กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 331|ตอบกลับ: 13

{ เมืองเป่ยผิง } ลานกว้าง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-11 20:40:08 |โหมดอ่าน






ลานหยวนลี่

{ เมืองเป่ยผิง }












【ลานหยวนลี่】
ลานจตุรัสขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเป่ยผิง สถานที่จัดกิจกรรมรวมตัวของชาวเมือง
ทั้งยังใช้ในการประลองหรือจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ในแต่ละฤดูกาล
มักมีพ่อค้าและคณะละครเร่แวะเวียนมายืมพื้นที่ สร้างความบันเทิงและเสียงหัวเราให้ชาวเมือง
ปกติแล้วในเวลากลางคืนลานแห่งนี้จะไม่ค่อยมีผู้คนเท่าไร











คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

61

กระทู้

548

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
194378
เงินตำลึง
1719085
ชื่อเสียง
90402
ความหิว
580

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(เขาหลงเหมิน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-11-11 22:14:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-11-12 19:38

- เควสเรื่องราว 3 - บุญคุณ-ความแค้น

จุดเริ่มต้น




     "นี่คงไม่ได้หลอกมาฆ่ากันใช่มั้ยเนี้ย....." ยูตะบ่นพึมพัมขึ้นก่อนที่จะ มองไปรอบๆลานกว้างเวลากลางคืนที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน

     "เฮ~ พี่ชาย รู้รึเปล่าว่าแถวนี่ถิ่นใครหา~" เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ


     [ย้อนกลับไป]

     หลังจากที่ยูตะได้มอบ(ฝาก)กระบี่ไว้กับผู้ที่คู่ควรกับมันเรียบร้อยแล้ว ขณะที่เขากำลังจะออกเดินทางจากเมืองฉางอันมานั้นเอง เขาก็ถูกชายลึกลับสวมผ้าคลุมมิดชิดทั้งตัวเดินมาชนกับเขาอย่างแรง โดยเหมือนว่ามันดูเป็นการจงใจเอาซะมากๆ จนปกติที่ยูตะจะเป็นคนไม่ใส่ใจกับเรื่องแบบนี่ถึงกับต้องหันไปมองตามไป

     "เฮ้ย นายนะ จะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรอ" ยูตะหันไปพูดขึ้นกับชายลึกลับคนนั้น

     ชายคนนั้นหันกลับมาแต่ไม่ตอบอะไร เพียงแต่เอาทำท่าชี้ไปที่มือของตัวเขาเองเท่านั้น เมื่อยูตะเห็นดังนั้น เขาก็มองไปที่มือของตัวเองก่อนที่จะพบว่า มีจดหมายบางอย่างอยู่ในมือของเขา

     "หน้านี้!" ยูตะร้องขึ้นเบาด้วยความตกใจ เพาะว่าเขาโดนยัดจดหมายลึกลับฉบับนี่ใส่มือตั่งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ก่อนที่เมือเขาเงยหน้ากลับขึ้นมา เขาก็พบว่าชายคนนั้นหายไปไหนก็ไม่รู้เสียแล้ว

     "!!!!" ยูตะพยายามเดินตามหาชายลึกลับคนนั้น แต่ว่าไมว่ายูตะจะมองหาสักเท่าไรเขาก็หาไม่พบเสียแล้ว

     "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน......" ยูตะบ่นออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มเปิดจดหมายนั้นออกอ่านดู

     

จงเดินทางไปเมืองเป่ยผิง

เรามีนัดการที่ลานกว้างตอนหลังพลบค่ำเป็นต้นไป



     "หะ....เรา?" ยูตะร้องออกมาอย่างงงๆ เพราะว่าอยู่ๆ เนื้อหาในจดหมายนั้นก็บอกให้เข้าเดินทางไปยังเมืองที่ไกลแสนไกลนั้นอีกครั้ง อย่างไม่มีการบอกหาเหตุอะไรเลย

    "แล้วไอ้เรานี่มันใครกัน....." น่าแปลกที่อยู่ๆ ยูตะก็รู้สึกคุ้นเคยกับวิธีการเขียนจดหมายแบบนี่ขึ้นมา จดเขามีความรู้สึกอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม ทั้งๆเขาก็ไม่น่าจะมีคนรู้จักอะไรเป็นพิเศษที่เมืองนั้น

     "มีทางเดียวที่จะรู้ได้......เฮ้อ ประโยคนี่อีกแล้วสินะ" ชายหนุ่มบ่นพึมพัมขึ้น ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถม้าที่อยู่นอกตัวเมืองออกไป

     "ไปเมืองเป่ยผิงครับ" ชายหนุ่มกระโดดขึ้นรถม้า ก่อนที่จะบอกจุดมุ่งหมายปลายทางของเขา


     [กลับมาปัจจุบัน]

     "เฮ้อ~ พวกโจรกระจอกอีกแล้วหรอ......." ยูตะพูดออกมาอย่างเหนื่อยหนาย

     "เฮ้ย แกพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงกันหะ! รู้มั้ยว่าข้าคนนี่เป็นใครกันหะ! ข้าผู้นี่ได้รับฉายากระบองสามท่อนไร้พ่ายเลยแห่งเป่ยผิงเลยนะ!" ชายนั้นพูดโอ้อวดตัวเองขึ้นมา

     "เออๆ จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ประเด็นแกจะมาหาเรื่องฉันใช้มั้ยละ" ยูตะตอบกลับไปด้วยหน้าตาเซงๆ

     "โอ้ เข้าใจอะไรได้ไวดีนิ ถ้าอย่างอย่างงั้นเตรียมตัว!" ชายคนนั้นกล่าวขึ้นก่อนที่จะหยิบกระบองสามท่อนขึ้นมาตั้งท่า

     "ได้!" ยูตะกล่าวขึ้นก่อนที่จะหยิบขวานเงินขึ้นมาแล้ว พุ่งเข้าไปเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน

     ..................

     ......................

     ...........................

