กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 401|ตอบกลับ: 22

( เมืองอู๋จวิ้น ) โรงเตี๊ยมหรงหรง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-3 00:33:23 |โหมดอ่าน
.............................................................................................


{ โรงเตี๊ยมหรงหรง }

โรงเตี๊ยมขนาดเล็กแห่งเมืองอู๋จวิ้นมีสองชั้น
ชั้นแรกเป็นชั้นที่บริการ อาหาร สุรา ขนมน้ำชา
และชั้น2จะเป็นที่พัก แต่เนื่องจากเป็นโรีงเตี๊ยมขนาดเล็กจึงมีห้องพัก
จำกัดแค่2-3ห้องต่อวันเท่านั้น

...............................................................................................

ชื่อกิจการ: โรงเตี๊ยมหรงหรง
เจ้าของกิจการ: หวง หรงหรง
ประเภทงาน: อาหาร สุรา น้ำชา ขนม และที่พัก
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24ชั่วโมง

#ประทับตราผู้ว่าเมืองอู๋จวิ้น

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

69

กระทู้

720

โพสต์

9หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
19784
เงินตำลึง
11055
ชื่อเสียง
37460
ความหิว
407
คุณธรรม
294
ความชั่ว
12
ความโหด
26
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-1-7 22:11:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-1-9 00:19

{ภัยสงคราม ย้อนกลับ}
[จาง ฝู]
บทที่ 13 ครุ่นคิดไปเรื่อย

      ทันที่จางฝูและคณะเดินทางแจกแมวของเธอเดินทางมาถึงอู๋จวิ้นเธอก็รีบตรงไปยังโรงเตี้ยมภายในเมืองทันที่ หลังจากที่พาเฟยเทียนไปฝากที่คอกสัตว์เลี้ยงของโรงเตี้ยมแล้วจึงเดินเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมพร้อมกับลู่จิวตรงไปยังเคาเตอร์เพื่อจองห้องพัก และสั่งอาหารมาทาน

      เธอเลือกที่นั่งที่อยู่ติดกับหน้าต่างร้านเพราะลู่จิวนั้นชอบที่ชูคอเอาหัวพาดขอบหน้าต่างมองดูคนเดินไปเดินมามันคงเป็นความสุขนึงของมันซึ่งเธอก็อยากที่จะทำให้ ทุกครั้งที่เข้าร้านอาหารหรือโรงเตี้ยมท่ามีที่ว่างตรงริมหน้าต่างเธอก็จะไปนั่งตรงบริเวณนั้นทันที

      เพียงไม่นานนักอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟเธอแล้วลู่จิวนั่งกินข้าวกันเงียบๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศของที่แห่งนี้ เธอเดินทางผ่านเมืองมาหลายเมือง ได้พบผู้คนมามากมายนัก เธอก็ยังไม่เจอทีที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่เลยสัก แต่ว่าเธอก็เชื่อนะว่ามันจะต้องมีสักที่ ที่จะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง

     “แผนดินกว้างใหญ่ คงมีสักที่ละนะ”

     ฟ่อออ(อะไรหรอเจ้านาย) ลูจิ่วที่กินอาหารส่วนของตนเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเจ้านายของมันที่จู่ๆก็พูดออกมาอย่างงงๆ

    “ไม่มีอะไรหรอกลู่จิว” เธอเอ่ยยิ้มๆแล้วคีบไก่ผัดซอสขึ้นมากินพร้อมกับคีบข้าวเข้าปาก ก่อนจะกลืนลงไป ก่อนที่คิ้วเรียวได้รูนั้นจะเลิกขึ้นนิดๆอย่างนึกอะไรได้

     “ลู่จิวกับเฟยเทียนยังไม่เคยไปบ้านข้านี่น่า ไว้พาบ้านให้พวกแมวได้แล้วเราไปเที่ยวที่บ้านของข้ากันไหม”

     ฟ่ออ(บ้านเจ้านายหรอไปๆ)

      “แต่ต้องหลังจากเสร็จงานนี้ละนะ” ว่าจบหญิงสาวก็วางเงินลงบนโต๊ะก่อนจะอุ้มร่างของงูเขียวขึ้นมาแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นสองขอโรงเตี้ยมเพื่อไปยังห้องพักของเธอ ตลอดการเดินทางมานี้เธอนอนพักโรงเตี้ยมถี่กว่าสมัยก่อนแต่นั้นก็เพราะหากนอนแต่ในป่าพวกแมวๆก็คงไม่ได้บ้านอยู่ นั้นคือเหตุผลหลักๆที่เธอต้องนอนโรงเตี้ยมมันก็ไม่ได้แย่อะไรถ้าตัดพวกขี้เมาประจำโรงเตี้ยมออกมา หรือ มีโรงเตี้ยมสักที่แขวนป้ายไว้ว่าห้ามเมาในร้าน แต่ก็คงไม่ได้แบบนั้นใครจะเข้าร้านละจริงไหม

     จางฝูที่จมอยู่ในห้วงความคิดอยู่นั้นเดินเข้าห้องพักอย่างเหม่อลอยจนไม่ทันได้ระวังเดินชนเข้ากับฉากกั้นที่ใช้กั้นเตียงกับประตูทางเข้า เข้าอย่างจัง

     ปึก!!

