ดู: 475|ตอบกลับ: 26

{ หมู่บ้านนอกด่าน } หมู่บ้านเฟิ่งหวง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-8 20:42:10 |โหมดอ่าน


หมู่บ้านเฟิ่งหวง

{ ด่านซันไห่กวน - หมู่บ้านร้าง }







【หมู่บ้านเฟิ่งหวง - นอกด่านซันไห่กวน】



หมู่บ้านเฟิ่งหวงเป็นหมู่บ้านที่มีการก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ราชวงศ์เซี่ย 
ตั้งอยู่ห่างจากด่านซันไห่หวนเป็นระยะทาง 100 ลี้ 
และที่สำคัญ ชาวบ้านภายในหมู่บ้านแห่งนี้ล้วนใช้ชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย 
และสงบสุข ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกับโลกภายนอกใดๆ 
แต่ด้วยภัยร้ายจากฉงหนูทำให้หมุ่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านร้างในที่สุด





49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-2-7 18:57:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราว 2 } ภัยสงคราม
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 49: ขอบคุณสวรรค์ที่พวกเจ้ายังไม่ยอมแพ้


           เดินทางวกวนไปมาพบเจอกระท่อม โรงเก็บฟืนร้างประปรายตามทาง  อาศัยคำบอกทางจากชาวบ้านท้องถิ่นหลายปากหลายเสียงอธิบายบอกทางไปก็ยังงุนงงหลงทางกันอยู่พักใหญ่   ขนาดมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้วก็ยังไม่มั่นใจว่ามาถูกที่หรือไม่

หมู่บ้านเฟิ่งหวงแห่งนี้มีสภาพทรุดโทรมคล้ายกองไม้ผสมเถ้าถ่านกองรวมกันในพื้นที่ขนาดใหญ่  แม้แต่ป้ายชื่อหมู่บ้านก็ไม่เหลือไว้ให้  มองแล้วแทบจินตนาการภาพเดิมสมัยยังมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่ออก  

ไป๋ฟางหรงลงจากรถม้าออกสำรวจรอบหมู่บ้านพร้อมลี่ซือและผู้ติดตามสองคน  อีกสองคนอยู่เฝ้าขบวน   ไม่มีผู้ใดลดการป้องกันของตัวเองลง  ลี่ซือยกเตาเล็กเดินตามนายสาวของตน ส่วนอันอันและหยวนเป่าปฏิเสธการออกจากกองผ้านวมนุ่ม  ตัวหนึ่งมองด้วยสายตาว่า‘ข้าแก่เกินไป’ ส่วนอีกตัวมองด้วยสายตา‘ข้าเด็กเกินไป’


หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆกลับไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ   คิดแล้วชวนเป็นกังวลยิ่ง  หรือว่านางจะมาไม่ถูกที่? หรือว่าไม่มีผู้เหลือรอดอยู่แล้ว?  คิดดูแล้วนี่ก็ล่วงเข้าฤดูหนาวมาหลายเดือน  จะมีเด็กน้อยเร่ร่อนเหลือรอดได้อย่างไรในสภาพอากาศโหดร้ายเยี่ยงนี้?   

กึก...กึก…


“ผู้ใดอยู่ตรงนั้น?!” ท่านอี้รีบตะโกนร้องเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ   ผู้ติดตามกระชับกระบี่สอดส่ายสายตาคมดุจเหยี่ยวไปรอบกาย   ไม่นานก็มี...สัตว์ประหลาด? ไม่สิ--เด็กน้อยสองคนที่พันกายด้วยผ้าป่านดิบผสมผ้าห่มฟาง พร้อมห่มคลุมร่างด้วยหนังเดรัจฉานที่คล้ายเลาะถลกจากซากสัตว์ที่หาได้ในป่าเขาไม่มีความประณีตใดๆ  ร่างผอมแกร็น ใบหน้าตอบ นัยน์ตาลึกโบ๋ ทั้งเนื้อตัวสกปรกมอมแมมดูแล้วคล้ายซากผีมากกว่าคนมีชีวิต  


ทุกคนผ่อนลมหายใจ  เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น   แต่ผู้ติดตามยังเหลือความระมัดระวังไว้บ้าง  เพราะแม้จะเป็นเด็ก  แต่สามารถอยู่รอดจากคมเขี้ยวสิงสาราสัตว์แถวนี้ได้ย่อมไม่ธรรมดา


“เด็กน้อย...เจ้าอาศัยอยู่แถวนี้หรือ?” ไป๋ฟางหรงสบตาของทั้งสองด้วยสายตาอารีย์  พยายามแสดงบรรยากาศเป็นมิตรเพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลายความเคลือบแคลงลง

“....” ทั้งสองไม่ตอบ  ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะอายุเพียงสี่ห้าขวบเท่านั้น แต่ไม่อาจคาดเดาเพศได้

“เด็กน้อยทั้งสองอย่าได้กลัวพี่สาวเลย  พวกเจ้าหิวหรือไม่? พี่สาวเดินทางมาที่นี่เพราะได้ยินว่าพวกเจ้าต้องตกระกำลำบากอาศัยอยู่เร่ร่อน  จึงคิดช่วยเหลือ” เสียงหวานเอ่ยด้วยสำเนียงอ่อนหวานทำนองเย็นสงบอันเป็นเอกลักษณ์  ไป๋ฟางหรงพยักหน้าให้ผู้ติดตามทั้งสองเก็บกระบี่ลง

“....ช่วย….?” เสียงเล็กแหบแห้งทวนคำ “....จริงนะ…..”

