ดู: 594|ตอบกลับ: 19

{ เมืองฉางอัน } ร้านเป็ดย่างสี่ฤดู

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-4 23:55:45 |โหมดอ่าน

ร้านเป็ดย่างสี่ฤดู

{ เมืองฉางอัน }






【ร้านเป็ดย่างสี่ฤดู】 
 ร้านขายอาหารเจ้าอร่อยของฉางอัน รายการอาหารส่วนมากมักจะทำมาจากเป็ด 
ปรุงรสสูตรพิเศษภายนอกอาจจะดูเหมือนเป็นสูตรอาหารดั้งเดิมของต้าฮั่น แต่เมื่อได้ลองชิมรสจะรู้ถึงความแตกต่าง
 พ่อครัวและเจ้าของร้านเป็นชาวตะวันตกที่เดินทางมายังฉางอัน และได้ทำงานในร้านอาหาร
 จนกระทั่งไต่เต้ามาเปิดร้านของตัวเอง ปรับปรุงสูตรอาหารจานเป็ดเป็นรสชาติที่ผสมผสานกัน
 ระหว่างตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัวจนได้รับรางวัลการันตรีเหรียญดาวห้าดวง 



 ชื่อกิจการ: ร้านเป็ดย่างสี่ฤดู 
เจ้าของกิจการ: ดักค์ โดนัล 
 ประเภทร้าน: ให้บริการอาหารประเภทที่ทำจากเป็ดทุกชนิด มีบริการห่อกลับบ้าน 
 เวลาเปิด-ปิดร้าน: 16.30 - 05.00 น. 
 ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองฉางอัน





76

กระทู้

848

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12342
เงินตำลึง
510
ชื่อเสียง
15282
ความหิว
101
คุณธรรม
542
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-1-9 10:56:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-1-9 11:58

เป็ดย่างตอนเที่ยง



    พวกเขาในที่สุดก็มาถึงฉางอัน... ผิงผิงเลือกที่จะให้ซือจู่กับจวื่จือรอข้างนอกเมืองเพราะเธอไม่ได้คิดจะพักที่นี่ แต่มาส่งพี่หลิวเท่านั้น นอกจากนี้... ตอนเที่ยงแล้วก็ควรหาอะไรกินก่อนแยกจากกันโดยผิงผิงเลือกร้านเป็ดย่าง เป็น
ร้านขายอาหารเจ้าอร่อยของฉางอัน
รายการอาหารส่วนมากมักจะทำมาจากเป็ด ปรุงรสสูตรพิเศษ ผิงผิงได้ยินคำเล่าลือมามากและอยากหาโอกาศมานานแล้ว.. ในเมื่อมาถึงแล้วก็ควรจัดสักหน่อย(?)

    "ขอเมนูเด็ดประจำร้านครับ" หลิวเทียนเอ่ยสั่งกับเสี่ยวเอ๋อห์อีกเช่นเคย
    "กินให้เต็มที่ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง"
    "ทุกมื้อพี่หลิวก็เลี้ยงข้านะเจ้าค่ะ" ผิงผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มขำๆ
    "นี่ไม่ใช่มื้อสุดท้ายแน่นอน"
   "คิก ข้ายินดีให้พี่หลิวเลี้ยงข้าไปตลอดเลยเจ้าค่ะ" ผิงผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตั้งตาโตเพราะกลิ่นหอมของเป็ดย่างที่เสี่ยวเอ๋อห์นำมาเสริฟ์... มีหลากหลายแบบแต่ส่วนมากปรุงมาจากเป็ด เด็กสาวไม่รอช้าคีบเนื้อเป็ดเข้าปากเขี้ยวแก้มตุ๋ยๆ หลิวเทียนเองก็เจริญอาหารไปด้วย...
    "พี่หลิว"
    "ครับ?"
   "ข้าคงส่งพี่หลิวได้ที่ย่านการค้า เพราะว่าข้าต้องไปรับของจากสหาย" ผิงผิงเอ่ยพลางยิ้ม หลิวเทียนเองก็ต้องการแบบนั้นพอดี....
    "งั้นเดี๋ยวเรากินเสร็จค่อยไปแล้วกันนะ"
    "งั้นข้าขอสั่งเป็ดย่างไปฝากสหายด้วยนะเจ้าค่ะ"
    "ได้สิ" หลิวเทียนกล่าวก่อนจะลงมือกินกันต่อ...

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -3 ย่อ เหตุผล
Admin -3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x4
x10
x40
x56
x43
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x4
x35
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x18
x12
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x394
x16
x4
x80
x408
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x80
x30
x15
x59
x1
x15
x32
x1
x20
x437
x740
x301
x200
x152
x70
x2
x35
x121
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1552
x10
x6
x2
x69
x430
x2
x2
x384
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x736
x4026
x771
x1285
x12
x17
x25
x161

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2018-1-26 22:22:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2018-1-27 22:49

คู่รักจ้าวอินทรี

บุพเพสันนิวาศ



        เช้าวันต่อมาทั้งสองก็เริ่มออกตามหาครอบครัวของประมุขพรรคยาจก โดยเริ่มที่ร้านเป็ดย่างสี่ฤดูด้วยความที่อยากจะหาร้านอาหารอร่อยๆ อยากพาหรงเอ๋อห์เที่ยวด้วยก็เลยมาลงเอยที่ร้านอาหารแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงบรรยากาศของร้านถูกตกแต่งผสมพสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน กลิ่นเป็ดย่างหอมๆลอยฟุ้งแทนกลิ่นน้ำหอม ทุกจานที่อยู่บนโต๊ะของลูกค้าแต่ละคนล้วนเป็นอาหารที่มีเป็ดเป็นวัตถุดิบหลักทั้งสิ้น



         "ข้าเอาเป็นย่างธรรมดาแล้วกันครับ" เหวินซ่างลองเลือกเมนูที่ธรรมดาที่สุดในร้าน ได้ยินมาจากระหว่างทางว่ารสชาติไม่เหมือนร้านอื่นๆเลยลองดูซิว่าแค่ของธรรมดาจะดีกว่าร้านอื่นยังไงหาไม่นับเรื่องรสชาติที่แปลกใหม่แล้ว

         "ถ้างั้น...เป็นย่างสี่ฤดู คงเป็นเมนูเด็ดประจำร้านสินะ?" ส่วนหรงเอ๋อห์ลองสั่งของขึ้นชื่อของร้านมาดูแทน

       "ใช่เจ้าค่ะ ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ" เสี้ยวเอ้อโค้งรับ แต่ก่อนที่นางจะเดินออกไปเหวินซ่างก็เรียกไว้ก่อน



         "อ่อใช่ เสี่ยวเอ้อข้าขอถามอย่างสิ แถวนี้มีขอทานเข้ามาขอบ่อยๆไหม?"

          "เอ.. ก็ไม่ค่อยนะคะ ถ้ามีพวกเราก็เตรียมเผื่อไว้อยู่ที่หลังร้านน่ะเจ้าค่ะ"

          "งั้นรึ.. ขอบใจมาก" เมื่อเสี้ยวเอ้อเดินจากไป ไม่นานนักเมนูที่สั่งเอาไว้ก็ถูกเสริฟ์เข้ามา กินหอมๆของหนังเป็ดที่ถูกราดซอสและหมักเอาไว้ส่งกลิ่นหอจนน้ำลายสอ



         "อืม..ใช่ได้เลยนะ นึกว่าจะใช้เรื่องเทศเยอะกว่านี้เสียอีก"

         "เหลือกับพริกไทยดำสินะพี่ซ่าง"

         "ใช่เลย" ชายหนุ่มพยักหน้ารับ "ทางฝั่งตะวันตกเครื่องเทศน้อยมาก สมุนไพรที่เอามาผสมหลักๆเลยมักจะเป็นสองอย่างนี้ทุกที"

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1
โพสต์ 2018-2-18 14:24:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-2-21 08:37

หนานกง หลิวเจี๋ย

     หรั่นซิ่นหลี่จัดแจงสภาพเสื้อผ้าหน้าผมของตัวแล้วแล้วเดินกลับไปหาเฉินฮุ่ยเหมย  หลังจากที่ทิ้งนางไว้สวยเก้อคนเดียวที่ริมถนน นางก็รีบเอาใจแม่สหายสาวด้วยการพาไปเลี้ยงเป็ดย่างแทนคำขอโทษ ถือว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับปีใหม่ หรั่นซิ่นหลี่เดินควงแขนสตรีชุดชมพูพลิ้วข้างกายด้วยรอยยิ้มอย่าเงป็นมิตร นางไม่ได้ไปกินข้าวกับใครนานเท่าไหร่แล้วนะ.. สะบัดความคิดนั้นออกไป รู้ตัวอีกทีสองร่างระหงส์ก็มายืนหน้าร้านเป็ดย่างสี่ฤดูที่แสนขึ้นชื่อของเมืองฉางอันเสียแล้ว

