ดู: 447|ตอบกลับ: 6

{ เมืองเหอไน่ } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-8-8 03:34:22 |โหมดอ่าน

{ ย่านการค้า - เมืองเหอไน่ }

ย่านการค้าประจำเมืองเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจเมืองเหอไน่
ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำหวงเหอจึงเป็นแหล่งท่าเรือและการประมงน้ำจืดที่สำคัญแหล่งหนึ่งของเหอเป่ย


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-8-12 01:24:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-8-12 08:40

{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXVII



     ข้อสรุปที่หารือกันคือหวังพึ่งใบบุญขององค์หญิงผิงหยางแต่ก็ดูเหมือนจะเหลวไม่เป็นท่าเพราะดูเหมือนกับว่าซูปี้และเหล่าพลพรรคกระยาจกจะไม่ทันพิธีการบวงสรวงฟ้าดินที่เหอไน่....

     ...สามวันก่อน...
     "ข้าได้ข่าวมาว่าองค์หญิงผิงหยางจะมาที่เหอไน่ล่ะพวกท่าน" มู่หลงลงจากม้าเร็วเมื่อควบนำข่าวกลับมาให้กับชาวพรรคกระยาจกที่อาศรมนักพรตในหน้าที่คนคาบข่าว
     "เช่นนั้นรึ? หากเป็นเช่นนั้นข้าก็พอจะคิดแผนการออกได้บ้าง" จอมยุทธ์หนุ่มที่บัดนี้ทราบนามของเขาแล้วคือโป่ซีเหวินยกมือขึ้นลูบปลายคางแล้วเอื้อนเอ่ยแผนการที่เขาคิดออกมา "ในระหว่างที่องค์หญิงเสด็จเข้าร่วมงานก็ให้แม่นางน้อยเข้าไปทักทายและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ได้ฟัง ข้าเคยได้ยินว่าพระองค์ทรงมีจิตใจเอื้ออารีย์น่าจะให้การช่วยเหลืออะไรนางได้บ้าง..." เมื่อพูดจบเขาก็เหล่สายตามองไปยังซูปี้ที่อยู่เฝ้าอาการเถ้าแก่ลู่แทนฮูหยินที่ถูกจับตัวไปให้อย่างน้อยเขาก็มีลูกหลาน (?) ข้างกายยามวาระสุดท้ายของชีวิต
     "อั่ค!" ไม่ทันไรเถ้าแก่ลู่ก็กระอักเลือดออกมาแล้วกระตุกหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตไปอย่างสงบ..
     "เถ้าแก่!!" ซูปี้ที่ตกใจถูกผู้ใหญ่กันตัวออกมาก่อนนักพรตที่มีวิชาแพทย์ติดตัวเข้าไปช่วยพยุงชีพแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว... เถ้าแก่กวังได้สิ้นใจไปเสียก่อน เหล่านักพรตจึงร่วมกันสวดส่งให้ดวงวิญญาณของเขาไปสู่สัมปรายภพและรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

     แทนที่จะได้ทำตามแผนทุกคนกลับต้องทำงานศพให้แก่เถ้าแก่ลู่จนไม่ทันมาพบกับองค์หญิงผิงหยาง ยามเมื่อไร้ที่พึ่งก็มีแต่ต้องพึ่งพาตนเอง...
     นกอินทรีย์คาบข่าวถูกส่งมาจากสาขาใหญ่เรียกให้สมาชิกของพรรคกระยาจกไปประชุมด่วนภายในสิบวัน เวลามีไม่มากพวกเขาจึงต้องหารือกันใหม่คงต้องพาซูปี้ไปส่งยังฉางอัน
     "ข้าพอจะรู้จักกับสตรีนางหนึ่งอยู่น่าจะพอให้ความช่วยเหลือได้" โป่ซีเหวินกล่าวออกมาหลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรต่อไป ชวนให้ซูปี้ที่อยู่ในชุดไว้ทุกข์ให้เถ้าแก่ลู่เงยหน้าขึ้นมามองจอมยุทธ์พรรคกระยาจกที่ดูเหมือนจะยากจนแต่กลับมีเส้นสายไปทุกที่ มันทำให้เธอมีความรู้สึกอยากที่จะโตขึ้นมาเป็นจอมยุทธ์ที่ดีบ้าง
     "เช่นนั้นข้าอาสาไปส่งเธอเอง ม้าของข้าวิ่งไวปานสายลมอยู่แล้ว" หนุ่มน้อยมู่หลงเสนอตัวไปส่งซูปี้ที่ฉางอัน "จะให้ข้าไปฝากฝังกับใครเล่าท่าน?"
     "แม่นางจ้าว นางอยู่ร้านขายข้าว บุตรีของเถ้าแก่จ้าวจงถัง" โป่ซีเหวินเอ่ยชื่อของหญิงสาวที่จะฝากฝังซูปี้ให้ฟัง "นำจดหมายไปบอกกับนางก็ได้ว่าโป่ซีเหวินฝากมา" ไม่รอช้าบุรุษรีบนำกระดาษกับพู่กันมาเขียนเนื้อความในจดหมายแล้วยื่นให้มู่หลงทันที
     "ได้เลย เช่นนั้นรีบเดินทางกันเถิด" มู่หลงรับจดหมายมาจากมือจอมยุทธ์หนุ่มแล้วเก็บไว้อย่างดี
     "ค่ะ!" ซูปี้พยักหน้ารับแล้วเตรียมออกเดินทาง เธอไม่รู้ว่าฉางอันอยู่ไกลจากเหอไน่ที่บัดนี้เธอมาเยือนหรือไม่แต่เตรียมการอาหารน้ำดื่มติดตัวไว้คงดีกว่า ก่อนจะแยกจากเธอทำการขอบคุณโป่ซีเหวินที่ให้การช่วยเหลือเธอมาตลอดในช่วงสองสามวันมานี้
     มู่หลงอุ้มตัวเด็กหญิงขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วขึ้นไปนั่งตาม เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็ควบมันไปฉางอันด้วยความเร็วสูง "ฮ่า!"