“ใช่แล้ว...คุณหนูตั้งใจมาช่วยพวกเจ้า  ดูพวกเราสิ...เหมือนศัตรูที่ไหน” ลี่ซือช่วยพูด

“คุณหนู….?.....มีข้าว….?” อีกคนรีบถามต่อ

“มีข้าวเลี้ยงได้หลายคนเลย  เด็กน้อย...ข้าเห็นสภาพหมู่บ้านนี้แล้วไม่เหมาะสมแก่การใช้ชีวิต   พวกเจ้าสามารถติดตามพี่สาวลงใต้ได้หากเจ้าต้องการ…” ไป๋ฟางหรงพยักหน้า ริมฝีปากใต้ผ้าคลุมขยับยิ้มบาง   สองผู้ติดตาม หนึ่งสาวใช้หันมองหน้านางกันให้ควับคล้ายตกใจ


“คุณหนู?!” ลี่ซืออุทาน
“เรื่องนี้...ต้องรอปรึกษาท่านอ๋องหรือไม่?” ท่านอี้ขมวดคิ้วสีหน้าลำบากใจ


“อย่างไรตอนเรากลับหวยหนานก็ยังต้องผ่านเมืองต่างๆ  ช่วยเด็กน้อยเหล่านี้ติดตามอพยพไปไม่ลำบากนักหรอก  ข้ามาในนามบุตรีบุญธรรมของหวยหนานอ๋อง  ผู้คนได้ยินเรื่องราวย่อมต้องสรรเสริญน้ำใจของท่านอ๋อง” ไป๋ฟางหรงอธิบายเหตุผลชักจูงจิตใจผู้ติดตาม  ก่อนหันไปเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยทั้งสองที่ยังอยู่ไกลออกไป


“เด็กดี...เจ้าติดตามอพยพไปพร้อมพวกพี่สาวเถอะนะ”


ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้พวกนางมากขึ้นท่าทางกล้าๆกลัวๆ แต่ก็อยากรู้อยากเห็นในที   ดวงตาแห้งเหือดกลับมีประกายแห่งความหวังขึ้นมานิดหน่อย  เริ่มฉายความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กๆ   พวกเขาเดินวนไปมองมองการแต่งเนื้อแต่งตัวของสตรีรูปร่างอรชรบอบบาง ผิวพรรณขาวผ่อง อยากจะลองเอื้อมมือไปแตะก็คล้ายจะเกรงทำให้อาภรณ์ขาวบริสุทธิ์แปดเปื้อนเลอะเทอะ  ทั้งยังกลัวชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ปานยักษ์ปักหลั่นที่ยืนคุ้มกันคุณหนูของตนอยู่หลายส่วน  


ไป๋ฟางหรงย่อตัวลงเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กน้อยเมื่อเห็นปากเล็กๆขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

“....หลายคน….ได้ไหม?....” เสียงแหบพูดเป็นคำๆ

“ได้สิ  เพื่อนๆของพวกเจ้าพักอยู่ไหนพาพี่ไปหาได้หรือไม่?”

เด็กน้อยมองหน้ากันคล้ายปรึกษา  ก่อนจะหันหน้ามามองเนตรงามของคุณหนูชุดขาวแล้วพากันพยักหน้าหงึกหงัก


---------------------------------------


            เด็กทั้งสองเดินนำทางนางและผู้ติดตามลัดเลาะเข้าป่าไป  ท่านอี้และท่านเอ้อร์สีหน้าเครียดระมัดระวังตัวตลอดเวลา  หากเห็นว่าเด็กน้อยแสดงท่าทีผิดปกติคล้ายพาไปติดกับดักไม่น่าไว้ใจใดพร้อมที่จะลงมือสังหารทิ้งทันที   


ภายในป่าไม่น่าเชื่อว่าแท้จริงยังมีกระท่อมเล็กซุกซ่อนตัวอยู่   น่าจะเป็นอดีตที่พักของพรานป่าหรือคนหาป่าป่าขาย   เวลานี้กลับเป็นที่ซุกซ่อนตัวของเด็กตัวเล็กอายุไม่ถึงสิบขวบปีรวมตัวอัดแน่นกันอยู่ร่วมยี่สิบคน  

บรรดาผู้ใหญ่ที่เห็นสภาพความเป็นอยู่แล้วถึงกับผงะ   นั่นแทบไม่มีที่เดินให้พวกเขาเข้าไปข้างในแล้ว   ลี่ซือผู้เป็นสาวใช้เติบโตอยู่ในจวนอ๋องตลอดมามองสภาพน่าอดสูน้ำตาคลอ   ดวงตาเล็กๆมองพวกนางด้วยสายตาหวาดระแวง  พวกเขาขดตัวซุกกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่กัน  เนื้อตัวดำส่งกลิ่นเหม็นสาปไม่ต่างจากสัตว์ป่า   ชายฉกรรจ์ที่ผจญใต้หล้ามามากอย่างท่านเอ้อร์ยังอดหันหน้าหนีไม่ได้

สภาพสังขารของเด็กน้อยแต่ละคนดูไม่คล้ายจะเรียกว่าเป็นผู้เป็นคน   ไป๋ฟางหรงรู้สึกลำคอร้อนผ่าวอยากร่ำไห้ออกมา  น่าหดหู่เพียงนั้น น่าเวทนาเพียงนั้น


“ไปกัน...หนีไปกัน…” เด็กสองคนที่พาพวกนางมาทำหน้าที่เป็นทูตเจรจาบอกเหล่าสหายของตน “...ไปที่ที่มีอาหาร...ไปที่อุ่นๆ…”

เด็กน้อยมองมาที่พวกนางราวเห็นเทพเซียน  ไป๋ฟางหรงพยายามยิ้มออกมา  คิดถึงเตาอุ่นที่ลี่ซือถือ ทั้งผ้าคลุมขนสัตว์ขาวสะอาดให้ความอบอุ่นนางไม่ขาด  ไหนจะย้อนไปถึงสัตว์เลี้ยงทั้งสองที่นอนซุกอย่างเกียจคร้านกินอิ่มสามมื้อตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ แล้วรู้สึกสะท้อนในอก


“พวกเจ้าตามพี่สาวมาเถอะนะ   พี่เตรียมอาหารมา พวกเจ้าจะได้ทานโจ๊กร้อนๆ ยังมีเนื้อตากแห้ง ขนมพุทธาเชื่อม ได้ผิงไฟอุ่นๆด้วยนะ” ฟางหรงพยายามเชิญชวนพวกเขาเหล่านั้นที่มองมาคล้ายไม่เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นจริง


“ฮีก...ฮือ….” เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มร้องไห้  คนที่เหลือก็ร้องไห้ตามกันระงม

“เด็กดี…” ไป๋ฟางหรงก้มตัวลงรวบร่างเล็กที่อยู่ใกล้ๆมากอดพร้อมลูบหลังเบาๆ  นางไม่อาจบอกให้พวกเขาหยุดร้องไห้   หยาดน้ำตาเหล่านี้...เหมาะสมที่จะหยาดหยดแล้วจริงๆ

