ดู: 462|ตอบกลับ: 12

{ เมืองจื่อถง } ร้านบะหมี่ ฟง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-23 17:16:28 |โหมดอ่าน







ร้านบะหมี่ตระกูลฟง

{ เมืองจื่อถง }











【ร้านบะหมี่ฟง】
『 หอมจรุงใจเส้นนุ่มน้ำใสต้องบะหมี่ฟง 』
ร้านขายบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว และอาหารจำพวกเส้นเจ้าเก่าในย่านเมืองจื่อถง
 มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของร้าน และราคาย่อมเยาว์ ที่นี่คือต้นตำรับ
ของร้านบะหมี่ฟงอันเลื่องชื่อบะหมี่สูตรตระกูลฟง เป็นอาหารประเภทเส้น มีส่วนผสมของแป้งสาลี และน้ำเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่ อาจมีไข่ เกลือ และสารละลายด่างๆ และเนื้อสัตว์ เส้นตามสูตรตระกูลฟงเหนียวนุ่มรับประทานแล้วรู้สึกได้ราวบะหมี่ชามนี้เป็นบะหมี่จากสวรรค์




 
 ชื่อกิจการ: ร้านบะหมี่ฟง 
เจ้าของกิจการ: ฟง ซี่เหมิง 
ประเภทงาน: บริการอาหารประเภทเส้น (บะหมี่), สุรา-น้ำชา ทั่วไป 
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 09.00 - 20.00 
ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองจื่อถง






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

53

กระทู้

359

โพสต์

5หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
13361
เงินตำลึง
104650
ชื่อเสียง
16365
ความหิว
346
คุณธรรม
392
ความชั่ว
0
ความโหด
39
แมวดาว
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-7-23 18:50:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-11-11 03:27

7
{ สหายใหม่ }

        เมื่อหลินและซ่งหยางหมิงเดินทางมาถึงร้านผ้าไหมหวงจืออิงก็ค่ำมากแล้ว เถ้าแก่หวงมอบซองค่าตอบแทนให้กับหลินและซ่งหยางหมิงคนละซองจากนั้นจึงอนุญาตให้ทั้งสองพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยแล้วพรุ่งนี้จึงว่างานกันใหม่ ทั้งสองกล่าวขอบคุณเถ้าแก่หวงอย่างนอบน้อม กว่าจะเดินทางจากเมืองลั่วหยางมาจนถึงเมืองจื่อถงก็ใช้เวลานานนับหลายชั่วโมงมื้อเย็นที่ได้ทานที่คฤหาสน์ลู่ก็ย่อยไปหมดแล้ว หลินนึกขึ้นได้จึงเอ่ยเชิญชวนซ่งหยางหมิงไปเลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทนในวันนี้
        "เอ่อ... เจ้าน่ะ!" หลินตะโกนเรียกซ่งหยางหมิงก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้านผ้าไหม
        "เรียกข้าหรือ?" ซ่งหยางหมิงหยุดเดินก่อนจะหันกลับมาตามเสียงเรียกพลางชี้ตัวเองด้วยความไม่แน่ใจว่าหญิงสาวเอ่ยเรียกเขาอย่างนั้นหรือ
        "เอ่อ... คือ..." หลินพูดอย่างตะกุกตะกักด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย "จะรังเกียจไหมหากข้าจะเลี้ยงบะหมี่เจ้าเพื่อขอบคุณ"
        "ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีหญิงสาวมาเลี้ยงข้าวข้า ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร" ซ่งหยางหมิงกล่าวตอบอย่างติดตลกก่อนจะยิ้มร่า จากบทสนทนาเมื่อกลางวันแล้วชายหนุ่มเผลอคิดไปล่วงหน้าว่านางอาจไม่อยากพูดคุยกับเขาเสียอีก
        "อื้ม... ง-งั้นไปกันเถอะ ข้ามีร้านบะหมี่อร่อยๆ เจ้าหนึ่งแนะนำ" หลินบอก นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับคนที่เพิ่งรู้จักกันอย่างสนิทสนม ไม่แปลกที่คนไม่เคยได้รู้จักคำว่ามิตรสหายอย่างหลินจะประหม่าทำตัวไม่ถูก

        ร้านบะหมี่ฟงเป็นร้านขายบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว และอาหารจำพวกเส้นเจ้าเก่าในย่านเมืองจื่อถงมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของร้านจึงไม่แปลกที่ใครได้ลองชิมครั้งแรกแล้วจะไม่ติดใจ แถมราคายังเป็นกันเอง แม้แต่คนที่มีเงินไม่มากก็สามารถที่จะเข้ามานั่งทานได้อย่างสบายกระเป๋าได้เพราะเถ้าแก่ร้านนี้เป็นกันเองมาก นี่คือเหตุผลทำให้ในร้านมีคนมากมายแม้จะดึกแล้วแต่ก็ยังมีคนเข้าร้านอย่างไม่ขาดสายถ้าหากว่าร้านไม่ปิดซะก่อน
        "เถ้าแก่ฟงข้าขอก๋วยเตี๋ยวสองที่" หลินบอกก่อนจะเดินเข้าไปหาโต๊ะที่ว่างนั่ง
        "ได้เลยแม่นาง รอซักประเดี๋ยวนะ" เถ้าแก่ฟงบอกอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสขณะที่กำลังลวกเส้นอยู่ ช่วงนี้แรงงานค่อนข้างขาดแขลนจึงทำให้เถ้าแก่ถึงกับต้องลงมือมาทำด้วยตนเองจึงวุ่นวายอยู่ไม่น้อย
        "ไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่นางจะเลี้ยงข้าวข้า" ซ่งหยางหมิงบอกพลางเท้าคางมองหญิงสาวอย่างพินิจพิจารณา หรือว่านางอาจจะต้องการอะไรจากเขา?
        "อย่าเข้าใจผิดไป วันนี้เจ้าช่วยข้า ข้าแค่ไม่อยากติดหนีบุญคุณใครก็เท่านั้น" หลินบอก
        "ฮะๆ งั้นรึ คิดว่าเจ้าจะเป็นคนหยิ่งทระนงเสียอีก ดูหน้าเจ้าสิดุอย่างกับจะไปกัดใครที่ไหน" ซ่งหยางหมิงแซวพลางหัวเราะเบาๆ
        หลินไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ส่งสายตาเย็นชากลับไปเท่านั้น
        "โทษที ฮะๆ" ซ่งหยางหมิงบอกก่อนจะหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อน
        "..." หลิน
        "..." ซ่งหยางหมิง
        "... เจ้าบอกว่าอยู่ในเมืองจื่อถงสินะ เอ่อ.. บ้านเจ้าอยู่ที่ใด?" หลินตัดสินใจเปิดประเด็นเพื่อไม่ให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนมากจนเกินไป
        "อ้อ บ้านข้าอยู่ถัดจากร้านบะหมีนี้ไปสองสามหลังน่ะ" ซ่งหยางหมิงตอบ
        "เจ้าอยู่คนเดียวรึ?" หลินถามอีก
        "เปล่า ข้าอยู่กับท่านแม่ แม่ข้าป่วยข้าจึงต้องทำงานหาเงินรักษาท่าน" ซ่งหยางหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงธรรมดาทว่าแววตาของเขากลับฉายแววเศร้าสร้อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด
        ".... ข้ารู้ข้าไม่ควรถาม" หลินบอกอย่างรู้สึกผิด บางทีคำถามนั้นอาจไปสะกิดความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ปิดบังความเศร้าเอาไว้
        "ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่รึ?" ซ่งหยางหมิงพูดอย่างขบขันเพื่อปกปิดความเศร้าของเขา เหมาะเจาะกับบะหมี่ที่สั่งไว้มาส่งที่โต๊ะพอดี
        "ก๋วยเตี๋ยวสองที่ได้แล้ว" เถ้าแก่ฟงเป็นคนยกบะหมี่ออกมาส่งที่โต๊ะของลูกค้าด้วยตนเอง สงสัยว่าคนงานคงจะขาดแคลนจริงๆ..
        "ขอบคุณเถ้าแก่" หลินกล่าวขอบคุณ
        "ขอบคุณมากขอรับ" ซ่งหยางหมิงกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
        "กินให้อร่อยล่ะ" เถ้าแก่ฟงบอกทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าคนอื่นๆ ต่อ
        "แม่เจ้าป่วยเป็นอะไรรึ?" หลินลังเลที่จะถามแต่ก็พลั้งปากออกไปจนได้
        "โรคร้าย.. ข้าก็ไม่แน่ใจว่าโรคอะไรแต่ท่านหมอบอกว่ายาที่ใช้รักษาแพงมาก ประมาณสามสิบชั่งเห็นจะได้" ซ่งหยางหมิงบอกพลางหัวเราะแหะๆเพื่อปกปิดความเศร้าของตนเอง
        "อย่าเพิ่งหมดหวัง! หากเจ้ามีเงินไม่พอ ข้าก็พร้อมที่จะช่วย แม่เจ้าต้องหายแน่" หลินบอกด้วยความยินดีที่จะยื่นมือเข้าช่วยสหายคนแรกของตนจากใจจริงแม้ว่าจะเพิ่งพบกันได้เพียงหนึ่งวันก็ตาม
        "เจ้าช่างเป็นคนดีผิดกับหน้าตาจริงๆ" ซ่งหยางหมิงบอกอย่างติดตลกเล็กน้อยแต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความซาบซึ้งจากใจจริง "บะหมี่ร้านนี้อร่อยนะ ว่าไหม"
"อื้ม... ข้าเพิ่งรู้จักร้านนี้ได้ไม่นานตอนมาทำงานที่ร้านผ้าไหม" หลินตอบ
        "งั้นหรอกหรือ เจ้ามาจากแคว้นอูซุนสินะที่นั่นเป็นยังไงบ้าง" ซ่งหยางหมิงเป็นฝ่ายเอ่ยถามบ้าง
        "ก็ดี" หลินตอบแบบห้วนๆ อีกเช่นเคย นางไม่ค่อยอยากจดจำเท่าไรนัก...
        "แต่น้ำเสียงไม่เห็นจะบอกว่ามันดีเลยนะ" ซ่งหยางหมิงเอ่ยขึ้น
        "เจ้ารีบกินไปเถอะน่า!" หลินบอกก่อนจะคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวในชามของซ่งหยางหมิงยัดใส่ปากของเขาเพื่อหยุดไม่ให้เขาพูดอะไรน่ารำคาญใจออกมาอีก

