ดู: 3829|ตอบกลับ: 213

{ เมืองฉางอัน } ย่านการค้า

  [คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-25 20:26:59 |โหมดอ่าน





ย่านการค้าฉางฉิง

{ เมืองฉางอัน }











【ย่านการค้าฉางฉิง】
 
『“เกวียนสินค้าผ้าไหมคืนถิ่นสู่ดินแดนทองคำ"』

ย่านการค้าเมืองฉางอันศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด

ในอาณาจักรต้าฮั่น พร้อมครันทั้งสินค้าและบริการไม่ว่าจะเป็น

 จุดรวมร้านค้า กิจการหลากแขนงและและสถานบันเทิงมากมาย

 นอกจากร้านค้าใหญ่ยังมีตลาดเล็กๆ ทั้งเช้าและบ่ายให้ชาวบ้าน

และพ่อค้าต่างเมืองนำสินค้ามาวางขายเร่ขายรายทางอีกด้วย 












คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-7-26 03:39:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:54

PART XVI


     เสียงล้อเกวียนบดถนนเปลี่ยนจากเสียงขลุกขลักจากดินลูกรังมาเป็นพื้นหินทรายที่เรียบขึ้น คาบูโตะ ซูปี้ และบัณฑิตหนุ่มเปาอวิ้นเฟยผงกศีรษะขึ้นมองผ่านหน้าต่างรถม้า ทางด้านบัณฑิตหนุ่มไม่เท่าไร แต่คนที่มาไกลอย่างคาบูโตะและซูปี้รู้สึกตื่นตาตื่นในกับเมืองหลวงเป็นอย่างมาก บ้านเรือนภายในเมืองฉางอันสวยงามหรูหราและเป็นระเบียบกว่าอู๋จวิ้นที่จากมา ผู้คนจากทั่วสารทิศเดินกันขวักไขว่และดูเร่งรีบสมกับเป็นเมืองหลวง เมื่อรถม้าจอดอยู่กับที่ทั้งสามก็ลงมายืดเส้นยืดสาย
     "เดี๋ยวข้าต้องไปทำธุระก่อนนะขอรับ" เปาอวิ้นเฟยเอ่ยออกมาหลังจากจัดการกับค่ารถม้าเสร็จเรียบร้อย

    "อาฮะ ถึงเวลาต้องจากกันแล้วแล้วสินะ" คาบูโตะจับมือน้องสาวเอาไว้แน่นกลัวจะพลัดหลงกันเพราะคนเยอะแยะสัญจรไปมาผ่านเส้นทางนี้
     "ท่านคาบูโตะขอรับกรุณารับนี่ไว้ด้วย" บัณฑิตหนุ่มล้วงมือหยิบถุงเงินจำนวนหนึ่งออกมาให้ "ถือเป็นค่าตอบแทนที่ท่านช่วยชีวิตข้านะขอรับ รวมถึงผ้าโพกศีรษะนั้นด้วย" เอารู้สึกลำบากใจหากว่าจะคืนของที่เอาไว้โพกหัวแต่กลับเอามาใช้พันข้อเท้าตน ให้เขาไปซื้อใหม่น่าจะดีกว่า
     "เฮ้ย! ไม่เป็นไร ใครเห็นก็ต้องช่วยล่ะน่า อีกอย่างเจ้าก็เลี้ยงข้าวข้ามาตั้งหลายมื้อ" คาบูโตะรีบปฏิเสธพัลวัน แล้วอีกอย่างผ้าโพกศีรษะเขาก็เก่าและโทรมไม่ต่างกับผ้าเช็ดเท้า ให้อีกฝ่ายไปก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรสักนิดเพียงแค่รู้สึกโล่งหน่อยๆ เท่านั้นเอง "เจ้าให้ข้ามามากมายขนาดนี้แล้วจะเอาอะไรกิน"
     "ไม่ได้ขอรับ กรุณารับไว้เถิด ข้าเป็นคนกินน้อยใช้เงินไม่ต้องเยอะมากก็ได้ขอรับ" เปาอวิ้นเฟยบอกกล่าวพร้อมกับตบถุงเงินใหญ่ที่ใส่ไว้ในเสื้อเสียงดังกริ๊งๆ จากนั้นก็คะยั้นคะยอให้คาบูโตะรับถุงเงินให้ได้
    "เออๆ ก็ได้ๆ ข้าขอบคุณแล้วกัน" คาบูโตะรับมาอย่างเสียมิได้ จริงอยู่ว่าเขาจำเป็นต้องใช้เงินมันก็ออกจะเกรงใจนิดหน่อยล่ะนะ "งั้นเจ้าก็โชคดีล่ะ อย่าไปถูกตัวอะไรกัดที่ไหนอีก" มือใหญ่ๆ ตบหลังของบัณฑิตเสียงดังป้าบๆ จนตัวเขาโคลงเคลง
     "แอ๊ก.. พวกท่านก็เช่นกัน เช่นนั้นข้าขอตัวลา หวังว่าจะได้พบกันอีกขอรับ" เปาอวิ้นเฟยจุกเล็กน้อยเมื่อถูกฟาดหลัง เขาถอยหลังออกไปอมยิ้มเล็กน้อยที่ริมฝีปากแล้วยกมือขึ้นคำนับอย่างมีมารยาทก่อนหันหลังเดินจากไป
    "โชคดีนะคะพี่ชาย วันหน้าเจอกันใหม่" ซูปี้ยกมือขึ้นโบกลาเบาๆ อย่างไรเสียหากอีกฝ่ายไม่ได้เดินทางไปไหนต่อก็น่าจะได้เจอกันบ้างสักครั้งสองครั้ง แม้ว่าฉางอันจะเป็นเมืองใหญ่คนเยอะก็ตาม

     หลังจากที่แยกทางกับเปาอวิ้นเฟยแล้วสองพี่น้องคาบูโตะ และซูปี้ก็เหลือกันเพียงสองคนอีกครั้ง
     "เอาไงต่อดีล่ะ?" ด้วยความวุ่นวายของเมืองใหญ่ทำให้ชายหนุ่มไปต่อไม่ถูก จากที่เขาได้ยินมาจากพี่สาวปริศนาที่บ่อน้ำบอกว่ามีงานที่จวนองค์หญิงผิงหยาง แต่เขายังไม่รู้เลยว่างานที่จะได้ทำอะไร หากช่วยงานที่ตำหนักก็คงไม่พ้นคนรับใช้อะไรทำนองนั้น
     ซูปี้ยังไม่รู้ว่าต้องไปไหนต่อเพราะว่าพี่ชายไม่ยอมบอกอะไรเธอเลยสักอย่าง จนเด็กหญิงต้องกระตุกมือเขาเบาๆ "ลองหางานตามร้านไหมคะพี่จ๋า?"
    "งานรึ? เออ ข้ารับปากคนๆ นึงไว้ว่าจะลองทำงานกับคนรู้จักนางดูน่ะ" คาบูโตะกล่าวออกไป นั่นทำให้ซูปี้ยิ่งสงสัย ใครบอกมากันล่ะนั่น "ต้องไปที่จวนองค์หญิงผิงหยาง บอกพ่อบ้านเฉาว่าพี่สาวจื่อฟูแนะนำมา.." เขาทวนคำพูดในความทรงจำให้น้องสาวฟังอย่างไม่คิดว่าเธอจะช่วยอะไรได้
     "จวนเจ้าหญิงผิงหยาง!?!" ซูปี้อุทานออกมาดังลั่นหลุดมาดการแสร้งเป็นซูมี่ผู้ใสซื่อไปเสียสนิท "นั่นมันจวนของเจ้าหญิงแห่งผิงหยางไม่ใช่เหรอน่ะ พี่ไปรู้มาจากไหน!?!!"
     "!!" คาบูโตะหน้าเหวอเมื่ออยู่ดีๆ ซูมี่ที่เขารู้จักก็โวยวายออกมาเหมือนกับว่ากลายเป็นฝาแฝดคนพี่เสียอย่างนั้น "จะ...เจ้าดูแปลกๆ ไปนะไม่สบายรึ?"
     "!?!!" เมื่อเด็กสาวรู้ตัวว่าเผลอปล่อยไก่ตัวโตก็รีบทำท่าทางใสซื่อเป็นซูมี่ทันที "กะ..ก็... หนูได้ยินว่าเป็นองค์หญิงหมายถึงเชื่อพระวงศ์หรือเปล่าน่ะพี่จ๋า" ดวงตาสีน้ำตาลแดงหลุกหลิกไปมา แต่ตอนนี้ต่อให้ความแตกก็เอาเถอะ อย่างมากก็แค่ถูกดุ
    "โอ้ จริงด้วย องค์หญิงสินะ! นั่นสิ พี่สาวคงเป็นสาวรับใช้ที่จวนล่ะนะ" แต่ทว่าคาบูโตะก็ยังคงซื่อบื้อได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจนเด็กหญิงที่กำลังจะยอมรับสารภาพอยู่แล้วถึงกับอุบอิบเอาไว้ คงต้องโกหกต่อไปแต่ครั้งนี้เพราะสงสารความฉลาดน้อยของเขา
     "ลองถามทางจากคนที่ตลาดดูไหมจ๊ะพี่จ๋า" ซูปี้เอ่ยบอกไป ถึงจวนที่ว่าจะใหญ่น่าดูแต่ว่าให้เดินดุ่มๆ หาคงไม่เจอง่ายๆ หรอก
    "ก็ได้ ถือว่าเดินเล่นดูของไปพลางๆ ก็แล้วกันนะ" คาบูโตะพยักหน้าตอบ พลางหิ้วสัมภาระขึ้นกลางหลังแล้วจูงซูปี้เดินตลาดเพื่อถามทาง

