ดู: 619|ตอบกลับ: 5

{ เมืองหานตาน } อนุสรณ์สถาน แม่ทัพแห่งรัฐจ้าว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-25 09:00:10 |โหมดอ่าน



{ เมืองหานตาน - อนุสรณ์สถาน แม่ทัพแห่งรัฐจ้าว }


แม่ทัพเหลียนผ๋อ (Lian Po) เป็นหนึ่งในสี่ขุนพลเทพแห่งยุคชุนชิว (มีไป๋ฉี หวังเจี้ยน หลี่มู่ และ เหลียนผ๋อ)
เขาผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากศึกฉางผิง  เป็นแม่ทัพที่เยือกเย็น ห้าวหาญ
สุขุมของรัฐจ้าวนอกจากความซื่อสัตย์ที่มีต่อรัฐจ้าว


เขายังนับว่าเป็นเสาหลักที่สำคัญของรัฐจ้าว ตราบใดที่รัฐจ้าวมี แม่ทัพเหลียนผ๋อ
และ กุนซือหลินเซี่ยงหรู รัฐจ้าวก็มิมีวันแตก แต่หากใดเจ้ารัฐจ้าวสูญเสียทั้งสอง
วันนั้นคือวันล่มจมของรัฐจ้าว

หลังสิ้นรัฐจ้าว ชาวบ้านแอบสร้างอนุสรณ์แห่งนี้ขึ้นมาไว้เคารพบูชาวีรบุรุษแห่งรัฐจ้าว
แม่ทัพผู้เยือกเย็นและเป็นปราการที่แข็งแกร่งของรัฐจ้าว โดยข้างๆ มีศาลาที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ




วีรกรรมแม่ทัพเหลียนผ๋อใน "ศึกฉางผิง"
       เริ่มมาจากรัฐฉินต้องการตีรัฐหาน แต่รัฐหานรู้ว่าสู้ไม่ได้เลยไปขอความช่วยเหลือจากรัฐจ้าวที่อยู่ข้างๆ และรัฐจ้าวยินดีช่วยเหลือเพราะมีความไม่พอใจรัฐฉินมานานแล้ว จึงแต่งตั้งให้เหลียนผ๋อเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทหารสี่แสน ไปที่ฉางผิงซึ่งอยู่ในรัฐหาน เหลียนผ๋อรู้ดีว่าแม่ทัพไป๋ฉีของฉินนั้นเก่งกล้าสามารถแค่ไหน จึงไม่เสี่ยงที่จะทำศึกที่เน้นรุก แต่จะเน้นตั้งรับมากกว่า โดยได้บัญชาการให้สร้างหอคอยจำนวนมากรอบๆ ฉางผิงเอาไว้ ซึ่งก็ได้ผล สามารถยันการบุกของรัฐฉินได้นานถึงสามปีและได้วางแผนไว้ว่าเมื่อทหารอ่อนเพลียมาก ก็จะส่งทัพม้าเหล็กของรัฐจ้าวที่มีคำเล่าขานว่าแข็งแกร่งดุจมังกรไปช้ำเติม ก็มีชัยโดยง่ายและอาจฆ่าไป๋ฉีไปด้วยหากเป็นไปได้ เพราะคนผู้นี้อันตรายเกินไป
        แต่ไป๋ฉีกลับใช้กลยุทธหนึ่ง เพราะรู้ดีว่าการศึกนี้จะยืดเยื้อแน่ๆ ต้องทำสักวิธีให้เหลียนผ๋อหายไปจากศึกนี้ให้ได้ แล้วฉินจะชนะแน่นอน อุบายคือแกล้งปลดตัวเอง แล้วไปติดสินบนแคว้นเล็กแคว้นน้อยรอบๆ รัฐจ้าว ให้ไปเป่าหูจ้าวหวางว่า การทำศึกแบบตั้งรับนี้ไม่ใช่วิสัยนักรบ จ้าวหวางคนใหม่ซึ่งหูเบาผิดกับจ้าวหวางองค์ก่อนก็เชื่อแบบนั้น และไม่พอใจแผนการยันฉินครั้งนี้ของเหลียนผ๋อ จึงได้ตั้งจ้าวกว๋อเป็นแม่ทัพใหญ่แทน จ้าวกว๋อนี้เป็นบุคคลประเภทเชื่อในทฤษฎีกลยุทธมาเกินไป เวลาปฏิบัติจริงก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า และไม่ยอมฟังคำเตือนของเหลียนผ๋อที่ให้ใช้กลยุทธตั้งรับ แต่จ้าวกว๋อกลับดึงดันบุกแบบเต็มกำลัง ผลปรากฎว่า แพ้ราบคาบ เป็นที่มาของคำว่า "กลยุทธบนแผ่นกระดาษ" หมายถึงคนที่ดีแต่พูดแต่ทำให้เกิดขึ้นจริงไม่ได้ หลังจากจ้าวกว๋อตายลง แทนที่กองทัพจะพยายามตีฝ่าออกจากวงล้อม ทหารรวมถึงชาวเมืองฉางผิงราว 450,000 ถูกฆ่าตาย ไป๋ฉีที่กำลังจะบุกต่อแต่มีคำสั่งจากฉินหวางให้กลับรัฐฉินจึงยกเลิกการบุกเพียงแค่นั้น แต่รัฐจ้าวหลังจบศึกนี้ ก็ได้เริ่มนับก้าวสู่การล่มสลาย เหลียนผ๋อได้ถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่อีกครั้งเพื่อยันการบุกของรัฐเยี่ยน ซึ่งก็ทำได้สำเร็จแต่กษัตริย์ก็โดนเป่าหูอีกเช่นเคย จนไม่ไว้ใจในตัวเหลียนผ๋อ จนเหลียนผ๋อเกรงอันตรายมาถึงตัวเช่นเดียวกับไป๋ฉีจึงได้เดินทางสู่รัฐเว่ย อยู่รัฐเว่ยสักพักก็ไปอยู่รัฐฉู่ เหลียนผ๋อที่มีอายุยืนถึงขนาดเห็นการล่มสลายของรัฐจ้าวด้วยตาตัวเอง เขาก็รู้สึกทอดถอนหายใจด้วยความภักดีจนวินาทีสุดท้ายของตัวเอง หากจ้าวหวางไม่ทรงเชื่อคำยุยงไป๋ฉีในตอนนั้น รัฐจ้าวก็ชนะรัฐฉินได้สบายแล้วแท้ๆ

