กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 242|ตอบกลับ: 8

{ นอกด่านซันไห่กวน } ป่าตอนใต้

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-9 15:44:18 |โหมดอ่าน
{ นอกด่านซันไห่กวน } ป่าตอนใต้

ป่าเขียวชะอุ่มที่อยู่ทางทิศใต้ของด่านซันไห่ อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ
และสัตว์ป่ามากมาย รวมไปถึงของป่า เป็นเส้นทางผ่านไปยังเมืองเป่ยผิงหรือแยกจี้โจว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-12-9 21:42:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
      คณะเดินทางเดินทางออกจากป้อมอี้ พลทหารและเกวียนหลายขันรถที่ขับเคลื่นอด้วยวัวแดนเหนือตัวผู้เกวียนละ 4 ตัว เพื่อขนย้ายหินและวัสดุที่ต้องการ รถม้าที่อยู่ด้านหน้ามีผู้โดยสารคือ หลี่เซี้ยนเจ่อ เขากำลังจดบันทึกการเดินทางเพื่อทำรายงาน
      คณะเดินทางมุ่งลงใต้ไปตามเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่ป่าร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เมืองหนาวอย่างต้นสนบดบังแสงอาทิตย์จากท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่แล้วทำให้บรรยากาศดูมืดมนเข้าไปให้ คณะเดินทางหยุดอยู่ที่ตีนผาซึ่งจะเต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่  ขุนนางหนุ่มลงมากจากรถม้าก่อนจะเดินไปหานายกองอี๋เพื่อทายทอดคำสั่ง
   "นายกองอี๋นำดินปืนระเบิดก้อนใหญ่ตรงนั้น ให้ได้หิน 3 เกวียน อย่าไประเบิดใกล้ตีนผามากละ เดี๋ยวหินจะถล่มลงมาทับเรา ตัดไม้สนไป 2 ต้นและขุดดินแถวป่าที่เราผ่านมาแถวนั้นดินจะมีความชื้นมากกว่าแถวตีผานี้ดินจะแข็งกว่า ข้าว่าเราคงต้องใช้เวลา1วัน ตั้งค่ายจัดเวรยามทุกทิศทาง เพื่อนระหว่างพวกสัตว์ป่าด้วย” หลี่ ซี้ยนเจ่อพูดสั่งนายกองชุดใหญ่
  "ขอรับ! ทหารขนดินปืนออกมา" นายกองรับคำสั่งก่อนจะพูดสั่งทหารเลวอย่างแข็งขัน
      หลายชั่วโมงผ่านไป
      ค่ายที่พักก็จัดเตรียมจนเสร็จ ขุนนางหนุ่มนั่งอยู่หน้ากระโจมที่พักใหญ่มองทหารทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง โดยมีนายกองอี๋เป็นคนคุมงานแทน ทำให้เขาได้พักบ้าง พวกทหารนำดินปืนไประเบิดก้อนหินในจุดที่ไกลจากที่พักเพื่อความปลอดภัย จะมีก็แต่เสียงระเบิดดังลั่นอยู่เป็นระยะและเกวียนที่มีหินเต็มขันก็เคลื่อนเข้ามาในค่าย  
     จนตะวันตกดิน เกวียนที่มีท่อนไม้สนขนาดใหญ่และดินเหนียวก็เคลื่อนมาจอด  ขุนนางหนุ่มลงจากเก้าอี้ประจำตัว ไปตรวจสอบวัตถุดิบที่ขนเข้ามา ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแต่จนถึงเย็น งานก็ยังไม่เสร็จดี แถมอากาศก็เย็นยะเยือก
   "นายกองอี๋ บอกทหารให้พักมือก่อน วันพรุ่งค่อยมาทำกันต่อ"
   "ขอรับไต้เท้า!" นายกองอี๋รับคำสั่งหลี่เซี้ยนเจ่อ ก่อนเรียกร่วมพลทหารเพื่อทำการพักกอง ทหารที่เหนื่อยล้าต่างนั่งพักเหนื่อย บ้างก็หมดแรงจนนอนมันที่พื้นดินทั้งอย่างนั้น เมื่ออาหารเสร็จพวกทหารก็เดินไปรับอาหาร ส่วนหลี่เซี้ยนเจ่อนั้นคนครัวจัดอาหารให้เป็นพิเศษส่งถึงกระโจมที่พักไม่ต้องไปกินรวมกับพวกทหาร ถึงมันจะไม่ได้ดีเลิศแต่ก็พอกินได้บ้าง เมื่อเสร็จขุนนางหนุ่มก็ทำการจดบันทึกก่อนจะเข้านอน
เช้ามืดวันถัดมา
     ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างหลี่เซี้ยนเจ่อก็ตื่นขึ้นเพื่อได้ยินทหารที่ตื่นขึ้นมาทำงานกันแล้ว เขาลุกขึ้นแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะออกจากกระโจมเพื่อไปตรวจตราดูตวามเรียบร้อย อากาศภายนอนนั้นหนาวเย็นอย่างมาก แม้แต่จะอยู่ในชุดเสื้อคลุมที่หนาก็ยังหนาวจนสั่น ขุนนางหนุ่มยืนกอดอก ยังไงเขาก็ต้องยืนคุมงาน จะถือเป็นการเอาเปรียบทหารที่ต้องใช้แรงงานอย่างลำบากกว่าเขาไม่ได้
      เวลาผ่านไป หินอีกหนึ่งเกวียนก็เคลื่อนเข้ามาในค่าย ตอนนี้ของที่ต้องการก็ครบแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อสั่งให้เก็บที่พักแล้วเตรียมตัวกลับป้อมอี๋ เพื่อนำของที่มาไปเก็บก่อนจะเดินทางเข้าเมืองเพื่อซื้อวัสดุที่จำเป็นอย่างส่วนหนึ่ง   ขุนนางหนุ่มขึ้นรถม้าที่นั่งก่อนคณะเดินทางจะเดินทางออกจากป่ากลับไปยังป้อมอี๋



