ดู: 275|ตอบกลับ: 10

{ เมืองหวยหนาน } โรงเตี๊ยมชางไป๋

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-16 18:31:04 |โหมดอ่าน






✿ โรงเตี้ยมชางไป๋

{ เมืองหวยหนาน }



【โรงเตี๊ยมชางไป๋】
โรงเตี๊ยมขนาดเล็กของเมืองหวยหนาน 
เนื่องจากเป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆการจองที่พักเลยจะยากเป็นพิเศษ 
เหตุผลที่ว่าจากมีห้องพักอยู่ประมาณ 2-3 ห้อง 
และบริการอาหารเช้าง่ายๆ อย่างพวกข้าวและกับง่ายๆ
คือเต้าหู้ผัดเผ็ดของขึ้นชื่อประจำเมืองหวยหนาน 
เครื่องปรุงและวัตถุดิบสดใหม่อยู่เสมอเชื่อมือได้




ชื่อกิจการ : โรงเตี้ยมชางไป๋
เจ้าของกิจการ : เปา ไป๋
เวลาเปิดบริการ : 9.00-23.00 น. 
ประเภทร้าน : บริการสุราอาหาร ที่พักชั้นมาตราฐานทั้งห้องเดี่ยวและห้องรวม

#ประทับตราโดย ผู้ว่าเมืองหวยหนาน









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

48

กระทู้

320

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10605
เงินตำลึง
93865
ชื่อเสียง
15270
ความหิว
91
คุณธรรม
309
ความชั่ว
0
ความโหด
23
ชิวชุน - 秋春
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-12-2 06:30:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-12-2 10:50

140
       ก่อนหน้านี้ ณ ย่านการค้า...
        หลิน เจียนหลิว และประมุขพรรคกระยาจกเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหวยหนาน ภายในย่านการค้ามีพ่อค้าแม่ค้าและสินค้ามากมายดั่งเช่นย่านการค้าทั่วๆ ไป มีผู้คนเดินไปมาอยู่มากพอสมควร ทั้งสามรวมถึงเจ้าม้าวายุทมิฬและเจ้างูเขียวไร้พิษเดินดูรอบเมืองอยู่พักหนึ่งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและความเหนื่อยล้า หรือว่ามันจะทำให้เหนื่อยล้ายิ่งไปอีกกันแน่?
        "ข้าว่าเราควรไปหาที่พักกันดีหรือไม่?" หลินเสนอแนะ นอกจากตะวันลับฟ้าแล้วยังเดินทางเดินเที่ยวกันอยู่นานจึงทำให้ขาอ่อนล้าเป็นธรรมดา
        ประมุขพรรคกระยาจก และเจียนหลิวเห็นด้วย ดังนั้นหลังจากที่เที่ยวชมเมืองเรียบร้อยแล้วทั้งสามจึงหาโรงเตี๊ยมสักแห่งเข้าพักในคืนนี้


        ปัจจุบัน ณ โรงเตี๊ยม...
        ทั้งสามเดินเตร่มาจนกระทั่งพบกับป้ายขนาดใหญ่เขียนไว้หน้าทางเข้าว่า 'โรงเตี๊ยมชางไป๋' ทั้งสามจึงตัดสินใจพักแรมที่นี่ แต่ทว่าการต้อนรับลูกค้าทั้งสามดูเหมือนไม่ค่อยจะราบรื่นสักเท่าไรนัก
        "ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกขอทานหรอกนะไปเสียเถิด ห้องเรายิ่งมีไม่พออยู่ด้วย" เสี่ยวเอ้อห์บอกกับคนในชุดยาจกที่มาเข้าพักในคืนนี้ ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วทั้งสามไม่ต่างจากขอทานเลยแม้แต่น้อยซึ่งสองในสามนั่นก็คือยาจกดีๆ นี่เอง แถมยังเป็นสมาชิกพรรคกระยาจกเสียด้วย
        "โถ่ พี่ชายให้พวกเราพักสักคืนไม่ได้เลยรึไง?" ประมุขพรรคกระยาจกกล่าวต่อรองกับเสี่ยวเอ้อห์ด้วยน้ำเสียงดูขี้เล่นมากกว่าจริงจังนัก
        "นั่นสิ พวกเราไม่ใช่คนเลวร้ายสักหน่อย คนกันเองทั้งนั้น" เจียนหลิวกล่าวเสริมด้วยอีกคนทำเอาเสี่ยวเอ้อห์หนุ่มรำคาญใจอยู่ไม่น้อย
        "ถ้าเช่นนั้นหากมีเงินก็เข้ามาพักได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พวกเจ้ามีรึเปล่าล่ะ?"
        ชายหนุ่มพรรคกระยาจกทั้งสองส่ายหน้าอย่างเพียบพร้อมกันรัวๆ เสี่ยวเอ้อห์ที่ยืนต่อปากต่อค่ำเมื่อเห็นเช่นนั้นก็แทบจะไล่เตะพวกเขาออกจากร้านไปให้พ้นสายตาจนหญิงสาวต้องเข้าไปห้ามเอาไว้ก่อน
        "ช้าก่อนข้ามี แสดงว่าพวกเราพักได้ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?" หลินเอ่ยแทรกขึ้นมา หากช้ากว่านี้อีกนิดคงไม่วายถูกไล่ตะเพิดออกไปเป็นแน่แท้
        "แน่นอน เข้ามาสิ!" แม้จะได้ยินเช่นนั้นแต่เสี่ยวเอ้อห์หนุ่มก็ไม่สบอารมณ์อยู่มาก
        โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆ จึงมีห้องพักอยู่ไม่มาก เสี่ยวเอ้อห์นำทางลูกค้าทั้งสามไปยังห้องพักรับรองซึ่งทั้งสามจำต้องพักห้องเดียวกันเพราะจำนวนห้องพักนั้นเหลือเพียงห้องสุดท้ายแล้วเท่านั้น ในส่วนของม้าวายุทมิฬได้นำไปฝากไว้ในคอกม้าของโรงเตี๊ยมโชคดีที่ยังไม่มีใครรู้ว่ามีคนนำงูเขียวเข้ามาในโรงเตี๊ยมด้วยมิเช่นนั้นคงแตกตื่นกันน่าดูชม
        เจ้างูเขียวถูกซ่อนเอาไว้ก่อนปล่อยให้เป็นอิสระในห้องพักรับรองเล็กๆ ที่จองเอาไว้ แม้ห้องจะไม่ใหญ่มากแต่ก็พอสำหรับสามคน
        เมื่อจัดการสัมภาระเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสามจึงลงมายังด้านล่างของโรงเตี๊ยมเพื่อสั่งอาหาร ในขณะที่กำลังรออาหารที่สั่งเอาไว้นักดนตรีพเนจรผู้หนึ่งได้ขับลำนำอันแสนไพเราะบรรเลงประกอบด้วยกู่ฉินขึ้น

