ดู: 1342|ตอบกลับ: 76

{ เมืองซินเอี๋ย } คฤหาสน์ตระกูลอิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-11 13:41:59 |โหมดอ่าน



{ เมืองซินเอี๋ย - คฤหาสน์ตระกูลอิน }

จวนตระกูลผู้มีอิทธิพลในซินเอี๋ย ตระกูลอินสืบทอดปณิธานที่ไม่ยุ่งเกี่ยวโลกภายนอกใช้ชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละปี
หลังจากสูญเสียพ่อแม่จากการถูกพรรคเมาเซียนลอบทำร้ายตอนพวกนั้นมาก่อความวุ่นวายในซินเอี๋ย
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นขุนนาง แต่ชื่อเสียง ความเมตตาตระกูลอินที่ช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
ทำให้ตระกูลอินกลายเป็นตระกูลอันดับต้นๆ แห่งซินเอี๋ย

- สำหรับผู้มาทำธุระจวนอิน ให้ส่งของหรือแจ้งธุระกับพ่อบ้านจวน -




อิน ซื่อป๋อ { พี่ใหญ่ตระกูลอิน : เจ้าบ้านอิน }
* ไม่อยู่บ้าน *



อิน ซิง { น้องคนเล็กตระกูลอิน }

อาหมาง { บ่าวคนสนิทอินซื่อป๋อ }
* ไม่อยู่บ้าน *
โม่ เหม่ยหยวน { น้องบุญธรรมอินซื่อป๋อ }


โพสต์ 2017-12-24 15:08:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด


กว่าเราจะมาถึง พระอาทิตย์ก็เกือบอยู่เหนือหัวข้าซะแล้ว คนขับเกวียนชะลอเกวียนให้ช้าลง แล้วค่อยๆขับเข้าไปซักพักก็หยุดลงแล้วก็มีคนเฝ้ายามมาดูที่เกวียนของเรา

“ พวกเรามาส่งของน่ะ “

คนขับเกวียนบอกกับคนเฝ้ายาม

“ ส่งของอะไรกันรึ “

“ เครื่องเทศที่สั่งจากร้านภูเขาทองไว้น่ะขอรับ ขอผ่านได้ใช่หรือไม่ขอรับ “

ข้าพูดพร้อมถือใบส่งของที่ติดมากับหีบสะบัดให้ยามเฝ้าดู

“ งั้นรึ ผ่านได้ “

คนเฝ้ายามพูดก่อนจะสะบัดมือไล่ ซักพักคนขับเกวียนก็ทำให้เกวียนเคลื่อนไปอีกครั้ง ก่อนจะหยุดลงบริเวณที่คล้ายกับโกดังเก็บของที่มีคนมารออยู่แล้ว

“ เครื่องเทศจากร้านภูเขาทองมาส่งแล้วขอรับ “

ข้าสะบัดใบส่งของอีกรอบ ซักพักกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็มาช่วยกันขนเครื่องเทศเข้าโกดัง โดยมีชายผู้หนึ่งคอยนับตรวจตราอยู่ จนเครื่องเทศที่ต้องส่งหมด ซักพักชายคนที่ตรวจตราคนนั้นก็เดินเข้ามา

“ ของครบดี นี่ค่าตอบแทน “

เขายื่นถุงเงินให้ ข้ารับมาก่อนจะตรวจนับซักครู่ แล้วตอบกลับไป

“ ทางนี้ค่าตอบแทนก็ครบดี ขอบคุณสำหรับการใช้บริการ และ ซื้อสินค้าจากทางร้านเราขอรับ “

ข้าคำนับให้อย่างเป็นมิตร ก่อนที่หางตาจะเห็นคนขับเกวียนที่รอจนจะแห้งตายคาเกวียนเสียแล้ว

“ ขอบคุณเช่นกัน “

เขาโค้งให้เช่นกัน ก่อนที่ข้าจะรีบขึ้นเกวียน แล้วเรียกให้คนขับเกวียนออกตัวกลับร้านได้ ซักพักเกวียนก็เคลื่อนที่ไป อืมรู้สึกว่าเกวียนจะเร็วขึ้นจากการขนของลงซะด้วย คงกลับเร็วกว่าตอนมาล่ะนะ คงกลับไม่ดึกล่ะ











คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +15 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 15 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

อืม สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้นฟูจิโอ
เกราะทองแดง
ม้าขาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1

1034

กระทู้

3771

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
834908
เงินตำลึง
203506
ชื่อเสียง
220668
ความหิว
1876

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17901
ความชั่ว
8289
ความโหด
33795
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-1-30 22:20:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-1-31 22:40

ถ้อยวจีดั่งหยก
65

เห็นของต่างเห็นคน

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

‘ความรักก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ ถ้าไม่คอยหมั่นดูแลรดน้ำพรวนดินต้นไม้ก็ไม่เจริญงอกงาม
แม้ว่ามันอาจจะใช้ระยะเวลาสุกงอมนับเดือนหรือปีก็ตาม ดังนั้นเรื่องรักฉาบฉวยหรือรักแรกพบจึงไม่เคยเกิดขึ้น’

-ซูเทียนเหมิน หมีพ่อค้ายอดนักสืบ-

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙



          อาชาสีชาดย่ำไปตามหนทางในเมืองซินเอี๋ย ด้วบพละกำลังของฮั่นเสียมากกว่าม้าทั่วไปแม้บรรทุกสองคนไว้บนหลังก็ไม่มีท่าทีเหนื่อยล้า  สายลมพัดพลิ้วเส้นผมสีเงินสลวยของคนบนหลังมันดึงดูดสายตาชาวเมืองพอๆ กับรูปโฉมของคนทั้งสอง หลิวเว่ยไม่ชอบใจนักที่ถูกคนมองเหมือนตัวประหลาด แม้บุรุษสองคน(?) จะขึ้นม้าตัวเดียวกันแล้วอย่างไร ‘นี่มันเหตุสุดวิสัย!’