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +400 ชื่อเสียง +25 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 400 + 25 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

493

กระทู้

1909

โพสต์

39หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
6469678
เงินตำลึง
235928
ชื่อเสียง
131921
ความหิว
1073
คุณธรรม
240
ความชั่ว
124
ความโหด
272
♦ เหยากวง ♦
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-4-6 02:37:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-4-6 20:18


สี่พี่น้องในท้องทุ่งหญ้า

213
ปลอมแปลงตัวตน



        { แฟลชแบ็คกระท่อมร้าง }

        หลังการฝึกวิชาตัวเบาที่กระท่อมร้างเมื่อทั้งคู่จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็เป็นเวลาอาหารเช้า อวี้เหวินหยางดูขยับตัวได้คล่องขึ้นมากเห็นทีจะดูเบาพลังการฟื้นตัวของเด็กๆ ไม่ได้เสียแล้ว “เด็กนั้นมีวรยุทธ์…..” เฟยเทียนจับสังเกตุมานานคาบลมหายใจของอวี้เหวินหยางสม่ำเสมอมีพลังแฝงพอตัวสำหรับเด็กวัยสิบกว่าปี นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ค่อยวางใจชงหนูไร้หัวนอนปลายเท้ารายนี้ “เรื่องนี้ข้าบอกพี่ใหญ่ไปแล้วเมื่อคืน เห็นว่าไม่เป็นปัญหานัก” หลี่ไป๋หลงย่างใส้กรอกเลือดแพะจนร้อนกรุ่นส่งให้พี่จิ่วทาน เมื่อเฟยเทียนหันมาหาคำยืนยันนักกวีหนุ่มแค่พยักหน้ารับเบาๆ

        “พวกเจ้าซุบซิบอะไรกัน? มีอะไรก็ว่ามาตรงๆสิ!”

        อวี้เหวินหยางพึ่งเดินออกจากห้องในขมวดคิ้วมองสัญญาณท่าทางไปมาแล้วหงุดหงิดที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย “จากนี้พวกเราจะเรียกเจ้าว่าอาหยาง ที่มาของเจ้าไม่ชัดเจนเกรงว่าจะมีคนตามล่าตัว เลือกสิว่าอยากเก็บชีวิตไว้รึเปล่า?” หลิงเฮ่าจิ้มบิแผ่นแป้งลงไปในซวนไน่อาหารเช้าของชาวท้องทุ่งไม่ค่อยถูกปากเขาซักเท่าไรแต่ก็ต้องกินเพื่ออยู่รอด “ข้าไม่มีปัญหา เจ้าบอกว่าจะดูแลให้ข้าปลอดภัยนี่ รึว่าทำไม่ได้?”

        เสิ่นหลิงเฮ่าประเมินสถานการณ์รอบตัว ก่อนนึกขึ้นได้ว่าสมุนไพรที่อาเยว่ให้ไว้ยังพอบอกวิธีเอามาใช้ประโยชน์ได้บ้าง ถ้าเด็กนี่ทำตัวน่ารักว่าง่ายการพาเข้าด่านซานไห่กวนไม่น่าจะลำบากมากนัก

        “นั่นขึ้นอยู่ที่เจ้า...ว่าจะฟังข้ามากแค่ไหน จี้ที่ติดมาอาจเก็บไว้ไม่ได้แล้ว เอาไปทิ้งซะ..ไม่ก็ฝากไว้ที่เฟยเทียน หลังจากนี้หากเจอคนนอกไม่มีคำข้า ก็จงสงบปากสงบคำนอกจากคำว่า ‘ขอรับ’ ก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก” เตรียมการณ์ว่ายากแล้ว สู้ไม่เตรียมเลยดีกว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็จดจำเรื่องใดไม่ได้อยู่แล้วนี่จะทำให้ง่ายขึ้น การปลอมแปลงลักษณะเล็กๆน้อยๆ อย่างเปลี่ยนสีผิวและสีผมด้วยผงสมุนไพรที่หรงเยว่ทิ้งไว้ให้ กับผงใบเทียนกิ่งขาวถูกทำขึ้นด้วยเตรียมพร้อม “เฮ้...เจ้าจะทำอะไรกับผมข้าน่ะ!!” เสียงโวยวายดังขึ้นตั้งแต่เช้าจรดเย็นพี่จิ่วมาช่วยใช้ปัสสาวะม้าและน้ำเกลือกัดสีผมเจ้าหนูนี่ตลอดวัน ต้องเลี่ยงและระวังไม่ให้ของสกปรกเข้าไปในบาดแผลที่หัว ลำบากมากทีเดียว… ดีว่าหลิงเฮ่ามีผ้าโพกหัวของใครบางคนติดมาด้วยจึงช่วยได้มาก

        ต่อมาคือการแก้ไขชุดเปลี่ยนเฉพาะสัดส่วนบริเวณไหล่ก็ยัดผ้าเย็บเข้าไปเข้าไปให้ดูปูดโปนเหมือนคนทำงานหนัก อาหยางยังคงโวยวายจนหลิงเฮ่าปรายสายตาไปหาพี่เสือช่วยอบรมเด็กดื้อ “ไม่จำเป็นก็อย่าพูด เข้าใจไหม?” สิ้นเสียงคำรามแฮ่คือการสอน...