      หน้าร้านประดับด้วยโคมไม้ไผ่ส่องแสงสว่างไสวด้วยเทียนประดับข้างในอีกที โคมไฟนั้นห้อยลงพร้อมคำว่า ‘มั่ง’ และ ‘มี’ ถือเป็นการเรียกลูกค้าเข้าในร้านช่วงปีใหม่เช่นนี้ หรั่นซิ่นหลี่คิดว่าเป็นการเรียกแขกที่ได้ผลดีเลยทีเดียว เพราะเมื่อมองเข้าไปในร้านนั้นเห็นแต่ศรีษะดำๆเต็มยั๊วะเยี๊ยะไปหมด มิหนำซ้ำยังมีเสียงคุยกันลั่นจนก้องโสตประสาทสองนางหน้าร้าน

     “เอาอย่างไรดี..” หรั่นซิ่นหลี่มองหน้าเฉินฮุ่ยเหมยก่อนจะแสดงสีหน้าลังเลใจ

      หนึ่งก็อยากเข้าไปชิม
      สองก็ไม่อยากรอ

      สามคือ.. หิว

     @ChenHuimei

     “ถ้างั้นเราเข้าไปกันเถอะ” นางหายใจเข้าก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน ทันใดนั้นสองร่างก็ถูกคนอัดเข้าไปจนพากันเซไปกระแทกโต๊ะไม้ข้างกาย เดือดร้อนอาหารบนช้อนในมือชายแปลกหน้าหกใส่ชุดเขาอีก หรั่นซิ่นหลี่ช่วยพยุงเฉินฮุ่ยเหมยให้ยืนขึ้นก่อนจะรีบขอโทษขอโพยแขก “คุณชาย พวกเราต้องขออภัยด้วย” นางรีบคำนับ เมื่อมองดูคนตรงหน้าดีๆแล้ว.. ก็นับว่ารูปงามไม่น้อยเลย! แต่นักดนตรีพเนจรและเสิ่นหลิงเฮ่านั้นงามกว่ามาก.. นางได้แต่กระพริบตาปริบๆด้วยดูแล้วคนตรงหน้าน่าจะอายุมากกว่า

      คิดๆดูแล้ว.. อ๋า! เหตุใดจึงพัวพันแต่กับบุรุษเพศดังเช่นที่หลิงผิงผิงกล่าวเล่า!? หากเป็นคนไม่ดีเช่นคุณชายปากปีจอเมื่อครู่จะทำอย่างไร? ตายๆ

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

    “..หากคุณชายไม่ถือสา ข้าจะขอเลี้ยงมื้อนี้เป็นการขอโทษ” นางเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ส่วนเฉินฮุ่ยเหมยนั้น.. นางมองคนตรงหน้าไม่วางตา.. แต่บนใบหน้ากลับมีเหงื่อผุดก่อนจะหลบตาเขา คงจะกำลังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ใช่สิ.. พวกนางเกือบโดนฉุด! แต่ถามว่าตัวนางตอนนี้นั้นตอนนี้จิตใจเป็นอย่างไร? ปกติมาก.. ทำไมน่ะหรือ?

     ..เพราะความตายยังจะน่ากลัวเสียกว่า

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

     “อ่ะ.. เอาอย่างนั้นหรือ.. ตกลง” หรั่นซิ่นหลี่พยักหน้าตอบแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไผ่ตามเฉินฮุ่ยเหมย นางมองไปที่โต๊ะที่มีกับข้าวไม่ถึงสามอย่างก่อนจะคิด “รบกวนคุณชายแล้ว” นางพูดแล้วประดับยิ้มบนใบหน้างาม ไม่ได้หวังให้เขาเลี้ยง แต่นางหมายถึงต้องมารบกวนเวลาทานอาหารแสนสุขเช่นนี้แล้ว

     @NangongLiujia

    “เอ๋.. จะดีหรือ?” สีหน้านางแสดงความลังเลอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อคุณชายท่านนี้เพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก ไม่ได้คุ้นหน้าค่าตาอะไรกันขนาดนั้น ใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่จะเบาตัวไปหนึ่งมื้อ อีกใจหนึ่งก็เกรงใจเขา ดูแล้วแม้นางจะเรียกเขาว่าคุณชายแต่สังเกตุดูให้ดีก็คือคนปกติทั่วไปเช่นเดียวกับพวกนาง แบบนี้จะไม่เป็นการ.. เอาเปรียบ?

      อั๊ยหยา.. เอาอย่างไรดี?

     @ChenHuimei

     “เอาอย่างนี้ ท่านเลี้ยงข้าว พวกเราเลี้ยงแสดง” จู่ๆด้านมารที่เกิดอาการหวงเงินในถุงเงินก็กระตุกขึ้นมา คิ้วงามกระดิกเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยปากออกไปแบบนั้น นางส่งสายตาไปให้เฉินฮุ่ยเหมยประมาณว่า ‘เอาน่ะ!’

     @ChenHuimei

     ‘เอาจริงสิ! แสดงสักนิดแลกกับข้าวก็ดีออก!’

     @ChenHuimei

      ลืมไปเลยว่าตอนนี้แก้มนางยังคงมีรอยฝ่ามือจากคนเลวบัดซบนั่นอยู่ หรั่นซิ่นหลี่เห็นเฉินฮุ่ยเหมยมองมาที่ใบหน้านาง มือเรียวจึงขยับผมลงมาปรกใบหน้าเพื่อปิดไม่ให้คนสังเกตุเห็นก่อนจะยิ้มตามปกติ

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

      นางมองเขาส่งสายตามา ดวงตาคมราวกับเหยี่ยวนั่นดุดันเกินกว่าที่ใครจะสามารถมองได้นาน ตัวนางเองก็เช่นกัน แต่นับว่ายังเย็นชาห่างจากนักดนตรีพเนจรที่นางพบ.. เอ๊ะ!? ทำไมนึกถึงเขาบ่อยเหลือเกินนะ.. นางได้แต่เกาแก้มแก้เก้อก่อนจะหันไปพูดกับเฉินฮุ่ยเหมย “เจ้าเคยฟังบทเพลงของบุปผาหรือไม่?” เป็นเพลงทั่วไปของฤดูร้อนย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิที่กล่าวถึงเวลา ฟังดูแล้วอาจผิดเทศกาลไปหน่อย แต่ไม่ได้เพี๊ยนความหมายมากนักตรงที่ว่า ‘เวลานั้นย้อนกลับไม่ได้’

     @NangongLiujia

      ใบหน้างามผงกศรีษะเชิงขออภัยก่อนจะขยับอาหารบนโต๊ะลงไปวางที่เก้าอี้แล้วส่งร่างตัวเองขึ้นไปยืนบนนั้นแทน เรียกสายตาของแขกทั้งร้านได้มากมายด้วยรูปโฉมของพวกนางเคียงข้างกัน ตัวหรั่นซิ่นหลี่นั้นหาได้รู้เรื่องราวอันใดไม่ด้วยเพราะไม่มีใครเคยชมนางต่อหน้า จึงคิดว่าพวกเขาแค่มองมาเพราะนางเป็น ‘ของแปลก’

      อกผาย ไหล่ผึ่ง นางหายใจเข้าก่อนจะเริ่มเปล่งเสียงใสออกมาราวกับจะขับกล่อมท่วงทำนองทั้งใต้หล้าให้มาอยู่ใต้ราตรี ณ ที่แห่งนี้ อ่อนโยนกว่าสายลม บอบบางกว่ากลีบดอกไม้ ทว่าไม่อ่อนแอ คือสิ่งที่บ่งบอกถึงฤดูใบไม้ผลิ ยามนี้นางควรนึกถึงความอบอุ่นของอาทิตย์อัสดง ฉับพลันในกายก็ร้อนรุ่มไปด้วยความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากแดงชาดยังคงขับบานท่วงทำนองแห่งฤดูใบไม้ผลิในค่ำคืนเหมันต์ แลดูราวกับภาพขัดกันแต่ช่างกลมกลืน ร้านเป็ดย่างสี่ฤดูแห่งนี้ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงมาทับซ้อนนางร้องเพลงแม้กระทั่งเสียงก้าวเดิน

     @ChenHuimei

กลิ่นโชยหวน ของดอกไม้บาน
ยังคงหวาน แม้ในยามร่วงโรย
ร่อนพเนจร ล่องไปตามทาง


     @ChenHuimei

กลับไม่ควรที่จะอภัย

     @ChenHuimei

ดั่งดอกไม้ที่งดงาม นั้นซ่อนบางอย่างไว้
หนึ่งชีวิต ที่เคยเดียวดาย มีความหมายมากกว่าที่คิด
ไม่มีวันยอมพรากจาก ไม่เคยคิดที่จะปล่อยมือ
ทั้งกายและใจยังต้องสั่น
สั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่ยังร่ายรำ (เริงร่ายรำ)

     @ChenHuimei

      นางทิ้งทุกอย่างให้ใจบรรเลงแทนเครื่องดนตรี ยามที่ได้ร้องเพลงนั้นหรั่นซิ่นหลี่รู้สึกว่าตัวเองเป็นสุขจริงๆ.. บทเพลงนั้นทำให้หวนคิดถึงเวลาที่ผ่านมาของนางตลอดชีวิตตั้งแต่ต้นจนวัย 22 ปีนี้..  ได้แต่ยิ้มรับสิ่งที่โชคชะตามอบให้นาง

      แต่ข้าจะไม่ทำตามหรอกนะ..

