ดู: 225|ตอบกลับ: 6

{ เมืองเฉิงตู } ประตูเมืองเซินมี่จวง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-22 00:38:40 |โหมดอ่าน




 ประตูเมืองเซิ่นมี่จวง   


{  เ มื อ ง เ ฉิ ง ตู - ทิ ศ เ ห นื อ  }






【 ประตูเมืองเซินมี่จวง 】

『ประตูเมืองป้องภัย


ประตูเมืองทิศเหนือ มีชื่อประตูว่า "เซินมี่จวง" เป็นประตูเข้าออกของเมืองเฉิงตูทางทิศเหนือ เส้นทางที่ใช้มุ่งสู่ เมืองจื่อถง ผู้คนสัญจรผ่านประตูนี้อย่างไม่ขาดสาย


และเฉิงดูค่อนข้างเป็นเมืองที่ใหญ่ จึงมีประตูหลายบานเพื่อรองรับประชากร และ หน้าตาประตูเมืองก็เหมือนกันทั้ง 4 ทิศอยู่ดี เจ้าอาจจะสับสนได้เหมือนกัน








120

กระทู้

898

โพสต์

27หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
41658
เงินตำลึง
53158
ชื่อเสียง
117139
ความหิว
527

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2677
ความชั่ว
267
ความโหด
825
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2018-1-25 18:35:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หลิงนูได้เดินทางมาเป็นระยะเวลาหนึ่งจากเมืองจื่อถง ลงมายังเมืองเฉิงตูซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก เพราะเมืองไม่ได้อย่างห่างกันเท่าไหร่
เมื่อมาถึงบริเวณเมืองเฉิงตูแล้ว ก้พบกับประตูเมืองขนาดใหญ่ มีบานประตูหลายบานซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อน หรือว่าเขาอาจจะปรับปรุงประตูใหม่ หรือว่าาจจะไม่เคยมาทางนี้มาก่อนนะ.. หลิงนูรู้สึกไม่คุ้นตาประตูแห่งนี้...


"ดูเป็น..บรรยากาศแบบใหม่ชะมัด.."
หลิงนูเอ่ยเบาๆ พร้อมกับหันมองชงชง หมีสีน้ำตาลตัวใหญ่เพื่อของเธอ มองเป็นนัยๆว่า ทหารยามเขาจะให้ผ่านเข้าไปมั้ยนะ...
เธอชั่งใจก่อนจะ ค่อยๆขี่ม้าเดินเข้าไปข้างใน พร้อมกับชงชงหมีตัวใหญ่
คงจะถูกทหารยามถามทุกเมืองเป็นแน่แท้...
แต่ก้ต้องอดทนกันต่อไป..


จนกระทั่งเธอและชงชงเข้าใกล้เขตประตูเมือง


"หยุดก่อน"


อ่า เสียงเรียกนี้อีกแล้วสินะ ได้ยินแทบจะทุกเมืองที่ผ่านมาเลยทีเดียว..
หยุดก่อน หยุดก่อน หยุดก่อน.. เฮ้อ มันฟังจนแทบหลอนในหัวสมองไปหมดแล้ว..


เธอถอนหายใจ ก่อนจะหันมาหาทหารยามที่เรียกเธอ
"มีเรื่องอะไรรึท่านทหารยาม..."


"นั่นหมีป่าของเจ้างั้นรึ"
ทหารยามคนนั้นถาม เหมือนจะเป็นคำถามเดิมๆ ทุกเมืองที่เธอเคยไปซะจริงๆ


"เอิ่ม..ใช่แล้ว หมีตัวนี้เป็นเพื่อนของข้าเอง..."
เธอพูดอธิบายให้ฟังไป


"มันดุร้ายมั้ย" ทหารยามถามสั้นๆ สงสัยคงอยากให้เป็นหลักประกันรู้ว่า พอเข้าไปในไม่เมืองมันจะไม่ทำร้ายผู้คน
หลิงนูพอรู้เหตุผลคำถามนี้อยู่