       “ขอรับ…..”

        พวกเขาอยู่ค้างที่กระท่อมร้างอีกหนึ่งคืนด้วยการเตรียมตัวใช้เวลานาน อย่างน้อยก็ต้องรอจนแน่ใจว่าสีผมไม่กลับเป็นอย่างเดิมง่ายๆ รุ่งเช้าจัดแจงล้างหน้าล้างตานักกวีหนุ่มแบ่งนมแพะที่หรงเยว่รีดมาให้น้องทั้งสามเพื่อทานรองท้อง

        ฝึกวิชาตัวเบาวันที่ 6 พี่ใหญ่และพี่รองพากันเดินไปยังที่ประจำที่ใช้มาสามวันในการฝึก  มีกระรอกสีน้ำตาลตัวเดิมกัดแทะลูกไม้อยู่ได้ยินเสียงพวกเขาเข้าก็กระโดดแผล่วไป สองหนุ่มจับจองพื้นที่เริ่มโคจรลมปราณในร่างกายรวมสมาธิบังคับชี่ไหลไปรวมกันตรงท้องน้อย กำหนดหมุนเวียนขวาแผ่ลงยังทวาร วันนี้อากาศค่อนข้างเย็นลมภายนอกและภายในทำให้รุ้สึกถึงชั้นผิวหนังที่กั้นบางๆ กำหนดลมปราณหมุนเวียนฝั่งขวาไปสักระยะก็ลงทวาร ลมบางส่วนกระจุกบริเวณลำใส้และแล้วอาการปวดเสียดท้องเฉียบพลันก็กำเริบอีกครั้ง..

        ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปปลดทุกข์ จึงมาล้อมวงทานข้าวเช้าวางแผนการเดินทางต่อ

        “พวกเจ้าไม่ลืมอะไรนะ? ไปนึกขึ้นได้ตอนถึงหน้าด่านข้าไม่พาย้อนมาอีกหนแล้ว” หลิงเฮ่าถามย้ำอีกรอบก่อนที่ทุกคนจะพากันขึ้นม้า อาหยางได้นั่งอนุโลมขึ้นซ้อนเยี่ยซาด้วยอาการบาดเจ็บ พวกเขาออกเดินทางจากกระท่อมร้างโดยฝังจี้เอาไว้ในบริเวณนั้น เป็นยามสายที่อากาศค่อนข้างร้อนมีเพียงลมบูรพาพัดมาเอื่อยๆ เรียกเหงื่อทั้งคนและม้าอย่างช่วยไม่ได้

ฝึกตัวเบาวันที่ 6



@Admin



แสดงความคิดเห็น

ฝึกตัวเบาวันที่ 6/10  โพสต์ 2018-4-7 15:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ความหิว -72 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 -72 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
กระบี่ไม้
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x87
x5000
x2
x6
x5
x8
x1
x10
x100
x100
x51
x4
x3
x3
x1
x6
x25
x59
x7
x14
x22
x8
x3000
x185
x175
x210
x320
x11
x1267
x9
x92
x4312
x6
x9
x66
x6
x210
x6
x11
x150
x219
x16
x8
x182
x450
x6
x15
x1
x45
x160
x61
x2
x10
x90
x2
x1
x17
x2
x1
x302
x1
x3
x2
x258
x380
x3
x499
x665
x500
x575
x174
x136
x1
x2
x5
x1
x9
x263
x4312
x2300
x645
x132
x9
x244
x18
x11
x221
x17
x588
x3
x514
x538
x15
x30
x444
x1365
x230
x440
x149
x70
x1540
x5
x1045
x6
x1393
x25
x1040
x109
x51
x1
x8
x541
x513
x731
x132
x86
x1525
x924
x117
x1994
x1714
x826
x593
x2868
x565
x1120
x1236
x1999
x402
x11
x1
x37
x906
x355
x33
x1
x8053
x520
x67
x125
x20
x473
x342
x1756
x60
x440
x979
x300
x40
x169
x157
x10
x50
x30
x2502
x4
x292
x100
x154
x30
x31
x18
x441
x65
x1
x273
x894
x1630
x125
x10
x20
x10
x85
x371
x10
x142
x905
x20
x68
x1988
x304
x2

493

กระทู้

1909

โพสต์

39หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
6469678
เงินตำลึง
235928
ชื่อเสียง
131921
ความหิว
1073
คุณธรรม
240
ความชั่ว
124
ความโหด
272
♦ เหยากวง ♦
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-4-6 20:26:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด

สี่พี่น้องในท้องทุ่งหญ้า

214
จับย้อมแมว




        คนทั้งหกพร้อมด้วยอาชาห้าตัวและสัตว์ป่าอีกสองพร้อมใจกันมุ่งหน้าลงใต้เพื่อเข้าสู่ด่านซานไห่กวน ปราการแรกก่อนกลับแผ่นดินเกิด พวกเขาเลือกเส้นทางที่อ้อมจากปกติเลี่ยงถูกตามรอย เหมือนว่าแม้จะจดจำอะไรไม่ได้สัญชาติญาณการลบร่องรอยของอวี้เหวินหยางก็ทำงานได้ดี บอกพวกเขาว่าการเลือกเส้นทางที่มีใบไม้แห้งจะปกปิดรอยเท้าม้าได้ดีกว่าทางเกวียนปกติ แต่ในบรรดาทั้งหมดนี้เส้นทางแยกเข้าสู่ป่าจะทิ้งร่องรอยไว้มากตามลำดับ เป็นนั่นเพราะ ‘กิ่งไม้’ ที่หักหล่นตามทางจะบ่งชี้ทิศทางได้ดีที่สุดเช่นกัน

