ดู: 211|ตอบกลับ: 3

{ ทะเลทรายตอนเหนือ } เส้นทางขึ้นเหนือ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-1-2 23:21:35 |โหมดอ่าน
{ ทะเลทรายตอนเหนือ - เส้นทางขึ้นเหนือ }



เป็นเส้นทางที่อยู่ทางเหนือนอกด่านอี้เหมินกวน เป็นเส้นทางสายหลัก
ที่สามารถใช้เดินทางขึ้นไปทางเหนือ และตะวันตกทั้งยังติดกับชายขอบตะวันตกของดินแดนฮั่น
พ่อค้าคาราวานจากเผ่าทะเลทรายต่างๆ ในแดนตอนเหนือแถบนี้มักใช้เส้นทางดังกล่าว
ในการเดินทางมาค้าขายในแถบด่านต้าฮั่น และ แลกเปลี่ยนสินค้า

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-1-13 20:06:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 3 - มุ่งสู่ทะเลทราย


         การเดินทางกลางทะเลทรายตัวคนเดียวนั้นเป็นอะไรที่ลำบากมากสำหรับสตรีบอบบางนางหนึ่ง แต่ความลำบากก็ไม่สู่ภัยอันตราย โดยตลอดการเดินทางนั้นนางได้แต่ภาวขอให้อย่าเจอพายุทะเลทราย หรือว่าพวกโจร ถึงแม้นางจะมีอาวุธที่ฮองเฮาให้มาก่อนที่จะเดินทางออกจากฉางอัน แต่ถ้านางไม่มีทักษะการใช้อาวุธที่มากพอมันก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่จะย้อนมาทำร้ายตัวนางเอง แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นจะถอยหลังยกเลิกการตามหาก็ทำไม่ได้ นางมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว จะถอยหลังไม่ได้เป็นอันขาด ข้อดีที่นางภูมิใจในตัวเองก็คือ ความอดทน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อได้ทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด

         ในการเดินทางครั้งนี้นั้นนางต้องประหยัดน้ำมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเดินทางนานเท่าไหร่ และจะได้เจอน้ำตอนไหน เนื่องจากน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้นางต้องใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

         “ ที่นี่มันอะไรกัน ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นกับตัวเองเสียงแผ่ว

          หลังจากที่เดินทางขึ้นเหนือมาเรื่อยๆ ตามคำบอกเล่าของนายที่ทหารที่ค่ายทหายของท่านแม่พัพเว่ยชิง ในที่สุดซูเม่ยก็เหมือนจะเจอเข้ากับสถานที่ๆ น่าจะมีการสู้รบครั้งใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ และก็คาดว่าชวี่ปิ้งน่าจะหายตัวไปจากตรงนี้ สิ่งที่ทำให้นางสงสัยว่าสถานที่นี้เคยเกิดการสู้รบมาก่อนนั้น เป็นเพราะนางสังเกตุเห็นรอยเลือดหลายกอง โครงกระดูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้นางอดกลัวและหวั่นใจไม่ได้ ทั้งยังมีเศษเสื้อผ้า เศษซากอาวุธ

          ถึงแม้จะกลัวกับเศษซากโครงกระดูกเหล่านั้น แต่นางก็ใจชื่นขึ้นมาบ้างที่อย่างน้อยนางก็เดินมาถูกทางแล้ว และเพื่อไม่ให้เสียเวลาซูเม่ยจึงเดินสำรวจรอบๆ พื้นที่นี้เผื่อจะเจอเบาะแสที่ทำให้นางได้รู้ว่าคนที่นางกำลังตามหานั้นอยู่ที่ไหน


          ในขณะที่กำลังเดินสำรวจพื้นที่อยู่นั้นสายตาซูเม่ยก็สะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งที่ถูกซากคันธนูทับไว้ นั่นก็คือผ้าผูกผมสีแดง เพื่อพิสูจน์ว่านางไม่ได้จำผิด มือเรียวจึงหยิบผ้าผูกผมผืนนั้นขึ้นมา และก็เป็นอย่างที่นางคิดจริงๆ มันคือผ้าผูกผมของนางเอง เพราะชื่อของนางที่ปักอยู่บนชายผ้านั้นเป็นสิ่งที่ใช่แสดงความเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

