ดู: 300|ตอบกลับ: 6

{ นอกเมืองหรูหนาน } ป่าทิศตะวันออก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-5 03:16:38 |โหมดอ่าน


{ ป่าทิศตะวันออก - นอกเมืองหรูหนาน }

ป่าทึบนอกเมืองหรูหนานทางทิศตะวันออก
มีความอุดมสมบรณ์และหมอกจางๆ เป็นทางผ่านไปยังเมืองหวยหนาน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-5 19:48:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-11-18 02:15

134
        เสียงฝีเท้าของคนและม้าเดินทางเลียบป่า หมายจะไปยังอีกเมืองหนึ่ง หลิน เจียนหลิว และอู๋ซือโฮ่ว ออกเดินทางจากกระท่อมสามพี่น้องตระกูลจง ทั้งสามไม่สามารถที่จะเร่งรีบได้มากนักนั่นเพราะยังมีคนเจ็บอยู่ด้วยอีกทั้งม้าหนึ่งตัวสามารถนั่งได้เพียงแค่สอง ด้วยเหตุนี้หลินและเจียนหลิวจึงยกจงจงให้อู๋ซือโฮ่วซึ่งเป็นคนเจ็บได้เป็นผู้ขี่ไป
        อาการบาดเจ็บของอู๋ซือโฮ่วดูจากภายนอกนั้นเกือบจะหายดีแล้วทว่าภายในยังบอบช้ำอยู่มากนักต้องใช้เวลาอีกหน่อยกว่าที่ภายในจะหายเป็นปกติ

        ทั้งสามเดินทางมาเรื่อยๆ โดยยังไม่ได้หยุดพักจนกระทั่งมาถึงชานป่าทางทิศตะวันออก
        "พวกท่านพักหน่อยไหม?" ชายหนุ่มบนหลังม้าเอ่ยเสนอแนะเพราะเขาอยู่บนหลังม้าตลอดจะห่วงก็แต่อีกสองคนที่ยังไม่ได้หยุดพักกันเลย แม้ว่าจะรีบเพียงใดแต่หากไม่พักบ้างก็จะแย่เอาได้เพราะฉะนั้นรีบพักเอาแรงและรีบออกเดินทางน่าจะเป็นทางที่ดีกว่า
        "ข้าไม่ไว้ใจเท่าไรนักรีบออกเดินทางแล้วเข้าเมืองหวยหนานก่อนย่ำค่ำอาจจะดีกว่า" เจียนหลิวบอกซึ่งหากเป็นไปได้ชายหนุ่มอยากจะรีบๆไปให้ถึงเจียงหยี่ยเลยด้วยซ้ำ
        "ข้าก็คิดเช่นนั้น" หลินเห็นด้วยอีกเสียง หากพ้นจากเมืองนี้อย่างน้อยก็น่าจะปลอดภัยกว่าเพราะไม่แน่ว่าคนพวกนั้นอาจจะยังอยู่ ณ เมืองนี้

        หญิงสาวกับชายหนุ่มอีกสองเดินไปตามทางเรื่อยๆ ทั้งสองข้างทางขนาบไปด้วยป่าเขียวขจีมีหมอกลงเล็กน้อยให้บรรยากาศเงียบสงบ
        "พวกนั้นคงไม่มาแล้วกระมัง พวกท่านควรพักสักหน่อยนะ" อู๋ซือโฮ่วเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง
        เจียนหลิวกุมคางชั่งใจอยู่สักครู่พลางฉุกคิด ตั้งแต่ออกเดินทางยังไม่พบอะไรไม่ชอบมาพากลบางทีคนพวกนั้นอาจจะออกไปจากเมืองนี้แล้วก็เป็นได้ "อืม... ตกลง"
        หลินไม่ได้กล่าวอะไรออกไปแต่ในใจของนางยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก

        หลังจากนั้นทั้งสามจึงมองหาที่นั่งพักข้างทางแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้นั่งพักความโชคร้ายก็มาเยือน..
        "หาตั้งนาน ที่แท้ยังอยู่แถวนี้สินะ" น้ำเสียงทุ้มทว่าเรียบนิ่งเอ่ยทักก่อนปรากฏร่างบุรุษสี่คนเหาะเหินตามลงมาทำให้อีกสามคนหันรีไปทางต้นเสียงนั่นทันที
        "พวกแกเป็นใคร!?" เจียนหลิวมองไปยังชายทั้งสี่คนที่อยู่เบื้องหน้า หรือว่าคนพวกนั้นจะเป็นสี่จตุรเทพแห่งพรรคเมฆา?

        "พี่ใหญ่ ดูเหมือนมีเพิ่มมาคน" ชายผู้มีกระบี่เป็นอาวุธเอ่ยขึ้นพลางมองไปยังบุรุษหนุ่มในชุดขอทานอีกคนที่ยังไม่เคยเห็นหน้า
        "หรือว่า.. พวกแกเองรึ!" ฟังจากบทสนทนาที่อีกฝ่ายกล่าวมาจึงทำให้คิดได้ว่าคงเป็นคนพวกนี้ไม่ผิดตัวแน่ๆ เมื่อได้เห็นหน้าชายทั้งสี่ชายหนุ่มก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที "แกมีเรื่องอะไรกับพรรคกระยาจกกันแน่!!?"
        "เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้" มือกระบี่ของพรรคเมฆายกยิ้ม
        "ตอบคำถามข้ามา!!" เจียนหลิวตวาดด้วยโทสะก่อนชักกระบี่ขึ้นมาอย่างไม่คิดว่าจะต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามได้หรือไม่ ตอนนี้ชายหนุ่มคิดเพียงว่าจะต้องสู้กับคนพวกนั้นให้ได้เขาพุ่งกระบี่ไปยังหนึ่งในบุรุษทั้งสี่ทันทีแต่ก็ถูกมือกระบี่ของอีกฝ่ายหยุดเอาไว้ด้วยกระบี่
         
        'เคร้ง!!' กระบี่ปะทะกันเสียงก้องป่า

        "เจ้าคิดรึว่าจะต่อกรกับพวกข้าได้" ชายผู้ใช้กระบี่เลิกคิ้วมองผ่านกระบี่เอ่ยยั่วโทสะอีกฝ่าย
        เมื่อได้ประกระบี่กับอีกฝ่ายรู้ได้เลยว่าบุรุษผู้นี้มีฝีมือไม่เบาเลยทีเดียวทำให้เจียนหลิวจำต้องกระโดดถอยหลังมาเพื่อตั้งหลักเสียก่อน "ชิ!"
        "อย่าผลีผลามไป" หลินเอ่ยเตือนสหาย ตอนนี้ถึงแม้ว่าจะมีเจียนหลิวมาช่วยอีกแรงทว่าโอกาสรอดก็มีน้อยมาก
        "เจ้าพวกนี้ไม่ใช่ธรรมดาเลย" อู๋ซือโฮ่วเสริมเบาๆ เพราะชายหนุ่มต่อสู้กับคนพวกนี้จนสุดท้ายถึงกับต้องหาทางออกโดยการตายด้วยตนเอง
        "แม่สาวน้อยออกไปดีกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า" ชายหนุ่มสวมหน้ากากทั้งใบหน้าเอ่ยขึ้นเพื่อมอบทางเลือกให้หญิงสาวอีกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
        "ข้าไม่ไปไหนทั้งสิ้น" หลินยืนกรานเสียงแข็งพลางชักกระบี่ขึ้นมาตั้งท่าเตรียมสู้
        "ไม่ออกก็อย่าหาว่าพวกเราใจร้าย" ชายหนุ่มผู้ใช้ขลุ่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
        "พวกแกเป็นใครต้องการอะไร!?" เจียนหลิวเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์
        "เพื่อปกป้องแผ่นดินไม่ให้ถูกทำลาย เพื่อปกป้องความสงบสุขของแผ่นดิน" บุรุษทั้งสี่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน
        "หัตถ์เมฆา ฝ่ามือแห่งความผาสุก หมิง จงลู่" ชายสวมหน้ากากทั้งใบหน้าร่ายกระบวนท่าฝ่ามือก่อนจะตั้งท่าสู้
        "กริซสยบฟ้า กริซบุกเบิกฟ้าดินสู่เสรีชน เหอ จวิ้น" ชายคนที่สองภายใต้หน้ากากครึ่งใบหน้าตวัดกริซที่แนบเอวก่อนร่ายรำกระบวนท่ากริซก่อนจะชูกริซขึ้นฟ้า
        "เสียงดนตรีกระชากใจ รักษาปกป้องเสียงอันไพเราะอ่อนหวาน จู ปี้หยาง" ชายคนที่สามกวัดแกว่งขลุ่ยที่แนบเอวก่อนจะกระโดดคว้าขลุ่ยและบรรเลงเพลงเคลื่อนตัวลงมาพื้นดินอย่างช้าๆพลางบรรเลงเพลงก่อนจะชี้ขลุ่ยมาทางคนที่อยู่เบื้องหน้าทั้งสาม
        "กระบี่โลกันต์ ทะลวงผืนพิภพสู่ความหวัง จู้ หยู" ชายคนสุดท้ายร่ายรำเพลงกระบี่พิศดารก่อนจะยืนขาเดียวขาขวาไขว้เข่าซ้ายโดยกระบี่ชี้พื้นดินแขนยืดตรง
        "พวกเราสี่คน คือ สี่จตุรเทพแห่งพรรคเมฆา"
        "เชยชะมัด.." เจียนหลิวพึมพัมเสียงเบามองบุคคลทั้งสี่ข้างหน้าพลางทำหน้าเหยหลังจากที่ได้เห็นท่าทางเปิดตัวของพวกเขา
        "หึ สาวน้อยข้าจะให้โอกาสเจ้าได้เลือกอีกครั้งจะไปดีๆ หรือจะถูกฆ่าตายพร้อมพวกเขา" ชายหนุ่มผู้ใช้กระบี่เป็นอาวุธเอ่ยขึ้นก่อนชี้กระบี่ไปยังฝ่ายตรงข้าม
        "ขอปฏิเสธ ไม่มีทางเลือกรอดไปทั้งสามคนรึ?" หลินเอ่ยขึ้นก่อนยกกระบี่ขึ้นเตรียมสู้แต่ในหัวยังคิดหาแผนการณ์หลบหนีอยู่ไม่ขาด