        ด้วยคำแนะนำของอวี้เหวินหยางสี่คุณชายก็พบว่า เจ้าเด็กนี่ไม่ได้มีดีแค่ปากกจริงๆแม้วาจาจะกวนอวัยวะเบื้องต่ำอยุ่มากอย่างคำว่า ‘แค่นี้ก็ไม่รู้หรอโตมาได้ยังไง’ หรือคำว่า ‘นิสัยหยุมหยิมหยั่งกับพวกผู้หญิงนางระบำ’ ที่เกือบได้เซ่นลิ้นเป็นที่รองรับกระบี่เฟยเทียนไปหลายรอบก็ตามที “พี่ใหญ่ท่านหาทางเอาอะไรอุดปากเจ้าเด็กผีนี่ทีเถอะ!!” ทุกครั้งที่พี่สามกล่าวเช่นนี้ เสียงหัวเราะจากไป๋หลงและพี่จิ่วจะดังขึ้นทำนองว่า “ก็แค่เด็กคนนึงน่าพี่สามอย่าใจแคบนักเลย”

        ทำราวกับทั้งสามอายุมากกว่าเด็กคนนี้หลายช่วงวัย... แต่หากมีรอบไหนที่อวี้เหวินหยางชักจะลามปามหลิงเฮ่าจะเรียกเบาๆว่า “พี่เกิ้นหยาง…” เสียงคำรามแฮ่หนึ่งดังขึ้น คณะเดินทางได้ความสงบสุขคืนมาอีกครั้ง

        ย่ำม้าควบผ่านป่าลงมาได้เกิบจะถึงด่านซานไห่กวน ร่วมเวลาประมาณสี่เค่อ จู่ๆ ปัญหาที่หลิงเฮ่าเคยกังวลก็เกิดขึ้นจนได้ หมูร่วมสิบตัวฝูงหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายหวั่นหลิวแต่เป็นช่วงโตเต็มวัยพร้อมชายชางชงหนูขี่อยู่บนหลังหมูสวมเกราะ “..........” หมูอีกแล้ว มีอะไรกับหมูมากนักนะดวงเขา เขาไม่ได้ชื่นชอบหมูแค่เห็นว่าเฉพาะ ‘ลูกหมู’ เท่านั้นที่น่ารัก

        “เฮ้ยหยุด!! เจ้าส่งไอ้เด็กนั่นมาซะดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้าอย่าสอด” ชายขี่หมูหุ้มเกราะตะโกนขึ้นแล้วชี้มาทางพวกเขา

       “ขอโทษที่ถาม ไม่ทราบว่าพูดถึงเด็กคนไหน?” นักกวีหนุ่มปรายสายตามองวาจาหยาบคายนั้น นึกแสลงหูว่าพวกชงหนูช่างไร้อารยะ เจอหน้าขึ้นไอ้อยู่ในถิ่นคงด่าพ่อล้อแม่กันเป็นกิจวัตร หากสิ่งนี้เรียกว่าวาจาเปิดเผยเขายอมใช้วาจาปกปิดไปตลอดชีวิตยังมีเกียรติกว่า เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบก็ถามกลับ “ท่านมาหยุดคณะของพวกเราสาเหตุไม่แน่ชัด เด็กคนไหนชื่ออะไร รูปพรรณเป็นอย่างไรมากล่าวหาพวกข้าเช่นนี้ หมายจะหาเรื่องกันใช่รึไม่?”

        “พี่ใหญ่มันแค่คนเดียวข้าจัดการได้น่าไม่ต้องไปเสียเวลาพูดคุยหรอก” หลี่ไป๋หลงไสม้าเข้ามาเทียบแล้วก้มลงกระซิบข้างหู “เรื่องราวยังไม่แน่ชัดรอไปก่อนเผื่อมีพวกซุ่มโจมตีแบบคราวนั้น” ยังไม่สิ้นคำเขาเฟยเทียนก็ส่ายหน้าเชิงว่าไม่มี ระยะสองร้อยเก้าเขาจับการเคลื่อนไหวโดยร้อบแล้วไม่มียอดฝีมืออยู่จริงๆ อย่างน้อยก็คนที่มีฝีมือทันเทียมกับพวกเขาไม่ได้อยุ่บริเวณนี้ หลิงเฮ่าอาศัยจังหวะนั้นก้มลงบอกอวี้เหวินหยางว่า “อย่าลืมที่ข้าบอกไว้ จะรักษาชีวิตไว้ได้รึไม่หรือไม่ขึ้นอยู่ที่เจ้า” เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักก้มลงกับแผงคอม้ารอดูสถานการณ์

        “เด็กนั่นทรยศท่านข่าน ตระกูลอวี้เหวินต้องนำตัวไปลงโทษตามกฎตระกูล!!”

        “ตลกแล้วท่านแค่เด็กคนเดียวหายไปยังต้องเอิกเริกขนาดนี้เชียว? ขอถามสักหน่อยท่านข่านผู้ยิ่งใหญ่ของท่านถือสาอะไรกับเด็กตัวเท่านี้? หรือจะบอกว่าทุ่งหญ้ากว้างใหญ่พวกท่านปกครองได้ แต่ดูแลปกครองเด็กเพียงคนเดียวกลับทำไม่ได้...นี่ออกจะน่าขันเกินไปนิด”

พรืดดด…

        ไป๋หลงเฟยเทียนลอบยกนิ้วในใจ พี่ใหญ่หลอกด่าได้เจ็บยิ่งนักเขาชอบ!!

