ดู: 533|ตอบกลับ: 7

{ เมืองเป่ยผิง } ร้านเผี้ยนอี้ฝาง 便宜坊

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-15 23:16:37 |โหมดอ่าน


ร้ า น เ ผี้ ย น อี้ ฝ า ง
{ เมืองเป่ยผิง }















【ร้านเผี้ยนอี้ฝาง 便宜坊】

ร้านที่เพิ่งเปิดในช่วงรัชสมัยฮั่นจิ่งตี้ โดย
<<<< เหยา จวงหลง >>>>
ซึ่งเป็นพ่อครัวหลวงที่ปลดเกษียณออกจากวัง
ในการทำงานในวังนั้นเขาได้คิดสูตรหนึ่ง
ที่ทำให้ฮ่องเต้ทรงพอประทัยมากกล่าวชมเมนูนี้ของเขา
หลังเขาปลดเกษียณได้ใช้เงินก้อนสุดท้าย
ในการลงทุนกิจการที่บ้านเกิด "เมืองเป่ยผิง"
เป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดินด้วยวิธีการย่างแบบเตาปิด
อันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ที่ทำให้เป็ดทั้งหอม หนังกรอบทว่าเนื้อนุ่มใน
และสูตรเฉพาะของทางร้านพิเศษของเขา นั่นคือ
「เป็ดย่างเป่ยผิง (เป็ดย่างปักกิ่ง)」นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอย่าง
ตับเป็ดรสเลิศ」 ที่ปรุงแบบตะวันตก
ตอนที่เขาได้ข่าวว่าจางเชียนรับสมัครพ่อครัวเข้าร่วมคณะทูต
จึงได้อาสาและเดินทางไปด้วย แม้วัยจะเจ็ดสิบกว่าปี
แต่เขาก็ไม่เคยให้วัยมาเป็นอุปสรรคในการผจญภัยดินแดนใหม่

ในชีวิตปั้นปลาย หลังกลับมาจากซีอี้
เขาไร้ทายาทเนื่องจากก่อนเป็นพ่อครัว เขาเป็นขันทีก่อน
จึงรับบุตรบุญธรรมคนหนึ่งสืบทอดสูตรของร้านรับช่วงกิจการต่อนามว่า
>>>> เหยา เหลิ่งซุ่น <<<<



นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถสั่งเมนูย่างเป็ดแบบที่ต้องการได้เลย
เพื่อความอร่อยในแบบฉบับที่ลูกค้าเลือกเอง นั่นคือ

- เป็ดแบบที่ 1 “เป็ดเป่ยผิง (เป็ดปักกิ่ง) ชนิดแขวนย่าง” -
คือ ใช้ไม้จากต้นผลไม้ต่างๆ เช่น ต้นพุทรา ต้นท้อหรือต้นสาลี่ เป็นต้น
มาเหลาให้ได้ขนาดสำหรับจุดไฟย่างเป็ด เป็ดย่างชนิดนี้จะมีรสชาติพิเศษคือ
หนังเกรียมและเนื้อในอ่อนนุ่ม เมื่อสุกแล้วจะมีสีออกแดงเป็นมันวาววับ
และมีกลิ่นหอมพิเศษจากต้นผลไม้

- เป็ดแบบที่ 2 “เป็ดเป่ยผิง (เป็ดปักกิ่ง) ชนิดอบ” -
คือ ใช้ความร้อนจากผนังรอบเตามาอบตัวเป็ด
อุณหภูมิภายในเตาจะปรับจากสูงลงต่ำ
เป็ดย่างชนิดนี้จะมีรสชาติคล้ายชนิดแรก คือ
หนังกรอบ เนื้อมันแต่ไม่เลี่ยน และไม่มีกลิ่นจากต้นผลไม้

- เป็ดแบบที่ 3 “เป็ดเป่ยผิง (เป็ดปักกิ่ง) ชนิดเสียบไม้ย่าง” -
คือ ใช้ไม้ลักษณะเป็นสามง่ามเสียบแทงตัวเป็ดแล้วย่าง


เคล็ดลับของเป็ดเป่ยผิงชนิดแขวนของร้านเผี้ยนอี้ฝาง
อยู่ที่สูตรการทาเครื่องปรุงเป็ดที่ปรุงพิเศษเฉพาะของทางร้าน
นั่นคือทาบนตัวเป็ดก่อนย่างทุกครั้ง และ ระดับไฟต้องมีความพอเหมาะพอดี
เป็ดที่ย่างเสร็จแล้วนั้นต้องผิวเป็ดให้ออกสีแดงพุทรา
มีสีสันที่เป็นมันวาววับ หนังกรอบแต่เนื้อนุ่ม
เป็ดย่างลักษณะเช่นนี้เท้านั้นถึงจะจัดเป็นเป็ดเป่ยผิงขนานแท้และดั้งเดิม








เหยา เหลิ่งซุ่น (18 ปี)
เจ้าของกิจการคนปัจจุบัน
อุปนิสัย : มักมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ภายนอกดูคล้ายกับ
คนไม่เอาจริงเอาจังกับชีวิตเท่าไรนัก แต่เมื่อได้จับดาบแล้วจะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
หัวการค้า มีไหวพริบเฉียบคมความคิดความอ่านค่อนข้างดี รู้จักบุญคุณ





ชื่อกิจการ : ร้านเผี้ยนอี้ฝาง 便宜坊
เจ้าของกิจการ : เหยา เหลิ่งซุ่น
เวลาเปิดบริการ : 11.00 - 20.30 น.
ประเภทร้าน :
- ให้บริการอาหารประเภทเป็ด
- เมนูขึ้นชื่อของทางร้าน "เป็ดย่างเป่ยผิง (เป็ดปักกิ่ง)"
- มีบริการห่อกลับบ้าน