{ ลำนำผาฮั่นจง }


ร้อยตำนาน เรียงขับขาน พันพันบท
หมื่นเรื่องเล่า เคล้าน้ำตา ต่างสุรา
ดินเหลืองผา นครา ขุนเขาใหญ่
หุบเหวลึก สร้างตำนาน หมู่ผู้กล้า

คือคำขาน คือตำนานจตุชน

ทั้งพ่อค้า คาราวาน เดินทางไกล
ทั้งกู่ฉิน พิณคู่ใจ นักกวี
อีกสตรี ตาเดียว เลิศเกาทัณฑ์
และชาวยุทธ ผู้กล้า ผ้าพันแผล

เหมันต์จาร สายลมเย็น ยะเยือกจิต
คำรามสิทธิ์ พยัคฆา ก้องหุบเหว
สามผู้กล้า บนเนินผา ไม่รั้งรอ
ส่งวิหค นกเสียงทอง ติดต่อไป

แว่วเสียงใส สรวลใจในพณา
เจ้าปักษามรกตถลาลง


มิคาดคิด มีสตรี อยู่ใต้ผา
เวทนา ผู้กล้า ต่างปรึกษา
เพื่อช่วยพา นารี นั้นขึ้นมา
พ่อค้ามี เคล็ดวิชา ใจน้ำแข็ง

โดดลงผาอย่างกล้าหาญไม่กริ่งเกรง

กวีรั้ง โยงไป ด้วยสายเชือก
แล้วจึงเลือก เอาเพลาเกวียน เพียรต่างรอก
บอกสวรรค์ เมตตาเถิด โปรดเห็นใจ
ขออย่าให้ สหายข้า ต้องกล่าวลา

ประสิทธิ์พรขอวิงวอนผู้เบื้องบน
โปรดช่วยคน สหายข้าพ้นบ่วงภัย

พระเพลิงผลาญ ธารหินไฟ ไหลปะทุ
ยมมาดุ คะนองควัน ดั่งจันทร์ดับ
ขอบผาทรุด ผุดนรก ทะเลกาฬ
เคราะห์ประสาน เชือกสะบั้น พลันปลิดปลิว

ละล่องลงดงพระเพลิงอเวจี
ความหวังมีพลันมอดดับลับเลือนไป

ฟ้าเมตตา นภาเปิด เกิดเป็นแสง
ดั่งดลแรง เมตตาจิต ประสิทธิ์ด้วย

เทพผู้ช่วย พ้นธารเหลือง เมืองแดนผี
มีท่านแมว ตัวใหญ่ คือไป๋เหมียว

เมื่อรำลึกตรึกถึงแล้วได้แคล้วคลาด
ศรัทธามาตรความช่วยเหลือจึงจะมา

อัมฤทธิ์ หลั่งรินไหล ล้างไฟผลาญ
ลำแสงสาด ไพรพณา ชีวาหวน
ทวนวิญญา สรรพสัตว์ พัดคืนรัง
ก่อกำเนิด เกิดเป็นธาร วิฬารเทพ

ขุนเขาสูงธารน้ำไหลดั่งแดนฟ้า
งดงามตามัจฉาว่ายสายน้ำใส


ส่วนพ่อค้า ผู้กล้า แม้รอดภัย
เหตุไฉน ไม่ฟื้น คืนกลับมา
พาสหาย ห่วงใย เป็นหนักหนา
หวังเยียวยา หยุดนิทรา พบหน้ากัน

......................

