กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 1181|ตอบกลับ: 84

{ เมืองเฉิงตู } จวนแม่ทัพปาสู่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-28 17:26:37 |โหมดอ่าน



{ เมืองเฉิงตู - จวนแม่ทัพ }


จวนท่านแม่ทัพปาสู่ ผู้กุมอำนาจทางการทหาร
หากไม่นับบ่าวไพร่จำนวนเกือบร้อย ก็มีเพียงแม่ทัพวูเหรินกุ้ยเท่านั้นที่อาศัยอยู่
ในบริเวณจวนมีลานสำหรับฝึกการใช้ศาสตราวุธทุกประเภท ทั้งยังมีสวนดอกไม้ประดับตกแต่ง


*******************************************************






โพสต์ 2017-11-28 17:30:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ถึงจวนแม่ทัพ }


ประตูใหญ่จวนแม่ทัพแห่งปาสู่ที่ตั้งตระหง่านค่อยๆ เปิดอ้าออกรอต้อนรับขบวนเจ้าสาวที่กำลังจะเดินทางมาถึง


พ้นประตูใหญ่ไป ก็จะเห็นบริเวณจวนที่มีการประดับตกแต่งตามเรือนสำหรับพิธีมงคลอย่างประณีตงดงามยิ่ง พร้อมด้วยบ่าวไพร่ในจวนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าแช่มชื่นเบิกบาน ดูแล้วท่านแม่ทัพคงลงทุนลงแรงไปไม่น้อยทีเดียวเพื่อเจ้าสาวคนนี้








ขบวนหยุดลง มือของสาวใช้บรรจงประคองเจ้าสาวคนงามลงจากเกี้ยว หยางอวี้ถิงเหลือบมองด้านล่างที่ยังพอมองเห็นพื้น ก้าวลงอย่างระมัดระวังยิ่งเพื่อมิให้สะดุดกระโปรงจนขายหน้าผู้อื่นเขา


ถึงเสียที…


ยามนี้ยังไม่ได้ฤกษ์เริ่มพิธีมงคล แม่สื่อจึงให้สาวใช้ประคองนางเข้าไปนั่งรอในห้องด้านในที่จัดเตรียมไว้จนกว่าจะได้เวลา หญิงสาวยึดมืออีกฝ่ายไว้ ได้ยินนางผู้นั้นกระซิบบอกว่าอีกไม่กี่ก้าวเบื้องหน้าของนางคือบันได เพราะฉะนั้นให้ก้าวอย่างช้าๆ มิต้องเร่งรีบ


หยางอวี้ถิงก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามมองลอดผ้าคลุมหน้าเพื่อให้เห็นปลายเท้าของตนยามก้าวเดิน แลก้าวสั้นๆ แช่มช้า แผ่นหลังยืดตรงคงไว้ด้วยความงามสง่า


จู่ๆ มือนวลที่นางยึดไว้ก็ปล่อย กลับกลายเป็นมือหนาแกร่งของคนผู้หนึ่งเข้ามาประคองแทนที่


มือข้างนั้นหยาบกร้านเกินกว่าจะเป็นมือของสตรี…


หัวใจในอกเต้นรัวแรงอย่างบ้าคลั่ง นี่… นี่เป็นหน้าที่ของสาวใช้ที่ต้องประคองนางเข้าไปด้านในมิใช่หรือ ไฉนจึงเป็นเขาไปเสียได้ นางแม้จะประหลาดใจ แต่ความขวยเขินยินดีกลับมีมากกว่า


มือที่ประคองนางก้าวเดินขึ้นบันไดเคียงคู่กันไปนั้นช่างอบอุ่นมั่นคง อุ่นซ่านไปถึงหัวใจจนมิอาจกลั้นรอยยิ้ม


ขอเพียงมีเขาจับมือไว้ นางมั่นใจว่าจะไม่เดินสะดุดอย่างแน่นอน


บ่าวสาวผ่านบันไดขั้นสุดท้าย มาจนถึงภายในเรือนใหญ่สำหรับทำพิธีที่มีแขกเหรื่อรออยู่เต็ม หญิงสาวเห็นเพียงเงารางๆ วูบไหว อาศัยโสตประสาทฟังเสียงรอบกายต่างการมองด้วยดวงตา


“มือเจ้าชื้นเหงื่อ…” นางได้ยินเสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยเอ่ยกระซิบแผ่วเบา “ตื่นเต้นหรือ”


“ตื่นเต้นยิ่งนักเจ้าค่ะ” กระซิบตอบพลางบีบมือที่เกาะกุมกันอยู่ไว้เล็กน้อย “ได้มายืนเคียงข้างท่านอยู่ตรงนี้ ถือเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ของข้าน้อยแล้ว…”


น่าเสียดายนักที่หญิงสาวมิได้เห็นรอยยิ้มอันเจิดจ้าของบุรุษข้างกาย


“คนที่มีวาสนาคือข้าต่างหาก” วูเหรินกุ้ยใช้นิ้วหัวแม่มือลูบหลังมือนางเบาๆ พยักหน้าเป็นเชิงสั่งสาวใช้คนเดิมที่เดินประคองนางลงจากเกี้ยวให้เข้ามา “อดทนรออีกเพียงหนึ่งชั่วยามก็ได้จะได้ฤกษ์มงคลแล้ว... ถิงเอ๋อร์ ข้าให้สาวใช้พาเจ้าไปนั่งพักด้านในก่อนก็แล้วกัน”


มืออบอุ่นข้างนั้นค่อยๆ ผละจาก คล้ายจะเอาเสี้ยวหนึ่งของดวงใจจากนางไปด้วย


หญิงสาวก้าวเดินไปอย่างเงียบๆ พร้อมกับสาวใช้นางนั้น หนึ่งชั่วยามข้างหน้านี้คงเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่นางมิอาจทำใจให้สงบได้เป็นแน่






@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เที่ยวๆๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
เกราะทองคำ
เต๋าเต๋อจิง
ง้าวมังกรเขียว
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x25
x10
x100
x20
x18
x15
x15
x25
x20
x100
x1
x50
x50
x50
x50
x1013
x10
x50
x768
x15
x150
x150
x90
x300
x300
x110
x20
x40
x2
x3
x179
x40
x21
x13
x3
x21
x100
x20
x8
x30
x12
x19
x20
x10
x13
x13
x100
x9
x2
x8
x1
x126
x10
x3
x38
x30
x10
x11
x44
x1
x73
x43
x18
โพสต์ 2017-11-28 19:55:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เข้าพิธีวิวาห์ }
-1-