     สินค้าตามร้านที่ฉางอันเป็นของดีอย่างที่ทั้งสองไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแค่ถ้วยชามหรือดอกไม้ธรรมดาๆ แต่ก็ถูกจัดและประดับอย่างสวยงามมีชั้นเชิงกว่าแถวบ้านที่จากมาเยอะ นอกจากของสวยๆ งามๆ แล้วก็ยังมีของแปลกประหลาดมากมายอย่างเช่นแท่งยาวๆ สีขาวมุกสลักลายวิจิตร เมื่อถามคนขายเขาก็บอกว่าเป็นงาช้างจากแดนใต้ราคาหลายพันชั่ง เมื่อได้ยินดังนั้นสองพี่น้องที่ทำท่าจะลูบคลำงาช้างนั้นก็ถึงกับผงะแล้วรีบถอยกรูออกมา หากว่าทำพังคงต้องทำงานใช้หนี้ไปทั้งชาติแน่ๆ
    "พี่จ๋า ตรงนั้นมีร้านขายผ้าด้วยล่ะ" ซูปี้ชี้นิ้วไปยังร้านขายผ้าที่มีผ้าต่างๆ มากมายและมีผ้าผืนเล็กสำหรับใช้โพกศีรษะอีกด้วย ถึงคาบูโตะจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่เธอก็รู้สึกไม่สบายใจกับรอยแผลเป็นบนหน้าผากของเขาเลย และมันก็เด่นสะดุดตาจนทำให้ชาวบ้านบางคนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
     "ลองไปดูก็ได้ ไหนๆ ก็มีคนให้เงินมาซื้อแล้วอะนะ" คาบูโตะจึงจูงมือน้องสาวของเขาไปยังร้านขายผ้า เพื่อเลือกดูผ้าโพกศีรษะลายต่างๆ
     "ลองได้นะเจ้าคะท่านลูกค้า" หญิงสาวร้านขายผ้าเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้ม นางดูเยาว์วัยและมีชาติตระกูลดีน่าจะเป็นบุตรสาวมากกว่าคนงานในร้าน นางไม่ถือสาลูกค้าต่างแดนแม้ว่าเสื้อผ้าของสองพี่น้องจะดูเก่าและโทรมมากแค่ไหนก็ตามที
    "ลองได้รึ งั้นข้าไม่เกรงใจล่ะนะ" คาบูโตะหยิบเอาผ้าโพกศีรษะสีดำปักลายดอกเหมยสีแดงมาลองทาบดูและส่องใบหน้าตนเองกับกระจกทองเหลือง พลางขมวดคิ้วรู้สึกว่าตนเองดูไม่ค่อยเหมาะกับโทนสีฉูดฉาดเท่าไรจึงวางมันลง ฝ่ายซูปี้ก็ช่วยเลือกด้วย เธอทำท่าจะหยิบผ้าโพกศีรษะสีม่วงแก่ดูประหลาดตาเพราะสีม่วงเป็นสีที่ผสมได้ยากเมื่อคิดดูแล้วมันคงจะแพงหน้าดูจึงเปลี่ยนไปหยิบผ้าโพกศีรษะสีเขียวแก่ให้พี่ชายแทน
     ทั้งสองเลือกผ้าโพกศีรษะกันอยู่พักใหญ่ก็ยังสองใจเลือกไม่ได้เสียทีว่าจะเลือกผืนไหน แต่ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ แล้วแอบขโมยเครื่องประดับมีค่าที่ตั้งแสดงประดับชุดใส่ลงไปในชายแขนเสื้อ
     "เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ?!" คาบูโตะอุทานออกมาเมื่อเห็นการกระทำของชายผู้นั้น และเมื่อมีคนรู้ตัวขโมยก็รีบวิ่งออกจากร้านไปทันที "เฮ้ย!! ขโมยนี่หว่า หยุดนะเว้ย!!!" เห็นดังนั้นชายหนุ่มก็รีบวิ่งตามไปทันทีปล่อยให้ซูปี้และหญิงสาวร้านขายผ้าตกตะลึงอยู่ตรงนั้น





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-7-26 03:40:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:55

