กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 349|ตอบกลับ: 5

{ เมืองเฉิงตู } ศาลาหมิงหลัน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-9 18:55:43 |โหมดอ่าน

ศาลาหมิงหลัน

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเมืองเฉิงตู บรรยากาศเย็น เงียบสงบห้อมล้อมด้วยธรรมชาตินานาพรรณ
โดดเด่นด้วยกล้วยไม้ป่า ต้นหลิว และดอกบัวหลายชนิด มีสวนสวยๆ ตกแต่งอย่างเรียบง่าย
และศาลาที่ตั้งอยู่ริมบึงบัวเหมาะแก่การนั่งพักผ่อนชมวิว นอนชมปลา เล่นดนตรี จนไปถึงการพบเจอบุพเพวาสนา



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-11-10 22:28:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-10 22:39

            มี่ฟางเดินมาพักผ่อนหย่อนใจในศาลาหมิงหลัน ในช่วงนี้ยังไม่มีคนมามากจึงมีที่สำหรับนั่งเล่น ชายหนุ่มใช้เวลาพักผ่อนในการทำความสะอาดเอ้อหูพร้อมปรับสายของมันให้เข้าที่ แอบบิดขี้เกียจนิดหน่อยระหว่างนั้น พอเสร็จก็นั่งชมนกชมไม้ ทอดมองดวงจันทรายามค่ำคืนที่ส่องสว่างงดงามเหมือนดังเช่นทุกวัน เขาเริ่มง่วงหงาวหาวนอนเล็กน้อย แต่ก็ยังไหวอยู่ สติมิได้เลอะเลือนมากไปกว่าร่างกาย หรือเขาอาจจะต้องนอนพักสักหน่อย? แต่ถ้ามีใครมาพบเข้าจะโดนมองแปลกๆหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าร่างกายยังไหว ก็แค่นั่งพักครู่เดียวเดี๋ยวก็ไปแล้ว
         "ช่วงชีวิตของข้านี่ช่างธรรมดาและสงบจังเลยนะ" ชายหนุ่มพึมพำพร้อมแย้มรอยยิ้ม เพราะสงบแบบนี้จึงมีความสุข ไม่ต้องการสิ่งอื่นใดมากไปกว่านั้นอีก.. แล้ว... (?)
          แต่ก็รู้สึกว่าช่วงชีวิตมันดูว่างเปล่าขัดกัน แต่ไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง ข้าแค่คิดมากไป
          มี่ฟางป้องปากหาว ชายหนุ่มมองดอกบัวก่อนจะมองปลาในสระ เขายิ้มในขณะนั้น พลันก็นึกอยากเล่นดนตรีขึ้นมา เป็นการทดสอบเสียงเอ้อหูไปในตัว จะว่าไปเขาก็เล่นเอ้อหูไปเกือบทั้งชีวิต ถ้าจักเปลี่ยนแนวดนตรีน่าจะเพิ่มสีสันให้เขาบ้างกระมัง แต่พอนึกถึงดนตรีอื่นนอกจากนี้ก็นึกถึงกู่เจิงขึ้นมา เครื่องดนตรีที่มีความนิยมมากๆในหมู่นักดนตรี ไม่เพียงเท่านั้นคนเล่นจะต้องมีความสามารถมากอีกด้วย
         "จะอะไรก็ดีทั้งนั้นแหละนะ" มือทั้งสองเตรียมตั้งเอ้อหูมาสีในศาลาเดี่ยวกลางน้ำ
         เมี๊ยว...
        เสียงแมวลอยมาจากที่ไหนสักที่ ชายหนุ่มหยุดมือแล้วมองหา
        เมี๊ยว...
        หันหลังหันข้างก็หาไม่เจอ
       เมี๊ยว...
       มองไปด้านใต้ก็แล้ว แต่เสียงแมวใกล้มากทำไมถึงหาไม่พบ? จนแล้วจนรอดในที่สุดมี่ฟางก็ต้องลุกขึ้นจากที่เพื่อตามหาแมวเจ้าของเสียง เขาเดินรอบทั้งศาลา เสียงแมวยังคงร้องอย่างต่อเนื่องแต่กลับไม่เจอเช่นเคย ในที่สุดเขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้านบนหลังคา
       "อยู่นี่เอง" ชายหนุ่มยิ้ม


