ดู: 341|ตอบกลับ: 11

{ เมืองอันติง } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-12 12:19:06 |โหมดอ่าน

{ ย่านการค้า - เมืองอันติง }

ย่านการค้าใหญ่ของอันติง เพราะอยู่ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงนักจึงมีการค้าที่มั่งคั่งไม่แพ้กัน
เป็นศูนย์การค้าแหล่งใหญ่และแหล่งกระจายสินค้าจากภาคกลางเข้าสู่เหลียงโจว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-11-12 15:39:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCXXII


     เกวียนสินค้าของเทียนเหมินมาถึงย่านการค้าของเมืองอันติงก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ไม่รู้ว่ายังจะพอมีที่ทางทำเลตั้งร้านอยู่หรือเปล่า เขาจอดเกวียนไว้ที่ท้ายตลาดก่อนที่จะสั่งให้ผู้ติดตามเฝ้าขบวนเกวียนเอาไว้
     "พวกเจ้าเฝ้าเกวียนเอาไว้ก่อนนะ ข้าจะไปสำรวจตลาดสักหน่อย มีอะไรห้ามทิ้งเกวียนเด็ดขาดนะ" เทียนเหมินบอกกล่าวแก่เด็กทั้งสองพร้อมกำชับเอาไว้ด้วยเพราะเขาไม่รู้ว่าที่อันติงจะเป็นอย่างไรบ้าง
     "ครับ" "ค่ะ" ทั้งสองรับคำโดยดี ก็ถือว่าได้พักด้วยเช่นกัน
     จากนั้นชายหนุ่มจึงออกไปสำรวจตลาดโดยมีฉูจู๋ร์วิ่งห้อตามมาด้วย เขาใช้เวลาสำรวจตลาดอยู่พักหนึ่ง มองดูที่ทางส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอยไม่ต่างกับที่คิดเอาไว้มากนัก หากวันนี้จะลองขายดูเห็นทีว่าคงต้องตั้งร้านแถวๆ ท้ายตลาดที่คนน้อยเป็นแน่ แต่ถึงจะขายได้น้อยแต่ก็ยังดีกว่าขายไม่ได้เลย
     เมื่อสำรวจตลาดเสร็จเรียบร้อยเขาก็แวะซื้อของกินไปเผื่อทุกคนที่เฝ้าเกวียนด้วย
    "กลับมาแล้ว แทบไม่มีที่ว่างเลยแฮะ ถ้าจะขายคงต้องตั้งร้านแถวๆ นี้น่ะแหล่ะ" เทียนเหมินกลับมาที่เกวียนเพื่อบอกข่าว จากนั้นเขาก็ส่งห่ออาหารให้กับอาเค่อและถิงเอ๋อห์ "ซาลาเปาไส้เนื้อกับไส้ถั่วดำ คงจะพออิ่มนะ" เมื่อพูดจบเขาก็นั่งลงที่ท้ายเกวียนแล้วนำซาลาเปาของตนเองออกมาทาน
     "ขอบคุณค่ะ" ถิงเอ๋อห์หยิบเอาซาลาเปาไส้เนื้อที่มีจุดสีแดงอยู่ด้านบนออกมาบิทาน แม้จะไม่ได้ทานที่ร้านแต่ว่ามันยังร้อนและอร่อยอยู่
     "ขอบคุณครับ อ้าม" อาเค่องับซาลาเปาคำใหญ่ด้วยความหิวเพราะระหว่างเดินทางไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำ
     นอกจากคนกินอิ่มแล้วเทียนเหมินก็บิซาลาเปาให้กับฉูจู๋ร์และนกพิราบลู่ชิงด้วย และเมื่อทั้งหมดอิ่มหนำกันแล้วก็ถึงเวลาตั้งแผงขายของ เผื่อว่ามีลูกค้ามาซื้อสักสองสามคนก็ยังดี

     แผงขายอาวุธถูกตั้งขายโดยนำสินค้าออกมาจากเกวียนเพื่อเป็นตัวอย่างๆ ละชิ้นสองชิ้น ที่ท้ายตลาดไม่คึกครื้นเหมือนยังใจกลางทำเอาพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นง่วงหนาวหาวนอนกันตามๆ กัน
    "ท่านพี่เทียนคะ ข้าว่าช่วงว่างๆ นี้น่าจะลองชวนพ่อค้าแถวนี้คุยกันหน่อยนะคะ เผื่อจะได้สืบเรื่องไปด้วย" ถิงเอ๋อห์เสนอแนะกับเทียนเหมินที่นั่งกอดอกตาปรือเฝ้าร้านอยู่
    "หะ เออ ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า" เมื่อได้ยินอย่างนั้นชายหนุ่มก็ขยี้ตาปลุกตัวเองให้ตื่น "งั้น... ลองเริ่มๆ ถามจากแถวนี้ก็แล้วกัน" เขาบอกดันนั้นแล้วจึงเริ่มสืบข่าว
    "สวัสดีพี่ชาย ข้าเพิ่งเอาอาวุธมาขาย อันติงคนน้อยกันแบบนี้เลยรึ?" เทียนเหมินถามร้านขายเครื่องประดับข้างๆ
     "โอ้ เจ้ามาใหม่ล่ะสิ แถวๆ ท้ายตลาดไม่ค่อยมีลูกค้ามามากนักหรอก ถ้าเจ้าไม่มีลูกค้าประจำอะนะ" พ่อค้าร้านข้างๆ เอ่ยบอก ดูเหมือนว่าเขาก็พอขายได้บ้างจากลูกค้าประจำที่มาซื้อสินค้าบ่อยๆ
    "งี้เองรึ สงสัยว่าพรุ่งนี้ข้าต้องมาตั้งแผงให้ไวกว่านี้อีกหน่อยแฮะ" เขาเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะถามต่อ "เอ่อ คือข้าเคยได้ยินมาว่าแถบเหลียงโจว โจรชุมจริงหรือเปล่าพี่ชาย?"
     "ก็ใช่นั่นแหล่ะ มีกลุ่มโจรชงหนูชุกชุมเลย อันติงดีหน่อยอยู่ใกล้ฉางอันพอจะมีทหารคุมอยู่บ้าง แต่พวกเทียนซุน จินเฉิง อู๋เว่ยน่ะ ถือว่าอันตรายสำหรับพ่อค้าเร่เชียวล่ะ" พ่อค้าขายเครื่องประดับเล่าเรื่องราวให้ฟัง
    "งั้นหรอ งี้ก็แย่น่ะสิ ข้าต้องไปถึงอู๋เว่ยด้วย" เทียนเหมินทำหน้าพ่อค้าธรรมดาที่อ่อนแอไร้วรยุทธ์และกลัวโจรปล้นอย่างมาก พลางเก็บข้อมูลเอาไว้ น่าจะเป็นเช่นนั้น เท่าที่ดูอันติงค่อนข้างดูสงบสุขกว่าเทียนซุยหรืออู่โต๋วที่เคยไปเยือนมากเลยทีเดียว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคลื่นใต้น้ำหรือเปล่า คุยได้ไม่นานนักก็มีลูกค้ามาซื้ออาวุธจึงต้องขอปลีกตัวออกมา "มีคนมาซื้อของข้าแล้ว ขอตัวก่อนล่ะพี่ชาย"
     ขายของไปได้สักพักเทียนเหมินก็ลงบัญชีไปด้วยจนถึงตอนเย็นจึงเก็บร้าน ในการค้าวันแรกขายของได้ไม่ดีนักด้วยทำเลที่ตั้งและปัจจัยบางอย่าง จากนั้นจึงมาสรุปบัญชีของวันนี้ และวางแผนต่อว่าจะพักค้างแรมที่ไหน เพราะจะทิ้งเกวียนสินค้าที่มีมูลค่าสูงมากก็ไม่ได้อยู่ดี...