คลังกระทู้ที่เกี่ยวข้อง:

79

กระทู้

853

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
13760
เงินตำลึง
2372
ชื่อเสียง
13432
ความหิว
244
คุณธรรม
554
ความชั่ว
0
ความโหด
8
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-12-25 15:05:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เคารพแม่ทัพแห่งรัฐจ้าว




    ทั้งสองเดินเรื่อยๆ จนมาถึงที่หมาย อนุสรณ์สถานแม่ทัพแห่งรัฐจ้าว โดยรอยๆ คือความแห้งแล้งของหน้าหนาวที่มีเพียงต้นสนเท่านั้นที่ยังเขียวหากแต่ต้นไม้ต้นอื่นเหลือแต่กิ่งก้านโดยไร้ใบ สีขาวของหิมะปกคลุมไปทั่ว... ให้ความรู้สึกที่ผิงผิงบอกไม่ถูก แต่ก็กระนั้นก็ยังมีชาวบ้านมาเคารบูชาอยู่เหมือนกัน ข้างๆ กันนั้นมีศาลาไว้พักผ่อน โดยมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ ผิงผิงมองด้วยความสนใจ ก่อนจะเดินตามหลิวเทียนไปเคารพบูชาอนุสรณ์สถานแม่ทัพแห่งรัฐจ้าว "มีคำกล่าวว่า ตราบใดที่รัฐจ้าวมี แม่ทัพเหลียนผ๋อ และ กุนซือหลินเซี่ยงหรู รัฐจ้าวก็มิมีวันแตก แต่หากใดเจ้ารัฐจ้าวสูญเสียทั้งสอง วันนั้นคือวันล่มจมของรัฐจ้าวและเป็นจริงดังที่เขาว่า"
    "นอกจากนั้นมีอะไรอีกหรือไม่เจ้าคะ?" ผิงผิงเอ่ยด้วยความสงสัยอีกตามเคย แต่หลิวเทียนยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินไปทางศาลา เด็กสาวสงสัยแต่ก็เดินตามไป
    "ท่านผู้เฒ่า ข้าน้อยและสหายขอนั่งภายในศาลาด้วยนะครับ" หลิวเทียนเอ่ยขออย่างสุภาพก่อนจะก้มหัวเชิงขออนุญาต ผิงผิงเองก็ทำตามส่วนชายชรานั้นยิ้มอ่อนโยนมองเด็กรุ่นหลานทั้งสองคนอย่างเอ็นดู "เข้ามาสิแม่หนู พ่อหนุ่ม"
    "ท่านผู้เฒ่าเจ้าค่ะ ที่นี่อากาศหนาว ทำถึงนั่งตากลมเจ้าคะ?" ผิงผิงถามด้วยความสงสัย หลิวเทียนแตะแขนเบาๆ
    "ขออภัยแทนสหายข้าด้วยขอรับ แต่หากท่านผู้เฒ่าโดนอากาศเย็นจะป่วยเอาได้นะครับ" หลิวเทียนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
   "ข้ารอลูกชายมารับ เจ้านั้นทำของหล่นระหว่างทางจึงกลับไปเอา" ชายชราใจดีช่วยเอ่ยแก้ไขความสงสัยให้ทั้งสอง ก่อนจะยิ้มๆ "พวกเจ้าสนใจฟังเรื่องแม่ทัพแห่งรัฐเจ้าหรือไม่?"
    "สนใจเจ้าค่ะ"
    "รบกวนท่านผู้เฒ่าช่วยเล่าให้พวกเราฟังด้วยครับ"
    "พวกเจ้าเคยได้ยิน กลยุทธบนแผ่นกระดาษ หรือไม่?" ชายชราถาม หลิวเทียนพยักหน้าน้อยๆ ส่วนผิงผิงส่ายหน้ารัวๆ ชายชราหัวเราะอย่างเอ็นดู
    "หมายถึงคนที่ดีแต่พูดแต่ทำให้เกิดขึ้นจริงไม่ได้  ต้องเริ่มเล่าจากรัฐฉินต้องการตีรัฐหาน แต่รัฐหานรู้ว่าสู้ไม่ได้เลยไปขอความช่วยเหลือจากรัฐจ้าวที่อยู่ข้างๆ และรัฐจ้าวยินดีช่วยเหลือเพราะมีความไม่พอใจรัฐฉินมานานแล้ว จึงแต่งตั้งให้เหลียนผ๋อเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทหารสี่แสน ไปที่ฉางผิงซึ่งอยู่ในรัฐหาน เหลียนผ๋อรู้ดีว่าแม่ทัพไป๋ฉีของฉินนั้นเก่งกล้าสามารถแค่ไหน จึงไม่เสี่ยงที่จะทำศึกที่เน้นรุก แต่จะเน้นตั้งรับมากกว่า โดยได้บัญชาการให้สร้างหอคอยจำนวนมากรอบๆ ฉางผิงเอาไว้ ซึ่งก็ได้ผล สามารถยันการบุกของรัฐฉินได้นานถึงสามปีและได้วางแผนไว้ว่าเมื่อทหารอ่อนเพลียมาก ก็จะส่งทัพม้าเหล็กของรัฐจ้าวที่มีคำเล่าขานว่าแข็งแกร่งดุจมังกรไปช้ำเติม ก็มีชัยโดยง่ายและอาจฆ่าไป๋ฉีไปด้วยหากเป็นไปได้ เพราะคนผู้นี้อันตรายเกินไป
        แต่ไป๋ฉีกลับใช้กลยุทธหนึ่ง เพราะรู้ดีว่าการศึกนี้จะยืดเยื้อแน่ๆ ต้องทำสักวิธีให้เหลียนผ๋อหายไปจากศึกนี้ให้ได้ แล้วฉินจะชนะแน่นอน อุบายคือแกล้งปลดตัวเอง แล้วไปติดสินบนแคว้นเล็กแคว้นน้อยรอบๆ รัฐจ้าว ให้ไปเป่าหูจ้าวหวางว่า การทำศึกแบบตั้งรับนี้ไม่ใช่วิสัยนักรบ จ้าวหวางคนใหม่ซึ่งหูเบาผิดกับจ้าวหวางองค์ก่อนก็เชื่อแบบนั้น และไม่พอใจแผนการยันฉินครั้งนี้ของเหลียนผ๋อ จึงได้ตั้งจ้าวกว๋อเป็นแม่ทัพใหญ่แทน จ้าวกว๋อนี้เป็นบุคคลประเภทเชื่อในทฤษฎีกลยุทธมาเกินไป เวลาปฏิบัติจริงก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า และไม่ยอมฟังคำเตือนของเหลียนผ๋อที่ให้ใช้กลยุทธตั้งรับ แต่จ้าวกว๋อกลับดึงดันบุกแบบเต็มกำลัง ผลปรากฎว่า แพ้ราบคาบ นั้นจึงเป็นที่มาของ กลยุทธบนแผ่นกระดาษ" ชายชราเล่าให้เด็กหนุ่มสาวทั้งสองฟัง พวกเขาฟังอย่างตั้งใจและหลิวเทียนออกจะแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมผู้เฒ่าท่านนี้ถึงรู้อย่างลึกซึ้งเช่นนี้เหมือนกับว่าเขาเคยอยู่ในเหตุการณ์อย่างไรอย่างงั้น...       
