กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 392|ตอบกลับ: 7

{ นอกเมืองอู๋เว่ย - ชุมชนชาวเกี๋ยง } ศาลเจ้าเทพอาชา

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-19 23:25:02 |โหมดอ่าน

ศาลเจ้าเทพอาชา





ศาลเจ้าเทพอาชา เป็นศาลเจ้าที่นับถือเคารพบูชาของชาวเกี๋ยงอย่างมาก
ชุมชนชาวเกี๋ยงอยู่ในทะเลทรายที่รกร้าง ทางตะวันตก 

ผู้ที่จะมายังชุมชนชาวเกี๋ยงได้ จำต้องผ่านเส้นทางใกล้ๆ { หุบเขาเหยาก้วย } เสียก่อน

.:: ตำนาน ศาลเจ้า ::.
ด้วยครั้นสมัยก่อนยุคชุนชิว-จ้านกว๋อ แม้พื้นที่ตรงนี้จะเป็นเขตรัฐฉิน 
แต่หลังจากเล่ออี้ต้องหลบหนีด้วยการกล่าวหาเป็นกบฎของต้าหวางรัฐเอี้ยน
เขาได้รอนแรมมาแรมปีจนมาสลบกลางทะเลทราย
อาชาไป๋หลง (มังกรขาว) ม้าพันธุ์ดีที่ร่ำลือกันว่าเป็นมังกรมาจุติ
ด้วยความสามารถของมันสามารถดำน้ำได้
แม้ว่ากลางวันจะวิ่งได้วันละ 800 ลี้ กลางคืน 400 ลี้
ที่มิอาจเทียบยอดอาชาจากแคว้นต้าหว่าน อย่างฮั่นเสียหม่าได้

แต่ตำนานของชาวเกี๋ยงมีเรื่องเล่าว่า
วีรบุรุษเทพได้ขี่อาชาไป๋หลงลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อช่วยเหลือผู้คน
ทำให้เล่ออี้ได้ความช่วยเหลือจนฟื้นคืนสติ
เขาใช้ชีวิตในเผ่าเกี๋ยงกว่าหลายสิบปีอีกทั้งยังได้เป็นคนแรก
ที่ค้นพบสุสานลับของวีรบุรุษเทพที่อยู่ใต้แหล่งน้ำของชนเผ่า
ภายในนั้นมี ทวนมังกรฟ้า และ เคล็ดวิชาใจน้ำแข็ง
เขาได้ใช้ทั้งสองท่องยุทธภพและช่วยเหลือผู้คน
ด้วยเล่ออี้ได้พบสองสิ่งนี้ อาชาไป๋หลงของเขาเอง 
จึงทำให้ชาวเกี๋ยงเชื่อว่าเล่ออี้คือวีรบุรุษเทพที่จะลงมาช่วยผู้คนที่เดือดร้อน
ในยุคที่แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยงเช่นนี้

เล่าขานกันว่าหลังเล่ออี้ตายลงอาชาไป๋หลงและลูกของมันหายสาบสูญไป
รวมทั้งทวนมังกรฟ้าและเคล็ดวิชาใจน้ำแข็ง...





{ ผู้ดูแลศาลเจ้าคนปัจจุบัน }
หม่า หยุนเทียน ( 20 ปี )
อุปนิสัย :: เป็นคนสุภาพอ่อนน้อม รักคุณธรรมเป็นที่สุดและเกลียดขุนนางกังฉิน 
เขามักแอบย่องเข้าจวนขุนนางอู๋เว่ยที่โกงกิน เพื่อขโมยของล้ำค่านำมาแจกจ่ายคนจนเสมอ 
และ เขานำม้วนทุจริตโกงกินขุนางมาเก็บซ่อนไว้ที่บ้านของเขา
หยุนเทียนเป็นบุรุษที่เข้ากับคนยาก เขาไม่ค่อยสุมสิงกับผู้ใด 
นั่นจึงทำให้หยุนเทียนมีสหายสนิทเพียงคนเดียว คือ "อิน ลี่ฮัว" เพื่อนวัยเด็กของเขา

 

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-1-17 04:07:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-17 21:27

PART CCCXVII



     การจะเดินทางไปยังศาลเจ้าเทพอาชานั้นจำเป็นจะต้องเดินทางผ่านตลาดการค้าของชาวเกี๋ยง และเหมือนเช่นเมื่อวานผู้คนเก่าแก่ต่างค้อมศีรษะหรือคุกเข่าลงคำนับทั้งสองอีกครั้ง เทียนเหมินพยายามทำใจให้ชินแล้วไม่คิดมาก มีคนเคารพบูชาก็ย่อมดีกว่าเดินไปไหนแล้วขับไล่ไสส่ง ถึงแม้จะไม่รู้เหตุผลก็ตาม
     ระหว่างเดินผ่านตลาดสายตาของชายหนุ่มก็หยุดชะงักมองสินค้าบางอย่างที่พ่อค้าชาวตะวันตกตั้งแผงขายเอาไว้...
    "ต่างหูทองคำ? จะซื้อไปให้กวีเสิ่นรึ?" ได้ทีเอาคืน อินจีพูดแซวบ้างจากที่เมื่อเช้าเทียนเหมินคิดว่านางกับแม่นางเฉินมีอะไรกันเมื่อคืน เพียงแต่ว่าคราวนี้แตกต่างเพราะสิ่งที่พูดออกไปนั้นคือเรื่องจริง
     "!?!!" ได้ยินดังนั้นพ่อค้าหนุ่มตัวใหญ่ก็ถึงกับสะดุ้งโหยง ใบหน้าคมเข้มเริ่มที่จะขึ้นสีแดงระเรื่อ มือหนารีบยกขึ้นลูบเหมือนจะไล่หมึกแดงบนใบหน้าให้ลบเลือนไป ริมฝีปากขยับพึมพำบ่นอุบอิบ "เกลียดชะมัดคนรู้ทัน..."
     "ฮะๆๆ ไม่เห็นเป็นไรเลย เอาสิ ให้ข้าช่วยเลือกให้ไหม?" หญิงสาวในคราบบุรุษเสนอต้วออกมา หากเป็นความรักของคนอื่นนางคงขี้เกียจจะยุ่ง แต่สำหรับคู่นี้ที่หญิงสาวเอาใจช่วยเป็นพิเศษนางก็อยากจะให้มันออกมาดีที่สุด
     "ไม่เอา ข้าจะเลือกเอง" เทียนเหมินพูดปฏิเสธออกไปตามตรง ถึงแม้อินจีจะอยากช่วยเหลือแต่มีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ตนไม่อยากให้ใครสอดมือเข้ามาช่วย เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน จะเลือกดีเลือกร้ายอย่างไรมันก็อยู่ที่ตัวเขา อยากจะให้ของที่ตนเองมองว่าชอบดีว่าคนอื่นบอกว่าชอบก็เลยให้ไป เพราะถ้าหากมันออกมาแย่เขาก็เป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับโดยไม่โบ้ยว่าเป็นความผิดใคร
    "หืม หึหึ เอาสิ อย่างนั้นก็ตามสบายนะ" คนตัวเล็กกว่าหัวเราะอย่างมีเลศนัยด้วยความพึงพอใจ พ่อค้าหนุ่มคนนั้นไม่ทำให้นางผิดหวังทั้งเมื่อวานที่ปฏิเสธเฉินฮุ่ยเหมยไปตรงๆ ส่วนวันนี้ก็เลือกของแทนใจให้กับคนรัก (?) นางหันไปหาเจ้าม้าขาวที่เดินตามมา มือบางลูบที่หน้าผากมันก่อนที่จะเข้าไปกระซิบที่ข้างหูม้า "เวลาคนมีความรักเนี่ย น่ารักจริงๆ เลยเนอะ"
     เทียนเหมินพิจารณาอยู่นานว่าจะเลือกต่างหูทองคำชิ้นไหนให้กับเสิ่นหลิงเฮ่าดี ดวงตาสีครามหลับลงพลางนึกถึงใบหน้านวลที่แย้มยิ้มมาให้พร้อมกับดวงตาสีอำพันที่โน้มเข้ามาหาจนใบหน้าแนบชิดสนิทกัน เพียงเท่านั้นก็รู้สึกว่าความร้อนมันลามขึ้นมายังใบหน้าอีกครั้งจนเผลอส่งเสียงครางเบาๆ ออกมาในลำคอเพราะเจ้าคนแคระมันจามขวานลงมาที่หัวใจอีกแล้ว "ฮื่อ..."
     ถึงกับต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบหน้าลูบตาตัวเองไล่ไอร้อนเป็นการใหญ่ เป็นเพราะความฝันเมื่อคืนแน่ๆ สิ่งที่ชายหนุ่มหลับฝันคงเป็นเรื่องราวในความทรงจำที่ขาดหายไป 'ความรักในวัยเยาว์' เขาไม่รู้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือไม่แต่เมื่อตื่นขึ้นมาตนไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน ดีจนเผลอคิดถึงใครบางจนขึ้นมา ราวกับเป็นตัวกระตุ้นบางอย่างให้หัวใจสูบฉีดเต้นแรง  
     ไม่ได้การหากมัวแต่ขวยเขินจะเลือกของได้อย่างไร มีทางเดียวคือต้องเอาน้ำแข็งเข้าข่ม 'ใจนิ่ง ดังน้ำแข็ง แม้ฟ้าถล่ม ก็ไม่หวั่น ดวงจิต ไร้พัวพัน สุขกายสบายใจ...' คำสอนของอาจารย์ยังคงใช้ได้ดีเพียงแค่ท่องซ้ำวนไปวนมาหลายรอบจิตใจที่เคยว้าวุ่นก็สงบลงได้อย่างเหลือเชื่อ ความสัมพันธ์ของเขาและหลิงเฮ่ายังคงคลุมเครือจนรู้สึกสับสน ไม่แน่ใจว่าคือความชอบในฐานะคนรักหรือว่าเพื่อนสนิท แต่นั่นจะสำคัญอะไรเพียงแค่ได้รู้จักคนๆ นึงที่ห่วงใยกันก็พอแล้ว
     "พ่อค้า ข้าเลือกอันนี้" หลังจากที่ตัดสินใจได้ เทียนเหมินก็จัดการซื้อต่างหูคู่นั้นพร้อมเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี เหน็บถุงต่างหูไว้กับพัดหยกของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าจะได้กลับไปถึงฉางอันเมื่อไรจะได้มอบของขวัญนี้และคืนพัดหยกไปเสียที
     "เสร็จแล้ว ไปกันต่อ" เทียนเหมินหันไปบอกอินจีที่เล่นกับเจ้าม้าพยศตัวนั้นรอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงสีครามเข้มจ้องมองไปยังเจ้าม้าขาวที่ตอนนี้สงบดี แต่พอขึ้นขี่ทีไรเป็นต้องสะบัดจนคนขี่กลิ้งตกลงมาทุกที
     "อื้อ ไปกัน" อินจีหันมายิ้มกว้าง ฟันสีขาวเรียงตัวกันสวยงามดูเหมือนว่าตอนนี้คนในชุดทหารจะดูคึกคักเป็นพิเศษเหมือนได้ยากระตุ้นบางอย่าง จากนั้นทั้งคู่จึงได้ฤกษ์เดินทางต่อไปยังศาลเจ้าเทพอาชาของจริงเสียทีนึง

