กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 298|ตอบกลับ: 7

{ เมืองเซียงผิง } คฤหาสน์ตระกูลหลิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-31 20:36:04 |โหมดอ่าน

{ เมืองเซียงผิง - คฤหาสน์ตระกูลหลิน }


ตระกูลใหญ่แห่งเซียงผิง เดิมเป็นตระกูลที่มีจิตเมตตาคอยช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนในเมืองนี้
เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้านชาวเมืองอย่างมาก แต่เมื่อมาถึงรุ่น "หลิน โม่"
เขาเป็นคนละโมบในอำนาจอย่างมาก กว้างซื้ออิทธิพลติดสินบนขุนนางจำนวนมาก
รวมไปถึงการซื้อที่ดินบังคับซื้อเพื่อสร้างสถานที่ของตนเองมากมาย


กิจการใต้ดินบนดินมีครบครันภายในเซียงผิง แต่เขาไม่รู้จักพอ
ได้ลงใต้ยื่นข้อเสนอต่อหวยหนานอ๋อง พร้อมแจ้งว่าเขามีสปอนเซอร์จากตะวันออกและชยงหนู
จะช่วยหวยหนานอ๋องทำปณิธานให้เป็นจริง



38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-26 23:01:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2018-2-27 11:33

เรื่องราว 3 - คู่รักจ้าวอินทรี

ทำงาน!!!!!



        เมื่อมาถึงที่จงนแล้วทั้งสองก็ตรงเข้าสมัครงานที่พ่อบ้านของจวนตระกูลหลิน โดยทางพ่อบ้านก็มีให้โชว์ฝีมือการทำอาหาร ทางเหวินซ่างได้ทำหมั่นโถวหอมกลิ่นนมและน้ำผึ่งพร้อมกลิ่นกุหลาบเมื่อกัดเข้าไป ทางหรงเอ๋ฮห์ทำเป็ดย่างราดซอสพิเศษ หนังถูกย่างจนกรอบแต่ไม่ปาดลิ้นส่วนเนื้อก็นุ่มจนแทยไม่ต้องเคี้ยว ส่วนซอสก็เป็นรสเข้มข้นทว่ากลับละลายหายไปในปากได้อย่างรวดเร็ว ทางพ่อบ้านจึงยินดีให้ทำงานพร้อมเงินเดือนได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้ามา


        "ยังไงก็ฝากมื้อเย็นรวมของหวานด้วยนะครับ" พ่อบ้านของตระกูลหลินได้พาทั้งสองมายังห้องครัวก่อนจะโค้งให้ ทั้งสองเองก็โค้งตอบก่อนจะสวมใส่ผ้ากันเปื้อนให้เรียบร้อยแล้วทักทายเด็กรับใช้ ผู้ช่วยคนครัวกันก่อนจะเริ่มงาน
       "สวัสดีครับทุกท่าน ข้าชื่อเหวินซ่าง ส่วนนางชื่อหวงหรง พวกข้าเป็นนักเดินทางพอดีว่าเงินเริ่มถดถอยจึงอยากมารบกวนด้วยซักระยะนึงนะครับ" ชายหนุ่มโค้งตัวลงก่อนจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
       "สำหรับมื้อเย็นวันนี้เราจะมาทำเป็ดย่างและหมี่หยกกันค่ะ ส่วนของหวานจะเป็นแป้งหองาต้มกับนมอุ่นแล้วเสริฟ์ทานร่วมกัน" หรงเอ๋อห์ยิ้มตอบก่อนจะเข้าเรื่องถึงงานสำหรับเย็นวันนี้


        "วันนี้ท่านหลินคงทำงานมาหนัก ทานแต่ของใกล้ๆอย่างทะเลอาจเบื่อเลยมาเริ่มที่ของบนบก ส่วนของหวานที่เป็นนมอุ่นจะช่วยให้หลับสบาย" เหวินซ่างอธิบายถึงแต่ละเมนูเพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของเมนูที่จะทำ

       "ถ้างั้น ขอสองคนไปบดงา แครอลต้มบดและต้มนม ข้าจะเป็นคนทำแป้งเอง" เหวินซ่างแจ้งถึงหน้าที่ของแต่ละคนต่อ ยังไงแต่ละอย่างที่ผู้ช่วยทำก็เป็นงานง่ายแต่ก็ใช้แรงอยู่ดี ทางผู้ช่วยก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะตรงไปทำงานในส่วนของตน
     "สำหรับอาหารหลัก ขอคนเตรียมเครื่องปรุงที่ข้าจัดเอาไว้ แล้วก็คนคอยคุมไฟกับคนซอส เราจะย่างตัวเป็ดเอง" หรงเอ๋อห์ว่าต่อก่อนจะส่งแผ่นไม้ไผ่ให้กับผู้ช่วยครัวคนให้ไปเตรียมเครื่องปรุง


        ก่อนอื่นตัวเป็นก็เอาไปย่างไฟเบาที่สุดเพื่อย่างเอาน้ำมันจากหนังเป็ดออก พอน้ำมันมากจนเกินไปก็เทเอาน้ำมันออกไปทำซอสแล้วก็ย่างต่อจนกว่าจะกรอบดี สำหรับน้ำมันและเครื่องในจากเป็นก็เป็นส่วนผสมสำหรับทำซอสเข้มข้น ต้มจนรสจากของเครื่องในออกมาผสมด้วยผักให้รสอย่างแครอล หัวหอมที่มีความหวาน เครื่องเทศที่ให้กลิ่นหอมอย่าสมุนไพร




        จากนั้นก็ค้นไม่ให้เดือดแค่พอให้ควันขึ้นแล้วค้นจนกว่าน้ำจะข้นพอดี เมื่อเป็ดถูกย่างเฉพาะหนังจนกรอบดีแล้วก็เอาไปต้มน่วมกับซอสที่ยังไม่ข้น หนังที่กรอบอยู่แล้วพอเจอน้ำก็จะนุ่มขึ้นนิดหน่อยทำให้เวลากัดเข้าไปไม่บาดปาก ส่วนเนื้อข้างในก็ซึมซอสเข้าไปจนหอมหวาน เมื่อได้ที่แล้วก็ยกอกมาหันให้พอดีคำก่อนจะเรียงเหมือนช่อกุหลาบโดยมีตรงกลางเป็นแตงกวาทรงกลมวางเรียงเป็นช่อแทนเกสรของดอกไม้อีกทีแล้วค่อยนำไปให้เด็กรับใช้เสริฟ์


        ส่วนของหวาน แป้งถูกผสมเองของเหวินซ่างเพื่อต้องการความนุ่มแต่ไม่เหนียวจึงนวดแต่พอดี ไม่เยอะเกินไปแต่ก็ไม่ใข่ไม่ทำอะไรกับมันเลย น้ำที่ใช้เป็นน้ำต้มสุกจึงรับประกันความสะอาด เมื่อเสร็จแล้วก็แบ่งแป้งออกมาสองส่วน ส่วนแรกเอาไปผสมกับแครอลที่ผู้ช่วยบดและต้มเตรียมให้แล้วจะเกิดแป้งสีส้มสวยแถมรสหวานพอดี




        สำหรับแป้งอีกฝั่งใช้ดอกไม้ที่ทานได้คั่นเอาน้ำจากนั้นก็บีบมะนาวลงไปให้เกิดสีม่วงอ่อนจากนั้นจึงเอาเข้าผสมกับเป้งเป็นสีม่วงทว่าด้วยแป้งที่มีจำนวนมากจึงไม่เกิดรสเปรี้ยวจากมะนาว เมื่อเสร็จแล้วจึงเอาเอางาบดใส่ทำเป็นไส้ กลายเป็นก้อนกลมๆพอดีคำ เมื่อปั้นเสร็จแล้วก็เอาไปต้มกับนมอุ่น นมจะช่วยให้แป้งนม เกิดรสหวานอ่อน เมื่อสุกพอดีแล้วก็เอาออกมาพักไว้เตรียมเสริฟ์หลังจากที่ทางเป็ดย่างเสร็จแล้ว


        เมื่อเด็กรับใช้กลับมาพร้อมจานเป็ดย่างที่ทานหมดแล้ว เหวินซ่างก็นำถ้วยกระเบี้ยงสีขาวนวลตักแป้งไส้งาสีส้มและม่วงผสมกันก่อนจะเทนมอุ่นๆตามจากนั้นปิดด้วยฝาสีขาวให้ความร้อนยังคงอุณหภูมิตลอดจนถึงมือของคนทาน เมื่อเสร็จแล้วก็นำไปให้เด็กเสริฟ์นำไปต่อ ระหว่างนั้นก็เริ่มทำความสะอาดภายในครัวให้เรียบร้อย ส่วนที่เหลืออย่างซอสหรือนมก็แบ่งๆกันกินเป็นอาหารมื้อเย็นของคนในครัวและเด็กรับใช้แทน


       "ทำได้ดีมากทั้งสองท่าน พวกเขาบอกนานๆทีจะได้ทานของบนบก ดีจริงๆ" เมื่อพ่อบ้านรับรองท่านหลินเสร็จแล้วก็เดินมาหาเหวินซ่างและหรงเอ๋อห์ครัวพร้อมกล่าวชมก่อนจะมองภานในห้องอาหารว่าจัดการเรียบร้อยดีเหรือไม่ พอสำรวจก็เห็นกับทั้งสองกำลังเช็ดจานสุดท้ายกันอยู่จึงยิ้มตอบกลับไปให้
       "ไม่หรอกท่าน ของแบบนี้นานๆคงให้ทานกันที ไม่งั้นคงคิดถึงข้าวที่บ้านใช่ไหมล่ะครับ" เหวินซ่างเดินไปรับจานที่เหลือจากหรงเอ๋อห์ก่อนจะนำกลับไปเก็บในชั้นเก็บเครื่องกระเบื้อง กินของที่ไม่ได้เจอบ่อยก็เป็นสีสันของการกิน ทว่าหากกินแต่ของแบบนั้นบ่อยเข้าก็จะกลายเป็นของปกติ เพราะงั้นนานๆให้กินทีหรืออาทิตย์ล่ะครั้งก็เพียงพอแล้ว ต่อจากนี้ก็ตั้งใจจะเป็นอาหารใกล้เมืองแต่จะปรุงให้รู้สึกถึงความแตกต่างไม่ก็ผสมของแบบอื่นเพื่อความรู้สึกแปลกใหม่ในภายหลัง




       "นั้นสินะ อ่อใช่เรื่องห้องพักเดี้ยวข้าพาไปนะ ตามมาๆ" พ่อบ้านยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะนำทางไปยังห้องพักสำหรับเด็กรับใช้

@Admin
@STAFF_โรลทำงาน
ใช้บันทึกลับ #2

แสดงความคิดเห็น

ค่าแรงต่อวัน: 5 ชั่ง - 510 ตำลึง (แท็กสตาฟโรลทำงานในระหว่างทำงาน)  โพสต์ 2018-2-26 23:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-27 22:31:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2018-3-2 22:04

เรื่องราว 3 - คู่รักจ้าวอินทรี

ทำงาน!!!!

