กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 432|ตอบกลับ: 18

{ เมืองฮองหง } โรงเตี๊ยมแดนตะวันลับ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-11 13:53:22 |โหมดอ่าน

{ โรงเตี๊ยมแดนตะวันลับ }

โรงเตี๊ยมที่ถูกสร้างมาอย่างยาวนาน เนื่องจากอยู่เมืองฮองหงที่เป็นจุดเส้นทางแยกออกเหนือกลางจากเมืองหลวง
ทำให้มีคนผ่านมาพักแรมมาก จึงทำให้ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นกึ่งจุดซื้อขายเล็กๆสำหรับสินค้าบางอย่างที่ไม่ออกขายตลาด
ถึงจะดูเก่า แต่ด้านในนั้นสะอาด และ เต็มไปด้วยการแสดงเล่นดนตรีที่ไพเราะและการฟ้อนรำที่สวยงามในยามค่ำคืน




ชื่อกิจการ: โรงเตี้ยมแดนตะวันลับ
เจ้าของกิจการ: หวัง เฉา
ประเภทร้าน: บริการ ที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ความบันเทิง และ ตลาดซื้อขายขนาดเล็ก(กึ่งประมูล)
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชั่วโมง

#ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองฮองหง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

24

กระทู้

106

โพสต์

6578

เครดิต

เงินชั่ง
105
เงินตำลึง
11914
ชื่อเสียง
2958
ความหิว
101
Lúyú
ระดับ 1

หลง จิ่วเอี้ยน

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-12 06:26:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HongYijiang เมื่อ 2017-11-12 06:29

[คนขับรถม้าขี้เหงา]


                อี้เจียงเดินทางออกมาจากฉางอันโดยมีเจ้ามิ้งค์ตัวน้อยจิ้นยู๋ว์ที่อยู่บนหลังของเจ้าม้าสีดำโต้วยู๋ว์ที่เธอลากเดินให้ตามมาด้วย จนหลายคนสงสัย มีม้าเร็วทำไมถึงไม่ขี่.. ไม่ใช่เพราะบาดเจ็บ... ไม่ใช่เพราะอบากเดินชมวิวมากกว่า... แต่ปัญหาหลักคือขี่ม้าไม่เป็นต่างหาก ครั้งจะไปขอให้ใครสอนขี่ม้าก็คงจะไม่ได้ จึงได้แต่จูงมันเดินมาไกลถึงที่นี่..

                "กว่าจะถึงกับเซียงหยางคงใช้เวลาสักพักใหญ่ๆเลย เราคงต้องพักผ่อนบ้างแล้วล่ะนะ..." เด็กสาวที่แต่งกายปลอมตัวเป็นชายพูดขึ้นด้วยเสียงนุ่มทุ่มก่อนที่จะมองหาโรงเตี๊ยมใกล้ๆ

                 "ใหญ่จัง แต่ดูเก่าไปนิดนะ.." เมื่อเห็นโรงเตี๊ยมด้านหน้าอี้เจียงก็มองด้วยท่าที่สนใจไม่น้อย จนลืมสนใจเสียงเดินของรถม้าด้านหลังไป

                 "ใช่แล้วล่ะ.. โรงเตี๊ยมนี้คือจุดเข้าออกของฝั่งเหนือและช่วงกลางสู่เมืองหลวงของอาณาจักรฮั่นเลยนะ!" เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านข้างของนางคุ้นจนต้องหันไปมอง..

                  "ท่านพี่จิ่วเอี้ยน.." เด็กสาวมองอีกฝ่ายนิ่งๆ


                  "อ้า ข้าเอง ว่าไง น้องอี้เจียง นี่เจ้าได้ม้ามาแล้วหรือ? ข้าว่าเจ้าอยากจะเป็นแบบข้าสินะ? ฮ่ะๆๆ" ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มแล้วถามกลับอย่างร่าเริง

                  "แบบท่านนี่คือแบบไหนกันน่ะ? ว่าแต่ท่านพี่จิ่วเอี้ยนจะเดินทางไปที่ใดกันหรือ?" เด็กสาวมองอีกฝ่ายนิ่งๆก่อนจะถามด้วยความสงสัย


                  "เรื่องนั้นเอาไว้คุยตอนไปพักในโรงเตี๊ยมแล้วกันนะ" ว่าแล้วชายคนนั้นก็ขับรถม้านำไปที่โรงเตี๊ยมทันที...

                   ถึงแม้ว่าจะยังงงๆอยู่บ้างแต่อี้เจียงก็เดินตามไป แล้วฝากโต้วยู๋ว์ไว้ด้านนอก

                   "ขอโทษนะที่พาเข้าไปด้วยไม่ได้... ช่วยนอนพักตรงนี้ดีๆก่อนได้ไหมจ๊ะ?" เธอแอบใช้เสียงสาวพูดกับมันเบาๆ แล้วอี้เจียงก็ให้อาหารและลูบหัวมัน ก่อนที่เจ้าโต้วยู๋ว์ก็เข้าใจนอนพักอยู่ตรงนั้นอย่างว่าง่าย เด็กสาวจึงยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม

                   เมื่อถึงด้านในเธอเห็นกับทางของ หลง จิ่วเอี้ยนที่นั่งรอที่โต๊ะ เมื่อเขาหันมาเห็นเธอก็โบกมือให้ไปนั่งที่โต๊ะ เด็กสาวก็เดินไปนั่งอย่างไม่ว่าอะไร


                   "ท่านพี่จิ่วเอี้ยน--" เมื่อนั่งลงก็เริ่มจะพูดถามแต่ก็ถูกอีกฝ่ายยกมือห้ามไว้

                    "อย่าพึ่งถามอะไรสิ ทานก่อนๆ" ชายหนุ่มผายมือไปทางของอาหารบนโต๊ะที่สั่งไว้

                    "ก็ได้.." เด็กสาวคีบอาหารเหล่าทานอย่างช้าๆ จริงอยู่ที่เธอแทบไม่ได้พักผ่อนเลย เจ้าจิ้นยู๋ว์ กับ โต้วยู๋ว์ก็เช่นกัน...

