ดู: 426|ตอบกลับ: 12

{ เมืองฮั่นจง } โรงเตี๊ยมซิ่วฉิว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-10 23:33:09 |โหมดอ่าน

โรงเตี๊ยมซิ่วฉิว

โรงเตี๊ยมใหญ่ที่ประดับด้วยสวนดอกไฮเดรนเยีย(ซิ่วฉิว)ล้อมรอบ
และเป็นโรงเตี๊ยมแห่งแรกในเมืองฮั่นจงจึงมีรากฐานขนาดใหญ่เพราะตระกูลผู้ก่อตั้งเป็นขุนนาง
ความเป็นมาของสถานที่นี้มาจากขุนนางคนหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ชอบออกเดินทางไปทั่วยุทธภพผ่านงานของตน
จนพอใจแล้วกลับมาเปิดโรงเตี๊ยมในเมืองเกิดและจ้างให้คนมาดูแล นานๆครั้งเขาจะมาเยี่ยมพร้อมลูกชายและลูกสาว
ตรงกลางร้านมีเวทีสำหรับการแสดง รับจ้างคนแสดงเรื่อยๆไม่ว่าจะเร่ร่อนพเนจรมาจากที่ใดรวมถึงนักแสดงประจำสัปดาห์
โดยในโรงเตี๊ยมจะมีภาพวาดและของที่ระลึกอยู่มากซึ่งสะสมมาจากทุกที่ที่เถ้าแก่ไปโดยวางประดับอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้
สำหรับการระลึกความหลังและเป็นที่น่าภาคภูมิใจของเขา และที่โปรดปราณที่สุดคือความบันเทิง
เสี่ยวเอ้อแทบทุกคนล้วนเคยต่อสู้มาบ้าง ฉะนั้นเขาจึงพร้อมจะซ่อมร้านหรือเตรียมเวทีสำหรับการประลองภายในตลอดเวลาหากมีคนมาตีกัน




ชื่อกิจการ: โรงเตี๊ยมซิ่วฉิว
เจ้าของกิจการ: หยาง ฉิน
ประเภทงาน: สุรา น้ำชา อาหารทั่วไป และ ที่พักค้างคืน
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชั่วโมง

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองฮั่นจง

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-11-11 02:32:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
             สุดท้ายแมวที่เจอบนศาลาก็ไม่มีใครแสดงตนเป็นเจ้าของ ข้อมูลล่าสุดที่ได้รู้คือชูปิงเป็นแมวจรอาศัยหลับนอนอยู่บนศาลา และออกหากินที่พรรคกระยาจก เนื่องจากเป็นคนที่ชอบเเมวเล็กน้อย(?) จึงมิกล้าปล่อยมันไปเผลอแป๊บเดียวก็พกติดมือมาถึงเมืองฮั่นจงเสียแล้ว แถมมันยังติดใจเขาและเดินตามมาอีกต่างหาก ชูปิงเป็นแมวที่เลี้ยงง่ายและเชื่อฟัง มันค่อนข้างฉลาดฟังรู้เรื่อง บางทีก็เด๋อเกินเยียวยา อาทิเดินไปชนหน้าต่างกระจกแต่ใจที่ไม่ยอมแพ้ก็เดินชนกระจกอีกเพื่อให้ผ่านไปได้ ซึ่งก็อาจเรียกว่าฉลาดได้ไม่เต็มปากนักดังเช่นตอนนี้...
           ปัก..
           ปัก....
           ปัก......
           ปัก........

           ปัก...........
           ปัก..............

           เมี๊ยว?
           "ท่านชาย นั่นแมวของท่านเป็นอะไรรึ?"
           เสี่ยวเอ้อทักเขาในขณะที่กำลังเสริฟของว่างให้ชายหนุ่ม ตั้งแต่มี่ฟางมาถึงโรงเตี๊ยมชูปิงก็แสดงอาการนี้มานานสักพักแล้ว ในคราแรกอาจคิดว่ามันป่วย แต่พออยู่ไปด้วยเรื่อยๆก็รู้ว่าคือนิสัยเสียที่กู่ไม่กลับของมัน เขายกชาขึ้นจิบก่อนตอบ
           "มันเล่นกระจกน่ะขอรับ"
           "..." เสี่ยวเอ้อมองแมวนิ่งๆ ซึ่งเป็นครั้งแรกของนางเลยที่ได้พบแมวประหลาดแบบนี้ คุณชายตรงหน้านางจะแปลกตามด้วยไหมนี่ก็เป็นประเด็นที่น่าคิดไปอีก เพราะของแปลกมักจะอยู่ด้วยกันได้เสมอ
           ปัก..
           ปัก....
           ปัก......
           ปัก........