        ทั้งคู่ทานเกี๋ยวเตี๋ยวเสร็จต่างก็พูดคุยกันต่อซักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับ หลินจะต้องกลับไปยังร้านผ้าไหม เพราะตลอดช่วงที่ทำงานหญิงสาวยังต้องอาศัยที่นั่นเป็นที่ซุกหัวนอน เวลาตอนนี้ค่อนข้างดึกมากแล้วไม่ทราบว่าเถ้าแก่จะปิดบ้านไปแล้วหรือไม่ หลินได้แต่หวังว่าคืนนี้นางคงไม่ได้นอนจากน้ำข้างด้านนอกหรอกนะ...



อาหารที่สั่ง : ก๋วยเตี๋ยว 2 ชาม


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -80 ความหิว +30 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -80 + 30 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x13
x50
x60
x2
x5
x26
x20
x100
x50
x1
x10
x200
x5
x3
x10
x50
x30
x4
x53
x10
x10
x1
x10
x15
x72
x10
x1
x72
x132
x18
x20
x5000
x80
x10
x180
x1
x104
x123
x33
x10
x9999
x50
x31
x50
x21
x3
x1
x5
x100
x502
x50
x1
x1
x122
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x104
x150
x30
x120
x125
x400
x170
x12
x250
x20
x185
x50
x4
x65
x115
x50
x273
x25
x1
x68
x7
x11
x20
x1
x1

2

กระทู้

8

โพสต์

558

เครดิต

เงินชั่ง
123
เงินตำลึง
3387
ชื่อเสียง
250
ความหิว
2
พิราบขาว
เลเวล 1
โพสต์ 2017-8-26 22:51:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย gamekub เมื่อ 2017-8-26 22:52

{ เควสเรื่องราว 1 } วิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงาน
           หลังจากที่เฉินเซียวเฟิงได้เดินทางมาจากแดนไกลเพื่อไปยังเมืองฉางอันแต่ด้วยที่เขาไม่ได้พกเงินติดตัวมามากนัก และไม่คิดว่าการเดินทางจะมีค่าใช้จ่ายมากเช่นนี้ทำให้เงินที่มีอยู่เริ่มหมดไปอย่างรวดเร็ว
ต่อให้ตอนนี้เขาไปถึงเมืองฉางอันแต่เขาก็ไม่มีเงินแม้แต่ค่าอาหาร
“ข้าควรทำอย่างไรดี”ชายหนุ่มบ่นอย่างตัดพ้อที่ตัวเองประมาทเกินไปตอนแรกเขาคิดจะหางานทำระหว่างทางแต่ด้วยตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีนัก จึงไม่มีใครจ้างเขาแม้สักที่เดียว
ระหว่างที่เฉินเซียวเฟิงกำลังครุ่นคิดถึงปัญหาก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ว่าไง พ่อหนุ่มมีปัญหาอะไรเหรอถึงได้มานั่งถอนหายใจแบบนี้”ชายคนนั้นเข้ามาถาม
เฉินเซียวเฟิงเล่าถึงปัญหาของเขาให้ฟังซึ่งชายคนนั้นก็พยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ
หลังจากนั้นเขาก็แนะนำให้ชายหนุ่มเดินทางมาที่เมืองจือถงเพราะได้ยินมาว่ากำลังขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
“ที่นี่สินะ เมืองจือถง”ในที่สุดชายหนุ่มก็เดินทางมาถึงแต่เงินของเขาก็หมดลงแล้วเช่นกัน ที่จริงมันไม่พอด้วยซ้ำแต่เขาเอาเงินที่เก็บไว้ซื้อเสบียงมาใช้แทน
ถ้าวันนี้เขายังคงหางานไม่ได้ก็คงมีแววได้อดตาย....
“อืม ดูเหมือนจะรับคนเยอะจริงๆเฮะ”เฉินเซียวเฟิงลองเดินสำรวจเมืองก็พบแต่ป้ายรับสมัครคนงานอยู่เต็มไปหมด
ที่จริงเขาอยากจะทำงานเกี่ยวกับพวกแรงงานซะมากว่าแต่ด้วยอาการหิวจัดของเขาตอนนี้คงไม่มีแรงพอที่จะทำงานได้ทั้งวัน
ชายหนุ่มจึงได้ตัดสินใจมาทำงานในร้านบะหมี่แห่งนี้
”ชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นที่ชวนอยากอาหารมากขึ้นไปอีกเขาพยายามอดกลั้นก่อนเดินไปหาเจ้าของร้าน
“เชิญครับ เชิญ ไม่ทราบว่าคุณชายจะรับอะไรดีขอรับ”เจ้าของร้านเอ่ยถามอย่างสุภาพเนื่องจากเห็นชุดของเฉินเซียวเฟิงนั้นดูดีจึงคิดว่าเป็นคุณชายจากที่ไหนสักแห่ง
“เอ่อ ขอโทษครับ ผมเห็นป้ายสมัครงานด้านหน้าเลยจะมาสมัครนะครับ”คำพูดของเฉินเซียวเฟิงทำให้เจ้าของร้านหุบยิ้ม
“อา งั้นเหรอ”เจ้าของร้านแสดงอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด
“ถ้างั้นเจ้าทำอะไรได้บ้าง เคยทำบะหมี่ไหม?หรือจะเป็นเสี่ยวเอ้อ?”เจ้าของร้านถามขึ้นมา
“ข้าน้อยขอเป็นแค่คนล้างจานก็พอ”เฉินเซียวเฟิงตอบในทันทีจนทำให้เจ้าของร้านแปลกใจ
แน่นอนว่าเขามีเหตุผลในการเลือกตำแหน่งนี้อย่างแรกมันไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะอะไรมากนัก อย่างที่สองเป็นงานที่ค่อนข้างสบายและสุดท้ายเขาสามารถกินอาหารเหลือจากลูกค้าได้
แน่นอนว่าตอนอยู่เซียงหยางเขาเองก็ทำอยู่บ่อยๆจึงไม่ได้รังเกียจเท่าไหร่นัก
“หือ? คนล้างจานเหรอพอดีเลยคนล้างจานร้านข้าเกิดแขนเจ็บขึ้นมาจนมาทำงานไม่ได้ กว่าจะหายก็ต้องรอตั้ง 4วัน ข้าจะให้เจ้าทำแทนก่อนล่ะกัน”คำพูดของเจ้าของร้านทำให้ชายหนุ่มยิ้มขึ้นมาอย่างยินดี
“ขอบคุณมากขอรับ”ชายหนุ่มโค้งคำนับขอบคุณ
ดูเหมือนเขาจะไม่อดตายแล้วสิ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +200 ความหิว -4 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 200 -4 + 8