                     "ข้ากำลังจะเดินทางไปส่งของที่เมืองว่านเฉิง คืนนี้จะนอนพักที่นี่ แล้วเจ้าล่ะ..?" จิ่วเอี้ยนพูดไปขณะทานแต่ก็ปิดปากพูดช้าๆ อี้เจียงเมื่อโดนถามแบบตั้งตัวไม่ทันก็รีบก่อนจะพูดออกมา

                      "ข้า... ข้ากำลังจะเดินทางไปหาคนรู้จักที่เซียงหยาง แล้วก็คงจะพักที่นี่เหมือนกัน"

                      "งั้นหรอ...?" ชายหนุ่มมองไปที่อีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่จะยกสุราขึ้นดื่ม

                       "งั้น... คืนนี้เจ้ากับข้านอนด้วยกันไหม?" จิ่วเอี้ยนยิ้มขำก่อนที่อี้เจียงจะทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่เล็กน้อย

                       "ท่านพี่จิ่วเอี้ยน ข้าไม่ชอบนะ.." เด็กสาวพูดตรงๆก่อนที่จะตักอาหารขึ้นทานนิ่งๆ แต่ถ้าสังเกตุดีๆก็มองออกได้ว่ามีอารมณ์ไม่พอใจอยู่


                       "อ๊ะ ข้าขอโทษๆ ฮ่ะๆ ข้าพูดเล่นน่า อย่าทำหน้าจริงจังสิ ฮ่ะๆ" ชายหนุ่มยิ้มร่าก่อนที่จะยกมือห้ามอย่างขอโทษขอโพย

                        "แล้วเจ้าม้าตัวนั้นล่ะ? เจ้าได้มาจากไหนเหรอ?" จิ่วเอี้ยนยกสุราขึ้นมาดื่มเล็กน้อย


                        "ข้าเห็นมันโดนกับดักอยู่ในป่าน่ะ.. ข้าขี่ม้าไม่เป็นหรอก..." อี้เจียงทานให้หมดก่อนจะพูดตอบแต่ก็ทานต่อไป

                        "เจ้าจะโชคดีได้ม้าวายุทมิฬมาเลยหรอ?" ชายหนุ่มกล่าวอย่างตกใจ

                        "วายุทมิฬ?" เด็กสาวทวนคำพูดของอีกฝ่าย

                        "ใช่.. ว่ากันว่าเป็นม้าที่แข็งแรงและฝีเท้าคล่องแคล่วว่องไวมากๆ เห็นว่ามาจากทางทุ่งหญ้าตอนเหนือ ที่ตอนนี้ชงหนูยึดครองด้วย.." ชายหนุ่มทานอาหารไปยกสุราขึ้นดื่มไปด้วยสีหน้าจริงจัง

                        "พวกชงหนูหรอ...?" อี้เจียงก้มลงมองอาหารที่โต๊ะสายตาของเธอดูเศร้าสร้อยเล็กน้อยก่อนที่จะตักทานช้าๆ

                        "มีอะไรรึเปล่า เจ้าน่ะ...?" เมื่อเห็นสีหน้าของอี้เจียงสายตาของจิ่วเอี้ยนก็จริงจังขึ้นมาและจ้องมองด้วยความเป็นห่วง

                        "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่นึกถึงอดีตนิดหน่อย..." เด็กสาว หันหน้ากับมามองอีกคนเห็นสายตาแบบนั้นก็ยิ้มให้อีกฝ่ายบางๆ

                        "ข้าไม่เป็นไร.." อี้เจียงมองเจ้าจิ้นยู๋ว์ที่ทานปลาย่างจนหมดแล้วนอนซบที่แขนของเธอแล้วยิ้มเบาๆ

                        "งั้นก็ไม่เป็นไร ข้าไม่คาดเค้นเจ้าหรอก ในฮั่นใครๆก็มีประสบการณืไม่ดีกับชงหนูมาทั้งนั้น เจ้าเนี่ย.. เป็นชายที่สมชายกว่าข้าสะอีกนะ ฮ่ะๆ" ชายหนุ่มยิ้มแล้วหัวเราะมองก่อนที่อี้เจียงจะหัวเราะด้วยเบาๆ

                         "จะว่าไป.. แล้วเจ้าจะอ้อมภูเขาไปคนเดียวเนี่ย รู้ทางแล้วหรอ?" จิ่วเอี้ยนกลับมาทานไปคุยไปเช่นเคย

                         "อ้อมภูเขา..?" เด็กสาวถามด้วยสีหน้างุงงง

                         "ใช่ การเดินทางไปยังเมืองไปยังเมืองว่านเฉิงจะต้องใช้เส้นทางอ้อมภูเขาเอาน่ะ บนเขามีทั้งสัตว์ร้ายแล้วก็โจร เจ้าคงไม่คิดจะขึ้นเขาไปตรงๆหรอกนะ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองจนเด็กสาวต้องหน้านิ่งแล้วหลบตาเล็กน้อย

                          "เปล่านะ.. ข้าคงตามคาราวานไปเหมือนที่เคยนั่นแหละ" อี้เจียงพยายามกลับมามองหน้านิ่งๆเฉไฉกับเรื่องที่อีกฝ่ายพูด

                           "งั้นหรอ? งั้นข้าคงไม่ต้องคิดว่าคนที่ขี่ม้าไม่เป็นจะวิ่งตามรถม้าไม่ทันสินะ.. ข้าว่าจะสอนขี่ม้าแล้วก็พาเดินทางไปด้วยกันก่อนสักหน่อย งั้นออกแต่ช่วงเช้าไม่ต้องรอใครเลยดีไหมน๊า~~~" ชายหนุ่มพูดยั่วทำเป็นไม่ใส่ใจอีกฝ่ายก่อนเทสุราที่เหลือไม่มากใส่ปากเล็กน้อย จนทำอี้เจี้ยงเขม่นมองนิดๆ

                          "ก็ได้.." เด็กสาวพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ

                           "ก็ได้อะไร..?" จิ่วเอี้ยนกับมาพูดกวนๆทวนคำถามของเธออีกครั้ง

                           "ข้าน้อยจะไปกับท่านก็ได้.. ถ้าข้า.. ไม่เป็นภาระ.. ทำให้งานของท่านพี่จิ่วเอี้ยนต้องล่าช้า.." เด็กสาวก้มลงทานอาหารไปพูดไปจนทานหมดทั้งชาม

                            "ตกลง งั้นคืนนี้นอนห้องเดียวกับข้า---"

                            "ท่าน!"

                            "ข้าจะจ่ายเอง เจ้านอนบนเตียงข้านอนที่พื้นได้ ตกลงนะ?" เขาพูดพลางทานอาหารคำสุดท้ายไปจนหมดโดยไม่มองอีกคน

                            "ก็ได้.." แล้วทั้งคู่ก็เดินกันเข้าห้องไปก่อนที่จะแบ่งที่กันอย่างเสร็จสรรพ อี้เจียงจะขออาบน้ำแต่งตัวก่อนให้จิ่วเอี้ยนไปนอกห้องแล้วเดี๋ยวจะเรียกถ้าเกิดเสร็จแล้ว จิ่วเอี้ยนก็ยืนรอหน้าห้องอย่างไม่ว่าอะไร เมื่ออี้เจียงจัดการแต่งตัวเสร็จเรียกแล้วก็เคาะประตูห้องอีกฝ่ายเข้ามา ก่อนที่จะวิ่งมาคลุมผ้าแล้วนอนกอดจิ้นยู๋ว์อยู่บนเตียง ชายที่เดินเข้ามาแล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำทันทีแล้วเดินออกมาในเวลาไม่นาน

                            "นี่เจ้า... ใช้เครื่องหอมตลอดเลยหรอ?" ชายหนุ่มเช็ดผมพยายามไม่มองคนบนเตียง

                            "ไม่นะ.. ข้า.. ข้ามีกลิ่นนี้ติดตัวมาตั้งนานแล้ว.." เด็กสาวเมื่อเห็นอีกคนเดินมานอนที่ข้างเตียงก็หันหน้าไปทางกำแพงอีกด้าน

                            "เจ้านี่มันจริงๆเลยนะ... ตอนเป็นเด็กสาวก็น่ารักดีแท้ๆ" ชายหนุ่มพูดหยอกแล้วนอนตัวลง


                             "นี่ท่าน!!" อี้เจียงหันกลับมาหาอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ก็เห็นอีกฝ่ายหลับและกรนเบาๆไปแล้ว..