       เมี๊ยว... เมี๊ยว...  เจ้าแมวขนสีส้มลายจุดร้องอยู่ยนหลังคา มี่ฟางพยายามเอื้อมมือไปรับ มันขู่ฟ่อไม่ยอมลงมา แต่ที่ร้องเหมียวให้เขาได้ยินนี่ไม่ใช่ว่าจะลงมาหรอกหรือ? ถึงจะชอบแมวบ้างแต่ไม่ได้ชอบปีนไปเก็บเองหรอกนะ ชายหนุ่มคิด
      เขากลืนน้ำลาย มองซ้ายมองขวาหาผู้คน เมื่อไม่มีใครเดินผ่านจึง... "มะ เหมียวๆ..."
       เมี๊ยววว
       เจ้าแมวตอบกลับในที่สุดมันก็ลงมาเพียงแค่ร้องเสียงตามมัน เป็นแมวที่ดูว่าง่าย(?) ดีจังเลยนะ...
      "มีเจ้าของไหมนะ" มี่ฟางสำรวจตัวแมวที่โดดใส่มืออย่างระวัง ดูเหมือนว่าจะไม่มีปลอกคอหรือป้ายชื่ออะไรที่บ่งบอกว่ามีเจ้าของ เจ้าแมวมองเขาตาใสแจ๋ว ชายหนุ่มถอนหายใจขณะมองกลับ
      "ชูปิง เอาชื่อนี้ไปก่อน" เขาเอ่ย ชูปิงร้องเมี๊ยวตอบรับ "ข้าจะเอาเจ้าไปด้วยสักระยะหนึ่ง รอจนกว่าจะหาเจ้าของเจอ แต่จะว่าไป..."
      เมี๊ยวว~
      "กินเจียวจือเป็นไหม?"
      เหมียว...?
      



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2018-1-13 16:39:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บุพเพนั่นไม่มีอยู่จริงหรอก




        ผิงผิงใช้เวลาไม่นานนักก็เดินมาถึงศาลาหมิงหลัน วิวสวยตามที่บอกเล่าจริงๆ แต่เพราะยังไม่มืดค่ำ… ยังคงพอมองเห็นวิวได้ง่าย ผิงผิงจึงพาร่างของตัวเองไปนั่งพักในศาลาแต่ก็อดที่จะหนาวสั่นไม่ได้เพราะเหงื่อที่ออกแถมลมเย็นก็พัดมา เด็กสาวจับชายกางเกงตัวเองขึ้นมาเพื่อดูว่าข้อเท้าเป็นอย่างไรบ้าง… “อ่า บวมอีกแล้ว”
        เด็กสาวถอนหายใจอย่างปลงๆ ไม่น่าดื้อเลยเรา แต่มาถึงแล้วพักดูวิวสักนิดคงไม่เป็นไร… เด็กสาวมองไปรอบๆ ก่อนจะมีอะไรกระทบสายตา เพราะแสงของพระอาทิตย์ส่องลงมา ผิงผิงจึงกระเพลกไปทางนั้นก่อนจะก้มลงเก็บ… “นี่มันแร่อะไรกัน…?”
        ผิงผิงสงสัยแต่ก็เก็บใส่แขนเสื้อตัวเองเพราะว่าเธอนั้นชอบสีเขียวแถมดวงตาของเธอก็เป็นสีมรกตอีกต่างหาก ก่อนจะหันกลับเดินไปที่ศาลาแต่สะดุดเข้าที่บันไดก่อนจะล้มจับกบ…
       “อีกแล้ว! โอ๊ย อะไรเนี่ย” ผิงผิงหัวเสีย เธอเกลียดเวลาตัวเองทำอะไรไม่ได้ดั่งใจสุดๆ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอเจ็บตัวแล้ว เด็กสาวลุกมานั่งกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ เพราะขี้เกียจที่จะพยุงตัวเองไปนั่งดีๆ แล้ว
        “ฮะ… ฮัดชิ่ว” ผิงผิงจามออกมาเสียงดังก่อนจะถูจมูกตัวเองไปมา
        “หวัดคงไม่กลับมาหรอกนะ… ให้ตายสิ” ผิงผิงบ่นอุบอิบคนเดียวก่อนจะดันตัวเองให้ลุกจากพื้นหินที่เย็นเฉียบแล้วไปนั่งในศาลาให้ดีๆ แต่ทำไมรู้สึกง่วงงุนจนได้… เด็กสาวพิงกับขอบระเบียงศาลาก่อนจะงีบไป… เพราะคิดว่าเอาแรงเสียหน่ยแล้วค่อยกลับโรงเตี้ยม

       “งืม…” ผิงผิงยังคงหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา เด็กสาวอยู่ในชุดของบุรุษอีกเช่นเคยแต่ที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยก็คงผมเพราะตอนหลับนั้นผ้าที่ใช้มัดผมอยู่เกิดคลายออกเองทำให้ผมที่มัดเป็นหางม้าอย่างดีสยายไปเต็มกลางหลัง…



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -13 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -13 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2018-1-13 19:01:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-1-13 19:02

ข้าโดนจับ กระโดดไปมาอีกแล้วนะ!