    “โอ้ยย” คนเดินชนร้องแล้วผละถอยหลังไปเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นมากุมหน้าผากของตนที่ชนเข้าจังๆ

    ฟ่ออ(เจ้านายเป็นยังบ้าง)ลู่จิวที่เลื้อยอยู่ข้างล่างชูคอเงยหน้ามองเจ้านายสาวอย่างห่วงๆ

    “ข้าไม่เป็น แค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อยน่ะ” เธอลูบหัวตัวเองเบาๆก่อนจะเดินไปนั่งที่เตียงโดยมีลู่จิวเลื้อตามไปดู

     ฟ่ออ(เจ้านายดูแปลกๆ)

    “หืมม ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ข้าก็แค่คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย ไม่เป็นไรจริงๆนะ”เธอว่าพรางเอื้อมมือไปลูบหัวลู่จิวเบาๆ

     ฟ่ออ(ข้าเชื่อเจ้านายก็ได้)

     จางฝูิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนลุกเดินเข้าห้องน้ำไป ผ่านไปราวสิบนาทีร่างบางของหญิงสาวในชุดนอนสี่ขาวบางก็เดินออกมาจากห้องน้ำมานั่งลงที่เตียงเเล้วหยิบเอาบันทึกเล่นโปรดของเธอขึ้นมาเขียนเรื่องราวที่ได้พบมาในวันนี้ โดยมีลู่จิวเอาหัววางพาดบนตักมองดูเธอเขียนบันทึกจนพล่อยหลับไปในที่สุด  เธอเมื่อเห็นงูเขียวหลับไปแล้วจึงวางพูกันแล้วอุ้มมันไปนอนที่ข้างหมอน ก่อนที่เธอจะเก็บสมุดบันทึกนั้นใส่ห่อผ้าแล้วเข้านอนตามเจ้างูน้อยของเธอไป

       "ฝันดีนะลู่จิว"


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
ตาเหยี่ยว
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x3
x47
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x17
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x115
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x75
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x74
x1
x15
x45
x74
x3
x30
x88
x5
x68
x28
x10
x7
x102
x172
x4
x136
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x10
x46
x3
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x45
x336
x76
x350
x236
x92
x84
x22
x329
x310
x8
x40
x1
x3
x40
x152
x675
x477
x947
x630
x110
x4271
x218
x78
x421
x60
x3
x825
x39
x80
x1210
x4
x3
x23
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x53
x63
x11
x58
x26
x41
x81
x42
x12
x1

69

กระทู้

720

โพสต์

9หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
19784
เงินตำลึง
11055
ชื่อเสียง
37460
ความหิว
407
คุณธรรม
294
ความชั่ว
12
ความโหด
26
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-1-10 23:42:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เร่รอนไปทั่วเเผ่นดิน}
[จาง ฝู]
บทที่ 2 คืนสุดท้านที่อู๋จวิ้น

            หลังจากที่จางฝูได้ออกไปเทียวที่ชายหาดมา และเธอดันลืมที่จะหยิบเอาชุดไปเปลี่ยนด้วยนั้นทำให้เธอต้องหาเอาเสื้อคลุมตัวบางของเธอนั้นใส่คลุมกันความเย็นจากอากาศยามหัวค่ำของเมืองอู๋จวิ้นและเพื่อใช้คลุมชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ที่เปียกชื้นจนแนบไปกับตัวของเธอจนเห็นสัดส่วนเกือบหมดเพื่อเดินทางกลับไปยังที่โรงเตี้ยม ถึงแม้เสื้อผ้าของเธอที่เริ่มแห้งแล้วนิดนึงก็ตามแต่แบบนี้ยิ่งทำให้เสื้อที่เธอใส่ดูดซับความเย็นเอาไว้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

      “ไม่น่าลืมเอาชุดเปลี่ยนไปเลย”เธอพึมพัมพร้อมกับกอดกระชับเสื้อคลุมตัวบางนั้นไว้อยู่บนหลังของเฟยเทียนที่กำลังมุ่งหน้ากลับเข้าไปยังคอกพักสัตว์ของทางโรงเตี้ยมโดยมันส่งเจ้านายสาวของมันลงตรงที่หน้าทางเข้าโรงเตี้ยมก่อนที่จะเดินเข้าคอกพักไปนอน


      จางฝูเเละลู่จิวมองหน้ากันหน่อยก่อนที่เธอจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินเข้าไปด้านในโรงเตี้ยมโดยที่เธอแทบจะไม่เงยหน้ามองคนที่อยู่ด้านในเลยแม้สักเสี้ยววิ กลับรีบสาวเท้าขึ้นที่ด้านบนโรงเตี้ยมเพื่อไปยังห้องของพักขอเธอให้เร็วที่สุด


    ปัง!!


    ประตูไม้ของห้องพักที่ถูกปิดลงอย่างรวดเร็วและแรงก่อนที่ร่างบางของจางฝูจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพิงประตัวห้องตัวเองเอาไว้แล้วถอนอหายใจอออกมาเฮือกใหญ่ ก้อนเนื้อในอกเธอเต้นไปมาอย่างรุนแรงราวกับว่าจะหลุดออกมาก็ไม่ปาน


    “จะไม่ลืมชุดเวลาไปเล่นน้ำอีกแล้ว”จางฝูเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นเเล้วเดินเข้าห้องอาบน้ำไป


       ร่างบางของหญิงสาวค่อยถอดเอาเสื้อที่เปียกของเธอออกแล้วสะบัดไปมาเพื่อให้ทรายที่เกาะอยู่ในเสื้อผ้าตกลงมาก่อนที่จะเอาชุดนั้นไปแช่ในถังใส่น้ำเตรียทซักก่อนที่เธอจะเดินตรงไปที่อ่างน้ำและก้าวเข้าไปนอนแช่ในอ่างอย่างสบายตัว เพราะน้ำทะเลเมื่อเริ่มแห้งก็จะกลายเป็นเกล็ดเกลือติดอยู่ตามเนื้อตามตัว ตามเส้นผมทำให้เธอเหนียวและคันตัวมาก


     “น้ำทะเลตอนเล่นนี่สนุกแต่พวกตัวเริ่มแห้งมันทรมานจริงๆ”เร่างบางพึมพัมเบาๆแล้วตักน้ำในอ่างราดหัวตัวเองพรางขยี้เบาๆเอาเศษทรายเศษเกลือทะเลออก จากนี้ไปก่อนเล่นน้ำทะเลเธอคงต้องคิดดีๆเสียแล้ว และจะไม่ขอเอาหัวไปโดนน้ำทะเลเด็ดขาด