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

23

กระทู้

147

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1278
เงินตำลึง
126838
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206

ใบรับรองภาษาฮั่น

เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-27 02:18:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-27 23:01

เรื่องราวที่สามสิบสาม - [ ทำนายอักษร ]



     หลังจากที่ใช้เวลาในการเดินทางอีกหนึ่งวัน ในที่สุดหมิงเย่เสวียก็เดินทางมาจนถึงเมืองเหอไน่
     ไม่รู้ด้วยสาเหตุปริศนาอันใด แต่ครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้นางรู้สึกราวกับตนเองได้พบพานกับความฝันที่แปลก
ประหลาดจำนวนมาก ทว่ากลับจำไม่ได้เลยว่าเนื้อหาใจความนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
     ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้น เพราะหลายๆวันมานี่ ทางด้านของยายะที่
มีสภาพขอบตาดำคล้ำอย่างกับหมีแพนด้าเองก็ทำให้นางเดาได้ว่า เด็กคนนั้นก็คงจะไม่ค่อยได้หลับอย่างสุข
สงบเสียเท่าไหร่
     โชคยังดีที่ไม่ได้เกิดความรู้สึกปวดหัวหรืออ่อนเพลียใดๆ แต่หมิงเย่เสวีย นางก็คิดว่ามันอาจจะเป็นบ่อเกิด
ของโรคติดต่อบางชนิดก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้นในช่วงเวลานี้นางเองก็ต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกินและดิน
ฟ้าอากาศให้ดีด้วย

     " ....? "

     ในขณะที่กำลังคิดเรื่องต่างๆอยู่นั้น สายตาของนางก็ได้ไปสะดุดเข้าไปแผงลอยแห่งนึง
     ปกติแล้ว ในยามนี้ก็นับได้ว่าตัวของนางนั้นเดินทางผ่านเมืองต่างๆมามากมายพอสมควร และในตลาดส่วน
ใหญ่เอง ก็จะประกอบไปด้วยเสื้อผ้าเหล้ายาปลาปิ้งสารพัดสิ่งของขายที่สรรหาได้ไม่ยากและมีตัวตนเป็นรูปธรรม
อย่างที่ตัวนางสามารถเข้าใจได้ง่ายๆได้เช่นกัน
     ทว่าแผงลอยตรงหน้าที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวของนางนั้น...

     [ รับทำนายสามครั้งต่อวัน ]

     มันเขียนไว้เช่นนั้น
     รับทำนาย...มันคืออะไร?
     คงไม่ใช่ว่าเป็นการทำนาย'อนาคต'หรอกใช่ไหม?
     เพราะว่าไม่รู้และไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน แผงลอยเล็กๆที่ดูน่าสงสัยนั้นก็ได้ดึงดูดความสนใจของตัวนาง
ไปเป็นที่เรียบร้อย
     และเมื่อรู้ตัวอีกที นางก็มายืนอยู่หน้าแผงลอยนั้นแล้ว

     " ข้ารอเจ้าอยู่เลย "

     เสียงที่ฟังดูสุขุมนุ่มลึกเอ่ยขึ้น จนทำให้หมิงเย่เสวียสะดุ้งขึ้นเล็กๆ
     เพราะมีป้ายแผงลอยบดบังอยู่จึงทำให้เห็นสีหน้าของคนผู้นี้ไม่ชัดเท่าไหร่ ทว่าฟังจากเสียงแล้ว ด้านหน้าของ
นางตอนนี้จะต้องเป็นผู้อาวุโสท่านนึงไม่ผิดแน่

     " รอข้า...หรือคะ? "

     หมิงเย่เสวียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดๆเล็กน้อย
     คำพูดนั้น...ถือได้ว่า ท่านผู้อาวุโสตรงหน้ากำลังรอคอยการมาของนางอยู่โดยที่ตนเองนั้นรู้ดีอยู่แล้วเช่นนั้นหรือ?
     ตัวนางที่กำลังเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กๆ ก็ได้ยินเสียงของผู้อาวุโสตรงหน้ากล่าวขึ้นอีกครั้งว่า

     " เพราะเจ้าเป็นคนสุดท้ายของวันนี้แล้วน่ะนะ "