"มันไม่ดุร้าย.. มันอยู่ภายใต้คำสั่งของข้า.. ถ้าหากไม่มีอันตรายอะไรมาย่างกรายมัน มันจะไม่ดุร้ายอย่างแน่นอน..."
หลิงนูอธิบายยืนยัน


"....."
"เช่นนั้นแล้ว ก้เข้าไปได้ ดูแลอย่าให้มันเกรี๊ยวกราด มิฉะชั้นคงต้องใช้กำลังจัดการมัน..."
"และก้ ในเมืองมีเทศกาล ผู้คนชุกชม อยากให้มันได้อาละวาด"


ทหารยามกำชับหลิงนูให้ดูแลมันให้ดี บวกกับเขาบอกว่ามีเทศกาลด้วยสินะ...
คงต้องระวังเป็นพิเศษ


"ข้าทราบแล้ว..." หลิงนูกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในเมืองพร้อมกับชงชง ทหารยามคงไม่ตามมาแล้วสินะ
ค่อยไร้คนรบกวนสักหน่อยจึงค่อยเดินเข้าไปในเมืองอย่างโล่งใจ


เมื่อเข้ามาในเมืองแล้ว ก็เริ่มรู้สึกว่าผู้คนเริ่มหนาแน่นขึ้นตามทาง แต่หลิงนูเองก้ไม่แน่ใจว่ามีเทศกาลอะไรกัน...
"อย่าแสดงอาการดุร้ายเด็ดขาดนะชงชง" เธอหันมาพูดกับมัน คิดว่ามันเข้าใจแล้ว..
จึงค่อยๆขี่ม้าเดินเข้าไปในเมืองช้าๆ

@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ตัวเบาขั้นสูง
พัดหวงไจ้
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x8
x43
x5
x76
x6
x84
x6
x1
x10
x28
x6
x2
x8
x8
x18
x8
x8
x13
x10
x168
x1
x12
x54
x120
x1
x300
x30
x170
x740
x80
x350
x5
x60
x3
x10
x4
x588
x5
x258
x108
x368
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x61
x149
x6
x59
x3
x20
x132
x645
x2
x255
x15
x55
x219
x2
x1600
x7
x98
x3
x105
x5750
x78
x38
x1
x59
x5
x3
x25
x11
x48
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x458
x5052
x87
x25
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x5
x52
x6
x2980
x18
x205
x13
x238
x24
x408
x378
x39
x130
x221
x278
x254
x68
x54
x121
x209
x9999
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x10
x3539
x30
x480
x79
x1
x590
x147
x4
x133
x225
x219
x267
x131
x152
x9
x5012
x5139
x136
x17
x213
x462
x303
x353
x105
x1700
x134
x360
x7
x1401
x367
x220
x73
x162
x37
x1
x129
x11
x10
x515
x146
x326
x230
x60
x55
x650
x1041
x91
x465
x162
x421
x31
x121
x19
x29
x439
x19
x102
x18
x354
x147
x19
x25
x20
x39
x1235
x4977
x20
x163
x1
x138
x91
x20
x8
x10
x24
x5
x124
x198
x18
x34
x161
x8
x17
x76
x208
x1
x1
x1397
x1

79

กระทู้

853

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
13546
เงินตำลึง
1841
ชื่อเสียง
13132
ความหิว
260
คุณธรรม
554
ความชั่ว
0
ความโหด
8
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-1-31 21:46:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ข้าต้องออกจากปาสู่โดยไว ก่อนที่ข้าจะเป็นโรคหัวใจ!