PART XVII


     เพราะว่าหอบเอาตะกร้าสะพายหลังไว้ด้วยจึงทำให้ความเร็วของชายหนุ่มตกลง แต่เขาก็ยังวิ่งได้เร็วจี๋ เมื่อขโมยหันหน้าไปดูว่าวิ่งหนีทันหรือยังแล้วพบว่ามีชายหนุ่มร่างใหญ่วิ่งตามมาติดๆ เขาก็สะดุ้งแล้วรีบเร่งความเร็วมากขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ทันชายหนุ่มแรงดีคนนี้ คาบูโตะคว้าคอเสื้อของขโมยได้แล้วกระชากเข้ามาหาตัว
     "อั่ก!" จากแรงดึงกระทันหันทำให้ขโมยสะดุดล้มและทำเครื่องประดับไข่มุกกระเด็นหลุดออกจากมือกลิ้งกับพื้น
     คาบูโตะปล่อยร่างกายไปตามสัญชาติญาณ เขาไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครแต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวไปเองราวกับร่างกายจดจำมาจากอดีต เมื่อคนร้ายล้มลงกับพื้นเขาก็จับแขนอีกฝ่ายผลิกกลับไปด้านหลังแล้วใช้เข่ากดไปยังไหล่ของขโมยให้ไม่สามารถขัดขืนได้ บิดข้อแขนนั้นเบาๆ จนคนร้ายร้องออกมา "โอ๊ยๆๆ เจ็บๆ ข้ายอมแล้ว!"
     ชาวบ้านเข้ามามุงการจับกุมผู้ร้ายก่อนจะมีทหารยามที่มาตอนจบแทรกเข้ามากลางฝูงชนจับตัวขโมยไปอีกที แม้ว่าฉางอันจะเป็นเมืองหลวงใหญ่โตและหรูหรา แต่ย่อมมีมุมมืดแฝงอยู่คนยากจนก็คงจะมีบ้างเป็นธรรมดา หากแต่เป็นคนจนแล้วทำงานสุจริตย่อมดีกว่าลักขโมยใคร ทำอะไรลงไปก็ต้องยอมรับผลของกรรม
     คาบูโตะเห็นเครื่องประดับมุกตกอยู่กับพื้นเหมือนว่ามันจะบิ่นเล็กน้อยจากการกระแทกเขาหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่นและนำไปคืนให้ที่ร้านขายผ้า และเมื่อกลับไปก็ได้เจอกับชายชราคนหนึ่งที่น่าจะเป็นเถ้าแก่ร้าน
     "ข้าเอามาคืนให้ แต่ดูเหมือนมันจะมีรอยนิดหน่อย" คาบูโตะยื่นมือไปตรงหน้าส่งมอบของกลางที่ถูกขโมยไปให้กับเถ้าแก่เจ้าของร้าน
     "โอ้ ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม แค่เจ้าช่วยเหลือข้าก็ขอบคุณมากแล้ว" เถ้าแก่ร้านชราภาพยกมือขึ้นคำนับชายหนุ่มจนเขาปรามแทบจะไม่ทัน หากไม่ได้คาบูโตะช่วยเอาไว้ไม่แน่ว่าอาจจะมีของหายไปมากกว่าเครื่องประดับมุกชิ้นนี้
     "ท่านนี้ต้องการซื้อผ้าโพกศีรษะน่ะเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าคิดว่าจะตอบแทนเขาด้วยผ้าโพกศีรษะได้ไหมเจ้าคะ?" หญิงสาวที่เฝ้าร้านเอ่ยบอกเถ้าแก่ นั่นทำให้คาบูโตะเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยว่าเหตุใดสาววัยแรกรุ่นอย่างนางจึงมีพี่ชายวัยใกล้ลงโรงเช่นนั้น หรือจะลูกบุญธรรมอย่างเขาและสามสาวพี่น้องตระกูลซู
     "งั้นรึ ฮูหยินข้าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น" เถ้าแก่ที่แก่สมคำเรียกหันไปอ้อนฮูหยินเขาด้วยท่าทางงุ้งงิ้งราวกับเด็กหนุ่มอายุสิบหกเพิ่งมีรักครั้งแรก ทำให้สองพี่น้องที่รออ้าปากค้าง สรุปว่าไม่ใช่พี่น้องอย่างที่คิด แต่เป็นสามีภรรยากันต่างหาก เถ้าแก่คงจะเป็นบุรุษที่น่าอิจฉาที่สุดในยามนี้แล้ว "งั้นเจ้าเลือกตามสบายเลยพ่อหนุ่ม ถูกใจฝืนไหนก็เอาไปเลยเป็นค่าตอบแทนนะ โฮ่ๆ"
    "แค่นี้เอง แต่ก็ขอบคุณนะเถ้าแก่" คาบูโตะและซูปี้กลับมาเลือกผ้าอีกครั้งคราวนี้ได้ฟรีมาก็ต้องชั่งใจว่าจะเอาของแพงอย่างไม่ต้องเกรงใจดีหรือว่าจะเอาในราคาที่พอเหมาะ สุดท้ายก็เลือกผ้าโพกศีรษะสีเขียวแก่พิมพ์ลายคลื่นน้ำสีทองเพราะว่าชื่นชอบมากที่สุด มันเป็นผ้าโพกศีรษะราคากลางๆ แต่ก็ถือว่าแพงสำหรับมนุษย์ถังแตกอย่างพวกเขา ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาพันศีรษะไว้ทันที
     "ข้าเอาผืนนี้แหล่ะ ขอบใจพวกท่านมากนะ!" ชายหนุ่มยิ้มกว้างไปขอบคุณเถ้าแก่และฮูหยิน เมื่อเลือกได้ทั้งสองฝ่ายก็ร่ำรากันเล็กน้อย และทำท่าจะเดินออกจากร้านไปแต่นึกบางอย่างขึ้นมาได้ "จริงสิพวกท่านรู้จักจวนองค์หญิงผิงหยางไหม?"
     "จวนองค์หญิงผิงหยางหรือเจ้าคะ?" ฮูหยินร้านขายผ้ายกมือขึ้นทาบแก้มครุ่นคิดก่อนจะบอกทางออกไป "พอเดินผ่านตลาดไปก็ตรงไปตามทางน้ำน่ะเจ้าค่ะ และจะเจอกำแพงจวนเดินไปตามทางก็จะถึงแล้วเจ้าค่ะ" นางเอ่ยบอกทางด้วยกิริยาอ่อนหวานราวกับผ้าไหมชั้นดีที่ถูกถักทออย่างละเมียดละไมและพับไว้บนหิ้ง
     "ขอบใจมาก งั้นข้าขอตัวล่ะ" คาบูโตะค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วจูงมือซูปี้ออกเดินไปอีกครั้ง

     ทั้งสองแวะดูอะไรเรื่อยเปื่อยตามทาง เจอของกินที่น่าทานก็ลองแวะชิมดูกว่าจะออกจากตลาดได้ก็ใช้เวลาอยู่มากโข แสงสีส้มของอาทิตย์อัศดงกระทบลงกับผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ทั้งคู่เดินตามทางที่บอกมาเรื่อยๆ ข้ามสะพานก็เจอกำแพงหรูหราที่น่าจะเป็นจวนขององค์หญิงจึงเดินไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอกับประตู ขนาดว่าภายนอกยังกว้างขวางขนาดนี้ภายในจะหรูหราขนาดไหน
     เมื่อคิดแล้วก็รู้สึกเกรงๆ ขึ้นมาที่จะต้องทำงานในสถานที่นี้ แต่ว่าคนในจวนจะรับเข้าทำงานหรือ? เพราะพวกเขาก็เป็นเพียงแค่ชาวบ้านโทรมๆ ดูแล้วไร้สกุลรุณชาติสิ้นดี มีเพียงผ้าโพกศีรษะที่ดูมีราคาที่สุดแล้ว แต่ถึงจะถูกปฏิเสธก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง บางทีทำงานกับร้านค้าง่ายๆ อาจจะเหมาะสมกับพวกเขากว่าหรือเปล่า และเมื่อเดินทางมาถึงหน้าประตูจวนเขาก็จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะสนทนากับทหารยามด้านหน้าจวน
    "ข้าคาบูโตะ ขอพบพ่อบ้านเฉา พี่สาวจื่อฟูบอกว่าให้มาหางานทำที่นี่" ชายหนุ่มบอกเจตจำนงของตนเองออกไปทันทีด้วยน้ำเสียงเกร็งๆ จะได้เข้าไปหรือถูกโยนออกมาก็ต้องลุ้นกันหน่อยล่ะ...