เมื่อสัมผัสคนหนึ่ง  ที่เหลือย่อมกล้าที่จะกรูกันเข้ามาหา  หวังรับไออุ่นจากสตรีชุดขาวที่บัดนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นดินเป็นด่างดวง


สาวใช้และผู้ติดตามขยับตัวคล้ายจะเข้ามาคุ้มกัน แต่นางส่ายหน้าห้ามไว้  ลูบศีรษะทุยเบาๆปลอบประโลม “พวกเจ้าทำดีแล้ว...พวกเจ้าอดทนมามากจริงๆ”


นางได้แต่กล่าวซ้ำไปมา

ขอบคุณสวรรค์ที่นางได้มาที่นี่
ขอบคุณสวรรค์ที่พวกเจ้ายังไม่ยอมแพ้




@Admin


ช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนจำนวน 18 คน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +300 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 300 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-2-7 20:21:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่ 49: ขอบคุณสวรรค์ที่พวกเจ้ายังไม่ยอมแพ้(ต่อ)

         เป็นเพราะสภาพของตัวหมู่บ้านเฟิ่งหวงเอน็จอนาจจนเกินไป  อีกทั้งหากตั้งค่ายโอ่อ่าจุดไฟยามค่ำคืน อาจเรียกภัยมาสู่ตัว  ไหนจะเด็กน้อยตัวผอมแกร็นจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงทั้งหลาย  ทำให้ไป๋ฟางหรงเลือกที่จะให้ผู้ติดตามเลื่อนขบวนรถม้าและเสบียงมาตั้งกระโจมอยู่ในป่า ใกล้กระท่อมหลังนั้น

เด็กน้อยไม่ยอมอยู่เฉยๆ  ใครมีแรงพอช่วยอะไรได้ก็ช่วยหาฟืน ตั้งกระโจม ยกสิ่งของ   ท่านซันและท่านซื่อออกไปล่าสัตว์  เพื่อหาเนื้อมาบำรุงกำลังเด็กน้อยน่าสงสารเหล่านี้   ไป๋ฟางหรงและลี่ซือช่วยกันตั้งหม้อใหญ่เตรียมหุงข้าวสาร  



ไม่นานผู้ติดตามทั้งสองก็กลับมาพร้อมกวางตัวอ้วนพี และกระต่ายป่าสี่ห้าตัว  คาดว่ายกมาทั้งครอบครัว  ไป๋ฟางหรงมุมปากกระตุกเมื่อเห็นอันอันที่นอนผิงไฟบนเบาะหรี่ตามองก่อนพองขนแล้วมุดหลบซุกพุงหยวนเป่าที่กลายเป็นหมีผู้พิทักษ์ช่ั่วคราว

บรรดาเด็กน้อยเห็นเนื้อสัตว์ แม้ยังไม่ได้แล่ ไม่ได้ย่างก็ถึงกับน้ำลายสอแล้ว  บรรดาชายหนุ่มเห็นซากศพก็รู้หน้าที่ของตน  พากันอุ้มมันไปชำแหละไกลหูไกลตาคุณหนูขี้กลัว   แล้วค่อยนำเนื้อมาเป็นก้อนๆมอบให้นางจัดการอีกที



ไป๋ฟางหรงนำเกลือ น้ำตาล ซอสถั่วเหลือง กระเทียมสับ และพริกไทยที่เตรียมมาหมักเนื้อ  เนื้อกวางค่อนข้างจะมีกลิ่นสาปคาว  จึงต้องอาศัยสมุนไพรแห้งดับกลิ่นเพิ่ม  ส่วนกระต่ายนางคิดว่าจะทำน้ำแกงใส่ผักดอง   แต่กว่าจะทำใจได้ว่าเนื้อสดสีชมพูนุ่มนิ่มในมือนั้นคือสัตว์จำพวกเดียวกับเจ้าอันอันที่เลี้ยงดูด้วยความรักใคร่แล้วชวนให้อยากจะอาเจียน วิงเวียนแปลกๆ

“คุณหนูเจ้าคะ...ให้ลี่ซือทำน้ำแกงให้ดีกว่า....” ลี่ซือเห็นสีหน้านายสาวแล้วเดาออก  รีบเสนอตัวแทน   ไป๋ฟางหรงพยักหน้า  ริมฝีปากซีดขาว มือสั่น ใจสั่นไปหมด

ยิ่งหันไปมองอันอันที่นอนซุกหยวนเป่าอยู่ยิ่งอยากร้องไห้



หญิงสาวแบ่งหน้าที่ใครว่างก็ให้ช่วยเหลาไม้นำมาเสียบเนื้อกวางที่หมักแล้วย่าง  เหนือกองไฟ   ส่วนน้ำก็อาศัยหาเอาจากลำธารแถวนี้น้ำมาต้มแจกจ่ายให้เด็กเหล่านั้นใช้ดื่ม ให้ล้างเนื้อตัวที่สกปรกมอมแมมคนละนิดคนละหน่อย  



นางค่อยๆปิ้งเนื้อพร้อมทาซอสปรุงรสเรื่อยๆอย่างใจเย็นท่ามกลางสายตากดดันจากผู้หิวโหย   

“...ได้รึยัง?...” คำถามนี้ลอยมาไม่ขาดสายอย่างอดรนทนไม่ไหว   ยิ่งเมื่อใกล้สุกได้ที่   เสียงฉ่ายามไขมันสัตว์ไหลเยิ้มหยดลงกองไฟยิ่งยั่วยวนชวนน้ำลายสอ   กลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรจากต่างถิ่นให้กลิ่นแบบที่เด็กน้อยชาวบ้านเหล่านี้ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน   