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1

2

กระทู้

8

โพสต์

558

เครดิต

เงินชั่ง
123
เงินตำลึง
3387
ชื่อเสียง
250
ความหิว
2
พิราบขาว
เลเวล 1
โพสต์ 2017-8-27 10:26:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย gamekub เมื่อ 2017-8-27 10:28

วันที่ 1


             เฉินเซียวเฟิงตื่นขึ้นมาในห้องพักของโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งในเมืองจือถง  ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้เงินที่เหลือเพียงน้อยนิดในการเช่าห้องนี้มา
             เมื่อวานหลังจากที่เฉินเซียวเฟิงได้สมัครงาน ก็ได้ตกลงกับเถ้าแก่ว่าจะเริ่มทำงานในวันรุ่งขึ้นเป็นเวลา 4 วันติด
“อืม เริ่มทำงานๆ”ชายหนุ่มบ่นกับตัวเองขณะลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เจ้าของร้านให้มา เพราะกลัวเสื้อผ้าเนื้อดีของเขาเปื้อน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกซาบซึ้งใจที่เจ้าของร้านเอาใจใส่เขามากขนาดนั้น จึงต้องการที่จะทำงานอย่างเต็มที่เป็นการตอบแทน
             เฉินเซียวเฟิงรีบออกจากห้องไปที่ร้านบะหมี่ตั้งแต่เช้าตรู่ และเพราะเขาพักอยู่โรงเตี้ยมใกล้ๆจึงใช้เวลาไม่นานนักก็ถึง ซึ่งชายหนุ่มก็ได้พบเจ้าของร้านกำลังเปิดร้านอยู่
             “สวัสดีขอรับ เถ้าแก่ฟง”ชายหนุ่มเข้าไปทักทาย หลังจากเมือวานเขาจึงได้รู้ว่าเจ้าของร้านที่นี่มีชื่อว่า ฟงซี่เหมิง หรือที่คนอื่นมักเรียกว่าเถ้าแก่ฟง
             “อ้าว ทำไมถึงมาเร็วนักล่ะ นี่ข้ายังจัดร้านไม่เสร็จเลยนะ”เถ้าแก่ฟงถามด้วยความสงสัย เพราะตอนนี้ยังคงเป็นเวลาเช้ามืดอยู่
             “พอดีข้าไม่อยากมาสายตั้งแต่วันแรกนะครับ”เฉินเซียวเฟิงตอบ แต่ที่จริงเป็นเพราะเขาหิวจนนอนไม่ค่อยหลับซะมากว่า
             “งั้นเหรอ ดีๆถ้างั้นก็มาช่วยข้าจัดร้านหน่อยล่ะกัน”เถ้าแก่ฟงเรียกมาช่วย ซึ่งชายหนุ่มก็ทำตามโดยดี
             หลังจากที่จัดร้านเสร็จไม่นานนัก ก็เริ่มมีลูกค้าทยอยเข้ามาเรื่อยๆจนเห็นได้ว่าร้านนี้เป็นที่นิยมแค่ไหน เถ้าแก่ฟงเองก็เริ่มยุ่งกับการทำบะหมี่ ส่วนชายหนุ่มก็ไปประจำตำแหน่งตัวเองเรียบร้อย
             ชามมากมายเริ่มทยอยเข้ามา จำนวนของมันค่อนมากเกินกว่าจะทำได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเฉินเซียวเฟิงผู้มีทักษะงานด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก
             เฉินเซียวเฟิงเริ่มล้างชามอย่างรวดเร็วและเบามือ ชามจำนวนมากต่างผ่านมือที่หยาบกร้านของเขาจนสะอาดเอี้ยม และแน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะแยกอาหารเหลือเอาไว้ เพื่อเก็บไว้กินในทีหลัง
             เฉินเซียวฟงเริ่มทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งร้านปิด เถ้าแก่ฟงจึงเดินเข้ามาหา
             “ยอดเยี่ยมมาก เจ้าล้างชามได้ไวกว่าทุกคนที่เคยเจอและยังล้างได้สะอาดมากอีกด้วย” เถ้าแก่ฟงกล่าวชื่นชม จนชายหนุ่มรู้สึกเขินอาย
             “เป็นเพราะข้าเคยทำตั้งแต่เด็กนะครับ จึงค่อนข้างชำนาญในเรื่องนี้”เฉินเซียวเฟิงกล่าวอย่างถ่อมตัว ที่จริงมันเป็นทักษะไม่กี่อย่างที่เขามักทำได้ดี
             “เอาล่ะ ถ้างั้นข้าฝากเจ้าเก็บกวาดร้านด้วยนะ เพราะข้าต้องออกไปทำธุระต่อ”เถ้าแก่ฟงบอกซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ
             “ส่วนนี่คือค่าจ้างของเจ้าในวันนี้ อ่อ แล้วก็อย่าลืมล๊อคร้านให้ข้าด้วยล่ะ”เถ้าแก่ฟงยื่นถุงเงินเล็กๆให้ซึ่งชายหนุ่มก็รับมาเก็บไว้
             “ขอบคุณมากครับ เถ้าแก่ฟง”เฉินเซียวเฟิงคำนับขอบคุณ
             “ข้าไปก่อนล่ะ หวังว่าจะพบเจ้าในวันพรุ่งนี้นะ”เถ้าแก่ฟงบอกลา
             หลังจากนั้นในร้านก็เหลือเพียงเฉินเซียวเฟิงเพียงคนเดียว
             “จะเริ่มจากไหนก่อนดี”ขณะที่ชายหนุ่มจะทำอะไร ท้องของเขาก็ร้องดังขึ้นมา
             “จริงสิ เรายังไม่ได้กินอะไรแต่เช้าเลยนี่นา”ว่าแล้วชายหนุ่มก็หยิบอาหารที่เขาเก็บไว้ออกมา ก่อนจะเทใส่ชามแล้วเริ่มทาน
             “อร่อย”นั่นคือความรู้สึกแรกที่ชายหนุ่มรับรู้ แม้ว่าบะหมี่นี่จะเย็นชืดมากแล้วก็ตามแต่มันก็ยังคงอร่อยอยู่
             ชายหนุ่มไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมลูกค้าที่กินเหลือถึงมีน้อยนักเพราะมันอร่อยขนาดนี้นี่เอง
             ทำให้ชายหนุ่มคิดว่าถ้าเขามีเงินเมื่อไหร่ จะกลับมาทานบะหมี่นี่อีกสักครั้ง
             หลังจากที่เฉินเซียวเฟิงทานจนเสร็จ ชายหนุ่มก็พร้อมสำหรับการลุยงาน เขาเดินไปหยิบไม้กวาดและผ้าเช็ดโต๊ะ ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดรอบๆอย่างบรรจง
             เมื่อก่อนคนที่คอยทำความสะอาดบ้านคือมารดาของเขา แต่หลังจากที่มารดาล้มป่วย และน้องชายไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก หน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของเขา และเพราะเขาต้องการให้มารดาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด จึงคอยทำความสะอาดบ้านให้ดีอยู่เสมอจนมันกลายเป็นความเคยชินที่เวลาทำความสะอาดอะไรจะต้องทำให้ดีที่สุด
             ถึงที่จริงร้านเถ้าแก่ฟงจะไม่ได้สกปรกขนาดนั้น แต่ก็มีรอยคราบน้ำมันและเศษอาหารเล็กๆน้อย อยู่ทั่วไปหมด มันทำให้ชายหนุ่มเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดจนต้องไล่จัดการ
             เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงดึก เฉินเซียวเฟิงจึงทำงานเสร็จพอดี
             “มืดขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย”เฉินเซียวเฟิงเอ่ยขณะมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปแล้ว ดูเหมือนเขาจะทำความสะอาดเพลินไปหน่อย
             เมื่อมองไปรอบๆก็พบว่าร้านเถ้าแก่ฟงสะอาดขึ้นมากทีเดียว ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่คราบฝุ่นผงให้เห็น โต๊ะและเก้าอี้ก็ถูกขัดจนเหมือนใหม่ แม้แต่อุปกรณ์ในห้องครัวก็ยังจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย
             ที่จริงเฉินเซียวเฟิงยังอยากทำต่อมากว่านี้ แต่นี่มันก็ดึกมากแล้วและเขาจำเป็นต้องเก็บแรงไว้สำหรับทำงานพรุ่งนี้ต่อจึงวางมือแค่นี้ก่อน

     ชายหนุ่มเดินไปล๊อคประตูร้านให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับไปห้องที่โรงเตี้ยม เมื่อมาถึงห้อง เขาก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง และไม่นานชายหนุ่มก็พล๊อยหลับไป