     เมื่อร่างบางรู้ว่าทรายที่อยู่บนหัวหลุดออกไปหมดแล้วจึงค่อยยันตัวลุกขึ้นจาอ่างน้ำแล้วเดินไปแต่งตัวและน้ำเอาผ้าผืนเล็กห่อซับผมไว้เพื่อซับน้ำจากผม ก่อนที่เธอจะเดินไปจัดการกับชุดของเธอที่แช่อยู่ในถังน้ำ เธอนั่งค่อยๆนั่งลงย่องแล้วจัดการซักเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะนำไปตากที่ราวแขวนที่ทำจากเชือกขึงภายในห้องน้ำ


       ร่างบางของหญิงสาวค่อยเดินออกมาจากห้องน้ำไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกตั้งอยู่ เธอค่อยคลายผ้าก่อผมออกแล้วค่อยๆเช็ดผมช้าๆอย่างเหม่อลอยมองกระจก และมองไปยังบรรดากระปุกเครื่องสำอางค์ที่ทางโรงเตี้ยมมีสำรองไว้ให้ลูกค้า ตลอดชีวิตของเธอไม่เคยใช้ของพวกนี้มาก่อนเพราะคิดว่ามันเพียงแค่ของที่เอาไว้สำหรับฉาบหน้าเพื่อเข้าหาคน แค่สิ่งบังหน้าไม่อาจยังยืน เธอจึงเลือกที่จะเมินเฉยต่อสิ่งพวกนี้ สิ่งประดับจอมปลอม


      ฟ่ออ(เจ้านาย)ลู่จิวที่เห็นเจ้านายนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกเป็นเวลานาน จึงเลื้อยขึ้นไปบนโต๊ะแล้วร้องเรียกเจ้านายสาวเบาๆ


     “ไงลู่จิว มีอะไรหรอ” เธอก้มมองงูของเธอที่เลื้อยขึ้นมามองหน้าเธอบนโต๊ะ


      ฟ่ออ(เจ้านายเหม่ออีกแล้ว)


     “ข้าก็คิดอะไรไปเรื่อยเหมือนทุกทีนั้นแหละ”เธอว่าแล้วลูบหัวลู่จิวก่อนจะอุ้มเจ้างูเขียวของเธอเดินไปนั่งที่เตียงโดยลู่จิวนั้นก็ค่อยๆเลื้อยไปนอนขนบนตักของเจ้านายสาวอย่างว่าง่ายแล้วหยิบบันทึกขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนเล่าถึงบรรยากาศที่ทะเล สิ่งที่ได้เห็นและความประทับใจในวันนี้ พรุ่งนี้แล้วที่เธอจะต้องออกเดินทางและคงไม่มีโอกาสกลับมาที่เมืองนี้ง่ายๆเป็นแน่ ถึงแม้ว่าจะที่นี่จะเหลืออีกเที่ยวอีกที่ที่เธอยังไม่ได้ไป แต่ว่าเธอคงอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะยังมีที่รอให้เธอไปอีกมากมายนัก


       จางฝูวางสมุดบันทึกของเธอลงที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนพัก่ผ่อนอย่างเหนื่อยล้า วันนี้เธอเที่ยวเล่นทั้งวันจะแทบจะหมดแรงพอมาเจอกับที่นอนนุ่มๆทำให้เธอหลับลงไปอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่นาน


    ฟ่ออ(ฝันดีขอรับเจ้านาย)ลู่จิวเลื้อยมานอนขดข้างๆร่างบางของเจ้านายสาวที่มันมักจะทำเป็นประจำก่อนที่มันจะหลับตามเจ้านายของมันไป




@STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +150 ความหิว -10 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -10 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
ตาเหยี่ยว
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x3
x3
x47
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x17
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x115
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x75
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x74
x1
x15
x45
x74
x3
x30
x88
x5
x68
x28
x10
x7
x102
x172
x4
x136
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x10
x46
x3
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x45
x336
x76
x350
x236
x92
x84
x22
x329
x310
x8
x40
x1
x3
x40
x152
x675
x477
x947
x630
x110
x4271
x218
x78
x421
x60
x3
x825
x39
x80
x1210
x4
x3
x23
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x53
x63
x11
x58
x26
x41
x81
x42
x12
x1
โพสต์ 2018-1-25 16:49:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 35: ลี้ภัยที่อู๋จวิ้น (ต่อ)


     โรงเตี๊ยมที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นโรงเตี๊ยมขนาดเล็กมีชื่อว่าโรงเตี๊ยมหรงหรง  และเพราะเป็นโรงเตี๊ยมขนาดเล็ก  อาศัยเพียงนางและผู้ติดตามก็จองหมดทุกห้องครองหมดทั้งโรงเตี๊ยม  เรียกว่าควบคุมรักษาความปลอดภัยได้ดีเยี่ยม

ไป๋ฟางหรงสังเกตเห็นว่าแม้จะมาไกลถึงอู๋จวิ้น  ท่าทีระแวดระวังของคนคุ้มกันทั้งสี่ก็มิได้ผ่อนปรนลงเลย  ทำให้นางต้องประเมินคงามปลอดภัยขอฃตัวเองใหม่   ดูเหมือนนางจะเป็นตัวเบี้ยที่ผู้คนต้องการตัวกว่าที่คิด


“ระหว่างนี้ให้ข้าปลอมตัวเป็นบุรุษดีหรือไม่?” หญิงสาวกล่าวขึ้นมาในขณะที่ลี่ซือกำลังนวดน้ำมันให้นาง  เรียกสายตาตกใจของสาวใช้ได้ทันที

“ได้อย่างไรเจ้าคะคุณหนู?!” สาวใช้โวยวาย

“นี่แน่ะลี่ซือ...เจ้าไม่เห็นท่าทีระแวดระวังของคนคุ้มกันรึ? แสดงว่าที่นี่ก็อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คืด  ผู้คนที่ต้องการจับตัวข้าเคยเห็นหน้าข้าที่ไหน  น่าจะรู้เพียงเป็นสตรีมีผู้ติดตามสี่คน สาวใช้หนึ่ง  แทนที่จะมาเฝ้าตามติดข้าทุกฝีก้าว  แล้วประกาศให้รู้กันทั่วว่าบุตรีบุญธรรมหวยหนานอ๋องอยู่ที่นี่   สู้ข้าปลอมเป็นชายแล้วให้พวกเขาติดตามอยู่ห่างๆไม่ดีกว่าหรือ?”