บรรเลงเพลงกู่ฉิน ผินมองฟ้า
โปรดเมตตาวาสนาอย่าแสนสั้น
ขอเขากลับอย่าพรากไกล ไปจากกัน
ฟื้นจากฝันอันยาวนานมาฟังพิณ

....................

- เฮ่า เฮ่า -


        ผู้คนที่นั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมต่างฟังบรรเลงบทลำนำอย่างตั้งใจจนกระทั้งจบลง เสียงปรบมือดังขึ้นแม้จะมีคนจำนวนไม่มากก็ตาม ลำนำบทนี้ฟังดูเป็นเศร้าทว่ากลับแฝงไปด้วยความหวัง...
        หลังจากนั้นไม่นานอาหารที่สั่งเอาไว้ก็มาถึงพอดี
        "เสียวเอ้อห์ขอสุราเพิ่มสักไหสองไหที" ประมุขพรรคกระยาจกเอ่ยขึ้น
        ทั้งสามทานอาหารมื้อนี้อย่างสำราญใจถึงแม้จะเป็นอาหารง่ายๆแต่ก็รสชาติดีอยู่ไม่น้อย  หลังทานอาการเสร็จแล้วหลินได้ขอตัวไปทำภารกิจส่วนตัว จึงเหลือแต่ประมุขพรรคกระยาจกและเจียนหลิวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ ประมุขฯ หนุ่มดื่มสุราหนักกระทั่งฟาดไปถึงสามไห
        "ท่านประมุขฯ ดื่มหนักไปแล้ว" เจียนหลิวปรามประมุขฯ หนุ่มเอาไว้
        "เจ้าก็มาดื่มด้วยกันสิ" ประมุขพรรคกระยาจกเอ่ยเชิญชวน
        "เอ่อ..."
        ด้วยเหตุนี้เจียนหลิวจึงจำต้องดื่มสุราไปด้วยกันทำเอาคอพับไปกับโต๊ะทีเดียว ส่วนประมุขพรรคกระยาจกก็นั่งดื่มกินชิวๆ จนกระทั่งรุ่งสาง หลินที่ตื่นมาในตอนเช้าเมื่อเห็นสภาพของทั้งสองก็ถึงกับกุมขมับอย่างทำอะไรไม่ถูกจริงๆ



@Admin
@LingHao



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +77 ความหิว -11 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 77 -11 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
คบเพลิง
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x6
x10
x18
x12
x5
x5000
x42
x4
x60
x1
x300
x103
x100
x28
x3
x9999
x8000
x50
x22
x40
x22
x2
x2
x5
x100
x230
x50
x1
x1
x30
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x58
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x8
x250
x20
x185
x50
x4
x58
x115
x50
x78
x25
x1
x47
x5
x11
x20
x1
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
15
เงินตำลึง
150
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-161
คุณธรรม
730
ความชั่ว
0
ความโหด
54

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2017-12-25 22:11:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[ไป๋ฟางหรง]

บทที่ 16 : หนี!(ต่อ)

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะขอรับคุณหนู!”

         ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าสองเท้าเล็กๆของหนึ่งคนหนึ่งตัวจะสามารถพาร่างกายหนีการติดตามมาได้ไกลถึงเพียงนี้  ฟางหรงหอบหายใจรู้สึกคล้ายจะล้มพับได้ทุกเมื่อ   หัวสมองว่างเปล่าจากการวิ่งติดต่อกันอย่างยาวนาน  หญิงสาวรู้เพียงว่าจะหยุดวิ่งตอนนี้ไม่ได้   แต่ร่างกายก็ใกล้มาถึงขีดสุดเต็มที่แล้ว   


ต้องหาที่หลบ...

สายตาสอดส่องไปสองข้างทาง   ในที่สุดก็พบโรงเตี๊ยมเล็กๆสองชั้นดูเก่าแก่สร้างจากไม้สีอ่อนที่ข้างโรงเตี๊ยมมีโรงจอดรถม้าและเกวียน   นางหันหลังกลับไปมองคนที่ตามมาด้านหลังไม่ใกล้ไม่ไกล   ก่อนจะรีบเลี้ยวขวาเข้าโรงเตี๊ยม

ภายในกลับเล็กเหลือเชื่อ   เห็นด้านนอกว่าเล็กแล้ว  เมื่อเข้ามาจริบงๆกลับเล็กยิ่งกว่า   ในเสี้ยววินาทีทีไม่เห็นว่ามีที่ใดน่าจะพอเป็นที่ซ่อนได้    ก็เหลือบไปเห็นหน้าต่าง

หญิงสาวผู้เรียบร้อยอยู่ในกรอบมาทั้งชีวิตสูดหายใจเข้าลึก  ดูเหมือนลูกหมีน้อยผู้ร่วมขบวนการณ์หลบหนีก็มีความคิดใกล้เคียงกัน    มันพยายามตะกายพาร่างกลมขึ้นไปที่กรอบหน้าต่าง    ฟางหรงรีบดันก้นหยวนเป่าน้อย  แล้วพุ่งตัวตามออกไปท่ามกลางความตกใจของแขกเหรื่อ เสี่ยวเอ้อร์และเถ้าแก่โรงเตี๊ยม