     พอได้ยินดังนั้น หมิงเย่เสวียก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาบาง
     อย่างน้อยนางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาที่ไม่ใช่การมองเห็นอนาคตจริงๆ
     โดยปกติแล้ว เรื่องแบบนั้นตัวนางก็ไม่เคยคิดจะนึกเชื่อหรืออะไรอยู่แล้ว --บางสิ่งที่เรียกว่าการทำนายอนาคต
แท้จริงแล้วก็คือการ'คาดเดาถึงความเป็นไปได้'เพียงเท่านั้น ...นั่นเป็นสิ่งที่นางคิด
     ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง...นางได้สัมผัสถึงความกดดันจางๆจากผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องหลังแผงลอยตรงหน้านี่..
     ขณะนั้นเอง นางก็นึกย้อนกลับถึงเรื่องเล่าที่ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังเมื่อครั้งนางยังเยาว์
     เกี่ยวกับชินแสท่านนึงผู้ได้ช่วยเหลือฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้สร้างรากฐานบัลลังก์มั่นคงและชิงชัยเหนือเหล่าพวกขุนนาง
หัวเก่าจำนวนมาก จนผู้คนต่างก็เรียกขานท่านว่า ' หมอดูเทวดา ' เนื่องจากท่านผู้นั้นสามารถทำนายเรื่องราวและ
สิ่งต่างๆได้ดั่งตาเห็น ก่อนที่ไม่นานเขาก็ได้ปลีกตัวออกจากยุทธภพไปและไม่มีใครได้ข่าวลือของเขาอีกเลย
     เกี่ยวกับ ' ยอดปราชญ์แห่งแผ่นดิน ' ผู้ที่นางใฝ่ฝันอยากจะพบเจอและขอคำชี้แนะดูสักครั้ง

     ' .......ท่านผู้นั้นคงไม่ได้มาเปิดแผงลอยเล็กๆอะไรแบบนี้กระมัง '

     หมิงเย่เสวีย นางลอบคิดเช่นนั้นในใจพลางค่อยๆก้าวเดินเข้าไปใกล้แผงลอยขึ้นอีกนิด
     และในที่สุด นางก็ได้เห็นเค้าโครงหน้าของผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องหลังแผงลอยท่านนี้
     ใบหน้าโค้งได้รูป ร่างกายสมส่วน เส้นผมและหนวดเคราสีขาวนั่นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าชายตรงหน้านั้นดูชรา
ภาพลงไปเลยแต่อย่างใด กลับกัน นัยน์ตาคมสีน้ำตาลอ่อนนั้นเผยให้เห็นถึงความลึกล้ำที่นางไม่อาจประเมินได้...
อีกทั้งยังให้รู้สึกราวกับถูกมองผ่านไปโดยไม่สามารถปิดบังเรื่องราวใดๆได้เลย

     " แม่นาง เจ้าต้องการคำทำนายหรือไม่ "

     " อ้ะ..? อะ...ขอ...ขออภัยด้วยค่ะ... เอ่อ.... "

     เมื่อถูกทักขึ้น หมิงเย่เสวียจึงหลุดออกจากภวังค์
     แม้จะมีท่าทีตื่นๆเล็กน้อย แต่นางก็เดินเข้ามาใกล้ๆแล้วก็เริ่มสำรวจแผงลอยแห่งนี้ในทันที

     " หรือว่า....ท่านจะทำนายจากตัวอักษรเช่นนั้นหรือคะ.... "

     แม้จะไม่เคยเห็นและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำนายหรือดูดวงอะไรพวกนั้นมาก่อน ทว่านางก็พอจะเดาได้
ลางๆจากสิ่งของต่างๆบนแผงลอย
     หากการทำนายไม่ใช่พลังพิเศษ ก็ต้องใช้สิ่งของเป็นสื่อกลาง ...และเมื่อใช้สิ่งของเป็นสื่อกลาง ทีนี้ก็สามารถ
ตัดสินได้จากการสังเกตุอุปกรณ์พวกนั้น
     และบนแผงลอยนั้น ก็มีพู่กันและแท่งฝนหมึกอยู่

     " ฮึม... ถูกแล้ว ข้านั้นทำนายอนาคตจากหนึ่งตัวอักษร "

     มุมปากของผู้อาวุโสตรงหน้ายกขึ้นเล็กน้อยพลางผงกหัวเล็กๆ
     พอเห็นท่าทีแบบนั้น นางก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่นางก็ทำเป็นใจดีสู้เสือเพราะความอยากรู้มันมีมาก
กว่าความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ หมิงเย่เสวีย นางนั้นขออนุญาตแล้วหยิบพู่กันขึ้นมาแตะกับแท่งฝนหมึก จากนั้นก็ค่อยๆ
เขียนลงไปบนกระดาษไม้ไผ่อย่างช้าๆ




     " ....... "

     เมื่อเขียนเสร็จแล้ว นางก็เงยหน้าขึ้นแล้วก็ใช้มือเลือนแผ่นกระดาษไม้ไผ่นั้นไปให้กับผู้อาวุโสตรงหน้า





     “ แม่นางจะถามถึงคนหรื่อเรื่องราว ”

     ผู้อาวุโสตรงหน้านั้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เพ่งพินิจตัวอักษรเพียงผ่านๆ ท่าทีของผู้อาวุโสดูผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

     " ...คนค่ะ "

     หมิงเย่เสวียตอบกลับไป
     ตัว 明(หมิง) นั้น นำมาจาก 明夜雪(หมิงเย่เสวีย) หรือก็คือชื่อของนางเอง
     แน่นอนว่าการ' ทำนาย 'ก็จะต้องเป็นเรื่องของตัวบุคคล

