วยความห่างหากมองจากมุมนี้ดูท่าอีกฝ่ายจะทรยศ เพราะภาพที่เห็นต่อมาคือ เหล่าสมุนโจร หัวใจเริ่มกระวนกระวาย

   ‘ไม่จริงใช่ไหม’

@Admin @ผิงผิง

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-1-10 16:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +75 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 75 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

WTF
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยหยก
คัมภีร์ละติน
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x10
x10
x1000
x15
x50
x300
x1
x29
x17
x3
x4
x4
x1
x1
x4
x50
x20
x12
x212
x17
x26
x15
x15
x7
x1
x2
x2100
x25
x155
x15
x500
x1
x40
x2
x1000
x1
x2
x15
x15
x15
x43
x4
x25
x25
x100
x115
x1
x50
x50
x50
x20
x10
x60
x75
x50
x58
x1

75

กระทู้

798

โพสต์

13หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
6233
เงินตำลึง
61979
ชื่อเสียง
64786
ความหิว
263
คุณธรรม
974
ความชั่ว
6
ความโหด
124
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2019-1-10 17:12:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{ เควสส่งเสริมคู่รัก } เชื่อมบุพเพสวรรค์

สงครามครั้งใหญ่ 18.9




        การเดินทางจากป้อมปราการชิงไห่ไปสู่หิบเขาเหยาก้วยนั้นค่อนข้างลำบาก ไหนจะไพร่พลมากมายและการเคลื่อนทัพที่ช้าเพราะกองกำลังคนเยอะแบบนี้ แต่ครั้งอาจเป็นครั้งสุดท้ายของศึกนี้แล้วก็ได้... การต่อสู้ที่ยาวนานใกล้จะสิ้นสุดลง...


        แม้เส้นทางจะยากลำบากแต่ไม่ได้เป็นปัญหาใดเลยสำหรับหลิงผิงผิงหรือซืออี้โหวเพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่เคยลำบากกว่านี้มาแล้ว ยิ่งกับหลิงผิงผิงที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแล้วขึ้นเขาลงห้วยก็ไปมาหมด ท้องทะเลก็ยังไปมาแล้วนับอะไรกับการขึ้นเขาเล่า? เพียงแค่เราลัดเลาะขึ้นหุบเขาสูงเท่านั้นเองแต่ยิ่งขึ้นสูงอากาศก็ยิ่งบางเบาการหายใจในบางครั้งอาจลำบากได้


        "ธรรมชาติสวยจริงๆ" หลิงผิงผิงเอ่ยพลางมองโดยรอบและอยากจะเห็บภาพเหล่านี้ไว้เพื่อสักวันหนึ่งหากพบพี่หลิวอีกครั้ง... จะได้เล่าให้ฟังว่าตนเองผ่านเส้นทางนี้แล้วนะ


        "สมเป็นเจ้าจริงๆ แม้ยามเคลื่อนทัพเจ้าก็ยังมีอารมณ์ชมธรรมชาติ" ซืออี้โหวแหย่หลิงผิงผิงจนเจ้าตัวแยกเขี้ยวใส่


        "เครียดและคิดมากไปก็เท่านั้น มันยังไม่ถึงเวลาเสียหน่อย ค่อยไปเครียดตอนลงสนามรบเอา" ผิงผิงเอ่ยติดตลก โดยพื้นฐานเป็นคนไม่คิดอะไรจึงเป็นแบบนี้แหละนะ... พลางหันไปตามเสียงเหมือนจะมีคนไม่สบาย?


        “เหวินเยวี๋ยนเจ้าไม่สบายรึ หน้าซีดเซียวเชียว” เหมือนจะเป็นบุรุษคนหนึ่งเอ่ยถามกับสตรีที่ดูแล้วอายุน้อยกว่าเจ้าตัวมาก


        “เปล่าหรอก อากาศร้อนต่างหาก” นางเอ่ย


        "นี่มันฤดูหนาว..." ผิงผิงพึมพำ... ร้อนเสียที่ไหนเล่า หากรู้สึกร้อนหน้าก็ต้องแดงสิหาใช่หน้าซีดอย่างกับไก่ต้มสุกแบบนั้น...