        วันต่อมา เหวินซ่างและหรงเอ๋อห์ตื่นแต่เช้ามืดแล้วตรงไปยังห้องครัว ไม่แปลกใจเลยที่มีคนเตรียมวัตถุดิบมาก่อนที่ทั้งสองจะมาถึง ภายในมีของจากทะเลมาเป็นส่วนมาก รองลงมาก็จะเป็นเนื้อสัตว์กับผลไม้ตามฤดู หรงเอ๋อห์เดินไปส่วนวัตถุดิบแล้วเลือกของมาทำกับลูกมือ ส่วนเหวินซ่างก็ตรงไปก่อกองไฟตั้งหม้อเพื่อจะหุงข้าว


        "พี่ซ่าง ฝากทำซอสที ข้าจะต้มของพวกนี้" หญิงสาวพูดขึ้นพลางคว้างปลามาแล่เอาก้างออกอย่างชำนาญ ในขณะที่ข้างๆเธอมีลูกมืออีกคนที่กำลังดึงกระดูกของปลาหมึกกล้วยออก


         "ได้ๆ เจ้าช่วยหันของพวกนี้รอข้าครู่นึงนะ" เหวินซ่างพยักหน้ารับก่อนจะเรียกลูกมืออีกคนให้มาหันมะนาวและพริกสีเขียว ส่วนตัวเขานั้นกำลังขนน้ำมาหุงข้าว ทว่าปริมาณกลับมากกว่าจะมาหุงข้าวปกติ


          เมื่อเตรียมข้าวเสร็จแล้วระหว่างรอชายหนุ่มก็หันไปเตรียมหม้ออีกใบ ใส่น้ำเกือบท่วมโรบเหลือเล็กน้อยก่อนจะตั้งไฟให้ร้อย จากนั้นเขาก็ไปคว้าถ้วยใบเล็กหยิบเกลือ บีบมะนาวและผสมเครื่องเทศพิเศษจนกลายเป็นน้ำจิ้มสีเขียวส่วยเหมือนมรกต


        ทางหรงเอ๋อห์เมื่อแล่ปลาออกมาเป็นชิ้นใหญ่สองชิ้นแล้วก็ตัดแบ่งให้พอดีคำแล้วจึงเอาไปเทใส้หม้อที่กำลังต้มอยู่ก่อนจะหยิบปลาหมึกที่ลูกมือทำเตรียมเอาไว้ใส่ไปด้วยจากนั้นก็หันกลับไปถอดหัวกุ้งออกแล้วใส่ตัวกุ้งตามหม้อที่ว่าไปด้วย เธอทิ้งระยะไปซักพักนึงก่อนจะเอาตระแกรงตักของทะเลทั้งหมดออกมาให้เร็วที่สุดแล้วพักไว้ที่จานใบใหญ่ ขณะนั้นเองเหวินซ่างก็เดินเปิดฝาหม้อข้าวต้มแล้วโรบพริกไทย ผักสีเขียวที่ให้กลิ่นหอใก่อนจะโรยหมูสับเล็กน้อยให้เวลาทานจะได้สู้ฟันแต่พอดี


        เมื่อข้าวพร้อมแล้วหรงเอ๋อห์ก็จัดเรียงจานให้ปลาเรียงกันเป็นช่อนึงปลาหมึกกล้วยกลมๆเป็นฐาน ส่วนกุ้งก็แยกอีกช่อ มีผักสีเขียวทำเป็นก้าน กลายเป็นดอกไม้สีขาวกันส้มอยู่คู่กัน ข้างกันนั้งก็มีข้าวต้มสีขาวนวลแต่งแต้มด้วยสีเขียวอ่อนกับชมพูดจากผมูสับด้วยถ้วยกระเบื้อสีขาวสะอาดตา ตามด้วยถ้วยสีฟ้าใบเล็กที่เป็นน้ำจิ้มเหมือนสีของมรกตเตรียมเอาไว้ก่อนจะส่งให้เด็กรับฝช้ที่รออยู่นำไปเสริฟ์


        เมื่อเสร็จสำหรับมื้อเช้าแล้วทะเงสองก็ทำการทำความสะอาดห้องงครัว ส่วนที่เหลือก็นำมาเป็นมื้อเช้าของคนภายในครัว โดยเหลือไว้ให้เด็กรับใช้ตอนขากลับมา เมื่อทานกันเสร็จแล้วเหวินซ่างก็ขอตัวไปเตรียมทำแป้ง โดยผสมแป้งหลายๆแบบเข้าไปจนกลายเป็นสีเกือบจะขาวใส เมื่อเสร็จแล้วก็ทำการยืดเป็นเส้นยาวๆ พอสุดมือก็ทับกันก่อนจะยืดอีก ทำซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆจนกลายเป็นเส้นเหมือนในร้อนหมี่ทว่ากลับใหญ่และหนากว่าเล็กน้อย

        ทางหรงเอ๋อห์ที่เห็นว่าทางพี่ซ่างใกล้จะเสร็จแล้วก็เดินไปหันผักเตรียมเอาไว้ก่อนจะกลับไปแล่ปลาอีกตัว หันให้พอดีคำ ส่วนปลาหมึกกล้วยจะหันให้บางกว่าเดิม กุ้งก็ดึงเอาหัวกับหางออกเพื่อเวลาคีบจะได้ไม่มีหางมาเกะกะ เสร็จแล้วก็นำมาลวกครู่นึงก่อนจะโรยเหกลือกับกระเทียวทอดที่ฝากลูกมืออีกคนมาช่วยทำให้ระหว่างนั้น เมื่อชายหนุ่มต้มเส้นเสร็จแล้วก็ฝากให้ลูกมือไปต้มกระดูกหมู รวมกับฝัก หอมแดง เครื่องในที่จะทำเป็นน้ำซุปเอาไว้


        ส่วนเครื่องอย่างของทะเล ผัก เส้นนั้นถูกทำเสร็จเรียบร้อย ที่เหลือก็รอเวลาเสริฟ์ ส่วนน้ำซุปนั้นก็ปล่อยเคี่ยวเอาไว้ ยิ่งเคี่ยวนานรสชาติยิ่งเข้มข้น ก็เลยถือว่าเป้นช่วงเวลาว่างของคนในครัว         "ทำไมพวกเจ้าถึงมาทำงานที่จวนรึ" เหวินซ่างหันไปถามลูกมือคนนึงที่กำลังพักอยู่ ภายในจวนทราบกันดีว่าเหวินซ่างและหรงเอ๋อห์มาทำงานเก็บเงินเดินทาง แต่ลูกมือของพวกเขาเล่า ทำไมต้องมามำงานให้กับตระกูลที่เสื่อมเสียแบบนี้กัน



          "พวกข้ามีหนี้ติดค้างกับท่านหลินน่ะ แล้วก็...ถ้าไม่ทำครอบครัวข้าคงเดือดร้อน" เขาเป็นชายหนุ่มท่าทางเรียบร้อย เขาอธิบายพลางมองลูกมืออีกคนที่พยักหน้าตาม ทั้งสองเข้ามาเพราะมีชะตากรรมเดียวกัน ทั้งสองเกิดในเมืองเซียงผิงเลยไม่คิดจะหางานนอกเมือง แถมด้วยครอบครัวไปติดหนี้เอาไว้เลยเข้ามาทำงานชดใช้ แต่ด้วยสภาพที่ถูดขูดรีดเช่นนี้ทำให้ไม่เห็นวี่แววว่าจะชดใช้หนี้ทั้งหมดได้ในอีกกี่ปีกันแน่

         หรงเอ๋อห์ทำท่าจะพูดอะไรต่อแต่ก็เงียบเอาไว้เพราะได้เวลาเสริฟ์มื้อเที่ยงแล้ว เหวินซ่างให้เส้นม้วนเป็นทรงกรวยสูงวางปลาลวกเรียบต่อด้วยกุ้งและปลาหมึกกล้วยหันเป้นวงสวยงาม ก่อนจะรวดน้ำซุปสีน้ำตานใส่ตามลงไปก่อนเสริฟ์

         เมื่อเสร็จมื้อเที่ยวแล้วทั้งสี่คนก็เก็บของก่อนจะมีลูกมืออีกคนต้มนมเอาไว้รอ ส่วนเหวินซ่างก็โรยน้ำตานปั้นกับแป้งที่เหวือจากมื้อเที่ยง มื้อเย็นคร่าวนี้จะเป็นของหวานอย่างเดียว ด้วยวันนี้มีข้าวจากพ่อบ้านว่าท่านหลินไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมอะไรเลยไม่ได้ให้อาหารหนักในมื้อเย็น จากนั้นก็เสริผ์ด้วยชากลิ่นดอกไม้ให้รู้สึกสบาย ส่วนแป้งก็มีผสมสีส้มด้วยผแครอล สีฟ้าและม่วงด้วยดอกไม้ที่ทานได้ ตามด้วยสีเขียวจากผักที่รสชาติอ่อน ใส่ลอยไปกับนมสดที่ต้มพออุ่น เวลานอนจะได้หลับสบาย