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +80 ความหิว -3 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 80 -3 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-7-26 21:13:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
        นครหลวงฉางอันเมืองที่พลุ่งพล่านไปด้วยผู้คนจากต่างเมืองมากมายและยังมีร้านค้าที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง  หลี่เซี้ยนเจ่อคุ้นชินกับที่นี่เป็นอย่างดีด้วยเป็นบ้านเกิดของตนและเป็นสถานที่ที่เขามีความทรงจำร่วมกับที่ตั้งแต่วัยเด็ก  เขามีกลุ่มเพื่อนที่ชอบออกตระเวนเที่ยวเล่นซึ่งเพื่อนของเขาก็มีทั้งลูกชายคหบดีและลูกชาวบ้านรวมอยู่ในกลุ่มของเขา สถานที่หนึ่งที่พวกเขาชอบมากันก็คือตลาดที่อยู่ในกลางเมือง แหล่งหลักที่หากใครมาตามตัวกลับก็จะเจอกันครบทุกคน
      วันนี้หลี่เซี้ยนเจ่อขอที่บ้านออกมาเดินเล่นที่ตลาดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ภายในใจ ตอนนี้เขาทำได้เพียงคิดถึงหญิงสาวคนนั้นอยู่ในใจแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อวานเหม่ยหลินไม่เอ่ยถึงลูกสาวพ่อค้าข้าวเข้าเขาก็คงไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะรู้จักพ่อของนางด้วย หลี่เซี้ยนเจ่อออกมาเดินเล่นในตลาดได้สักพักแล้ว ซึ่งหากเขาไม่ได้แผนจะไปไหนต่อก็คงจะกลับไปอยู่ช่วยงานที่ร้านน้ำชา ขณะที่เขากำลังจะซื้อพุทราเชื่อมไปฝากเหม่ยหลิน จู่ๆก็มีคนตะโกนเรียกเขากลางตลาด หลี่เซี้ยนเจ่อหันซ้ายแลขวาก็ไม่เจอคนเรียกชื่อตัวเอง จนเมื่อเดินผ่านเข้ามาที่ร้านชายพุทราเชื่อม
   "หลี่เซี้ยนเจ่อ หลี่เซี้ยนเจ่อ เจ้าทำข้าได้ไหม" หลี่เซี้ยนเจ่อหันหลังมาดูก็ไม่คุ้นหน้า เขาจึงส่ายหน้าแรงๆทีนึง  "ข้าไงคนที่เคยวิ่งเล่นกลับเจ้าตั้งแต่เด็กจนโตไง คนที่ชอบพาเจ้าไปแซวลูกสาวบ้านคนอื่นไง เจ้าจำได้ไหมที่ข้าทำให้เจ้าต้องโดนพ่อของเจ้าทำโทษที่ไปแกล้งลูกชายคนขายหมู" ชายคนที่เรียกชื่อตนเล่าเรื่องในวัยเด็กให้เขาได้ทราบ เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อยืนฟังก็ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน แล้วเขาก็แสดงอาการว่าจำได้แล้ว
   "ข้า ต้าโม่จือ" เมื่อแนะนำตัวเองเสร็จ หลี่เซี้ยนเจ่อก็เห็นว่าเพื่อนของเขาโดนทหารสองคนจับแขนของเขาไว้คนละข้าง
   "โม่จือ แล้วเจ้าไปทำอะไรมาทหารเขาถึงได้จับตัวเจ้าไว้แบบนี้" หลี่เซี้ยนเจ่อมองเพื่อนตัวเองพร้อมกับทหารสองนาย
   "เซี้ยนเจ่อ เจ้าต้องช่วยข้าด้วยนะ ข้าโดนจับข้อหาลักทรัพย์ เจ้าเป็นเพื่อนที่สนิทและรู้ใจข้ามากที่สุด เจ้าช่วยบอกพวกเขาทีว่าข้าไม่ได้ทำ" ต้าโม่จื่อพูดขอร้องหลี่เซี้ยนเจ่อด้วยสีหน้าเศร้าโศก
       เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ยินเพื่อนของตนบอกว่าโดนจับในข้อหาลักทรัพย์ในใจเข้ารู้ตกใจและแปลกใจเป็นอย่างมาก แต่ไหนแต่ไรมาเพื่อนของเขาคนนี้ไม่เคยคิดที่จะขโมยของใคร ถึงแม้จะทรัพย์ที่ไม่มีเจ้าของเจ้านี้ก็ไม่เคยคิดหยิบติดมือ มันจึงทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับเพื่อนของเขาเลย
   "พี่ชายทั้งสอง ข้าว่ามันต้องเกิดการเข้าใจผิดกันแน่ๆ เพื่อนข้าคนนี้มันไม่เคยลักขโมยของใครเลยนะ" หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเข้าไปไกล่เกลี่ยกับทหารที่จับแขนเพื่อนของเขาที่ด้านขวา
   "ข้าได้รับแจ้งมาว่าเจ้านี้มันลักขโมย ข้าจึงจำต้องจับไปให้ท่านเจ้าเมืองไตร่สวน" ทหารพูดจาเสียงแข็ง
   "การจับคนต้องมีหลักฐาน ปรักปรำใครต้องก็มีพยาน แล้วไม่ทราบพี่ชายมีพยานและหลักฐานหรือเปล่า" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดจาเสียงทุ้มลึก
   "ไม่มี ข้าได้รับคำสั่งให้มาจับ หากเจ้ามีอะไรก็ไปหาท่านเจ้าเมืองเอาเอง" ทหารที่คุยกับหลี่เซี้ยนเจ่อพูดจาไม่พอใจ จากนั้นก็พาเพื่อนของเขาออกเดินไปยังจวนท่านเจ้าเมือง หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นดังนั้นก็ออกเดินตามหลังไป

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1
โพสต์ 2017-8-8 19:18:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     หลี่เซี้ยนเจ่อวิ่งเข้ามาถึงในตลาดก็พบว่ามีหญิงสาวชาวโหรวหรานถูกลูกขุนนางจับตัวไว้จริงๆด้วย แต่ด้วยว่าตัวเขามาคนเดียวจึงไม่อาจใช้กำลังเข้าช่วยเหลือได้ ถ้าเหม่ยหลินอยู่ด้วยก็คงจะดีเขาได้แต่คิดในใจ เขาเดินเบียดแทรกผู้คนที่กำลังมุงดูกันอยู่เป็นจำนวนมากเข้าไป ด้วยตัวเองหวังว่าหญิงสาวโหรวหรานจะเป็นคนที่เขาคิดไว้ในใจ เมื่อแทรกฝูงคนจนได้มาอยู่ข้างหน้าสุดแล้วก็พบกลับพบว่าไม่ใช่ไป๋หลานคนที่เขาตามหา เมื่อไม่ใช่ไป๋หลานที่โดนจับเขาเองก็ต้องเข้าช่วยเหลือด้วยทนเห็นคนถูกรังแกไม่ได้   "นี่ พี่ชาย ไม่ทราบว่าคนที่ท่านจับอยู่นั้นลูกสาวบ้านไหนเหรอ?" หลี่เซี้ยนเจ่อต้องเล่นบทคนไม่รู้เรื่องไปก่อน
   "นางจะเป็นลูกสาวบ้านไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย"
   "ก็ถ้าพ่อกับแม่ของนางรู้เข้าว่าลูกสาวของพวกเขาโดนจับมาแบบนี้ มันจะไม่เป็นผลดีต่อพี่เอานะ พี่ชาย" ไผ่ลู่ลมคือสิ่งที่หลี่เซี้ยนเจ่อคิดไว้ในขั้นแรก
   "แล้วมันเป็นธุระอะไรของเจ้าถึงต้องมาแส่เรื่องของคนอื่น"
   "ขออภัยที่ข้าต้องยุ่ง ข้าว่าพี่ชายปล่อยนางไปจะดีกว่า" เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีเขาจึงต้องเตรียมตัวตั้งรับ
     ชายหนุ่มฉกรรจ์ที่จับตัวหญิงโหรวหรานไว้เห็นว่าหลี่เซี้ยนเจ่อเดินเข้ามาหา เขาจึงผลักอีกฝ่ายออกไปอย่างแรงก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงพูดดังลั่นกลางตลาด
   "ถ้าเจ้าไม่อยากรนหาที่ตาย ก็เข้ามาแส่เรื่องของข้าให้มันมากนัก เจ้ารู้ไหมว่าท่านลุงของข้าเป็นขุนนางมีตำแหน่งถึงต้าซือถู เถียนเฟิง แล้วยังมีท่านป้าของข้าอีกที่เป็นถึงฮองไทเฮา"
     เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ฟังดังนั้นก็ได้ลอบถอนหายใจก่อนที่จะพูดรุกต่อไป
   "ถึงญาติของท่านจะมีทั้งบรรดาศักดิ์และตำแหน่งสูงสักแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะได้เอาพวกท่านเหล่านั้นมาอ้างให้การหาความชอบให้กับตัวเองได้หรอกนะ หญิงสาวคนนี้ก็มีญาติเหมือนกัน ให้ท่านมาเที่ยวรังแกได้เหรอ" หลี่เซี้ยนเจ่อได้แต่ข่มอารณ์ไม่ให้ระเบิดออกมา
   "แล้วยังไง ข้าก็จะพานางไปกับข้าอยู่ดี เจ้ามีปัญญาก็เข้ามาแย่งเองสิ"
   "ผู้หญิงไม่ใช่สิ่งของที่จะเที่ยวให้ใครมาแย่งชิง" หลี่เซี้ยนเจ่อทนไม่ไหวจึงชี้หน้าว่ากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
   "เจ้านี่มันไม่เลิกราจริงๆน่ะ พวกเจ้าช่วยสั่งสอนเจ้านี่ให้รู้จักที่ต่ำที่สูงแทนข้าหน่อย"
     ลูกน้องของชายฉกรรจ์ที่ยืนคอยคุ้มกันผู้เป็นชายเมื่อได้ยินคำสั่งก็ขานรับ จากนั้นชายสองคนก็เข้ามาจับมือข้าไว้คนละข้างแล้วชายอีกสามคนก็เข้าต่อยอย่างไม่ยั้งมือ และเพื่อเป็นการสั่งสอนแทนนายของตนจึงได้ต่อยมาที่ใบหน้า เมื่อเสร็จสิ้นแล้วสภาพของหลี่เซี้ยนเจ่อทั่วทั้งร่างกายก็ชโลมไปด้วยเลือดตัวเองไม่มีแรงเหลือพอที่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น กลุ่มของลูกขุนนางเมื่อเห็นผลลัพธิ์แล้วก็ทิ้งหญิงสาวไว้แล้วก็เดินจากไป หญิงสาวโหรวหรานเมื่อพ้นพันธการแล้วก็เข้ามาช่วยพยุงหลี่เซี้ยนเจ่อ ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ชี้ทางให้ไปที่โรงหมอ ซึ่งนางก็แบกร่างที่สลบแบบไม่ได้สติไปตามทางที่บอก
@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +35 ความหิว -14 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 35 -14 + 4