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองเป่ยผิง












คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-1-26 00:55:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
               ร่างสูงเดินไปยังร้านเป็ดขึ้นชื่อของเป่ยผิงพร้อมด้วยร่างระหงของหญิงสาวใบหน้างดงาม พวกเขาได้ทำการตกลงเอาไว้ว่าจะเลี้ยงเป็ดย่างอย่างดีเป็นการไถ่โทษ ครานี้กระเป่าอาจได้แห้งจริงๆ มี่ฟางทำสีหน้าลำบากใจ ชายหนุ่มมองป้ายร้านเผี้ยนอี้ฝาง เลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างมีวิวดีๆ และสั่งเป็ดย่างสุดหรูอย่างดีให้แก่นาง แม่นางเล่อตี้มองเขา สีหน้านางในตอนนี้ยังบ่งบอกว่าไม่พอใจ จนกว่าจะได้กินกระมังถึงจะยอมโอนอ่อนให้
               "ข้าขอสั่งเป็ดเป่ยผิงชนิดแขวนย่างขอรับ" ชายหนุ่มสั่งเสี่ยวเอ้อหนุ่มที่มารับเมนูจากเขา สีหน้าของมี่ฟางแสดงให้เห็นได้ชัดว่ากำลังเดือดร้อนเรื่องแม่นางที่นั่งอยู่ด้วย "กรุณารอสักครู่นะขอรับ"ขาอมยิ้มเหมือนจะเข้าใจปัญหาของลูกค้าก่อนที่จะเดินหายไปจากตรงนั้น
               มี่ฟางพยายามนั่งสงบใจระหว่างรอ ในเวลาเดียวกันแม่นางเล่อตี้ก็นั่งกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง เขากลัวเหลือเกินว่าจะทำนางไม่พอใจอีกไหม กังวลจนสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย....                                     
               "เป็ดย่างสูตรพิเศษมาแล้วขอรับ" เสี่ยวเอ้อมาแล้ว พร้อมเป็ดย่างในจานใหญ่ มีข้าวอยู่สองถ้วย รอยยิ้มหวานจากอีกฝ่ายเหมือนรู้ว่ามี่ฟางต้องการอะไร กลิ่นหอมที่โชยออกมาจากเป็ดทำให้ดมแล้วรู้สึกดี สดชื่น และเพิ่มความน่ากินอย่างมาก เป็ดจานนี้เป็นอาหารสุดหรูที่อร่อยที่สุดในเป่ยผิงหวังว่านางได้กินจะรู้สึกดีขึ้นนะ...
               ไม่ถึงชั่วยามถัดไป..... นางกินเป็ดย่างอย่างเอร็ดอร่อยคนเดียวจนหมดท่ามกลางสายตาของมี่ฟางซึ่งมองอย่างตะลึงนิดๆที่ผู้หญิงตัวคนเดียวสามารถทานเป็ดย่างจนหมดในเวลาอันสั้น เมื่อทานเสร็จแล้วจึงเช็ดปากตามมารยาทแบบสตรี อีกฝ่ายมองมี่ฟางเล็กน้อย

                "ข้าให้อภัยเจ้าก็ได้" เสียงหวานเอ่ย
               "!!!"                                                                          
               "อ่ะ เจ้าสามารถติดต่อข้าได้ที่ร้านผ้าในย่านการค้าในเป่ยผิง" นางกล่าว
               "ขอรับ" มี่ฟางพยักหน้ารับโดยดี ในที่สุดปัญหาเรื่องนี้ก็หมดไป...                                                             
                                                                                                            
@STAFF_โรลทำงาน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +222 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 222
STAFF_โรลทำงาน + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x9
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-2-7 13:32:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 48: เพียงอาหารรสโอชาตรงหน้า ทุกข์ใดล้วนลืมสิ้น


             บัดนี้ขบวนช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เดินทางมาจนถึงเป่ยผิงอย่างราบรื่นปลอดภัย  ไร้เหตุติดขัด  นับว่าเป็นการเดินทางที่ไวไม่น้อย  ระหว่างทางยังพบซากร่องรอยการต่อสู้บ้างเป็นพักๆ  วิตกว่าจะพบเจอเรื่องร้ายอันใดให้ใจสั่นอีกหลายคืนก็มิพบเรื่องราวกันใด  นับว่าพรที่ขอไว้กับทั้งเจ้าแม่หนี่วาและเทพธิดาฉางเอ๋อห์ประสบพรยิ่ง   ที่ยังชวนให้กังวลใจก็มีแต่เจ้านกไห่โอวที่เดินทางไกลไปส่งของถึงอู๋เว่ยจะบินไปถึงที่ใด  ถึงมือผู้รับหรือไม่  แล้วจะหาทางกลับมาได้ไหมเท่านั้น

ถึงเป่ยผิงทั้งที  จะไม่แวะเข้าลิ้มรสเป็ดย่างรสเลิศที่เหลาอาหารเผี้ยนอี้ฝางอันโด่งดังได้อย่างไร   ตลอดการเดินทางเพียงได้พูดคุยกับนักเดินทางยามพักผ่อนตามศาลา เมื่อได้ยินว่าจะต้องเดินทางแวะไปเป่ยผิง สิบในสิบล้วนแนะนำว่าห้ามพลาด   ได้ยินหนึ่งครั้งยังคงนิ่งเฉย  แต่เมื่อได้ยินสิบครั้ง เกรงว่าต่อให้ไม่ต้องผ่านเป่ยผิงจริงก็ต้องหาเรื่องอ้อมมาลองชิมแล้ว


เมื่อมาถึงเหลาอาหารก็พบกับผู้คนเนืองแน่นจนแทบล้นทะลักเหลาอาหารใหญ่โตสามชั้น  ตกแต่งสะอาดสะอ้านน่านั่ง  ทว่าพลุกพล่านจนไม่รู้สึกเหมาะสมหากต้องการจิบชาลิ้มรสอาหารอย่างเอื่อยเฉื่อย   ไป๋ฟางหรงนั่งบนรถม้ารอให้ผู้ติดตามเข้าไปเจรจากับเสี่ยวเอ้อร์ได้ที่นั่งแล้วจึงค่อยเดินลงไป

หยวนเป่าเดินตามนายสาวสีหน้าเหงาหงอย  มันมีท่าทีซึมเซามาหลายวันแล้วนับจากขาดสมุนให้รังแก  จริงๆก็ไม่แน่ใจนักว่าที่หูตกทำหน้าเวทนาปานนี้เป็นเพราะคิดถึงสมบัติที่หลุดมือหรือคิดถึงไห่โอวกันแน่   อาการหนักถึงขั้นนางยื่นกระบี่ประดับอัญมณีเจ็ดดาวเล่มงามของโปรดให้ยังไม่ร่าเริงขึ้นเท่าไหร่  มีแต่นำจี้หยกโบราณที่ซื้อมาถักสายห้อยคอด้วยเส้นไหมเนื้อนุ่มแขวนให้ติดตัวนั่นแหละจึงพอดูดีขึ้น


ไป๋ฟางหรงและผู้ติดตามได้ที่นั่งที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว  เพราะความที่เป็นคุณหนูในห้องหอจึงไม่สะดวกใจที่จะเปิดเผยใบหน้าให้ผู้คนสัญจรไปมาเห็นนัก   เพราะมากับหลายคนจึงลองสั่งมาชิมดูทั้งแบบแขวนย่างที่หนังเกรียมเนื้อในนุ่ม  กลิ่นหอมหวานผลไม้อบอวลผสานกลิ่นหอมจากถ่านไม้และแบบอบ  พร้อมสั่งหมั่นโถว และน้ำแกงมาทานคู่   

อันอันและหยวนเป่านั้นคราแรกเกือบจะไม่ได้เข้ามาในร้านแล้ว  ทว่าสัตว์หน้าขนทั้งสองกลับมีกิริยาสงบเสงี่ยมดูเฉลียวฉลาด  เนื้อตัวเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน  ทั้งเป็นเพียงเดรัจฉานยังห้อยจี้หยกมันแพะแกะสลักลวดลายอักษรฝู (福) เดินชูคอดูหยิ่งยโสน่าจับมาขย้ำยิ่ง  นายที่เดินนำขบวนพร้อมผู้ติดตามองครักษ์สี่นายนั้นย่อมไม่อาจดูแคลน