         "วันนี้ทำได้ดีมากทั้งสองท่าน"
เมื่อจบมื้อค่ำพ่อบ้านของจวนตระกูลหลินก็เดินเข้ามาพร้อมตรวจของในครัวว่าเรียบร้อยหรือไม่ก่อนจะเอยปากชมทั้งสอง
          "ไม่เท่าไรหรอกค่ะ ถ้าชอบก็ดีกับพวกข้ามากแล้ว"
หรงเอ๋อห์และเหวินซ่างโค้งตัวให้พ่อบ้านก่อนจะยิ้มให้
          "เอ้า ค่าแรงสำหรับวันนี้ ยังไงพรุ้งนี้ก็ฝากด้วยนะ"
ชายวัยกลางคนส่งถุงเงินไปให้เหวินซ่างก่อนจะขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตน


           เหวินซ่างเก็บเงินให้เตรียมร้อย ก่อนจะจัดเก็บของในห้องครัวให้เรียบร้อยอีกรอบ แล้วแนะนำลูกมือเรื่องวิธีทำอาหารกับแผนในวันพรุ้งนี้ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปพักผ่อนเมื่อมาถึงที่ห้องพักก็มีเด็กรำใช้ชายคนนึงเดินมาหา
"พี่เหวินๆ ตอนค่ำนายได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ดังมาจากห้องหนังสือนายท่านไหม"
"หืม? เมื่อคืนข้าคงหลับลึกไปไม่ได้ยินหรอก"
"แต่ข้าได้ยินเหมือนเจ้านะ ปกติข้าจะไปไปทำความสะอาดห้องหนังสือทุกเช้าบอกว่า เขาเห็นคราบเลือดด้วย แต่ไม่เห็นใคร" เด็กรับใช้อีกคนเดินเข้ามาร่วมวงสนทราด้วย "แบบ... คงเป็นใครทำผิดแหงๆ อย่างโดนนายท่านพาไปทำโทษ"
"นายไม่เคยได้ยินเหรอ ข้าได้ยินจากคนเก่าคนแก่ว่าที่นี่มีห้องลับด้วยนะ ไม่รู้อยู่ที่ไหน แต่บางทีนะอาจเป็นห้องหนังสือก็ได้""ข้าก็คิดว่าน่าจะมีคนนะ นายท่านสั่งกำชับข้าให้เสิร์ฟอาหารเจไปวางในห้องนั้นประจำ" เด็กอีกคนว่าเหวินซ่างหันไปมองคนคนนั้น ทำไมระหว่างนั้นถึงไม่มีคำสั่งให้เขาทำอาหารเจล่ะ
"ใครในจวนนี้มีคนชอบกินอาหารเจด้วยเหรอ แล้วทำไมข้าถึงไม่ได้ทำอาหารเจนั้นด้วยล่ะ" เหวินซ่างถาม น่าแปลกที่มีคนทานถ้าไม่ได้เคร่งหรือนับถือลัทธิเต๋า
"นายท่านสั่งตอนที่เจ้ากลับไปแล้วน่ะพอดีข้าพอได้นิดหน่อย"
"แปลก..."

@Admin @STAFF_โรลทำงานใช้บันทึกลับ #2

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +510 ความหิว -26 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 510 -26 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2018-2-28 23:48:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราว 3 - คู่รักจ้าวอินทรี

ทำงาน!!!


        เช้าวันต่อมาเหวินซ่างและหรงเอ๋อห์เดินเข้ามายังห้องครัว ทางชายหนุ่มเข้าไปเตรียมแป้งสำหรับทำหมั่นโถวและแป้งสำหรับทำเกี้ยว ส่วนหญิงสาวก็เข้าไปแล่ปลาก่อนจะนำไปลวกด้วยน้ำต้มที่ลูกมือจัดเตรียมไว้ให้ในระหว่างที่นางกำลังแล่ปลาอยู่ จากนั้นเมื่อลวกจนสุกแล้วก็หันเนื้อปลาเป็นชิ้นเล็กๆขึ้นก่อนผสมผักหัวหอมแล้วยัดใส่แผ่นแป้งก่อนจะรวบเป็นถุงเล็กพอดีคำ


         ทานเหวินซ่างก็กำลังนวดแป้งเสร็จก็นำมาแบ่งเป็นก้อนเพื่อจะเป็นหมั่นโถวของมื้อเช้า ระหว่างนั้นลูกมืออีกคนก็ก่อไฟเตรียมซึ่งนึ่งก่อนจะขนน้ำมาเทด้วยล่างสุดของซึ่ง เมื่อปั้นเสร็จแล้วก็ใส่ซึ่งนึงก่อนจะไปผสมชาให้มีกลิ่นของสมุนไพรมาเตรียมไว้ให้เด็กรับใช้นำไปเสริฟ์ก่อน

        เมื่อทางหรงเอ๋อห์และลูกมืออีกคนทำเกี๊ยวถุงเสร็จก็นำไปต้มในหม้อซุปกระดูกหมูที่ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนทำให้รสชาติเข้มขนและหวานจากผัก พอดีกับหมั่นโถวของเหวินซ่างที่เสร็จพอดี เขานำมาใส่จานสีอ่อนและเรียบ ส่วนเกี้ยวก็ใส่ในถ้วยกระเบื้องถูกปิดฝาเพื่อคุมความอุ่นตลอดทางที่นำไปเสริฟ์ก่อนจะยกหน้าที่ที่เหลือให้เด็กรับใช้

         จบสำหรับมื้อเช้า เหวินซ่านำหมูที่เชือดจากช่วงเช้านำส่วนที่ใกล้กับสันหลังมาหันเป็นชิ้นพอดีคำแล้วก็เอาส่วนทองและคอมาหันให้เท่ากับเนื้อสันหลังก่อนหน้า ระหว่างนั้นหรงเอ๋อห์ก็นำนม เครื่องเทศ สมุนไพรมาผสมใส่ถ้วยใบใหญ่ เมื่อเหวินซ่างหันทั้งหมดเสร็จแล้วก็นำไปใส่ถ้วยที่ว่าก็จะปิดฝาเอาไว้ ในช่วงนั้นก็เก็บของภายในครัวไป กลายเป็นช่วงพักทานข้าวไป


          "เออ หรงเอ๋อห์ข้าได้ข่าวมาว่าที่ห้องสมุดต้องไปเสริฟ์อาหารเจด้วยล่ะ"
เหวินซ่างพูดขึ้นระหว่างที่กำลังเช็ดโต๊ะด้วยกันอยู่
          "เอ้? แปลกจังนะพี่ซ่าง" หญิงสาวหันมามอง เมื่อวานพวกเธอก็ไม่ได้ทำนิน่า หรือว่าเป้นคำสั่งพิเศษขนาดที่ต้องให้คนอื่นทำแทน
          "ข้าก็ว่างั้น เมื่อคืนอะไรนะ มีคราบเลือดด้วย" ชายหนุ่มพยายามนึกถึงข่าวลือที่ฟังมาจากเมื่อคืนก่อนจะเล่าต่อ ฟังแค่นี้ก็พอทราบแล้วว่าห้องสมุดมีทางลับ ส่วนอาหารเจก้มีแต่ลักธิเต๋า หรือก็คือนักพรต พูดอีกอย่างคือผู้อาวุโสของสำนักฉวนเจินน่าจะถูกขังไว้ในห้องลับที่ว่านั้น


         "คงเป็นห้องลับ ก็เรื่องปกติกับจวนที่อยู่มานานล่ะนะ" หรงเอ๋อห์สรุปก่อนจะเดินไปเก็บจานใส่ตู้
         "คืนนี้เราคงต้องนอนดึกกันแล้วสินะ" ชายหนุ่มว่าต่อ คืนนี้พวกเขาต้องลองแอบไปด้วยหน่อย ทุกวันมีคนเอาอาหารเจไปให้ หมายความว่าหลังจากนั้นต้องมีคนนำเข้าไป ถ้ารอดูคืนนี้ก็น่าจะเห้นวิธีการแล้ว



        เมื่อใกล้เวลาเสริฟ์ เหวินซ่างและหรงเอ๋อห์ก็นำเนื้อหมูที่หมักกันไว้มาย่างด้วยถ่าน โรยเกลือพริกไทยนิดหน่อยมาใส่ในจานแบน ส่วนลูกมือทั้งสองก็หุงข้าวร้อนใส่ถ้วยจานสีเนื้อก่อนนำไปเสริฟ์เป็นอันจบอาหารมื้อเที่ยง ส่วนชาคร่าวนี้ใส่ดอกไม้แห้งอย่างอัญชันเข้าไปเพื่อสีแปลกใหม่กับกลิ่นอ่อนๆเข้าไป




         สำหรับมื้อเที่ยงนั้นเป็นอาหารง่ายแต่รสชาติดี แถมยังหนักท้องเหมาะกับช่วงเที่ยง เหวินซ่างที่กำลังนวดแป้งเพื่อจะทำบัวลอยน้ำขิงสำหรับมื้อเย็นอยู่นั้นก็ร้องเพลงออกมาเบาๆ เพราะงานสำหรับวันนี้ก็สบายๆแล้ว