     หลังจากการจากสู้จบลง ชายคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นกระบองสามท่อนไร้พ่ายก็โอนซ้อมจนน่วมนอนกองอยู่กับพื้น อย่างหน้าอนาถใจ ส่วนยูตะนั้นก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย

     "อะ........ ลืมถามไปซะสนิทเลยว่า รู้อะไรเกียวกับจดหมายมั้ย......" ยูตะบ่นพึมพัมขึ้น

     แต่ในขณะ ยูตะลดความลดความระมัดระวังลง ชายคนที่นอนกองอยู่กับพื้นนั้น ก็แอบชัดมีดออกมา และโจมตียูตะในจังหวะที่เขาไม่ทันระวัง

     "ตายซ้าาาาาา!"  ชายคนนั้นตะโกนออกมา แต่ว่านั้นก็ทำยูตะรู้ตัวทันแล้วเขาจะซัดมีดบินไปที่มือข้างถือมีดของชายคนนั้น เอาเต็มๆ

     "อ้าาาา" ชายคนนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

     "เล่นสกปรกแบบนี่ไม่เท่เลยนะ ไป! ถ้าหากแกยังรักชีวิต จงรีบไปซะก่อนที่ฉันจะเปลียนใจ" ยูตะกล่าวกล่าวขึ้น และเสยผมขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่าชายคนนั้นด้วยแววตาที่ดุดัน

     ส่งผลให้ชายคนนั้น รีบวิ่งหนีไปด้วยความรวดเร็ว.............


     [จากมุมของสองบุคคลปริศนา]

     สองบุคคลปริศนาที่ยืนมองยูตะต่อสู้อยู่นั้น ก็พูดขึ้นเมื่อการต่อสู้จบลง....

     "เขาผ่านการทดสอบมั้ย" เสียงบุคคลปริศนาคนแรก

     "ผ่านสบายๆเลยละ คนอย่างเขานี่และที่เราต้องการ" เสียงบุคคลปริศนาอีกคนดังขึ้น

     "ถ้างั้น......." เสียงบุคคลปริศนาคนแรกพูดต่อ

     "แต่ยัง มันยังไม่ถึงเวลา" เสียงบุคคลปริศนาคนที่สองดังขึ้นก่อนที่จะเดินออกไป

     "เวลาอย่างั้นสินะ" เสียงบุคคลปริศนาอีกคนกล่าวขึ้น ก่อนที่จะเดินตามไป

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +10 ความหิว -21 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 10 -21 + 4

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
ดาบปี้อี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x2
x15
x10
x10
x130
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x100
x100
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x41
x1
x2
x15
x48
x6
x8
x3
x6670
x7
x67
x20
x120
x48
x34
x9999
x7060
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x2
x9999
x30
x30
x20
x2
x30
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x30
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x368
x148
x6
x4
x5
x2
x15
x9999
x20
x374
x5044
x65
x37
x1
x140
x20
x309
x163
x10
x268
x3749
x1727
x188
x24
x2
x75
x230
x5073
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x1
x106
x19
x1
โพสต์ 2017-12-24 01:15:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-12-24 01:19

พาร์ท 5 - มือสังหาร
(ตามหา)


                     เฟิ่งฮัว... เจ้าอยู่ไหน เฟิ่งฮัว?!
                     ในใจร่ำร้องเรียกหาถึงสหายที่เพิ่งถูกจับไป ครั้นที่มี่ฟางโดนสกัดจุดและหมดสตินั้นก็ผ่านมาหนึ่งวันเต็มเนื่องจากจุดคลายตัวลงจึงสามารถขยับไปไหนมาไหนได้ ในคราแรกยังรู้สึกตึงๆจึงนั่งพัก พอสบายขึ้นก็รีบตามหาในเมือง ร่างสูงเดินผ่านผู้คนจำนวนมากและกวาดตามองหาเฟิ่งฮัว ทุกที่ ทุกซอก ทุกมุม ไม่ว่าจะแห่งหนใด อย่างไร ก็จะตามหาให้เจอ แต่กลับรู้สึกเหมือนสิ้นหวังและจนมุม ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักฉวนเจิน ชายชุดดำ และปัญหาอื่นๆวนอยู่ในหัว เขาต้องใช้เวลาในการจัดเรียงมันให้เข้าที่ จะมาเสียเวลากับส่วนของตัวเองไม่ได้เสียด้วย ชายหนุ่มไล่ตามหาโดยเริ่มจากถามคนที่เดินผ่านไปผ่านมาถึงผู้ชายผมยาวสีขาวดวงตาสีน้ำเงินแต่กลับไม่มีใครสามารถทราบ ทั้งถามที่โรงหมอกับหมอที่รู้จัก หรือลองฟังข่าวคราวจากโรงเตี๊ยมผ่านคนขี้เมาหรือนักเดินทางคนอื่นๆแล้วก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำเฟิ่งฮัวไปไว้ที่อื่นนอกจากจะไปต่างเมือง หรือไม่ก็... ลักลอบไปซ่อนไว้สักที่ในตอนกลางคืน เวลานั้นไม่มีคนเดินพลุกพล่าน หากจะทำก็ทำได้ ยิ่งพวกนั้นมีฝีมืออยู่แล้วอีก
                     ข้า... ควรโทษตัวเองดีไหมที่อ่อนแอ...
                     "แม่นาง" เสียงทุ้มต่ำหนึ่งทักขึ้นจากด้านหลัง มี่ฟางหลุดออกจากภวังค์แล้วหันไปตามเสียงเรียก แม้จะใช้คำศัพท์ที่ไม่ค่อยเสนาะหูนัก แต่ความรู้สึกที่เพ่งมานั่นคืออีกฝ่ายต้องเรียกเขาแน่นอน
                     "แม่นางเป็นอะไรหรือเปล่า" ชายคนนั้นถามอีก รูปร่างของเขาใหญ่โตแข็งแรงและกำยำเกินมาตรฐานเล็กน้อย ผิวกายเป็นสีคล้ำเข้ม มีหนวดเครารกสั้น ดวงตาแข็งกร้าวดูน่ากลัว บนใบนั้นนั้นไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้มทำให้เวลามองแล้วรุ้สึกกลัวอยู่หน่อยๆ
                     "ข้า... ข้ามาตามหาสหายของข้าที่ถูกจับตัว" มี่ฟางตอบโดยที่ตนกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว "เป็นผู้ชายผมสีขาวเงิน ดวงตาสีน้ำเงิน ถูกกลุ่มชายชุดดำจับตัวไป ท่านพอที่จะทราบหรือเห็นบ้างไหมขอรับ..." เขาใช้โอกาสนี้ในการถาม จ้องตาตอบอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
                     ชายร่างกำยำมองดวงตาคู่สีดำสนิทราวหยกดำของอีกฝ่าย จากอารมณ์ที่ส่งทอดมาเหมือนว่ากำลังรู้สึกเศร้าเต็มทนเพราะเหมือนจะมีน้ำคลอในดวงตาแล้วด้วย แต่กระนั้นยังอดทนไม่ปล่อยมันออกมา ช่างเป็นแม่นางที่เข้มแข็งยิ่ง...
                     "ตามมา" เขาพูดสั้นๆ แล้วเดินนำมี่ฟางไปอีกทาง
                     "ท่านจะให้ข้าตามไปไหน? ท่านรู้รึว่าเขาอยู่ไหน?" มี่ฟางมองอีกฝ่ายคล้ายมีประกายความหวัง อีกหนึ่งก็ไม่ไว้วางใจด้วยเช่นกัน
                     "ข้าน่ะ ไม่รุ้หรอก แต่คิดว่าควรพาเจ้าไปหาที่พักดื่มกิน อีกอย่างเจ้าก็ดูสภาพไม่ค่อยสู้ดีด้วยนี่" กล่าวจบก็หันมามอง มือของมี่ฟางสั่นเทา ริมฝีปากแห้งราวกับคนขาดน้ำ พอดูก็เดาออกว่ายังไม่ได้รับอาหารมาหนึ่งวัน ทางมี่ฟางเองก็เพิ่งฉุดนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ตื่นมาตนก็ยังมิได้ทานอะไรเลย มัวแต่ตามหาเฟิ่งฮัวจนลืมดูสุขภาพของตัวเองไม่เสียสนิท
                      "ถ้าข้าตามเจ้าไป... เจ้าจะไม่ทำอะไรข้าใช่ไหม?" ชายหนุ่มหน้าหวานถาม อีกฝ่ายมองเขาพร้อมทำสีหน้าที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม อันที่จริงเขาเองก็ถูกทักมาแนวนี้บ่อยๆจึงพอคุ้นชินบ้าง
                      "นามของข้าคือชิง หลิงอี้ เป็นนายพราน เรื่องตามหาคนข้าจะช่วยเจ้าเอง" เขากล่าว "ตามมาเถอะ" จบคำก็เดินนำไปโดยมี่ฟางยังทำท่าทีลังเลอยู่ก่อนจะเดินตามไปเช่นกัน