           "คุณชาย ข้าอยากให้ท่านระวังเรื่องสัตว์เลี้ยงของท่าน ในโรงเตี๊ยมนี้มีคนป่วยอยู่ท่านหนึ่งเจ้าค่ะ หลังจากนี้พอจะช่วยทำตามคำแนะนำได้หรือไม่?"
           "ขอรับ ข้าจะไม่ทำให้วุ่นวายแน่นอน" ในแง่ของความหมายคืออย่าให้ชูปิงไปเล่นซน แต่ถ้าหากที่นี่มีกระจก เขาก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะไปป้วนเปี้ยนหรือก่อเรื่องที่ไหน ยังดีที่กระจกที่มันชนเกิดเสียงเพียงเบาๆยังไม่มีใครให้ความสนใจมาก แต่กระนั้นก็กลัวว่าจะน่ารำคาญเกินไปจึงบอกให้มันหยุดเล่นแล้วอุ้มมาวางไว้บนตัก
          ในเวลาแบบนี้ต้องหางานทำสินะ...
          "เสี่ยวเอ้อ" มี่ฟางยกมือขึ้นและกวักไกว่เรียกเบาๆ
          "เจ้าคะ?" เสี่ยวเอ้อที่อยู่ใกล้สุดเดินมาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด
          "ข้าต้องการทำงานแสดงดนตรีให้ร้านนี้สามวันในช่วงค่ำ ช่วยบอกเถ้าแก่ได้หรือไม่?" เขาร้องขอ เสี่ยวเอ้อที่ทำหน้ายิ้มอยู่มองแมวบนตักของชายหนุ่มแล้วมองหน้าของเขาที่กำลังยิ้มบางๆใส่แบบกระชากใจสาววัยแรกรุ่น
          "ได้เจ้าค่ะ โปรดสักครู่" นางกล่าวก่อนจะเดินหายไปในห้องในสุดของร้าน
          ขณะที่มี่ฟางนั่งรอ เขาก็ได้นำแผนที่ขึ้นมาอ่านเล่นซึ่งวาดเขียนด้วยฝีมือตัวเองล้วนๆ ทั้งงดงามตรึงตราและน่าภาคภูมิใจเป็นที่สุด



          "ชูปิง เจ้าว่าข้าวาดรูปสวยไหม?"
          ....เมี๊ยว


         เวลาชักจะผ่านไปนานพอสมควร มี่ฟางแทบจะนั่งหลับคาโต๊ะอาหารจนเมื่อเสี่ยวเอ้อคนนั้นเดินมาหาแล้วก็ได้เชิญชายหนุ่มให้ตามมาในที่สุด ร่างของคนทั้งสองเดินลึกเข้าไปด้านใน ขึ้นไปชั้นสอง ชั้นสาม ชั้นสี่ และชั้นห้านั่นคือสถานที่ส่วนตัวของเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้
        แต่ว่าทำไมอยู่สูงขนาดนั้นได้เนี่ย?
        ครืน...
        ประตูไม้เลื่อนเปิด เสี่ยวเอ้อเชิญชายหนุ่มเข้าไปด้านในโดยเอาแมวไว้ข้างนอก จากนี้ก็เป็นชะตากรรมของมี่ฟาง แม้ใบหน้าจะเปื้อนรอยยิ้ม แต่ก็มองคนตรงหน้าแน่นิ่งอย่างประหลาดใจ(?)
        นี่มันอะไรกัน...





        "มีอะไรจะคุยกับข้ารึ..." เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมกล่าว เสียงของเขายังดูหนุ่มอยู่ มี่ฟางทำสีหน้าสับสนเพราะภาพลักษณ์ของเขาครู่หนึ่งก็รวบรวมสติได้แล้วตอบ
        "ข้าลู่ มี่ฟางจะขอมาสมัครงานขอรับ"
        คนภายใต้ผ้ากองหนาที่ไม่รู้ว่าคลุมตัวมากี่ชั้นประกอบกับผ้าพันแผลที่พันรอบศีรษะจนแทบไม่เห็นใบหน้านอกจากดวงตาคู่สีน้ำเงินจนเกือบดำนิ่งไป สายตาของเขามองตรงมาที่มี่ฟางคล้ายกำลังจะพิจารณาบางอย่าง
        "ทำหน้าที่อะไร"
        "นักดนตรีขอรับ ...ข้าสามารถเล่นดนตรีเอ้อหู ขลุ่ย หรือกู่เจิงได้"
        "สักอย่าง..."
        "เอ้อหูขอรับ..."
        "ข้ารับแค่คืนนี้คืนเดียว"
        "เอ๊ะ?"
        "..."
        "..."
        "ใจข้ายังไม่พร้อม ข้าแพ้แมว เสร็จแล้วก็ออกไป..."


        ตุบ...
        มี่ฟางยืนอยู่หน้าห้อง ข้างกันมีชูปิงและเสี่ยวเอ้อที่กำลังยืนยิ้มปลอบใจเขาอยู่
        "นี่มัน... อะไรกันขอรับ..." ชายหนุ่มถามเสี่ยวเอ้อ ใบหน้าดูทะมึนเบาๆ
        "เจ้าค่ะ เถ้าแก่ของเราเป็นคนแพ้แมวขั้นรุนแรง ที่จริงยังเป็นเพียงว่าที่ที่มาทำงานแทนเจ้าค่ะ"
        "ออ..." ชายหนุ่มพยักหน้าหงึก ที่แท้ก้เป็นเช่นนี้นี่เอง แะนั้นก็ไม่ว่ากัน พอเห็นสภาพอีกฝ่ายเป็นแบบนั้นก็ยิ่งว่าไม่ลงเข้าไปใหญ่ "เถ้าแก่ให้ข้าทำหน้าที่แสดงดนตรีให้คืนเดียว มีคิวว่างอยู่ไหมขอรับ?"
        "ว่างในรอบทุ่มนึงเจ้าค่ะ" นางตอบ มี่ฟางก็พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่ทั้งคู่จะนัดแนะกันเพื่อเตรียมทำงานของตน