          “ มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าเขาจะเก็บมาจากตอนนั้น ” ดวงตาคู่สวยมองจ้องไปยังผ้าผูกผมบนมือ พลางนึงย้อนไปถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น…

          " มานี่เลยนางตัวดี ฤทธิ์เยอะจริงนะ! " หัวหน้าอันธพาลฉวยโอกาสที่นางกำลังให้ความสนใจกับการป้องกันทางด้านหน้าจนลืมระวังที่ด้านหลัง ทำให้มันสามารถเข้ามาถึงตัวนางแล้วจับเข้าที่ผมนางอย่างแรง

            " อ๊ะ ปล่อยข้านะ ไอ้คนชั่ว!! " ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเพราะแรงดึงที่ศีรษะมันไม่ได้เบาเลย แต่ยังไม่ทันที่อันธพาลหน้าเหม็นจะได้ทำอะไรนางฮั่วชวี่ปิ้งก็ตรงดิ่งเข้ามาแล้วถีบเข้าที่ข้างลำตัวของหัวหน้าอันธพาลเข้าอย่างจัง ร่างใหญ่ของมันถึงกับเซล้มลงไปกับพื้นแต่มือดันเกี่ยวดึงเอาผ้าผูกผมของนางไปด้วย ทำให้เส้นผมที่ถูกมัดมาอย่างดีสยายออกมาราวกับม่านน้ำตกในยามค่ำคืน จังหวะเดียวกันนางก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ทำให้ไม่สามารถเห็นภาพด้านหลังของตนได้ แต่กลับได้ยินแต่เสียงตุบตับและเสียงร้องโอดโอยของพวกอันธพาล


         “ ต้องเป็นตอนนั้นแน่ๆ เลย ” มือเล็กกำผ้าในมือไว้แน่น หัวใจดวงน้อยของซูเม่ยอดที่จะเต้นแรงขึ้นมาไม่ได้ เพราะนางนั้นไม่นึกเลยว่าเข้าจะเก็บมันมาด้วย แถมยังนำติดตัวมาด้วยอีกต่างหาก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของนาง แต่ก็ยังมีความหนักหน่วงแฝงเอาไว้ด้วย เพราะไม่รู้ว่าป่านนี้คนๆนั้นจะเป็นอย่างไรและ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจ คือ เขายังไม่ตาย เพราะหากตายนางจะต้องเห็นโครงกระดูก และชุดเกาะที่นางได้เห็นเขาใส่ในวันที่เดินทางออกจากจวน

        “ ตราบใดที่ยังมีหวังข้าจะต้องหาท่านให้เจอ คนตายต้องเห็นศพ คนเป็นต้องเห็นตัว ” เสียงหวานพูดออกมาอย่างมุ่งมั่น สายตามองตรงไปยังข้างหน้า เพื่อสื่อว่านางจะเดินหน้าต่อไป จะไม่มีทางถอยหลังกลับเด็ดขาด

        เมื่อสำรวจรอบๆ จนไม่เจอเบาะแสใดๆ อีกแล้วนางจึงเดินกลับไปหาอาเฉียง หรือก็คืออูฐขาวของนางนั่นเอง ร่างบางขึ้นไปนั่งบนหลังอาเฉียงอย่างคล่องแคล่ว แล้วเริ่มออกเดินทางต่อ เพราะตอนนี้ทางฟ้ายังคงสว่างอยู่ แต่ถึงจะใกล้มืดแล้วนางก็ไม่มีทางที่จะพักตรงนี้แน่ๆ สถานที่ๆ มีโครงกระดูกกระจัดกระจายใครจะนอนได้ลงกัน….