เสียงท้องร้องโครกครากมองเนื้อเสียบไม้ปิ้งสีแดงก่ำ  เห็นแล้วชวนตาลายคล้ายมีแสงระยิบระยับ  จากเนื้อย่างธรรมดากลับคล้ายอาหารทิพย์จากสวรรค์   เพียงไป๋ฟางหรงพยักหน้าบอกว่าอาหารพร้อมแล้ว   เด็กน้อยก็รีบกรูเข้ามาแย่งอาหารอย่างหิวโหยจนบรรดาผู้ใหญ่ต้องพากันรีบเข้าควบคุมสถานการณ์  เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกันเสียก่อน    สุดท้ายจึงค่อยต่อแถวรับอาหาร  แต่ละคนหลุกหลิกอยู่ไม่สุข  อยากเอาก้อนเนื้อนั้นเข้าปากให้เร็วขึ้นแม้เพียงเสี้ยวนาที   ลี่ซือตักน้ำแกงร้อนแจกจ่ายใส่ชามไม้ที่เด็กน้อยเก็บมาจากซากหมู่บ้าน   ส่วนข้าวสวยร้อนๆนั้นก็ตามแต่ว่าจะหาอะไรมาวางรองได้   

จบจากอาหารหนักก็ยังมีของหวานเป็นพุทธาเชื่อมกรุบกรอบ  เด็กเร่ร่อนที่อยู่ท่ามกลางความอดอยากมานาน  เดิมทีก็ไม่ค่อยได้ลิ้มรสหวานของน้ำตาลอยู่แล้ว  เมื่อได้ขนมหวานมาก็กินอย่างตะกละตะกลามน้ำหูน้ำตาไหล


ไป๋ฟางหรงมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย   นางหยิบกู่ฉินขึ้นมาบรรเลงบทเพลงตามใจคิด  คล้ายต้องการเยียวยาจิตใจอันแห้งแล้งของเด็กน้อยเหล่านั้น  ขับกล่อมให้พวกเขาหายหวาดกลัวโลกใบนี้และโชคชะตากันโหดร้าย  และนอนหลับเต็มอิ่มในคืนนี้


ให้จิตใจที่หนักอึ้งได้รับการผ่อนคลายซักนิดก็ยังดี

ระหว่างบรรเลงไป๋ฟางหรงพยายามทำใจให้สงบที่สุด   แต่ยังไม่วายคิดกังวลถึงอนาคตของเด็กเหล่านี้ไม่ได้   นางควรจะพาเด็กเหล่านี้ไปที่ใด? กลับหวยหนาน? ไปค่ายพยัคฆ์ที่ฉางอัน? หรือพาลงใต้ไปปาสู่เผื่อทางนั้นยังต้องการแรงงานอีก?

ไม่ว่าที่ใดบนแผ่นดินต้าฮั่นล้วนเต็มไปด้วยเด็กกำพร้าเร่ร่อนอาศัยอยู่ทั้งที่แจ้งและที่ลับ    หากนางอยากช่วยเหลือพวกเขา...ควรทำอย่างไรดี...
@Admin
ส่งมอบ -ข้าวสวย 18ชิ้น / -น้ำแกง 18ชิ้น / -พุทธาเชื่อม 50ชิ้น



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +88 ความหิว -21 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 88 -21 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-2-7 22:24:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราว 2 } ภัยสงคราม
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 50: เริ่มอพยพ


           ตั้งกระโจมพักอยู่หนึ่งคืน  รุ่งสางท่านซันอาสากลับไปในด่านเพื่อซื้อหาเกวียนเทียมม้ามาเพื่อช่วยอพยพเด็กๆ   ไป๋ฟางหรงกางแผนที่ในกระโจมเพื่อปรึกษาเรื่องเส้นทางพร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายกับท่านอี้   ครั้งนี้พวกนางคงต้องอาศัยนอนกลางดินกินกลางทรายมากหน่อยไม่อาจเสียเงินไปกับโรงเตี๊ยมมากมายได้

หลังจากนอนคิดมาหนึ่งคืนนางได้ข้อสรุปว่าจะบากหน้าพาเด็กน้อยทั้งหลายไปฝากอนาคตไว้ที่ค่ายพยัคฆ์ที่ฉางอัน   ท่านอี้ได้ยินก็แล้วเลิกคิ้วก่อนพยักหน้าเห็นด้วย  เส้นทางที่ใช้เดินทางจึงเป็นการย้อนทางเดิม  เพียงแต่วันนี้กว่าเกวียนจะมา  คงจะไปไกลเพียงหาที่พักที่โรงเตี๊ยมก่อนสักหนึ่งคืน   ให้เด็กน้อยทั้งหลายได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่  พักผ่อนให้เต็มที่  แล้วค่อยเดินทางต่อด้วยกำลังเต็มร้อย   



มื้อเช้าไป๋ฟางหรงและลี่ซือช่วยกันปั้นหมั่นโถว  ก่อนจะนำมานึ่งเพื่อเก็บเป็นเสบียงแจกจ่าย  เด็กน้อยทั้งหลายพยายามวนเวียนรอบตัวเจ้าลูกหมีน้อยและกระต่ายขาวสัตว์เลี้ยงของนางด้วยความอยากเข้าไปเล่น   แต่ทั้งสองตัวกลับไม่ยิมยอม  มันวิ่งหนีเด็กน้อยเหล่านั้นด้วยไม่อยากให้ขนสะอาดสะอ้านของพวกมันต้องแปดเปื้อน   ผู้เป็นนายถึงกับมองสัตว์เลี้ยงด้วยสายตาว่างเปล่าหนึ่งครา


“คุณหนู…” เด็กหญิงคนหนึ่งเดินกระมิดกระเมี้ยนเรียกนางเบาๆ “...คุณหนู...ไป๋...ฟา...ฟา….”

ไป๋ฟางหรงแย้มยิ้มให้เด็กน้อย “ไป๋ฟางหรงจ้ะ  พี่สาวชื่อไป๋ฟางหรง”

เด็กสาวคนนั้นตาเป็นประกาย ฉีกยิ้มกว้างเผยฟันหลอ “คุณหนูไป๋ฟางหรง”

“เก่งมากจ้ะ...มีอะไรให้พี่สาวช่วยจ้ะ เด็กดี”


เด็กหญิงอีกคนที่วิ่งอยู่ข้างๆหยุดมองเด็กน้อยคนนั้น  ก่อนจะส่ายหน้าคล้ายแสดงการห้ามปรามในที   ทว่าเด็กน้อยคนนั้นไม่ยินยอม “คุณหนู...แถวนี้ยังมีอีก…”

“ยังมีอีก?” หญิงสาวเลิกคิ้ว “หมายถึงเด็กน้อยแบบพวกหนูหรือจ้ะ?”

เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก

“เยอะมากไหม?” เพราะนางอาจจะดูแลไม่ไหว… ฟางหรงเร่ิมเป็นกังวลขึ้นมาอีก  แค่อพยพเด็กสิบยี่สิบคนนั้นไม่นับว่าเป็นปัญหามาก  ผู้ติดตามก็คงจะพากันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้อยู่   เพียงแต่ถ้ายังมีเด็กน้อยหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากล่ะ…

“เยอะเลยเจ้าค่ะ...ตอนแรกเยอะมากๆ...แต่ตอนนี้ไม่รู้เหลือกี่คนแล้ว” เด็กหญิงท่าทางขี้อาย  แต่เมื่อกล่าวถึงเรื่องผู้ร่วมชะตากรรมกลับกล้าหาญเพียงพอจะลองร้องขอความช่วยเหลือเผื่อผู้อื่นด้วย   ไป๋ฟางหรงมองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยสายตาเอ็นดู  นางช่างเป็นเด็กที่มีน้ำใจบริสุทธิ์นัก

“คุณหนู…” ครั้งนี้ท่านอี้ขมวดคิ้วพร้อมส่ายหน้าให้นาง  เขาดูไม่ยินยอมแน่ๆหากนางจะรับภาระมามากกว่านี้   แต่ทว่านางดั้นด้นมาถึงนี่เพื่อช่วยเหลือคน...จะให้จากไปทั้งๆที่รู้ว่ายังเหลืออีกหลายชีวิตที่ต้องมองข้าม
เรื่องแบบนั้นมัน…

ไป๋ฟางหรงเม้มริมฝีปาก  หากประหยัดรายจ่ายไม่พักโรงเตี๊ยมเลยก็ได้อยู่   แล้วระหว่างทางก็อาศัยทำอาหารหากินกันเอง  ก็ลดรายจ่ายได้ส่วนหนึ่ง
ถ้าแค่สามสิบคน…

“ช่วยพาเพื่อนๆน้องมาหาพวกพี่สาวที่นี่ได้ไหมจ้ะ”

เด็กหญิงตาเป็นประกายฉีกยิ้มกว้าง  รับคำก่อนจะรีบหันหลังจูงมือพรรคพวกคนอื่นวิ่งออกไป  ท่านอี้ถอนหายใจแล้วส่ายหน้าไม่เป็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ไม่นานพวกเขาก็พาเด็กน้อยหิวโซคนอื่นมาร่วมขบวน  เด็กน้อยที่กินจนอิ่มหมีพีมันตั้งแต่เมื่อวาน  ช่วยกันแจกจ่ายพุทราเชื่อมและหมั่วโถวให้ผู้มาใหม่   และสองชั่วยามถัดมาท่านซันก็ขี่ม้านำเกวียนที่ซื้อหามาด้วยสายตางุนงง  เด็กเหล่านี้งอกมาจากที่ใดอีก?

หยวนเป่ากรีดร้องเมื่อสัมผัสได้ว่าเงินชั่งในกระเป๋าเจ้านายจะหายไปอีกแล้ว



สรุปช่วยอพยพเด็กทั้งหมด 27 คน
ส่งมอบพุทราเชื่อม 50ชิ้น และหมั่นโถว 27ชิ้น


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +111 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 111 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-2-16 17:19:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-2-16 18:41

{เควสเรื่องราวที่2 ภัยสงคราม}
ข้ามาแล้ว(1)
เมิร์กที่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มบนเกวียนส่งเสบียงของกองทัพได้กล่าวขอบคุณกับเหล่าทหารกล้าและได้แยกย้ายก็ที่จุดหมายระหว่างที่ของพวกเขาโดยเมิร์กได้ทราบว่าจะมีขบวนกลับเมืองจะมีมาในตอนเย็นของวันนี้
“ลาก่อนท่านเมิร์ก หากมีโอกาสเราอาจได้เจอกัน”
หัวหน้าทหารที่ให้เมิร์กนอนบนเกวียนบอกลาก่อนจะควบม้านำขบวนมุ่งหน้าสู่ชายแดนต่อไป

ทันทีที่ขบวนทัพหายไปเมิร์กได้จับจ้องไปยังป่าไม้รอบข้างเขาสัมผัสได้ถึงสายตาเล็กๆมากมายจับจ้องมาที่เขา
“พวกเจ้าออกมาเถอะ ข้าไม่ทำร้ายพวกเจ้าหรอก”เมิร์กตะโกนด้วยเสียงอันดัง ผลตอบรับคือมีเสียงแซกๆจากพุ่มไม้แต่ก็ไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตอันใดพุ่งออกมา
“ข้ามีขนม” ไม้ตายซ้ายสุดของหีบถูกหยิบมาใช้ มือสองข้างล้วนเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบถังหูลู่ขึ้นมาข้างละ10ไม้
“ข้าเอาๆ” “ข้าก่อนสิ” “ต้องข้า”
เด็กที่ยังคงเฝ้ามองอยู่ตั้งแต่ตัวเล็กยันตัวใหญ่หญิงหรือชายต่างพุ่งเข้าประชิดตัวเมิร์กอย่างรวดเร็จผลักเมิร์กล้มลงกับพื้น เจ้าพวกตัวใหญ่ที่ดูเหมือนจะเกเรหยิบฉวยทั้ง10ไม้วิ่งหายไปในป่าทำให้คนอื่นๆยิ้มน้ำตาซึมมองตามตาละห้อย
‘หึ เป็นไปตามแผน’ เมิร์กค่อยๆลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าแผนการคัดกรองคนชั่วสำเร็จด้วยดี
“อย่าร้องไห้ไปเลยสาวน้อย อะนี่ข้าให้” สายตาของเมิร์กสาดส่องไปทั่วหมู่เด็กที่นี่มีกันอยู่เกือบ30คนส่วนใหญ่นั้นล้อมรอบตัวเขาโดยมีสายตาคาดหวังแต่ก็มีบางส่วนยืนดูอยู่ห่างๆ เมิร์กเลือกที่จะเดินไปหาส่วนนั้นและเอื้อมมือไปคว้าถังหูลู่อีกอันมายื่นให้เด็กสาวผมดำตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มตรงหน้า
“เจ้าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อ จางเหม่ย”
เด็กสาวรับถังหูลู่ไปกินด้วยรอยยิ้มก่อนจะแนะนำตัวด้วยเสียงใสกระจ่าง
“เจ้าชื่ออะไร” เมิร์กเริ่มออกเดินถัดไปหาเด็กอีกคนและอีกคน และอีกคน จนครบทุกคนรอบสถานที่แห่งนี้