     เมื่อเข้าเขตศาลเจ้าความสงบเงียบก็มาเยือน แม้ชุมชนเกี๋ยงจะอยู่กลางทะเลทรายแต่บริเวณศาลเจ้ากับสงบร่มรื่น บรรยากาศดีราวกับอยู่ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิสมกับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
     เสียงของธรรมชาติและแมกไม้พริ้วไหวไปกับแรงลม แมลงตัวเล็กๆ ส่งเสียงแซงแซ่แข่งกันแม้จะอยู่ในฤดูหนาว สถานที่แห่งนี้คงเป็นที่เดียวกระมังที่ไม่ถูกหิมะปกคลุม เทียนเหมินคิดอยางนั้นในขณะที่เรียวขายาวก้าวขึ้นบันไดหินแต่ละขั้นๆ ได้ขึ้นไปยังศาลเจ้าที่อยู่ติดภูเขา 'ก่อนจะไปหาเพื่อนอินจี ขอไปศักการะศาลเจ้าเทพอาชาเพื่อเป็นศิริมงคลก่อนแล้วกัน'
     แต่ทันทีที่ปีนบันไดมาจนถึงสุดยอดชายหนุ่มก็ต้องอ้าปากค้างเพราะรูปปั้นเทพอาชาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าช่างมีใบหน้าที่คุ้นหน้าคุ้นตาเสียเหลือเกิน... เทียนเหมินขยี้ตามองรูปปั้นเทพอาชาขนาดใหญ่อีกครั้งเผื่อว่าตนเองจะไม่ได้ตาฝาดไป รูปสลักหินเทพอาชาขนาดใหญ่มีใบหน้าเช่นเดียวกันกับรูปปั้นในศาลเจ้าเมืองซานตงไม่มีผิด ทั้งความสูงและขนาดของรูปปั้นบุคคลนั้นก็คือ 'เล่ออี้' อาจารย์ผู้สอนเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งให้กับเทียนเหมินนั่นเอง จุดแตกต่างกันเพียงอย่างเดียวก็คือรูปปั้นหินขุนพลเล่ออี้ที่ควรจะเป็นชุดทหารโบราณกลับแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นชุดขนสัตว์แบบชาวนอกด่านแทน
     "เป็นอะไรไปหรือพ่อค้าซู?" อินจีเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อบุรุษข้างกายทำตาค้างอ้าปากหวอเป็นหมีเอ๋อ
    "นั่น... ขุนพลเล่ออี้?" ชายหนุ่มชี้ไปทางรูปปั้นของอาจารย์ที่ได้พบกันโดยบังเอิญอย่างอึ้งๆ
     "ใช่แล้วล่ะ เจ้าเองก็เคารพนับถือท่านสินะ" หญิงสาวในคราบบุรุษยิ้มถาม เพราะอันตัวนางนั้นก็ให้ความเคารพและศรัทธาในตัวขุนพลผู้นี้เป็นอย่างมาก นางศึกษาอัตชีวประวัติของท่านอย่างละเอียดจนสามารถเล่าออกมาได้เป็นฉากๆ แม้ว่าจะเกิดไม่ทันก็ตาม
    "ใช่ ข้าขับถือท่านเหมือนอาจารย์เลยล่ะ!" เทียนเหมินคลายใบหน้าจากหมีเอ๋อมายิ้มกว้าง หากมีคนชื่นชอบท่านอาจารย์ก็น่าจะค่อยคุยถูกคอกันหน่อย "แต่ไม่คิดเลยแฮะว่าท่านอาจารย์จะมาอยู่ที่เกี๋ยงได้ ใส่ชุดขนสัตว์ก็เท่ไม่เบานี่นา"
    "ก็ท่านคือเทพอาชาที่ชาวเกี๋ยวเคารพบูชานี่นะ จะมีศาลเจ้าสักการะท่านขุนพลก็ไม่แปลก" คนในชุดทหารนึกสงสัยอยู่ในใจว่าทำไมเทียนเหมินถึงเคารพขุนพลเล่ออี้ประดุจอาจารย์ได้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมา บางคนมีบุคคลที่เคารพในแง่มุมต่างๆ ที่แตกต่างกัน บางก็แค่เคารพ บ้างก็นับถือเป็นเทพ เป็นบิดา หรือเป็นอาจารย์ ทั้งที่ไม่เคยพบและไม่เคยเห็นหน้า ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
    "เช่นนั้นมาจุดธูปขอพรไหว้ท่านหน่อยเป็นไร?" อินจีเอ่ยชวนซึ่งเทียนเหมินก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี
    "งั้นทำยังไง?"
     "ทำตามแผ่นป้ายเขียนไว้นี่แหล่ะ จุดธูปสิบหกดอก ถวายดอกไม้หรือผลไม้ จากนั้นบริกรรมคาถาตามที่เขียนไว้" มือบางที่ดูไม่น่าจะจับกระบี่กวัดแกว่งไหวหยิบธูปออกมา ทั้งหมดสิบหกดอกสำหรับตนเอง และอีกสิบหกดอกสำหรับเทียนเหมิน
     "ต้องมีดอกไม้ด้วยสินะ..." คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นมีป้าแก่ๆ ขายดอกไม้สำหรับไหว้ศาจเจ้าอยู่คนหนึ่ง เทียนเหมินจึงเดินตรงเข้าไปของซื้อดอกไม้บูชาอาจารย์มาอย่างละสองดอกเผื่ออินจีด้วย เมื่อมองไปยังใบหน้าที่เหี่ยวย่นก็แอบคิดในใจ 'หวังว่านี้จะไม่ใช่สหายของอินจีที่ว่านะ...' แต่คิดเพียงเท่านั้นเขาก็รีบเอาดอกไม้กลับไปให้อีกฝ่ายเพื่อสวดบูชาทันที
     ธูปสิบหกดอกถูกแลกกับดอกไม้หนึ่งช่อ จากนั้นเทียนเหมินก็ทำตามแผ่นป้ายที่เขียนเอาไว้ด้วยภาษาโบราณที่อ่านออกยาก เสียงที่สวดจึงกระท่อนกระแท่นติดขัดจนแทบไม่รู้เรื่อง แม้จะสวดแทบไม่รอดแต่ชายหนุ่มก็ถือว่าจิตใจสำคัญกว่าคำพูด
     ในบทบูชาที่อ่านไม่รู้เรื่องนั้นเอง เทียนเหมินเปลี่ยนเป็นระรึกถงคุณของอาจารย์ที่มอบสุดยอดเคล็ดวิชานี้ให้แก่เขา แม้มันจะมีข้อเสียต่างๆ เรื่องขีดจำกัดของร่างกาย แต่ด้วยวิชาที่อาจารย์สอนสั่งก็ทำให้เขารอดตายมาได้นับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะมีสุดยอดวิชาอีกมากมายที่เก่งกาจกว่านี้แต่สำหรับเทียนเหมินเขาถือว่าเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งคือชีวิตของตัวเขาเอง นอกจากนี้ยังระรึกคุณที่อาจารย์คอยเมตตาและชี้ทางสว่างให้ศิษย์เสมอมาแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ในฝันก็ตามที ซึ่งอาจารย์น่าจะเห็นในส่วนนั้นมากกว่า จากนั้นเขาหลับตาลงอธิษฐานต่อเทพอาชาที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี
    "ขอให้การงานมั่นคง ครอบครัวมีสุข เดินทางปลอดภัย ทำภารกิจสำเร็จ ได้ม้าคืน แล้วก็ขอให้สะสมอาวุธของอาจารย์ได้ครบด้วยเถอะครับ" คำของของเทียนเหมินยาวเหยียดเป็นหางว่าวจนอินจีอดที่จะขำไม่ได้ แต่มันก็น่าจะเป็นจริงสักข้อสองข้อนั่นแหล่ะ
     ไม่ทราบว่าด้วยเรื่องบังเอิญหรือว่าจงใจเสียงเพลงอันคุ้นหูก็ลอยแว่วมาเข้าโสติ...