        "หากคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ" จตุรเทพพรรคเมฆาเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพียงก่อนล้อมฝ่ายตรงข้ามทั้งสามเอาไว้
        ไม่รีรอ เจียนหลิวใช้โอกาสหาช่องว่างเข้าจู่โจมหนึ่งในสี่ทันทีนั่นทำให้บุรุษหนึ่งคนใช้วิชาตัวเบาหลบได้อย่างทันท่วงทีทว่าเขาไม่ได้คิดจะจู่โจมเพื่อให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ
        "เจ้ารีบหนีไปก่อนซือโฮ่ว!" เจียนหลิวบอกกับชายหนุ่มขอทานบนหลังม้าขณะที่ยังหลงเหลือช่องว่างให้หลบหนีไปได้อยูู่
        "แต่ว่า..."
        "เจ้าไปซะ เร็วเข้า" หลินบอกอีกเสียง ตนกับเจียนหลิวกันทางให้อู๋ซือโฮ่วที่บาดเจ็บหลบหนีไปให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยหาทางหนีทีไล่บางทีอาจจะมีโอกาสรอดก็เป็นได้ หญิงสาวมองไปยังสหายด้วยสายตาแน่วแน่
        "เข้าใจแล้ว" อู๋ซือโฮ่วพยักหน้ารับทราบก่อนควบม้าออกไปทางที่ยังว่างอยู่ทันที ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเชื่อมไปยังที่ใดแต่ตอนนี้คงต้องรีบเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของจตุรเทพพรรคเมฆาให้ได้ก่อน
        "คิดจะหนีเรอะ!?" ผู้ใช้กระบี่แห่งพรรคเมฆาเอ่ยขึ้นก่อนถือกระบี่มุ่งหน้าไปยังผู้ที่กำลังจะหลบหนีไป
        "ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ" เจียนหลิวใช้กระบี่เข้าไปขวางเอาไว้ก่อนที่คนผู้นั้นจะตามอู๋ซือโฮ่วออกไป
        อีกฝ่ายที่ยังมีอีกสามคนไม่รีรอให้มีใครหลบหนีไปได้ สองในสามใช้วิชาตัวเบาตามไปทันทีแต่ทว่า...

        'ฟุ่บ!'

        หญิงสาวขว้างมีดบินอาวุธที่ซุกซ่อนอยู่เฉี่ยวเบื้องหน้าของบุรุษอีกสองคนที่หมายจะตามอาชาสีนิล มีดเล็กๆ ที่ผ่านหน้าไปทำให้อีกฝ่ายหยุดชะงัก
        บัดนี้ม้าวายุทมิฬที่มีชายหนุ่มขอทานพรรคกระยาจกซึ่งยังไม่หายดีจากอาการบาดเจ็บได้วิ่งเข้าป่าลับสายตาจากผู้ปองร้ายเรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้บุรุษทั้งสี่แห่งพรรคเมฆาไม่สามารถตามอู๋ซือโฮ่วไปได้ทัน
        "หึ! เจ้านั่นหนีไปได้แล้วงั้นรึ" จู้หยูผู้ใช้กระบี่แห่งจตุรเทพพรรคเมฆาเอ่ยขึ้นขณะที่ยังประกระบี่กับเจียนหลิวซึ่งอยู่ตรงหน้า
        "สนใจคู่ต่อสู้ของเจ้าหน่อยสิ" เจียนหลิวยียวนพร้อมตวัดกระบี่ไปยังจู้หยูแต่อีกฝ่ายก็สามารถเอนหลบได้
        ฝ่ายหลินรับมือกับบุรุษอีกสองคนที่กำลังหมายจะตามล่าอู๋ซือโฮ่วด้วยความทุลักทุเล เพราะอีกฝ่ายมีวรยุทธ์สูงส่งราวกับฝึกมาอย่างดีทำให้หลินไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับคนพวกนั้นได้เลย แค่หลบการโจมตีจากชายหน้ากากทั้งสองก็เต็มกลืนแล้ว
        ระหว่างที่พวกพ้องกำลังต่อสู้อยู่นั้น จูปี้หยางผู้ใช้ขลุ่ยเป็นอาวุธได้จรดอาวุธของเขาไว้ที่ริมฝีปาก หลายคนอาจคิดว่าจะใช้ขลุ่ยเป็นอาวุธได้อย่างไร แต่สำหรับนักบรรเลงขลุ่ยอย่างเขาแล้วย่อมมีวรยุทธ์ที่เปลี่ยนบทเพลงอันไพเราะให้กลายเป็นอาวุธร้ายได้...
        ทันทีที่เพลงขลุ่ยถูกบรรเลงขึ้นนั้นโสตประสาทหูของอีกฝ่ายปวดร้าวราวกับถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง กระบี่ในมือของเจียนหลินหล่นจากมือทันทีก่อนจะยกมือขึ้นป้องหูแต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เสียงเพลงที่แฝงไปด้วยพลังลมปราณนั้นช่างหนักหน่วงและรุนแรง ส่วนหญิงสาวนั้นก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกัน หรือว่าทั้งสองจะไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือของสี่จตุรเทพแห่งพรรคเมฆาได้แล้วอย่างนั้นหรือ?
        "ใครจะยอมกันเล่า..." หญิงสาวพึมพัมด้วยความเจ็บปวดแล้วจึงล่วงอาวุธลับอีกอย่างขึ้นมาโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันรู้ตัวก่อนพ่นลมเป่าลูกดอกยาสลบไปยังศัตรูทั้งสี่อย่างรวดเร็วด้วยแรงที่มีอยู่


@Admin


แสดงความคิดเห็น

( -3 ) อย่าเพิ่งเพิ่มก่อนนะคะ ให้หนีสะบัดสะบอม ออกจากเมืองด้วยความเหนื่อยล้า บาดเจ็บ ไปรักษาตัวโรงหมอเมืองอื่นก่อน แล้วเพิ่มความหิว  โพสต์ 2017-11-18 02:56

