ดู: 2405|ตอบกลับ: 165

{ เมืองฉางอัน } จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-15 23:37:38 |โหมดอ่าน


จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์
  { เ มื อ ง ฉ า ง อั น }




จวนราชองครักษ์ต้วนหงส์ ราชองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์ฮ่องเต้

อยู่ทางทิศเหนือของเมืองฉางอัน ห่างจากประตูเสวียนอู่ไม่ไกล

เป็นจวนขนาดเล็กประกอบด้วยหมู่เรือนไม่กี่หลัง  มีผู้อยู่อาศัยเพียงไม่กี่คน


จวนเล็กนี้ก่อสร้างอย่างเรียบง่าย แต่มีรสนิยมและไม่อวดตัว

ไม่ว่าจะไม้หรือหินที่ใช้ก่อสร้างล้วนเป็นวัสดุชั้นดีมีอายุเก่าแก่


ในด้านการจัดสวนและตกแต่งภายในนั้นก็เรียบง่าย  

ทว่าแฝงด้วยรสนิยมชั้นสูง สุขุม ยึดหลักความสวยงามตามธรรมชาติ

การใช้แสงเงาและความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติและมนุษย์  

แม้มิได้มีสวนบุปผาที่วิจิตรงดงามตระการตา

แต่ก็สามารถชื่นชมความงามของสี่ฤดูกาลได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง


สำหรับจวนนี้ทุกการตกแต่งแฝง

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตเอาไว้


แขกผู้มาเยี่ยมเยือนจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบและผ่อนคลาย

ในจวนไม่จุดกำยาน แต่มีกลิ่นหอมของดอกอวี้หลัน ดอกโมลี่ และสมุนไพรอยู่จางๆ


แม้บรรยากาศจะสงบเงียบแต่ก็ไม่ขาดชีวิตชีวา

ด้วยมีบรรดาสัตว์เลี้ยงขนฟูน่ารักฉลาดเฉลียวของฮูหยินคอยสร้างสีสันไม่ขาด


โดยมากราชองครักษ์ต้วนหงส์ไม่ค่อยได้อาศัยอยู่ที่จวน

เพราะส่วนใหญ่ชายหนุ่มมักจะติดตามฝ่าบาทอย่างใกล้ชิด

และเฝ้าระวังภัยหน้าตำหนักชะมากกว่าจะกลับมาที่จวน

ใต้เท้าไม่ค่อยใช้ทหารองครักษ์คนอื่นฝากเวร

เขาถือว่าความปลอดภัยฝ่าบาทเป็นหน้าที่สำคัญของแผ่นดิน


ส่วนตัวต้วนฮูหยิน ไป๋ฟางหรงเองก็มิค่อยได้อยู่ที่จวนเช่นกัน

เพราะหญิงสาวมีตำแหน่งเป็นนักวิชาการ  

ส่วนใหญ่นางมักออกไปสอนหนังสือเด็กที่โรงเรียนตงฟาง ค่ายพยัคฆ์

หรือบางวันก็เข้าไปสนทนา แลกเปลี่ยน ผสมช่วยอบรมองค์หญิงในวัง

หากมิเวลาว่างก็จะไปเดินทางไปแจกทานที่โรงทานหรือเดินทางไกลเพื่อช่วยคน


ผู้อยู่อาศัยภายในจวน


ต้วน หงส์ { ดูประวัติเต็มที่นี่ }

ราชองครักษ์ประจำตัวฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน  


“...เพียงแต่เพราะตัวข้าไม่ดีเอง มีบางอย่างที่ข้าควรปล่อยวางแต่แรก แต่ใจข้ากลับไม่อาจปล่อยวางมันได้”

“เจ้าจำไว้มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกพี่ต้วนคนนี้ได้เสมอ ข้ายินดีช่วยเจ้าได้ทุกเมื่อ”




-ไม่ใช่ NPC -

ไป๋ ฟางหรง { ดูประวัติเต็มที่นี่ }

หู้กว๋อฟูเหริน (ฮูหยินพิทักษ์แผ่นดิน)


“...ขอเพียงจากนี้ยามท่านทุกข์ใจสิ่งใด อัดอั้นอะไรอยู่ต้องการระบายความทุกข์ให้ผู้ใดฟัง  รู้ว่าตอนนี้ท่านไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป คิดถึงข้าขึ้นมาบ้างก็พอ”


“....ข้าจะรอ”











เซียง จื้อ { ดูประวัติเต็มที่นี่ }

บุตรบุญธรรมของทั้งคู่





ซู ซูปี้ { ดูประวัติเต็มที่นี่ }

น้องสาวบุญธรรมสหายต้วนหงส์

เปรียบเสมือนหลานสาว






ลี่ซือ { ดูประวัติเต็มที่นี่ }

สาวใช้คนสนิทของฮูหยิน ติดตามมาตั้งแต่บ้านเดิม






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-1-21 15:41:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-2-14 01:04

PART ???


     วันหนึ่งที่ฟ้าสดใสกลางฤดูหนาวที่อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นมาและอีกไม่ช้าจะใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ผลิ เด็กสาวนางหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์ตื่นแต่เช้ามาเพื่อทำงานบ้านอย่างแข็งขัน....
     ในจวนหลังไม่ใหญ่มากแต่ทว่าถูกก่อสร้างมาอย่างหรูหราและงดงาม ไม่มีคนรับใช้คอยดูแลตามความต้องการของเจ้าของเรือนที่ต้องการจะอยู่เงียบๆ คนเดียว ซ้ำยังตัวขององครักษ์ต้วนหงส์ผู้ภักดียังไม่ค่อยได้กลับมายังเรือนนอนของตนเอง จึงไม่รู้ว่าจะจ้างคนรับใช้มากมายไว้เพื่ออะไร
     แต่ทว่าการเวลาผันผ่านไปเหตุการณ์ต่างๆ ก็พลั่งพรูเข้ามาหาจนในที่สุดต้วนหงส์ก็จำเป็นต้องรับสหายร่วมเรือนมาพักอาศัยอยู่ แรกเริ่มเดิมทีสมาชิกใหม่ภายในจวนเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ นามว่า 'ซู ซูปี้' ตอนนั้นนางยังมีอายุอานามเพียงแค่แปดขวบปี องครักษ์หนุ่มได้ช่วยเหลือนางไว้และรับมาเลี้ยงดูให้การศึกษาต่อจากชายหนุ่มเหวิ่นซาง
     แรกๆ องครักษ์ต้วนไม่มีเวลาเลี้ยงดูเด็กหญิงมากนัก เนื่องด้วยติดราชโองการของฮ่องเต้ให้ไปสืบราชการยังแดนไกล เด็กหญิงตัวเล็กๆ คงไม่อาจพักอาศัยในจวนได้เพียงแค่ตัวคนเดียว เขาจึงจำเป็นต้องพานางไปฝากให้ฮองเฮาเว่ยจื่อฟูทรงรับเลี้ยงดูแลในตำหนักเจียวฝางเป็นการชั่วคราว
     ครั้งหนึ่งเมื่อสองปีก่อนหน้าต้วนหงส์ได้มีโอกาสเจอกับ 'ซู เทียนเหมิน' ผู้เป็นพี่ชายบุญธรรมของซูปี้ น่าเสียดายนั้นที่ตอนนั้นเด็กหญิงไม่อาจมาพบหน้าได้ พี่ชายบุญธรรมของซูปี้ที่เป็นชาวนอกด่านได้ขอร้องให้องครักษ์หนุ่มดูแลนางไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวน้องสาวและครอบครัวตระกูลซูที่อู๋จวิ้น
     ผ่านมาอีกสองปีที่ต้วนหงส์ได้กลับมายังเมืองหลวงฉางอันและอาจจะได้กลับมาพักอาศัยที่จวนนานหน่อยเขาจึงรับเอาซูปี้มาอาศัยที่จวนด้วย เด็กหญิงชาวบ้านตัวเล็กกะโปโล เพียงแค่ผ่านไปสองปีนางก็เริ่มโตเป็นสาวที่ส่อแววว่าจะเป็นหญิงสาวที่งดงามมากคนหนึ่งในต้าฮั่น ด้วยการสอนกิริยามารยาทจากฮองเฮาเว่ย และเรียนรู้เรื่องการแต่งกายเฉกเช่นสาวน้อยวัยแรกรุ่นจากบรรดานางกำนัลที่เลี้ยงดูและสนมบางคนที่เอ็นดูนางประดุจน้องสาวคนหนึ่งในครอบครัว และด้วยพื้นฐานเดิมที่เด็กสาวมีสายเลือดของนางระบำผู้เลอโฉมจากแดนใต้ ยิ่งช่วยขับให้ความงามดั่งหยกขาวส่องประกายแวววาวได้งดงามสมดั่งชื่อ
     สถานะของซูปี้ไม่ใช่ทั้งสาวใช้ คนรัก และญาติพี่น้อง แต่หากจะจัดสรรให้นางอยู่ในหมวดหมู่ใดคงจะเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้เคียงกับคำว่าศิษย์และอาจารย์ แม้ว่าต้วนหงส์จะไม่มีเวลาสั่งสอนวิชาให้เด็กสาวนักแต่ตำราอันมีค่าให้ห้องสมุดก็มากพอที่จะให้นางได้เรียนรู้ ตำราขงจื้อ ม่อจื้อ กลยุทธ์ซุนปิน ตำราประวัติศาสตร์ รวมถึงบันทึกการทำงานต่างๆ ล้วนผ่านสายตาของเด็กสาวตัวน้อยมาแล้วทั้งหมด ต้วนหงส์ให้สิทธิ์ในการศึกษาตามแต่ใจที่นางอยากได้ ซึ่งซูปี้ก็ไม่โง่เขลาที่จะละทิ้งโอกาสดีๆ นั้นไป ซึ่งนานๆ ครั้งทั้งสองจะมีการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันอยู่บ้าง
     ค่าตอบแทนของการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนคือการช่วยดูแลบ้าน แม้องครักษ์หนุ่มจะไม่ได้ออกปากแต่ซูปี้ก็ตั้งใจที่จะดูแลจวนหลังนี้รวมทั้งท่านลุงต้วนเป็นอย่างดีเมื่อเขากลับมาพักอาศัย...

จ๊อม...