จริงตามที่นางคาด เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามที่รอคอยด้วยความตื่นเต้น ประหม่า และกระวนกระวายยิ่งนักจนมิอาจสงบจิตสงบใจได้เลย


ผ้าเช็ดหน้าในมือผ่านการบิดแล้วกำ กำแล้วบิดจนยับยู่ ริมฝีปากอิ่มสวยภายใต้ผ้าคลุมหน้าเม้มแน่นครู่หนึ่งก่อนจะคลายออก จนสาวใช้รุ่นใหญ่คนเดิมช่วยเลิกผ้าขึ้นแล้วซับเหงื่อให้


“ตื่นเต้นมากเกินไปประเดี๋ยวจะเหนื่อยเอานะเจ้าคะ”


นางแย้มยิ้มกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณท่านมาก… แต่ข้าขอเปิดผ้าคลุมหน้าสักประเดี๋ยวเถิด รู้สึกร้อนอึดอัดเหลือเกิน ประเดี๋ยวค่อยเอาลงมาคลุมเหมือนเดิมก็ได้”


ได้ยินคำว่า ‘ท่าน’ สาวใช้นางนั้นก็ส่ายศีรษะเป็นพัลวัน


“บ่าวเป็นเพียงสาวใช้ มิอาจทำตัวเสมอหรือสูงกว่านาย อย่าได้เรียกว่าท่านเลยเจ้าค่ะ”


นั่นสินะ… นางกำลังจะแต่งเป็นฮูหยินจวนแม่ทัพแล้วนี่ หาใช่หญิงสาวกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าอีกต่อไป ต่อจากนี้ยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องการวางตัวให้มาก


หยางอวี้ถิงเหลือบมองรอบกาย นางกำลังนั่งอยู่ในห้องแห่งหนึ่ง เครื่องเรือนทั้งโต๊ะตั่งเตียงล้วนเป็นของชั้นเลิศ ทำจากไม้สลักเสลาเป็นลวดลายวิจิตรชดช้อย เสาเตียงทั้งสี่มีม่านบางเบาสีแดงสดดุจเดียวกับชุดบ่าวสาวผูกไว้ เทียนและจอกสุรามงคลที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะหมายความว่าห้องแห่งนี้จะเป็นสถานที่อื่นใดไปไม่ได้นอกจาก ...ห้องหอ


นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเสร็จสิ้นพิธี นางและแม่ทัพวูเหรินกุ้ยก็จะมาอยู่ในห้องนี้กันเพียงลำพัง…


ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปไกลกว่านี้ สตรีสองนางก็เดินเข้ามาในห้อง เรียกหญิงสาวออกจากห้วงคำนึง คนหนึ่งดูจากการแต่งกายน่าจะเป็นแม่สื่อ อีกคนคือสตรีวัยอาวุโสที่นางไม่เคยพบมาก่อน มือเรียวบางเอื้อมขึ้นดึงผ้าลงมาคลุมหน้าตามเดิมก่อนจะลุกขึ้นยืน


ในที่สุดก็ถึงเวลาฤกษ์…


สตรีวัยอาวุโสเป็นผู้เดินเข้ามาประคองเจ้าสาวแทนสาวใช้รุ่นใหญ่ โดยมีแม่สื่อเดินนำออกไปยังห้องโถงใหญ่ที่ใช้ทำพิธี หยางอวี้ถิงเห็นเงารางๆ ของแขกเหรื่อที่มาร่วมอยู่จนเต็ม กับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้านางพร้อมกับยื่นมือมาให้เอื้อมจับ


สตรีสูงวัยผู้ประคองเจ้าสาวนั้นถอยกลับไปอย่างรู้หน้าที่ ก่อนที่มือเรียวจะวางลงบนฝ่ามือหนาอุ่นด้วยหัวใจอันสั่นระรัว








“บ่าวสาวเข้าพิธี”


สองร่างในอาภรณ์แดงสดเดินคู่เคียง หนึ่งสูงกำยำ หนึ่งแบบบางอรชร ก้าวย่างอย่างเชื่องช้าและมั่นคงตรงไปยังบริเวณพิธีท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมา


“บ่าวสาวคำนับฟ้าดิน”


เจ้าบ่าวค่อยๆ ประคองเจ้าสาวให้คุกเข่าลง ทั้งสองประสานมือคำนับฟ้าดินร่วมกัน


“บ่าวสาวคำนับป้ายบรรพชน”


ป้ายบรรพชน?


คิ้วเรียวดังกิ่งหลิวของหญิงสาวขมวดเล็กน้อย คำนับป้ายบรรพชน มิใช่คำนับบิดามารดา นั่นหมายความว่าบุพการีของวูเหรินกุ้ยล้วนสิ้นหมดแล้วหรือ


ลอบชำเลืองมองบุรุษข้างกายขณะค้อมลงคำนับป้ายบรรพชนพร้อมกันด้วยความรู้สึกที่บรรยายมิถูก หากไม่นับบ่าวไพร่ ที่แท้ชายหนุ่มก็อาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียวอย่างนั้นสิ…


“บ่าวสาวคำนับกันและกัน”


หญิงสาวดึงตัวเองออกจากห้วงความคิดเมื่อสิ้นเสียงผู้ดำเนินพิธี เจ้าบ่าวเจ้าสาวค่อยๆ หันหน้าเข้าหากัน คำนับกันและกันอย่างแช่มช้า…


เสร็จสิ้นพิธีการ มืออุ่นก็ยื่นเข้ามาประคองให้หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับโน้มกายเข้ามาใกล้นาง กระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน


“รอข้า…”


เขาปล่อยมือ แขกทั่วทั้งบริเวณล้วนเห็นสายตารักใคร่ที่เขามองร่างอรชรในอาภรณ์แดงสดนั่น ต่างพากันประหลาดใจแต่ก็มิกล้าเอ่ยคำใดออกมา ตั้งแต่เมื่อไรกันที่แม่ทัพจอมอหังการไม่เห็นหัวผู้ใดแม้กระทั่งเซียวไต้อ๋องเองจะใช้สายตาลึกซึ้งเช่นนี้ มิใช่ว่าเขาเป็นบุรุษเจ้าสำราญชอบเที่ยวตามเหลาสุราหอนางโลมหรือไร


เจ้าสาวคนนั้นใช้วิธีอันใดมัดใจแม่ทัพแห่งปาสู่กันหนอ... เห็นทีต้องอาศัยช่วงดื่มสุราอวยพรลองเลียบๆ เคียงๆ ถามดูเสียแล้ว