        ทัพใหญ่เคลื่อนมาถึงบริเวณหุบเขา มองเห็นทางเข้าไม่ไกลมีคนเฝ้าอยู่เสียงฝีเท้าม้าหลายพันคู่ดังทั้งรถม้า ทัพทหารค่อยๆเคลื่อนขบวนหยุดเพราะคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่เว่ยชิงสั่งตั้งค่ายคำสั่งค่อยๆ ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงทัพหลี่ไป๋หลงกับแม่ทัพกงซุน นางที่อยู่กับคุณชายหลี่จึงได้ยินจากคำสั่งที่ไล่ระดับลงมา


        “พวกเราจะหยุดทัพและตั้งค่ายกันที่นี่” หลี่ไป๋หลงเอ่ยเสียงทุ้มแตกหนุ่มบัญชาทหารในทัพกองหน้า


        เหล่าทหารรับคำสั่งโดยพร้อมเพรียงกันเมื่อได้ยินจากผู้เป็นแม่ทัพ


        "เย้ ได้พักเสียที พวกเขาคงเหนื่อยแย่" ผิงผิงหมายถึงสหายสัตว์ของตนเองก่อนจะลงมาซะเลย แล้วจัดการช่วยคนอื่นๆ ตั้งกระโจมเพื่อพักผ่อน


        แต่แล้วเจ้าตัวดันสายตาดี... มองเห็นสตรีนางหนึ่งเดินห่างออกไปด้วยความสงสัยของเจ้าตัวจึงใช้วิชาตัวเบาสะกดรอยตามไป... นั้นมัน...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-10 17:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -38 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -38 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขวานตัดไม้
ตัวเบาขั้นกลาง
คัมภีร์ละติน
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x14
x8
x1
x18
x10
x10
x23
x5
x18
x2
x2
x1
x30
x1
x100
x35
x50
x170
x6
x4
x1
x30
x19
x58
x50
x150
x2
x2
x326
x10
x145
x386
x365
x20
x14
x88
x1
x54
x45
x1
x8
x7
x5
x152
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x18
x25
x51
x57
x31
x1
โพสต์ 2019-1-10 20:09:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เควสเชื่อมบุพเพสวรรค์
พาร์ท 18.3 - ศึกครั้งสุดท้าย


   ตกเย็นท้องฟ้าแปรเปลี่ยนยามอาทิตย์สนธยา เสียงแตรระดมทัพดังลั่นทั่วบริเวณจนทุกคนสามารถได้ยินเสียงแตรสัญญาณบ่งบอกเรียกรวมพลก่อนจะยกกองทัพเคลื่อนไพร่พลเผชิญหน้าต่อสู้กับพวกชงหนู เพ่ยเพ่ยครุ่นคิดถึงเรื่องชายหนุ่มไม่ตก


   ‘เข้าไปทำอะไรด้านในกันแน่นะ แถมมีทหารชงหนูนำตัวพาเข้า’ นางควรจะบอกให้หลี่ไป๋หลงทราบดีหรือไม่


   มันมิใช่เรื่องที่นางจะเข้าไปสอดแต่ถ้าหากปล่อยไปอาจเป็นภัยต่อทัพเฉกเช่นเดียวกัน ทว่าถ้าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนทรยศจริงก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพราชสำนัก


   เกินความสามารถ.. ข้าจะไม่ยอมพูดอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตานำพา ไม่แน่เส้าเฟิงอาจกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ ทหารหลายนายจัดระเบียบทัพแถว ร่างเล็กบอบบางลุกขึ้นอย่างเนือยหน่ายพึ่งจะไม่ได้ไม่กี่ชั่วยามก็เรียกระดมพลเสียแล้ว


   ‘ข้าละเพลียใจ’ ครุ่นคิดกระนั้นก็มิอาจขัดคำสั่งได้ นางยังไม่อยากเป็นศัตรูกับแม่ทัพใหญ่หรอกนะ อยู่ในทัพรู้ว่าทหารนั้นมีระเบียบวินัยมากแค่ไหน นางค่อนข้างที่จะชอบคนที่มีระเบียบวินัยเป็นพิเศษจาก บุรุษเหล่านี้ในค่ายล้วนไม่ถูกต้องตาต้องใจ ส่วนคุณชายหลี่ไป๋หลงนางกับเขาคิดเพียงสหาย


   นึกถึงปุ๊บก็มาปั๊บคนอะไรตายยากจริงๆ หันยิ้มแย้มบางไม่แสดงออกมาจนเกินงาม


   ทัพทหารฮั่นเคลื่อนพลยกทัพมาเผชิญหน้ากับทหารชงหนูที่เดินออกมาตั้งทัพ หลังจากเรียกระดมพลทั้งสองฝ่ายอยู่ในจุดแตกต่าง ทหารชงหนูเตรียมตัวปะทะป้องกันอาณาเขต


