กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 169|ตอบกลับ: 3

{ นอกเมืองอู๋เว่ย - ชุมชนชาวเกี๋ยง } ลำธารทรายขาว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-9 09:00:31 |โหมดอ่าน

ลำธารทรายขาว

{ น อ ก เ มื อ ง อู๋ เ ว่ ย -:- ชุ ม ช น ช า ว เ กี๋ ย ง }





【ลำธารทรายขาว】 
แหล่งน้ำทางทิศตะวันออกของชุมชนชาวเกี๋ยง
ที่สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคหล่อเลี้ยงชาวบ้าน
แม้จะไม่ลึกและมีปริมาณน้ำไม่มากนัก
แต่ก็เพียงพอต่อความต้องการของชาวเมือง
ทรายบริเวณนี้เป็นสีขาวด้วยแร่ธาตุที่อยู่ภายในผืนทราย
ชาวบ้านจึงเรียกขานลำธารแห่งนี้ว่า 
ลำธารทรายขาว

 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

คลังกระทู้ที่เกี่ยวข้อง:

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-1-9 15:19:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-13 13:37

PART CCCX


กุบกับๆ...   กุบกับๆ...
กุบกับๆ...   กุบกับๆ...

     เสียงฝีเท้าทั้งสีของม้าขาวย้ำตามผืนทรายสร้างความหน่ายใจให้กับทั้งเทียนเหมินและอินจีเป็นอย่างมาก ขี่ก็ไม่ยอมให้ขี่แต่กลับตามมาติดๆ นี่มันต้องการอะไรกันแน่ หรือเจ้าม้าขาวแสนกวนประสาทตัวนี้จะเป็นประเภทสาวน้อยปากไม่ตรงกับใจอยากอยู่ใกล้แต่กลัวเขารู้ แบบในงิ้วน้ำเน่าบางเรื่อง
    "เจ้าคิดว่ามันต้องการอะไรกันแน่?" เทียนเหมินแอบกระซิบถามอินจีที่เดินนำหน้าอยู่ไม่ห่างไกลนัก ราวกับกำลังนินทาเจ้าม้าขาวตัวนั้นอยู่ก็ไม่ปาน
     "ข้าก็ไม่รู้ หรือมันคิดว่าตามพวกเรามาแล้วจะพาไปเจอกับเจ้าของกระมัง?" อินจีตั้งข้อสันนิษฐานออกไปมั่วๆ นางเองก็ไม่อาจจะอ่านใจม้าได้ ยิ่งเป็นม้าที่ไม่เคยคุ้นเคยยิ่งไม่อาจคะเนได้เข้าไปใหญ่
    "คงจะไม่ใช่เทพม้าอะไรอีกหรอกนะ..." ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่แบกซากเสือโคร่งขาวไว้บนหลังถึงกับเหงื่อตก คราวนี้เป็นเหงื่อที่ไหลออกมาจริงๆ เพราะชักจะเสียปราณเย็นไปมากหลังจากที่รอนแรมในทะเลทรายท้าแดดจ้าเป็นเวลานาน
    "เทพม้า? ฮ่ะๆๆๆ นี่ล้อเล่นหรือเปล่า?" อินจีขำออกมาหน่อยๆ เรื่องเทพอาชานางก็พอจะเคยได้ยินมา เพราะว่าหม่าหยุนเทียนเพื่อสนิทนางเป็นคนดูแลศาลเจ้าเทพอาชาอยู่ แต่แล้วด้วยเหตุใดเทพอาชาจะออกมาติดตามพวกเขากันเล่า ไม่ค่อยจะไม่เหตุผลเอาเสียเลย
     "ก็มันจริงนี่หว่า ชีวิตข้ายิ่งชอบพัวพันกับเทพอยู่ด้วย ไม่หนี่วา ก็ไป๋เหมียว" ชายหนุ่มบ่นอุบออกมา หลายครั้งหลายคราที่เทพเหล่านั้นช่วยเหลือเขาไว้ แต่บางครั้งการช่วยเหลือของเทพก็ทำให้ตนเองนั้นต้องพบกับ 'ความซวย' ในเรื่องถัดไปแทน มีงู มีแมวแล้ว ต่อไปเป็นเทพม้าหน่อยคงไม่มีอะไรที่แปลกประหลาดอีกต่อไป
     "ขนาดนั้นเชียวหรือ เช่นนั้นเจ้าอาจจะเป็นคนที่เทพเจ้าหลงรักก็ได้นะ พ่อหนุ่มเนื้อหอม" คนในชุดทหารชายฮั่นเอ่ยแซวหนุ่มร่างสูงที่ดูเหมือนจะมีหนุ่มสาวติดพันหลายรายเสียเหลือเกิน