แสดงความคิดเห็น

วันทำงานได้ศึกษาจากบันทึกลับเซียวเหอจึงได้รับ x4 = 4 วัน และใช้ลูกคิดประจำตัวพ่อค้า x2 = (8 วัน)  โพสต์ 2017-11-12 17:05

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +100 เงินตำลึง +1000 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 + 1000 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-11-13 06:14:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCXXIII


     ซูเทียนเหมินรีบตื่นมาแต่เช้าเพื่อมาของที่ขายอาวุธที่ย่านการค้าใจกลางเมืองอันติง อากาศยามเช้าในเขตตะวันตกเฉียงเหนือของแผ่นดินตอนต้นฤดูหนาวๆ เย็นเป็นปกติ หากเป็นคนธรรมดาๆ คงจะต้องห่อตัวด้วยเสื้อผ้าหลายชั้นและคลุมทับด้วยเสื้อขนสัตว์อีกทีหนึ่ง แต่สำหรับชายหนุ่มชาวอาทิตย์อุทัยผู้นี้นั้นไม่ใช่ ยิ่งหนาวเย็นเท่าไรยิ่งดีสำหรับเขาเท่านั้น ดังนั้นการทำงานเช้านี้เขาจึงรู้สึกสดชื่นและกระปี้กระเปร่าเหมือนกับการออกกำลังกายยามเช้า
     ถิงเอ๋อห์และอาเค่อยังไม่อยากจะตื่นดี ทั้งสองหาหมุมหลบแล้วนอนหลับอยู่ในเกวียนที่เต็มไปด้วยสินค้า เมื่อวานได้ทำการเปิดตลาดทดลองขายสินค้าไปบ้างแล้ว แต่ด้วยทำเลที่ตั้งและช่วงเวลาทำให้ขายอาวุธออกไปได้น้อยมาก ตรงกันข้ามกับเช้านี้ เพียงแค่ตั้งแผงที่สี่แยกใจกลางเมืองคนก็มามุงกันตรึม แม้จะอยากนอนต่อเพียงใด แต่เด็กทั้งสองก็ต้องรีบแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาช่วยขายอาวุธจนตาสว่างจนได้
    "นี่ครับ กระบี่ ดาบ ขวาน ทวน ชุดเกราะเบา ถุงมือฟันดาบ อย่างละหนึ่ง" เทียนเหมินส่งอาวุธและชุดเกราะให้กับชายผู้หนึ่งที่มาซื้ออาวุธแต่เช้า ท่าทางว่าเขาจะเป็นทหารกระมังถึงได้ซื้ออาวุธไปตั้งหลายประเภท จนชายหนุ่มดีดลูกคิดไปแทบไม่ทัน
     "ถ้าใช้ดีข้าจะให้เพื่อนมาช่วยอุดหนุนเพิ่ม" ลูกค้าคนนั้นพูดก่อนที่จะรับเอาสินค้าทั้งหมดไปหลังจากจ่ายเงินก้อนใหญ่ไปแล้ว
     "ขอบคุณครับ" เทียนเหมินส่งยิ้มการค้าให้กับลูกค้าที่มาซื้ออาวุธ หากว่าพาเพื่อนมาซื้อเยอะๆ จริงก็ดีเขาจะได้ขายของหมดไวๆ แล้วหนทางรวยก็จะมาหา
    "คนเยอะผิดจากเมื่อวานเลยนะคะ" ถิงเอ๋อห์พูดขึ้นแล้วช่วยจดรายการสินค้าที่ขายไปหักลบกับสินค้าที่มีอยู่ในเกวียน
    "ใช่ คนเยอะมาก มันก็ดีอะนะ แต่แบบนี้ปลีกตัวไปกินข้าวเช้าไม่ได้แน่" เทียนเหมินพรูลมหายใจเย็นจัดออกมา มองการขายที่เรียกว่าขายได้ดีเกินคาดคิด ไม่คิดว่าอาวุธที่น่าจะขายออกยากกลับขายออกได้ง่ายๆ ซึ่งผู้ที่มาซื้อบางคนก็ดูเหมือนจะเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ด้วยซ้ำ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะซื้อเอาไว้ไปป้องกันตัวเองจากโจรร้ายก็ได้
     "ข้าช่วยไปซื้อของกินให้ไหมครับ?" อาเค่อเสนอตัวเองออกมา เพราะอย่างไรเขาก็ไม่ค่อยได้ช่วยขายของเท่าไรนอกจากแค่เฝ้าเกวียนสินค้าไม่ให้แมวขโมยมาฉกฉวยอะไรไป
    "ก็ดี ฝากเจ้าด้วยนะอาเค่อ" เทียนเหมินเอ่ยบอกพลางยื่นถุงเงินให้เด็กหนุ่มช่วยหาของกินง่ายๆ มาให้
     "รับทราบพี่ชายซู!" เด็กหนุ่มโหรวหรานรับคำอย่างแข็งขันก่อนที่จะรีบไปซื้ออาหารมาให้ทุกคนได้ทานทันที
     ระหว่างที่อาเค่อไม่อยู่ก็มีลูกค้าทยอยมาซื้ออาวุธและชุดเกราะกันเรื่อยๆ อย่างน่าประหลาดใจ จนกระทั้งเด็กหนุ่มได้กลับมาพร้อมกับอาหารหน้าตาแปลกประหลาด แต่ก็ไม่เชิงว่าจะแปลกไปเสียทีเดียว...
     "เจ้าซื้ออะไรมาน่ะ.." เทียนเหมินขมวดคิ้วมองกิ้งก่าทะเลทราบเสียบไม้ย่างสามไม้ที่ย่างด้วยเครื่องเทศหอมกรุ่น หน้าตาน่าทานไม่น้อยเลยทีเดียว กับแมงป่องทอดกรอบและหมั่นโถวจำนวนหนึ่ง
     "กิ้งก่าย่างเครื่องเทศกับแมงป่องทอดกระเทียมพริกไทยครับ ถือว่าเป็นของขึ้นชื่อในแถบเหลียงโจวเลยทีเดียวนะครับ" อาเค่อยิ้มภูมิใจกับผลงานที่นำเสนอเป็นอย่างมาก
    "กิ้งก่าน่ะข้าเคยกินอยู่ แต่แมงป่องเนี่ย... มันมีพิษไม่ใช่เร้อ แล้วแบบนี้ถิงเอ๋อห์..." เทียนเหมินยู้หน้ามองแมงป่องตัวดำปี๋มีเศษกระเทียมคลุกติดอยู่ด้วย เขาไม่เคยกินมาก่อนและไม่เคยคิดจะจับมันมากินอีกด้วย จึงคิดว่าเด็กสาวอย่างถิงเอ๋อห์อาจจะทานไม่ลง
    "ว้าว น่าทานทั้งนั้นเลย กลิ่นก็หอม" พูดจบถิงเอ๋อห์ก็หยิบหางแมงป่องตัวหนึ่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่มีการหวาดกลัวเฉกเช่นเด็กสาวเมืองหลวงทั่วไป เทียนเหมินจ้องมองตาโตก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นถิงเอ๋อห์ต้องจับแมลงทานมาตลอดดังนั้นนางก็น่าจะไม่กลัวกับแค่แมงป่องหรอก
    "งั้น... ข้าลองบ้าง" เทียนเหมินลองหยิบแมงป่องทอดกระเทียมพริกไทยขึ้นมากัดคำนึง ด้วยความกรอบและหอมเครื่องกระเทียมพริกไทยช่วยดับความเหม็นเขียวของแมลงได้ดี รสชาติของมันก็อร่อยมากกว่าที่คิด หากให้เทียบกันก็คงจะคล้ายกับกุ้ง จะว่าไปแมงป่องก็หน้าตาไม่ต่างจากกุ้งเท่าไร มันอาจจะเป็นกุ้งพันธุ์บก (?) ก็ได้ เขาคิดเช่นนั้นปลอบใจตัวเองเพราะตอนนี้คิดถึงอาหารทะเลที่อู๋จวิ้นเสียเหลือเกิน
     ส่วนกิ้งก่าทะเลทรายย่างเครื่องเทศมันมีรสชาติค่อนข้างเผ็ดและกลิ่นที่ร้อนแรง ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี อาเค่อบอกว่ามันเป็นเครื่องเทศที่นำเข้ามาจากแคว้นที่อยู่นอกด่านทางด้านตะวันตก ด้วยรสชาติจัดจ้านที่แตกต่างจากอาหารของภาคใต้ทำให้ชายหนุ่มเริ่มจะสนใจอาหารตะวันตกบ้างแล้ว
     ในระหว่างที่ทานอาหารเช้าอยู่ก็ยังคงมีลูกค้ามาขอซื้อสินค้าอยู่บ้าง จนทั้งสามตั้งผลัดเวรกันขายของผลัดเวรกันทาน และเมื่อทานอาหารเสร็จเทียนเหมินก็เอาสมุดบัญชีแบบเร่งด่วนออกมาดู
     "ข้าคิดว่า ถ้าวันนี้ขายได้สักสามหมื่นชั่งก็น่าจะเก็บร้านไปทำภารกิจต่อได้นะ" ชายหนุ่มพูดออกมาเมื่อพิจารณาบัญชี ซึ่งเพียงแค่ช่วงเช้านี้เขาก็ขายได้เกือบจะหมื่นชั่งแล้ว
    "ดูๆ ไปแล้วน่าจะถึงยอดตอนบ่ายๆ นะคะ ดีเลย ไม่มืดเกินไปด้วย" ถิงเอ๋อห์เห็นด้วย ถึงแม้ว่าการแยกกันไปสืบและขายของอาจจะได้ผลดีทั้งสองทาง แต่นางก็กังวลว่าเมื่อมาอยู่ในถิ่นโจรแล้วก็ไม่ควรแยกกันไป หากเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจะไม่อาจรับมือได้ไหว
    "อาฮะ งั้นก็มีแต่ต้องเร่งขายให้ได้เยอะๆ ล่ะนะ จะได้มีเวลาว่างด้วย..."  
     "พ่อค้าขอดูขวานเล่มนึงสิ" ไม่ทันขาดคำก็มีลูกค้ามาขอดูอาวุธเพิ่ม
     "ครับ!" พ่อค้าหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความแข็งขันและสนุกสนานกับการทำงานต่อไป ที่สนุกก็เพราะว่าได้เห็นเงินไหลมาเทมานี่แหล่ะ...
     