       โรงเตี๊ยมใหญ่แห่งนี้ยังคงมีผู้คนคับคั่งแม้กระทั้งขุนนางและชาวบ้านทั่วไป มี่ฟางไปนั่งอยู่กลางเวทีใหญ่กลางโรงเตี๊ยมเมื่อถึงเวลาแสดง ชายหนุ่มยังคงแสดงในแบบที่เป็น แต่อารมณ์ในวันนี้ยังรู้สึกไม่สู้ดีตั้งแต่พบกับ(ว่าที่)เถ้าแก่ท่าทางแปลกๆ เพลงที่ออกมาจึงเป็นทำนองธรรมดาและเป็นเนื้อหาดังเช่นที่ใครๆก็เคยฟัง แต่เพราะแสดงโดยใช้ผ้าปิดตา เลยสร้างความตื่นเต้นให้แขกคนดูได้บ้าง ส่วนชูปิงก็นั่งเลียขนข้างกายกันไป
        ไว้คราวหน้าข้าคงไม่กล้ามาอีก มี่ฟางร่ำร้องในใจ และก็เป็นเช่นนี้จนการแสดงจบลง...




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x9
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2017-11-12 05:27:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-12 12:06

1

                มี่ฟางตามเสี่ยวเอ้อที่พบเขาจากตลาดสู่โรงเตี๊ยม นางพาชายหนุ่มเข้ามาทางประตูด้านหลังนำแมวไว้ให้เสี่ยวเอ้อคนอื่นดูแลต่อ ก่อนจะรีบพาร่างสูงไปอีกทางอย่างเร่งรีบโดยพามาที่ห้องพักห้องหนึ่งซึ่งดูคร่าวๆแล้วนางคงจองเตรียมไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ
               "ในห้องมีชุดเตรียมไว้สำหรับท่านชายอยู่ เราเหลือเวลาไม่มาก ฝากท่านชายด้วย" นางโค้งให้แล้วปิดประตู
               มี่ฟางมองประตูซึ่งถูกปิดไปแล้วก่อนมองไปที่เสื้อผ้าบนเตียงวางไว้อย่างเรียบร้อย เมื่อกางออกแล้วมาเทียบกับตัวดูปรากฏว่ามีขนาดที่พอดีก่อนจะวางลงที่เดิมแล้วไปห้องอาบน้ำ เป็นถังไม้ขนาดใหญ่รองรับน้ำอุ่นไว้จนเกือบเต็มถัง บนผิวน้ำมีกลีบดอกท้อส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา หากแช่นานอาจได้มีกลิ่นดอกท้อติดนานเป็นวันเป็นแน่ เขาคิดขบขัน และแล้วชายหนุ่มก็ชำระร่างกายจนไปถึงการเตรียมตัวก่อนการแสดงต่อจากนั้น


              ตามข้อมูลที่ได้จากเสี่ยวเอ้อชายหนุ่มต้องแสดงร่วมกับคณะวงรำของโรงเตี๊ยม แนวทางการแสดงเป็นคล้ายการละครโดยมีสื่อผ่านการร่ายรำ คำร้อง กวี และเสียงดนตรีให้ผสานกัน ชายหนุ่มรับบทเป็นเทพเซียนขาวนาม ไป๋หลาน อาศัยอยู่บนเขาที่อุดมสมบูรณ์เหมือนเป็นตัวประกอบของเรื่องโดยมีตัวเอกเป็นลูกจักรพรรดิชื่อ จงฉิน ที่หนีมาจากการตามล่าในเหตุการณ์ก่อกบฏในวังหลวงแล้วหลงเข้าภูเขาจนเจอไป๋หลาน หลังจากนั้นเทพเซียนไป๋หลานก็ช่วยฝึกวิชาเลี้ยงดูเด็กชายคนนั้นอย่างดีจนโตได้ประมาณนึงค่อยให้ออกจากเขาไปใช้ชีวิตตามที่ตนปรารถนา แต่จงฉินเลือกที่จะกลับไปวังหลวงและยึดบัลลังก์คืน ก่อนจะได้แต่งงานกับหญิงงามนาม อิ๋นจู ซึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทและก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข นอกจากเนื้อหาบทความที่ได้มายังมีเพลงที่ต้องเล่นตามคาบเวลา มี่ฟางเป็นคนที่ต้องแสดงช่วงต้นและจบในทีเดียว
            "ท่านชายลู่ ใกล้ถึงเวลาของท่านแล้ว" เสี่ยวเอ้อมาแจ้งแก่เขา มี่ฟางพยักหน้ารับ เขาในตอนนี้ยังคงใส่ชุดสีขาวทั่วทั้งตัวแต่ดูดีกว่า ยังดีนักที่เพลงในบทล้วนมีแต่เพลงที่เคยเล่นจึงสามารถใช้ผ้าปิดตาได้มิเช่นนั้นคงมีท่องจำกันยาว
           จนเมื่อเวลาผ่านพ้นไปไม่นานก็ถึงเวลาแสดง มี่ฟางเดินขึ้นไปบนเวทีท่ามกลางความมืด ในตอนนี้แสงไฟยังส่องไปที่ตัวเอกเป็นเด็กชายที่กำลังนั่งขับกลอนด้วยท่าทีที่เศร้าโศกอยู่ เขาใช้ผ้าปิดตาและบรรเลงสีเอ้อหูจนเมื่อจบบทของทางนั้นไฟก็ส่องมาที่ชายหนุ่ม ผู้พากย์กล่าวถึงไป๋หลานซึ่งคือเขาสลับกับให้ฟังจังหวะดนตรีแบบเต็มๆจนถึงฉากที่จงฉินโตก็สลับร่างกับชายร่างสูงสวมหน้ากากครึ่งใบหน้าคนหนึ่ง เส้นผมสีดำขลับพริ้วไสวช่างงามตรึงตาราวกับภาพวาด สาวน้อยสาวใหญ่ส่งเสียงกรี๊ดออกมาจนแทบจะกลบเสียงดนตรีของมี่ฟาง นางรำตั้งวงมาล้อมพวกเขาและร่ายรำเป็นระยะจนจบฉาก เมื่อแสงไฟหยุดส่องมาที่ตัวเขาก็ถึงเวลาเปลี่ยนตัว ทุกอย่างจะเป็นไปตามบทและเขาจะสิ้นสุดหน้าที่เพียงเท่านี้หากมิได้เกิดเรื่องบางอย่างเข้า...
           "บทเปลี่ยนกระทันหันรึ?"
           "ทำไมไม่มีข้าอยู่ในบทล่ะ?"
           "ใครทำกัน?"
           "เถ้าแก่คนนั้นอีกแล้วรึ?!"
           หลังเวทีเต็มไปด้วยความชุลมุน คณะวงรำหลายๆคนสับสนกับบทที่เพิ่งถูกแจกมาให้ และทันทีที่มี่ฟางกลับมา เสี่ยวเอ้อที่เคยชักชวนเขาก็มอบม้วนไม้ไผ่ให้ตน
           "ที่เหลืออยู่ที่เจ้าแล้ว ฝากด้วย" นางกล่าวแล้ววิ่งหายไปเตรียมการเรื่องอื่นๆต่อ มี่ฟางไม่ทันไถ่ถาม สุดท้ายก็เปิดม้วนไม้ไผ่ศึกษาด้วยตัวเองแล้วสิ่งนั้นก็ทำให้เขาตาค้างเป็นนาที
           นี่มันอะไรกัน?!     
           "ท่านชายลู่ จวนจะถึงเวลาของท่านเเล้วนะ!!"
           "ขะ ขอรับ!"
           แต่ข้ายังพักไม่ถึงนาทีเลย?!  มี่ฟางครวญครางในใจ


           การแสดงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีใครเหลืออยู่บนเวทีนอกจากชายหนุ่มอีกโดยตรงกลางมีเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นอยู่ มี่ฟางเดินเข้าไปนั่งเมื่อแสงไฟส่องมาที่ตนจึงเริ่มบรรเลงเอ้อหูออกมา  เขายังคงทำตามบทแม้จะถูกเปลี่ยนกระทันหัน ระหว่างนั้นก็ค่อยๆทำใจกับเรื่องต่อจากนี้
          เพลงบทหนึ่งผ่านไปบทสองก็ตามมาเป็นเสียงขลุ่ยโดยชายคนนั้นที่เคยแสดงเป็นจงฉินตอนโตเขาคงจะโดนเปลี่ยนบทไปด้วย ทั้งคู่บรรเลงดนตรีเป็นทำนองเดียวกันอย่างมิขาดตกบกพร่อง ในบทที่ได้มาเนื้อเรื่องถูกเปลี่ยนไปในช่วงท้ายว่าหลังจากช่วงชิงบัลลังก์ได้จงฉินก็กลับมาหาไป๋หลานอีกครั้งเพื่อที่จะอยู่ด้วยกัน ลาจากชีวิตที่วุ่นวายไปตลอดกาล
          "เจ้ากลับมาหรือจงฉิน" มี่ฟางกล่าวไปตามบท
          "ข้าสำเร็จในสิ่งที่ประสงค์ไว้แล้ว" อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
          "เช่นนั้นท่านจะกลับมาทำไมอีก?"
          "มาอยู่กับท่าน"
          "..."
          ทุกอย่าง... เต็มไปตามบทที่ว่าเอาไว้ การแสดงที่ผ่านมาทุกอย่างไม่ต่างจากฉากลูกศิษย์ขอติดตามอาจารย์แต่บทพูดที่ดูสองแง่สองง่ามน่าเข้าใจผิด นอกจากมี่ฟางที่รู้สึกเกร็งๆ ชายตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกอย่างไรเลย จนการแสดงจบลงเขาได้รับเงินและรู้สึกอายตัวเองไปอีกนาน...