    "หะ เนื้อหอม" ด้วยความซื่อเขายกแขนตัวเองขึ้นมาดมก็ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามันหอม แต่ท่ามกลางความทื่อทึ่มนั้นกลับทีแสงสว่างขึ้นในหัว 'เนื้อหอมมันแปลว่ามีสาวมาชอบเยอะก็ได้นี่หว่า...'
     "ข้าเนี่ยนะเนื้อหอม? ไม่เห็นจะมีสาวที่ไหนที่มาชอบ" เทียนเหมินขมวดคิ้วนิ่วหน้าถามออกไป ในชีวิตไม่เห็นจะมีสาวๆ เข้ามาหา แต่พอนึกถึงหนุ่มๆ เครื่องเขาก็เหมือนเสียกลางอากาศไปเสียดื้อๆ พอนึกถึงวันที่ทุ่งเลี้ยงม้า แสงตะวันยามเย็น และคนสีขาว ทำเอาความร้อนแทบพุ่งออกจากหัว "มะ... ตอนนั้นก็แค่บรรยากาศพาไปล่ะน่า แค่บรรยากาศพาไป!"
    "หืม ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่" อินจีที่เดินนำหน้าอยู่ขำพ่อคนร้อนตัวไหล่สั่นเล็กน้อย เมื่อเข้าใกล้แหล่งน้ำอุณหภูมิความร้อนแรงของอากาศช่วงใกล้เย็นก็ลดลง "แต่ที่บอกว่าไม่มีสาวมาชอบ เจ้าแน่ใจแล้วหรือ?"
     "ก็แน่น่ะสิ" มือหนายกขึ้นลูบหน้าที่ร้อนวาบของตัวเอง เมื่อเห็นลำธารดังกล่าวเทียนเหมินก็รีบเดินจ้ำอ้าวนำคนขาเจ็บไปยังข้างแหล่งน้ำทันที เขาวางซากเสือลงพื้นดังพลักไม่สนว่าสัตว์ใหญ่จะกระดูกหักไปกี่ซี่
     "เท่าที่ข้านับดูก็น่าจะสองคนแล้วแน่ๆ ส่วนอีกคน... คงต้องดูไปสักพักว่าทีเล่นหรือทีจริง" คนตัวเล็กเร่งความเร็วเดินตามไปที่ลำธาร ทรายสีทองเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้กับลำธาร ช่างดูน่าประหลาดใจเหลือเกินราวกับว่าที่นี่เป็นทะเลจริงๆ ม่านน้ำกระทบแสงอาทิตย์ยามบ่ายเกิดประกายแสงระยิบระยับราวกับดวงดาว ไม่ว่าใครก็คงจะอดใจไม่ไหวที่จะถอดรองเท้าออกแล้วจุ่มขาลงในน้ำ วิ่งเล่นดูสักที
     "หะ สองคน?" ชายหนุ่มผู้ไม่รู้อ่ะไรเลยตีหน้าฉงนถาม เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันมีคนที่ชอบเขาถึงสองคนจริงๆ เลยหรือ มือแกร่งวักน้ำขึ้นลูบหน้าลูบตาเติมความสดชื่นที่ขาดหายไปนาน
     "นี่เจ้าไม่รู้เลยจริงๆ สินะ?" อินจีหรี่ตามองคนตรงหน้า 'หรือที่เขาว่าผู้ชายจะทึ่มเรื่องความรักมันเป็นเรื่องจริง... ไม่สิ แต่ก็ยังมีพวกผู้ชายมากรักอยู่อีกนี่นา...' หญิงสาวถอนหายใจออกมา ท่าทางว่ามันคงเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล
    "ก็ใช่น่ะสิ จริงหรอ พอรู้แบบนี้ข้าเริ่มอยากจะรู้ขึ้นมาเลยนะเนี่ย" ยิ่งอีกฝ่ายกระตุ้นเขายิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ แต่อีกฝ่ายกลับลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนต้องคะยั้นคะยอถาม "บอกมาๆๆๆๆ"
     "โถ่ ถึงเจ้าจะอยากรู้แต่เจ้าตัวอาจจะไม่อยากให้เจ้ารู้ก็ได้นี่นา" นางเริ่มจะยอมแพ้คนเอาแต่ใจ อาจจะพลาดด้วยส่วนหนึ่งที่เป็นคนเปิดประเด็นในเรื่องนี้