รอไม่นานก็ได้เป็ดตัวอ้วนพีมาวางตรงหน้า  เสี่ยวเอ้อร์บริการแล่เนื้ออย่างคล่องแคล่ว  แม้แต่ขั้นตอนการแล่หั่นเนื้อก็ยังสั่งสอนคนอย่างดีว่าควรแล่หนาบางเพียงไร  ตัดผ่าแบบไหนไม่ให้ทำลายชั้นเนื้อและไขมัน  ร้านเผี้ยนอี้ฝางแห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ   

กลิ่นหอมของเนื้อที่ถูกปรุงสุกอบเครื่องอย่างดีว่าชวนน้ำลายสอแล้ว  เมื่อถูกผ่าออกกลิ่นหอมยิ่งกระจุยกระจาย  แม้แต่บรรดาผู้ติดตามหน้านิ่งของนางยังเผลอลอบกลืนน้ำลายเพียงมองน้ำมันใต้ชั้นหนังบางกรอบไหลชุ่มเนื้อที่เพียงมองยามมันเด้งน้อยๆเมื่อสัมผัสคมมีดก็ทำให้รู้สึกเหมือนอดอยากมาแรมปี


ไป๋ฟางหรงคีบเนื้อเป็ดที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำไม่หนาไม่บาง  ไอขาวลอยกรุ่น แสงจากไขมันล้อแสงไฟระยิบระยับ  ทว่ากลับไม่ดูมันเยิ้มจนไม่น่าทาน   ในที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องนำเข้าปาก   สัมผัสแรกที่ฟันขาวราวไข่มุกรับรู้ได้คือความกรุบกรอบของหนังที่ผ่านการย่างจนแห้ง ผ่านไปจนพบชั้นไขมันบางใต้หนังที่แตกตัวหวานหอมประหนึ่งน้ำซุปรสเลิศ และสุดท้ายคือเนื้อนุ่มแต่มีกล้ามเนื้อเหนียวเล็กๆให้ได้เคี้ยวอันเป็นจุดเด่นของเนื้อเป็ดรุ่น
อร่อย…

สมกับที่ไม่ว่าใครก็ต้องพูดถึง  ได้ยินมาว่ารสเลิศแล้ว  ได้ชิมเองกลับพบว่าล้ำเลิศกว่าที่กล่าวขานกันอีกเท่าตัว   ไป๋ฟางหรงหลับตาพริิ้มซึมซับรสหวานของเนื้อเป็ด  เข้าใจวลีที่ว่าเพียงอาหารโอชาตรงหน้า ความวิตกใดล้วนลืมสิ้นก็วันนี้   ขนาดนางที่ไม่นิยมทานเนื้อสัตว์เท่าใดยังอดใจคีบคำที่สอง คำที่สามตามไม่ได้   


ไม่นานก็จบมื้ออย่างรวดเร็วแบบไม่มีใครพูดคุยกัน  ทว่าทุกคนกลับยิ้มแย้มแจ่มใส  อารมณ์ดียิ่ง  คล้ายความเหนื่อยล้าจะจากเดินทางถูกปัดเป่าออกไปหมด   ขณะเดินออกจากร้านท่านซื่อไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ กล่าวด้วยอารมณ์ไหนไม่ทราบ
“ถ้านำนกพิราบมาย่างจะได้รสเช่นไรนะ…”

“.....” ไป๋ฟางหรงไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี   ดูคล้ายผู้ติดตามของนางจะเอือมระอากับไห่โอวจนนางต้องระวังแล้ว   หากวันใดเจอนกพิราบส่งสารหน้าตาเฉลียวฉลาดรู้ความมานั่งในกรง  นั่นแสดงว่าไห่โอวน้อยย่อมตกไปอยู่ในท้องใครสักคนแถวนี้แน่ๆ  

“แอ๊ว…” หยวนเป่าแค่นคำรามเบะปาก  คล้ายบอกว่าเจ้ามนุษย์ผู้นี้ตาต่ำจนแม้แต่เนื้อของนกโง่งมยังคิดอยากกินอย่างนั้นหรือ  เจ้ามิกลัวสติปัญญาจะถดถอยหน่อยหรือไร   ลี่ซือที่กอดอุ้มลูกหมีขาวอยู่เห็นสายตานั้นถึงกับหัวเราะฮ่าฮ่า

“พี่ซื่อ...หยวนเป่าด่าท่านอยู่แน่ะ”

ผู้ติดตามที่เหลือหัวเราะขบขันเสียงดัง  ในขณะที่คนถูกเจ้าตัวเล็กดูแคลนนั้นเพียงมุมปากกระตุก  อยากฟัดตัวยุ่งนี่ให้หายหมั่นไส้เหลือหลาย


ผู้เป็นคุณหนูเห็นความสนิทสนมกลมเกลียวกันของบรรดาสาวใช้ ผู้ติดตาม และสัตว์เลี้ยงของนางแล้วสายตาอ่อนโยนลงหลายส่วน   เดินทางร่วมกันมาหลายวัน  นับว่าความสัมพันธ์นายบ่าวย่อมแน่นแฟ้นตาม   เพียงแต่นางก็ไม่อาจวางใจได้จริงๆเพราะทุกคนล้วนเป็นคนของอ่านอ๋องทั้งสิ้น  หากเกิดเรื่องราวอันใดที่ต้องเลือกระหว่างนายที่แท้จริงและตัวนาง  ถึงตอนนั้น…


ไป๋ฟางหรงเงยหน้ามองท้องฟ้า  โสตประสาทรับฟังเสียงพูดคุยเล่นหัวสลับกับหัวเราะคล้ายต้องการติดตรึงเวลานี้ไว้ในใจ   




@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

97

กระทู้

1090

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
78954
เงินตำลึง
689211
ชื่อเสียง
49646
ความหิว
1771

ใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2133
ความชั่ว
590
ความโหด
1162
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-2-24 23:18:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-3-31 03:44

{เดินทางตามหาเป็ด}
[เป็ดบ้าอะไรแพงโคตร]

    หลังจากเดินททางอย่างเหน็บเหนือยและอยากลำบากมานาน ในที่สุดจางฝูก็ได้ก้าวเข้ามายังเมืองที่หมายของเธอได้สำเร็จเมืองเป่ยผิง ที่ที่ต้องมาตามหาเป็ดเป่ยผิงแล้วนำกลับไปให้เจ้าผีตาหลุดที่ถ้ำที่เธอ บางทีเธอก็ไม่เข้าจตัวเองเหมือนกันว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ก็นะ อย่างน้อยก็ทำให้เจ้านั้นได้มีความสุขก่อนจะไปที่ชอบๆ เธอก็ดีใจ เพียงแต่ก่อนหน้านั้นเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างกับเจ้ามีมี่ที่คลานขึ้นจากน้ำมาเดินตามเธอต่อยๆแบบนี้ ขืนเข้าเมืองไปในสภาพนี้ยังมิวายตลาดแตกเป็นแน่