        พี่จิ่วเห็นว่าอีกฝ่ายฮึดฮัดก็บอกให้ระวังหลิงเฮ่าพยักหน้าเบาๆ กล่าวเจรจาต่อ “เกียรติของชาวทุ่งหญ้าเราชาวฮั่นย่อมเคยได้ยินมาบ้าง ฟังว่าพวกท่านมีน้ำใจกว้างขวางต่อมิตร ‘ไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อย’ วันนี้มีวาสนาได้พบยอดนักรบแห่งชาวทุ่งหญ้าคงได้พิสูจน์สักทีว่าคำกล่าวเป็นจริงหรือแค่เรื่องตลกในวงสุรา”

        “เจ้าเลิกพูดได้แล้ว ส่งเด็กนั่นมาซะโดยดี!!”

        “หากพวกข้าปฎิเสธเล่า เด็กนี่ใช่คนที่พวกท่านตามหารึเปล่าก็ไม่แน่…. ขอเตือนก่อนว่าพวกข้ามีปูมหลังไม่ธรรมดาเกิดเหตุขึ้นที่ท้องทุ่งหญ้าทางบ้านย่อมไม่ปล่อยเปล่าๆแน่ ท่าน… คิดจะสร้างปัญหาให้ท่านข่านจริงหรือ” นักกวีหนุ่มยิ้มละไมราวกับนักการฑูตมือเอก สิ่งที่เขาถนัดก็คือการใช้ชิวหาเลี่ยงเคราะห์กรรมนั่นล่ะ ดีนักที่ตัดไฟแต่ต้นลมทิ้งจี้นั่นไปเสียก่อน เด็กวัยเท่านี้หน้าตาล้วนคล้ายคลึงกัย อาหยางเปลี่ยนชุดทำแผลแล้วจับใส่ผ้าคลุมไม่ต่างจากเด็กติดตามชาวฮั่น ดูผิวเผินแยกแยะไม่ออกแน่นอน “น่าเสียดายข้าอยากช่วยท่านสืบหาเด็กคนนั้นแต่จนใจว่าเวลาไม่เอื้ออำนวย ท่านผู้กล้า...ยุทธภพไม่ล่วงเกินกัน ทางที่ท่านขวางอยู่ช่วยเปิดได้รึไม่”

        “ไม่ส่งมาล่ะก็แน่นอนว่าพวกเจ้า…” ชายคนนั้นทำท่าปาดคอตัวเองแต่เหงื่อกลับหยดติ๋งๆ จะอย่างไรเขาก็มาตัวคนเดียว แถมคำพูดของเจ้าหนุ่มหน้าสวยนั้นล้วนเป็นจริงนอกจากถูกสั่งให้ตามหาเด็กคนหนึ่งแล้วเขาก็ไม่รุ้อีกว่าเด็กนั่นหน้าตาลักษณะผิวพรรณเป็นอย่างไร เกิดผิดตัวขึ้นมานั่นเท่ากับไปล่วงเกินผู้ที่ไม่ควรเข้าแล้วรึไม่? เหงื่อกาฬไหลพลั่กๆ จนหมูที่ขี่อยู่เริ่มจะเปียกโชก มองดูจากระยะไกลคล้ายหมูย่างชุ่มน้ำมันตัวหนึ่ง

        หลิงเฮ่าคว้าแขนของอาหยางชูขึ้นให้อีกฝ่ายเห็น ผิวบริเวณนั้นถูกผงสมุนไพรทาจนกลายเป็นสีเหลืองเตรียมไว้ก่อนอยู่แล้ว ยังไม่พอหลิงเฮ่าเปิดผ้าคลุมให้เห็นสีผมออกแดงๆ อันเกิดจากสมุนไพรและน้ำปัสสาวะม้ากัดกร่อน

        “จะหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่างผู้ติดตามของข้าไปเหมือนเด็กที่ท่านว่าตรงไหน? กล่าวเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าชาวทุ่งหญ้าคิดรังแกเราชาวฮั่นหรอกหรือ!!” เห้นอีกฝ่ายยังไม่ตอบหลี่ไป๋หลงช่วยตะโกนถามให้ด้วยใบหน้าดุดันว่าอีกฝ่ายจะเอาอย่างไร หากพี่ใหญ่ใช้ไม้อ่อน เขาจะใช้ไม้แข็งเองจะต่อยกันก็เข้ามาเลย!
      




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
กระบี่ไม้
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x87
x5000
x2
x6
x5
x8
x1
x10
x100
x100
x51
x4
x3
x3
x1
x6
x25
x59
x7
x14
x22
x8
x3000
x185
x175
x210
x320
x11
x1267
x9
x92
x4312
x6
x9
x66
x6
x210
x6
x11
x150
x219
x16
x8
x182
x450
x6
x15
x1
x45
x160
x61
x2
x10
x90
x2
x1
x17
x2
x1
x302
x1
x3
x2
x258
x380
x3
x499
x665
x500
x575
x174
x136
x1
x2
x5
x1
x9
x263
x4312
x2300
x645
x132
x9
x244
x18
x11
x221
x17
x588
x3
x514
x538
x15
x30
x444
x1365
x230
x440
x149
x70
x1540
x5
x1045
x6
x1393
x25
x1040
x109
x51
x1
x8
x541
x513
x731
x132
x86
x1525
x924
x117
x1994
x1714
x826
x593
x2868
x565
x1120
x1236
x1999
x402
x11
x1
x37
x906
x355
x33
x1
x8053
x520
x67
x125
x20
x473
x342
x1756
x60
x440
x979
x300
x40
x169
x157
x10
x50
x30
x2502
x4
x292
x100
x154
x30
x31
x18
x441
x65
x1
x273
x894
x1630
x125
x10
x20
x10
x85
x371
x10
x142
x905
x20
x68
x1988
x304
x2