     "แค่บอกมาเอง เรื่องเกี่ยวกับข้าๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะรู้นี่หว่า บอกมาน่า ข้าจะไม่เอาไปพูดที่ไหนหรอก เจอหน้ากันอีกครั้งก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เจ้าบอก ตกลงนะ?" ชายร่างใหญ่ยิ่งกระแซะเข้ามาถามทุกทีๆ จนอินจีต้องยอม
     "ก็ได้ๆ แต่ข้าจะบอกแค่รอบเดียวเท่านั้นนะ สองคนที่ชอบข้าคิดว่าชอบเจ้า และอีกคนที่ต้องดูไปก่อนก็คือ...." อินจีเว้นช่องว่างให้ลุ้นก่อนที่จะกระแอมไอแล้วร่ายบทกลอนสดออกมา...
     "หินถึกทนตั้งอยู่ในหุบเขา              อาศัยเงาเฝ้าตระหง่านเกิดเป็นผา
     นางแอ่นเขียวเหลียวมองในนภา      เจ้าศิลาไม่แลแค่เฉยเมย
     กระต่ายป่ามาซบหนุนยังละเลย       หินไม่เคยใส่ใจให้สุขสม
     เห็นสองสัตว์พลัดไปต่างสายลม       หรือนิยมชมชอบด้วยกล้วยไม้ขาว" (เครดิต : หมูซาตาน)
     "หะ...?" เมื่อฟังบทกวีสดจบเทียนเหมินผู้ที่ไม่มีหัวในเรื่องบทกลอนก็งงเป็นไก่ตาแตก ขนาดว่าเนื้อหาของเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งเขายังต้องตีความอยู่นานสองนาน "อะไรฟะ หิน นก กระต่าย กล้วยไม้ ทำไมไม่บอกเป็นชื่อมาละว้อย!"
    "ไม่รู้ล่ะ ก็ข้าบอกแล้วนี่ว่าจะบอกแค่ครั้งเดียว" หญิงสาวในคราบบุรุษนักรบผิวปากเป็นเพลงทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ท่าทางนั้นยิ่งเพิ่มความชวนหัวจนอีกฝ่ายเริ่มจะหัวเสีย
     "ชิ! ก็ได้ ข้าไม่อยากรู้แล้ว!!" ชายหนุ่มโวยออกมา ใบหน้าเข้มๆ หงิกเสียยิ่งกว่าเส้นบะหมี่ในโรงเตี๊ยมสวี่ซาง ถ้าไม่อยากให้รู้เขาไม่รู้ก็ได้ใครจะไปง้อ อีกอย่างหากรู้ไปแล้วดันเป็นเรื่องที่ไม่ควรรู้ไม่รู้เสียจะดีกว่า แต่ถึงกระนั้นพอมีอะไรสักอย่างมาสะกิดใจมันก็เกิดความรู้สึกอยากรู้ขึ้นมา ราวกับเสี้ยนไม้ตำเข้าที่ง่ามนิ้ว หากไม่เขี่ยเอาออกก็จะปวดอยู่อย่างนั้น
     แต่สุดท้ายถึงรู้ไปเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรอยู่ดี เพราะในหัวแทบจะไม่มีความรู้สึกเรื่องรักใคร่สักกระผีกเดียว ความสับสบสนปนเปกระหน่ำซ้ำเติมเข้ามาในหัวจนอดที่จะโวยวายออกมาไม่ได้ "ว้อย!! มันเป็นเรื่องที่ข้าจะเป็นต้องคิดไหมเนี่ย!!!"
     "คิดมากถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?" คนต้นเรื่องอดที่จะแอบขำไม่ได้ ดูๆ ไปท่าทางซื่อๆ ของชายผู้นี้ก็ดูน่ารักน่าชังดี แม้จะตัวใหญ่แต่กลับว้าวุ่นใจเรื่องความรักราวกับเด็กหนุ่มแรกรุ่น "ไม่ต้องคิดมาก ข้าก็แค่ล้อเล่นตั้งแต่ต้นจนจบน่ะแหล่ะ ฮ่ะๆๆๆ"
    "หะ... ล้อเล่น?" เทียนเหมินชะงักนิ่ง ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อบอกไม่ถูกว่าเขาเสียหน้า อาย หรือว่าโมโหกันแน่ "นี่เจ้าปั่นหัวข้ามาตลอดเลยเร้อ!"
     "ขอโทษนะ ข้าก็แค่ลองแหย่เจ้าดูเท่านั้น ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกพ่อค้าซู ฮะๆๆๆ" หญิงสาวกลั้วหัวเราะ แม้จะโกหกอยู่บ้างแต่อย่างนี้อาจจะดีกว่า หากมัวแต่มาคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องจนการงานเสียก็แย่กันพอดี