     การขายดำเนินไปจนถึงช่วงบ่ายกว่าๆ ดูเหมือนว่ายอดขายของวันนี้จะมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก ดีไม่ดีอาจจะได้กลับไปเติมสินค้าก่อนที่จะไปถึงอู๋เว่ยก็ได้ เทียนเหมินและถิงเอ๋อห์ช่วยกันคำนวนบัญชีและจำนวนสินค้าที่เหลือพร้อมตรวจนับ เพื่อบันทึกลงสมุดตรวจดูกำไรขาดทุน แล้วจากนั้นพวกเขาทั้งสามจึงออกสืบเรื่องราวต่อไป...

      


แสดงความคิดเห็น

หลังจากนี้ทำงานจะไม่ได้รับวันอีกแล้ว....จนกว่าจะกลับไปรายงานผลการขายทั้งห้าหัวเมืองในเหลียงโจว  โพสต์ 2017-11-13 11:47
วันทำงานได้ศึกษาจากบันทึกลับเซียวเหอจึงได้รับ x4 = 4 วัน และใช้ลูกคิดประจำตัวพ่อค้า x2 = (8 วัน)   โพสต์ 2017-11-13 11:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +100 เงินตำลึง +1000 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 + 1000 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-11-13 11:41:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-11-13 11:44

PART CCXXIV


     สถานที่สืบข่าวที่ดีคงไม่พ้นย่านการค้าที่คนเยอะพลุกพล่าน เพราะว่าเกวียนสินค้ามีขนาดใหญ่ไม่เหมาะที่จะลากไปไหนมาไหนด้วยเห็นทีคงต้องมีคนเฝ้าเกวียนเอาไว้คนหนึ่ง ถ้าหากว่าผู้ร่วมเดินทางมีด้วยกันสี่คนคงจะดีหรอก ในตอนนี้เทียนเหมินรู้สึกคิดถึงเลี่ยงเหลียงเป็นอย่างมาก ถ้ามีนักพรตหนุ่มมาด้วยเขาคงไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องคนเฝ้าสินค้ามากนักเพราะว่าอีกฝ่ายไว้ใจได้
     ชายหนุ่มรู้สึกคิดถึงมากจนอยากจะเขียนจดหมายเรียกตัวมาช่วยเสียตอนนี้ แต่ถึงเขียนจดหมายไปจริงๆ ก็ใช่ว่านัดพรตหนุ่มจะลงเขามาช่วยงานได้ง่าย เขาก็คงได้แต่ทำใจ สุดท้ายก็ต้องเลือกใครสักคนที่อยู่เฝ้าเกวียน
     "ข้าอยู่เฝ้าของก็ได้นะครับ" อาเค่อเสนอตัวออกมา เพราะตัวเองพอมีวิชาอยู่บ้างหากมีเหตุร้ายคงไม่เกินมือ และอีกอย่างเกวียนอยู่กลางตลาดคงไม่มีใครกล้ามาแหยมที่กลางตลาดหรอกมั้ง..
     "เอางั้นก็ได้ งั้นให้ฉูจู๋ร์อยู่เฝ้าอีกตัวนึง ถึงแม้ว่ามันจะทำอะไรไม่ได้ แต่คงขู่ให้โจรกลัวได้บ้างล่ะนะ" เทียนเหมินกล่าวพลางมองไปยังสุนัขป่าสีขาวที่กำลังนั่งหอบแดดลิ้นห้อยอยู่ใต้เกวียน เขาก้มลงนั่งยองๆ ลงไปคุยกับมัน "เฮ้ ฉูจู๋ร์ เฝ้าของดีๆ นะ ถ้าเห็นขโมยก็กัดได้เลย"
     "โฮ่ง!" เจ้าขาวเห่าตอบกลับเหมือนจะรู้ภาษา มันลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนรอบเกวียนเพื่อรักษาการณ์ทันที ท่าทางขึงขังดูแล้วไม่น่าเป็นห่วง (?)
     "ไม่ต้องห่วงพี่ชายซู ข้าไม่ปล่อยให้มีใครมาขโมยของหรอกครับ" อาเค่อทุบอกตัวเองอย่างมั่นใจ
    "อืม งั้นก็ตามนั้นแล้วข้าจะรีบกลับมา" เทียนเหมินพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะออกไปสำรวจเมืองกับถิงเอ๋อห์