2

             เพราะไปช่วยสถานการณ์ที่โรงเตี๊ยมซิ่วฉิวไว้ได้อย่างทันท่วงที เสี้ยวเอ้อจึงตอบแทนน้ำใจชายหนุ่มโดยการมอบที่พักฟรีให้หนึ่งคืนก่อนจะออกเดินทางไปจากเมืองจริงๆ ช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ชายหนุ่มรู้สึกอ่อนเพลียมิใช่น้อย เจ้าชูปิงเองก็คงเหนื่อยจากการวิ่งเล่นเช่นกัน ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงแทนที่เขา แต่พอชายหนุ่มจะเดินไปไหนมาไหนมันก็ร้องเหมียวและวิ่งตามมา ในตอนนี้แมวขนสีส้มที่ค่อนข้างผอมกลับมาแทบอ้วนพี บนสวยและมีกลิ่นดอกท้ออ่อนๆลอยขึ้นมาชี้ชัดว่าเสี่ยวเอ้อนั้นดูแลแมวของเขาอย่างดีตามที่เคยกล่าวไว้ เช่นนั้นชายหนุ่มจึงสบายใจ เขาว่าจะไปชำระร่างกายบ้าง ค่ำคืนนี้อากาศเย็นเป็นพิเศษจึงจำเป็นต้องต้มน้ำอาบ ชายหนุ่มเข้าห้องน้ำถอดเสื้อผ้าและหย่อนตัวลงไปแช่ในอ่าง
             ความรู้สึกอุ่นสบายอย่างที่มิได้เป็นมานานทำให้ผ่อนคลายมิใช่น้อยแต่ไม่ทันได้ทำอะไรมากไปกว่าการแช่ตัวลงน้ำหรือลูบทำความสะอาดผิวกายให้สะอาดขึ้นก็มีเสียงดังปึก! ดังขึ้นในห้องพักเขา มี่ฟางได้ลุกขึ้นทันทีด้วยความตกใจ เสียงร้องของชูปิงดังขึ้นเหมือนกำลังตกใจกลัว
             หรือว่าโจรเข้าห้อง?! เขาคิดแบบนั้น ก่อนจะรีบออกมาจากถังน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าเพียงหลวมๆและเดินออกมาดูนอกห้องพร้อมขันในมือเตรียมป้องกันตัวแต่สิ่งที่เห็นนั้นดูเหมือนเหยื่อมากกว่าจะเป็นโจรเสียอีก แต่... หรือว่าจะ... เป็นการบุกเข้าห้องรูปแบบใหม่?!
            "ชะ... ช่วย.." เสียงนั่นเบาหวิว ร่างสูงในชุดเสื้อผ้าสีน้ำเงินนอนคว่ำหน้าพยายามเรียกหาใครก็ตามที่เห็นเขา
            "ชะ ช่วยอะไร?! ท่านเป็นโจรรึ?!" มี่ฟางกล่าวเสียงดัง หวังไว้อย่างหนึ่งว่าใครสักคนจะเดินผ่านมาได้ยิน
             "ไม่... ข้าไม่ใช่โจร ข้าชื่อฉิวซินต่างหาก" เขาเงยหน้าตอบแต่ร่างกายยังนอนอยู่
             "โจรฉิวซินรึ?"
             "ไม่ใช่โจรฉิวซิน แต่เป็นฉิวซินต่างหาก" เขาย้ำ
             ม๊าววววววววว !!! ชูปิงขู่ใส่แต่ไม่เข้าใกล้อีกฝ่าย
             "เจ้าบุกเข้าห้องข้า ทำลายทรัพย์สิน อย่างไรก็โจรนั่นแหละขอรับ!" ไม่ว่าเปล่า ยังชี้ขันที่ถืออยู่ไปยังประตูที่พังกับโจรฉิวซินที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้น
              คนที่ยังนอนฟังและถูกหาว่าเป็นโจรเส้นเลือดแทบจะกรุ่นเส้นเลือดปูด
              "ฉิวซิน... หยาง ฉิวซิน มิใช่โจรฉิวซิน..."
              "..." มี่ฟางทำหน้าไม่เชื่อฉิวซินจึงถอนหายใจออกมาแล้วอธิบายต่อเสียงเย็นและดวงตาแข็งกร้าว
              "ข้าคือว่าที่เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ และคือคนที่ให้เจ้าได้ทำงาน"
              "ชูปิงสีน้ำเงินในตอนนั้นคือเจ้ารึ?!"
              "ชูปิง?" ชายชุดน้ำเงินนึกย้อนไปในช่วงที่ตนสวมเสื้อผ้าหนาๆสีน้ำเงินที่ตนชอบ เพราะต้องการกันขนแมว แต่กลับใส่หนาไปหน่อยจนเหลือเพียงเส้นผมบางส่วนกับดวงตาที่โผล่ออกมาทำให้ดูไม่ต่างจากก้อนแป้งชูปิงที่อีกฝ่ายว่า แต่ไหงกลายเป็นชูปิงไปได้ล่ะ? ของชอบรึ?
              "..." มี่ฟางมองอีกฝ่ายอย่างลุ้นระทึก แต่ยังไม่ละการป้องกัน ฉิวซินมองแมวของมี่ฟางแล้วแสดงความไม่ไปใจผ่านสายตาของตนจนชูปิงรู้สึกกลัวแล้ววิ่งไปด้านหลังของเจ้าของ

             "ทำไมต้องเป็นแมวด้วย" เขาพึมพำ ยังดีนักที่มันมิได้เข้ามาใกล้มากไป มิเช่นนั้นคงได้ป่วยเพราะอาการแพ้เป็นแน่ "ลู่ มี่ฟางคือท่านสินะ ข้ายังจำได้ดีว่าท่านเคยขอเล่นดนตรีกับข้าในคราก่อน และร่วมแสดงละครดนตรีกับข้าในครานี้"
             "ท่านพูดอะไร หรือว่า... ชายคนนั้นคือท่าน?"
             "ใช่ นั่นคือข้า และเจ้ายังจำได้ไหม ว่าบทที่เพิ่งเปลี่ยนไปนั่นก็ฝีมือข้า"
             "เพื่ออะไร..."
             "พิจารณาเจ้าใกล้ๆไงล่ะ ลมปราณ วรยุทธ์ และความสามารถ ซึ่งข้าได้ทราบอีกว่าเจ้าจะออกเดินทางไปเป่ยผิง"
             "ท่านรู้มาจากไหน!?"
             "หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ข้าไปแทบทุกที่ในเมือง ทำไมจะไม่รู้"
             มี่ฟางเขม่นมอง ชายหนุ่มจับขันแน่นแล้วมองสภาพของอีกฝ่าย "แล้วทำไมถึงมาในสภาพนั้น..."
             "ข้าแค่อยากไปออกนอกเมืองมาน่ะ แต่ไม่สำเร็จ..." ว่าแล้วก็สลด "นั่นคือเหตุผลที่ข้ามาหาเจ้า ได้โปรด... ช่วยข้าไปนอกเมืองที ข้าอยากเดินทางร่วมกับเจ้า" กล่าวด้วยสีหน้าตายด้านและน้ำเสียงที่เรียบสนิททำให้ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจริงจังกับคำที่ตนพูดออกมาหรือไม่สำหรับมี่ฟาง แต่ถ้าให้คาดอีกทีก็คงจริงจังกระมัง เพราะแววตาแห่งความมุ่งมั่นมันสะท้อนออกมาตลอด
           "แต่ข้ามีแมวนะ..."
           "ข้ามียา จะพยายามอดทนกินมัน"

