กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 448|ตอบกลับ: 15

{ เมืองเจียงเยี่ย } โรงเตี๊ยมถังฟง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-21 00:12:42 |โหมดอ่าน
โรงเตี๊ยมถังฟง


โรงเตี๊ยมขนาดกลางมีสองชั้น ด้านล่างเป็นส่วนของร้านอาหาร
ด้านบนเป็นห้องพักจำนวน 6 ห้อง ไม่เล็กและไม่ใหญ่มากจนเกินไป



ชื่อกิจการ: โรงเตี๊ยมถังฟง
เจ้าของกิจการ: หวง ถังฟง
ประเภทงาน: แสดง สุรา น้ำชา อาหารทั่วไป และ ที่พักค้างคืน
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชั่วโมง

#ประทับตราเจ้าเมืองเจียงเยี่ย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-11-21 02:18:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-23 13:44

1 Day

             โรงเตี๊ยมถังฟงตั้งอยู่ข้างๆโรงหมอ ลู่ มี่ฟาง ใช้สถานที่นี้ในการขอค้างคืนและพักผ่อนแลกกับการทำงาน 3 วัน เมื่อได้เข้าไปด้านใน เขาได้ทำแบบที่ได้ทำที่โรงเตี๊ยมในจื่อถง นั่นคือไปหาเสี่ยวเอ้อร์ติดต่อหาโรงเตี๊ยมเพื่อขอเข้าทำงานในที่นั่น ประกอบกับขอที่พักฟรีไปด้วย เนื่องจากเงินที่มีอยู่น้อยนิด ลำพังชายหนุ่มเองก็ไม่อยากสิ้นเปลืองมากไป สู้ทำงานแลกเอาเลยดีหว่า ได้ทั้งต้นได้ทั้งดอก(?) คุ้มทุนเป็นไหนๆ เสียแรงแต่ได้ประสบการณ์.

              "ท่านชายลู่ มี่ฟางขอสมัครเข้าทำงานเจ้าค่ะเถ้าแก่" เสี่ยวเอ้อร์ตะโกนดังมาถึงหูชายหนุ่มที่ยังนั่งคอยอยู่ มี่ฟางยิ้มอ่อนกับการกระทำที่ดูเปิดเผยนี้
              "เชิญเขาเข้ามา!" เถ้าแก่ตระโกนตอบ ช่างเป็นโรงเตี๊ยมที่เป็นกันเองเสียเหลือเกิน
              มี่ฟางเข้าไปข้างในหลังจากเสี่ยวเอ้อร์สาวมารับ ที่ที่ไปคือห้องทำงานของเถ้าแก่ เขากำลังทานของว่างขณะนั้นก็ใช้ลูกคิดคำนวณรายได้ของโรงเตี๊ยม
              "ไหนที่จะมาสมัครงาน ทำอะไรได้บ้าง"
              "ข้าเล่นดนตรีและพอทำอาหารได้บ้างขอรับ"
              เถ้าแก่เงียบไป วางลูกคิดไว้บนโต๊ะเสียงดังปึง ใบหน้าของเขาที่ดูน่ากลัวอยู่แล้วพาลให้ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก แต่กระนั้นชายหนุ่มก็หายใจเข้าลึกๆทำตัวตามสบายแบบที่เคยทำมา
              "แค่สองวันสินะ ได้ๆ" เขาหัวเราะเสียงดัง
              "ส่วนที่พัก..."
              "ถ้าทำงานดีก็พักฟรี ถ้าไม่...ก็จ่าย"
              รู้สึกเหมือนได้เจอพ่อค้าหน้าเลือดพิกล...
              "ขอรับ ข้าทราบแล้วเถ้าแก่"
              "ดีๆ... เสี่ยวเอ้อร์! ไปส่งนางที่ห้อง พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน!"
              "เจ้าค่ะ"
              เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนเกิดขึ้นได้เร็ว มี่ฟางรู้สึกราวสติถูกตัดฉับเมื่อเถ้าแก่ใช้คำว่านางกับเขา ถึงจะพอรู้ว่าชายชราอายุราวๆ 70 กว่าปีจะมีสายตาไม่ดีแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมองกลับเพศถึงเพียงนี้...
              "ข้าเป็นชา---"
              "แม่นางไปที่พักกัน"     
              "แม่นางๆ อย่ารบกวนเถ้าแก่เลย"
              "แม่นางพรุ่งนี้ท่านมาทำงานกับข้าเถอะ"
              "แม่นาง~~~~~~"
              ....โอ้ไม่นะ
             และหลังจากนั้นลู่มี่ฟางก็ได้ที่พักฟรีสมใจ แต่แทนที่ด้วยตนถูกเถ้าแก่มองเป็นสตรี พร้อมด้วยการสนับสนุนจากเสี่ยวเอ้อร์คนอื่นๆให้เขาได้แต่งหญิงทำงานกว่าสองวัน อย่างน้อยก็ได้แลกกับการดูแลท่านนักพรตคนนั้นอย่างใกล้ชิดล่ะนะ... (ยิ้มอ่อน) แต่งานดันเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปด้วยนี่สิ!?



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ธนูใหญ่
บันทึกซางยาง
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2017-11-23 13:15:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-23 23:08

2 Day

                พอกลับมาจากตลาดก็เริ่มเปลี่ยนชุดไปทำงานทันที หน้าที่ของเขาค่อนข้างชวนให้น่ารำคาญใจเล็กน้อย ชายหนุ่มต้องเดินออกมาจากที่พักพร้อมชุดของเสี่ยวเอ้อร์ ทำหน้าที่เล่นดนตรีขับกล่อมผู้คนด้วยกู่เจิงและเสริฟอาหารในเวลาถัดมา ในโรงเตี๊ยมนี้แทบจะไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก นอกเสียจากการทะเลาะวิวาทกันระหว่างลูกค้า พวกเขาปาจานชามและอาหารไปมาอย่างเกรี้ยวกราดในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเล่นดนตรี ในหัวชักจะว้าวุ่น เรื่องลูกค้าทะเลาะกันนั้นไม่มีปัญหา เพราะยังไงก้จะมีคนดูแลโรงเตี๊ยมออกมาลากคอไปเก็บ แต่ที่เหนื่อยใจยิ่งกว่าคือคนที่นั่งอยู่ทางสามนาฬิกาต่างหาก
               'ลี่ จินหวาง' จ้องมองเขาพลางจิบชา บรรยากาศอันแสนมายุส่งมาแม้จะอยุ่ไกลกัน ลูกค้าที่นั่งอยู่รอบๆยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันแปลกๆ เขาล่ะรู้สึกสงสารคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่นัก การถูกคุมตัวซึ่งขยับอะไรได้ยากลำบากเช่นนี้เป็นอะไรที่แสนหนักใจเสียเหลือเกิน
               เนื่องจากการทำงานในครานี้ต้องแต่งหญิงตามความต้องการของเถ้าแก่ ชายหนุ่มจึงสามารถพลางตัวจากลูกค้าหลายๆคนที่เห้นเขาก่อวีรกรรมที่ทุ่งดอกไม้ อย่างน้อยก็ไม่มีใครจำตนได้เพราะเครื่องประทินโฉมแท้ๆ



               "การบรรเลงของข้าจบลงเพียงเท่านี้ ข้าขอตัว" ชายหนุ่มโค้งศีรษะลง ย่อตัวอย่างอ่อนช้อยงดงามก่อนที่จะเดินถือกู่เจิงออกไปจากเวทีกลางร้าน เขาสางเส้นผมที่ปกปิดใบหน้านิดหน่อย เดินผ่านเครื่องเงาทีก็ได้ยลโฉมตนเองที
               'เหมือนผู้หญิงจริงๆด้วย...'
               "ต่อไปเจ้าต้องไปหอหยางไท่เยี่ยแล้ว" จินหวางยืนพิงเสาเอ่ยขึ้น
               "ท่านมาได้ไงน่ะ!?" มี่ฟางตกใจอย่างมากเมื่ออีกฝ่ายโผล่มาโดยที่ไม่เกิดเสียงใดใดเช่นนี้ แถมอีกอย่างคือที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเสี่ยวเอ้อร์เท่านั้น... ห้องแต่งตัวยังไงล่ะ "ให้ข้าได้เปลี่ยนชุดก่อนมิได้หรือ?"
               "เกรงว่าถ้าออกไปทำงานสภาพชายจะโดนตำหนิ หรือเจ้าอยากจะเดือดร้อน?"
               ใครๆก็รู้ดีว่าที่หอหยางไท่เยี่ยนั้นมีคนมาแวะเวียนเป็นจำนวนมาก และอีกหลายๆคนนั้นก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายจากทุ่งดอกไม้อีกด้วย ถ้าหากไปในร่างชายที่ยังเป็นแพะโดนเอาผิด อาจทำให้คนอื่นเหยียดหยาม ตำหนิ หรือต่อว่า แต่ถ้าหากไปในร่างหญิงซึ่งไม่มีใครคุ้นเคยด้วยแล้วทุกอย่างก็เหมือนปกติดี
              "แต่ท่านชายส่งเจ้ามาเพื่อจับตามองข้า และข้าเป็นแพะของเหตุการณ์ในครานั้น หากข้าโดนตำหนิหรือถูกทำร้ายขึ้นมาเจ้าก็ต้องมาช่วยเหลือข้ามิใช่หรือ?" มี่ฟางกล่าวลองเชิง ปฏิกริยาอีกฝ่ายนิ่งไปสักพักก็เอ่ยตอบ
              "ไม่ผิด หากเจ้ามั่นใจนัก จะทำอะไรก้แล้วแต่เจ้า ข้าไม่ได้ช่วยเหลือได้ทุกครั้งหรอกนะ"
              เป็นไปตามที่คาดเดา มี่ฟางแม้จะถูกจับตามองก็ยังได้รับการคุ้มครองตัวด้วย
              "ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านออกไปก่อน ข้าขอเวลาเปลี่ยนชุดสักครู่เดี๋ยวออกมาหา"
              "ได้" ตอบตกลงแล้วก็เดินออกไปจากห้องอย่างว่าง่ายทันที ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเข้าไปทำหน้าที่ของตนบ้าง