       แกร่
        เสียงกิ่งไม้หักแม้จะน้อยนิดแต่ผิงผิงไม่ได้หลับลึกทำให้เธอลืมตาตื่นก่อนจะต้องตกใจเพราะไม่คาดว่าจะมีคนอื่นอยู่ในศาลาด้วย เพราะความตกใจป่นไม่ระวังทำให้ร่างเล็กเผลอตกจากเก้าอี้ทำให้ไปจับกบอีกรอบ… แต่ก็ส่งผลให้เจ็บข้อเท้ามากกว่าเดิม เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!
       “ซี๊ด…” ผิงผิงหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุลคลตรงหน้าจนต้องหน้านิ่งไป…
       “ท่าน…”

       “เจ้าตื่นแล้วเหรอ” ซืออี้โหวที่เพิ่งเดินกลับมาหลังจากครั้งแรกที่เขามาถึงศาลาก็เห็นร่างเล็กนอนหลับอยู่ จึงกลับไปที่จวนเพื่อนำผ้าห่มมาให้ “งั้นผ้าห่มนี่เจ้าคงไม่ต้องใช้แล้วสินะ” ซืออี้โหวเอ่ยพลางมอง
       “แล้วนั่นเจ้าเป็นอะไรอีกล่ะ”

        “ขะ… ข้า…” ผิงผิงนั้นพูดไม่ถูกเท่าไรนัก การที่คนตรงหน้ามาเธอเห็นในสภาพมอมแมมแบบนี้ เด็กสาวยกมือขึ้นจับผล… “ผ้ามัดผมไปไหนแล้ว” ผิงผิงไม่ชอบปล่อยผมเพราะมันยุ่งยากที่จะต้องหมัดอีก เมื่อเธอเห็นก็รีบหยิบมามัดไว้ลวกๆ แต่มิได้ตอบคำถามคนตรงหน้า

       “เจ้าจะเงียบทำไม…” ซืออี้โหววางผ้าห่มลงก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้ามมองอีกฝ่าย

       “ข้า… ข้าคิดว่าท่านน่าจะอยู่ที่ศาลเจ้าร้าง…” ผิงผิงเอ่ยเสียงเบาวิว จะบอกได้ไงละว่าเธอหลบหน้าอีกฝ่ายอยู่ เด็กสาวยันตัวเองลุกขึ้นไปนั่งดีๆ โดยพับขาไปอีกด้านให้ชายกางเกงคุมเท้าที่บวมแดงไว้

       “เจ้าเห็นข้าเป็นผีเฝ้าศาลเจ้ารึ(?)” อี้โหวพูดถามอีกฝ่ายอย่างฉงน อะไรกันทำให้เด็กคนนี้คิดว่าเขาเป็นคนเฝ้าศาลเจ้า หรือหน้าตาเขาจะดูเหมือนคนเฝ้าศาลเจ้าทั่วไปงั้นเหรอ(?)            

       “ก็… ท่านดูแลเด็กๆ แต่ถ้าท่านเป็นผี... ก็คงเป็นผีที่ดูดีกระมั่ง…” ผิงผิงเอ่ยเสียงเบาในประโยคหลังแล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ “ข้าลืม! สวัสดีเจ้าค่ะ พี่ซือ” เธอลืมทักทายบุรุษตรงหน้า

       “ช่วงนี้ข้ามักมานั่งชมทิวทัศน์ที่นี่น่ะ ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรเหรอ ไหนว่าจะขึ้นเหนือ” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนมองอีกฝ่าย

        “ข้าได้ยินชาวบ้านบอกว่าที่นี่วิวสวย ข้าเลยมาตามที่ชาวบ้านบอกเพราะยังมิเคยมา… ข้ามิได้บอกว่าจะขึ้นเหนือนะเจ้าค่ะ” ผิงผิงมองด้วยความสงสัย นี่ใจคอจะไม่ถามเลยเหรอว่าสองปีนี้เธอหายไปไหนมา สบายดีไหม? แต่เด็กสาวสลัดความคิดนั้นออกเพราะว่าเธอกับพี่ซือไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น… คงมีเพียงเธอที่คิดเรื่องของพี่เขา

       “จริงสิ เจ้าไปดูวิวตรงสระน้ำด้านนู้นไหม” ซืออี้โหวเอ่ยถามอีกฝ่าย

       “ไปเจ้าค่ะ พี่ซือเชิญก่อนเลยเจ้าค่ะ” ผิงผิงยิ้มให้รอให้เขาไปก่อนเธอค่อยตามไป เพราะขืนลุกตอนนี้ก็รู้หมดสิ

       “ตามมาสิ” ซืออี้โหวเดินนำผิงๆ ออกไปนอกศาลา….ก่อนหันไปมองอีกฝ่าย “มาเร็วสิผิง สองปีนี้เจ้าอึดอาดขึ้นหรือไง” เขามองอีกฝ่ายที่ดูไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเมื่อสองปีก่อน