           "ถ้าข้าปฏิเสธล่ะ"
           "ข้าคงต้องให้เจ้าจ่ายที่พักราคาแพงนี้ให้ข้า ถ้าไม่มีเงินก็อยู่ทำงานที่โรงเตี๊ยมกับข้าจนกว่าจะชดใช้หมด"
            "เช่นนั้นข้าขอเลือกทำงานเสียดีกว่า"
            "ข้าจะติดตามเจ้าไปทุกๆที่จนกว่าจะได้เจ้ามา"
            "ท่านชาย ข้าเกรงว่าท่านควรจะไปหานักเดินทาง หรือจอมยุทธ์ดีกว่านักดนตรีธรรมดาอย่างข้า"
           "ไม่" ฉิวซินปฏิเสธเสียงแข็ง "คนที่เล่นดนตรีเก่งได้แบบเจ้ามีนิดเดียว ข้าจะไม่พลาดไปแน่" ค่อยค่อยๆลุกขึ้น แม้จะบาดเจ็บเพราะเกิดจากแรงกระแทงซึ่งมาตากการทำตัวเองแล้วเดินไปยืนอยู่ตรงหน้ามี่ฟาง "ช่วยข้าเถอะนะคุณชาย ส่งแค่นอกเมืองก็ได้" มือทั้งสองประสานและคารวะขอ
            "เฮ้อ... แค่นอกหมู่บ้านนะขอรับ" เขาคิดว่าตนทำผิด แต่ด้วยแรงกระตุ้นบางอย่างทำให้ตนตอบตกลงไป จากนี้คงได้มีงานมากขึ้นแล้ว





แสดงความคิดเห็น

( เมื่อไปถึงเมืองซานตง ฉิวซินได้ขอแยกตัวและขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยตนออกนอกเมืองบอกว่าถ้ามีวาสนาไว้เจอกัน )  โพสต์ 2017-11-12 10:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x9
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

79

กระทู้

853

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
13546
เงินตำลึง
1841
ชื่อเสียง
13132
ความหิว
260
คุณธรรม
554
ความชั่ว
0
ความโหด
8
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-11-14 20:26:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{พักโรงเตี้ยม}



         หลิงผิงผิงรีบเดินทางแค่ไหนแต่ก็มาถึงที่เมืองฮั่นจงเวลาดึกมากแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่ยอมนอนค้างข้างนอกแน่ๆ ผู้หญิงตัวคนเดียวแถมวิชาต่อสู้ไม่เอาไหนแบบนี้... จะปลอดภัยได้ไง เธอหาสอบถามทางจนมาถึงโรงเตี้ยมซิ่วฉิว โชคยังดีที่ยังไม่ปิด...

         "เถ้าแก่เจ้าค่ะ ข้าขอห้องพักปกติ 1 ห้องเจ้าค่ะ ขอน้ำร้อนด้วย" หลิงผิงผิงบอกกล่าวก่อนจะมีเสี่ยวเอ๋อร์เดินนำขึ้นไปยังห้องพัก






         "สักครู่จะนำน้ำร้อนและอ่างอาบน้ำมาให้ขอรับ"

         "ขอบคุณเจ้าค่ะ" หลิงผิงผิงยิ้มร่าก่อนจะโยนห่อผ้าลงบนโต๊ะเตี้ยก่อนจะโดดขึ้นที่นอน... "สบายที่สุดเลย!!!" แต่ไม่ทันไรก็เผลอหลับไปเสียแล้วและยังไม่ได้อาบน้ำ...



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x3
x3
x90
x1
x1
x10
x50
x10
x8
x20
x1
x10
x40
x24
x32
x18
x6
x40
x10
x28
x64
x42
x24
x2
x20
x94
x8
x2
x50
x312
x40
x46
x1
x60
x20
x135
x50
x28
x50
x100
x5
x30
x15
x34
x1
x15
x20
x43
x1
x20
x251
x510
x380
x80
x252
x149
x96
x23
x68
x290
x70
x2
x202
x5
x115
x400
x66
x45
x13
x1
x1
x25
x9
x3
x42
x10
x10
x33
x127
x4
x47
x1
x38
x1
x100
x75
x50
x1173
x6
x6
x2
x30
x31
x74
x349
x150
x2
x2
x378
x10
x145
x386
x365
x20
x31
x86
x3
x54
x120
x1
x18
x7
x5
x162
x8092
x38
x541
x1100
x3121
x25
x567
x1051
x12
x17
x25
x51
x57
x121

120

กระทู้

898

โพสต์

27หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
41648
เงินตำลึง
53058
ชื่อเสียง
117139
ความหิว
527

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2677
ความชั่ว
267
ความโหด
825
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-11-18 04:31:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2017-11-19 05:51