      กลิ่นหวานละมุนของดอกไม้จากที่ใดลอยผ่านสายลมมาแตะปลายจมูก นางหรี่ตาลองแล้วเหลือบมองโดยรอบเห็นเกล็ดหิมะโปรยปรายนอกหน้าต่าง.. ไม่ใช่ดอกไม้ แต่เป็นเกล็ดหิมะ.. โต๊ะที่คุณชายท่านนี้นั่งนั้นเกือบจะติดริมหน้าต่างเลยก็ไม่ใช่ทีเดียว แต่ใกล้พอที่นางจะสามารถเอื้อมแขนออกไปจับเจ้าดอกไม้ใสมาได้ชิ้นหนึ่ง นางมองมันแล้วปล่อยให้ละลายคามือดั่งเพลงที่ร่ำร้องในท่อนต่อไป


กลิ่นโชยหวน ของดอกไม้บาน
ยังคงหวาน แม้ในยามร่วงโรย
ห้วงของเวลา นับถอยหลังมา
แต่ตัวเรา กลับเดินทางย้อนตาม

     @ChenHuimei


ความอ่อนโยนนี้ ที่ตรึงติดข้างใน
กลับกอดเอาไว้ ด้วยหัวใจอ่อนแอ
แม้รู้ตัวดี ว่าฝันที่มี
อาจเป็นเพียง ฝันลวงมายา

     @ChenHuimei


     @NangongLiujia

      แปะๆๆ!!!!!!

      เสียงปรบมือดังก้องร้านเสมือนที่ลานเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนไม่มีผิด ริมฝีปากบางกรีดยิ้มแล้วคำนับให้ผู้ชมก่อนจะลงมาจากโต๊ะไม้แล้วจัดแจงทุกอย่างให้เหมือนเดิม ช่วงหลังมานี้นางร้องเพลงบ่อยขึ้น อารมณ์เลยพอดีขึ้นตาม หรือจะกลับมาร้องเพลงดี? ก็ได้อยู่.. นางไม่มีเหตุผลที่จะต้องทิ้งสิ่งที่ชื่นชอบไว้เบื้องหลังนี่นะ..

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

    “...มะ แม่นาง” หรั่นซิ่นหลี่ตกใจกับการกระทำของเฉินฮุ่ยเหมย แต่นี่นางคิดอย่างไรจึงเอาหน้าไปวางบนฝ่ามือเขา? อั๊ยหยาๆ..!!

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

      นางได้แต่ยิ้มฝืดตอบ ก่อนที่จะเอ่ยปากตอบ อาหารก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะโดยเสี่ยวเอ้อร์แล้ว นางมองจำนวนอาหารบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มก่อนจะเผยยิ้มเหยประหนึ่งว่า ‘อุ้ย รู้แล้วหรือว่าพวกนางทานเยอะ’

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

      แน่นอน! ในที่สุดก็ได้กิน..!! ท้องนางร้องโครกครากเสียงแผ่วจนเจ้าของกระเพาะนั้นทรมานจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว กลิ่นหอมของอาหารที่ถูกสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ถูกจัดเนียงรายบนโต๊ะ หรั่นซิ่นหลี่ไม่รอช้าคว้าตะเกียบมาคีบเป็ดเข้าปากก่อน ความหวานนุ่มแทบละลายในปากทำให้นึกถึงชื่อเสียงของร้านเป็ดย่างสี่ฤดู

      สมคำร่ำลือจริงๆ!

     “ง่ำๆ.. อึกๆ..” นางหิว.. ใช่ นางหิว!!! เดินทางว่าเหนื่อยแล้ว ยังมาเจอคนกามารณ์ ไหนจะปีนลงจากต้นไม้อีก นี่มันวันปีใหม่หรืออะไร? แต่ช่างเถิดในเมื่อรสชาติของอาหารตรงหน้าช่วยให้นางอารมณ์ดี เช่นนั้นก็จะกินต่อไป! “ง่ำ” ตะเกียบไม้คีบอาหารเข้าปากเล็กคำแล้วคำเล่าจนอีกฝ่ายถึงกับต้องกลั้นหัวเราะ

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

    “ข้าชื่อ หรั่นซิ่นหลี่ มาจากโหรวหราน” นางตอบเพียงเท่านั้นเพราะไม่มีอะไรจะแนะนำมากมาย นางรับชามาค่อยดื่ม.. อะ.. จะว่าไปข้ายังไม่ได้ไปเยี่ยมเถ้าแก่หยางเลยนี่! โฮ..

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

     “ดูแล้วท่านน่าจะอายุมากกว่าพวกเรา ถ้าอย่างนั้นเรียก หลิวเกอ หรือ พี่ชายหลิว เป็นอย่างไร?” น่าจะอายุมากกว่าสักปีสองปีกระมัง หลิวเกอผู้นี้มีมาดเหมือนเหยี่ยวไม่มีผิด หรั่นซิ่นหลี่กระพริบตามองคนตรงหน้าก่อนจะคิด ‘ดีจัง มีคนมาจากที่เดียวกันด้วย’ นางก็อยากเจอนะ.. อยากเจอจังเลย..

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

      กล่าวโดยใช้รอยยิ้มแทนคำพูด นางไม่ได้ถูกเรียกเช่นนี้นานแค่ไหนแล้วนะ?

     @ChenHuimei

     “ถูกแล้ว.. อะแฮ่ม” คิดว่าเขาคงเห็นมารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกนางที่แสนจะน่าอายไปแล้ว ไหนเลยจะกล้าเล่าที่มาที่ไปมาแท้จริงแล้งหิวขนาดนี้เพราะถูกคนต่ำช้าขัดขวางไว้ก่อน ใจรึก็หวั่นเกรงในตอนแรกว่าคนจะเป็นดังเช่นที่นางเจอคุณชายขนเป็ด แต่เปล่า เขามีมารยาทและสุภาพกว่าผู้ดีจอมปลอมพวกนั้นมากโข! “ให้พวกเราช่วยจ่ายเถอะ”

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

    “เอาอย่างนั้นก็ได้” นางยิ้มตอบ ยามนี้หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ใครจะว่าอะไรนางก็ตกลงเออออด้วยหมด หรั่นซิ่นหลี่ผงกหัวไปมาจนศรีษะแทบจะทื่มโต๊ะ นางกำลังง่วงเหนื่อยจากการเดินทางและทุกอย่างรวมกัน


     @NangongLiujia

     “ห้ะ.. อะ อ๋อ ข้าแค่ง่วงนอนน่ะ…” แก้มนวลอีกข้างไม่มีเส้นผมปรกไว้ปรากฏสีโบตั๋นจางๆ ตานางเริ่มจะปรือแล้ว.. อา ไม่ไหวๆ ต้องหาที่นอนแล้ว..

     @ChenHuimei

     @NangongLiujia

     “ข้าตั้งใจจะปักหลักที่นี่..” มองก่อนจะเผยยิ้มตอบ

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

    “ได้สิ ส่งจดหมายมาได้ทุกเมื่อเลย แล้วข้าจะเขียนตอบนะ อะ! ข้ายังมีของอยู่อีกชิ้น ขอมอบให้หลิวเกอเป็นของขวัญปีใหม่น่อ” มือเรียวมอบกระบี่มือซ้ายให้อีกฝ่าย

     @NangongLiujia

     @ChenHuimei

     “ถ้ามีโอกาสข้าจะขึ้นไปเยี่ยมพวกท่านนะ” หรั่นซิ่นหลี่ผูกวัวกับม้าไว้อีกทาง นางต้องกลับไปรับสหายก่อน อีกทั้งหงอี้ก็คงบินเล่นอยู่แถวนี้แหละ เฉินฮุ่ยเหมยดูเหมือนจะมีธุระต่อ ส่วนหลิวเกอก็เช่นกัน ตัวนางเองก็มีสิ่งที่ต้องทำ การพบกันย่อมมีวันเลิกรา แยกจากสักเดี๋ยว อีกครู่โชคชะตาก็นำพาให้ทุกอย่างหวนคืนมาอีกครั้ง..