     ม่านน้ำในสระบัวของจวนองครักษ์ต้วนกระเพื่อมไหวเป็นวงคลื่นเมื่อร่างของเด็กสาวในชุดเรียบง่ายเคลื่อนกายเดินแหวกกอบัว
     ต่อให้ซูปี้จะถูกอบรมสั่งสอนจากในรั้วในวังมามากมายขนาดไหน แต่สิ่งที่เด็กสาวจะไม่มีวันลืมเลยคือนางเป็นเด็กสาวชาวบ้านที่บังเอิญโชคดีกว่าใครได้เข้าไปเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ในวังหลวง ดังนั้นเด็กสาวจึงไม่ลืมกำพืดของตัวเอง เปื้อนดินได้ เลอะโคลนได้ ลำบากได้ ไม่มีเกี่ยง และอีกอย่างหนึ่งก็คือได้เล่นซนใสสระบัวเสียหน่อยก็สนุกดี
     เพียงแต่ว่าจุ่มแช่น้ำได้ไม่ถึงเค่อก็สัมผัสถึงความหนาวเย็นได้ยะเยือกถึงขั้วหัวใจ...
     "บรื๋อ หนาวจัง รีบเก็บบัวแล้วขึ้นจากน้ำดีกว่า" เสียงใสพึมพำพูดกับตัวเองเสียงสั่น จากนั้นจึงค่อยๆ เหยียบก้าวไปในสระที่ระดับน้ำสูงถึงอก มือบางแต่ทว่ามีความกร้านเล็กน้อยค่อยๆ ควานลงไปใต้น้ำดึงเอารากบัวขึ้นมาใส่ถังไม้ที่ลอยน้ำอยู่เบื้องบน 'ทำกินกันแค่สองคน สองสามต้นก็น่าจะพอ'
     ปทุมงามในสระนอกจากเป็นดอกไม้น้ำที่งดงามแล้วยังมีประโยชน์อีกนานับประการ รากและไหลของบัวสามารถนำเอามาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน ดอกของบัวนำมาเป็นดอกไม้ประดับบ้านหรือไหว้ศาลไหว้บรรพบุรุษได้ หรือกระทั่งบัวอ่อนก็เอาเมล็ดมาทานเล่น ไหนเลยลงทุนลงสระไปเก็บบัวมาแล้วก็เอามาให้คุ้ม ทั้งราก ทั้งสาย ทั้งไหล ทั้งดอก เมื่อได้วัตถุดิบชั้นดีในบ้านมาจนพอใจเด็กสาวตัวน้อยก็รีบขึ้นมาจากสระก่อนที่เจ้าของจวนจะมาเห็นแล้วถูกดุเอา
     ร่างที่เลอะโคลนรีบไปอาบน้ำขัดตัวก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยลงครัวทำอาหารเช้าจากบัวที่เก็บมา รากบัวและสายบัวถูกล้างน้ำสะอาดชำระคราบโคลนออกไปจนหมดจากนั้นถูกนำมาหันเป็นชิ้นพอดีคำ ซับน้ำออกให้แห้ง ส่วนของรากบัวแยกเป็นสองส่วนทำทั้งของคาวและของหวาน มือบางกำลังจะหยิบน้ำมันนำมาใส่ลงในกระทะเหล็กใบโตแต่ทว่า...
     "อ้าว... น้ำมันหมดนี่นา" ดวงตากลมโตสีเทาอ่อนปริบมองถี่ๆ แบบนี้คงทำอาหารผัดไม่ได้ นางชั่งใจอยู่เล็กน้อย 'ใช้มันหมูแทนก็ได้...' แต่เมื่อเปิดห้องน้ำแข็งรื้อเอาวัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์ออกมาก็พบว่าถูกนำไปใช้ทำอาหารตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และนี่ก็คือข้อเสียที่ว่าจวนหลังนี้ไม่มีบ่าวไพร่รับใช้เพื่อตรวจดูเสบียงอาหาร สาวน้อยพรูลมหายใจออกมาแล้วรำพึงกับตนเองเบาๆ "หมดทุกอย่างเลยอะไรกัน..."
     'ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ต้องรีบออกไปซื้อของ มิเช่นนั้นท่านลุงต้วนตื่นขึ้นมาต้องหิวแน่ๆ' สาวน้อยซูปี้ถอดเอาผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้ที่ตัดเย็บเองโดยใช้ความรู้ได้ได้รับการสอนจากฮองเฮาถอดออกแขวนไว้ยังหมุดข้างประตูครัว เก็บรากบัวเอาไว้ก่อนหลังจากซื้อวัตถุดิบครบแล้วจึงค่อยกลับมาทำอาหารต่อ
     สาวร่างเล็กหยิบกระเป๋าเงินที่ท่านลุงต้วนมอบไว้ให้ใช้สอยเล็กน้อยเรื่องในบ้านติดตัวเอาไว้ด้วย ก่อนที่จะมุ่งหน้าออกจากจวนไปยังย่านการค้าเมืองฉางอันตามลำพัง และหลังจากเสร็จธุระนางก็กลับมาทำอาหารให้ลุงต้วนได้รับประทาน...


@Admin @STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +111 ความหิว -13 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 111
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -13 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-13 15:51:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-13 16:06

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 71 : จากนี้รบกวนท่านแล้วใต้เท้า -แฟลชแบ็ค-


        หลังแวะหอบัณฑิต  ขบวนก็มิได้จอดแวะที่ไหนอีก  ตรงสู่จวนของราชองครักษ์ต้วนหงส์ทางทิศเหนือของฉางอัน  ใกล้ประตูเสวียนอู่   ใต้เท้าเล่าว่าภายในจวนไม่มีบ่าวไพร่รับใช้   มีเพียงเขาและเด็กหญิงผู้หนึ่งที่ได้รับเลี้ยงไว้เสมือนน้องสาวเท่านั้น

“ใต้เท้าไม่ต้องกังวลอันที่จริงฟางหรงมิใช่คนอยู่ยาก” ได้ยินการบอกเล่าของเขาคล้ายจะห่วงว่าบุตรีหวยหนานอ๋องที่เคยชินกับการมีสาวใช้หลายคนคอยรับใช้ช่วยเหลือจะรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ  ไป๋ฟางหรงจึงแก้ไขความเข้าใจผิด “อันที่จริงตอนยังเล็กข้าน้อยเคยพบภัยทำให้พลัดพลากความจำเสื่อม  ได้รับการช่วยเหลือจากแม่ทัพเว่ยชิงรับเลี้ยงและเติบโตในค่ายพยัคฆ์”

คิ้วกระบี่เลิกขึ้นประหลาดใจที่กุลสตรีท่าทางนุ่มนิ่มอ่อนโยนราวไม่เคยจับต้องงานหนักกลับมีประวัติที่สมบุกสมบันกว่าที่คิด   ลี่ซือเองก็ตาโตเช่นกันเพราะไม่เคยได้ยินคุณหนูกล่าวเล่า  

เมื่อได้พูดถึงเรื่องในอดีตที่แม้จะลำบากแต่ก็เป็นความทรงจำล้ำค่า  ทำให้นางยิ้มอารมณ์ดีพลางเล่าต่อ “เห็นแบบนี้ในค่ายพยัคฆ์ข้าได้เรียนรู้วิชากระบี่พื้นฐานมาบ้าง  แต่ครูฝึกชอบดุว่าข้าใจอ่อนเกินไป  แม้ท่วงท่าการฟันจะสวยงาม  แต่ไร้อันตราย  ต่อให้มียอดกระบี่ในมือคงมีค่าเท่าไม้จิ้มฟัน...” พูดเองก็อับอายเอง

ท่าทางนั้นทำให้คนฟังอดหัวเราะและเห็นด้วยกับคำพูดของครูฝึกไม่ได้

“หากเจ้าไม่บอก ข้าคงไม่รู้… ที่แท้เจ้าถึงมิมีความคิดที่จะร่วมมือกับหวยหนานอ๋อง  และกล้าเสี่ยงอันตรายไปแจ้งข่าวข้าครั้ง” ราชองครักษ์หนุ่มยิ้ม  ดูมีท่าทีเป็นกันเองเพิ่มขึ้น   ลี่ซืองุนงงไม่เข้าใจว่าแจ้งข่าวอะไร

ไป๋ฟางหรงจับมือลี่ซือเป็นเชิงว่าจะเล่าให้ฟังภายหลัง “หลังจากออกจากค่ายพยัคฆ์  ข้าก็เดินทางไปหางานทำที่ปาสู่  เป็นเสมียนร้านเครื่องดนตรีหออันเล่อเกอถึงสองปี  ความทรงจำค่อยๆกลับมาทำให้รู้ตัวว่าเป็นผู้ใดมาจากที่ไหน  เพียงแต่พอคิดถึงชีวิตในจวนสกุลไป๋ที่กำหนดบังคับเคี่ยวเช็ญให้ข้าน้อยเหมาะสมแก่ตำแหน่งว่าที่พระชายาของท่านอ๋องทำให้ข้าลังเลที่จะกลับไป…” ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ

“เดิมทีคิดว่าท่านพ่อคงส่งเม่ยเม่ยคนอื่นไปแทนแล้ว  ไหนเลยจะคิดว่าโชคชะตาเล่นตลก  ครั้งหนึ่งเดินทางไปส่งเครื่องดนตรีที่โรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่ว  เกิดพบท่านพ่อที่เดินทางมาที่ฉางอันเข้า...ท่านพ่อสืบข่าวข้าสองปี  ก็ส่งคนมาจับตัวข้าน้อยกลับจวน  จับแต่งตัว ส่งขึ้นเกี้ยวไปวังหวยหนานอ๋อง”

เล่าถึงตรงนี้ไป๋ฟางหรงก็รู้สึกตัวว่าพูดมากผิดวิสัยของนางที่มิค่อยเล่าเรื่องของตนเองให้ผู้ใดฟัง  จึงหยุดชะงัก ก้มหน้าลงซ่อนความเขินอาย

“...จึงได้พบท่าน”

“อย่างนี้นี่เอง…” ต้วนหงส์พยักหน้า “เรื่องนี้คงเป็นสวรรค์ลิขิตไว้แล้ว หากเปลี่ยนจากเจ้าเป็นผู้อื่น  หวยหนานอ๋องอาจก่อกบฏสำเร็จ  แผ่นดินอาจลุกเป็นไฟ”

“ฮ่องเต้เป็นโอรสสวรรค์ ใต้เท้ามีความสามารถ ต่อให้ขาดฟางหรง  ก็คงมิได้สร้างปัญหาใดๆ...ใต้เท้ากล่าวหนักไปแล้ว” หญิงสาวส่ายหน้าไม่กล้ารับ

“จริงสิ...ข้าสังเกตเห็นลักษณะความคิดคำพูดจาของคุณหนูไป๋  ต้วนหงส์ขอใคร่ถามท่านมีความคิดอยากเป็นปราชญ์หรือไม่?” ชายหนุ่มถามขึ้น

ตาโศกหวานโตขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “ใช่แล้ว...เป็นดังที่ใต้เท้าว่า”

“ท่านเป็นนักคิดที่ดี…” เขาเอ่ยชมพร้อมยิ้มให้ “เช่นนั้นข้าก็คิดอยากสนับสนุน  พรุ่งนี้ข้าจะชวนอาจารย์หลู่จากโรงเรียนตงฟางมาสอนคุณหนูแล้วกัน  ระหว่างที่ต้องอยู่ในจวนท่านจะได้ไม่เสียเวลาเปล่า”

ได้ยินว่าหนทางที่ตัวเองมุ่งหวังจะเป็นจริง  ไป๋ฟางหรงตาโตด้วยความตะลึง  คล้ายเห็นแสงสว่างท่ามกลางความพร่าเลือน  คุณหนูชุดขาวคลี่ยิ้มจับตาดั่งบุปผาผลิบาน ประสานมือคำนับ “ขอบคุณใต้เท้ามากเจ้าค่ะ”

—————---------—-


         จวนของใต้เท้าต้วนหงส์แม้จะไม่ได้มีขนาดกว้างขวาง  ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่ามีความโอ่อ่าหรูหรา  ดูแล้วสบายตา  ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายและสงบ   ลักษณะการจัดวางทั้งสวนและเครื่องเรือนคล้ายจะสะท้อนถึงอุปนิสัยของเจ้าของได้แปดส่วน   ในจวนเงียบไร้คนนอกดั่งที่ใต้เท้าว่าไว้

เมื่อก้าวเท้าลงจากรถม้าก็พบดรุณีชุดสีม่วงอ่อนหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ฉายแววงดงาม  ดวงตากลมโตใสมีแววยินดีที่ได้พบเจ้าของจวน  ก่อนจะมองมาที่คุณหนูชุดขาวและลี่ซือด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ท่านลุงต้วน” ดรุณีน้อยยิ้มกว้าง รีบคำนับผู้ที่นางเรียกลุง  ก่อนจะหันมาจ้องไป๋ฟางหรงตาแป๋ว

“คุณหนูไป๋ฟางหรง...นี่คือซู ซูปี้ เด็กหญิงที่ข้าเล่าให้ฟัง” ใต้เท้าต้วนหงส์แนะนำ  ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กหญิงนามซูปี้ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู “ซูปี้...นี่คุณหนูไป๋ฟางหรง จะมาอาศัยอยู่ที่จวนนี้ชั่วคราว”