    “เจ้าจะเดินตามข้าเข้าตลาดแบบนี้ไม่ได้นะมีมี่”เธอเอ่ยแล้วก้มหน้ามองเจ้าจระเข้ที่มองจ้องเธอตาแป๋วก่อนที่จะเดินต้วมเตี้ยมไปนอนหลบแดดอยู่ใต้ท้องเฟยเทียนแทน


   “เฮ้อ..”เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปตามเส้นทางในเมืองเป่ยผิง เพื่อตามหาร้านขายเป็ดเป่ยผิง โดยตลอดเส้นทางที่พวกเธอเดินผ่านชาวบ้านถึงกับต้องหลีทางกันเป็นนแถบๆสาเหตุก็เพราะไอ้ตัวที่อยู่ใต้ท้องช้างนี่ละ ถ้ามัวเล็กคนจะน่ารักอยู่แต่นี่ดันตัวโตพอที่ให้เด็กสักสิบขวบว่าขึ้นไปนั่งบนหลังได้สบายๆเลย


    หลังจากที่ถามทางจากชาวบ้านระแวกนั้นมาตอนนี้ร่างบางของจางฝูก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเผี้ยนอี้ฝางที่ว่ากันว่าเป็นร้านขายเป็ดรสชาติต้นตำหรับที่เป่ยผิงมานานแสนนาน เธอหันไปมองบรรดาพวกตัวแสบทั้งหลายก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ


   “ห้ามวุ่นวาย เดินไปไหนเด็ดขาด ข้าจะเข้าไปซื้อของ รออยู่นี่เป็นเด็กดีเข้าใจนะ”


     ว่าจบเธอก็หันหลังเดินเข้าไปในร้านแทบทันที่ ภายด้านในร้านนั้นมีการตกแต่งอย่างดี และก็มีโต๊ะสำหรับรองรับลูกค้าที่มาใช้บริการตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปทั่วทั้งร้าน กลิ่นหอมของเป็นย่างที่ลอยออกมาจากครัวช่างเชิญชวนน้ำลายและน้ำย่อยในท้องได้ดีอย่างยิ่ง มิน่าเราจะผีนั้นถึงได้ยึดติดจนไม่ยอมไปเกิด เธอมองไปรอบๆร้านอย่างสนในก่อนที่จะเดินไปอ่านเมนูที่เขียนติดไว้ที่ข้างกำแพงพร้อมกับพนักงานของร้านที่เดินเข้ามาถามไถ่


    “ที่ร้านของเรามีเป็ดต่างคุณภาพดีแถมอร่อยล้ำที่สุดในเป่ยผิง แม่นางสนใจรับเป็ดย่างแบบไหนดีขอรับ ร้านเรามีให้เลือกถึงสามแบบด้วยกันนะขอรับ”ชายพนักงานเอ่ยแนะนำและพาเธอเดินไปดูเป็ดย่างที่วางเรียงวายอยู่บนถาดย่างพร้อมกับแนะนำเกี่ยวรสชาติ สรรพคุณ และอีกสารพัดที่เค้าจะคิดออกมาได้


    “เอ่อ มีคน เอ่อฝากข้ามาซื้อแต่ข้าไมม่รู้ว่าเค้าชอบแบบไหน งั้นเอาแบบที่นิยมที่สุดมาตัวหนึ่งแล้วกันเจ้าค่ะ ห่อให้ด้วยเจ้าค่ะ ห่อแบบดีๆเลยเ้าค่ะ ข้ามาไกล”เธอเอ่นอย่างตะกุกตะกักเพราะไม่คิดว่าเเค่เป็ดย่างมันจะมีหลายแบบขนาดนี้ ไม่รู้ซื้อไปจะถูกใจเจ้าผีนั้นรึป่าวก็ไม่รู้


    เธอยื่นรออยู่พักใหญ่ๆ ก่อนที่ชายคนเดินจะเดินออกมาพร้อมกับห่อใส่เป็ดที่เธอขอให้ห่อห้ดีที่สุดเพราะเธอไม่อยากให้มันเสียขึ้นมากลางทางหรอกนะ เพราะกว่าจะมาถึงทีนี่ได้มันช่างลำบาก


     “ได้แล้วขอรับแม่นาง ห่ออย่างดี เดินไปจนสุดแดนใต้ก็ไม่เสียแน่นอน  แปดร้อยตำลึงขอรับแน่นาง”ชายคนนั้นเอ่ยอย่างนอบน้อมพร้อมกับยืนห่อเป็ดให้กับเธอ


      “แปะ แปดร้อยตำลึง เจ้าค่ะ”เธอยิ้มกัดฟันก่อนจะหยิบเงินแปดร้อยตำลึงยื่นให้ไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแม้ภายในใจจะกรี๊ดร้องไห้จนน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดก็ตามที ‘ผีบ้า ของแพง’


     จางฝูเดินออกมาจากร้านด้วยสภาพที่ใก้เคียงคำว่าตายซากพอสมควร เพราะราคาไอ้เป็ดเป่ยผิงนี่มันพอสำหรับให้เธอเดินทางไปกลับตะวันออกตะวันตกเลยนะ แพงแบบนี้อยู่มาได้ไงยันปัจจุบันเนี่ย ที่สูบเลือดสูบเนื้อชัดๆ เธอก้มมองกระเป๋าเงินตัวเองที่เบาหวิวพอๆกับตัวเธอในตอนนี้


    “จากนี้ไปคงต้องกินปลา กินมัน กินเผือกในป่ากันยาวๆเลยละนะ”


    แปร๊นน(เจ้านายออกมาแล้วหรออ)


    “ไปกันเถอะเฟยเทียน เราจะรีบออกเดินทางไปหาไอ้ผีนั้น จะได้หมดเวรหมมดกรรมกันสักที”ร่างบางเอ่ยด้วยท่าทีน่ากลัวจนทำเอาเหล่าสัตว์ทั้งหลายมองก่อนจะเดินตามไปอย่างงงๆเพราะไม่รู้ว่าสาเหตุใดเจ้านายสาวถึงได้กลายเป็นแบบนั้นไปได้ทั้งๆที่ตอนเดินเข้าไปยังอารมณ์ดีอยู่เลย..