          หลังได้รับสารอาหารจากน้ำนมแพะสามชามสีหน้าของหลิงเฮ่าค่อยดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็พอมีแรงยึดแผงคอม้าได้เองไม่ต้องอาศัยคนตัวเล็กประคอง

          ถึงเป็นเช่นนั้นอาการตัวเย็นเฉียบก็ยังไม่หายไป หลิวเว่ยไม่อาจวางใจจึงคิดพาสหายไปพบคนรู้จักของท่านลุงต้วน

          “....จะพาข้าไปที่ใด?” ผู้บังคับม้าเป็นหลิวเว่ย ท่านผู้กล้ามีท่าทีลังเล อาจเพราะไม่คุ้นเคยหนทางนัก ตัวนักกวีหนุ่มเองแม้ไม่เคยมาเยือนซินเอี๋ย อย่างน้อยก็พอจะถามทางเอาจากผู้สัญจรรอบๆได้ “คฤหาสถ์ตระกูลอิน” นางพยายามกดเสียงห้าวตอบพร้อมหาทางที่ถูกต้องต่อไป

          ‘ตระกูลอิน...ซินเอี๋ย? คล้ายอาเตี่ยเคยกล่าวถึง คงไม่ใช่ว่าเป็นตระกูล ‘อิน’ ที่เลื่องชื่อนั่น…’ นัยน์ตาสีอำพันเหลือบมองใบหน้ากลมของอีกฝ่าย ความเป็นมาของหลิวเว่ยเขาทราบแค่ที่เจ้าตัวบอกเท่านั่น เสิ่นหลิงเฮ่าแม้สบสนอยู่บ้าง แต่เห็นว่าท่านผู้กล้ามีเจตนาดีต่อตนจึงเลือกที่จะมองข้ามไป หากต้องการให้เขาตายคงปลีกตัวไปนานแล้ว ‘บางเรื่องไม่รู้จะดีกว่า’ คำของซูเทียนเหมินพึ่งได้ใช้เอาตอนนี้

          ผ่านไปสองเค่อพวกเขาจึงมาถึงประตูขนาดใหญ่หน้าคฤหาสน์ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดจนวังเวง หลิวเว่ยขมวดคิ้วหนหนึ่งลงจากหลังเยี่ยซาเข้าไปเคาะอยู่นาน ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีบริวารออกมาเปิดประตูหน้า

          “พวกเขา….อาจไม่ประสงค์จะรับแขก แค่ก…” เมื่อหลิวเว่ยลงไปลมหนาวจากด้านหลังก็ตีเข้ามาเต็มๆ จนแสบคอ มองเห็นบันไดหน้าประตูมีใบไม้กองสุมนี่จึงประหลาดนัก สกุลใหญ่ตามปกติมีบ่าวไพร่มากมายละเลยจนหน้าจวนที่เป็นเสมือนหน้าตารับแขกไว้เช่นนี้ แปลกจริงๆ “รอดูอีกหน่อยเถอะ! สหายของท่านลุงต้วนต้องอยู่ที่นี่แน่!”

          เห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของเพื่อนร่วมทางหลิงเฮ่าทำได้เพียงพยักหน้า ตอนนี้เขาตัดสินอะไรไม่ได้มาก...ตนจะรอดหรือร่วงก็อยู่ที่สวรรค์เมตตา ขณะจัดแจงหาจุดนั่งคอย เส้นขอบฟ้าพลันปรากฎลูกชิ้นติดปีกตัวหนึ่งบินดิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อมันเห็นเจ้านายแล้วก็ยิ่งเร่งขยับปีกไวยิ่งขึ้น ‘เจาจวิน…’

          แกว้กก!!!

          ก่อนจะพุ่งดิ่งเข้าสู่อ้อมอกเจ้านายหลิวเว่ยก็สอยมันไว้เสียก่อน “เจ้านี่ดูยังไงก็ไม่เหมือนนก...เกิดพุ่งชนสหายจะเป็นอันตรายได้” ขนาดนางว่ามีแรงคว้ามันไว้ยังเซไปวูบหนึ่ง เกิดเจ้าจิ้งจอกรับไปเต็มๆ คงได้กลิ้งเป็นลูกชิ้นเทกระจาดแน่ มือเล็กแกะเอาห่อพัสดุชิ้นเล็กและจดหมายส่งให้อีกฝ่ายที่ไม่เจียมสังขาร “อ่ะ!...นี่คงเป็นของเจ้า”

          ไม่คาดหันหลับมามองสีหน้าคนป่วยคล้ายฟื้นคืนชีวิต ‘เจ้าจิ้งจอกกำลังยิ้ม….’ ดวงตาโค้งลงดั่งจันทร์เสี้ยว ทำให้เส้นสายบนใบหน้าชายหนุ่มดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน หลิวเว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง นี่ถึงกับเป็นรอยยิ้มยินดีในแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ‘เขามีความสุขขนาดนี้เลยหรอ แค่จดหมายเองนะ ! ตัวเองจะตายอยู่แล้วแท้ๆ !’