     “ คนสินะ เป็นอักษรที่ดีนัก ในอักษรมีทั้งยรือ(สุริยัน)และเยวี่ย(จันทรา) จากอักษรนี้ดูเหมือนแม่นางจะสูญเสียบิดา
ไปแล้วสินะ ”
     " ....... "

     หลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวของผู้อาวุโสตรงหน้า แม้ว่าภายนอก หมิงเย่เสวียจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ ทว่า
ภายในใจนั้นกลับสั่นไหวเป็นอย่างมาก

     “ ตามคัมภีร์อี้จิงกล่าวไว้ สองสิ่งนี้มิอาจมาบรรจบกันได้ กลางวันมีสุริยัน ยามราตรีก็มีจันทรา ทั้งสองต่างเป็นการ
บ่งบอกถึงเวลา น้ำขึ้นน้ำลง ชีวิตแม่นางมีขึ้นมีลง พบเจอโชคก็ต้องพานพบความทุกข์ ”

     หมิงเย่เสวียก้มหน้าลงเล็กน้อย
     หากเป็นยามปกตินางก็คงจะไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้...ทว่านางรู้สึกว่า ครั้งนี้ นางจำเป็นต้องฟังสิ่งที่ผู้อาวุโสตรงหน้ากล่าว

     “ แม่นางเป็นผู้ใฝ่ฝันอยากตามรอยบิดาบุญธรรมที่จะสานปณิธานปราชญ์นำความรู้มาช่วยเหลือผู้คนในแผ่นดินสินะ ”
     " ....ค่ะ ....นั่นเป็น ---ความปราถนาสูงสุดของข้า "

     พอชินแสตรงหน้าได้ฟังที่นางเอ่ย เขาก็ผงกหัวเล็กๆด้วยความรู้สึกชื่นชม

     “ นั่นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องยิ่งนัก แต่การก้าวสู่เส้นทางปราชญ์นั้นสิ่งหนึ่งที่แม่นางต้องรู้ ---สตรีที่มากับแม่นางน่ะ ต้อง
คุมเข้มนางให้มากกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้นความใจร้อนของนางที่อยากปกป้องแม่นาง จะนำภัยมาสู่ตัวแม่นางเอง และ
หลักสำคัญของปราชญ์คือ ดู ฟัง วิเคราะห์ สามหลักการนี้เป็นสิ่งที่แม่นางต้องมี ”

     หมิงเย่เสวียสะดุ้งขึ้นเล็กๆพลางก้าวถอยหลังไป ครั้งนี้นางเผยให้เห็นถึงสีหน้าตื่นตกใจอย่างแท้จริง
     นางรีบดึงความเยือกเย็นกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะสลักคำพูดของผู้อาวุโสตรงหน้าเข้าไปในความจำของนางให้
ครบทุกประโยคทุกคำ

     “ จงสังเกตทุกสิ่งรอบตัว ใบไม้ มดเดินเรียงแถว น้ำตกไหลรินจากหินผา ฟัง ทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวราชสำนัก
ยุทธภพ วิเคราะห์ทุกสิ่งที่ดูและฟัง ตีความออกมาเป็นตัวหนังสือและอ่านทวนช้ำ พร้อมยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความ
ช่วยเหลือ ปราชญ์ที่ีดีควรมีคุณธรรมทั้งแปด กตัญญู, ซื่อสัตย์ จงรักภักดี, พี่น้องปรองดอง, รักษาคำสัตย์, มีจริยธรรม, มี
มโนธรรม, มีสุจริตธรรม และสุดท้าย คือการละอายต่อความชั่ว ทั้งแปดนี้เป็นสิ่งที่ปราชญ์พึงมี แต่อีกข้อที่ไม่ควรขาด..รู้
หรือไม่ว่าเป็นสิ่งใด? ”
     พอได้ยินคำถามของผู้อาวุโสตรงหน้า หมิงเย่เสวียก็ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบกลับไปเสียงค่อยว่า
     " ความไม่ละโมบ.....รึเปล่าคะ? "
     พอได้ยินคำตอบ ผู้อาวุโสตรงหน้าของนางก็เผยรอยยิ้มออกมา
     " นั่นถูกต้อง ไม่เลว ไม่เลว ทว่าดูเหมือนเจ้าในตอนนี้จะยังขาดความมั่นใจในตัวเองไปหน่อยนะ "

     ผู้อาวุโสเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะออกมา น่าแปลก ในยามนี้นางรู้สึกราวกับกำลังได้รับการสั่งสอนอยู่มากกว่าที่จะเรียกว่า
เป็นคำเตือน

     “ ข้ามีคัมภีร์สองเล่มที่จะมอบให้แม่นาง นี่เป็นสำเนาส่วนหนึ่งที่ข้าคัดเฉพาะส่วนสำคัญของคัมภีร์เมิ่งจื่อและหลักการ
ปกครองจางเหลียง ขอเพียรให้แม่นางนำมันไปศึกษาอย่างถ่องแท้ก็จะเข้าถึงการบริหารปกครองและวิชาการ พึงมีความรู้
ในหลักบริหารปกครองแผ่นดิน พึงเป็นปราชญ์ที่ได้ช่วยเหลือทุกข์สุขราษฎร์ ”