       ผ่านไปสักพักผิงผิงต้องหลุดจากโลกส่วนตัว เธอก้มมอลงจากต้นไม้พลางเห็นว่าพวกซูเหยาร้องเรียก
       “พี่สาว พี่ซือเป็นอะไรไม่รู้”
       “หือ?” เด็กสาวขมวดคิ้วก่อนจะกระโดดลงมาจากต้นไม่ แล้วย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับซูเหยา “เกิดอะไร?”
       “ไม่รู้เจ้าค่ะ พี่ซือเหมือนผีเลย”
       “พี่ผิง รีบไปดูเถอะครับ” เจิ้งฉ่าเอ่ย ผิงผิงชั่งใจ… เกิดอะไรขึ้น?
       “พี่สาว…”
       “ได้ๆ ข้าจะไปดูให้ ถ้าอาการไม่ดี ข้าจะไปตามหมอ” ผิงผิงลูบผมซูเหยาก่อนจะกำหมัดแน่น พยายามทำตัวเองให้สงบแล้วเดินเข้าไปในศาลเจ้า… เห็นพี่ซือนั่งอยู่แต่ดูจะเป็นผี(?) เหมือนที่ซูเหยาว่าจริงๆ เด็กสาวเดินเข้าไปในระยะที่ยื่นมือถึง ก่อนจะแตะต้นแขนพี่ซือเบาๆ
       “พี่ซือ? เป็นอย่างไรบ้าง? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”


        ซืออี้โหวที่อึ้งอยู่กับคำตอบหญิงสาวก่อนเดินออกไป เขาตกอยู่ในภวังค์ราวกับเด็กมือใหม่ที่เพิ่งมีความรัก ไม่รู้สึกตัวว่ามีคนมาสะกิตเรียก

       “พี่อี้โหว ได้ยินหรือไม่?” เด็กสาวเปลี่ยนจากแตะเบาๆ ลงไปนั่งคุกเข่าข้างๆ แล้วเขย่าตัวพี่เขา
        “พี่อี้โหว พี่อี้โหว…” ผิงผิงร้องเรียกพลางยกมือเล็กแตะหน้าผากพี่เขา หรือไม่สบาย? แต่นี่ก็อากาศหนาวนะ

        เมื่อเขาถูกเขย่า ร่างกายที่นั่งอึ้งแน่นิ่งก็ล้มลงอย่างง่ายดายในท่านั่ง

       “เฮ้ย!!! พี่อี้!” ผิงผิงตกใจรีบสอดมือไปข้างหลังเพื่อไม่ให้หัวพี่เขาฟาดพื้น
       “ได้ยินไหม พี่อี้ ได้ยินข้าไหม” เด็กสาวร้องเรียกพลางเขย่าตัวไปด้วย…
      
        
        “ห๊ะ ข้าได้ยินแล้วๆ ผิงผิงเรียกเบาๆ ก็ได้” ซืออี้โหวที่สะดุ้งเพราะตกใจเสียงเรียกกับเขย่าตัวเขาก่อนมองทุกคน “ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกันเหรอ ทำไมทุกคนมาอยู่จุดเดียวแบบนี้ล่ะ”

       “ก็เรียกพี่เท่าไรก็ไม่ได้ยิน เหมือนพี่จะป่วยเลย…” ผิงผิงที่ยังพยุงหลังไว้เป็นคนเอ่ย

        “ข้าไม่เป็นไรนะ ว่าแต่เจ้าเรียกข้าพี่ีอีกแล้ว นี่เจ้าจะให้อายุสั้นหรือไง” ซืออี้โหวขมวดคิ้วถามอีกฝ่ายก่อนดึงมืออีกฝ่ายลงนั่ง
        “จริงสิก่อนเจ้าเดินออกไปเมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรเหรอ เหมือนข้าได้ยินแว่วๆ” เขาลืมประโยคที่ผิงผิงพูดไว้ก่อนเดินออกไปสนิทเลย

       “ข้าไม่ได้พูดอะไร” เด็กสาวรีบกลับไปนั่งดีๆ แล้วรักษาระยะ แต่หน้าและหูของเธอนั้นขึ้นสี… ก็ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองนั้น… ชอบใคร

        “น่าเสียดายที่เจ้ามีคนในใจแล้ว ข้าพอรู้จักพี่คนนึงอายุห่างกับข้าปีเดียว เราเจอกันตอนอาจารย์พาข้าไปพบสหายท่านอาจารย์ เขานอกจากมีฐานะแล้วยังเป็นคนดีและกล้าหาญอีกด้วยล่ะ” ซืออี้โหวพูดขึ้นพลางถอนหายใจ

       “ข้าขอละ… พี่ซือ ข้าไม่… เฮ้อ…” เด็กสาวจนปัญญา ก็คนคนนั้นคือพี่ไงเล่า! ผิงผิงได้แต่ยกมือนวดขมับตัวเอง สงสัยเรื่องนี้คงทำให้เธอโตขึ้น(?) อีก? ทำไมมันยุ่งยากเช่นนี้!
       “พี่ของพี่ซือคงไม่ใช่ มู่จิ้งหรอกนะ?”