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2018-1-9 12:45:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด



          ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลย!
           ร้อยวันพันปีอาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้นานแทบจะเป็นลำดับที่สองจากเมืองเกิดก้เพิ่งมีคนหมู่มากมาหาเรื่องเขา(?) จริงๆนี่แหละ บุรุษ 4 คนในหอเหยี่ยหง อ้างตนเป็นรุ่นพี่ท่าทางไว้ใจไม่ได้อย่างยิ่ง ต้องหาทางหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุด มี่ฟางคิดในใจ เขากังวลและเริ่มคิดมาก แต่อีกนัยหนึ่งอาจคงทำตัวไม่ถูก นี่เป้นครั้งแรกเลยที่มีคนจับเนื้อต้องตัวเขาโดยที่มิได้รับอนุญาติแบบนั้น!
           "ช้าก่อน!!!"
          อะไรน่ะ?!
           พวกเขาวิ่งตามมาครบทั้งสี่หน่อเลย มี่ฟางเหลียวหลังกลับไป แสดงสีหน้าตกใจก่อนวิ่งปร๋อ ไม่รุ้ทำไมถึงรุ้สึกกลัวคนพวกนั้น ในชีวิตนี้เขาขออยุ่เงียบๆมิได้หรือไงกัน?!
           "ยะ หยุดก่อน!! แอ่ก---" เสียงขาดห้วงไป มี่ฟางหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง พบว่ามีจิ้งจอกตัวหนึ่งกำลังก่อกวนพวกเขาอยุ่ และนั่นก็คือเฟิ่งอี้ สหายสี่ขาของมี่ฟางนั่นเอง
           ฝากด้วยนะเฟิงอี้ มี่ฟางฝากความหวังไว้กับมันและเริ่มหาทางหนี จะหาที่หลบหรือวิ่งให้ทั่วเมืองจนพวกนั้นหัวปั่นดีนะ อยู่ดีๆก้มีทางเลือกสองทางผุดขึ้นมาในหัว
           "ต้องหาที่หลบสิ" มี่ฟางพึมพำ เขาเปลี่ยนเส้นทาง จะวิ่งกลับไปซ่อนที่โรงเตี๊ยมสักหน่อย
           พรึบ!
           มีคนดักทาง!
           อยู่ดีๆก็มี 1 ใน 4 คนนั้นโดดลงมาจากที่สูงดักทางเขาไว้ คล้ายว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนที่ยืนทำหน้าตาย จนตอนนี้ยังไม่เอือนเอ่ยอะไรสักคำนอนจากยืนขวางทางไว้เฉยๆ
           "ยืนไว้หรงเยี่ยน!" อีกสามคนกำลังวิ่งตามมา พวกเขาตะโกนไล่หลัง
           "..."
           ให้ตายสิ! วิ่งหนีเอาก็ได้!
           ด้วยความที่มีร่างกายเล็กและบางกว่าความเร็วจึงย่อมมีติดกายมา มี่ฟางได้ใช้ข้อดีนั้นในการหลบหนีจากอีกคน เขาพยายามจับให้ได้แต่พลาด อีกนิดเดียวคงโดนจับแต่น่าเสียดายที่มี่ฟางดวงดี
           "อึก..." เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้กันนะ ทำไมพวกเขาต้องไล่ตามข้าด้วย ข้ากลัวนะ!
           อยากจะร้องไห้น้ำตาเล็ด มี่ฟางเริ่มหอบบ้างแล้ว เขาวิ่งไปเสียทั่วลานกว้าง เปลี่ยนเส้นทางไปมาตลอด เข้าฝูงชนเพื่อชลอคนพวกนั้นจนสายตาเหลือบไปเห็นกับ... ป่า...
           ไปตรงนั้นแล้วกัน!