ลี่ซือมีสีหน้าวุ่นวายใจ  ทว่าคล้อยตามอย่างเห็นได้ชัด “เจ้ารอช้าอยู่ทำไม  รีบไปบอกให้พวกเขาเตรียมชุดบุรุษและหน้ากากให้ข้าสิ”

“เจ้าค่ะคุณหนู”


       ในที่สุดสาวใช้ตัวน้อยก็ยอมตกลง  ทิ้งให้คุณหนูของนางแช่น้ำเพียงลำพัง   ฟางหรงหลับตาแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายอารมณ์สักพักก็ขึ้นจากน้ำสวมชุดคลุมสีขาวขึ้นมานั่ฃเล่นกับเจ้าหยวนเป่า

นางคืดถึงมือสังหารจากหุบเขาปีศาจกลุ่มนั้นแล้วนึกภาวนาให้พวกเขาปลอดภัยไม่น้อย   แท้จริงพวกเขาล้วนเป็นคนมีคุณธรรมน้ำใจไม่เลวเลย  หวังเพียงสวรรค์จะเมตตาให้พวกเขารอดพ้นจากมือของท่านอ๋อง

หากรอดมาได้แล้วมาหานาง  นางอยากจะถามพวกเขานักว่าท่านพ่อบุญธรรมคิดทำเรื่องเลวทรามอันใดกันแน่  ทั้งอยากบอกว่าแท้จริงแล้วพวกท่านให้ค่าน้ำหนักข้ามากไปแล้ว  ทั้งเรื่องลำนำ ทั้งความสำคัญต่อท่านอ๋อง


ไม่นานลี่ซือก็กลับมาพร้อมชุดผ้าไหมปักดิ้นเงินลายไผ่สีขาว หน้ากากสีเงินยวงกรูหราเตะตาผู้คนยิ่ง


“...” ไป๋ฟางหรงผงะชั่วขณะ “แท้จริงแล้วใช่ข้าบอกว่าอยากซ่อนตัวให้ไม่โดดเด่น?”

“พี่ซื่อบอกว่าหากคุณหนูแต่งกายด้วยชุดนี้ย่อมเตะตา  แต่ไม่มีผู้คนสงสัยแน่ๆเจ้าค่ะ” นิ้วเล็กชี้ “ท่านจะดูเป็นคุณชายบุญหนักศักดิ์ใหญ่ที่ต้อฃการปกปิดตัวตนสักคน  ผู้พบย่อมไม่กล้ายุ่ง ไม่กล้าล่วงเกิน ไม่กล้าดูแคลน”
อ้อ...ออกแนวไม่กลัวท่านแต่กลัวคนที่อยู่เบื้องหลังท่าน

พี่ซื่อ?” เสียงหวานทวนขำๆ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังช่วยนางแต่งตัว “เจ้าเรียกท่านซื่อว่าพี่ซื่อตั้งแต่เมื่อใดหรือลี่ซือ?”

“โธ่! คุณหนู… ก็ข้ายังไม่สนิทกับท่านอี้ ท่านเอ้อร์ กับท่านซันนี่เจ้าคะ” สาวน้อยบ่นอุบอิบ

คุณหนูผู้เย้าแหย่สาวใช้ของตนหัวเราะร่วน  หวนนึกถึงความมักง่ายในการตั้งนามองครักษ์ของท่านพ่อบุญธรรม
อา...น่าสงสารพวกท่านยิ่งนัก


         ไป๋ฟางหรงมองตัวเองในคันฉ่องได้แต่ตาโตนึกทึ่ง   นี่มิใช่ครั้งแรกที่นางปลอมเป็นบุรุษ  แต่พออยู่ในชุดนี้ เกล้าผม ปักปิ่น ข้างเอวเหน็บกระบี่เล่มงามประดับอัญมณีล้ำค่าราวดาราเจ็ดดวง  เห็นแล้วชวนนึกว่าตนสามารถเป็นหนุ่มน้อยหน้าหวานได้ค่อนข้างแนบเนียนทีเดียว  ยิ่งสวมหน้ากากเงินปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งเหลือเพียงดวงตาโศกซึ้งแล้วยิ่งแลดูลึกลับน่าค้นหา


“คุณหนู...ไม่สิ คุณชายสง่างามยิ่งเจ้าค่ะ” สาวใช้มองนายของตนหัวเราะคิกคักคล้ายนีกสนุกไม่น้อย

“เดี๋ยวเถอะ...แล้วเจ้าไม่ปลอมเป็นบ่าวรับใช้ข้าหน่อยหรือไง?”

“พี่ซื่อไม่ยอมเจ้าค่ะ” ลี่ซือเบะปาก พองแก้มป่อง ได้ทีฟ้องนายสาวยกใหญ่ “บอกว่าหน้าโหลๆอย่างข้า  ต่อให้จิตรกรชั้นเลิศมาวาดภาพเหมือนติดประกาศทั่วไปก็ไม่มีใครนึกสังเกต”

ท่านซื่อปากร้ายไม่น้อยเลยทีเดียว…

“ยังไม่หมดนะเจ้าคะ...บอกว่าป้ำๆเป๋อๆอย่างข้าปลอมไปคนก็จับได้หมด  จะพาลเสียเรื่องเปล่าๆ”


ฟางหรงหัวเราะเบาๆ  ในใจเริ่มสะกิดกับท่าทีของสองคนนี้ ลี่ซือเอ๋ยลี่ซือ...มิใช่ชะตาดอกท้อของเจ้าจะเบ่งบานแล้วหรือ?