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +600 ชื่อเสียง +100 ความหิว -49 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 600 + 100 -49 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-19 00:33:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
135
        ไม่เป็นผลอีกฝ่ายยังสามารถหลบลูกดอกยาสลบพ้นแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้จูปี้หยางละจากอาวุธร้ายกาจอย่างขลุ่ยได้ หลินและเจียนหลิวทรุดลงกับพื้นทันทีด้วยพลังของเสียงเพลงที่แฝงไปด้วยลมปราณรุนแรงไม่ใช่เล่นๆ เป็นผลให้ทั้งสองแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย
        "ในที่สุดก็จบสักทีสินะ" เหอจวิ้นบุรุษสวมหน้ากากครึ่งหน้ามองไปยังทั้งสองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมือมีกริซที่แหลมคมพร้อมจะปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเมื่อ
        "ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์แท้ๆ ลงมือได้" หมิงจงลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบไร้ความปราณีใดๆ ทั้งสิ้น
        ไม่นานจตุรเทพทั้งสี่แห่งพรรคเมฆาจึงลงมือเตรียมปลิดชีพหญิงสาวและชายหนุ่มทั้งสอง
        "โถ่เอ๊ย!" เจียนหลิวได้แต่สบถออกมาแต่ไม่สามารถที่จะพาเอาร่างกายที่หนักอึ้งนี้หลบหนีไปไหนได้เลย
        จะตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!! หญิงสาวได้เพียงแค่คิดในใจแต่ทำอะไรไม่ได้เลยเช่นกัน ดวงตาสีรัตติกาลไหววูบจ้องมองศัตรูตรงหน้าด้วยความเจ็บแค้นใจ
        ทันใดนั้นเองก่อนที่บุรุษทั้งสี่จะได้ลงมือกลับมีใครมาขวางเอาไว้เสียก่อน ฝ่ามือของใครคนนั้นมีกำลังปราณรุนแรงกระแทกใส่บุรุษทั้งสี่จนต้องถอยกลับออกไปไปยืนตั้งหลัก
        ผู้มีพระคุณที่เข้ามาช่วยหลินกับเจียนหลิวเอาไว้นั้นเป็นบุรุษรูปร่างท้วมใหญ่ในวัยกลางคน สวมหมวกฟางใบกว้างดูท่าจะมีวรยุทธ์สูงส่งไม่แพ้กัน ถึงขนาดทำให้สี่จตุรเทพพรรคเมฆาเสียหลักได้
        "ไงจ๊ะคนสวย พี่เฉามาช่วยแล้ว" อีกเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยดังแทรกขึ้นก่อนปรากฏร่างของชายตาเดียวที่เคยลักพาตัวหลินไปก่อนหน้านี้ขึ้นกระโดดมายืนขวางระหว่างหลินและเจียนหลิวกับบุรุษพรรคเมฆาทั้งสี่คน ตามมาด้วยบุรุษที่คาดว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกันอีกสองคนรวมเป็นสี่จอมโฉดแห่งหุบเขาปีศาจ ในเวลานี้ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
        "ก-แกคือ..." เจียนหลิวเจียนหลิวที่แทบจะไม่มีแรงแหงนหน้าจ้องมองชายคุ้นหน้าเขม็ง
        ชายทั้งสี่แห่งพรรคเมฆาจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ทั้งสี่คน
        "มีคนอยากหาที่ตายเพิ่มอีกแล้วรึ?" หนึ่งในสี่จตุรเทพพรรคเมฆาเอ่ยขึ้น
        "หึ ใครกันแน่ที่ต้องตาย" เสียงเหี้ยมเกรียมของชายตาเดียวกล่าวก่อนหยิบอาวุธขึ้นมา "พี่ใหญ่ พี่รอง น้องเล็ก โปรดช่วยหญิงคนรักของข้าด้วย แม่นางผู้นี้คือว่าที่ฮูหยินของข้าเอง"
        หลินที่เกือบจะหมดแรงไปแล้วเมื่อได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งทันที "อะไรนะ...!!?"
        "ได้เลยน้องสาม" บุรุษสวมหมวกฟางดูเหมือนว่าจะเป็นพี่ใหญ่แม้จะมีร่างท้วมทว่าฝีมือเก่ากาจเอาเรื่อง
        "ถอยไปซะ หากยังอยากมีชีวิตพวกเจ้าอย่ามาแส่จะดีกว่า" หมิงจงลู่บอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนร่ายรำเพลงฝ่ามือ
        ชายตาเดียวปฏิเสธทันควัน "นี่พวกเด็กน้อยไปมุดหัวอยู่ไหนมา"
        "หมายความว่าอย่างไร" จตุรเทพทั้งสี่ของพรรคเมฆาเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
        "พวกข้าเป็นสี่จอมโฉดแห่งหุบเขาคนโฉด ถ้าไม่อยากตายรีบไสหัวเน่าๆ ไปชะ" บุรุษผู้มีตาข้างเดียวเอ่ยขึ้นพร้อมยกยิ้ม
        "หึหึๆ จอมโฉดบ้าอะไรไม่เคยได้ยิน ถ้าพวกแกอยากตายพร้อมยาจกพวกนี้ก็อย่าหาว่าเราไม่เตือน" หมิงจงลู่หัวเราะภายใต้หน้ากาก
        "น้องสามอย่าไปเสียเวลาคุย พี่รองล่ะอยากแล่หนังพวกมันแล้ว" บุรุษร่างกำยำฝ่ายจอมโฉดที่เคยพบกับหลินที่โรงเตี๊ยมเมืองสวี่ซางหักนิ้วเสียงกร๊อบกร๊อบเตรียมพร้อมที่จะแลหนังเต็มที
        "พี่รองจัดเลย" บุรุษผู้มีตาข้างเดียวยุยงพลางเค้นหัวเราะในลำคอ
        "ใจเย็นๆ น้องรองน้องสาม พวกนั้นไม่ธรรมดาดูก็รู้ต้องมีฝีมือสูงพอตัว น้องสี่เจ้าใช้ตัวเบาที่รวดเร็วของเจ้าหลอกล่อคนสองคน" พี่ใหญ่ของเหล่าจอมโฉดเสนอแนะอย่างใจเย็นจะประมาทไปไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเองก็ดูท่าจะไม่ธรรมดา
        "ตกลงพี่ใหญ่ เชื่อมือข้าได้เลย" น้องเล็กแห่งจอมโฉดตอบรับ ใบหน้านี้ช่างคุ้นเคยนัก ชายผู้นี้คืออีกคนที่หลินพบเจอตอนที่เขากำลังลักพาตัวเด็กหญิงคนหนึ่งในย่านการค้าเมืองสวี่ซาง มีเพียงแค่คนพี่ใหญ่เท่านั้นที่หญิงสาวไม่เคยพบเจอก่อนหน้านี้
        "ปรึกษาหารือไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอย่างไรพวกเจ้าก็ต้องพ่ายแพ้อยู่ดี!" จู้หยูผู้มีวรยุทธ์สายกระบี่แห่งพรรคเมฆากล่าวขึ้นพลางชี้กระบี่ไปทางเหล่าจอมโฉดทั้งสี่
        "แล้วจะได้รู้กัน"
        จบประโยคสุดท้ายสี่จอมโฉดและสี่พรรคเมฆาก็หันวรยุทธ์ต่อสู้ตะลุมบอนกัน เป็นการต่อสู้ของยอดฝีมือที่หญิงสาวไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน ต่างฝ่ายต่างมีฝีมือสูงส่งและเก่งกาจราวกับถูกฝึกฝนมาอย่างดี น้องเล็กฝ่ายจอมโฉดแม้ว่าจะไม่ค่อยใช้วรยุทธ์ต่อสู้ทว่าฝีเท้าของเขาคนนั้นรวดเร็วมากปานสายลม วิชาตัวตัวเบาที่ลึกล้ำสร้างความปั่นป่วนให้ฝ่ายตรงข้ามไม่น้อย
        ร่างที่บาดเจ็บของหญิงสาวแทบจะไม่สามารถขยับเขยื้อนไปที่ใดได้อีกจึงทำได้เพียงจดจ้องมองการปะทะกันของเหล่าจอมยุทธ์ยอดฝีมือที่อยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มอีกคนที่เจ็บไม่แพ้กันได้แต่ตกตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กลายเป็นว่าจอมโฉดทั้งสี่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขาเอาไว้อย่างนั้นหรือ?

        ฝ่ายสี่จอมโฉดแห่งหุบเขาปีศาจด้วยอายุที่มากกว่าจึงมีประสบการณ์และกลยุทธ์ผ่านมาโชกโชนมากกว่าพรรคเมฆาที่ยังหนุ่ม บุรุษสวมหมวกฟางมีประสาทสัมผัสอันว่องไวสามารถรู้ทันการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำ บุรุษที่ชื่นชอบการแล่หนังฝีมือยังด้อยกว่าพี่ใหญ่อยู่เล็กน้อยทว่าดูถูกพละกำลังของเขาไม่ได้ บุรุษผู้คาดผ้าปิดตาด้านซ้ายมีอาวุธลับเคลือบพิษร้ายกาจ ส่วนคนสุดท้ายมีวิชาตัวเบาที่สูงส่งราวกับขนนก

        ชายหนุ่มและหญิงสาวมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ละสายตา ต่างฝ่ายต่างรวดเร็ว แข็งแกร่ง และดุดัน เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดจนยากที่จะบรรยายได้ เวลาผ่านไปกว่าสองสามชั่วโมงในที่สุดฝ่ายพรรคเมฆาก็เลือกที่จะถอยกำลังใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงหลบหนีไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจากไป...