@zifu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2018-3-26 02:21:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2018-3-26 02:32

                       ในวันรุ่งขึ้น มี่ฟางได้ออกมาจากโรงเตี๊ยมแต่เช้าและเดินทอดน่องไปตามเส้นทางในตลาด ผู้คนจำนวนมากกำลังเตรียมตั้งร้าน จนกว่าจะถึงเวลาที่ตะวันลอยคล้อยบนท้องฟ้า พวกเขาถึงจะเริ่มขายของกัน ชายหนุ่มซึ่งมีอาหารติดตัวอยู่แล้วอย่างเช่นซาลาเปา ก็เดินพลางกินพลางอย่างอารมณ์ดี เขาแทบจะลืมเรื่องร้ายๆเกือบหมด
                       อาจเพราะก่อนหน้าตนเองนั้นนอนน้อยเกินไป แล้วทำไมน่ะหรือ? หลังจากที่ได้แช่น้ำไปและเกิดเรื่อง เขาได้เป็นไข้กระทันหันหลังกลับไปพักที่โรงเตี๊ยม ร่างกายมีอาการชา ทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ตามใจ ยังดีที่คนในโรงเตี๊ยมนั้นมีน้ำใจ จึงส่งคนมาดูแล แม้จะนานครั้งแต่เขาก็ไม่กล้ารบกวน ผลสุดท้ายคือขอร้องไม่ให้พวกเขาลำบากช่วยเหลือตนมามากกว่านี้ และสิ่งที่พวกเขาทำคือการบริการโจ๊กอุ่นๆให้ครบสามมื้อพร้อมยาแทน ชายหนุ่มไม่คิดว่าตนเองจะป่วยนานขนาดนั้น จึงมิได้เคร่งเรื่องทานยา พอเอาเข้าจริงกลับทรุดหนัก แล้วนอนโทรมไปหลายวันจนลืมตื่นก็มี ไม่ต่างจากเจ้าชายนิทรา... เจ้าของโรงเตี๊ยมบอกว่าตนแทบจะเข้าใจว่ามี่ฟางตายแล้ว หากไม่มีนักพรตคนหนึ่งมาตรวจดูคงไม่คิดว่าจะรอดชีวิต แถมช่วงนี้ก็เป็นหน้าหนาว โรคภัยไข้เจ็บจึงมีมากมายเป็นธรรมดา                                                                     
                       มี่ฟางคิดแบบนั้น สักพักตนเดินไปไม่ทันไรก็มาถึงลานกว้างของเมืองเป่ยผิง ผู้คนพลุกพล่านมากขึ้น เอ... เขาเองก็ควรไปทำงานที่หอเยวี่ยหงได้แล้ว ขาดงานไปหลายวันจะถูกลืมหรือเปล่า? เอ... ไม่สิ แต่พอนึกถึงหอนั่น ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก ใช่! เหตุการณ์นั้น เหมือนเขาจะกลายเป็นแพะของคดีฆ่าคน?! ตายล่ะ!! ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น ที่เขาหายไปจนตอนนี้ไม่ใช่ว่ากำลังโดนตามจับอยู่รึ?! แต่ตอนนี้ใบหน้าของเขายังหมองและโทรม คงต่างจากเค้าเดิม ขอให้ไม่มีใครจำได้ที!                                             
                                                                     
                       มี่ฟางแทบจะยีหัวตัวเอง คิดด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น ไม่นานสายตาก็เหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษที่ติดหน้าคน ให้ตายเถอะ นั่นมันใบหน้าเขาหรือเปล่า แล้วนันเป็นรูปของผู้หญิง? ทางการเจอคนร้ายเหรอ? แล้วทำไมประกาศจับตั้งสองคนรวมถึงข้าด้วยเล่า?! แถมใบหน้าบนภาพวาดดูอย่างไรก็สตรี ไม่เห็นเหมือนข้าเลยนี่นา!!!                                                                     

                       ด้วยความกังวลตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าหันหน้ากลับ จะไปแก้อะไรตอนนี้คงไม่น่าทัน กับกฏหมายบ้านเมืองที่หาความแน่นอนไม่ เขากลัว... ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว! อยากจะกลับบ้าน! ไม่อยากจะเจอเรื่องพวกนี้อีกแล้ว!                                               

                       ร่างสูงเดินฉับๆกลับโรงเตี๊ยม ก่อนบ่ายเขาต้องเก็บข้าวของออกไปจากที่นี่ให้ได้!!
                       "ต่อให้ไม่มีที่ไปก็ต้องหาทางรอดสินะ... ให้ตายเถอะ ประกาศจับซะน่ากลัวแบบนี้ใครมันจะกล้าอยู่กัน!"

@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

49

กระทู้

662

โพสต์

24หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
26094
เงินตำลึง
183966
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-85
คุณธรรม
733
ความชั่ว
0
ความโหด
57

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-21 11:17:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 115 : แจกจ่ายเสบียงช่วยเหลือผู้ประสบภัย


ครั้งก่อนที่ไป๋ฟางหรงเดินทางขึ้นเหนือมาเพื่อช่วยอพยพเด็กกำพร้าที่นอกด่านก็นานมาแล้ว   ครั้งนั้นจำได้ว่าภายในเมืองเป่ยผิงแม้จะกันดาร ชาวบ้านไม่ได้แต่งกายอย่างหรูหรานัก แต่สภาพในเมืองก็ยังสะอาดเป็นระเบียบอยู่พอสมควร  ตามถนนพบเห็นคนเร่ร่อนอยู่บ้างก็ไม่ต่างจากตามเมืองห่างไกลทั่วไป ครั้งนี้มาถึงไป๋ฟางหรงแทบจำเมืองเป่ยผิงไม่ได้ สภาพภายในเมืองทุกทุกหัวมุมถนนเต็มไปด้วยชาวบ้านแต่งกายมอซอเสื้อผ้าขาดเก่ารุ่งริ่ง  เป็นชุดอาภรณ์ที่ไม่แบ่งแยกตัวนอกตัวในเสื้อคลุมกันหนาว แต่ใส่ยัดเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตัว


ทุกคนนอนอย่างนั่งพิงกายอย่างเหนื่อยล้าและหิวโหยอยู่เต็มสองข้างทาง  จับกลุ่มเป็นครอบครัวหลายครอบครัวบ้าง มาพร้อมเกวียนที่บรรทุกชาม หม้อคล้ายคนอพยพ  ดูแล้วคาดเดาได้ว่าเป็นชาวบ้านที่มาจากเมืองเล็กๆ หมู่บ้านรอบๆเป่ยผิงที่ประสบอุทกภัย