แม่สื่อและสตรีวัยอาวุโสคนเดิมเข้ามาประคองนางแทนเจ้าบ่าวกลับเข้าไปนั่งรอในห้องหอ ตามประเพณีแล้วเจ้าบ่าวจะต้องเป็นฝ่ายต้อนรับแขกและรับการดื่มสุราอวยพร หยางอวี้ถิงจึงไม่มีโอกาสได้ชมความครึกครื้นของงานมงคลครั้งนี้ สำหรับนางแล้วนี่ถือว่าน่าเสียดายนัก อย่างน้อยน่าจะนำสุราดีๆ มาไว้ให้นางจิบระหว่างรอเจ้าบ่าวตามเข้าห้องหอ…


กลับเข้ามานั่งบนเตียงดังเดิม แม่สื่อยิ้มอย่างสุภาพ กล่าวแสดงความยินดีกับนางก่อนจะโค้งกายแล้วเดินจากไป ภายในห้องจึงเหลือเพียงสตรีอาวุโสซึ่งหญิงสาวเดาว่าน่าจะเป็นข้ารับใช้เก่าแก่ที่นี่


หากเป็นข้ารับใช้เก่าแก่จริงดังที่คาด นางจะเอ่ยถามหรือชวนคุยสักสองสามประโยคคงได้กระมัง


“บ่าวขอแสดงความยินดีกับฮูหยินด้วยนะเจ้าคะ” หญิงสูงวัยกว่าเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนด้วยท่าทีนอบน้อม ใบหน้ามีรอยยิ้มอบอุ่นดูใจดี “บ่าวเป็นพี่เลี้ยงที่ดูแลนายท่านมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แซ่ชวี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายท่านมอบหมายให้บ่าวดูแลฮูหยินเจ้าค่ะ”


ได้ยินเช่นนั้นหยางอวี้ถิงก็ค่อยรู้สึกอุ่นใจ “ข้าเรียกป้าชวีได้หรือไม่”


“นายท่านก็เรียกบ่าวว่าป้าชวีเช่นกันเจ้าค่ะ” ป้าชวีตอบ “ฮูหยิน มีอะไรเรียกใช้บ่าวได้เสมอนะเจ้าคะ”


“ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามสักสองสามประโยคได้หรือไม่”


“หากเป็นคำถามที่บ่าวตอบได้ บ่าวตอบแน่นอนเจ้าค่ะ” ป้าชวียิ้มมุมปาก ศีรษะค้อมลง


“ข้า…” หญิงสาวครุ่นคิด พยายามเลือกใช้ถ้อยคำในการถามอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายเป็นพี่เลี้ยงที่เลี้ยงดูแม่ทัพวูเหรินกุ้ยมาตั้งแต่เล็ก ท่านแม่ทัพเองก็มอบหมายให้สตรีสูงวัยผู้นี้ดูแลนาง เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นคนที่ไว้วางใจได้พอสมควร “ท่านแม่ทัพไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวให้ข้าฟังมาก่อน เมื่อคำนับป้ายบรรพชนตอนทำพิธีข้าจึงประหลาดใจอยู่พอสมควร…”


“ฮูหยินคงหมายถึงบุพการีทั้งสองของนายท่านสินะเจ้าคะ” แววตาอีกฝ่ายขรึมลงเล็กน้อย “ทั้งสองท่านล่วงลับไปนานแล้วล่ะเจ้าค่ะ น่าสงสารนายท่านนัก”


“ขออภัยด้วย… ข้าไม่ควรเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย”


“อย่าขออภัยเลยเจ้าค่ะฮูหยิน ยามนี้ฮูหยินคือนายหญิงของจวนแห่งนี้ ทุกเรื่องล้วนมีสิทธิสงสัยซักถามเจ้าค่ะ”


มุมปากนางขยับยิ้มบางภายใต้ผ้าคลุม “ต้องขายหน้าป้าชวีแล้ว...”




@Admin

แสดงความคิดเห็น

ได้รับสินสอดกระบี่ล้ำค่า 1 เล่ม, กู่เจิง 1 อัน, ม้าขาว 1 ตัว, หีบ30ชั่ง 10 ใบ และ 150 ชั่ง, 7000 ตำลึง  โพสต์ 2017-11-28 20:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +150 เงินตำลึง +7000 ชื่อเสียง +333 ความหิว -11 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 150 + 7000 + 333 -11 + 10

ดูบันทึกคะแนน

เที่ยวๆๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
เกราะทองคำ
เต๋าเต๋อจิง
ง้าวมังกรเขียว
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x25
x10
x100
x20
x18
x15
x15
x25
x20
x100
x1
x50
x50
x50
x50
x1013
x10
x50
x768
x15
x150
x150
x90
x300
x300
x110
x20
x40
x2
x3
x179
x40
x21
x13
x3
x21
x100
x20
x8
x30
x12
x19
x20
x10
x13
x13
x100
x9
x2
x8
x1
x126
x10
x3
x38
x30
x10
x11
x44
x1
x73
x43
x18
โพสต์ 2017-11-28 20:29:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด


{ เข้าพิธีวิวาห์ }
-2-




บริเวณห้องโถงใหญ่ยามนี้อวลด้วยบรรยากาศครื้นเครง ร่างสูงสง่าสวมอาภรณ์เจ้าบ่าวแดงสดรับจอกสุราและคำอวยพรจากขุนนางน้อยใหญ่ในปาสู่ด้วยสีหน้าแช่มชื่น


แต่เล็กจนโตจวนแห่งนี้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย ไร้ซึ่งความอบอุ่น วูเมิ่งเต๋อผู้เป็นบิดาเอาแต่ตรากตรำทำงานราชกิจการทหาร ไม่สนใจครอบครัว ชีวิตนี้เขาพบบิดานับนิ้วเอายังมิถึงสิบครั้ง มารดาก็ล้มเจ็บสิ้นไปเสียตั้งแต่ยังเยาว์ เขาซึ่งเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวจึงแสวงหาแต่สิ่งเติมเต็ม เที่ยวหาความสำราญตามหอนางคณิกาอยู่เสมอ กระนั้นหัวใจของเขาก็ยังมีช่องว่างที่มิอาจเติมเต็ม


สตรีงามแบบใดบ้างที่เขาไม่เคยได้พานพบ กระดิกนิ้วคราเดียวพวกนางก็พร้อมมอบกายถวายใจให้