คิ้วเล็กโก่งขึ้นเลิกขึ้น  ดวงตากลมมีแววฉลาดเฉลียวจับจ้องหนุ่มสาวสองคนสลับกัน   ก่อนจะมาหยุดที่โฉมสคาญนัยน์ตาหวานซึ้ง   ซูปี้ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ คุณหนูไป๋”

“จากข้าขอรบกวนด้วยนะเจ้าคะ แม่นางน้อย” ไป๋ฟางหรงทักทาย  ท่าทางคล่องแคล่วฉลาดเฉลียวราวแมวตัวน้อยของแม่นางน้อยผู้นี้ทำให้คนนึกเอ็นดูได้ง่าย ดวงตากลมจับจ้องใบหน้าของฟางหรงนานกว่าปกติ  ก่อนจะเลื่อนมามองบรรดาสัตว์เลี้ยงตัวฟูนุ่มนิ่มน่ารัก   ท่าทางเหมือนอยากจะมาเล่นด้วย  แต่ยังเกรงใจเจ้าของอยู่มาก

“เรียกข้าว่าพี่สาวก็ได้นะจ้ะ...ลูกหมีขาวตัวนั้นชื่อหยวนเป่า แรคคูนหิมะชื่อซือซือ กระต่ายขาวชื่ออันอัน ลูกสุนัขสีน้ำตาลชื่ออาโถว ลูกแมวชื่อเหมาฉิว ส่วนตัวที่พี่อุ้มอยู่ชื่อเมิ่งเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะพี่สาว” ซูปี้ยิ้มจนตาหยี  ตากลมเป็นประกายแวววาว  ยามเจ้าตัวเล็กทั้งหลายเข้าไปรุมเอาจมูกดมเพื่อทำความรู้จักเพื่อนใหม่  เด็กน้อยหัวเราะคิกคัก

“ในที่สุดซูปี้ก็มีเพื่อนเล่นเสียที…” ต้วนหงส์มองภาพเด็กน้อยเล่นกับบรรดาขนฟูตัวน้อยด้วยสายตาอ่อนโยนปนรู้สึกผิด “ที่ผ่านมาข้าต้องปล่อยให้นางอยู่ที่จวนคนเดียว ไม่ก็พาเข้าไปฝากฮองเฮาเลี้ยงในวังบางวัน  ก็รู้สึกผิดต่อนางเหมือนกัน”

“แม้จะเพิ่งพบกัน  แต่น้องซูปี้เป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง” ไป๋ฟางหรงพูด

“ข้าจำได้ว่าคุณหนูเข้ากับเด็กได้” ต้วนหงส์กล่าวขึ้น  ตอนพบนางที่ฉางอันครั้งก่อนก็อยู่กับบรรดาเด็กกำพร้า

“เด็กๆเป็นวัยที่ใสซื่อบริสุทธิ์…” หญิงสาวตอบ “ใต้เท้าไม่ต้องเป็นห่วง  ข้ามาพักอาศัยเรือนของท่านย่อมไม่พักอยู่เฉยๆ  ระหว่างนี้ฟางหรงจะช่วยดูแลน้องซูปี้อีกแรง”

ราชองครักษ์ที่มักติดงานไม่กลับบ้านถอนหายใจ ยิ้มโล่งอก “ขอบคุณจ้ามาก”



        หลังจากนั้นใต้เท้าต้วนหงส์ก็ขอตัวกลับไปเฝ้าฝ่าบาท  ปล่อยให้สาวๆได้ทำความรู้จักกัน  ซูปี้ออกอาการร่าเริงมากเมื่อในจวนมีคนมาพักด้วย  แถมคนมาพักยังพาเจ้าตัวน้อยน่ารักน่ากอดมาเป็นฝูงใหญ่ๆ  จวนที่เคยเงียบเหงาก็เริ่มสดใสอบอุ่น

“พี่สาวเจ้าคะ  คืนนี้ข้าขอมานอนห้องท่านได้หรือไม่?” ซูปี้ถาม  ขณะนี้สามสาวกำลังช่วยเก็บจัดข้าวของ   ลี่ซือเองก็ดูจะเข้ากับซูปี้ได้อย่างดีเพราะพื้นฐานลี่ซือเป็นคนร่าเริง แก่นแก้ว และออกซื่อ ทำให้เข้ากับคนง่ายอยู่แล้ว

“เอาสิจ้ะ” ไป๋ฟางหรงตอบ  ดูท่าซูปี้คงติดเสน่ห์บรรดาเจ้าตัวน้อยของนางจนอยากนอนกอดไม่ปล่อยเสียแล้ว   ฟางหรงเปิดหีบออกมาจัดวางเครื่องประดับ  ก่อนมือบางจะชะงักเมื่อพบห่อผ้าหนึ่งที่เก็บไว้ลึกสุดในหีบจนนางลืมไปเสียแล้ว
ห้อผ้านี้…?

นึกย้อนดูก็พบว่าเป็นห่อผ้าที่ใต้เท้าต้วนมอบให้   จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าด้านในมีอะไรกันแน่   มือเล็กประคองห่อผ้าเพื่อเปิดออกดู






@Admin

แสดงความคิดเห็น

(จัดส่งไอเท็มในห่อผ้าเรียบร้อย)  โพสต์ 2018-7-13 16:44

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-13 22:26:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 72 : ท่านอาจารย์มิต้่องว่ากล่าวเสียงดังก็ได้...

        วันต่อมาในระหว่างที่ไป๋ฟางหรงกำลังเร่งเขียนบทความวิเคราะห์ในห้องตำราของจวน   ใต้เท้าต้วนหงส์ก็เดินเข้ามาพร้อมบัณฑิตหนุ่มหน้าหยกท่าทางสุภาพและเข้มงวดในเวลาเดียวกัน  คาดว่าคงเป็นท่านอาจารย์ที่ชายหนุ่มได้บอกกล่าวแก่นางไว้เมื่อวาน

“อาจารย์หลู่  นี่คือแม่นางไป๋ฟางหรงที่ข้าได้พูดถึง” ใต้เท้าราชองครักษ์แนะนำ

“ไป๋ฟางหรงคารวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้น เดินออกมาตรงหน้าอาจารย์หลู่  ทำการคารวะอย่างแช่มช้อย ก่อนจะชืดตัวขึ้น

“....” ท่านอาจารย์จับคาง  ดวงตาหงส์พิจารณานางราวจะวิเคราะห์โหงวเฮ้งไปให้ถึงฤกษ์ยามที่กำเนิด ก่อนจะพยักหน้าให้กับตัวเอง

“???” ไป๋ฟางหรงไม่เข้าใจความคิดของท่านอาจารย์นัก  แต่นางก็มิได้กล่าวอันใด

“ท่าทางนุ่มนิ่มหัวอ่อนไปนิด...แต่หากใต้เท้าว่านางเฉลียวฉลาดเหมาะสมแก่การขัดเกลา  ข้าย่อมเชื่อสายตาใต้เท้า  แล้วนี่เจ้ากำลังเขียนอะไรอยู่หรือ?” อาจารย์หลู่พูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว  เขาดูลักษณะนางและเริ่มตัดสินขั้นต้น  ชายหนุ่มเดินวนโต๊ะเขียนหนังสือไปดูสิ่งที่ลูกศิษย์กำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียน

ไป๋ฟางหรงสบตากับท่านราชองครักษ์แวบหนึ่ง  ไม่คิดว่าอาจารย์หลู่จะเป็นคนหนุ่มที่ดูกระฉับกระเฉง กระตือรือล้นถึงเพียงนี้   ใต้เท้าต้วนยิ้มคล้ายให้กำลังใจ  ไป๋ฟางหรงหันไปตอบ “เรียนอาจารย์  ฟางหรงลงประกวดบทความวิเคราะห์สงครามต้าฮั่น ชงหนูไว้  กำลังเร่งเขียนให้ทำส่งวันนี้”

ดวงตาของอาจารย์จับจ้องอยู่ที่ตัวอักษร  ไม่แม้แต่จะสนใจตอบรับคำของลูกศิษย์  เขาดูมีประกายถูกใจ  และเริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมา “ใช้ได้...ใช้ได้...ไม่เลวเลย...” อ่านไป ชมเชยเล็กน้อยไป พอให้ไป๋ฟางหรงใจชื้น  อาจารย์หนุ่มเงียบเสียงลงใช้เวลาและสมาธิอ่านต่อจนจบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มละมุนอ่อนโยน

แต่ด้วยเหตุผลบางประการไป๋ฟางหรงรู้สึกหนาวสั่นราวอยู่ท่ามกลางหิมะ

“ตรงอื่นน่ะใช้ได้ดีแล้ว  มีการเรียบเรียง จับประเด็นได้ดี  แต่ว่าท่านราชองครักษ์ต้วนหงส์ไปทำอะไรในสงครามกับชงหนู?”

ไป๋ฟางหรงกระพริบตา เอ๊ะ…? นางได้เขียนถึงใต้เท้าต้วนไปหรือ?

เห็นสีหน้าของลูกศิษย์คนงาม  อาจารย์สีหน้ามืดครึ้ม “ย่อหน้านี้เจ้าจะบรรยายประวัติและสรรพคุณของใต้เท้าต้วนไปเพื่อให้ผู้ใดอ่าน? เขียนบทความอวยใต้เท้าต้วน โดยต้วนฮูหยิน นี่เจ้าตั้งใจจะทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงสำลักรึ?!”

ปิดท้ายที่เกรี้ยวกราด โยนม้วนไม้ไผ่ให้ลูกศิษย์หมาดๆได้ชมผลงานตัวเอง

เอ๊ะ….? ไป๋ฟางหรงรับตำรามาอ่านด้วยสีหน้าว่างเปล่า  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว แล้วกลายเป็นแดงจัด  เมื่อนึกได้ว่าใต้เท้าต้วนที่ถูกพูดถึงก็อยู่ในห้องนี้ด้วย

ไป๋ ฟาง หรง!!!

นางจนปัญญาจะด่าทอตนเอง เมื่อสัมผัสได้ว่าครู่นี้ตอนนางอ่านบทความใต้เท้าต้วนเองก็แอบลอบมองเนื้อหาในนั้นด้วย   ผิวขาวแดงก่ำ  แม้อยากจะมุดดินหนีก็ต้องทนแบกรับความอับอายเอาไว้ก่อน

“ฟางหรง...จะรีบแก้เจ้าค่ะ….” นางรีบเดินมุดก้มหน้าไปนั่ง หยิบพู่กันจุ่มหมึกเตรียมแก้ว

“ใช่...เจ้ารีบแก้ไข เขียนใหม่ตั้งแต่ต้น” อาจารย์หลู่ส่ายหน้า “เจ้าเขียนท่อนอื่นได้ดีอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นบทความวิเคราะห์  ข้าจะไม่พูดถึงจุดอื่นในวันนี้ จะไม่เป็นการยุติธรรมต่อผู้เข้าแข่งขันคนอื่น  ดังนั้นบทเรียนของวันนี้คือมีสติอยู่เสมอ”

อาจารย์หนุ่มเทชาจากกาออกมาจิบท่าทางสบายอกสบายใจ  ตาหงส์เหล่ไปทางเจ้าของจวนที่ยังไม่ออกไปจากห้องทำงาน “แล้ววันนี้ราชองครักษ์ต้วนหงส์มีเวลาว่างนักหรือ? ตัวไม่อยู่ฮูหยินเจ้ายังใจลอยเขียนถึง  เวลานี้ตัวอยู่ในห้องจากบทความสงครามจะมิใช่ตำนานดอกท้อไปรึ?”