ไป๋ฟางหรงมองภาพความผู้อพยพแล้วอดนึกถึงเรื่องที่ครอบครัวพี่ต้วนกับฮองเฮาต้องพลัดพรากย้ายถิ่นฐานเพราะประสบภัยน้ำท่วมที่ผิงหยาง  ก็คงต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่ต่างจากนี้ ชีวิตของชาวบ้านช่างแตกต่างจากขุนนางชนชั้นสูงจริงๆ


“......” ผู้ที่เกิดมาอย่างคนได้รับการประคบประหงมดูแลเห็นแล้วหดหู่


เมื่อถึงลานกว้างฮองเฮาเร่งเสด็จลงมาก่อนไป๋ฟางหรงและองค์หญิงทั้งสามต่างลงจากรถม้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน   สีพระพักตร์ของแต่ละคนแลดูไม่ดีนัก ฮองเฮารีบหันไปสั่งการให้ทหารนำกระสอบข้าวสารลงจากเกวียนมาวางโดยด่วน  


ข้าราชบริพารต่างเร่งทำหน้าที่ของตนคนละไม้คนละมือ


“ด้วยพระเมตตาขององค์ฮ่องเต้   เว่ยฮองเฮาและองค์หญิงทั้งสามได้เสด็จนำข้าวสารจากคลังเสบียงหลวงออกแจกจ่ายให้ราษฎรที่ประสบภัยด้วยพระองค์เอง  ทุกท่านค่อยๆเข้าแถวมารับข้าวสารเถอะนะ” ใต้เท้าสังกัดต้าซือหนงที่ติดตามมาด้วยป่าวประกาศด้วยเสียงอันดังปลุกให้ผู้คนที่ทิ้งตัวอยากเซื่องซึมมีร่องรอยชีวิตที่นัยน์ตาอีกครั้ง


“ฮ่องเต้ทรงพระเจริญ! ฮองเฮาทรงพระเจริญ! องค์หญิงทรงพระเจริญ!”


เสียงผู้คนร้องแซ่ซ้องวนเวียนกัน ผู้คนเกิดแรงฮึดต่างเร่งรุดขึ้นมาต่อแถว   นัยน์ตาโศกมองสถานการณ์แล้วนัยน์ตาสว่างวาบ ก้าวเดินเข้าไปหาฮองเฮาก่อนจะทูล “กราบทูลฮองเฮาเพคะ… หม่อมฉันขอเสนอความคิดเห็นบางประการได้หรือไม่เพคะ?”


“หู้กว๋อฮูหยินว่ามาเถอะ” ฮองเฮายิ้มบางให้นาง


“เนื่องด้วยชาวบ้านต่างหิวโหยเป็นเวลานาน เรี่ยวแรงของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน หนุ่มสาวที่มีกำลังมากกว่าย่อมว่องไวมาต่อแถวได้เร็วกว่า  ถ้าอย่างไรเราจัดการแยกฝั่งเด็กและคนแก่ทางหนึ่ง หนุ่มสาวก็แยกออกมาอีกฝั่งดีหรือไม่เพคะ?” ไป๋ฟางหรงเอ่ยเสนอ เพราะหาไม่เช่นนั้นคนเยอะขนาดนี้กว่าข้าวสารจะถึงมือคนที่จำเป็นรีบร้อนที่สุดก็คงจะเป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน


ฮองเฮารับฟังข้อเสนอจบก็พยักพระพักตร์เห็นด้วยทันที “ได้เลยค่ะ ขอบคุณหู้กว๋อฮูหยินมาที่ช่วยเสนอ” ก่อนจะหันไปแจ้งเหล่าขันทีให้สั่งการณ์ลงไปตามนั้น


ใต้เท้าสังกัดต้าซือหนงประกาศอีกครั้งโดยครั้งนี้เสริมย้ำว่าเด็กและคนแก่ให้ต่อแถวได้ที่ช่องทางพิเศษ   ครั้งนี้ผู้เฒ่าชราที่นั่งทอดถอนใจอยู่เพราะกว่าพวกตนจะเดินไปถึงแถวก็ยาวแล้ว จะให้ยืนนานๆก็ไม่มีแรง ก็พากันกะปรี้กะเปร่าขึ้นค่อยๆลุกขโยกเขยกหยิบชาม หยิบกะลา หาถุงกันมามารับข้าวสารพระราชทาน




#JX002



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เว่ยฮองเฮา เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2018-10-21 13:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +88 ความหิว -36 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 88 -36 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x100
x100
x30
x30
x8000
x1
x1
x1
x100
x14
x9000
x6
x3
x9
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x490
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x2
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

24หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
26094
เงินตำลึง
183966
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-85
คุณธรรม
733
ความชั่ว
0
ความโหด
57

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-21 11:54:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 115 : ภัยธรรมชาติควบคุมไม่ได้ แต่ทิศทางน้ำควบคุมได้


ไป๋ฟางหรงและกงจู่ทั้งสามต่างช่วยกันตักข้าวสารและกล่าวให้กำลังใจชาวบ้านที่มารับเสบียงสลับกันกับนางกำนัลเป็นพัก  ช่วงหยุดพัก ไป๋ฟางหรงก็เดินไปพูดคุยสอบถามชาวบ้านที่ได้รับแจกไปแล้วตามข้างทาง


“ท่านลุงท่านป้า พวกท่านมาจากไหนกันหรือเจ้าคะ?” เสียงหวานถาม


“พวกกระหม่อม--”


“หยุดก่อนเจ้าค่ะ...ข้าเป็นคนธรรมดาไม่ใช่องค์หญิงหรือเชื้อพระวงศ์หรอกเจ้าค่ะ พูดธรรมดาเถอะ” สตรีนัยน์ตาโศกรีบยกมือห้ามก่อน


ลุงๆป้าๆเหล่านั้นมองหน้ากันแล้วมองสตรีผิวพรรณผุดผาดขาวผ่องในอาภรณ์เนื้อดี  ในสายตาพวกเขาแยกไม่ออกนักระหว่างสตรีชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ แต่ก็พูดปกติตามที่อีกฝ่ายต้องการ “พวกเรามาจากหมู่บ้านเล็กๆนอกเป่ยผิงไปทางตะวันตกห้าสิบลี้น่ะ”


“ก่อนหน้านี้พวกท่านประกอบอาชีพอะไรกันหรือ?” เสียงหวานค่อยๆถามคล้ายชวนคุยเรื่องทั่วไป  ถามถึงเหตุการณ์น้ำท่วมว่าเริ่มตั้งแต่ช่วงไหน ไล่ถามสลับกับกลับไปช่วยตักข้าวแจก