แต่กับถิงเอ๋อร์…


อันที่จริงการที่เขาและนางได้พบกันก็มิมีอะไรแตกต่างจากครั้งเมื่อเดินทางไปเยือนเหลาสุราแห่งอื่นๆ หญิงงามร่ายรำต้อนรับ เป็นเพื่อนสนทนาชวนจิบสุราด้วยกัน ครั้งนั้นชายหนุ่มก็มิได้คาดหวังอันใด มิคิดว่าจะได้พานพบกับนาง…


ใครจะไปรู้กันเล่าว่าใต้หล้านี้ยังมีสตรีที่พูดคุยเรื่องการประดาบร่ำสุราได้ ทั้งยังไม่ละทิ้งจริตมารยาและความอ่อนหวานแช่มช้อยดังที่หญิงงามพึงมี มารู้ตัวอีกทีก็มีแต่นางในห้วงคำนึง


“ท่านแม่ทัพ ท่านยังมิได้ตอบพวกเราเลยนะขอรับ ฮ่าๆๆ” ขุนนางผู้เป็นแขกคนสำคัญคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะยกจอกสุราขึ้นเตรียมอวยพร “พวกเราสงสัยยิ่ง ฮูหยินเอาชนะใจท่านได้อย่างไรกัน”


วูเหรินกุ้ยหัวเราะเบาๆ “เรื่องราวของฮูหยินข้า ข้ามิต้องการแบ่งปันกับผู้ใด พวกเจ้ารู้แต่เพียงว่านางจะเป็นสตรีคนเดียวในชีวิตข้าก็พอ”


กลุ่มแขกเหรื่อหัวเราะกันครื้นเครงก่อนจะพากันแสดงความยินดีอีกครั้ง


“เช่นนั้นข้าน้อยขอดิ่มสุราจอกนี้ แสดงความยินดีกับท่านแม่ทัพและฮูหยินด้วยนะขอรับ”


“ขอแสดงความยินดีเช่นกันขอรับ เอ้า ดื่ม!”


แม่ทัพวูเหรินกุ้ยยกสุราดื่มรวดเดียวหมดจอก แย้มยิ้มรับการคารวะจากแขกเหรื่อทั้งหลาย อีกใจหนึ่งก็ร้อนรนอยากให้พ้นขั้นตอนการรับคารวะนี่เสียที เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือในราตรีนี้กับสตรีที่เขาเฝ้ารอคอย...






@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เที่ยวๆๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
เกราะทองคำ
เต๋าเต๋อจิง
ง้าวมังกรเขียว
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x25
x10
x100
x20
x18
x15
x15
x25
x20
x100
x1
x50
x50
x50
x50
x1013
x10
x50
x768
x15
x150
x150
x90
x300
x300
x110
x20
x40
x2
x3
x179
x40
x21
x13
x3
x21
x100
x20
x8
x30
x12
x19
x20
x10
x13
x13
x100
x9
x2
x8
x1
x126
x10
x3
x38
x30
x10
x11
x44
x1
x73
x43
x18
โพสต์ 2017-11-29 01:20:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YuTing เมื่อ 2017-11-29 01:21

{ หวานชื่นคืนวสันต์ }



หญิงสาวเป่าลมเบาๆ ให้ผ้าคลุมหน้าขยับไหว…


ป้าชวีอยู่คุยเป็นเพื่อนนางต่ออีกเพียงเค่อเดียวเท่านั้น (15 นาที) แล้วจึงถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ เหลือเพียงนางที่รอคอยเจ้าบ่าวในห้องหออยู่ตามลำพัง ลุกขึ้นเดินไปสำรวจรอบห้องแก้เบื่อ มือก็แอบเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นเพื่อให้มองเห็นรอบกายได้ชัดเจน


เวลาช่างไม่ปรานี ยามมีความสุขก็รู้สึกผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก ทว่ายามรอคอยนั้นเล่า กลับคืบคลานไปอย่างเชื่องช้าราวลำธารไหลเอื่อย


เสียงบรรยากาศรื่นเริงภายนอกนั้นทำให้นางอยากละทิ้งธรรมเนียมที่พึงปฏิบัติ กระชากผ้าคลุมหน้าออกแล้วกระโจนเข้าร่วมวงสุราเหลือเกิน รู้อยู่เต็มอกว่ามิอาจทำเช่นนั้นได้ จึงได้แต่ข่มใจกลับมานั่งรออย่างสงบเสงี่ยมดังเดิม คลุมหน้าเรียบร้อยประหนึ่งว่านางมิได้ลุกเดินแม้แต่ครึ่งก้าว


วันทั้งวันมีแต่การรอคอย… ช่างทรมานหัวใจนัก


แขกเหรื่อก็มีมากมายเสียเหลือเกิน กว่าท่านแม่ทัพจะกลับเข้ามาเกรงว่าเวลาจะผ่านไปอีกชั่วยามกระมัง เช่นนั้นแล้วจะทำเช่นไร ให้นางหลับฆ่าเวลาหรือ


ไม่… ไม่ดี หากนางเผลอหลับไปคงน่าขายหน้านักเมื่อท่านแม่ทัพกลับเข้ามา นึกสภาพเขาเปิดผ้าคลุมหน้าเห็นนางกำลังนิทราคงน่าขัน


หยางอวี้ถิงสูดลมหายใจ พลันได้ยินเสียงประตูเปิดออกอย่างช้าๆ ความคิดทั้งหมดทั้งมวลสะดุดหยุดอยู่เพียงแค่นั้น ศีรษะที่แบกรับมงกุฏทองคำอันหนักอึ้งเอี้ยวน้อยๆ ไปทางทิศของต้นเสียงด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งตื่นเต้น เขินอาย และ...คาดหวังรอคอย


ในที่สุดเขาก็มา...


นางได้ยินเสียงลงกลอนบานประตู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำจะเดินเข้ามานั่งลงเคียงข้าง พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยแผ่วค่อย


“ฮูหยินของข้า…” มือหนาค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้น ให้นางได้เห็นใบหน้าดังหยกสลักของผู้เป็นสามีอย่างเต็มตา ริมฝีปากบางขยับยิ้ม “ให้เจ้าต้องรอนานแล้ว…”


“ท่านแม่ทัพ…”


นิ้วชี้ของเขาแตะเบาๆ ที่กลีบปากนุ่ม คล้ายเจตนาจะหยุดวาจาของนางไว้กลางคัน “ชู่ว… ถิงเอ๋อร์ เจ้าแต่งเป็นภรรยาของข้าแล้ว เรียกท่านแม่ทัพก็ออกจะดูไม่เหมาะอยู่” ปลายนิ้วบรรจงไล้มาตามแก้มนวล พาให้โลหิตสูบฉีดจนดวงหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ “เรียกท่านพี่สิ”