      นางคำนับแล้วเดินจากมา

     @STAFF_Pixiu




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -13 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -13 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

838

กระทู้

3277

โพสต์

46หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1170189
เงินตำลึง
25929
ชื่อเสียง
191843
ความหิว
948

ใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
15355
ความชั่ว
8247
ความโหด
23701
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-3-1 00:59:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ระทึกขวัญวันเทศกาล

93

{ เทศกาลหยวนเซียว : ตำนาน }
เป็ดย่างสี่ชาย
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

       กลับเข้ามาถึงตัวเมืองฉางอันผ่านทางทิศตะวันออก เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่หัวค่ำ ลมราตรีพัดล้อมนครหลวงเส้นผมสีเงินของหลิงเฮ่าพลิ้วสยายกลางแผ่นหลังราวกับม่านน้ำตก เขาสวมผ้าคลุมกันลมสีฟ้าอ่อนบดบังชุดสีขาวเปื้อนเลือดด้านใน...เพราะยังไม่มีชุดอื่นเปลี่ยน สัมภาระส่วนใหญ่ยังอยู่ที่จวนซื่อหม่า ชายหนุ่มเก็บอุปกรณ์ทำขนมผูกไว้บนหลังม้าแล้วควบย่ำไปตามถนนสายหลัก

       ถอนพิษได้แล้ว...ร่างกายรู้สึกปลอดโปร่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นเมื่อจุดชีพจรคลายออก พละกำลังส่วนหนึ่งก็กลับคืนมาเป็นผลให้สีหน้าของหลิงเฮ่าดูมีเลือดฝาด จากที่ปกติจะขาวซีดเล็กน้อย เขามีความสุขมากทีเดียว...เสียก็แต่ ‘ไม่มีผู้ร่วมยินดี’ นักกวีหนุ่มลังเลที่จะไปถึงบ้านพ่อค้าซูเทียนเหมิน เกิดไปแล้วอีกฝ่ายยังไม่กลับมาจากอู๋เว่ยตนคงได้ผิดสัญญาควบม้าไปตามหาเทียนเหมินถึงทะเลทรายแน่นอน

       ชายชราปริศนาและท่านย่าลึกลับเตือนเป็นคำเดียวกันว่า ‘หลีกเลี่ยงแดนเหนือ’ ต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นแน่นอน บางสิ่งที่เลวร้าย...ลางสังหรณ์เขาไม่เคยผิดพลาดมาก่อน

       ‘.....ไปหาเทียนก็ไม่ได้ ท่านอาจารย์ก็เครียดเรื่องราชกิจอยู่ช่วงนี้ เห็นทีจะเหลือแต่หลิวเว่ย พาไปฉลองที่ไหนดีนะ’ อย่างน้อยไม่ร่ำสุราสักหลายไห ได้กินเลี้ยงสักรอบก็ยังดี…

แกว้ก!!!

       “หลงหยาหยุด!!” ขณะที่เขากำลังคิดพลางขี่ม้าผ่านตรอกหนึ่งจู่ๆ หลงหยาก็แผดเสียงกร้าดเกรี้ยว พุ่งเข้าไปโฉบหัวคนผู้หนึ่งจนกวานประดับหลุดกระเด็นไปอีกทาง มองจากด้านหลังเห็นเพียงม่านผมสีดำสนิททิ้งตัวลงมาไม่ทราบว่าได้รับบาดเจ็บรึไม่  เจ้าเหยี่ยวอันธพาลยังบินขึ้นไปตั้งหลักเตรียมดิ่งตัวชนเหยื่ออีกรอบเสียด้วย….

@wen

       “ขอโทษด้วยมันยังไม่ค่อยเชื่อง บาดเจ็บรึเปล่า?” หลิงเฮ่าคว้าเบ็ดออกมาตวัดกรงเล็บเหยี่ยวทมิฬไว้แล้วกระชากกลับอย่างฉิวเฉียด ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคงเสียดวงตาเป็นแน่ แต่จู่ๆ ทำไมหลงหยาถึงคลั่งกันล่ะ? หลิงเฮ่าลงจากหลังมาเข้ามาดูร่างที่ล้มกองอยู่บนพื้นพร้อมส่งมือให้ ทันทีที่อีกฝ่ายหันมาความรู้สึกคับคล้ายคับคลาก็แล่นปราด

@wen

       “เหวินเหวิน?....ทำไมสัตว์เลี้ยงของข้าชอบพุ่งเข้าใส่เจ้าอยู่เรื่อย” กล่าวจบอาชาสีชาดก็พ่นลมออกจมูกพรูดหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ร่วมมันแล้วกัน! หลิงเฮ่ายังคงจำวันที่เจออีกฝ่ายถูกเกิ้นหยางแทะขาได้ เขาพยุงพ่อหนุ่มดวงกุดกับสิงสาราสัตว์ขึ้นยืน พร้อมนึกได้ว่าไหนๆตนก็กำลังหาคนร่วมยินดีตอนนี้มีมาแล้วหนึ่งหน่อ ‘แบบนี้...ก็พอดีเลย’

       “ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม? ได้พบกันอีกหนทั้งที มา...เจ้าคงยังไม่ได้กินข้าวเย็นล่ะสิถึงล้มง่ายขนาดนี้...อยากกินอะไรมื้อนี้ข้าเป็นเจ้ามือเอง!!”

@wenwen

       “เป็ดย่าง?? ...ได้สิ วันนี้ต่อให้เจ้าอยากกินหูฉลามน้ำแดงข้าก็เลี้ยง” ชายผมเงินกล่าวจบก็ยกมือจับบ่าผู้น้อยออกเดินนำไปยังร้านเป็ดย่างสี่ฤดู โดยปล่อยให้หลงหยาพยายามตะเกียกตะกายออกจากการเป็นบ๊ะจ่างใส้นกอยู่บนหลังเยี่ยซา

       ระหว่างทางทั้งสองยังพบคนคุ้นเคยอีกสอง… ล้วนเป็นบุรุษ หนึ่งคือรุ่นน้องค่ายพยักค์ ไช่ฟ่านเหลียน อีกหนึ่งก็คือคนเลี้ยงม้านักปามีดแห่งจวนฉางผิฝโหว หนานกงหลิวเจี๋ย ที่เขาพึ่งพบไปนั่นเอง…

       หลายคนร่วมดื่มกินย่อมสนุกสนานกว่า หลิงเฮ่าจึงชวนทั้งสามจับจองโต๊ะทำเลดีเห็นเวทีการแสดงได้อย่างชัดเจน สั่งเป็ดย่างสี่ฤดูรายการขึ้นชื่อของทางร้านมาเต็มโต้ะ เมื่อถูกถามว่าทำไมวันนี้ถึงเลี้ยงอาหาร นักกวีหนุ่มยิ้มแย้มพลางตอบว่า “ข้าพบเรื่องดีมา จึงอยากแย่งปันความสุขนี้กับมิตรสหาย”

       ดื่มกินกันไปได้สักพักบรรยากาศภายในร้านคักคักเป็นกันเอง บทสนทนาไปทางเรื่องทั่วไปคล้ายมีคนยังไม่คุ้นชิน

       "….ที่แท้พวกเจ้าทั้งสามก็รู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว? ฮะๆ ไปพบกันได้อย่างไรไหนเล่าสิ?” เจ้ามือเลือกที่นั่งทางซ้ายเป็นเหวินเหวิน ทางขวาเป็นไช่ฟ่านเหลียนตรงข้ามเขาคือหนานกงหลิวเจี๋ยที่ตัวใหญ่ที่สุด รับเป็ดไปตรงหน้าสามจานเต็มๆ หลิงเฮ่าสั่งสุราซีเฟิ่งมาดื่มแกล้ม เห็นแววตาเสี่ยวฟ่านมองไปยังอาเหวินจึงเอ่ยขึ้น


       “อ้อแบบนี้นี่เอง...ท่านหนานกงล่ะ? รู้จักอาเหวินมาก่อนเช่นกันหรือ?” แม้จะนั่งฟังมากมากพูดแต่หลิงเฮ่าสังเกตทั้งสามอยู่เป็นระยะ… วันนั้นที่ลานฉางเล่อก็เป็นสองคู่หูที่ขึ้นไปแสดงปามีด หากไม่สนิทกันพอสมควรการจะฝากชีวิตตนไปเสี่ยงที่ปลายนิ้วผู้อื่น...เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก


       “ได้! เรียกข้าเหมือนอาเหวิน เสี่ยวฟ่านก็ได้ เช่นนั้นข้าเรียกเจ้าว่าอาเจี๋ยดีไหม? อาเจี๋ยทานอีกสิ...ไม่อิ่มก็สั่งมาได้เรื่อยๆ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง” หลิงเฮ่าคีบเป็ดส่งใส่จานของหนุ่มต่างเผ่า ชายผู้นี้ร่างสูงกำยำ มองหนแรกก็พาให้นึกถึงคนทางทะเลทราย

@อากง
@เหวิน

      “อ้อ...เป็นแบบนี้เอง” ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวอะไรต่อ ก็มีนักเล่าเรื่องขึ้นสู่เวที เสียงประโคมดนตรีเรียกเอาความสนใจของคนในร้าน รวมทั้งโต้ะของบุรุษทั้งสามด้วย… นักเล่านิทานขึงป้ายแดงให้เห็นโดยทั่วว่าจะมาเล่าเรื่อง ‘闹元宵吃汤圆  โกลาหลคืนหยวนเซียว และประเพณีกินขนมทังหยวน’ จัดแจงเสร็จแล้วชายร่างเล็กก็เริ่มเล่า

“เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อสิบปีก่อนจักรพรรดิ์ของเรา มีขุนนางที่โปรดปรานคนหนึ่งชื่อว่า ตงฟางซั่ว   东方朔 นอกจากจะเป็นคนที่มีความสามารถแล้วยังเป็นคนที่อ่อนโยน   วันหนึ่งในฤดูหิมะตกตงฟางซั่ว   เข้าไปเด็ดดอกเหมยในสวนหลวง พบนางกำนัลผู้หนึ่งกำลังจะฆ่าตัวตาย ตงฟางซั่ว จึงทำการช่วยเหลือไว้ หลังจากสอบถามได้ความว่า  นางชื่อว่าหยวนเซียว 元宵  ตั้งแต่ถูกส่งตัวเข้าวังมา ไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่พี่น้อง  โดยเฉพาะยามใกล้ถึงฤดูใบไม้ผลิจะคิดถึงทางบ้านเป็นพิเศษ เมื่อไม่สามารถกลับไปพบหน้าญาติพี่น้องได้ก็ไม่สู้ตายเสียดีกว่า”