       "ท่านพ่อ ข้ามารับท่านแล้ว" เสียงชายหนุ่มเอ่ยร้องเรียกดังมาแต่ชาย ชายชรายิ้มให้กับทั้งสอง หลิวเทียนและผิงผิงลุกขึ้นยืนเพื่อส่งชายชรา ชายชราเดินไปหาลูกชายที่ขี่เกวียนมารับก่อนจะจากไป ผิงผิงกับหลิวเทียนนั่งพักและคุยกันในศาลากันต่อ
        "เสี่ยวผิง เจ้าสนใจเฉพาะเกี่ยวกับการรบ สงครามจริงๆ" หลิวเทียนเอ่ยขึ้น
        "ข้าว่าฟังดูน่าสนุกออก เพราะข้าคงไม่มีหัวในเรื่องเรียนอ่านเขียนกลอนหรอก" ผิงผิงเอ่ยพลางโดนหลิวเทียนทำสีหน้าดุๆ ใส่
        "ศึกสงครามนั้นไม่มีอะไรน่าสนุก มันไม่เคยให้อะไรกับผู้ใด มีแต่เสีย" หลิวเทียนเริ่มต้นสอนผิงผิง
       "สงคราให้แต่ศูนย์เสีย ชีวิต สิ่งของ พื้นที่ทำมาหากิน และคนที่โดนผลกระทบมากที่สุดคือชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย"
        "ข้าเข้าใจ... ที่ข้าสนเพราะไม่ได้อยากไปรบราฆ่าฟันแต่ข้าเติบโตมาในค่ายทหารพยัคฆ์ที่ฉางอัน..." ผิงผิงนิ่งไปก่อนจะเล่าต่อ
        "ข้าเกิดและเติบโตที่เส้นทางสายไหม ครอบครัวข้าเป็นกองคาราวาน... พวกชงหนูโจมตีกองคาราวานของครอบครัวข้า ข้าถูกจับมาแต่ยังดีที่กองทัพของแม่ทัพเว่ยเป็นผู้ช่วยเหลือเหล่าเด็กๆ เอาไว้ และให้ที่พักพึงแก่พวกเราที่เป็นเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า ข้ามิได้โทศโชคชะตาหรอกแต่ข้าขอบคุณเพราะข้าได้พบและรู้จักพี่ๆ ในค่ายทหาร ไหนจะพ่อครัวใหญ่ที่เอ็นดูข้า สอนข้าในการทำอาหารอีกเล่า แต่นั้นแหละที่ทำให้ข้าเรียนเพียงอ่านออกเขียนได้ก็โดดเรียน.." ตอนท้ายผิงผิงเบาเสียงลงเพราะเจอสายตาดุๆ ของหลิวเทียน เธอจะลืมไปได้อย่างไรว่าคนข้างๆ เป็นบัณฑิต! หลิวเทียนนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรมากแต่ดูเหมือนเขาจะสะดุ้งอะไรนิดหน่อยจริงๆ แต่เขาก็พอเข้าใจผิงผิงบ้างที่ต้องพลัดพลากจากครอบครับเพราะพวกชงหนูที่อาลาวาดอยู่นอกด่านทางตะวันตก "เจ้า... คงเป็นชาวเปอร์เซีย?"
       "ใช่เจ้าค่ะ ข้าเป็นสาวเปอร์เซีย แต่ดูเหมือนท่านยายจะเคยบอกว่า ท่านพ่อข้าคือชาวฮั่น แต่เขาไม่อยู่ตั้งแต่ข้าเกิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่จะเป็นอย่างไรบ้าง" ผิงผิงเอ่ยพลางตาแดงนิดๆ เมื่อเอ่ยถึงครอบครัว สำหรับเธอแล้วครอบครัวคือจุดอ่อนที่ร้ายแรงมาก
        "อ่า เจ้าอย่าร้องน้า ไม่ร้องๆ" หลิวเทียนรีบเอาผ้าเช็ดหน้ายื่นให้เด็กสาวเพื่อซับน้ำตา ผิงผิงเพียงรับมาถือไว้เพราะเธอไม่ได้ร้องไห้ออกมาจริงๆ
        "ข้าไม่ร้องหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงสงสัย... เด็กที่เติบโตมากับข้าในค่าย ทำไมพวกเขาถึงต้องการแก้แค้น?"
       "คนเรานั้นความคิด จิตใจต่างกัน คงเพราะเจ้าใสซื่อจนเกินไป จนไม่ได้คิดจะไปแก้แค้น?" หลิวเทียนเอ่ยถาม
       "คงงั้นเจ้าค่ะ ข้ามิได้ต้องการไปแก้แค้น แต่ข้าอยากจะท่องเที่ยวให้ทั่วแผ่นดินนี้แล้วค่อยไปตามหาท่านแม่เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้นพอที่จะปกป้องทุกคนในกองคาราวานได้ เพราะข้าเชื่อว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่" ผิงผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส เธอเชื่อมั่นแบบนั้นจริงๆ หลิวเทียนยิ้มให้กับความมองโลกในแง่ดีของผิงผิง เขาหวังว่าคงไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้เด็กสาวที่น่ารักสดใสคนนี้เปลี่ยนไป...
        "งั้นเดี๋ยวเราไปที่ย่านแถวช่างฝีมือกันดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าอยากดูอาวุธ"
        "นั้นสิครับ เจ้ามีแต่กระบี่ไม้" หลิวเทียนเอ่ยเพราะเขาสังเกตมาตลอดว่าทำไมเจ้าตัวไม่ยอมหาอาวุธดีๆ เสียบ้าง
   