“ท่านพี่…” เอ่ยเรียกด้วยคำนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกเก้อกระดากอยู่บ้างเพราะความไม่ชิน รอยยิ้มของชายหนุ่มขยับกว้าง ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นชวนมองยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวี


“เด็กดี…” เขากดจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากกลมมนด้วยความพึงพอใจ หทัยพองโตด้วยเพราะรอคอยผู้ที่จะเรียกตนด้วยคำนี้มานานเหลือเกิน “สวมนี่ไว้ทั้งวันเจ้าคงหนักแย่แล้ว มา… ข้าถอดออกให้”


วูเหรินกุ้ยถอดมงกุฎเจ้าสาวออกให้ภรรยา ซ้ำยังแกะมวยผมของนางทีละน้อยอย่างมีน้ำอดน้ำทนยิ่งจนมันสยายยาวลงมาราวม่านน้ำตก นางรู้สึกเบาโล่งโปร่งสบายขึ้นมากเมื่อน้ำหนักที่กดทับมาตลอดทั้งวันนั้นหายไป


บุรุษผู้นี้… ทั้งสง่างาม อันตราย เปี่ยมความโอหังอวดดีถึงขั้นเคยคิดกระทั่งยึดตำแหน่งอ๋อง จากคำบอกเล่าของป้าชวีเขายังมีความบุ่มบ่ามมุทะลุอีกด้วย แต่ไฉนกับนางถึงได้มีความอ่อนโยนเช่นนี้นะ


เขาจูงมือนาง ลุกจากเตียงแล้วตรงมายังโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง มีเหยือกสุราเหยือกเล็กๆ พร้อมจอกตั้งรอไว้ก่อนแล้ว ทั้งคู่คล้องแขนดื่มสุรา เสร็จแล้วจึงวางจอกลง หยางอวี้ถิงมองใบหน้าผู้เป็นสามีอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเผยรอยยิ้มกว้าง


“วันนี้ช่างเป็นวันที่ยาวนานนักนะเจ้าคะท่านพี่” หญิงสาวเป็นฝ่ายชวนพูดคุย


“แล้วเหนื่อยหรือไม่เล่า” วูเหรินกุ้ยถาม


“เหนื่อย… แต่ก็มีความสุขนักเจ้าค่ะ ตามพิธีการ ที่ต้องทำก็ล้วนทำไปจนหมดสิ้นแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาพักผ่อนกันเสียที” นางผ่อนลมหายใจยาว


ท่านแม่ทัพส่ายหน้า “เจ้าพูดผิดแล้ว”


เขาย่างเท้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากบางสวยได้รูปมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม รั้งเอวบางให้เข้ามาจนกายแนบชิดสนิทกันก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงเบา “ยังมีอีกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ...”


กล่าวจบก็ประทับจุมพิตลงบนกลีบปากนุ่ม นางหลับตาลง รู้สึกราวกับมีกระแสความหวามไหวแผ่ซ่านไปทั่ัวร่างเพียงเมื่อได้รับสัมผัสนั้น หญิงสาวยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขา หัวใจเต้นถี่รัวเป็นครั้งที่เท่าใดก็มิได้นับ รับรู้แต่ความปรารถนาที่ส่งผ่านมาขณะที่จุมพิตนั้นเริ่มทวีความลึกซึ้ง


ริมฝีปากบดเคล้า… ปลายชิวหารุกล้ำ


เป็นจุมพิตที่ช่างหอมหวาน แฝงด้วยรสสุราจางๆ ฝ่ามือหนาเคลื่อนมาปลดอาภรณ์ชั้นนอกสุดของนางออกอย่างเร่งร้อนและชำนิชำนาญ ตักตวงความละมุนจากโพรงปากน้อยจนพอใจแล้วจึงไล้เลื่อนจุมพิตมาตามพวงแก้ม รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารด ขนกายนางลุกชันพอๆ กับความต้องการที่โหมกระพือเมื่อถูกปลุกเร้า


“ถิงเอ๋อร์…”


เสียงของท่านแม่ทัพแหบพร่า ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวทอประกายความปรารถนาเข้มข้นไม่ต่างจากนาง ชายหนุ่มอุ้มร่างอรชรวางลงบนเตียง ริมฝีปากทั้งสองเชื่อมติดกันอีกครา เสื้อผ้าอาภรณ์ของทั้งคู่กระจายหายไปทีละชิ้น… ทีละชิ้น… จนหญิงสาวเห็นแผ่นอกและหน้าท้องแกร่งกำยำ อดไม่ได้ที่จะซุกซน ใช้ฝ่ามือบางไล้ลูบสำรวจเรือนกายนั้น


นางไม่จำเป็นต้องฝืนปิดกั้นอีกต่อไป


ท่ามกลางสายลมยามเหมันต์ คืนวสันต์กลับดำเนิน ข้างนอกนั่นจะหนาวสักเพียงไรก็ไม่อาจสู้ความร้อนรุ่มบนผิวกายเปลือยเมื่อปลายนิ้วสากระคายลากผ่าน ไม่นานทั้งห้องก็เหลือแต่เพียงเสียงหอบหายใจ กับร่างหญิงชายที่เกี่ยวกระหวัด สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง...



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -59 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -59 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เที่ยวๆๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
เกราะทองคำ
เต๋าเต๋อจิง
ง้าวมังกรเขียว
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x25
x10
x100
x20
x18
x15
x15
x25
x20
x100
x1
x50
x50
x50
x50
x1013
x10
x50
x768
x15
x150
x150
x90
x300
x300
x110
x20
x40
x2
x3
x179
x40
x21
x13
x3
x21
x100
x20
x8
x30
x12
x19
x20
x10
x13
x13
x100
x9
x2
x8
x1
x126
x10
x3
x38
x30
x10
x11
x44
x1
x73
x43
x18

492

กระทู้

1844

โพสต์

35หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
11255
เงินตำลึง
217065
ชื่อเสียง
131185
ความหิว
827
คุณธรรม
203
ความชั่ว
105
ความโหด
211
เตี๋ยเช่อ
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2017-11-29 16:11:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2017-11-29 16:16