493

กระทู้

1909

โพสต์

39หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
6469678
เงินตำลึง
235928
ชื่อเสียง
131921
ความหิว
1073
คุณธรรม
240
ความชั่ว
124
ความโหด
272
♦ เหยากวง ♦
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-4-7 15:32:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-7-20 22:50



สี่พี่น้องในท้องทุ่งหญ้า

215
บอกให้ยิงก็ยิงสิ



      หลังสิ้นเสียงท้าทายของหลี่ไป๋หลงคล้ายไปกระตุ้นโทสะของฝ่ายนั้นเข้า จากทีแรกใช้เวลาเจรจาหลายประโยคจนขุนพลขี่หมูมีท่าทีลังเลด้วยคำโน้มน้าวของหลิงเฮ่า แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงไม่ยอศิโรราบของพี่รองคล้ายได้สติว่าควรจะจัดการล้างอายไปในทีเดียว ผู้ขวางทางพวกเขาตบพุงพลุ้ยๆสองสามหนอย่างปลุกใจ ก่อนจะตะเบ็งเสียงขึ้นว่า “แล้วพวกแกจะต้องเสียใจที่มาแหยมกับเราชาวทุ่งหญ้า!!”

        กล่าวจบก็ยกปล้องขาวๆ ไม่คล้ายปี่ ไม่คล้ายขลุ่ยเสมอนเขาสัตว์หน้าตาอัปลักษณ์ออกมาเป่าเป็นบทเสียงสั้นครวญครางที่ไม่คุ้นหู ฟังดูคล้ายเสียงหมูถูกเขย่าจนร้องมั่วซั่วมากกว่าบทเพลง

        “อะไรของมัน….” หลี่ไป๋หลงนิ่วหน้ากับท่าทีเช่นนั้น ‘อะไร? เพลงปลุกใจรึงไง?’ ขณะที่คิดจะหัวเราะเยาะ ทันในนั้นเองดวงตาของเหล่าหมู่นับสิบตัวก็มีท่าทีเปลี่ยนไป “ระวังหมู!!” เด็กชาวชงหนูรู้สึกได้ว่ามีสิ่งผิดปกติ ในความทรงจำของเขาเสียงแว่วๆนี้ เสมือนบทเพลงก่อนออกศึก พี่จิ่วงุนงงแต่ยังไม่วายหันมาปลอบ “อาหยางมีอะไร….? หมูใช่ใช่สัตว์กินเนื้อหรอกนะไม่ต้องกลัว” หลิงเฮ่าเคยเห็นเรื่องราวประหลาดบนเกาะจูมาแล้ว คาดว่าถ้าหรงเยว่อยู่ด้วยอาจจะบอกได้ว่าเหล่าหมูรอบๆคิดจะทำอะไร ถึงเข้ามาโอบร้อมรอบทิศขนาดนี้

อู๊ดอี๊ดดด!!!
        “เฮ้ย!!!” ลูกหมูตัวไม่ใหญ่ไม่เล็กกระโดดพุ่งเข้าใส่หลี่ไป๋หลง เสียงทีมาก่อนตัวทำให้เขาตวัดทวนฟาดมันปลิวได้ แต่ทางซ้ายและทางขวายังมีกีบทะยานเข้าใส่อีกเป็นจำนวนมาก พี่จิ่วชักกระบี่ออกมา “ทุกคนระวังหมูบุก!! พี่สามไปช่วยพี่รองเร็ว!” ไป๋หลงออกล้ำหน้าพวกเขาไปจึงเป็นเป้าโจมตีอันดับแรกๆ จี๋เฟยเทียนทะยานขึ้นจากหลังม้านึงปวดหัวขึ้นมาว่าปกติสู้กับคนยังไม่เคยมีประสบการณ์สู้กับหมู มันอะไรกันนี่!!
        แต่จะมัวคิดก็ใช่ทีจอมยุทธ์จี๋มือกุมกระบี่พยายามองหมูตกมันนับสิบตรงหน้าที่พุ่งหาเขาเหมือนอาหารอันโอชะ เสียงพี่รองร้องลั่นหลังทวนในมือถูกหมูยักษ์งับแล้วลากไปสภาพน่าอนาถ เฟยเทียนพุ่งตัวหลบเขี้ยวหมูป่าที่ถากเข้าไหล่ซ้ายยกขาเตะบ้องหูมันไปไกลๆ เร่งกระโดดเข้าวงล้อมไปช่วยพี่รอง “พี่รองอดทนไว้! อย่างน้อยเราได้อาหารเย็นกันแล้ว!!”

        หมูเยอะพอเลี้ยงได้ทั้งหมูบ้าน….