          “ขอบใจเจ้า…” ในที่สุดก็มีจดหมายตอบกลับ ผ่านไปสองอาทิตย์เขาคิดว่าเจาจวินคงประสบเหตุไปเสียแล้ว ดูจากความกลมสมบูรณ์เจ้านกตะกละไม่พ้นแวะรายทางบ่อยๆ เป็นแน่ ชายหนุ่มเปิดห่อสัมภาระชิ้นเล็กออกก่อน… ประกายสีทองที่สะท้อนกลับมาทันทีนั้นดึงดูดสายตายิ่ง


          “หืม...สีเหมือนดวงตาเจ้าเลย แต่ทำไมเป็นต่างหูล่ะ?” นักกวีหนุ่มชะงักกึก เมื่อคำพูดดังขึ้นไม่ไกล เป็นหลิวเว่ยนั่นเอง.. คล้ายท่านผู้กล้าพึ่งรู้สึกตัวว่าแอบดูชัดเจนไปหน่อย จึงค่อยๆ ถอยออกห่างทำทีว่า ‘เชิญต่อเลยๆ ข้าไม่กวนแล้ว’

          เรื่องที่ทำไมจึงเป็นต่างหู หลิงเฮ่าเองก็ไม่เข้าใจนักแต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่ซูเทียนเหมินให้มาเขาย่อมยินดีรับไว้ นิ้วมือซีดขาวเปิดตัวสานส์ออกอ่าน… พบลายมือที่ ‘ไม่ค่อยชำนาญ’ แถวแรกจึงเข้าใจ ‘เพราะแบบนี้ที่ผ่านมาเจ้าถึงไม่เคยส่งจดหมายถึงข้าสินะ…’ ถ้าเขามีลายอักษรเช่นนี้เชื่อว่าอาจารย์ในอดีตคงตกงานแน่นอน

          คนหน้าหวานอมยิ้มเล็กน้อยก่อนอ่านต่อไป ยิ่งไล่เรียงลงทีละบรรทัด รอยยิ้มมุมปากยิ่งกดลึกลง กระแสอบอุ่นไร้ที่มาหนึ่งสายก่อตัวขึ้นในหัวใจ

======================================================

ถึง เสิ่นหลิงเฮ่า

สวัสดี ข้าสบายดี เจอเรื่องที่น่าเป็นห่วงนิดหน่อยแต่ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง
ตอนนี้ข้าให้ถิงเอ๋อห์กับอาเค่อกลับบ้านไปก่อนเพื่อช่วยจัดการเรื่องการเงิน
ตอนนี้ข้าก็เลยเดินทางกับอินจีกันสองคน เจ้าไม่ต้องกลัวข้าเหงาไปหรอกน่า
เมื่อวันก่อนข้าบังเอิญเจอกับเสือกลางทะเลทราย แปลกใช่ไหม?
ถึงจะเป็นเสือแต่ข้าก็สู้ได้สบายๆ แถมยังเอาซากมันมาขายต่อได้อีกเลยมีเงินเดินทางเหลือ

ขอบคุณที่ช่วยซักชุดให้ แล้วก็เต้าหู้นั่นด้วยแต่เหมือนมันจะเสียไปแล้ว
ส่วนเสื้อผ้าของเจ้าคงต้องกลับไปเอาที่ฉางอันแล้วล่ะ
เจ้าสบายดีแล้วก็ดีแล้ว ก่อนจากข้าเป็นห่วงแทบแย่กลัวว่าเจ้าจะเป็นอะไรไป
หากว่ามาเป็นอะไรไปเพราะข้า... ข้าคง... เอาเถอะถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว
แต่ว่าเราจะยังอยู่ใกล้กันได้อีกหรือเปล่า? ถึงเจ้าจะบอกว่าไม่ใช่เพราะข้าแต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้อยู่ดี

ถ้าเสร็จธุระก็รีบกลับฉางอันซะ ที่นี่อันตรายมีแต่โจรเต็มไปหมด หรือว่าจะรอกลับพร้อมข้าดี?
ถ้าต้องการอย่างนั้นก็ส่งนกตอบกลับมาอีกรอบ ถ้ามันตามข้ามาถึงเกี๋ยงได้ก็แปลว่ามันไม่ธรรมดา

ข้ารับปากว่าจะเก็บพัดไว้ให้ก่อนก็ได้ แต่ไว้ใจข้าขนาดนั้นหรอว่าจะไม่ทำหาย?
จริงสิ ข้าเพิ่งซื้ออะไรบางอย่างมา อยากมอบมันให้กับเจ้า พออ่านถึงตรงนี้เจ้าก็คงจะรู้เองล่ะว่ามันคืออะไร
ข้าซื้อมาจากพ่อค้าชาวตะวันตกเห็นว่าสีทองน่าจะเข้ากับเจ้าได้ดี
ข้าเลือกเอง เจ้าจะชอบหรือเปล่า? ถ้าไม่ชอบลองเอาไปทำเป็นอย่างอื่นดูก็ได้

นกฮูกเจ้าท่าทางจะบินหาข้าทั้งเหลียงโจว
ตอนนี้มันตัวผอมเพรียวหุ่นดีเชียวล่ะ ให้อาหารมันบ้างคงไม่เป็นไรมั้ง
อย่างที่บอกถ้าอยากกลับกับข้าลองส่งนกมาอีกที
เจ้าเองก็รักษาตัวด้วย ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาข้าจะโกรธ พูดจริงไม่ได้ล้อเล่นด้วยนะเว้ย!