        "วันนี้ถือว่าพวกเจ้าโชคดีที่ชะตายังไม่ถึงคาด พวกข้าจะกลับมาจัดการอย่างแน่นอน!"
        "โถ่เอ๊ยยย! มันหนีไปซะได้ ข้าเลยไม่ทันได้แล่หนังพวกมันเลย!!!" ชายร่างกำยำผู้ชื่นชอบการแล่หนังอาละวาดด้วยความหัวเสีย
        "... พวกเจ้ามีเหตุผลอะไรจึงเข้ามาช่วย" เจียนหลิวเอ่ยถามอย่างไร้เรี่ยวแรง สี่จอมโฉดที่เคยคิดว่าเป็นศัตรูมาตลอด เขาจำใบหน้าของชายตาเดียวและชายผู้ชื่นชอบการแล่หนังได้แต่ยังไม่เคยเจออีกสองคนที่มาด้วยกัน
        "อย่าเข้าใจผิดไป ข้าไม่ได้มาช่วยเจ้า" เสียงเหี้ยมเกรียมของชายตาเดียวเอ่ยขึ้นพร้อมกับตรงมาหยุดหน้าชายหนุ่มก่อนลงมือสกัดจุดชายหนุ่มขอทานโดยมีพี่น้องอีกสามคนยืนมองอยู่ด้านหลัง
        "!!!!?" เจียนหลิวจ้องใบหน้าของผู้เข้ามาสะกัดจุดเขม็ง ที่แท้เจ้าพวกนี้ไม่ได้มีจิตใจเมตตาอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ
        "คิดจะทำอะไร" หลินเหลือบมองไปยังผู้ที่สะกัดจุดสหาย

        "ไม่ต้องกลัวไปสาวน้อย" ชายตาเดียวยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "จำได้ว่าข้ายังไม่ได้แนะนำตัวให้เจ้ารู้จักเลย ข้าเฉาตู้ซาง"
        "ใครอยากรู้จักเจ้า อย่าคิดจะทำอะไรสหายข้าเชียว" เจียนหลิวจ้องใบหน้าชายตาเดียวอย่างเอาเรื่อง
        "ข้าอยากแล่หนัง ข้าอยากแล่เฟ้ย! ขอแล่เจ้านี่แทนนะน้องสาม" แววตาโหดเหี้ยมจ้องมองมายังเจียนหลิว เขายังไม่เลิกหงุดหงิดและอาละวาดถ้าหากไม่ได้แล่หนักคนเป็นๆ คงไม่ทำให้หายบ้าคลั่งเป็นแน่
        "เอาเลยพี่รอง หึๆ" ชายตาเดียวเค้นหัวเราะเหี้ยม

        "หยุดนะ!!!" หลินตะโกนร้องห้าม

(6) ชวี่





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-23 20:43:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2017-11-25 00:58

136
        อีกด้านเสียงฝีเท้าหนักแน่นของม้าวายุทมิฬกระทบลงบนพื้นอย่างเป็นจังหวะ บนหลังของมันแบกเอาร่างบุรุษหนุ่มในชุดยาจกผู้หนึ่งเอาไว้ อาชาสีดำมุ่งไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ด้วยความเร็วนี้จึงทำเอาผู้ที่ขี่ควบมันอยู่ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวรั้งตนเองเอาไว้มิให้ตกลงไปกลางทาง
        อาชาสีนิลและผู้ที่อยู่บนหลังมันไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าพวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังที่ใดกันแน่ ทั้งสองข้างทางยังคงรายล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจีทั่วทิศทาง ตอนนี้ขอเพียงแค่รอดพ้นจากเงื้อมมือที่ผู้ตามล่าตัวชายหนุ่มขอทานที่ยังบาดเจ็บไร้หนทางสู้เท่านั้นเป็นพอ
        อู๋ซือโฮ่วที่กำลังหลบหนีไปไม่คิดทอดทิ้งสหายทั้งสองเอาไว้อย่างแน่นอน!
        ขณะที่อาชาสีดำเร่งฝีเท้าของมัน จู่ๆกลับมีบุรุษปริศนาผู้หนึ่งเข้ามาขวางหน้าเอาไว้ ด้วยสัญชาตญาณหรืออย่างไรก็ไม่ทราบมันเลือกที่จะหยุดฝีเท้าอันรวดเร็วลง เมื่อมองดูบุรุษหนุ่มปริศนาเบื้องหน้าก็ทำเอาผู้ที่อยู่บนหลังของมันตะลึงงันไม่น้อย
        "ม-ไม่จริงน่า" ดวงตาสีดำไหววูบลงครู่หนึ่ง มิใช่เพราะความกลัวแต่อย่างใดทว่าตกตะลึงเสียมากกว่า ไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอคนผู้นี้เหมาะเจาะขนาดนี้
        ม้าวายุทมิฬมองดูบุรุษปริศนาผู้นั้นคว้าผู้ที่อยู่บนหลังมันลงไปก่อนวางลงใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ดูแล้วบุรุษแปลกหน้าผู้คงนี้มิได้ประสงค์ร้ายอย่างแน่นอน
        "ท่านประมุขฯ ได้โปรดช่วยศิษย์พี่.. เขากำลังตกอยู่ในอันตราย" ด้วยร่างกายที่ภายในบาดเจ็บหนักยังไม่หายดีเพียงแค่ควบม้าก็แทบจะหมดแรงแล้ว เมื่อหมดห่วงจึงทำให้อู๋ซือโฮ่วหมดสติไปเพราะความเหนื่อยล้าทันที
        บุรุษปริศนาที่อู๋ซือโฮ่วเรียกเขาว่าประมุขฯ มิได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เพียงแต่ก้าวเข้ามาหาอาชาสีดำ "เจ้าม้ากล้าหาญ เจ้าพอพาข้ากลับไปหาเจ้าของเจ้าได้ไหม"
        "ฮรี่ ~ !" อาชาสีดำตอบรับอย่างขันแข็งราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายสื่อสารอะไร
        ไม่รีรอช้าชายหนุ่มปริศนาผู้นั้นรีบขึ้นไปบนหลังม้าวายุทมิฬก่อนจะควบออกไป อาชาสีดำจึงนำทางชายผู่นี้กลับไปหาผู้เป็นเจ้าของของมันทันที