       “ข้ามิได้อึดอาดเสียหน่อย” ผิงผิงเอ่ยพร้อมกับลุกช้าๆ โดยไม่ลงน้ำหนักที่เท้าขวา พลางเดินตามหลังพี่ซือไป        
        
       “เจ้าเป็นอะไร ทำไมดูแปลกๆ” ซืออี้โหวถามขึ้นพลางมองอีกฝ่าย เท้าขวาอีกฝ่ายเหยียบพื้นเหมือนเหยียบไม่สุด

       “ไม่ได้เป็นอะไรนี่เจ้าค่ะ” ผิงผิงยิ้มซื่อพลางเดินให้เป็นปกติ เธอยังผวาไม่หายที่โดนจับทำแผลคราวก่อน

       “งั้นรึ(?)” ซืออี้โหวพูดก่อนหรี่ตามองอีกฝ่าย “งั้นก็ไปกัน” เขาเดินไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายก่อนพาวิ่ง

       “ดะ… เดี๋ยวพี่ซือ ทำไมต้องวิ่งด้วย” ผิงผิงวิ่งไปตามแรงดึงโดยเผลอลงน้ำหนักที่เท้าขวาจนเม้นปากแน่น แต่ก็วิ่งตามไปอยู่ดี เพราะแรงเธอสู้อีกฝ่ายไม่ได้

       ซืออี้โหวไม่พูดอะไร เขาคว้าตัวอีกฝ่ายโยนขึ้นก่อนกระโดดรับและพาไต่ต้นไม้ไปข้างหน้า โดยไม่ฟังอีกฝ่ายพูดตอบโต้
       “พี่ซือ! พี่เล่นบ้าอะไรเนี่ย!” ผิงผิงร้องเสียงหลง นี่มันอะไรกัน โดนอุ้มกระโดดไปมาอีกแล้ว! แต่ผ่านไปสักพักผิงผิงแอบมองเสี่ยวหน้าด้านข้างของพี่ซือพลางเม้นปากแน่น… อยากต่อยเสียจริง บุรุษเป็นทุกคนเลยหรือไงกัน ไม่ฟังเสียงกันบ้างเลย!


@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -7 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -7 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1
โพสต์ 2018-4-4 18:44:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-4-4 21:16

หยุดร้อง


        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินมาทางหลบผู้คนใต้ร่มไม้ เด็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอก็ยังคงสะอื้นอ้อนร้องไห้ไม่หยุด จนเธอนั้นไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ่งแต่เป็นพี่ใหญ่ของเธอ ท่านพี่จิ้นอันยิ่งแล้วใหญ่ เขานั้นดูเหมือนไม่เคยเจอสถานะการณ์เช่นนี้ด้วยซ้ำไป


        เธอเลือกที่จะใช้คำพูดปลอบโยนเด็กน้อย และมือนั้นก็ตบบริเวณหลังของเด็กหญิงเบาๆ เหมือนกับแม่ที่กำลังปลอบขวัญลูกสาว


        “โอ๋ๆ...ไม่เอานะคะเด็กดี ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยแล้วนะคะ” เธอพูดไปด้วยพร้อมทั้งโอบอุ้มไปด้วย ใช้คำพูดหว่านล้อม รวมถึงบ่งบอกถึงเจตนาดีอย่างสุดซึ้ง


        “ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอกนะ และข้าก็จะปกป้องเจ้าด้วย ไม่เป็นไรสาวน้อย เชื่อใจข้านะ ข้าจะไม่ไปไหนแล้ว จะไม่มีใครมาทำอะไรเจ้าแล้วล่ะจ๊ะ” พระชายาหลินเฟยพูดเหมือนกับประโยคที่แม่พูดกับเด็ก การที่เห็นเด็กคนหนึ่งตัวคนเดียวร้องไห้ก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เธอหยุดร้อง


        เวลานั้นผ่านไปจนนไม่อาจจะนับได้ แต่มันก็เป็นเวลาที่นานพอดูเลยล่ะ เด็กคนนั้นพยายามที่จะกล้ำกลืนคำร้องของตนเอง แต่เธอก็ยังคงมีเสียงสะอื้นร้องอยู่เป็นระยะ ก่อนที่พระชายาหลินเฟยนั้นจะค่อยๆ ใช้มือถอดผ้าคลุมใบหน้าออก แสดงให้เห็นถึงใบหน้าที่แท้จริงของเธอ…