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -800 ความหิว -5 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -800 -5 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x114
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

33

กระทู้

497

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
183657
เงินตำลึง
9995753
ชื่อเสียง
104156
ความหิว
176

ใบรับรองภาษาละติน

คุณธรรม
605
ความชั่ว
0
ความโหด
140
ภูตวารี
เลเวล 1

เฉียน เฟยหมิง

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-3-5 21:42:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-3-6 11:13

{ทำดีได้ดี}
                เมิร์กเดินทางไม่นานก็กลับมาถึงเป่ยผิงแต่ด้วยความเหงาเลยตัดสินใจเดินร้านเป็ดชื่อดัง เผี้ยนอี๋ฝาง
                ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านกลิ่นหอมชุยของเป็ดเป่ยผิงหลากหลายเข้าโสตประสาทรับกลิ่นของเมิร์กและดูเหมือนเพื่อนตัวน้อยสีส้มของเขาก็เช่มกัน แต่ทั้งสองมีอาหารอยู่เต็มกระเพาะแล้วจึงไม่ได้สั่งมากิจ
                “จะรับอะไรดีขอรับอ่าวนี้มันหลานชายเฟยหลงนี่หว่า” เสี่ยวเอ้อห์เหมือนจะเป็นคนรู้จักกับท่านตาของเขานะนี่?
                “ข้าขอแค่ชา กับเป็ดเป่ยผิงชนิดอบกลับบ้าน”  เมิร์กบอกไปก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะ อ่าง่วงจริงๆแถมบรรยากาศเย็นๆริมทะเลของเมืองนี้ก็น่านอนชะมัด อ่า อยากกลับไปนอนที่บ้านตาจังเลย เมื่อไหร่อาหารจะมาน้า
                เสี่ยวเอ้อห์ตอบรับเบาๆก่อนจะเดินกลับหายเข้าไปในห้องครัว
                เวลาผ่านไปยาวนานพอสมควร
                เมิร์กพักสายตาไปนานเท่าใดก็ไม่มีใครรู้แต่เมื่อชามาเสิร์ฟเมิร์กก็ค่อยๆลุกขึ้นและยกชาขึ้นจิบแก้อาการแน่นท้อง ชาถือว่ามาส่งช้ามากเพราะลูกค้าของร้านนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนตลอดเวลา
                บ็อก เจ้าหมาสีส้มที่นอนทับขาเจ้านายเพื่อให้ความอบอุ่นหันมาเห่าตามแรงสะเทือนจากการตื่นของผู้เป็นนายด้วยความง่วงนอนและเป็นห่วง เหมือนที่เขาว่าหมาสามารถรับรู้สภาพจิตใจของผู้เป็นนาย
                “อ่าดีขึ้นมากแล้วละ” เมิร์กลูบหัวเพื่อนตัวจ้อยที่หนอนมอบอยู่ใต้เท้าอย่างเอ็นดู
                 หงิง เจ้าเซอเบรัสเลียมือของเมิร์กเบาๆเป็นการให้กำลังใจเจ้าตัว เมิร์กยิ้มและก้มลงไปน้วยพุงมันก่อนจะกลับขึ้นมาบนโต๊ะตามเดิม
                เมิร์กจิบชาไปเรื่อยๆรอเวลาที่เป็ดชื่อดังจะมาส่งให้กับเขา เขาหวังว่ามันจะดีสมราคาและคำล่ำลือนะ ไม่งั้นคงเสียดายตังแย่เพราะราคามันเท่ากับหูฉลามเลยทีเดียวเชียว 'ถ้ามันอร่อยเราอาจจะขายเป็ดก็ได้มั้ง คุณตาก็คงพอจะมีเส้นสายในเมืองให้เราได้พึ่ง'
               
                เวลาผ่านไปชั่วชาหายเย็น(แต่หมดเร็ว)
                มีชายสองคนเดินเข้ามาในร้านอาหารก่อนจะนั่งโต๊ะข้างๆเมิร์ก

                “พี่อี้หวังเจ้าได้ข่าวเรื่องเศรษฐีที่มีห่านตายปะ” ชายคนอื่นพูดกับอีกคนด้วยเสียงซุบซิบเหมือนเป็นความลับแต่พยายามให้คนอื่นได้ยินเพื่อแสดงว่ากูเจ๋ง
                “เศรษฐีที่อยู่หานตาน ไอมั่วนิมเรื่องนั้นข้ารู้อยู่” คนเป็นพี่บอกด้วยท่าทีสูงสักเหมือนเจ้าตัวเป็นเศรษฐีสูงสัก คนน้องที่เห็นก็กุมขมับเคลียดให้กับท่าทางของพี่ชายคน
                “เรื่องไหน” คนน้องถามด้วยความสงสัย
                “ก็เรื่องนั้นไง” คนพี่ตอบด้วยใบหน้าจริงจัง(ละมั้ง)
                “เรื่องนั้นสินะ” คนน้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ
                “ใช่แล้วเรื่องนั้นแหละ” คนพี่หรืออี้หลงพูดพลาวพยักหน้ารับก่อนจะหยุดและทำท่าเหมือนนึกอะไรดีๆออกก่อนจะหุบยิ้ม
                “เดียวก่อนนี่เราพูดถึงเรื่องเดียวกันรึเปล่า”
                “น่าจะไม่ ฮ่ะๆๆๆ” มุมปากของอี้หลงยกขึ้นด้วยความสะใจ น้องชายหน้าตกลงไปในกับดักของเขาสะแล้ว มั่วะฮ่าๆๆ
                “ไอน้องเอ้ย ข้าขอสักทีเหอะ” ปาบเข้าให้ฝ่ามือของอี้หลงตบเข้าไปที่กระบาลของน้องชายตัวเอง
                “เอางี้  เรื่องของข้าคือมีเศรษฐีแจกสมบัติอยู่ที่หานตานได้ข่าวว่าของอื้อเลยนะ”
                “เรื่องของข้าคือเรื่องนั้นแหละ!! จะว่าไปมันมีเรื่องอีกหรอ เอาหัวท่านมาขอเอาคืนสักทีสิ ข้าไม่ทำแรงหรอก” คนน้องลุกขึ้นง้างมือหมายจะจัดการมอบฝ่ามือแห่งความรักให้พี่ชายตัวเอง
                ทั้งคู่ยื้อแย่งแลกกันตบไปมาเสียงแปะๆดังไม่ทั่วร้านแต่ไม่มีใครห้ามเพราะถือว่าเป็นการแสดงตลกอย่างหนึ่งละมั้ง
                 จนเมิร์กได้เป็ดใส่ห่อแล้วเมิร์กก็รีบเดินหนีออกมาทันทีเพราะความรำคาณรวมๆกับความง่วงนอน
                ‘มีคนทำแบบนั้นด้วยรึเนี่ยสงสัยคงต้องไปดูแล้ว’ ตกดึกเมิร์กได้ทำการติดรถม้าไปกับขบวนที่จะเดินทางสู่หนานผี เพื่อจะต่อรถม้าไปที่เมืองหานตานต่อ