ไป๋ฟางหรงแทบสำลักน้ำลาย  มือที่กำลังเร่งเขียนตัวอักษรถึงกับกระตุก  ดีที่ยกมือหนีทัน ม้วนไม้ไผ่จึงยังไม่เละเทะอีกรอบ  เหตุใดท่านอาจารย์จได้พูดจาขวานผ่าซากเช่นนี้?! ไหนกันความเป็นสุภาพชน??

นางก้มหน้าจนแทบมุดติดกับไม้ไผ่  ได้ยินเสียงขรึมของใต้เท้าต้วนหงส์กระแอมไอก่อนขอตัวออกไป





แสดงความคิดเห็น

( วันทำงาน VIP = 8 วัน )  โพสต์ 2018-7-13 22:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +40 เงินตำลึง +1000 ความหิว -16 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 -16 + 6

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-14 22:21:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-15 12:11

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 73 : ก้าวแรกของเสมียนมือใหม่ (โรลทำงาน)

          ตั้งแต่มาอยู่ที่จวนใต้เท้าต้วนหงส์ไป๋ฟางหรงก็ตื่นเช้ากว่าเดิม  บัดนี้นางมิใช้คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ หรือธิดาบุญธรรมของหวยหนานอ๋องอีกต่อไป  แต่เป็นเพียงไป๋ฟางหรงธรรมดา   ไป๋ฟางหรงตื่นแต่เช้าเพื่อมาล้านหน้า เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

“คุณหนู…” ลี่ซือที่เข้ามาในห้องนอนของนายสาวของตนเพื่อจะช่วยปรนนิบัติกลับต้องผิดหวังเป็นวันที่สอง  สาวใช้บ่นอุบอิบ “บ่าวบอกแล้วว่างานพวกนี้ให้บ่าวทำเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ยังไงกัน...ลี่ซือ ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่านับจากนี้อย่าได้ถือตนเองเป็นบ่าวอีก” ไป๋ฟางหรงส่ายหน้าดึงดัน  นางยังคงสวมชุดขาวเพื่อไว้ทุกข์แก่บิดาทั้งสอง

แต่สาวใช้กลับคุกเข่าลง  ตาแดงเหมือนน้ำตาจะไหล  ไป๋ฟางหรงตาโตรีบไปประคองให้ลี่ซือลุกขึ้น  ทว่าสาวใช้ตัวน้อยดื้อดึง “คุณหนู...โปรดให้บ่าวคอยรับใช้ติดตามคุณหนูเหมือนเดิมเถิดเจ้าค่ะ…”

“ข้าไม่ได้จะไล่เจ้าไปไหน...แค่ต้องการให้เจ้าเป็นสหายของข้า…” ฟางหรงรีบเร่งแก้ไขความเข้าใจใหม่

“แต่ลี่ซือเติบโตมาแบบสาวใช้ หากคุณหนูมิให้ลี่ซือคอยรับใช้ติดตามทำสิ่งที่บ่าวถนัด  บ่าวจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง…” ลี่ซือร้องไห้ “บ่าวรู้ว่าคุณหนูจะบอกให้บ่าวเรียนรู้วิชาเพื่อไปทำอาชีพอื่น  ถ้าคุณหนูต้องการให้บ่าวเรียนก็จะเรียนให้  แต่สิ่งที่ลี่ซือต้องการคือคอยติดตามคุณหนูเหมือนเมื่อก่อน…”

“.....” เห็นท่าทางดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ของสาวใช้  หญิงสาวก็ได้แต่ยอมใจ “เอาเถอะ  เจ้าลุกขึ้นเถอะนะ…”

“.....” สาวใช้ยังนิ่ง

“เข้าใจแล้วๆ...แต่วิถีชีวิตหลายอย่างต้องปรับตัว  เราเป็นผู้พึ่งพิง จะให้ข้าทำตัวสบายก็ไม่ควร  ดังนั้นขอแค่ตอนเช้าเท่านั้น  ข้าจะลุกขึ้นแต่งตัวเอง  เข้าใจไหม?” ในที่สุดก็ตกลงกันคนละครึ่งทาง   ลี่ซือพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน  ไป๋ฟางหรงเช็ดน้ำตาของสาวใช้ตัวน้อย อ่อนใจ “เด็กโง่…”

        หลังปรับความเข้าใจกันแล้วสองสาวก็เดินไปยังโรงครัวเพื่อจะทำอาหาร   เวลานี้ยังไม่พบผู้ใด  ห้องครัวโล่งนัก วัตถุดิบหลายอย่างขาดไป   สมเป็นจวนที่เจ้าของไม่ค่อยอยู่   ได้ยินจากซูปี้ว่าท่านลุงต้วนของนางจะกลับมาที่จวนวันอาทิตย์ แค่ชั่วยามสองชั่วยามเท่านั้น   ดังนั้นตอนนี้คงจะพักอยู่ในวัง   คิดแล้วก็นึกถึงคราก่อนที่มาฉางอันเพื่อส่งสาส์นลับให้ใต้เท้า  ทำเอานางมึนไปนางว่าควรจะส่งมอบข้อความอย่างไร

จะว่าไปอยู่ในวังตลอดแบบนี้ใต้เท้าได้กินนอนอย่างไรนะ?

แม้ได้ข้อสรุประหว่างเดินทางว่าใต้เท้าไม่สามารถอิ่มทิพย์ได้เอง แต่เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนางอยู่    ไป๋ฟางหรงเริ่มหุงข้าวต้ม พร้อมทำผัดผักง่ายๆ โชคดีที่เจอเนื้อหมูมาทำหมูย่างพอดี

“อ้าว...พี่ฟางหรง พี่ลี่ซือ…” ซูปี้เดินเข้าครัวมาตั้งท่าจะทำอาหารเช้าก็อึ้งไป

“ตื่นแล้วหรือจ้ะ? กับข้าวเสร็จพอดี  ไปรอที่โต๊ะได้เลยนะ” ไป๋ฟางหรงยิ้มให้เด็กน้อยที่ดูจะไม่คุ้นชินกับสถานการณ์นี้นัก   ซูปี้กระพริบตาเบลอๆก่อนจะส่งยิ้มสดใสมาให้

“ข้าช่วยนะเจ้าคะ” ซูปี้รีบช่วยหยิบตะเกียบและจานชามไปเตรียมรอไว้  สามสาวล้อมวงทานมื้อเช้า  แม้เรียบง่ายแต่ก็มีความสุข

------------------------------------

        หลังจัดการงานช่วงเช้าเรียบร้อยไป๋ฟางหรงก็รีบเตรียมตัวไปรอรับอาจารย์ที่ห้องตำรา  โดยมีลี่ซือไปยืนคอยรับอาจารย์หลู่   วันนี้ท่านอาจารย์มาในชุดสีฟ้าสบายตา  ดูเห็นบัณฑิตผู้สุขุมอ่อนโยน  แต่ครั้งนี้ไป๋ฟางหรงจะไม่ถูกหลอกด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอีก

“ไป๋ฟางหรงคารวะอาจารย์”

อาจารย์หลู่โบกมือสบายๆ  เดินตรงมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับลูกศิษย์สาว   ไป๋ฟางหรงรีบรินชาให้อย่างรู้ความ   เขารับชามาจิบแล้วเริ่มพูดขึ้น “คิดอยากจะเดินทางสายปราชญ์เจ้ารู้หรือไม่เส้นทางสายนี้ต้องเริ่มจากไหน?”

“...เสมียนหรือเจ้าคะ?”

อาจารย์หนุ่มพยักหน้า “ถูกแล้ว เจ้าจะเริ่มต้นจากการเป็นเสมียนจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์ก่อน  โดยมีข้าคอยให้คำแนะนำอีกที”

“.......” จวนเล็กๆทีอยู่กันเพียงสองคนแบบนี้จะมีเอกสารบัญชีใดให้จัดเรียง? ไป๋ฟางหรงกระพริบตางุนงง  ท่านอาจารย์เห็นท่าทางนั้นก็ใช้พัดเคาะหน้าผากกลมเกลี้ยงเบาๆ

“เจ้าอย่าได้คิดว่าได้งานง่าย  ในจวนที่มีเพียงเด็กและใต้เท้าต้วนที่ไม่ค่อยได้อาศัยในจวน  คิดหรือว่าจะมีคนมีเวลาและความสามารถจัดเก็บจำแนกเอกสาร จดบันทึก ทำบัญชีอะไร” ท่านอาจารย์หรี่ตาพร้อมเฉลย “เอาล่ะ...วันนี้ก็เริ่มจากตรวจสอบตำราในห้องนี้ออกมากางตากแดด แล้วคัดแยกม้วนที่หมึกเลือนออกมาเพื่อทำการซ่อมแซมคัดลอกใหม่แล้วกัน”

ไป๋ฟางหรงพยักหน้ารับคำแล้วเดินตรงไปยังชั้นหนังสือ  สามชั้นใหญ่ กะปริมาณดูคร่าวๆมีตำรา บันทึกไม่ต่ำกว่าสองร้อยม้วน  มีบางส่วนที่อยู่ในมุมอับสายตา  ดูแล้วไม่ค่อยมีคนมาเปิดใช้จนหยากไย่เกาะ

ช่วงยามเช้าฤดูร้อนแบบนี้แดดกำลังดี   ไป๋ฟางหรงหาผ้าผืนยาวมาปูพื้นหน้าห้องตำรา  เดินเข้าเดินออกหอบม้วนไม้ไผ่ที่สภาพยังดีอยู่แค่ต้องการนำมาตากแดดออกมากางผึ่ง   คัดแยกม้วนตำราออกเป็นกองที่ต้องซ่อมแซมเล็กน้อย  กับที่เสียหายหนักก็คัดแยกไว้

…..

……….

เมื่อคัดแยกเรียบร้อยดูเหมือนมีตำราหลายเล่มที่ต้องคัดลอกใหม่ตั้งแต่ต้น  ส่วนนี้ต้องแยกไว้เพื่อนำไปคัดลอกจากฉบับที่ยังสมบูรณ์  ไป๋ฟางหรงก็เริ่มซ่อมแซมตำราจากที่นางคุ้นตารวมคำสอนของขงเบ้ง   หญิงสาวคลี่ม้วนไม้ไผ่ออกมา
เมื่อ______พูดว่า “ใช่” หรือ “______” เขา_________ว่า “อาจจะ”
______การฑูต___ว่า “_____” เขามีความหมายว่า “ไม่”
เมื่อนัก________ว่า “____” เขา_______การฑูต
เมื่อสุภาพ_______ว่า ________มีความหมายว่า “______”
เมื่อ______พูดว่า “อาจจะ” หล่อนมีความหมายว่า “ใช่” หรือ “ได้”
เมื่อ__________ว่า “ใช่” หรือ “ได้” หล่อน___________

อืม… คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันนิดๆทบทวนความทรงจำดู  พลางฝนหมึก แล้วก็จรดปลายพู่กันจุ่มหมึก  ก่อนจะตวัดพู่กันเติมคำที่ขาดไป   ลายมือพลิ้วไหวแบบสตรีค่อนข้างโดดเด่นต่างจากเจ้าของลายมือเดิม  แม้เส้นสายจะขาดความห้าวหาญ  แต่ก็ดูสะอาดตา เป็นระเบียบเรียบร้อย  บ่งบอกนิสัยที่ละเอียดอ่อน  ในความอ่อนมีความเข้มแข็งซ่อนอยู่
เมื่อนักการฑูตพูดว่า “ใช่” หรือ “อาจจะ” เขามีความหมายว่า “อาจจะ”
เมื่อนักการฑูตพูดว่า “อาจจะ” เขามีความหมายว่า “ไม่”
เมื่อนักการฑูตพูดว่า “ไม่” เขาไม่ใช่นักการฑูต
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “ไม่” หล่อนมีความหมายว่า “อาจจะ”
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “อาจจะ” หล่อนมีความหมายว่า “ใช่” หรือ “ได้”
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “ใช่” หรือ “ได้” หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี

บทความหลังซ่อมแซมเริ่มอ่านได้ใจความมากขึ้น นักการฑูตที่แท้จริงไม่ปฏิเสธผู้ใด สุภาพสตรีที่แท้จริงไม่ตอบรับใครง่ายๆ  ไป๋ฟางหรงค่อยๆเติมคำที่ขาดในบันทึกเรื่อยๆ  หากมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจก็ขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์  โดยรวมไม่มีปัญหาใดมาก

อาจารย์หลู่ตรวจตำราที่นางซ่อมแซมพลางพยักหน้าพอใจ  จนเขาคลี่ม้วนไผ่ดูตำราเต้าเต๋อจิ้งของเล่าจื้อ  อาจารย์หลู่ก็ถามขึ้น “เต้าเต๋อจิ้ง 81 บทมีอะไรบ้าง?”