        “ไม่คุ้นเลยนะ จริงๆก็ไม่ใช่พี่น้องอะไรหรอก เขาแค่อายุห่างข้าปีเดียว เป็นน้องชายของสหายท่านอาจารย์ อินซิงน่ะ” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่าย
        “เขาเป็นคนดีมากเลยนะและฐานะก็ดีกว่าพี่อีก เสียดายผิงผิงมีคนในใจแล้ว”

       “ข้ามิได้สนใจที่ฐานะ การที่เราชอบใครไม่ได้วัดกันที่ฐานะเลยนะคะ ข้าชอบเขาเพราะคือตัวของเขาเอง ทุกครั้งที่ข้าบาดเจ็บ… เออช่างมัน…” ผิงผิงรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะพูดออกมาเสียหมด ที่นี่มีสุราไหม เธอจะได้ดื่มแล้วหลับไปเสีย!

        “ดีแล้ว การรักใครสักคนอย่ามองเขาที่ฐานะ เพราะบางทีฐานะมั่งคั่งหรือมีอำนาจอิทธิพล แต่ก็ไม่ใช่แน่ว่าจะเป็นคนดีหรอกนะ” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนกุมขมับอีกครั้ง เขาอยากช่วยพ่อบุญธรรมจากใต้เท้าเต๋อและแม่ทัพวูเสียจริง แม้พักหลังๆ จะไม่ค่อยเห็นแม่ทัพวูมายุ่งวุ่นวายหรือบีบบังคับพ่อบุญธรรมแบบเมื่อก่อนแล้ว แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเขาอาจแค่พักเสวยสุขในอิทธิพลของเขาไปชั่วคราวก่อน

        “อย่างที่พี่ซือกล่าว… ข้ามองเขาที่เป็นตัวเขาเองและที่จิตใจของเขา” ผิงผิงยกมือแตะที่หน้าอกซ้ายตัวเองก่อนจะสะกิดเข้ากับบางอย่าง… เธอเอาออกมาคือดอกไม้สีส้มดอกนั้น… มันน่าจะเฉาไปแล้วนี่?
        “พี่ทราบไหมว่านี่คือดอกอะไร?”

        “ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ว่าแต่เจ้าแก้ไม่ได้แล้วสินะคงชินกับการเรียกพี่ไปแล้ว…” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่ายก่อนสะดุดกับคำว่าพี่อีกครั้ง

        “ข้า… แก้ไม่ได้แล้วละ ข้าเรียกจนชินไปแล้ว” เด็กสาวตอบไปตามตรงก่อนจะวางดอกไม้ไว้ถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีวันเล่าเรืองภาพหลอนแน่… พรุ่งนี้เธอจะมาหาพี่เขาอีกครั้งก่อนไป

        “เจ้าเก็บมันมาจากไหนเหรอ(?)” ซืออี้โหวมองดอกไม้ก่อนถามขึ้นอย่างแปลกใจ “จริงสิ นี่ก็ดึกแล้ว เจ้าจะเข้าเมืองไปพร้อมพี่ไหม(?)”

        “แถวป่านอกเมืองนะคะ แล้วก็ข้าไม่ขี่ม้า…”

        “ผิงผิงเจ้าจะใช้ตัวเบาเดินทางไม่ได้นะ วรยุทธ์เราฝึกเพื่อใช้ป้องกันตัวเท่านั้น มันกินพลังงานเราพอสมควรนะ อย่างน้อยเจ้าน่าจะหัดขี่ม้าบ้างดีไหม ให้ข้าสอนให้ไหม(?)” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนลุกขึ้นเตรียมตัวจะเดินกลับ “แต่คงต้องไว้วันหลังนะ”