     หมิงเย่เสวียรับคัมภีร์นั่นมาไว้ ก่อนที่จะจ้องมองมันอยู่ชั่วครู่นึง
     มันก็มีบ้าง ---ที่นางคิดว่าตัวนางนั้นมีความสามารถเหนือกว่าผู้คนในระดับเดียวกับนาง แต่เพราะแบบนั้น นางจึงได้รู้ว่า
ตัวของนางเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งกาจรอบด้านอะไรอย่างที่คิด
     " ....หลักบริหารการปกครอง "
     เป็นเรื่องที่นางพอจะมีความรู้อยู่บ้าง ทว่าในด้านของประสบการณ์นั้น นับว่าต่ำต้อยกว่าเด็กหนุ่มสาวผู้ที่ได้รับการศึกษา
ดีๆมากนัก

     " เอ่อ...ท่านชินแส...ตัวข้านั่นคงจะไม่-- "

     ขณะที่นางเงยหน้าขึ้นเตรียมจะบอกปฏิเสธ นางก็พบว่าแผงลอยนั้นได้ว่างเปล่าไปเสียแล้ว

     ' ดูเหมือนเจ้าในตอนนี้จะยังขาดความมั่นใจในตัวเองไปหน่อยนะ '

     เสียงของผู้อาวุโสดังขึ้นมาให้ได้ยินอีกครั้งในความคิด
     พอลองมานึกถึงคำพูดนั้นดูแล้ว ก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
     หมิงเย่เสวียเก็บคัมภีร์เหล่านั้นไป จากนั้นก็เร่งรุดหน้ากลับไปยังโรงเตี้ยม


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12006
เงินตำลึง
5287
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
506
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-12-21 23:41:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาหลิวเทียนมาซื้อกระบี่



     ทั้งสองมาที่ย่านการค้าเมืองเหอไช่ที่แม้จะดึกขนาดนี้แล้วแต่ก็ยังมีผู้คนอยู่บ้าง โชคยังดีที่ร้านค้าอาวุธยังไม่ปิด เจ้าของร้านเป็นชายร่างสูงใหญ่มีกล้ามน่ากลัว ผิงผิงหาได้กลัวไม่เพราะคนที่น่ากลัวกว่านั้นตอนนี้ยังอยู่ในถ้ำ... (ซูเทียนเหมินไงเล่า คนที่ผิงกลัว)

     "ท่านน้า ท่านน้าช่วยแนะนำกระบี่ที่น้ำหนักเบาได้หรือไม่เจ้าคะ?" ผิงผิงเอ่ยถามอย่างมีมารยาทและน่ารัก พร้อมยิ้มหวานให้จนมีรอยแก้มบุ๋ม หลิวเทียนมองสหายตนเองพลางแอบขำ ปกติมักซุนซนแถมห้าว แต่พอเวลาต้องการอะไรหรือขอร้องมักทำตัวเรียบร้อยเสมอ... ได้เห็นอีกด้านแล้วสิ

     "แม่หนู เจ้าน่ารักจริงๆ มา ข้าจะแนะนำให้"

    "ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านน้า" ผิงผิงยิ้มแป้นก่อนจะจับมือหลิวเทียนเดินเข้าไปในร้านค้าอาวุธ เด็กสาวอาจไม่รู้ตัวว่าเธอติดนิสัยชอบจูงมือคนอื่นไปเสียแล้ว แต่เธอไม่รู้สึกขัดเขินกับหลิวเทียนเลยแม้แต่น้อย แต่คงให้ความรู้สึกแบบพี่ชายน้องสาว(?) หรือ น้องชายพี่สาวแทน ทั้งสองฟังที่เจ้าของร้านแนะนำกระบี่น้ำหนักเบาพบพาง่าย
      "กระบี่ คืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายดาบ แต่มีน้ำหนักเบากว่า ลักษณะเรียวแหลม มีปลายแหลม เน้นใช้ในการแทงมากกว่าฟัน อาจมีคมเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือมีท้ง 2 ด้าน ข้อแตกต่างจากดาบคือ น้ำหนักส่วนใหญ่ของกระบี่จะอยู่ที่ด้ามจับ เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วและพลิกแพลงได้ง่ายในการจ้วงแทง เพราะกระบี่เน้นการแทงเป็นสำคัญ ในขณะที่น้ำหนักส่วนใหญ่ของดาบ จะอยู่ที่ใบดาบ เพื่อให้การฟันมีน้ำหนัก เพราะดาบเน้นการฟันและตัด" เจ้าของร้านอธิบายคราวๆ ก่อนจะแนะนำกระบี่ให้ดูสองสามเล่มที่เหมาะกับหลิวเทียนหลังจากผิงผิงบอกว่าหากระบี่ให้หลิวเทียน
      หลิวเทียนเลือกแบบคมสองด้านด้ามจับเป็นสีดำ ตัวกระบี่เป็นสีเงินสวย... โดยทั่วไป ส่วนคมและสันกระบี่จะหล่อจาก โลหะผสม สำริด โดยมี ดีบุกเป็นส่วนผสม 20% และ 10% เมื่อพวกเขาตกลงซื้อขายได้แล้วผิงผิงพาหลิวเทียนไปที่โล่งกว้างเพื่อสอนการใช้กระบี่เบื้องบนว่าทำอย่างไร