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-1-14 17:02:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-1-14 17:04

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 3 - มุ่งสู่ทะเลทราย


        การเดินทางของซูเม่ยนั้นถือว่าเป็นไปได้อย่างราบลื่น และแถบจะไม่ได้พบเจอกับผู้คนเลย เว้นเสียแต่กองคาราวานขนาดเล็กที่นางได้เจอมาเมื่อครู่….


        1 ชั่วยามก่อน
          ขณะที่ซูเม่ยกำลังเดินทางอยู่นั้นในที่สุดนางก็มองเห็นพื้นที่สีเขียวอยู่รำไรซึ่งนางคาดว่าที่นั่นคงจะเป็นโอเอซิสขนาดเล็กที่พอจะมีน้ำให้นางได้ดื่มและเก็บไว้สำหรับเดินทางในครั้งต่อไปอย่างแน่นอน เมื่อเห็นดังนั้นนางจึงเร่งให้อาเฉียงเพิ่มฝีเท้าขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ไปถึงโดยเร็ว

          แต่เมื่อมาถึงแล้วนางกลับพบกองคาราวานที่คาดว่าคงจะถูกโจรปล้นเลยรีบลงจากอูฐแล้วเข้าไปดู เผื่อจะมีคนที่รอดชีวิตอยู่ นางจะได้ช่วยได้ทัน
ขาเรียวทั้งสองข้างรีบก้าวยาวๆ เข้าไปยังโอเอซิส และพบกับร่างคนที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่กับพื้นราวๆ 6 คน ซูเม่ยจึงค่อยๆ เข้าไปดูแต่ละร่างแต่ก็พบว่าเป็นร่างที่ไร้วิญญาณไปเสียแล้ว แต่หนึ่งในนั้นยังมีลมหายใจอยู่ สังเกตได้จากหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างไม่เป็นจังหวะนัก


          ไม่รอช้าให้เสียงเวลาซูเม่ยก็รีบเดินตรงเข้าไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ทันที


          “ ท่านลุงเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ท่านทำใจดีๆ ไว้นะ ” มือเล็กช้อนศีรษะของเขาวางไว้บนตักแล้วน้ำนำที่นางพกมาให้ดื่ม ชายวับกลางคนที่คอแห้งผากค่อยๆ ดื่มน้ำที่นางป้อนให้จนสามารถออกเสียงพูดออกมาได้


          “ ขอบใจเจ้ามาก ” เสียงแหบระโหยโรยแรงเอ่ยออกมาอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ


          “ ท่านบาดเจ็บ ข้าพอมียาติดตัวมาบ้าง ข้าจะไปนำให้ เผื่อจะสามารถช่วยท่านได้ ” เสียงใสเอ่ยออกมาอย่างร้อนรน ถึงแม้จะไมรู้จักกัน แต่มื่อมีคนบาดเจ็บอยู่ตรงหน้าจะให้นางทนดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไรกัน ร่างเล็กเตรียมจะลุกขึ้นไปนำยาที่ถุงสัมภาระของมา


        แต่มือใหญ่ที่หยาบกร้านของชายวันกลางคนผู้นี้กลับจับแขนนางไว้ไม่ให้ไปหน


         “ เจ้าไม่ต้องไปเอามาหรอกเจ้าหนุ่ม แค่ก ข้ารู้ตัวของข้าดีว่าร่างกายของข้านั้นไม่ไหวแล้ว ข้าคงไม่รอด แค่ก เก็บยาของเจ้าไว้ใช้ในยามจำเป็นจะดีกว่า ” ใบหน้าซีดเผือดของชายวัยกลางคนส่งยิ้มปลงๆ มาให้นาง


         “ แต่ว่า...” ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบก็มีเสียงพูดแทรกเข้ามาก่อน


         “ ไม่มีแต่ เจ้าเชื่อคนแก่อย่างข้าเถอะ แค่ก และอีกอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของเจ้า ข้ามีอาหารอยู่มากมายในกล่องลังบนเกวียน แค่ก เจ้าเอาไปให้หมดได้เลย และยังของใช้อื่นๆ อีก สิ่งไหนที่จำเป็นเจ้าก็เอามันไปซะ เพราะพวกข้าคงไม่ต้องใช้พวกมันอีกแล้ว ”