“ท่านป้า...ท่านไปคุยอะไรกับพวกชาวบ้านหรือ?” เว่ยจางกงจู่ถามด้วยความสงสัย


“หม่อมฉันแค่สงสัยเพคะ” ไป๋ฟางหรงกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับมา “อุทกภัยครั้งนี้เกิดจากช่วงมรสุมฤดูร้อนที่ปีนี้รุนแรงกว่าปกติ ทำให้น้ำท่วมขังพืชสวนการเกษตรเสียหายไม่พอปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ล้วนล้มตายหมด ฤดูร้อนพืชผลพังทลาย ใบไม้ร่วงย่อมไม่เหลือสิ่งใดให้เก็บเกี่ยว   ชาวบ้านเดิมทีก็มีรายได้แค่พอเลี้ยงปากท้องไปวันๆอยู่แล้ว เกิดภัยพิบัติขึ้นย่อมทำให้คนเหล่านี้หมดหนทางทำมาหากิน จำเป็นต้องอพยพเพื่อหาทางทำกินใหม่”


“ภัยธรรมชาติยากจะคาดเดา ชาวบ้านเหล่านี้น่าสงสารจริงๆ” สืออี้กงจู่ส่ายหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสาร


“ภัยธรรมชาติควบคุมไม่ได้ แต่ทิศทางน้ำสามารถควบคุมได้…น้ำท่วมขังแสดงว่าการระบายน้ำยังไม่ดีพอ-- เรื่องเหล่านี้หม่อมฉันพูดไปก็ไร้ประโยชน์” หญิงสาวส่ายหน้าถอนหายใจ  แจกทานหนึ่งครั้งต่อชีวิตคนได้หนึ่งมื้อ แต่ไม่ได้การทำให้ปัญหาหมดไป ทว่าเว่ยจางกงจู่ตาเป็นประกายยกมือขึ้นรั้ง


“ท่านป้า ข้ายังอยากฟังเรื่องนี้ต่อ...ไว้เดี๋ยวหลังจากนี้ท่านอธิบายให้ข้าฟังเพิ่มนะเจ้าคะ”


“เพคะองค์หญิง” ไป๋ฟางหรงยิ้มบาง  หันกลับไปตักข้าวสารแจกชาวบ้านต่อ


ในขณะนั้นนัยน์ตาโศกก็เหลือบไปเห็นฮองเฮาเสด็จออกไปทางตรอกมืดๆอีกฟาก   ด้วยความสงสัยไป๋ฟางหรงจึงฝากกระบอกตักข้าวไว้ที่นางกำนัลเถาม่านแล้วเดินตามไปดู  พบว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่งกับแม่ที่นั่งหมดสติหลบผู้คนอยู่ แต่สายพระเนตรฮองเฮากลับสังเกตเห็น


มารดาแห่งแผ่นดินทอดพระเนตรมองสองแม่ลูกด้วยสายตาเศร้าโศกคล้ายรำลึกความหลังแล้วหันไปทางซุ่ยหมิง น่าจะตรัสบอกให้นางกำนัลคนสนิทนำน้ำและอาหารมาให้คนทั้งสอง  ระหว่างนั้นก็ทรงถอดเครื่องประดับของตนออกให้สองแม่ลูกนำไปขายทำเงิน




#JX002


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 50 -18 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x100
x100
x30
x30
x8000
x1
x1
x1
x100
x14
x9000
x6
x3
x9
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x490
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x2
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

24หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
26094
เงินตำลึง
183966
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-85
คุณธรรม
733
ความชั่ว
0
ความโหด
57

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-21 13:03:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 115 : ป่วยหนัก(?)


ไป๋ฟางหรงมองภาพเหตุการณ์นั้นคลี่ครายลงด้วยรอยยิ้ม  ฮองเฮาทรงเปี่ยมไปด้วยน้ำพระทัย เอาใจใส่ผู้คนจริงๆ เมื่อไม่เห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรก็หันหลังเดินกลับ ระหว่างนั้นก็ครุ่นคิดบางสิ่ง  ก่อนจะมองซ้ายมองขวาแล้วเดินตรงไปที่นายทหารองครักษ์คนหนึ่ง


“องครักษ์ลู่จั่นเจา” เสียงหวานทัก นายทหารองครักษ์หนุ่มผู้นี้เป็นคนที่นางเคยช่วยรับสัญญาจ้างนำข่าวสารของเขาไปส่งให้บิดาที่บ้านนอกโดยไม่รับเงิน  ครั้งนี้เขาก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยติดตามขบวนเสด็จพอดี


นายทหารหนุ่มชะงักก่อนจะโค้งทำความเคารพ “ขอรับหู้กว๋อฮูหยิน”


“ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วยหน่อย” ไป๋ฟางหรงยิ้มบาง


“หู้กว๋อฮูหยินโปรดว่ามาได้เลย  ครั้งก่อนน้ำใจของท่านข้ายังไม่ทันได้ตอบแทน” เขากล่าวอย่างจริงจัง  หญิงสาวพยักหน้ายิ้มขอบคุณ ก่อนจะชี้ไปทางที่นางเพิ่งเดินจากมา


“เห็นสองแม่ลูกในตรอกหรือไม่? ข้าฝากท่านคุ้มครองพวกนางให้ดีจนกว่าพวกนางจะสามารถขายเครื่องประดับแลกเปลี่ยนเงินและสิ่งของได้ปลอดภัยได้หรือไม่?” เงียบสักครู่ก่อนเสริม “อย่าลืมไปขออนุญาตจากหัวหน้าของท่านล่ะ  บอกว่าเป็นการช่วยให้การทำทานของฮองเฮาได้ผลถึงที่สุด”


ลู่จั่นเจาหันไปตามทางชี้ก่อนพยักหน้ารับปาก “ข้าจะคุ้มครองพวกเขาแม่ลูกให้เต็มที่ ไม่ให้ผู้ใดขโมยแย่งชิงหรือพ่อค้าโกงราคาได้เลยขอรับ”