        "หยุดนะ!!!" หลินตะโกนร้องห้าม
        บุรุษร่างกำยำไม่ฟังเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ตรงเข้าไปคว้าตัวเจียนหลิวขึ้นมาก่อนเหวี่ยงไปอีกทางพร้อมกับชักมีดออกมาด้วยรอยยิ้มน่าสะพรึงกลัวราวกับดีใจที่จะได้แล่หนังตามที่ใจต้องการสักที ร่างที่ถูกสะกัดจุดไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับต้นไม้ด้วยแรงไม่ใช่น้อยๆ ก่อนร่างกำยำจะค่อยๆ ย่างตามมาใกล้ทีละน้อย
        "ฮรี่ ~" อาชาส่งเสียงร้องดังมาจากไกลๆ
        เหตุใดจึงกลับมาอีก!
        บุรุษบนหลังม้าใช้วิชาตัวเบากระโดดมาคว้าร่างที่จนมุมเอาไว้ก่อนผลักชายกำยำเซถอยไปแล้วปล่อยร่างนั้นลงข้างอีกคนที่บาดเจ็บสภาพไม่ต่างกัน ผิดคาดผู้ที่มามิใช่คนคนเดียวกับผู้ที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ บุรุษผู้นี้ดูคล้ายกับว่าเคยพบเจอที่ใดมาก่อน...
        "ท่านประมุขฯ...!" เจียนหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจ้องมองไปยังบุรุษที่ปรากฏตัวเบื้องหน้า
        หลินเองก็ตกตะลึงไม่น้อยเมื่อได้ยินเจียนหลิวเรียกชายผู้นั้นว่าประมุขฯ ชายผู้นี้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเยี่ยงขอทานเช่นเดียวกับเจียนหลิวและอู๋ซือโอ่ว "ประมุขพรรคกระยาจกงั้นรึ!?"
        สี่ชายโฉดมองไปยังบุรุษแปลกหน้าผู้มาใหม่
        "ใครกัน!" ชายตาเดียวเลิกคิ้วมองบุรุษผู้นั้นอย่างขัดใจ
        "ใครก็ช่าง ข้าจะแล่หนังไปด้วยกันให้หมดเลย" ชายร่างกำยำตวาดลั่นด้วยความหัวเสียจนแทบจะบ้าคลั่งที่ไม่ได้แล่หนังให้สมใจอยากเสียที
        "พวกเจ้าสี่คนโฉดกลับไปที่ของพวกเจ้าดีกว่า อย่ามายุ่งกับพรรคกระยาจก" ประมุขพรรคกระยาจกกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่าย
        "เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่ได้ยุ่งอะไรกับพรรคกระยาจกเลยสักนิด" ชายตาเดียวโต้เถียง
        "หึ ไม่ยุ่งรึ แล้วที่พวกเจ้ารังแกศิษย์พรรคกระยาจกล่ะ!?" ประมุขพรรคกระยาจกเอ่ยถาม เขาไม่มีทางยอมเห็นศิษย์ในสำนักถูกรังแกอย่างแน่นอน
        "แต่แม่นางผู้นี้ไม่ใช่ศิษย์พรรคกระยาจกใช่หรือไม่?" ชายตาเดียวต่อรองยกยิ้มที่มุมปาก
        "สาวน้อยคนนี้รึ ถึงนางไม่ใช่ศิษย์พรรคกระยาจก แต่ก็เป็นศิษย์ข้า ดังนั้นไปชะ" น้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าน่ายำเกรงถูกกล่าวออกไปเป็นการยื่นคำขาด
        "หึ ใครจะยอมไปง่ายๆ หญิงสาวผู้นั้นก็เป็นของข้า!"
        "จนกว่าจะได้แล่หนังข้าไม่ไปไหนทั้งสิ้น"
        สี่คนโฉดไม่มีทีท่าที่จะยอมถอยแต่โดยดีทันใดนั้นทั้งชายร่างกำยำและชายตาเดียวจึงบุกเข้าไปหาประมุขพรรคกระยาจกพร้อมกันสองคน ฉับพลันชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าประมุขพรรคฯ รวบรวมพลังลมปราณไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างก่อนซัดออกไปยังผู้ที่บุกเข้ามาทั้งสอง แรงกระแทกที่ถูกซัดจากฝ่ามือส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองถูกผลักลอยออกไปราวกับถูกพายุโหมพัด บุรุษหนุ่มประมุขพรรคกระยาจกไม่ปล่อยให้ร่างทั้งสองลงถึงพื้นพลันดีดตัวกระแทกฝ่ามือเข้าใส่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจนนับไม่ถ้วนอีกครั้ง แทบไม่มีสายตาคู่ใดอาจมองท่วงท่านั้นได้ทัน
        ทว่าไม่ว่าจะรวดเร็จแค่ไหนประสาทสัมผัสเฉียบคมของชายสวมหมวกฟางผู้เป็นพี่ใหญ่แห่งสี่จอมโฉดก็ยังสามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้สึกถึงท่าทีไม่ดีจึงเข้ามาเสริมทันที
        หลินและเจียนหลิวในสภาพสะบักสะบอมได้แต่มองดูการต่อสู้ของยอดจอมยุทธ์อีกครั้ง แม้จะเป็นการต่อสู้สี่รุมหนึ่งที่อีกฝ่ายเป็นต่อ ประมุขพรรคกระยาจกก็ไม่แม้แต่หวาดหวั่น ท่วงท่าและวรยุทธ์ของเขานั้นแทบจะหาตัวจับได้ยากทีเดียวเชียวแต่วิชาของน้องสี่แห่งสี่คนโฉดดูท่าจะประมาทไม่ได้สามารถก่อกวนประมุขพรรคกระยาจกได้พอสมควร มีหลายครั้งที่จะเกือบพลาดท่าให้กับอีกฝ่าย ฝ่ายพี่ใหญ่แห่งสี่จอมโฉดนั้นแม้จะรูปร่างอ้วนท้วมแต่กลับเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว ประสาทสัมผัสอันว่องไวนั้นเดาท่วงท่าของอีกฝ่ายได้อย่างหมดจด นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ายำเกรงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
        ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงทั้งสองฝ่ายยังคงประวรยุทธ์กันอย่างไม่ลดละ ทั้งดุเดือดและดุดันจนทำเอาอีกสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องหาที่กำบังเพื่อไม่ให้ถูกลูกหลงไปด้วย แม้การต่อสู้จะยืดเยื้อมานานทว่าประมุขพรรคกระยาจกไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อนแม้แต่น้อย อีกฝ่ายเองก็ไม่ลดละถอยไปแต่โดยดีด้วยเช่นกัน ไม่มีใครรู้ได้ว่าการต่อสู้นี้จะจบลงเมื่อไร...
        ระหว่างที่การต่อสู้กำลังดำเนินอยู่ชายร่างกำยำได้อาศัยโอกาสพุ่งเป้าเข้ามาโจมตีทางเจียนหลิวที่ถูกสะกัดจุดเอาไว้ ชายหนุ่มมองผู้ที่มุ่งเข้ามาอย่างทำอะไรไม่ได้เพราะไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือหนีไปไหนได้เลย ประมุขพรรคกระยาจกเห็นดังนั้นจึงรีบสลัดออกจากคู่ต่อสู้อีกสามคนและเข้าไปรับมือ จังหวะนั้นเองทำให้ถูกชายหมวกฟางจับพบช่องโหว่จึงกระแทกเข้าใส่
        "อึก..." การโจมตีนั้นหนักหน่วงไม่น้อยประมุขพรรคกระยาจกกระอักเลือดออกมาก่อนกระโดดถอยหลังเพื่อตั้งหลัก
        "รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?" ชายสวมหมวกฟางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
        "ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าได้พักหรอก" ชายตาเดียวใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปหาหนุ่มประมุขพรรคกระยาจกอีกครั้งไม่รีรอให้ได้หยุดพักหายใจ
        ประมุขพรรคกระยาจกมิได้แสดงสีหน้าใดออกมาทว่าดวงตากลับฉายแววดุดัน เขาเช็ดเลือดที่มุมปากออกก่อนตั้งท่ารับมือกับอีกฝ่าย
        หลินที่ยังพอขยับตัวได้บ้างหยิบจับอาวุธขึ้นมาเพื่อป้องกันตนเองและสหาย การต่อสู้เริ่มดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ ประมุขพรรคกระยาจกเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะบาดเจ็บจากการถูกฝ่ามือของอีกฝ่ายกระแทกอย่างแรงเมื่อครู่อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังมีถึงสี่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มอ่อนกำลังชายโฉดทั้งสี่จึงบุกเข้ามาโจมตีพร้อมๆ กันทว่าคราวนี้ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าประมุขพรรคฯ กลับเลือกที่จะยืนอยู่นิ่งๆ เปิดช่องให้อีกฝ่ายเข้ามาโจมตีได้อย่างง่ายดาย
        ทันใดนั้นเองประมุขพรรคกระยาจกตวัดฝีเท้าไปด้านหลังก่อนจะส่งแรงผลักตนเองกระโดดหมุนตัวขึ้นสูงเหนือศัตรูทั้งสี่แล้วจึงส่งลมปราณผลักฝ่ามือรุนแรงเข้าใส่ผู้ที่อยู่เบื้องล่างส่งผลให้สี่ชายโฉดทั้งสี่ถูกแรงผลักกระแทกลงสู่พื้นอย่างรุนแรง
        ทั้งสี่โดนฝ่ามือเข้าอย่างจังทำให้ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยพยุงตนเองลุกขึ้นแทบจะไม่ไหวทีเดียว
        "พวกเจ้ายังไม่คิดจะถอยไปอีกหรือ?" ประมุขพรรคกระยาจกลงสู่พื้นก่อนมองไปยังฝ่ายตรงข้าม
        "หึ ไว้พบกันคราวหน้าข้าจะล้มเจ้าให้ได้" ชายสวมหมวกฟางเอ่ยขึ้นก่อนพยักหน้ากับพรรคพวกอีกสาม
        "ข้าจะต้องแล่หนังเจ้าให้ได้เชียว! ล้างคอรอไว้เลย"
        "แล้วข้าจะกลับมานำผู้หญิงของข้าคืน ฝากไว้ก่อนเถอะ"
        หลังจากนั้นสี่จอมโฉดจึงใช้วิชาตัวเบาหลบหนีไปอย่างว่องไว
        "พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่" ประมุขพรรคกระยาจกมองไปยังอีกสองคนที่บาดเจ็บก่อนเดินเข้าไปหาแล้วจงลงมือคลายจุดให้กับเจียนหลิว
        "ท่านประมุข ซือโฮ่วล่ะ" เจียนหลิวมองไปโดยรอบแต่ก็ไม่พบชายหนุ่มเจ้าของชื่อ
        "เขาปลอดภัยดี เจ้าไม่ต้องห่วง" ประมุขพรรคกระยาจกกล่าวตอบเพื่อคลายความกลัดกลุ้มใจให้กับอีกคน
        "หากไม่ได้ท่านมาช่วยก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร ขอบคุณมาก" หลินค่อมศีรษะให้กับผู้มีพระคุณที่แท้จริง
        "บอกข้าได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?"
        "หากจะให้เล่าแต่แรก.. เมื่อหลายวันก่อนพรรคกระยาจกถูกตามล่าโดยสี่จัตุรเทพพรรคเมฆา ข้ากับเจียนหลิวที่กำลังเดินทางไปยังเจียงเยี่ยจึงพบกับอู๋ซือโฮ่วเข้า เขากำลังถูกไล่ล่าข้าจึงเข้าไปช่วยเขาแต่ทว่าคนพวกนั้นฝีมือร้ายกาจมากแม้ข้าเข้าไปช่วยก็ไม่สามารถรับมือไหว อู๋ซือโฮ่วจึงปลิดชีพตนเองเพื่อให้ข้าหนีไป... เมื่อคนพวกนั้นเห็นว่าเขาตายแล้วจึงจากไปแต่โดยดี โชคดีที่เขายังมีชีวิตข้าจึงนำเขากลับไปรักษา เราไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้นานนักจึงออกเดินทางเพื่อหมายไปเจียงเยี่ยและกระจายข่าวให้คนอื่นๆ ทราบแต่ระหว่างทางก็พบกับพวกพรรคเมฆาอีกครั้ง ข้ากับเจียนหลิวจึงวางแผนให้อู๋ซือโฮ่วที่ยังไม่หายดีหลบหนีไปก่อน ขณะที่กำลังต่อสู้กับพรรคเมฆาจู่ๆ จอมโฉดทั้งสี่ก็เข้ามาช่วยพวกเราเอาไว้แต่มันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด" หญิงสาวอธิบายอย่างคร่าวๆ
        "เช่นนี้เอง พรรคเมฆาอย่างนั้นรึ..." ประมุขพรรคกระยาจกกล่าวพลางครุ่นคิดบางอย่าง
        นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
        "เจ็บใจนัก!" เจียนหลิวสบถขึ้นเบาแผ่วเบาก่อนชกลงบนพื้นด้วยความเจ็บใจในความอ่อนแอของตน
        "เอาเป็นว่าตอนนี้เรากลับไปหาอู๋ซือโฮ่วก่อนจะดีกว่า" ประมุขพรรคกระยาจกบอกกับอีกสองคน "พวกเจ้าไหวหรือไม่?"
        "ข้ายังไหว!" เจียนหลิวตอบกลับอย่างขันแข็ง
        "ข้าไม่เป็นไร ท่านเองก็บาดเจ็บไม่น้อย" หลินมองไปยังอีกคน ฝ่ามือของชายสวมหมวกฟางผู้นั้นดูท่าจะรุนแรงไม่ใช่น้อยๆ ทีเดียว
        "ไม่ต้องห่วงไป" ประมุขพรรคกระยาจกเอ่ยตอบก่อนนำทางไป