        “วันหลังนี่วันไหนเล่า? คิก” ผิงผิงยิ้มขำ เธอไม่ได้หวังมากมายหรอก ยังไงเธอก็ขี่ได้แต่เจ้าต้าฟง… เด็กสาวบิดตัวไปมาเพื่อจะใช้วิชาตัวเบาเดินทางกลับ
        
        “หยุดเลยนะถ้าเจ้าจะใช้วิชาตัวเบา ไปเดินกลับไปด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวจูงม้าก็ได้” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนคว้าข้อมืออีกฝ่าย

        “เฮ้ย เล่นงี้ได้ไง…” เด็กสาวร้องพลางเงยหน้ามอง ให้ตายสิ…

        “เจ้าจะใช้วิชาตัวเบาเดินทางอีกแล้วใช่ไหม” ซืออี้โหวมองตาอีกฝ่าย

        “เกลียดคนรู้ทันตลอด.. ชะมัด” เด็กสาวพึมพำพลางมองทางอื่นแต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออก ก็อยากลองเดินจับมือ(?) เดินกับพี่เขาหรอกนะ


        "ข้ารู้ทันเจ้าอยู่แล้ว เราเดินไปเช่นนี้แหละ" ซืออี้โหวเอ่ยโดยมิได้ปล่อยมือจากผิงผิง อีกมือก็จับสายบักเหยียบของม้า ทั้งสองเดินด้วยกันตรงไปในเมือง...

        "ในยุทธ์ภพ ข้าสนใจวิชาตัวเบามากที่สุดแล้ว" เด็กสาวเอ่ยพลางแกว่งมือพี่ซือเล่น(?)
        "เพราะตอนที่เราได้กระโดดไปมาราวกับเรากำลังบินเหมือนเป็นเพื่อนกับสายลมเลยแหละ" ผิงผิงพูดพลางนึกถึงตอนที่ถิงเอ๋อห์สอนการใช้ตัวเบาให้กับเธอ... ตอนนั้นสนุกมาก! แต่เธออยากเก่งกว่านี้ อยากเรียนวิชาตัวเบาที่สูงกว่านี้!

        "วรยุทธ์ไม่ได้มีไว้ใช้แบบนั้นนะ เราเรียนวรยุทธ์เพื่อใช้ป้องกันตัวและปกป้องผู้อื่น แต่ยามปกติก็ต้องใช้สองเท้าแรงของเราในชีวิตปกตินะผิงผิง" ซืออี้โหวกล่าวย้ำเตือนอีกฝ่าย

        "จริงสิพี่ซือ... ข้าให้นี่กับท่าน" เด็กสาวล้วงเอาแร่หยกจากแขนเสื้อวางบนฝามือใหญ่

        "เหะ ขอบใจมากนะผิงผิง" ซืออี้โหวรับมาก่อนเก็บใส่ใต้ชายเสื้อของเขา


       ทั้งสองเดินด้วยกันจนมาถึงประตูเมือง... ผิงผิงหยุดก่อนจะเงยหน้า "เราต้องแยกกันตรงนี้แล้วค่ะ ข้าไม่ได้พักในเมือง"


        "เจ้าพักที่ถ้ำสิน? เสี่ยวเหอเป็นคนบอก"

        "ใช่แล้วค่ะ แต่พรุ่งนี้ข้าจะมาเล่นกับเด็กๆ เหมือนเดิมนะคะ" ผิงผิงพูดพลางยิ้ม... ก็นะ พรุ่งนี้เธอต้องออกเดินทางแล้ว


        "เจ้าก็ขี่วัวของเจ้ามาด้วยละ ไม่ควรใช้ตัวเบามาหรอกนะ" ซืออี้โหวพูดก่อนจะยกมือลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ


        "แฮ่ งั้นฝันดีนะคะ" เด็กสาวโบกมือก่อนจะหันหลังเดินไปทางที่ตั้งของถ้ำนอกเมือง... เมื่อลับตาคนแล้วเธอก็ใช้วิชาตัวเบาเพื่อกลับไป...

แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากการสนทนา {+5}  โพสต์ 2018-1-31 22:26
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [ซือ อี้โหว] {+30}   โพสต์ 2018-1-31 22:26

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x3
x3
x90
x1
x1
x10
x50
x10
x8
x20
x1
x10
x40
x24
x32
x18
x6
x40
x10
x28
x64
x42
x24
x2
x20
x94
x8
x2
x50
x312
x40
x46
x1
x60
x20
x135
x50
x28
x50
x100
x5
x30
x15
x34
x1
x15
x20
x43
x1
x20
x251
x510
x380
x80
x252
x149
x96
x23
x68
x290
x70
x2
x202
x5
x115
x400
x66
x45
x13
x1
x1
x25
x9
x3
x42
x10
x10
x33
x127
x4
x47
x1
x38
x1
x100
x75
x50
x1173
x6
x6
x2
x30
x31
x74
x349
x150
x2
x2
x378
x10
x145
x386
x365
x20
x31
x86
x3
x54
x120
x1
x18
x7
x5
x162
x8092
x38
x541
x1100
x3121
x25
x567
x1051
x12
x17
x25
x51
x57
x121

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-8-26 20:40:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-8-26 22:11

{ไป๋ฟางหรง}

บทที่ 98 : เดินเล่นคลายเครียด(?)


           ร่างบางเดินตามถนนสายหลักไปเรื่อยๆจากย่านการค้า  สองก้านธูปก็เห็นประตูเมืองสูงใหญ่ที่มีคนเข้าออกมากมาย   เป็นประตูเมืองที่เชื่อมต่อถนนสู่เมืองจื่อถง

เมื่อคนมากก็ยิ่งทำให้การตามหาตัวชาวนาตู๋ ซั่งกวนเป็นเรื่องลำบาก   เพราะนางไม่เคยรู้หน้าค่าตาอีกฝ่ายมาก่อน  ไป๋ฟางหรงหยึดยืนสังเกตการณ์อยู่ครู่ใหญ่  เพื่อแยกว่าผู้ใดเป็นชาวเมืองเฉิงตู ผู้ใดเป็นเพียงนักเดินทางที่ผ่านมา  ก่อนจะเดินเข้าไปสอบถามหญิงชาวบ้านที่แต่งกายคล้ายชาวนาที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่โดยมีลูกเล็ก

“ตู๋ซั่งกวนหรือ? พวกข้าไม่รู้จักหรอก…” หญิงผู้นั้นส่ายหน้า

“เช่นนั้นท่านป้าผ่านมาที่ประตูเซินมี่จวงบ่อยหรือไม่เจ้าคะ?” ร่างบางถามต่อ

ทั้งห้าพยักหน้า เห็นหญิงสาวแต่งกายหรูหรา พูดจาอ่อนหวานน่าฟังก็ชวนให้รู้สึกอยากช่วยเหลือ

ไป๋ฟางหรงยิ้ม “ในระยะเวลาหลายวันมานี้มีชายแต่งกายแบบชาวสวนชาวนามายืนรอผู้ใดอยู่แถวประตูเมืองทุกวันหรือเปล่าเจ้าคะ?”

หญิงวัยกลางคนมองหน้ากัน ครุ่นคิด ก่อนพยักหน้า “เหมือนจะมีอยู่คนหนึ่ง...นั่งหลบแดดอยู่ข้างๆเสาต้นที่สามนั่นอย่างไร เห็นมาได้สามสี่วันแล้ว  แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่ผู้ที่แม่นางตามหาหรือไม่?”

ดวงหน้างามคลี่ยิ้มอ่อนหวาน แม้แต่ผ้าไหมคลุมหน้าก็ไม่อาจปิดบัง “ขอบคุณพวกท่านมากเจ้าค่ะ”

ไป๋ฟางหรงคารวะก่อนมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ถูกชี้  “ท่านคือตู๋ซั่งกวนที่ลงประกาศสัญญาจ้างใช่หรือไม่?” เสียงหวานเอ่ยถามทำให้ชายที่นั่งคล้ายสัปปะหงกอยู่สะดุ้งตื่น  ก่อนพยักหน้า

“ผู้ใด?! ผู้ใดตามหาบิดา?!”