หลังจากออกเดินทางมาจากเขตเมืองฉางอันแล้ว เธอเดินทางมาเรื่อยๆจนพบทางแยกระหว่างทางไปเมือง ฮั่นจง กับ อู่โตว
และเทียนซุย
เธอคิดไปคิดมา 2เมืองข้างหลังเรายังไม่มีธุระที่จะต้องไปนี่นา ถ้างั้น ลงเมืองฮั่นจงเลยละกัน
จากนั้นจึงออกเดินทางลงไปยังเมืองฮั่นจงต่อ

เวลาผ่านไป ลงมาถึงเมืองฮั่นจงก้ตะวันตกดินพอดี ถือว่ามาถึงทันเวลานะ
พอมาถึงเมือง ตอนนี้รู้สึก...ง่วงขึ้นมาอีกแล้ว หลับที่โรงน้ำชาในเมืองฉางอันยังนอนไม่พอสินะ...
ถ้างั้นก้คงต้องหาโรงเตี๊ยมนอนแล้วล่ะคืนนี้


เธอขี่ม้าเข้ามาในเมืองฮั่นจงเวลาพลบค่ำ มองซ้ายมองขวาหาโรงเตี๊ยมเหมาะๆสักทีหนึ่ง
ระหว่างมองหาก็เดินผ่านสวนพฤษศชาติกลางเมืองที่เคยแวะมาเยี่ยมเยือน.. อืม ตอนนี้ก้ไม่มีธุระอะไรที่จะแวะหรอกนะ
รวมถึงพรุ่งนี้ด้วย
เธอไม่สนใจแล้วไปต่อ


จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ดูไม่คุ้นตา มันมีชื่อว่า... โรงเตี๊ยมซิ่วฉิว
เป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ที่ประดับด้วยสวนดอกไม้ล้อมรอบ
ดูจากขนาดใหญ่ของที่นี่แล้วน่าจะเปิดมานาน...และมีการขยายร้านอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้มาเยือน
อืม.. ช่างเป็นที่ๆเหมาะนะ ว่าแล้วก้เลือกที่นี่ซะเลย


จากนั้นเธอจึงนำม้าเข้าไปพักที่จุดพักม้าข้างโรงเตี๊ยม ขนาดจุดพักม้ายังมีขนาดใหญ่ แทบจะจุม้าได้ทั้งกองทัพ
ก้ว่าไป..
หลังจากนำม้าเข้าไปพักแล้วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม...
ภายในโรงเตี๊ยมก้ใหญ่พอควร.. ขนาดน่าจะพอๆกับร้านน้ำชาในฉางอันที่เคยไปมา โรงเตี๊ยมใหญ่ๆแบบนี้ต้องมีกิจการดี หรือไม่ก้..
มีเชื้อสายขุนนางก้ว่าได้


ว่าแล้วก้เดินไปหาเถ้าแก่โรงเตี๊ยม
"เถ้าแก่...เอ่อ..."
"ขอห้องพักค้าง1คืน ...เถ้าแก่..."
เธอบอกไปสั้นๆ


"ได้เลยแม่นาง ห้องนั้นนะ" เถ้าแก่ชี้ไปยังห้องที่ยังว่าง
ว่าแล้วเธอก้จ่ายเงินสำหรับห้องพัก 1 คืน แล้วเดินไปเข้าห้องพักว่างที่นั่น


เธอวางสัมภาระต่างๆไว้ข้างเตียง แล้วนั่งลงบนเตียง
"เฮ้อ... เหนื่อยชะมัด.."
เธอถอนหายใจ
"คิดว่าเทพไป๋เหมียว... จะส่งอะไรแปลกๆมาหารึเปล่านะ.." จริงๆแล้วเธอคิดเรื่อยเปื่อยไปงั้น
ก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเตียง แล้วหลับพักผ่อนไป..
หลังจากเหนื่อยล้ากับการเดินทาง..





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ตัวเบาขั้นสูง
พัดหวงไจ้
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x8
x43
x5
x76
x6
x84
x6
x1
x10
x28
x6
x2
x8
x8
x18
x8
x8
x13
x10
x168
x1
x12
x54
x120
x1
x300
x30
x170
x740
x80
x350
x5
x60
x3
x10
x4
x588
x5
x258
x108
x368
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x61
x149
x6
x59
x3
x20
x132
x645
x2
x255
x15
x55
x219
x2
x1600
x7
x98
x3
x105
x5750
x78
x38
x1
x59
x5
x3
x25
x11
x48
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x458
x5052
x87
x25
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x5
x52
x6
x2980
x18
x205
x13
x238
x24
x408
x378
x39
x130
x221
x278
x254
x68
x54
x121
x209
x9999
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x10
x3539
x30
x480
x79
x1
x590
x147
x4
x133
x225
x219
x267
x131
x152
x9
x5012
x5139
x136
x17
x213
x462
x303
x353
x105
x1700
x134
x360
x7
x1401
x367
x220
x73
x162
x37
x1
x129
x11
x10
x515
x146
x326
x230
x60
x55
x650
x1041
x91
x465
x162
x421
x31
x121
x19
x29
x439
x19
x102
x18
x354
x147
x19
x25
x20
x39
x1235
x4977
x20
x163
x1
x138
x91
x20
x8
x10
x24
x5
x124
x198
x18
x34
x161
x8
x17
x76
x208
x1
x1
x1397
x1

120

กระทู้

898

โพสต์

27หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
41648
เงินตำลึง
53058
ชื่อเสียง
117139
ความหิว
527