     เทียนเหมินและถิงเอ๋อห์ออกเดินสำรวจย่านการค้าตั้งแต่ทิศเหนือจรดใต้แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติ
    "แล้วเราจะรู้ได้ยังไงน่ะว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า?" เทียนเหมินเอ่ยถามเด็กสาวออกมา เพราะว่าเท่าที่ดูก็เหมือนจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
    "หากมองที่ผิวเผินอาจไม่มีแต่ถ้าพิจารณาอย่างละเอียดล่ะคะ" ถิงเอ๋อห์กล่าวบอก ไม่แน่ว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการสอดแนมสักพัก
     "ฮืม.. งั้นรึ แล้วเมื่อไรกันนะที่เจ้าพวกนั้นจะโผล่หางออกมา" เทียนเหมินพยายามเพิ่งมองร้านค้าและผู้คนที่เดินไปมาในเมือง
     "ดูนั่นสิคะ" ถิงเอ๋อห์สะกิดให้เทียนเหมินดูอะไรบางอย่างในทิศทางที่นางชี้ไป สิ่งที่เขาเห็นคือพ่อค้าที่ดูธรรมดาๆ กำลังส่งถุงเงินให้ชายกลุ่มหนึ่งที่ดูแล้วเหมือนอันธพาลคุมที่ด้วยสีหน้าลำบากใจ
     "อะไรน่ะ... รีดไถ? เก็บค่าคุ้มครอง?" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันระหว่างที่สังเกตการณ์อยู่เงียบๆ และไม่ใช่แค่ร้านเดียวแต่ดูเหมือนว่าร้านอื่นๆ ที่เป็นร้านค้าประจำจะโดนกันถ้วนหน้า พ่อค้าบางคนที่รู้ตัวว่าจะต้องจ่ายเงินค่าคุ้มครองก็รีบนำถุงเงินขึ้นมาก่อนที่กลุ่มอันธพาลจะเดินมาถึงเสียอีก
    "ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำเลยนะคะ" ถิงเอ๋อห์คิดวิเคราะห์ท่าทางนั้นก่อนที่จะได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากด้านหลังจนต้องหันไปมอง แผงขายผักของยายชราถูกรื้อโดยอันธพาลกลุ่มเดียวกัน
    "ยะ อย่าทำแบบนี้เลยเจ้าค่ะ!" หญิงชราที่ขายผักร้องไห้อ้อนวอนคนร้ายว่าอย่าทำลายร้านของนางน้ำตานองหน้า
     "ไม่มีเงินก็ออกไป!" คนร้ายร่างใหญ่รื้อแผงขายกระจุยกระจาย ผักผลไม้ที่ปลูกเองถูกเหยียบย่ำเสียหาย
     "เฮ้ย!" เทียนเหมินทำท่าจะเดินเข้าไปช่วยทันทีแต่ก็ถูกถิงเอ๋อห์ดึงแขนรั้งเอาไว้
    "อย่าเพิ่งนะคะพี่เทียน ดูนั่นสิ ตรงนั้นมีทหารอยู่ด้วย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเลย ต้องเป็นตามที่แม่ทัพใหญ่บอกแน่ๆ เลยค่ะว่าขุนนางและทหารถูกซื้อตัว" เด็กสาวกระซิบบอกแล้วพยายามดึงชายหนุ่มไม่ให้เข้าไปช่วย เมื่อเห็นทหารทำเป็นเบือนสายตาแล้วเดินไปทางอื่น ทำราวกับว่าไม่อยากรับรู้และเห็นเรื่องราวดังกล่าว
    "แต่ว่า!"
    "ข้าเข้าใจนะคะว่าท่านพี่รู้สึกยังไง แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งดีกว่า เชื่อข้าค่ะ..."
     "ฮึ่ม...." เทียนเหมินคำรามในลำคอแต่เขาก็เชื่อคำพูดของถิงเอ๋อห์ มองดูร้านผักเล็กๆ ถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา จนเหล่าคนร้ายเดินจากไปทั้งสองจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที
    "ไม่เป็นไรนะคะท่านยาย" ถิงเอ๋อห์ถามไถ่หญิงชราว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่
     "ฮื่อๆๆๆ ข้าไม่เป็นไร แต่ผักพวกนี้... คงเอาไปขายใครไม่ได้อีกแล้ว โฮ..." หญิงชราหลั่งน้ำตาออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
     "เท่าไรล่ะ ผักพวกนี้ ข้าจะช่วยซื้อไว้เอง" เทียนเหมินเอ่ยถามและควักเอาถุงเงินให้กับนาง แม้ว่าจิตใจจะถูกทำร้ายย่ำยีและไม่มีอะไรมาเยียวยาได้ แต่เงินนวนนี้น่าจะพอให้นางพอมีพอกินในมือถัดๆ ไป
     "ขอบคุณมากพ่อหนุ่ม ฮรือออ" หญิงชรารับถุงเงินมามือสั่นอย่างไม่มีเรี่ยวแรงนัก
     "เกิดอะไรขึ้นน่ะคะ?" ถิงเอ๋อห์ลองถามนางดู
     "นักเลงพวกนั้น เป็นคนของพรรคโจรเหลียงโจว พวกมันมาเก็บค่าคุ้มครองรายเดือนแต่ว่ายายไม่มีจ่ายให้พวกมัน"
     "งี้เอง แล้วทหารไม่ช่วยอะไรเลยรึ?"
     "อย่าหวังพึ่งทางการเลยพ่อหนุ่ม ในแถบนี้ช่วยเหลือตัวเองได้ก็ต้องช่วยไปก่อน ฮือออ" หญิงชราสะอื้นกลืนก้อนน้ำตาลงคอไป
     "งั้นรึ..." ชายหนุ่มขมวดคิ้วเคร่ง ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับซานตงแม้แต่น้อย เผลอๆ อาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ "เอางี้ บ้านท่านอยู่ไหน ข้าจะพาไปส่ง"
     เทียนเหมินและถิงเอ๋อห์รับอาสาพาหญิงชราไปส่งที่บ้านหลังเล็กที่ปลูกห่างออกไปจากย่านการค้า เป็นเพิงผุๆ พังๆ ด้านข้างมีแปรงผักขนาดย่อมอยู่ นางคงปลูกผักที่นี่แล้วเอาไปขายที่ตลาด ชีวิตดูรันทดน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง
     "ขอโทษด้วย ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้มาก" เทียนเหมินรู้สึกไม่ดีนักที่ได้ให้สภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นของหญิงชราน่าสงสารที่หาเลี้ยงตัวเองรอเวลาสุดท้ายของชีวิตเข้ามาเยือนเรื่อยๆ
     "ไม่เป็นไร เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกพ่อหนุ่ม" หญิงชรานั่งพักที่ชานบ้านก่อนเอ่ยออกมา "เดี๋ยวหลานยายก็น่าจะใกล้กลับมาแล้ว" นางยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มเฝื่อนๆ บนใบหน้าที่เหี่ยวย่น
    "งั้นรึ ถ้าท่านดูแลตัวเองได้ข้าก็ขอตัวก่อนครับ ไม่รู้ว่าไอ้พวกนั้นจะมายุ่งกับเกวียนข้าด้วยหรือเปล่า"
     "อื้อ ยายไม่เป็นไร เจ้าทั้งสองกลับไปก่อนก็ได้" หญิงชราเอ่ยคำลา
    "เช่นนั้นก็โชคดีค่ะ ท่านยายดูแลสุขภาพด้วย"
     หลังจากที่ช่วยเหลือพาหญิงชราขายผักมาส่งบ้านเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็รีบกลับไปที่เกวียนทันที ดูเหมือนว่าทางด้านของอาเค่อจะเรียบร้อยดีเช่นกัน
     "เป็นไงบ้าง มีอะไรคืบหน้าไหมครับ?" เด็กหนุ่มโหรวหรานเอ่ยถามเมื่อพบหน้ากับทั้งสองคน
     "เจออยู่ เออ.. ว่าแต่มีใครมายุ่งอะไรบ้างไหม?" เทียนเหมินเอ่ยถามอาเค่อออกมากังวลว่าจะถูกรีดไถไปด้วย
     "ไม่มีนะครับ ทำไมหรอ?" อาเค่อเอ่ยถามด้วยสีหน้างงๆ เพราะทางด้านเขาไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังดูสงบสุขดี
     "เจอพวกรีดไถชาวบ้านน่ะ แถมทหารยังเมินเสียด้วย" ถิงเอ๋อห์เล่าให้ฟังพร้อมกับเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจ
     "ทางเราไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ข้าว่ารีบกลับไปโรงเตี๊ยมพักผ่อนกันเถอะ ไม่แน่ว่าอยู่นานกว่านี้อาจจะเจอก็ได้" เทียนเหมินบอกเด็กทั้งสอง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนเกวียนตำแหน่งหัวหน้า เมื่อขายสินค้าออกไปได้เยอะเกวียนก็มีพื้นที่กว้างขึ้นทำให้นั่งสบายขึ้นอีกหน่อย ถิงเอ๋อห์ก็กระโดดตามขึ้นมาตามด้วยฉูจู๋ร์ ส่วนนกพิราบขาวที่เกาะอยู่บนหลังคาเกวียนตั้งแต่เข้าก็บินโฉบลงมาด้านในอย่างรู้งาน
     "ครับผมรับทราบแล้ว" อาเค่อรับคำก่อนที่จะช่วยขับเกวียนไปยังโรงเตี๊ยมที่อยู่ชานเมืองเพื่อพักผ่อนและเตรียมเดินทางต่อไปในวันรุ่งขึ้น...
      