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483548

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-17 15:53:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสคดีโกลาหล }


PART XXXV



     ซูปี้และเฟยเอี้ยนตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมทำอาหารจำนวนมาก ส่วนหนึ่งคืออยากทำเพื่อตอบแทนสินน้ำใจแก่บุคคลที่จะมาทำหน้าที่เป็นพยานให้แก่คดีนี้ สองสาวทำอาหารอย่างสุดฝีมือและดูเหมือนว่าออกจะมากเกินจำนวนคนไปหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไรหากว่าเหลือจะนำไปแจกจ่ายขอทานอย่างที่เคยทำ เฟยเอี้ยนให้คนรับใช้ไปแจ้งเถ้าแก่หย่งร้านเครื่องปั้นเพื่อนัดหมายว่าวันนี้เป็นวันพิจารณาคดี รวมทั้งไปแจ้งนักพนันทั้งสามที่ตกลงจะเป็นพยานให้ด้วย
     ทั้งสองหิ้วปิ่นโตอาหารออกมาหลายเถาภายในบรรจุข้าวหน้าหมูและอื่นๆ อีกมากมาย เดินตามทางไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปยังที่ว่าการเจ้าเมืองฉางอัน ทั้งสองเดินผ่านคนกลุ่มหนึ่งชายหนึ่งหญิงสอง แม้จะเดินผ่านไปแล้วแต่เฟยเอี้ยนรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาหนึ่งคนในนั้นอย่างบอกไม่ถูกจึงหันหลังกลับไปมองแล้วเอ่ยทักขึ้น

     "ฮูหยินหาน... หรือเปล่าน่ะเจ้าคะ?" เฟยเอี้ยนเอ่ยทักบุคคลทั้งสามออกไป ทำให้ซูปี้ต้องชะงักตาม
    "ฮูหยินหานที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมบอกว่าอยู่ที่อู๋เว่ยน่ะหรือคะพี่สาว?" ซูปี้ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ไม่คิดว่าจ้าวเฟยเอี้ยนจะเอ่ยชื่อคนที่คิดว่าไม่น่าจะได้พบกันเร็วขนาดนี้ออกมาทำให้ต้องหันไปมองตาม

     @LIN
     
    "!?" ซูปี้มองเหรอหราค่อนข้างตกใจเมื่ออีกฝ่ายตอบออกมาว่าใช่ฮูหยินหานหรือหานเยว่ฉานจริงๆ เท่ากับว่าได้พยานคนสำคัญในคดีที่จะช่วยเหลือคาบูโตะพอดี
     "อ๊ะ! ใช่ฮูหยินจริงๆ ด้วย" เฟยเอี้ยนยกมือขึ้นปิดปากของตนเองพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ "พอดีเลยข้ามีเรื่องจะขอร้องฮูหยินน่ะเจ้าค่ะ..." เฟยเอียนหยุดความดีใจไว้เพียงเท่านั้นเมื่อสังเกตเห็นว่ามีผู้ที่ติดตามมาด้วยสองคนจึงกล่าวแนะนำตัวออกไปตามมารยาท "ข้าจ้าวเฟยเอี้ยนอยู่ร้านขายข้าวเจ้าค่ะ" หญิงสาวน้อมศีรษะลงทำความเคารพอย่างสุภาพนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
    "ข้าซูซูปี้ค่ะ" ซูปี้แนะนำตัวเองออกไปบ้างพลางมองไปยังผู้ใหญ่ทั้งสามที่ไม่คุ้นหน้า

     @LIN

     "พอดีว่ามีเรื่องเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าฮูหยินอยู่ในเหตุการณ์หรือเปล่า ที่มีคนขโมยของจากเถ้าแก่ลู่ร้านขายผ้าน่ะเจ้าค่ะ เหมือนว่าฮูหยินจะเคยทำงานกับเถ้าแก่ลู่สินะเจ้าคะ?" เฟยเอี้ยนเป็นคนเล่าเหตุการณ์แทนซูปี้ที่เป็นเด็ก

     @LIN

     "พอดีว่าพี่ชายของเด็กคนนี้ถูกหัวขโมยตัวจริงกล่าวหาให้เป็นแพะรับบาปน่ะเจ้าค่ะ ส่วนเถ้าแก่ลู่ก็ไม่อาจมาให้การได้..." เฟยเอี้ยนแสดงสีหน้าเศร้าชั่วครู่แล้วจึงตัดสินใจเล่าออกไปตรงๆ "เถ้าแก่ลู่ถูกทำร้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมาเจ้าค่ะ แต่ก่อนตายเขาได้เขียนจดหมายยืนยันความบริสุทธ์ให้แก่พี่ชายของซูปี้ ซึ่งนั้นไม่เพียงพอ หากว่าได้หนังสือสัญญาจ้างงานที่ฮูหยินหานมีอยู่ล่ะก็น่าจะเทียบได้ว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นของจริงเจ้าค่ะ"
     ซูปี้พยักหน้าสำทับว่าสิ่งที่เฟยเอี้ยนเล่ามาเป็นความจริง และจะดีไม่น้อยถ้าฮูหยินหานยังเก็บสัญญาจ้างงานฉบับนั้นเอาไว้อยู่

     @LIN

     "อ๊ะ! ฮูหยินมีสินะเจ้าคะ เช่นนั้นข้าต้องรบกวนด้วยเจ้าค่ะ!" เฟยเอี้ยนค้อมศีรษะลงอย่างร้องขอซึ่งซูปี้ที่อยู่ข้างๆ ก็ทำตาม "วันนี้จะมีการพิจารณาคดีที่ทำการเมืองข้ารบกวนท่านเป็นพยานให้ด้วยนะเจ้าคะ"
    "รบกวนด้วยค่ะฮูหยิน!" ซูปี้เอ่ยร้องขอ

     @LIN

     "ขอบคุณเจ้าค่ะ ว่าแต่พวกท่านเดินทางกันมาไกลเลยสินะเจ้าคะ?" เฟยเอี้ยนเอ่ยถามหลังจากที่พูดคุยธุระเสร็จก็ชวนคุยเรื่อยเปื่อย

     @LIN  

     "พวกท่านจะแยกทางกันเลยสินะเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้น..." เฟยเอี้ยนยิ้มหวานแล้วมอบปิ่นโตหนึ่งเถาให้คับคู่นักเดินทางทั้งสอง "กรุณารับไว้ด้วยนะเจ้าคะ ข้าทำมาเยอะละน่าจะช่วยเหลือพวกท่านได้บ้างเจ้าค่ะ" นางให้ปิ่นโตที่ทำมาเพื่อเป็นสินน้ำใจสำหรับการพาฮูหยินหานมาส่งโดยปลอดภัยทั้งที่ยังไม่ทันได้ร้องขออีกด้วย แม้จะเป็นความบังเอิญแต่ว่านางก็ต้องการที่จะขอบคุณทั้งสองจากใจจริง

    @LIN

     "หากว่าพวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือก็มาหาได้ที่ร้านขายข้าวนะเจ้าคะ" เฟยเอี้ยนยิ้มอย่างอ่อนหวานแล้วเอ่ยลาคนทั้งสองไป "ขอให้พวกท่านโชคดีเจ้าค่ะ"
     "โชคดีค่ะพี่ชายพี่สาว ขอบคุณค่ะฮูหยิน" ซูปี้ก็ค้อมศีรษะลาคนทั้งสองพร้อมกับรับตัวฮูหยินหานมา

     หลังจากแยกทางกันแล้วทั้งสามสาวก็ตามฮูหยินหานไปยังบ้านตระกูลอวิ๋นเพื่อให้ฮูหยินหาเอกสารและพักล้างหน้าล้างตาสักหน่อยก่อนที่จะพากันไปที่ทำการเมืองฉางอัน



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

48

กระทู้

320

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10605
เงินตำลึง
93865
ชื่อเสียง
15270
ความหิว
91
คุณธรรม
309
ความชั่ว
0
ความโหด
23
ชิวชุน - 秋春
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-17 18:46:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
28
                     เมื่อ 2 วันก่อน...
                     หลิน ซ่งหยางหมิง และหานเยว่ฉานได้ออกเดินทางจากเมืองอู๋เว่ยไปยังเมืองหลวงฉางอันระหว่างเดินทางนั้นทั้งสามได้พบกับพ่อค้าวัยกลางคนท่าทางดูใจดีเขากำลังจะเดินทางไปยังเมืองฉางอันเข้าพอดิบพอดีจึงยินดีให้ทั้งสามติดเกวียนมาด้วยกัน จากอู๋เว่ยมาถึงฉางอันระยะทางไกลหลายพันลี้โชคดีที่ทั้งสามได้ติดเกวียนพ่อค้ามาจึงทำให้ย่นเวลาเดินทางไปได้หลายวันเลยทีเดียว