        “อาหยางที่เจ้ากลัวหวั่นหลิว… เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม?” เห็นเด็กหนุ่มที่นั่งซ้อนตนอยู่เริ่มตัวสั่นก็พอจะเดาได้ หรงเยว่มีความสามารถสื่อสารกับสัตว์ส่วนที่พวกนี้ใช้สัตว์ร่วมสู้ได้...ก็ต้องมีสื่อกลาง นักกวีหนุ่มเริ่มวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดคือเสียงเพลง “นั่น… ทำลายเครื่องเป่านั้นซะ มันคือสิ่งที่ใช้ควบคุมเจ้าพวกนี้” อวี้เหวินหยางชี้ไปยังชายขี่หมูโดยไม่ต้องพูดซ้ำนักกวีหนุ่มก็เรียกเสือดาวหิมะช่วยคุ้มกันด้านข้าง คอยเบี่ยงเบนความสนใจ ปล่อยให้ฉูจู๋ร์ออกวิ่งไล่เหยื่อตามธรรมชาติด้วยคำว่า “โต๊ะจีนอยู่ตรงหน้าจะจะล่ากินเท่าไรก็เอาเลย!!”

        มีหมูแล้วไง… ข้ามีเสือกับหมาป่า! นับแต่อดีตหมาป่าลักทำร้ายปศุสัตว์เสือร้ายเป็นฝ่ายล่าไม่ใช่ปศุสัตว์มาเหิมเกริม!! ใครเหยื่อใครผู้ล่าวันนี้จะได้รู้กัน

โฮกกก!!! แฮ่!!!
        ท่ามกลางการต่อสู้ของสัตว์ที่เรียบง่ายทว่าดุเดือดตามกฎของธรรมชาติ ธนูเล่ออี้ถูกปลดจากอานม้าน้ำเสียงเรียบสั่งเด็กหนุ่มสั้นๆ “ก้มลง” ไหล่ลาดส่งแรงดึงจนคันธนูน้าวเป็นวงจันทร์เสี้ยว หลิงเฮ่าเลือกใช้ศรสองดอกปล่อยออกด้วยแรงส่ง ไม่ทันกระพริบตาก็พุ่งฉิวตัดจุดสัมผัสระหว่างปากคนเป่ากับเครื่องดนตรีจนแหว่งขาด ศรดอกหนึ่งกินเนื้อแก้มจนเผยให้เห็นฟัน เสียงเพลงชะงักลงลูกธนูในกระบอกยังไม่หมด เขายิงซ้ำอีกสามดอกด้วยความเร็ว

        ฉึก ฉึก ฉึก

        เบ้าตา กระพุ้งแก้ม ใต้คางหมู ดอกสุดท้ายรั้ง ไว้ที่สายตะโกนถามว่า “ท่านผู้กล้ายังอยู่ช่วยตอบด้วย? ข้าไม่ชอบสังหารใคร เราเลิกแล้วต่อกันไม่ได้หรอ? ท่านไม่รังแกข้าข้าก็ไม่รังแกท่าน”


        “เขาไม่ฟังเจ้าหรอก… จนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่เข้าใจศักดิ์ศรีของชาวทุ่งหญ้าเอาซะเลยนะ” อวี้เหวินหยางแย้งขึ้นนึกติดใจธนูดอกที่สี่ว่ามัวแต่รั้ง เสียโอกาสดีดีหมด! คนถูกย้อนเลิกคิ้วสีหน้าเรียบ “เจ้าพูดแบบนี้อยากให้ข้าโยนออกไปรับกีบหมูไหม? แล้วค่อยมองความมีน้ำใจของชาวฮั่นใหม่อีกที” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อกแม้จะไม่สบอารมณ์แต่ก็รู้ว่าชายหน้าสวยผู้นี้พร้อมทำอย่างที่พูดจริงๆ
        “เจ้าโง่!! เจ้าทำอะไรลงไป” ลุงพลุ้ยชงหนูกลิ้งกระดุ้กๆ ลงจากหลังหมูป่าหุ้มเกราะด้วยอาการบาดเจ็บ สีหน้าโกรธจนเขียวไม่น่ามอง ไม่ทีนขาดคำหมูน้อยสองตัวก็พุ่งปั้มเข้าหน้าหันมาทำร้ายผู้เป็นนาย “อั่ค!! เวรเอ้ย!! ถ้าข้าไม่เป่าให้หยุดหมูพวกนี้ก็ไม่หยุด ตระกูลอวี้เหวินฝึกพวกมันมาแบบนี้ ทัพหมูนักสุ้เจ้าไม่เคยได้ยินรึไง!” กล่าวจบก็ฝืนร่างโชกเลือดกระโดดขึ้นหลังหมูป่าหุ้มเกราะ โดยไม่สนว่าจะถูกสะบัดรุมทึ้งอย่างไร
        แน่นอนว่าพวกสี่คุณชายไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่อาการของหมูที่มักจะรักสงบเอาแต่กินกับนอนเกิดตกมันกัดมั่วไม่เลือกแบบนี้… ก็ต้องยอมรับว่าวุ่นวายจริงๆ