    "อ้อ งี้เอง" ร่างสูงใหญ่พรูหายใจออกมายาว หากเป็นเรื่องล้อเล่นก็พอที่จะเข้าใจได้ ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้หน้าตาแย่แต่ก็ใช่จะเป็นคนที่หลงตัวเองเกินไปจนเที่ยวหว่านสาวๆ มาเล่นสนุก "เออ งั้นช่างเรื่องนั้น มาเรื่องนี้ก่อนดีกว่า" เขาบุ้ยหน้าไปทางซากเสือที่นอนราบไปกับพื้นทราย
     "อื้อ งานแล่เนื้อใช่ไหม ข้าเคยเห็นมาว่าพ่อค้านิยมซื้อพรมหนังเสือที่มีหัวเสือติดมาด้วยนะ อย่างไรเสียลองแล่ถลกหนังมันออกมาเช่นนั้นดีหรือไม่ แล้วจึงแล่เนื้อออกเป็นส่วนๆ ล้างน้ำมัดใส่ห่อเพื่อขายเป็นอาหารได้อีกทอดหนึ่ง" อินจีเสนอแนะวิธีการออกมา นางไม่เคยทำงานค้าขายหรือแล่เนื้อสัตว์มาก่อนที่เสนอมาจึงเป็นเพียงแค่สิ่งที่นางคิดเท่านั้น
     "อาฮะ งั้นก็ต้องลองดู" มือแกร่งชักกริชเล่ออี้ออกจากฝัก กริชเล่มนี้เป็นอาวุธคู่ใจที่เทียนเหมินใช้มาตั้งแต่ออกจากผาว่านเฉิง เรียกได้ว่าเป็นอาวุธประจำการชิ้นแรกและใช้มาอย่างยาวนานแทบไม่วางไว้ห่างตัวเลยก็ว่าได้ ทั้งใช้สู้รบ ป้องกันตัว และใช้งานธรรมดา เรียกได้ว่าเป็นเหมือนมีดสารพัดประโยชน์ ทรัพย์สินที่เคยเป็นของอาจารย์แม้จะใช่งานบ่อยแต่เขาก็ดูแลรักษาเป็นอย่างดีและคมกริบเหมือนใหม่แม้จะผ่านกาลเวลามากว่าร้อยปีแล้วก็ตาม ยิ่งย้ำให้เห็นถึงคุณภาพของกริชโบราณเล่มนี้ว่าแข็งแกร่งคงทนเพียงใด
     ปลายกริชคมกริบชำแรกผ่านหนังของเสือแล้วแล่เนื้อเถือหนังออกมาได้อย่างง่ายดาย ด้วยความเป็นมือใหม่ในการชำแหละสัตว์ป่าตัวใหญ่ อาจจะทำให้คุณภาพของหนังสือลดลงไปบ้าง เทียนเหมินจึงต้องใจเย็นแล้วค่อยๆ เลาะหนังสัตว์ออกมา ส่วนที่ยากที่สุดคือการตัดคอเสือโดยที่หนังคอด้านบนไม่แยกออกจากกัน ไม่มีอาวุธหนักอย่างขวานจึงจำเป็นต้องใช้กระบี่ค่อยๆ เฉือนกระดูกทีละนิด การที่ต้องอยู่กับซากสัตว์เป็นเวลานานๆ ทำให้รู้สึกแหยงเล็กน้อย
    "ส่งหนังมาทางนี้ ข้าจะช่วยล้างให้เองพ่อค้าซู" อินจีที่มองดูการแล่หนังมาตลอดเอ่ยบอกเป็นการช่วยเหลือ นางไม่ถนัดงานบ้านนัก ซักผ้าก็ให้เป็นหน้าที่ของสาวใช้นางกำนัลทำให้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่ยากเกินการเรียนรู้ เมื่อได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ นางก็รู้สึกว่าสนุกไม่เบา จนรอยยิ้มของเทพธิดาปรากฏบนใบหน้า เมื่อซักล้างหนังเสือจนสะอาดไร้คราบเลือดแล้ว นางก็เอามันมาวางผึ่งแดดไว้บนก้อนหิน
     ทางด้านเทียนเหมินก็ลงมือแล่เนื้อเสือออกเป็นส่วนๆ ทันที เล็บและอุ้งตีนพอขายให้ร้านขายยาได้ราคางาม ที่น่าช้ำใจสุดเลยก็คือต้องมาชำแหละพวงสวรรค์ของเสือตัวผู้เป็นของแสลงที่ชายทุกคนไม่อยากทำ แต่ว่าอวัยวะส่วนนั้นเป็นยาสำคัญช่วยบำรุงสุขภาพของท่านชาย ไม่เข้าใจว่าทำไมของลับของเสือถึงมีสรรพคุณช่วยในเรื่องอย่างว่า