                     ปัจจุบัน ณ ย่านการค้า เมืองฉางอัน
                     เมื่อเข้าเมืองหลวงฉางอันทุกอย่างดูแปลกตาไปหมดทั้งผู้คนที่เดินไปมาและสถานที่ที่ประดับตกแต่งสวยงามสองข้างทางหลินที่เพิ่งเคยเข้าเมืองครั้งแรกได้แต่ตกตะลึงอยู่ในใจโดยไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา หลังจากนั้นพ่อค้าใจดีที่ให้หลิน ซ่งหยางหมิง และหานเยว่ฉานติดเกวียนมาด้วยจึงส่งทั้งสามที่ย่านการค้าแห่งหนึ่งในเมืองฉางอันและออกเดินทางต่อทั้งสามไม่ลืมที่จะขอบคุณพ่อค้าใจดีผู้นั้นที่อุตส่าให้ติดเกวียนมาด้วยกัน เมื่อกล่าวอำลากับพ่อค้าเสร็จสรรพแล้วทั้งสามจึงเดินเที่ยวรอบย่านการค้าสักพักก่อนจะคิดแผนว่าจะเอาอย่างไรต่อกันดี
                     "พวกท่านจะไปไหนกันต่อหรือคะ?" หานเยว่ฉานเอ่ยถามผู้ร่วมเดินทางทั้งสอง
                     "เรื่องนั้นข้าก็ยังไม่ทราบเช่นกัน" หลินตอบ
                     "แล้วแม่นางจะไปไหนต่องั้นหรือ?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถามหานเยว่ฉานบ้าง
                     "ข้า..." หานเย่ฉานเอ่ยขึ้นก่อนจะต้องหยุดชะงักครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเรียกหาตน
                     "ฮูหยินหาน... หรือเปล่าน่ะเจ้าคะ?" สตรีสาวผู้หนึ่งเอ่ยทักหานเยว่ฉานคาดว่าน่าจะเป็นคนรู้จักกัน
                     "ฮูหยินหานที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมบอกว่าอยู่ที่อู๋เว่ยน่ะหรือคะพี่สาว?" เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนที่มาด้วยกันเอ่ยถามสตรีสาวผู้นั้น
                     "เอ๋? ใช่จ้ะข้าคือฮูหยินหาน" หานเยว่ฉานเอ่ยตอบสตรีสาวกับเด็กหญิงน้อยที่มาด้วยกัน หลินและซ่งหยางหมิงได้แต่ยืนฟังอยู่ห่างๆ
                     "!?" เด็กหญิงน้อยดูท่าทางตกตะลึงไม่น้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่หานเยว่ฉานพูด
                     "อ๊ะ! ใช่ฮูหยินจริงๆ ด้วย" สตรีสาวดูท่าทางดีอกดีใจเมื่อได้พบหานเยว่ฉานนางยกมือขึ้นปิดปากของตนเองพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ "พอดีเลยข้ามีเรื่องจะขอร้องฮูหยินน่ะเจ้าค่ะ..." สตรีสาวบอกก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวกับหลินและซ่งหยางหมิงที่มากับหานเยว่ฉานตามมารยาท "ข้าจ้าวเฟยเอี้ยนอยู่ร้านขายข้าวเจ้าค่ะ" หญิงสาวน้อมศีรษะลงทำความเคารพอย่างสุภาพนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
                     "ข้าซูซูปี้ค่ะ" เด็กหญิงน้อยเองเมื่อเห็นดังนั้นจึงกล่าวแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ทั้งสามที่ไม่คุ้นหน้าบ้าง
                     "ยินดีที่ได้พบแม่นางและแม่นางน้อย ข้าซ่งหยางหมิง" ซ่งหยางหมิงบอกแนะนำตัวออกไป
                     "ข้าหลิน" หลินกล่าวออกไปบ้างตามมารยาท
                     "เจ้าดูดีอกดีใจเหลือเกินที่ได้พบข้า มีเรื่องอะไรพิเศษงั้นหรือจ๊ะ?" หานเยว่ฉานเอ่ยถามสตรีที่ชื่อจ้าวเฟยเอี้ยนด้วยความสงสัย
                     "พอดีว่ามีเรื่องเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าฮูหยินอยู่ในเหตุการณ์หรือเปล่า ที่มีคนขโมยของจากเถ้าแก่ลู่ร้านขายผ้าน่ะเจ้าค่ะ เหมือนว่าฮูหยินจะเคยทำงานกับเถ้าแก่ลู่สินะเจ้าคะ?" จ้าวเฟยเอี้ยนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับหานเยว่ฉานได้ฟัง
                     "ข้าทำงานที่ร้านเถ้าแก่ลู่เหมือนจะจำเหตุการณ์ได้ลางๆนะ เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ?" หานเยว่ฉานตอบก่อนจะถามคนตรงหน้าต่อ
                     "พอดีว่าพี่ชายของเด็กคนนี้ถูกหัวขโมยตัวจริงกล่าวหาให้เป็นแพะรับบาปน่ะเจ้าค่ะ ส่วนเถ้าแก่ลู่ก็ไม่อาจมาให้การได้..." จ้าวเฟยเอี้ยนแสดงสีหน้าเศร้าชั่วครู่ก่อนจะเล่าต่อ "เถ้าแก่ลู่ถูกทำร้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมาเจ้าค่ะ แต่ก่อนตายเขาได้เขียนจดหมายยืนยันความบริสุทธ์ให้แก่พี่ชายของซูปี้ ซึ่งนั้นไม่เพียงพอ หากว่าได้หนังสือสัญญาจ้างงานที่ฮูหยินหานมีอยู่ล่ะก็น่าจะเทียบได้ว่าจดหมายฉบับนั้นเป็นของจริงเจ้าค่ะ" เด็กหญิงน้อยนามว่าซูซูปี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ เองพยักหน้าสำทับว่าสิ่งที่จ้าวเฟยเอี้ยนเล่ามาเป็นความจริง
                     "ตายจริง! มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ?" หานเยว่ฉานอุทานขึ้นด้วยความตกใจปนเห็นใจเมื่อได้ฟังสิ่งที่จ้าวเฟยเอี้ยนบอก "หนังสือสัญญาจ้างงานหรือ? ข้าพอจะเก็บไว้อยู่นะจ๊ะ"
                     "อ๊ะ! ฮูหยินมีสินะเจ้าคะ เช่นนั้นข้าต้องรบกวนด้วยเจ้าค่ะ!" จ้าวเฟยเอี้ยนค้อมศีรษะลงอย่างร้องขอซึ่งซูปี้ที่อยู่ข้างๆ ก็ทำตาม "วันนี้จะมีการพิจารณาคดีที่ทำการเมืองข้ารบกวนท่านเป็นพยานให้ด้วยนะเจ้าคะ"
                     "รบกวนด้วยค่ะฮูหยิน!" ซูซูปี้เอ่ยร้องขอ
                     "จ้ะ ข้าจะไป" หานเยว่ฉานตอบตกลงเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด
                     "ขอบคุณเจ้าค่ะ ว่าแต่พวกท่านเดินทางกันมาไกลเลยสินะเจ้าคะ?" จ้าวเฟยเอี้ยนเอ่ยถามหลังจากที่พูดคุยธุระเสร็จก็ชวนคุยเรื่อยเปื่อย
                     "ไกลพอควรเลยล่ะจ้ะ" หานเยว่ฉานตอบก่อนจะส่งยิ้มให้บางๆ
                     "แม่นางหานถ้าอย่างนั้นเราแยกทางกันตรงนี้เลยดีไหม?" หลินเอ่ยถามเมื่อเห็นสตรีที่ร่วมทางมาด้วยกันมีธุระที่ต้องสะสางอีกมากมาย
                     "เห็นทีว่าเราคงต้องแยกทางกันตรงนี้เสียแล้ว" หานเยว่ฉานบอก "ข้าขอบคุณพวกท่านสำหรับทุกเรื่องเลยค่ะ" นางเอ่ยขอบคุณพร้อมกับโค้งให้เล็กน้อย
                     "พวกท่านจะแยกทางกันเลยสินะเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้น..." จ้าวเฟยเอี้ยนยิ้มหวานแล้วจึงมอบปิ่นโตหนึ่งเถาให้หลินและซ่งหยางหมิง "กรุณารับไว้ด้วยนะเจ้าคะ ข้าทำมาเยอะละน่าจะช่วยเหลือพวกท่านได้บ้างเจ้าค่ะ" นางให้ปิ่นโตที่ทำมาเพื่อเป็นสินน้ำใจแทนคำขอบคุณทั้งสองจากใจจริง
                     "ถ้าอย่างนั้นลาก่อนขอรับแม่นางหาน แม่นางจ้าว แล้วก็แม่หนูน้อย" ซ่งหยางหมิงส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรพร้อมกับกล่าวอำลาทั้งสามคนแทนหลินที่เห็นว่าคงจะพูดไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่
                     "หากว่าพวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือก็มาหาได้ที่ร้านขายข้าวนะเจ้าคะ" จ้าวเฟยเอี้ยนยิ้มอย่างอ่อนหวานแล้วจึงเอ่ยลาหลินและซ่งหยางหมิง "ขอให้พวกท่านโชคดีเจ้าค่ะ"
                     "โชคดีค่ะพี่ชายพี่สาว ขอบคุณค่ะฮูหยิน" ซูซูปี้ค้อมศีรษะลาคนทั้งสองก่อนจะเดินกลับไปพร้อมกับหานเยว่ฉานและจ้าวเฟยเอี้ยน
                     หลังจากที่หลินและซ่งหยางหมิงแยกทางกับหานเยว่ฉานทั้งสองคนจึงตกลงว่าจะไปพักหาอะไรลงกระเพาะก่อนจะตกลงกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +35 เงินตำลึง +1500 ชื่อเสียง +100 ความหิว -6 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 35 + 1500 + 100 -6 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
คบเพลิง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x6
x10
x18
x12
x5
x5000
x42
x4
x60
x1
x300
x103
x100
x28
x3
x9999
x8000
x50
x22
x40
x22
x2
x2
x5
x100
x230
x50
x1
x1
x30
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x58
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x8
x250
x20
x185
x50
x4
x58
x115
x50
x78
x25
x1
x47
x5
x11
x20
x1
x1