หญิงสาวผงะไปกับท่าทางนั้น  ก่อนจะแสดงสัญญาจ้างที่ดึงออกมาให้เขาเห็น “เป็นข้าจะอาสาสมัครช่วยเรื่องอาหาร...ไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดที่ข้าพอช่วยได้เจ้าคะ?”



         ชาวนาตู๋คายดอกหญ้าที่เคี้ยวอยู่ออกจากปาก  ดวงตาหลุกหลิงจ้องมองคนดึงประกาศตั้งแต่หัวจรดเท้า  ก่อนฉีกยิ้มยิงฟันเหลือง ท่าทางคล้ายเห็นหมูตัวโตวิ่งเข้ามาหาแบบนี้ชวนให้คนรู้สึกอยากเปลี่ยนใจหันหลังหนีไม่อยากช่วยเหลือนัก…

ไม่ทันไรคล้ายตู๋ซั่นกวนจะรู้ว่าร่างบางในอาภรณ์ฉบับชนชั้นสูงไม่ธรรมดาคิดอะไร  จึงรีบร้องห่มร้องไห้เสียงดัง   ผู้คนสัญจรไปมาล้วนแต่หันมองว่าเกิดอะไรขึ้น  บางคนเห็นนางแต่งกายหรูหรา ก็เหมาไปแล้วว่าย่อมเป็นเหตุการณ์ ‘ผู้มั่งมี รังแกคนยากไร้’  

ไป๋ฟางหรงหางคิ้วกระตุก  พยายามเอ่ยอย่างนุ่มนวลทีาสุด “ท่านชาวนาตู๋...มีเรื่องอะไรที่ข้าช่วยได้โปรดบอก ข้ารับสัญญาจ้างจากท่านมาแล้วย่อมช่วยเหลือ…”

“ข้าเพียงตื้นตันใจ...เพียงแค่นึกถึงฮูหยินที่ร่างกายไม่แข็งแรงของข้า…”

“ฮูหยินท่านเป็นอะไร? ท่านจะให้ข้าช่วยอย่างไร ค่อยๆพูดค่อยๆจากันได้นะ” ไป๋ฟางหรงเกลี้ยกล่อม  ถึงแม้น้ำตาจะดูหลอกลวงไปหน่อย  แต่เนื้อหากล่าวถึงฮูหยินยังพอทำเนาให้นางรู้สึกยังพออยากช่วยเหลือ

“ฮูหยินข้าทำงานหนักตั้งแต่เล็ก ร่างกายอ่อนแอทรุดโทรม  จนตอนนี้แทบเดินไม่ไหว  ข้าอยากหาอาหารมาบำรุงนาง  เพียงแต่จนปัญญา ด้วยทำเองไม่ไหว ซื้อโรงเตี๊ยมเอาก็แพง...ข้าไม่ได้ต้องการรบกวนคุณหนูมากหรอกขอรับ  ขอเพียงคุณหนูช่วยทำน้ำแกงมาส่งให้ข้าก็พอ”

ที่แท้คนก็เป็นห่วงฮูหยินของตน  แม้การแสดงออกจะดูน่าไม่อายไปบ้าง  แต่ในยามลำบากไม่คิดทอดทิ้งภรรยา  ทั้งยังปรารถนาสรรหาบองบำรุง  น้ำใจก็น่านับถือไม่น้อย

“เข้าใจแล้ว...ท่านอยากได้น้ำแกงอะไร” ไป๋ฟางหรงพยักหน้า  ผู้คนเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายมิใช่เรื่องใหญ่ก็หันกลับไปใช้ชีวิตต่อ

“ขอแค่แกงเห็ดหอมก็พอ...” ตู๋ซั่งกวนถูมือ

“ได้สิ--” หญิงสาวรับคำอย่างง่ายดาย  ไม่ทันขาดคำชาวนาก็พูดต่อ

“โอ้! น้ำแกงเต้าหู้นึ่งก็มีสารอาหารมาก…”

“ย่อมไม่มีปัญหา” ไป๋ฟางหรงชะงักไปนิดแต่ก็ยังไม่คิดอะไร “เพียงเท่านี้ใช่ไหมเจ้าคะ?”