แสดงความคิดเห็น

1500 ช่วยท่านยายเหมาผัก  โพสต์ 2017-11-13 11:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง -1500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -1500 + 35 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

122

กระทู้

1027

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
129496
เงินตำลึง
115191
ชื่อเสียง
131494
ความหิว
820

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
10265
ความชั่ว
3126
ความโหด
4555
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-12-20 23:13:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เวลาต่อมา หลังจากสำเร็จวิชาตัวเบาแล้ว เธอจึงมีสภาพจิตใจกลับมาปกติดังเดิม
ทำให้เธอมีอารมณ์กลับมานิ่งดังเดิม หลังจากผ่านเหตุการณ์ชีวิต ติดคุกที่ฉางอัน....


เธอขี่ม้าตามทางมาเรื่อยๆ จนเข้าเขตประตูเมือง เป็นเมืองที่เธอไม่เคยเดินทางมาก่อน..
มันชื่อว่าเมืองอันติง


แน่นอนว่า สถานที่ๆเธอไม่เคยมานี้ ก็ต้องออกสำรวจอันบ้าง จะได้ไปมาถูกทาง หากหลงแล้วจะแย่เอา
เมื่อเข้าเขตเมืองแล้ว เธอจึงลดความเร็วม้าลง ให้มีความเร็วแค่เดินธรรมดาๆ เพื่อที่จะได้ไม่วิ่งชนชาวบ้านเขา


หลิงนูมองไปรอบๆสภาพน่าจะเป็นเมืองไม่ใหญ่มาก เพราะมองไปก็เห็นกำแพงล้อมรอบอีกด้านหนึ่งอยู่ไม่ไกล
แต่ผู้คนในเมืองก็พลุกพล่านอยู่พอสมควรอยู่
เธอคิดได้อย่างหนึ่ง
เพราะการฝึกวิชาหลายวันที่ผ่านมา ที่มีอาการปวดท้องจนต้องถ่ายท้องบ่อยๆ มันเลยทำให้อาหารลดลงไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากกินเพื่อประทังหิว แน่นอน ....


เธอจึงคิดว่าจะไปแวะย่านการค้าเสียหน่อย เพื่อซื้อเสบียงเพิ่ม หลังจากที่ใกล้หมดเต็มที
จึงขับม้าเดินไปยังย่านการค้าของเมืองอันติงเพื่อแวะร้านค้าแถวนั้นเสียหน่อย


เมื่อมาถึงย่านการค้าก็มองหาร้านเหมาะๆบ้างเล็กน้อย มอง2ข้างทางก็มีร้านขายหลายๆอย่าง ทั้งอาวุธ และอาหารอย่าง สุรา
ผัก และอาหารต่างๆ
พอมองเห็นร้านที่คาดว่าจะถูกใจ นั่นก้คือร้านขายหมั่นโถว ซาลาเปา...


หลิงนูลงจากม้าแวะซื้อซาลาเปาร้านนั้นสักเล็กน้อย
"เอ่อ...สวัสดี เถ้าแก่..."
"ข้าจะขอซื้อหมั่นโถวจำนวนหนึ่งได้หรือไม่..?"
หลิงนูเอ่ยถาม
"ต้องการเท่าไหร่ล่ะแม่นาง" เถ้าแก่ร้านถามกลับ


"เอ่อ ...ขอสัก20ลูก เถ้าแก่ ..."
"เจ้าจะซื้อไปแจกใครงั้นเหรอ" เถ้าแก่ถามสงสัยเล็กน้อย


"ฮื่อ... ข้าเก็บเป็นเสบียงไว้เดินทางต่อ" หลิงนูบอกถึงจุดประสงค์
เถ้าแก่ฟังดังนั้นก็ไปนำหมั่นโถวตามที่สั่ง20ลูก ยกมาเป็นเข่งๆ
เธอจึงหยิบหมั่นโถวทำกำลังมีความร้อนอ่อนๆนั้นด้วยมือเปล่า หยิบใส่กระเป๋าทีละลูกๆแบบไม่ค่อยสะทกสะท้านเท่าไหร่...