จาก ซูเทียนเหมิน
คิดถึงข้าไหม?

======================================================


          จบเนื้อความในสานส์ความหอมหวานในใจกลับพึ่งเริ่มต้น อ่านถึงประโยคท่อนสุดท้ายลมหายใจคนป่วยยิ่งสับสนจนไอโขลกออกมาหนึ่งชุดใหญ่ หลิวเว่ยตรงเข้ามาจะช่วยลูบหลังสหายเขาก็โบกมือเชิงว่ายังไหว ใบหน้าซีดเซียวตอนนี้ซับสีเรื่อขึ้นแผ่วจาง จนเกรงจะจับไข้ ‘ไม่มีเหล้ายังเมามาย’ ความเวียนหัวเหมือนโรคลมกำเริบถี่ๆ นักกวีหนุ่มสะกดอาการพลุ่งพล่านในอกลงอยู่ครู่หนึ่ง เขาต้องตั้งสติในการตอบกลับ…

          ทว่าเมื่อพู่กันจารลงไปคำแรก… แค่เขียนชื่อ ‘ซูเทียนเหมิน’ น้ำหมึกราวกับกลืนพลังชีวิตทั้งหมดที่เหลือของเขาออกไป ตัวอักษรที่เคยเขียนได้เรียบร้อยสง่างาม เทียบกับคนแล้วมีสภาพไม่ต่างจากพิการขาดๆ เกินๆ หลิงเฮ่าขยำกระดาษทิ้งแล้วเริ่มต้นเขียนใหม่ ฝืนความระคายในลำคอเพื่อไม่ให้สั่นจนมีผลไปถึงมือ หลิวเว่ยที่มองความดื้อรั้นนั้นอยู่ด้านข้างยิ่งขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ทำไมต้องฝืนตัวเองตอนนี้ด้วย ‘เจ้าจิ้งจอกไม่รักชีวิตแล้วรึไง!’ สุดท้ายไม่พ้นเอ่ยอย่างสังเวชใจว่า “ให้ข้าช่วยไหมเจ้าแค่พูดเนื้อหามาก็พอ รู้ตัวว่าไม่ไหวก็อย่าฝืนสิ!”

          ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ‘ไม่...เฉพาะจดหมายนี้ข้าต้องตอบกลับด้วยตนเองเท่านั้น!’ หยาดเหงื่อโตเท่าเมล็ดถั่วเขียวเต็มกรอบหน้า สีหน้ายิ่งมายิ่งซีดเซียว ปลายนิ้วเกร็งสั่นเทากว่าจะได้แต่ละคำ ทำเช่นนี้หรือต่างจากเขากรีดเลือดตัวเองมาใช้แทนน้ำหมึก…


======================================================

ถึง ซูเทียนเหมิน
@KABUTO

ทราบว่าเจ้ายังปลอดภัยใจข้าก็คลายกังวล
ตอนนี้ข้าป่วยหนัก ถูกพาตัวมาซินเอี๋ย
ขอโทษด้วยที่ตอบกลับสั้น มีเรื่องราวมากมายลำพังอักษรใช้อธิบายได้ไม่เพียงพอ
ข้าจะพยายามรักษาตัวรอบอกกับเจ้าด้วยตนเอง ‘รอข้านะ’



ตอบแทนเรื่องต่างหู...ข้าชอบมาก ขอยกสิ่งนี้ให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะเก็บมันไว้

เห็นของนึกถึงคน
หากเป็นไปได้ข้าอยากพบเจ้าในเร็ววัน

เสิ่นหลิงเฮ่า

======================================================

          มือที่สั่นเทายากจะผนึกสานส์ด้วยตนเองได้ หนนี้หลิวเว่ยจึงเข้ามาช่วยอย่างไม่รอให้อีกฝ่ายปฎิเสธ ขณะกำลังมัดติดกับขานกชายผมเงินก็รั้งไว้คำหนึ่งก่อนจะดึงบางอย่างออกมาจากคอเสื้อ วัตถุกลมแป้นขนาดเท่าอุ้งมือสัมผัสร่างกายมนุษย์ปรับธาตุตามฟ้าดิน สัมผัสกระแสธรรมชาติเปลี่ยนแปลงสีสัน โปร่งพิสุทธิ์จนมองทะลุผ่านได้ด้วยตาเปล่า ดูเปราะบางแต่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเกราะเหล็กกล้า ถึงกับเป็นหยกใสคุนหลุน! “นำสิ่งนี้ส่งไปด้วย…”

          “นี่เจ้า...ทำไมมีหยกชิ้นนี้ได้” หยกใสคุนหลุนแม้ขึ้นชื่อว่าหยกแต่แท้จริงเป็นธาตุชนิดใดยากจะระบุ พบเจอว่ายากแล้ว แต่การจะได้มาครองกลับยากยิ่งกว่า ด้วยเป็นวัตถุเลือกเจ้าของเลือกวาสนาของผู้พบ หลิวเว่ยเห็นหลิงเฮ่าไม่ตอบคำกลับจึงรับมาใส่กล่องเล็ก ระหว่างนั้นทั้นเห็นว่าสลักลายบนแผ่นหยกคล้ายเสือแต่มีเกล็ดของปลา ‘รึจะเป็นกิเลน?’ เห็นอักษรสองด้านฝั่งหนึ่งคือ ‘เสิ่น’ คาดว่าเป็นของประจำตระกูลแน่แล้ว อีกฝั่งกลับมีสองคำ รอยสลักเก่าเป็นคำว่า 生 เซิง (ชีวิต) อีกคำดูใหม่กว่าอยู่บนลูกแก้วใต้กิเลน คือชื่อของชายหนุ่ม 好 เฮ่า (ดี,ประเสิรฐ)