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +50 ความหิว -6 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -450
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -6 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เฮะเฮะเฮะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
รถม้าหรูหรา
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x10
x1
x99
x1
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x15
x1
x2
x100
x1
x3
x30
x20
x80
x1
x2
x10
x15
x1
x2
x10
x198
x2
x60
x10
x5
x50
x2
x51
x16
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x15
x48
x38
x111
x1
x410
x28
x26
x99
x10
x100
x70
x121
x95
x70
x127
x118
x530
x173
x566
x569
x400
x1202
x611
x1
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x4
x9
x77
x13
x120
x9
x30
x3
x18
x11
x11
x3
x2
x2
x15
x4
x14
x1
x95
x24
x32
x7
x82
x6
x6
x10
x12
x6
x1
x35
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-1-26 11:37:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 37: มือสังหาร...อีกแล้ว

           รถม้ามาถึงโรงเตี๊ยมสองชั้นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย   บรรยากาศแลดูเงียบสงบไร้คนเข้าออกจนผิดวิสัย

เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อร์เมื่อเห็นรถม้าแปลกตามาจอดก็รีบเร่งออกมามีสีหน้าลำบากใจ  ทว่าเมื่อพบว่าคนลงมาเป็นผู้จองห้องพักไว้จนหมดและผู้ติดตามก็รีบยิ้มประจบประแจง

“คุณชาย...ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ  ไม่ทราบว่าท่านต้องการรับอาหารเลยหรือไม่” แม้แท้จริงคราแรกคุณชายท่านนี้จะเป็นเพียงคุณหนูนางหนึ่ง  ทว่าอิทธิพลเบื้องหลังนางทำให้เถ้าแก่ล้างสมองตนเองเรียกเป็นคุณชายคล่องปาก   เป็นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่ทำตัวเสมือนพ่อบ้านได้อย่างดียิ่ง

ไป๋ฟางหรงพยักหน้าให้เถ้าแก่แล้วนึกขึ้นได้ หันไปหาผู้มีน้ำใจช่วยเหลือตน “ใต้เท้าหลี่...ให้ข้าเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อแทนการตอบแทนได้หรือไม่?”

“....”@Hazan

“ข้าสิต้องเป็นฝ่ายเกรงใจท่าน” คุณชายหน้ากากเงินชะงักนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “เมื่อครู่เห็นท่านดูคล้ายรั้งรอใครอยู่ที่ทางขึ้นผา...ข้าคงรบกวนเวลาท่านไม่นานนัก  ยามนี้อากาศหนาวนัก  พักทานอะไรให้ร่างกายอบอุ่นสักครู่ค่อยกลับไปดีกว่านะใต้เท้า”

“....”@Hazan

ไป๋ฟางหรงเลิกคิ้ว “สตรีท่านนั้นคงเป็นคนรักของท่าน?...ท่านไม่ควรปล่อยให้นางรอจริงๆ  เอาเถิด..ข้าไม่รบกวนท่านมาก แค่อาหารสักมื้อ  ให้โอกาสข้าได้ตอบแทนท่าน”

“....”@Hazan


นางคิดตามคำนวณเวลาไปกลับจากผาที่นอกเมืองมายังโรงเตี๊ยมที่อยู่คนละทิศแล้วพยักหน้า  ไม่ควรรั้งใต้เท้าหลี่ไว้นานจริงๆ  จึงหันไปสั่งให้เถ้าแก่นำน้ำชาและขนมทานคู่มา



“เช่นนั้นหลินหรงขอคารวะชาท่านแทนแล้ว” ว่าพลางผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่ง

“....”@Hazan


ทั้งสองนั่งลง  เสี่ยวเอ้อร์นำน้ำชาและของว่างที่สั่งไว้มาวางบนโต๊ะท่าทางกล้าๆกลัวๆเกรงใจผู้คนบนโต๊ะไม่น้อย  บรรยากาศก็แลดูสงบเงียบ  เหมาะแก่การสร้างสัมพันธไมตรีดีอยู่  ถ้ามิใช่ว่าจู่ๆก็มีชายชุดดำปิดบังใบหน้าแห่กันเข้ามาปิดล้อมโรงเตี๊ยมไว้


“นายท่าน...บัดนี้เกรงว่าโรงเตี๊ยมของเราจะมิพร้อมรับแขก—“

ท่านซ้นองครักษ์มือดีจากจวนหวยหนานอ๋องรีบเข้ามาประชิดร่างระหงส์ของคุณชายชุดขาว กล่าวเสียงเครียด “นายท่าน...เป็นคนจากหุบเขาปีศาจ”

มือสังหารจากหุบเขาปีศาจตามมาพบนางแล้ว?

มือบางกระชับกระบี่เจ็ดดาวตื่นตัวพร้อมรับภัยคุกคาม


“เจ้าลูกหมาเว่ยหยาง! วันนี้เป็นวันตายของเจ้า!!”


……

ห้ะ????



“...ข้ามิได้ชื่อเว่ยหยาง  ท่านจำคนผิดแล้วหรือไม่?” เสียงหวานแบบเด็กหนุ่มถามด้วยความสับสน

“มิผิดแน่! นายน้อยจากเรือนไผ่หยก รูปร่างอ้อนแอ้น นิยมสวมชุดขาวหน้ากากเงิน พกกระบี่ล้ำค่า  มีองครักษ์ชุดดำติดตาม  ไม่ต้องมาแก้ตัว!!” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก

“พี่ชาย...อาภรณ์ขาว หน้ากากเงินล้วนมีขายอยู่ทั่วไป—“

“ไม่ต้องมาทำเล่นลิ้น! ถึงขั้นเหมาโรงเตี๊ยมทั้งหลังระวังภัยเพียงนี้สันดานโปรยเงินของเจ้าไม่ผิดแน่” ชายชุดดำเอากระบี่ชี้หน้า หันความสนใจไปยังขุนนางหลี่เซี้ยนเจ่อ “จับได้คาหนังคาเขาว่าเจ้าคิดสมคบกับขุนนาง  เพ้ย! พวกพรรคธรรมะเลวทรามคิดเป็นสายให้ทางการใช่หรือไม่”

“....”@Hazan

“หึ! ปฏิเสธไปก็เท่านั้น… พี่น้องข้าฟังให้ดี ฆ่า!!”