"ก็ไม่รู้ทำไมบังเอิญอย่างนี้
เจอะเจ้าพอดีโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทำเป็นเฉยทำเป็นไม่มองไม่สน
ทั้งที่หัวใจเต็มล้นและมันเต้นแรงจนทนแทบไม่ไหว

คนที่ชอบกำลังจะเดินผ่านไป
ถ้ายังเฉยสงสัยว่าข้าท่าจะบ้า
อยู่ตรงนี้ท่ามกลางผู้คนมากมาย
แต่ว่าในใจของข้าช่างรู้สึกไร้ค่า"

     คำขอพรช่างศักดิ์สิทธิ์ราวกับปาฏิหาริย์โดยที่ธูปในมือยังไม่ทันที่จะปักลงไปในกระถาง เทียนเหมินก็ได้ยินเสียงของนกแก้วร้องเพลงดังแว่วๆ ออกมาจากคอกม้าของศาจเจ้าเทพอาชา ตรงนั้นมีม้าสีหมอก ม้าขาว และนกแก้วเขียวหนึ่งตัวยืนกินหญ้าอยู่ในคอกอย่างสบายอารมณ์ ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมาแต่ดูแล้วมันน่าจะมาถึงก่อนหน้าได้หลายวัน นับว่าพึ่งใบบุญถูกที่หากเป็นม้าก็ต้องมาที่ศาลเจ้าเทพอาชานี่แหล่ะ
    "ขอบคุณอาจารย์ คำขอข้าเป็นจริงข้อนึงแล้วครับ!" ชายหนุ่มรีบปักธูปลงไปในกระถางแล้วรีบเดินไปรับม้าของจนเองอย่างดีใจ
    "เรื่องเหนือธรรมชาติมีจริงอย่างนั้นหรือ..." อินจีได้แต่นิ่งอึ้งพึมพำกับตัวเองเสียงเบา นางไม่เคยเชื่อเรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิต สิ่งที่เป็นของจริงก็คือผลของการกระทำ แต่ตอนนี้นางก็อดที่จะดีใจด้วยไม่ได้เพราะว่าหาม้าที่เสียเงินซื้อไปถึงหนึ่งร้อยห้าสิบชั่งได้เสียที นึกว่าจะต้องสูญเงินเปล่าไปเสียแล้ว...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +25 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 + 800 + 50 -18 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-1-17 22:59:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCCXVIII



     เทียนเหมินรีบเปิดประเป๋าติดม้าออกทันทีเพื่อดูว่าข้าวของๆ ตนเองสูญหายบ้างหรือเปล่า หรือหากหายมีสิ่งใดที่หายไปบ้างเขาจะได้รู้ แต่อันที่จริงๆ ก็จำไม่ค่อยได้เท่าไรว่ามีอะไรติดตัวมาบ้าง "กระโจม ชุดเสื้อผ้า หมั่นโถว เนื้อแห้ง..." ไม่พูดเปล่ามือหนาหยิบอาหารในห่อขึ้นมางาบเข้าให้หนึ่งคำเพื่อทดสอบว่ายังทานได้หรือไม่ "อืม... แข็งโป๊ก แต่ยังไม่เน่า" หลังจากตรวจวัดคุณภาพเสร็จเรียบร้อยแล้วก็คุ้ยของต่อ
    "ถุงเงิน อืม... พันกว่าตำลึงตอนแรกมีอยู่เท่านี้เปล่าวะ?..." คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกลอกตาขึ้นด้านบนพลางครุ่นคิด "คงใช่มั้ง ช่างแม่ม ยังไงก็ไม่ได้เอามาเยอะอยู่แล้ว" ชายหนุ่มเทเงินจากที่ขายของและเงินเก่าที่มีอยู่รวมกันจนกลายเป็นถุงเงินถุงใหญ่ นอกจากนั้นในกระเป๋าก็มีเครื่องเขียนสำรองเอาไว้ดูคร่าวๆ ของที่อยู่ด้านในก็น่าจะครบถ้วนดี

พั่บๆๆ

     เสียงนกตัวใหญ่กระพือปีกบินมาแต่ไกล เมื่อหันมองไปเทียนเหมินก็เห็นว่ามันคือนกฮูกสื่อสารรูปร่างผอมเพรียวเหมือนกับบินทางไกลและอดอยากมาหลายวันที่ขามันผูกบางสิ่งติดเอาไว้ด้วย บางทีมันคงเป็นส่งของๆ ทางศาลเจ้าล่ะมั้ง แต่เมื่อพิจารณาดีๆ สิ่งที่ผูกติดมากับมันคือชุดเก่าของเขาที่เปื้อนเลือดแต่ตอนนี้ถูกซักจนสะอาดสะอ้านดี จะไม่สะอาดอยู่บ้างก็ตรงที่มีขี้นอกเปรอะเปื้อนอยู่บ้างเล็กน้อย ถ้าเขี่ยๆ เอาก็ยังพอจะใส่ได้
     ในความสงสัยใจก็ได้คำตอบ หนึ่งนกตัวนี้น่าจะส่งของมาให้เขา และสองใครกันที่เป็นคนส่ง ซึ่งมีไม่กี่คนนักหรอกที่จะมีชุดเสื้อผ้าของเทียนเหมิน ถิงเอ๋อห์ก็ไม่น่าจะใช่และที่บ้านก็ไม่ได้เลี้ยงนกฮูกด้วย มีอีกคนที่มีชุดๆ นี้อยู่ก็คือนักกวีเสิ่นหลิงเฮ่า "ส่งนกมาแบบนี้คงกลับถึงฉางอันแล้วมั้ง... ก็ดี" เทียนเหมินไหวไหล่เบาๆ จากนั้นจึงค่อยๆ แกะสิ่งของและจดหมายออกมาอ่าน เจ้านกฮูกผอมแห้งผงกหัวจิกแขนชายหนุ่มเบาๆ เหมือนกับว่าร้องขออาหาร
     "หืม?" มองดวงตาอันเว้าวอนของมันชายหนุ่มก็ใจอ่อนให้หมั่นโถวไปหนึ่งก้อน เจ้านกตะกละจิกกินแทบทั้งลูกอย่างไม่รีรอแสดงว่ามันหิวมากจริงๆ มีอีกสิ่งที่แนบมากับจดหมายนั่นก็คือกล่องอาหารเมื่อเปิดออกก็พบกับกลิ่นเหม็นบูดที่โชยหึ่งออกมา ก็ไม่แปลกเพราะกว่าที่นกจะเอาของมาส่งได้ถูกเป้าหมายคงกินเวลายาวนานเป็นสัปดาห์
     เทียนเหมินยู่หน้าแล้วจำใจต้องทิ้งเต้าหู้ผัดพริกกล่องนั้นทิ้งไป ชายหนุ่มหันไปมองอินจีที่ยืนอยู่กับม้าที่ตนเองนั้นซื้อมาก็รีบหยิบจดหมายของหลิงเฮ่าไปแอบเปิดอ่านหลังเสาคอกม้าทันที

======================================================
- ถึงซูเทียนเหมิน -

หลายวันแล้วหลังจากแยกกันเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ?  
เดินทางกับพวกถิงเอ๋อร์และอินจีคงจะไม่เหงาเป็นแน่
ข้าส่งชุดเจ้าและของเล็กน้อยมา พอดีทานเผ็ดไม่ค่อยได้ ขอยกให้เจ้าแล้วกัน

หนนี้ฝากข่าวคราวเพื่อบอกว่า ตัวข้านั้นสบายดี กินอิ่มท้อง ร่างกายก็ยังเหมือนเดิม
ได้เพื่อนร่วมทางมาหนึ่งตัวไว้จะพาไปรู้จักเจ้า ตอนนี้เจอเรื่องวุ่นวายเล็กน้อยยังต้องอยู่แถบเหลียงโจวสักพัก
อาจจะถึงฉางอันล่าช้าไปบ้างเจ้าไม่ต้องกังวลไป ชีวิตนี้หายสาบสูญรอบเดียวข้าก็พอแล้ว

พัดด้ามนั้นข้าไม่อยากทำหายอีกยังอยู่ที่เจ้าจะดีกว่า
ขอฝากเก็บรักษาไว้แทนข้าสักระยะหนึ่ง

แล้วก็...เจ้าอย่าให้อาหารเจาจวินเลยมันจวนเจียนจะบินไม่ขึ้นอยู่แล้ว
รักษาตัวด้วย...เทียน ไว้พบกันที่ฉางอัน

- เสิ่นหลิงเฮ่า -
======================================================

     อ่านลายมือสวยๆ นั้นไปก็อมยิ้มไป 'บ้าเอ๊ย! ทำไมต้องยิ้มด้วยวะ!!' ชายหนุ่มตบแก้มตัวเองเรียกสติอยู่หลายรอบจนหน้าทำให้ยิ้มไม่ขึ้น อยากจะเขียนจดหมายตอบกลับไปเสียเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดว่านกของหลิงเฮ่าน่าจะกำลังเหนื่อยอยู่ล่ะก็... แต่สุดท้ายก็หักข้ามความร้อนใจของตนเองไว้ไม่ไหวนำเอาเครื่องเขียนออกมาเขียนหนังสือตัวหวัดลงในกระดาษแทบจะในทันที โดยเขียนข้อความตอบทุกประโยคที่อีกฝ่ายเขียนมา

======================================================
ถึง เสิ่นหลิงเฮ่า

สวัสดี ข้าสบายดี เจอเรื่องที่น่าเป็นห่วงนิดหน่อยแต่ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง
ตอนนี้ข้าให้ถิงเอ๋อห์กับอาเค่อกลับบ้านไปก่อนเพื่อช่วยจัดการเรื่องการเงิน
ตอนนี้ข้าก็เลยเดินทางกับอินจีกันสองคน เจ้าไม่ต้องกลัวข้าเหงาไปหรอกน่า
เมื่อวันก่อนข้าบังเอิญเจอกับเสือกลางทะเลทราย แปลกใช่ไหม?
ถึงจะเป็นเสือแต่ข้าก็สู้ได้สบายๆ แถมยังเอาซากมันมาขายต่อได้อีกเลยมีเงินเดินทางเหลือ

ขอบคุณที่ช่วยซักชุดให้ แล้วก็เต้าหู้นั่นด้วยแต่เหมือนมันจะเสียไปแล้ว
ส่วนเสื้อผ้าของเจ้าคงต้องกลับไปเอาที่ฉางอันแล้วล่ะ
เจ้าสบายดีแล้วก็ดีแล้ว ก่อนจากข้าเป็นห่วงแทบแย่กลัวว่าเจ้าจะเป็นอะไรไป
หากว่ามาเป็นอะไรไปเพราะข้า... ข้าคง... เอาเถอะถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว
แต่ว่าเราจะยังอยู่ใกล้กันได้อีกหรือเปล่า? ถึงเจ้าจะบอกว่าไม่ใช่เพราะข้าแต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้อยู่ดี