เมื่อเก็บครบ หลิงนูจึงจ่ายเงินค่าหมั่นโถวเหล่านี้
"ขอบคุณมากเถ้าแก่..." หลิงนูกล่าวให้กับเถ้าแก่ ก่อนจะเดินออกจากร้านมา
ไปขึ้นขี่ม้าตัวเอง พร้อมกับเตรียมออกเดินสำรวจเมืองต่อ...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ทวนฝงเจียง
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x28
x2
x4
x3
x500
x17
x30
x32
x20
x100
x5
x85
x70
x122
x20
x1
x3280
x7
x272
x204
x22
x209
x466
x10
x1
x120
x124
x8
x10
x7
x56
x26
x12
x50
x196
x408
x1
x18
x1
x300
x45
x252
x805
x120
x470
x5
x60
x3
x4
x1110
x694
x130
x662
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x101
x127
x9
x85
x3
x40
x254
x740
x2
x255
x25
x5
x237
x2
x1600
x7
x98
x4
x105
x5750
x78
x52
x74
x5
x3
x25
x7
x37
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x447
x2304
x87
x40
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x5
x82
x6
x2980
x16
x407
x13
x252
x39
x437
x745
x39
x130
x221
x306
x254
x94
x54
x91
x209
x209
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x10
x3723
x30
x803
x79
x1
x590
x147
x4
x139
x238
x319
x267
x131
x162
x9
x3172
x3759
x136
x16
x513
x500
x540
x541
x205
x184
x360
x9
x1491
x715
x220
x73
x264
x41
x1
x143
x13
x10
x515
x156
x326
x280
x60
x56
x635
x1058
x92
x539
x212
x499
x51
x136
x27
x28
x452
x9
x102
x38
x354
x147
x19
x35
x20
x39
x1485
x5017
x20
x243
x1
x138
x91
x20
x53
x11
x24
x5
x124
x198
x18
x34
x159
x7
x17
x76
x195
x1
x1
x1457
x1

122

กระทู้

1027

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
129496
เงินตำลึง
115191
ชื่อเสียง
131494
ความหิว
820

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
10265
ความชั่ว
3126
ความโหด
4555
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-12-22 03:25:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ช่วงเที่ยงของวันนั้น หลิงนูขี่ม้าเดินสำรวจเมืองอันติงเพื่อทำความคุ้นเคยกับเมืองและมองหาร้านอื่นๆไปด้วย
ยังคงเดินอยู่ในเขตย่านการค้าเมืองอันติงที่ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป


พอเดินมาได้สักพักแล้ว มองดูไปรอบๆก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนัก เธอจึงขับม้าเตรียมจะออกจากเขตย่านการค้า


ตอนที่กำลังจะออกไปนั้นเองก็พบ สตรีคนหนึ่ง นั่งร้องไห้อยู่ริมทางที่จะเดินออกจากเขตย่านการค้าเมืองอันติง
กำลังนั่งร้องไห้คนเดียว
และคนรอบข้างไม่มีท่าทีจะสนใจเธอเลยงั้นหรือ มันชักจะใจดำไปสักหน่อยรึเปล่า..
จะว่าไปก็จะโทษคนอื่นไม่ได้.. แต่เนื่องด้วยตัวเราก็มีจิตคิดสงสารแน่นอน จึงหยุดม้าลงมาแล้วเดินตรงไปหาสตรีคนนั้น


หลิงนูไปยืนข้างสตรีคนนั้นก่อนจะนั่งคุกเข่าลง
"เอ่อ แม่นาง..?
เป็นอะไรรึเปล่า?.."
หลิงนูเอ่ยถามไป


ทำให้สตรีคนนั้นเงยหน้ามองเธอ น้ำตาไหลอาบแก้มของนางทั้งสองข้าง ทำให้ดูราวกับว่าเศร้าอย่างมาก
"ฮึก...ฮึก..
ท่านช่วยข้าที..."
นางเอามือขยี้ตา


หลิงนูมองอย่างสงสัย
"...ทำไมแม่นางมานั่งเสียใจตรงนี้หรือ...? เกิดอะไรขึ้น...?"
ลองไถ่ถามไป
"ฮือ...ทำไมเจ้าถึงมาสนใจข้าล่ะ ข้าน่ะ....ไม่มีค่าพอที่จะช่วยอยู่แล้ว..."
สตรีคนนั้นร้องไห้ตัดพ้อคำพูด


"แม่นางอย่าพูดเช่นนั้น... หากท่านไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ แม่นางจะมานั่งร้องไห้ตรงนี้ทำไมเล่า?..."
"บอกข้ามาเถอะ..ข้ายินดีช่วยท่าน..."
หลิงนูกล่าวไป


"ฮึก... จริงเหรอ.."  สตรีคนนั้นเงยหน้ามองหลิงนูอย่างมีความหวัง
หลิงนูได้ยิน จึงพยักหน้าตอบเธอไป
"ฮึก ...ลูกของข้า...ถูกโจรลักพาตัวไป.. "


หลิงนูได้ยินจึงรีบตอบ "พาไปที่ใดกันแม่นาง?.."
"ข้าก็รู้ไม่ลึกนัก...แต่ได้ยินบอกว่าจะพาไปทำพิธีเซ่นไหว้...เปิดงานหุบเขาปีศาจ... ฮึก..."
เธอร้องไห้ พร้อมกับทิ้งคำอธิบายอย่างเป็นปริศนาสำหรับเธอ
หุบเขาปีศาจ...


"แม่นางรู้ไหมว่าหุบเขาปีศาจคือที่ใดกัน..." หลิงนูถามไป
แต่สิ่งที่สตรีคนนั้นตอบกลับมาคือการส่ายหน้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น แน่นอน..นางคงไม่ทราบสถานที่นั้นจริงๆ..


หุบเขาปีศาจคือที่ใดกัน ... ที่นั่นมีปีศาจงั้นหรือ แต่ว่าพวกโจรจะไปรวมตัวที่นั่นทำไมกันนะ...
แต่ในเมื่อเราแสดงความห่วงใย เราควรจะบอกในสิ่งที่เขาสบายใจ หรือฟังแล้วรู้สึกปริ่มกายและใจ
"แม่นาง..."
เธอพูดขึ้น จะบอกบางอย่าง
"ข้าจะช่วยเหลือลูกของแม่นาง ไม่ว่าจะยากแค่ใดก้ตาม..."
เธอกล่าวรับปากช่วยเหลือ ถึงแม้จะมีเบาะแสอะไรไม่มากมายก็ตาม


"จะ... จริงเหรอ..." สตรีมองหลิงนูอย่างมีหวังอย่างยิ่ง ว่าจะมีคนช่วยเธอแล้วจนทำให้เธอแทบร้องไห้อีกรอบหนึ่ง


"ถึงข้าจะไม่ทราบว่าหุบเขาปีศาจอยู่ที่ใด... แต่ข้าก็จะต้องสืบหาจนพบ...และพาลูกของแม่นางกลับมาให้จงได้"
หลิงนูกล่าว ทำให้รู้ว่ารับปากนางไว้แล้ว
"ขะ..ขอบคุณท่านมาก..ที่จะช่วยเหลือลูกข้า ฮือ..."
สตรีคนนั้นร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
"ท่านหิวหรือไม่..." หลิงนูภาม ก่อนจะหยิบหมั่นโถว 2 ลูกยื่นให้แก่สตรีผู้นั้น
ถึงแม้สตรีนางนั้นจะไม่หิวก็ตาม แต่ก็รับไว้ด้วยความยินดีก่อน


หลิงนูใช้จังหวะนั้นเอง โดดด้วยวิชาตัวเบาไปขี่ม้าของตัวเลยควบเข้ามาใกล้ๆกับสตรีคนนั้น
"หากข้าช่วยลูกท่านได้แล้ว ข้าจะกลับมา..."
หลิงนูกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะควบม้าออกไปจากบริเวณนั้น โดยที่สตรีนั้นไม่ได้กล่าวร่ำลาแต่อย่างใด