         “ เอ่อ มันจะดีหรือขอรับ ”

         “ มีอะไรไม่ดีกัน แค่ก ข้าเต็มใจให้แก่เจ้าเอง หรือหากเจ้ายังไม่ แค่ก สบายใจ ข้าก็อยากจะขอร้องให้เจ้าช่วยฝันศพของพวกข้าได้ หรือไม่? แลกกับของทั้งหมดที่ข้าให้ ” สายตาที่เจือแววหมองเศร้าของชายวัยกลางคนมองตรงไปยังร่างของภรรยาและลูกของเขาที่นอนเหลือที่ร่างที่วิญญาณอยู่ไม่ไกลนัก แล้วคิดในใจว่า ‘ข้าจะได้ตามไปอยู่กับพวกเจ้าแล้ว’

         “ ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าน้อยก็ยินดีขอรับ แต่ว่าตอนนี้ท่านยังไม่ตาย ”

         “ ขอบใจเจ้ามาก แค่ก เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก และไม่ต้องห่วงหรอก แค่ก อีกไม่นานข้าก็จะไปอยู่กับพวกเขาแล้ว ” สายตาของชายวัยกลางคนพูดในขณะที่ยังจับจ้องที่เดิมตาไม่กระพริบก่อนที่ดวงคู่นั้นจะปิดลง พร้อมกับมือที่จับแขนซูเม่ยอยู่ ค่อยๆ ร่วงลง

         “ อะ ท่านลุง ท่านลุง! ” เสียงหวานร้องเรียกคนตรงหน้าอย่างตกใจ ก่อนจะเอานิ้วไปอังที่จมูกอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทำให้ได้รู้ว่าชายตรงหน้าได้จากไปแล้ว


         ซูเม่ยอดที่ใจหายไม่ได้ที่ต้องมาเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา หลาดน้ำตาอุ่นของนางหลั่งรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่จะให้มานั่งเศร้าอยู่นานก็ทำไม่ได้ นางจึงต้องแข็งใจลุกขึ้นเพื่อหาที่ๆ จะฝังร่างทั้ง 6 ตามความต้องการของท่านลุง


         เมื่อฝังทั้งหมดแล้วร้อยนางจึงเดินไปดูของที่เกวียนว่าเหลือสิ่งใดอยู่บ้าง และพบเข้ากับลังใส่อาหารที่ท่านลุงว่าจริงๆ พร้อมกับของใช้จำเป็นอีกพอประมาณ แขนเรียวของซูเม่ยค่อยๆ ยกลังอาหารเดินไปยังอาเฉียงที่นั่งรออยู่ แล้วเอาลังขึ้นที่หลังก่อนจะเอาเชือกผูกติดไว้ให้เรียบร้อย


         ก่อนที่นางจะออกจากโอเอซิสแห่งนี้ก็ไม่วายที่จะมองกลับไปยังหลุมศพนั้นอย่างเศร้าๆ ก่อนจะตัดสินใจขึ้นหลังอาเฉียงแล้วออกเดินทางต่อ…

        
        การได้พบเจอกับเรื่องแบบนี้ก็ทำให้นางได้มีอะไรกับมาคิดกับตัวเองบ้าง การอยู่คนเดียวโดนปราศจากคนที่เรารัก และรักเรามันน่ากลัวยิ่งกว่าความตายเสียอีก ร่างบางได้แต่ถอนถายใจอย่างรู้สึกหนักหน่วงในจิตใจ


        แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นหมาป่าทะเลทรายตัวนึงที่นอนอยู่ใกล้กับก้อนหินขนาดใหญ่ ร่างกายเหมือนได้รับบาดเจ็บ เพราะดูจากรอยเลือดที่ติดตามขนของมัน และเพราะนิสัยขี้สงสารที่แก้ไม่หายของนางนั้นจึงบังคับอาเฉียงให้เดินไปยังทิศทางที่หมาป่าตัวนั้นนอนอยู่