        หลังจากนั้นทั้งสามรวมถึงม้าวายุทมิฬจึงกลับไปที่ๆ อู๋ซือโฮ่วอยู่ ระหว่างทางนั้นเป็นป่าเงียบสงบราวกับไม่เคยมีการต่อสู้ใดๆ เกิดขึ้นมาก่อน
        "สาวน้อยเจ้าสนใจเป็นศิษย์ข้าหรือไม่ ไหนๆ ข้าก็บอกจอมโฉดทั้งสี่ไปเช่นนั้นแล้ว" ประมุขพรรคกระยาจกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
        หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นเองก็ตะลึงงันไม่น้อยหันไปมองผู้เอ่ยถามอย่างรวดเร็ว
        "ว่าอย่างไร?"
        หลินยังคงชั่งใจกับคำถามนั้นไม่รู้จะตอบออกไปเช่นไรดี แต่จากที่ได้เห็นการต่อสู้เมื่อครู่แล้วบุรุษหนุ่มประมุขพรรคกระยาจกผู้นี้มีฝีมือวรยุทธ์เก่งกาจมิใช่น้อย หากว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยทำให้หญิงสาวแข็งแกร่งขึ้นและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้มิใช่ดั่งเช่นที่ผ่านมาก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่เลวนัก
        "ท่านอาจารย์ ช่วยรับข้าเป็นศิษย์ด้วย!" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉานดวงตาสีรัตติกาลทอประกายหนักแน่นมองไปยังอีกฝ่ายก่อนคุกเข่าคำนับ

        เส้นทางแห่งยุทธภพนั้นมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คาดคิดเอาไว้ มีทั้งบุญคุณที่ต้องทดแทนและความแค้นที่ต้องชำระไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...

        ไม่นานประมุขพรรคกระยาจก หลิน เจียนหลิว อีกทั้งอาชาสีดำจึงได้พบกับอู๋ซือโฮ่วก่อนพากันเดินทางออกไปจากเมืองหรูหนาน

@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

60

กระทู้

308

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
45656
เงินตำลึง
9657
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
793

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
558
ความชั่ว
0
ความโหด
207
พิราบขาว
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2018-3-4 00:11:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                   ในช่วงเช้าของวันใหม่ อี้เจียงค่อยๆขับม้าเดินทางออกไปต่อเรื่อยๆ บนเส้นทางจากเมืองหวยหนานไปยังเมืองหรูหนาน แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงเช้าแต่อากาศก็ยังคงเย็นชุ่มช่ำ จากหมอกในตามเช้า ก่อนที่เมืองขึ้นมาทางเหนือเรื่อยๆจะเริ่มเห็นกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ด้วยความที่เป็นการเดินทางขึ้นไปยังแดนเหนือที่หนาวขึ้นเรื่อยๆ ละอองหมอกในยามเช้านั้นส่องประกายอยู่บนต้นไม้ใบหญ้าตามทุ่งหญ้าข้างทาง ชวนให้สงบใจ มีความอบอุ่นในความรู้สึก ลดความเครียดในจิตใจที่กำลังหมองมัวได้ไม่มากก็น้อย อี้เจียงมองไปรอบๆก็รู้สึกนึกหวนถึงเรื่องต่างๆที่ผ่านมาอีกครั้ง

                    "บรรยากาศที่นี่งดงามดีจัง.. อ๊ะ!"

                   เด็กสาวรำพึงในใจก่อนมองออกไปรอบๆ เห็นกับของที่ตกอยู่ กลิ่นหอมๆของดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกลโชยมาให้ได้กลิ่น หอมหวนฟุ้งเมืองยามต้องแสงแดด ความรู้สึกที่ค่อยๆส่งผ่านมา มันเหมือนกับช่วงเวลาแห่งฤดูหนาวที่กำลังจะหมดไปได้ทิ้งรอยจูบที่ประพรมลงบนพื้นดิน กลิ่นของฤดูหนาวจางๆนั้นชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ในยามที่ถูกขังไว้ที่ ณ ตำหนักเฟิ่งฮว่า ในตอนนี้หวนนึงคืนกลับไปว่าเหล่าพรรคภูติทมิฬลมดำนั้นคิดจะทำอะไรต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้ ก็ไม่อาจจะที่จะทำอะไรได้มากกว่ายอมรับชะตากรรมฝึกฝน พัฒนาตนเอง ตามหาผู้ที่จะมาช่วยเหลือ ผู้ที่จะคอยช่วยทำให้โลกใบนี้สงบสุขไปพร้อมกัน เพื่อจะได้ไม่มีใครต้องเสียใจอีก ไม่ควรที่มีความลังเลใจในความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว ต้องเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนได้ เหล่าผู้คนที่ผ่านมาในชีวิตเป็นประสบการณ์ที่คอยสั่งสอนและสั่งสมให้เดินทางต่อไปให้ถึงจุดหมาย แม้ว่าจะมีบางผู้คนที่ทำร้ายผู้อื่น หรือจะมีผู้คนที่โหดร้าย หรือจะมีผู้คนที่เห็นแก่ตัว มันเป็นปกติของมนุษย์ชน ที่จะมีสิ่งที่ชอบไม่ชอบปะปนกันไป เพราะทุกคนล้วนมีความหลากหลาย แต่โลกนี้มันดีแล้วหรือ อาจจะมากเกินกว่าที่จะทำการอะไรแบบนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว มันมากเกินไปหรือเปล่า? หากจะให้ถามหาความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้นี้มันเหมือนกับการค้นหาตัวเองในเวลาที่ผ่านมา การใช้ชีวิตในค่ายพยัคฆ์ทำให้กลายเป็นคนที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มีความสุขในการได้ช่วยเหลือผู้อื่น และต้องการที่จะช่วยเหลือเหล่าผู้คนมากขึ้น