แทนที่จะวิ่งหนีต่ออย่างไร้จุดหมาย  คุณหนูไป๋ผู้ก่อวีรกรรมอันกำลังจะถูกลือลั่นไปทั่วเมืองเลือกที่จะเสี่ยงดวงเอากับการมุดเข้าไปซ่อนในเกวียนของนักเดินทางขาจรผู้หนึ่ง

ร่างบอบบางเนื้อตัวมอมแมมด้วยเศษฟางนั่งขดกอดกู่ฉินแน่นข้างๆมีลูกหมีขาวเกาะอยู่อีกทอด เกิดเป็นภาพประหลาดตาภาพหนึ่ง


“คุณหนูอยู่ที่ไหน?!”
“ออกไปแล้วทางนั้น—“
“ตามไป!!!”
“แยกกันตาม! คุณหนูฟางหรงคงยังไปไหนได้ไม่ไกล”


เสียงเอะอะที่ดังลอดมาทำให้ร่างเล็กที่กำลังหลบซ่อนเกร็ง  เหงื่อไหลซึมผ่านหางคิ้ว  หูสองข้างพยายามเงี่ยฟังความเคลื่อนไหว

มีเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังเข้ามาใกล้   ฟางหรงเผลอกลั้นหายใจ  หัวใจเต้นโครมคราม  เสียงฝีเท้าเหล่านั้นดังวนเวียนอยู่พักหนึ่งก่อนจะเงียบหายไป


ดูเหมือนพวกเขาจะไปหาทางอื่นแล้ว...

หญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก   เวลานี้คล้ายเรี่ยวแรงที่มีถูกสูบออกไปหมด  ร่างกายชาจนแทบไม่มีแรงแม้แต่จะขยับนิ้ว   นางนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่ครู่ใหญ่  ก่อนจะสบตากลมแป๋วที่มองมา   ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มอ่อนแรงเอื้อมมือลูบหัวปุยด้วยความรักใคร่เอ็นดู

...แล้วเกวียนก็ค่อยๆเคลื่อนที่


ด...เดี๋ยวสิ!!!


“หยุดก่อน!!


คล้ายสวรรค์ขยันแกล้ง  ฟางหรงใจหายอยู่แล้ว แทบสำลักอากาศซ้ำสองเมื่อมีเสียงของผู้ติดตามที่นางคิดว่าไปไกลแล้วดังขึ้น


“คุณหนูของเราหายตัวไป  ขอเวลาเราค้นเกวียนท่านจอมยุทธ์สักครู่”


แย่แล้ว



หัวใจดวงน้อยภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างบ้าคลั่ง  หวังว่าจะได้พบปาฏิหาริย์   ฝ่ามือเย็นเฉียบ

ทว่าปาฏิหาริย์ที่เฝ้ารอคงยังมาไม่ถึงในวันนี้



“ขอเชิญคุณหนูกลับจวนด้วยขอรับ”




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-1-6 14:25:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-1-9 00:16

{ภัยสงคราม ย้อนกลับ}
[จาง ฝู]
บทที่ 9 โรงเตี้ยมกู้ชีพ

        ร่างบางของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาด้านในโรงเตี้ยมเล็กแห่งนี้ เรียกสายตาของหลายๆคนภายในโรงเตี้ยมให้หันมองดูอย่างอดไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความสวย แต่เพราะสภาพโทรมๆจนเหมือนศพของเธอนั้นเอง รอบตาที่ดำคล้ำ เสื้อผ้าหน้าผมยุ่งเหยิงจนแทบไม่เป็นทรงที่รอบคอมีงูสีเขียวพันหลวมๆไว้นอนเอาหัวเกยไหล่ของหญิงสาวอยู่ ร่างบางนั้นค่อยๆเดินไปที่เคาเตอร์อย่างช้าๆ ที่สภาพของเธอเป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ เดินต้องเดินทางตลอดทั้งคืนเลยไม่ได้นอนยังไงละเพราะโรงเตี้ยมที่หรูหนานที่เธอจะไปพักดันห้องเต็ม เธอจึงเดินไปที่ป่าที่เป็นทางผ่านไปเมืองต่อไปและกะว่าจะพักที่นั้น แต่เพราะป่านั้นมีสัตว์ป่าชุกไปเลยไม่สามารถตั้งค่ายนอนพักได้ เธอและเฟยเทียนจึงต้องเดินข้ามเมืองเพื่อไปนอนที่โรงเตี้ยมของเมืองถัดไปซึ่งก็คือที่นี่ยังไงละ


       “เถ้าแก่ข้าขอห้องพักหนึ่งห้อง” เสียงพูดยานๆของหญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาสีน้ำตาลที่ใกล้ปิดแหล่ไม่ปิดเหล่มองไปยังหน้าเถ้าแก่เจ้าของโรงเตี้ยมที่ตกใจสภาพของเธอเล็กน้อยก่อนจะผายมือไปด้านบนพร้อมกับบอกที่ตั้งห้องพักแก่เธอ


       “ชั้นบนนห้องสุดท้ายเลยขอรับ”