<span]] แรงที่ส่งจากร่างผู้ใช้ เมื่อผ่านถึงมือ นิ้วชี้และนิ้วก้อยต้องควบคุมกระบี่ให้ไปตามทิศทางแรง นิ้วชี้จะอยู่ด้านล่างคอยจับกระบี่ให้นิ่งร่วมกับนิ้วโป้ง เหมือนคีมหนีบกระบี่ไว้ นิ้วชี้จะคอยคุมทิศทางด้านหน้าตรงช่วงโกร่งกระบี่  ส่วนนิ้วก้อยคอยคุมทิศทางด้านหลังตรงช่วงหัวด้ามกระบี่ ทำให้น้ำหนักกระบี่สมดุลย์ น้ำหนักไม่ทิ้งไปข้างหน้า หรือข้างหลัง  โดยที่มีนิ้วที่เหลือเป็นเสมือนฐานที่รองรับแรงให้ส่งผ่านไปอย่างมั่นคง" ผิงผิงอธิบายพร้อมกับทำท่าทางประกอบหากเป็นเรื่องของกระบี่แล้วเธอเองก็รู้มากพอสมควรเนื่องจากฝึกมาจากในค่ายทหาร แต่ถ้าให้จดจำในตำราเอามาทุบหัวเธอยังง่ายกว่า และลองให้หลิวเทียนทำตาม ผิงผิงสอนอย่างใจเย็น อย่างน้อยๆ ก็ไว้ป้องกันตัวเสียหน่อย "แต่หากเจ้าจำไม่ได้ ข้าแนะนำว่าเจ้าก็สับๆ เหมือนตอนทำอาหาร"
     "ข้าจำได้ ขอบคุณเจ้าที่ช่วยสอนข้า" หลิวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มจนผิงผิงนึกว่าเขาเป็นสตรีแทนบุรุษเพราะเวลาเขายิ้มแต่ละครั้งทำเอาผิงผิงมองจนลืมตัวเหมือนตอนนี้ถ้าเหลิวเทียนไม่สะกิดเธอก็คงยืนมองไปอีกนาน เมื่อฝึกได้สักนิดก็พากันกลับโรงเตี้ยมเพราะดึกมากแล้ว






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

1061

กระทู้

3831

โพสต์

53หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
806848
เงินตำลึง
9215733
ชื่อเสียง
225788
ความหิว
1868

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17975
ความชั่ว
8187
ความโหด
35039
โฮ่วชื่อ ♦ 后赤
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-9-16 04:40:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-2 19:49



หนทางบนสายเขียง
475
{ เส้นทางอาชีพ 4 }
หมี่ซั่วถัวเฉลี่ย

        ร่างบางนอนกอดผ้าห่มธรรมชาติอย่างเสือดาวหิมะอยู่ในรถม้า อากาศที่อุ่นสบายและนุ่มนิ่ม ทำให้นางหลับมาตลอดทางจนลืมเสียสนิทว่าปล่อยให้พี่สิงโตเทียมรถไว้ และแล้วก็เป็นอย่างที่คาด…. จากจะเข้าสู่ฉางอันดันหลงมาปิงโจวเสียอย่างนั้น

        อาการเช่นนี้เขาเรียกหลับเลยป้ายใช่หรือไม่?

       “อ่า…. แย่จังเลยน้า แต่เหลืออีกตั้งหลายวันคงกลับไปทันแหละ” สตรีเน่งน้อยนั่งงอนิ้วนับดู อีกสามวันคือกำหนดนัดหมายของเถ้าแก่หลิว เช่นนั้นนางแวะหาลูกค้าแถวนี้สักหน่อยก็คงไม่แย่อะไร คณะกำลังคิดเสียงท้องก็ร้องครืด… อย่างหาอะไรมาเติมเต็ม
        
        ไล่สอบถามผู้คนที่เดินสวนมาค่อยพบว่าด้านหน้านั้นคือเมืองเหอไน่ บันทึกของหลิงเฮ่าเองก็ไม่มีเมืองนี้อยู่เห็นทีต้องเข้าไปสำรวจสักนิด… สตรีผมเงินยังคงสวมอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ที่เพิ่มมาคือหมวกคลุมหน้าของตนไว้ด้วยทราบดีว่ารูปลักษณ์และสีผมของนางสะดุดตาคนเกินไป ขณะที่ก้าวเข้าไปภายในโรงเตี้ยมนางสามารถหาน้ำแกงเนื้อมารองท้องได้อย่างไม่ยากเย็น

        ดูเหมือนที่นี่จะเป็นเมืองเก่าแก่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ ผู้คนคึกคักเช่นนี้น่าจะหาลูกค้าได้ หลังจบมื้ออาหารเที่ยงนางก็ขอยืมห้องครัวโรงเตี้ยมในการตุ๋นน้ำแกง ทำบะหมี่ซั่วเพื่อเตรียมออกขาย ลวกเส้นหมี่จนคลายตัวและความแข็งกะด้าง ลงมือหั่นแครอท เห็ดหอม และหมูเส้นด้วยมีดแบนจนพอดีคำ ตั้งกระทะใส่น้ำซุปลงเคี่ยวกับเนื้อสัตว์จนงวดส่งกลิ่นหอม ค่อยโปรยเส้นหมี่เหลืองลงไป โรยผักสดและงาเป็นการปิดท้ายเสร็จสมบูรณ์