              (ณ ห้องทำงานของเถ้าแก่)
              "ต่อไปตอนเย็นของวันนี้คืองานสุดท้ายนะ" เถ้าแก่จดตารางงานและมอบให้มี่ฟาง "ถ้าแลกกับที่พักฟรีแล้วก็ไม่มีรายได้อะไรให้มากมายนักหรอก" เขาว่า
             "แค่ได้ทำงาน และได้ที่พักก็เพียงพอมากแล้วขอรับ"
             "จะว่าไปเจ้าน่ะเป็นนักแสดงรับจ้างรึ? ชื่อเสียงเจ้าขจรไปทั่วจนถึงที่นี่เลยนะ แต่การทำแบบนี้มันจะดูแปลกๆไปหน่อยไหม" เถ้าแก่ชี้เเจง
             "ข้าเพิ่งมีประสบการณ์เล็กน้อยนัก หากผิดพลาดอะไรข้าจะนำไปปรับปรุง" มี่ฟางกล่าวอย่างถ่อมตัวแล้วเริ่มฟังคำแนะนำของเถ้าแก่ จากที่สรุปโดยคร่าวๆดูเหมือนว่าเขาจะมุ่งเน้นเป้าหมายมากเกินไปอาจทำให้ดูไม่ดีได้ เวลาจะทำงานอะไรแล้วนอกจากจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมาย แต่ต้องดูผู้คนหรือรายละเอียดยิบย่อยให้ดี ทั่วหล้านี้มิมีใครใจดีไปเสียทุกคน และการกระทำครั้งนี้เถ้าแก่ก็ขอให้เขาช่วยพัฒนา และความผิดพลาดในครั้งนี้ก็ขอให้เป็นอย่างสุดท้าย แม้จะหน้าดุไปหน่อยแต่หากเป็นคนที่เคยทำงานในพื้นที่ต้นก็นับว่าเป็นครอบครัวหนึ่ง
             "...หวังว่าเจ้าจะทำได้นะ" เถ้าแก่กล่าวทิ้งท้าย
             "ขอรับ ข้าขอขอบคุณท่านมาก" มี่ฟางคารวะและยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ นี่อาจเป็นการทำงานครั้งสุดท้ายเพราะใกล้วันที่ท่านนักพรตได้ออกจากโรงหมอแล้ว
             "อืม เจ้าอยากไปทำอะไรของเจ้าก็เชิญ"
             "ขอรับ"

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -12 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -12 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ธนูใหญ่
บันทึกซางยาง
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-22 20:41:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2017-12-23 01:29

การสั่งอาหารที่พิถีพิถัน


        เหวินซ่างได้เดินนำทางขอทานน้อยไปยังโรงเตี๊ยมใกล้ๆเพื่อจะเลี้ยงข้าวให้อีกฝ่าย ในระหว่างที่เดินไปอยู่นั้นเหวินซ่างก็หันไปมองเสี่ยวหลงเปาที่บินตามาใกล้ๆว่าอย่าเข้ามาก่อน แต่แล้วชายหนุ่มก็ไปสะดุดกับสายตาที่พยายามทำเป็นใส่ซื่อระคนไร้เดียงสาสาดใส่เข้ามาอย่างตั้งใจเสียเต็มรูปแบบ.. คนคนนั้นคือขอทานน้อยนั้นเอง ขอทานน้อยเริ่มเปิดบทสนทนาก่อนเป็นคนแรก


         "นี้ๆ ท่านเหวินซ่าง ท่านมีเงินเยอะพอจะเลี้ยงข้าใช่หรือไม่" ขอทานน้อยพูดขึ้นแล้วมองหน้าของเหวินซ่างต่อไป
        "คือว่าๆ ข้าน่ะเป็นพวกกินจุเอามากๆก็เลยเกรงว่าท่านจะจ่ายไหวไหมอะน้า" ขอทานน้อยพยายามหาสาเหตุที่ตนถามออกมา จากที่เธอขโมยหมั่นโถวและซาลาเปาเยอะขนาดนั้นก้น่าจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนดีมิใช่หรือ


        "ก็พอจะอยู่ได้สองสามวันเท่านั้น.. ตราบใดที่เจ้าไม่คิดจะขโมยเงินข้าที่หน้าโรงเตี๊ยมนี้น่ะนะ" จู่ๆก็ถามเรื่องเงิน.. เลี้ยงคนคนนึงก็พอทำได้อยู่แต่ถ้ามาสูบรีดเงินทองก็คงแย่ไปหน่อย ขอทานคนนี้อาจกินจุดังว่า แต่สายตาแบบนั้นเหมือนพยายามจะหอกว่าตนเป็นพวกไร้เดียงสาทั้งๆที่พึ่งใช้วรยุทธแล้วก็วิชาตัวเบาขั้นกลางมาให้เห็นหยกๆเองเนี่ยนะ จะน่าสงสัยเกินไปแล้วมั้ง


        แต่เมื่อเหวินซ่างพูดจบก็ไม่มีบทสนทนาอย่างใดอื่นอีกนอกจากสายที่ยังส่งเข้ามาอย่างไม่ลดละนั้น จนในที่สุดทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมแห่งนึงจนได้ ถ้าเป็นที่นี้ก็คงพอเลี้ยงได้อยู่แถมใกล้ๆนี้เองอีก "ถ้างั้น.. จะเข้ากันไปเลยไหมขอทานน้อย?" ชายหนุ่มหันไปถามขอทานน้อยข้างตัวด้วยรอยยิ้ม ยังไงก็คงอยากไปหาอะไรกินแล้วล่ะมั้ง

        “เข้าไปกันเถอะ”
ชายหนุ่มขอทานเอ่ยขึ้นก่อนเดินนำอีกฝ่าย แต่ทว่าเมื่อเขาเดินเข้าไป ก็ถูกเสี่ยวเอ้อห์รีบเข้ามาห้าม ทำท่าจะไล่ขอทาน "เฮ้ย! เจ้าเข้ามาทำไมเนี้ย เดี้ยวลูกค้าข้าก็หนีออกหมดหรอก ออกไปๆ" เสี้ยวเอ้อรีบเดินเข้ามาพร้อมกับปัดมือไล่ไปด้วย

     
   “ข้… ใครบอกข้าจะมาขอทานกันเล่า” ชายหนุ่มเท้าเอวก่อนยืดมองอีกฝ่าย “ข้ามากินอาหาร” ขอทานน้อยด้วยเสียงดังด้วยท่าทีที่มั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม แต่เสี้ยวเอ้อก็ยังมีท่าทีไม่ไว้ใจอยู่ดี แต่เสี้ยวเอ้ก็เห็นชายหนุ่มใกล้ คงจะโดนหลอกให้มาเลี้ยงล่ะมั้ง เสี้ยวเอ้อหนุ่มจึงจึงกระชิกตัวไปใกล้เหวินซาง “ท่านมีเงินจริงๆ นะ” "มีสิท่าน ไม่เป็นไรหรอก" เหวินซ่างตอบด้วยท่าทีไม่รีบร้อนและยิ้มตอบ

      
  “หึ นายท่านผู้นี้มี” ชายหนุ่มพูดก่อนเดินไปนั่งโต๊ะ "เฮ้อ.. ร้านนี้น่ะนะมีประวัติอันยาวนาน อาหารแต่ละจานก็ดูทำมาอย่างปราณีตและงดงาม แม้แต่ชื่อก็คิดแล้วคิดอีกกว่าจะได้มาในชื่อแต่ละเมนู ต่อให้เป็นของกับแกล้มก็ไม่มีการละเว้น ทั้งนักดนตรีและนางรำของที่นี้ก็ถูกคัดสรรค์มาอย่างดี ใครก็ามที่เล่นผิดแม้แต้โน๊ตเดียวก็จะไม่ได้รับค่าจ้างและถูกไล่ออกทันทีนะ"
        ชายหนุ่มขอทานนั่งฟังเสี่ยวเอ้อห์แนะนำร้านอยู่ยาวพอสมควรก่อนจะพูดขึ้นหลังจากเสี่ยวเอ้อห์สาธยายยาวเหยียดจนน่าเบื่อ “เจ้าพูดมากแบบนี้ก็เพราะดูถูกพวกเรา กลัวเราไม่มีเงินจ่ายใช่ไหม”


        "น่าๆ ข้าเข้าใจนะเสี้ยวเอ้อว่าท่านรู้สึกกังวลแค่ไหน แค่ข้ามีเงินจ่ายจริงๆนะวางใจเถอะ" เหวินซางพูดขึ้นพร้อมกับโบกมือเบาๆเป็นเชิงว่าไม่เป้นไร ข้าเต็มใจจริงๆอยู่ “ได้ยินหรือยัง พี่ชายท่านนี้บอกว่ามีเงินจ่าย” ขอทานน้อยช่วยเสริม แต่ท่าทีของเด็กคนนั้นก็ทำเอาชายทั้งสองรู้สึกหนักใจอยู่ไม่น้อยเลย "ก็ได้ๆ งั้นจะสั่งอะไรล่ะ?" เสี้ยวเอ้อพูดขึ้นแล้วยืนตัวตรง พร้อมจะรับออเดอร์


        “เอา ผลไม้สี่ ผลไม้สดสี่ ผลไม้ดองสอง และผลไม้เชื่อมอีกสี่อย่าง” สิ่งที่ขอทานน้อยพูดออกมาทำเอาเหวินซ่างและเสี้ยวหันไปมอง สั่งแบบนี้ได้ที่ไหนกันเล่า! "สี่อย่าง? คำมันออกจะกว้างไปนะเจ้า เอาชื่อของผลไม้ด้วยสิ" ขอทานน้อยฟังเสี่ยวเอ้อห์ถามชนิดผลไม้ก่อนคิดอยู่ครู่นึงและเอ่ยปากตอบอีกฝ่าย “ดูแล้วร้านเจ้าทั้งซอมซ่อและเล็กแบบนี้ ก็คงทำอะไรวิเศษมากไม่ได้หรอก”

   
    “งั้นเอางี้ก็ได้..ลิ้นจี่ ลำใย พุทรา แปะก้วย นี่คือผลไม้แห้งสี่อย่าง ส่วนผลไม้สดก็เลือกเอาที่สดใหม่แล้วกัน” “ผลไม้ดองข้าต้องการ อิงเถาหอม ลูกพลัมนุ่มละมุน ผลไม้เชื่อมข้าเอาส้มกุหลาบ องุ่นหอมหวาน ลูกท้อตกผนึก เนื้อสาลี่ท่านชาย” ขอทานน้อยแจกแจงรายการอาหารก่อนยกชาขึ้นจิบหันไปมองเสี่ยวเอ้อห์ “มีหรือเปล่าล่ะ”