     สำหรับชายหนุ่มเขาขอไม่กินจะดีกว่า ด้วยรู้สึกขยะแขยงและยังมีความมั่นใจในฝีมือของตนเองพอสมควรแม้จะห่างหายจากเรื่องคาวโลกีย์มานานนับปี
     เมื่อแล่เนื้อออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วก็ขั้นตอนต่อไปก็คือล้างน้ำสะอาด ลำธารทรายขาวถูกย้อมเป็นสีแดงชั่วขณะจากเลือดของเสือตัวใหญ่ เพราะมันตายมาได้สักพักแล้วเลือดจึงแข็งตัวและไม่มีเลือดออกมากมายเท่าไร แต่ก็พอที่จะทำให้ตัวคนแล่เนื้อเหม็นกลิ่นคาวเลือดอยู่บ้าง
     อินจีช่วยเก็บใบไม้แถวๆ นั้นมาห่อเนื้อเสือเอาไว้เพื่อง่ายต่อการขายเป็นชิ้นๆ นางมีความกังวลอยู่บ้างว่าเนื้อเหล่านี้จะเน่าเสียก่อนที่จะถึงมือลูกค้าหรือเปล่า เพราะอากาศของทะเลทรายช่วยบ่ายนั้นร้อนตับแลบ
     "ถ้ามีห้องน้ำแข็งก็ดีสินะ..." หญิงสาวพึมพำออกมา เมื่อครั้งอยู่ที่จวนตระกูลอินที่ซินเอี๋ยนางไม่มีธุระอันใดกับหลังครัวนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าคนครัวเก็บของสดเอาไว้ในห้องน้ำแข็ง และนางก็แวะเข้ามาเพื่อหาอะไรง่ายๆ เช่นผลไม้ รองท้องอยู่บ่อยๆ
    "ห้องน้ำแข็งรึ..." เทียนเหมินทวนคำพูดของนางก่อนที่จะรับห่อเนื่อมาถือเอาไว้ หลับตาลงแล้วเพ่งลมปราณไปที่ฝ่ามือ สะเก็ดน้ำแข็งเล็กๆ ก็เกาะกุมยังห่อเนื้อให้สามารถเป็นรักษาได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
    "เยี่ยมไปเลย นั่นเจ้าทำได้อย่างไรน่ะ พ่อค้าซู?" อินจีค่อนข้างที่จะตื่นเต้นกับกระบวนการทำน้ำแข็งของเทียนเหมินเป็นอย่างมาก และเพิ่งจะเห็นคนใช้วรยุทธ์กับเรื่องอื่นที่ไม่ใช่การต่อสู้นี่แหล่ะ จะว่าไปตอนต่อสู้สองครั้งก็ไม่เห็นเทียนเหมินใช้กำลังภายในของตนเองเลย แต่กลับมาใช้ในการถนอมอาหาร นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดผิดวิสัยจอมยุทธ์ แต่ก็ทำให้นางยอมรับเขาในฐานะพ่อค้าขึ้นอีกเล็กน้อย
     "ให้อธิบายมันยาว ตอนนี้เก็บของเข้าเมืองแล้วเอาไปขายกันก่อนเถอะน่า" เทียนเหมินเอ่ยบอกเขาโกยห่อเนื้อแช่งแข็งใส่ผ้าคลุมกันลมแล้วมัดเอาไว้เป็นก้อนกลมๆ เหลือบตามองซากกระดูกเสือดูน่าเวทนา จึงจัดหลุมฝังศพให้แก่สัตว์ร้ายตัวนั้นได้หลับไหลใต้ฝืนทราย เขาจัดการร่างของมันให้ดีขนาดนี้แล้วถือว่าเป็นความรับผิดชอบในฐานะผู้สังหาร และหวังว่าเนื้อหนังของมันจะทำเงินให้กับพวกเขาได้เพียงพอต่อการเดินทางกลับไปยังฉางอัน
     "เอาไว้ถ้าพร้อมแล้วอยากอธิบาย ข้าจะรับฟัง" อินจีอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี นางเดินไปเอาหนังสือที่ตากแดดยามบ่ายทิ้งเอาไว้ขึ้นมาดูก็พบว่าทั้งหนังทั้งขนแห้งสนิท
     ดูท่าว่าจะดูถูกความร้อนของทะเลทรายไม่ได้แล้ว ตัวบุคคลก็ควรจะต้องระวังตัวเอาไว้บ่างดีกว่า มือบางกระชับผ้าคลุมมาห่อคลุมศีรษะเอาไว้ไม่ให้ผิวหนังถูกแผดเผา แล้วจึงช่วยถือว่าที่พรมหนังเสือเดินกลับไปย่านการค้าชุมชนชาวเตี๋ยนกับเทียนเหมิน โดยมีเสียงฝีเท้าอันน่าชวนหัวติดตามมาดังเดิม...