  "เอาละพวกเจ้ามีใครพอจะช่วยนำทางข้าไปที่พวกเจ้าอยู่หน่อยได้ไหม"
   ทุกคนเงียบมองหน้ากันเอง เมิร์กกุมขยับส่ายหัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
   "ถ้าใครบอก ข้ามีถังหูลู่ให้อีก" เท่านั้นแหละ ยกมือกันเต็มเลย


@Admin

เด็ก 30 คน
ถังหูลู่41อัน



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +300 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 300 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x10
x10
x25
x4
x1000
x6
x6
x1
x10
x1
x20
x12
x1
x15
x140
x2
x30
x10
x10
x134
x3042
x1
x5
x5
x70
x2
x8
x2
x84
x50
x140
x30
x40
x12
x8
x13
x2
x1
x328
x10
x1
x1
x1
x3
x25
x46
x30
x5
x2
x10
x45
x1
x20
x9
x30
x58
x27
x1
x100
x1
x23
x6
x2
x1
x825
x940
x1699
x16
x21
x20
x52
x30
x78
x50
x10
x53
x120
x10
x77
x6
x151
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x220
x6404
x100
x40
x1461
x200
x1000
x218
x56
x500
x123
x33
x450
x5
x335
x20
x55
x2900
x89
x8
x18
x7
x2
x25
x101
x10
x388
x200
x150
x77
x9999
x134
x425
x100
x160
x113
x140
x4100
x1512
x30
x91
x431
x70
x702
x80
x2060
x1060
x731
x160
x79
x30
x221
x375
x4
x20
x206
x1
x54
x1
โพสต์ 2018-2-17 18:30:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2018-2-17 18:31

{เควสที่2 รากฐานของความรู้}
เมิร์กเดินทางไม่นานบุกป่าฝ่าดงมากับเด็กชายที่ชื่อว่าหยางเฟยผู้ได้รับเลือกให้นำทาง
ลานโล่งตรงหน้าที่เต็มไปด้วยบ้านร้างมากมาย เมิร์กเดินเข้าไปสำรวจก็พบว่าภายในถูกทำความสะอาดไว้อย่างพออยู่ได้
‘น่าเศร้าเกินไปแล้ว!’ เมิร์กคิดในใจด้วยความชอกช้ำ บางทีการที่เป็นคนเกิดมาพร้อมด้วยทุกอย่างพอมาเห็นแบบนี้ก็อดจะเกือบร้องไห้ไม่ได้
“พวกเจ้า จับกลุ่มกันสิเวลานอน นอนกับใคร” เด็กๆต่างแยกย้ายก็อย่างง่ายดายตามคำสั่งไม่นานฝูงเด็กก็ถูกแบ่งเป็นห้าส่วน ส่วนละ3-6คน
“ข้ามีเสบียงที่ได้รับมาจากคนอื่นกับเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งพวกเจ้าเอาไปแบ่งกันนะ” เมิร์กทำการหยิบเสื้อแจกให้เด็กๆคนละตัวชุดที่พวกเขาใส่อยู่มันเก่าเกินไปแล้ว


หลังจากแจกจ่ายไม่นานทุกคนก็ต่างเปลี่ยนกันอย่างรวดเร็วพวกที่เป็นสตรีเองก็คิดจะเปลี่ยนตรงนี้ด้วยเมิร์กแทบจะเข้าไปห้ามไม่ทันก่อนจะสั่งให้พวกผู้หญิงไปเปลี่ยนในบ้าน
‘เด็กพวกนี้ยังขาดประสบการณ์พื้นฐานอีกมาก ต้องรื้อฟื้นก่อนไม่งั้นพวกเขาจะใช้ชีวิตในสังคมลำบาก’ เมิร์กตัดสินใจแล้วว่าเขาจะค้างคืนที่นี่
“หยางเฟย จางเหม่ย ไปพาเพื่อนที่เจ้าไว้ใจออกมาหนึ่งคนสิ” ทั้งสองพยักหน้ารับก่อนจะหายเข้าไปในกลุ่มนอนตนก่อนจะลากคนออกมาหนึ่งคนตามคำสั่ง
จางเหม่ยลากสตรีอายุพอๆกับนางแต่ดูเป็นคนใจเย็นแววตานิ่งครึมเกินวัยส่วนหยางเฟยไปลากผู้หญิงท่าทางบอบบางออกมา
“ตามข้ามา ส่วนที่เหลือ ตอนตกเย็นข้าจะกลับมาที่นี่ พวกเจ้าช่วยรอก่อนนะ” เมิร์กเดินนำทางกลุ่มเด็กสี่คนหายเข้าไปในป่ากลับไปที่ลานโล่งตอนแรกปล่อยพวกเด็กๆที่เหลือใช้ชีวิตปกติต่อไป