        "มีอยู่แล้ว! จะเอากับแกล้มเพิ่มอีกไหมล่ะเจ้าหนู?" เหมือนเสี่ยวเอ้อจะรู้สึกว่าถูกท้าทายอยู่จึงเริ่มเปิดศึกกันแล้ว ส่วนเหวินซ่างนั้น..ก็ได้แค่รินจานั่งจิบอยู่เงียบๆ ดูยังไงเขาก็คงต้องกินส่วนที่ขอทานน้อยสั่งอยู่แน่เลย “แน่นอนสิ เอากับแกล้มมาแปดอย่าง....เจ้าจำชื่ออาหารไว้ให้ดีนะ"

        “นกกระทาล้อบุปผา, ตีนเป็ดเล่นไฟ, ลิ้นไก่จมแม่น้ำ, ท้องแพะลุยโคลน, นกเป็ดน้ำเจี๋ยนเอ็นวัว, เนื้อกระต่ายเบญจมาศ, ขากวางแม่น้ำลงกระทะ, คากิระเริงขิงหมัก” "หึ! รอดูได้เลย!" เสี้ยวเอ้อยิ้มเย็นก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในหลังร้าน ไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกยกมาเสิร์ฟ “ตะลึงเลยล่ะสิ” เสี้ยวเอ้อพูดก่อนจะสะบัดตัวออกไปเหมือนได้รับชัยชนะอะไรบางอย่างอยู่


        “นี่เจ้ากำลังสงสารเงินในกระเป๋าตัวเองแล้วใช่ไหม” เมื่ออาหารทั้งหมดถูดวางมาครบเรียบร้อยแล้วขอทานน้อยก็เริ่มเปิดบทสนทนา "ก็ไม่ขนาดหรอก แต่ชื่อกับแกล้มที่เจ้ามาเนี่ยสิ..ไม่พิถีพิถันไปหน่อยเหรอ?" “พิถีพิถันเหรอ นี่เจ้าเสียดายเงินในกระเป๋าตัวเองขนาดนี้เชียว” "เฮ้อ เจ้าพูดเหมือนเคยเทเงินทิ้งเล่นงั้นแหละ ขนาดเพื่อนของข้ายังคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้ออะไรมากินเชียวนะ"


        “นี่ งั้นข้าไม่เกรงใจนะ” ขอทานน้อยชี้ไปยังบรรดาอาหารก่อนจะถามเจ้ามือของวันนี้ "ตามสบายเถิดเจ้าหนู" เมื่ออีกฝ่ายอนุญาต ขอทานน้อยก็ลงมือลิ้มลองอาหารอย่างละเมียดละไมราวกับเรียนรู้มาอย่างดี ชิมแต่ละจานอย่างละนิดอยู่ครู่นึงก่อนนั่งลง "มีอะไรรึขอทานน้อย?"


        “ก็ข้าคิดว่าร้านอาหารใหญ่โตเช่นนี้จะมีของดีสักแค่ไหนเชียว ที่แท้ก็แค่เนี้ยเอง” เหวินซางเลิกคิ้วขึ้นแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อก่อนจะหันไปรินชาให้ ขอทานน้อยเองก็มองอีกฝ่ายรินชาให้ตนก่อนนั่งมองนู่นนี่นั่น "จะว่าไป บ้านเจ้าอยู่ไหนรึ" เขาพูดขึ้นก่อนจะเท้าคางฟังอีกฝ่ายพูดอย่างตั้งใจ “ข้าไม่มีบ้าน” เขาตอบอีกฝ่าย “แม่ข้า...ตายตั้งแต่ยังเล็ก พ่อข้าก็หาแม่เลี้ยงมาให้อีก... นางรังแกข้าทุกวัน ไม่ให้ข้ากิน ไม่ให้ข้าดื่ม ขนาดฟ้ายังไม่ทันสว่าง นางก็ให้ข้าไปทำงาน… ฟ้ามืดก็ยังไม่ยอมให้ข้านอน”


       “ข้าเคยหิวจนจะเป็นลม อยู่บนเขาตั้งหลายครั้ง ขนาดหมาป่ามา พวกมันก็ยังเมินข้าเลย เจ้ารู้ไหมว่าทำไม”
        "เพราะเจ้าไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันรึ?"
        “ก็เพราะข้าผอมเกินไป” ขอทานน้อยพูดก่อนกุมท้องตัวเอง “แม้แต่พวกมันก็ยังไม่สนใจข้า”



        "เอาเถอะ มาฟังเรื่องของข้าบ้างดีกว่า เจ้ารู้ไหม?ว่าช่วงนี้นะพวกพรรคภูติทมิฬลมดำกำลังตามหาธิดาประจำพรรคอยู่ ข้าได้บังเอิญไปเจอกับเด็กคนนึงที่เป็นเหยื่อของเรื่องแบบนี้ โชคดีที่ระหว่างนั้นก็เจอฮองเฮามาช่วย ตอนนั้นน่ะอันตรายสุดๆเลย" เขาพูดก่อนจะหยุดไปคีบกับแกล้มขึ้นมากิน

        
“โง่จริงๆ เลย โดนขอทานหลอกชะตัวหมุนเลย” เสี่ยวเอ้อห์ที่มาเสิร์ฟอาหารมองอีกฝ่ายก่อนพูดบ่น



       "แล้วก็นะ แถวฉางอันมีเทศกาลลอยโคมตอนนั้น่ะ ยังกับแม่น้ำที่ทำจากทองเลย สวยงามยังกับยกดินแดนสวรรค์มาลงเลยล่ะ" เหวินซ่างเมินคำบ่นของเสี้ยวเอ้ก่อนจะเล่าต่อ ใช่ว่าเขาไม่รู้ซะหน่อย แต่เห็นว่าสนุกดีก็เลยอยากจะดูต่อมากกว่า


       “ที่นั่นสวยไหม ก็ดูเจ้าพูดเข้าสิ! ยังกะดินแดนสวรรค์ โม้หรือเปล่าเนี่ย” แต่ดูท่าว่าขอทานน้อยคนนี้จะสนใจเรื่องที่เขาเล่าเป็นเอามากเลย


       "ไม่เลยๆ มันงดงามจนเรียกแบบนั้นได้เลย" เหวินซ่างยิ้มให้อย่างเอ็นดูก่อนจะเล่าต่อ "แล้วก็นะ ระหว่างทางก็มีอินทรีหัวขาวกับหัวน้ำตานคอยหาจุดที่คนอยู่กันน้อยไม่ก็ทางออกจากงาน เจ้าพวกนี้ช่วยได้เยอะในหลายๆเรื่องเลย เจ้าอยากเห็นไหม"

     
“ข้าอยากดู ๆๆ อยู่ที่ไหนล่ะ” ขอทานน้อยตื่นเต้นเมื่อได้ยินพูดถึงอินทรีสองตัว "เอาไว้หลังทานข้าวเสร็จนะ ข้าปล่อยให้มันบินเล่นกันอยู่แถวป่านอกเมือง" ที่จริงเสี่ยวหลงเปาก็อยู่ในเมืองนี้ แต่พะโล้ก็บินเล่นกับถังหูลู่อยู่เลยปัดเป็นคร่าวหน้าก่อนดีกว่า "อ่อ ใช่ หากมีโอกาสข้าพาเจ้าไปดูเทศกาลโคมลอยด้วยกันนะ"

   
  “เหะ น่าสนุกดี คราวหน้าเจ้าต้องพาข้าไปดูด้วยนะ” "ได้อยู่แล้ว" เหวินซ่างตอบตกลงโดยไม่ลังเล หากเด็กคนนี้แต่งตวให้ดีๆเสียหน่อยคงรูปหล่อใช่เล่น

     
“ข้าอยากจับอินทรีขาวมาเล่นมั่ง” ขอทานน้อยพูดก่อนรินชาให้อีกฝ่าย "พวกมันไม่ใช่ของเล่นนะ แถมกรงเล็บมันก็อันตราย หากจะให้มาเกาะก็ต้องมีผ้าหนาๆด้วย มันจะเป็นอันตรายต่อเจ้านะขอทานน้อย" ปกติที่เสี่ยวหลงเปาหรือพะโล้เข้ามาเกาะได้เพราะเขาก็ใส่เสื้อหนาไว้กันความหนาวอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาอะไร “แม้แต่เจ้ายังดูถูกข้า” แต่เหมือนขอทานน้อยจะไม่ได้คิดแบบนั้น

        
"มิได้ๆ ข้าก็แค่กลัวเจ้าจะเป็นอันตรายหากจะเล่นกับอินทรีแบบนั้นจริงๆ"
       “ท่าทางข้าคงไม่มีที่ไปจริง” ขอทานน้อยพูดงอนอีกฝ่าย ก่อนยืนขึ้นหยิบผลไม้สดที่อยู่ปลายสุดโต๊ะมากิน"ไม่หรอกน่าเจ้ายังมีพ่ออยู่นะ"
        “ท่านพ่อไม่สนใจข้าหรอก” เหวินซ่างถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันไปหยิบถุงเงินที่บรรจุเงินกว่าหนึ่งพันตำลึงแล้วยัดใส่มืออีกฝ่าย แต่เงินแบบนี้ก็คงเอาไปตั้งตัวไปเองสบายๆ

        
“นี่ท่านให้ข้าหมดเลยเหรอ...แล้วเจ้าไม่กลัวข้าเป็นสิบแปดมงกุฎเหรอ” ขอทานน้อยเงยหน้าขึ้นมาเหมือนจะถาม แต่อีกฝ่ายยิ้มตอบเหมือนไม่ใช่เรื่องมากมายอะไรเลย
       "เจ้าคงไม่คิดจะหลอกข้าหรอก ใช่ไหม?" แต่ขอทานน้อยไม่ทันพูดตอบก็ฮักชิ้วด้วยอากาศหนาวเสียก่อน เมื่อเห็นดังนั้นเหวินซ่างหันไปหยิบชุดสำรองอีกตัวไปห่มให้ ขอทานน้อยหันมองมองตนแต่เขาไม่รู้ว่าทางนั้นกำลังคิดอะไรอยู่เลยได้แต่ยิ้มตอบกลับไปแค่นั้น