ถ้าเสร็จธุระก็รีบกลับฉางอันซะ ที่นี่อันตรายมีแต่โจรเต็มไปหมด หรือว่าจะรอกลับพร้อมข้าดี?
ถ้าต้องการอย่างนั้นก็ส่งนกตอบกลับมาอีกรอบ ถ้ามันตามข้ามาถึงเกี๋ยงได้ก็แปลว่ามันไม่ธรรมดา

ข้ารับปากว่าจะเก็บพัดไว้ให้ก่อนก็ได้ แต่ไว้ใจข้าขนาดนั้นหรอว่าจะไม่ทำหาย?
จริงสิ ข้าเพิ่งซื้ออะไรบางอย่างมา อยากมอบมันให้กับเจ้า พออ่านถึงตรงนี้เจ้าก็คงจะรู้เองล่ะว่ามันคืออะไร
ข้าซื้อมาจากพ่อค้าชาวตะวันตกเห็นว่าสีทองน่าจะเข้ากับเจ้าได้ดี
ข้าเลือกเอง เจ้าจะชอบหรือเปล่า? ถ้าไม่ชอบลองเอาไปทำเป็นอย่างอื่นดูก็ได้

นกฮูกเจ้าท่าทางจะบินหาข้าทั้งเหลียงโจว
ตอนนี้มันตัวผอมเพรียวหุ่นดีเชียวล่ะ ให้อาหารมันบ้างคงไม่เป็นไรมั้ง
อย่างที่บอกถ้าอยากกลับกับข้าลองส่งนกมาอีกที
เจ้าเองก็รับษาตัวด้วย ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาข้าจะโกรธ พูดจริงไม่ได้ล้อเล่นด้วยนะเว้ย!

จาก ซูเทียนเหมิน
คิดถึงข้าไหม?
======================================================

     คำบอกเล่าทุกตัวอักษรแม้จะไม่สวยงามเหมือนลายมือเจ้าของจดหมาย แต่ก็บอกเล่าทุกสิ่งออกมาจากใจ ไม่รู้ทำไมยามเมื่อจรดพู่กันลงไปทีละตัวอักษรหัวใจต้องเต้นรัวแรงถึงขนาดนี้ ราวกับว่าคนแคระในใจจะยิ่งกระหน่ำจามขวานรุนแรงยิ่งกว่าเดิม กลัวว่าอีกฝ่ายจะอ่านลายมือเขาไม่ออกอยู่เหมือนกัน แต่พ่อค้าซูเทียนเหมินก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ต่างหูทองที่ซื้อมาจากตลาดถูกห่อเข้าไปกับกระดาษจดหมาย
     นกฮูกของหลิงเฮ่ายังคงจิกกินหมั่นโถวอยู่ที่เดิม เขาผูกจดหมายติดที่ขาของมันแล้วเอ่ยบอกเบาๆ "กินให้เยอะๆ พอมีแรงแล้วแกค่อยเอาจดหมายไปส่งที่เจ้าของ" มือหนาลูบลำตัวของมันเบาๆ นึกคิดกังวลว่าเรื่องวุ่นวายที่ว่ามันคือเรื่องอะไร หากไม่ใช่เรื่องอะไรร้ายแรงก็ดี ดวงตาสีครามหันกลับไปมองยังรูปปั้นของอาจารย์อีกครั้ง เมื่อนึกขึ้นได้จึงเดินกลับไปยังหน้ารูปปั้นเทพอาชา
     "จะไปไหนหรือพ่อค้าซู?" อินจีร้องถามแต่เทียนเหมินไม่สนใจที่จะตอบ
     ธูปสิบหกดอกถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มสวดคำภาวนาด้วยจิตที่ตั้งมั่นกว่าเดิม เมื่อเสร็จแล้วเขาจึงอธิษฐานเพิ่มอีกข้อหนึ่ง
    "ขอให้อาจารย์ช่วยคุ้มครองสหายข้าเสิ่นหลิงเฮ่า ให้เขาเดินทางปลอดภัยด้วยเถิดครับ..."



@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

69

กระทู้

720

โพสต์

9หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
19784
เงินตำลึง
11055
ชื่อเสียง
37460
ความหิว
407
คุณธรรม
294
ความชั่ว
12
ความโหด
26
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-1-20 00:39:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เร่รอนไปทั่วเเผ่นดิน}
[จาง ฝู]
บทที่ 15 เสร็จสิ้นงาน

        หลังจากที่จางฝูได้เบาะแสสำคัญอย่างสถานที่และรูปพันสันฐานมาแล้วมีหรือที่เธอจะรอช้าง ร่างบางของจางฝูที่เดินจ้ำไปหาเฟยเทียนที่จะปีนขึ้นไปนั่งแล้วบังคับมันมันออกเดินตรงไปยังศาลเทพอาชาที่อยู่นอกเมืองอู๋เว่ยโดยเร็วที่สุด ในครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้คลาดกับชาปริสนานามซูเทียนเหมินคนนี้แน่ ต้องรีบหาตัวใจเจอ แล้วส่งจดหมายให้ งานเราก็จะเสร็จ


      “อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น”


       ฟ่ออ(เจ้านาย) ลู่จิวที่เลื้อยขึ้นมาพันอยูรอบคอหญิงสาวแล้วใช้หัวดุนแก้มเจ้านายสาวเบาๆ มันรู้ว่าเจ้านายของมันกำลังฝืนเพียงใด การเดินทางที่แทบไม่ได้พัก แม้เจ้านายสาวจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่มันสัมผัสได้ว่าเจ้านายของมันกำลังอ่อนแอลงมาก


        “อีกนิดเดียวงานเราจะเสร็จแล้วลู่จิว”เธอหันไปยิ้มบางๆให้กับเจ้างูแสนรักของตัวเองพรางยกมือขึ้นลูบหัวเป็นการปลอบมันเบาๆ


        เพียงนานหลังจากออกเดินทางจากตลาดซานเมืองจางฝูและคณะของเธอก็ได้มาหยุอยู่ทางด้านหน้าของศาลเจ้าเทพอาชา ร่าบางของหญิงสาวค่อยๆปีนลงจากหลังเฟยเทียนช้าแล้วมองเจ้าไปยังด้านในศาลเจ้าที่เต็ไปด้วยผู้คนที่เข้ามาไหว้บูชาและขอพร


       “ที่นี่สินะ เฟยเทียนรออยู่นี่นะ”เธอหันไปมองเฟยเทียนที่ยืนยกงวงโบกไปมาเพื่อตอบรับคำสั่งของเจ้านายสาวก่อนจะเดินไปนอนหลบแดดใต้ต้นไม้ใกล้ๆ


       “ไปกันเถอะลู่จิว ช่วยข้ามองหาด้วยละ” เธอเอ่ยแล้วออกเดินตรงเข้าไปด้านในศาลเจ้าเทพอาชา  


         ร่างบางของหญิงสาวเดินแทรกผ่านบรรดาผู้คนที่มาขอพรจนในที่สุดเธอก็เข้ามาถึงตรงขั้นบันไดขั้นบนสุด ที่ตรงนี้คงสามารถช่วยให้เธอมองหาคนที่เธออยากพบได้ไม่อยาก แต่เมื่อพบแล้วก็ต้องดูอีกทีนะว่าใช่คนคนนั้นที่เจออยากเจอรึป่าว


        ดวงตาสีน้ำตาลสวยของหญิงสาวกวาดมองไปรอบบริเวณเพื่อหาคนที่ตรงตามลักษณธตามที่เธอได้รับข้อมูลมา ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะไปหยุดอยู่ที่ของชายหนุ่มคนนึ่งที่ยืนอธิษฐานอยู่ ทั้งรูปร่างและลักษณะตรงตามที่เธอได้รับข้อมูล ริมฝีปากสีชมพูออกซีดนิดๆคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ


      “เจอแล้ว เจอแล้ว ข้าเจอเขาแล้ว” เธอร้องออกมาอย่างดีใจพร้อมกับรีบวิ่งลงบันไดเพื่อตรงไปยังร่างนั้นอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้


       "ขอโทษค่ะ ขอโทษเจ้าเจ้า ข้าขออภัยเจ้าค่ะ”ร่างบางของหญิงสาววิ่งแหวกผ่านฝูงชนเพื่อไปยังจุดที่ชายคนนั้นยืนอยู่ ปากก็พร่ำขอโทษขอโพยชาวบ้านที่เธอวิ่งชนบ้าง เผลอเหยียบเท้าไปบ้าง แต่ดวงตาของเธอก็ยังคงไม่ละไปจากร่างสูงของชายหนุ่มและในที่สุดเธอก็ไปถึงตัวเขา มือเรียบบางขว้าเข้าที่แขนของชายหนุ่มได้ทันก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากจุดเดิม


      “แฮ่ก ท่าน แฮ่ก ท่านคือซูเทียนเหมินใช่หรือไม่”ริมฝีปากสีชมพูที่ซีดเผือดอ้าขึ้นและเปร่งเสียงเอ่ยถามชายร่างสูงเบื้องหน้าพรางหอบหายใจไปด้วย  ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องไปที่ใบหน้าของชายนุ่มเพื่อรอคำตอบ


@KABUTO


       “ในที่สุด ในที่สุดก็หาเจอจนได้” เธอเอ่ยแล้วทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดเเรง โดยที่มือของเธอยังคงจับแขนของชายหหนุ่มไว้ราวกลับกลัวว่าเขาจะหายไป
   
@KABUTO


       “ข้า ข้าชื่อจางฝู ข้านำจดหมาฉบับหนึ่งมามอบให้ท่าน”เธอเอ่ยพร้อมก้มลงควานหาจดหมายฉบับหนึ่งที่เธอเก็บเอาไว้ในแขนเสื้อก่อนที่เธอจะยันตัวลุกขึ้นมายืนและยื่นจดหมายนั้นให้กับชายตรงหน้า