   นัยน์ตาน้ำตาลประกายแดงทอแสงมองหาเส้าเฟิงบุรุษร่างยักษ์ในเมื่อทหารชงหนูยกทัพแล้วเหตุใดนางยังมิเห็นเขาออกมากันเล่า น่าแปลกซะจริง หรือเขาจะเฝ้าด้านในค่าย ทำทีตีเนียนหายแท้จริงแล้วเส้าเฟิงจะกระทำการใดเขาย่อมรู้อยู่แก่ใจดี


   ทัพหย่งเยี่ยก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ต้องแยกกัน ‘คิดจนปวดหัว’ มือเล็กนุ่มนิ่มยกมือขึ้นกุมขมับ ถ้าหากยังคงคิดเรื่องพวกนี้ต่อไปคงจะประสาทกินตาย ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องของนางเลยสักนิด


   แม่ทัพเว่ยชิงเอ่ยเสียงทุ้มเข้มขรึมดัง “นี่จะเป็นเพียงการสร้างความสนใจ ขอให้ทุกคนสู้สุดกำลัง มีวันพรุ่งนี้เสมอ” ร่างสูงองอาจชายชาตินักรบกล่าวถ้อยคำปลุกใจให้แก่ทหารผู้กล้า


    ทหารทุกนายรับฟังคำพูดของแม่ทัพใหญ่ เป็นถ้อยคำปลุกใจให้ฮึกเหิมในการต่อสู้ครั้งนี้ ถึงแม้จะยังไม่รู้ผลแต่ก็สร้างขวัญกำลังใจได้อย่างเต็มเปี่ยม


   “.......”


   เพ่ยเพ่ยรับฟังสิ่งที่แม่ทัพใหญ่เว่ยชิงกล่าวออกมาซึ่ง สำหรับนางมิได้ทำให้รู้สึกฮึกเหิมอยากจะต่อสู้ เป็นสตรีธรรมดาที่ปรึกษา หากผู้ใดจะตายย่อมไม่ใช่นาง นั่นเป็นสิ่งที่คิดตั้งแต่แรก สังขารนั้นไม่เที่ยงแล้วอย่างไรเล่า


   ชีวิตเส้นทางของนางยังต้องดำเนินต่อจะให้มาโดนทหารชงหนูปลิดชีพตั้งแต่อายุน้อย ‘ข้ายอมไม่ได้’ จะตะเกียดตะกายหาทางหนีทีไล่โดยฉับพลันหากเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง


   เสียงแตรส่งสัญญาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแม่ทัพใหญ่ควบม้าบุกนำหน้าทหารก่อนที่ม่านฉากต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นขึ้น ทหารฮั่นควบม้าตามหลังแม่ทัพเป็นขบวนยกทัพเพื่อเรียกความสนใจ


   กรุบกรับ


   มือเล็กนุ่มนิ่มกระตุกบังเหียนควบม้าวิ่งพยายามอยู่ในรูปของขบวนเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นจุดสนใจจากศัตรู เนื่องจากนางไม่ถนัดต่อสู้ทั้งระยะประชิดและระยะไกลการอยู่รวมเป็นกลุ่มๆย่อมดีกว่า

  ทหารทั้งสองห้ามหันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านจากการคำพูดปลุกใจของแม่ทัพใหญ่ เพียงคำพูดถ้อยคำไม่กี่ประโยคก็สามารถปลุกขวัญกำลังใจให้ทหารฮั่น สู้ทุกอย่างเพื่อราชวงศ์


   เพ่ยเพ่ยอยู่ในมุมที่เห็นทั้งสองฝ่ายต่อสู้เพลงทวนฟาดฟันผ่านหน้า มองเห็นหลี่ไป๋หลงกำลังสู้ นัยน์ตาน้ำตาลประกายแดงมีแววตาค่อนข้างเป็นห่วง เพราะถึงแม้นจะเคยนึกเกลียดชังก็ตามที ร่างเล็กบอบบางควบม้าอย่างต่อเนื่องพลางชะลอความเร็วเพื่อไม่ดึงดูดความสนใจฝ่ายศัตรู