ชายชุดดำตะโกน  ไป๋ฟางหรงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก  อยู่ในฐานะบุตรีบุญธรรมหวยหนานอ๋องก็ต้องวิ่งหนีคนจากหุบเขาปีศาจ  อุตส่าห์ปลอมตัวเป็นชายเพื่อซ่อนตัว  ก็ดันโชคร้ายไปคล้ายกับนายน้อยท่านหนึ่งในยุทธภพให้เขาตามตัวอีก

ท่านอี้ และท่านเอ้อร์ที่แฝงตัวระวังภัยอยู่ห่างๆ  รีบกระโจนตัวออกมาคุ้มภัย



“มีองครักษ์เงาแบบนี้ยังกล้าปฏิเสธ!!”



เพ้ย! เงาบ้านท่านสิ  แล้วองครักษ์เงานี่มันพิเศษอันใด  แค่มีอำนาจมาก คนปองร้ายมากก็หาได้  คุณหนูในห้องหอผู้ปกติจะเรียบร้อยไม่มีปากเสียงถึงขั้นสบถในใจกับความสามารถจับแพะชนแกะของมือสังหารเหล่านี้


“ใต้เท้าหลี่...ทำท่านลำบากด้วยแล้ว”

“....”@Hazan

ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด  ฝ่ายนั้นจัดเตรียมผู้คนมานับสิบ  ในขณะที่คนคุ้มกันของนางขณะนี้มีเพียงสาม   แม้ว่าทั้งสามจะมากฝีมือเพียงใดให้มาคุ้มกันนางไปด้วยฟาดฟันศัตรูรอบด้านไปด้วยก็ลำบากเกินไป

“อาซัน! คุ้มครองนายท่าน!!” ท่านอี้สั่งการกวัดแกว่งกระบี่ปลิดชีพศัตรูอย่างห้าวหาญ   ท่านซันคุ้มกันคุณหนูในคราบคุณชายกระโดดหลบออกทางหน้าต่างโรงเตี๊ยมไป   ชาวบ้านตามท้องถนนรีบหลบเปิดทางตั้งแต่เห็นชายชุดดำกรูกันเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้ว   ที่พอมั่นใจในฝีมือวรยุทธฺของตนหน่อยก็ยืนมุงดูความครึกครื้นอยู่ห่างๆ

มือสังหารจากหุบเขาปีศาจแบ่งพรรคพวกตามไล่ล่ามา

“คุณหนูผู้นั้นที่ใต้เท้าต้องกลับไปรับ...คงต้องรอหน่อยแล้ว” เอ่ยพลางมองมือสังหารที่ตามมาติดๆ

หลี่เซี้ยนเจ่อวิ่งหนีตามออกมาอย่างไม่ลดละ ระหว่างที่วิ่งเขาก็หันหลังไปมองว่ามีกลุ่มมือสังหารวิ่งไล่ล่าตามหลังมาอย่างไม่ห่าง หลี่เซี้ยนเจ่อมั่นใจในฝีมือแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีกำลังพอจะต้านไหวรึเปล่า
  

“....”@Hazan


เผด็จศึก?
เผด็จศึกอันใด  ชายฉกรรจ์ท่าทางโหดเหี้ยมอาวุธพร้อมสรรพ  วิ่งตามมาเป็นพรวนเสมือนท่านไปสังหารมารดาพวกเขา จะให้นางผู้แม้แต่แรงตะวัดกระทะยังไม่มีจนท่านอ๋องต้องสั่งวิดพื้นไปต่อยตีอันใด  หันมองผู้ติดตามผู้เก่งกล้าก็เหลืออยู่เพียงคนเดียว พอจะใช้ตัวเบาอุ้มนางหนีเท่านั้น   เหลียวมองขุนนางผู้เตรียมลุยท่าทางฮึกเหิมแล้วไม่อยากจะขัดเลย



“...ใต้เท้าหลี่  ข้าว่าหนีก่อนเป็นอย่างไร” ไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้  แต่นั่นคนของหุบเขาปีศาจเชียวนะ!

“....”@Hazan

“ตกลง” ไป๋ฟางหรงรีบรับโดยไม่ต้องคิด  เหลียวมองหนทางให้นึกหนทางไม่ออกเพราะตนเพิ่งเคยมาเยือนที่นี่ครั้งแรก  “ท่านเป็นขุนนางท้องที่นี้  พอมีที่ไหนแนะนำหรือไม่?”

“....”@Hazan

นางพยักหน้ารับ  แล้วทั้งสามก็หนีการตามล่ามุ่งหน้าไปยังท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้น