สุรามงคลรินรดใจ
+++++++++++++++++++++
            จวนแม่ทัพวูแห่งปาสู่วันนี้เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายมงคล อักษรคู่(ซวงสี่)ถูกประดับประดาตามประตูและกำแพง ราวกับสื่อความนัยว่านายท่านแห่งจวนนี้ยินดีกับการมาของเจ้าสาวเป็นอย่างยิ่ง ผืนผ้าแดงประดับประดาตั้งแต่หน้าปากทางถนนไปจนถึงในจวน มิทราบว่าต้องลงทั้งกำลังทรัพย์และกำลังคนไปจำนวนเท่าใดจึงออกมาเอิกเริกเช่นนี้                            'รึข้าจะเข้าใจเขาผิดไป? แม่ทัพผู้นี้จริงจังต่อถิงถิง?' เสิ่นหลิงเฮ่ามองดูบรรยากาศรอบกายตั้งแต่สุราอาหารและสิ่งประดับตกแต่ง ที่ถูกรังสรรค์มาเพื่อวันสำคัญนี้โดยเฉพาะ
            ภายหลังจากแจ้งพ่อบ้านจวนแม่ทัพว่าเขาคือสหายฝ่ายเจ้าสาว ก็เกิดความโกลาหลอยู่พักหนึ่ง....
            หยางอวี้ถิง...ไม่มีญาติคนใดมาในวันสำคัญเช่นนี้
            เขาจึงนับว่าเป็นแขกฝ่ายเจ้าสาวคนแรกและเพียงคนเดียวที่มาร่วมงาน แม้จะถูกสายตาตรวจสอบของแม่ทัพวูเหรินกุ้ยจับจ้อง ทว่าหลิงเฮ่าทราบดีว่าอีกฝ่ายสงสัยตนด้วยเหตุใดจึงชิงกล่าวออกมาก่อน
            "ข้าเสิ่นหลิงเฮ่า ลูกศิษย์ของอาจารย์ซือหม่าเซี่ยงหรู และอาจารย์หญิงจั๋วเหวินจวิน ปัจจุบันศึกษาหนทางกวีอยู่ที่นครฉางอันจึงได้ข่าวคราวช้า เกือบทำให้สหายต้องคอยนาน"
            ขอยืมชื่อท่านมาอ้างหน่อยเถิดอาจารย์ ผู้ศิษย์ยังไม่อยากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นชู้รัก!
            "ลูกศิษย์ของซือหม่าเซี่ยงหรู? นักกวีเอกผู้ลือชื่อท่านนั้นน่ะหรือ?" วูเหรินกุ้ยยังคงคลางแคลงใจ แต่ก็ยังสั่งคนจัดที่นั่งให้ชายผมเงิน "เจ้าว่าเป็นสหายกับถิงเอ๋อร์....ข้าสนใจจะรู้ว่าเรื่องราวเป็นมายังไง"
           แม้จะถูกสายตากดดันดั่งมีทวนมาจ่อคอเขาก็รู้สึกยินดีแทนสหาย
           'ถิงถิง! ชายผู้นี้ดูจะพึ่งพาได้ หากเขาเป็นห่วงเจ้าขนาดนี้ก็กอดขาเอาไว้ให้แน่นๆล่ะ รูปลักษณ์ใช้ได้แม่จะเถื่อนไปหน่อย แต่มีทั้งฐานะ อำนาจ สมบัติ ใช่ว่าจะหาสามีเช่นนี้ได้ง่ายๆ ข้ายินดีกับเจ้าจริงๆ!'
          "ข้ากับถิงถิงเติบโตร่วมกันกับคนในค่ายพยัคฆ์ นางเป็นดั่งพี่น้องที่ร่วมทานข้าวหม้อเดียวกัน ในฐานะพี่ชายย่อมปรารถนาจะเห็นน้องสาวมีความสุข หากท่านรักนางอย่างจริงใจก็ได้โปรดถนอมถิงถิงให้ดี"
           เจ้าบ่าวคล้ายกระจ่างถึงความเป็นมาเมื่อได้ยินชื่อ 'ค่ายพยัคฆ์' เมื่อสีหน้าของเจ้าบ้านดูเป็นมิตรขึ้น หลิงเฮ่าจึงลอบระบายลมหายใจ
           'ถ้ากล้าทำถิงถิงเสียใจ ต่อให้เป็นศัตรูกับปาสู่ ข้าก็จะใช้พลังของน้ำหมึกทำให้ชื่อเสียงเจ้าย่อยยับป่นปี้!' ชายหนุ่มดื่มคำนับพร้อมซ่อนดาบในรอยยิ้ม
           แม้มาไม่ทันร่วมพิธี สหายได้ถูกส่งไปรอในห้องหอแล้ว เขาจึงทำได้เพียงร่ายบทกวีเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่งานวิวาห์ในครั้งนี้ แขกในงานได้ฟังแล้วขบคิดถึงความหมายพบความลึกซึ้งในถ้อยคำ มีการสั่งคนของตนคัดลอกไว้มากมาย
{ อาภรณ์แดง }

       สีดำราวหยดหมึกทะลุผ่านแผ่นน้ำสู่มวลบุปผา
       ค่อยกลบแสงแดงแห่งสายันต์ เก็บไผ่กลับบ้าน
      
       สายลมพัดผ่านปกคลุมต้นหม่อนใบปอ
       ทั่วร่างปกคลุมด้วยอาภรณ์ ไม่อนาทรเรื่องราวหนหลัง

       ดอกท้อผลิบานขวบปีนั้น เด็กสาวรอคอยงานวิวาห์
       ไข่มุกหมวกหงส์มงคล พันรอบเกศา

       กลิ่นจันทน์หอมโชย กำไลหยกกระทบแพรบาง
       ภาพคะนึงเลือนหาย เหลือเพียงถ้วยใส่น้ำชาสีอ่อนจาง
นวลหน้าใต้ผ้าคลุม ดวงตาเอ่ยคำแทนใจนาง
ยวนยางเคียงคู่กัน ไม่พรากจากแม้ชีพวายน์
หวั่นคืนวสันต์สั้น ขอวอนท่านอย่าได้เปลี่ยนแปลง
          เมื่ออยู่จนสมควรแก่เวลาชายหนุ่มเพียงฝากบทกลอนและคำอวยพรส่งไปแด่สหาย เนื่องเพราะเขาไม่อาจอยู่นานได้ หมีจำศีลยังไม่ฟื้น ยังมีเรื่องที่ต้องไปสะสาง ดั่งนั้นเสิ่นหลิงเฮ่าจึงลากเจ้านกฮูกเจาจวินที่บันเทิงอยู่บนโต้ะจีนกลับสู่ฉางอัน
++++++++++++++++++++++++++