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2677
ความชั่ว
267
ความโหด
825
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-11-19 05:51:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิงนูตื่นขึ้นมาหลังจากหลับไปในโรงเตี๊ยมชุ่นฉัว ในเมืองฮั่นจง เป็นการพักผ่อนที่ดีเลยทีเดียว
กำลังกายเธอกลับมาฟื้นอย่างเต็มที่ คงได้เวลาออกไปผจญภัยอีกครั้งแล้วสินะ


แต่เดี๋ยวก่อน เราเดินทางมานานน่าจะอาบน้ำสักหน่อย ชำระล้างร่างกายให้สะอาดเสียก่อนน่าจะดี
เพราะเราลุยมาหลายที่ ไม่ว่าจะรังโจร หรือว่าสุสานและฝุ่นดินระหว่างการเดินทาง... ล้วนทำให้เนื้อตัวเริ่มสกปรก
เธอนึกเรื่องที่จะทำต่อจากนี้ แน่นอนคือ อาบน้ำ...


เธอจึงเดินออกมาจากห้องพัก โดยยังไม่ได้แบกสัมภาระออกมา...พร้อมกับเดินไปหาเถ้าแก่
"เอ่อ..เถ้าแก่ ขอบริการอาบน้ำหน่อยได้ไหม..?"
เธอเอ่ยขอเถ้าแก่ไป


"โอ้ ได้สิแม่นาง" เถ้าแก่ตอบ พร้อมกับเรียกเสี่ยวเอ้อคนหนึ่งให้ไปเตรียมน้ำร้อนกับอ่างไว้
ส่วนเถ้าแก่ก้บอกว่าเดี๋ยวจะไปเตรียมอ่างให้ โปรดรอให้ห้องพักของตัวเองได้เลย
หลิงนูฟังดังนั้นจึงพยักหน้า เลยจ่ายเงินค่าอาบน้ำไปก่อน แล้วเข้าไปรอในห้องพักตัวเองดังเดิม


ขึ้นไปนอนกลิ้งอยู่บนเตียงเป็นเวลาสักพักหนึ่ง ก่อนที่เสี่ยวเอ้อจะมาเรียกเธอ ว่าเตรียมน้ำเสร็จแล้ว
"อ่างอาบน้ำพร้อมแล้วนะคะ"
หลิงนูลุกขึ้นลงจากเตียงแล้วพยักหน้า เดินไปที่อ่างอาบน้ำหลังโรงเตี๊ยม หลังจากนั้นเสี่ยวเอ้อคนนั้นก้เดินหายไปในโรงเตี๊ยม
มองซ้ายมองขวา ดูจากที่ๆเตรียมให้เป็นที่ลับตาคนแน่นอนไม่มีใครมองเห็น
เมื่อมั่นใจแล้วจึงุอดเปลื้องเสื้อผ้าออก แล้ววางไว้ข้างๆอ่าง แล้วจึงก้าวขาลงอ่างอาบน้ำ


น้ำกำลังอุ่นๆได้ที่ เหมาะแก่การอาบอย่างยิ่ง แถมมีกลิ่มหอมอ่อนๆออกมาจากน้ำด้วย
ตัวเธอแช่ลงในอ่างอาบน้ำอย่างสบายใจ น้ำอุ่นช่วยให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า และรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
เธอกวักน้ำล้างตัวอยู่เนืองๆ พร้อมกับเอาน้ำล้างเส้นผมยาวของเธอเพื่อขจัดความสกปรก และเอาน้ำล้างหน้าให้สะอาดด้วย
คนอย่างเธอไม่ต้องแต่งหน้าทรงเครื่องอะไร เพราะมันไม่จำเป็นต่อการเดินทางฝึกฝน ฉะนั้นเธอจึงไม่ห่วงสวยใดๆ


เวลาผ่านไปประมาณ20นาทีเศษๆ เธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เช็ดตัวให้แห้งแล้วใส่ชุดเสื้อผ้าตามเดิม
แล้วเดินไปบอกเสี่ยวเอ้อร์ให้เก็บอ่างอาบน้ำให้เรียบร้อย
กลิ่นตัวเธอมีความหอมอ่อนๆจากการอาบน้ำ แต่เธอเองนั้นรู้สึกไม่ชอบใจเล็กน้อย เพราะมันเหม็น สำหรับเธอเอง...


หลังจากนั้นจึงกลับเข้าห้องเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางต่อ แล้วออกมาจากโรงเตี๊ยม เธอแน่ใจว่าไม่ติดค้างค่าอะไรใดๆเพราะจ่ายล่วงหน้าก่อนหมดแล้ว
เธอจึงไปยังจุดพักม้าข้างโรงเตี๊ยม พร้อมกับจูงม้าออกมาแล้วขึ้นขี่ จากนั้นจึงขับม้าออกเดินไปจากเขตโรงเตี๊ยมเพื่อไปเยี่ยมที่อื่นต่อ...


@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ตัวเบาขั้นสูง
พัดหวงไจ้
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x10
x8
x43
x5
x76
x6
x84
x6
x1
x10
x28
x6
x2
x8
x8
x18
x8
x8
x13
x10
x168
x1
x12
x54
x120
x1
x300
x30
x170
x740
x80
x350
x5
x60
x3
x10
x4
x588
x5
x258
x108
x368
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x61
x149
x6
x59
x3
x20
x132
x645
x2
x255
x15
x55
x219
x2
x1600
x7
x98
x3
x105
x5750
x78
x38
x1
x59
x5
x3
x25