"โอ้ แสงจันทร์" ดั่งวิญญา ใต้ฟ้าค่ำ
เธอเริงรำ เร้นดวงตา หน้ากากปิด
ร่ายบรรเลง บทเพลงฝัน อันจับจิต
เงามืดมิด ซ่อนน้ำตา หน้ากากงาม
"โอ้ เสียงเพลง" รำพันเหงา แสนเศร้านัก
ฉลองรัก ชีวาชื่น คืนหวั่นหวาม
เจ้าความสุข คือสิ่งใด ไม่รู้ความ
ครวญใจตาม เพลงล่องผ่าน ผสานจันทร์
"โอ้ แสงจันทร์" หวานซึ้งซ่าน สงบเศร้า
กล่อมโลกเหงา เหล่านกน้อย ต่างคล้อยฝัน
และร่ำไห้ กับสายน้ำ กระซิบรำพัน
ประกายสุขสันต์ ระบำไหว ในแอ่งศิลา
        "ร้องดีนิท่านเหวิน" ลูกมือที่มาช่วยนวดแป้งอยู่แซวขึ้นก่อนจะยิ้มให้ ช่วงนี้ว่างจะคุยหรือร้องเพลงก็ไม่ผิดหรอกแต่กลอนคำหวานแบบนี้ก็อดจะพูดขึ้นไม่ได้จริงๆ
       "ไม่เท่าไรหรอกน่า" เหวินซ่างยักไหล่ก่อนจะเดินไปบดงาสำหรับทำเป็นใส่ต่อ


        เมื่อใกล้ถึงมื้อเย็นหรงเอ๋ฮห์็เดินไปต้มนมวัว เพื่อร้อนพอควันขึ้นก็ใส่แป้งที่ยัดใส่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็รอโดยเก็บของภายในครัวให้เรียบร้อย ระหว่างนั้นเองเด็กเสริฟ์ก็เดินเข้ามารับของ เหวินซ่างใช้ถ้วยสีมรกตใส่บัวลอบ ราดนมอุ่มตาม โดรยหน้าด้วยงาสีำและขาวเล็กน้อยก่อนจะปิดฝาด้วยสีเดียวกับถ้วยก่อนยกหน้าที่ต่อให้เด็กรับใช้


        เวลาผ่านไปจนหมดช่วงมื้อเย็นแล้วพ่อบ้านของจวนก็เดินเข้ามากล่าวชม "วันนี้ก็ทำได้ดีมากนะ ยังไงก็ฝากพรุ้งนี้ด้วยเหมือนเคย"
        "ฮะๆ เชื่อมือพวกเราได้เลยครับ" เหวินซ่างและหรงเอ๋อห์โค้งให้ ก่อนจะกลับไปล้างถ้วยชามกันแล้วปล่อยให้ลูกมือทั้งสองคนกลับไปพักผ่อนกันก่อนได้เลย


         "คืนนี้สินะคะพี่ซ่าง" หรงเอ๋อห์พูดขึ้น นางหมายถึงเรื่องแอบเข้าห้องสมุดหลังจากที่มีเด็กเสริฟ์อาหารเจนั้นเอง
         "อืม สีดำนะเหมือนพวกนั้นจะมากันวันนี้มั้ง" ที่ชายหนุ่มหมายถึงคือแอบไปด้วยชุดดำ หากจำไม่ผิดพวกมือสังหารจะมารับภารกิจกันวันนี้ด้วย ถ้าไปชุดสีดำคงพอกลบเกลือนได้อยู่ไม่มากก็น้อย หลังจากนั้นเมื่อเด็กที่เสริฟ์อาหารเดินทางกลับมาชายหนุ่มก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำโดยแอบเอาเสื้อสีดำมาด้วย ไม่นานนักหรงเอ๋อห์ก็มารออยู่หลังห้องสมุดโดวยสวมชุดดำปกปิดใบหน้าเอาไว้ ทว่าดวงตาคู่นั้นเหวินซ่างยังจำได้ เขาเองก็มาด้วยชุดสีดำปกปิดใบหน้าเช่นกัน

          "พร้อมนะ" เหวินซ่างถาม
          "อืม" หรงเอ๋อห์พยักหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะแอบเข้าไปกัน

          เมื่อเข้าไปข้างในก็ไม่มีใครภายในอยู่ในนั้นทั้งสองจึงเริ่มสำรวจภายในว่ามีกลไกอะไรหรือไม่ ทว่าทั้งขยับหนังสือก็ไม่มีอะไรเกิด ใต้พรมก็ไร้ประตูลับ บนเพดานก็ไม่มีอะไรซ่อนเอาไว้ ต่อให้เลื่อนชั้นหนังสสือก็ไม่มีอะไรซ่อนอีก เหมือนกับเป็นแค่ห้องสมุดธรรมดาๆเท่านั้น แม้แต่หรงเอ๋อห์ก็ยังหาไม่เจอ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจึงพากันหลบด้วยกันที่หลังตู้หนังสือข้างหน้าต่างที่เปิดเตรียมหนีไว้อยู่

         น่าแปลกที่บ่าวนำถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะในห้องหนังสือก่อนเดินจากไปทั้งที่เหวินซ่างออกมาหลังจากบ่าวคนนั้นกลับที่พักมาแล้วแท้ๆ พอเหลือแต่คนเฝ้าหน้าห้องที่ดูโหด พวกเขาเริ่มทำการสำรวจหน้าต่าง และ ภายในห้องจนทั่ว ดูเหมือนจะเป็นหน้าที่ประจำวันของพวกเขา

        เหวินซ่างจึงปาดมีดเข้าไปแทงที่ตาของคนที่หาพวกเขาเจอก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพุ้งหนีออกไปที่หน้าต่าง ระหว่างนั้นเองยามที่กำลังลาดตระเวนอยู่นั้นก็เห็นเข้าจึงตามมาด้วย ดูถ้าคงมีมีใครคิดว่าเป็นกลุ่มมือสังหารคนเดียวกับที่เข้าจวนมาด้วยกระมั้ง

        เมื่อหนีกันมาจนเกือบติดกำแพงเหวินซ่าางและหรงเอ๋อห์ก็เปลี่ยนแผน ทั้งคู่พุ้งเข้าใส่ยามทั้งสิบคนเพื่อเข้าปะทะ ทั้งสองใช้วิชาหมัดมือเปล่าเพื่อกันคนรู้ว่าตนเคยใช้อะไร ส่วนเหวินซ่างใช้แต่เพียงมีดสั้น ด้วยเพราะความถนัดการใช้ของมีคนตั้งแต่ในครัวึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเขา ยังไงร่างกายคนก็ไม่ได้ต่างจากหมีที่ยืนสองขาเท่าไร

         ชายหนุ่มถีบเข้ากลางท้องของคนที่เข้ามาใกล้ที่สุดก่อนจะใช้มีดสั้นแทงไปที่แขนของยามที่ตั้งใจจะชก เมื่อเข้าแทงเข้าไปแล้วก็ลากยาวจนมาถึงข้อมือก่อนจะกระชากอกก เลือดสีแดงสดพุ้งออกมาเหมือนน้ำตกที่ไหลอย่างเชียวกราด จากนั้นเขาก็โดดตัวขึ้นเหยียบไหล่ของยามคนนั้น ใช้เป็นบันไดล้มแล้วให้คนข้างหลังก่อนจะแทงไปยังแก้มของชายที่เสียสมดุลจากคนข้างหลังที่กำลังล้มลงมาก่อนจะลากยามวไปถึงหู จากนั้นก็ปาดเข้าไปยังดวงตาข้างซ้ายของยามอีกคนที่กำลังจะวิ่งมาจับตัวเขา

         ในระหว่างนั้นเองก็มีชายคนนึงพุ้งตัวเขามาร่วมสู้ด้วย เมื่อหรงเอ๋อห์เห็นนร่วมวงใหม่ก็พูดขึ้นมาอย่างดีใจ  "ศิษย์พี่อิน!" ชายคนนั้นหันมาหาครู่นึงก่อนจะร่วมสู้ต่อ แต่ในจังหวะนั้นเองเหวินซ่างก็ถูกฝ่ามือกระแทกเข้ามาจนเกือบล้ม หรงเอ๋อห์จึงรีบคว้าตัวชายหนุ่มก่อนจะใช้วิลาตัวเบาพุ้งหนีออกนอกกำแพงตามมาด้วยชายอีกคนที่ตามมาติดๆ
   
        ระหว่างทางหนี อินกั๋วหลงบอกให้ศิษย์น้องและคนรักของเธอหนีไปอีกทาง ส่วนตนจะล่อเจ้าพวกนี้ไปเอง.....

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +510 ชื่อเสียง +25 ความหิว -87 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 510 + 25 -87 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1
โพสต์ 2018-7-9 20:10:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เตรียมเปิดหอ ( 18 ) สัญญาจ้างกลุ่มหงอวี่ - 11

อินซื่อป๋อกับโม่เหม่ยหยวนกระโดดข้ามกำแพงไปด้วยวิชาตัวเบาที่พลิ้วไหวราวต้นหลิวลู่ลม หรั่นซิ่นหลี่มองอ้าปากค้าง แล้วส่ายศรีษะว่าตนไม่สามารถกระโดดหรือปีนข้ามไปได้ ทันใดนั้นร่างก็ลอยขึ้นจากพื้นดินด้วยอ้อมแขนใหญ่ของอาหมาง เขารวบตัวนางขึ้นแล้วยิ้มให้ก่อนจะพาหญิงสาวกระโดดข้ามกำแพงไป หรั่นซิ่นหลี่รีบกอดคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวตก

“...จริงๆเลยนะ” นางบ่นอุบอิบใต้เสียงหัวเราะของคนที่กำลังวิ่งทั้งที่อุ้มตัวเองอยู่

เมื่อถึงจุดหนึ่งอาหมางก็วางนางลงแล้วมองว้ายขวาก่อนจะส่งสัญญาณให้สองคนข้างหน้าหมอบลงเพื่อค่อยๆย่องไปเนื่องจากข้างหลังมียามเข้ามาตรวจตรา อินซื่อป๋อพยักหน้ารับแล้วย่องไปตามพุ่มไม้ ก่อนจะมีเสียงเข้ามาใกล้จึงส่งสัญญาณมือให้หลบ