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x4
x3
x90
x2
x1
x10
x50
x10
x8
x20
x1
x10
x40
x24
x32
x18
x6
x40
x10
x28
x68
x58
x28
x2
x20
x162
x8
x2
x50
x312
x40
x60
x1
x60
x20
x135
x54
x28
x50
x100
x5
x30
x15
x34
x1
x15
x20
x43
x1
x20
x251
x510
x380
x80
x252
x149
x100
x23
x68
x290
x70
x2
x221
x5
x115
x400
x66
x45
x13
x1
x1
x25
x9
x3
x42
x10
x10
x33
x127
x4
x47
x1
x38
x1
x100
x75
x50
x1173
x6
x6
x2
x30
x41
x74
x349
x150
x2
x2
x378
x10
x145
x386
x365
x20
x33
x86
x3
x54
x120
x1
x18
x7
x5
x162
x8092
x38
x541
x1100
x3221
x25
x612
x1075
x12
x17
x25
x51
x57
x121
โพสต์ 2018-3-7 22:14:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-3-8 16:28

{เควสทำดีได้ดี}
            ภายในลานกว้างของสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คน ต้นไม้ต่างสูงส่งไหวไปตามกระแสลมและผู้คนเบื่องล่าง อากาศเหมือนแบ่งเขตภายในแถว มีเขตบางๆที่เย็นกับร้อนให้เห็นชัดเจน
                เมิร์กที่รีบออกเดินทางมาจากโรงเตี้ยมอย่างรวดเร็วก็มาหยุดตรงหน้าแถวยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยผู้คนไม่ว่าจะเป็นผู้คนธรรมดาคนดูมีฐานะ หรือแม้แต่ชาวบ้านจนๆเสื้อเก่าขาดวิน
                ‘เป็นอย่างที่ชาวบ้านพูดจริงๆด้วย’ เมิร์กคิดอย่างดีใจ สมแล้วที่เขาเลือกคนถามไม่ผิด '
                ตูข้านี่มันฉลาดจริงๆ'
                ‘แม้แต่คนรวยเองก็ยังมาต่อท่านเศรษฐีท่านนี้คงแจกของมีค่ามากเป็นแน่’
                การที่แจกแม้แต่สมบัติที่สามารถทำให้คนพอมีฐานะออกมาเสียเวลาและแรงกายยืนต่อแถวได้ย่อมเป็นคนไม่ธรรมดา การที่คนแบบนั้นมาแจกจ่ายของเป็นเพราะเหตุอันใดกัน แถมการแจกของอย่างไรเป้าหมายจะทำประโยชน์อันใดได้?
                ความเป็นจริงข้อนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเมิร์กอย่างมากเขาตัดสินใจเข้าไปต่อแถวด้วยความตื่นเต้น และกังวลในขณะเดียวกัน
                แถวนั้นร้อนอย่างยิ่ง!อากาศที่นี่เย็นสบายก็จริง แต่ว่าการที่ผู้คนนับร้อยมายืนรวมกันในสถานทีเดียวย่อมไม่ใช่การดีนักสำหรับความรู้สึกในอากาศ แค่แย่งกันหายใจคนละทีก็ร้อนแล้ว
                เมิร์กอนุญาตให้เจ้าเซอเบรัสออกไปวิ่งเล่นรอข้างนอกเพราะกลัวมันเป็นลมส่วนเขานะหรือ? เขาชินแล้วกับการต้องอดทนอะไรแบบนี้ ละมั้ง? เขาไม่เคยต่อแถวมานานมากแล้วเหมือนกัน ปกติเขาจะเข้าไปทำงานแล้วเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อนและเหนื่อยล้า
                เวลาผ่านไปเรื่อยๆแถวที่ยาวเหยียดก็ยังคงยาวเหยียด แถมยาวยิ่งกว่าเดิมอีกเมื่อหลายๆคนเริ่มเลิกงานมาต่อเพิ่มแต่ตัวเมิร์กก็ยังคงอยู่ในแถวและใกล้เป้าหมายเข้าไปเรื่อยๆแล้ว
                “ในที่สุด!!”เมิร์กเริ่มมองเห็นโต๊ะแจกจ่ายลิบๆสายตาแล้วหลังจากเดินต่อมาเกือบสองชั่วโมง ขาของเขาเริ่มเจ็บปวดเป็นครั้งแรก การเดินทางไกลร่างกายมันได้ขยับไง แต่นี่มันทรมาณมาก การขยับทีละนิด ทีละนิด โดยมองไม่เห็นจุดหมายมันเจ็บปวดทั้งแรงกายและแรงใจ ถึงแรงใจจะไม่ลด แต่แรงกายก็ถูกสูบไปพอควรเลยนะ
                  เวลาเดินไปเรื่อยๆจนพระอาทิตย์ตกดิน ในที่สุดก็เหลือเพียงหนึ่งบุรุษที่ขวางหน้าเมิร์กกับความสำเร็จครั้งนี้
                  "ขอบพระคุณมากขอรับท่านเศรษฐี" ชายขอทานเบื้องหน้าเมิร์กก้มหัวขอบคุณให้กับอะไรก็ตามที่แจกของอยู่และวิ่งออกไปอย่างยินดีและเหนื่อยล้า
                   'ถึงตาข้าแล้วสินะ' เมิร์กก้าวตรงไปข้างอย่างผ่าเผยโดยไม่คิดเลยว่าตัวเองมาในสภาพผู้รับ
                   เบื้องหน้าของเมิร์กคือชายชราคนหนึ่งที่กำลังหันหน้าไปสั่งการลูกน้องข้างๆให้ตระเตรียมของต่างๆเพิ่มเติม