                   แต่จะดีกว่านั้นไหม? หากเราสามารถที่จะจัดการกับต้นตอของปัญหาต่างๆที่รุมเร้า เหล่าเด็กในค่ายพยัคฆ์หลายคนยอมตายเพื่อแผ่นดิน และพร้อมที่ฆ่าพวกชงหนูให้สิ้น แต่แบบนั้นมันเป็นไปได้หรือ? ถึงเป็นไปได้แต่มันดีแล้วจริงๆหรือ? เมื่อลองคิดดูโลกใบนี้มีอะไรที่ค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลอยู่มาก ทั้งหมดนั้นถูกแก้ด้วยความว่า เป็นเรื่องปกติและมีอุดมการณ์หลายๆอย่างเข้ามาวางรวมไว้ หากจะให้คิดให้ดี แม้จะมีความโกรธเกลียดเครียดแค้นชงหนูมากก็ตาม แต่ก็กลับมาคิดว่า ทุกคนที่นั้นเป็นแบบนั้นกันหมดจริงๆหรือ? ถ้าเกิดเหล่าคนของชงหนูตาย แล้วครอบครัวของพวกเขาล่ะ จะเป็นอย่างไร? สงคราม จากที่ได้ร่ำเรียนมา ผู้ชนะจะได้ทุกสิ่ง นั้นเท่ากับว่าหากทำแบบนั้นไปก็จะไม่เกิดความเท่าเทียม และมันก็ไม่ต่างอะไรกับความคิดของประมุขพรรคภูติทมิฬลมดำจางเหยียนลู่เลยแม้แต่น้อย ความคิดที่เต็มไปด้วยการอาฆาตแค้น มันมีแต่จะเผาพลาญ ทุกอย่างมันถูกต้องแล้วจริงๆหรือ? การที่ท่านพี่เฟยฉิงต้องสละตัวเองนั้น สร้างความสะเทือนใจเป็นอันมาก แต่หากท่านพี่เฟยฉิงไม่ทำเช่นนั้นอาจจะต้องมีผู้ที่ต้องเสียสละอีกมากก็เป็นได้ และแน่นอนว่าตอนนี้ก็ยังคงต้องมี และมีอยู่เรื่อยๆ แบบนั้นมันดีแล้วจริงๆหรือ?


                            หากจะต้องล้างแค้นกันไปกันมาแบบไม่สิ้นสุด เมื่อถึงจุดๆนึงแล้วนั้น โลกใบนี้คงโกลาหลกว่านี้เป็นแน่ หากแต่ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ มนุษย์เราล้วนมีกิเลสตันหาในตัวมนุษย์กันทั้งนั้น ความคิดนี้เคยถามอาจารย์อยู่บ้าง แต่ก็ได้คำตอบที่พอจะเข้าใจ เรื่องบางเรื่องเราไม่มีทางจะเข้าใจ เพราะคนบางคนนั้นไม่ได้เกิดมาเหมือนกับตัวเรา นึกถึงเรื่องที่เหล่าเด็กๆทุกคนที่บ้านถูกทำลาย ปล้นฆ่า ต่างร้องไห้ แต่กลับเพียงแค่มองพวกเขาด้วยดวงตาที่สับสน อาจารย์บอกว่าที่รู้สึกเฉยชาเพราะชีวิตที่ผ่านมามันโหดร้ายมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะจิตใจเข้มแข็งถึงได้รู้สึกเวทนา แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันแย่จนต้องฟูมฟายอะไร แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับพวกเขา หลายๆอย่างรอบตัวบีบบังคับให้ผู้คนนั้นแข็งแกร่งขึ้น หากทำไม่ได้ก็ต้องสูญเสีย เจ็บปวด และทรมาน หากใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขได้ หากทุกคนหาคำจำกัดความของความสุขที่มันไม่จำเป็นต้องทำร้ายกันได้ก็คงจะดีกว่านี้ แต่ก็เพราะเหตุนั้นเองถึงต้องที่พยายามอย่างเต็มที่ก็เพื่อให้โลกใบนี้นั้นดีขึ้น


                           แต่มนุษย์นั้นก็ยังคงไม่รู้จักพออยู่ดี ถ้าเราเลือกแค่ทางที่อยู่แล้วมีความสุข มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องทำขนาดนี้กันด้วยนะ ถึงจะสับสนยังไง แต่สุดท้ายก็มั่นใจว่าจะทำ อยากที่จะทำ และเลือกที่จะทำ เหล่าคนอื่นที่เลือกทางเดินของตัวเองเขาคิดเหมือนกันหรือเปล่า? แล้วถ้าเกินมีใครสักคนเข้ามาในทางเดินที่กำลังจะเดินไปจะทำอย่างไรดีล่ะ? ที่เดินทางมาได้ขนาดนี้ เพราะหลายๆคนเชื่อใจในเส้นทางที่พวกเขาเห็น และเลือกที่จะสนับสนุน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เพราะงั้นก็เลยตั้งใจจะทำอย่างเต็มที่จะไม่หวั่นไหว...


                           เด็กสาวก้มลงไปเก็บของที่ตกอยู่ มันคือปิ่นปักผมเล็กๆสีเงินที่ดูสดสวย เหมือนกับของที่อยากได้ตอนอยู่ที่ตลาดของเฉิงตู


                           "ใครมาทำตกไว้ตรงนี้กันนะ?"


                           อี้เจียงพินิจพิจารณาเล็กน้อยก่อนที่จะเก็บมันไว้ในกระเป๋าสัมภาระ


                           "ถ้าเจอเจ้าของล่ะก็คงดีนะ.. หวังว่าจะได้เอาเจ้าสิ่งนี้ไปคืนเลยล่ะ"


                          เธอควบม้าต่อไป ก่อนจะพาเจ้าโต้วยู๋ว์กับ หลง จิ่วเอี้ยน ไปพักเล็กน้อยแถวริมแม่น้ำให้เจ้าโต้วยู๋ว์ได้นอนพักสักหน่อย

                           ส่วนเธอก็จะนั่งตกปลารอ เมื่อพระอาทิตย์เลยกลางหัวแล้วจึงค่อยๆปลุกโต้วยู๋ว์ให้หญ้ากับมันให้มันดื่มน้ำก่อนที่จะเดินทางกันต่อ

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -26 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -26 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x30
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4
โพสต์ 2018-10-23 15:15:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-23 18:20


ทิ้งอะไรก็ไม่รู้...อะ..ตก..

        เป่าหลิงนั้นขี่ม้ามาเรื่อยๆ เขาบอกว่าให้เอาไปทิ้งไกลๆ เป่าหลิงถอนหายใจแล้วกุมขมับของตนเองเล็กน้อย….ความจริงก็ไม่ได้รังเกียจกลิ่นอะไรแบบนี้หรอกนะ.. เธอนั้นขี่ม้าไปจนถึง นอกเมืองหรูหนาน โดยที่ตนเองนั้นต้องจัดการให้ได้ …

        สตรีร่างเล็กนั้นค่อยๆเหลือบมองไปทุกที..ทุกที่ เพื่อดูว่าจะมีคนแถวนี้ไหม เธอเดินทางเข้าไปในป่าของนอกเมืองหรูหนาน เข้าไปลึกพอดูเลยล่ะ..ก่อนที่จะกระโดดลงมาจากหลังม้าของตนเอง เป่าหลิงหาวเล็กน้อยพอเป็นพิธีเนื่องจากว่าเธอเดินทางข้ามเมืองมา..เอาเมืองใกล้ๆนี้ล่ะ จะเอาไกลๆไปทำไม แค่นี้ก็น่าจะไกลพอแล้วล่ะ..

        เพราะยังไง..บอกให้ฝังมันก็มีอะไรมาอยู่ดี.. ในระหว่างที่เป่าหลิงนั้นยกเจ้าห่อผ้านั้นออกมามันก็ตกลงจากหลังม้าของเธอดัง แผละ..

        เมื่อเห็นดังนั้นเด็กสาวก็เบ้ริมฝีปากเล็กน้อย เดินหน้าของห่อผ้ามันเปิดหน่อยๆ..เอาล่ะสิ..เอ่อ..ของด้านในจะเละออกมาเลยหรือปล่าวนะ?.. ก่อนที่จะหยิบมันตั้งขึ้น แล้วขุดหลุมตรงพงหญ้า.. แต่ทว่าอยู่ๆนางก็คิดขึ้งได้.. “ฝ้าเฉี่ยดูรอบๆ ถ้ามีคนทำให้เขาสลบที” เป่าหลิงนั้นสั่งผีเสื้อเพื่อนรักของตนเอง ที่บอกว่าทำให้สลบนั้น เพราะผงละอองที่ฟุ้งกระจายยามผีเสื้อบินมื่อหลั่งแผ่กระจายออกมาจะทำให้ผู้ที่สูดดมเห็นภาพมายา

        เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะเดินไปหยิบของที่เตรียมมา เหมือนกับจอบมืออันเล็กๆ แล้วลงมือขุดๆๆๆ หลุมกันอย่างขมักเขม้น...สตรีนัยต์ตาม่วงที่ตอนนี้อยู่ในชุดคลุมดำทั้งตัวนั้นฮัมเพลงไปเงียบๆ รอบข้างของนางนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นละอองสีม่วง โดยที่มันไม่ได้ตกถึงเธอ… แต่อยู่รอบนอกทำวงเธอเป็นวงกลม..