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 -6 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1

2

กระทู้

8

โพสต์

558

เครดิต

เงินชั่ง
123
เงินตำลึง
3387
ชื่อเสียง
250
ความหิว
2
พิราบขาว
เลเวล 1
โพสต์ 2017-8-27 23:21:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย gamekub เมื่อ 2017-8-27 23:23

วันที่ 2
              ในเช้าวันนี้เฉินเซียวเฟิงตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเนื่องจากเมื่อวานเขาจำเป็นต้องขายจี้หยกที่แม่ของเขาให้มาเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกแย่ที่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
             “เพื่ออนาคตเราคงมัวแต่ยึดติดไม่ได้”ชายหนุ่มพูดปลุกปลอบตัวเอง เรื่องในอดีตมันผ่านพ้นไปแล้วเขาไม่สามารถแก้ไขมันได้อีก จะทำได้ก็เพียงเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่สุด
             เฉินเซียวเฟิงใช้เวลาทำใจอยู่ไม่นานนักก็เตรียมตัวเดินทางไปหาเถ้าแก่ฟง
             เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูร้านเข้ามาก็พบเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเขาจึงเอ่ยคำทักทายในทันที
             “สวัสดีขอรับเถ้าแก่ฟง”ชายหนุ่มคำนับทักทาย ซึ่งเมื่อเถ้าแก่ฟงเห็นเขาก็ยิ้มกว้างออกมา
             “สวัสดีน้องเฟิง เจ้าทำความสะอาดได้ดีมากซะจนร้านข้าคิดว่าเพิ่งสร้างร้านมาใหม่ทีเดียว”เถ้าแก่ฟงเอ่ยชมเนื่องจากภายในร้านตอนนี้สะอาดเอี่ยมไม่มีแม้ฝุ่นผงเกาะอยู่
          “ขอบคุณขอรับเถ้าแก่ฟง”ชายหนุ่มยิ้มตอบรับ
             “เช่นนั้นวันนี้ก็ตั้งใจทำงานเหมือนเดิมนะ อ่อ แล้วก็วันนี้เสี่ยวเอ้อหายไปคนหนึ่งเพราะต้องไปทำธุระข้าคงต้องขอให้เจ้าช่วยทำความสะอาดร้านด้วยได้รึเปล่า?”เถ้าแก่ฟงร้องขอทำให้เฉินเซียวเฟิงคิดหนักเนื่องจากมันค่อนข้างลำบากเอาการที่ต้องมาคอยออกไปทำความอาดและต้องแบ่งเวลามาล้างจานไปด้วย
             แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่กล้าปฏิเสธเนื่องจากเถ้าแก่ฟงเองก็ช่วยเหลือตนมาเยอะ จึงคิดว่าลำบากสักหน่อยจะเป็นไรไป
             “ตกลงขอรับ”ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ
             “เยี่ยมเลย”เถ้าแก่ฟงพูดอย่างพึงพอใจก่อนที่จะเริ่มเห็นลูกค้าทยอยเข้ามาจึงสั่งให้เฉินเซียวเฟิงไปทำงาน
             นับเป็นโชคดีที่วันนี้ลูกค้ามีไม่เยอะมากนักแต่มันก็ยังถือว่าลำบากสำหรับเขาอยู่ดีที่ต้องมาคอยเก็บกวาดร้านและเดินกลับมาล้างจานไปด้วยและอาจเป็นเพราะความสงสารหรือเหตุจำเป็นใดก็ไม่ทราบเถ้าแก่ฟงได้ปิดร้านเร็วกว่าปรกติ
             “เฮ้อ”เฉินเซียวเฟิงทุบขาตัวเองด้วยความเมื่อยล้าวันนี้เขาเกือบทำจานแตกไปหลายรอบแต่ก็ถือว่าโชคดีที่เขาไม่ได้พลาด แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ผิดพลาดเพียงอย่างเดียวก็คงเป็นเรื่องที่ชายหนุ่มรีบร้อนซะจนลืมที่จะเก็บอาหารเหลือมาเลย
             “ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากนะ”เถ้าแก่ฟงเข้ามาคุยกับชายหนุ่มคงเพราะวันนี้เขาต้องรับภาระหนักที่สุด เถ้าแก่ฟงจึงคิดมากล่าวขอบคุณสักหน่อย
             “ไม่เป็นไรขอรับ”เฉินเซียวเฟิงรีบบอก
             “วันนี้เจ้าเองก็ทำงานได้ดีมากข้าไม่เคยเจอคนงานที่มีความสามารถเท่าเจ้ามาก่อนเลยถ้ายังไงเจ้าคิดจะมาทำงานประจำที่นี่เลยไหมล่ะ?”เถ้าแก่ฟงเริ่มชักชวนเฉินเซียวเฟิงเนื่องด้วยสายตาพ่อค้าของเขามักมองคนไม่พลาดและนั่นเป็นสาเหตุที่กิจการเขารุ่งเรืองขนาดนี้
             “ขอบคุณมากขอรับแต่ข้าน้อยคงต้องชอปฏิเสธ”ชายหนุ่มปฏิเสธในทันทีโดยไม่เก็บไปคิดแม้แต่น้อย
             “พอจะบอกได้ไหมว่าทำไม?”เถ้าแก่ฟงยังไม่ยอมแพ้เขาคิดว่ายังสามารถเปลี่ยนความคิดของเฉินเซียวเฟิงได้อยู่
             “ข้าน้อยมีความฝันอยู่จึงไม่อาจมาหยุดอยู่แค่นี้ได้นะขอรับ”คำพูดของเฉินเซียวเฟิง ทำให้เถ้าแก่ฟงเกิดความสนใจ
             “ความฝันของเจ้าคืออะไรงั้นรึ”เถ้าแก่ฟงถามด้วยความสงสัย
             “ผู้บัญชาการสูงสุดนั่นคือความฝันของข้า”ชายหนุ่มตะโกนก้อง ดวงตาเขาสุกประกายเมื่อเอ่ยถึง ท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจทำให้แม้แต่เถ้าแก่ฟงยังเผลอคิดไปแวบหนึ่งว่าเขาสามารถทำได้
             “ฮะๆเจ้าเองก็ยังหนุ่มยังแน่น จะมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่แปลกล่ะนะ”เถ้าแก่ฟงหัวเราะชอบใจพลางรำลึกถึงอดีตของตน
             “ข้าเองก็เคยมีความฝันแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าเจ้า แต่ก็เป็นความฝันที่ดูบ้าเอามากๆช่างน่าเสียดายที่สุดท้ายข้าก็ไม่อาจเอาชนะโลกความเป็นจริงไปได้”ดวงตาของเถ้าแก่ฟงเริ่มเศร้าหมองพลางคิดว่าถ้าเขามีโอกาสอีกครั้งอาจเลือกเส้นทางที่แตกต่างจากนี้ก็ได้
             “เมื่อเจ้าตั้งเป้าหมายไว้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็จงทำมันให้ถึงที่สุดล่ะ ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจต้องมาเสียใจเหมือนข้าก็ได้”เถ้าแก่ฟงกล่าวแนะนำอาจเพราะไม่อยากให้เฉินเซียวเฟิงต้องผิดพลาดเหมือนตน
             “ขอบคุณมากขอรับ”เฉินเซียวเฟิงกล่าวขอบคุณอย่างใจจริงเพราะนอกจากเถ้าแก่ฟงจะไม่หัวเราะเยาะความฝันของเขาแล้ว ยังคงสนับสนุนเขาด้วยนอกจากครอบครัว เถ้าแก่ฟงถือเป็นคนแรก
             “ข้าต้องไปแล้วล่ะคุยกับเจ้านี่ฆ๋าเวลาได้ดีจริงๆ”เถ้าแก่ฟงกล่าวนานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกปลอดโปล่งเช่นนี้
             “ฝากเก็บร้านเหมือนเดิมด้วยล่ะแล้วเจอกันพรุ่งนี้”เถ้าแก่ฟงเอ่ยคำลาพร้อมกับมอบค่าจ้างสำหรับวันนี้ให้
             เนื่องจากเฉินเซียวเฟิงทำความสะอาดร้านไปมากพอสมควรในช่วงเช้าเขาจึงใช้เวลาไม่นานนักในการเก็บกวาดที่เหลือทำให้วันนี้เขาเลิกงานได้เร็วกว่าปรกติ
             ชายหนุ่มออกมาล๊อกร้านให้เรียบร้อยก่อนจะคิดว่าควรหาอะไรฆ่าเวลาดีก็ไปเห็นร้านขายหมั่นโถวข้างทางเข้าจึงคิดได้ว่าวันนี้เขายังไม่ได้กินอะไรเลย
             “ขอหมั่นโถว2 ลูกครับป้า”ชายหนุ่มจ่ายเงินรับหมั่นโถวมาก่อนเขาจะเริ่มออกเดินเล่นในเมืองฆ่าเวลา
             แต่สิ่งที่ชายหนุ่มพบกลับทำให้รู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิมเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือช่องว่างที่แตกต่างระหว่างคนรวยและคนจนอย่างชัดเจน
             ทั้งคนยากไร้คนตกงาน โจรและผู้ร้ายชุกชุม ทั้งหมดล้วนแต่เป็นการบริหารที่ผิดพลาดของเหล่าขุนนางแต่พวกนั้นกลับไม่เคยใส่ใจ หรือควรคิดทำอะไรให้ดีขึ้น
             “ถ้าข้าได้ขึ้นเป็นใหญ่ข้าจะต้องจัดการกับเรื่องพวกนี้ให้หมด”ชายหนุ่มตั้งเป้าหมายไว้อีกอย่างเพื่อใช้เป็นแรงพลักดันให้เขาก้าวเดินต่อไป
                แล้ววันหนึ่งของเฉินเซียวเฟิงก็หมดไปอีกวันเขาก้าวกลับห้องพักก่อนจะล้มตัวลงนอนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1