กุบกับๆ...   กุบกับๆ...
กุบกับๆ...   กุบกับๆ...

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +100 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 100 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

5

กระทู้

143

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
16143
เงินตำลึง
178765
ชื่อเสียง
6501
ความหิว
319

ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
56
ความชั่ว
99
ความโหด
87
ไก่ชน
ระดับ 1

หลง อัน

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-10-12 02:49:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Shufeng เมื่อ 2018-10-12 02:58

[ การเดินทางพร้อมฝึกฝนไปในตัว ] ■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■



ในระหว่าการเดินทางจากหุบเขาเตียวเค่อซานกู่ชูเฟิงก็มักจะแบกของเดินไปด้วยตลอดและเมื่อถึงเวลาพักเมื่อใดชูเฟิงก็จะนั่งอยู่ข้างๆเจ้าเผือกน้อยเพื่อที่จะได้ฝึกฝนโคจรลมปราณต่อ


ชูเฟิงได้เริ่มกำหนดลมหายใจของเขาให้เคลื่อนที่ไปตามการโคจรลมปราณดั่งที่เคยทำในอดีตก่อนจะเดินทางไปหาบิดามารดา


โชคยังดีที่ชูเฟิงไม่มีอาการสำลักเนื่องจากเขาบรรลุการโคจรแล้วทำให้ไม่มีอาการสำลักเหมือนที่เคยฝึกแรกๆก่อนจะสำเร็จได้


หลังจากชูเฟิงโคจรทั่วร่างกายครบ100รอบท้องของเขาก็ร้องขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหิวโหย


*โครกกกก*


" อืม ข้าคงต้องทานอะไรหน่อยเสียแล้ว " ชูเฟิงพูดพร้อมกับหยิบอาหารขึ้นมาทานและแจกจ่ายให้ทุกๆคนและทุกๆตัวได้ทานทันที