                             'หลับเร็วไปแล้ว...' เด็กสาวมองก่อนที่จะนอนลงช้าๆแล้วหลับไป

                              เมื่อตื่นมาในยามเช้าอี้เจียงเห็นอีกฝ่ายกำลังออกจากห้องไป เธอค่อยๆตั้งสติเล้กน้อย เมื่อได้สติจึงรีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วตามออกไป

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

พอละ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบองสยบทักษิณ
หวยหนานจื่อ
ม้าวายุทมิฬ
กระบี่ซือจิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x4
x5
x10
x10
x4
x50
x1
x1
x39
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x21
x1
x1
x30
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x6
x1
x2
x2
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x6
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x18
x2
x1
x20
x1
x101
x1
x1
x16
x1
x1
x1
x3
x10
x24
x6
x24
x14
x1
x1
x20
x28
x5
x32
x2
x56
x27
x1
โพสต์ 2017-11-25 02:30:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-25 10:26

พาร์ท 2 - ความโหดร้าย
(ฮองหง 1)

             ทั้งสองคนเดินทางจากฉางอันมาถึงเมืองอองหงนี้หลังจากที่ได้ส่งประกวดโคมอธิษฐานแล้ว พวกเขาได้นั่งรถม้าเดินทางต่อไปอีกเมืองในช่วงค่ำ ความอ่อนล้าถาถมทำให้คนที่อ่อนแอกว่าอย่างมี่ฟางได้พล้อยหลับลงไปสักระยะหนึ่งแล้ว เฟิ่งฮัวยืมบ่าให้อีกฝ่ายได้พักพิง ในขณะเดียวกันก็นั่งชมแสงเดือนแสงดาวบนท้องฟ้า การเดินทางครั้งนี้แม้จะผ่านวันเวลาไปเพียงสั้นๆแต่รุ้สึกว่ามันช่างเนิ่นนานเหลือเกิน การที่ได้มี่ฟางมาเป็นคนช่วยดูแลก็มิได้แย่อะไรนัก แถมยังได้รู้จักอีกฝ่ายกันมากขึ้น เขายังคงนึกถึงสหายที่จากไป และอีกฝ่ายเองก็คงมีเรื่องหนักใจเกี่ยวกับน้องของตน
            ในตอนที่อธิฐานกับโคมลอยเฟิ่งฮัวได้ขอไว้ว่าให้สำนักฉวนเจินยังปลอดภัย สหายที่ตายไปสู่สุคติ และสหายใหม่อย่างอาลู่ได้พบเจอกับสิ่งดีๆที่เขาปรารถนา แต่นั่นอาจเป็นเพียงแค่เรื่องในความคิด หากไม่ลงมือทำอะไรเลยก็ไม่ได้ช่วยให้มันดีขึ้นได้ด้วยเช่นกัน อาจเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เขาได้เจอกับชายคนนี้ อยากรู้เสียจริงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายในอนาคต แต่เขาก็แค่คนธรรมดา คงจะไปส่งและจากไปก็ได้
           "อืม..." มี่ฟางเริ่มขยับตัว มือหนาพยายามประคองไว้ไม่ให้อีกฝ่ายกลิ้งไปซบรบกวนคนอื่น คืนนี้อากาศเย็น หากขาดผ้าห่มก็คงนอนไม่สบายหรืออาจเป็นไข้ได้ แมวที่มี่ฟางนำมาเองก็นอนอยุ่กับเจ้าของ แถมยังทำตัวกลมอีกต่างหาก
          เอี๊ยดด-----
          รถม้าจอดลงที่หน้าดรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะสุดทางแล้ว ผู้โดยสารทั้งหมดเดินลงมา ต่างห้แยกย้ายไปสถานที่ตามที่ตนตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งทางพวกเขาเองก็คิดว่าคงได้พักอยุ่ที่นี่สักระยะ แถมตัวเองยังรู้สึกเจ็บแผลหน่อยๆเขาจึงค่อยๆปลุกลู่มี่ฟางให้ตื่น
          "มี่ฟางๆ... มี่ฟาง..."
          "..." ไม่กระดิก
          "อาลู่ ...ฟางฟาง"
          "ขอรับ..." มี่ฟางตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีงัวเงีย
          "เรามาถึงหน้าโรงเตี๊ยมแล้ว จะพักก่อนไหม?" เฟิ่งฮัวถาม
          "พักสิ... ข้าต้องดูแลท่านนะ..." แม้จะยังตื่นไม่เต็มตา แต่ยังพอมีสติพอที่จะตอบคำถามให้ร้เรื่องรู้ราวได้ มี่ฟางแบกย่ามของตนเองและของเฟิ่งฮัวบางส่วนลงมาจากรถม้า อีกฝ่ายเองก็ตามลงมาติดๆ

         ฮองหงแล้วสินะ... มี่ฟางคิดในใจ ในมืออุ้มเจ้าชูปิง ส่วนหลังก็แบกสัมภาระ จัดให้เข้าที่เข้าทางแล้วเดินพลางคอยประคองให้เฟิ่งฮัวไปด้วย
         "เอาล่ะ ไปกันเถอะท่านเฟิ่งฮัว"
         "อื้ม"