         “แต่เจ้ายังไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร หรือแม้แต่ชื่อข้าเจ้าก็ยังไม่รู้ ทำไมเจ้าถึงเชื่อข้าล่ะ“
         "ก็.. ไม่รู้สิ ข้าก็คิดว่าเจ้าเชื่อได้เท่านั้น มาถามแบบนี้ข้าก็ใจเสียแย่สิ" ชายหนุ่มเกาหัว ต่อให้เชื่อไม่ได้แต่วันนี้ก็สนุกดีอยู่แล้ว
         “ทำไม เสียใจแล้วเหรอ”
         "เอาน่าๆ ข้าไม่เสียใจหรอกนั่งลงเถอะ" เหวินซ่างดันมือไปที่บ่าของขอทานน้อยให้นั่งลงแล้วอีกฝ่ายก็ยอมนั่งจริงๆ



         "ข้าชื่อเหวินซ่าง ยินดีที่ได้พบ" เมื่อขอทานน้อยนั่งเรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มแนะนำตัว ขอทานน้อยเองก็ยิ้มตอบก่อนจะยอมกล่าวชื่อของตนออกมา “ข้าแช่หวง ชื่อ หรง”

        
"แล้ว.. ตอนนั้นเจ้าไปขโมยของทำไมรึ?" ไหนๆก็ยอมบอกชื่อกันแล้วเขาก็เริ่มเข้าประเด็นที่สงสัยทันที “ขโมย!? เจ้าว่าข้าขโมยของคนอื่นเหรอ” "ก็ซาลาเปาเมื่อตอนนั้นไง หรือเจ้าลืมแล้ว?"
         “ซาลาเปาเน่านั่นน่ะนะ ให้ข้าๆ ยังไม่อยากได้เลย เจ้าคงสงสัยว่าทำไมสินะ...เพราะพวกมันใช้ตาสุนัขดูถูกคนอื่น!” ขอทานน้อยกอดอก ทำทีว่าไม่พอใจอย่างมาก
        “ข้าเลยจะทำให้การค้าพวกมันล่มจม ก็เลยขโมยซาลาเปาพวกมัน ล่อให้พวกมันตามมา เล่นจนพวกมันไล่ตามจนลืมทิศลืมทางเลย ฮ่ะๆ! รอจนพวกมันกลับไปสิ รับรองที่ร้านต้องไม่เหลือซาลาเปาสักลูกแน่ ต้องโดนหมากินหมดแน่เลย ฮ่ะๆ” ขอทานน้อยลุกขึ้นมาหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะหันไปถามเหวินซ่างต่อ


         “เจ้าว่าสนุกไหม”


         "มัน..ไม่ถูกนะ ถึงจะลอกว่าล่มจมแต่แค่วันเดียวก็ไม่ถึงขนาดเรียกได้ว่าล่มหรอก" ตนเองก็เป็นคนหาบเร่ เรื่องของขายแต่ละวันมีหรือที่เขาจะไม่รู้ ถึงรายได้จะเสียวันนี้แต่พรุ้งนี้ก็คงเอากลับคืนมาได้ไม่ยากเย็นนักหรอก "ล้วก็..นั่งลงเถอะ"

         เมื่อขอทานน้อยยอมนั่งลงตามที่บอกแล้วเหวินซ่างก็เริ่มพูดต่อ
"ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ มันถูกแล้วก็ไม่ได้เกิดอะไรให้ดีขึ้นด้วย" “ทำไมจะไม่ถูกล่ะ!”


       "ก็อย่างที่ข้าบอกไป ขโมยให้หมดแค่วันเดียวก็ไม่ทำให้เดือดร้อนจนต้องปิดร้าน แล้วเจ้าก็แค่ไม่ชอบสายตาที่มองมาก็เลยทำแบบนั้นเองนิ?คนผิดแต่แรกก็คือเจ้านะ ต่อให้ขโมยหมั่นโถวหรือซาลาเปาไปอีกเท่าไรสายตาของพ่อค้าพวกนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรอก..จนกว่าเจ้าจะแสดงคุณค่าของตัวเองขึ้นมาน่ะนะ"


         “ก็ข้าเป็นคนแบบนี้ ก็ข้าจะแกล้งพวกมัน ข้าเห็นพวกมันแล้วขัดตา ก็ต้องสั่งสอนมันสิ เจ้ายุ่งอะไรด้วย” ขอทานน้อยเริ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มจะพูดมากเกินไป
      
  “อย่าคิดว่าเจ้าเลี้ยงข้าวข้ามื้อนึง เอาเงินเจ้าคืนไป แล้วก็ชุดหนังผืนนึงแล้วคิดจะสั่งสอนข้าได้นะ” ขอทานน้อยพูดก่อนหยิบถุงเงินไปวางตรงหน้าอีกฝ่าย "ข้าไม่ได้สั่งสอนเจ้า ข้าก็แค่บอกเท่านั้น"
        “ไม่ได้สั่งสอนเหรอแล้วที่เจ้าพูดนี่คืออะไร”
       "ก็แค่เป็นห่วงว่าเจ้าจะแย่ขึ้นหากยังเป็นแบบนี้อยู่ ยังไงก็แค่ไปขอโทษเองนะ" จะเรียกว่าสั่งสอนก็ไม่เชิง ตนก็แค่บอกว่าสิ่งที่ทำมันไม่ได้อะไรกลับมาเลย ก็แค่ความสะใจเพียงชั่ววูบและความรำคาญมากขึ้นก็เท่านั้นเอง

        “ให้ข้าหวงหรงไปขอโทษพวกมันเนี่ยนะ ชาติหน้าก็อย่าหวังเถอะ”
เหวินซ่างถอนหายใจออกมา แค่ไปขอโทษนี้มันต้องลำบากขนาดนั้นเลยรึไงกัน "เฮ้อ เจ้าอย่าถูกตีตราหน้าว่าเป็นหัวขโมยจริงๆรึ?" “ไม่เป็นก็ไม่เป็นสิ ใครอยากกันล่ะ ข้าไม่เล่นกับเจ้าแล้ว” ขอทานน้อยพูดก่อนเดินหนีออกไปจากโรงเตี๊ยม "น้องหวง!! เฮ้อ..ให้ตายสิ"

        "อภัยด้วยที่มารบกวนนะเสี้ยวเอ้อ ทั้งหมดนี้เท่าไรรึ"
เมื่อเห็นว่าหรงหวงวิ่งนำไปไกลแล้วก็ได้แต่ยักไหล่ก่อนจะไปขอโทษเสี้ยวเอ้อที่มารบกวน "เจ้าอย่าโกรธอะไรข้าเลยนะ.. ทั้งหมดสองร้อยชั่ง" เหวินซ่างยื่นเงินไปให้เสี่ยวเอ้อก่อนจะเดินจากไป "นี้เจ้า..มีจริงๆรึนี้" วินซ่างเมินคำพูดที่ดูไม่อยากจะเชื้อตรงนั้นก่อนจะเดินทางกลับไปยังย่านการค้าเพื่อจะไปขอโทษเถ้าแก่ซาลาเปากับหมั่นโถวแต่เจ้าหนูหวง

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -200 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -200 + 300 + 50 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-28 14:53:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2017-12-28 21:47

เรื่องราวที่ 3 คู่รักจ้าวอินทรี
แทนคุณแผ่นดินมาก่อนตระกูล



“ข้าว่าเราไปคุยที่ห้องเจ้าดีกว่า โรงเตี๊ยมนี้ที่พักดีนะ” เหวินหลันพาชายหนุ่มมายังโรงเตี๊ยมใกล้ๆก่อนจะอาสาจองห้องให้เสร็จสรรพ เหวินซ่างก็ได้แต่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเอาสัมภาระไปเก็บในห้อง ทางท่านอาเองก็สำรวจห้องที่จองมสก่อนจะปิดประตูและหน้าต่างให้เรียบร้อย

“ซ่างเอ๋อห์ เจ้าคงจำคำสอนตระกูลเราได้สินะ”
ท่านอาหลันเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะเอามือตบที่เก้าอี้ข้างๆให้เหวินซ่างมานั่งด้วย
“จำได้สิท่านอา แล้วมันทำไมรึ?” ชายหนุ่มเดินไปนั้งตาม น่าแปลกที่เริ่มบทสนทนาด้วยคำสอนตระกูล
“ใช่แล้ว แทนคุณแผ่นดินย่อมมาก่อนตระกูล และ ไม่เป็นขุนนาง” ท่านอาถอนหายใจ “ที่ข้ามาหาเจ้าครั้งนี้มีข่าวร้ายที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก”


“เจ้าได้ยินข่าวนี้บ้างไหม อยู่ในยุทธภพมานาน..” ท่านอาพูดต่อก่อนจะสะบัดพัดมาป้องปาก หวังจะได้ยินกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น “อ๋องหวยหนานได้เรียกตัวชาวยุทธ์ทั่วแผ่นดินไปชุลนุมในหวยหนาน ข้าเกรงว่านี่จะเป็นเรื่องไม่ดี เพราะดูเหมือนพวกที่ไปมีแต่ชาวยุทธ์ที่…...มากกว่า”


“…ไม่เคยได้ยิน ที่ข้ารู้ก็คือมีคนจากโชชอนไปส่งข้อเสนอให้หวยหนานก่อกบฏอยู่ ตอนนี้เห็นมีพวกแปลกๆโพกผ้าม่วงไขว้กับดาบนั้นอยู่เลยนะท่านอา” เหวินซ่างส่ายหน้า เรื่องหวยหนาน
“เจ้าเจอพรรคเมาเซียนรึ แหมซ่างเอ๋อห์ข้าก็แอบ ได้ยินจากพวกนั้นเช่นนี้ด้วย เห็นทีเราคงนิ่งดูดายไม่ได้”


“เรา? ท่านอารู้จักพรรคนี้ด้วยรึ?”
“ก็นะข้าเป็นพ่อค้าแถบนี้ก็ต้องรู้บ้างสิ เป็นพรรคมารที่ชอบสุราและนารี” เหวินหลันยักไหล่ก่อนจะถอนหายใจออกมา “เฮ้อ เห็นทีข่าวนี้จะเป็นเรื่องจริง ตัวพ่อค้าคนนี้จะไปก็ไม่ใช่ที..ข้าหวังว่าเจ้าจะไปดูหวยหนานสักครา” พูดจบท่านอาก็หันมายิ้มให้..นักเดินทางจะไปก็ดูไม่แปลกสินะ