“เอาละบอกข้ามาสิ ปกติเจ้าหากินกันอย่างไร”เมิร์กจ้องตาของทั้งสี่ด้วยความจริงจังจนใจของทั้งสามสะท้าน ยกเว้นคนที่หยางเฟยพาออกมาข้อมูลที่ทั้งสี่บอกมีทั้งหาปลา ผลไม้ป่า หรือบางทีก็มีทหารใจดีมาแจกข้าว
‘ใช่ได้’
“เจ้า ชื่ออะไร” นิ้วของเมิร์กชี้ไปถามเพื่อนของหยางเฟย
“ข้าชื่อซือหวางเจา” นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าตัดสินใจแล้ว ซือหวางเจา ต่อจากนี้เจ้าเป็นหัวหน้าของพวกเขา” เมิร์กยิ้มกว้างซือหวางเจานิ่งตะลึงดวงตาขยายขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วทำให้เมิร์กชอบนางขึ้นไปอีก
“ข้าขอน้อมรับ” ไม่แม้แต่ถ่อมตน ถึงจะดูหยิ่งไปบ้างแต่ก็แสดงว่าเป็นคนมีความมั่นใจ
เมิร์กทำการแจกแจงหน้าที่ให้ทั้งสามคนที่เหลือ หยางเฟยได้หน้าที่ผู้ดูแลจางเหม่ยกับเพื่อนของหยางเฟยที่มีชื่อว่าหนางเกาได้รับหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นๆ
“เอาละสิ่งแรกที่ข้าจะสอนเจ้าคือมารยาทพื้นฐาน”เมิร์กเริ่มร่ายยาวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสังคม ทั้งการพบปะผู้คนสิ่งที่ชายหญิงห้ามทำในที่สาธรณะ การซื้อขาย มารยาทต่างๆ
     ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงถึงจะหมด หยางเฟยกับซือหวางเจาฟังอย่างตั้งใจ จางเหม่ยกับหนางเกาบ้างครั้งก็ยกมือสักถามสมแล้วที่เขาเป็นคนเลือกให้สองคนนี้เป็นคนทำหน้าที่ครู ทั้งสองมีท่าทางใจดีและอ่อนโยนเหมาะสมที่จะสั่งสอนผู้อื่น
     ส่วนต่อไปเป็นพื้นฐานคณิตศาสตร์ ส่วนนี้เขาอนุญาตให้หยางเฟยไปเล่นก่อนได้แต่เขาปฏิเสธและรวมเรียนด้วย ผลที่ได้ก็คือหลับไปแล้วโดยที่เมิร์กไม่สนใจจะปลุก ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของอีกสามคนที่ต้องเรียนรู้ให้ได้
      การเรียนคณิตศาสตร์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เมิร์กใช้เวลาจะบ่ายแก่ๆถึงจะสอนพวกนางให้เข้าใจถึงหลักการบวกและลบอย่างถูกต้องหลังจากแบบทดสอบจำนวนมากตั้งแต่บวกเลขง่าย ไปถึงบวกแบบหลายซ้อนและลบซ้ำ แต่ส่วนการคูณเขาเก็บไว้ก่อน
     เมิร์กนำเป็ดย่างออกมาให้ทั้งสี่กินเพื่อเติมพลังและปล่อยให้ไปพักได้ทั้งสี่เดินกลับไปเล่าเรื่องที่ได้เรียนให้เพื่อนๆฟังก่อนจะกลับมาเมื่อถึงเวลานัดหมายของเมิร์กโดยหยางเฟยกลับมาเร็วกว่าคนอื่นมากเพราะเมิร์กจะมอบหมายหน้าที่สำคัญให้

“หยางเฟย ข้าให้นี่” เมิร์กยื่นมีดบินให้กับหยางเฟย
“แต่ว่า ข้าใช้มันไม่เป็น” “ข้าพอจะรู้วิธีใช้แบบง่ายๆอยู่บ้างเจ้าเรียนรู้มันแล้วค่อยพัฒนาก็ยังไม่สาย” เอาจริงๆขึ้นเมิร์กไม่รู้แต่ด้วยสติปัญญาก็ทำให้พอจะจับเคล็ดได้บ้างเขาลองฝึกใช้เองบ้างแล้วตอนที่พวกเด็กๆไปเล่นกับเพื่อน
     เมิร์กใช้เวลาจนถึงพระอาทิตย์เปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสีส้มสำหรับการฝึกฝนหยางเฟยเรื่องการใช้มีดบินและการฝึกร่างกายพื้นฐานแบบชาวโรมัน
“เอาละ กลับกันเถอะ”
“ขอรับ” ร่างกายของทั้งสองที่นั่งพักอยู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเมิร์กระหว่างที่ฝึกกับหยางเฟยก็ได้รู้ว่าเขาเป็นลูกชายของทหารที่มารบที่ทุ่งหญ้าแดนเหนือแต่เสียชีวิตไปในการปะทะเมื่อปีที่แล้ว

     เมื่อทั้งสองเดินกลับมาถึงหมู่บ้านก็พบกับฝูงเด็กที่นั่งเป็นสามวงแต่ละวงจะมีเด็กทั้งสามที่เขาสั่งสอนเป็นศูนย์กลาง ภาพนี้เรียกรอยยิ้มของเมิร์กได้เป็นอย่างดี
       ทั้งสามที่เห็นเมิร์กกลับมาแล้วก็โบกมือทักทาย เด็กๆทุกคนที่นั่งอยู่ลุกหือขึ้นมาอ้อมล้อมตัวเมิร์กด้วยรอยยิ้มทั้งหลายต่างพูดถึงเรื่องที่เรียนกันใหญ่ทำให้เมิร์กต้องแจกถังหูลู่ให้ทุกคนอีกครั้ง


      ในคืนนั้นเมิร์กได้เรียกรวมเด็กมาเล่านิทานตำนานเทพเจ้าของโรมันให้เด็กๆฟังบางคนที่ฟังก็อยากออกมาแสดงบทบาทเมิร์กก็เตี้ยมให้สักครู่ก็จะเล่าเรื่อง
     “เมื่อนั้นเทพซุสและพี่น้องของตนก็ได้จัดการบิดาของตนเพื่อนำความสงบสุขมาสู่โอลิมปัสอีกครั้ง” บนแรกก็จบด้วยเด็กสามคนรุมกระตือหยางเฟยที่เมิร์กเลือกให้มาเป็นกระสอบทราย

    “เก่งมากๆ” เมิร์กลูบหัวทั้งสี่และมอบพุทราเชื่อมให้คนละเม็ด
       “เอาละตอนนี้ก็ดึกมาแล้ว แยกย้ายไปเข้านอนได้แล้วจะได้โตไวๆ” เมิร์กตะโกนเสียงดังเด็กทุกคนต่างวิ่งหนีกลับไปที่พักของตนอย่างรวดเร็ว


      “ยกเว้นเจ้าซือหยางเจา เจ้ามากับข้าหน่อยสิ”   