  ภาวนาในใจว่าอีกฝ่ายคงจะไม่สนใจอันใดนางหรอกเพราะพยายามกลมกลืนกับพวกทหารจนถึงที่สุด นางก้มตัวหลบอาวุธทุกชนิดป้องกันตัวไว้ก่อนถึงจะไม่เจออุปสรรคก็ตามที ถ้าหากครั้งนี้โดนเพ่งเล็งอีกใครจะเป็นคนปกป้องกันหรือว่านางจะถึงคราวที่รับเคราะห์ ไม่มีบุรุษขี่ม้าขาวจะช่วยเหลือเกื้อกูลได้เสมอ


  เช่นนั้นแล้ว นางจะนำพาตัวเองให้รอดพ้นจากสถานการณ์การสู้รบของทั้งสองทหารฮั่นกับชงหนูได้อย่างไร หรือจะควบม้าไปตรงมุมอับสายตาแต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง


  ถ้าหากอยากให้ตัวเองมีชีวิตในวันพรุ่งนี้ นางควรจับอาวุธถือของมีคมต่อสู้อย่างนั้นรึ



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2019-1-10 21:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -96 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -96 + 5

ดูบันทึกคะแนน

WTF
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยหยก
คัมภีร์ละติน
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x10
x10
x1000
x15
x50
x300
x1
x29
x17
x3
x4
x4
x1
x1
x4
x50
x20
x12
x212
x17
x26
x15
x15
x7
x1
x2
x2100
x25
x155
x15
x500
x1
x40
x2
x1000
x1
x2
x15
x15
x15
x43
x4
x25
x25
x100
x115
x1
x50
x50
x50
x20
x10
x60
x75
x50
x58
x1

75

กระทู้

798

โพสต์

13หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
6233
เงินตำลึง
61979
ชื่อเสียง
64786
ความหิว
263
คุณธรรม
974
ความชั่ว
6
ความโหด
124
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสส่งเสริมคู่รัก } เชื่อมบุพเพสวรรค์
สงครามครั้งสุดท้าย


        ยามเย็นท้องฟ้าแปรเปลี่ยนยามอาทิตย์สนธยา เสียงแตรระดมทัพดังลั่นทั่วบริเวณจนทุกคนสามารถได้ยินเสียงแตรสัญญาณบ่งบอกเรียกรวมพลก่อนจะยกกองทัพเคลื่อนไพร่พลเผชิญหน้าต่อสู้กับพวกชงหนู แม้ผิงผิงจะสงสัยในคราแรกว่าสตรีนางนั้นไปทำไม? แต่ก็กลับไปที่ค่ายเพื่อช่วยคนอื่นตั้งกระโจมจนเสร็จ


        เมื่อเสียงแตรสัญญาระดมทัพดังขึ้นผิงผิงก็มองซืออี้โหวที่กำลังไปร่วมกอง เจ้าตัวเดินเข้าไปหาก่อนจะดึงแขนเด็กหนุ่มไว้


        "ต้องมีชีวิตกลับมาเล่า" ผิงผิงเอ่ยแผ่วเบา... เธอเป็นห่วงซืออี้โหว


        "ข้าไม่ตายหรอก อย่างไรก็มีเจ้าคอยปกป้องข้าใช่หรือไม่?" ซืออี้โหวเอ่ยติดตลกอย่างเช่นเคย


        "เจ้าสิ! หึ ไปได้แล้ว" ผิงผิงผลักหลังซืออี้โหวให้เดินไปตรงหน้าเพื่อเข้าแถวจะได้เคลื่อนพลเสียที... คงเพราะพวกชงหนูเคลื่อนทัพมาแล้วแน่ๆ ผิงผิงเดินก็เดินไปคว้าทวนของตนเองมาเพื่อต่อสู้โดยให้เจ้าหมีชงชงมาด้วย...


        ข้าจะไม่สู้เพียงลำพังหากแต่มีสหายสัตว์คอยสู้อยู่เคียงข้างตนเอง


        "โฮก" เจ้าหมีชงชงโฮร้องเมื่อจะได้ออกไปสู้แล้ว ก่อนหน้านี้มันก็ดื่มเหล้าไปไหโตเชียวละ ทางด้านทัพทหารฮั่นเคลื่อนพลยกทัพมาเผชิญหน้ากับทหารชงหนูที่เดินออกมาตั้งทัพ หลังจากเรียกระดมพลทั้งสองฝ่ายอยู่ในจุดแตกต่าง ทหารชงหนูเตรียมตัวปะทะป้องกันอาณาเขต