          “เจ้าไปส่งคนเดิมนะ...อย่าแอบอู้เชียว!” ตรวจสอบจนแน่ใจว่าบรรจุแน่นหนาดีแล้วไม่ให้สิ่งที่สหายทำต้องสูญเสียไประหว่างทางจึงลูบหัวนกฮูก มองส่งเจ้าลูกชิ้นติดปีกออกเดินทาง

          “สหาย...รออยู่ที่นี่ดูจะไม่เป็นผลดีกับอาการเจ้า ยังไงเราไปหาโรงเตี้ยมพักกันก่อนดีไหม?” หลิวเว่ยถามไปครู่หนึ่งไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากคนด้านหลัง นี่ไม่ปกติ “สหาย….??”

          หันกลับมาก็พบว่าชายผมเงินดั่งตะเกียงมอดดับ ทิ้งร่างเอนลงจวนจะถึงพื้นอยู่แล้ว หลิวเว่ยพุ่งปราดเข้าไปรับด้วยความเร็ว

          “เจ้าจิ้งจอก!!”

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ อิน โม่หลี เพิ่มขึ้น 42 โพสต์ 2018-9-5 00:42

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -38 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -38 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หน้ากากยักษ์ม่วง
มุกอัคคี
เซ็กเธาว์
ธนูเจย์วิน
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x4
x1
x10
x20
x40
x25
x30
x20
x90
x9
x5
x9
x1
x1
x6
x3
x8
x1
x18
x205
x40
x2
x13
x1012
x2
x150
x1
x5
x4
x2
x5
x41
x1
x699
x1
x1
x3
x145
x1
x2
x1
x25
x5
x2
x4
x1
x290
x50
x5
x15
x36
x11
x2
x7
x5
x880
x3
x3334
x52
x88
x110
x100
x360
x2
x18
x165
x1
x120
x500
x500
x1826
x55
x70
x31
x1615
x9999
x8
x9
x41
x4
x690
x4
x4
x16
x2
x36
x2
x30
x144
x5
x695
x203
x620
x780
x77
x9999
x46
x630
x952
x126
x2090
x51
x390
x537
x485
x854
x100
x4
x1768
x404
x3999
x434
x51
x828
x1843
x1755
x205
x4167
x58
x580
x392
x814
x223
x104
x140
x180
x3
x6
x1
x1000
x76
x35
x1890
x120
x1
x189
x4
x9999
x918
x2
x20
x234
x1413
x4200
x3837
x7
x2534
x1200
x188
x486
x9999
x899
x251
x1
x330
x618
x2270
x264
x50
x10
x2
x7
x7
x14
x21
x9
x98
x6329
x77
x6335
x199
x12
x4195
x9
x5
x3212
x6
x9
x571
x199
x7
x9
x101
x15
x6
x212
x1715
x6
x16
x75
x462
x60
x4
x105
x5
x13
x5
x138
x2
x3
x1
x1478
x500
x115
x5239
x402
x285
x2642
x1906
x7781
x9
x2
x224
x3293
x5250
x910
x965
x7
x274
x802
x90
x300
x50
x556
x2000
x9999
x11
x2103
x9999
x9999
x2227
x1040
x389
x67
x1110
x1
x1418
x30
x1927
x1012
x234
x1
x256
x500
x707
x201
x847
x1673
x1875
x2405
x9999
x2154
x2852
x1239
x3002
x311
x1941
x2284
x1722
x408
x43
x1
x30
x1759
x1463
x63
x1
x7565
x4819
x67
x9999
x120
x273
x438
x1922
x61
x1769
x232
x301
x58
x252
x188
x8
x70
x31
x9999
x33
x400
x1586
x152
x41
x268
x30
x1
x345
x9999
x2510
x800
x70
x60
x10
x131
x9999
x110
x5570
x111
x713
x176
x2

1034

กระทู้

3771

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
834908
เงินตำลึง
203506
ชื่อเสียง
220668
ความหิว
1876

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17901
ความชั่ว
8289
ความโหด
33795
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-2-2 04:47:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-2-5 20:56

ถ้อยวจีดั่งหยก
66

ผู้กล้าโคจรพบสาวงาม
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

‘เรื่องน่าเศร้าบนโลกนี้ คือมีบุพเพ...แต่ไร้วาสนา
ท่านห่วงใยความเป็นไปของใต้หล้า กลับไม่คิดสงสารใจข้าบ้างเลย’
-อินโม่หลี | หลานหลิงโยวหลัน ทายาทตระกูลหลานหลิง-

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


          เขาว่ายามโรคมาดั่งพายุ ยามโรคไปดั่งสาวไหม ท่านผู้กล้าน้อยพึ่งประจักษ์แก่ตัวว่าการดูแลคนเจ็บนั้น ‘ไม่ง่ายเลยสักนิด!’ หลิงเฮ่าเจ็บป่วยด้วยอาการแปลกประหลาดจนทำให้ทั้งเขาและนางต้องดิ่งจากฮั่นจง มายืนเก้ออยู่หน้าคฤหาสถ์ตระกูลอินแห่งซินเอี๋ย กลายเป็นแขกแปลกหน้าสองคนที่เจ้าบ้านไม่ทราบจะยินดีต้อนรับพวกเขาไหม

          มิใช่เพียงเท่านั้น… อาการของหลิงเฮ่ายิ่งมายิ่งแย่ลง นางไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นหรือชีวิตสหายกันแน่ที่สำคัญกว่า ทำไมเขาถึงต้องรีบตอบกลับขนาดนั้น! ไม่ดูสภาพสังขารตัวเองเลย!