@KABUTO


        “ข้าบอกไม่ได้ว่ามาจากใคร เอ่อ เขาแค่ให้ข้านำมามอบให้ท่านและบอกท่านว่า บ้านเกิดของท่านใกล้ถึงกาลพบเคราะห์ครั้งใหญ่” เธอเอ่ยพรางลอบมองชายตรงหน้าที่กำลังแกะจดหมายอ่านเป็นระยะ


@KABUTO
[ เนื้อความในจดหมาย ]
สรรพสิ่งถือกำเนิด ดินแดนทะเลแปรปรวน
อู๋จวิ้นใกล้ดาวเคราะห์ โจรสลัดเลื่องชื่อเหิมเกริม


     “งานของข้าเสร็จแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” จางฝูเอ่ยอย่างช้าๆพร้อมกับยิ้มน้อยๆให้กับชายหนุ่มก่อนจะโค้งตัวให้


@KABUTO


         เธอยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้งก่อนที่เธอจะหันหลังแล้วออกเดินไปยังหน้าประตูทางเข้าศาลเจ้าและตรงไปยังเจ้าช้างเผือกของเธอที่นอนเล่นอยู่ เธอค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพักและเอนหลังพิงขาของเฟยเทียนอย่างโล่งใจ


       ‘ในที่สุดงานที่เธอได้รับมาเธอก็ทำเสร็จเรียบร้อย ช่างเป็นงานที่เหนือยเหลือเกิน’




@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +1500 ชื่อเสียง +555 ความหิว -19 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 1500 + 555 -19 + 8

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
ตาเหยี่ยว
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x3
x47
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x17
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x115
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x75
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x74
x1
x15
x45
x74
x3
x30
x88
x5
x68
x28
x10
x7
x102
x172
x4
x136
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x10
x46
x3
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x45
x336
x76
x350
x236
x92
x84
x22
x329
x310
x8
x40
x1
x3
x40
x152
x675
x477
x947
x630
x110
x4271
x218
x78
x421
x60
x3
x825
x39
x80
x1210
x4
x3
x23
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x53
x63
x11
x58
x26
x41
x81
x42
x12
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-1-21 17:19:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2018-1-21 17:25

PART CCCXIX



     ระหว่างที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังขอพรไหว้อาจารย์อยู่อีกรอบนั้นเอง ทั้งชาวบ้านชุมชนชาวเกี๋ยงและนักเดินทางต่างแดนต่างก็มากราบไหว้บูชาเทพอาชาเพื่อเป็นศิริมงคลในช่วงเย็น ทำให้ศาลเจ้าที่เคยสงบเงียบช่วงตอนกลางวันกลับคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายที่มาสักการะบูชา
     เทียนเหมินเองก็ไม่ควรจะยืนอยู่นานนักเพื่อให้ผู้มาใหม่ได้เข้ามากราบไหว้เทพอาชาด้วยเขาจึงค่อยๆ หันหน้าแล้วผละออกจากฝูงชนเพื่อเดินกับไปรอยังแถวๆ คอกม้า แต่ทันใดนั้นเองเขากลับรู้สึกได้ถึงมือเล็กๆ น่าจะเป็นของสตรีดึงแขนของเขาเอาไว้ยื้อให้หันกลับมา...
    “แฮ่ก ท่าน แฮ่ก ท่านคือซูเทียนเหมินใช่หรือไม่” ริมฝีปากสีชมพูที่ซีดเผือดอ้าขึ้นและเปร่งเสียงเอ่ยถามชายร่างสูงเบื้องหน้าพรางหอบหายใจไปด้วย ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องไปที่ใบหน้าของชายนุ่มเพื่อรอคำตอบ
    "อา... ใช่" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันไปปมยามเมื่อมองไปทางสตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีอ่อนสบายตาพอๆ กับดวงหน้าขาวซีดนั้น 'ใคร?' คำถามผุดขึ้นในใจ ดูเหมือนว่าชีวิตเขามีแต่สตรีตามหาบ่อยจริงๆ แต่จะเรียกว่าเนื้อหอมก็ไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่มาตามหาแต่ละนางไม่ขอความช่วยเหลือก็นำสาสน์สักอย่างมาให้ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังมือเล็กๆ ที่จับข้อมือของเขาเอาไว้อยู่ หวังว่านางจะไม่ตกใจกับอุณหภูมิร่างกายของเขา
     หรือตามคำของซินแสที่เขาเกือบจะลืมไป 'สตรีจะเป็นผู้นำโชคมาให้ท่าน' เพียงแต่ว่าจะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็มิอาจทราบได้ คงต้องลุ้นกันดูอาจจะมีความหวังที่ยังรออยู่... การพบกับสตรีนางนี้ก็เหมือนกับขนมซูปิ่งเสี่ยงทาย ไม่รู้ว่าจะนำพาโชคลาภหรือว่าโชคเลือดมาให้แทน
     “ในที่สุด ในที่สุดก็หาเจอจนได้” หญิงสาวปริศนาเอ่ยแล้วทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดเเรง โดยที่มือของเธอยังคงจับแขนของชายหหนุ่มไว้ราวกลับกลัวว่าเขาจะหายไป
     "เอ่อ... ใจเย็นๆ หยุดพักก่อน" เทียนเหมินมองอาการเหนื่อยล้าของหญิงสาวตรงหน้าก็ยอมให้นางจับยึดเป็นหลักโดยไม่ปริปากว่าหรืออาศัยจังหวะนี้เป็นกำไรทองหาเศษหาเลยกับนาง อาจจะดูทึ่มไปสักหน่อยแต่การให้เกียรติสตรีเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าพักหายใจหายคอดีแล้วจึงเอ่ยถามชื่อแซ่นางออกไป รวมถึงจุดประสงค์ที่มาตามหาเขาถึงตั้งไกลถึงเกี๋ยงด้วย "เจ้าคือใคร มีธุระอะไรกับข้า?"
    “ข้า ข้าชื่อจางฝู ข้านำจดหมาฉบับหนึ่งมามอบให้ท่าน” เเม่นางจางเอ่ยพร้อมก้มลงควานหาจดหมายฉบับหนึ่งที่เธอเก็บเอาไว้ในแขนเสื้อก่อนที่นางจะยันตัวลุกขึ้นมายืนและยื่นจดหมายนั้นให้กับเขา
    "จดหมายอีกแล้ว?" เทียนเหมินรับจดหมายมาจากมือนางโดยที่ผิวกายไม่แตะต้องกัน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเก่า มานึกๆ ดูนี่ก็เป็นจดหมายฉบับที่สองแล้วที่ใครสักคนฝากสตรีมาให้เขา "จากใครรึ?"
     “ข้าบอกไม่ได้ว่ามาจากใคร เอ่อ เขาแค่ให้ข้านำมามอบให้ท่านและบอกท่านว่า บ้านเกิดของท่านใกล้ถึงกาลพบเคราะห์ครั้งใหญ่” หญิงสาวในชุดผ้าสีอ่อนเอ่ยพลางลอบมองชายตรงหน้าที่กำลังแกะจดหมายอ่านเป็นระยะ
     "หะ? พบเคราะห์ครั้งใหญ่" ร่างสูงรีบแกะจดหมายฉบับนั้นเปิดอ่านทันทีด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด หรือว่าคนที่ส่งมาให้จะเป็นตาแก่ 'ซูจิวเจ๋อ' บิดาบุญธรรมที่อาศัยอยู่ที่อู๋จวิ้น

===========================================
สรรพสิ่งถือกำเนิด ดินแดนทะเลแปรปรวน
อู๋จวิ้นใกล้ดาวเคราะห์ โจรสลัดเลื่องชื่อเหิมเกริม
===========================================

     "นี่มันอะไรกัน!?" ดวงตาสีครามเข้มเบิกขึ้นมองเนื้อความในจดหมายปริศนาที่ไม่ทั้งจ่าหน้าหรือลงชื่อผู้เขียนอย่างตกใจ ชายหนุ่มอ่านทวนซ้ำไปมาหลายรอบในใจ สมองของเขาสามารถตีความได้ไม่กี่อย่าง... 'อู๋จวิ้นกำลังจะมีพายุ? โจรสลัดเหิมเกริม....'
    "โจรสลัด..." ริมฝีปากที่แห้งแตกพึมพำถ้อยคำออกมาเสียงแผ่วหวิว 'ใจไม่ดีเลย...' ไม่รู้ทำไมในใจเขารู้สึกไม่ดีกับคำๆ นี้เป็นอย่างมาก ไม่ใช่ว่าแค่เป็นโจรปล้นสะดมกลางทะเล แต่มันมีฉากของเรื่องราวในอดีตที่วิ่งผ่านเข้ามาในหัวจนรู้สึกปวดปลาบ
     "อึก!..." มือหนายกขึ้นกุมศีรษะที่มึนตึง พยายามทรงตัวหยัดกายยืนอยู่ให้ไหว ปลายนิ้วแตะสัมผัสที่รอยแผลเป็นบนหน้าผาก อยู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันร้อนผ่าวขึ้นมา  
    “งานของข้าเสร็จแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” สุ้มเสียงของแม่นางจางฝูดังขึ้นเรียกสติ นางเอ่ยอย่างช้าๆ พร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้กับชายหนุ่มก่อนจะโค้งตัวให้ ใบหน้าคมเข้มเงยสบดวงหน้าขาวหมดจดนั้นอีกครั้งด้วยใบหน้าอันซีดเผือด
     "อา... ขอบคุณเจ้ามากที่มาส่งจดหมายให้" เทียนเหมินดึงสติของตัวเองออกมาก่อนที่จะก้มศีรษะลงเพื่อขอบคุณหญิงสาวตรงหน้า "เอ่อ.. จริงสิ ข้าหาปลามาได้เยอะอยู่ ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ เจ้าเอามันไปเป็นของตอบแทน จะเอาไปกินหรือว่าขายก็ตามใจ" พูดจบมือหนาก็ยัดเอาห่อปลาห่อใหญ่ใส่ในมือนางโดยพยายามไม่แตะต้องตัวมากนัก
     จางฝูยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้งก่อนที่เธอจะหันหลังแล้วออกเดินไปยังหน้าประตูทางเข้าศาลเจ้า หลังจากการลาจากเทียนเหมินก็เดินกลับไปหาอินจีด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก...