ฟุบ

“เอ็งได้ยินเสียงอะไรมั้ยวะ?” ยามคนหนึ่งถามอีกคนข้างๆ แต่อีกฝ่ายส่ายศรีษะตอบ

“หูฝาดแล้วไอ้บื้อ!” เขาตอบก่อนจะเดินไปตรวจที่อื่นต่อ ท่ามกลางความงุนงงของสหายร่วมงานที่ยืนเกาผมแกรกๆแล้วเดินตามไป

อินซื่อป๋อย่องนำไปที่ระเบียงหลังจากที่ยามผ่านไปแล้ว เขามองซ้ายขวาว่าทางสะดวกก่อนจะทำสัญญาณมือให้ตามมาได้ ทั้งสามคนจึงรีบตามเขาไปตามระเบียง ดูเหมือนที่นี่จะมีการตรวจตรามากกกกกกกกกเป็นพิเศษ หลินโม่ผู้นี้เป็นคนขี้กลัวหรือมีศัตรูเยอะกันแน่? หรั่นซิ่นหลี่ได้แต่ขมวดคิ้วคิดแล้วขาก็เกิดอ่อนแรงทำให้อาหมางต้องประคองนางไว้

“แม่นางหรั่น ท่านไหวหรือไม่?” อาหมางถาม

“..ข้าไหว” นางตอบก่อนจะพยุงร่างตัวเองขึ้นยืนแล้วตามอีกสองคนไปท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของอาหมางและโม่เหม่ยหยวน

“ถ้าไม่ไหวก็บอกข้าได้นะ”โม่เหม่ยหยวนบอกนางระหว่างที่กำลังวิ่งๆหลบๆ แต่หรั่นซิ่นหลี่ตอบนางเพียงยิ้มแล้วมองไปข้างหน้า.. แผ่นหลังนั้นมองกี่ครั้งก็เหมือนเดิมจริงๆ.. นางสะบัดศรีษะบอกตัวเองว่าไม่ใช่เวลาก่อนจะตามทั้งหมดไป

‘หยางเสี่ยวเยว่ อย่าได้ลืมชาติกำเนิดและหน้าที่ของตัวเองเป็นอันขาด เจ้าเป็นตัวอัปมงคล เป็นตัวซวย ..เจ้าไม่คู่ควรกับใครทั้งนั้น’ นางพูดย้ำแล้วย้ำอีก.. นางจะไม่ร้องไห้.. จะไม่.. มือเรียวแอบยกขึ้นมาปาดหยาดน้ำใสทิ้งไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตุ

ลมวูบหนึ่งผ่านหน้าไปบอกว่ามีคนกำลังผ่านมา คนทั้งสี่รีบหลบหลังเสาต้นหนึ่งที่ใหญ่พอโดยแบ่งไปเสาละสองคน หรั่นซิ่นหลี่ชะโงกหน้าออกมานิดหนึ่งพอให้เห็นว่าเป้นใครเช่นเดียวกับอินซื่อป๋อ คนที่เดินออกมาจากห้องถูกยามคารวะอย่างนอบน้อมแต่ดูไม่เหมือนคนใหญ่โตแสดงว่าคงเป็นพ่อบ้านแน่นอน

เมื่อยามเดินจากจนพ้นตาไปแล้ว ทั้งสี่จึงแอบตามพ่อบ้านผู้นั้นไปเงียบๆ เมื่อเข้าเขตที่ไร้ผู้คนและลับตาพอสมควร แขนใหญ่พุ่งรวบคอพ่อบ้านดชคร้ายผู้นั้นแล้วบอกให้ทั้งสามตามมา พ่อบ้านถูกอินซื่อป๋อล็อคคอไม่ให้ขยับและจับติดกับกำแพงพร้อมถามเสียงเรียบว่า “ห้องพักของพวกโชซอนอยู่ที่ไหน บอกมาไม่อย่างนั้นเจ้าตาย”

“บะ.. บอกแล้ว บอกแล้ว อย่าทำข้าเลย” พ่อบ้านตอบเสียงสั่นแล้วพยักหน้า “ทางนี้ขอรับ..” มือชี้ไปทางหนึ่ง อินซื่อป๋อจับไหล่เขาไว้ไม่ให้หนีหรือตุกติก ออกแรงโดยมากแต่ไม่กดจนเด่นแล้วให้เดินนำไปตามด้วยอีกสามคน

“อ้าว พ่อบ้านเจ้าคะ” สาวใช้ผู้หนึ่งบังเอิญเดินผ่านมาพอดีทำให้ทั้งห้าต้องหยุดเดินชะงักกึก “พ่อครัวใหญ่บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับท่านจึงให้ข้ามาตาม แล้วสี่ท่านนี้คือ..?”

“บอกไปว่าพวกเราเป็นแขก” อินซื่อป๋อกล่าวเสียงเบา

“ป.. เป็นแขกน่ะ บ… บอกพ่อครัวว่าส่งแขกแล้วข้าจะตามไป” พ่อบ้านตอบ

ได้ยินคำตอบก็อ้าปากร้องอ๋อแล้วไม่ขัดใจอันใด “อ้อ ถ้าเช่นนั้นรบกวนนายท่านแล้ว ข้าขอตัวก่อน” นางเดินจากไป

แต่แล้วข้างหน้าก็มียามเดินผ่านมาอีกหลังพ้นสาวใช้ได้ไม่นานแท้ๆ อินซื่อป๋อดึงพ่อบ้านหลบเข้าห้องหนึ่งแล้วปิดประตูเสียงเบาพร้อมสามคนที่ตามมา ฝีเท้าดังถี่ผ่านไปจนเบาลง

หรั่นซิ่นหลี่หันกลับไปมองว่าห้องนี้คือห้องอะไรแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง “นี่มัน.. แจกันสมัยฮ่องเต้องค์แรก แล้วแท่งหมึกที่หายากที่สุดในแผ่นดิน นั่นมัน.. นั่น.. อาวุธบรอนซ์และเซรามิกสมัยราชวงศ์ซาง!!” นางยืนอึ้ง...

“แม่นางหรั่นมีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วยหรือ?” โม่เหม่ยหยวนหันมาถาม

หรั่นซิ่นหลี่นึกได้ว่าเผลอพลาดไปแล้ว ก็ท่านปู่นางชอบสะสมอาวุธและงานศิลปะ ทำไมจะไม่รู้! “..แค่นิดหน่อยเท่านั้น” นางตอบ

“รีบไปกันเถอะ” อินซื่อป๋อกล่าวก่อนจะเปิดประตูแล้วมองว่าไม่มีคนแล้วจริงๆจึงจะเดินออกไป ทั้งหมดต้องคอยหลบเป็นระยะ เป็นคฤหาสน์ที่วุ่นวายเสียจริง!




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-7-9 21:42:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-7-9 22:35

หนิวหลางจื่อหนี่ ( 1 )
เตรียมเปิดหอ ( 19 ) สัญญาจ้างกลุ่มหงอวี่ - 12

หลังจากหลบมาหลายที่หลายทางพ่อบ้านก็พาพวกเขามาถึงปากทางเข้าที่หนึ่งชี้ไปว่าห้องนั้นผ่านสวนไป “นายท่าน ปล่อยข้าไปได้หรือยังขอรั...” ไม่ทันพูดจบก็โดนอินซื่อป๋อทุบให้สลบก่อนลากไปไว้ในพุ่มหญ้า

“ข้าจะย่องเข้าไปคนเดียวก่อน” อินซื่อป๋อบอกก่อนจะลอบเข้าไป ผ่านไปชั่วครู่เขาก็ส่งเสียงเรียกออกมาเบาๆ ทั้งสามจึงตามเขาไปในห้องเห็นร่างสูงกำลังยืนถือกระบี่ชี้ที่ตัวชาวโชซอนคนหนึ่ง ดูเหมือนเวลานี้เขาจะอยู่คนเดียวในห้อง

“ส่งยาถอนพิษกร่อนสมองมาหรือเจ้าจะตาย” อินซื่อป๋อกล่าว แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบแสร้งฟังไม่รู้เรื่อราว หรั่นซิ่นหลี่ที่รำคาญจะทนและอารมณ์เสียกับการกระทำของกลุ่มหงอวี่ย่างสามขุมเข้าไปยืนข้างอินซื่อป๋อ นัยย์ตาดำแสดงความโกรธาจนผสมกับความงดงามกลืนเป็นนรกสีแดงฉานราวจะแผดเผาคนที่ขวางทางให้มอดม้วยไปในพริบตา นางเพ่งมองอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยบอก “ในเมื่อยามันวิ่งเข้าเส้นเลือด เช่นนั้นหากข้าให้เจ้าดื่มเลือดข้า.. จะเป็นเช่นไร!?”

“...!!” อีกฝ่ายหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด และซีดเผือดราวไก่ต้มขึ้นอีกเมื่อหรั่นซิ่นหลี่จิ้มปิ่นปักผมลงบนปลายนิ้วตัวเองและปาดมันลงบนกระบี่ดันให้มันจ่อที่ต้นคออีกฝ่าย

“หะ.. หัวเตียง ที่หัวเตียงมียาถอนพิษ!”