          “เจ้าจิ้งจอกอดทนไว้!” เห็นอีกฝ่ายหมดสติหลิวเว่ยยิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีก หากนางไม่มีวิชาตัวเบาเสิ่นหลิงเฮ่าคงได้ลงไปจูบดินแล้ว ‘รู้ว่าร่างกายเป็นแบบนี้แล้วยังจะฝืน! ไม่เจียมตัว!’ ถึงไม่สบอารมณ์นักแต่หญิงสาวร่างเล็กในชุดบุรุษรัดกุมสีดำก็มิได้มีความคิดจะทอดทิ้งสหาย ตรงกันข้ามนางยิงรัวทุบประตูใหญ่ ร้องเรียกคนสกุลอินออกมาช่วยเหลือคนเจ็บ

          นักกวีหนุ่มสิ้นสติพิงหลังผู้กล้าน้อยดวงตาทั้งสองปิดสนิทไม่รับรู้ความเป็นไป ยิ่งไม่ทราบว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังจะมีภัยมาเยือนถึงที่…

ฟุ่บ!!

          ก้อนหินปริศนาก้อนหนึ่งแล่นปราดมายังคนทั้งสอง หลิวเว่ยความรู้สึกเร็วรีบเบี่ยงกายหลบโดยไม่ลืมปัดสหายให้พ้นวิถีทำลาย เมื่อไม่วงแขนคอยประคองกลายเป็นว่าร่างของหลิงเฮ่าเสียสภาวะทรงตัวทิ้งคว้างลงกับพื้นอีกครั้ง หญิงสาวพุ่งตัวรับไว้ได้อย่างฉิวเฉียดพร้อมตวัดสายตาดุดันไปยังผู้ประทุษร้าย

          กลุ่มชาวยุทธไม่ทราบสังกัดเจ็ดคนปรากฎตัวขึ้นหน้าคฤหาสถ์ หลิวเว่ยระแวดระวังเต็มที่ก่อนมองไปยังย้อนหินที่ดิ่งขึ้นลงในมือของผู้ชายผมชี้คนหนึ่ง ‘เมื่อครู่เป็นเจ้านั่นสินะ!’

          “เจ้าพวกละอ่อนนี้น่ะหรอ…?” คำดูหมิ่นพ่นออกจากปากของชายที่กำลังโยนหินในมือเล่น ชุดสีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่ไร้สัญลักษณ์ของพรรคลัทธิใด ทั่วทั้งตัวไร้ราศีจอมยุทธ์จะมีก็แต่ลักษณะละโมบใจร้อน ข้างเอวมันพกแส้หางกระเบนไว้หนึ่งขด “ดูปวกเปียกตุ้งติ้งอย่างกับผู้หญิง ไหนพวกทางเหนือว่าจับตัวยากนักหนาไง บิดาเดินเล่นพักเดียวก็เจอซะแล้ว จุ๊ๆๆ แต่สารรูปไอ้หัวเงินนั่นไม่เลวถูกปากลูกพี่ใหญ่พอดี” อีกสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแฝดใช้ลูกตุ้มคู่และลูกตุ้มเดี่ยวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

          “เฮ้ย! ตรวจดูสิฟะ! เกิดตัดผิดหัวได้เสียเวลาไปดื่มกันพอดี” ชายร่างใหญ่สูงหกศอกตะเบ็งเสียงลั่น ขวานเหล็กในมือมันใหญ่พอๆ กับล้อเกวียนคาดว่าหนักเกินร้อยชั่ง กลับถูกมันสะพายหลังเหมือนก้อนดินเหนียวโง่ๆ ก้อนหนึ่ง ชายหน้าซูบผอมดวงตาลึกโหลเหมือนงูเห็นดังนั้นก็เข้าไปปลอบ “ลูกพี่ใหญ่ใจเย็นก่อน...บริวารจะตรวจสอบให้ขอรับ” มันดึงม้วนหนังสัตว์ออกมาจากแขนเสื้อ พลางคลี่ออกเทียบกับสายตา หลิวเว่ยเห็นมันมองมายังนางและสหายอยู่พักนึง ไม่นานก็เหยียดยิ้มอย่างน่ารังเกียจ

          “ใช่แล้ว...งานนี้เราได้ปลาตัวใหญ่แน่นอน”

          “เยี่ยม!! รออะไรล่ะพวกสันหลังยาวไปจับมันมาสิ อย่าให้เจ้าหัวเงินนั้นตายไปเสียก่อนล่ะ!!” ถัวโปถุยน้ำลายลงฝ่ามือร้องสั่งพรรคพวกแล้วดึงขวานเหล็กคู่ใจออกมา เป้าหมายมีแค่ทายาทตระกูลเสิ่น ส่วนเด็กหน้ากลมอีกคนหากมาเกะกะก็ฆ่าทิ้งซะให้จบเรื่อง!

          สิ้นเสียงตะเบ็งของหัวโจกถือขวานกลุ่มชาวยุทธ์ไร้สังกัดก็เข้ากลุ้มรุมไปที่คนทั้งสอง หลิวเว่ยตึงเครียดขึ้นมาในทันที หากเป็นพวกฝีมือชั้นปลายแถวลำพังสามสี่คนนางยังรับมือได้สบาย นี่ตั้งเจ็ดคน!