@Admin

   มีดบิน 1
  เครื่องนุ่งห่ม 30
  ถังหูลู่ 30
  เป็ดย่าง 1
   พุทราเชื่อม 4

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x10
x10
x25
x4
x1000
x6
x6
x1
x10
x1
x20
x12
x1
x15
x140
x2
x30
x10
x10
x134
x3042
x1
x5
x5
x70
x2
x8
x2
x84
x50
x140
x30
x40
x12
x8
x13
x2
x1
x328
x10
x1
x1
x1
x3
x25
x46
x30
x5
x2
x10
x45
x1
x20
x9
x30
x58
x27
x1
x100
x1
x23
x6
x2
x1
x825
x940
x1699
x16
x21
x20
x52
x30
x78
x50
x10
x53
x120
x10
x77
x6
x151
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x220
x6404
x100
x40
x1461
x200
x1000
x218
x56
x500
x123
x33
x450
x5
x335
x20
x55
x2900
x89
x8
x18
x7
x2
x25
x101
x10
x388
x200
x150
x77
x9999
x134
x425
x100
x160
x113
x140
x4100
x1512
x30
x91
x431
x70
x702
x80
x2060
x1060
x731
x160
x79
x30
x221
x375
x4
x20
x206
x1
x54
x1
โพสต์ 2018-2-17 21:19:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เควสที่2 เด็กสาวผู้ถูกเลือก}
“มานี่สิ” เมิร์กเดินหามุมที่แสงจันทร์ส่องสว่างอยู่แล้วโบกมือเรียนซือหวางเจาให้มานั่งตรงหน้า
ซือหวางเจาลังเลเล็กน้อย กลางป่ากับผู้ชายแปลกหน้า นางเคยเห็นภาพนี้มาแล้วตอนที่นางพึ่งเข้ามาที่นี่
“มันอาจจะดูแปลกๆใช่ไหม ฮะฮะ พอดีข้าไม่เคยคุยกับเด็กนะ”เมิร์กยิ้มอย่างเศร้าๆ ชีวิตเขาตั้งแต่เกิดมานอกจากเพื่อนสมัยเด็กที่จากกันไปนานแล้วก็มีแต่พวกลูกค้าของร้านเท่านั้นที่คุยด้วย
ซือหวางเจาที่เห็นแววตาเศร้าๆของผู้มีพระคุณก็สะอึกเดินเข้ามานั่งอย่างสำนึกผิดที่คิดอะไรอกุศล
“ดีแล้วที่ระวังตัว” เมิร์กก้มหน้าลงมายิ้มอย่างสดใสและใช้มือใหญ่หยาบๆของเขาลูบผมยาวๆของซือหวางเจา
“เอาละ ที่ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่เพราะข้าต้องการให้เจ้าเรียนรู้ทักษะที่สำคัญที่สุด” ใบหน้าของเมิร์กเคร่งเคลียดขึ้นมาทันทีบรรยากาศกดดันก่อตัวขึ้นจนทำให้ซือหวางเจาอึดอัดเล็กน้อย
“ที่แห่งนี้ขาดผู้นำ พวกเด็กๆไม่ใช่แค่พวกเธอ30คนแต่อีกกว่าพันคนต่างกระจัดกระจายกันอยู่”
“อย่าบอกนะว่าท่านจะให้ข้า คุมพวกเค้านะ!?เป็นไปไม่ได้หรอก!” มันยากเกินไปแล้ว เพียงแค่รับรู้ความตั้งใจของเมิร์กก็ทำให้จิตใจของซือหวางเจาที่เข้มแข็งโอนเอน
เมิร์กยิ้มรับอย่างราวกับว่ารู้อยู่แล้ว ไม่สิเขารู้อยู่แล้วซือหวางเจาต้องเข้าใจถึงความยากของงานนี้แน่ๆเพราะงั้นจึงต้องการให้รับรู้ถึงแรงกดดันที่นางต้องเผชิญจะให้เปลี่ยนคนก็ไม่ทันแล้ว
“ข้าอาจจะอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวัน เพราะงั้นระหว่างนี้ขอให้เจ้าตั้งใจด้วย”
“ค่ะ!” ซือหวางเจาตอบรับเสียงดังฟังชัด

เมิร์กสอนตั้งแต่ทักษะการเป็นผู้นำ วิธีการเจรจาซื้อขาย ประณีประนอมหรือแม้แต่การข่มขู่ ทั้งหมดเมิร์กสอนให้แค่พื้นฐานเท่านั้นเพราะความสามารถเหล่านี้หาได้จากประสบการณ์ไม่มีทางลัด
เวลาผ่านไปจนเมิร์กง่วง ให้ตายสิโรคนอนเร็วนี่กวนใจเขาจริงๆ
“เอาไว้วันนี้พอก่อนละกัน”เมิร์กบอกกับซือหวางเจาที่ยืนทบทวนความรู้ในหัวตัวเองอยู่
‘แบบนี้คงต้องมีรางวัลหน่อยแล้ว’ ในระหว่างที่ซือหวางเจาไม่รู้ตัวเมิร์กได้แอบย่องมาข้างหน้า
จุ้บ
ริมฝีปากของเมิร์กประทับไปที่หน้าผากน้อยๆของซือหวางเจา วิธีนี้แม่เขาชอบใช้เวลาต้องการให้รางวัลเขาตอนเด็กๆบางทีมันอาจได้ผลนะ
แต่ทำไมตัวนางร้อนๆละ รึว่าไข้ขึ้นงั้นรึ
“รีบกลับไปนอนกันดีกว่า ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว”
“อื้อ”
เมิร์กจับมือเล็กๆของเด็กสาวไปส่งที่บ้านพัก โดยที่ในบ้านพักทุกคนต่างยังไม่นอนจนเมิร์กต้องดุเล็กน้อยถึงจะยอมนอนกันได้
“แล้วข้าจะนอนไหนละนี่” สุดท้ายเมิร์กก็ต้องไปขอนอนด้วยกับพวกเด็กผู้ชายโดยสัญญาว่าจะให้รางวัลพรุ่งนี้เช้าเป็นการแลกเปลี่ยน


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x10
x10
x25
x4
x1000
x6
x6
x1
x10
x1
x20
x12
x1
x15
x140
x2
x30
x10
x10
x134
x3042
x1
x5
x5
x70
x2
x8
x2
x84
x50
x140
x30
x40
x12