หลังจากทานกันเสร็จสับเรียบร้อยแล้วนั้นพวกเขาก็หยุดพักกันเล็กน้อยเป็นเวลาไม่นานเท่าใดและเริ่มออกเดินทางต่อโดยที่ชูเฟิงยังคงแบกหามสัมภาระด้วยตัวเองเพราะต้องการฝึกฝนตัวเองให้เป็นดั่งเช่นกาลก่อนให้ฟิตพร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆไม่แคล้วคลาดไป


หลังจากการเดินทางหลายชั่วยามพวกเขาก็ได้มาถึงเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองอู๋เว่ยกับชุมชนชาวเกี่ยงเป็นที่เรียบร้อย


สภาพของชูเฟิงในตอนนี้เหน็ดเหนื่อยยิ่งนักยังดีที่พวกเขาเดินทางมาถึงลำธารทรายขาวแห่งชุมชนชาวเกี่ยง


หลงอันและเจ้าพวกเผือกน้อยมองไปที่ชูเฟิงด้วยสายตาซับซ้อนก่อนที่ชูเฟิงจะพูดขึ้นตามหลังมา


" พวกเราหยุดแวะพักกันเล็กน้อยเถอะ ข้าเดินต่อไม่น่าจะไหวแล้ว ให้พักดื่มน้ำหน่อยก็ดีไม่น้อยเพราะเวลานี้ก็เป็นยามค่ำแล้วสมควรแก่การพักผ่อนยิ่งนัก " ชูเฟิงพูดพร้อมวางสัมภาระลงบนพื้นทราย


หลงอันและเจ้าเผือกน้อยเห็นชูเฟิงดังนั้นจึงหยุดเดินและไปหาชูเฟิง


พวกเขาได้ดื่มน้ำและพักผ่อนกันหลายชั่วยามเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนล้าในค่ำคืนนี้....


@Admin





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -85 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -85 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ข้ากลับมาหล่อเหล่าแล้ว !
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
กระบี่ไม้
คัมภีร์ละติน
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
x19
x16
x4
x15
x10
x25
x30
x9999
x5
x40
x2
x1
x43
x2
x2
x4
x90
x52
x21
x30
x1
x90
x90
x1
x150
x4
x20
x7
x29
x6
x2
x9
x3
x150
x4
x110
x150
x90
x6
x10
x35
x2
x60
x5
x150
x30
x75
x1000
x45
x9
x5
x75
x75
x10
x553
x200
x270
x30
x5
x6
x3
x2000
x20
x4
x90
x90
x31
x200
x140
x400
x1200
x120
x94
x86
x101
x3
x200
x1500
x679
x10
x6
x195
x6
x8
x7
x7
x27
x150
x13
x117
x700
x11
x75
x40
x155
x3348
x904
x892
x22
x175
x1
x70
x105
x100
x5983
x173
x10
x447
x59
x220
x157
x2
x4
x81
x50
x71
x10
x130
x9999
x117
x84
x80
x128
x8
x150
x50
x50
x10
x146
x16
x50
x103
x45
x32
x1
x123
โพสต์ 2018-12-6 14:34:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
เกราะทองคำ
คัมภีร์ฮูหยิน
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x3000
x1
x1
x3
x5
x1
x2
x2
x2
x2
x178
x334
x5
x33
x1957
x100
x49
x4
x6
x22
x940
x1000
x59
x1
x20
x56
x1
x1
x5
x600
x1
x14
x1
x1
x314
x1
x1
x1
x280
x60
x45
x30
x2
x9999
x19
x50
x255
x1
x227
x178
x273
x4
x1
x22
x2000
x1
x1
x2
x1
x20
x211
x330
x700
x1100
x880
x26
x243
x355
x200
x76
x589
x90
x80
x10
x2
x356
x1216
x12
x3266
x39
x2500
x28
x23
x69
x731
x7
x2553
x128
x22
x142
x257
x379
x415
x1
x279
x1036
x1
x25
x30
x5330
x199
x82
x5310
x8828
x1263
x40
x3200
x1109
x2
x22
x40
x5
x4660
x2
x2
x16
x4098
x4069
x87
x15
x20
x10
x30
x30
x20
x10
x34
x757
x214
x60
x50
x21
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-18 21:14

ขึ้นไปด้านบน