แต่ว่า หลิงนูก็แอบรับงานหินมาอีก1แล้วสินะ... ตามหาเด็ก1คน กับหุบเขาปีศาจ ที่ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ใดกัน...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ทวนฝงเจียง
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x28
x2
x4
x3
x500
x17
x30
x32
x20
x100
x5
x85
x70
x122
x20
x1
x3280
x7
x272
x204
x22
x209
x466
x10
x1
x120
x124
x8
x10
x7
x56
x26
x12
x50
x196
x408
x1
x18
x1
x300
x45
x252
x805
x120
x470
x5
x60
x3
x4
x1110
x694
x130
x662
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x101
x127
x9
x85
x3
x40
x254
x740
x2
x255
x25
x5
x237
x2
x1600
x7
x98
x4
x105
x5750
x78
x52
x74
x5
x3
x25
x7
x37
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x447
x2304
x87
x40
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x5
x82
x6
x2980
x16
x407
x13
x252
x39
x437
x745
x39
x130
x221
x306
x254
x94
x54
x91
x209
x209
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x10
x3723
x30
x803
x79
x1
x590
x147
x4
x139
x238
x319
x267
x131
x162
x9
x3172
x3759
x136
x16
x513
x500
x540
x541
x205
x184
x360
x9
x1491
x715
x220
x73
x264
x41
x1
x143
x13
x10
x515
x156
x326
x280
x60
x56
x635
x1058
x92
x539
x212
x499
x51
x136
x27
x28
x452
x9
x102
x38
x354
x147
x19
x35
x20
x39
x1485
x5017
x20
x243
x1
x138
x91
x20
x53
x11
x24
x5
x124
x198
x18
x34
x159
x7
x17
x76
x195
x1
x1
x1457
x1

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79534
เงินตำลึง
688088
ชื่อเสียง
49631
ความหิว
1868

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2141
ความชั่ว
573
ความโหด
1139
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-1-3 17:43:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ภัยสงคราม ย้อนกลับ}
[จาง ฝู]
บทที่ 3 ช่วยงูช่วยสัตว์


     เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงหลังจากที่จางฝูจ่ายเงินค่าโรงเตี้ยมก็ออกเดินทางในทันที ในรอบนี่เธอเลือกเดินทางในเส้นทางที่ตรงไปยังเมืองอันติง แม้เส้นทางนั้นจะไกลและไม่มีจุดเเวะพักเลยก็ตามเเต่เพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่เธอตั้งไว้ เส้นทางนี้เป็นทางย่นระยะเวลาที่สุด และแล้วการเดินทางในเส้นทางทรหดนั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อจางฝูก้าวเข้ามาเหยียบหน้าทางเข้าย่านการค้าในเมืองอันติง ที่นี่ค่อนข้างมีคนพลุกผลานเป็นจำนวณมาก พวกค้าแม่ค้าต่างเร่งตะโกนเรียกให้ลูกค้าเข้าร้าน ดูแล้วช่างเป็นย่านการค้าที่มีสีสันทีหนึงเลย อาจจะเป็นเพราะอันติงนั้นอยูู่ใกล้เมืองหลวงด้วยจึงทำให้มีคนเยอะเป็นพิเศษ


      จางฝูเลือกที่จะลงจากหลังเฟยเทียนแล้วเดินเข้าไปซื้อขแงเเทน เพราะแค่คนเดินซื้อของไปมาก็เเออัดจะเเย่ถ้าเอาช้างเข้าไปนั้นตลาดได้แตกแน่นอน


      “เฝ้าเจ้าเหมียวพวกนี้ดีๆอย่าให้หนีไปไหนนะ เดี๋ยวจะไปซื้ออะไรมาให้กิน”


      แปร๊นน(จะดูแลดีๆเลยเจ้านายไม่ต้องห่วง)


     จางฝูมองเฟยเทียนที่ขานรับพร้อมกับลูบหัวไปที่งวงสีข้าวนั้นเบาๆก่อนจะเดินเข้าย่านการค้าไปพร้อมกับลู่จิวที่พันอยู่รอบคอเจ้านายสาว


      ร่างบางของหญิงสาวที่เดินเบียดเสียดไปตามถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในย่านการค้า มือเรียวขาวที่หิ้วอาหารสำหรับคน ช้าง งู และแมวจำนวณยี่สิบกว่านั้นทำเอามือที่หิ้วของนั้นห่อช้ำแดงก่ำดูน่ากลัวไม่น้อย ร่างบางของจางฝูที่กระเตงหิ้วของเบียดผู้คนออกมาจนถึงที่ด้านหน้าของย่านการค้า แทบทันทีที่หลุดออกมาได้ร่างบางนั้นก็ทรุดลงนั่งอย่างเหนื่อยหอบ


     “คนเยอะชะมัดเลย ลู่จิว แต่อย่างน้อยเราก็ซื้อของออกมาได้ครบเนอะ ลู่จิว”จางงฝูเอ่ยพึมพัมกับตัวเองและเอ่ถามกับเจ้างูบนไหล่ แต่มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา


      “ลู่จิว” เธอเอ่ยเรียกอีกครั้งแต่ก็ยังลงมีเพียงความเงียบตอบกลับ เธอหันไปมองที่ไหล่ของตนเอง แต่ก็ตกตะลึงสุดตัวเมื่อบนไหล่บางของเธอนั้นปราศจากร่างสีเขียวของลู่จิวที่มันขึ้นมานอนบนไหล่เธอประจำ


       “ลู่จิว เจ้าอยู่ไหนน่ะ” หญิงสาวตะโกนเรียกเสียงดังพร้อมกับมองหาที่พื้น “รึว่าจะร่วงตอนเบียดอยู่ในตลาด” ร่างบางรีบขนของทั้งหมดกลับไปยังรถลากที่เฟยเทียนรออยู่


       “เฟยเทียนอยู่นี่ก่อนนะ ลู่จิวหายไปข้าจะไปหาลู่จิว” ว่าจบจางฝูก็รีบวิ่งกลับเข้าไปด้านในย่านการข้า ร่างบางก้มหน้าก้มตามองหางูสีเขียวตามใต้แพงขายของเผื่อว่ามันจะตกจากไหล่เธอแล้วเลื้อยไปแอบข้างใต้นั้น


       “ลู่จิว เจ้าอยู่ที่ไหน” ร่างบางของหญิงสาวทรุดลงนั่งทรุดอยู่ข้างแผงผักร้านหนึ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเริ่มมีน้ำใสๆคล่อก่อนจะเอ่อล้นออกมา


       “ลู่จิว ฮึก ฮืออ” จางฝูนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนเวลาผ่านไปเนิ่นนานคนในย่านการค้าก็เริ่มน้อยลงทุกทีๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้นเรียกให้เธอต้องรีบเงยหน้าขึ้นไปมอง เธอลุกขึ้นยืนแล้วรีบวิ่งไปยังเสียงตะโกนนั้นทันทีบริเวณนั้นมีผู้คนจำนวณมากทั้งชายหญิงและเด็กยืนมุงอยู่ เธออาศัยความที่เธอเป็นคนตัวเล็กมุดเข้าไปตามช่องและในที่สุดเธอก็มายืนอยู่ที่ด้านหน้าได้สำเร็จ