“ตงฟางซั่วได้ฟังแล้วรับปากว่าจะทำให้นางได้พบหน้าญาติพี่น้องอย่างแน่นอน หลังจากนั้นตงฟางซั่วได้ตั้งโต๊ะรับทำนายโชคชะตาในตลาด มีคนมาให้ทำนายมากมายแต่ทุกคนต่างได้คำทำนายเหมือนกันว่า  วันที่16 เดือนอ้ายไฟครอกเผากาย ทำให้เกิดความวิตกไปทั่วทั้งนครฉางอัน ตงฟางซั่วยังกล่าวว่า ในวันขึ้น 13 ค่ำเป็นวันที่เทพอัคคีจะส่งสตรีในชุดแดงเพลิงลงมาสำรวจ เรามีวิธีแก้ไขให้พวกท่านรับไปดำเนินการ ว่าแล้วก็โยนเทียบสีแดงให้แล้วจากไป ชาวบ้านเหล่านั้นจึงเอาเทียบนั้นไปถวายให้แก่ฝ่าบาท”

“จักรพรรดิ์เปิดดูเห็นในเทียบเขียนไว้ว่า ฉางอันมีภัยไฟท่วมทุกหัวเมืองจึงปรึกษากับตงฟางซั่วว่าจะทำอย่างไรดีตงฟางซั่ว กล่าวว่าได้ข่าวว่าเทพอัคคีชอบกินทังหยวน 汤圆 นางกำนัลที่ชื่อหยวนเซียว  มีฝีมือในการทำทังหยวน    ให้ฮ่องเต้นำเอาทังหยวนถวายแก่เทพอัคคีในวันขึ้น 15 ค่ำ และให้ทุกครัวเรือนทำทังหยวนถวายเทพอัคคี ในวันนี้”  

“นอกจากนี้ยังให้ประดับโคมไฟ จุดประทัดในเวลากลางคืนให้สว่างไสวดูเหมือนไฟลุกท่วมเมือง ขณะเดียวกันก็ให้ชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองเดินทางเข้าเมืองเพื่อหลบภัย ทำให้วุ่นวายโกลาหลดูเหมือนมีภัยวิบัติ เพื่อตบตาเทพอัคคีว่านครฉางอันได้เกิดภัยพิบัติแล้วจะได้ผ่านเลยไป ฝ่าบาทได้ฟังก็สั่งการให้ไปดำเนินการทันที พอถึงวันขึ้น 15 ค่ำทุกบ้านเรือนต่างประดับโคมไฟ จนสว่างไสวทั่วทั้งเมือง จุดประทัดดังสะเทือนถึงแผ่นฟ้าชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองต่างหลั่งไหลเข้าเมือง  เห็นความละลานตาของการประดับโคมไฟ   ต่างส่งเสียงอึงคนึง  ครอบครัวของหยวนเซียว ก็เดินทางเข้าเมืองเช่นกัน พอเห็นอักษรหยวนเซียว ที่ติดอยู่บนโคมไฟ จึงร้องว่าหยวนเซียว ด้วยความตื่นเต้นจนหยวนเซียว ได้ยินเสียงร้องเรียกได้ออกมาพบหน้าบิดามารดาหลังจากคืนที่โกลาหลผ่านไป นครฉางอันก็สงบสุขไร้เภทภัยใดๆ องค์จักรพรรดิ์จึงประกาศให้คืนวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันเทศกาลหยวนเซียวต้องทำทังหยวนถวายเทพอัคคี ให้ทุกบ้านเรือนประดับโคมไฟและจุดประทัด และให้ทุกคนร่วมกันสร้างความครึกครื้นโกลาหลทั่วทั้งเมือง กลายเป็นประเพณีหยวนเซียวคืนโกลาหล สืบต่อมา และเนื่องจากนาง หยวนเซียว มีฝีมือในการทำทังหยวน จึงเรียกทังหยวนว่า ขนมหยวนเซียว”

       “นี่มัน...ตำนานปดเบื้องสูงสะท้านเมือง” หลังฟังจบชายผมเงินนึกฉงน ตงฟางซั่ว...ซินแสตงฟาง? เขาล่ะนับถืออีกฝ่ายจริงๆ ปัญญาดีไม่พอนังต้องขวัญสูงเทียมฟ้าอีกด้วย หลอกลวงเบื้องสูงโทษหนักไม่ใช่เล่น หลิงเฮ่าหยักยิ้มขบขัน ปรายดวงตาหงส์มองสหายทั้งสามอย่างมีชีวิตชีวาหนหนึ่ง ‘ได้ฟังเรื่องสนุกๆ เข้าแล้วสิ...ในบรรดาพวกเจ้าจะมีคนเอาเป็นเยี่ยงอย่างไหมนะ? หึหึ’ ฝ่ามือเรียวยกจอกสุราขึ้นโดยใช้แขนเสื้อบังไว้ก่อนจรดดื่มยังคงแย้มยิ้มส่ายหน้าเบาๆ

@Fanlian
@WenWen

       “หืมเสี่ยวฟ่าน อาเหวิน พวกเจ้าทำงานที่เดียวกันหรอกหรือ ไม่สิ..เป็นองค์รักษ์กันทั้งคู่? อื่ม….ประเสิรฐ มาดื่มๆ พี่ชายคนนี้ขอยินดีด้วยที่สอบผ่านขุนนางบู๊!” พี่น้องก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีอนาคตที่มั่นคงเขาย่อมยินดี หลิงเฮ่าคลับคล้ายว่าเสี่ยวฟ่านเคยส่งจดหมายมาบอกเรื่อง ‘หลานทั้งสอง’ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เอ่ยขึ้นมา ตนก็ไม่ถามถึงแล้วกัน อาจเพราะมัวแต่ดื่มจึงลืมไปว่าผ้าคลุมกันลมนั้นไม่ได้แน่นหน้าอะไร เมื่อกระดุมเลื่อนหลุดจึงเผยให้เห็นชุดขาวเปื้อนเลือดเป็นวงข้างใต้ ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง

@NangongLiujia

       “เอ่อ...นี่ ไม่ใช่หรอกข้าไม่ได้บาดเจ็บอะไร ถอนเพิษทั้งทีก็ต้องเอาเลือดพิษออก...ไม่มีอะไรร้ายแรง” เสียงของหนานกงหลิวเจี๋ยไม่เบาเลย… “ชีวิตก็แบบนี้มีมากมายเรื่องผกผัน ข้าไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆนะ” นักกวีหนุ่มยิ้มเจื่อน ทำให้สหายตกอกตกใจแล้วสิ

@ไช่

       จริงสิ...เสี่ยวฟ่านไม่รู้เรื่องพิษ จะส่าไปเขาก็ไม่เคยปริปากบอกใครนอกจากครอบครัวคนที่รู้ก็มีแค่เทียน อินจี กับหลี่ถิงเอ๋อร์ “ข้าติดพิษสารทนทีตั้งแต่อายุห้าขวบ ทรมานมาสิบกว่าปีพึ่งได้หลุดพ้นในวันนี้ ถึงมาร่วมฉลองกับพวกเจ้าไง! เอ้าดื่มๆ!” กวีรูปงามกรีดยิ้มชวนตาพร่าก่อนยกสองจอกคล้องคออาเหวิน เสี่ยวฟ่านข้างละคนมากรอกสุราลงไปอีกยก

@wen
@ไช่

       “หืม...เจ้าสองคนนี้ดูท่าจะคออ่อน ข้ารุนแรงเกินไปรึเปล่านะ?” สงครามจบไปอีกสองไห เหลือผู้กล้ารอดชีวิตอยู่เพียงแค่สองคน หลิงเฮ่าเหม่อมองรุ่นน้องค่ายพยัคฆ์ที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาอาละวาดฟาดเก้าอี้จนเขาต้องเตะข้าวของหลบ ส่วนเหวินเหวินไปนั่งกอดเสาพูดคุยอย่างสนิทสนมอยู่อีกทาง...บนโต้ะเหลือหนานกงหลิวเจี๋ยที่สามไหแล้วท่วงท่ายังคงปลอดโปร่ง สง่างาม ส่วนนักกวีหนุ่มมีใบหน้าแต่งแต้มด้วยสีกลีบท้อ มีเงื่อผุดซึมเล็กน้อย กลายเป็นความงามเย้ายวนเจือกลิ่นกล้วยไม้หยก

@ไช่
@wen

       เสียงโวยวาย กลับกับเสียงตัดพ้อรำพันกับเสาไม้ เกิดเป็นบรรยากาศแปลกประหลาดสถานหนึ่ง

@อากง

       “.........”