“น้องโม่” อินซื่อป๋อกล่าว หญิงสาวชุดครามเดินมาถือกระบี่แทนอีกฝ่ายก่อนจะตนเดินไปที่หัวเตียงแล้วหยิบขวดบางอย่างก่อนจะเทออกมา ในนั้นมีสองเม็ด.. อินซื่อป๋อนำเม็ดหนึ่งให้ชายคนนั้นทานแล้วถอยออกมารอดูอาการท่ามกลางสายตาโกรธแค้นของเขา ใบหน้างามนั้นนิ่งงันไม่แสดงสีหน้าอันใด.. ผ่านไปหลายก้านธูปไม่มีอาการข้างเคียงเขาจึงส่งอีกเม็ดให้หรั่นซิ่นหลี่

นางรับมาด้วยสองมือแล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะกลืนมันลงไป พริบตาเดียวกลับมามองชาวโชซอนผู้นั้นเขาก็ลงไปนอนกองบนพื้นเสียแล้ว เห็นอินซื่อป๋อสะบัดแขนเสื้อนางรู้ได้ทันทีว่าคนบนพื้นอนาถนั้นโดนทุบ.. เสร็จภารกิจแล้วทั้งสี่ก็รีบออกมานอกห้องก่อนจะพบว่าพ่อบ้านเหมือนจะฟื้นแล้ว  “มีผู้บุกรุก!!!!!!!!!” เขาตะโกนลั่นคฤหาสน์

“วิ่ง!!!!!” เสียงทุ้มตะโกนลั่นสะเทือนจนขี้หูเต้นระบำเรียกขวัญก้าวเท้านางให้ฉับไวขึ้นประหนึ่งม้าเร็วแต่ก็ยังช้ากว่าสามคนที่มีวิชาตัวเบาอยู่ดี กระทั่งทั้งหมดวิ่งมาถึงลานบ้านมีคนตระกูลหลินจำนวนมากเข้ามาล้อมพวกเขาไว้ บรรยากาศทะมึนอึมครึมบอกได้ด้วยอาวุธในมือของคนโดยรอบและสายตาที่บ่งบอกว่า ‘ตาย’

“น้องโม่ ฝากดูแลแม่นางหรั่นด้วย” อินซื่อป๋อกล่าว ก่อนจะเข้าไปรับกระบี่ที่ฟาดฟันลงมา ลมสะบัดพลิ้วไหวผสานกับเสื้อผ้าหมุนควงระบำราวกระเรียนสะบัดปีกบนผิวน้ำแล้วคนผู้นั้นก็ทะยานขึ้นไปติดขื่อบนเพดาน ก่อนจะมีคนที่สองและสามตามมาถี่ๆ จังหวะหนึ่งที่เขากำลังบิดควงกระบี่อยู่นั้น ทวนเล่มหนึ่งก็ทะลุทะลวงกลุ่มคนผ่านช่องว่างเล็กเข้ามาหมายจะปักกลางหลัง อาหมางเห็นดังนั้นจึงพุ่งตัวเข้าไปตัดทวนหาญเป็นสองท่อนทันทีแล้วยืนหลังติดกับนายท่านตน ขณะนั้นโม่เหม่ยหยวนเองก็รับมือกับคนที่เข้ามาทางตนไม่จบสิ้นโดยคุ้มครองหรั่นซิ่นหลี่ไปด้วย คนชุดแดงได้แต่ยืนนิ่งเพื่อไม่ให้เป็นภาระไปมากกว่านี้ก่อนจะเห็นคนผู้หนึ่งลอบเข้ามาจากข้างบน นางสะบัดเข็มยาสลบไปปักคอเจ้าคนชั่วช้านั่นทันที แน่นอนว่าคนผู้โชคร้ายนั้นก็หล่นลงมาทับคนข้างล่างจนเสียเวลาลุกขึ้นไปมากพอสมควร

ผ่านไปกว่าชั่วยามกลุ่มหงอวี่ก็ปรากฏตัวพร้อมอาวุธครบมือและที่ตรงกลางจุดยืนท่ามกลางมนุษย์กล้ามโตนั้นคือ หง เมี่ยวลั่ว

อินซื่อป๋อมองนางนิ่งก่อนจะเอ่ย “น้องโม่ พาแม่นางหรั่นกระโดดไปก่อน” แล้วคนกับผู้ติดตามก็โถมเข้าใส่คู่ต่อสู้นับสิบ ท่ามกลางสายตาของหรั่นซิ่นหลี่ปรากฏภาพที่สะท้อนคือท่วงท่างดงามราวกับเริงระบำในสายลม วิชาตัวเบาผสานกับดาบและกระบี่ที่ชิงมาจากคนสลบฟันให้คนที่เข้ามาปองร้ายทำได้เพียงหายใจรวยริน

ขณะที่หรั่นซิ่นหลี่กำลังยืนมองนิ่งงันด้วยความไม่อยากจะเชื่อตาตัวเอง โม่ เหม่ยหยวนก็คว้าข้อมือนางแล้วพากระโดดขึ้นไป ตามด้วยอาหมางที่ตามมาตามคำสั่งอินซื่อป๋อ กระนั้นผู้ติดตามที่สุดแสนจะซื่อสัตย์ไม่ยอมให้นายท่านรั้งท้าย เขาหันไปบอกทุกคนให้วิ่งในขณะที่ตนรอคุณชาย อินซื่อป๋อเวลานั้นเมื่อได้จังหวะก็ซัดฝ่ามือผลักอีกฝ่ายถอยเซไปก่อนจะกระโดดหมุนตัวออกมานอกจวนแล้วทั้งหมดก็พากันเร่งฝีเท้าวิ่งทันที หรั่นซิ่นหลี่ที่ไร้เรี่ยวแรงจะขยับต่อถูกโม่เหม่ยหยวนพาขี่หลังแล้วก้าวเท้าวิ่งไปด้วยวิชาตัวเบา

คนบนหลังโม่เหม่ยหยวนยังคงนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นทั้งที่ออกมาจากคฤหาสน์แสนจะโหดร้ายแล้ว หรั่นซิ่นหลี่ไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการต่อสู้แต่ก็ไม่ได้ชื่นชอบ นางไม่เคยถูกสอนวิชาเหล่านั้นและใช่.. เลือดเป็นสิ่งที่ทำให้ความทรงจำแสนโหดร้ายกลับมาไม่หยุดสิ้น นิ้วชี้ที่ตนใช้ปิ่นเจาะเรียกโลหิตตนให้หลั่งไหลรินนั้นยังคงสั่นไม่หยุด ใบหน้างามซุกลงกับแผ่นหลังบางจนคนกำลังวิ่งอยู่นั้นรู้สึกได้ว่ามีอย่างอย่างผิดปกติ กระนั้นก็ไม่อาจถามอะไรในขณะที่กำลังเร่งรีบอยู่แบบนี้

กุบกับ กุบกับ

เสียงรถม้าวิ่งผ่านมาพร้อมร่างของ หยิน เซียงเพียว เถ้าแก่ตำหนักทองพันชั่งนั่นเอง ทั้งหมดรีบกระโดดขึ้นรถม้าแล้วทันใดหรั่นซิ่นหลี่ก็สลบลงด้วยความเหนื่อยล้าและหิวกระหาย นางสะลึมสะลือมองทุกอย่างเคลื่อนที่ไปด้วยสายตาที่พร่ามัว คนก็รีบเร่งควบมันไปจนผ่านไปได้ครึ่งทาง “เถ้าแก่หยิน พวกท่านรีบกลับหอไปก่อน อีกไม่นานคนพวกนั้นต้องตามมาแน่นอน” อินซื่อป๋อกล่าวกับหยินเซียงเพียว เขาพยักหน้าแล้วลงจากรถม้าไป แล้วอาหมางก็กระโดดเข้ามาที่นั่งคนขับแทนก่อนจะสะบัดบังเหียนหนังเคลื่อนตนต่อไป


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -86 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -86 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-11-10 21:50:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-11-10 21:55

ผจญภัยแผนที่หรรษา กับดักแห่งชาติ
“ขอบใจนะ คนแปลกหน้า”
คฤหาสน์ตระกูลหลิน

        ร่างของสตรีร่างเล็กที่เดินทางมาเป็นสัปดาห์นั้นช่างโหดร้ายกับเธอเหลือเกิน ครั้งนี้บางครั้งเธอก็ควรที่จะพักผ่อนบ้างเหมือนกัน แต่กลับไม่อาจทำสิ่งนั้นได้เพราะต้องเร่งในการจัดการอะไรให้เสร็จเรียบร้อย การเดินทางนั้นย่อมมีจุดสิ้นสุด และการเดินทางมักจะนำพาบางสิ่งบางอย่างมาให้เสมอ…

        เป่าหลิงนั้นเดินทางมาจนถึงเมืองสุดปลายเขตของทางทิศนี้แล้วซึ่งนั้นก็คือเมืองเซียงผิง สตรีร่างเล็กนั้นบ่งบอกได้เลยว่าเป็นสตรีที่ยากแก่การจะบอกว่าทำไมนางถึงมีดวงบ้าๆบอๆแบบนี้กันนะ? ทำไมน่ะหรอ? เพราะว่าตอนนี้เธอกำลังจ้องมองใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งกำลังมีใบแผนที่ของเธอที่กำลังแปะใบหน้าของเขาอยู่น่ะสิ…

        เอ๊ะ…!!

        “ทะ..ท่าน ข้าขออภัย!!” เธอที่กำลังวิ่งไปทางนั้นมือเรียวของบุรุษผู้นั้นก็ค่อยๆนำแผนที่นั้นออกจากใบหน้าของเขา ปรากฏเห็นเป็นชายคนหนึ่งซึ่งมีนัยต์ตาสีดำขลับเจ้าเล่ห์ ร่างสูงสง่าผ่าเผย ท่วงท่าดั่งคุณชายตระกูลใหญ่

        “ของเจ้า?” เขานั้นกล่าวถามเล็กน้อยก่อนที่จะนำมันออกแล้วจ้องมองดรุณีน้อยแรกแย้มตรงหน้าของตนเอง.. ไหงออกมาเดินเล่นข้างจวนของตนเองถึงเจอสตรีมาเดินเล่นแบบนี้กันนะ?..

       “ฮ่ะๆ..ใช่ๆของข้าเอง ขอโทษนะข้าไม่ได้ตั้งใจ ลมมันพัดตอนข้ากำลังวาดน่ะ” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะคลียิ้มบางๆ เขาก็ค่อยๆจ้องไปที่แผ่นหนังที่แปะหน้าของตนเอง “แผนที่?” เขาทวนคำที่อยู่ในหัวของตนเองให้สตรีร่างเล็กนั้นได้ยิน เมื่อเธอเดินมาใกล้เขาก็ยิ่งเห็นใบหน้าของสตรีร่างเล็กมากยิ่งขึ้น.. ก่อนที่จะยื่นส่งแผนที่นั้นให้..