        เด็กสาวผู้นั้นจ้องแวบไปแปปหนึ่ง ก่อนที่พระชายาจะลูบหัวของนางด้วยความรัก พร้อมทั้งอุ้มเด็กหญิงคนนั้นมาไว้ในอ้อมแขนดังเดิม พลางฮัมเพลง เพื่อเป็นการปลอบโยนเธอไปในตัว จนเด็กสาวนั้นต้องร้องเรียกเพราะว่าเป็นเพลงที่ตนเองรู้จัก..ก่อนที่จะสูดน้ำมูกเพราะว่าตนเองนั้นร้องไห้ออกมามากเกินไป


        “อ่ะ...เพลงนี้หนูรู้จัก” เด็กหญิงเริ่มพูดประโยคแรกขึ้นมา แสดงถึงสัญญาณที่ดีในการที่จะพูดคุยต่อไป แต่ทว่าคงต้องหาสถานที่ ที่เงียบสงบกว่านี้ เพราะฉะนั้นพระชายาหลินเฟยก็ยิ้มหวานๆให้กับเด็กน้อยคนนั้น ก่อนที่จะพูด


       “งั้นเราไปหาที่ร้องเพลงสงบๆกว่านี้ดีกว่าเนอะ? จะได้ร้องเพลงดังๆได้ด้วยเนอะ” พระชายาหลินเฟยพูดถามเด็ก เนื่องจากหากพาไปเลย เด็กหญิงอาจจะร้องไห้อีกก็เป็นได้ ส่วนเด็กหญิงเมื่อเห็นอย่างงั้นก็หน้ายู่สักพักแล้วพยักหน้า


       “อือ...ไม่ชอบคนเยอะ”


        หลังจากนั้นพระชายาหลินเฟยรวมถึงพี่ชายจิ้นอันก็เดินทางพลางคุยเล่นกับเด็กน้อยไปด้วย ถึงจะบอกว่าคุยเล่นก็ตามที ความจริงแล้วก็สลับกับร้องเพลงไปนั้นล่ะ ทำให้ดูเหมือนคู่พ่อแม่ลูกที่กำลังมาเดินตลาด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ไง!!!


        พระชายาหลินเฟยเดินมาเรื่อยๆ จนถึงศาลาหมิงหลัน ที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเมืองเฉิงตู บรรยากาศเย็น เงียบสงบห้อมล้อมด้วยธรรมชาตินานาพรรณแบบนี้ล่ะ เหมาะกับการเลี้ยงเด็กที่กำลังขวัญเสียอยู่เลย


        “เอาล่ะ ถึงแล้ว เห็นไหม..มีสวนดอกไม้ด้วยนะ” พระชายาหลินเฟยพูด ส่วนเด็กสาวคนนั้นก็หันไปทางที่กำลังเดินเข้ามา เมื่อเห็นเหล่าดอกไม้ ก็หันไปทางพระชายาหลินเฟยเหมือนกับว่าอยากลงไปเอง เธอจึงปล่อยเด็กลงให้ยืนกับพื้นเอง หลังจากที่อุ้มมานาน แต่เด็กสาวก็จับมือของเธอ


        “....มาๆ..มา...” เหมือนกับว่าอยากให้ไปด้วยนะ?
        
        พระชายาหลินเฟยและเด็กสาวนั้นเดินดูเหล่าดอกไม้ กันอย่างสนุกสนาน ส่วนจิ้นอันก็เดินไปนั่งตรงบริเวณศาลาเพื่อที่จะพักผ่อน พลางจ้องมองดูเหล่าเด็กสาว(?) นั้นกำลังเดินเล่นชมสวนดอกไม้เพื่อความสนุกสนานอยู่


       “หนูชอบดอกไม้หรือจ๊ะ?” พระชายาหลินเฟยถาม ก่อนที่เธอนั้นจะยิ้มบางๆ ให้กับเด็กคนนั้น ส่วนเด็กหญิงนั้นก็พยักหน้ารัวๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถาม เหมือนกับว่าเมื่อนำผ้าที่ปิดใบหน้าออก เด็กสาวดูจะเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เด็กหญิงจะหยิบดอกไม้ที่ตกพื้นมาเสียไว้กับข้างใบหน้าของพระชายาหลินเฟย แล้วยิ้มเหมือนพอใจ


        “...พี่สาวสวย..กับดอกไม้สวย” เด็กหญิงนั้นพูด ส่วนพระชายาหลินเฟยก็ยิ้มให้กับเด็กสาวที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์นั้นเหมือนกัน แล้วหยิบดอกไม้ไปทัดตรงบริเวณหูของเด็กหญิงคนนั้นเหมือนกัน จนเธอนั้นยิ้มพอใจ ก่อนยิ้มขึ้นมา


        “เห็นไหมจ๊ะ นี้ไง ยิ้มแบบนี้น่ารักมากๆเลยนะ ดีกว่าตอนร้องไห้อีก”
       “จริงหรอ?”
       “จริงสิจ๊ะ ถ้าตอนนั้นเจ้ากลัว ตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ เพราะข้าจะอยู่ข้างๆเจ้าเอง” หลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน นั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอเอื่อมมือขึ้นไปเพื่อที่จะลูบหัวของเด็กหญิงคนนั้น และเธอก็ยั่งนิ่งๆเพื่อให้พระชายาหลินเฟยนั้นลูบหัว…


        “อือ…..หนูจะไม่ร้องไห้..”