       “ขอบคุณเถ้าแก่” สิ้นเสียงร่างบางของหญิงสาวก็ค่อยเดินอืดๆขึ้นชั้นบนไปและตรงไปยังห้องของตน แทบทันที่ที่ร่างนั้นก้าวเข้ามาในห้องพักก็รีบตรงดิ่งไปยังเตียงนอนพร้อมกับล้มตัวนอนพร้อมกับหลับไปในทันทีทำให้ลู่จิวที่พัดอยู่รอบคอต้องค่อยๆเลื้อยออกมานอนขดข้างๆแทน  


       เวลาล่วงเลยมาจนท้องฟ้าสีครามนั้นพันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมส้มเป็นสัณญาณบ่งบอกถึงเวลาเย็นนั้นมาถึงแล้ว ร่างบางของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงกระพริบตาถี่ๆก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างงัวเงีย เธอค่อยยันตัวขึ้นมองนั่งพรางมองซ้ายที ขวาที เพื่อหาเจ้างูเขียวที่ปกติจะอยู่ใกล้ๆเธอประจำ แต่ตอนนี้มันไม่อยู่


       “ลู่จิว” เธอเอ่ยเรียกหาเจ้างูของเธอหน่อยก่อนจะลุกเดินไปดูตามส่วนต่างๆในห้อง


      ฟ่ออ(เจ้านายตื่นแล้ว) เสียงของลู่จิวดังขึ้นพร้อมกับร่างของมันที่เลื้อยออกมาจากห้องน้ำ ตัวของมันเปียกชื้นหน่อยๆ คงลงไปเล่นน้ำในอ่างน้ำมาแน่ๆ  มันเลื้อยขึ้นมาอยู่บนที่ประจำของตัวเองแล้วเอาหัวถูไถแก้มของเจ้านายสาวอย่างเอาใจ


      “ไปเล่นน้ำมาหรอ”


     ฟ่ออ(ขอรับเจ้านาย)มันพยักหย้าตอบก่อนที่ร่างบางจะอุ้มมันลงมาวางที่เตียงนอนแล้วย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำแทน


      หลังจากที่เธอจัดการอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เธอกับลู่จิวก็เดินลงมาที่ด้านล่างโรงเตี้ยมที่ตอนนี้มีคนเข้ามาทานอาหารกันอยู่หนาแน่น  เธอยิ้มให้เถ้าแก่เล็กน้อยก่อนจะเดินอกไปที่คอกพักสัตว์ที่หลังรงเตี้ยมเพื่อดูเฟยเทียนและเหล่าแมวเหมียวทั้งแปดตัวของเธอ แต่เมื่อเห็นว่าเฟยเทียนกำลังนอนพักผ่อน (กก) เหล่าแมวอยู่เธอกับลูจิวจึงเดินผละออกมาก่อนจะพาตัวเองและลู่จิวไปเดินเที่ยวสำรวจในเมือง


     “ไปหาอะไรในเมืองกินกันเถอะ”


     ฟ่อออ(ขอรับเจ้านาย)


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
ฮั่นเสียทองเทวะ
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x20
x43
x2
x8
x8
x4
x800
x1
x1
x16
x14
x30
x100
x867
x110
x150
x27
x20
x30
x10
x22
x3
x107
x138
x5
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x55
x62
x1
x555
x6
x1
x13
x1
x1
x15
x2160
x6
x150
x50
x1000
x14
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x51
x2
x2500
x110
x129
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x39
x2
x55
x2
x3
x12
x3
x109
x60
x30
x4
x30
x50
x70
x1
x15
x2549
x3
x30
x33
x68
x39
x7
x537
x102
x172
x4
x117
x4
x2
x93
x84
x77
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x259
x6
x30
x13
x348
x3
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x67
x39
x125
x356
x436
x236
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x785
x630
x126
x271
x3202
x521
x30
x3
x1042
x45
x80
x1210
x11
x7
x22
x4444
x657
x790
x4
x1990
x22
x18
x44
x22
x41
x81
x342
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
15
เงินตำลึง
150
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-161
คุณธรรม
730
ความชั่ว
0
ความโหด
54

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-1-24 13:06:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-1-24 14:26

[ไป๋ฟางหรง]


บทที่ 32: เสียงเล่าลือจากนอกด่าน (ต่อ)



     ร่างระหงส์ในคราบบุรุษปริศนาใต้หน้ากากก้าวเดินสองมือไพล่หลัง  การแต่งตัวจะคล้ายบัณฑิตก็มิใช่ ชาวยุทธ์ก็มิเชิง  ดูๆไปเหมาะจะเป็นคุณชายน้อยผู้หนึ่งเล่นสนุกลอบปลอมตัวมาเสียมากกว่า

คุณชาย(?)ผู้นั้นเลี้ยวเข้าโรงเตี๊ยม  เสี่ยวเอ้อร์น้อยพิจารณาผิวพรรณ อากัปกิริยา และเนื้อผ้าแล้วมิกล้าดูแคลน  รีบกุลีกุจอเข้ามารับรอง



“ขอชาหนึ่งกาและขนมก็พอ” เสียงหวานที่ดัดจนต่ำนั้นดล้ายเด็กน้อยเสียงยังไม่แตกที่อยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ชวนให้เป็นที่ขบขันของผู้คนแถวนั้นจนต้องหันมาพิจารณาร่างผอมเก้งก้างของหนุ่มน้อย(?)ผู้นั้นนิดหนึ่ง  ก่อนจะหันกลับไปสนใจธุระของพวกตนต่อ  ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปชาและขนมที่สั่งก็มาวางตรงหน้า