2

กระทู้

8

โพสต์

558

เครดิต

เงินชั่ง
123
เงินตำลึง
3387
ชื่อเสียง
250
ความหิว
2
พิราบขาว
เลเวล 1
โพสต์ 2017-9-8 21:22:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วันที่ 3
             ในวันนี้ชายหนุ่มรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวเล็กน้อยอาจเป็นเพราะเมื่อวานทำงานหนัก ทำให้วันนี้เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
             เฉินเซียวเฟิงรีบออกเดินทางมาที่ร้านเถ้าแก่ฟงซึ่งดูเหมือนเถ้าแก่ฟงจะเริ่มหายแปลกใจแล้วที่เห็นชายหนุ่มมักมาแต่เช้าเช่นนี้
             “ถ้าลูกน้องข้าเป็นเช่นเจ้าได้สักครึ่งหนึ่งข้าก็คงสบายไปแล้ว”เถ้าแก่งฟงบ่น ส่วนชายหนุ่มได้แต่ยิ้มรับคำไม่กล่าวอะไร
             วันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากทุกวันนักลูกค้าก็ยังทยอยเข้ามาเรื่อยๆ งานของเฉินเซียวเฟิงจึงราบรื่นตลอดทั้งวันกระทั่งถึงช่วงเวลาเลิกงาน
             “เฮ้อเสร็จสักที”ชายหนุ่มบิดขี้เกียจเล็กน้อย งานวันนี้ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากหนักแถมออกสบายด้วยซ้ำสงสัยคงเป็นเพราะเขาเริ่มชินกับงานแล้วล่ะมั้ง
             “เอาล่ะทำความสะอาดต่อดีกว่า”ชายหนุ่มเตรียมลุยงานต่อแต่เนื่องจากเขามักทำความสะอาดอยู่เสมอทำให้วันนี้ไม่เห็นคราบสกปรกอะไรมากนักงานจึงเสร็จอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจึงเตรียมตัวที่จะกลับแต่กลับพบเถ้าแก่ฟงยืนรออยู่
             “เฉินเจ้าว่างอยู่ใช่รึเปล่า”เถ้าแก่ฟงเดินเข้ามาถาม ในมือถือกล่องที่ใส่อะไรบางอย่างเอาไว้
             “ก็ว่างอยู่ขอรับ”เฉินเซียวเฟิงตอบตามตรง
             “เยี่ยมเลยข้าอยากให้เจ้าไปส่งบะหมี่ให้ข้าหน่อยจะได้รึเปล่า?”
             “ได้แน่นอนขอรับ”เฉินเซียวเฟิงพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ เพราะงานวันนี้เองก็เสร็จเร็วและเขาก็ไม่มีเป้าหมายจะทำอะไรต่อจึงไม่คิดปฏิเสธ
             “ฮะๆคุยกับเจ้านี่ประหยัดเวลาดีแท้ เอาล่ะนี่เป็นบะหมี่ 10 ชุดเจ้าต้องรีบส่งไปให้ร้านทอผ้าที่เฉิงตูอ่อ รีบๆหน่อยล่ะ ข้ากลัวมันเย็นชืดซะก่อน”เถ้าแก่ฟงพูดเตือนก่อนจะให้กล่องที่บรรจุบะหมี่ให้กับเฉินเซียวเฟิง
             “แน่นอนขอรับข้าจะรีบนำไปส่งให้ถึงลูกค้าโดยด่วน”เฉินเซียวเฟิงรับคำพร้อมกับรับกล่องมาอย่างเบามือ
             “ฮะๆดีมาก เอ้านี่เงินค่ารถม้า แล้วก็เงินค่าจ้างของเจ้าในวันนี้”เถ้าแก่ฟงหัวเราะชอบใจก่อนจะมอบถุงเงินให้
             “ขอบคุณมากขอรับ”ชายหนุ่มรับเงินมาก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเสียเวลาแม้เพียงวินาเดียว

แสดงความคิดเห็น

เนื่องจากขาดงานจำนวนหลายวัน จึงถูกปลดออกจากร้านบะหมี่ฟง  โพสต์ 2017-10-12 10:07

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 -7 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1

712

กระทู้

2805

โพสต์

40หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2329180
เงินตำลึง
253190
ชื่อเสียง
173252
ความหิว
820

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
7729
ความชั่ว
6098
ความโหด
8031
ไข่น้ำแข็ง
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2017-11-11 00:38:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สำรวจเมืองจื่อถง (1) : สัจธรรมในชามบะหมี่
++++++++++++++++++++++++++++

ชีวิตคนเปรียบได้กับเส้นบะหมี่ จำต้องผ่าน(น้ำ)ร้อน พบเจออุปสรรค
เรียนรู้ความสมหวัง ความผิดหวัง เจ็ดอารมณ์หกปรารถนาดั่งเครื่องปรุงรสชาติ
ความรัก และ มิตรภาพ คือเครื่องเคียงแต่งเติมสีสันให้ชีวิตน่าประทับใจ
อ้อ ก่อนจะทานลงท้องยังต้องราดน้ำซุปด้วย…ประเดี๋ยวฝืดคอ

+++++++++++++++++++++++++++++

แสงอาทิตย์เที่ยงวันลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ บุรุษในชุดผาวสีฟ้าครามเดินย่ำอยู่ในตรอกอย่างลังเล ปอยผมเงินยวงไล้กรอบหน้าเป็นระยะ ภายหลังจากรับมอบหมายงานที่ร้านดอกไม้หยาดน้ำค้างหมื่นลี้ กระเพาะของเสิ่นหลิงเฮ่าก็เริ่มประท้วงหาอะไรมาเติมเต็ม

ที่ว่าผู้มากความสามารถไปที่ใดไม่อดตายนั่นกล่าวไม่ผิด
แต่ลำพังหนุ่มหน้าอ่อนออกท่องยุทธภพ ไร้ชื่อเสียง ไร้เสียงกระทบของเงินในกระเป๋า
เห็นทีนอกจาก 'มัธยัสถ์ อดออม' ก็ไม่มีหนทางอื่น

สองเท้าหยุดยืนอยู่หน้าป้าย 'ร้านบะหมี่ฟง' หลิงเฮ่าถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนตรงเข้าไปนั่ง
หลังจากสั่งบะหมี่เกี้ยวมาทานสองชาม ด้วยเป็นคนช่างสังเกตมักว่องไวต่อสิ่งรอบข้างเสมอ
เมื่อลูกค้าโต้ะรอบข้างเริ่มพูดคุยกัน เขาก็ได้ร่วมฟังโดยไม่ได้เจตนา...

"เฮ้อ! เมื่อใดแผ่นดินจะสงบสุขลงเสียที กิจการร้านค้าแทบจะไปไม่รอดอยู่แล้ว"
"ความช่วยเหลือจากทางการมีมาไม่ถึงพวกเราหรอก! โน่น...โดนพวกข้างบนกัดคนละคำก็หมดเกลี้ยงแล้ว!"