    "เป็นอะไรไปหรือพ่อค้าซู? เป็นลมแดด?" อินจีเอ่ยถามสหายเดินทางที่เดินหน้าซีดเผือดมาหา เทียนเหมินไม่ได้ตอบคำเพียงแต่ส่งจดหมายที่เพิ่งจะได้รับมาให้คนตรงหน้าได้อ่านเอง ดวงตาสีรัตติกาลคู่งามเบิกกว้างอย่างตกใจ "จดหมายฉบับนี้... ของใครหรือ?"
    "ไม่รู้" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ "เมื่อกี้มีคนถามหาข้าแล้วเอามาส่งให้ นอกจากนั้นข้าไม่รู้อะไรเลย รวมถึงว่า... ข้อความในนี้จะเป็นจริงหรือเปล่า..."
    "อืม..." หญิงสาวในคราบบุรุษเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเทียนเหมินถึงมีท่าทางและอาการเช่นนั้น เมื่อไม่นานมานี้เทียนเหมินเพิ่งจะขอพรไปว่า 'ครอบครัวมีสุข' หากแต่ประสบภัยธรรมชาติและโจรสลัดคงไม่อาจสงบสุขได้นัก "ไม่เป็นไรนะ ข้าจะช่วยเจ้าเอง"
     "ขอบคุณเจ้ามากอินจี ตอนนี้ข้าอยากกลับบ้านเหลือเกิน" น้ำเสียงของชายชาตรีเบาหวิวเมื่อนึกถึงเรื่องครอบครัวที่กำลังจะประสบภัย เหมือนว่าไหล่กันกว้างแกร่งนั้นจะห่อเข้าหากันและดูบางยวบลงไปอย่างน่าเวทนา มือบางของหญิงสาววางลงบนนั้นก่อนที่จะพยุงขึ้นมาแล้วบีบแน่น
     "เช่นนั้นเรารีบมาจบเรื่องนี้แล้วกลับไปบ้านเกิดเจ้ากันนะพ่อค้าซู" รอยยิ้มที่งดงามและประกายดวงตาที่จริงใจมอบให้กับชายตรงหน้าเป็นกำลังใจ แม้นางจะรู้อยู่เต็มอกว่าคนที่เขาอยากได้กำลังใจจะไม่ใช่นางก็ตาม แต่ในตอนนี้นางก็คงจะช่วยประคองเขาเท่าที่จะช่วยได้
     ตลอดการเดินทางแม้จะไม่ยาวนานแต่กลับสร้างความรู้สึกผูกพันกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เดิมทีอินลี่ฮัวไม่ใช่หญิงสาวที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีเป็นทุนเดิม แต่ยิ่งได้มาผูกพันกับชายตรงหน้าจนเกิดความสนิทสนมนางก็ยิ่งอยากที่จะช่วย 'สหาย' ให้คลายความกังวลใจ 'ดูท่าปัญหาหัวใจจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าครอบครัว'
     "...." เทียนเหมินพยักหน้าตอบเบาๆ ในใจที่มีแต่ความเป็นห่วงครอบครัวตระกูลซูไม่อาจยิ้มตอบหรือแสดงสีหน้าใดๆ ได้ไปกว่านั้น ในตอนนี้พวกเขาทั้งสองทำได้เพียงแค่รอ... รอจนกว่าที่ 'หม่าหยุนเทียน' จะกลับมา

     แต่จนแล้วจนรอด ทั้งสองที่รอผู้ดูแลศาลเจ้าหนุ่มมาตลอดตั้งแต่กลางวันจนถึงช่วงค่ำก็ไร้เงาของหม่าหยุนเทียนที่เดินผ่าน เขาไปทำธุระอะไรที่ใดกัน ทั้งสองไม่อาจทราบได้เลย ในมือของชายผู้นั้นมีของสำคัญอย่างม้วนรายชื่อของขุนนางที่ทุจริตอยู่หากว่าตัวของเขาไม่เป็นอะไรก็คงดี
     จนกระทั้งดวงจันทร์ขึ้นเหนือศีรษะบอกเวลาเที่ยงคืน เทียนเหมินและอินจีคุยกันว่าคงต้องพักค้างคืนกันที่ศาลเจ้าเทพอาชากันก่อน ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เช้าหยุนเทียนอาจจะกลับมาก็ได้ เมื่อตกลงกันได้แล้วอินจีก็หาที่พักผ่อนโดยอาศัยนอนบนกองฟางในคอกม้า ส่วนเทียนเหมินขอไปนั่งเดินลมปราณเย็นสงบจิตใจอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นของอาจารย์ จนกระทั้งเผลอหลับไปเมื่อไรไม่ทราบได้...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483564

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-2-14 00:34:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCCXXII



    “เฮือก!” ร่างสูงใหญ่ที่นั่งขัดสมาธิเบื้องหน้ารูปปั้นหินของเทพอาชาขุนศึกโบราณเล่ออี้ผู้เป็นอาจารย์หลังจากที่เขาผวาตื่นขึ้นจากฝันร้าย
     มือหนายกขึ้นนวดขมับตนเองแม้จะไม่มีเหงื่อผุดออกมาจากผิวกายหวนระรึกถึงสิ่งที่ฝัน ร่างในฝันของตนเองลอยล่องตกหน้าผาสูง ในนั้นเหมือนจะมีสาระสำคัญอะไรบางอย่างที่ขาดหาย แต่ทว่าเขาได้ตื่นขึ้นมาก่อนจึงทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาเขาเพียงแค่ฝันไป

จึกๆๆๆ

     “โอ๊ย!” เสียงอุทานหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก เทียนเหมินไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าในตอนนี้ตนมีนกฮูกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนไหล่ มันดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาไม่เหมือนกับนกฮูกผอมโซของหลิงเฮ่า คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันพร้อมมุ่ยหน้ามองเจ้านกที่ทำหน้าที่ช่วยปลุก ที่ขาของมันมีกระบอกไม้ไผ่เล็กสำหรับใส่จดหมาย
     ‘ใครส่งอะไรมาฟะ’ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนหันไปโวยใส่มันที่ยังยังไม่หยุดจิกหัวเขาเลือดเกือบอาบ “รู้แล้วน่าๆ พอได้แล้ว!” เทียนเหมินคว้าจดหมายที่ผูกติดกับขามาคลี่อ่าน จดหมายฉบับนั้นลายมือเหมือนกับลายมือของเด็กผู้หญิง

======================================================
ถึงท่านซูเทียนเหมิน
ท่านซูเทียนเหมิน ท่านสบายดีหรือไม่?
ตอนนี้ท่านคงกำลังอยู่ในเหลียงโจวสินะเจ้าคะ?
ข้าได้ไปรับของจากแม่นางถิงเอ๋อห์ที่ฝากซื้อคราวก่อนแล้ว
ท่านซู ข้ายังมิได้กล่าวขอบคุณตลอด 2 ปีที่อยู่เหลียงโจว
ที่ท่านให้เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นข้าติดตามไปด้วย
ดูแลข้าเหมือนน้องสาว ขอบคุณท่านซูจริงๆ เจ้าค่ะ
หากได้พบกันข้าขอตอบแทนท่านด้วยอาหารนะเจ้าค่ะ
โปรดรับน้ำใจจากน้องสาวคนนี้ด้วย

จาก ผิงผิง
ปล. ตอนนี้ข้ากำลังจะไปเหลียงโจวเพื่อหาแร่ทองแดงมาหลอมทำสำริด
เนื่องจากข้าต้องการนำมาซ่อมหลังคาที่ศาลเจ้าในเฉินตู ให้เด็กๆ กำพร้า
เพราะเดือนหน้าก็เปลี่ยนฤดูแล้วฝนตกอาจทำให้พวกเขาป่วยได้
======================================================

     “ผิงผิง?” ดวงตาสีครามกลอกนึกถึงเจ้าของจดหมาย พอจะจดจำได้ว่าเป็นเด็กสาวที่ผจญภัยในเหลียงโจวมาด้วยกันถึงสองปีแต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้สนิทกับนางเท่ากับอาเค่อหรือถิงเอ๋อห์ แต่จากที่นางส่งจดหมายขอบคุณมานี้ก็ทำให้ชายหนุ่มร่างใหญ่เก้อเขินจนต้องเกาแก้ม
    “ข้าควรจะเขียนอะไรกลับไปบ้างสินะ...” เมื่อคิดขึ้นได้เทียนเหมินก็ตั้งท่าจะเดินกลับไปที่ม้าที่มีกระเป๋าสัมภาระของตนเองอยู่ แต่กลับสะดุดกับอะไรบางอย่างที่เกี่ยวชายเสื้อของเขาเอาไว้เมื่อเดินเฉียดรูปปั้นของอาจารย์
     ดาบยาวเล่มหนึ่งโผล่พ้นออกมาจากฐานรูปปั้นหินราวกับว่าถูกนำมาซุกซ้อนเอาไว้ในนี้มานาน แต่ทำไมมันถึงมาเกี่ยวรั้งชายเสื้อของเขาได้เป็นสิ่งที่ชวนฉงนสงสัย ‘เหมือนมีใครมาดึงเอาไว้...’
     ดวงตาคมเงยมองขึ้นไปด้านบนสบพักตร์ของอาจารย์อย่างสงสัยใคร่รู้ เพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งในคำอธิษฐานที่ตนเคยขอไว้ก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ‘ขอให้สะสมอาวุธของอาจารย์ได้ครบด้วยเถอะครับ’
     “หรือว่านี่คือ...” เสียงเข้มพึมพำออกมาเบาพร้อมคิ้วที่ขมวดขึงเข้าหากันเป็นปมหนา “ขอบคุณครับอาจารย์” เทียนเหมินก้มคารวะรูปปั้นเทพอาชาก่อนจะกระชับดาบในมือขึ้นมาถือไว้ราวกับของมีค่าเพราะเป็นของขวัญที่อาจารย์มอบให้มา และเมื่อเดินกลับไปยังคอกม้าก็เห็นว่าอินจีเพิ่งจะสะลืมสะลืดตื่นขึ้นมาเพราะเสียงค้นหาของๆ เขา
     “ตื่นเช้าจังพ่อค้าซู” ดวงตาสีรัตติกาลปรือมองยังไม่เต็มตาจนต้องขยี้ไล่เอาขี้ตาออกไปเพื่อให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น “นกฮูก? มีจดหมายมาหรือ?”
    “อืม” เทียนเหมินตอบรับสั้นๆ อย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก
     แต่ยังไม่ทันจะได้คว้าหมึกพู่กันออกมาเขียนตอบนกฮูกอีกตัวก็สยายปีกบินถลาลมลงมาเกาะที่คอนไม้อีกหนึ่งตัว คลับคล้ายคลับคลาหน้าตาดูคุ้นๆ เหมือนจะเป็นนกฮูกของหลิงเฮ่า แต่เมื่อมาในคราวนี้มันกลับดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีผิดแผกจากคราวแรกโดยสิ้นเชิง อาจเป็นเพราะไม่ต้องบรรทุกของหนักและไม่หลงทางอดอาหารมาหลายวัน
    “มีมาอีกตัวแฮะ” อินจีเอ่ยขึ้นพร้อมกับหาวหวอดๆ มองดูเหมือนจะมีไปรษณีย์ส่งจดหมายมาถึงหนุ่มเนื้อหอมวันเดียวจากสองคนสองฉบับ
     จดหมายของหลิงเฮ่านั้นสำคัญกว่า ด้วยความร้อนใจเทียนเหมินจึงรีบแกะสิ่งที่ผูกติดขาของนกฮูกอ้วนออกมาทันที