        ที่พักราคาถูกๆ อาหารและเครื่องดื่มชนิดแบบส่งมาถึงห้อง สถานที่นี้ทั้งอุ่น สะอาด และสบายสุดๆหลังจากที่ได้เดินทางมาไกลแสนไกล ร่างสูงกระโดดใส่เตียงนุ่มแล้วนอนทำปากขมุบขมิบ คล้ายจะมีความสุขที่ได้พัก เฟิ่งฮัวเดินไปถอดเสื้อผ้าตรวจดูบาดแผล ในขณะที่มี่ฟางเองกำลังจะจมลงสู่นิทราอีกรอบ
        ในตอนที่ได้จองห้องพัก เถ้าแก่เคยบอกไว้ว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีแขกเข้ามาพักเป็นจำนวนมาก ยิ่งเป็นช่วงใกล้วันเทศกาลแล้วห้องพักจะเต็มตลอด ที่มีให้ก็เป็นเพียงห้องเล็กๆเหลือให้บางห้องเท่านั้น พวกเขายังดีที่มาทันคนที่เพิ่งออกจึงมีที่พักแรมในคืนนี้
        "อื่ม..." มือยกขึ้นขยี้ตา มี่ฟางหันไปมองเฟิ่งฮัวแล้วตบเตียงแปะๆ "มาให้ข้าเช็ดตัวได้แล้ว ข้าจะได้ทายาและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้"
        เฟิ่งฮัวละสายตาจากกระจก ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกบางชิ้นแล้วนั่งหลังตรงข้างๆมี่ฟาง ขณะที่อีกฝ่ายกำลังแกะแพ้ ใบหน้าง่วงงนนั้นทำเอาให้รุ้สึกผวาในใจ กลัวเหลือเกินว่าจะพลั้งมือทำแผลเปิด ในหัวนึกถึงการรับมือต่างๆนานา แต่ดุท่าแล้วจนเสร็จก็ไม่มีความผิดพลาดใดใดเกิดขึ้น ทั้งๆที่ง่วงอยู่ แต่ยังคุมสติมาเปลี่ยนแผล ทายา และเช้ดตัวให้ได้นี่ช่างน่าชื่นชมนัก
        "ข้าไม่ยุ่งกับท่อนล่างของท่านหรอกนะขอรับ... ไปห้องน้ำได้เลย" ว่าพลางก็ผายมือเชิญ ทำเอาให้เฟิ่งฮัวรู้สึกกลัวมี่ฟางในตอนง่วงหน่อยๆ เพราะมันแลดูคล้ายคนเมา...
        ดวงตาคู่สีน้ำเงินพิจารณาคนที่ยังคงทำหน้าง่วงอยู่สักพัก ลองคิดเล่นๆว่าหากได้ลองวิชาหมัดเมาคงเข้ากันน่าดู ก่อนจะลุกเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดบางส่วนของร่างกาย และให้มี่ฟางได้อาบต่อ และแล้วในค่ำคืนนั้น มี่ฟางก็ได้หลับปุ๋ยลงไปโดยที่ไม่มีการเถียงกับเขาว่าใครจะนอนพื้นหรือนอนเตียง


@Admin  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง -150 ชื่อเสียง +15 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -150 + 15 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2017-11-25 09:26:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 2 - ความโหดร้าย
(ฮองหง 2)

             ในเช้าวันต่อมาเป็นเฟิ่วฮัวที่ตื่นก่อนมี่ฟาง ชายหนุ่มทำสมาธิและรำเพลงดาบแต่เช้าเผื่อไว้อย่างน้อยว่าฝีมือตนจะไม่ตกหรือขึ้นสนิมจนเกินไป ในครานี้ร่างกายเขายืดหยุ่นพอตัวแล้ว บาดแผลใกล้หายเป็นปลิดทิ้งเพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากมี่ฟาง แม้จะดูไม่ค่อยจะบู้ได้ แต่เรื่องการบุ๋นขอยอมรับว่าทำได้ดี


              ถ้าเขาฝึกกระบี่ให้สักหน่อยจะไหวไหมนะ...


              "เฟิ่งฮัว ขยับร่างกายแบบนั้นแผลเจ้าจะไม่เป็นอะไรแน่หรือ?"
              เฟิ่งฮัวหยุดการรำดาบ หันหน้ากลับมาหามี่ฟางแล้วตอบ "ไม่เป็นไรขอรับ หากไม่ขยับร่างกายมากไปก็ยังไม่ส่งผลต่อบาดแผลมาก ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว"
             "เช่นนั้นถ้าเสร็จแล้วเราลงมาทานอาหารกันเถอะขอรับ ข้ารู้สึกอยากเห็นหน้าเห็นตาผู้คนบ้างแล้ว" ว่าพลางก็ยืดเส้นยืดสาย เตรียมเอ้อร์หูในมือพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่
            "เอ้อร์หูนั่น..."
            "มันเหมือนเครื่องรางนำโชคน่ะขอรับ" มี่ฟางตอบพลางยิ้มให้บางๆ ก่อนจะเก็บมันใส่ย่ามใส่เครื่องดนตรีและเดินนำเฟิ่งฮัวออกไปจากห้อง

           โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีผู้คนเดินทางมาแวะเวียนไม่ขาดสาย ชูปิงวิ่งออกมาจากกองสาวๆที่กำลังแสดงความรักใคร่ต่อมันมาหาเจ้าของพร้อมส่งเสียงร้องเหมียวๆ มี่ฟางอุ้มมันขึ้นมาและเดินหาที่นั่งร่วมกับเฟิ่งฮัว โดยได้นั่งด้านหน้าสุดของร้าน เนื่องจากข้างในมีคนเต็มแล้ว เช้าวันนี้อากาศดีมีลมเย็นพัดมาตลอด เฟิ่งฮัวดูท่าจะชอบอากาศเย็นๆเช่นนี้มาก ชายหนุ่มจิบชาพลางหลับตาพริ้มราวกับกำลังฟังจังหวะเสียงลม แต่กระนั้นไม่นานนักก็ถูกขัดด้วยเสียงโต๊ะที่ถูกคว่ำลงของลูกค้าคนข้างๆ
           "เจ้าฆ่าพ่อข้า! ในที่สุดก็เจอเจ้าเสียที! ตายซะ!!" มีชายคนหนึ่งยืนถือกระบี่ชี้หน้าชายอีกคนพร้อมกล่าวเสียงเข้ม
           "พูดคำว่าตายในโรงเตี๊ยม ช่างไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลยนะ" ส่วนชายคนที่ถูกกล่าวถึงนั้นก็จับหมวกฟางปาออกไปไกล พร้อมด้วยการตั้งท่าจับกระบี่เตรียมพร้อม "ตายซร้าาา!!!" ...และพูดคำว่าตายอย่างเต็มปากเต็มคำทั้งที่เพิ่งกล่าวไปว่ามันไม่เป็นสุภาพบุรุษ
           โครม!!!
           "ช้าก่อนพวกท่าน!" คราวนี้มีคนมาห้ามปราม มี่ฟางและเฟิ่งฮัวลอบมองกันเงียบๆเพื่อดูสถานการณ์ต่อไป
           "ถ้าจะมาฆ่ากันในโรงเตี๊ยม สู้ไม่ทำอย่างอื่นก่อนหรือท่าน" คนขัดจังหวะกล่าว
           "นี่เป็นเรื่องเกี่ยวโยงกับศักดิ์ศรีของพ่อข้า! ชายคนนี้ได้พรากพ่อของข้าและน้องชายของข้าไป ไม่รู้ว่าน้องชายจะรอดชีวิตไหม แต่เพื่อการแก้แค้นแล้วข้าก็จะฆ่ามัน!"
            "เหอะ! ทำเป็นปากดี เด็กเช่นเจ้าจะทำอะไรข้าได้!"
            "ข้าอายุ 20 แล้ว และโตพอที่จะพรากชีวิตสกปรกของเจ้าให้หายไปจากโลกใบนี้!"
            "เข้ามาเลยย!!!"
            "ช้าก่อน..." มือหนายกขึ้นแบออก คนที่ทำหน้าที่ขัดจังหวะยังคงทำตามหน้าที่ของตนเองอย่างดี
            "อะไรอีก/อะไรอีก !?!"
            "อันที่จริงข้าก็ไม่แน่ใจว่าพวกท่านไปพบเจออะไรมากันบ้าง แต่ว่าข้านั้นได้ออกเดินทางเร่ร่อนเพนจรเพื่อออกตามหาครอบครัว" ว่าพลางก็เหลือบตามองอีกสองคนที่กำลังจะตีกัน "บิดาข้าและมารดาข้าได้เสียชีวิต... ข้าเหลือพี่ชายที่หายสาปสูญไปคนเดียว นั่นคือท่านหรือเปล่า" จบคำก็ชูรูปวาดใบหนึ่งออกมา
            คนที่เริ่มก่อเรื่องมองรูปแล้วทำตาโตราวกับไข่ห่าน "นะ... นั่นมัน!"