หลิงเฮ่าเหลือบมองโต้ะด้านข้างวูบหนึ่ง ดูจากการแต่งกายเป็นชนชั้นกลางในเมืองนี้ ตะเกียบในมือเขายังคงทำงานต่อเนื่อง เติมเต็มสัญชาติญาณแรกของมนุษย์ต่อไป 'การกิน'

ขณะนั้นเอง มีชายวัยกลางคนสวมชุดเก่ามอซอ เกาะเซๆ อยู่ที่ทางเข้าร้าน ดวงตาสีอำพันตวัดมองก็นึกสลดใจ ขากางเกงข้างหนึ่งถูกมัดรวบจนถึงโคน
ที่แท้เป็นคนพิการ...
ลูกค้าโต้ะด้านข้างมีสีหน้าดูถูกอย่างชัดเจน จงใจใช้เสียงที่ดังขึ้นพูดต่อ

"แรงงานหลั่งไหลเข้ามาในเมืองไม่ได้ขาด แต่พวกที่ไม่ได้เรื่อง ฉวยโอกาสเข้ามาก่อปัญหาก็มากตามไปด้วย"
"ข้าเห็นด้วย...พวกเด็กเหลือขอขี้ขโมยยิ่งมากขึ้นทุกวัน ไม่รู้มันมาจากไหน"
"เด็กกำพร้าตกค้างจากสงครามล่ะมั้ง พวกลูกไม่มีพ่อแม่มันทำได้ทุกอย่างเพื่ออยู่รอดนั่นล่ะ!"
แม้พูดเช่นนั้น แต่สายตาดูหมิ่นไม่ได้ละไปจากคนตรงประตูเลยสักนิด

ตะเกียบในมือชายหนุ่มหยุดลง.... พวกพ้องเขาในค่ายมีสักกี่คนที่ไม่ใช่เด็กกำพร้าจากสงคราม ถ้อยคำเมื่อครู่ออกจะเกินจริงไปสักนิด

หากไม่มีความจำเป็นมาบีบบังคับ ใครกันจะสมัครใจเป็นโจร?
หนทางที่เลือกแม้แตกต่าง แต่ยากจะแบ่งแยกถูกผิดได้อย่างชัดเจน

"เถ้าแก่ฟง ข้าขอบะหมี่อีกหนึ่งชามให้ท่านลุงด้านนอกด้วย" ชายหนุ่มกล่าวพร้อมวางเงินลงบนโต้ะ ส่งยิ้มอย่างเห็นใจให้แก่คนหน้าประตู

"น้องชายท่านนี้...ใจบุญนัก ไม่ทราบรึว่าคนพวกนี้ยิ่งให้ยิ่งมา ขอกล่าวเตือนสำกประโยค ระวังความขี้สงสารจะนำภัยถึงตน" ลูกค้าโต้ะนั้นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยนัก หลิงเฮ่าที่เดินสวนออกมาเพียงยิ้มเรื่อยเฉื่อยก่อนเอ่ยตอบว่า

"ขอบใจพี่ชาย...ข้าเองก็เป็นเด็กกำพร้าเช่นกัน ดังนั้น...ย่อมไม่ประสบความลำบากแน่นอน"
กำพร้ามารดาก็ถือว่ากำพร้าไปแล้วกัน นี่เป็นหนแรกที่เขายอมรับได้อย่างเต็มปาก ค่อนข้างจะกระดากอายอยู่หน่อยๆ

หากการช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก คือการเบียดเบียนตัวเอง คุณธรรมย่อมติดลบแล้ว
เวลานี้ตนเองยังลำบาก การช่วยเหลือผู้อื่นเรียกว่ามีใจแต่ไร้กำลัง เช่นนั้นเขาจะทำเท่าที่ทำได้ รอจนถึงวันใดที่สองมือนี้มั่นคงพอ พลิกฟ้าพลิกดินได้ดั่งใจ วันนั้นผู้ใดต้องการความช่วยเหลือเสิ่นหลิงเฮ่าไม่มีวันปฎิเสธอย่างแน่นอน



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากพุทธะ
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ปิ่นเหมยกุ้ย
ปีกปักษา
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x28
x100
x4
x17
x160
x5
x25
x18
x108
x6
x425
x30
x50
x7
x30
x272
x28
x5
x16
x1310
x5
x49
x39
x40
x910
x100
x1
x2
x61
x95
x4022
x32
x14
x7
x1167
x1083
x105
x5507
x93
x97
x364
x231
x3
x5
x30
x32
x70
x95
x1
x5
x4
x300
x81
x570
x20
x254
x120
x1
x86
x4
x9999
x156
x1
x2
x13
x263
x393
x4200
x4447
x5
x411
x230
x80
x386
x9999
x899
x11
x152
x1
x150
x222
x5770
x259
x45
x10
x2
x5
x100
x7
x14
x22
x8
x390
x5441
x174
x1090
x199
x12
x3781
x9
x34
x3312
x2
x9
x484
x203
x5
x9
x147
x16
x5
x196
x715
x6
x16
x53
x326
x61
x3
x71
x2
x14
x2
x3
x142
x1
x3
x2
x513
x410
x16
x544
x456
x339
x1968
x318
x2365
x1
x2
x6
x5
x283
x4312
x4350
x420
x724
x9
x304
x745
x110
x300
x50
x676
x600
x9999
x14
x478
x9999
x4871
x904
x1245
x559
x67
x76
x1
x1468
x31
x2102
x974
x213
x50
x1
x187
x757
x393
x151
x181
x1692
x992
x2059
x110
x7991
x1598
x3449
x1164
x2874
x736
x1266
x1668
x1706
x348
x20
x1
x29
x1259
x715
x33
x1
x7934
x4045
x67
x300
x70
x73
x412
x784
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x8
x65
x30
x9999
x105
x260
x270
x164
x35
x31
x2
x251
x294
x1
x273
x3176
x1900
x262
x10
x20
x35
x99
x9443
x10
x120
x1437
x4
x111
x758
x176
x2

10

กระทู้

93

โพสต์

8851

เครดิต

เงินชั่ง
2253
เงินตำลึง
5558
ชื่อเสียง
3976
ความหิว
44
ปิงปิง
เลเวล 1
โพสต์ 2017-12-3 19:01:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinLiLi เมื่อ 2017-12-3 19:28

         ย้อนความเดิม...
         
         "ข้าเกรงว่าแถบปาสู่นี่คงไม่มีที่ใดจะช่วยท่านได้ ขุนนางที่นี่ล้วนหวังผลประโยชน์ จะข้ามเขตไปแจ้งขุนนางนอกเขตก็ไม่มีอำนาจในการจับกุมคนที่นี่....เจ้ารัฐปาสู่เองก็ยังไร้ซึ่งอำนาจ" เด็กหนุ่มอธิบาย เด็กสาวมองท่าทางเหล่านั้น ลึกเข้าไปในดวงตาของเขา มีความเศร้าสร้อยที่แฝงอยู่จนลี่หลี่สัมผัสได้ แต่เพราะร่างบางไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับเขาเป็นพิเศษ การจะไปถามตรงๆ จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี และดูละลาบละล้วงเกินไป


         "ยังไงข้าก็ต้องขอบคุณท่านอีกครั้ง ถ้าไม่รังเกียจ ให้ข้าได้เลี้ยงอาหารท่านสักมื้อ เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ ได้หรือไม่เจ้าคะ?"


         "ได้สิ ถ้าหากแม่นางมิรังเกียจคนแปลกหน้าเช่นข้า" ซืออี้โหวโค้งคำนับ ร่างบางตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบโค้งคำนับตอบ



         "ข้าจะไปรังเกียจ คนที่มีจิตเมตตา และช่วยข้าไว้ได้อย่างไร" เด็กสาวยิ้ม


         เมื่อเขาตกลงยินยอมมาตามคำเชิญชวนของเด็กสาวแล้ว ร่างบางก็พาตัวเขาไปยังร้านอาหารใกล้ๆ ในตอนนั้นเองเด็กสาวก็เห็นเข้ากับร้านบะหมี่ ฟงที่อยู่ใกล้เคียง จึงเดินเข้าไปภายในร้าน หันไปทางเถ้าแก่ที่กำลังทำงานอย่างขมักเขม้น


         "เถ้าแก่เจ้าคะ ข้าขอก๋วยเตี๋ยวสองที่เจ้าค่ะ" ลี่หลี่พูดก่อนจะเดินเข้าไปหาที่นั่งภายในร้าน


         "ได้เลย!" เถ้าแก่ฟงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งเหงื่อที่ไหลริน ดูท่าทางก็รู้ว่าเหนื่อยมาก เพราะแม้จะเป็นในยามนี้ก็ยังมีลูกค้าที่เข้ามารับประทานบะหมี่อย่างไม่ขาดสาย และในระหว่างที่ได้ที่นั่งแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะก็ดูจะเงียบเชียบเกินไป และนอกจากนั้นเอง ลี่หลี่ยังมีความสงสัยที่อยากจะถามคนตรงหน้าอยู่ไม่ใช่น้อย


         "ท่านซืออี้โหว ก่อนหน้านี้ ได้ฟังคำพูดของท่านแล้ว ข้าก็พอจะเข้าใจสถานการณ์อยู่บ้าง แม้ข้าจะไม่ใช่คนแถบนี้" ลี่หลี่เอ่ยด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง "แต่ถึงกระนั้นข้าก็ยังมีความคิดที่อยากจะช่วย ท่านเป็นคนของแถบนี้ใช่หรือไม่เล่า? ท่านพอจะบอกที่ที่ต้องการความช่วยเหลือได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเล็กน้อย ข้าก็ยินดีที่จะเดินทางไปช่วยเหลือ เพราะหากเป็นอย่างที่ท่านว่า ข้าคงจะทำการใหญ่เช่นนั้นไม่ได้ แต่หากเป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าสามารถทำได้ ท่านว่าจริงไหม?"