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ วู เหรินกุ้ย เพิ่มขึ้น 360 โพสต์ 2018-9-4 17:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 333 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
กระบี่ไม้
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x8
x1
x10
x100
x100
x7
x14
x39
x4
x1000
x3
x3
x2
x6
x25
x59
x7
x15
x22
x8
x8000
x100
x185
x175
x6000
x210
x320
x11
x267
x9
x94
x4312
x6
x9
x66
x6
x210
x6
x11
x180
x219
x16
x8
x182
x450
x300
x6
x15
x1
x45
x147
x61
x2
x18
x90
x2
x1
x17
x2
x1
x302
x1
x3
x2
x258
x380
x3
x499
x665
x500
x575
x126
x74
x1
x2
x5
x1
x9
x263
x4312
x2300
x645
x19
x132
x9
x244
x19
x11
x221
x17
x588
x4
x514
x698
x15
x30
x444
x1365
x230
x440
x604
x70
x1540
x5
x1045
x6
x1393
x25
x1040
x109
x51
x1
x8
x541
x513
x731
x132
x86
x1525
x924
x117
x916
x1714
x826
x593
x2868
x565
x1120
x1236
x2047
x402
x11
x1
x37
x906
x355
x33
x1
x8153
x520
x67
x9999
x125
x20
x473
x370
x1756
x60
x440
x969
x300
x40
x9
x169
x157
x10
x50
x30
x2902
x94
x292
x120
x154
x30
x21
x18
x441
x115
x1
x273
x3894
x1630
x95
x10
x20
x10
x85
x371
x10
x142
x905
x20
x70
x1988
x310
x2
โพสต์ 2017-11-30 01:52:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ คำอวยพร กาพย์กลอนจากกวี }


กว่านางจะลืมตาตื่นขึ้นก็เป็นยามสายเข้าไปแล้ว ข้างกายไร้เงาท่านแม่ทัพ ทว่าไออุ่นนั้นยังคงอยู่เหมือนเพิ่งจะลุกออกไปได้ไม่นาน หญิงสาวค่อยๆ ยันตัวขยับลุกขึ้นนั่ง พลันผ้าห่มที่คลุมกายก็เลื่อนลงมากองอยู่บนตัก


นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้นางกำลังเปลือยเปล่า…


ก้มลงมองผิวนวลเนียนที่มีรอยสีกุหลาบเป็นจ้ำตามลำคอและเนินอกก็นึกสะเทิ้นอาย ภาพคืนวสันต์ที่ผ่านพ้นยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ แต่หากมานึกขวยอายเอายามนี้… เทียบกับการกระทำของนางเมื่อคืนนั้นคงจะสายไปเสียแล้วกระมัง


หยางอวี้ถิงใช้ผ้าห่มพันเรือนร่างไปพลางๆ ลุกเดินมาหยิบเอี๊ยมตัวในที่พาดวางไว้บนโต๊ะข้างเหยือกสุรา


เท่าที่นางจำได้ เมื่อคืนเสื้อผ้าทั้งคู่กระจัดกระจายวางเต็มพื้นมิใช่หรือ หรือมีบ่าวคนใดเข้ามาเก็บให้แล้ว?


จะเป็นผู้ใดก็ช่างเถิด ตื่นมาแล้วนางรู้สึกคอแห้งเป็นอย่างยิ่ง มองเหยือกที่ยังพอมีสุราเหลืออยู่บ้างก็ยิ่งเกิดความรู้สึกกระหาย ยกขึ้นมากระดกดื่มในทันใด…


“ฮูหยินของข้า ตื่นมาเจ้าก็ดื่มสุราก่อนเลยหรือ” เสียงอันแสนคุ้นเคยเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวหันไปก็พบร่างกายสูงใหญ่ของสามียืนกอดอกพิงประตู ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้นาง


อวี้ถิงแย้มยิ้มกว้าง วางเหยือกสุราลงและเดินเข้ามาหาทั้งสภาพที่ยังมีผ้าห่มพันปิดบังเรือนกาย “ท่านพี่… ถิงเอ๋อร์เพียงแต่ตื่นมาแล้วรู้สึกกระหายน้ำนักเจ้าค่ะ”


วูเหรินกุ้ยรั้งร่างภรรยาเข้ามาสวมกอด กดจูบเบาๆ ลงบนกระหม่อมนาง “ข้าสั่งป้าชวีเตรียมชามาให้เจ้าจิบแก้กระหายแล้ว รู้ว่าตื่นมาเจ้าคงอยากดื่มอะไรเสียหน่อย คิดมิถึงว่าถิงเอ๋อร์ของข้าจะมีใจร่ำสุราแต่หัววัน”


นางซุกหน้าลงกับแผ่นอกอุ่นๆ “ขายหน้าท่านพี่แล้ว”


ได้ยินเสียงเขาหัวเราะอีกครั้งก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นผิวบริเวณคอและไหปลาร้ามีรอยสีระเรื่อเป็นจ้ำๆ ไม่ต่างอะไรจากของนางนักก็หน้าเห่อร้อนผะผ่าว ...รอยเหล่านั้นล้วนเป็นฝีมือนาง แต่เขาเดินออกไปจากห้อง พบบ่าวไพร่ในจวนไม่คิดจะปกปิดเลยหรือไร


สวรรค์! แล้วนางที่เป็นฮูหยินจะเหลือความน่าเคารพนับถืออันใดอีกเล่า


พนันได้ว่าพวกเขาต้องซุบซิบกันสนุกปากเป็นแน่


เฮ่อ… แต่งเข้ามาได้วันแรก ชื่อเสียงของนางในฐานะนายหญิงก็ป่นปี้เสียแล้ว เห็นทีต้องร่ำสุราฤทธิ์แรงเพื่อไล่ความกลัดกลุ้ม ให้ลืมๆ มันไปเสีย


“จริงสิ ข้าเกือบลืมเสียแล้ว…”


“อันใดรึเจ้าคะ” มือข้างหนึ่งทาบวางบนอกกำยำด้านซ้าย ใต้ฝ่ามือคือหทัยที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคง ดวงตาคมสวยสบประสานนัยนาทรงพลังแล้วก็อดหวั่นไหวในใจมิได้


“ในงานพิธีเมื่อคืน มีสหายเจ้าผู้หนึ่งมาร่วมดื่มสุราอวยพรด้วย นามเสิ่นหลิงเฮ่า เห็นว่ามาจากค่ายพยัคฆ์ด้วยกัน...”


หลิงเฮ่า!