“ดูตามสถานการณ์เถอะ  ในเมืองกันดารขนาดนี้เกรงว่าจะหาพ่อค้าที่มีเงินพอรับซื้อเครื่องประดับจากฝีมือช่างหลวงตามราคาที่สมควรยากนัก” ไป๋ฟางหรงส่ายหน้า  กำชับเสร็จ ขอบคุณอีกรอบก็เดินกลับไปเพื่อแจกข้าวต่อ ระหว่างทางรู้สึกวูบโหวงเล็กน้อย


“หู้กว๋อฮูหยินท่านไปพักก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ? ทางนี้เถาม่านจัดการเอง...” นางกำนัลเถาม่านเอ่ยเมื่อเห็นร่างอรชรที่ดูเปราะบางขึ้นทุกวัน   นางเข้าใจแจ่มแจ้งจริงๆนะว่าทำไมใต้เท้าต้วนหงส์ถึงขยันประคองฮูหยินเสียขนาดนั้น กลับวังไปครั้งนี้หากได้ยินผู้ใดกล้าวิจารณ์อีกนะว่าใต้เท้าต้วนเกินเหตุจะตอกกลับให้


ลองมารู้จักหู้กว๋อฮูหยินจริงๆสิ!

เป็นใครก็รู้สึกว่าต้องประคองไว้ดีๆ!


กดข่มความรู้สึกวิงเวียนแน่นหน้าอกของตัวเองเอ่ยปัดไปไม่ทันขาดคำ  อยู่ดีๆก็รู้สึกร้อนวูบวาบ คลื่นไส้ปั่นป่วนจนทนไม่ได้ รีบยกมือปิดปากปิดจมูกวิ่งหลบออกไปหลังเกวียนที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้


“หู้กว๋อฮูหยินเจ้าคะ!!” เสียงเถาม่านตะโกนไล่หลังมาทำให้ผู้คนแตกตื่น

“หู้กว๋อฮูหยินขอรับ!!” ทหารองครักษ์ในละแวกนั้นสะดุ้ง


“ท่านป้า!!” องค์หญิงทั้งสามร้องประสาน


แขนเรียวของผู้ที่ถูกเรียกยันต้นไม้ด้วยรู้สึกประคองตัวไม่ไหว  สองเข่าทรุดลงบนพื้นไร้แรงทรงตัว ยิ่งได้ยินเสียงเอะอะยิ่งหน้ามืดอัดอั้นไม่ไหว


อ้วกกกกกกก!!!


“แค่กๆๆ” ร่างบางทั้งอาเจียนทั้งสำลักไอจนแสบคอแสบจมูกไปหมด  ระหว่างนั้นกลับรับรู้ได้ว่าทีสัมผัสอ่อนโยนหนึ่งช่วยเอื้อมมาลูบหลังเบาๆ


“อาซ้อ...ท่านเป็นอะไรมากหรือไม่?” ฮองเฮาตรัสถาม


“...ไม่...ไม่เป็นอะไรเพคะ…อุ๊บ!...” ไม่ทันขาดคำท้องไส้ก็ตีกลับอีกครั้ง  แต่ด้วยหลายวันมานี้นางรู้สึกเวียนหัวบ่อย ทานข้าวไม่ค่อยได้ รอบแรกไป๋ฟางหรงอ้วกออกมาหมดไส้หมดพุงแล้ว  ครั้งนี้จึงคล้ายออกมาเพียงลมและน้ำกรดให้แสบคอ


“ค่อยๆนะ ดูสิ...ถึงขนาดนี้แล้วท่านยังปฏิเสธอีก” ฮองเฮาส่ายพระพักตร์ก่อนหันไปทางนางกำนัลคนสนิท “ซุ่ยหมิง ช่วยไปนำยาหอมแล้วก็ชาล้างปากมาทีนะ” ตรัสจบหันมาลูบหลังไป๋ฟางหรงต่อ


“.....” พูดอะไรไม่ออกด้วยรู้สึกหมดแรง  มือเรียวที่สั่นเทาเอื้อมคว้าผ้าเช็ดหน้าออกมาซับริมฝีปาก  ก่อนรับชามาบ้วนปาก


“อาซ้อมา ไปพักก่อนนะ” ฮองเฮากล่าวก่อนเดินไปสอดแขนเข้าแขนอีกฝ่ายผคองขึ้นพาไปที่เก้าอี้ม้าหินตรงด้านนั้นให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก


นางได้เพียงเดินตามไปอย่างว่าง่าย  มึนหัวเหลือเกิน ไป๋ฟางหรงพยายามหายใจเข้าออกลึกๆแต่ก็รู้สึกว่าลมหายใจของตนเองสั้นกว่าคนสุขภาพดีปกติ   เดินได้ไม่ถึงเก้าอี้ม้าหินศีรษะน้อยก็เอนไปด้านหลังแล้วทิ้งตัวสลบด้วยความอ่อนเพลีย


“ว้าย! ท่านป้า!!” เสียงของคนใดคนหนึ่งลอยเข้ามาในการรับรู้เป็นสิ่งสุดท้าย


เพราะอยู่ดีๆร่างบางก็เอนตัวทิ้งไปด้านหลัง  ฮองเฮาเองก็หาใช่ผู้มีเรี่ยวแรงมากจึงรั้งไว้ไม่ได้แทบจะเอนตามมด้วย  ดีที่มีนางกำนัลซุ่ยหมิงที่อยู่ใกล้เคียงช่วยยันเอาไว้อีกแรง


“อาซ้อ!” ส่งเสียงเรียกพร้อมเขย่าเบาๆก็พบว่าคนสลบไปแล้ว  สุดท้ายจึงช่วยกันกับซุ่ยหมิง พาไปนอนเอนบนเก้าอี้หิน


“ซุ่ยหมิงฝากดูแลหู้กว๋อฮูหยินด้วยนะ เดี๋ยวเราไปตามหมอที่โรงเตี๊ยมเอง” ฮองเฮากล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนรีบวิ่งออกไปโดยไม่รอซุ่ยหมิงทักท้วงใดๆ  



#JX002


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เว่ยฮองเฮา เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2018-10-21 13:37
คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-21 13:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +222 ความหิว -22 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 222 -22 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x100
x100
x30
x30
x8000
x1
x1
x1
x100
x14
x9000
x6
x3
x9
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x490
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x2
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

662

โพสต์

24หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
26094
เงินตำลึง
183966
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-85
คุณธรรม
733
ความชั่ว
0
ความโหด
57

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-21 21:26:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 115 : อาการป่วยประหลาด 


“ฮองเฮาพะย่ะค่ะ!!”