48

กระทู้

320

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10605
เงินตำลึง
93865
ชื่อเสียง
15270
ความหิว
91
คุณธรรม
309
ความชั่ว
0
ความโหด
23
ชิวชุน - 秋春
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-8-19 17:18:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
31
                    ตกเย็นหลิน ซ่งหยางหมิง และซ่งเหมยฮั่วออกจากโรงเตี๊ยมฉางจิ้นฮั่วมาเดินเปลี่ยนบรรยากาศ ณ บริเวณแถวย่านการค้าบ้าง ช่วงเย็นนั้นมีผู้คนจับจ่ายใช้สอยมากมายทั้งพ่อค้าแม่ขายต่างทำงานกันอย่างขวักไขวอีกทั้งยังมีของกินตลอดสองข้างทางทั้งสามเดินเล่นกินลมชมวิวไปเรื่อยเปื่อยเด็กสาวที่ชื่อว่าซ่งเหมยฮั่วที่เมื่อเช้านี้อยู่ในอารมณ์หวาดกลัวตอนนี้นางอาการดีขึ้นมาก แต่แล้วระหว่างที่หลินและซ่งหยางหมิงกำลังดูของอยู่หน้าแผงร้านกระบี่จู่ๆซ่งเหมยฮั่วก็ร้องตะโกนอย่างร้อนรนขึ้นมาเสียดื้อๆ
                    "เจ้าโจรชั่ว!! รอยสักนั่น!" ซ่งเหมยฮั่วร้องตะโกนก่อนจะวิ่งตามชายคนหนึ่งที่มีรอยสักรูปกระต่ายที่ท้องแขนไป ก่อนที่พี่สาวจะอุ้มซ่งเหมยฮั่วหนีไปนางได้เห็นรอยสักนั่นตอนที่บิดาฟันแขนเสื้อของคนร้ายจนขาดเผยให้เห็นรอยสักได้อย่างชัดเจนไม่ลืมเลือน ว่าแล้วซ่งเหมยฮั่วจึงวิ่งตามชายท่าทางกำยำคนนั้นไปอย่างไร้สติคิดเพียงอย่างเดียวคือจะต้องหาพี่สาวให้เจอให้ได้ ทันใดนั้นเองหลินเหลือบไปเห็นเข้าพอดีจึงหยุดซ่งเหมยฮั่วเอาไว้ได้ทันท่วงที "พี่สาวอย่าห้ามข้าข้าจำรอยสักนั่นได้ ใช่พวกมันแน่!" ซ่งเหมยฮั่วน้ำตานองหน้าอีกครั้งโชคดีที่บริเวณนี้คนพลุกพล่านมากมายทั้งสามคนจึงไม่ตกเป็นที่ผิดสังเกต

                    "เย็นไว้ก่อน เจ้าไม่ต้องห่วงเราจะค่อยๆสะกดรอยตามมันไป" หลินบอกกับซ่งเหมยฮั่วอย่างใจเย็นนั่นทำให้เด็กหญิงน้อยใจชื้นขึ้นเป็นกอง
                    "ตกลงเราจะสะกดรอยตามชายผู้นั่นไปรึ?" ซ่งหยางหมิงทวนอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
                    "อืม ตามข้ามาอย่าให้ห่างห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" หลินบอกก่อนจะเดินนำแล้วจึงพากันสะกดรอยชายน่าสงสัยคนนั้นไปเรื่อยๆ

                    ชายผู้นั้นมีรูปร่างดูกำยำบึกบึนมีรอยสักรูปกระต่ายบริเวณท้องแขนจากที่ดูแล้วตอนนี้คาดว่าเขาน่าจะแยกกับพรรคพวกอยู่จึงทำให้เรื่องง่ายขึ้นมานิดหน่อย ระหว่างสะกดรอยตามเขาไม่มีท่าทีว่าจะรู้ตัวเลยแม้แต่น้อยซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยทีเดียว ดูเหมือนว่าเขากำลังจะไปที่ไหนสักแห่งหนึ่งในเมืองฉางอันทั้งสามจึงค่อยๆสะกดรอยตามไปเรื่อยๆอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้เขารู้ตัวและถูกจับได้เสียก่อน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +15 ความหิว -4 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 15 -4 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
คบเพลิง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x6
x10
x18
x12
x5
x5000
x42
x4
x60
x1
x300
x103
x100
x28
x3
x9999
x8000
x50
x22
x40
x22
x2
x2
x5
x100
x230
x50
x1
x1
x30
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x58
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x8
x250
x20
x185
x50
x4
x58
x115
x50
x78
x25
x1
x47
x5
x11
x20
x1
x1

61

กระทู้

548

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
207
เงินตำลึง
160
ชื่อเสียง
90802
ความหิว
410

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-9-28 23:23:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เส้นทางป่าวประกาศ 16