         "เกรงว่าที่ๆ ต้องการความช่วยเหลือจะมีทุกพื้นที่ในปาสู่ ชาวบ้านแถบนี้ต่างอยู่อย่างอดอยากจำนวนมากไม่น้อย แม้จะมีนักท่องเที่ยวเยอะแต่รายได้เหล่านั้นล้วนเข้ากระเป๋าขุนนางทั้งสิ้น....." ซืออี้โหวพูดอย่างถอนหายใจ "ท่านเซียวไต้อ๋องสำหรับที่นี่เขาก็เพียงแต่หุ่นเชิดของเหล่าขุนนางที่ฉกฉวยผลประโยชน์ คอยทำตามพวกเขารายงานความสงบในปาสู่ หากฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เกรงท่านอ๋องจะไม่พ้นผิดด้วยรายงานเท็จเบื้องสูงแม้ถูกบังคับก็มีโทษภัยหนัก"


         "ท่านอาจารย์สอนให้ท่านรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น แม่ของข้าก็เช่นกัน... แม้ข้า สอนให้ข้ารู้จักช่วยเหลือผู้คน ยิ่งได้ยินจากท่านเช่นนี้แล้ว ข้าคงต้องมาแทบนี้บ่อยๆ เสียกระมัง เพราะยังไงเสีย ไม่ว่าตอนนี้จะมีผู้ใดที่กำลังเดือดร้อนอยู่หรือไม่ ข้าก็ปล่อยหญิงสาวผู้นั้นไปไม่ได้ นางกำลังถูกคุกคาม ในฐานะสตรีด้วยกันแล้ว ข้าเป็นห่วงนาง"


         "เช่นนั้นข้าขอขอบคุณท่านแทนชาวบ้านละแวกนี้ด้วย ตัวข้าเองก็ช่วยเต็มกำลัง... น่าเสียดายที่ความสามารถข้าเพิ่งน้อยนิด นี่ยังไม่นับรวมภัยจากชนเตี๋ยนที่จ้องจะเขมือบปาสู่เราทุกวี่วัน ฉุกคร่าหญิงสาวมากมาย" ซืออี้โหวพูดอย่างเศร้าสร้อย ทำให้เขาหวนนึกถึงความทรงจำข่าวเลวร้ายที่อาจารย์มาแจ้ง


         ไม่ทันที่ลี่หลี่จะได้ตอบอะไร ในตอนนั้นเองเถ้าแก่ฟงก็เดินมาเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวสองที่ลงบนโต๊ะด้วยท่าทางแจ่มใส


         "ก๋วยเตี๋ยวสองที่ได้แล้ว"


         "ขอบคุณเจ้าค่ะเถ้าแก่" ลี่หลี่หันไปยิ้มรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "อาหารมาเสิร์ฟแล้ว พักเรื่องนี้ไว้ก่อนก็ได้เจ้าค่ะ เชิญทานอาหารในตอนที่มันยังร้อนอยู่ดีกว่า มื้อนี้ข้าลี่หลี่เป็นคนเลี้ยงเองเจ้าค่ะ"


         เด็กสาวพูดด้วยท่าทางแสดงมิตรไมตรี และเริ่มคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวตรงหน้า ลงมือรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ลงมือรับประทานเช่นเดียวกัน ไม่มีเสียงพูดคุยในขณะนั้น จนกระทั่งรับประทานกันจนเสร็จ ลี่หลี่ก็เป็นคนจ่ายเงินอย่างที่เธอได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเลี้ยงเป็นการตอบแทนบุญคุณ

         เด็กสาวมองไปภายนอก เห็นท้องฟ้าที่มืดลง เธอจึงหันมาทางเด็กหนุ่ม ก่อนจะโค้งตัวให้กับเขา


         "ข้าต้องขอบคุณท่านอีกครั้ง สำหรับข้อมูล และความช่วยเหลือ แม้ว่าเพียงแค่ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม อาจจะตอบแทนน้ำใจของท่านไม่ได้มาก และตอนนี้ข้าจำเป็นต้องกลับเสียแล้ว" ลี่หลี่ยิ้มหวาน "ไม่แน่ ข้าอาจบังเอิญเจอท่าน ตอนที่ช่วยเหลือผู้คนอยู่ก็เป็นได้ และไม่แปลกเลย สำหรับคนจิตใจดีเช่นท่าน ข้าขอให้ท่านโชคดีเจ้าค่ะ ท่านซือ อี้โหว"


         เมื่อโค้งคำนับเสร็จ ร่างบางก็ขอตัว และหมุนตัวแยกจากไป เพื่อเดินทางกลับเจียงโจวไปทำงานต่อในวันพรุ่งนี้





แสดงความคิดเห็น

ความสัมพันธ์จากการชวนสนทนา +3  โพสต์ 2017-12-3 21:51
มอบก๋วยเตี๋ยวขาหมู {ปานกลาง} ความสัมพันธ์กับซืออี้โหว +8   โพสต์ 2017-12-3 19:29

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

วันที่ห้า
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกซางยาง
ทวนยาว
ช้างเผือก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x100
x22
x1000
x1
x19
x19
x10
x110
x16
x50
x58
x1
x1
x10
x5
x24
x25
x20
x15
x22
x7
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-9-18 13:56:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 103 : สุดยอดบะหมี่ต้นตำรับสกุลฟง


          “ลูกจื้อเบื่ออาหารที่โรงเตี๊ยมแล้วหรือไม่?”

           ไป๋ฟางหรงหันไปถามบุตรชายเมื่อเห็นว่าเข้าเวลาเที่ยงแล้ว   เด็กชายเอียงหน้าท่าทางงุนงง “ท่านแม่ขอรับ...อาหารที่โรงเตี๊ยมล้วนเป็นอาหารรสเลิศ ข้าจะเบื่อได้อย่างไร…”

“ข้าหมายถึงเจ้ารู้สึกว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศหรือไม่?”

“....?” เด็กชายเอียงคองุนงงกว่าเก่า  เขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ อีกอย่างการเลี้ยงดูที่ผ่านมาอยู่ในสภาพลำบากจนเขาไม่รู้จักคำว่าเบื่อ   ไม่เหมือนบุตรหลายตระกูลใหญ่ที่เกิดมาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินความเป็นอยู่

“ไหนๆก็ออกมาแล้วเปลี่ยนบรรยากาศก็ดี  ข้าได้ยินชื่อเสียงของบะหมี่ตระกูลฟงมานานแล้ว  วันนี้มีโอกาสสมควรลองลิ้มรส” หลี่ปาฉีสรุป  ถึงเด็กชายจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ไป๋ฟางหรงต้องการสื่อ  แต่เขาเข้าใจ  และเขาก็เบื่อบรรยากาศในโรงเตี๊ยมแล้วเช่นกัน

“ข้าก็ได้ยินว่าบะหมี่ตระกูลฟงมีตัวเส้นที่เหนียวหนืดรสสัมผัสต่างจากที่อยากไปลองดูเหมือนกัน” ริมฝีปากที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมยิ้มกว้างขึ้น   

“.....” ผู้ติดตามที่สังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆมองสองคนที่เดินนำไปร้านบะหมี่พูดไม่ออก ....พวกท่านอยากทานบะหมี่อย่าอ้างถึงเด็กได้หรือไม่?