        เมื่อเข้าใกล้พอสมควรแล้วซูเม่ยก็ลงมาจากหลังอูฐแล้วเดินเข้าหาหมาป่าตัวนั้นช้าๆ การที่นางไม่เข้าไปถึงตัวมันทันทีเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นสัตว์จำพวกนักล่า ย่อมมีสัญชาตญาณที่ดุร้าย หากเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าไม่แคล้วนางคนโดนมันกัดเข้าซะก่อน


        และก็เป็นอย่างที่นางคิดจริงๆ เพราะทันทีที่นางเข้าไปในระยะที่ใกล้มันมากขึ้นเจ้าหมาป่าก็ฝืนร่างกายจะลุกขึ้นพร้อมกับแยกเขี้ยวแหลมคมขู่นางทันที


        “ นี่ เจ้าไม่ต้องกลัว ข้ามาดี ไม่ได้จะมาทำร้ายเจ้า ข้าจะมาช่วยเจ้า ไม่ต้องกลัวนะเด็กดี ” ซูเม่ยจ้องตากับหมาป่าตรงหน้าอย่างจริงใจ แน่วแน่ เพื่อสื่อว่านางตั้งใจทำอย่างที่พูดจริงๆ ไม่ได้คิดร้ายกับมันสักนิด


        “ เจ้าก็เห็นว่าข้ามาคนเดียว ไม่ได้จะทำร้ายเจ้า ให้ข้าดูแผลเจ้าหน่อยนะ ข้าพอจะมียาที่สามารถช่วยเจ้าด้วย ไม่ต้องกลัวนะ ” เสียงหวานพูดอย่างใจเย็นพลางค่อยๆ ยื่นมือออกไปช้าๆ เพื่อจะลูบหัวชของหมาป่าตรงหน้า


        หมาป่าทะเลทรายมีท่าทางสับสนและหวาดระแวง แต่เมื่อได้ฟังที่ซูเม่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และท่าทางที่ไม่ได้คุกคามมันก็ทำให้เจ้าหมาป่ามีท่าทีที่อ่อนลงและยอมให้นางลูบหัวในที่สุด


        เมื่อเห็นท่าทีที่สงบลงของหมาป่าตรงหน้าซูเม่ยก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ


        “ ดีมากเด็กดี เดี๋ยวเจ้าจะเช็ดเลือดออกมาก่อนนะ จะได้ทำแผลให้เจ้าได้ ” พูดจบก็ลูบหัวมันไปสองสามที ก่อนที่ร่างบางจะลุกไปหยิบถุงในน้ำและผ้าสะอาดมา พร้อมกับกล่องยาที่พกมาด้วย


        มือเรียวเทน้ำลงบนผ้าสะอาดแล้วน้ำเช็ดตรงที่ๆ มีรอยเลือดเพื่อจะดูแผลของหมาป่าตรงหน้า แต่ก่อนที่จะทำแผลให้นั้นนางก็ได้ให้มันได้ดื่มน้ำและทานอาหารรองท้องไปก่อน เพราะมันดูหิวโหยอยู่มาก


        เมื่อเช็ดทำความสะอาดเสร็จแล้วนางก็นำยาที่พกมาใส่ที่แผลให้ ซึ่งระหว่างนั้นเจ้าหมาป่าตรงหน้าก็ส่งเสียงครางหงิงๆ ราวกับจะบอกว่ามันเจ็บแผล


        “ อดทนหน่อยนะ ข้าใส่ยาให้เจ้าจะได้หาย ” มือเรียวอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปลูบหัวมันอย่างเอ็นดู แล้วน้ำผ้าผืนยาวมาพันรอบตัวตรงที่มีบาดแผลของมันไว้


        “ ตรงนี้ไม่ค่อยจะสะดวกทำแผล หรือให้อาหารเจ้าได้มากนัก เอาเป็นว่าเราไปหาที่พักกันก่อนดีกว่า อีกไม่นานก็จะค่ำแล้ว ” ซูเม่ยพูดให้หมาป่าตรงหน้าฟังพลางทำหน้าคิดไปด้วยว่าจะพามันไปด้วยยังไง จะให้เดินตามไปก็คงไม่ได้ เพราะกำลังบาดเจ็บอยู่