            "รูปในสมัยเด็กที่พวกเราวาดร่วมกันไงล่ะพี่ใหญ่!"
            "นะ น้องเล็ก!"
            "พี่ใหญ่!"
            "น้องเล็ก!"
            "พี่ใหญ่!"
            "น้องเล็ก!"
            "พี่ใหญ่!"
            "น้องเล็ก!"
            สองคนนั้นกอดกันกลมเกลียวโดยไม่สนใจคนที่เพิ่งฟาหมวกฟางไป และเขาก็เริ่มทำคิ้วกระตุกเล็กๆแล้วด้วย...
            ตะ แต่ว่า... ภาพนี้นี่มันอะไรกัน มันดูคล้ายภาพติดคำสาปเสียมากกว่าภาพวาดอีกนะ ไม่สิ... มันอาจจะมีความงดงามซ่อนอยู่ ความงดงามที่เรายังไม่รู้จัก ใช่แล้ว อาจจะเป็นการวาดเทคนิคใหม่ก็เป็นได้ ภาพวาดนี้มีจิตวิญญาณซ่อนอยู่ ช่วยทำให้พี่น้องที่พัดพรากกันกลับมาเจอกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์! มี่ฟางเริ่มคิดมาก ชายหนุ่มนั่งก้มหน้างุด เฟิ่งฮัวเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจเอือกใหญ่ ในสายตาเขาภาพที่เพิ่งปรากฏให้เห็นไปต่อหน้าก็แค่ภาพเด็กเกรียนสองคนร่วมกันวาดมิใช่รึ
             เคร้ง! เคร้งโคร้งๆๆๆ!!!
             ละสายตาไปไม่ทันไรทั้งสามคนก็ปะทะดาบใส่กันเสียแล้ว ความเร็วและความคล่องตัวของแต่ละคนช่างเทียบกันไม่ติด
             "ในที่สุดข้าก็ได้เจอท่านพี่แล้ว" คนเป็นน้องซึ่งเคยเป็นคนขัดจังหวะให้อีกฝ่ายก่อนหน้ากล่าวขึ้นพร้อมยกยิ้มให้ปานเทพบุตร
             "นะ น้องพี่..." คนเป็นพี่น้ำตาคลอ ทำท่าทีซาบซึ้งอย่างหนัก
             "เรามาแก้แค้นร่วมกันเถอะ"
             "อื้ม!"
             "ตายซย๊าาาาาาา/ตายซร้าาาาาาา !!!!!!"
             คนห้ามกับคนยุพอมาอยู่ด้วยกันอาจเป็นคนบ้าดีๆนี่เอง ความวุ่นวายปนความไร้สาระพวกนี้ทำเอากู่ไม่กลับเลย กระบี่ทั้งสองคมประสานกัน ฝ่ายที่ถูกทำร้ายตั้งแต่เริ่มก็ยังคงถูกทำร้ายจนถึงตอนจบแม้จะมีคนห้ามแล้วก็ตาม(ก่อนที่จะแปรพรรคอีกที...) จนกระทั่งชายคนนั้นเสียท่าแล้วโดนปัดกระบี่ทิ้ง
             ภาพเหตุการณ์นั้นไหลไปอย่างเชื่องช้า ทุกสายตามองไปที่กระบี่ที่ถูกปัดอย่างไม่รู้ว่ามันจะตกลงมาทางไหน มี่ฟางมองกระบี่เล่มนั้นก่อนที่ตนจะรีบลุกออกจากที่ของตนโดยสัญชาตญาณ แกะผ้าปิดตาบนข้อมือมาพับกันไว้สองทบ ในวินาทีแห่งชีวิตเฟิ่งฮัวก็ได้เห็น...
            มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่แอบดูเหตุการณ์นี้อยู่ห่างๆกำลังจะได้รับลูกหลงจากกระบี่ที่ลอยเคว้งก่อนจะมีเงาร่างหนึ่งของชายหนุ่มหน้าหวานซึ่งเพิ่งลุกออกไปยืนขวาง ใช้ผ้าในการรับกระบี่ จับมันมาควงให้หมุนรอบๆตัวดูคล้ายไม่ต่างจากการร่ายรำเพื่อลดแรงเหวี่ยงและความคมของมัน แล้วค่อยๆช้าลง... ช้าลง... จนกระบี่นั้นได้ตกลงมาอยู่ในมือของมี่ฟาง
           ก็ยังดีกว่าการปัดมันออกไปเพราะกลัวว่าจะเด้งไปโดนคนอื่นล่ะนะ... มี่ฟางคิด
           "เป็นอะไรไหมขอรับ" กระบี่ถูกคลี่ออกจากผ้าและวางพิงไว้บนพื้น ทุกสายตามองไปที่ชายหนุ่มรวมถึงเฟิ่งฮัว ในหัวของทุกคนตอนนี้คือสิ่งที่มี่ฟางทำนั้นมันคือวิชาอะไรกัน!?
           เคร้ง! ฟุบ!
           "ข้าทนเห็นคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาเจอปัญหาแบบนี้มิได้ ช่วยหยุดการกระทำของท่านด้วย" เฟิ่งฮัวใช้ความเร็วที่เหนือกว่ายึดกระบี่ของเหล่าท่านชายทั้งหลายและทำให้เขายอมจำนน มี่ฟางหันหลังมองมาก็พบว่าพวกเขากำลังน่งคุกเข่าให้เฟิ่วฮัวเสียแล้ว
           สุดท้ายในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทะเลาะวิวาทธรรมดาของสุภาพบุรุษสุดโต่งสามคนเท่านั้นเอง...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2017-12-8 16:23:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-12-8 22:38