        “อะ..ขอบใจๆ ขอโทษนะ ที่มันแปะหน้าท่าน เจ็บตรงไหนหรือปล่าว?” นางกล่าวถามชายตรงหน้าของตนเอง ก่อนที่จะขยับเข้ามาดูใกล้ๆ ส่วนชายหนุ่มนั้นก็ขมวดคิ้วน้อยๆ..แต่ก็ไมไ่ด้ขยับออก ยามเมื่อกลิ่นกายของนางแตะจมูกของเขาคิ้วก็เริ่มสร้างปมเล็กๆ น้อยครั้งจะเจอสตรีที่มีกลิ่นกายเช่นนี้.. แต่ก็นะ ไม่แปลกหรอก..

        “ไม่เป็นอะไรมากนี้..ดีแล้วล่ะ” เป่าหลิงกล่างก่อนที่จะเก็บแผนที่ของตนเอง..
        “เจ้าเป็นนักเดินทาง?” เขานั้นกล่าวถาม เมื่อเป่าหลิงได้ยินก็พยักหน้า “ใช่ ข้ากำลังเดินทางเขียนแผนที่อยู่น่ะ แต่ต้าฮั่นใหญ่เกินไปละ..นี้ข้าก็พึ่งมาถึงเซียงผิงเอง ไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนตรงไหนดี” เธอกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะบิดขี้เกียจ

       “ให้ข้าช่วยไหมล่ะ?” ชายผู้นั้นกล่าวขึ้น ก่อนที่เป่าหลิงนั้นจะเบิกตาเมื่อเขาบอกว่าให้ช่วยหรือไม่ หญิงสาวยิ้มพยักหน้า ก่อนที่เขานั้นจะเหลือบมองรอบๆ แล้วพาเธอเดินออกมาให้ห่างจากตัวคฤหาสน์นั้นเล็กน้อย.. ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวคนอื่นๆจะนินทาว่าร้ายเขาหมด..

        ก่อนที่ทั้งสองจะนั่งพูดคุยกันสักพักเรื่องการเดินทาง ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะไม่รับรู้ถึงความอันตรายในยุทธภพหรืออย่างกัน ถึงเดินทางมาคนเดียวเสียขนาดนี้? ร่างกายก็ผอมแห้งเล็กน้อย คิดหรือว่าจะอยู่ในยุทธภพแห่งนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวกัน?.. เป่าหลิงนั้นวาดแผนที่โดยที่มีชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จักชื่อนั้นคอยบอกเรื่องสถานที่ให้ สำหรับเธอแล้วเขาดูเหมือนสุภาพบุรุษ ที่อ่อนหวาน

        แต่สำหรับฝ้าเฉี่ยแล้ว คนตรงหน้านั้นไม่ได้ต่างกันกับเพื่อนสหายของเธอ…

        ‘ตอแหลคู่...แต่แม่งพูดไม่ได้’ ….

        ใช่แล้ว ทั้งสองนั้นใส่หน้ากากเข้าหากัน ชายคนนั้นก็ใส่หน้ากากโดนที่ไม่บอกว่าตนเองคือใคร เป่าหลิงเองก็ใส่หน้ากาก ว่าเป็นเด็กสาวน่ารักทั้งๆที่ความจริงแล้วนางไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คิดเลยสักนิด.. บ้าจริง ผีไม่เห็นผีบ้างหรือไงกันวะ?...

        ท้ายที่สุดทั้งสองนั้นก็แยกจากกันโดยที่ไม่ได้ถามชื่อกันเสียสักคำ สำหรับเป่าหลิงนางไม่ได้สนใจชายข้างกายของตนเองอยู่แล้ว แต่สำหรับชายที่ช่วยเธอทำแผนที่นี้สิ?? เขาคิดอะไรอยู่ถึงลดตัวมาช่วยสตรีร่างเล็กนั้นวาดแผนที่กันนะ?...

        เป่าหลิงนั้นเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมใกล้ๆนี้เพื่อที่จะนอนพักผ่อน เพราะการวาดแผนที่นี้กินเวลาช่วงบ่ายของเธอเสียเต็มๆ ส่วนชายหนุ่มนั้นก็ได้แต่มองสตรีร่างเล็กที่เดินจากไป ก่อนที่จะมีนายทหารเดินเข้ามาเพื่อตามตัวเขากลับคฤหาสน์ตระกูลหลินซึ่งตนเองนั้นเป็นเจ้าของ…..


        เขตหวงห้าม
สำนักฉวนเจิน สำนักที่จะไม่มีทางเข้าไปเหยียบเลยเด็ดขาด..แม่งเอ่ยย ย

        เมืองต่างๆ ในเขตพื้นที่นั้น
        (อื่นๆ)  { เมืองฉางผิง } บ้านสกุลจิ่ว บ้านคนไงล่ะ
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองฉางผิง } ตลาดเหยียนตั๋น มันก็จะเหนื่อยๆหน่อย
        (สำคัญ) { เมืองฉางผิง } ร้านเกามู่จวงซาน เป็นซัพพลายเออร์ จัดจำหน่ายเครื่องเทศทุกชนิดต่อ "พ่อค้าคาราวาน" "พ่อค้าใหญ่เครื่องเทศ" "พ่อครัว" "เถ้าแก่โรงเตี๊ยม" "เถ้าแก่หอโคมเขียว" เท่านั้น
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองฉางผิง } ทุ่งหญ้าเจ่าซ่าง |早上 ก็ทุ่ง..ไง

        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเป่ยผิง } ลานกว้าง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเป่ยผิง } โรงเตี๊ยมดวงตะวัน ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเป่ยผิง } ตลาดกลางเมือง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเป่ยผิง } หอเยวี่ยหง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (อื่นๆ) { เมืองเป่ยผิง } โรงหมอฉีเป่ย ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว)  { เมืองเป่ยผิง } ร้านเผี้ยนอี้ฝาง 便宜坊 รวมมิตรเมนูเป็ด
        (สถานที่ท่องเที่ยว)  { เมืองเป่ยผิง } บ่อน้ำร้อนผิงหลัน ไปลงอ่างกันเถอะ
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเป่ยผิง } ศูนย์สาขา - พรรคกระยาจก ไม่ได้เข้าไป
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเป่ยผิง } โรงน้ำชายามสาย หิวขนมจังเลย..
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเป่ยผิง } ชายหาดเป่ยผิง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเป่ยผิง } เทือกเขาเยียนซาน | 燕山 เป็นหนทางจากโยวโจว เข้าสู่ ด่านซานไห่กวน
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเป่ยผิง } ป่าตะวันตก ถางป่ากันเถอะ
        (สถานที่ท่องเที่ยว)  { นอกเมืองเป่ยผิง } ท่าเรือฝาไห่ สำหรับเรือประมงและเรือสินค้าที่แล่นในทะเลป๋อไห่
        (สถานที่ท่องเที่ยว)  { นอกเมืองเป๋ยผิง } น้ำตกหนิงเจียว ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเป่ยผิง } ลำธารจื่อเยว่ -:- สะพานไม้ไผ่จูเชว่ ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเป่ยผิง } ทุ่งดอกไม้ ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเป่ยผิง } ตีนเขาสำนักฉวนเจิน …..เอ่อ มันขึ้นไปไหนนะ?


        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเซียงผิง } ย่านการค้าเมืองเซียงผิง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเซียงผิง } ตำหนักทองพันชั่ง สาวหอนี้สวยมักๆ
        (สถานที่ท่องเที่ยว) ( เมืองเซียงผิง ) ท่าเรือเมืองเซียงผิง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเซียงผิง } ลานกว้างประจำเมืองเซียงผิง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเซียงผิง } ย่านการค้าตะวันตกเมืองเซียงผิง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { เมืองเซียงผิง } โรงเตี๊ยมอวิ๋นจงเกอ ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (อื่นๆ) { เมืองเซียงผิง } คฤหาสน์ตระกูลหลิน ใจดีจังเลยอ่ะ? ‘-’ เขาให้แผนที่มาด้วย ซึ้งใจ ;w;
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเซียงผิง } ถ้ำฉงหู่ ไม่มีอะไรพิเศษนะ?
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเซียงผิง } สุสานอาฉีน่า สถานที่ดีๆ
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { นอกเมืองเซียงผิง } ศาลเจ้าร้าง แม่งน่าเผาจริงๆ...
        (สถานที่ท่องเที่ยว) { ป่านอกเมือง-เมืองเซียงผิง } ป่าอวี้ผิง ไม่มีอะไรพิเศษนะ?