          ‘มันคิดข่มด้วยจำนวนชัดๆ!!’

          หลิวเว่ยไร้ทางเลือกเมื่อผู้มาใหม่ไม่คิดเจรจาให้มากความ นางวางร่างสิ้นสติของหลิงเฮ่าหลบไว้หลังรูปปั้นสิงโตหินหน้าประตู “สหาย....เจ้าคอยอยู่ตรงนี้ก่อนนะ” เห็นสีหน้าของเจ้าจิ้งจอกยังคงซีดเซียวแล้วก็ยิ่งร้อนใจ คงมีแต่ต้องจัดการเจ็ดคนนั้นโดยเร็วแล้วพาชายผมเงินไปส่งให้ถึงมือหมอก่อน

          คิดได้ดั่งนั้นร่างเล็กก็ก้าวออกมาขวางด้านหน้าอาวุธถูกดึงออกจากฝักเป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกเดินทางหนนี้ “...คนผู้นี้เป็นสหายของข้า ถ้าพวกเจ้าคิดทำร้ายเขาก็ต้องถามกระบี่ในมือข้าเสียก่อน!!”

          “ถุ้ย!! ไอ้ทารกไม่เห็นเงาหัว...จะตายอยู่แล้วยังทำโอหัง พวกเราลงมือ!!”

ปัง!!

          หลิวเว่ยเลือกเปิดฉากก่อนด้วยยกขวานทองของหลิงเฮ่าสับเต็มแรงตัดหัวสิงโตหิน เศษซากผสานแรงปะทะดิ่งฉิวไปกระแทกพลั่คเข้ากลางหลังชาวยุทธ์ปลายแถว มันกระเด็นไปอัดต้นไม้ ทันร้องได้คำเดียวก็แน่นิ่งสิ้นสติไป ลูกพี่ใหญ่กระชับขวานในมือแน่นเห็นลิ่วล้อหายไปหนึ่งก็หาได้หวั่นเกรง ส่งสัญญาณกับมือแส้ มือทวนกรูกันเข้ารายล้อมชาย(?)ร่างเล็ก เมื่อเห็นว่าขวานนั้นด้อยควาทคล่องตัวนางจึงสลับมาใช้กระบี่คู่กาย

          ตีวงล้อมสำเร็จมือแส้ตวัดฟาดใส่หนุ่มน้อย(?)เร็วรี่เกิดเป็นคลื่นหวีดหวิวสีดำระริกไหว เพียงพลาดครั้งเดียวก็จะถูกตะขอแหลมติดปลายเกี่ยวเอ็นกระชากหนัง ฝ่าเท้าหญิงสาวกระโดดม้วนตัวหลบรัศมีแส้ ด้านหลังก็มีทวนคอยทิ่มแทงกันนางออกจากวงล้อม ‘รุมกันนี่หว่า!’ นางม้วนตัวลงกับพื้นเกร็งกระบี่ขึ้นปะทะแรงทวนได้เฉียดฉิว กระบวนท่าชะงักไปเสี่ยวหนึ่ง ถัวโปรีรอโอกาสมานานมื่อสบช่องว่างก็สับขวานเข้าใส่โดยแรง เงาสีดำจมดิ่งลงพร้อมน้ำหนักขวาน เหล่านักล่ากระหยิ่มยิ้มย่องรอชมเศษซากแหลกเละแห่งชัยชนะ พื้นดินเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ต่อให้สวมเกราะศึกร่างยังแหลกราญ…

          “พวกเจ้าเจ็ดคนมีปัญญาทำได้แค่นี้สินะ!!” หลิวเว่ยที่อาศัยวิชาตัวเบาเหยียบด้ามขวานยืมแรงดีดตัวออกนอกวงล้อมช่วยจำกัดความให้ ร่างเล็กเหยียบอยู่บนต้นสนข้างสิงโตหิน ทอดสายตามองดูพวกมันอย่างเฉยเมย เมื่อครู่...ที่สังเวยไปก็คือผ้าคลุมของนาง อีกนิดเดียวเท่านั้น..เกือบกลับไปพบครอบครัวไม่ได้เสียแล้ว

          “....หนอย!! ปากดีนักนะแก!!” ชายถือแส้ผู้ไม่อาจทนกับการสบประมาทได้พุ่งออกไปก่อนเพื่อน สายแส้ตวัดฉับไว หลิวเว่ยปาดกระบี่สับตะขอติดปลายออกเป็นอย่างแรก ยังไม่ทันจะรับมือเสร็จฝาแฝดลูกตุ้มเหล็กก็โดดเข้ามาสมทบ รับมือสี่ทิศแม้นางจะมีวรยุทธติดตัวก็ค่อนข้างจะตึงมืออยู่บ้างเล่นบุกเข้ามามิได้เว้นจังหวะหายใจสถานการณ์สร้างหายนะแก่นางโดยแท้ แต่ถึงเป็นเช่นนั้นจะให้ทอดทิ้งสหายไว้แล้วหนีไปเพียงลำพังนางก็ทำไม่ได้!

          “....กระทำตนเยี่ยงอันธพาล พวกเจ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าชาวยุทธ์อยู่อีกรึ?...”