ไป๋ฟางหรงชะงัก  สมองทบทวนเนื้อหาตำราเต้าเต๋อจิ้ง  เสียงหวายค่อยๆร่ายคำตอบอย่างสงบ “เต้าเต๋อจิ้งทั้งหมด 81 บท ประกอบไปด้วย เต๋าอันสูงสุด, สิ่งต่างๆอุบัติขึ้นด้วยการเปรียบเทียบ, การปกครองของปราชญ์, รูปลักษณ์แห่งเต๋า, ประโยชน์ของสูบลม, มารดาอันมหัศจรรย์, มิได้อยู่ด้วยตนเอง, ความดีอันสูงสุด--”

เสียงหวานค่อยๆร่ายต่อเรื่อยๆจนจบโดยไม่สะดุด “--ความอ่อนโยนมีชัยต่อทุกสิ่ง, หนทางอันยุติธรรม และสุดท้ายประเทศในฝัน”

อาจารย์หนุ่มพยักหน้า  ชื่นชมในความจำ และสามารถพูดตอบได้ฉะฉานคล่องแคล่ว  ไม่มีติดขัด

“ผู้รู้คืออะไร” เขาถาม

“ผู้รู้คือผู้ที่รู้ว่าตนเองไม่รู้   ผู้ที่รู้ว่าตนเองไม่รู้นั้นคือผู้สูงสุด ผู้ที่คิดว่าตนเองรู้นั้นเต็มไปด้วยอวิชชา ผู้ที่รู้ว่าอวิชชาคืออวิชชา ย่อมหลีกเลี่ยงจากอวิชชาพ้น ปราชญ์นั้นปราศจากอวิชชา เพราะท่านรู้ว่าอวิชชาคืออวิชชา ดังนั้นอวิชชาจึงไม่อาจเข้าครอบงำดวงจิตของท่าน” ไป๋ฟางหรงตอบทันที

อาจารย์หลู่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ จิบชาอึกหนึ่ง มืออีกข้างถือพัดพัดโบกช้าๆ “สิ่งที่อยู่นิ่ง ง่ายที่จะเก็บรักษาไว้…”

ไป๋ฟางหรงตอบ “สิ่งที่ยังไม่เกิด ง่ายที่จะป้องกัน” เมื่อเห็นว่าอาจารย์พยักหน้าให้นางกล่าวต่อ หญิงสาวจึงเสริมจนจบ

“สิ่งที่อ่อนนุ่ม ง่ายที่จะฉีกขาด สิ่งที่บางเบา ง่ายที่จะปลิวฟุ้ง  จัดการก่อนที่เหตุจะเกิด จัดระเบียบก่อนที่จะยุ่งเหยิง ไม้ใหญ่เต็มโอบเริ่มจากหน่อเล็ก  เก๋งสูงเก้าชั้น เริ่มจากก้อนดิน  ทางไกลพันลี้ เริ่มจากการเดินหนึ่งก้าว ผู้ที่ทำจะล้มเหลว  ผู้ที่จับยึด จะลื่นหลุด  ด้วยปราชญ์มิได้กระทำ จึงไม่ล้มเหลว มิได้จับยึด จึงไม่ลื่นหลุด กิจการงานของผู้คนมักจะล้มเหลวเมื่อใกล้สำเร็จ ด้วยการใช้ความระมัดระวังในตอนท้ายให้เท่ากับเริ่มแรก ความล้มเหลวย่อมจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นปราชญ์ย่อมปรารถนาในสิ่งที่คนอื่นไม่พึงปรารถนา และไม่ให้คุณค่าแก่จุดหมายที่บรรลุได้ยาก เรียนรู้ในสิ่งที่ผู้อื่นมิได้รู้  รื้อฟื้นในสิ่งที่คนมากมายได้หลงลืม  ท่านได้ช่วยทำให้ทุกสิ่งเติบโตและเป็นไปตามธรรมชาติ แต่มิได้หาญเข้ายุ่งเกี่ยวกับกฎธรรมชาติ”

อาจารย์หลู่รวบพัด “ดี! นับว่าเจ้าทำได้ดี  หวังว่าจะสามารถนำสิ่งที่เจ้าเรียนรู้ไปเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิต  เอาล่ะ...เรื่องคัดลอกตำรานั้นไม่ต้องรีบร้อน  มีเวลาว่างค่อยทยอยทำ  วันพรุ่งนี้เตรียมสมุดบัญชีของจวนไว้  วันพรุ่งนี้ข้าจะให้เจ้าจัดการบัญชีของจวน”

อาจารย์ยิ้มพึงพอใจแล้วก็เดินจากไป  ทิ้งให้ลูกศิษย์สาวลุกคำนับลาแทบไม่ทัน  อาจารย์ช่างไปมาว่องไว  ตามอารมณ์ไม่ถูกเหลือเกิน


--------------------------------------------------------


           ใกล้เที่ยงวันเต็มที  ด้วยความสงสัย ไป๋ฟางหรงจึงถามซูปี้ว่าปกติท่านลุงต้วนหงส์ของนางทานอาหารสามมื้อที่วังหรือ?  เด็กหญิงทำหน้างง ก่อนจะพยักหน้ามึนๆ

“ก็คงจะเป็นเช่นนั้น…” เด็กหญิงตัวน้อยทำหน้าครุ่นคิดจริงจัง “จะว่าไปคิดๆดูแล้วซูปี้ก็ไม่มั่นใจว่าท่านลุงต้วนบ้างานขนาดนั้นจะได้กินอาหารตรงมื้อหรือเปล่า…” เด็กหญิงทำหน้าหงอยด้วยความรู้สึกผิด “ข้าลืมคิดถึงจุดนี้ไปอีกแล้ว….”

“ไม่เป็นไรหรอก  เจ้ายังเด็ก...จะคิดไม่รอบคอบนักก็ไม่แปลก” ไป๋ฟางหรงลูบศีรษะทุยปลอบอย่างใจดี

ซูปี้พยักหน้า  ดวงตาใสซื่อจ้องหน้าพี่สาวคนงาม “จริงสิ...ทำไมเที่ยงนี้พี่สาวไม่ทำมื้อเที่ยงไปให้ลุงต้วนล่ะ?”

“เอ๊ะ?” ไป๋ฟางหรงกระพริบตา  ด้วยความไม่มั่นใจว่ามันทำได้หรือไม่

“ตอนข้าเข้าไปเล่นในวังเห็นคนที่บ้านคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ทหารองครักษ์ที่ต้องเข้าเวรบ่อยๆ….แต่ตอนข้าเล็กกว่านี้เห็นว่าด้วยตำแหน่งท่านลุงไม่น่าจะอดเลยไม่ได้คิดจะไปส่งอาหาร  พอพี่สาวฟางหรงทักขึ้นมาวันนี้จึงนึกขึ้นได้”

เที่ยงนี้จึงได้ข้อสรุปว่าไป๋ฟางหรงจะทำน้ำแกงไปส่งใต้เท้าที่วังหลวง  หญิงสาวเข้าครัวไปดูวัตถุดิบ  ดีที่ลี่ซือไปเตรียมหาซื้อมาแล้ว  ทำให้ในตอนนี้ครัวของจวนมิได้โล่งอีกต่อไป

ตรวจดูวัตถุดิบแล้วจะว่าตลกก็ตลก  เพราะวัตถุดิบทำน้ำแกงเห็ดหอมครบครัน  ครั้งก่อนที่ทำในบ้านท่านยายหลัว  ใต้เท้าก็อยู่ด้วย แต่ครั้งนั้นได้ชิมเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น  ไป๋ฟางหรงยิ้มบาง  สองมือทำน้ำแกงด้วยความคุ้นเคยและมั่นใจมากขึ้นกว่าครั้งแรก มีเด็กน้อยซูปี้คอยเป้นลูกมือยืนดูเรียนรู้สูตรและเคล็ดลับในการปรุงอาหารอยู่ไม่ห่าง

กว่าจะหรุงน้ำแกงเสร็จก็ได้เวลาอาหารพอดี  ไป๋ฟางหรงตักน้ำแกงใส้ถ้วย ปิดผา ใส่กล่องไม้   ร่างระหงปีนขึ้นม้าขาว  รับกล่องไม้จากลี่ซือ “พวกเจ้าทานมื้อเที่ยงกันไปได้เลยนะ  ข้าจะรีบไปส่งน้ำแกงให้ใต้เท้าก่อน”

“เจ้าค่ะคุณหนู” ลี่ซือยิ้มกรุ้มกริ่ม  จ้องมองคุณหนูในชุดขาวสวมผ้าคลุมหน้าเปิดเผยเพียงดวงตาเศร้าซึ้งสะกดใจ   


ไป๋ฟางหรงกระตุกอานขี่ม้าออกจากจวนมุ่งหน้าไปทางประตูเสวียนอู่ที่อยู่ไม่ไกล


@Admin

แสดงความคิดเห็น

VIP+บันทึกลับ #3 ได้รับวันทำงาน 32 วัน  โพสต์ 2018-7-14 22:42

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +40 เงินตำลึง +1000 ความหิว -16 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 -16 + 6

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-15 13:45:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-15 15:25

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 73 : ป้ายชื่อจวนหาใช่ยันต์กันผี (โรลทำงาน)


            หลังกลับจากวังเมื่อวาน  พอถึงจวนไป๋ฟางหรงก็รีบพาตัวเองไปทำงานอื่นต่อเผื่อจะทำให้ตนเองรู้สึกสบายใจขึ้น   ซึ่งก็ได้ผลจริงๆเมื่อขอดูบัญชีจวนจากน้องซูปี้   พอนางได้ดูบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนจริงๆ  นางก็รู้สึกปวดหัวอย่างที่อาจารย์หลู่ได้เตือน(?)เอาไว้   

ใต้เท้าต้วนหงส์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในวัง  น้องซูปี้ก็ยังเด็ก บัญชีเลยไม่ละเอียดมากนัก มีลงบันทึกรายรับและของที่ฝ่าบาทประทานให้เป็นรางวัลบ้าง   แต่เรื่องรายจ่ายเล็กน้อยในจวนนี่ค่อนข้างมีปัญหา

เหมือนพวกค่ากินอยู่น้องซูปี้ลงบ้างไม่ลงบ้าง  คาดว่าบางครั้งก็ใช้จ่ายโดยเงินเบี้ยประจำเดือนของนางที่ใต้เท้าต้วนให้เก็บไว้   

“ก็ซูปี้มาพึ่งพาท่านลุงนี่เจ้าคะ….” เด็กหญิงตอบเสียงอ่อย  

ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ  ในจวนขุนนางตระกูลใหญ่มักแยกเบี้ยรายเดือนของบุตรหลานสายหลักออกจากค่าอาหารในโรงครัว  ไป๋ฟางหรงไม่แน่ใจวิธีการบริหารในจวนของใต้เท้า  แต่ดูจากลักษณะใต้เท้าคงใช้วิธีเดียวกัน กล่าวคือให้เบี้ยรายเดินแก่ซูปี้เก็บไว้เพื่อซื้อหาของที่อยากได้ มิใช่ของใช้ในจวน  และที่ผ่านมาใต้เท้าก็คงไม่มีเวลาสังเกตว่ารายจ่ายในจวนน้อยผิดสังเกต

วันต่อมาไป๋ฟางหรงรายงานปัญหาที่พบแก้อาจารย์หลู่  ชายหนุ่มโบกพัดอารมณ์ดี “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร?”