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เฮะเฮะเฮะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
รถม้าหรูหรา
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x10
x1
x99
x1
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x15
x1
x2
x100
x1
x3
x30
x20
x80
x1
x2
x10
x15
x1
x2
x10
x198
x2
x60
x10
x5
x50
x2
x51
x16
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x15
x48
x38
x111
x1
x410
x28
x26
x99
x10
x100
x70
x121
x95
x70
x127
x118
x530
x173
x566
x569
x400
x1202
x611
x1
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x4
x9
x77
x13
x120
x9
x30
x3
x18
x11
x11
x3
x2
x2
x15
x4
x14
x1
x95
x24
x32
x7
x82
x6
x6
x10
x12
x6
x1
x35
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-1-26 11:57:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     รถม้ามาถึงโรงเตี๊ยมสองชั้นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย   บรรยากาศแลดูเงียบสงบไร้คนเข้าออกจนผิดวิสัย
เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อร์เมื่อเห็รถม้ามาจอดก็รีบเร่งออกมามีสีหน้าลำบากให้  ทว่าเมื่อพบว่าคนลงมาเป็นผู้จองห้องพักไว้จนหมดและผู้ติดตามก็รีบยิ้มประจบประแจง
   “คุณชาย...ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ  ไม่ทราบว่าท่านต้องการรับอาหารเลยหรือไม่” แม้แท้จริงคราแรกคุณชายท่านนี้จะเป็นเพียงคุณหนูนางหนึ่ง  ทว่าอิทธิพลเบื้องหลังนางทำให้เถ้าแก่ล้างสมองตนเองเรียกเป็นคุณชายคล่องปาก   เป็นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่ทำตัวเสมือนพ่อบ้านได้อย่างดียิ่ง
ไป๋ฟางหรงพยักหน้าให้เถ้าแก่แล้วนึกขึ้นได้ หันไปหาผู้มีน้ำใจช่วยเหลือ “ใต้เท้าหลี่...ให้ข้าเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อแทนการตอบแทนได้หรือไม่?”
   “ข้าเกรงใจคุณชายจริงๆ” หลี่เซี้ยนเจ่อประสานมือขึ้นมา
   “ข้าสิต้องเป็นฝ่ายเกรงใจท่าน เมื่อครู่เห็นท่านดูคล้ายรั้งรอใครอยู่ที่ทางขึ้นผา...ข้าคงรบกวนเวลาท่านไม่นานนัก  ยามนี้อากาศหนาวนัก  พักทานอะไรให้ร่างกายอบอุ่นสักครู่ค่อยกลับไปดีกว่านะใต้เท้า”
   “ข้าพาสตรีนางหนึ่งมาเที่ยวชมทิวทัศน์ที่ผาคล้อยตะวัน ข้าเลยมารั้งรอนางที่ตีนผา แต่ข้ากลัวว่าหากนางลงผามาแล้วจะไม่เจอใคร เลยไม่อยากออกมาที่ไหนนานๆก็เท่านั้นเอง”
ไป๋ฟางหรงเลิกคิ้ว “สตรีท่านนั้นคงเป็นคนรักของท่าน?...ท่านไม่ควรปล่อยให้นางรอจริงๆ  เอาเถิด..ข้าไม่รบกวนท่านมาก แค่อาหารสักมื้อ  ให้โอกาสข้าได้ตอบแทนท่าน”
   “คนรัก? ข้ายังไม่อยากให้คุณชายใช้คำนั้น ข้าขอเพียงดื่มชาร้อนสักถ้วยแล้วกัน เมื่อดื่มเสร็จแล้ว ข้าคงต้องขอตัวไปยังที่ผาคล้อยตะวันโดยไว ไม่อยากให้นางลงผามาแล้วไม่เจอใคร ข้าไม่อยากผิดนัดกับนาง”
นางคิดตามคำนวณเวลาไปกลับจากผาที่นอกเมืองมายังโรงเตี๊ยมที่อยู่คนละทิศแล้วพยักหน้า  ไม่ควรรั้งใต้เท้าหลี่ไว้นานจริงๆ  จึงหันไปสั่งให้เถ้าแก่นำน้ำชาและขนมทานคู่มา
   “เช่นนั้นหลินหรงขอคารวะชาท่านแทนแล้ว” ว่าพลางผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่ง
   “ขอบคุณคุณชายอีกครั้ง” หลี่เซี้ยนเจ่อนั่งลงพลางลูบเครา
ทั้งสองนั่งลง  เสี่ยวเอ้อร์นำน้ำชาและของว่างที่สั่งไว้มาวสงบนโต๊ะท่าทางกล้าๆกลัวๆเกรงใจผู้คนบนโต๊ะไม่น้อย  บรรยากาศก็แลดูสงบเงียบ  เหมาะแก่การสร้างสัมพันธไมตรีดีอยู่  ถ้ามิใช่ว่าจู่ๆก็มีชายชุดดำปิดบังใบหน้าแห่กันเข้ามาปิดล้อมโรงเตี๊ยมไว้
   “นายท่าน...บัดนี้เกรงว่าโรงเตี๊ยมของเราจะมิพร้อมรับแขก—“
ท่านซ้นองครักษ์มือดีจากจวนหวยหนานอ๋องรีบเข้ามาประชิดร่างระหงส์ของคุณชายชุดขาว กล่าวเสียงเครียด “นายท่าน...เป็นคนจากหุบเขาปีศาจ”
มือบางกระชับกระบี่เจ็ดดาวตื่นตัวพร้อมรับภัยคุกคาม
   “เจ้าลูกหมาเว่ยหยาง! วันนี้เป็นวันตายของเจ้า!!”
ห้ะ????
   “...ข้ามิได้ชื่อเว่ยหยาง  ท่านจำคนผิดแล้วหรือไม่?” เสียงหวานแบบเด็กหนุ่มถามด้วยความสับสน
   “มิผิดแน่! นายน้อยจากเรือนไผ่หยก รูปร่างอ้อนแอ้น นิยมสวมชุดขาวหน้ากากเงิน พกกระบี่ล้ำค่า  มีองครักษ์ชุดดำติดตาม  ไม่ต้องมาแก้ตัว!!”
   “พี่ชาย...อาภรณ์ขาว หน้ากากเงินล้วนมีขายอยู่ทั่วไป—“