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -182 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -182 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดวงตาสวรรค์
กระบี่มารพันปี
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x34
x25
x9999
x3546
x4763
x19
x50
x55
x100
x9999
x4590
x1930
x5778
x4680
x3309
x54
x20
x500
x100
x100
x20
x9999
x2700
x5
x100
x20
x907
x1
x1
x14
x1
x5
x10
x1105
x10
x1
x9999
x200
x2
x68
x9079
x100
x41
x1
x1
x562
x1
x164
x3
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x14
x5
x2
x2
x20
x3
x12
x7
x2
x142
x50
x2
x3
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x35
x212
x1708
x50
x8
x3
x129
x2494
x7200
x5072
x2656
x3908
x835
x15
x1457
x171
x2464
x52
x140
x444
x299
x7459
x5449
x6423
x739
x1

26

กระทู้

743

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

ก็มาดิครับ

เงินชั่ง
6005
เงินตำลึง
1080568
ชื่อเสียง
152603
ความหิว
802

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
915
ความชั่ว
835
ความโหด
1856
คาเนซิส ดิ ลาสเครีย(ราคะ)
เลเวล 1

โจว เจ๋อข่าย

"ข้างดงามแล้วหรือยัง"
pet
โพสต์ 2019-2-10 14:22:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-2-10 15:33

สัญญาจ้าง (ยุทธการไข่เน่า)


          เส้าเทียนตามร่างโปร่งจนมาถึงหน้าจวนสกุลหลินที่เขียนป้ายชื่อสกุลหน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองเซียงผิง ทั้งสองลอบมองดูซ้ายขวาประหนึ่งราวกับสายลับทำภารกิจสุดยิ่งใหญ่เกรียงไกรเปล่าหรอกแค่เกริ่นนำให้มันดูดีเฉยๆ อันที่จริงโครตแตกต่างลิบลับเลยทีเดียว

          “มีแผนหรือเปล่า” นัยน์ตาสีดำคมกริบเหลือบมองใบหน้าของเขาสวมใส่หน้ากากจิ้งจอกไว้ อันแรกสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆนั่นคือแผนการจวนใหญ่ขนาดนี้ย่อมมีคนอยู่มาก

          “หึ” ยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ “คนอย่างข้าต้องมีแผนอยู่แล้ว” ร่างโปร่งแสยะยิ้มพลางสอดส่องดูทางเพื่อหาทางเข้าในบริเวณที่ไม่มียามเฝ้าอยู่ขยับหน้ากากเล็กน้อยให้ใส่ตรงกับหน้า

          ทั้งสองเดินลัดเลาะริมรั้วกำแพงจวนกันอย่างระมัดระวัง “แผนที่ว่าคืออะไร” เสียงทุ้มติดหวานถามอย่างตะขิดตะขวงใจรู้สึกเหมือนจะมีลางร้ายไม่ดีอย่างไงอย่างงั้น ร่างสูงแอบมองยามที่เฝ้าอยู่ทางด้านฝั่งซ้ายมีอยู่สองคนแต่ส่วนด้านฝั่งขวาไม่มีคนอยู่ “ทางนี้โล่ง” เอ่ยเสียงแผ่วเบากระซิบกระซาบให้ได้ยินแค่สองคน

          เผิงซานโหวสังเกตการระยะไกลด้วยสายตาอันเฉียบแหลม น้ำเสียงทุ้มละมุนตอบคำถาม “เราจัดการเสร็จแล้วจากนั้นก็จะ…” เว้นประโยคคำพูดไว้ให้ชวนน่าติดตามเล่ห์แพรวพราว “หนี”

          ‘หนี!?’

          ขมวดคิ้วเป็นปมนี่สรุปรอฟังคำตอบอะไรวะเนี่ย รู้สึกปวดหัวกับคนแบบนี้ก่อนจะกระโดดตัวเบาขั้นสูงเข้าไปในกำแพง เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทางเดินแน่นอนว่าเส้าเทียนต้องการให้มันอย่างงั้น ไม่อยากคุยด้วยแล้ว!

           “.....”

           ตัวเบาขั้นสูงของทั้งสองใช้กระโดดลอบเข้ามาในกำแพงด้านในจากนั้น ด้วยสายตาที่กว้างไกลของทั้งสองที่ชำนาญจึงไม่ใช้เรื่องยากที่จะลักลอบเข้ามาในจวนสกุลหลิน ฝีเท้าเบายิ่งกว่าแมวทักษะความคล่องแคล่วรวดเร็วนั้นเป็นประโยชน์แก่การหลบซ่อนตามมุมต่างๆเวลามีคนเดินผ่าน

          บุรุษทั้งสองคนใช้ตัวเบาเดินขึ้นไปบนหลังคาเบาๆเมื่อปลอดโปร่งโล่งผู้คนในระแวกยกตัวย่องๆเดินฝีเท้าเงียบ อยู่ข้างบนหลังคาทำให้เห็นรอบข้างทุกส่วนของด้านล่างได้หากมองดีๆจะรู้ว่าเวรยามที่นี่หนาแน่น

          อยู่ในจุดที่เสี่ยงโดนเห็นจึงพากันขยับหลบเดินชิดๆติดๆ เผิงซานโหวเมื่อเห็นว่าจุดตรงนี้ปลอดภัยจึงเริ่มทำการงัดแงะแผ่นกระเบื้องหลังคาออกแผ่นนึง นัยน์ตาสีทองมองดูก่อนจะหันมามองหวงเส้าเทียนที่สอดส่องด้วยเช่นกัน “เจ้าสัวหลินโมกำลังกินข้าว เรามายิงใส่พวกคนบนโต๊ะดีกว่า”

          “ยิงไข่เน่า…” นัยน์ตาสีดำบังเอิญเห็นคนที่รู้สึกคุ้นๆบุรุษผู้ซึ่งทำให้เขาตกหน้าผาพร้อมกับชายอีกคน

          อ้าวเฮ้ย โลกกลมขนานแท้อยู่ดีๆก็ได้ชำระแค้นที่ค้างคาในอดีตซะงั้น บนโต๊ะมีคนนั่งอยู่หกคนหนึ่งในหกนั้นมีสตรีอาภรณ์แดงหน้าสะสวยอยู่ ร่างสูงนำหนังสติ๊กออกมาเล็งพร้อมกับไข่เน่าเล็งไปที่คนที่ชายที่เคยทำเขาตกหน้าผา

          ฟิ้ววว โบ๊ะ!

          ไข่เน่าพุ่งกระทบใบหน้าคมสันแตกกระจายดาเมจกลิ่นไข่พุ่งทะลวงคนรอบโต๊ะ แล้วไข่เน่าที่เผิงซานโหวยิงนั้นก็แตกลงบนศีรษะหลินโม่

          ท็อปฟอร์มคู่!!!

         ไม่รอช้าซัดไข่เน่าบันเทิงยิงออกไปอีกหลายลูกคนบนโต๊ะหน้าหลบหลีกไข่เน่าแต่ก็ไม่รอดเอื้อมมือของทั้งสองอยู่ดีกระจัดกระจายเต็มห้องอาหารแต่ละคนโดนกันไปมิใช่น้อยกลิ่นนั้นเหม็นรุนแรงจนน่าอาเจียน

          กลุ่มหงอวี่แตกตื่นเมื่อเจอการลอบทำร้ายที่น่ารังเกียจ “จัดการจับตัวพวกมันมา” หลินโม่ผู้เป็นพ่อบุญธรรมออกคำสั่งเดือดดาลก่อนจะลุกออกไปพร้อมกับไข่แฉะๆเหนียวๆไหลเปรอะบนศีรษะ

          พี่ใหญ่กลุ่มหงอวี่ออกจากห้องมาจัดการศัตรูที่บุกเข้าแม้เนื้อตัวจะเปรอะเลอะเทอะจากไข่เน่าที่เปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้าอาภรณ์คนที่โดนหนักที่สุดคือเติ้งเจาถังเต็มหน้าเน้นๆ “ถ้าจับเป็นไม่ได้ก็จับตาย” อู่ฮั่นซันตะโกนบอกพี่น้องทั้งสี่

           เผิงซานโหวเห็นคนพวกนั้นยกพวกมา “หนีเร็ว” พูดจบก็กระโดดตัวเบาหนีออกจากหลังคาโดยที่ร่างสูงตามอยู่

          ฟิ้ววว!

          เส้าเทียนกำลังหนีตามร่างโปร่งเข้ามาในตรอกซอกข้างๆจวนมีกระสอบข้าววางเรียงหลายอยู่เต็มไปหมด ทั้งสองหันมองหน้ากันแล้วมุดพากันหลบแถวๆกระสอบข้าวหลบชนิดที่เบียดเสียดเพราะความแคบ หายใจแผ่วเบาเมื่อมีคนวิ่งมาก็หยุดหายใจ...

           “คนร้ายมาทางนี้” โดยมีเสียงของทั้งคนกลุ่มหงอวี่และเวรยามวิ่งไล่ตามประหนึ่งหนังอินเดีย…

            เวรยามเดินเข้ามาสำรวจข้างในแต่ไม่พบเจอสิ่งผิดปกติจึงพากันไปทางอื่นต่อ

          “.....”

          แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย

          เขาแอบชำเลืองมองเวรยามในจวนสกุลหลินที่วิ่งออกไปที่ทาง ร่างสูงค่อยๆออกจากที่หลบซ่อนพร้อมๆกับเผิงซานโหวสับตีนแตกวิ่งออกไปอีกทางดูเหมือนอีกฝ่ายจะเคยมาที่นี่หรือเปล่า ดูรู้ทางหนีทีไล่ดี

          แต่ก็ช่างมันเถอะ วิ่ง!!!

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +5 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2019-2-10 14:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -110 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -110 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เซราฟหรือเซเรฟ?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระจกหมื่นทิวา
โล่หวงจู้(เก๊)
ผ้าปิดตา
ตัวเบาขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ฝ่ามือพิษงูทวาร
ปราณทานตะวัน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x88
x8
x5
x224
x3044
x1
x49
x2376
x900
x300
x107
x51
x3
x40
x99
x75
x4
x60
x2
x100
x10
x10
x12
x1
x9999
x10
x186
x100
x100
x8
x2
x15
x4
x12
x4
x32
x112
x832
x73
x2
x279
x2
x1292
x2698
x1
x9999
x1
x54
x37
x1315
x6
x610
x15
x20
x151
x7
x11
x130
x11
x5
x2
x5
x237
x175
x2
x720
x2
x3
x254
x500
x24
x88
x13
x4
x390
x15
x5
x35
x56
x25
x13
x4
x270
x449
x4557
x10
x7241
x16
x325
x14
x17
x240
x221
x472
x9
x68
x11
x36
x54
x1
x1105
x6
x7
x84
x743
x6934
x139
x755
x808
x195
x802
x9999
x458
x6
x3490
x3072
x2472
x4800
x36
x186
x17
x221
x101