                    เมิร์กยืนรออย่างมีมารยาทไม่นานชายชราก็หันมา ก่อนที่ดวงตาของชายชราจะขยายใหญ่ขึ้น
                    "ซีฟ่านลูกพ่อ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว!!" ชายชราตะโกนออกมาอย่างดีใจ
                     ส่วนเมิร์กก็
                    '?'
                     "ห่ะ? เดี๋ยวๆๆๆ" เมิร์กยกมือขึ้นห้ามอย่างสงสัย ถึงเขาจะมีคำว่า ซี ในชื่อจริงๆ แต่มันก็เป็นชื่อตระกูลนะเออ
                    "ซีฟ่านกลับมาแล้ว พวกเจ้ารีบไปเตรียมรถม้าให้ข้าเร็ว วันนี้ข้ากลับเร็ว" ชายชราหันไปสั่งลูกน้องอย่างรีบร้อนก็จะเดินอ้อมโต๊ะวางของมาตรงหน้าเมิร์ก
                    "ลูกข้า ไม่ได้เจอตั้งนานโตขึ้นเยอะ นี่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆเลย คงลำบากมากสินะ"
                    'อะไรวะเนี่ย!? ???? หนาหนิ' เมิร์กสบถเป็นภาษายามาไทด้วยความสับสน
                    "เดี๋ยวๆ ข้าไม่ใช่ลูกชายของท่านหรอก ข้าคือ เมิร์ก เต็มๆก็เมิร์ก โนกีอัส ซีซ่าร์" เมิร์กรีบอถิบายแก้ไขความเข้าใจผิดของชายชราตรงหน้า
                    ชายชราส่ายหน้าไปมาปฏิเสธคำแก้ตัวของเมิร์ก
                     "ไม่ใช่ๆ ชื่อของเจ้าคือเหลียน ซีฟ่าน ต่างหาก เจ้าหายตัวไปกว่าสิบปีแล้ว จะลืมข้าก็ไม่แปลกหรอกตอนนั้นเจ้ายังเด็กนัก" ชราชายอถิบายอย่างตรงไปตรงมา
                      'เห็นทีคงต้องปฏิเสธชัด เห้อ ฮืม?' เมิร์กจับจ้องไปยังลูกน้องที่แต่งตัวดีขนาดหลังกำลังพยายามทำหน้าอ้อนวอนสุดฤทธิ์ สารที่ได้ก็ประมาณ [น่าๆท่านคนแปลกหน้า ช่วยๆตามหน้าไปเถอะ นะๆๆ]
                     "งั้นรึ เรื่องราวในวัยเด็กของข้าช่างเลือนลางยิ่งนัก รู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่ในครอบครัวปัจจุบันของข้าแล้ว" เมิร์กโกหกหน้าด้าน วัยเด็กลืมเลือนบ้าบออะไรกัน มองแค่แผลที่ต้นแขนก็จำได้หมดเลยนรกบ้าบอที่พ่อเขาพาไปผจญ
                    "เจ้าต้องเป็นลูกข้าแน่ๆ เอาไว้กลับบ้านไปเราค่อยคุยกันดีกว่า คนข้างหลังเริ่มรอนานแล้วปะ กลับบ้านกันซีฟ่านลูกพ่อ" พูดเสร็จชายชราก็หันตัวเดินกลับไปสั่งงานลูกน้องให้จัดการแจกจ่ายต่อ ส่วนตนขอกลับเร็วก่อนกำหนด
                   เหล่าลูกน้องข้างหลังไม่มีใครบ่นมีแต่ยิ้มให้กับความสุขของเจ้านาย พวกเขาก้มหัวขอบคุณให้กับเมิร์กก่อนจะกลับไปทำงานของตนกันต่ออย่างเป็นระบบ
                   'ท่าทางคงทำกันมานานเลยสินะ การที่จะจัดการแบ่งปันของขนาดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย' เมิร์กยืนพินิจวิเคราะห์ หากมิใช่ทำงานจากใจจริง การที่ต้องทำงานที่เหนื่อยเช่นนี้แต่กลับลื่นไหลเช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย
                   "มาเร็วซีฟ่าน กลับบ้านของเรากันเถอะ" ชายชราเอ่ยปากบอกจากบนรถม้า เมิร์กที่เห็นว่ามาถึงขนาดนี้แล้วก็เลยตามเลย เดินตามขึ้นไปบนรถอย่างองอาจ
                    รถม้าแล่นออกไปจากลานกว้างอย่างรวดเร็ว ล้อไม้บดเสียดไปกับถนนหินอย่างต่อเนื่องแล้วยาวนาน ในรถมีชายชรา เมิร์ก และบุรุษอีกผู้หนึ่งที่เหมือนมีตำแหน่งเป็นคนสนิทของชายชรา
                    'จะว่าไป' เมิร์กพึ่งนึกอะไรออก
                    "ท่านชื่อว่าอะไรนะ" เมิร์กถามอย่างสงสัย
                     "ฮ่าๆ ไม่แปลกหรอกเจ้าจะลืม ข้ามีชื่อว่าเหลียน เทียนเฮ่า เป็นบิดาของเจ้า" ชายชราที่มีนามว่าเหลียน เทียนเฮ่ากล่าวอย่างมั่นใจ
                    เมิร์กหันไปมองหน้าชายคนสนิทของเหลียนเทียนเฮ่าเป็นเชิงถาม เขาตอบกลับมาทางสีหน้าประมาณว่า
                     'ช่วยหน่อยนะ'
  @Admin
               