ตู๋ซั่งกวนยิ้มแสยะ “ขอน้ำแกงเยื่อไผ่ด้วยนะแม่นาง…”

บำรุงมากไปจะร้อนใน เลือดกำเดาไหลได้นะ… หญิงสาวพูดไม่ออกกับอุปนิสัยของชาวนาผู้นี้   แต่ก็ตกลงไม่ติดขัด



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-8-26 22:16:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-8-27 15:44

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 98 : ส่งน้ำแกง


             แดดเริ่มคล้อยลงอีกไม่นานพระอาทิตย์ก็ตกดิน ไป๋ฟางหรงบนหลังเหลยเฟิง เดินทางไปประตูเซินมี่จวงอีกครั้ง   ผู้คนเริ่มเบาบางลงจากเวลาเที่ยงวัน  แต่ก็ยังเห็นคนหลั่งไหลเดินทางได้ไม่ขาด    ครั้งนี้หญิงสาวสามารถตามหาชาวนาตู๋ซั่งกวนได้อย่างรวดเร็ว

เห็นไกลๆว่าเขากำลังนั่งเคี้ยวหมั่นโถวแห้งๆ  พลางนั่งนับเหรียญเงินจำนวนน้อยนิดในมือ  นับแล้วนับอีกคล้ายคาดหวังว่าหากนับอีกรอบจะมีเพิ่มขึ้นจากเดิม   นับอยู่สามรอบก็ถอนหายใจส่ายหน้า  ก่อนจะเก็บมันเข้าถุงเงินเก่าขาด ยัดเข้าสาบเสื้อ ดูเหมือนจะเป็นเงินทั้งหมดที่เขามี  และเป็นจำนวนพอดีกับที่ลงไว้ในสัญญาจ้าง

ดวงหน้าหวานยิ้มบางเบา  ดูชาวนาหนุ่มเวลานี้ไม่คล้ายคนกะล่อนหวังเอาเปรียบผู้อื่นดังที่นางพบตอนเที่ยง   ที่แท้ทำไปก็เพื่อต้องการให้ภรรยาได้มีของดีๆกิน

ไป๋ฟางหรงเห็นดังนั้นก็เรียกเด็กหนุ่มที่กำลังเดินผ่านมาแถวนั้น “น้องชาย...ฝากนำกล่องนี้ไปให้ชาวนาในชุดมอซอตรงนั้นแทนข้าได้ไหม? พอดีข้ามีธุระสำคัญต้องไปทำต่อ…” กล่าวจบก็ยกกล่องจากหลังเหลยเฟิงไปให้เขาพร้อมสินน้ำใจเล็กๆน้อย “ฝากบอกเขาว่าบำรุงมากไปใช่เรื่องดี  แบ่งไว้ทานวันพรุ่งนี้เถอะ”

เด็กหนุ่มรับสินน้ำใจอย่างกระตือรือร้น  จะมือเงินได้หาได้ง่ายกว่านี้อีก เพียงแค่ยกกล่องไปส่งให้คนไม่กี่ก้าว   ก่อนจะรีบยกกล่องมุ่งหน้าไปทางตู๋ซั่งกวน

หญิงสาวยืนมองจนชาวนาตู๋ซั่งลุกขึ้นยืนรับกล่องน้ำแกงนั้นด้วยสีหน้างุนงง ก็หันหลังเดินออกมา  โดยไม่รอให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -3 ชื่อเสียง +5000 ความหิว -18 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin -3 + 5000 -18 + 10

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2019-3-14 19:11:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ชุดเปาสือ
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ดวงตาสวรรค์
กระบี่มารพันปี
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x12
x5680
x2
x8
x5
x22
x1015
x7
x5030
x34
x4
x100
x1000
x2
x1000
x500
x500
x500
x500
x2
x50
x3
x100
x3170
x30
x1
x73
x40
x600
x1000
x35
x510
x6
x2
x335
x140
x515
x1
x1
x5
x5
x1549
x20
x7
x16
x510
x10
x2890
x100
x110
x20
x137
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x512
x556
x538
x53
x75
x8
x24
x268
x4