นู(คอมเรดหรืออะไรก็ได้ตามกลิ่นหอมมา)@LuLingNu

        อาหารทำเสร็จแล้วมาตั้งเรียงรายส่งกลิ่นหอมฉุยอยุ่บนโต๊ะ ร่างบางในหมวกผ้าคลุมกำลังกลุ้มใจว่าจะเสนอขายอย่างไร ขณะนั้นก็มีสตรีชาวยุทธ์รุปร่างคุ้นตาคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม ‘แม่นางหมายถึงจะขอปันหมี่ซั่วไปให้ผู้ติดตามหรือเปล่านะ?’ เอาอย่างไรดีถ้าเป็นเวลาปกตินางคงมอบให้แล้ว อยากเห็นทุกคนมีความสุขกับการทานอาหาร “หมี่ซั่วเจ็ดจานนี้เป็นฝีมือการปรุงของข้าเอง ถ้าท่านสนใจละก็ ข้ายินดีขายให้ในราคาจานละ 300 ตำลึง แถมหมี่ซั่วมงคลอีกหนึ่งห่อเจ้าค่ะ”

@LuLingNu นู(ดีลล)

        “ห๊ะ...เหมาเจ็ดเลยหรอเจ้าคะ ได้สิ… กำลังกลุ้มอยู่พอดีเลยว่าจะทานคนเดียวไม่หมด” หลิงหลานใต้ผ้าโปร่งคลุมหน้าเลื่อนทั้งเจ็ดจานไปมอบให้จอมยุทธ์หญิง กล่าวอย่างเชิญชวนผู้ติดตามให้ลองทาน พ้อมนำหมี่ซั่วมงคลออกมาจากกระเป๋าส่งมอบให้

นูส่งหีบ

        “เอ๋ ต้องเป็นสองพันหนึ่งร้อยตำลึงนี่เจ้าคะ ทำไมเป็นห้าพันตำลึงล่ะ….” หีบเงินตำลึงเปิดออกดูแล้ว คล้ายจำนวนจะผิดพลาด

นู(บอกไม่อยากเอาเปรียบเป็นค่าของแถมด้วย)



        ร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านที่ช่วยอุดหนุนนะเจ้าคะ ทานให้อร่อยน้า!” หลังจบการค้านางก็อำลาทั้งสามก่อนออกเดินทางต่อไปยังเมืองฉางอัน พลางคิดว่าโชคดีแท้ๆ เจอคนงามใจดีเหมาบะหมี่ไปทั้งเจ็ดชามในคราวเดียว!!



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หน้ากากยักษ์ม่วง
มุกอัคคี
ฮาร์ปแห่งฮาเธอร์
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นสูง
ปีกเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x20
x1
x1
x3
x3
x1
x200
x50
x1
x10
x49
x10
x5
x120
x7
x7
x1
x1
x6
x39
x8
x1
x18
x325
x140
x2
x14
x1139
x4
x150
x3
x2
x5
x3
x10
x41
x1
x699
x1
x1
x3
x165
x1
x2
x1
x25
x5
x2
x4
x1
x1220
x70
x4
x15
x36
x21
x2
x4
x5
x880
x8
x2323
x50
x140
x210
x150
x260
x1
x17
x165
x1
x130
x500
x500
x1927
x82
x98
x31
x2075
x9999
x8
x7
x41
x14
x770
x7
x4
x17
x2
x28
x2
x30
x88
x8
x725
x186
x600
x798
x77
x4610
x6
x640
x952
x108
x2100
x55
x220
x561
x485
x859
x100
x4
x1830
x443
x3999
x458
x50
x830
x1843
x1755
x205
x4147
x58
x609
x392
x814
x233
x108
x140
x195
x3
x6
x2
x1010
x77
x35
x1982
x120
x1
x194
x4
x9999
x933
x2
x20
x234
x1221
x4200
x3837
x7
x2440
x1200
x214
x498
x9999
x899
x273
x1
x280
x635
x2275
x285
x50
x10
x1
x7
x7
x14
x21
x9
x218
x6329
x77
x6655
x199
x12
x4237
x9
x3
x3012
x6
x9
x696
x199
x7
x9
x101
x15
x6
x262
x1730
x6
x16
x77
x529
x60
x4
x115
x3
x15
x6
x138
x4
x3
x3
x2478
x500
x115
x5239
x403
x286
x2642
x1960
x3471
x9
x2
x228
x3293
x5250
x910
x965
x7
x1364
x818
x90
x300
x52
x556
x2000
x9999
x11
x2161
x9999
x9999
x2227
x970
x393
x67
x1110
x3
x1418
x30
x1937
x2108
x236
x1
x256
x483
x1521
x251
x967
x1675
x2004
x3420
x9999
x2134
x2692
x1249
x2003
x403
x1952
x2304
x1722
x308
x43
x1
x22
x1759
x1415
x63
x1
x4465
x5319
x67
x9999
x121
x373
x438
x1922
x101
x1769
x232
x305
x58
x352
x198
x8
x80
x31
x9999
x78
x400
x1377
x162
x51
x278
x40
x1
x345
x9999
x2520
x837
x90
x70
x60
x159
x9999
x110
x5838
x111
x713
x206
x2

135

กระทู้

1177

โพสต์

56หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
165240
เงินตำลึง
858096
ชื่อเสียง
151063
ความหิว
1257