“เฮ้อ… ก็ได้ครับ ถ้ามีโอกาส”
เหวินซ่างถอนหายใจออกมา ทีแท้ก็อยากให้ตนไปดูให้หน่อย แต่ตัวเขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธหรอก
“ขอบคุณนะซ่างเอ๋อห์ เอาล่ะ ข้าขอให้เจ้าโชคดีแล้วกัน..ข้าดีใจนะที่ซ่างเอ๋อห์ของอาได้ทำสิ่งที่ชอบ” เหวินหลันเก็บพัดลงก่อนจะลูกหัวเหวินซ่างอย่างเอ็นดู ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องเขาก็หันมาบอกเหวินซ่างก่อนจะเดินออกไป “ที่ร้านยังรอเจ้าอยู่นะ..อยากกลับไปเมื่อไรก็ได้”

“เฮ้อ…” เมื่อเสียงประตูปิดลงชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมา “แล้วเมื่อไรข้าจะไปขอบคุณน้องหวงได้ละเนี่ย” เขาบ่นพลางไปเอาเป็ดย่างที่เก็บเอาไว้มาแกะแบ่งให้คู่หูทั้งห้าที่รออยู่ตั้งแต่ต้น เมื่อเสร็จแล้วเขาก็ออกมาจากห้องไปยังโรงพักม้าเพื่อเอาอาหารมาให้

“เจ้ารู้ไหมถังหูลู่...อ๋องหวยหนานได้เรียกตัวชาวยุทธ์ทั่วแผ่นดินไปชุลนุมในหวยหนานล่ะ เห็นทีข้าต้องยืมแรงเจ้าอีกแล้วล่ะนะ” เหวินซ่างบอกพลางป้อนอาหารให้ถังหูลู่ไป เหวินซ่างบอกพลางป้อนอาหารให้ถังหูลู่ไป ก่อนจะถอนหายใจออกมา “เฮ้อ..  คำสอนตระกูลบลาๆมหาบลาๆ ไปหวยหนานเอย สืบหาเรื่องเอย อีกหน่อยได้เป็นหน่วยข่าวกรองแล้วมั้ง อะ ไม่สิ”

“ข้าเป็นขุนนางไม่ได้นินะ งั้นก็~ หน่วยข่าวกรองของตัวเอง เจ้าคิดว่าไงถังหูลู่? ฮะๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะ เมื่ออาหารที่ป้อนมือหมดก็เดินไปเอามาป้อนถังหูลู่เพิ่มต่อ “ต้องเอาของไปเก็บที่โรงเตี๊ยมก่อนจะเข้าไป ที่นั้นมีของอย่างเต๋าหู้ด้วยไปขอเอาสูตรทำเขาจะให้ไหมนะ” เหวินซ่างลูบคอถังหูลู่เบาๆก่อนจะกล่าวต่อ “อ่า...นับว่าเราเป็นชาวยุทร์ได้เหรอ คงได้แหละ แต่คร่าวก่อนก่อนวรยุทรพวกนั้นก็ใช่เล่น ขื่นไปเจอเขาคงแย่แน่… เฮ้อ ถ้าเจอน้องหวงก่อนไปก็ดีสิ”

ในระหว่างนั้นเองก็ได้ยินเสียงๆนึงที่คุ้นเคย เขาเริ่มเดินตามเสียงนั้นไปจนถึงห้องเก็บของ พอเขาเปิดประตูออกมากเจอกับน้องหวงที่นั่งอยู่ในโรงเก็บของ
“ไม่หรอกน่า!” หวงหรงที่นั่งอยู่ในโรงเก็บของของคอกม้าโรงเตี๊ยมตะโกนขึ้น ราวกับเขามานั่งฟังอีกฝ่ายพูดนานพอสมควรแล้ว

เหวินซ่างยิ้มให้ก่อนจะเดินไปนั้งลงข้างๆน้องหวง “สวัสดีครับ วันนี้ได้กินอะไรหรือยัง?”
“ทำไมเจ้าโง่แบบนี้ พูดกับม้าก็ได้ด้วย มันรู้เหรอว่าเจ้าพูดอะไร”
น้องหวงขยี้ผมไปมาก่อนจะหันมาคุยด้วยความไม่เข้าใจเต็มใบหน้า
“รู้ดีกว่าคนไม่ควรมาว่าคนอื่นทั้งๆทีตนกำลังแอบฟังคนอื่นอยู่หรอก” เหวินซ่างตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะปรายตามองไปยังถังหูลู่ “เจ้านี้มันฉลาด ข้าอยู่กับมันมานานพอจะรู้นะ”

“งั้นม้าแดงตัวนี้ก็ฉลาดกว่าคนมากล่ะสิ” หวงหรงยืนขึ้นเท้าเอวก่อนพูด
“ไม่เหมือนคนบางคน ทื่อมะลื่อชะ เหมือนกับก้อนหินในส้วมเลย”
เขาพูดขึ้นพลางด้มมามองเหวินซ่างที่นั่งอยู่
“หืม? มันเป็นแบบไหนล่ะ?” เขาเอียงคอ ยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายสื่อว่าอะไร
“ทั้งเหม็นทั้งแข็ง ไม่แบ่งแยกดีชั่ว” เธอตอบกลับไปแทบจะทันทีเมื่อถามจบ

“โอ้?งั้นเจ้าก็คงชอบที่จะคุยกับคนแบบนั้น” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นก็พอเดาได้ว่าเด็กคนนี้ต้องการจะสื่อถึงใครก่อนจะพูดต่อ “เอาเถอะ น้องหวงเป็นแบบนี้ใครจะอยากคบเล่า?”
“ใครอยากสาบานเป็นพี่น้องกับเจ้ากันล่ะ”
“จ้าๆ แต่ข้าก็ขอบคุณนะที่มาช่วยข้า อ่อ รอสักครู่นะ” เหวินซ่างวิ่งเข้าไปโรงเตี๊ยมเอาเสื้อคลุม กับเงินตำลึงใส่ห่อผ้าก่อนจะส่งมาให้น้องหวง มันเป็นของอย่างเดียวกันที่ให้เมื่อตอนครั้งก่อน

“เจ้าไม่กลัวข้าหลอกเจ้าเหรอ” หรงหวงมองห่อผ้าที่ว่าก่อนจะถามอีกฝ่าย
“แล้วไงล่ะ? เจ้าช่วยข้านะหวงหรง ขอบคุณนะ” เหวินซ่างกล่าวขอบคุณก่อนจะยัดถุงผ้าใส่มืออีกฝ่าย
“ต่อไปเจ้าจะไปไหนล่ะ”


“หวยหนาน เจ้าก็น่าจะได้ยินนิ? อยากไปด้วยไหม”
“ข้าก็อยากร่วมเดินทางกับเจ้า แต่ข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำล่ะสิ” หวงหรงพูดขึ้นก่อนสะพายถุงย่ามที่อีกฝ่ายให้
“น่าเสียดาย..ข้าอยากเจอเจ้าอีกครั้งจริงๆ” เหวินซ่างพูดขึ้น นี้เขาต้องจากคนรู้จักไปอีกคนแล้วจริงรึ
“ไม่เป็นไร ยุทธภพกว้างใหญ่ พวกเราต้องได้พบกันอีกแน่” เขาส่ายหน้ายิ้มก่อนจะเขาไปตบบ่าเหวินซ่างเบาๆ

“ถ้าเจ้ามีอะไรที่.. ก็นะ ข้ายินดีช่วยเหลือ” เหวินซ่างยักไหล่ ขอทานแต่เด็กแบบนี้คงใช้ชีวิตลำบาท อีกอย่าง..น้องหวงคนนี้ทำให้เขานึกถึงเด็กคนนึง
“ข้าอยากกลับบ้าน แต่ว่าบ้านข้าไกลมากเลย ข้าขอทานตัวคนเดียวจะกลับไปได้ยังไงนะ” ขอทานน้องพูดด้วยเสียงเศร้าๆ
“ก็เดินสิ? ปกติข้าก็เดินทางแบบนั้น เรื่องเงินทองข้าว่าที่ให้ก็พอซื้อเสื้อผ้าดีๆ แล้วก็ขอติดกับเกวียนพ่อค้าก็ได้” เขาตอบกลับไป ปกติเขาก็เดินทางไปแบบนั้นอยู่แล้ว

“ถ้าเจ้ายอมมอบม้าแดงตัวนั้นให้ข้า ข้าก็กลับบ้านได้แล้ว” หวงหรงยิ้มมองอีกฝ่าย


“งั้นเหรอ...ถ้าอย่างนั้น” ชายหนุ่มคว้าข้อมืออีกฝ่ายวิ่งไปยังม้าแดงของตน
“เจ...เจ้าจะมอบให้ข้าจริงเหรอ” เธอพูดขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ แต่อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้
“ใช่ ข้าเองก็ชอบเดินมากกว่า เจ้านี้น่ะนะ ชื่อถังหูลู่ ข้าเจอมันมาขอพิงไฟระหว่างที่นอนในป่า มีครั้งนึงมันเคยช่วยข้าจากฝูงหมาป่าที่เข้ามายามค่ำคืน..ตอนนั้นข้าเกือบถูกรุมกระชากแน่ะฮ่าๆๆ” เหวินซ่างเดินเข้าไปลูบหัวม้าของตนอย่างหมั่นเขี้ยว
“ถังหูลู่ ข้าฝากเด็กคนนี้ให้เจ้าดูแลทีนะ ให้เขาปลอดภัย”

“เหวินซ่าง” น้องหวงพูดขึ้นหลังจากขี่ม้าไปแล้ว เหวินซ่างยิ้มตอบก่อนจะยื่นส่งหวงหรงที่ค่อยๆ ขี่ม้าจากไป


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง -700 ชื่อเสียง +50 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -700 + 50 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230
โพสต์ 2018-1-22 15:11:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย monshippy เมื่อ 2018-1-22 15:58