          ท่ามกลางความชุลมุนนั้นเองปรากฎคำถามเรียบง่ายตามด้วยเสียงหัวเราะเจือแววเย้ยหยัน อาจเพราะอิสตรีผู้มาใหม่มีน้ำเสียงน่าฟังอย่างหาตัวจับยาก ทุกสายจึงตาหันไปรวมที่ผู้มาใหม่รายล่าสุด


          ท่ามกลางสายหิมะโปรยบางเบา ดรุณีผิวกายดั่งหยกในอาภรณ์แดงชาดยืนแย้มยิ้มอยู่ นวลหน้านางเนียนละเอียดกว่าไข่มุก องคาพยพทั้งห้างามโดยธรรมชาติไร้การเติมแต่ง สวยคมตามเอกลักษณ์สาวงามแดนเหนือ หว่างคิ้วเปี่ยมราศีผุดผาด ส่วนโดดเด่นเห็นจะเป็นริมฝีปากอวบอิ่มหยักได้รูปสวย ต่างจากสตรีชาวฮั่นที่นิยมปากเล็กเหมือนผลอิงเถา แววตาดั่งผลซิ่งดูลึกลับเย้ายวนมองครั้งหนึ่งยากจะถอนสายตาไปได้ มองหนที่สองคล้ายวิญญาณถูกดึงดูดให้เข้าหา เรือนร่างสูงระหงสมส่วนช่วงคอขาวผ่องท่อนแขนกลมกลึง จัดเป็นโฉมสคราญงดงามบาดตาผู้หนึ่ง…

          “เงียบกันทำไม? ข้ามาขัดจังหวะเรื่องสนุกหรือ? งั้นขอลงข้างน้องชายผู้นั้นแล้วกัน…” สตรีผู้นั้นยิ้มแย้มเดินเข้ามาหากลุ่มคนที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่  นางปัดขวานออกพ้นทางอย่างไม่ยี่หระ เมื่อเดินมาถึงด้านข้างหลิวเว่ยก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายหนหนึ่ง พร้อมกล่าววาจาท้าทายด้วยสีหน้าปลอดโปร่ง "….ขัดข้องตรงไหนไว้ค่อยคุยกันทีหลัง...ต่อสิมัวรออะไรอยู่”

          “........” นักล่าทั้งเจ็ดโง่งมไปแล้ว อยู่ดีดีฝ่ายตรงข้ามก็มีกองหนุนมาเพิ่ม ทั้งยังปรากฎตัวอย่างแปลกประหลาด ทำเสมือนเดินจ่ายตลาดแล้วบังเอิญผ่านทางมาอย่างไรก็อย่างนั้น

          หมดช่วงพักรบกลับมาตะลุมบอนกันอีกครั้ง

          หลิวเว่ยไม่วางใจสตรีแปลกหน้าผู้นี้นัก นางคาดเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายไม่ได้ว่าอยู่ดีดีจะหาเรื่องวุ่นวายเข้าช่วยพวกตนทำไม แต่เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่ช่วยระวังพวกลอบกัดให้หลายหนเข้า ก็เข้าใจว่าคงเป็นชาวยุทธ์มีคุณธรรมผู้หนึ่ง ผ่านทางมาเห็นนางถูกคนมากรังแกคนน้อยจึงตรงเข้ามาช่วย…

          เมื่อมีอีกแรงร่วมสู้แข็งขัน สตรีทั้งสอง(?)หันหลังชนกัน กระบวนท่าแม้แตกต่างก็สามารถผสานโจมตีสลับรุกเป็นรับ ช่วยส่งเสริมเปิดช่องว่างให้ได้พักหายใจ สถานการณ์ของหลิวเว่ยดีขึ้นมากทีเดียว ทว่าหนึ่งในกลุ่มนักล่ายังซ่อนเร้นฝีมือ ลำพังพวกลิ่วล้อยังสามารถจัดการได้โดยง่ายแต่กับยอดฝีมือที่ยังปิดบังตัวตนอยู่นี้...สองสาวเห็นทีต้องปรับแผนรับมือกันใหม่

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หน้ากากยักษ์ม่วง
มุกอัคคี
เซ็กเธาว์
ธนูเจย์วิน
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x4
x1
x10
x20
x40
x25
x30
x20
x90
x9
x5
x9
x1
x1
x6
x3
x8
x1
x18
x205
x40
x2
x13
x1012
x2
x150
x1
x5
x4
x2
x5
x41
x1
x699
x1
x1
x3
x145
x1
x2
x1
x25
x5
x2
x4
x1
x290
x50
x5
x15
x36
x11
x2
x7
x5
x880
x3
x3334
x52
x88
x110
x100
x360
x2
x18
x165
x1
x120
x500
x500
x1826
x55
x70
x31
x1615
x9999
x8
x9
x41
x4
x690
x4
x4
x16
x2
x36
x2
x30
x144
x5
x695
x203
x620
x780
x77
x9999
x46
x630
x952
x126
x2090
x51
x390
x537
x485
x854
x100
x4
x1768
x404
x3999
x434
x51
x828
x1843
x1755
x205
x4167
x58
x580
x392
x814
x223
x104
x140
x180
x3
x6
x1
x1000
x76
x35
x1890
x120
x1
x189
x4
x9999
x918
x2
x20
x234
x1413
x4200
x3837
x7
x2534
x1200
x188
x486
x9999
x899
x251
x1
x330
x618
x2270
x264
x50
x10
x2
x7
x7
x14
x21
x9
x98
x6329
x77
x6335
x199
x12
x4195
x9
x5
x3212
x6
x9
x571
x199
x7
x9
x101
x15
x6
x212
x1715
x6
x16
x75
x462
x60
x4
x105
x5
x13