ใบรับรองภาษาอาร์เมเนียป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ใบรับรองภาษาฮิบรูใบรับรองภาษาเปอร์เชียใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
20131
ความชั่ว
2966
ความโหด
5555
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2018-9-16 17:50:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เวลายามเที่ยงเช่นเดิมที่เมืองเหอไน แม่นางโม่อาการบาดเจ็บดีขึ้นมาก จนแทบจะสามารถหายเป็นปกติแล้ว พอถึงเวลาครบ1เค่อที่หลิงนูไปตกปลามาจึงพาทุกคนเข้าไปเดินพักผ่อนในเมืองเหอไนเสียก่อน


หลิงนูพาทุกคนเดินผ่านย่านการค้าเมืองเหอไนก่อน  ดูเหมือนย่านการค้าแห่งนี้จะเป็นเมืองเก่าแก่ ผู้คนดูคึกคักเช่นเคยแม้เป็นเมืองเล็ก แต่ก็มีตลาดขนาดพอประมาณที่เทียบได้กับเมืองเซ๊่ยพีเลย..


ทันใดนั้นเอง เหมยหยวนก็พลันเดินไปหาซุ้มในตลาดซุ้มหนึ่ง ทำให้หลิงนูต้องเดินตามไปเพราะกลัวพลัดหลง
“เหมยหยวน จะไปไหนน่ะ?“ หลิงนูเดินตามไปพร้อมอีก2คนที่เหลือ


        จริงๆแล้วเหมยหยวนได้กลิ่นอาหารหอมจึงเดินลอยตามกลิ่นเข้าซุ้มมา
        “นี่ไงท่านหลี่ มันหอมมากเลย ข้ารู้สึกอยากทานจัง“ เหมยหยวนเอ่ยขึ้น พร้อมกับอยากทานอาหารของซุ้มนี้


        อาหารทำเสร็จแล้วมาตั้งเรียงรายส่งกลิ่นหอมฉุยอยุ่บนโต๊ะ ร่างบางในหมวกผ้าคลุมกำลังกลุ้มใจว่าจะเสนอขายอย่างไร ขณะนั้นก็มีสตรีชาวยุทธ์รุปร่างคุ้นตาคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม ‘แม่นางหมายถึงจะขอปันหมี่ซั่วไปให้ผู้ติดตามหรือเปล่านะ?’ เอาอย่างไรดีถ้าเป็นเวลาปกตินางคงมอบให้แล้ว อยากเห็นทุกคนมีความสุขกับการทานอาหาร
“หมี่ซั่วเจ็ดจานนี้เป็นฝีมือการปรุงของข้าเอง ถ้าท่านสนใจละก็ ข้ายินดีขายให้ในราคาจานละ 300 ตำลึง แถมหมี่ซั่วมงคลอีกหนึ่งห่อเจ้าค่ะ”


        “....อืม...“ หลิงนูมองหญิงสาวขายหมี่ซั่วเจ็ดจาน เหมยหยวนอยากกินนั้นเธอก็อยากซ์้อให้ แต่พอนึกถึงระยะยาว ก็อยากจะซื้อมากักตุนไว้ยาวๆเสียหน่อย..
        “ข้าขอซื้อหมี่ซั่ว ทั้งหมด7จานเลย...“ หลิงนูเอ่ยออกไปว่าขอเหมาทั้งหมด


        “ห๊ะ...เหมาเจ็ดเลยหรอเจ้าคะ ได้สิ… กำลังกลุ้มอยู่พอดีเลยว่าจะทานคนเดียวไม่หมด” หลิงหลานใต้ผ้าโปร่งคลุมหน้าเลื่อนทั้งเจ็ดจานไปมอบให้จอมยุทธ์หญิง กล่าวอย่างเชิญชวนผู้ติดตามให้ลองทาน พ้อมนำหมี่ซั่วมงคลออกมาจากกระเป๋าส่งมอบให้


        “ขอบคุณ...เอ่อ..แล้วก็นี่เงินนะ จำนวน 5000ตำลึง...“ หลิงนูรับจานทั้ง7มาพร้อมส่งหีบ 5000ตำลึงให้


“เอ๋ ต้องเป็นสองพันหนึ่งร้อยตำลึงนี่เจ้าคะ ทำไมเป็นห้าพันตำลึงล่ะ….” หีบเงินตำลึงเปิดออกดูแล้ว คล้ายจำนวนจะผิดพลาด


        “ก็คือ... เจ้าให้ของแถมแก่ข้านี่ คงเป็นของดีล้ำค่าอย่างนึง ดังนั้น ข้าให้เพิ่มเป็นเงินพิเศษนะ...“ หลิงนูเอ่ย


        ร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านที่ช่วยอุดหนุนนะเจ้าคะ ทานให้อร่อยน้า!” หลังจบการค้านางก็อำลาทั้งสามก่อนออกเดินทางต่อไปยังเมืองฉางอัน พลางคิดว่าโชคดีแท้ๆ เจอคนงามใจดีเหมาบะหมี่ไปทั้งเจ็ดชามในคราวเดียว!!


        “เย้ ขอบคุณท่านหลี่มาก!“ เหมยหยวนรับหมี่ซั่วน่าทานมาทานอยากเอร็ดอร่อย สมใจอยากแน่นอนเลยสินะ...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกเกราะหวังเจี้ยน
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ทวนฝงเจียง
ฮั่นเสียดำเทวะ
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x3
x20
x20
x25
x200
x50
x65
x6
x7
x1
x1
x317
x7
x1
x7
x9
x1
x1
x100
x2