======================================================
ถึง ซูเทียนเหมิน

ทราบว่าเจ้ายังปลอดภัยใจข้าก็คลายกังวล
ตอนนี้ข้าป่วยหนัก ถูกพาตัวมาซินเอี๋ย
ขอโทษด้วยที่ตอบกลับสั้น มีเรื่องราวมากมายลำพังอักษรใช้อธิบายได้ไม่เพียงพอ
ข้าจะพยายามรักษาตัวรอบอกกับเจ้าด้วยตนเอง ‘รอข้านะ’


ตอบแทนเรื่องต่างหู...ข้าชอบมาก ขอยกสิ่งนี้ให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะเก็บมันไว้

เห็นของนึกถึงคน
หากเป็นไปได้ข้าอยากพบเจ้าในเร็ววัน

เสิ่นหลิงเฮ่า
======================================================

     เห็นตัวอักษรยึกยือในจดหมายเทียนเหมินก็ใจหายวาบ มือที่ถือกระดาษจดหมายสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มรับหยกที่ได้มาพิจารณาตัวหยกใสรูปพยัคฆ์เกล็ดปลามีอักษรสลักคำเอาไว้ 神 ตัวอักษรเดียวกับ ‘เสิ่น’ แซ่ของหลิงเฮ่า ที่ใต้ลูกแก้วมีอักษรสลักเพิ่ม 生 และ 好 ‘ชีวิตและความดีงาม’ แต่เทียนเหมินนึกถึงอีกคำหนึ่งมากกว่า ‘好き’ ของชิ้นนี้น่าจะเป็นสิ่งสำคัญของอีกฝ่ายที่ต้องเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี จากนั้นจึงเก็บเอาไว้ในอกเสื้อ
     ในตอนนี้จิตใจของชายหนุ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันได้พุ่งทะยานไปยังซินเอี๋ยสถานที่ที่อีกฝ่ายไปพักรักษาตัว ‘ซินเอี๋ย คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินมาจากไหน...’ แต่เทียนเหมินไม่มีเวลาคิดอะไรมาก ในตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะละทิ้งภารกิจที่มีไปยังซินเอี๋ยเพื่อรีบไปหาเสิ่นหลิงเฮ่า
     สังหรณ์ในใจบอกว่า ‘หากไม่ไปวันนี้ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้พบเขาเป็นหนที่สอง’ ความคะนึงหาและห่วงใจมันร้อนเร่าดั่งโซ่เพลิงกระหวัดรัดหัวใจ เทียนเหมินรีบเก็บของแล้วดึงเจ้ากิเลนออกมาจากคอกม้าแล้วหุนหันจะรีบขึ้นควบมันไปทันทีแต่ก็มีมือของอินจีที่ดึงรั้งเอาไว้
     “เดี๋ยวก่อนพ่อค้าซูเจ้าจะไปไหน!?”
     “ตอนนี้หลิงเฮ่าไม่สบายข้าต้องไปซินเอี๋ยก่อนตอนนี้!!” เทียนเหมินสะบัดมือออกจากการเกาะกุม
    “ใจเย็นๆ สิ ข้ารู้ว่ากวีเสิ่นมีความสำคัญต่อเจ้ามากเพียงใด แต่ประเดี๋ยวสหายข้าก็กลับมาแล้ว เจ้ารอพบเขาก่อนแล้วธุระก็จะเสร็จ” หญิงสาวในคราบบุรุษพยายามเกลี้ยกล่อมแต่ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าจะใจร้อนเกินว่าจะห้ามไหว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ดึงดันที่จะไปซินเอี๋ยให้ได้ในตอนนี้
    “ปล่อย!!” เทียนเหมินตวาดลั่นอย่างมีน้ำโห ‘คาบูโตะ’ คนเดิมก่อนที่จะได้เรียนวิชาใจน้ำแข็งได้กลับมา บัดนี้แม้จะมีความเย็นใดๆ ก็ไม่อาจจะห้ามการกระทำของชายหนุ่มเอาไว้ได้
     หากห้ามด้วยวาจาไร้ผลคงต้องห้ามด้วยกำลัง ‘อินลี่ฮัว’ จากบ้านเกิดมาไกลเพราะต้องทำภารกิจร่วมกับสหายให้สำเร็จ มันเป็นเรื่องใหญ่และคอขาดบาดตายมากกว่าที่ความรั้นของคนๆ เดียวจะทำให้ทุกอย่างพังลง แม้ว่านางจะเข้าใจแต่ก็ไม่ยอมให้มันเสียเรื่อง และอีกอย่างคือยังไม่ถึงเวลาที่นางจะกลับไปยังซินเอี๋ย
    “ขอโทษด้วย” ฝ่ามือเล็กตั้งใจจะฟาดเข้าที่ไหล่ของชายร่างสูงเพื่อสกัดจุด แต่เทียนเหมินไหวตัวได้ไวกว่าเขาหลบมือของอินจีได้อย่างหวุดหวิด

“แกว๊กกกก!!!”

     สกุณาทั้งสามต่างตระหนกตกใจบินแตกกระเจิงกันคนละทิศละทางโดย ‘ลวี่อิงอู่’ บินหนีไปกับนกฮูกของหลิงเฮ่า ทิ้งเพียงแค่ขนนกสีเขียวและน้ำตาลที่ปลิวว่อนเกลื่อนพื้นฟางใกล้คอกม้า
     “อินจี!” การกระทำของคนตรงหน้ายิ่งทำให้เทียนเหมินหัวร้อนขึ้นยิ่งกว่าเดิม 'อยากสู้ใช่ไหม ได้!' แตกหักกันไปจะได้เลิกมาวุ่นวายกับเขาเสียที จากนี้ก็ให้มันจบๆ กันไป อย่าต้องมาได้พบได้เจอกันอีก
     ในฐานะที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันทำให้ทั้งสองยังมีความผูกพันบางอย่างที่ไม่อยากจะใช้กำลังรุนแรง อาวุธไม่ได้ถูกชักออกมามีเพียงแค่ผ่ามือทั้งสองที่ปะทะกันอย่างรวดเร็วและรุนแรงกันอยู่หลายเพลงมวย
     เทียนเหมินรู้ว่าฝีมือของตนนั้นเป็นรองอินจีอยู่มากดังนั้นหากปิดฉากการต่อสู้โดยเร็วน่าจะเป็นผลดีกับเขามากที่สุด ปราณเย็นถูกรวมไว้ที่ฝ่ามือหนาก่อนที่จะซัดเข้าคนตัวเล็กกว่าเพื่อแช่แข็งหยุดการต่อสู้เอาไว้

ผลั่ก!!

     แต่ด้วยความเหนือชั้นกว่าของฝีมือทำให้อินจีโต้กลับไปไวกว่า และด้วยความตกใจที่เห็นว่าอีกฝ่ายใช้ปราณตนเองจึงเผลอซัดฝ่ามือตอกกลับไปด้วย ฝ่ามือเล็กกระแทกเข้ากลางอกแกร่งเขาเต็มๆ จนรู้สึกได้ว่ากระดูกซี่โครงของอีกฝ่ายยุบลงไปตามแรงมือ
     “!?!!” ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจหลังรู้ตัวว่าเผลอทำร้ายสหายเดินทางอย่างหนักมือ “พ่อข้าซูข้าขอโทษ!” น้ำเสียงครือเอ่ยอย่างร้อนรน ด้วยความตระหนกหญิงสาวรีบชักมือกลับแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลและเมื่อมองมายังไหล่ของตัวเองฝ่ามือหนานั้นได้สกัดจุดของนางเอาไว้อย่างนุ่มนวลจนแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงสะเทือน มีเพียงความรู้สึกเย็นวาบของน้ำแข็งที่เกาะแน่นบริเวณไหล่ขวาพันธนาการร่างไว้ได้ชั่วคราว