   “ไม่ต้องมาทำเล่นลิ้น! ถึงขั้นเหมาโรงเตี๊ยมทั้งหลังระวังภัยเพียงนี้สันดานโปรยเงินของเจ้าไม่ผิดแน่” ชายชุดดำเอากระบี่ชี้หน้า หันความสนใจไปยังขุนนางหลี่เซี้ยนเจ่อ “จับได้คาหนังคาเขาว่าเจ้าคิดสมคบกับขุนนาง  เพ้ย! พวกพรรคธรรมะเลวทรามคิดเป็นสายให้ทางการใช่หรือไม่”
   “เจ้าไม่มีหลักฐาน อย่ามากล่าวหาว่าข้าเป็นพวกสมคบคิด อีกอย่างเรื่องของยุทธภพ ข้าไม่เคยยุ่งเกี่ยว” หลี่เซี้ยนเจ่อมองไปที่กระบี่แล้วเลื่อนไปสบตาด้วยความแน่วแน่
   “หึ! ปฏิเสธไปก็เท่านั้น… พี่น้องข้าฟังให้ดี ฆ่า!!”
ชายชุดดำตะโกน  ไป๋ฟางหรงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก  อยู่ในฐานะบุตรีบุญธรรมหวยหนานอ๋องก็ต้องวิ่งหนีคนจากหุบเขาปีศาจ  อุตส่าห์ปลอมตัวเป็นชายเพื่อซ่อนตัว  ก็ดันโชคร้ายไปคล้ายกับนายน้อยท่านหนึ่งในยุทธภพให้เขาตามตัวอีก
ท่านอี้ และท่านเอ้อร์ที่แฝงตัวระวังภัยอยู่ห่างๆ  รีบกระโจนตัวออกมาคุ้มภัย
   “มีองครักษ์เงาแบบนี้ยังกล้าปฏิเสธ!!”
เพ้ย! เงาบ้านท่านสิ  แล้วองครักษ์เงานี่มันพิเศษอันใด  แค่มีอำนาจมาก คนปองร้ายมากก็หาได้  คุณหนูในห้องหอผู้ปกติจะเรียบร้อยไม่มีปากเสียงถึงขั้นสบถในใจกับความสามารถจับแพะชนแกะของมือสังหารเหล่านี้
   “ใต้เท้าหลี่...ทำท่านลำบากด้วยแล้ว”
   “เหตุการณ์แบบใช่ว่าข้าเพิ่งจะเจอเป็นครั้งแรก เอาเถอะ เรื่องแบบนี้ไม่ได้ทำให้ข้าลำบากอะไรมากมาย” หลี่เซี้ยนเจ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด  ฝ่ายนั้นจัดเตรียมผู้คนมานับสิบ  ในขณะที่คนคุ้มกันของนางขณะนี้มีเพียงสาม   แม้ว่าทั้งสามจะมากฝีมือเพียงใดให้มาคุ้มกันนางไปด้วยฟาดฟันศัตรูรอบด้านไปด้วยก็ลำบากเกินไป
   “อาซัน! คุ้มครองนายท่าน!!” ท่านอี้สั่งการกวัดแกว่งกระบี่ปลิดชีพศัตรูอย่างห้าวหาญ   ท่านซันคุ้มกันคุณหนูในคราบคุณชายกระโดดหลบออกทางหน้าต่างโรงเตี๊ยมไป   ชาวบ้านตามท้องถนนรีบหลบเปิดทางตั้งแต่เห็นชายชุดดำกรูกันเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้ว   ที่พอมั่นใจในฝีมือวรยุทธฺของตนหน่อยก็ยืนมุงดูความครึกครื้นอยู่ห่างๆ
มือสังหารจากหุบเขาปีศาจแบ่งพรรคพวกตามไล่ล่ามา
   “คุณหนูผู้นั้นที่ใต้เท้าต้องกลับไปรับ...คงต้องรอหน่อยแล้ว” เอ่ยพลางมองมือสังหารที่ตามมาติดๆ
หลี่เซี้ยนเจ่อวิ่งหนีตามออกมาอย่างไม่ลดละ ระหว่างที่วิ่งเขาก็หันหลังไปมองว่ามีกลุ่มมือสังหารวิ่งไล่ล่าตามหลังมาอย่างไม่ห่าง หลี่เซี้ยนเจ่อมั่นใจในฝีมือแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีกำลังพอจะต้านไหวรึเปล่า
   “ถ้าอย่างนั้นเห็นทีพวกเราคงต้องเผด็จศึกแล้วละ คุณชาย” หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปบอกคุณชายชุดขาว
เผด็จศึก?
เผด็จศึกอันใด  ชายฉกรรจ์ท่าทางโหดเหี้ยมอาวุธพร้อมสรรพ  วิ่งตามมาเป็นพรวนเสมือนท่านไปสังหารมารดาพวกเขา จะให้นางผู้แม้แต่แรงตะวัดกระทะยังไม่มีจนท่านอ๋องต้องสั่งวิดพื้นไปต่อยตีอันใด  หันมองผู้ติดตามผู้เก่งกล้าก็เหลืออยู่เพียงคนเดียว   พอจะใช้ตัวเบาอุ้มนางหนีเท่านั้น   เหลียวมองขุนนางผู้เตรียมลุยท่าทางฮึกเหิมแล้วไม่อยากจะขัดเลย
   “...ใต้เท้าหลี่  ข้าว่าหนีก่อนเป็นอย่างไร” ไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้  แต่นั่นคนของหุบเขาปีศาจเชียวนะ!
   “ถ้าอย่างนั้นพวกเราต้องหนีไปซ่อนตัวกันก่อน แล้วคิดวางแผนกันอีกที” หลี่เซี้ยนเจ่อที่ประเมินสถานการณ์ คำนวณดูแล้วคงไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
   “ตกลง” ไป๋ฟางหรงรีบรับโดยไม่ต้องคิด  เหลียวมองหนทางให้นึกหนทางไม่ออกเพราะตนเพิ่งเคยมาเยือนที่นี่ครั้งแรก  “ท่านเป็นขุนนางท้องที่นี้  พอมีที่ไหนแนะนำหรือไม่?”
   “ข้าแนะนำเป็นที่ท่าเรือใหญ่แล้วกัน พวกเราลงไปหลบในเรือสำเภาสักลำ พวกมันคงไม่เห็นเราเป็นแน่” หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปบอกคุณชายชุดขาว
นางพยักหน้ารับ  แล้วทั้งสามก็หนีการตามล่ามุ่งหน้าไปยังท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้น
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +222 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 222 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1