ทหารองครักษ์ร้องพร้อมกันด้วยความโล่งอก  รู้สึกแข้งขาอ่อนไปหมด เมื่อครู่ที่ฮองเฮาหายตัวไปทุกคนในขบวนรู้สึกราวก้าวเท้าเข้าแม่น้ำเหลืองไปครึ่งก้าว  ยิ่งก่อนพระองค์จะเสด็จกลับมามีชาวบ้านหวังดีเก็บมงกุฎหงส์และรองเท้าฮองเฮากลับมาส่งหัวหน้าองครักษ์ที่มาดูแลขบวนยิ่งรู้สึกราวเห็นปู่ทวดและบรรพบุรุษโบกมือทักทายอยู่ไกลๆ  เป่ยผิงกำลังจะถูกพลิกเพื่อตามหาคนหายอยู่แล้ว ดีที่ทรงเสด็จกลับมาก่อนในสภาพครบสามสิบสองไม่บุบสลาย


ดวงตาคมดุขององครักษ์เมื่อมั่นใจว่ามารดาของแผ่นดินปลอดภัยก็ตวัดมองดุหมอเจ้าปัญหา ตำหนิว่า ‘เหตุใดจึงไปพักในเวลาสำคัญ  แม้จะได้รับอนุญาตให้พักก็เถอะ หมอก็ควรยึดมั่นในหน้าที่ดึงดันจะอยู่ต่อสิ!’ ทำเอาหมอหนุ่มสะดุ้งเหงื่อตก อยากจะร้องไห้ขอความเป็นธรรม ‘ข้าจะรู้ที่ไหนเล่าว่าหู้กว๋อฮูหยินจะเป็นลม?’


“อย่าตำหนิท่านหมอเลยนะจ้ะ เป็นเรารีบร้อนเอง…” ฮองเฮารีบตรัสช่วยท่านหมอที่โดนตำหนิทางสายตา “แล้วนี่หู้กว๋อฮูหยินเป็นอย่างไรบ้าง?”


“ทูลฮองเฮา  รู้สึกตัวแล้วพะย่ะค่ะแต่ยังไม่มีแรงเลย...แล้วก็…” ทหารอึกอัก


“เกิดอะไรขึ้น??” สุรเสียงยิ่งเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทีอึกอัก


..


หัวยังรู้สึกหนักราวมีตุ้มพันชั่งมากดหน่วง  เสียงเอะอะรอบตัวยิ่งทำให้ปวดหัวจี๊ด อาการตื้อทรมานแบบนี้ทำเอาไป๋ฟางหรงรู้สึกกังวล


หรือนางป่วยหนักจริงๆ?


“หู้กว๋อฮูหยินฟื้นแล้ว!” น้ำเสียงคุ้นหูของนางกำนัลเถาม่านดังขึ้น  กลิ่นยาหอมจ่ออยู่ที่จมูก


“ท่านป้า!” กงจู่ทั้งสามรีบตรงเข้ามาหาคนป่วย


“....เกิดอะไรขึ้น?” เสียงหวานถามด้วยจับต้นชนปลายไม่ถูก  อาการปวดหัวส่งผลให้การประมวลผลเรื่องราวช้าลงจนน่าใจหาย นางหลับตาลง ยกมือนวดศีรษะคลายมึน


“ท่านเป็นลมไปเจ้าค่ะ  ทุกคนเป็นห่วงท่านมาก โดยเฉพาะเสด็จแม่…” เว่ยจางกงจู่ตรัสอธิบายเหตุการณ์   ไป๋ฟางหรงพยักหน้า จำได้คร่าวๆว่านางอาเจียนคลื่นไส้หนักจนได้ฮองเฮาช่วยประคองไว้


“จริงสิ...แล้วฮองเฮา...ฮองเฮาล่ะเพคะ?”


“เอ่อ….” ครั้งนี้ทุกคนลังเลตอบไม่ถูก


ไป๋ฟางหรงลืมตาอีกครั้ง  นัยน์ตาโศกมองสีหน้าเป็นกังวลของทุกคนด้วยใจไม่ดี “ก่อนหม่อมฉันสลบไปจำได้ว่า...ว่าตอนนั้นฮองเฮาทรงประคองอยู่  หรือ...หรือว่าทรงล้มไปด้วย? เพราะหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ?...”


“ท่านป้าใจเย็นๆก่อนท่านแม่ไม่ได้ล้ม  แค่ไปตามท่านหมอมาดูอาการท่าน...ท่านป้า! ท่านร้องไห้ทำไม?! เจ็บตรงไหนหรือ?” จูอี้กงจู่ร้องออกมาเมื่อเห็นหยาดน้ำใสไหลลงมาเงียบๆ  ใจแกว่งวูบด้วยเป็นครั้งแรกที่เห็นน้ำตาของท่านป้า


“ขออภัย...หม่อมฉัน...แย่จริงๆเพคะ…” ริมฝีปากนุ่มเม้มแน่นก้มหน้าลงซับน้ำตา “ทำให้วุ่นวายไปหมด…”


“ไม่ใช่ความผิดท่านป้า ท่านป้าอย่าคิดมากนะเจ้าคะ ไม่ร้องนะไม่ร้อง” สืออี้กงจู่รีบปลอบ ในขณะที่คนอื่นก็รับมืออาการอ่อนไหวของร่างบางไม่ถูก


ทหารองครักษ์นำเสด็จฮองเฮาและหมอหลวงถอนหายใจ แล้วเอ่ยต่อ “หู้กว๋อฮูหยินฟื้นขึ้นมาก็น้ำตาไหลไม่หยุดพะย่ะค่ะ...เหมือนตัวนางเองก็จะหยุดไม่ได้เช่นกัน”


“......” หมอหลวงเครียด  ที่แท้นี่มันอาการป่วยประหลาดอันใดกัน?


“ท่านหมอรีบเข้าไปดูอาการหู้กว๋อฮูหยินเร็วๆสิ” ฮองเฮาตรัสด้วยความเป็นกังวลแล้วเดินไปทางไป๋ฟางหรงที่เอนนอนอยู่บนเก้าอี้หินโดยมีผ้าห่มคลุมหน้า และเตาให้ความอุ่น


“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ” หมอหลวงทำหน้าเคร่งขรึมแล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปคุกเข่าว่ากล่องอุปกรณ์การแพ