         “หมองูตายเพราะงู พวกท่านใช้หมูที่รักสงบมาสู้...เคยคิดถึงวันนี้บ้างไหม ว่าจะตายเพราะหมู?” สงครามของมนุษย์ยังสูญเสียได้บัดซบไม่พอรึไง ถึงต้องอาศัยฝึกสัตว์ป่าเข้ามาสู้ลดความสุญเสียของพวกตัวเอง ‘ขี้ขลาด… ลองควบคุมไม่ได้ก็ตีโพยตีพาย ทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะสินะ’ ดวงตาสีอำพันหรี่ลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายขี่หมูป่าคลั่งวิ่งไปทางพี่จิ่ว “อยู่บนนั้นอย่าลงมา เยี่ยซาจะคุ้มครองเจ้า” สั่งความอาหยางเสร็จนักกวีที่ข้างเอวมีดาบไร้นาม ฝ่ามือถือต้าเฮ่ยหลงก็กระโยนวิ่งลงไปขวาง เฟยเทียนกับไป๋หลงสู้พัวพันพี่จิ่วบาดแปลพึ่งจะหายดีรับมือรอบทิศอันตรายเกินไป “อยู่กับอาหยางไปก่อน ทางนี้ข้าจัดการเอง!”
        ไม่มีเพลงดาบ ถึงมีวรยุทธ์แต่ใช้ไม่เป็น การฟันต้าเฮ่ยหลงที่กลายมาเป็นดาบปลิดสุกรตัดขา สับจมูกหมูล้วนเป็นไปด้วยสัญชาตญาณและความคาดคะเน เรียกได้สั้นๆว่า ‘มั่ว’
        เสียงอู๊ดอี้ดอย่างหมูถูดเชือดดังลั่นป่า ราวกับนรกโรงฆ่าสัตว์ก็ไม่ปาน หลิงเฮ่าอาภรณ์ขาวเปื้อนเลือดหมู ยืนมองเจ้าพาหนะหุ้มเกราะกับเจ้านายมันที่ถูกกริชสั้นพุ่งเข้าใส่ ‘โอกาสแค่ครั้งเดียวแต่ศัตรูมีอยู่สอง… เทียน หากเป็นเจ้าจะทำยังไง?’ ไม่มีเวลาให้คิดนานนักและที่ยืนอยู่ก็ไม่ใช่ซูเทียนเหมินแต่คือ ‘เสิ่นหลิงเฮ่า’ เขาคือนักกวีไม่ใช่นักสู้… อย่าได้คิดแบบนักสู้แต่จงเป็นตัวของตัวเอง!!
        ไม่หักเอาด้วยกำลังก็ต้องใช้ไหวพริบ! ขณะที่เจ้าหมูป่าโจนเข้าใส่ร่างสีขาวมุดลงใต้ท้องมันด้วยความไวแล้วตั้งดาบในมือขึ้น เสียงแฉวก!! ดังลั่นด้วยท้องหมูในส่วนไร้เกราะกำบังถูกฉีกเปิด มันวิ่งลากลำใส้ต่อไปได้อีกเจ็ดแปดก้าวก็ล้มลงชนต้นไม้ เหลือเจ้านายกลิ้งโค่โร่อยู่ด้านข้าง ไป๋หลงกับเฟยเทียนล้มหมูไปได้เกินครึ่งหนึ่งแล้วถึงจะดูน่ากลัวอย่าไรพวกนี้มีแค่สี่กีบหนึ่งปาก ไร้คมเขี้ยวกรงเล็บอย่างเกิ้นหยางและฉูจู๋ร์ พี่จิ่วหันมองพี่ใหญ่เห็นอีกฝ่ายหยิบพัดหยกขึ้นมาเล็งไปยังชายพุงพลุ้ยแต่เข็มเล่มอาบยาสลบยังไม่ทันได้ยิงออก
ฉึก…
        ศรดอกหนึ่งก็พุ่งข้ามไหล่ของหลิงเฮ่าตรงไปปักทะลุแสกหน้าของชายคนนั้นเสียแล้ว หลิงเฮ่าขมวดคิ้วหันกลับไปมองตามทิศทาง “อาหยาง...?” ธนูล้ำค่าที่เขาใส่ไว้สำรองใต้อานม้าถูกเด็กหนุ่มยืมไปใช้ จบชีวิตคนในเผ่าเดียวกัน… “มันยังไม่จบนะพวกเจ้าจะมัวยืนหาอะไร!!”
        หลิงเฮ่าเริ่มสับสนกับเด็กผู้นี้เต็มที เดี่ยวกล้าเดี๋ยวกลัว… ตกลงยังไงกันแน่หรือว่าความกลัวจนถึงจุดหนึ่งเปลี่ยนเป็นความกล้า?
        สี่คุณชายกับอีกหนึ่งเด็กผีใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อก็สามารถรับมือกับหมูบ้านไร้คนสั่งการได้เป็นผลสำเร็จ






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ความหิว -82 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 -82 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
กระบี่ไม้
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x87
x5000
x2
x6
x5
x8
x1
x10
x100
x100
x51
x4
x3
x3
x1
x6
x25
x59
x7
x14
x22
x8
x3000
x185
x175
x210
x320
x11
x1267
x9
x92
x4312
x6
x9
x66
x6
x210
x6
x11
x150
x219
x16
x8
x182
x450
x6
x15
x1
x45
x160
x61
x2
x10
x90
x2
x1
x17
x2
x1
x302
x1
x3
x2
x258
x380
x3
x499
x665
x500
x575
x174
x136
x1
x2
x5
x1
x9
x263
x4312
x2300
x645
x132
x9
x244
x18
x11
x221
x17
x588
x3
x514
x538
x15
x30
x444
x1365
x230
x440
x149
x70
x1540
x5
x1045
x6
x1393
x25
x1040
x109
x51
x1
x8
x541
x513
x731
x132
x86
x1525
x924
x117
x1994
x1714
x826
x593
x2868
x565
x1120
x1236
x1999
x402
x11
x1
x37
x906
x355
x33
x1
x8053
x520
x67
x125
x20
x473
x342
x1756
x60
x440
x979
x300
x40
x169
x157
x10
x50
x30
x2502
x4
x292
x100
x154