        โคร่กกกกกกก ก กกก
        
        เสียงท้องร้องของเด็กหญิงนั้นทำให้พระชายาหลินเฟยยิ้มแห้งๆ ส่วนเด็กหญิงก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึงกันเลยทีเดียว แต่ทว่าเธอหิวจริงๆ นี้น่า!!

        “นั้นไง ร้องไห้จนหิวเลยเห็นไหมจ๊ะ งั้นเดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าเนอะ?” พระชายาหลินเฟยพูด เธอลุกขึ้นก่อนที่จะอุ้มเด็กหญิงคนนึ้นเข้าสู่อ้อมกอดเหมือนกับแม่ที่กำลังอุ้มลูกอยู่อย่างไรอย่างงั้นไม่มีผิด แต่เมื่อได้ยินว่าไปหาอะไรกิน เธอก็กำเส้นของพระชายาแน่น


        “ไม่ต้องห่วง พี่ชายข้ามีอาหารอร่อยๆเยอะเลย เราพึ่งซื้อกันมา ไปกินด้วยกันดีกว่าเนอะ?” พระชายาหลินเฟยพูด ก่อนที่จะยิ้มหวานให้กับเด็กสาวเช่นเคย เด็กหญิงก็พยักหน้ากึกกึกด้วยความหิว จนผมที่อยู่ด้านบนนั้นขยับอย่างน่ารัก มือของเธอถือตุ๊กตาไม้ และซุกอกของพระชายาหลินเฟยไปด้วย


        หญิงร่างระหงษ์ก็เดินไปยังสถานที่ด้านในศาลาของศาลาหมิงหลัน เห็นพี่ชายของตนเองที่กำลังนั่งพึมพำกับตัวเองอยู่ เหมือนว่าจะพิจารณาความงามของสถานที่แห่งนี้เสียละกระมัง??


        “กลับมาแล้วหรอ? เป็นไงบ้าง?” พี่ชายเธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ เพื่อที่จะไม่ให้เด็กน้อยนั้นตกใจ
       “เรามาทานอาหารกันน่ะค่ะ..ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะหิวแล้วล่ะเจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยตอบ ก่อนที่จะนั่งลงกับพื้นศาลา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จิ้นอันนั้นนำอาหารออกมา เหมือนกับอาหารมื้อน้อยๆเลย เด็กหญิงนั้นนั่งตักกับพระชายาหลินเฟยไม่ได้ไปไหน จ้องมองอาหารที่ทั้งงสองซื้อมา มีทั้งขนมและอาหารน่าอร่อยเต็มไปหมด


        “ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ทานได้หมดเลยอยากทานอะไรบ้างล่ะจ๊ะ? เลือกได้เลยนะ” เสียงหวานของพระชายาหลินเฟยดังขึ้น ก่อนที่เด็กหญิงจะเอื่อมไปหยิบอาหารที่ตนเองชอบขึ้นมาเอง โชคดีหน่อยนะ ที่ก่อนที่จะมาที่นี้ เลือกซื้ออาหารกันไว้ก่อน


        เด็กน้อยนั้นหยิบขนมขึ้นมาก่อนแล้วกินเต็มปาก เตี้ยวตุ๊ยๆอย่างน่ารัก ส่วนพระชายาก็หยิบมาทานเหมือนกัน แต่ทว่าก็ค่อยๆเช็ดส่วนที่เลอะตรงบริเวณปากของเด็กน้อยไว้ด้วย พี่ชายนั้นก็ได้แต่จ้องมองว่าเป็นแม่กับลูกชัดๆเลย.. แต่อยู่ๆคำถามนี้ก็ขึ้นมาบนหัว


       “เจียวหย่า..เจ้าถามนามของเด็กคนนี้หรือยังนั้น?” จิ้นอันพูดขึ้น ส่วนพระชายาหลินเฟยก็ค้างไปสักครู่เมื่อได้ยินเสียงคำถามแบบนั้น เพราะว่าเธอก็ลืมถามไปเสียสนิทเลยล่ะนะ เพราะมันแต่ดูแลเด็กสาวที่กำลังร้องไห้ และทำให้ยิ้ม จนลืม.. นั้นสิ คงต้องถามว่าชื่ออะไร พ่อแม่อยู่ไหน แล้วละนะ..ทำไมถึงได้ตามพวกเธอมา... แต่แล้วก็ได้ยินเสียงอู้ๆอี้ๆ มาจากทางเด็กสาวที่กำลังเขมือบอาหารอยู่