“ที่แท้ผู้ประพันธ์ลำนำปลาน้อยที่บัณฑิตเมื่อครู่ร่ายก็เป็นคุณหนูผู้หนึ่ง”



เสียงโต๊ะข้างๆดังขึ้น  เนื้อหาของมันทำให้ฟางหรงที่กำลังจะจิบชาคลายหนาวแทบสำลัก   ผู้พูดเป็นชายชาวยุทธ์วัยกลางคนท่าทางผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย “ได้ยินว่าคุณหนูผู้นั้นเป็นบุตรีบุญธรรมหวยหนานอ๋อง  ไม่คิดว่าคุณหนูคนหนึ่งจะคิดลำนำที่ลึกซึ้งเยี่ยงนั้นได้”
คิดอันใด? มีแต่พวกท่านนั่นแหละที่คิดไปเอง… ไป๋ฟางหรงเริ่มอยากร่ำไห้ขึ้นมาจริงๆ

“เสียดายยิ่งที่เป็นคนของท่านอ๋…” คนพูดพูดไม่ทันจบกลับโดนพี่น้องในโต๊ะเตะหน้าแข้งทีหนึ่งทำให้ต้องหุบปากไปกลางคัน



หืม? หญิงสาวในคราบบุรุษชะงักเมื่อได้ยินอะไรที่น่าสนใจ  คล้ายคนเหล่านี้จะรู้อะไรบางอย่าง



“เจ้าไม่รู้อะไร  แท้จริงแล้วคุณหนูผู้นั้นพอจะถูกส่งเข้าจวนถึงกับก่อวีรกรรมกระโดดรถม้าหนีกลางตลาด  วิ่งเข้ามาหลบที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้” อีกคนพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน ทว่าเบาลงเล็กน้อย  พรรคพวกที่เหลือตาโต

“โรงเตี๊ยมเล็กๆนี่มีที่ซ่อนด้วยหรือ?”

ก็ไม่มีน่ะสิ...ในใจของผู้ถูกนินทาที่แอบฟังอยู่แทบร่ำไห้เป็นสายเลือด

“ไม่มีหรอก  ได้ยินว่าคุณหนูวิ่งเข้ามาถึงกับงงอยู่ชั่วครู่แล้วก็กระโดดออกทางหน้าต่างไปเลย” ชายหนุ่มหัวเราะดูสนุกสนานกับเรื่องราวนี้ยิ่ง  คนฟังตบเข่าฉาด

“คุณหนูผู้นี้ไม่เลวเลยจริงๆ!!” เขาหัวเราะลั่นเสียงดัง

ขอบคุณเจ้าค่ะ… หญิงสาวรู้สึกอยากมุดดินหนี  สายลมเย็นๆพัดเข้ามาวูบหนึ่ง

“เพ้ย! ฤดูหนาวปีนี้ก็โหดร้ายยิ่งนัก  ไม่รู้ว่ากว่าจะพ้นหน้าหนาวจะมีกี่ชีวิตที่รอด” จอมยุทธ์พเนจรผู้นั้นเอ่ยกับพี่น้องของตน

“เมื่อใบไม้ร่วงที่ผ่านมาข้าได้ไปแถวทางเหนือ  ได้ยินว่านอกด่านซันไห่กวนมีเด็กกำพร้าเร่ร่อนอยู่เป็นจำนวนมาก  ไม่รู้ว่าบัดนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง” ชาวยุทธ์อีกคนถอนหายใจ “หากว่าไม่มีภารกิจสำคัญของพรรคที่ยังติดพันอยู่ข้าคิดอยากจะขึ้นไปช่วยเหลือพวกเด็กน้อยน่าสงสารเหล่านั้น  แต่ยามนี้ต่อให้ขึ้นไปไม่รู้จะยังเหลือชีวิตใดให้ช่วยหรือไม่...น่าเวทนายิ่งนัก”

ไป๋ฟางหรงจิบชาร้อนให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายที่หนาวเหน็บถึงกับเปิดหูตั้งใจฟังอย่างสนใจ

“อาศัยเพียงเจ้าจะทำอันใดได้  ขุนนางแถบนั้นเล่า ใช่ถูกพวกชงหนูเอาไปฝังดินเลี้ยงต้นไม้หมดแล้วหรือไม่  แต่อย่างว่า...อย่างไรก็เป็นเพียงเด็กเร่ร่อน  ทางการสนใจที่ไหน...” อีกคนในโต๊ะเอ่ยน้ำเสียงแดกดัน

“ขออภัยจอมยุทธ์ทั้งหลาย…” ฟางหรงฟังเรื่องราวแล้วรู้สึกอดรนทนไม่ไหว  ต้องหันไปประสานมือขัด  เรียกสายตาคนทั้งโต๊ะให้มองมา “ผู้น้องบังเอิญได้ยินเรื่องที่พวกท่านกำลังสนทนากันแล้วชวนสงสัยยิ่ง  อยากทราบรายละเอียดว่าเด็กเร่ร่อนเหล่านั้นมีจำนวนมากน้อยเพียงไร ต้นสายปลายเหตุมาจากไหนหรือ?”