        “เร่เข้ามาพ่อแม่พี่น้อง วันนี้ข้ามีสัตว์ป่าดุร้ายมาให้พ่อแม่พี่น้องได้ชม” ชายร่างใหญ่ตะโกนขึ้น ว่าจบเค้าก็เปิดผ้าคลุมกรงออกเผยให้เห็นสัตว์ป่าที่ดูผอมซูบที่หนักสุดคงเป็นเจ้านกเหยี่ยวท่าทางอ่อนแรงดูผอมแห้งในกรง ก่อนที่ชายคนนั้นจะเขย่ากรงแรงเพื่อให้เจ้าเหยี่ยวตัวนั้นตกใจแล้วกระโดดเอาหัวชนกรงไปมาเพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากผู้คน ผิดการจางฝูเธอมองการกระทำนั้นอย่างหัวเสีย เธอเป็นคนรักสัตว์การที่เห็นสัตวืต้องทรมานแบบนั้นเธอยอมไม่ได้

       “เป็นไงบ้างครับสำหรับเหยี่ยวนี่ ชอบกันไหม ถ้าเช่นนั้นกระผมขอเสนอสัตว์ตัวใหม่ที่พึ่งจับได้สดๆร้อนๆเลยนะขอรับ” ว่าจบแค้าก็ดึงเอาผ้าออกเผยให้เห็นกรงที่มีร่างยาวสีเขียวดูคุ้นตา ขดตัวชูคออ้าปากแยกเขี้ยวขู่


       ฟ่อออ


       “ลู่จิว”


       “ดูมันสิขอรับพ่อแม่พี่น้องมันดุร้ายมากเลย แถมเป็นงูมีพิษด้วยถ้าโดนกัดคงเจ็บน่าดู” ชายร่างใหญ่เอาไม้เคาะแรงๆไปที่กรงของลู่จิว จนทำเอาลู่จิวนั้นฉกกัดเอาหัวกระเเทกกรงอย่างตื่นตกใจ


      จางฝูที่ยืนดูการกรทำเหล่านั้นอย่างโมโหก่อนที่เธอจะพุ่งตัวเข้าไปใจกลางวง นิ้วมือที่ช้ำจากการถือของหนักชี้ไปที่หน้าชายร่างสูงก่อนจะตะโกนออกมาลั่น


      “เจ้าคนชั่ว ปล่อยงูข้ากลับสัตว์พวกนั้นออกมาเดี่ยวนี้นะ”


       “เจ้าเอาอะไรมาพูดแม่นาง คนสวยๆอย่างเจ้าเนี่ยนะจะเป็นเจ้าของงู ช่างตลกเสียงจริง พวกท่านว่าไหม”ชายร่างใหญ่เอ่ยพร้อมกับหันไปมองเหล่าคนที่ยืนมุงอยู่ “ข้าว่าแม่นางควรไปให้หมอตรวจสมองหน่อยนะ” สิ้นเสียงพูด เสียงหัวหัวเราะของผู้คนก็ดังกระหึ่มขึ้น


       จางฝูเม้มปากเเน่มมองชายร่างใหญ่ที่ยื่นยิ้มกริ่มอย่างสะใจอยู่เบื้องหน้าเธออย่างเจ็บใจ ก่อนที่เธอจะยิ้มตอบกลับไปเมื่อคิอแผนบางอย่างได้


       “งั้นเจ้ากับข้ามาพิสูจน์กันไหมละ ลองปล่อยเจ้างูนั้นออกมาถ้ามันเลื้อยหนีข้ายินดีจ่ายเงินชดเชยให้เจ้า แต่ถ้ามันเลื้อยมาหาข้าเจ้าต้องมอบสัตว์ทั้งหมดที่มีให้แก่ข้าแล้วไสหัวออกจากเมืองไปสะ เจ้ากล้าไหมละ”


        ชายร่างใหญ่มองเธออย่างลังเล แต่ด้วยเสียงเชียร์จากเหล่าคนที่มามุงดูนั้น ทำให้เขาไม่อาจเสียหน้าไม่กล้ารับปากได้ ชายร่างใหญ่เข็ดเขี้ยวอย่างหงุดหงิดแล้วสั่งให้ลูกน้องของตนเดินไปเปิดประตูกรงเจ้างูเขียว แทบทันทีที่ประตูถูกเปิดออกร่างสีเขียวนั้นก็เลื้อยพุ่งตรงมายังร่างบางของหญิงสาวก่อนจะเลื้อยขึ้นไปคล้องหลวมๆอยู่ที่คอพร้อมกับเอาหัวถูคลอเคลียที่แก้มของร่างบางอย่างเอาเป็นเอาตาย


        ฟ่ออ(เจ้านายย คิดถึงเจ้านาย)


       บรรดาคนที่มองมุงดูมองภาพนั้นอย่างตะหนกตกใจไม่คิดว่าเจ้างูที่แสนดุร้ายเมื่อครู่จะเชื่องลงเมื่ออยู่กับหญิงสาวราวกับเป็นตัวละตัว นั้นยืนยันได้เลยว่างูตัวนั้นเป็นของหญิงสาวอย่างแน่แท้ จากสายตาเยาะเย้ยขบขันกลายเป็นสายตาเห็นใจ ส่วนชายร่างใหญ่นั้นได้แต่มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเจ็บใจ


       “เอาละตามสัญญา สัตว์ทุกตัวในกรงนั้นเป็นของข้า” จางฝูเอ่ยยิ้มๆพรางลูบหัวลู่จิวเบาๆพร้อมกับเสียงซุบซิบของผู้คนที่ดังขึ้น แต่เพียงครู่ก้ต้องกลายเป็นเสียงกรีดร้องเมื่อชายร่างใหญา่นั้นชักดาบขึ้นมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่ร่างบางของหญิงสาว เพียงแต่ยังไม่ทันที่ดาบจะได้เข้าใกล้ร่างหญิงสาวร่างของชายคนนั้นก็ถูกบางสิ่งยกลอยตัวขึ้นสูง


       “อ้ากกก ปล่อยข้าา”


       แปร๊นนน (ข้าทำเจ้านายข้าฝันไปเถอะ) เฟยเทียนยกงวงที่มีร่างของชายคนนั้นขึ้นลงในอากาศจนดาบในมือของชายคนนั้นหลุดร่วงมาที่พื้น  


        เคร้งง!!


       “ยอมแล้วว ข้ายอมแล้วจะเอาอะไร เจ้าเอาไปเลย” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นเสียงดัง พร้อมกลับเฟยเทียนที่ปล่อยร่างของชายคนนั้นให้ตกลงมาที่พื้นอย่างเเรงก่อนที่ชายคนนั้นและพวกๆจะวิ่งหนีไปจากตรงนั้น
เรียกเสียงเฮจากผู้คนได้อย่างเหลือล้น


       ฟ่อออ(เยี่ยมเลยเฟยๆ)


       แปร๊นนน (ทำเจ้านายกับเพื่อนข้าต้องโดนเเบบนี้) เฟยเทียนโยกหัวไปมาอย่างสะใจก่อนจะเอางวงนั้นยกบรรดากรงใส่สัตว์ทั้งหลายไปไว้บนรถลากที่มีเหล่าแมวกำลังมองอยู่อย่างสนใจ เพื่อนำพาพวกมันไปปล่อยในภายหลัง


       “ไปกันเถอะต้องพาเจ้าพวกแมวไปหาบ้านแล้วพาเจ้าสัตว์พวกนั้นไปปล่อยอีก”จางฝูเอ่ยก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังเฟยเทียน เนื่องด้วยตอนนี้เริ่มเย็นมากแล้วจึงทำให้ย่านนี้มีคนน้อยจนสามารถนำช้างขี่ผ่านไปได้อย่าไม่ลำบากมากนั้น


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -17 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -17 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30