  @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกวียนขนส่ง
คัมภีร์พ่อค้า
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x100
x18
x5
x8
x10
x15
x10
x14
x1
x6
x32
x3
x15
x5030
x30
x6889
x2
x9999
x4963
x1998
x100
x10
x10
x10
x25
x4
x6
x1
x10
x1
x20
x1
x15
x140
x108
x30
x10
x10
x306
x3056
x2
x5
x5
x78
x8
x4
x555
x80
x387
x50
x256
x12
x16
x13
x2
x1
x592
x9
x21
x1
x3
x258
x32
x30
x4
x2
x120
x1
x20
x9
x30
x58
x26
x1
x1836
x1
x31
x6
x14
x1
x1168
x1090
x4199
x16
x21
x9999
x52
x34
x78
x50
x2697
x53
x120
x10
x77
x6
x1067
x898
x30
x80
x9450
x100
x200
x9999
x9999
x6404
x1170
x7657
x6272
x200
x500
x236
x176
x500
x123
x35
x450
x5
x342
x20
x55
x3364
x89
x23
x18
x7
x6
x25
x1823
x10
x388
x200
x150
x107
x9999
x4283
x755
x9999
x5090
x128
x142
x9999
x1512
x30
x91
x613
x74
x1414
x230
x9999
x2567
x770
x160
x79
x30
x678
x587
x4
x20
x3986
x1
x54
x1
โพสต์ 2018-6-30 20:33:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-7-2 23:57

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เตรียมเปิดหอ ( 6 )

นางอารมณ์เสียกับพ่อค้าที่เมืองหานตานจนต้องถ่อมาถึงเป่ยผิงเพื่อกินเป็ดอันเลื่องชื่อให้หายเครียด ใบหน้างามมุ่ยหน้าให้เจ้านกสองตัวเกาะบ่า พวกมันมองหญิงสาวเชิงว่า ‘อ่า อา.. นายหญิงท่านโกรธเคืองอันใด?’ ...หรั่นซิ่นหลี่เพียงโมโหที่เพื่อนตัวเองถูกจับไปเข้ากรง นางได้แต่บ่นในใจว่าทำไปได้ยังไง นกก็มีจดหมายอยู่แท้ๆ… ‘เอ๊ะ จดหมาย?’

“ฮวาเกา เอาเท้าเจ้ามาดูซิ” นางบอกให้นกบินมาเกาะมือระหว่างที่กำลังขี่ม้า

นั่น.. ไม่มีจดหมายแล้ว เห็นได้ชัดว่าหากมันไม่ทำหล่นก็คงจะเป็นฝีมือเจ้าพ่อค้านั่น

“เอาเถอะ พวกเจ้ากลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว” นางพูดก่อนจะลูบศรีษะพวกมันแล้วกลับมาคุมบังเหียน เวลาและอากาศเป็นใจให้เดินทาง แต่ท้องนางตอนนี้นี่สิรอไม่ไหวแล้ว ด้วยคิดว่าจะออกมาไม่กี่วัน แต่จนรอดก็ปาไปสามวันได้แล้วกระมังหนา

กุบกับ กุบกับ

หน้าร้านเผี้ยนอี้ฝาง นางลดบังเหียนลงแล้วมองป้ายให้แน่ใจว่าเป็นร้านเลื่องชื่อที่เขาว่าจริง ใช่แล้ว คราวนี้นางมาถูกที่! คนลงจากหลังม้าแล้วส่งนกเข้าคอกไปพร้อมกัน นางเดินเข้าไปในร้านแล้วมองหาที่นั่งหากแต่คนกลับเต็มไปหมด นางรึก็อยากจะทาน หิวแล้วและคงไม่อาจทนไหว ใบหน้างามยามไม่สวมหมวกและผ้าคลุมนั้นเด่นเกินไป นางจึงก้มศรีษะลงหน่อยแล้วมองหาโต๊ะที่พอจะเข้าไปขอนั่งด้วยได้

โอ๊ะ.. ใต้เท้าอิน.. กับคนชุดดำ?

นางลังเลจะขอเข้าไปนั่งด้วยดีหรือไม่ดี จนกระทั่ง.. “แม่นาง จะเข้าไปหาสหายก็เข้าไปสักทีเถิด มายืนตรงนี้มันขวางทาง!” ชายอ้วนท้วมร่างหนึ่งเข้ามาผลักนางจนถลาไปยืนเบื้องหน้าโต๊ะคนผู้นั้นจนได้!

“...หนินฮ่าวอินต้าเหริน...” นางมองหวั่นๆเกรงจะเสียมารยาทแต่เมื่อมายืนตรงหน้าแล้วก็สมควรจะทักทาย.. ร่างเพรียวคำนับอย่างนอบน้อม..

ชายชุดดำที่สวมหมวกคลุมผ้าสีดำหันมามองก่อนทำท่าจะพูด แต่ถูกอีกฝ่ายยกมือเบรด “อะ พี่อิ…..”
อินซื่อป๋อหันมองอีกฝ่าย “แม่นางมีธุระอันใดหรือขอรับ”

“..ผู้น้อ..” นางกำลังจะตอบแล้วคิดได้.. เพิ่งเจอเขาที่นู่น มาเจอที่นี่ คงไม่เข้าใจผิดว่าแอบติดตามมาใช่มั้ย... “ผู้น้อยมาแวะทานเป็ดเป่ยผิงเจ้าค่ะ..”

อินซื่อป๋อมองอีกฝ่ายสีหน้าแปลกๆ ก่อนจะคิดอยู่ครู่นึง “แม่นางไม่ต้องคิดมากหรอกขอรับ หากแม่นางแอบติดตามพวกเรามา คิดว่าด้วยฝีมือแม่นางก็คงถูกจับได้ตั้งแต่ออกนอกเมืองมาแล้ว”

นางจึงได้ถึงบางอ้อแล้วมองคนชุดดำ “ท่านจอมยุทธ” คำนับ..

“ท่านนี้สหายข้าเอง เขาพูดไม่ได้น่ะขอรับ” อินซื่อป๋อกล่าว ซึ่งอาจให้ฟังน้ำเสียงชัดเจนมากอาจไม่เป็นการดี คนไม่ควรรู้เรื่องนี้มากเกินไป

แต่เมื่อครู่นางได้ยินชัดเจนเลยนะ……….. เอาเถอะ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างเข้าใจ

“เอ้าแม่นาง จะยืนอยู่นั่นทำไม จะนั่งก็นั่งลงไป เกะกะ คนเต็มร้าน!” ตาลุงอ้วนพีข้างหลังนางคิดจะเดินไปโต๊ะข้างหลังพูดซะดังลั่นจนคนยืนหน้าแดงถึงใบหูด้วยความอับอาย

“เอ่อ..” อุตสาหมา.. หิวก็หิว.. เอาอย่างไรดี… มองซ้ายขวาหาโต๊ะว่างก็หามีไม่… สบตากับคนชุดขาวดำรึก็เกรงใจ ดูเขาคุยธุระสำคัญกัน นางไม่ควรยุ่งเกี่ยว

อินซื่อป๋อมองอีกฝ่ายก่อนส่ายหน้า “มิเช่นนั้นแม่นางนั่งโต๊ะนี้ก็ได้ขอรับ ที่ตรงนี้ไม่มีใครนั่ง…” อินซื่อป๋อผายมือเชิญที่เก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่

“เซี่ยเซี่ยต้าเหริน” นางได้ยินดังนั้นใบหน้าก็รื่นเริงขึ้นมาชัดเจนแล้วผงกศรีษะขอบคุณก่อนจะนั่งลงตามคำเชิญ นางมองโต๊ะว่างก่อนจะถาม “ไม่ทราบว่าท่านได้สั่งอาหารไปหรือยังเจ้าคะ?”