ชาวยุทธ์เหล่านั้นมองอากัปกิริยาแล้วพากันสรุปว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงคุณชายน้อยรึคิดปลอมตัว  ไร้กำลังภายใน ไร้อันตรายใดๆ ท่าทางแม้แต่แรงเชือดไก่ยังไม่น่าจะมีจึงอธิบายเรื่องราวที่ได้ยินมา “ข้าเพียงได้ยินมามิได้เห็นด้วยตาตนเอง  ได้ยินว่านอกด่านซันไห่กวนมีหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่ง  ด้วยภัยสงครามกับพวกชงหนูทำให้กลับกลายเป็นหมู่บ้านร้างไป   เหลือเพียงเด็กกำพร้านับพันต้องเร่ร่อนเอาตัวรอดกันเอง…”

ไป๋ฟางหรงใจหายวูบ  จำนวนมากถึงเพียงนั้น…
ใจหวนคิดถึงพี่น้องจากค่ายพยัคฆ์ที่กำพร้าจากพวกชงหนูแต่โชคดีได้รับความช่วยเหลือจากท่านแม่ทัพเว่ยพามาเลี้ยงดูฝึกวิชา มีอาหารครบสามมื้อ มีที่อยู่ที่อบอุ่น สามารถเติบโตกลายเป็นคนที่ดีและมีความสามารถ หากเด็กน้อยเหล่านั้นยังอยู่นอกด่าน...จนถึงตอนนี้จะต้องเผชิญความอดอยาก หนาวเหน็บเพียงไร

“ขอบคุณทุกท่าน” ฟางหรงประสานมือแล้ววางตำลึงบนโต๊ะ   ก่อนจะรีบหุนหันออกจากโรงเตี๊ยมไป




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-7-3 20:11:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ปิดฉากตำนานร้านเต้าหู้พาร์ท 3 - ท่านชายใหญ่กับเมิ่งจื่อเหยา
[ความจริงและคำขู่]

     จางฝูที่เดินกลับมายังโรงเตี้ยมพร้อมกับเมิ่ง จื่อเหยานั้นก็ปาเข้าไปเกือบยามไห้ และทันทีที่จู๋เว่ยได้เห็นสภาพของหญิงสาวก็รีบปรี่เข้ามาตรวจดูรอบๆตัวของเธอทันทีและทันทีที่ชายหนุ่มนั้นเห็นว่าบาดแผลของหญิงสาวเปิดขึ้นมาอีกก็เริ่มร่ายบทสวดเป็นการใหญ่แม้มือนั้นจะังคงทำหน้าที่ทายาทำแผลให้ก็ตามที โดยที่ไม่ได้สนใจชาหนุ่มร่างเล็กอีกคนเลยแม้เเต่น้อยจวบจนกระทั่งการทำแผลนั้นได้สิ้นสุดลง


   “แล้วเจ้าเป็นใคร”จู๋เว่ยหันไปเอ่ยถามชายร่างเล็กอีกคนที่เดินติดสอยห้อยตามหญิงสาวมาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีอาการขุ่นเคืองอยู่


    “ข้าเมิ่ง จื่อเหยา เรียกอาเมิ่งก็ได้ ข้าช่วยแม่นางจางไว้ตอนกลิ้งลงมาจากเขาน่ะ”อาเมิ่งเอ่ยแนะนำตัวก่อนจะยิ้มแห้งให้ชายหนุ่มอีกคนที่ดูท่าจะค่อนข้างระเบียบจัดดูจากการเเต่งกายที่ขาวทั้งตัวเเล้ว ที่โต๊ะข้างๆตัวนั้นยังเต็มไปด้วยกองตำราที่เขียนด้วยภาษาที่เขาอ่านไม่ออกอีก


      “ข้าจาง จู๋เว่ยยินดีที่ได้รู้จักขอบใจมากที่ช่วยนางไว้” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวก่อนจะกล่าวขอบใจที่ชายร่างเล็กผู้นี้เป็นคนช่วยหญิงสาวให้รอดจากการกลิ้งตกเขาแม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะเก่งกาจเพียงใดก็ยังมีจุดที่ซุ่มซ่ามโผผล่มาให้เห็นได้บ่อยๆอยู่ดีสินะ


     “อ่า พวกเจ้าเป็นคนรักกันรึ”อาเมิ่งเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เห็นว่าที่งจางฝูและจู๋เว่ยนั้นก็มีเเซ่เดียวกัน


    “ป่าวหรือเป็นเพื่อน เป็นอืม พี่รองข้า”จางฝูเอ่ยขึ้นที่กำลังเอื้อมไปหยิบเอาตำราที่จู๋เว่ยเขียนเสร็จแล้วไปม้วนเก็บในห่อผ้าเพื่อทำโต๊ะให้ว่างสำหรับอาหารที่เธอสั่งก่อนจะขึ้นมาที่เสี่ยวเอ้อร์เอาขึ้นมาส่งให้ อาหารมากมายถูกว่างเรียงรายจนเต็มโต๊ะก่อนที่หญิงสาวนั้นจะหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วเริ่มคีบนู่นนี่กินอย่างหิวโหยโดยมีจู๋เว่ยและอาเมิ่งนั้นร่วมทานด้วย