-{หางานทำ}-


"เห้อ เดินทางมาถึงเสียที"
ชายหนุ่มนาม อี้ หยางหลง เอ่ยขึ้นหลังมาหยุดยืนที่หน้าโรงเตี๊ยมถังซงเป็นเวลาหลายวันทีเดียวที่เขาต้องล่องเรือมาเพื่อมาหางานทำ



ชายหนุ่มเดินด้อมๆมองๆรอบโรงเตี๊ยมที่ดูเหมือนไม่มีใครออกมาเลยก่อนจะตะโกนเข้าไป
"มีใครอยู่ไหมจ้ะ" เขาตะโกนเสียงดัง อีกใจนึงก็คิดว่ามันเสียมารยาทรึเปล่าที่มาตะโกนเช่นนี้


"เจ้ามีธุระอะไร?" เถ้าแก่คนนึงเดินออกมาด้วยหน้าตาง่วงงุน
"ข้ามาหางานทำจ้ะ ที่นี่พอจะมีงานให้ข้าทำหรือไม่" เขาถามด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ใบหน้านวลนั่นออกจะเคอะเขินหน่อยๆเมื่อต้องพูดไพเราะกับคนแปลกหน้า เขาไม่เคยมาหางานด้วยตนเองเสียที เคยแต่ทำงานที่ท่านพ่อให้ทำเท่านั้น นี่คงจะเป็นก้าวแรกของเขาสินะ


"งานน่ะมีให้ทำ แต่เจ้าจะทำงานไหวหรอ ดูจากรูปร่างอันบอบบางของเจ้าไม่สามารถคิดได้เลยว่าเจ้าเป็นชาวประมง" เถ้าแก่เอ่ยพลางมองรูปลักษณ์ของหยางหลงตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่ออกจะตัวผอมบางไปสักหน่อยภายใต้ชุดนั้น


"ข้าทำงานไหวจ้ะ ข้าทำงานกับท่านพ่อที่เมืองเป่ยผิง เราหาปลาได้มากมายทุกวัน โดยข้าจะออกไปทุกเช้าเพื่อล่องเรือหาปลา รับรองได้เลยจ้ะว่าเถ้าแก่จะไม่ผิดหวัง"


"งั้นจะลองดูก็ได้ แต่งานหนักมากนะ เจ้าคงต้องพยายามเอาหน่อย งานที่ต้องทำเริ่มต้น เจ้าต้องลองทำงานดูเป็นจำนวน 7 วันไม่มีหยุดพัก เจ้าจะตกลงไหม?"


"ได้จ้ะเถ้าแก่ ข้าแข็งแรงอยู่แล้ว ออกหาปลาทุกวันจนชินแล้วจ้ะ"


"งั้นก็ตามนั้น เริ่มงานตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป  วันนี้เจ้าไปหาที่พักผ่อนก่อน"




@Admin

แสดงความคิดเห็น

จัดส่งรายละเอียดงานไปทาง PM แล้วนะคะ  โพสต์ 2018-1-22 16:05

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 ความหิว -28 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -28 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230
โพสต์ 2018-1-23 16:44:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงานวันที่ 1


่้่่้วันนี้เป็นวันแรกที่ อี้ หยางหลง ได้ทำงานที่โรงเตี๊ยมถังฟงแห่งนี้ หลังจากที่เช้านี้ตื่นมาด้วยความสดใสเขาก็ออกกำลังกายให้เรียบร้อยเพราะไม่รู้ว่าวันนี้จะเจออะไรบ้าง เขาก็เดินออกมาหาข้าวกินที่ร้านบะหมี่เล็กๆข้างทางก่อนจะนั่งพํักสักหน่อยแล้วก็เดินทางไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อเจอกับเถ้าแก่



"เถ้าแก่จ้ะ ผมมาทำงานวันแรกจ้ะ เถ้าแก่จะให้ทำอะไรหรอจ้ะ" หยางหลงเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมที่วันนี้ดูคึกคักต่างจากเมื่อวาน อาจจะเพราะเมื่อวานเขามาผิดเวลาล่ะกระมัง



"วันนี้เริ่มงานวันแรกสินะ ข้าจะพาเจ้าไปพบคนๆนึงเสียหน่อย"



"ใครหรอจ้ะเถ้าแก่" หยางหลงถามอย่างสงสัย ทำไมการทำงานต้องพบเจอผู้คนเยอะแยะขนาดนี้ด้วย เขาแค่มาหาปลาเองนะ



"รุ่นพี่ของเจ้า เขาเป็นนักหาปลามืออาชีพของที่นี่" เถ้าแก่พูดพลางเดินนำไปยังหลังโรงเตี๊ยมที่มีชายร่างสูงยืนจัดแจงเครื่องมือหาปลาอยู่



"หมิงเทียน นี่รุ่นน้องของเจ้า ข้าฝากให้เจ้าฝึกงานให้น้องของเจ้าหน่อยได้หรือไม่?"

เถ้าแก่เอ่ยกับหนุ่มร่างสูงผมยาวลำตัวเพียวบางแต่มีกล้ามเนื้อหน้าท้อง



"ได้ขอรับเถ้าแก่ จะให้ฝึกงานหาปลาน่ะรึ?" หมิงเทียนถามเถ้าแก่ด้วยความสงสัยพลางมองหยางหลงจากหัวจรดเท้าเหมือนที่เถ้าแก่มองเมื่อวานไม่มีผิด



"เจ้าหนู เจ้าชื่ออะไร" หมิงเทียนเอ่ยถามอย่างยิ้มแย้ม



"ข้าชื่อ อี้ หยางหลงครับ" เขาตอบอย่างสดใสกลับเช่นกัน เพราะดูท่าทางรุ่นพี่คนนี้จะไม่ได้ใจร้ายหรือโหดอย่างที่คิดไว้



"ฝากฝึกงานเบื้องต้นก่อนแล้วกันนะ เขาจะทำงานกับเราอยู่ 7 วัน ฝากเจ้าด้วยล่ะหมิงเทียน"

เถ้าแก่เอ่ยแล้วเดินกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยมก่อนจะทิ้งสองหนุ่มไว้เบื้องหลัง



"เอาล่ะ วันนี้เจ้าคงต้องรู้พื้นฐานการใช้อุปกรณ์เสียก่อน เจ้ารู้ไหมว่าใช้อะไรหาปลา?" หมิงเทียนเอ่ยถามเพื่อวัดความรู้เบื้องต้นของรุ่นน้องของเขา



"ใช้แหหรือเปล่าครับ?" เขาตอบอย่างไม่มั่นใจเพราะที่เขาเรียนรู้จากพ่อมาไม่ได้มีเพียงอย่างเดียวเสียด้วย แต่เห็นว่าที่ใช้กันเยอะสุดก็น่าจะเป็นแหล่ะมั้ง



"ถูกต้อง วันนี้เราจะมาเรียนรู้การใช้แหกัน ไปขึ้นเรือ ข้าจะพาเจ้าล่องเรือไปสอนการเหวี่ยงแห"



"ครับท่านพี่" อี้ หยางหลงขานรับอย่างแข็งขัน ในที่สุดเขาจะได้เริ่มทำงานแล้ว



.

.

.

.

.

.

หลังจากล่องเรือมาได้สักพักหนึ่ง หมิงเทียนก็เอ่ยถามขึ้นมา

"เจ้าว่ายน้ำเป็นไหมหยางหลง"



"เป็นครับ ทำไมหรอครับรุ่นพี่....ตู้ม" หยางหลงโดนรุ่นพี่หมิงเทียนถีบตกแม่น้ำไป



"แค่กๆ ท่านพี่ ท่านถีบข้าลงมาทำไมเนี่ย" หลังจากเขาสำลักน้ำไปสองสามอึก ก็ลอยตัวบนน้ำอย่างงงๆแล้วขมวดคิ้วมองรุ่นพี่ตัวเองด้วยแววตากร้าว



"ข้าก็ทดสอบไง ว่าเจ้าโกหกข้ารึเปล่า เอาล่ะ ขึ้นเรือมาเจ้าผ่านขั้นแรก" หมิงเทียนยื่นมือไปข้างหน้าหยางหลง ทำให้เขาต้องจับมือนั้นดึงตัวขึ้นมาบนเรืออย่างช่วยไม่ได้



"ไหนว่าจะมาสอนข้าไง ท่านพี่โหดเกินไปแล้วนะ"



"เจ้าเป็นอิสตรีหรืออย่างไร โดนแค่นี้มาทำบ่นกับข้า นี่เจ้าอยากมาทำงานจริงๆหรือไม่?"



"ชิส์ ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถีบข้าตกด้วย บอกกันดีๆก็ได้นี่นา"



"ช่างข้าเถอะน่า เอาล่ะอย่าพูดมาก " หมิงเทียนวางไม้พายลง แล้วหยิบแหขึ้นมา



"ดูข้า"



"เก็บแหม้วนเข้าไปให้ได้ระยะตั้งข้อศอก

มือซ้ายยกให้ได้เท่าหัวปล่อยแล้วรวบเข้าตรงกลางแหซ้าย
แบ่งแหเป็นสามส่วน
1. เอามาเหน็บใส่ศอกขวา
2.เอามือสอดเข้าข้างในแบ่งมาเรื่อยๆให้เท่ากัน(มือซ้าย)
3.เอามาฝากไว้มือขวา ข้างในจะกางอยู่แล้ว
มือขวาถือแหที่รวบไว้
ก้าวเท้าซ้าย
ตั้งศอกขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้นดิน เหวี่ยงให้เป็นครึ่งวงกลมแบบนี้"


ว่าเสียยืดยาวพร้อมทำให้ดู ก่อนจะเหวี่ยงแหไปข้างหน้า จนแหกางออกไปกว้างเป็นวงกลม


"โห...." มันสวยงามจนหยางหลงอดอุทานไม่ได้ ขั้นตอนมันไม่ใช่ง่ายๆเลยแหะ ตอนที่เขาดูของพ่อมันไม่เห็นสวยงามแบบนี้เลย






"เอาล่ะ หลังจากนั้น ถ้าน้ำระดับอก เราจะลงไป" หมิงเทียนกระโดดลงไปในน้ำแล้วพูดต่อ

"หืม ลงไปเก็บแหหรอครับ"