“พวกข้ายังไม่หิว จึงสั่งเพียงน้ำชาน่ะขอรับ” อินซื่อป๋อกล่าวก่อนมองซ้ายมองขวา แต่เขาเน้นมองไปยังโต๊ะนึงมากกว่าที่อยู่ถัดไปหลังสหายสี่ห้าโต๊ะ เป็นชายหญิงคู่หนึ่ง

นางเห็นอีกฝ่ายมองอะไรใจจดจ่อจึงหันไปดู “..สหายท่านหรือ?” ดูเขาสนใจ นางรึเผลอถาลมลืมไปว่าไม่ใช่เรื่องตัวเอง

“สหาย?” อินซื่อป๋อเลิกคิ้วถามขึ้นก่อนยกชาขึ้นจิบ

“ก็ปลายตาท่านเอาแต่มองคนคู่นั้น” นางไม่ชี้แต่ใช้ตามอง

“แม่นางเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงนั่งมองหน้าตรงเท่านั้น ด้วยข้านั่งตรงข้ามสหาย” เขากล่าวบอกอีกฝ่าย พลางมองซ้ายมองขวาเพื่อดูทางเข้าแล้วหันกลับมา

นางไม่ได้อยู่กับเรื่องยุ่งยากใช่หรือไม่… ทำไมรู้สึกจะหมี่เหลืองตุๆ… คนหรี่ตาลง

จ้อก..

“แม่นางไม่สั่งอะไรมากินหรือขอรับ ดูท่านจะหิวนะ” อินซื่อป๋อกล่าวเตือนหลังได้ยินเสียงท้องอีกฝ่ายร้อง

นางนั่งเขินก่อนจะยกมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาที่โต๊ะ “เอา.. อ่า.. เป็ดเป่ยผิงสอง กับข้าวห้า ชาหนึ่ง ไม่สิ.. ขอสุรา!” นึกแล้วยังหงุดหงิดไม่หาย เจ้าคนซุนเหอเหอ! นางจะทำอย่างไรต่อนอกจากนั่งเครียดว่าไปรับสิ่งมีชีวิตอันใดเข้ามาอยู่ใต้ความปกครอง...

“ได้เจ้าค่ะ” เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้ารับแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว

ในระหว่างทางรออาหาร ชายหญิงคู๋นั้นก็เดินขึ้นไปชั้นสองพร้อมชายดูท่าทางเศรษฐีคนหนึ่ง เหมือนว่ากำลังไปยังห้องพิเศษ ในระหว่างที่อินซื่อป๋อส่งสายตาให้สหายก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มเข้ามาภายในร้านตะโกนป่าวๆ

“ไหน ใครกล้าบังอาจทำร้ายคนของท่านเล่อว่ะ!!” ชายหน้าหนวดตะโกนขึ้น “ทุกคนค้นทุกโต๊ะ!”

อินซื่อป๋อนั่งยกชาขึ้นจิบโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง แม้กลุ่มคนพวกนั้นจะทยอยค้นใกล้ถึงโต๊ะตน พวกเขาดึงร่างลูกค้าแต่ละโต๊ะยกขึ้นเพื่อมองหน้าก่อนเหวี่ยงไปเพราะไม่ใช่

หรั่นซิ่นหลี่หรี่ตาลงแล้วรออาหารใจจดใจจ่อไม่ได้สนใจเสียงอึกทึกครึกโครม เจ้าคนเถื่อน.. ในใจก่นด่าข้อหาขัดสุนทรีย์นาง จนกระทั่งได้ยินคนร้องเพราะกระแทกอะไรบางอย่าง นางหันกลับไปมองแล้วเห็นคนโดนเหวี่ยงโยนถึงกับของขึ้นทำท่าจะลุก แต่ตนไม่มีวิชาอันใด ครั้นนึกขึ้นได้…

มีลูกดอกยาสลบที่แม่นางไป๋ให้ไว้นี่หนา! นางหยิบออกมาเงียบๆแล้วมองเป้าหมาย แต่ชะงักก่อนเพราะคนตรงหน้า

“อาหมางขอกู่เจิง” อินซื่อป๋อพูดบอกบ่าวคนสนิทที่ยืนข้างๆ จนหลายคนอาจไม่ทันสังเกต เขารับกู่เจิงมาก่อนบรรเลง


มือลดอาวุธลงเหมือนรู้งาน ‘อาหมาง’ รึเป็นคนติดตามคนชุดขาวยกเครื่องดนตรีมาให้อีกฝ่าย ดวงตางามมองสิบนิ้วบรรเลงเพลงอย่างพลิ้วไหว ฝีมือชั้นยอดเช่นนี้ไม่น่าเป็นเพียงคุณชายที่บรรเลงดนตรีเป็น แต่นางไม่ถามอะไรมากแล้วอดไม่ไหวจนต้องขอฮัมทำนองตามในลำคอ.. แล้วหันไปมองอีกคนชุดดำที่นั่งเงียบงัน สบตาแล้วยิ้มให้..

ดูเหมือนสหายซื่อป๋อมองกลุ่มคนพวกนั้น มีคนนึงวิ่งไปกระซิบคนหน้าหนวดแล้วชี้มาทางโต๊ะที่หรั่นนั่งอยู่

นางได้ยินเสียงซิบซาบแผ่วเบา หางตาซ้ายกระตุกไม่หยุดพลันรู้ได้ทันที ...งานเข้าอีกแล้ว โธ่! แต่ก็นั่น.. นั่งเงียบต่อไป มือซ้ายกำลูกดอกยาสลบไว้ อีกมือพร้อมสกัดจุดคนหากเข้ามาถือดี..

ขอกินสงบๆไม่ได้หรือ นางหิว.. จ้อก..

“อยู่นิ่งๆ” อินซื่อป๋อพูดเพียงสั้นๆ ไม่เหลียวมอง เขาบรรเลงกู่เจิงต่ออย่างสบายใจ โดยไม่สนใจว่ากลุ่มคนทั้งหมดกำลังเดินเข้ามายังโต๊ะพวกเขา

นางไม่โต้ตอบแต่อาศัยว่าเหลือบมองแล้วกระพริบตาเชิงว่ารับรู้ แต่ท้องมันไม่รับรู้ด้วยหนา! เอาเถอะ.. อดทน อดทน.. ฟังคนบรรเลงเพลงดีกว่า..