        “ เอาหละ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะพาเจ้าขึ้นอาเฉียงไปด้วย ” นางพูดแล้วชี้นิ้วไปยังอูฐขาวที่นั่งรออยู่ ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกำลัง แล้วย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าหมาป่า โดยที่นางสามารถอุ้มได้แค่ช่วงบนเท่านั้น แล้วจึงค่อยๆ ลากไปขึ้นอูฐ


        โดยนางรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายแล้วยกอุ้มเจ้าหมาป่าขึ้นหลังอาเฉียงจนสำเร็จ แล้วรีบเอาเชือกมาผูกเจ้าหมาป่าไว้กับอาเฉียง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกลงมาระหว่างทาง ถ้าจะให้ผูกไว้กับตัวนางก็คงจะไม่ไหว ก็เจ้าหมาป่าทะเลทรายตัวนี้มีขนากเล็กเสียที่ไหน หากเล็กเท่าเสี่ยวเมานางจะไม่ว่าสักคำ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนางจึงขึ้นหลังอาเฉียงแล้วออกเดินทางไปหาที่พักแรมต่อ...




@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1

111

กระทู้

1474

โพสต์

35หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
95447
เงินตำลึง
73428
ชื่อเสียง
154712
ความหิว
550

พวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ป้ายตลาดมืดตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
11306
ความชั่ว
8137
ความโหด
13995
งูซิงหนาน
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2019-7-10 20:50:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสลับ } สองดวงจิต ต่างที่มา
พาร์ท 3 - จวินจื่อที่หายไป (6)

           เมื่อทั้งสามทานอาหารกันจนอิ่มแล้วจึงเตรียมตัวที่จะออกเดินทางต่อในทันทีเส้าเทียนตรวจเช็คสัมภาระในการออกเดินทางไกลในครั้งนี้ด้วยเหมือนกันที่จะขึ้นเหนือนั้นก็ต้องทำให้เขาเตรียมพวกอาหารเอาไปหลายอย่างเลย อีกครั้งหนึ่งมีวัตถุดิบต่างๆที่อยู่ภายในกระเป๋าสะพาย สามารถนำไปหลอมอาหารได้หลายอย่าง

           จากแผนที่ดูเหมือนว่าจะต้อง ขึ้นไปทางตอนเหนืออย่างที่ผู้เฒ่าบอกเขาไม่เคยขึ้นไปไกลถึงเพียงนั้น นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไปไกลกว่าที่เคยเดินทางในทุ่งหญ้า

          ชายหนุ่มเตรียมม้าสำหรับเดินทางเขามีม้าฮั่นเสียดำ ท่านหญิงหลันพาหนะเป็นม้าขาว ส่วนไป๋เหยียนเฟยร่างสูงให้อีกคนนั่งซ้อนท้ายอยู่ข้างหลัง เอาม้าไปสองตัวก็พอแล้ว มือหนาจับบังเหียนม้าเตรียมออกเดินทางไกล

          "จำไว้ว่าการเดินทางในครั้งนี้อันตราย ต้องระมัดระวังตัวกันให้ดี เพราะว่าพวกเราจะต้องขึ้นไปทางทะเลทรายตอนเหนือ ยิ่งขึ้นไปก็ยิ่งเสี่ยงที่จะพบทหารชงหนูมากขึ้น" เสียงหวานเอ่ยบอกแล้วกระตุกบังเหียนก่อนที่จะควบม้า

          "ก็ต้องระมัดระวังตัวกันอยู่แล้วถ้าเกิดมีใครคนนึงเจอก็เท่ากับว่าเจอกันหมด" เส้าเทียนควบม้าตามหญิงสาวจนม้าฮั่นเสียดำวิ่งอยู่ข้างๆ นัยน์ตาสีดำคมกริบมองไปทางข้างหน้า