       สองผู้รอดตายสบตากันครู่หนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้นหัวเราะลั่น ที่แท้สุราก็เปลี่ยนคนปกติกลายเป็นเช่นนี้ได้ มิติใหม่ของเสี่ยวฟ่าน อาเหวินจริงๆ สุราชั้นดี อาหารเลิศรส...เสพสุขกับชีวิตพรุ่งนี้ทุกข์มา พรุ่งนี้ค่อยทุกข์ ทั้งสี่ดื่มกินกันอย่างสำราญ

       “เวลาไม่เช้าแล้ว วันหน้าไว้พบกันใหม่….ข้าขอฝากเสี่ยวฟ่านไปส่งด้วย เขาน่าจะพักอยู่ที่โรงเตี้ยมเหมือนอาเหวิน”

@อากง

       “ไม่เป็นไรๆ ข้ากลับเองไหวอาเจี๋ยพาอาเหวินกลับเถอะ” แม้จะเซเล็กน้อยแต่หลิงเฮ่ายัง ‘สามารถ’ คลำทางกลับจวนซื่อหม่าได้อยู่ หลังว่างเงินไว้บนโต้ะทั้งสี่ก็แยกย้ายกันกลับ ร้านค้าปิดลงแล้ว...ทว่าเสียงหัวเราะในวันนี้ ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของเขาไปอีกนาน

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙



แสดงความคิดเห็น

ได้รับขนมทังหยวน 50 ถ้วย  โพสต์ 2018-3-1 01:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 25 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
มุกอัคคี
หน้ากากยักษ์ม่วง
กระบี่ถานเซี่ย
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ปีกเฟิ่งหวง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x7378
x35
x2
x41
x40
x40
x40
x1
x8
x165
x1
x120
x500
x500
x491
x1
x9
x1
x2
x5
x5
x35
x250
x9999
x4
x5
x1
x41
x4
x382
x2
x3
x5
x3
x2
x9
x2
x20
x39
x7
x165
x92
x620
x18
x292
x29
x4140
x2
x610
x1002
x82
x1980
x25
x7
x485
x515
x853
x100
x3
x832
x188
x4024
x124
x35
x742
x1771
x1709
x205
x4237
x74
x188
x364
x634
x2
x45
x60
x70
x107
x1
x5
x1
x990
x77
x20
x1160
x120
x1
x122
x4
x9999
x898
x2
x17
x275
x867
x4200
x3837
x5
x858
x1230
x60
x437
x9999
x899
x20
x74
x1
x190
x510
x2770
x289
x32
x10
x2
x6
x7
x14
x22
x9
x90
x5717
x77
x3010
x199
x12
x3793
x9
x18
x3312
x3
x9
x544
x203
x7
x9
x141
x16
x6
x202
x715
x6
x16
x60
x387
x59
x3
x100
x5
x12
x2
x3
x138
x1
x3
x1
x1478
x100
x56
x5439
x406
x339
x2508
x848
x9999
x2
x8
x2
x283
x3793
x5350
x910
x812
x10
x249
x795
x110
x300
x50
x299
x2100
x9999
x11
x1068
x9999
x9563
x2162
x1225
x389
x67
x1110
x1
x1418
x30
x1963
x928
x225
x1
x267
x556
x777
x151
x599
x1716
x1620
x2435
x9999
x2336
x3656
x1329
x2918
x339
x1941
x2224
x2092
x58
x43
x1
x29
x1779
x1049
x33
x1
x7965
x4465
x67
x300
x70
x98
x388
x1812
x60
x1619
x187
x300
x18
x244
x167
x8
x65
x30
x9999
x5
x360
x963
x164
x25
x31
x251
x18
x1
x281
x7693
x2422
x546
x10
x20
x5
x99
x9999
x10
x120
x2873
x111
x713
x176
x2
โพสต์ 2018-3-4 16:11:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็ดย่างสี่ชาย
[เทศกาลหยวนเซียว : ตำนาน]

            ตั้งแต่ที่หนานกงชวนกินเป็ดย่างในงานโฮ่วซุย จนถึงบัดนี้เขาเองก็ยังไม่เคยก้าวไปเหยียบร้านเป็ดย่างสักทีเหวินเหวินที่เดินเอ่ยเฉื่อยกับการไม่มีจุดหมายที่จะไปไหนต่อพลางมองไปรอบๆบริเวณหาสักร้านที่จะให้เขาไปนั่งสบายๆได้สักที่หนึ่ง

            เสียงเท้าที่ย่ำไปอย่างไม่เป็นจังหวะของทหารที่ว่างงานอย่างเขาดังขึ้นเบาๆเจ้าตัวถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อมองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเสียเลยหรือว่าจะเป็นเพราะมาเดินที่นี่บ่อยเกินไปหรือเปล่า

            ความจริงเขามาที่นี่เพื่อมาร้านเป็ดย่างมิใช่หรือเหตุใดถึงได้มาเดินเอื่อยเฉื่อยไร้จุดหมายเช่นนี้กันคิดพลางยืนหยุดมองผู้คนรอบๆที่เดินไปเป็นคู่ เป็นกลุ่มพอมีแต่เขาตัวคนเดียวก็ทำให้รู้สึกโหวงๆอย่างบอกไม่ถูก

            ไปกินเป็ดย่าง… ตัวคนเดียวน่ะหรือ

            แค่คิดก็น่าขำแล้ว

            คิดได้ดังนั้นขาทั้งสองก็พร้อมใจกันเดินกลับมาจากทางที่ตนพึ่งจะผ่านมาแต่ทันทีที่หันกลับไปได้ไม่ทันไรก็เกิดเสียงประหลาดขึ้นจนทำให้เขาหันไปตามต้นเสียงทันที โดยไม่คิดว่ามีภัยมาถึงตัวอีกครา

            แกว๊ก!!

            “หลงหยาหยุด!!

            ปึ๊ก!

            เจ้าเหยี่ยวที่พุ่งเข้าใส่ตนจังๆ ราวกับว่าตั้งใจมาชนอยู่แล้วจนทำให้กวานประดับผมหลุดลงไป ผมสีดำขลับยาวสยายไปทั่วจนบดบังใบหน้าให้ทัศนการมองเห็นมืดลงเล็กน้อยพอไม่เห็นอะไรแล้วก็พาลทำให้เขาเซและล้มลงไปดื้อๆ

            มือเรียวจับหัวตัวเองที่เจ็บการจากถูกชนขณะที่กำลังก้มหน้าหงุดกับพื้นทั้งๆที่ควรจะชินกับการถูกเหล่าสรรพสัตว์รังแกได้แล้วแต่ทุกครั้งที่ถูกโจมตีใส่แต่ละครั้งก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเขามีอะไรที่สามารถเรียกเหล่าสัตว์พวกนี้มาให้โจมตีตนหรือเปล่า

            “ขอโทษด้วยมันยังไม่ค่อยเชื่องบาดเจ็บหรือเปล่า

            เสียงที่ดูคุ้นเคยเหมือนเคยได้ยินมาจากไหนสักทีดังขึ้นข้างหลังตนเหวินเหวิน ปัดผมที่ปรกหน้าตนออกก่อนจะหันไปมองอีกครั้ง ใบหน้าที่สวยสดราวกับสตรีที่เข้ากับผมสีเงินคล้ายปฏิมากรรมที่สวรรค์ตั้งใจปั้นมาช่างดูคุ้นเคยเสียจริง เหวินเหวินยื่นมือไปจับมือของคนที่ยื่นมาเพื่อช่วยเหลือตนเจ้าตัวจับมือนั้นแน่นขณะที่มองหากวานประดับที่หลุดหายไปไหนเสียแล้วก็ไม่รู้ได้

            เมื่อมันหาไม่เจอแล้วค่อยไปขอใหม่คงไม่เป็นอะไรหรอกกระมั้ง

            “ขอบคุณขอรับท่านพี่เฮ่า” พูดพลางคลี่ยิ้มยินดีที่อีกฝ่ายช่วยเหลือ และการได้เจอกันอีกครั้งในครานี้เหวินเหวินปัดผมที่ปรกใบหน้านั้นออกให้ดูไม่รุงรังไปมากว่านี้ต่อสายตาของคนที่รู้จักตน

            ไม่งั้นจะถูกเอาไปนินทาว่าเป็นถึงทหารแต่กระทำการใดน่าอายต่อสาธารณะชนได้

            “เหวินเหวิน?... ทำไมสัตว์เลี้ยงข้าชอบพุ่งเข้าใส่เจ้าอยู่เรื่อย”กล่าวจบก็ได้ยินเสียงอาชาที่หลิงเฮ่าขี่มาด้วยพ่นลมออกมาจนทำให้ตัวเหวินเหวินสะดุ้งและระแวงว่าจะถูกพุ่งใส่ตนอีกหรือไม่ไม่ทันไรตัวเขาก็ถูดพยุงขึ้นจากพ้นทันทีคงเป็นเพราะนั่งนานกระมั้งถึงทำให้อีกฝ่ายรำคาญและรีบให้ตนลุกขึ้นได้แล้วเหวินเหวินยิ้มให้คนที่ช่วยตนอีกครั้ง พลางปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามตัวออกแบบลวกๆ

            “ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม? ได้พบกันอีกหนทั้งที มา…เจ้าคงยังไม่ได้กินข้าวเย็นล่ะสิ ถึงได้ล้มง่ายขนาดนี้…อยากกินอะไรมื้อนี้ข้าเป็นเจ้ามือเอง!!