     หลังจากที่ยูตะ และไป๋หลานกล่าวลาผู้จัดการกองคาราวานที่เมืองจื่อถงแล้ว พวกเขาทั้ง 2 ก็ออกเดินทางมาเมืองฉางอันซึ่งเป็นจุดหมาปลายทางอันสุดท้ายของเส้นทางโฆษณาครั้งนี่ แล้วเมือทั่งคู่เดินทางมาถึงย่านการค้าที่นี่น็เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย สมแล้วที่ย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรื่องที่สุดในอาณาจักรแห่งนี่ ระหว่างที่ยูตะกำลังตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่นั้น เมือเขามามองไป๋หลานอีกที่นางก็ได้หมายตัวไปเหลือแต่รอยปะเสียแล้ว
     "น้านี่!! " ยูตะร้องขึ้นแล้วเริ่มมองหาไป๋หลานยกใหญ่ ก่อนที่จะสังเกตุเห็นนางอยู่ที่ร้านๆ นึงริมๆขอบสายตา กำลังโบกไม้โบกมือให้ยูตะอยู่ และเมื่อเขาเดินไปหาไป๋หลาน
     "นี่ๆ ดูสิๆ กำไลข้อเมืออันนี่สวยมากเลยละ" ไป๋หลานกล่าวขึ้นอย่างสดใส พร้อมกับชูกำไลที่ข้อมือให้ยูตะดู
     "เฮ้อ....... คร่าวหลังอย่าเดินไปคนเดียวแบบนี่อีกนะ" ยูตะกล่าวออกมาพร้อมกับถอนหายใจโล่งอก
    "อะ.......ขอโทษค่ะ......" แล้วดูเหมือนว่าไป๋หลานก็จะรู้ตัวในสิ่งที่ทำลงไป ก่อนที่ขอโทษออกมา อย่างสำนึกผิด
     "ดูเหมือนจะ รู้ตัวสินะ ไหนๆ เธออยากได้กำไลอันไหน" ยูตะไม่กล่าวว่าอะไรเธอต่อ เพราะเขาคิดว่าการว่ากล่าวคนที่สำนึกผิดแล้วนั้นคงจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เขาจึงเปลียนเรีองพูดแทน
    "อะ  อันนี่ค่ะ อันนี่ๆ " ไป๋หลานกล่าวขึ้นพร้อมด้วยเสียงที่ดีใจแล้วชี้ไปที่ข้อมือของเธอ
     "ทำไมฉันต้องใจอ่อนอยู่เลยเรื่อยเลยนะ" ยูตะกล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบเงินจ่ายค่ากำไลข้อมือให้กับพ่อค้าไป
     "ฉันซื้ออันนี่ให้ แล้วสัญญาว่าจะต้องเป็นเด็กดีนะ" ยูตะกล่าวขึ้นต่อ
    "ค่าาา" ไป๋หลานตอบรับอย่างลากเสียงกันที่จะเดินนำหน้าไป
    "เอาละ ต่อไปเราก็มาเริ่มทำงานกันเถอะรอบสุดท้ายแล้ว" ยูตะพูดขึ้นกับไป๋หลาน
     แล้วทั้งคู่เริ่มมองหาตำแหน่งเหมาะๆ ที่จะเป็นจุดสนใจมากที่สุดการในการโฆษณา ก่อนที่ยูตะจะให้สัญญาณไป๋หลายให้เริ่มพูดขึ้น


     "ทุกท่านค่า ข้าเป็นตัวแทนจากเมืองอู๋จวิ้น เนื่องด้วยเมืองอู๋จวิ้นนั้นจะมีการจัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ข้าจะขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุกท่านมาร่วมงานให้ได้เลย นอกจากจะมีกิจกรรมแต่งกลอนแล้ว เรายังมีขนมไหว้พระจันทร์แจกจ่ายถึง 1000 ลูก!! ฟรีๆด้วยโอกาศแบบนี่หายากมาก ถ้าหากพ่อแม่พี่น้องท่านใดมีโอกาศละก็ต้องมาให้ได้เลยนะ"


     ไป๋หลานกล่าวออกมาเหมือนเดิม การโฆษณาครั้งนี่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมา โดยเฉพาะพวกผู้ชาย เพราะอาจจะเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาและ ความสูงของเธอรึเปล่านะ ยูตะแอบคิดหลังจากที่เฝ้ามองอยู่ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเล่นที่ย่านการค้าดูของต่างๆต่อไป

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x25
x43
x6
x10
x106
x35
x6
x28
x9
x20
x40
x40
x520
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x106
x264
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x1
x2
x8
x3
x6670
x7
x20
x120
x9999
x7068
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x9999
x30
x30
x2
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x90
x1181
x2
x900
x18
x162
x125
x471
x148
x6
x2
x15
x9999
x20
x482
x240
x37
x1
x40
x20
x163
x10
x197
x2
x340
x5073
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x106
x19
x1

48

กระทู้

320

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10605
เงินตำลึง
93865
ชื่อเสียง
15270
ความหิว
91
คุณธรรม
309
ความชั่ว
0
ความโหด
23
ชิวชุน - 秋春
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-4 23:11:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-12-2 12:46

85
= ค่ำคืนแห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ บทแรก =

          หลังมื้อเย็นในถ้ำหลืบผาหงส์ฟ้า ณ เมืองว่านเฉิง หลิน ซ่งหยางหมิง ซ่งเหมยฮัว และเจียนหลิว ได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการออกตามหาเบาะแสของพรรคภูติทมิฬลมดำแล้วจึงได้ข้อสรุปว่าเมืองหลวงฉางอันอาจเป็นศูนย์กลางของนักเดินทางและชาวยุทธ์มากหน้าหลายตา อีกทั้งยังเป็นสถานที่แรกที่นำพาให้หลินและซ่งหยางหมิงได้รู้จักกับพรรคตรรกะแปลกนี้อีกด้วย บางทีพวกเขาทั้งสี่อาจพบเบาะแสของกลุ่มพรรคกระต่ายนั่นบ้างก็เป็นได้ เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสี่จึงเริ่มออกเดินทางไปยังฉางอัน
         
          ณ ย่านการค้า เมืองฉางอัน
          ทั้งสี่เดินทางมาถึงยังเมืองหลวงฉางอันโดยอาศัยติดเกวียนพ่อค้าเร่มาจากเมืองว่านเฉิง และเมื่อถึงยังจุดหมายพวกเขาไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณเหล่าคาราวานของพ่อค้าเร่ใจดีที่ให้ทั้งสี่อาศัยติดเกวียนมา ย่านการค้าค่อนข้างครึกครื้นเป็นอย่างมากไม่ต่างจากที่ผ่านมาเท่าไรนัก ทว่ากลับมีป้ายประกาศถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์อยู่เต็มรอบเมืองไปหมด
          "เทศกาลไหว้พระจันทร์?" เจียนหลิวเอ่ยขึ้น เขามองไปรอบๆ เมืองแล้วจึงคิดได้เช่นนั้น
          "ถูกต้องค่ะ วันที่ 15 เดือน 8 ของทุกปีชาวฮั่นจะจัดเทศกาลไหว้พระจันทร์ขึ้น" ซ่งเหมยฮัวอธิบาย
          "ข้าเคยได้ยินมาบ้างว่าเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญสำหรับชาวฮั่น" หลินเอ่ยตอบพลางครุ่นคิดขุดเอาความรู้เก่าที่ปู่ของนางเคยเล่าให้ฟังขึ้นมา
          "อยากไปร่วมเทศกาลที่หอปี้ซูหน่อยไหมคะ?" ซ่งเหมยฮัวกล่าวเชิญชวนด้วยรอยยิ้ม โดยในใจของนางเองก็คิดอยากไปร่วมสนุกกับเทศกาลอยู่ไม่น้อย
          "ไปสิ ข้าไม่ค่อยได้มาร่วมงานที่ฉางอันมานานมากแล้ว" ซ่งหยางหมิงเอ่ยอย่างเห็นด้วยกับความคิดของน้องสาว
          "ข้าขอผ่านแล้วกัน ง่วงจะตายอยู่แล้ว" เจียนหลิวบอก เขาปิดปากหาววอดๆก่อนเดินออกไปไหนก็ไม่ทราบ
          "เจ้าจะไปไหนรึเจียนหลิว" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถามก่อนที่จะแยกทางกัน
          "ข้าจะนอนรออยู่หน้าโรงเตี๊ยมแล้วกัน" เจียนหลิวบอกก่อนโบกมือแล้วเดินหายไปในกลุ่มคนที่กำลังเดินพลุกพล่าน
          "เจ้ายังอยู่แสดงว่าจะไปด้วยกันสินะ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยขึ้นพลางกลั้วหัวเราะเล็กน้อย
          "อืม มันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย" หลินตอบอีกคนด้วยน้ำเสียงห้วน
          "เช่นนั้นข้าจะนำพี่ชายพี่สาวไปยังหอปี้ซูเองค่ะ" ซ่งเหมยฮัวกล่าวเสียงใส จากนั้นนางจึงนำอีกสองคนไปยังหอปี้ซูด้วยความตื่นเต้นอันไร้เดียงสาแบบเด็กๆ

         

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
คบเพลิง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x6
x10
x18
x12
x5
x5000
x42
x4
x60
x1
x300
x103
x100
x28
x3
x9999
x8000
x50
x22
x40
x22
x2
x2
x5
x100
x230
x50
x1
x1
x30
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x58
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x8
x250
x20
x185
x50
x4
x58
x115
x50
x78
x25
x1
x47
x5
x11
x20
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-3-21 13:28

ขึ้นไปด้านบน