- เควสเรื่องราว 3 - บุญคุณ-ความแค้น
สืบสวนคดีซานตง 20

     หลังจากที่คุมตัวเปาอวิ๋นเฟย ขึ้นรถม้าเดินทางออกจากเมื่องซานตง ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ภูมิภาคกวนจง และพวกเขานั้นก๋ตัดสินใจหยุดพักกันที่เมืองฮองหงก่อนมุ่งหน้าสู่เมืองฉางอันต่อไป
     หลังจากที่คุมตัวเปาอวิ๋นเฟยและบ่าวในจวนทั้งหลายเข้าไปขังในโรงเตียมเรียบร้อยแล้ว
    "พวกมันจะไม่หนีไปได้ใช้มั้ยครับ"
     ยูตะกล่าวถามไต้เท้าถิงเว่ยขึ้น
     "ไม่หรอก ข้าเลือกห้องคุมขังอย่างดี ทางออกถูกปิดตายหมดจนเหลือทางเดียว และข้ายังให้ทหารที่ไว้ใจผลัดเวรเฝ้าดูตลอดสิบสองชั่วยาม เป็นไปได้ยากมากที่พวกนั้นจะหนีไปได้ แถมห้องที่พวกเราพักอยู่นั้นก็เป็นห้องตรงข้ามกับห้องคุมขัง ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นพวกเราก็ต้องรู้อย่างแน่นอน"
     ไต้เท้าถิงเว่ยกล่าวขึ้น ถึงสิ่งที่ตัวเองเตรียมการณ์มามาเป็นอย่างดี
    "อย่างงั้นสินะครับ ได้ยินแบบค่อยเบาใจไปได้นึดหน่อย"
     ยูตะกล่าวออกมาพร้อมกับถอนหายใจออกมา
     "ตอนนี่ทางกงซุนหลันจะเป็นยังไงแล้วบ้างนะครับ"
     แล้วยูตะก็กล่าวถามถึงเพื่อนร่วมทางของเขา
     "ข้าคิดว่าตอนนี่น่าจะเดินทางถึงจวนข้าเรียบร้อยแล้วละ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป ทหารของข้าก็ไปด้วยสี่นายเธอไม่เป็นอะไรหรอก"
     ไต้เท้าถิงเว่ยตอบขึ้นพร้อมกับลูบคางตัวเองเล็กน้อย
     "ข้าคงกัลวลใจมากไปอย่างนั้นสินะครับ"
     ยูตะกล่าวออกมาพร้อมกับเอามือกุมหน้าของตัวเอง
     "เหตุใดหรืออะไรที่รบกวนจิตใจจน ทำให้เจ้ากัลวลอย่างงั้นรึ"
     แล้วไต้เท้าถิงเว้ยก็ถามขึ้นมาจากท่าทางของยูตะ
    "คือข้ารู้สึกว่าเรื่องการจับกุมเจ้าเปาอวิ๋นเฟยมันง่ายจนเกินไปนะครับ จากที่ข้าเคยเล่าไปโดยปกติเจ้านั้นจะมีลูกน้องคนหนึ่งที่ชื่อซุนเหอเหอ หมอนั้นร้ายกาจมากและหมอนั้นสามารถพาเปาอวิ๋นเฟยหนีได้อย่างสบายๆ แต่ว่าทำไมการจับกุมครั้งนี่มันถึงไม่ให้ซุนเหอเหอพาหนีกันนะ ราวกับว่ายอมให้จับกุมตัวง่ายๆ ซะอย่างงั้น เหมือนกับว่าต้องการให้ถูกจับกุมตัวมากกว่า ข้าว่าเจ้านั้นจะต้องมีแผนอะไรซ่อนอยู่อีกแน่ๆ ยังไม่นับรอยยิ้มที่สุดแสนกวนใจของเจ้าหมอนั้นตอนจับกุมตัวอีก มันไม่ได้มีท่าหวาดกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย.........หรือบ้างที่ข้าอาจจะคิดมากไปเอง........."
     ยูตะเล่าความในใจของเขาออกมาจนหมด
     " ไม่หรอกเจ้าไม่ได้คิดมากไป การคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ข้าขอบใจมากสับหรับข้อมูลพวกนี่ ข้าจะเก็บไปคิดดู เพื่อว่าเจ้านั้นจะมีแผนการณ์อะไรเตรียมไว้อีกจริงๆ"
     ไต้เท้าถิงเว้ยตอบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับทำท่าครุ่นคิดหนักกว่าเดิม
     แล้วทั้งคู่ก็สนทนาต่อกันอีกสักเล็กน้อยก่อนที่จะ เดินกลับเข้าห้องพักของตัวเองไป......

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
แปรรูปไม้
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
ต้าเสวีย
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1000
x22
x71
x9999
x1760
x275
x4920
x1
x118
x225
x760
x2
x2
x8260
x30
x30
x20
x1
x30
x15
x16
x1720
x1
x45
x4
x10
x4
x1
x194
x50
x10
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x308
x148
x5
x4
x4
x10
x2
x54
x7235
x542
x20
x1
x374
x1336
x65
x47
x1
x209
x100
x20
x309
x163
x896
x10
x150
x3749
x967
x46
x24
x2
x50
x230
x3048
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x6
x105
x24
x1
x1
โพสต์ 2017-12-12 17:58:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-12-15 23:30