“มีรายจ่ายที่ทำสัญญากับร้านค้าให้ส่งของเข้ามาเป็นระยะ จำพวกข้าวสาร แป้งข้าวจ้าว ฟืนไฟ สามารถสืบความได้ ข้าคงต้องไปติดต่อกับหลงจู๊ร้านนั้นขอลองเทียบบัญชี…” ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ “ส่วนค่าอาหารต่างๆคงต้องลองคำนวณกะเอาโดยประมาณแล้วเขียนหมายเหตุทิ้งไว้”

“เจ้าจะประมาณจากไหน?” อาจารย์หลู่ถามต่อ

ไป๋ฟางหรงนิ่งคิดนิดหนึ่ง “หากน้องซูปี้จดบันทึกประจำวันไว้เรื่องคงง่ายขึ้น  จะได้ตรวจดูว่าวันไหนที่นางไปอาศัยอยู่ในวัง  วันไหนใต้เท้ากลับมาพักที่จวน หรือวันไหนมีเชิญแขกมารับรอง  จากจุดนี้จะสามารถคาดการณ์ปริมาณอาหารที่น้องซูปี้ทานในแต่ละวัน  แล้วเทียบกับตำราบันทึกสถานการณ์ในแต่ละปีที่มีช่วงข้าวยากหมากแพง  สินค้าอุปโภคบริโภคราคาสูงต่ำไม่เท่ากัน  ก็น่าจะช่วยให้คิดคำนวณถึงตัวเลขคร่าวๆได้ใกล้เคียงขึ้นเจ้าค่ะ”

ท่านอาจารย์พยักหน้า “บันทึกจวนก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องสะสาง  ข้าบอกแล้วว่ายิ่งงานของจวนเล็กๆยิ่งงานเยอะ  จวนเล็ก จวนใหญ่ปัญหาคนละแบบจวนใหญ่แม้มีบัญชี บันทึกครบถ้วน  ยังต้องมานั่งกลั่นกรองข้อมูลว่าจริงเท็จเพียงใด  ใครยักยอกเอาสิ่งใดไปบ้าง”

ไป๋ฟางหรงพยักหน้าเห็นด้วย  เรื่องปัญหาในจวนใหญ่นั้นนางคุ้นชินทีเดียว

“ว่าแต่วันนี้เจ้าเป็นอะไร  ดูเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ” อาจารย์หลู่ถาม  แม้จะไม่กี่วันเขาก็พอจับสังเกตเรื่องอุปนิสัยของลูกศิษย์สาวคนนี้ได้  แม้จะดูนุ่มนิ่มบอบบาง ดูเซื่องๆเชื่องๆ(?)ไปบ้าง ก็ไม่ได้มีอาการเหมือนหวาดกลัวอะไรเช่นนี้

ไป๋ฟางหรงได้ยินคำถามแล้วชะงัก  ลังเลที่จะบอกความในใจดีหรือไม่  เพราะนางพยายามทำตัวเป็นปกติเพื่อไม่ให้ลี่ซือและซูปี้ต้องหวาดกลัวไปด้วย   แต่คิดๆดูแล้วเพื่อความปลอดภัยก็ต้องยอม  หญิงสาวถอนหายใจ “เรียนท่านอาจารย์  เมื่อวานฟางหรงออกไปข้างนอก  รู้สึกเหมือนถูกคนแอบมองอยู่เป็นระยะ  สายตามุ่งร้ายไม่เชิง หวังดีไม่ใช่  แต่คล้ายจะตามติดไม่เลิกรา…” กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “คราแรกคิดว่ากลับมาถึงจวนจะสิ้นสุด...ไหนเลยจะรู้ว่าตอนกลางคือระหว่างที่ฟางหรงกำลังนอน  กลับได้ยินเสียงดังจนต้องตื่นมาดู…”

ท่านอาจารย์ขมวดคิ้ว  พัดที่โบกไปมาเอื่อยๆชะงัก “อะไรนะ?!? เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น  ใต้เท้าต้วนรู้หรือยัง??”

ไป๋ฟางหรงส่ายหน้า

“เพ้ย! เรื่องสำคัญเยี่ยงนี้ทำไมเจ้าไม่บอก  ในจวนมีสตรีสอง เด็กหนึ่ง แม้จะแปะป้ายว่าเป็นจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์  ตัวคนก็ไม่ค่อยอยู่  ป้ายชื่อจวนหาใช่ยันต์กันผี  ใช่ว่าจะไม่มีคนสติไม่ดีคิดอยากลองดีเสียหน่อย” อาจารย์หลู่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง  ดูท่าจะเครียดยิ่งกว่านาง  ทำให้ลูกศิษย์สาวหลุดหัวเราะออกมากับคำเปรียบเปรยที่เผ็ดร้อน  

ผลสรุปคือโดนพัดเคาะหัว “เจ้าจะยังมีหน้าหัวเราะอีก?? ก้มคำนวณบัญชีต่อไป!”

“เจ้าค่ะอาจารย์…” เสียงหวานตอบอ่อยๆ พลางลูบรอยแดงเล็กบนหน้าผาก


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +40 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +25 ความหิว -24 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 + 25 -24 + 6

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-15 17:43:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-15 17:45

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 74 : จดหมายถึงใต้เท้าต้วน

          หลังจากอาจารย์หลู่ไป๋หยวนกลับไปแล้วไป๋ฟางหรงก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเทียบบันทึกของน้องซูปี้  สรุปว่าแต่ละปีมีวันไหนบ้างที่ใต้เท้าต้วนกลับมาทานข้าวที่บ้าน  สำหรับคนส่งฟืนจะมาส่งทุกสัปดาห์  ซึ่งพรุ่งนี้เป็นวันที่เขาจะมาพอดี  ไป๋ฟางหรงจึงสามารถขอเทียบจำนวนเงินได้เลย  ส่วนข้าวสาร และแป้งข้าวจ้าวที่ส่งเป็นรายเดือน  หญิงสาวคงต้องไปขอเทียบกับหลงจู๊ดูเอาวันหลัง

บวกลบตัวเลขตลอดเช้าจนหญิงสาวเริ่มหัวตื้อ  จะเทชาจิบก็พบว่าหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว  ไป๋ฟางหรงจึงถือโอกาสพัก  ออกไปเดินเล่นผ่อนคลาย ก่อนจะเริ่มทำงานบ้านในช่วงบ่าย  

ว่าแต่วันนี้ใตเท้าต้วนจะกลับมาถึงจวนยามไหนนะ?

หญิงสาวแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์  เที่ยงวันแล้วใต้เท้ายังไม่กลับ  ร่างระหงส์เดินวนเล่นจนมาถึงหน้าประตูจวนที่ปิดสนิท  ดรุณีชุดขาวถอนใจ  หันหลังเตรียมตัวจะวกกลับไปทำครัวทำมื้อเที่ยง  วันนี้ตั้งใจจำจัดกับข้าวหลายอย่างหน่อยเผื่อเจ้าของจวนกลับมาจะได้มีทานให้อิ่มปากอิ่มท้อง

วินาทีนั้นไป๋ฟางหรงกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาจับจ้องมาที่นางอีกครั้ง หญิงสาวลอบกำกระบี่เจ็ดดาวที่ซ่อนใต้ผ้ารัดเอว  กลั้นใจหันกลับไปพร้อมดึงกระบี่ออกจากฝัก  

“!!!”

ว่างเปล่า…
เป็นความว่างเปล่าอีกแล้ว…

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนเป็นปม   ร่างบอบบางค่อยๆเดินเข้าไปตามทิศทางที่สัมผัสได้ว่าเมื่อครู่มีคนอยู่  หัวใจเต็นโครมครามด้วยความกังวล   หรือจะมีคนรู้ว่านางเป็นบุตรีบุญธรรมหวยหนานอ๋อง? หรือจะเป็นศัตรูของใต้เท้าต้วนหงส์ที่ต้องการหาเรื่องเอาผิดใต้เท้า?

คิดไปต่างต่างนานา ด้วยสถานที่ที่เริ่มต้นเรื่องนี้เป็นวังหลวง ถ้ำเสือถิ่นมังกร หากพลาดพลั้งไป  ตัวนางไม่เท่าไหร่  แต่ถ้าทำให้ใต้เท้าลำบากไปด้วยนางจะทำอย่างไร  

ระหว่างนั้นกลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น  ร่างเล็กสะดุ้งราวกระต่ายตื่น  มองไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง  ก่อนจะค่อยๆเดินไปเปิดแง้มออก

“แม่นาง...ใต้เท้าต้วนอยู่หรือไม่ขอรับ?” ทันทีที่บุคคลด้านนอกเห็นว่าคนเปิดประตูเป็นใครก็รีบกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน  ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า ทรงผมดูยุ่งเล็กน้อย  เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นโคลน  เหมือนเพิ่งผ่านการเดินทางมาอย่างรีบร้อน

ไป๋ฟางหรงลอบผ่อนลมหายใจออก โล่งอก หญิงสาวปรับสีหน้าเป็นยิ้มบางเบา เปิดประตูกว้างขึ้น “คุณชาย เวลานี้ใต้เท้ายังไม่กลับจากวัง หากท่านไม่รีบเชิญเข้ามานั่งพักดื่มชาข้างในก่อนไหมเจ้าคะ?”

“ไม่รบกวนแม่นางขอรับ…” เขาประสานมือขอโทษ  แล้วคว้าจดหมายฉบับหนึ่งออกมายื่นให้นาง “รบกวนแม่นางช่วยแจ้งข่าวนี้แก่ใต้เท้าด้วย”

เมื่อนางรับสาส์นไปแล้วชายหนุ่มก็รีบประสานมืออำลา  ก่อนจะริบสะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบาวิ่งจากไปทันที   ไปมาว่องไวเสียจนไป๋ฟางหรงตั้งตัวไม่ทัน   ดูจะมีธุระด่วนมาก  นัยน์ตาโศกปิดประตูลงกลอน   นัยน์ตาเลื่อนไปเห็นข้อความในจดหมาย



เรียนใต้เท้าต้วน

ข้าน้อยอาหมาง บ่าวคนสนิทนายท่าน
ข้าน้อยขออภัยที่นายท่านไม่อาจช่วยงานที่รับปากไปสืบเรื่องราวเล่อหยูเฟยได้แล้ว
พอดีทางบ้านเติ้งมีเรื่องนิดหน่อย นายท่านบาดเจ็บ ข้าน้อยจึงเขียนจดหมายมาแจ้งใต้เท้า แต่ข้าน้อยสัญญาข้าน้อยจะช่วยใต้เท้าแทนนายท่านเองขอรับ

อาหมาง


เล่อหยูเฟย บ้านเติ้ง นายท่านบาดเจ็บ?