          ตอนนี้ออกมาจากเผ่าถูเจี่ยแล้ว ยังต้องเดินทางกันอีกไกลเลยไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ พยายามที่จะเร่งฝีเท้าม้าให้เร็วได้มากเท่าที่จะทำได้ แต่ภาระมันก็ตกไปอยู่กับม้า

          ทั้งสองควบม้าเข้าสู่เส้นทางทะเลตอนเหนือนม้าทั้งสองตัววิ่งไล่เลี่ยกันติดๆแสงอาทิตย์สาดส่อง ยิ่งอยู่ในที่โล่งแจ้งแล้วแดดมันก็ยิ่งส่งทำให้ร้อนระอุไป๋เหยียนเฟยมีผ้าคลุมทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนแสงแดดเผาไหม้

          กรุบกรับๆๆ

          ดูเหมือนว่าการเดินทางขึ้นเหนือนั้นมันยังมีอุปสรรคเล็กๆอยู่เกือบไปซะสนิทเลย ต้องผ่านทะเลทรายแล้วอาทิตย์ใกล้คล้อยตกดิน ช่วงกลางคืนมันหนาวจนถึงขั้นหัวใจเห็นทีนอกจากจะเดินทางกันไปแล้วก็จะต้องหาที่พักด้วยเช่นเดียวกัน เส้าเทียนควบม้าต่อไปเรื่อยๆ

          "ท่านหญิงหลันข้าว่าเราจะเร่งเดินทางให้เร็วกว่านี้" เสียงทุ้มติดหวานเอ่ยบอก ตลอดเส้นทางที่วิ่งฝ่ามาก็มีฝุ่นทรายเต็มไปหมดจนเขาต้องใส่เสื้อคลุมเอาไว้เพื่อไม่ให้เปรอะเปื้อนอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่

          "มีอะไรหรือเปล่า" มือเรียวบางจับบังเหียนควบม้าไปตามทางในแผนที่ ซึ่งมันยังไม่ถึงครึ่งทางเลย

          "พระอาทิตย์ใกล้คล้อยตกดิน หากเดินทางในช่วงกลางคืนก็เสี่ยงที่จะหลงทาง อีกทั้งควรจะหาที่พักเอาไว้พักค้างแรม" เห็นแบบนี้แล้วเขาก็เป็นคนที่มีความรอบคอบอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่คนที่ชอบจู้จี้จุกจิก

          ร่างระหงครุ่นคิด อ่า ใช่เกือบจะลืมไปซะสนิท "จริงด้วย เดินทางยามค่ำคืนไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นัก ดีที่คุณชายช่วยเตือน" พวกเขาพยายามที่จะควบม้ากันให้ไว้ที่สุด

          ไป๋เหยียนเฟยที่นั่งอยู่ข้างหลังร่างสูงไม่ได้พูดอะไรสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นตึกตักอยู่ในจี้รูปหมาป่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางเพื่อช่วยถอนคำสาปจวินจื่อ หากตอนนั้นเขากับจวินจื่อไม่มาเที่ยวเล่นที่ทุ่งหญ้าก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ถึงจะไม่อยากโทษตัวเองแต่มันก็อดคิดไม่ได้เลยจริงๆ "......."

          "ไป๋เหยียนเฟยนั่งเงียบเลยเป็นอะไรหรือเปล่า" ชายหนุ่มรู้สึกด้านหลังตนเองมันเย็นวาบๆ ใช่แล้ว

          ร่างกายไป๋เหยียนเฟยนั้นเย็นเชียบเหมือนกับคนไร้ชีวิตมีใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวหากคนอื่นเห็นคงไม่วายถูกคิดว่าเป็นผีสางไม่ก็ปีศาจ

          แต่เขาก็ไม่เคยกลัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียวก็อยู่ด้วยกันมานานแล้วรู้จักนิสัยใจคอกันดี อีกฝ่ายนั้นเลือกที่จะปกปิดตัวตนไม่ให้เห็นรูปร่างที่แท้จริง คนที่เคยเห็นร่างกายอีกฝ่ายจริงๆก็มีแค่เขา เจ๋อข่ายกับจวินจื่อเท่านั้น