151
        ฝึกตัวเบาพื้นฐานวันที่ 8
        เมื่อถึงเมืองฮองหงก็เกือบจะย่ำค่ำแล้วหลินควบอาชาสีดำฝ่าความหนาวเย็นกระทั่งเห็นโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ฝีเท้าของม้าวายุทมิฬค่อยๆ ชะลอลงและหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยม
        "พักที่นี่สักคืนไหม?" หญิงสาวกล่าวกับเจ้าจงจงม้าวายุทมิฬ
        "ฮรี่ ~" มันขานตอบรับราวกับว่าเห็นด้วยอย่างนั้น
        ภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีผู้คนมาพักแรมอยู่มากทีเดียวแม้ภายนอกจะดูทรุดโทรมเล็กน้อยทว่าภายในกลับดูสะอาดตากว่าที่คิดดังนั้นหลิน เจ้าม้าจงจง และเจ้างูเขียวฉางโฉ่วจึงพักแรมที่โรงเตี๊ยมในค่ำคืนนี้ก่อนออกเดินทางต่อ
        ห้องพักที่จองเป็นเพียงห้องพักเดี่ยวเล็กๆ หญิงสาววางสัมภาระก่อนออกไปหาอะไรรองท้องด้านล่างของโรงเตี๊ยมเสียก่อนเพราะระหว่างเดินทางยังไม่ได้พักหาอะไรลงกระเพาะเลยแม้แต่อย่างเดียว
        ด้านล่างของโรงเตี๊ยมมีการแสดงร่ายรำและบรรเลงดนตรีคลอเหมาะแก่การนั่งพักทานอาหารเสียนี่กระไร หลินหาอะไรลงท้องจนกระทั่งอิ่มหนำสำราญแล้วจึงกลับไปยังห้องพักโดยไม่ลืมส่วนของเจ้าฉางโฉ่วด้วย ส่วนเจ้าจงจงอยู่ในโรงพักม้าของโรงเตี๊ยม
        เมื่อท้องอิ่มแล้วหลินจึงเข้าสู่การฝึกวิชาตัวเบาในวันที่แปด นั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบลงภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมกระโชกแผ่วเบาผ่านทะลุเข้ามาถึงด้านในห้องพัก เมื่อใจสงบลงแล้วจึงกำหนดลมปราณทั้งร่างกายหลอมรวมไปยังท้องน้อยขับเคลื่อนลมปราณไปยังจุดเดียวแล้วโคจรลมปราณเวียนขวาผ่านจากท้องน้อยเคลื่อนคล้อยสู่ทวารพยายามขับเคลื่อนลมปราณเหล่านั้นให้ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างแต่ก็ยังไม่เป็นผลเสียทีเดียว ลมปราณส่วนมากยังคงอัดแน่นอยู่ที่ทวารและลำไส้เป็นสาเหตุให้ปวดท้องอีกครั้งแต่ก็นับว่าดีขึ้นกว่าวันที่ผ่านมาอยู่ไม่น้อย เมื่อฝึกเสร็จแล้วจึงต้องไปหาที่ปลดหนักในห้องน้ำของโรงเตี๊ยมอย่างที่เคยเป็น
        หลังจากฝึกฝนวิชาตัวเบาในวันที่แปดเรียบร้อยแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปพอควรหญิงสาวจึงรีบเข้านอนเพื่อที่จะออกเดินทางไปยังฉางอันในวันถัดไป


@Admin

        

แสดงความคิดเห็น

LIN
ฝึกตัวเบาพื้นฐาน 8/10  โพสต์ 2017-12-15 23:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -57 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -57 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อริยสัจสี่
จิ่งเทียน
รถม้าหรูหรา
มีดสั้น
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x68
x300
x300
x50
x1
x1
x1
x15
x10
x5
x20
x25
x20
x25
x50
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x1
x50
x150
x10
x120
x125
x400
x170
x6
x250
x20
x135
x50
x4
x58
x15
x50
x40
x25
x1
x67
x5
x3
x16
x20
x1
x1

70

กระทู้

722

โพสต์

9หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
19850
เงินตำลึง
11353
ชื่อเสียง
37460
ความหิว
378
คุณธรรม
294
ความชั่ว
8
ความโหด
26
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-1-5 01:19:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ภัยสงคราม ย้อนกลับ}
[จาง ฝู]
บทที่ 6 โรงเตี้ยมกับของอร่อย


      จางฝูนั่งมองป้ายชื่อโรงเตี้ยมก่อนที่จะทำสัญญาณให้ช้างเผือกเฟยเทียนนั้นย่อตัวให้เธอและลู่จิวปีนลงได้อย่างสะดวกเหมือนยังเคย ร่างบางของหญิงสาวมองสำรวจรอบๆโรงเตี้ยม ที่นี่เป็นโรงที่ก่อตั้งมานานแล้วตามที่เธอได้ยินมาจากชาวบ้านในเมืองแต่โรงเตี้ยมนี่ก็เป็นโรงเตี้ยมที่ดีที่นึงเลย ทั้งบรรยากาศรอบๆที่แสนสงบให้ความสะดวกสบายแก่เหล่านักเดินทางได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที


       “พักที่นี่เนอะ”เธอก้มมองลู่จิ่วก่อนจะพาเดินเจ้าไปที่ด้านในโรงเตี้ยมเพื่อจองห้องพักกับเถ้าแก่โรงเตี้ยมก่อนจะเดินออกมาเพื่อพาเฟยที่เที่ยืนรออยู่ด้านนอกไปที่คอกพักสัตว์หลังโรงเตี้ยม ที่คอกพักสัตว์นั้นจัดเพป็นเพิงขนาดใหญ่และกว้างขวาง ภายในปูด้วยฟางแห้งจนดูหนานุ่มเพื่อให้พวกสัตว์ที่ผ่านการเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนือยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่


        ที่ด้านในของที่คอกพักนั้นมีผักผลไม้ใส่ไว้สสำหรับให้เหล่าสัตว์ได้กินอย่างอิ่มหน่ำ ทางด้านเหล่าเจ้าแมวในรถลากนั้นเธอได้สั่งอาหารสำหรับพวกมันไว้แล้วซึ่งดูท่าแล้วพวกมันก็คงจะอยากนอนกับพี่ใหญ่ของพวกมันอย่างเฟยเทียนสะมากกว่า


        จางฝูยืนมองจำนวณแมวที่ตอนนี้เหลือเพียงสิบเจ็ดหรือสิบแปดตัว จะว่าไปพวกมันก็สามารถปรับตัวกับการเดินทางที่ทรหดของเธอได้ดีแถมตลอดทางที่ผ่านมายังทำตัวน่ารักเสียคนที่ผ่านไปมาตกหลุบรักจนรับไปเลี้ยงแล้วกว่าครึ่ง เธอมองยิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปโรงเตี้ยมพร้อมกับสั่งอาหารของตัวเองและลู่จิวมาทานที่โต๊ะติดหน้าต่าง


       “ที่นี่สงบดีเนอะลู่จิว”


       ฟ่ออ(สงบเงียบมากเลยเจ้านาย) ลู่จิวเลื้อยลงไปขดตัวเป็นวงอยู่ที่โต๊ะเพื่อรออาหารมาเสิร์ฟ
       และในที่สุดอาหารที่จางฝูนั้นสั่งก็ถยอยมาวางที่โต๊ะแม้เสี่ยวเออร์นั้นจะหวั่นตอนวางจานอาหารต่อหน้าลู่จิวหน่อยๆเมื่อเห็นดังนั้นจางฝูเลยดึงตัวเจ้างูมาอยู่บนตักตัวเองเพื่อให้เสี่ยวเออร์ได้ทำงานของตนเองอย่างสะดวก


        เมื่ออาหารถูกนำมาเสริฟ์จนครบเธอจึงค่อยปล่อยให้ลู่จิวเลื้อยไปกินอาหารในส่วนของมันก่อนที่เธอจะใช้ตะเกียบคีบเอาผัดเต้าหู้ขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง


      “อื้มม อร่อยแหะ แถวเต้าหู้ก็นุ่มมากเสียด้วย” เธอพึมพัมพร้อมกับตวัดตะเกียบคีบนู่นนี่กินอย่างเอร็ดอร่อย เพียงไม่นานอาหารทุกอย่างก็ถูกกวาดลงไปอยู่ในท้องของทั้งหญิงสาวและงูสีเขียวเสียจนเกลี้ยง


       “อิ่มจัง”เธอเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับลูบท้องของตัวเองที่ป่องขึ้นมาหน่อยๆก่อนจะวางเงินไว้ที่โต๊ะพร้อมกับอุ้มลูจิ่วที่นอนอิ่มอยู่ที่โต๊ะขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ทั้งคู่จะเดินขึ้นยังห้องพักของตนเองที่เถ้าแก่บอกไว้ว่าอยู่ที่ชั้นสองทางขวามือห้องสุดท้าย


       ประตูของห้องพักเปิดออกพร้อมกกับร่างของหญิงสาวที่ก้าวเข้าไปยืนที่ด้านใน ภายในห้องนั้นผ่านการทำความสะอาดมาอย่างดีเรียกได้ว่าแทบไม่มีฝุ่นเกาะให้ลำคาณใจเลยแม้แต่น้อย เธอเดินเอาของไปว่างที่หลังตู้ข้างเตียงและว่างลู่จิวที่นอนหลับไปแล้วที่ข้างหมอนก่อนที่เธอจะล้ตัวนอนลงไปที่เตียงไม้เบาๆ


      เบาะที่ปูเตียงไม่นุ่มแล้วก่อนไม่แข๊งจนเกินไปทำให้คนมาพักนั้นได้พักผ่อนอย่างสบายที่สุดเท่าที่โรงเตี้ยมโรงหนึ่งจะทำได้ ร่างบางของหญิงสาวที่นอนอยู่ค่อยๆหรี่ลงอย่างห้ามไม่ได้ก่อนที่เธอจะค่อยก้าวย่างเข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวาน โดยมีสายยลมเบาๆที่ลอยพัดผ่านม่านสีเขียวอ่อนเข้ามาในห้องช่วยให้ภายในห้องนั้นเย็นสบายกำลังดีทำให้ร่างบางนั้นหลับไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ปกตินั้นเธอเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะหลับยากพอสมควร


       แต่ก็นั้นแหละอาจเป็นเพราะการเดินทางที่ทรหดของเธออีกนั้นแหละ ใครก็ต่างมองเธอเป็นหญิงตัวเล็กบอบบางที่ชอบทำห้าวเกินตัว เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่ยังเด็กๆ แต่แม้เธอจะทำตัวห้าวขนาดไหนก็คงหนีไม่พ้นคำว่าเเรงหญิงหรือจะสู้เเรงชายไม่ได้อยู่ดี เธอต้องพักผ่อน...


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียทองเทวะ
ตาเหยี่ยว
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
จั่วซื่อจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x3
x47
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x17
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x115
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x75
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x74
x1
x15
x45
x74
x3
x30
x88
x5
x68
x28
x10
x7
x102
x172
x4
x136
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x10
x46
x3
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x45
x336
x76
x350
x236
x92
x84
x22
x329
x310
x8
x40
x1
x3
x40
x152
x675
x477
x947
x630
x110
x4271
x218
x78
x421
x60
x3
x825
x39
x80
x1210
x4
x3
x23
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x53
x63
x11
x58
x26
x41
x81
x42
x12
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2018-1-24 23:12:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
คู่รักจ้าวอินทรี
บุพเพสันนิวาศ

        หลังจากเดินทางออกมาจากเมืองว่างเฉิง โรงเตี๊ยมลู่ซื่อด้วยเจ้าม้าฮั่นเสี่ยก็มาถึงเมืองฮองหง ระหว่างทางที่เดินเล่นในเมืองกับหรงเอ๋อห์ก็เจอกับโรงเตี๊ยมตะวันลับ ด้วยสภาพภายนอกของโรงเตี๊ยมจะดูไม่ค่อยดีที่เหวินซ่างกับหรงเอ๋อห์ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ขนาดนอนกลางป่ายังเฉยชาแล้วมีเบอะให้นอนมีหลังคากันฝนก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่พอเข้าไปยังข้างในสภาพกับดีกว่าภายนอกไว้เยอะกว่าที่คิด หรงเอ๋อห์เข้าไปติดต่อจองห้องพักสำหรับหนึ่งคืน ส่วนเหวินซ่างก็สั่งอาหารกับพาถังหูลู่ไปจุดพักม้าก่อนจะมานั่งร่วมทานอาหารกัน

       "พรุ้งนี้ก็ถึงเมืองฉางอันแล้ว เจ้าอยากไปชมที่ไหนก่อนไหม?" หลังจากทานอาหารกันใกล้หมดแล้วเหวินซ่างหันมาเปิดหัวเรื่องคุย ยังไงพรุ้งนี้ก็จะถึงแล้วเลยถามแผนล่วงหน้าเลย
       "แล้วเราไม่ไปหาครอบครัวของประมุขเหรอพี่ซ่าง?" หญิงสาวมองอีกฝ่าย ไม่ใช่ว่าต้องรีบตามหาครอบครัวของประมุขพรรคมารไม่ใช่เหรอ
       "ก็เที่ยวไปหาไปไง ยังไงเราก็ไม่รู้นิน่าว่าคนนั้นเป็นใคร อาจบังเอิญเจอก็ได้นิ?" ชายหนุ่มยักไหล่ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ชื่อแซ่ เพศเขาไม่รู้ซักอย่าง ที่จริงก็ว่าจะถามจากพ่อค้าหรือทางการ แต่จะถามเกี่ยวกับประมุขพรรคยาจกเอาดื้อก็ใช่เรื่องอยู่ เป็นไปได้ก็อยากจะหาคนไว้ใจได้ไปถาม


       "อืม..แล้วแต่พี่ซ่างแนะนำแล้วกัน"  หรงเอ๋อห์เอียงคอไปมาว่ายังไงก็ได้ทั้งนั้น
       "เอางั้นเหรอ? อืม..รู้สึกจะมีร้านเป็ดย่างสี่ฤดูอยู่" ชายหนุ่มกอดอกหลังจากทานเนื้อม้วนชิ้นสุดท้ายหมด ก่อนจะนึกสถานที่นึงขึ้นได้ ที่ที่ตนฝันถึงเทพไป๋เหมียวนั้นเอง "อ่อใช่ มีศาลานั่งพักอยู่ หรงเอ๋อห์ลองฝึกเสี่ยวหลงเปากับพะโล้หน่อยไหม?"
       "เอาสิ!" หรงเอ๋อห์พยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองจะทานอาหารกันจนแล้วขึ้นไปพักในโรงเตี๊ยม
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11