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x10
x10
x25
x4
x1000
x6
x6
x1
x10
x1
x20
x12
x1
x15
x140
x2
x30
x10
x10
x134
x3042
x1
x5
x5
x70
x2
x8
x2
x84
x50
x140
x30
x40
x12
x8
x13
x2
x1
x328
x10
x1
x1
x1
x3
x25
x46
x30
x5
x2
x10
x45
x1
x20
x9
x30
x58
x27
x1
x100
x1
x23
x6
x2
x1
x825
x940
x1699
x16
x21
x20
x52
x30
x78
x50
x10
x53
x120
x10
x77
x6
x151
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x220
x6404
x100
x40
x1461
x200
x1000
x218
x56
x500
x123
x33
x450
x5
x335
x20
x55
x2900
x89
x8
x18
x7
x2
x25
x101
x10
x388
x200
x150
x77
x9999
x134
x425
x100
x160
x113
x140
x4100
x1512
x30
x91
x431
x70
x702
x80
x2060
x1060
x731
x160
x79
x30
x221
x375
x4
x20
x206
x1
x54
x1

713

กระทู้

2816

โพสต์

40หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2330310
เงินตำลึง
261576
ชื่อเสียง
174279
ความหิว
660

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
8492
ความชั่ว
7463
ความโหด
8899
ไข่น้ำแข็ง
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-3-9 01:04:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ลูกจิ้งจอกงอกหาง

128


{ ผจญภัยกับคู่หู 6 }
หรือท่านคือศาสดาแห่งหมู?

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

        ย่านการค้าจตุรัสหยกขาวมีผู้คนสัญจรไปมา บ้างก็เลือกซื้อสินค้า บ้างก็หันมองหมู…

        กล่าวไม่ผิด….ก็คือหันมองหมูสี่ตัวและชายรูปงามหนึ่งหน่อ ที่กำลังใช้น้ำเสียงราวกับกล่อมเด็ก รอยยิ้มละลายใจราวกับถนุถนอมสิ่งล้ำค่า….กับหมูตัวหนึ่ง

        “เอาล่ะอยู่นิ่งๆนะ เดี๋ยวข้าแก้เชือกให้” เจ้าหมูหนีเขียงพลิกตัวนอนแอ้งแม้งชูขาขึ้นฟ้าอย่างว่าง่าย พลางรอให้นักกวีหนุ่มช่วยแก้มัดเชือกให้ แต่ทันทีที่ปมเชือกหลุดออก ขาทั้งสี่เป็นอิสระมันก็กลิ้งหลุนๆเข้าไปหาหมูตัวแรก หมูอีกสองตัวก็ขยันขันแข็งพากันดันก้นนักกวีหนุ่มออกมาไกลๆ แล้วก็หันไปสุมหัวหารือกันต่อ

%#$%$&#$-----

        “นี่….พวกเจ้า” เขาอุตส่าห์ช่วยเอาไว้แท้ๆ ไหงเมินกันแบบนี้ล่ะ?

        คนถูกหมูเมินยืนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไ่ออก….มนุษย์ด้วยกันมีแต่มองเขาแล้วเหลียวกลับมามองใหม่ รึเปราะเขาไม่มีขางม้วนจมูกยื่นสีชมพู เหล่าลูกหมูทั้งสี่ถึงไม่สนใจกันนะ? นักกวีหนุ่มกลอกตามองแมลงวันที่บินผ่านหน้าไปครึ่งเค่อ อ้าแขนกอดคอพี่เสืออย่างปลงๆ คล้ายว่าเจ้าก้อนไขมันสีชมพูทั้งสีลูกจะปรึกษากันเสร็จแล้ว ถึงตั้งแถวเรียงหนึ่งเพื่อเตรียมเดินทางกันต่อ ผู้คนหันมองปรากฎการณ์ประหลาดนี้เป็นตาเดียวแต่ไม่มีสักคนที่พูดออกมา

        “.............” ตกลงพวกนี้จะแห่กันไปที่ใดแน่? คงไม่ใช่ตะลุยป่าล่าท้าโชซอนนะ?

.
.
.
          แถวตอนเรียงหนึ่งของเหล่าหมู่ทั้งสีนำทางหลิงเฮ่ามาจนถึงเทวรูปแม่ทัพเลื่องชื่อแห่งรัฐจ้าว ‘เหลียนผอ’ ผู้ที่เป็นตำนานในการวางกลยุทธ์ปกป้องบ้านเกิด ทั้งความใจเย็นและสุขุมรอบคอบอีกทั้งยังอาจหาญไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของรัฐฉินจนมีคำกล่าวว่า ‘มีเหลียนผอ และ หลิงเซี่ยงหรู รัฐจ้าวมั่นคง’ น่าเสียดายคนดีมากความสามารถแต่เลือกไม้ทำรังผิด จ้าวอ๋องเชื่อคำยุแยงของไป๋ฉีในท้ายที่สุดก็ขับไล่ไสส่งยอดคน...จนรัฐล่มสลาย ‘พินาศเพราะหูเบา….อันการศึกไม่หน่ายเล่ห์จริงๆ’

        อู๊ด----อี้ด-----อู๊ดๆๆ-----อี๊ดๆๆๆ----

        นักกวีหนุ่มยืนจูงเยี่ยซาเบ้ปากมองเหล่าขบวนการลูกหมูทั้งสี่ดิ้งตรงไปยังหน้าอนุสรณ์แม่ทัพลือนาม พร้อมกระทำการ ‘สักการะบูชา’ ทั้งสี่ทิศรอบรูปปั้นด้วยการก้มเอาจมูกสีชมพูแตะพื้น โก่งตูดขึ้นจนหางม้วนๆนั้นเด้งดึ๋งไปมาแล้วประสานเสียงร้องอู๊ดอี๊ด ‘แม้แต่หมูยังต้องเคารพ รู้คุณวีรชน...ท่านแม่ทัพเหลียนผอข้าน้อยขอนับถือ!!’ หางคิ้วใบหลิวกระตุกหงึกๆ กับท่าทีเคารพบูชาราวกับลัทธิประหลาดนั้น “หากวิญญาณของวีรชนเหลียนผอรับรู้ ข้า…(เสิ่นหลิงเฮ่า)....ขอนับถือท่านจากใจจริง!”

         พลันนึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าของเข้ามีดอกไม้ที่เก็บมาระหว่างทางเข้าเมืองหานตาน ไหนๆแล้ว ก็นำมาสักการะด้วยเสียเลย ชายหนุ่มในชุดผ้าฝ้ายขาวจึงเข้าไปคุกเข่าแล้ววางดอกไม้ลงตรงหน้ารูปเคารพ “ข้าอาจเกิดไม่ทันในยุคของท่าน….แต่ก็เคยได้ยินวีรกรรมการจงรักภักดีทำเพื่อบ้านเมืองจนลมหายใจสุดท้าย ข้าเชื่อว่าหากต้าฮั่นมีผู้ยึดมั่นคุณธรรมเช่นท่านแม่ทัพได้สักกึ่งหนึ่ง บ้านเมืองต้องสงบร่มเย็นไปนับร้อยๆ ปีเป็นแน่”

         ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนประสานมือคำนับรูปเคารพเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะออกติดตามขบวนแห่ลูกหมู่สี่ตัวไป

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากพุทธะ
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ปิ่นเหมยกุ้ย
ปีกปักษา
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x15
x4
x100
x4
x17
x160
x10
x25
x18
x115
x14
x3425
x30
x50
x4
x30
x308
x28
x6
x24
x1310
x4
x47
x39
x40
x910
x100
x1
x2
x61
x109
x4022
x32
x14
x7
x1167
x1097
x105
x5507
x93
x116
x364
x231
x3
x5
x30
x32
x70
x95
x1
x5
x4
x320
x81
x570
x20
x280
x120
x1
x95
x4
x9999
x156
x1
x2
x13
x263
x439
x4200
x4447
x5
x419
x230
x80
x386
x9999
x899
x9
x146
x1
x150
x222
x5770
x259
x45
x10
x2
x5
x100
x7
x14
x22
x8
x390
x5441
x174
x1160
x199
x12
x3811
x9
x33
x3312
x2
x9
x484
x203
x5
x9
x147
x16
x5
x196
x715
x6
x16
x54
x326
x61
x3
x71
x7
x13
x2
x3
x142
x1
x3
x2
x513
x410
x16
x544
x456
x339
x1968
x342
x2667
x1
x2
x6
x5
x283
x4312
x4350
x420
x724
x9
x304
x745
x110
x300
x50
x676
x600
x9999
x14
x497
x9999
x5022
x904
x1245
x531
x67
x126
x1
x1468
x31
x2102
x974
x213
x50
x1
x187
x757
x393
x151
x191
x1692
x992
x2059
x109
x7991
x1608
x3449
x1164
x2874
x736
x1266
x1668
x1706
x348
x20
x1
x29
x1259
x715
x33
x1
x7934
x4045
x67
x300
x70
x73
x412
x784
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x8
x65
x30
x9999
x105
x260
x282
x164
x35
x31
x2
x251
x334
x1
x273
x3409
x1910
x272
x10
x20
x25
x99
x9529
x10
x120
x1556
x111
x758
x176
x2
โพสต์ 2018-8-25 20:42:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-25 21:00


ถ้ามันจะลำบากขนาดนี้

        สองพี่น้องสกุลหลินนั้นเดินทางกันมาจนถึงด้านในของเมืองหานตาน ทั้งสองขี่มากันมาเรื่อยๆ จนถึงสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งนั้นคือ อนุสรณ์สถาน แม่ทัพแห่งรัฐจ้าว แม่ทัพเหลียนผ๋อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ขุนพลเทพแห่งยุคชุนชิว โดยที่เมื่อมาถึง นางก็เห็นรูปปั้นของเขา ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นศาลาที่นั่งพักข้างๆ

        เจียวหย่าและจิ้นอันนั้นนำม้าไปฝากไว้ที่ฝากม้าก่อน ก่อนที่จะเดินกลับมานั่งที่เก่าแล้วนั่งลงที่ศาลาข้างๆ ..ตอนนี้ก็จะเป็นสถานที่ ที่ลำบากยิ่งนัก หญิงสาวนั้นหยิบแผนที่ม้วนหนังสัตว์ออกมาแล้วคลี่เพื่อให้เห็นว่าแผนที่ด้านในนั้นเป็นอย่างไร แต่ทว่ามันเรือนลางจนนางไม่อาจตีความได้ จิ้นอันก็เช่นกัน แม้จะพยายามมองแล้วก็ตาม

        “งานยากเลยนะเนี้ย” จิ้นอันพูด
       “ตรงไหที่ท่านพ่อให้มา จะมีคำว่า นิรันดร์ หุบเขาเริงรมย์ แดนสวรรค์...ท่านคิดว่ามันจะเป็นสถานที่แบบไหน?? น่าจะเป็นนอกเมืองหรือหุบเขาไหม?” เจียวหย่าสอบถาม

       “อาจจะเป็นเมืองอื่นที่อยู่ในภูมิภาคใกล้เคียง พื้นที่ในแผนที่นี้กินพื้นที่ตั้งแต่ภาคเหนือทั้งหมดเลย...สี่ภูมิภาคคงจะยากหน่อย” เขากล่าวก่อนที่จะใช้นิ้วชี้ โดยที่พยายามคิดอยู่เหมือนกันว่าสถานที่ด้านในนั้นจะเป็นอย่างไร และคำว่านิรันดร์ หุบเขา…

        “สถานที่ ที่จะเก็บของได้..ไม่โดนทำลาย...และ..สวยงาม..หรือ..อยู่สูงๆ..ข้าคิดว่ามันอาจจะเป็นอย่างงั้นก็ได้นะเจ้าคะท่านพี่?..แต่ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน บรรพบุรุษเรานั้นยากที่จะคาดเดา ข้าก็ไม่รู้ว่าเขานึกถึงอะไรอยู่ บางครั้งมันอาจจะเป็นสถานที่ ที่เรานึกไม่ถึงก็ได้..อย่างเช่น..ในเมือง???” เจียวหย่าพูดต่อ