ถึงแม้จะไม่เข้าใจเรื่องราวนัก  แต่ดูแล้วเป็นเรื่องด่วนสำคัญมากอยู่  ไป๋ฟางหรงรีบเก็บจดหมาย   เข้าสาบเสื้อด้วยความระมัดระวัง   หากได้พบใต้เท้าจะรีบยื่นให้เป็นอย่างแรก

ร่างบอบบางหันกลับไปทางห้องครัว  จุดหมายเดิมที่ตั้งใจไว้แต่ต้น  รีบทำอาหารรีบทานมื้อเที่ยง  ตอนบ่ายยังคงมีงานอีกมาก  เบาะ ผ้านวมก็สมควรแก่ได้เวลาเอามาตากแดด

จะว่าไปม่านมุ้ง ปลอกหมอน ปลอกผ้านวมในห้องนอนของใต้เท้าก็ดูจะเก่าแล้ว  สมควรแก่เวลาเปลี่ยนใหม่   ไป๋ฟางหรงแตะคางครุ่นคิด  ยิ่งอยู่ยิ่งเจอรายละเอียดเล็กน้อยมากมาย ชวนให้รู้สึกว่าจวนหลังนี้ดูเงียบเหงาจืดชืดขาดชีวิตนัก  สวมควรค่อยๆปรับไปทีละนิดให้มีความรู้สึกเหมือนบ้านชวนให้คนอยากอยู่ยิ่งขึ้น  ยามเจ้าของจวนที่ให้ที่พักพิงแก่พวกนางกลับจวนจะได้ผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

เอาล่ะ… หญิงสาวตั้งมั่นแก่ใจ  ก่อนอื่นเลยบ่ายนี้ต้องเอาเบาะและผ้านวม ไปผึ่งแดดผึ่งลม  รีดอาภรณ์ของใต้เท้าแล้วพับอบให้หอมอ่อนๆด้วยกลิ่นไม้หอมและสมุนไพรที่ช่วยคลายความเครียดได้  แล้วยังต้องเตรียมจัดการบัญชีต่อ  ก่อนนอนยังต้องเก็บความเรียบร้อยให้เสื้อคลุมที่ปักค้างไว้อีกนิด

ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ  ก่อนจะยิ้มบางๆ แต่ถึงจะต้องทำงานวุ่นวายไม่ว่างนั่งเล่น เขียนอักษร เล่นดนตรี  นางก็รู้สึกชอบชีวิตแบบนี้มากกว่าแบบคุณหนูในห้องหอเสียอีก  ชวนให้นึกถึงตอนอยู่ค่ายพยัคฆ์ทีเดียว




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-16 22:06:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-17 13:25

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 74 : รอวันเป็นไม้ใหญ่ (โรลทำงาน)


          สรุปผ่านไปจนไป๋ฟางหรงเก็บเบาะนวมที่ตากแดดเข้าที่  อุ่นอาหารเป็นรอบที่สอง  จวบจนขึ้นวันใหม่  ใต้เท้าก็ยังคงไม่กลับจวน   ดูท่าบางทีอาจเกิดเรื่องสำคัญในวังเป็นแน่  ดรุณีชุดขาวถอนหายใจไร้สาเหตุ  ก้มหน้าลงนั่งดีดลูกคิดป๊อกแป๊กต่อไป  


เมื่อเช้าคนส่งฟืนมาที่จวน  ไป๋ฟางหรงได้เจราจาของเทียบสมุดบัญชีแล้วเขาตกลง แต่เป็นตัวเลขของครึ่งปีที่ผ่านมาเท่านั้น  หากนางอยากดูเพิ่มเกรงจะต้องเป็นสัปดาห์หน้า  หรือไม่ก็เดินทางไปที่ร้านโดยตรง


ไป๋ฟางหรงจึงพยักหน้าตกลงและขอบคุณอีกฝ่ายพร้อมให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยไปแทนค่าเหนื่อย ค่าฟืนไฟโดยปกติราคาคงที่  แต่ฤดูหนาวบางปีที่มีภัยก็ราคาสูงลิ่ว  ไม่บันทึกให้แน่นอนไม่ได้  ยังไงบ่ายนี้หญิงสาวคงเดินทางไปเอง  จะได้ไปติดต่อบรรดาร้านขายข้าวสาร ธัญพืช แป้งข้าวจ้าว แป้งมัน แป้งสาลี  แถมยังมีร้านขายผ้าอีก


อาจารย์หลู่เห็นลูกศิษย์ขยันขันแข็งก็กล่าวขึ้น “เห็นเจ้าขยันขันแข็งจัดการบัญชีเรียบร้อยอาจารย์ก็เบาใจ  เพียงแต่เจ้าตั้งใจมุ่งหน้าเข้าสายเป็นปราชญ์มิใช่เป็นเถ้าแก่เนี้ยคุมบัญชี  มองเห็นคลุกคลีกับเรื่องราวเหล่านี้ได้คิดทบทวนเห็นสิ่งใดมิบอกอาจารย์?”


มือที่กำลังจับพู่กันชะงัก  หญิงสาวเงินหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่กำลังโบกพัด  ก่อนจะหลุบนัยน์ตาโศกลง  อาจารย์หลู่ไป๋หยวนเคาะพัดลงจุดเดิม “สิ่งหนึ่งที่เจ้าสมควรเปลี่ยนแปลง  คือเมื่อเจ้าตัดสินใจเป็นปราชญ์  หมายถึงเจ้าก้าวขาออกจากส่วนของสตรีมาแล้วครึ่งหนึ่ง  และเมื่อข้ายอมรับเจ้าเป็นศิษย์  นั่นหมายถึงเจ้ามีความสามารถพอ   มัวแต่เกรงกลัวว่าเป็นสตรีมิควรกล่าวสิ่งใดจะไปก้าวหน้าในทางสายนี้ได้เช่นไร?”


ไป๋ฟางหรงลูบศีรษะตัวเอง  คิดตามสิ่งที่อาจารย์พูดแล้วก็เห็นด้วย  นางจะก้าวหน้าได้อย่างไรหากแม้แต่ตัวเองยังคงตีกรอบให้ตนเอง “ขออภัยอาจารย์  เพียงแต่เรื่องที่ฟางหรงกำลังคิดหาใช่หลักปรัชญาใดๆ ...แค่คิดเรื่องความลำบากของชาวบ้านเท่านั้น”


“.....” อาจารย์หลู่เลิกคิ้ว  เขาเทชาขึ้นจิบ “....ว่ามา”


ดรุณีชุดขาวถอนหายใจ เสียงหวานที่สมควรใช้พูดคำหวานปลอบโยนจิตใจบุรุษเริ่มเอ่ยความคิดของตนเอง “เพราะการศึกสงครามทำให้มีการจัดเก็บภาษีขึ้นเพื่อนำเงินไปสร้างกองทัพ  จากที่ในสมัยองค์ฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้ได้มีการยกเลิกภาษีการผลิต  คงไว้แต่ภาษีรายหัว ภาษีที่ดิน  แม้ในรัชสมัยองค์ฮั่นจิ้งตี้ก็ได้เพิ่มคืนมาแต่ก็เป็นอัตราต่ำสามในร้อยส่วน   มาเวลานี้นอกจากภาษีเหล่านี้ที่ต้องจ่ายยังมีภาษีการขาย ภาษีรถม้าพาหนะ… ชาวนา ชาวไร่รายได้ก็ไม่มากอยู่แล้วต้องจ่ายภาษีเงินเก็บก็หมดไปส่วนหนึ่ง  ยามคิดภาษีการขายร้านค้าทั้งหลายยังบวกราคาสินค้าเพิ่ม  ภาระก็มาตกอยู่ที่ผู้ซื้อ  กลายเป็นชาวบ้านต้องเสียถึงสองต่อ  เงินเก็บจะมีมากเท่าไหร่  ยามต้องเผชิญภัยแล้งหรือฤดูหนาวยังมีช่องว่างให้ขึ้นราคาสินค้าได้---”

พรวด! แค่กๆๆ


ไป๋ฟางหรงรำพึงได้ครึ่งทางก็โดนเสียงสำลักของอาจารย์หลู่ผู้ทุกท่วงท่ากิริยาดั่งสุดยอดบัณฑิตหน้าหยก   ท่านอาจารย์หน้าแดงหน้าคล้ำ เขารีบโบกมือห้าม  รู้สึกพูดไม่ออก “เจ้า...ข้าบอกให้เจ้าพูดสิ่งที่คิด  เจ้าถึงกลับพูดวิจารณ์นโยบายจัดเก็บภาษีหน้าตาเฉยแบบนี้  ปากแบบนี้ไม่กลัวหัวหลุดเข้าสักวันก็ช่วยกลัวข้าจะหัวใจวายตายก่อนเถิด…”


“แต่ท่านให้ข้าพูด…” ไป๋ฟางหรงรู้สึกอยุติธรรม “อีกอย่างข้าหาได้วิจารณ์นโยบายไม่  ยามศึกสงครามเพิ่มภาษีก็เป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว  เพียงแต่ยามนี้ศึกเสร็จสิ้นเปิดเส้นทางสายไหมควรมีวิธีเก็บภาษีอากรอื่นหรือไม่? อันที่จริงศิษย์คิดว่าควรมีประกาศกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดด้วยซ้ำกำหนดเพดานสินค้าของแต่ละชนิด  แปรผันผวนได้ไม่เกินเท่าไหร่ ภาษีการขายควรจะระบุชนิดไปพวกเหล้า สุรา อาหารฟุ่มเฟือยควรจัดเก็บมากหน่อย  และการจัดเก็บภาษีตามรายได้ของบุคคล ยิ่งได้มากยิ่งต้องเสียมาก จึงจะยุติธรร---”


อาจารย์หลู่ยกมือหยุด “เจ้ายิ่งพูดยิ่งลากคอตัวเองไปขึ้นเขียง  ผู้ใดได้ยินไม่ต้องถึงพระหัตถ์องค์ฮ่องเต้เลย  เพียงใต้เท้า คหบดีใหญ่คนไหนได้ยินก็จ้างนักฆ่ามาสังหารเจ้าทิ้งได้แล้ว”


“เพราะเห็นว่าเป็นอาจารย์ศิษย์จึงกล้าพูด…” ไป๋ฟางหรงที่เคยเอ่ยปากพูดสิ่งที่ตัวเองคิดได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกตอบเสียงอ่อย  หน้าแดงด้วยความเก้อ  ไม่รู้ว่าเมื่อครู่กินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไร  หลังอาจารย์สั่งให้พูดอย่าได้กังวลถึงได้พูดไม่คิดแบบนั้น


“ฟางหรงเอ๊ย…” อาจารย์หนุ่มถอนหายใจ “ข้าตั้งใจสั่งสอนให้เจ้ากล้าคิดกล้าพูด  ในขณะเดียวกันเจ้าก็ยังต้องรำลึกไว้ ภัยพิบัติออกจากปาก  เวลานี้เจ้าเป็นเพียงเสมียนน้อยในจวนราชองครักษ์ต้วนหงส์  อำนาจวาสนาเป็นเพียงต้วนฮูหยิน เปรียบเป็นต้นกล้าน้อยไม่อาจต้านแรงลมพายุ เรื่องบางเรื่องครุ่นคิดได้แต่ยังมิใช่เวลาเอ่ย   วันใดที่เจ้าได้รับการยอมรับเป็นยอดปราชญ์จากทุกคน”


อาจารย์หนุ่มส่ายหน้าทั้งฉิวทั้งขันทั้งหนักใจ “วันนั้นแม้เจอพายุพัดกระหน่ำ รากของเจ้าก็หยั่งลึกในแผ่นดิน  ไมโอนเอน ไม่พัดปลิว ไม่ถูกทำลาย”


“ศิษย์จะจำคำอาจารย์ไว้...ขอบคุณอาจารย์ที่สั่งสอนเจ้าค่ะ” ไป๋ฟางหรงคำนับ


อาจารย์หลู่ถอนหายใจ “ดูเหมือนข้าต้องปรับความเข้าใจที่มีต่อเจ้าใหม่อีกรอบ  ตอนเด็กๆเจ้าเรียนอ่านสิ่งใดไปกันแน่?”


ไป๋ฟางหรงเพียงหัวเราะเสียงแห้ง  นางมีโอกาสเข้าไปอ่านตำราบันทึกต่างๆ ทั้งในจวนบิดาและวังอ๋อง  ตำราความรู้ใดที่กุลสตรีในห้องหอมิได้แตะต้อง หญิงสาวเคยผ่านตามาอยู่บ้าง




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +1840 เงินตำลึง +1000 ความหิว -19 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 -19 + 6
LanXinLi + 1800 ต้วนฮูหยิน

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-17 21:28:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 75 : เข้าเฝ้าครั้งแรก

        เวลานี้ไป๋ฟางหรงเรียบเรียงบัญชีของจวนไปได้กว่าครึ่งที่บริเวณโต๊ะหินที่ลานด้านหน้า ที่มีชั้นวางอาวุธทั้งหอกดาบ ดูเหมือนลานฝึกยุทธ์  บนโต๊ะนอกจากมีม้วนไม้ไผ่หลายม้วน อุปกรณ์เครื่องเขียน ยังมีกาน้ำชาและขนมเปี๊ยะอีกสองชิ้น  

ก๊อก ก๊อก…

หญิงสาวแหงนหน้ามองประตูจวน  เอียงหน้าน้อยๆ วางพู่กันบนแท่นวาง  แล้วรีบเดินไปเปิดกลอนประตู  พบชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาผิวพรรณเปล่งปลั่งในชุดขันทีในวังยิ้มแฉ่งให้

เอ๊ะ?

ตากลมกระพริบ  ประมวลสถานการณ์เร็วรี่  เวลานี้ใต้เท้ายังไม่ออกจากวังกงกงผู้นี้ไม่น่าจะมาด้วยธุระต่อใต้เท้าต้วน

“ไป๋ฟางหรงคารวะกงกง  ไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือ?”

“มิกล้าๆ ต้วนฮูหยิน ข้าเป็นขันทีคนสนิทของฝ่าบาทมีนามว่าห่าวหมิง” ขันทีผู้นั้นรีบโบกมือ พร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร สายตาสำรวจนาง คล้ายกับขันทีที่มารับสมัครส่งบทความในวันนั้นไม่มีผิด  เผลอๆออกจะอยากรู้มากกว่าด้วยซ้ำ “ได้ยินนามของต้วนฮูหนินมา วันนี้ได้พบหน้า  นับเป็นโฉมคราญ กิริยา มารยาทอ่อนโยนอ่อนหวาน หาได้ยาก สมแล้วกับที่ทำให้ใต้เท้าต้วนรักปักใจวายตามิเคยมองหญิงใด— เอ้อ...ขออภัย ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ต้วนฮูหยินเข้าเฝ้า”

เข้าเฝ้า?

ไป๋ฟางหรงชะงักจากที่กำลังเก้อเจินกับคำชมที่ดูจะเกินเลยความจริงไปบ้าง  ความคิดแรกคือตะลึง ความคิดสองคือเป็นกังวล  ว่ากันว่าพบฮ่องเต้ก็เหมือนพบพยัคฆ์  จะกลับบ้านไม่แน่ว่าจะรักษาชีวิตได้  ยิ่งตนมีฐานะเป็นบุตรีบุญธรรมของผู้ได้ชื่อว่ากบฏด้วยแล้ว  ยิ่งสมควรวิ่งหนี

หรือว่า…

หรือจะจับได้แล้วว่านางเป็นบุตรีบุญธรรมของหวยหนานอ๋อง?

ไป๋ฟางหรงรีบเก็บสีหน้า นางประสานมือ  ในเมื่อเบื้องบนมีรับสั่งมาแล้วเบื้องล่างก็ไม่อาจอิดออด  เสียงหวานเอ่ยขอบคุณ

“กงกงกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว…” เสียงหวานกล่าวตอบ “ฟางหรงเข้าใจแล้ว ขอบคุณกงกง กรุณารอฟางหรงสักครู่” ใบหน้าอ่อนหวานแต้มรอยยิ้มบาง  ก่อนจะเดินไปเก็บบัญชี พู่กันและแท่นหมึกให้เรียบร้อย  ใส่ผ้าคลุมหน้า  แล้วติดตามขันทีที่แนะนำนามตนว่าห่าวหมิง และเป็นขันทีคนสนิทของฝ่าบาท   ท่าทางของกงกงผู้นี้ดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย  มิได้มีท่าทีหยิ่งผยองถือตัวว่าเป็นคนสนิทของฝ่าบาทแม้แต่น้อย  

ท่าทางของเขาพอจะทำให้ไป๋ฟางหรงเย็นใจลงบ้างว่าไม่น่าจะใช่เรื่องร้ายแรง  เพราะหากเป็นความลับแตก  ป่านนี้ที่มาตามคงมิใช่กงกงคนสนิทพร้อมรอยยิ้มแต่เป็นทหารหลวง

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-17 22:15:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-7-17 22:19

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 75 : ห่างกันไม่กี่ก้าว ดั่งมีขุนเขามาขวางกั้น

         เมื่อไป๋ฟางหรงกลับมาถึงจวน พบว่าใต้เท้าต้วนหงส์กำลังจัดเตรียมส่วนที่เหลือจนใกล้เสร็จทุกอย่าง ก่อนเดินไปยกกระถางธูปเพื่อนำไปวางบนโต๊ะพิธีด้านหน้าโถงใหญ่ของจวน

“ฟางหรงเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นไงบ้าง…” ต้วนหงส์เห็นอีกฝ่ายเดินเข้าจวนมา ถามน้ำเสียงไม่เหมือนเดิม ปนไปด้วยน้ำเสียงเศร้า

ฟางหรง…?

ไป๋ฟางหรงชะงักกับวิธีเรียกขานที่เปลี่ยนไป  แต่เห็นว่าเวลานี้จิตใจของชายหนุ่มเศร้าโศก  ไม่มั่นคงเหมือนปกติ  จึงพอเข้าใจได้

“ตอนแรกข้าก็ทำอะไรไม่ถูกนิดหน่อย…” ไป๋ฟางหรงยิ้มฝืดเฝื่อน  นัยน์ตาโศลอบมองคนตรงหน้า “ใต้เท้--พี่ต้วน...เรื่องท่านพ่อของท่าน…”

ไป๋ฟางหรงสูดลมหายใจเข้า “หากท่านเศร้าโศกขอให้รู้ว่ายังมีข้า...ที่เป็นสหายของท่านอยู่ตรงนี้…”


“ขอบคุณมากนะฟางหรง…” ต้วนหงส์กล่าวก่อนเดินไปจุดธูปคุกเข่าลงหน้าโต๊ะป้ายท่านพ่อและเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ส่องสุกสกาวบนฟ้า

ไป๋ฟางหรงเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด และไม่ควรเอ่ยสิ่งใด

“ท่านพ่อหากท่านเฝ้าดูข้าจากบนสวรรค์ ข้าขอโทษที่ชาตินี้มิได้กลับมาทดแทนบุญคุณของท่าน ด่วนดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้าย ท่านจะดุด่า เกลียดข้าก็ย่อมข้า….” ต้วนหงส์กล่าวถ้อยคำอย่างเศร้าสร้อยแต่เสียงดังเพื่อหวังว่าท่านพ่อจะได้ยิน “ฮ่องเต้ ฮองเฮา ทรงมีพระเมตตาช่วยจารึกชื่อของท่านเป็นบิดาที่บังเกิดเกล้าที่ดีให้คงอยู่ทุกยุคสมัย...ข้าหวังว่าท่านพ่อจะรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณจากทั้งสองพระองค์”

ไป๋ฟางหรงนั่งเงียบๆพนมมือตาม  ในใจภาวนา ‘ท่านลุงแม้เรามิได้รู้จักกันมาก่อน  แต่บุตรชายของท่านเป็นคนดี  ทุ่มเทกายใจเพื่อแผ่นดิน ท่านอย่าได้ตำหนิเขา ท่าน...มีบุตรชายที่ประเสริฐ’

ชายหนุ่มหลังจากกล่าวจบ ก็คลานเข่าไปยังกระถางธูปบนโต๊ะเพื่อปักก่อนก้มลงกราบป้ายบิดาสามครั้ง  หญิงสาวเองรอชายหนุ่มปักธูปเรียบร้อย ก็คลานเข่าตามไปปักธูปลงข้างๆ ก่อนก้มกราบสามครั้งตาม   แล้วถอยหลังออกมามองป้ายวิญญาณด้วยความรู้สึกประหลาด  

บิดาทั้งสองของตนเองกลับไม่อาจได้กราบไหว้ให้ถูกพิธี…
นางควรทำอย่างไรดี?

“ฟางหรงเจ้าไปนอนด้านในก่อนก็ได้ ดึกแล้วเดี๋ยวเจ้าอาจไม่สบายได้” ต้วนหงส์พูดขึ้นด้วยความห่วงใยหญิงสาว

“ข้าทราบแล้ว...ท่านเองก็อย่าอยู่ดึกเกินไปนัก…” ดวงตาโศกวูบไหว  แม้ใจจริงอยากอยู่เคียงข้างเขาในเวลานี้  แต่ดูเหมือนการถอยหลังเพื่อให้อีกฝ่ายได้ครุ่นคิดอะไรคนเดียวจะดีกว่า

“ข้าจะอยู่เป่าซุนที่ท่านพ่อสอนเพลงในวัยเด็กให้ท่านฟังครั้งสุดท้าย…” ต้วนหงส์ตอบ  ก่อนเดินไปส่งนาง   ไป๋ฟางหรงเดินเคียงข้างใต้เท้าราชองครักษ์  บัดนี้เขากลายเป็นชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีความทุกข์ มีเรื่องที่ไม่อาจควบคุมจัดการได้  

เมื่อมาถึงประตูใหญ่  เขาก็หันหลังกลับไปคุกเข่าหน้าป้ายวิญญาณต่อ  ไป๋ฟางหรงเดินต่อกลับไปจนถึงห้องพัก  จิตใจว้าวุ่น  ไม่อาจข่มใจให้พักผ่อนได้  ทำได้เพียงแอบมองเบื้องหลังที่อ้างว้างอยู่ห่างๆจากทางหน้าต่าง


เห็นภาพใต้เท้าต้วนหงส์คุกเข่าหน้าโต๊ะวางป้ายท่านพ่อ หยิบซุนออกมา เขามองดูครู่นึง รอยยิ้มปริออกมาก่อนนำซุนส่วนเป่าเข้าปาก มือทั้งสองขยับบรรเลงเพลงที่ฟังดูเหมือนเพลงพื้นบ้าน

ไป๋ฟางหรงเอนกายพิงขอบหน้าต่าง  ยืนมองอยู่กว่าชั่วยามก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง  เป็นฮองเฮากับแม่ทัพเว่ยชิง  ใต้เท้ารู้สึกตัวจึงหันหลังไปมอง  ก่อนลุกขึ้นทำท่าจะถวายพระพรฮองเฮา แต่ฮองเฮารีบยื่นมือมาจับมืออีกฝ่ายห้ามไว้

ภาพที่นางเห็นอยู่นั้นหาใช่ผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง  แต่เป็นครอบครัว   สายสัมพันธ์ที่นางได้เห็นที่ตำหนักฉางเล่อ  เทียบไม่ได้กว่าตรงหน้า   หญิงสาวยิ้มบางกับตนเอง อย่างน้อยท่านก็มีคนที่ท่านพร้อมจะยอมให้อยู่เคียงข้างในเวลานี้…


ดีแล้ว...

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000