       “หนูชื่อโต้วเซี่ยว”


        หลังจากที่เด็กสาวโต้วเซี่ยวนั้นรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เธอก็จ้องมองใบหน้าของพี่สาวและพี่ชายที่เธอพึ่งทานอาหารของพวกเขาไป พระชายาหลินเฟยก็ยิ้มให้เธอบางๆ แล้วนำมือมาทาบไว้ที่ตัวเอง

        “ไม่ต้องกังวนไปนะจ๊ะ นั้นพี่ชายของข้าเอง หลิน จิ้นอัน ส่วนข้าหลิวฮูหยิน..จะเรียกว่าพระชายาหลินเฟยก็ได้นะจ๊ะ หรือเรียกพี่สาวตามที่เจ้าอยากเรียกก็ได้” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดแนะนำตัวเองและพี่ชาย ส่วนพี่ชายของเธอก็พยักหน้าเหมือนกับตอบรับ แล้วยิ้มให้กับเด็กสาวเหมือนกัน

        “..พี่?...หลินเฟยหรอ” เด็กสาวถาม ส่วนพระชายาก็พยักหน้าให้

        แต่ทว่าเมื่อได้เจอรอยยิ้มของจิ้นอันเด็กสาวก็สะดุ้งขึ้นมา อย่างไม่ทราบสาเหตุ ดูเหมือนว่าเธอจะนึกอะไรขึ้นแล้ว แล้วเด็กสาวก็วิ่งไปกอดตุ๊กตาไม้รูปผู้หญิงของเธอที่ถือมาตั้งแต่ตอนแรก เพราะว่าตอนทานอาหารเธอวางไว้ข้างกาย ก่อนที่จะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากศาลาไม้นั้น แล้วหันมาทางพระชายาหลินเฟย

        เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดเด็กน้อยถึงเดินไปแบบนั้น แต่ด้วยความเป็นห่วงและความสงสัยก็เดินตามไป แต่ทว่าสิ่งที่สังเกตุได้นั้นก็คือเด็กสาวผู้นั้นเหมือนจะให้เธอตามไปหรือปล่าวนะ? เธอถือตุ๊กตาไม้นั้นไว้แน่น แล้วเดินไปด้วย



มอบ เป็ดเป่ยผิง x2
มอบ ขนมทังหยวน x2



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 50 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x146
x998
x576
x700
x390
x12
x99
x1

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
8683
เงินตำลึง
173530
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
20
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
ระดับ 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-10-5 11:06:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   ลู่เอินและติงโหยวเดินเท้ามาที่ศาลาหมิงหลัน บรรยากาศร่มรื่น กับสายลมที่เย็นสบายของช่วงนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายนัก ยังมีกลิ่นของมวลบุปผาหลากลายที่ชวนให้ลุ่มหลง ติงโหยวนำทางให้ลู่เอินมานั่งที่ศาลก่อน เนื่องจากวันนี้ตนนัดหมายกับ 'แม่นางผู้หนึ่ง' เอาไว้ เสียงดนตรีจากศาลาข้างๆดังแว่วขึ้นมาชวนให้ต้องเงยหน้ามอง บุรุษกลุ่มหนึ่งกำลังร่วมบรรเลงดนตรีอยู่ไม่ไกล กลุ่มหญิงสาวที่อยู่ต่างศาลาต่างมองพวกเขาอย่างลุ่มหลง ดูไปก็คล้ายสถานที่พบเจอบุพเพวาสนาของหนุ่มสาวเมืองเฉิงตูนัก
                   "บรรยากาศดีมากเลยเจ้าค่ะ"
                   "แต่ข้ากลับรู้สึกอึดอัดมากกว่า" ติงโหยวมองสตรีที่อยู่ต่างศาลาด้วยความไม่พอใจ "ตอนข้าไปขอความช่วยเหลือ พวกนางกลับชักสีหน้าใส่ ดูคราวนี้สิ ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนมองบุรุษตาจะถลนแล้ว"
                   นางได้ยินอีกฝ่ายใช้คำพูดชเ่นนี้ก็หลุดขำออกมา "จริงสิพี่โหยว ท่านได้พกปากกากับพู่กันมารึไม่"
                   "พอมีอยู่ เจ้าจะเอามาทำอะไรรึ"
                   "ข้าตั้งใจจะวาดภาพแม่ค้าผู้นั้นเอาไว้เสียหน่อย หากท่านพี่ตั้งใจจะให้แม่นางคนนั้นไปฟ้องร้องแทนเรา ตอนบรรยายลักษณะแม่ค้าเดี๋ยวจะมีพิรุธ อย่างไรนางก็ไม่เคยพบหน้าแม่ค้าคนนั้นจริง จำคำเราไปพูดก็เท่านั้น ให้ข้าวาดรูปมอบให้นางเลยดีกว่า"
                   "เจ้าช่างรอบคอบนัก" ติงโหยวหยิบกระดาษและพู่กันรวมถึงที่ฝนหมึกออกมาให้ "งั้นข้าจะฝนหมึกอยู่ข้างๆเจ้านะ"
                   "รบกวนพี่โหยวแล้ว"
                   สตรีทั้งสองนั่งอยู่ข้างกัน คนหนึ่งวาดภาพคนหนึ่งฝนหมึก กลายเป็นภาพที่ดูน่าชมนัก ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันตามประสาคนสนิท กลายเป็นภาพที่ดูน่ารักน่าชังเป็นที่สุด ยิ่งลู่เอินที่เป็นคนวาดภาพ ยามที่ดวงตาจดจ่ออยู่ที่กระดาษแผ่นขาว นิ้วมือเรียวจับพู่กันจรดลงบนแผ่นอย่างตั้งใจ ยามนั้นคล้ายกับมีกลุ่มไอบางอย่างแผ่ออกมา บุรุษที่เดินผ่านหรือได้เผลอมองต่างถอนสายตาไม่ลง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวน เว้นแต่แม่นางคนหนึ่งที่เดินดุ่มๆเข้าไปยืนค้ำหัวสตรีทั้งสอง
                   "ข้ามาแล้ว"
                   ติงโหยวที่จำเสียงนั้นได้รีบเงยหน้าขึ้นทันที "มาๆๆ นั่งก่อนสิ"
                   เห็นท่าทีคล้ายสนิทสนมของทั้งคู่ ลู่เอินจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของทั้งสองมองสบกัน นางระบายยิ้มให้สตรีที่เข้ามาใหม่ "สวัสดีเจ้าค่ะ"