"ยัง เราต้องเอาเท้าเหยียบขอบแหให้เข้าไปในตมก่อน หลังจากนั้นเราจะใช้มือขวาค่อยๆสาวเข้ามา โดยมีมือซ้ายรูดช้าๆ ปลาจะอยู่ตรงกลาง เมื่อรูดจนเกือบหมด ให้หมุนบิดแหไม่ให้ปลาออกแล้วยกขึ้นมาแบบนี้"


หมิงเทียนรูดช้าๆจนยกขึ้นมาก็ได้ปลามามากมายทั้งปลาเล็กปลาน้อยปลาขนาดกลาง แล้วเขาก็เดินเอาแหไปใส่เรือ ที่มีหยางหลงนั่งอึ้งอยู่ นี่มันได้ปลามากกว่าที่เขาคิดไว้นี่


"เอาล่ะ ตาเจ้าแล้ว" หมิงเทียนยื่นแหเอ็นให้กับหยางหลง ก่อนที่หยางหลงจะทำอย่างเก้ๆกังๆแล้วเหวี่ยงออกไป แต่แหดันไม่แตกออกเป็นวงกลม จนต้องไปงมมาเหวี่ยงใหม่


"ฮึบ" คราวนี้หยางหลงตั้งใจมากขึ้น ดีที่พ่อของเขาให้เขาได้ฝึกสมาธิมา ตอนนี้เขาตั้งสมาธิให้อยู่กับแหตรงหน้า หมิงเทียนมองลูกศิษย์รุ่นน้องของตนเองอย่างพอใจ


คราวนี้เขาเหวี่ยงแหแตกเป็นวงกลมได้แล้ว เขาจึงหันไปหารุ่นพี่แล้วเอ่ยด้วยความดีใจ


"ท่านพี่ๆ ข้าทำได้แล้วเห็นไหมๆ"


"ข้าเห็นแล้ว เจ้าผ่าน ทีนี้ก็ลงไปเก็บแหกับปลาขึ้นมาสิ"


หลังจากที่เหวี่ยงแหสำเร็จทำให้หยางหลงมีกำลังใจขึ้นอีกมาก เขากระโดดลงไปในน้ำแล้วค่อยๆสาวแหขึ้นมาหลังจากเหยียบขอบแหจมลงในตมแล้ว เขายกแหขึ้นมาด้วยความดีใจพร้อมกับมีปลาติดขึ้นมาแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับของหมิงเทียนก็ถือว่ามากอยู่


"อื้อ เก่งมาก เจ้าถือว่ามีความสามารถด้านนี้อยู่เหมือนกัน เอาล่ะ ขึ้นมาได้"
หมิงเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้ว หยางหลงก็ขึ้นมาบนเรือแล้วทั้งสองก็เดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230
โพสต์ 2018-1-24 13:46:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย monshippy เมื่อ 2018-1-24 14:32

ทำงานวันที่ 2 (1)

หลังจากพักผ่อนเป็นที่เรียบร้อยอย่างเต็มอิ่ม อี้ หยางหลงก็ตื่นมาด้วยความสดใส ไร้การปวดเมื่อยใดๆ เขาตื่นมาออกกำลังกายฝึกตนเองอย่างเช่นทุกวัน ก่อนจะออกเดินทางไปยังร้านบะหมี่เจ้าเดิม



"ลุง ข้าขอเหมือนเมื่อวานนะจ้ะ" เขาตะโกนบอกท่านลุงที่ขายบะหมี่เจ้าอร่อยของเขา



"ได้เลยพ่อหนุ่มน้อย วันนี้เจ้าดูสดใสกว่าเมื่อวานนะ" ท่านลุงทักทายเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม



"ฮ่าๆ นิดหน่อยน่ะจ้ะลุง" เขาหัวเราะเบาๆ พลางรับบะหมี่มากินจนหมดแล้วเดินไปจ่ายเงินก่อนจะเดินทางไปโรงเตี๊ยมถังฟง

.

.

.

.

.

.

.


"เถ้าแก่จ้ะ ข้ามาแล้วครับ วันนี้จะให้ข้าทำอะไรหรอจ้ะ" เขาเอ่ยทักทายเถ้าแก่ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โรงเตี๊ยมที่วันนี้ก็ดูจะคึกคักเช่นเดิมในเวลานี้



"หืม เจ้ามาแล้วหรอ วันนี้เจ้าออกไปหาปลาได้เลย"



"จริงหรอจ้ะเถ้าแก่ แต่เมืองนี้ไม่มีท่าเรืือ คงต้องเดินทางไปที่ท่าเรือของเมืองอู๋จวิ้นนะจ้ะ"



"อืมมม เดินทางระวังๆล่ะ เมื่อหาปลาเสร็จแล้วเจ้าก็รีบกลับมาล่ะ"



"ได้จ้ะเถ้าแก่ข้าจะรีบไปรีบกลับนะจ้ะ"



" เหวี่ยงแหอย่าให้พลาดล่ะ หยางหลง" หมิงเทียนเดินเข้ามาบอกยิ้มๆ



"แหม ท่านพี่ ข้าไปฝึกมาแล้วน่า" หยางหลงเอ็ดเบาๆ แล้วหัวเราะก่อนจะเดินไปหลังโรงเตี๊ยมเพื่อเตรียมอุปกรณ์หาปลาและเตรียมล่องเรือไปเมืองอู้จวิ้นโดยเร็ว


-------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่เขาเดินทางกลับมาจากท่าเรือเขาก็ขนปลากลับมาที่โรงเตี๊ยมถังฟงแห่งนี้

"เถ้าแก่จ้ะ พี่หมิงเทียน ข้าได้ปลากลับมาแล้ว" เขาอวดปลาให้ทั้งสองดู

"โห เจ้าเก่งเหมือนกันนี่ได้ปลาเสียเยอะแยะเลย"

"อืม ใช้ได้นี่ เหวี่ยงแหเป็นแล้วสินะ เจ้านี่เรียนรู้ไวดีเหมือนกันนะ" หมิงเทียนพยักหน้า

"เอาไปถอดเกล็ดปลา, ล้างปลา, หมักปลา และ แบ่งปลาเล็กไปตากแห้ง อีกส่วนไปหมักไว้รอขายไป"
เถ้าแก่บอก

"จ้ะ เถ้าแก่" เขาขนปลาไปดำเนินการหลังโรงเตี๊ยม เริ่มจากการถอดเกล็ดปลาด้วยมีดที่เขาชำนาญ หลังจากนั้นล้างปลาทั้งหมดแล้วใส่โอ่งเพื่อหมักปลาไว้ แล้วแบ่งปลาเล็กที่ติดมาในแหไปตากแห้งที่กระจาด

เมื่อทำทุกอย่าสงเสร็จเขาก็ไปบอกเถ้าแก่
"เถ้าแก่จ้ะ เสร็จแล้วจ้ะ" เมื่อเขาทำเสร็จก็เย็นเกือบพลบค่ำพอดี

"วันนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้ว ไปพักเถิด" เถ้าแก่บอก







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230
โพสต์ 2018-2-3 19:38:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย monshippy เมื่อ 2018-2-3 20:42

ทำงานวันที่ 7


หลังจากที่เขาเดินทางเสียหลายวัน เขาก็ได้มาพักผ่อนอยู่ที่โรงเตี๊ยมถังฟงเหมือนเคย และเช้านี้ก็เหมือนเคยที่เขาตื่นมาท่ามกลางเสียงคนจอแจ



"อืมม เช้าแล้วหรอเนี่ย ยังรู้สึกว่ายังพักไม่พอเลย" เขาขยี้ตาอย่างงัวเงียก่อนจะลุกขึ้นมาออกกำลังกายเหมือนที่ทำทุกวัน ก่อนจะออกไปหาอะไรกิน



เขาล่ะคิดถึงบะหมี่เจ้าเก่านี่จริงๆเลย เขาไม่ได้กินร้านนี้มากี่เดือนแล้วนะ คิดได้ดังนั้นก็รีบสาวเท้าไปยังร้านบะหมี่เจ้าเก่าร้านโปรดของเขาทันที



"ลุง วันนี้ขอเหมือนเดิมนะ ค้าขายเป็นเช่นไรบ้าง?" เขาเอ่ยทักลุงแก่ๆคนนึงที่กำลังลวกบะหมี่อย่างสดใส



"อ้าว อาอี้ ไม่เจอหน้านานเลยนะเจ้า ช่วงนี้หรอ ก็ขายได้เรื่อยๆเหมือนเดิมแหละน้า รอสักครู่ๆ เอาเหมือนเดิมใช่มั้ย" ลุงทักทายอี้หยางหลงอย่างเป็นกันเองแล้วก็ทำบะหมี่มาให้เขาที่โต๊ะ



"กินให้อร่อยๆเน้อ" ลุงบอกเท่านี้แล้วก็เดินไปทำงานต่อ

หลังจากกินบะหมี่อะไรเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินกลับเข้าไปหาเถ้าแก่ที่โรงเตี๊ยมถังฟง

"เถ้าแก่จ้ะวันนี้จะให้ฉันทำอะไรจ้ะ"

"วันนี้เจ้าก็ออกไปหาปลาแล้วจัดการปลาให้เรียบร้อยเท่านั้นแหละ" เถ้าแก่บอกเพียงเท่านี้

"ได้จ้ะเถ้าแก่"

---------------------------------------------------------------------------------------------

หลังกลับมาจากที่ท่าเรือของเมือเจียงเยี่ย เขาก็ลากแหกลับมาพร้อมปลาน้อยใหญ่

"อ้าวพี่หมิงเทียน" เมื่อเขากลับมาเขาก็เจอกับรุ่นพี่ที่สอนเขาเหวี่ยงแหในวันแรกนั้น

"ไงล่ะเจ้า ตอนนี้ใช้แหอย่างชำนาญแล้วล่ะสิ คนสอนดีก็แบบนี้แหละ" หมิงเทียนหัวเราะเบาๆ

"จ้าๆ ข้าต้องขอบคุณพี่มากๆ ที่สอนทำให้ข้ามีงานทำได้อย่างทุกวันนี้นะ เดี๋ยวข้าขอตัวก่อนนะจ้ะ"

หลังจากพูดคุยกับพี่หมิงเทียนเสร็จเขาก็นำปลาที่ได้ไปถอดเกล็ด ล้างปลา หมักปลาและแบ่งปลากที่ตัวเล็กๆไปเพื่อตากแห้ง ส่วนที่หมักไว้อีกส่วนก็รอนำไปขาย เมื่อเขาทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็เดินไปหาเถ้าแก่

"เถ้าแก่จ้ะ งานในวันนี้เสร็จแล้วจ้ะ"

"ขอบคุณเจ้ามาก ที่เจ้าตั้งใจขยันทำงานให้ข้า วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วสินะ หลังจากนี้เจ้าจะเดินทางกลับบ้านใช่ไหม อ่ะ นี่ ก่อนไปข้าจะให้ปลาเจ้า 30 ตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่าจ้างของเจ้าแล้วกัน"

"ขอบคุณจ้ะ เถ้าแก่ งั้นข้าลาเลยนะจ้ะ" เขาโค้งให้กับเถ้าแก่แล้วเก็บของๆเขา เตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อไป....