    “เอ่อแล้วพวกเจ้ามาทำอะไรกันที่หวยหนานละมาเที่ยวหรอ”อาเมิ่งคีบผัดเต้าหู้ใส่ปากก่อนนจะเอ่ยถามขึ้นมาซึ่งคำถามนั้นก็ทำเอาหญิงสาวและชายหนุ่มอีกคนนั้นถึงกับชะงักตะเกียบที่กำลังคีบอาหารไปเล็กน้อย ซึ่งท่านทีที่ชะงักของทั้งสองก็อยู่ในสายตาของอาเมิ่งทำให้ชายร่างเล็กนั้นยิ่งทวีความสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก


      “เอ่อ พวกข้า..”เธอและจู๋เว่ยหันมองหน้ากันเพียงครู่แล้วจึงหันไปมองอาเมิ่งที่นนั่งยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็น “เจ้าอยากรู้จริงรึ”


     “แน่นอนสิ”คำยืนยันจากปากเจ้าตัวทำให้เธอต้องหันกลับไปมองจู๋เว่ยเพื่อถามความเห็นอีกครั้งแต่ชายหนุ่มเพียงถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ


     “เเล้วแต่เจ้าจางฝู”


      “ถ้าอย่างนั้น จู๋เว่ยเจ้าไปปิดหน้าต่าง ปิดประตูให้สนิท”เธอเอ่ยออกมาก่อนจะวางตะเกียบในมือลงบนชามข้าวแล้วเอื้อมไปหยิบมีดสั้นที่เหน็บอยู่บริเวณเอวขึ้นมา


      ปึก!!


      ปลายมีดที่ปักลงไปบนพื้นโต๊ะจะเกิดเสียงลั่นทำเอาอาเมิ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสะดุ้งเฮือกและอดรู้สึกแปลกๆและระวังตัวเพิ่มมากขึ้นเมื่อจู๋เว่ยเดินไปปิดประตูและหน้าต่างอีกทั้งยังลงกลอนเสียแน่นหนา พร้อมกับที่เหล่าอสพิษที่เขาพึ่งมารู้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของหญิงสาวนั้นจะเลื้อยมาล้อมตัวเขาเอาไว้


   “ถ้าทำให้ตกใจก็ต้องขอโทษด้วย มันเป็นเรื่องที่จะให้หลุดออกไปไม่ได้เด็ดขาด และถ้าข้าบอกไปแล้วเจ้าคิดจะชิงเอาเรื่องงที่รู้ไปบอกคนอื่น มีดของข้าจะพุ่งไปปักคอเจ้าแน่ๆ ระยะเเค่นี้ข้าไม่พลาดหรอกนะ”คำของหญิงสาวทำเอาอาเมิ่งถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างฝืดๆก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำยอม


    “เข้าใจก็ดี อืม ตอนนี้ข้ามีงานใหญ่เกี่ยวกับการจัดการกบฏหวยหนานอ๋อง โดยพวกข้ามีหน้าที่เเจ้งข่าวแก่ผู้ที่ยังคงภักดีต่อแผ่นดินอยู่ซึ่งลุล่วงไปเเล้วสามเหลืออีกหนึ่งที่ข้ายังไม่สามารถที่จะหาจังหวะในการส่งข่าวได้ นั้นคือบุตรชายคนโตของหวยหนานอ๋อง ท่านชายใหญ่หลิว ปู้ให่ และหวังว่าเจ้าจะไม่คิดสั้นไปปริปากบอกใคร”เธอเอ่ยรวบรัดสั้นๆได้ใจความพรางมองใบหน้าที่ตื่นตะลึงเล็กน้อยของอาเมิ่งมือบางเอื้อมไปจับมีดสั้นที่ปักไว้บนโต๊ะมาถือพรางควงไปมาในมือเป็นการบอกว่าเธอเอาจริงหากชายหนุ่มนั้นต้องการที่จะหนีแล้วเอาข่าวไปบอกคนอื่น


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
หน้ากากยักษ์แดง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ดอกม่วง
ฮั่นเสียทองเทวะ
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x20
x43
x2
x8
x8
x4
x800
x1
x1
x16
x14
x30
x100
x867
x110
x150
x27
x20
x30
x10
x22
x3
x107
x138
x5
x9264
x10
x110
x8
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x55
x62
x1
x555
x6
x1
x13
x1
x1
x15
x2160
x6
x150
x50
x1000
x14
x6
x3
x3
x40
x4
x40
x51
x2
x2500
x110
x129
x15
x60
x65
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x39
x2
x55
x2
x3
x12
x3
x109
x60
x30
x4
x30
x50
x70
x1
x15
x2549
x3
x30
x33
x68
x39
x7
x537
x102
x172
x4
x117
x4
x2
x93
x84
x77
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x259
x6
x30
x13
x348
x3
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x67
x39
x125
x356
x436
x236
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x4
x103
x152
x675
x477
x785
x630
x126
x271
x3202
x521
x30
x3