       “มันจะเป็นในเมืองได้ไงละนั้น...ถ้าเป็นป่านนี้โดนขโมยไม่ก็โดนพบนานแล้วน้องเอ่ย” จิ้นอันเตือนสติ

       “แหม่..ใครจะรู้ล่ะท่านพี่ อาจจะเป็นจริงๆก็ได้ เราเดาไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ แต่ข้าว่ามันน่าจะเป็น สถานที่ที่บอกไปก่อนหน้านี่ล่ะเจ้าค่ะ ยังอยู่ ...เป็นหุบเขา.. อยู่สูงๆ..สวยๆ?? ถึงได้บอกว่าแดนสวรรค์”นางพูด ก่อนที่จะนึกถึงหุบเขาที่เคยไปมา...หุบเขามีรัก...ใช่เรื่องไหมเนี้ย?! หุบเขานั้นไม่เรียกว่าจะต้องเข้าไปหรอก ให้ตายอีกครั้งก็ไม่เข้าไปแน่นอน

       “พี่ก็คิดอย่างงั้น และบีบให้อยู่ในภูมิภาคนี้..อืม..ตัดโยวโจวไปได้เลย..เพราะส่วนมากเป็นที่ราบ หุบเขาสูง..คงจะเป็นปิงโจวไม่ก็จี้โจวเพราะว่ามีภูมิประเทศเป็นหุบเขาสูงเยอะ สถานที่หุบเขาสูงที่เยอะที่สุดคือเขตปิงโจว…...” จิ้นอันทำท่าคิด ก่อนที่จะนึกขึ้นได้.. แล้วจ้องมองไปที่แผนที่… เหมือนกับว่า..

        “มีสองที่ ที่พี่คิดไว้..คือเขาไท่ที่อยู่นอกเมืองซานตงหรือหุบเขาเหมยลี่นอกเมืองจินหยาง เขาไท่คือขุนเขาสูงเสียดฟ้าตามตำนานเล่าว่าเขาไท่ว่ากันว่าเป็นภูเขาลูกแรกในแผ่นดิน ได้รับการขนานนามว่าเป็น หนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์...ส่วนหุบเขาเหมยลี่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของเมืองจินหยาง ถูกขนานนามว่า บุตรแห่งกษัตริย์ทั้งสิบสามเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเหอเป่ย จากที่พี่คิดนะ” จิ้นอันเอ่ย.. จากคนที่เคยบอกว่าใช้ลางเห่าหอน ตอนนี้ดันมาใช้หัวสมองเต็มขั้น..สมแล้วที่เป็นพี่ชายเธอจริงๆ...

        “.......โห..ถ้ามันจะต้องวิเคราะห์ขนาดนี้..”

        แต่แล้วหลังจากนั้น จู่ๆก้เหมือนกับเทพไป๋เหมียว แค่กๆ.. เทพฟ้าประทานดลบัลดานให้มีพ่อค้าเร่ขายของนั้นผ่านมา …. ตอนแรกทั้งสองคิดว่าจะไม่สนใจ แต่ทว่า เมื่อได้ยินพ่อค้าพูดว่า มีแผนที่บางอย่าง ทั้งสองก้ถึงขั้นหันไปทางพ่อค้าด้วยความสนใจ พร้อมกับวิ่งไปดักทางพ่อค้า

        พ่อค้าที่เห็นหญิงในชุดปกปิดร่างกายก็ได้แต่งง แต่นางกลับดักทางของเขา? “ท่าน มีอะไรหรือขอรับ?” เขากลาวถาม ก่อนที่เจียวหย่าจะพูดขึ้น..“แผนที่..ที่ว่า..มันเป็นแผนที่อะไรหรอ?” เจียวหย่าพูด นางถาม

        ก่อนที่พ่อค้าเร่ที่ผ่านทางมาจะยิ้มกริ้ม “แผนที่...อู๊วว ...อะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ขอรับ..ข้าเชื่อว่าท่านอยากได้มันใช่ไหมล่ะ..ของแท้แน่นอน นี่แผนที่โบราณสมัยชุนชิวเชียวนะขอรับ ตรงไหนที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันข้าน้อยลิสชื่อจุดไว้หมดแล้ว รับรองเข้าใจง่าย คิคิ” เขากล่าว แล้วหยิบม้วนอะไรบางอย่างออกมา มันเป็นบ้องที่ด้านในนั้นมีจดหมายอยู่ แต่ทว่าเมื่อเขาบอกราคา นั้นทำให้จิ้นอันต้องคิดหนัก.. “ข้าให้ได้ 500 ชั่งขาดตัวขอรับ นี้ลดสุดๆแล้วนะเนี้ย เห็นแก่ท่านที่..เอ่อ...วิ่งมาดักทางข้า(?)”

        “ไม่เยอะไปหน่อยหรือ?” จิ้นอันถาม
        “สำหรับแผนที่นี้ ถือว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่ข้าคิดว่า พวกท่านทั้งสอง..อืม..อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ข้าต้องมาเดินเร่ขายแผนที่นี้แถวนี้ก้ได้ ท่านคิดว่าไงล่ะ” พ่อค้าพูด เจียวหย่านั้นเมื่อได้ยินราคาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง วางเงินชั่ง ก่อนที่จะกระตุกยิ้มในชุดขาวม่วง

        “จัดมา!” นางกล่าว ก่อนที่พ่อค้าจะรับเงิน แล้วส่งบ้องแผนที่ให้กับนาง ท่ามกลางใบหน้าของจิ้นอันที่คิดว่า ‘ตัดปัญหาด้วยเงินอีกล่ะ….’ จากนั้นทั้งสองก็นำแผนที่ทั้งสองมาเทียบกัน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -490 เงินตำลึง +500 ความหิว -21 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -490 + 500 -21 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ชุดเปาสือ
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา