ดู: 494|ตอบกลับ: 5

{ นอกเมืองเซี่ยพี } หุบเขาเสวียนจง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-16 03:07:01 |โหมดอ่าน




 หุบเขาเสวียนจง   


{  น อ ก เ มื อ ง เ ซี่ ย พี  }







【 ป่าไผ่ซานพี 】

 สรรพสิ่งในโลกนี้ย่อมเปลี่ยนแปลง 
สรรพสิ่งไม่สามารถดำรงได้เพียงลำพัง 』


เขาเสวียนจงคือปราการธรรมชาติของเมืองเซี่ยพี แวดล้อมด้วยแนวเขาโอบรอบปีกตะวันออกของเมือง ทว่าด้วยชัยภูมิภูเขาเกินครึ่งเป็นผาสูง มีคูหาและถ้ำหินงอกหินย้อยมากมาย ขาดแคลนแหล่งน้ำจืด จึงยากต่อการที่ชุมชนเมืองจะอยู่อาศัย จัดเป็นที่กันดาร มากด้วยสัตว์ป่า และพืชพรรณหายาก เหมาะสำหรับการฝึกตนและผู้ชอบความท้าทายเสี่ยงอันตราย


ภายในหุบเขาเสวียนจง มีศิลาสีนิลขนาดมหึมาก้อนหนึ่งตั้งอยู่ กล่าวกันว่าศิลาโบราณนี้หนักกว่าสิบพันชั่ง แม้ไม่มีผู้ใดทราบว่ามันมาอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างไร ทว่าลูกหลานชาวเมืองเซี่ยพีต่างทราบดีว่าบนศิลามีอักษรโบราณถูกจารึกไว้โดยผู้เยี่ยมยุทธ์ในอดีตท่านหนึ่ง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

74

กระทู้

843

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12936
เงินตำลึง
10346
ชื่อเสียง
16432
ความหิว
305

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
458
ความชั่ว
0
ความโหด
0
ชีอวี้หยู
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-12-28 11:59:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-28 18:26

ช้างน้อย ซือจู่ 2



    ผิงผิงขี่หลังจวื่จื่อจนทั้งสองกับอีกหนึ่งตัว(หมั่นโถว) ก็ตามมาทันหลิวเทียนที่โดนเจ้าช้างน้อย(?) ขโมยตัวมา ที่แห่งนี้คือหุบเขาแต่เป็นหุบเขาอะไรนั้นเธอหารู้ไม่ เกินครึ่งเขาเป็นผาสูงขึ้นไป จู่ๆ เจ้าช้างน้อยก็หยุดลง
    "คุณชายหลิว เป็นอย่างไรบ้าง" ผิงผิงตะโกนขึ้นไป เขาก้มลงมองผิงผิงด้วยใบหน้าซีดเผือก... "ข้าไม่เป็นไร...."
   "เจ้าช้างตัวนี้เป็นอะไรของมันกัน"
    "แปร๋น" มันใช้งวงรัดรอบเอวหลิวเทียนก่อนจะพาลงมาสู่พื้นดิน ชายหนุ่มงุนงงมองเจ้าช้าง
    "แปร๋น"
    "ข้าไม่เจ้าใจภาษาช้างหรอกนะ" หลิวเทียนเอ่ยพลางถอยออกมาเพราะเกรงว่ามันจะจับตัวเขาอีก มันก้มลงพลางร้อง "แปร๋น"
    "คุณชายหลิว ดูท่าทางมันจะชอบท่าน" ผิงผิงกล่าวพลางหัวเราะก่อนจะลงจากหลังจวื่จื่อ จวื่จื่อเหมือนจะเข้าไปคุยกับช้างน้อย(?)
    "ม๊อ"
   "แปร๋น"
    "ม๊อ"
   "แอ๊" ผิงกั่วที่เกาะอยู่บนตัวหลิวเทียนร้องขึ้น ผิงผิงจึงไปอุ้มมันมาไปทางช้างน้อย "แอ๊"
    "กรู๊ว"
    ผิงผิงกับหลิวเทียนหันมามองกัน... "พวกมันคุยกันรู้เรื่อง?"
    "ท่านอย่าถามข้า ข้าก็ไม่รู้" ผิงผิงกล่าว แล้วปล่อยให้พวกสัตว์คุยกันไป ทั้งสองเดินดูรอบๆ หุบเขาแห่งนี้ ที่นี่กันดารมากเลยทีเดียวแต่หากมองดีๆ อาจจะมีของหายากก็เป็นได้ "เดี๋ยวก็จะมืดค่ำแล้ว อย่างไรพวกเรากลับไปที่โรงเตี้ยมกันก่อนดีหรือไม่?"
    "แล้วจะเอาอย่างไรกับช้างตัวนี้ เหมือนมันไร้เจ้าของเลย"
    "งั้นข้าพาไปด้วย ท่านก็ขี่ช้างไป ข้าขี่จื่อจื่อไป เอาอย่างนี้แล้วกัน" ผิงผิงกล่าว
    "เจ้าไม่ชอบขี่ม้าเลยสินะ"
    "ข้าไม่ชอบตั้งแต่โดนฉุดขึ้นม้า... ลูกสาวของผู้ว่าเมืองนี้แหละเจ้าค่ะ นางเป็นศิษย์รุ่นเดียวกับข้าตอนฝึกปราณ" ผิงผิงกล่าว ทั้งสองจึงเดินกลับไปหาพวกสัตว์ที่ยังคุยกันไม่เสร็จ(?) "จื่อจื่อ ต่อไปนี้เจ้าช้างน้อยคือสหายร่วมเดินทางของพวกเรา ซือจู่"
    "ม๊อ"
    "แอ๊"
    "กรู๊ว"
    "แปร๋น"
    "ข้าว่าได้คึกคักตลอดทางแน่นอน" หลิวเทียนหัวเราะน้อยๆ ผิงผิงเองก็หัวเราะตามไปด้วย ก่อนจะพากันกลับเข้าเมืองตรงไปอย่างโรงเตี้ยม


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x4
x6
x28
x40
x10
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x12
x17
x25
x181
โพสต์ 2019-3-10 17:35:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2019-3-10 17:44:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 2 : อินเดอะดรีมเฮ้าส์ !! บ้านในฝันของฉันเอง}
{ ตอนที่ 104 : เดินทางเข้าเมืองหน่อยจ๊ะ3 }

        ‘ร้ายกาจ..’ ฝ้าเฉี่ยกล่าวแบบนั้นเมื่อได้ยินทัศนะคติที่เป่าหลิงนั้นกล่าวถึงการเก็บคนมาเลี้ยง นั้นล่ะครับทั่นผู้ชม หากจะถามจริงๆ ว่า ทางเป่าหลิงนั้นเวลาเห็นคนที่กำลังนอนตายหายใจรวยรินอยู่ สิ่งที่เธอทำคืออะไร… ที่ทำบ่อยที่สุดคือหนึ่งเดินผ่าน สองซ้ำเติม สามฆ่าทิง สี่..ถึงค่อยเก็บมาเลี้ยง.. แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว..

        เพราะว่าถ้าเป็นแต่ก่อนนั้นก็เดินผ่านกับซ้ำเติมตลอด.. ตอนนี้นางจะประเมินสถานะการณ์การแล้วว่าไอ้มนุษย์คนนั้นมีทางรอดกี่เปอร์เซ็นต์หลังจากนั้นก็จะ ..หากเกินกว่าที่กำหนด..แบบ รอดมากเธอก็จะช่วย แต่หากน้อยกว่า มรึงก็ตายไปเสียเถอะนะ เป่าหลิงนั้นคิดอย่างงั้น ก่อนที่จะคลียิ้มหวาน นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของเธอนั้นจะดูเหมือนว่า...สะใจสุดๆ ..

       “เอาเถอะมันคงไม่มีใครพูดแล้วก็ตกลงมาแบบนี้หรอกจริงไหมล่ะ?..แบบนั้นก็แย่เลย..” เสียงของเป่าหลิงนั้นบอกแบบนั้นล่ะ ใช่แล้ว ไม่ค่อยมีคนตกลงมาในสถานที่อะไรแบบนี้หรอก หากตกลงมานี้ขรรมเลยนะ ขรรมหนักมาก

        ‘ระวังข้ากลับ เจ้าจะเจออะไรแบบนั้นนะ..แบบนั้นข้าจะขำให้ เอาปะล่ะ?’ เสียงของทางฝ้าเฉี่ยบอกด้วยอีกเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนนั้นตอนนี้เดินผ่านกระท่อมตระกูลโฉ่ไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขานั้นเดินทางผ่านหุบเขาเสวียนจง และเดินทางผ่านวนไป ความจริง หนึ่งในหุบเขาลูกตรงนั้น เป็นหุบเขาที่เรียกว่าถ้ำเริงระบำ..

        และแน่นอนว่าใครเข้าไปที่นั้นแล้วไม่ได้ตายดีทุกราย..ไม่สิ..ต้องเรียกว่าไปสงบทุกราย ตั้งแต่ที่ท่านพ่อของเธอนั้นบำเพ็ญตบะด้วยธรรมแล้วพลังนั้นกล้าแกร่งขึ้นมาก เพราะผสมปนเปไปด้วยความดีและความชั่วอย่างละครึ่งๆ …. ความจริงเธอก็เห็นว่าท่านพ่อนั้นเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าแห่งแดนมาร..แต่ทว่าท่านกลับปฎิเสธ…

        เหตุใดท่านพ่อยังปฎิเสธเธอก็ยังไม่รู้เลย..เอาเถอะ..







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +5 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-3-10 17:51

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -23 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -23 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2019-10-3 13:01:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinZhiHao เมื่อ 2019-10-6 15:43

{เดินทางบนแผ่นดินฮั่น}

83 : {เควสสัญญาจ้าง} - จุดสิ้นสุดของกลิ่น



        จื้อหาวหยุดม้าฮั่นเสียตรงหน้าหุบเขาเสวียนจง กลิ่นที่เหมือนกับที่ติดอยู่บนจี้หยกนั้นจางลงเรื่อยๆจากระยะเวลาที่ผ่านไป หากเขาโชคดีได้เริ่มตามหาตั้งแต่วันแรกที่นางรำได้หายตัวไป เขาคงจะตามกลิ่นได้ง่ายกว่านี้ ชายหนุ่มหย่อนตัวลงจากหลังม้า ก่อนเริ่มดมและตามกลิ่นที่ยังเหลือจางๆตามพื้นดินนั้นจนถึงปากทางเข้าหุบเขาก็สิ้นสุดลง จื้อหาวส่งเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ ทั้งๆที่เขาเร่งฝีเท้าตามมาเสียตั้งใกลแต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม

        ดวงตาสีน้ำตาลไหม้กวาดมองรอบตัว ทั้งซ้ายและขวา รวมถึงมองไปยังปากทางเข้ายังหุบเขา หากช้ากว่านี้ อาจจะช่วยคนไม่ทันการเสียก็เป็นได้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องสำรวจทั้งสองพื้นที่โดยละเอียด

...ก่อนอื่นคือต้องลองขึ้นเขาไปดูเสียก่อน…

หนุ่มชาวใต้คิด มือกุมกระบี่เจ็ดดาวที่ซุกอยู่ใต้เสื้อตัวเองบีบเล็กน้อยขณะก้าวเท้าไต่ขึ้นเขาไป มิได้ผูกม้าฮั่นเสียเอาไว้ เผื่อยามจำเป็นจะได้ผิวปากเรียกให้มันมารับเขา พ่อค้าชาวใต้รับงานแบบนี้มาไม่รู้ว่าอาจจะต้องเผชิญหน้าหรือต้องสู้รบปรบมือกับใครหรือไม่ แต่ระวังไว้ก่อนก็ถือว่าไม่เสียหาย รู้แบบนี้เขาควรจะหยิบยืมนักสู้เสือโคร่งของลูกพี่ลูกน้องจากจวนสกุลหลินมาด้วย เพื่อความแน่ใจว่าเขาจะมีสหายร่วมรบ แต่ก็นั่นล่ะ เขาควบคุมสัตว์เป็นเสียที่ไหน แค่ควบคุมเจ้าหงหงไม่ให้กระโดดตามเขาออกมาก็ลำบากเสียแทบแย่ ถ้าจะออกมากับสัตว์พวกนั้นเขาต้องให้หรูเฟินหรือจิ้งหลานเป็นคนสอนให้

ขณะอยู่ในภวังค์ความคิด เท้าก็พาเขาเดินเข้าลึกขึ้นในหุบเขา ชายหนุ่มก็ชะงักเมื่อได้กลิ่นจางๆของเครื่องสำอางสตรี ดวงตาสีน้ำตาลไหม้กวาดมองไปรอบตัว ก่อนหยุดลงที่เศษผ้าที่ตกอยู่ระหว่างเส้นทาง เขาฉวยมันขึ้นมาจากพื้น จากเนื้อผ้าและสีสัน สำหรับพ่อค้าที่ทำกิจการค้าขายและทำงานอยู่ในคาราวานขายผ้าไหมมาแรมปี ไม่ผิดแน่ที่มันเป็นผ้าสำหรับใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี หนำซ้ำยังมีกลิ่นเครื่องสำอางจางๆหลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้าละม้ายคล้ายกับที่เขาได้กลิ่นจากผ้าเช็ดหน้าสีแดงในกระเป๋า เขามาถูกทางแล้ว!

จื้อหาวเร่งฝีเท้าขึ้นมุ่งตรงตามกลิ่นเครื่องสำอางไปเรื่อยๆ กระทั่งกระท่อมร้างหลังหนึ่งปรากฏให้เห็นในระยะสายตา เขาหรี่ตาลงพยายามมองสำรวจก่อนเข้าไปใกล้ ก่อนสังเกตเห็นร่างของคนสองคนเดินไปเดินมาโดยรอบ คาดว่าน่าจะเป็นคนเฝ้ายาม ชายหนุ่มนั่งลงหลังพุ่มไม้นิ่งใช้ความคิด

เขาไม่ใช่ชาวยุทธ์ที่ออกเดินทางพร้อมวิชาการต่อสู้ที่เจนจัดนัก มีเพียงวิชามวยไทพื้นฐานและอาวุธติดตัวบ้างเพื่อการปกป้องตัวเองในยามจำเป็น เขาเป็นเพียงพ่อค้าที่เดินทางค้าขายในดินแดนต้าฮั่นเท่านั้น ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา นับว่าเป็นโชคของเขาที่ตัดสินใจเดินทางอ้อมมาโดยตลอดเพื่อเลี่ยงการปะทะเข้ากับกองโจร สมัยอยู่เขาช้างก็อาศัยดักซุ่มโจมตีแทนที่ปะทะกันโต้งๆ หากสู้กันตัวต่อตัวมีหวังเสียเปรียบเป็นแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงใช้นิ้วของตนควักเอาดินจากแอ่งโคลนใกล้ๆตัวขึ้นปาดตามเนื้อตัว ทำให้เกิดลายพรางบนเนื้อผ้า กับเอาดินแห้งโปรยลงตัว ต่อให้มันช่วยพรางตาได้ไม่มากนัก แต่น่าจะช่วยกลบกลิ่นตัวได้ดีในระดับหนึ่ง หากว่าฝ่ายตรงข้ามมีสุนัขเอาไว้ช่วยเฝ้ายามด้วย แต่ก็อาจจะต้องทนโดนสาดุเอาสักหน่อยล่ะนะ ฐานทำเสื้อผ้าสกปรก

จื้อหาวค่อยๆย่องเข้าไปใกล้กระท่อมมากขึ้นทีละน้อย โดยก้มตัวให้ต่ำในระดับพุ่มไม้เพื่อไม่ให้มีคนจับสังเกตเห็นได้ เขาเดินแล้วก็หยุด เว้นช่วงให้เหมือนสัตว์ที่กำลังหากินอยู่ในพงไม้ หากทำให้เกิดเสียงที่น่าสงสัย อาจจะมีคนเข้ามาดูเหตุการเกิดเสียงก็เป็นได้

เสียงพุ่มไม้สั่นไหวเรียกให้คนเฝ้ายามหันมาตามเสียง ชายหนุ่มรีบหมอบลงกับพื้นดินทันที อาศัยสีฮั่นฝูเขียวเข้มและสีของขี้เลนเป็นตัวกลบเกลี่ยนร่องรอยของเขาเมื่อได้กลิ่นเข้ามาใกล้ เขาพยายามอยู่ให้นิ่งขณะที่รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นยืนอยู่เหนือตนเองที่นอนนิ่งไม่ไหวติง สูดหายใจเข้าลึกและกลั้นไว้ขณะที่คนเฝ้าเวรยามนั้นกวาดตามองรอบๆในระดับสายตา

“เฮ้ย ตรงนั้นมีอะไรวะ!” เสียงหนึ่งร้องมาจากทางหน้าประตู เรียกให้ชายที่ยืนค้ำร่างนั้นหันไปตามเสียงเรียก และขานรับ “ไม่มีอะไร สงสัยพวกแมลง กบ หรือจิ้งหรีดผ่านมา!”

“ในหุบเขานี่ไม่มีคนมาเที่ยวหรอกน่า ไปๆ เราไปหาเหล้ากินกันดีกว่า อีกไม่นานลูกค้าก็มาแล้ว” ชายหน้าประตูส่งเสียงเรียกเพื่อน ก่อนเอ่ยค่อ “พูดถึงนางนั่นก็สวยใช่เล่นนะ ถ้าไม่ติดว่าผู้ว่าจ้างบอกห้ามมีตำหนิน่ะ”

“เงินเยอะซะด้วย อย่าเชียวที่คิดน่ะ เอาไว้ได้เงินก่อนค่อยไปหาความสำราญเอา จะเรียกสาวเป็นสิบคนก็ยังได้”

ชายฉกรรภ์สองคนพากันเดินไปคุยไปจนออกห่างไปได้สักระยะหนึ่ง บทสนทนาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมา หากเขาไม่รีบละก็สตรีนางนี้อาจจะถูกนำไปขายที่ไหนของต้าฮั่นหรือถูกนำออกไปนอกด่านก็เป็นได้ จื้อหาวนิ่งรอและสอดส่องมองลู่ทางจนเห็นชายทั้งสองพากันไปนั่งก๊งเหล้าที่ต้นไม้ใหญ่ข้างๆกระท่อม

ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นและเร่งฝีเท้าไปใกล้ประตูกระท่อม พยายามที่จะทิ้งน้ำหนักตัวให้น้อยเพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนพื้น แต่การเดินเข้าไปซึ่งๆหน้าอาจทำให้เสียการได้หากไม่ระวังตน และหากไปทางอื่นเวลาหลบหนี อาจจะเสียเวลาในการสำรวจเส้นทางแต่ก็นับว่าปลอดภัยกว่าเล็กน้อย ยกเว้นเสียแต่ว่าจะทำเสียงดังจนโดนจับทางได้ ทว่าจากปากคำของคนเฝ้าทั้งสองนั้นทำให้จื้อหาวรู้ว่าเขาเหลือเวลาไม่มากนัก เขาจึงย่องไปทางประตูกระท่อมอย่างเงียบเชียบ กลั้นหายใจและใช้ปลายเท้าในการเดินเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง กระทั่งเขามาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระท่อม ตรงข้ามกับชายเฝ้ายามทั้งสอง

จื้อหาวแง้มประตูเปิดอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ย่องเข้าในกระท่อมก่อนงับประตูปิดลง พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังโดยที่ไม่จำเป็น เมื่อบานประตูปิดสนิทความสนใจของชายหนุ่มก็มาอยู่ภายในกระท่อม จึงสังเกตเห็นสตรีนางหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้น ร่างกายถูกมัดด้วยเชือกไว้อย่างแน่นหนา ทั้งยังถูกใช้ผ้าอุดปากเอาไว้ เขาขยับเข้าไปเขย่าตัวร่างบางเรียกสติ ดวงตาคู่นั้นค่อยๆลืมขึ้นทีละน้อย เมื่อเห็นว่าได้สติเขาก็ค่อยๆแกะเชือกออกให้

“ท่านเป็นใคร” เสียงหวานเอ่ยปากถาม ร่างบอบบางสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนก่อนวางมือลงบนบ่าของนางรำ ราวกับต้องการให้อีกฝ่ายคลายความหวาดกลัว

“ข้าชื่อหลินจื้อหาว ท่านลี่ฮวนไหว้วานให้ข้ามาตามหาเจ้า” เขาบอกเสียงเบา “อย่าเสียงดังนะ ข้าจะหาทางพาเจ้าออกไป”

เมื่อได้ยินคำปลอบ นางรำสาวก็นั่งเงียบ ปล่อยให้ชายหนุ่มนิ่งคิด การเข้ามาในกระท่อมหรือตามกลิ่นมาถึงที่นี่ก็จัดว่ายากแล้ว ม้าฮั่นเสียของเขาก็รออยู่ตรงตีนเขา หากเป่าปากเรียกมันคงไม่ได้ยิน คงจะต้องเดินทางไปให้ได้สักครึ่งทางที่เข้ามาให้ได้ก่อน ถึงจะอาศัยความเร็วของม้าเหงื่อโลหิตในการหลบหนี ทว่าการออกไปจากกระท่อมพร้อมด้วยแม่นางเน่งน้อยผู้นี้ โดยไม่มีอะไรในการปลอมตัวเลยแม้แต่น้อยก็คงเป็นไปไม่ได้ จื้อหาวกวาดตารอบๆ ก่อนเริ่มสำรวจหาช่องทางการออกจากตัวกระท่อม ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่าง ประตูลับ หรือแม้แต่ผนังไม้ที่อาจจะผุพังมากพอที่จะแกะออกไปได้

จื้อหาวค่อยๆลองขยับแผ่นไม้ฝาทีละแผ่น ชะงักเมื่อรู้สึกได้ถึงตำแหน่งหนึ่งที่โยกและมีร่องรอยผุพัง เขาคือๆแกะแผ่นไม้ออก พยายามที่จะไม่ทำเสียงดัง จนกระทั่งมันหลุดออกทีละแผ่น จนได้ช่องขนาดใหญ่พอที่เขาจะลอดผ่านออกไปได้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงและมุดผ่านช่องที่ตนเองทำขึ้นออกไป ก่อนจะค้นพบว่าตัวเองกลับออกมาอยู่ด้านหลังของกระท่อม เขากระตุกยิ้มเล็กน้อยว่าอย่างน้อยเขาก็มีทางหนีออกมาแล้ว ก่อนค่อยๆย่องไปดูด้านหน้าที่มีคนเฝ้าอยู่ ทว่าชายทั้งสองยังนั่งดื่มสุราสรวญเสเฮฮา พลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าด้วยเรื่องจะเอาเงินไปทำอะไรดี เมื่อได้ยินดังนั้น หนุ่มชาวใต้ก็มุดกลับเข้าไปในตัวกระท่อม แล้วช่วยนางมุดออกมา ระวังไม่ให้ชายผ้าเกี่ยวกับสิ่งใดระหว่างลอดช่องออกมา ก่อนเอาแผ่นไม้ปิดเข้าที่เก่า แล้วเอาดินอุดหลังแผ่นไม้ให้เข้าที่

“ขออภัยนะแม่นาง ข้าขอทำให้ท่านเดินสะดวกขึ้นเสียหน่อย” จื้อหาวกระซิบกับสาวนางรำ ก่อนมัดชายกะโปรงของนางขึ้นให้อยู่ในสภาพคล้ายโจงกระเบน เขาถอดเสื้อตัวนอกสีเขียวเข้มที่มีลายขี้โคลนพรางตาห่อร่างบางไว้ เสื้อนอกของเขายาวพอสมควร จึงห่อร่างบางได้เกือบทั้งตัว

...ทีนี้คือจะหนีไปทางไหน…

จื้อหาวนิ่งคิดขณะพาหญิงสาวไปแอบในดงไม้ใกล้ๆ ทางแรกคือการเสี่ยงสู้กับคนเฝ้ากระท่อม กับอีกทางที่เขาต้องเดินทางอ้อม และยังไม่รู้ทางเท่าไหร่นัก อาจทำให้เสียเวลาก็ยังนับว่าดีกว่าเผชิญหน้าตรงๆ ยามที่มีคนที่ต้องปกป้องอยู่ด้วย ทั้งไม่รู้อีกว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นอาจจะมีพวกมาอีกเท่าไหร่ ดังนั้นการหลบออกไปเงียบๆน่าจะดีกว่า นี่เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกอยากได้สหายร่วมทางนอกเหนือจากพี่สาวมาด้วย ถ้าเป็นคนซีอวี้ได้ก็คงดีไม่ใช่น้อย

ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาให้สลด คนรับสินค้าจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ เขาส่งสัญญาณแก่ดรุณีน้อยให้นางเริ่มเดิน พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นสัญญาณว่าให้เงียบเข้าไว้ ก่อนเริ่มย่องออกไป โดยโน้มตัวลงต่ำกว่าพงไม้และให้นางทำแบบเดียวกัน ฝีเท้าของเขาอาจจะหนักเมื่อเทียบกับฝีเท้าของนางรำอย่างนาง จื้อหาวนึกอยากได้วิชาตัวเบาอย่างที่เคยเห็นชาวยุทธ์บางคนใช้ยามเดินทาง อีกครั้งที่เขานึกอิจฉาลูกพี่ลูกน้องฝั่งต้าฮั่นอยู่ไม่ใช่น้อย แต่เขาเองก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่พูดอะไรได้นอกจากต้องหลบหนีต่อ หนุ่มชาวใต้พาร่างบางออกห่างจากตัวกระท่อมออกไปเรื่อยๆ อาศัยจมูกของเขาดมกลิ่นหาทางออกไปยังด้านหน้าของหุบเขา โดยใช้กลิ่นของม้าฮั่นเสียเป็นตัวนำทาง

“ถ้าไม่ไหวบอกข้านะ แล้วข้าจะเป็นคนอุ้มเจ้าเอง” จื้อหาวหันมาบอกนางรำสาว ยิ้มอ่อนโยนเพื่อให้นางสบายใจ เขาได้ยิ้มเจื่อนตอบกลับมา เมื่อหลบหนีออกมาได้หลายลี้ เขาก็ได้ยินเสียงของคนสวนทางไปยังด้านกระท่อม ชายหนุ่มกัดฟันเล็กน้อย นายจ้างของชายทั้งสองนั้นกลับมาถึงแล้ว เขาคว้าร่างบางขึ้นอุ้มก่อนเร่งฝีเท้าตรงไปยังหน้าหุบเขา ก่อนเอานิ้วใส่ปากผิวเรียกม้าฮั่นเสียที่รออยู่ด้านหน้า

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-10-6 13:58
คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-10-3 13:35

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -98 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -98 + 5

ดูบันทึกคะแนน

หาวงานท่วมคับ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุมดำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
ตะกร้าสาน
สกิลตุ่น
ดมกลิ่น
ฮั่นเสียหม่า
มวยไทพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x15
x1
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x10
x10
x50
x50
x30
x30
x30
x30
x30
x30
x30
x50
x1
x1
x50
x15
x200
x7
x30
x2
x200
x200
x30
x200
x40
x200
x240
x200
x50
x400
x200
x40
x200
x200
x200
x200
x15
x200
x20
x70
x400
x1
x215
x1000
x200
x2
x2
x1
x15
x200
x200
x50
x2
x1
x3
x200
x25
x200
x30
x55
x1
x2
x2
x2
x30
x2000
x100
x200
x15
x200
x1
x2
x200
x25
x2
x400
x200
x200
x100
x20
x20
x3
x4
x1
x600
x400
x1
x20
x120
x2000
x400
x8
x19
x6
x3
x1
x1
x6
x7
x77
x30
x32
x220
x220
x148
x1
x300
x310
x10
x90
x32
x1100
x15
x50
x60
x11
x46
x100
x320
x201
x42
x215
x10
x300
x359
x20
x274
x300
x55
x1
x1
x1
x1
x412
x510
x74
x8
x5
x24
x2
x320
x10
x5034
x67
x3
x2
x205
x110
x10
x20
x1
x924
x720
x2000
x310
x75
x413
x498
x3
x17
x50
x9
x10
x5
x40
x30
x14
x90
x50
x1
โพสต์ 2019-10-25 22:19:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinZhiHao เมื่อ 2019-11-8 09:57

{เดินทางบนแผ่นดินฮั่น}

84 : {เควสสัญญาจ้าง} - หลบหนี

        สิ้นเสียงเป่าปาก เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยของม้าฮั่นเสียก็ดังใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ นับว่าเป็นโชคของเขานักที่มีมันเอาไว้ในการครอบครอง ไม่ถึงอึดใจเจ้าม้าเหงื่อโลหิตก็เชิดหน้ากระทืบเท้าอย่างองอาจอยู่เบื้องหน้าเขาเสียแล้ว จื้อหาวลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ทีนี้เขาก็สามารถนำนางรำที่เขามาช่วยนี้กลับไปส่งลี่ฮวนได้แล้ว ชายหนุ่มช่วยร่างบางให้ขึ้นนั่งบนอาน ก่อนเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปซ้อนด้านหลัง ควบตะบึงออกไป

        ฝีเท้าของม้าฮั่นเสียนั้นว่องไวนัก จากที่เขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเดินมาได้สักครึ่งทาง มันกลับใช้เวลาไม่นานนัก กว่าที่เขาจะเห็นบรรยากาศที่คุ้นเคยของช่องเขาใกล้ปากทางออก

        ...ต้องขอบคุณใต้เท้าหลี่ที่ให้ม้าตัวนี้มาเสียแล้ว...

        ชายหนุ่มคิด ทว่ายังไม่ทันที่จะไปถึงปากทางเข้าหุบเขา จื้อหาวก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินทางมาจากด้านหน้า เขาไม่รู้ว่าคนที่มานั้นจะเป็นใคร ไม่รู้ว่าเป็นกองทหารหลวง นายจ้างลักพาตัว หรือพ่อค้าทาส แต่ก็ใช่ว่าควรจะอยู่บนเส้นทางเพื่อรอดูว่าเป็นใคร ชายหนุ่มทิ้งตัวลงจากหลังม้า พลางดึงนางรำลงมาด้วยกัน ดรุณีร้องด้วยความตกใจก่อนถูกเขาดึงไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ด้านซ้ายของทางดินพร้อมม้าฮั่นเสีย เขาดันม้าเข้าหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนกลับมาหลบข้างสาวนางรำ พร้อมเอานิ้วแตะปากส่งสัญญาณให้เงียบ

        ทั้งสองคนนั่งนิ่งอยู่หลังต้นไม้ มีเพียงพงไม้เตี้ยๆบดบังสายตา ในขณะที่นางรำนั้นมีเสื้อนอกของเขาเอาไว้พรางตา ทว่าตัวพ่อค้าหนุ่มนั้นไม่มีอะไรเลย นอกจากกระบี่ที่พกติดตัว ถ้าคนที่มานั้นเป็นกองทหารที่มาเพื่อช่วยนางรำก็นับว่าโชคดีไป กลับกันแล้วหากเป็นนายจ้างที่ซื้อขายสตรี ถ้าพบเขาถูกพบสถานการณ์จวนตัว เขาคงไม่มีทางเลือกนอกจากจะออกไปล่อความสนใจจากกองกำลังนั้น แล้วถ่วงเวลาให้นางขี่ม้าหลบหนีไป

        ...ในหัวมีแต่แนวคิดติดลบวุ้ย...

ในขณะที่เขาอยู่ในห้วงความคิดนั้นเอง เสียงของกลุ่มคนนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จื้อหาวและดรุณีข้างกายนั้นได้แต่กลั้นใจ ม้าฮั่นเสียเองก็ดูจะรู้งาน มันหลบอยู่ในกอหญ้าอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มเลื่อนมือลงกำกระบี่เจ็ดดาวที่ซุกอยู่ในอก เตรียมพร้อมตัวเองสำหรับการต่อสู้ที่อาจจะมาถึง ดวงตาสีน้ำตาลไหม้เหลือบมองออกจากหลังไม้เพื่อดูสถานการณ์




ขณะเดียวกับที่จื้อหาวนั้นแอบอยู่ใต้เงาของต้นไม้ ชายลาดตระเวนก็เดินสอดส่องรอบๆ โดยที่มีสหายร่วมอาชีพนั้นเดินตามมาด้วยห่างๆ ด้วยว่าเขาเป็นคนที่เดินเร็วกว่า และสหายนั้นถือดาบใหญ่เป็นอาวุธจึงทำให้เดินช้ากว่าเขานัก มันเป็นงานที่น่าเบื่อกับการต้องคอยเดินลาดตระเวนรอบๆ ก่อนที่เท้าคู่นั้นจะย่างเข้ามาใกล้กับตำแหน่งที่หนุ่มชาวใต้นั้นซ่อนอยู่

พ่อค้าหนุ่มกำกระบี่แน่น เมื่อคนเฝ้ายามนั้นเดินเข้ามาใกล้จนถึงระยะ อาศัยจังหวะที่เผลอพุ่งตัวเข้าชนอีกฝ่ายอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงกับพื้นหญ้า ยื้อยุดกับร่างตรงหน้าไม่ให้ลุกขึ้นมา

        “ขึ้นม้าหนีไปก่อน เร็วเข้า!”

จื้อหาวร้องบอกคนในการดูแล สาวนางรำกระวีกระวาดวิ่งไปขึ้นหลังม้าฮั่นเสีย ควบหนีออกไปเสียก่อน ปล่อยให้หนุ่มชาวใต้รับมือกับผู้ที่เขาคาดว่าเป็นคนไล่ตามนั้นแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มได้แต่คาดหวังว่านางจะหลบหนีไปได้โดยปลอดภัย ในขณะที่เขาถ่วงเวลาเอาไว้

“จื่อถง! ช่วยข้าด้วย”

ชายใต้ร่างร้องเรียกเพื่อน ยกเท้าขึ้นถีบจื้อหาวที่ค้ำร่างเขาอยู่จนเซออกไป สหายถือดาบใหญ่เร่งฝีเท้าเข้ามา พร้อมกำดาบใหญ่พร้อมสู้ เขาชักมีดสั้นขึ้นตั้งท่าเมื่อกลับมาตั้งหลักได้ ดาบใหญ่วาดใส่ตัวพ่อค้าหนุ่มที่เบี่ยงตัวหลบทันอย่างฉิวเฉียด กระบี่เล่มงามยังคงอยู่ในปลอกไม่ได้ชักออกมาเพื่อตั้งรับ

        ...ฝึกสู้ด้วยหมัดมาตลอด จะให้ใช้ดาบมันก็ไม่ถนัดเลยว่ะ…

จื้อหาวลอบคิดในใจขณะหลบหลีกดาบใหญ่ที่ฟาดฟันเข้ามาหมายจะเอาชีวิต ในขณะที่ชายอีกคนหนึ่งเบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้าง ตั้งหลัก และเข้ามาร่วมจู่โจมเขาด้วยมีดสั้น อาศัยจังหวะที่เขากำลังหลบคมดาบที่ฟันใส่ เมื่อครั้งที่อยู่เขาช้าง จื้อหาวนั้นเคยถูกฝึกการถูกรุมโจมตีมาแล้ว ครั้งนั้นมีถึงสาม และเขากลับบ้านไปพร้อมรอยฟกช้ำดำเขียว แต่นั่นก็เทียบไม่ได้เลย เมื่อการต่อสู้ครั้งนั้นไม่มีใครใช้อาวุธเลยแม้แต่คนเดียว

หนุ่มชาวใต้กระชากกระบี่เจ็ดดาวออกจากฝัก ตวัดขึ้นปัดดาบใหญ่ที่เหวี่ยงเข้าใส่จนเบี่ยงไปอีกทาง และใช้มืออีกข้างเหวี่ยงปลอกกระบี่ขึ้นรับมีดสั้นที่แทงใส่

ทั้งชายที่ถือดาบและชายที่ใช้มีดนั้นเข้ามารุมสู้กับเขา โดยชายร่างใหญ่นั้นเป็นตัวโจมตีหลัก และสหายนั้นอาศัยช่องโหว่ระหว่างการหลบหลีกของจื้อหาวนั้นในการโจมตี ก่อนจะดีดตัวออกไปเมื่อเห็นว่าการลองจู่โจมไม่สัมฤทธิ์ผล ทำให้พ่อค้าหนุ่มจับเค้าได้ลางๆว่าไม่ใช่ผู้ที่มีฝีมือทางการยุทธ์นัก หากไม่มีอีกฝ่ายเขายังพอหาทางที่จะเอาชนะได้อยู่บ้าง

...แต่จะทำยังไงนี่สิ…

ชั่วพริบตาที่ละความสนใจจากคู่ต่อสู้ตรงหน้า คมดาบก็วาดเข้ามาใกล้ลำคอของชายหนุ่ม จื้อหาวได้สติทันจึงยกกระบี่ขึ้นรับก่อนที่มันจะบั่นศีรษะตัวเองหลุดจากบ่าอย่างฉิวเฉียด ทว่าแรงปะทะนั้นทำเอาเขากระดอนออกไปหลายหลา ก่อนที่ชายทั้งสองจะผลัดกันเข้ามาจู่โจมอีกครั้ง

        การต่อสู้นี้ใช่ว่าจะรับมือไม่ไหว แต่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลง จากความเหนื่ยล้าที่เกาะกิน จนการเคลื่อนไหวนั้นทื่อลง และแม้ว่าเขาจะหลีกเลี่ยงการถูกฟันหรือแทงเข้าอย่างจัง และได้เพียงรอยแผลถากๆเท่านั้น ก็ใช่ว่าเขาจะสู้แบบนี้ได้ตลอด… และโชคคงไม่เข้าข้างนัก พ่อค้าหนุ่มสะดุดเสียหลักระหว่างหลบหลีก ทำให้ชายถือดาบได้โอกาสพุ่งเข้ามาจู่โจม จื้อหาวยกดาบตนเองขึ้นเพื่อปัดอีกฝ่ายนั้นออกไป

ปั้ก!

น่องไก่อันหนึ่งปลิวมาจากไหนก็ไม่ทราบได้ ซัดเข้าที่ชายถือดาบอย่างจังล้มลงไป เมื่อคู่ต่อสู้หายไปคนหนึ่งแล้ว จื้อหาวก็หันมาจัดการกับอีกคน

เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนนั้นล้มลงไป ชายที่ถือมีดก็พุ่งเข้ามาจู่โจมพ่อค้าชาวใต้อย่างบ้าคลั่ง จื้อหาวหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว ตวัดขาเตะจนมีดสั้นหลุดจากมืออีกฝ่าย ก่อนคว้าร่างนั้นกระชากเข้ามาใกล้ แล้วใช้ศอกฟาดเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรงจนหมดสติล้มลงกับพื้น ส่วนตัวเองนั้นก็ยืนหอบหายใจถี่ ฟื้นกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้นกลับมา

ชายหนุ่มมองไปยังชิ้นน่องไก่ที่กลิ้งอยู่บนพื้น คงไม่มีไก่ที่ไหนร่อนมาเพื่อช่วยคนหมดทางสู้อย่างเขาเป็นแน่ จึงมองรอบๆหาเจ้าของน่องได่ปริษนาชิ้นนี้ ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลไหม้นั้นจะหยุดลงที่ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนต้นไม้ กิริยาท่าทางนั้นแม้จะดูเหมือนคนมานอนเอกเขนกธรรมดา แต่กลิ่นที่เขาสัมผัสได้จากอีกฝ่ายนั้นคงไม่ผิดเป็นแน่ ชายผู้นี้เป็นผู้ช่วยเปิดโอกาสให้เขาได้เอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันนั้นมิผิดแน่

“หากไม่ได้คุณชายช่วยเอาไว้ ข้าน้อยคงไม่รอเป็นแน่ ข้าน้อยเป็นหนี้ชีวิตท่านเสียแล้ว” จื้อหาวเอ่ยปากบอกบุคคลที่นอนบนกิ่งไม้ พร้อมประสานมือค้อมคำนับ “ข้าน้อย หลิน จื้อหาว ขอขอบคุณคุณชายจากใจขอรับ”

ชายคนนั้นหันมามองตามเสียงของชายหนุ่ม ก่อนเอ่ยขึ้นช้าๆ

        “ข้าเพียงคนยาจกผ่านทาง ไร้ชื่อเสียงอันใด และไร้ฝีมือมิกล้ารับความชอบ เพียงข้าขัดพวกเขานิดหน่อย ที่เหลือฝีมือคุณชายทั้งนั้น”

หนุ่มชาวใต้กะพริบตาปริบกับกิริยาของอีกฝ่าย ก่อนยิ้มรับ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกปฏิบัติด้วยแบบนี้ และใช่ว่าเขาจะไม่พอใจที่ไม่ได้รับคำแนะนำตัวตอบกลับมา อีกฝ่ายเป็นถึงผู้ช่วยชีวิตของเขา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะรู้นามเอาไว้เสียเพื่อตอบแทนในภายหน้า ทว่าจื้อหาวก็หาได้ใส่ใจนักหากอีกฝ่ายไม่ต้องการที่จะบอกนามแก่คนแปลกหน้าอย่างเขา

“หากไม่ได้การขัดของท่านแล้ว ข้าคงไม่มีโอกาสมายืนคุยด้วยเช่นนี้แน่นอน ข้าอยากตอบแทนท่านแม้เพียงสักเล็กน้อยก็ยังดีขอรับ” จื้อหาวกล่าวอย่างนอบน้อม ชายที่นอนเอกเขนกบนกิ่งไม้มองชายชาวใต้ มือแกว่งน้ำเต้าใส่สุราไปมา

“เจ้ามีของกินอะไรหรือไม่?” ชายยาจกกล่าว

“ขอรับ?”

        “เจ้ามีของกินหรือเปล่า ข้าน่ะเสียไก่ไปน่องนึงเชียวนา” ชายบนกิ่งไม้ออกปากถามอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม พ่อค้าหนุ่มนิ่งอึ้งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา มือปลดย่ามข้างตัวเองตนล้วงเอาห่อผ้าหนึ่งออกมาส่งให้

        “ข้าเพียงเดินทางตามหาคน ของกินที่พกมาจึงมีแค่ไก่ขอทานตัวนี้ หากไม่รังเกียจก็ช่วยรับไว้เถอะนะขอรับ”

จื้อหาวยื่นห่อผ้าให้แก่ชายตรงหน้า ที่รับห่อไปแกะออกดูของที่อยู่ข้างใน เป็นไก่ขอทานตัวหนึ่งที่เขาและพี่สาวทำกินกันเมื่อวันก่อน ก่อนที่พ่อค้าหนุ่มจะยกมือขึ้นประสานแล้วค้อมตนลงอีกครั้ง

“ไม่รู้ว่าดรุณีนางนั้นจะหนีเข้าเมืองสำเร็จหรือไม่ เห็นทีว่าข้าน้อยคงต้องของตัวก่อน ขอให้คุณชายโชคดีกับการเดินทางนะขอรับ”

หนุ่มชาวใต้ออกปากลา คำนับลงอีกหน ก่อนผละออกมาจากชายแปลกหน้า มุ่งออกจากหุบเขาไปยังตัวเมืองเซี่ยพี ไม่รู้ว่าสาวนางรำนั้นจะไปถึงโดยปลอดภัยหรือไม่ หรือว่าพี่สาวของเขาจะเดินทางไปตั้งร้านตามที่เขาบอกไว้ก่อน หากทั้งสองนางพบกันก็นับว่าโชคดีไป แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจเสียได้ ตอนนี้ยิ่งมีคนที่จำหน้าเขาได้ด้วยแบบนี้แล้ว… น่าจะมีปัญหาตามมาในภายหลัง
...คงต้องขอความช่วยเหลือจากที่บ้านสกุลหลินแล้วสิ… ส่วนสาก็น่าจะต้องกระชับไมตรีกับบ้านสกุลหลี่ เพื่อที่จะฝากฝังนางเอาไว้เสียด้วย...



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หลิว เหวิน { ยาจกอุดร } เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-11-8 11:10
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หลิว เหวิน { ยาจกอุดร } เพิ่มขึ้น 8 โพสต์ 2019-11-8 11:10
คุณได้รับ +20 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-10-28 17:42
คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-25 22:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -26 + 15

ดูบันทึกคะแนน

หาวงานท่วมคับ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุมดำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
ตะกร้าสาน
สกิลตุ่น
ดมกลิ่น
ฮั่นเสียหม่า
มวยไทพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x15
x1
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x10
x10
x50
x50
x30
x30
x30
x30
x30
x30
x30
x50
x1
x1
x50
x15
x200
x7
x30
x2
x200
x200
x30
x200
x40
x200
x240
x200
x50
x400
x200
x40
x200
x200
x200
x200
x15
x200
x20
x70
x400
x1
x215
x1000
x200
x2
x2
x1
x15
x200
x200
x50
x2
x1
x3
x200
x25
x200
x30
x55
x1
x2
x2
x2
x30
x2000
x100
x200
x15
x200
x1
x2
x200
x25
x2
x400
x200
x200
x100
x20
x20
x3
x4
x1
x600
x400
x1
x20
x120
x2000
x400
x8
x19
x6
x3
x1
x1
x6
x7
x77
x30
x32
x220
x220
x148
x1
x300
x310
x10
x90
x32
x1100
x15