อินซื่อป๋อบรรเลงกู่เจิงมีท่อนนึงเขาดีดเสียงดัง สหายของตนลุกขึ้นไปทักทายด้วยรอยยิ้มใต้ร่มผ้าก่อนจัดการ

คนชุดดำเดินดุ่มเข้าหากลุ่มคนด้วยดวงตาสงบนิ่ง สองมือคว้าแขนบังอาจเทียมกำลังไว้แล้วบิดนิดก่อนจะคว้าดาบขึ้นมารับเครื่องเงินที่ปาใส่ อีกมือวาดฟันกระบวนท่าไปสิบแล้วหมุนตัวกลับอย่างพลิ้วไหวจนคนรับไม่ทันตั้งตัว ลมตีเข้าแสกหน้าพร้อมด้านคมที่ฟันลงมากระทบเสียดสีกับดาบอีกฝั่ง คมกระแทกคมจนคนฟังเสียดฟันกันไปข้าง หากกลุ่มคนยังกรูเข้ามาหมายจะคร่าชีวิตคนขวางทาง ปะไรร่างสูงซัดฝ่ามือเข้าใส่ด้วยกำลังภายในแล้วบิดคมดาบสวนกลับจนทั้งหมดลงไปกองกับพื้น
อินซื่อป๋อบรรเลงกู่เจิงต่ออย่างสุนทรีย์ เสียงดาบฆ่าฟันจะทำให้พื้นที่ไม่น่าอยู่ เห็นแล้วไม่สบายตา  

เสียดฟัน.. เสียดฟันจริงๆ… หรั่นซิ่นหลี่ไม่อาจหันไปมองดูแต่ก็รับรู้ได้ด้วยเสียงปะทะ ดูคนชุดขาวตรงหน้าใจเย็นแสดงว่าสหายเขายังอยู่ดี ...ฮ่าวเลอ

คนหน้าหนวดที่ใช้จังหวะที่คนชุดดำติดพัน เขาพุ่งดาบโจมตีเพื่อจะจับสตรีที่โต๊ะซื่อป๋อเป็นตัวประกัน อินซื่อป๋อใช้มือซ้ายดึงผ้าคลุมขาวที่อาหมางถือไว้สลับไปมือขวา มือนึงดีดกู่เจิง อีกมือสะบัดผ้าคลุมใส่อาวุธอีกฝ่ายจนม้วนเก็บเข้าผ้าพร้อมร่างชายหน้าหนวด

“อาหมาง พาไปปล่อยในแม่น้ำ แล้วเจอข้าที่จุดนัด” อินซื่อป๋อบอกอาหมาง ก่อนยกชาขึ้นจิบ อาหมางเดินมาหยิบกู่เจิงคุณชายสะพายหลังก่อนเดินไปลากบ๊ะจ่างคนออกไปจากร้าน

ร่างบางนั่งหลังตรงอยู่สะดุ้งนัยย์ตาแต่กายสงบนิ่งมองคนคิดชั่วโดนซัดผ้าใส่ไปม้วนเป็นกุ้งหนวดยาวในห่อแป้ง ….หิว หิวจนไม่สนอะไรแล้ว… นางมองคนโดนพาไปแล้วหงุดหงิด เจ้าหนวดกุ้งนั่นทำอาหารนางมาช้า.. “หมดหรือยัง?” นางถามแค่นั้น.. ดูจากท่าทางเขาคงจะหมดแล้วจริงๆ..

อินซื่อป๋อลุกขึ้นก่อนกล่าวลา “แม่นางข้าขออภัยที่ทำให้ต้องทานอาหารช้า แต่เดี๋ยวเสี่ยวเอ้อห์ก็คงนำมาเสิร์ฟ”

นางพยักหน้าหน้ามึนแล้วหยิบของออกมาให้เขา “ดูท่านเจอแต่เรื่อง ข้าทำเครื่องรางเป็นงานอดิเรก นี่มอบให้ท่าน” นางยื่นพู่ประดับให้อีกฝ่าย

“นี่คือ(?)” อินซื่อป๋อสงสัยว่าแม่นางท่านนี้ให้ของเขาทำไม “แม่นางเก็บไว้ให้คนที่แม่นางอยากให้ดีหรือไม่ขอรับ”

“ต้าเหริน.. ท่านพูดแปลก เวลานี้ข้าอยากให้ท่านข้าก็จะให้” นางวางมันลงหน้าเขาแล้วหันไปมองข้างหลัง
…...เละเทะ

“...นั่นแหละ” ดูเขาจะเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจนชินชาจึงสงบนิ่งได้ขนาดนั้น

“เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณในน้ำใจแม่นางนะขอรับ” อินซื่อป๋อกล่าวขอบคุณก่อนเรียกเถ้าแก่ร้านเพื่อให้ค่าเสียหายจากการต่อสู้

“เถ้าแก่” อินซื่อป๋อเรียกเถ้าแก่ร้านก่อนยื่นถุงเงินถุงใหญ่ให้เขา “นี่เป็นค่าเสียหายร้าน ขออภัยด้วยที่ทำให้ร้านเละเทะ” เขาน้อมคำนับอีกฝ่าย

นางมองเขาเก็บกวาดงานหลังเสร็จธุระ เห็นได้ชัดว่านอกจากชินชาแล้วยังรู้งาน.. คงพบเจออะไรแบบนี้มาไม่น้อยครั้ง รึจะถามนางก็กะไรใจอยู่หวั่นๆ แต่คิดได้อย่างหนึ่ง “นายท่านเล่อคือผู้ใด?” ก็ตอนคนเข้ามาได้ยินชัดขนาดนั้น..

“มิมีผู้ใดหรอกขอรับ อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่าย เขาไม่อยากดึงคนไม่เกี่ยวข้องเข้ามาด้วย

นางพยักหน้าตอบแล้วหวีดริมฝีปากเรียกหงอี้กับฮวาเกาให้บินมาหา “บางทีท่านอาจต้องใช้” นางหยิบถุงเครื่องประดับออกมาแล้วหยิบเชือกแดงมาผูกข้อเท้ามันทั้งสอง ก่อนจะผายมือให้ร่างสูง “ไม่ต้องให้อาหาร เพราะมันหากินเองได้” ยิ้มบอก

“ไม่เป็นไรขอรับ แม่นางเก็บทั้งสองนี้ไว้จะเหมาะสมกว่า ทั้งสองจะช่วยแม่นางได้มากกว่าข้า” อินซื่อป๋อกล่าวแนะนำอีกฝ่าย “เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”

นางลุกขึ้นคำนับลา “ขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย”

“เราก็ไปกันเถอะ” อินซื่อป๋อบอกสหายชุดดำก่อนเดินจากไป

มองส่งจนลับตาแล้วจึงนั่งลงที่เดิม

- มอบพู่ประดับ -

@Admin

แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากการสนทนา {+5}  โพสต์ 2018-7-1 14:04
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [NPC] {+50 }   โพสต์ 2018-7-1 14:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -28 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -28 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19