ความดีใจที่ฉายชัดในดวงตาทำเอาคิ้วกระบี่พาดเฉียงของชายหนุ่มขมวดเล็กน้อย อวี้ถิงเห็นท่าทีดังนั้นจึงรีบยิ้มประจบ เขย่งขึ้นฝังจมูกลงบนข้างแก้มของวูเหรินกุ้ยแรงๆ คราหนึ่งแล้วจึงเอ่ย “หลิงเฮ่าเปรียบเสมือนพี่ชาย ถิงเอ๋อร์ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนี่เจ้าคะ ตั้งแต่ออกจากค่ายพยัคฆ์ผู้คนที่เคยคุ้นหน้าก็ล้วนกระจัดกระจายแยกย้ายกันไปหมดแล้ว โอกาสพบพานสหายเก่าจึงมีน้อยนัก ได้ยินว่าเขาแวะมาร่วมอวยพรถิงเอ๋อร์ก็ดีใจ ถึงจะมิทันได้พบหน้าก็ตาม”


“อ้อ…” ท่านแม่ทัพเลิกคิ้ว “ข้าได้พูดคุยกับเขาอยู่หลายประโยค เห็นว่ายามนี้ฝึกฝนเป็นกวี กราบซือหม่าเซี่ยงหรูเป็นอาจารย์ ทั้งยังได้ฝากคำอวยพรและบทกวีทิ้งไว้ให้เราด้วย”


พูดจบก็คลายอ้อมกอดภรรยา เดินมาหยิบเอาบทกวีที่เสิ่นหลิงเฮ่าฝากไว้จากบนตู้ที่อยู่ชิดผนัง


นางเพิ่งจะสังเกตว่ามีของวางอยู่ด้วยก็เมื่อเขาหยิบมันออกมานั่นล่ะ


“เจ้าลองอ่านดู”


เขายื่นให้นางแล้วเดินอ้อมมาสวมกอดจากด้านหลัง คางเกยลงบนบ่าเล็ก ได้ยินบทกาพย์กวีที่เสิ่นหลิงเฮ่าเป็นผู้รังสรรค์แล้วก็จำได้ว่าฟังแล้วเสนาะโสตอยู่ไม่น้อย กระนั้นก็อยากจะอ่านอีกครั้งพร้อมภรรยา


อาภรณ์แดง
สีดำราวหยดหมึกทะลุผ่านแผ่นน้ำสู่มวลบุปผา
       ค่อยกลบแสงแดงแห่งสายันต์ เก็บไผ่กลับบ้าน
       สายลมพัดผ่านปกคลุมต้นหม่อนใบปอ
       ทั่วร่างปกคลุมด้วยอาภรณ์ ไม่อนาทรเรื่องราวหนหลัง
       ดอกท้อผลิบานขวบปีนั้น เด็กสาวรอคอยงานวิวาห์
       ไข่มุกหมวกหงส์มงคล พันรอบเกศา
       กลิ่นจันทน์หอมโชย กำไลหยกกระทบแพรบาง
       ภาพคะนึงเลือนหาย เหลือเพียงถ้วยใส่น้ำชาสีอ่อนจาง
นวลหน้าใต้ผ้าคลุม ดวงตาเอ่ยคำแทนใจนาง
ยวนยางเคียงคู่กัน ไม่พรากจากแม้ชีพวายน์
หวั่นคืนวสันต์สั้น ขอวอนท่านอย่าได้เปลี่ยนแปลง”


“ขอแสดงความยินดีกับถิงถิงที่ได้พบเนื้อคู่อันประเสริฐ…” อ่านจบแล้วก็อดอุทานออกมามิได้ “ท่านพี่เจ้าคะ หลิงเฮ่าประพันธ์ได้ไพเราะแท้”


“บทกวีกับคำอวยพรส่งมาถึงเจ้า… เท่านี้ก็ถือว่าเขามามิเสียเที่ยวแล้ว” มือใหญ่ยกขึ้นลูบเรือนผมนางด้วยความเอ็นดู “หากเจ้าชอบ ข้าจะให้คนมาคัดลอกและวาดภาพเพิ่มลงไป นำมาไว้ประดับที่ข้างฝาห้องของเรา ดีหรือไม่”


“ได้หรือเจ้าคะ” อวี้ถิงหันมาถาม ฉีกยิ้มกว้างดีใจเหมือนเด็กน้อย


“ขอเพียงฮูหยินชอบ อะไรข้าก็ล้วนให้ได้ทั้งนั้น”


“อืม…” ดวงตาคมสวยเป็นประกายเริงรื่นเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ ใช้ศีรษะถูไถออดอ้อนเขาราวกับนางเป็นลูกวิฬาร “ถ้าเช่นนั้นท่านพี่จะว่าอันใดหรือไม่ หากถิงเอ๋อร์ได้คืบแล้วจะเอาศอก…”


“เจ้าอยากได้อะไรหรือ” ท่านแม่ทัพเห็นร่างน้อยในอ้อมแขนรู้จักออดอ้อนเช่นนี้ หัวใจก็อ่อนยวบยาบ


“ถิงเอ๋อร์… อยากฝึกวิชา จะดาบ ทวน กำลังปราณ วรยุทธ อะไรก็ได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ” อวี้ถิงกะพริบตาปริบๆ แล้วเอ่ยต่อ “อุตส่าห์ฝึกดาบมาจนพอเอาตัวรอดได้บ้าง ก็ไม่อยากจะทิ้งวิชาไป อย่างไรเสีย เป็นฮูหยินจวนแม่ทัพก็อยากจะเป็นกำลังให้ท่านพี่บ้าง วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นผู้ใดเล่าจะล่วงรู้ ในยามคับขันหากถิงเอ๋อร์มีวิชา อย่างน้อยท่านพี่ก็น่าจะเบาใจได้…”


มุมปากชายหนุ่มขยับยิ้ม เนตรดังพญาเหยี่ยวมองนางอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา “ต้องถามตัวเจ้าเองแล้ว ว่าเจ้าจะรับไหวหรือไม่…”




@LingHao

@Admin


แสดงความคิดเห็น

แน่นอนนน  โพสต์ 2017-11-30 03:04
ใจป๋าสายเปย์แบบนี้เกาะให้มั่น โดดหนีบเอวไว้เลย!  โพสต์ 2017-11-30 02:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เที่ยวๆๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทอง
เกราะทองคำ
เต๋าเต๋อจิง
ง้าวมังกรเขียว
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x25
x10
x100
x20
x18
x15
x15
x25
x20
x100
x1
x50
x50
x50
x50
x1013
x10
x50
x768
x15
x150
x150
x90
x300
x300
x110
x20
x40
x2
x3
x179
x40
x21
x13
x3
x21
x100
x20
x8
x30
x12
x19
x20
x10
x13
x13
x100
x9
x2
x8
x1
x126
x10
x3
x38
x30
x10
x11
x44
x1
x73
x43