            “จะดีหรือขอรับ”ลูบหัวตัวเองพลางยิ้มแห้งๆแบบเกรงใจถึงในใจจะคิดถึงเป็ดย่างที่ตัดใจว่าจะไม่กินวันนี้แล้วแต่เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายให้มามันมากเกินกว่าเขาจะรับมันเอาไว้แล้ว

            บุญคุณครั้งนั้นก็ยังไม่ได้ทดแทนเลย

            “เป็ดย่าง…

            พอรู้ตัวอีกทีก็เผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดไปแม้แต่ตัวเองยังตกใจว่าเผลอพูดคำนั้นออกไปได้อย่างไรแต่ดูเหมือนกับว่าฝ่ายตรงข้ามเขาจะเข้าใจว่านั่นคือสิ่งที่ตัวเหวินเหวินอยากให้เลี้ยง

            “เป็ดย่าง?? … ได้สิวันนี้ต่อให้เจ้าอยากกินหูฉลามน้ำแดงข้าก็เลี้ยง”ชายผมเงินกล่าวจบก็ยกมือจับบ่าเหวินเหวินออกเดินนำไปยังร้านเป็ดย่างสายตาสีน้ำตาลเข็มหันไปสะท้อนภาพนักอินทรีที่ถูกมัดไว้กับเบ็ดก็หลุดขำออกมาเล็กน้อย

            อะไรกันเมื่อกี้ยังบินโฉบเขาได้อยู่เลยนะ ทำไมถึงสิ้นฤทธิ์ได้ไวขนาดนี้

            ระหว่างทางที่เดินไปยังร้านเป็ดย่างสี่ฤดูเขาและหลิงเฮ่ายังพบคนที่คุ้นเคยอีกสองท่าน… เหวินเหวินที่เม้มปากแน่นช่างเป็นอะไรที่พอดีกันเสียเหลือเกินที่อีกคนกลับรู้จักคนที่เขารู้จักทั้งสองได้อย่างเหมาะเจาะ

            การจับจองโต๊ะที่ทำเลดีเห็นเวทีการแสดงอย่างชัดเจนทำให้เหวินเหวินละความสนใจจากการสั่งอาหารตรงหน้าและจดจ้องไปที่เวทีไร้ผู้คนไม่วางตาเสียงพูดคุยที่ดังเข้าหูทำให้เหวินเหวินหันกลับมามองของบนโต๊ะอีกครั้งพลางยิ้มแห้งๆเมื่อเห็นว่าของตรงหน้าไม่ได้มีแค่เป็ดย่างเพียงอย่างเดียว

            “ทำไมวันนี้ท่านถึงเลี้ยงอาหารมากขนาดนี้กันเล่า

            “ข้าพบเรื่องดีมาจึงอยากแบ่งปันความสุขนี้กับมิตรสหาย

            สิ้นคำตอบเหวินเหวินก็มีคำถามในใจต่อไปอีกแต่คิดว่าเก็บเอาไว้คงจะดีกว่าที่จะมาถามอะไรซ้ำซ้อนให้อีกฝ่ายรำคาญเล่นๆก็คงเสียบรรยากาศเสียเปล่าๆ

            ดื่มกินกันไปได้สักพักบรรยากาศภายในร้ายคึกคักเป็นกันเองบทสนทนาของตนและทั้งสามดังขึ้นทั่วโต๊ะ แต่คล้ายกับว่ามีบางคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับความสัมพันธ์ก็เอ่ยถามขึ้น

            “…. ที่แท้พวกเจ้าทั้งสามก็รู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว? ฮะๆ ไปพบกันได้อย่างไรไหนเล่าสิ?”สิ้นคำถามจากหลิงเฮ่าเหวินเหวินก็กุมปากตัวเองหัวเราะเล็กน้อย ครั้นพอจะเล่าด้วยตัวเองก็น่าอายเกินไปที่จะบอกว่ารู้จักมาจากการท้าดวลเพื่อสอบชิงขุนนางแต่กลับเป็นเขาเองที่แพ้อย่างราบคาบ

            ตอกย้ำให้คนอื่นเห็นว่าเป็นแค่หมาขี้แพ้ตัวหนึ่งหรือเปล่านะ

            @Fanlian

            เหวินเหวินพยักหน้ากับคำพูดของบุรุษหน้าสวย พลางหยิบเป็ดตรงหน้ามากินเพื่อทำเป็นไม่สนใจคำพูดที่บอกว่าตนเองแพ้อีกฝ่าย ทั้งๆที่ดูเหมือนแม่หญิงแท้ๆแต่พอมองสรีระโดยรวมดีๆ เขาทั้งตัวเล็กและเตี้ยกว่าก็คงไม่แปลกที่จะแพ้หรอกมั้ง

            ก็ได้แค่หาข้ออ้างให้ตัวเองไม่ดูแย่ไปเท่านั้นแหละ

            “อ้อแบบนี้นี่เอง… ท่านหนานกงล่ะ?  รู้จักอาเหวินมาก่อนเช่นกันหรือ

            หลิงเฮ่าหันไปถามหนานกงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้างเหวินเหวินที่กำลังเคี้ยวเป็ดก็มองตามด้วยความอยากรู้ว่าเพื่อนตนคนนี้จะตอบว่าเยี่ยงไรพอคิดๆดูแล้ว ทั้งๆที่บอกว่าจะมาเลี้ยงเป็ดย่างที่นี่แต่กลับเป็นบุรุษผมเงินเด่นคนนี้กลับเลี้ยงคนแทนซะนี่

            @NangongLiujia

            “ได้! เรียกข้าเหมือนอาเหวิน เสี่ยวฟ่านก็ได้เช่นนั้นข้าเรียกเจ้าว่าอาเจี๋ยดีไหม? อาเจี๋ยทานอีกสิ… ไม่อิ่มก็สั่งมาได้เรื่อยๆ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง”หลิงเฮ่าคีบเป็ดใส่จานหนานกง ต่อหน้าต่อตาเหวินเหวินที่กำลังจะหยิบเป็ดชิ้นนั้นพอดีถึงกับชะงักลงไป

            @NangongLiujia

            “หนานกงบอกกับข้าว่าจะเลี้ยงเป็ด หลัวเทศกาลโฮ่วซุ่ยน่ะขอรับ

            “อ้อ… เป็นแบบนี้เอง”เหวินเหวินที่เริ่มมองหาอาหารชนิดใหม่นอกจากเป็ดบนโต๊ะเพื่อกินต่อเสียงจากเวทีก็ดังขึ้น เรียกความสนใจจากคนในร้านรวมแม้กระทั่งเขา.. นักเล่านิทานขึงป้ายแดงให้เห็นโดยทั่วว่าจะมาเล่าเรื่อง ‘闹元宵吃汤圆 โกลาหลคืนหยวนเซียว และประเพณีกินขนมทังหยวน’ จัดแจงเสร็จแล้วชายร่างเล็กก็เริ่มเล่า

            “เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อสิบปีก่อนจักรพรรดิ์ของเรามีขุนนางที่โปรดปรานคนหนึ่งชื่อว่า ตงฟางซั่ว  东方朔 นอกจากจะเป็นคนที่มีความสามารถแล้วยังเป็นคนที่อ่อนโยน   วันหนึ่งในฤดูหิมะตกตงฟางซั่ว   เข้าไปเด็ดดอกเหมยในสวนหลวงพบนางกำนัลผู้หนึ่งกำลังจะฆ่าตัวตาย ตงฟางซั่ว จึงทำการช่วยเหลือไว้หลังจากสอบถามได้ความว่า นางชื่อว่าหยวนเซียว 元宵  ตั้งแต่ถูกส่งตัวเข้าวังมาไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่พี่น้อง โดยเฉพาะยามใกล้ถึงฤดูใบไม้ผลิจะคิดถึงทางบ้านเป็นพิเศษเมื่อไม่สามารถกลับไปพบหน้าญาติพี่น้องได้ก็ไม่สู้ตายเสียดีกว่า”

            “ตงฟางซั่วได้ฟังแล้วรับปากว่าจะทำให้นางได้พบหน้าญาติพี่น้องอย่างแน่นอนหลังจากนั้นตงฟางซั่วได้ตั้งโต๊ะรับทำนายโชคชะตาในตลาดมีคนมาให้ทำนายมากมายแต่ทุกคนต่างได้คำทำนายเหมือนกันว่า  วันที่16 เดือนอ้ายไฟครอกเผากาย ทำให้เกิดความวิตกไปทั่วทั้งนครฉางอันตงฟางซั่วยังกล่าวว่า ในวันขึ้น 13ค่ำเป็นวันที่เทพอัคคีจะส่งสตรีในชุดแดงเพลิงลงมาสำรวจเรามีวิธีแก้ไขให้พวกท่านรับไปดำเนินการ ว่าแล้วก็โยนเทียบสีแดงให้แล้วจากไปชาวบ้านเหล่านั้นจึงเอาเทียบนั้นไปถวายให้แก่ฝ่าบาท”