        แม่ทัพเว่ยชิงเอ่ยเสียงทุ้มเข้มขรึมดัง “นี่จะเป็นเพียงการสร้างความสนใจ ขอให้ทุกคนสู้สุดกำลัง มีวันพรุ่งนี้เสมอ” ร่างสูงองอาจชายชาตินักรบกล่าวถ้อยคำปลุกใจให้แก่ทหารผู้กล้า


        ทหารทุกนายรับฟังคำพูดของแม่ทัพใหญ่ เป็นถ้อยคำปลุกใจให้ฮึกเหิมในการต่อสู้ครั้งนี้ ถึงแม้จะยังไม่รู้ผลแต่ก็สร้างขวัญกำลังใจได้อย่างเต็มเปี่ยม


        "มีวันพรุ่งนี้เสมอ!" ผิงผิงยกทวนขึ้นเหมือนทหารนายอื่นๆ ที่ร้องรับคำของเว่ยชิง


        'ข้าจะรอดกลับไปหาครอบครัวข้า ข้าจะไปเจียงเยี่ย จะไปสืบเรื่องราวของบิดาข้า!'


        เสียงแตรส่งสัญญาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแม่ทัพใหญ่ควบม้าบุกนำหน้าทหารก่อนที่ม่านฉากต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นขึ้น ทหารฮั่นควบม้าตามหลังแม่ทัพเป็นขบวนยกทัพเพื่อเรียกความสนใจ


        "ข้าไม่อยากขี่ม้าเลยน้า ให้ตายสิ" ผิงผิงว่าเพราะการสู้บนหลังม้าไม่ใช่เรื่องถนัดของตนเองแต่ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่คิดจะขี่ม้าไป... แหงสิ ข้าก็กลัวม้าของตัวเองตายเหมือนกันนะเออ----


        ทหารทั้งสองห้ามหันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านจากการคำพูดปลุกใจของแม่ทัพใหญ่ เพียงคำพูดถ้อยคำไม่กี่ประโยคก็สามารถปลุกขวัญกำลังใจให้ทหารฮั่น สู้ทุกอย่างเพื่อราชวงศ์


        ผิงผิงที่เลือกสู้บนพื้นนั้นเจ้าตัวตะวาดทวนใส่และพร้อมสะกัดจุดแทนการฆ่าเพราะถึงอย่างไร... เธอก็ยังไม่อยากสังหารใครในตอนนี้ แต่หากจำเป็น... เพราะมัวแต่คิดอะไรแบบนั้นทำให้เจ้าตัวเกือบโดนคมดาบจากทหารชงหนูแล้ว


        "มีสตรีรบในสนามแบบนี้ พวกเขากำลังไม่พอหรือไร?"



        "อย่าประมาทนางจะดีที่สุด นางเป็นชาวยุทธ์ที่ดูเหมือนจะมีกำลังภายในกล้าแกร่ง" ทหารชงหนูเอ่ย ผิงผิงหาได้สนใจไม่เพราะเธอยังคงยกขาถีบมือที่ถือดาบของอีกฝ่ายพร้อมกับใช้ด้ามของทวนกระทุไปที่ใต้อกเพื่อทำให้อีกฝ่ายจุกนั้นเอง


        ส่วนทางด้านซืออี้โหวนั้นเขาเคยมือเปื้อนเลือดมาก่อน.. จึงไม่มีอะไรให้ต้องหวั่ดกลัว! เด็กหนุ่มมีวิชากระบี่พอตัวและจัดการสังหารทหารชงหนูไปหลายนาย ต่อมาทางด้านเจ้าหมีชงชงที่ช่วยเสริมผิงผิงทำให้ตามขนของเจ้าหมีเปี้ยนเลือดไปหมด



        "สงสัยจบศึกนี้ข้าต้องจับเจ้าอาบน้ำ!" ผิงผิงว่า เธอไม่อยากนอนกอดมันตอนมันเปื้อนเลือดที่แห้งนั้นหรอกนะ พร้อมกับใช้ด้านคมของทวนฟาดไปที่แขนของศัตรูให้บาดเจ็บ...


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +1 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 7 วันที่แล้ว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขวานตัดไม้
ตัวเบาขั้นกลาง
คัมภีร์ละติน
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x14
x8
x1
x18
x10
x10
x23
x5
x18
x2
x2
x1
x30
x1
x100
x35
x50
x170
x6