                   "แม่นางคนนี้เป็นใครกัน"
                   "นี่คือเสิ่นลู่เอิน คนที่ข้าเคยพูดถึงไง" ติงโหยวเอยแนะนำ
                   "ยินดีที่ได้พบแม่นาง ข้าเสิ่นลู่เอินเจ้าค่ะ"
                   "เป็นหญิงที่งดงามไม่ผิดจากที่เจ้าเล่าเลย" อีกฝ่ายหันทางติงโหยวครู่หนึ่ง "ข้าเก้าจิ่นเหิง ยินดีที่ได้พบท่าน"
                   พอได้ยินชื่อลู่เอินถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ เหตุใดถึงตั้งชื่อเช่นนี้ให้สตรีได้..
                   "ข้าขอดูผ้าพบนั้นที่ซื้อมาหน่อย"
                   ติงโหยวหยิบผ้าคลุมสีขาวยื่นให้เก้าจิ่นเหิง อีกฝ่ายลองพลิกไปมาเพื่อพิจารณา "งดงามมาก ไม่แปลกที่เจ้าจะหลงซื้อของเช่นนี้มา"
                   "ลู่เอินโดนความปรารถนาบดบังจนไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว"
                   "แล้วนั้นเจ้ากำลังวาดภาพอะไรรึ"
                   "ข้ากำลังวาดภาพเหมือนของแม่ค้าให้ท่าน"
                   "เจ้าเหมือนรู้ใจข้านัก ข้าเองก็จะมาขอรูปเหมือนเช่นกัน งั้นรอจนเจ้าวาดเสร็จเราค่อยไปจวนผู้ว่าก็แล้วกัน"
                   ลู่เอินพยักหน้าก่อนจะนั่งวาดรูปต่อ ติงโหยวมองอีกฝ่ายเชิงสำรวจ จนกระทั่งเห็นกระบี่ที่คาดเอวเก้าจิ่นเหิงพอดี ในใจจึงอยากทดสอบฝีมือกับอีกคนดู "จิ่นเหิง ข้าเองก็พอมีฝีมือกระบี่ อยากจะลองประมือกับเจ้าดู"
                   "ย่อมได้"
                   ทั้งสองลุกเดินออกไปห่างจากศาลาพอสมควรจึงเริ่มชักอาวุธใส่กัน ทั้งสตรีและบุรุษที่อยู่ต่างศาลาหันไปมองการต่อสู้ของสตรีทั้งสองจนแทบจะเหลียวหลัง ลู่เอินแสร้งทำเป็นไม่สนใจแล้วตั้งใจวาดภาพต่อ ตอนนี้นางพึ่งได้โครงร่างเท่านั้น กว่าจะวาดเสร็จคงอีกสองสามชั่วยามเลย ให้พวกเขาออกแรงกันไปก่อนก็แล้วกัน

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ติง โหยว เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2018-10-5 14:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x112
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-18 21:17

ขึ้นไปด้านบน