           ท่ามกลางร้านบะหมี่ที่มีคนงานใส่ชุดเก่าปอน ไปจนถึงพ่อค้า ชาวยุทธ์มานั่งคีบบะหมี่ซดน้ำซุปกันอยู่   ก็มีชนชั้นสูงในชุดหรูหรากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาโต๊ะนั่ง

“เสี่ยวเอ้อห์ เช็ดโต๊ะนี้ทีแล้วมารับรายการด้วย” ต้าซือถูเรียกเสี่ยวเอ้อห์มาทำความสะอาดโต๊ะที่ยังเลอะเทอะจากคนก่อนที่นั่งอย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัด

“ขอรับๆ นายท่าน” เสี่ยวเอ้อห์รูปร่างผอมเก้งก้างไร้กล้ามเนื้อเข้ามาเช็คทำความสะอาด

“เจ้าจะสั่งอะไรดี?” หลี่ปาฉีถามร่างบางที่ยังมองรายการอะไรอยู่  

“อากาศช่วงนี้เย็นๆถ้าได้น้ำน้ำซุปร้อนๆก็คงงดี  ข้าสั่งบะหมี่น้ำต้นตำรับดีกว่าเจ้าค่ะ ลูกจื้อล่ะ?” ถามจบก็หันไปหาลูกชาย

“ข้าสั่งเหมือนท่านแม่ขอรับ”

สุดท้ายทั้งโต๊ะก็สั่งแบบเดียวกันทั้งหมด  นอกจากนั้นยังมีปีกห่านตุ๋นพะโล้กับผักกวางตุ้งลวกมาเพิ่ม

"จะว่าไปก็น่าเสียดายที่คุณชายทั้งสองไม่ได้ออกมาทานด้วย" ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ จิบชาที่เสี่ยวเอ้อห์นำมาเสิร์ฟ "จะซื้อห่อกลับไปฝาก กว่าจะถึงโรงเตี๊ยมเส้นก็อืดหมดพอดี"

"ร้านนี้ยังอยู่อีกนาน  ไว้โอกาสหน้ายังไม่สาย" หลี่ปาฉียกชาขึ้นจิบบ้าง



@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
27
เงินตำลึง
270
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-169
คุณธรรม
718
ความชั่ว
0
ความโหด
42

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-9-19 21:06:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 103 : ผู้ต้องสงสัยสามคน

             นั่งพักกันได้อีกเพียงไม่นาน รอจนฝนเริ่มซาตกเพียงปรอยๆ  หลี่ปาฉีก็มาชวนพวกนางออกจากโรงเตี๊ยมไปทานมื้อเย็นด้านนอกอีกรอบ   สองแม่ลูกเดินถือร่มเดินไปตามถนน  ถือร่มเคียงกันมาข้างๆคือชายหนุ่มร่างสูงมาดขุนนางและผู้ติดตาม

“พวกเขาเลิกตามเราแล้ว” หลี่ปาฉีพูดเบาๆ “เพราะฝนตกด้วยและเพราะเห็นเราพาเด็กออกมาด้วย”

“เรากำลังจะไปไหนกันเจ้าคะใต้เท้า?” ไป๋ฟางหรงถาม เนตรโศกเหลือบมองเซียงจื้อด้วยสายตาเป็นห่วง

“ไม่ต้องห่วงหรอก เราแค่ไปนั่งทานบะหมี่กันเฉยๆ” เสียงทุ้มตอบให้ร่างบางคลายใจ “คนของข้าได้เบาะแสของสหายหรั่นตงเหยียนที่แม่นางจางเล่าให้ฟัง ว่าเขาชอบมานั่งกินบะหมี่ตระกูลฟง”

           ร้านบะหมี่เจ้าเก่าชื่อดังของเมืองเวลานี้คนยังไม่มากนักด้วยฝนเพิ่งตกไปหมาดๆ   ตอนที่ทั้งสี่มาถึงร้านเสี่ยวเอ้อห์ยังนั่งหาวหวอดอยู่   ก่อนจะโดนตะเกียบจากเถ้าแก่ลอยมาเคาะหัวจนสะดุ้ง  รีบลุกขึ้นมารับแขก

“โอ้! พวกท่านมาอันอีกแล้ว  ติดใจเส้นบะหมี่ของเราใช่มั้ยขอรับ  มาได้จังหวะดีจริง  อีกครู่เดียวคนก็จะแห่มาเต็มร้านแล้ว เชิญๆ” เสี่ยวเอ้อห์รีบยิ้มพาทั้งสี่ไปนั่งโต๊ะมุมดี  ตอนนี้ร้านสะอาดเอี่ยมไม่เลอะเทอะจนต้องเรียกหาคนมาทำความสะอาดแบบช่วงวุ่นวายยามเที่ยงอีก

“จะสั่งอะไรดีขอรับใต้เท้า?” เสี่ยวเอ้อห์ถาม  

         หลังได้ลองบะหมี่น้ำต้นตำรับไปแล้ว    ครั้งนี้รายการอาหารแตกต่างกันไปตามความอยากของแต่ละคน  มีทั้งบะหมี่แห้ง ผัดหมี่ เกีี๊ยวน้ำ และบะหมี่เนื้อตุ๋น   

          ผ่านไปสองเค่อคนเริ่มทยอยกันเข้ามาเต็มร้านตามที่เสี่ยวเอ้อห์ได้กล่าวไว้  บรรยากาศในร้านบะหมี่ชื่อดังจึงเริ่มเข้าสู่สภาวะวุ่นวายอีกครั้ง  เสี่ยวเอ้อห์เดินจ้ำไปมารับรายการโต๊ะนู้น เสิร์ฟบะหมี่โต๊ะนี้ไม่ขาด   เสียงพ่อครัวตะโกนมาจากทางหลังร้านทุกครั้งที่ทำบะหมี่เสร็จให้รีบนำไปเสิร์ฟ   ไป๋ฟางหรงและหลี่ปาฉีนั่งทานบะหมี่ไปลอบสังเกตการณ์ไป สลับกับพูดคุยกันบ้างอย่างแนนบเนียน  แต่ก็มีปัญหาอยู่อย่าง

“ใต้เท้า...ปู้ถงที่ว่าคือคนผิวค่อนไปทางคล้ำ หน้าบาก เป็นแผลยาวเกือบถึงกรามใช่หรือไม่?” ไป๋ฟางหรงถามเบาๆ

“ใช่” เขารับ

เจ้าของเนตรโศกยิ้มแห้ง  เดิมทีคิดว่าลักษณะตามคำบรรยายที่แม่นางจากเล่าให้ฟังไม่น่าจะหาตัวยาก   ไหนเลยจะคาดคิดว่าในร้านบะหมี่นี้กลับมีคนหน้าบากที่ตรงตามลักษณะที่จางฝูบอกไว้ถึงสามคน!

คนแรกเป็นชายใบหน้าคมพอดูดี  ทว่าใบหน้ากลับมีรอยแผลยาวอยู่จึงทำให้ดูน่ากลัวแต่ก็ดูห้าวหาญเปิดเผย ใส่ชุดสีกรมท่า

คนที่สองเป็นชายวัยกลางคนหัวล้าน  จมูกใหญ่โต มีรอยแผลยาวลงมาเกือบถึงกรามเช่นกัน ท่าทางอันธพาลเป็นนักเลงโต ใส่ชุดสีเลือดหมู

คนที่สามคนนี้ผอมแกร็น ปล่อยผมรุงรังปิดใบหน้าด้านหนึ่งแต่ยังคงเห็นแผลเป็น ใส่ชุดสีเขียวตุ่น

ทั้งสามล้วนมีรูปร่างไม่ใหญ่มากใกล้เคียงกัน และมีบาดแผลที่แบบเดียวกัน

“......ใต้เท้า มีผู้ต้องสงสัยสามคน”

“......ใช่” หลี่ปาฉีหางคิ้วกระตุก

“แล้ว---”

ก่อนที่ไป๋ฟางหรงจะได้อ้าปากถามว่าจะเอาอย่างไรต่อดี หลี่ปาฉีก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ   จากนั้นก็พบว่ามีคนลุกออกจากโต๊ะไปกอดคอคนหน้าบากทั้งสามพร้อมกับราวเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด   ทั้งสามที่โดนคนแปลกหน้าจู่โจมล็อคคอตั้งตัวไม่ทัน  จากที่อ้าปากจะประท้วงด่าทอ   ก็คล้ายจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง  ได้แต่หน้าซีดแล้วพยักหน้าหงึกกงึกยอโดนเดินลากคอออกจากร้านไปอย่างไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้

“เมื่อครู่นี้เจ้าจะถามว่าอะไรนะฟางหรง?” หลี่ปาฉีเห็นทุกอย่างคลี่คลายต่อหน้าก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาซับริมฝีปาก  แล้วหันมาส่งยิ้มราวสายลมฤดูใบไม้ผลิ

“.........ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ” ทั้งไป๋ฟางหรงทั้งเซียงจื้อล้วนหาคำพูดไม่ถูก


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13