แสดงความคิดเห็น

ได้รับผลผลิตตอบแทน (ปลาน้ำทะเล) 30 ตัว  โพสต์ 2018-2-7 18:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -17 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -17 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

24

กระทู้

106

โพสต์

6578

เครดิต

เงินชั่ง
100
เงินตำลึง
11864
ชื่อเสียง
2958
ความหิว
101
Lúyú
ระดับ 1

หลง จิ่วเอี้ยน

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-2-7 15:02:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HongYijiang เมื่อ 2018-2-7 15:05

หลังจากรถม้าเดินทางผ่านไปได้ระยะหนึ่งเด็กสาวที่นอนอยู่ด้านหลังของรถม้าอย่างสงบสุข..
แต่ในระหว่างนั้นเอง..

ปึกๆๆๆ!!
ฮรี๊ยยยยย์
"เฮ้ย อย่าตีรถม้าข้าแรงสิเฮ้ย ของมันแพงนะ!!"

เสียงของความวุ่นวายได้ดังขึ้นจนทำให้อี้เจียงตื่นจากฝัน เธอในสภาพที่สะลึมสะลือกำลังประมวลผล

เมื่อฟังจากเสียงเมื่อจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น

"ทำไมม้าพวกนี้ถึงหยุดวิ่งเล่า!! ใกล้จะถึงอยู่แล้วนะ!"
ชายคนขับรถม้าวัยกลางคนบ่นขึ้นอย่างหัวเสียก่อนที่อีกคนจะพูดขัด

"ชู่ว์.. เงียบๆไว้ ม้าหยุดน่ะถูกแล้ว เพราะพวกมันกำลังมา.."
หลงจิ่วเอี้ยนพูดพลางมองไปรอบๆโดยไม่ลืมหยิบไม้พลองพอดีมือขึ้นมาด้วย

"พวกมัน..?"
ชายวันกลางคนยังคงงงงวยกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่มันก็นานมากพอที่จะให้อี้เจียงท่ี่อยู่ด้านหลังของรถม้านั้นได้รู้สึกตัว

'พวกมัน..? หรือว่า..?'
เด็กสาวแนบหูกับพื้นรถม้าไว้ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก

"หมาป่าขนาดกลาง ประมาณ 6 ตัว.. แต่อาจมีมากกว่านั้น.."
อี้เจียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากนักแต่พอแค่ฟังชัดให้ชายที่นั่งข้างหน้าทั้งสองได้ยิน

"ฮะ เฮ้ย-- อื้อๆอู้วๆอื้อ"
ชายวัยกลางคนกำลังจะโวยวายอีกรอบแต่ก็ถูกมือของชายหนุ่มข้างๆอุดปากไว้

"บอกให้เงียบๆไง มันจะได้ไม่รู้ว่าเรารู้ตัวแล้ว"
จิ่วเอี้ยนพยายามอธิบายด้วยเสียงเบาอย่างหงุดหงิดแต่ก็มองรอบๆอยู่ตลอด

"อ้าว มันรู้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?"
ชายคนขับรถม้าพูดด้วยเสียงแหบๆเหมือนจะกวนจนจิ่วเอี้ยนต้องมองอ่อนใส่

"ถ้ามันรู้มันจะกระโจนเข้ากระชากใส่รัวๆน่ะสิ.. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พวกเรา แต่อยู่ที่ม้ากับของต่างหาก"
ชายหนุ่มพูดกระซิบให้เบากว่า ชายคนขับรถม้าที่เหมือนจะโวยวายแต่ก็นึกขึ้นได้ทันก็รีบปิดปากตัวเองไว้

"เอาล่ะนะ.. เจ้าม้า รอฉันให้สัญญาณ ถึงตอนนั้นให้รีบวิ่งไปเลยนะ.. น้องอี้เจียง ฝากข้างหลังที" "เจ้าค่ะ"
จิ่วเอี้ยนพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาก่อนที่คนขับรถม้าจะทำหน้างง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ต้องเออออตามไป

ชายวัยกลางคนเห็นว่าชายหนุ่มข้างๆแม้จะพยายามมีสติอยู่แต่ก็ตัวสั่นกลัวเล็กน้อย ถ้าเขาเป็นตัวถ่วงหาได้ดีไม่
ในจังหวะนั้นเองเสียงของพุ่มไม้ที่สั่นไหวเหมือนลมที่พัดอยู่รอบๆจากฝีเท้าที่ย่องเบา เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงนักล่า

ที่กำลังเตรียมตัวพุ่งเข้าใส่เหยื่อที่รอคอยและในจังหวะนั้นเองที่เหล่าหมาป่ากำลังพุ่งเข้ามานั้นเอง

ด้านหน้าจิ่วเอี้ยนนำไม้พลองฟาดหมาป่าที่พุ่งใส่ม้าทั้งสองข้างจนตกลงบนพื้น และในเวลาเดียวกัน
กที่ทางด้านหลังรถม้าหมาป่าทั้งสี่จะพุ่งเข้าใส่ตัวเกวียน อี้เจียงที่ซุ่มอยู่ก็ลุกขึ้นมาทำการตบเจ้าหมาป่าทั้งสี่
ให้ออกไปจากเกวียนทีละตัวสองตัวด้วยกระบี่ในฝักของตน
"ไปได้เลยเจ้าค่ะ"
เด็กสาวกล่าวพลางตั้งท่าเตรียมตบตัวที่ลุกขึ้นมาได้ใหม่ให้กลับลงไปนอนบนพื้น
"ไป!"
หลังจากจิ่วเอี้ยนให้สัญญาณ เจ้าม้าลากเกวียนทั้งสองก็ทำการวิ่งไปทันทีอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ยยยย"
คนขับรถม้าตกใจกับความกระทันหันพอควร แต่อย่างน้อยเขาก็จับรถม้าไว้ได้ทันก่อนที่จะบังคับม้าต่อไป
"ให้สัญญาณน้อยไปแล้วโว้ยยยยย"
"ถ้ามัวแต่ให้สัญญาณช้าก็หนีไม่ทันพอดีสิ"
"สลัดหลุดแล้วเจ้าค่ะ"
"เฮ้อ~~"
ถึงแม้ว่าจะวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างแต่พวกเขาก็เดินทางมากันยังเจียงเยี่ยอย่างปลอดภัย
...
.....
...
เมื่อทั้งสามถึงยังในเมืองเจียงเยี่ย คนขับรถม้าก็ตัดสินใจไปส่งทั้งสองคนก่อนเนื่องจากมืดค่ำมากแล้ว
"ถึงซะที.. เฮ้อ.."
ชายคนขับรถม้าถอนหายใจมองสหายร่วมทางสองคนที่ลงจารถม้าอยู่หน้าโรงเตี๊ยม
"ขอบคุณมากๆเลยนะเจ้าคะ"
เด็กสาวโค้งให้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม

ส่วนทางชายคนขับรถม้าก็โค้งรับเล็กน้อยก่อนจะขับรถม้าส่งของต่อไป

ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้พักในห้องพักดีๆเสียที ถึงแม้ว่าจะได้พักตอนถึงปลายทางแล้วก็ตาม
เมื่อถึงกับห้องพักที่มีสองเตียงนอน จิ่วเอี้ยนก็เดินเซไปหลับอยู่บนที่นอนนุ่มๆในทันที
อี้เจียงที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะจัดของและเข้าไปอาบน้ำ
แสงของดวงจันทร์ที่ส่งลงมายังเรือนกายของหญิงสาวหวนให้เห็นภาพในอดีต
'นี่เรา.. ดูโตขึ้นนิดหน่อยรึเปล่านะ'
เด็กสาวที่เริ่มก้าวสู่การเป็นหญิงสาวอย่างเต็มตัวค่อยๆล้างเนื้อตัวให้สะอาด
พลางพักผ่อนร่างกายไปในเวลาเดียวกัน ไม่นานก็จัดการตัวแต่งเนื้อตัวให้สบายจนเสร็จ
ก่อนที่จะเดินไปยังเตียงนอนของตนแล้วหยิบเครื่องหอมมาทาเล็กน้อย
'เอ๊ะ.. นี่มัน.. ใกล้จะหมดแล้วนี่นา..?'
อี้เจียงมองตลับเครื่องหอมในมือด้วยความเสียดายเล็กน้อย หากจะทำเองใช่จะของแบบนี้ได้ง่ายๆ
"ไว้ทำใหม่แล้วกันนะ.."
เด็กสาวเก็บตลับเครื่องหอมแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระบี่เล่มเดียวของตนขึ้นมาขัดก่อนนอน
แม้อาจจะไม่ได้ดูแลรักษามาก แต่ก็พยายามทำให้มันเงางามและดูดีเหมือนใหม่เสมอ
เผื่อสักวันคนที่ให้มันแก่เธออยากจะได้มันคืน... อี้เจียงยิ้มบางๆก่อนที่จะเก็บกระบี่นั้นไว้
เธอคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆคิดถึงสิ่งที่ต้องทำ
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้หลับไป...

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -700 ความหิว -28 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -700 -28 + 3

ดูบันทึกคะแนน

พอละ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบองสยบทักษิณ
หวยหนานจื่อ
ม้าวายุทมิฬ
กระบี่ซือจิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x4
x5
x10
x10
x4
x50
x1
x1
x39
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x21
x1
x1
x30
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x6
x1
x2
x2
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x6
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x18
x2
x1
x20
x1
x101
x1
x1
x16
x1
x1
x1
x3
x10
x24
x6
x24
x14
x1
x1
x20
x28
x5
x32
x2
x56
x27
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-14 11:35

ขึ้นไปด้านบน