          "เปล่า ข้าก็แค่รู้สึกผิดอยู่" ไป๋เหยียนเฟยตอบไปตามความคิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่เคยพูดโกหกให้เส้าเทียนฟังเลยแม้แต่หนเดียว ทุกวาจาล้วนจริงแท้

          "เจ้ากำลังโทษตัวเองอยู่ใช่ไหม" พอที่จะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงนั่งเงียบไม่พูดจาอะไรถึงปกติอีกฝ่ายจะเป็นคนที่ไม่ชอบพูดอะไรอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าทำไมครั้งนี้ถึงเงียบจนรู้สึกได้ว่ามันมีอะไรผิดปกติ

          "มันอดที่จะคิดแบบนั้นไม่ได้" มันเป็นความรู้สึกที่พะอืดพะอม

          "อย่าคิดแบบนั้นสิ" เส้าเทียนไม่รู้ว่าเขาจะพูดปลอบสหายของตัวเองได้ยังไงคำพูดของเขานั้นก็ไม่ได้ดีเลิศ "การที่มัวแต่โทษตัวเองมันก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอกนะ"

           กรุบกรับๆๆๆ~

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม --25 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-7-10 21:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +100 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 100 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตราประทับเต่าดำ
หน้ากากเงิน
หน้ากากจิ้งจอก
บันทึกลับ #3
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x53
x1
x1
x3
x3
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x99
x1
x3
x1
x1
x26
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x2392
x2
x20
x3
x10
x1
x1
x2
x1
x100
x10
x34
x1
x6
x1
x7
x973
x970
x970
x970
x10
x50
x30
x20
x18
x30
x9999
x54
x260
x24
x3
x1
x8
x4
x9
x1
x8
x8
x10
x82
x2
x32
x26
x79
x1
x11
x70
x2
x1
x4
x3
x2608
x2600
x2656
x2245
x2500
x107
x15
x30
x164
x42
x2
x2
x9999
x100
x546
x13
x3
x1263
x270
x1764
x92
x1500
x3
x1387
x2960
x1700
x2911
x2207
x2413
x2541
x292
x2066
x130
x5995
x40
x15
x100
x41
x16
x17
x6
x9999
x2685
x30
x16
x10
x50
x19
x1158
x45
x1980
x2282
x7116
x9999
x355
x689
x9
x430
x3
x354
x52
x175
x7589
x1
x5886
x9999
x730
x108
x7
x1
x3
x3241
x215
x2831
x10
x10
x30
x1
x9999
x2203
x256
x162
x1407
x112
x2
x18
x4
x213
x178
x433
x369
x364
x731
x2
x9999
x9999
x1
x9999
x3
x51
x36
x2355
x10
x500
x16
x32
x316
x12
x110
x190
x11
x10
x7
x3
x966
x173
x2
x2945
x12
x11
x708
x432
x24
x88
x13
x59
x15
x9
x35
x156
x1071
x13
x4
x547
x514
x4625
x10
x6193
x325
x14
x17
x240
x9999
x472
x10
x15
x37
x15
x2956
x9
x7
x84
x1390
x9999
x201
x2195
x3783
x695
x6209
x9999
x770
x716
x3485
x9999
x6722
x9892
x128
x6221
x7301
x189
x36
x1
x100
x6
x1231
x1598
x1730
x97
x152
x16
x8225
x9999
x7516
x6731
x598
x6135
x87
x9999
x6045
x2138
x8015
x9999
x5566
x9999
x2780
x3010
x9942
x1777
x276
x2336
x1301
x9999
x2646
x2649
x1542
x3268
x34
x4170
x688
x230
x766
x2282
x72
x664
x9999
x4077
x39
x3125
x8544
x746
x2489
x1122
x9104
x4687
x769
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-8-24 04:18

ขึ้นไปด้านบน