ติ๋ง…

    “อึก!” หยดเลือดไหลหยดออกลงมาจากปลายจมูกจากปราณภายในที่ตีสวนกันจนดันออกมาตามทวาร เทียนเหมินกล้ำกลืนรสเลือดที่แทบจะกระอักออกมากลับลงคอแม้ว่าอยากจะไอบ้วนออกมาแค่ไหนก็ตาม ร่างสูงสั่นไหวและเซจะล้มแต่ก็ตั้งหลักยืนเอาไว้อยู่ มือหนากุมที่กลางอกของตนเองเหมือนว่ากระดูกซี่โครงจะหักทิ่มอวัยวะภายในอยู่หลายส่วน แต่เขาน่าจะพอทนไปพบหน้าหลิงเฮ่าไหว
     ภาพที่เห็นชวนให้อินลี่ฮัวต้องหลั่งน้ำตา ความผิดพลาดเมื่อครู่อาจจะเป็นจุดหักเหที่พาให้สหายไปพบกับความตาย หากเป็นไปได้เขาต้องไปพบหมอเดี๋ยวนี้ และเดินลมปราณช่วยอาจจะช่วยยื้อชีวิตได้บ้างแม้จะมีความเสี่ยงมากก็ตาม
     ‘ข้าอินจีขอสาบานว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับคนร้าย และยินดีช่วยเหลือซูเทียนเหมินในการสืบสวนหาหลักฐานเพื่อเอาผิดคนชั่วมารับโทษให้สาสม ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาข้าจะช่วยเหลือไม่ให้ได้รับอันตราย’ คือถ้อยคำสาบานที่นางเคยให้สัตย์ไว้กับหลี่ถิงเอ๋อห์เพื่อซื้อความเชื่อใจ แม้ว่าลี่ฮัวจะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายเทียนเหมินแต่หากเห็นเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายได้รับภัยจนถึงแก่ชีวิตมันจะเป็น ‘ตราบาป’ ของนางไปตลอดชีวิตที่พลังมือสังหารสหายร่วมเดินทาง
     ก้อนน้ำแข็งที่ถูกความร้อนและเริ่มละลายเป็นของเหลวทำให้เนื้อผ้าชุดทหารแนบลู่ไปกับร่างกายของหญิงสาวทำให้เห็นสัดส่วนของสตรีได้อย่างเด่นชัด ดวงตาสีครามที่พร่าเลือนจ้องมองไปที่อีกฝ่าย ความรู้สึกเจ็บปวดที่มากกว่าเมื่อครู่กระหน่ำแทงราวกับเข็มนับพัน
    ‘นี่มันอะไรกัน ที่ผ่านมาข้าถูกหลอก?’ เหมือนถูกตบหน้า สิ่งที่ชายหนุ่มเกลียดคือการ ‘ถูกหลอก’ หรือ ‘ถูกหักหลัง’ จากคนที่ไว้ใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็ผิดที่เชื่อใจอีกฝ่ายเร็วเกินไป แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ชอบคนที่ไม่มีความจริงใจให้กับเขา ดวงตาสีครามที่ดุจัดยิ่งมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม ‘ข้ากับเจ้าจะไม่ใช่สหายกันอีกต่อไป!!’
     ริมฝีปากสีดอกท้อเม้มแน่นเข้าหากัน มันยากที่อินลี่ฮัวจะอธิบายว่าตัวนางคือใครในสถานการณ์เช่นนี้ ‘พ่อค้าซู เจ้าอย่ามองข้าแบบนี้...’ และยิ่งเห็นอีกฝ่ายที่หันหลังหนีไปโดยไม่แยแสนางยิ่งรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก มันกำลังจะดีอยู่แล้วแท้ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!?’ หญิงสาวไม่โทษใครเพียงแต่นั่นเป็นสิ่งที่นางไม่เข้าใจที่ความสัมพันธ์ที่ควรจะดีฉันมิตรกลับมาทลายลงเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่นางตัดสินใจผิดพลาด
     “เดี๋ยวก่อนพ่อค้าซู!” เสียงหวานที่ไร้การดัดเปล่งเรียกชายหนุ่มอีกครั้งแม้จะรู้ว่าเขาคนนั้นจะไม่มีวันหวนกลับหันมามองนางเลยก็ตาม….



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -68 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -68 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

19

กระทู้

488

โพสต์

24หมื่น

เครดิต

หื้ม?

เงินชั่ง
17310
เงินตำลึง
20481
ชื่อเสียง
89952
ความหิว
404

ใบรับรองเหมือง(เขาเค่อหลี่)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
286
ความชั่ว
54
ความโหด
122
จวินม่อเซียว
ระดับ 1

โจว เจ๋อข่าย

"ข้างดงามแล้วหรือยัง"
pet
โพสต์ 2018-9-23 13:17:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ ครอบครัวของเขา 6 ]

      หลังจากที่เดินทางผ่านเส้นทางหุบเขาเหยาก้วยที่ซับซ้อนและอันตราย เส้าเทียนและสหายทั้งสองคนก็มาถึงศาลเจ้าเทพอาชา เป็นศาลเจ้าที่นับถือเคารพบูชาของชาวเกี๋ยงอย่างมาก

      “คนที่นี่บูชาศาลเจ้าเทพอาชากันเยอะชะมัด” เจ๋อข่ายมองบริเวณศาลเจ้าอาชาที่มีคนก้มกราบเคารพบูชากันอยู่

      “...” เส้าเทียนมองด้วยแววตาเรียบเฉย บางทีเดี๋ยวแวะมาที่นี่อยู่เพียงสักพักแล้วค่อยลงเขากลับไปที่เมืองเทียนซุยรอทำสัญญาจ้างที่ฉบับเป็นงานสุดท้าย แล้วจากนั้นก็เดินทางกลับฉางอันไปทำงานต่อ

      “ข้าว่าพวกเราไปเคารพก่อนแล้วเดินทางกลับกันดีไหม” เสียงหวานเอ่ยถามบุรุษผมสีดำขลับที่กำลังยืนมองคนที่นั่งเคารพกันอยู่เบื้องล่าง

      “อืม”

      พยักหน้าก่อนจะเดินนำไปเคารพก่อนจะเดินออกมาเดินดูของขายที่ในชุมชนเกี๋ยง มีเด็กหญิงชายต่างวิ่งเล่นกันไปมาอย่างสนุกสนาน เขาเห็นหวังจวินจื่อมองเด็กกลุ่มนั้นด้วยแววตา…(?)

      “เจ้าอยากไปเล่นกับเด็กพวกนั้นรึ” เจ๋อข่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานระรื่นหู มือเรียวบางถือพัด

      “เปล่าขอรับ” หวังจวินจื่อเอ่ยตอบเสียงทุ้มที่กำลังเริ่มแตกหนุ่ม “ข้าแค่มองเด็กพวกนั้นเล่นกันไม่ได้คิดจะไปเล่นด้วยเสียหน่อย ถ้าข้าอยากเล่นจริงๆ ข้าคงจะเล่นกับพวกเกอเกอดีกว่า”

      “...” ขมวดคิ้วกับคำพูดของร่างโปร่ง ถึงหวังจวินจื่อจะมาชวนเขาเล่นจริงๆ เส้าเทียนคงตอบปฏิเสธทันควัน เขาไม่ใช่เด็กๆเสียหน่อยที่จะไปเล่นวิ่งไล่จับ แต่ถ้าชวนเจ๋อข่าย สหายของเขาก็คงจะเล่นด้วยแตกต่างกับเขาอย่างสิ้นเชิง

      “น้องหวังถ้าสมมุติเจ้าชวนพวกข้าเล่นจริงๆ เส้าเทียนก็คงไม่เล่นด้วยหรอก ฮาฮ่าๆๆๆ” ร่างระหงหัวเราะออกมาเบาๆอย่างมีจริต “แต่ถ้าเป็นข้า.. จะเล่นเป็นเพื่อนกับน้องหวังเอง” มือเรียวบางลูบหัวหวังจวินจื่อ จากนั้นพวกเขาก็เดินทางกลับกันทันที

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

หล่อโลกงง
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
กระบี่ไม้
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x2
x3
x11
x2
x95
x2698
x1
x9999
x1
x1
x154
x70
x1315
x8
x250
x15
x10
x121
x7
x11
x140
x11
x4
x1
x10
x242
x213
x8
x210
x5
x2
x216
x17
x24
x105
x13
x4
x390
x15
x8
x35
x6
x95
x14
x6
x270
x40
x399
x2072
x11
x1048
x24
x325
x14
x17
x240
x200
x474
x12
x63
x10
x20
x37
x1
x1105
x9
x7
x84
x33
x725
x9999
x139
x400
x223
x98
x910
x328
x440
x25
x76
x3210
x3072
x2447
x4800
x118
x327
x15
x221
x2101
x194
x19
x1
x80
x6
x3
x390
x59
x44
x96
x100
x16
x2857
x5618
x150
x108
x176
x2
x98
x25
x606
x198
x1122
x15
x538
x3571
x6174
x129
x139
x405
x666
x255
x421
x234
x2800
x272
x231
x300
x388
x273
x639
x339
x463
x175
x175
x350
x329
x23
x50
x63
x312
x141
x242
x4311
x253
x424
x249
x50
x266
x298
x1
โพสต์ 2018-12-6 14:37:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
เกราะทองคำ
คัมภีร์ฮูหยิน
สายใย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x3000
x1
x1
x3
x4
x1
x2
x2
x2
x2
x178
x334
x5
x33
x1957
x100
x49
x4
x6
x22
x940
x1000
x59
x1
x20
x56
x1
x1
x5
x600
x1
x14
x1
x1
x314
x1
x1
x1
x280
x60
x45
x30
x2
x9999
x19
x50
x255
x1
x227
x178
x273
x4
x1
x22
x2000
x1
x1
x2
x1
x20
x211
x330
x700
x42
x880
x26
x243
x355
x200
x76
x589
x90
x80
x10
x2
x356
x1216
x12
x3266
x39
x2500
x28
x23
x69
x731
x7
x2553
x128
x22
x142
x257
x379
x415
x1
x279
x1036
x1
x25
x30
x5330
x199
x82
x5310
x888
x1263
x40
x3200
x1109
x2
x22
x40
x5
x4660
x2
x2
x16
x4098
x4069
x87
x15
x20
x10
x30
x30
x20
x10
x34
x757
x214
x60
x50
x21
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-14 11:38

ขึ้นไปด้านบน