            “จักรพรรดิ์เปิดดูเห็นในเทียบเขียนไว้ว่า ฉางอันมีภัยไฟท่วมทุกหัวเมืองจึงปรึกษากับตงฟางซั่วว่าจะทำอย่างไรดีตงฟางซั่วกล่าวว่าได้ข่าวว่าเทพอัคคีชอบกินทังหยวน 汤圆 นางกำนัลที่ชื่อหยวนเซียว มีฝีมือในการทำทังหยวน   ให้ฮ่องเต้นำเอาทังหยวนถวายแก่เทพอัคคีในวันขึ้น 15 ค่ำและให้ทุกครัวเรือนทำทังหยวนถวายเทพอัคคี ในวันนี้”  

            “นอกจากนี้ยังให้ประดับโคมไฟจุดประทัดในเวลากลางคืนให้สว่างไสวดูเหมือนไฟลุกท่วมเมืองขณะเดียวกันก็ให้ชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองเดินทางเข้าเมืองเพื่อหลบภัยทำให้วุ่นวายโกลาหลดูเหมือนมีภัยวิบัติเพื่อตบตาเทพอัคคีว่านครฉางอันได้เกิดภัยพิบัติแล้วจะได้ผ่านเลยไปฝ่าบาทได้ฟังก็สั่งการให้ไปดำเนินการทันที พอถึงวันขึ้น 15ค่ำทุกบ้านเรือนต่างประดับโคมไฟ จนสว่างไสวทั่วทั้งเมืองจุดประทัดดังสะเทือนถึงแผ่นฟ้าชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองต่างหลั่งไหลเข้าเมือง  เห็นความละลานตาของการประดับโคมไฟ   ต่างส่งเสียงอึงคนึง  ครอบครัวของหยวนเซียวก็เดินทางเข้าเมืองเช่นกัน พอเห็นอักษรหยวนเซียว ที่ติดอยู่บนโคมไฟจึงร้องว่าหยวนเซียว ด้วยความตื่นเต้นจนหยวนเซียวได้ยินเสียงร้องเรียกได้ออกมาพบหน้าบิดามารดาหลังจากคืนที่โกลาหลผ่านไปนครฉางอันก็สงบสุขไร้เภทภัยใดๆ องค์จักรพรรดิ์จึงประกาศให้คืนวันขึ้น 15ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันเทศกาลหยวนเซียวต้องทำทังหยวนถวายเทพอัคคีให้ทุกบ้านเรือนประดับโคมไฟและจุดประทัดและให้ทุกคนร่วมกันสร้างความครึกครื้นโกลาหลทั่วทั้งเมืองกลายเป็นประเพณีหยวนเซียวคืนโกลาหล สืบต่อมา และเนื่องจากนาง หยวนเซียวมีฝีมือในการทำทังหยวน จึงเรียกทังหยวนว่า ขนมหยวนเซียว”

            “นี่มัน.. ตำนานปดเบื้องสูงสะท้านเมือง”หลังฟังจบเสียงของคนผมเงินข้างๆตนดังขึ้นทำให้เหวินเหวินหันมองด้วยความงงความจริงถ้าเป็นเรื่องราวอะไรพวกนี้เขาไม่ค่อยถูกกับมันสักเท่าไหร่เพราะคิดอะไรตามไม่ค่อยจะทันแต่เป็นการหลอกลวงเบื้องสูงงั้นหรือ ก็ไม่เลวดีนี่นา  มือเรียวนั้นหยิบเป็ดขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่ในหัวยังวนเวียนกับตำนานจากบนเวทีที่ยังทิ้งอะไรให้ตนคิดอีกมาก

            @Fanlian

            “ขอรับ ข้าน้อยก็ยินดีกับการสอบขุนนางบู๊ผ่านเช่นกันนะขอรับ

            ยิ้มให้ฟานเหลียนแล้วก้มหน้ากินต่อโดยเลี่ยงที่จะมองหน้าหนานกงตรงๆ ความจริงเขาไม่ได้อะไรกับอีกฝ่ายหรอกแต่มันก็คิดๆดูแล้วก็น่าน้อยใจนิดหน่อยแหละนะ

            “หืมเสี่ยวฟ่านอาเหวิน พวกเจ้าทำงานที่เดียวกันหรอกหรือ ไม่สิ..เป็นองครักษ์กันทั้งคู่? อื่ม… ประเสิรฐ มาๆดื่มพี่ชายคนนี้ขอยินดีด้วยที่สอบผ่านขุนนางบู๊!” เสียงคำยินดีจากหลิงเฮ่าดังขึ้นมาจนทำให้เหวินเหวินเหลือบไปมองอีกครั้งพอเห็นอีกฝ่ายยกดื่มจนมองเห็นอะไรภายใต้ชุด ที่มองเห็นเลือดวงใหญ่ข้างใต้ดูน่าสะพรึงกลัว

            เหวินเหวินเห็นดังนั้นจึงเลื่อนมองไปทางอื่นเขาไม่อยากจะเอ่ยถามอะไรออกไปให้อีกฝ่ายดูไม่สบายใจจึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วก้มหน้ากินต่อถึงแม้ในใจจะเกิดคำถามมากมายจนอยากจะหลุดปากถามออกไป

            @NangongLinjia

            เสียงของหนานกงที่ดังทักขึ้นมาดังจนทำให้เจ้าตัวเหลือบตาไปมองอีกครั้ง

            “เอ่อ…นี่ ไม่ใช่หรอกข้าไม่ได้บาดเจ็บอะไรถอนพิษทั้งทีก็ต้องเอาเลือดพิษออก… ไม่มีอะไรร้ายแรง

            “ชีวิตก็แบบนี้มีมากมายเรื่องผกผันข้าไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆนะ

            @Fanlian

            “ข้าติดพิษสารทนทีตั้งแต่อายุห้าขวบ ทรมาณสิบกว่าปีพึ่งได้หลุดพ้นในวันนี้ถึงมาร่วมฉลองกับพวกเจ้าไง! เอ้า ดื่มๆ

            เหวินเหวินพยักหน้าเล็กน้อยกับคำตอบที่คาใจตนอยู่ขณะนี้เจ้าตัวอ้าปากจับเป็ดอีกครั้งแต่กลับถูกคล้องคอจนากบุรุษผมเงินที่นั่งอยู่ข้างๆตนแล้วกรอกสุราลงไปแบบไม่ทันตั้งตัว

            “อ… เดี๋ยวสิขอรับ ข้าน้อยไม---“ พูดยังไม่จบประโยคเหล้าก็ลงคอตนหมดจอกไปเสียแล้วเหวินเหวินเช็ดมุมปากตนเล็กน้อย พอได้ลิ้มรสชาติเหล้าครั้งแรกก็เป็นอะไรที่ไม่น่าพิศมัยสุดๆ

            @Fanlian

            “หืม… เจ้าสองคนนี้ดูท่าคออ่อนข้ารุนแรงเกินไปหรือเปล่านะ?” เมื่อสงครามจบไปอีกสองไหเหวินเหวินที่นั่งข้างเขาก็เอียงตัวไปมาพลางหัวเราะคล้ายคนพูดอะไรไม่ได้ศัพท์กับสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่พอดื่มสุราไปแล้วมันทำให้ตัวเองรู้สึกมึนงงไปเสียทุกสิ่ง หัวที่หนักอึงจนทำให้โคลงเคลงไปมาจนเกือบจะซบคนข้างๆแต่เพราะอะไรไม่ทราบทำให้เจาตัวเอนไปพิงเสาที่อยู่อีกด้านแทน

            @Fanlian

            “ฮ่ะๆ”เสียงหัวเราะดังขึ้นจากคนที่เคยเก็บเสียงหัวเราะให้ดูสุภาพตลอดเวลากลับกลายเป็นเสียงคล้ายผู้ชั่วร้ายหัวเราะอย่างร้ายกาจเหวินเหวินที่ซบเสาอยู่ขยับตัวไปมาเพื่อหาจุดที่ตัวเองจะนั่งได้สบาย ใบหน้าเนียนนั้นแนวกับเสาจนสัมผัสความเย็นที่แผ่ออกมาจากเสาจนทำให้เจ้าตัวหลับตาพริ้มกับสิ่งที่ได้รับ

            “ดีจังเลยนะดีจังเลยนะ

            พึมพำออกมาเบาๆขณะที่กอดเสาแน่นราวกับว่ากลัวมันจะหายไปไหน

            @NangongLinjia

            “…..

            เสียงหัวเราะลั่นดังเข้าหูของเหวินเหวินที่ตอนนี้เหมือนสติขาดหายไปแล้วเจ้าตัวผละออกจากเสาที่ไม่เหลือความเย็นแล้ว เอนตัวไปหาเสาสีขาวอีกต้นที่อยู่ข้างๆตนเพื่อหาที่ซบใหม่แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ให้ความเย็นเหมือนต้นแรกเลยเหวินเหวินหรี่ตาลงสักพักแล้วก็หลับลงไปทั้งอย่างนั้น

            เสาต้นนี่ช่างนิ่มเสียจริง

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x10
x50
x40
x50
x50
x5
x15
x15
x1
x10
x8
x8
x30
x5
x2
x100