        เมื่อหลุมนั้นใหญ่พอที่จะลงกับเจ้าห่อผ้าขาวนี้เป่าหลิงก็ลากมันเข้าไป..แต่ทว่าเพราะลากไปลากม้า ผ้าเจ้ากรรมก็เลยขาดตอนที่ลงหลุ่มพอดี..

       ปรากฏให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน………..คือ..        ศพของหญิงสาวที่ถูกกรีดจนหน้าเละ.. ‘-’ ….

        เป่าหลิงเมื่อเห็นก็ค่อยๆยิ้มอ่อนออกมา ‘กูว่าแล้ว...ว่าต้องเป็นศพคน’ จะดูถูกจมูกของเธอได้อย่างไรในเมื่อหญิงสาวนั้นจมูกดีขนาดนี้ สตรีร่างเล็กนั้นจ้องมองร่างของสตรีที่หากตอนที่ยังไม่เป็นซากศพก็คงจะเป็นหญิงงามแน่ๆ แต่ทว่าสภาพตอนนี้ไร้ซึ่งเค้าโครงความงามเสียแล้ว..

        ไหนจะเป็นรอยช้ำ รอยโดนทำร้ายร่างกายสารสารพัด.. สายตาของเป่าหลิงนั้นมองด้วยความเวทนา จะเรียกว่าตกใจก็ว่าไม่ออก แต่ทว่าเรียกว่าปลงกับสิ่งที่เหล่ามนุษย์ทำกันเองนั้นล่ะ ไม่ว่ายังไงมันก็คงหลุดไม่พ้น โดนทำร้ายแล้วต้องตายอย่างทรมาร..เอาไงดีวะ? ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย จะหาเรื่องใส่ตัวทำไมล่ะ ทำแล้วได้เงินก็พอแล้ว

        เป่าหลิงคิดอย่างงั้นก่อนที่จะลงมือฝังศพของสตรีคนนั้นอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ลืมสำรวจว่าหญิงคนนี้มีสัญลักษณ์อะไรบ่งบอกไหมว่าเธอเป็นใคร.. ความจริงก็ไม่ใช่คนขี้เสือกขนาดนั้น … :v

        หรอวะ?

        สตรีร่างเล็กนั้นค่อยๆใช้ที่จอบมือนั้นโกยดินกลบ “ขอให้วิญญาณไป..เอ่อ..เอาเป็นไปสุขติหรือตามล่าคนที่ฆ่าก็ได้นะ..แต่..ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน =__= ถือว่าโชคดีที่ได้ข้าเป็นคนทำศพนะ” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะเดินไปหยิบดอกเหมยกุ้ยโยนลงไปในหลุมนั้นแล้วกลบเงียบๆ โดยที่ไม่ลืมฮัมเพลงไปด้วยเบาๆ

        “..เดี๋ยวค่อยไปถามดีไหมนะ?...แต่จะโดนตามฆ่าไหมวะ?”เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะหันไปรอบๆ ก่อนที่จะถอนหายใจ..เอ่อ.. เป็นช่วงที่เธอนำศพนั้นฝังเสร็จแล้ว ก่อนที่จะหันไปทางฝ้าเฉี่ย.. “เสร็จแล้ว..เอาล่ะ..ไปกันเถอะ..บอกแล้วนะ ถ้าวิญญาณไม่ตายดีก็มาหาได้” โดยที่เธอไม่ลืมย้ำกับซากศพนั้นไม่แปลกหรอกที่จะเห็นเป่าหลิงพูด..อย่าลืมสิ..สัมผัสทางวิญญาณเป่าหลิงสูงมากเลยนะ!!




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 ความชั่ว โพสต์ 2018-10-23 20:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

142

กระทู้

1767

โพสต์

67หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
1173422
เงินตำลึง
66734
ชื่อเสียง
215969
ความหิว
302

ตราเมเปิ้ลพวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายตลาดมืดตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
11290
ความชั่ว
7579
ความโหด
17767
ห่านฟ้า
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2019-10-29 17:50:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดอกไม้งามที่พึ่งผุด 196
สัญญาจ้างส่งของ (18)

          ครืดดดด~

          รถม้าโลดแล่นตามถนนหินขรุขระระหว่าทาง ที่ค่อนข้างจะมีหินขุขระหนาทึบเยอะเป็นพิเศษ คนตัวเล็กจับยึดเหนี่ยวตัวโยกเป็นจังหวะ นั่งรถมานี่มันแตกต่างจากนั่งหลังม้า มีความสะดวกสบายเอนพิงตรงไหนก็ได้

          "คุณชายลุ่งขอรับ ข้างหน้ามีมือปราบตั้งด่าน" สารถีคนรถส่งสัญญาณตักเตือนเตี๊ยมบอกคุณชาย

          "อืม แม่นางอิงฮวาเจ้าเล่นตามน้ำไปเดี๋ยวข้าออกหน้าเองไม่ต้องห่วง ไม่มีใครจับผิดได้แน่" น้ำเสียงละมุนนุ่มนวลกล่าวให้นางสบายใจได้

          รถม้าคันหรูเคลื่อนที่มาถึงด่านตั้ง มือปราบประจำการตรวจตราเข้ามาถามไถ่ "พวกเจ้าหยุดก่อน" เป็นเหตุให้รถม้าต้องหยุดจอด

         บัณฑิตลุ่งกับอิงฮวาผู้ปลอมตัวตีเนียนเป็นฮูหยินเปิดผ้าม่าน ก่อนคารวะมือปราบทุกท่าน "คารวะ พี่ชายมือปราบทุกท่าน"

          พอพวกเขาเห็นคนที่เปิดม่านออกมาเป็นบัณฑิตคนดังจึงทักทายอย่างสนิทสนม "ที่แท้รถม้าท่านบัณฑิตลุ่งนี่เอง คารวะๆ ขอรับ"

         บัณฑิตหนุ่มพยักหน้ายิ้มอ่อนโยน "ไม่ต้องมากพิธีหรอกขอรับ" แสดงความเป็นมิตรถึงแม้ในใจแทบนิสัยพลิกฝ่ามือเป็นฝ่าเท้าอย่างสิ้นเชิง

          "วันนี้ท่านจะไปที่ไหนหรือขอรับ"

          "ข้ากับฮูหยินกำลังจะไปหวยหนานน่ะ มีนัดกับเด็กๆ ที่นั่นไว้"

         "ท่านพี่ ใกล้มืดค่ำแล้ว...ข้าว่าหากออกเดินทางกว่านี้เกรงจะถึงที่หวยหนานดึกดื่น" คลี่พัดปิดครึ่งหน้าเผยโชว์ให้เห็นนวลแก้มใส ดวงตาคู่หวานน่าค้นหา

          ร่างโปร่งจับมือนุ่มนิ่มกอบกุมมือแสดงละคร "ท่านประสงค์สิ่งใดอีกหรือไม่ขอรับพี่ชายทุกท่าน" มือหญิงสาวเล็กกระทัดรัด

          เหล่ามือปราบสองสามคนเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้อีกฝ่ายผ่านไปได้ กระไรแล้วก็เป็นคนมีอิทธิพลในเขตนี้คงไม่กล้าทำเรื่องไม่ดี แถมบัณฑิตลุ่งตู่ยังเป็นคนมีชื่อเสียงในเรื่องดีๆเสมอ "ในเมื่อเป็นรถท่านบัณฑิตลุ่ง เช่นนั้นพวกข้าไม่มีปัญหาขอรับ เชิญท่านบัณฑิตลุ่งและลุ่งฮูหยินเดินทางสวัสดิภาพ"

          "ขอรับ พวกพี่ชายคงจะทำงานกันเหนื่อย ข้ามีเสบียงเล็กๆน้อยมอบให้" ก่อนที่จะสั่งให้คนรับใช้มอบอาหารห่อข้าว ทั้งซื้อใจเล่นละครตบตาด้วยความเมตตาจิตใจดี

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +8 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2019-10-29 18:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -48 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ลูลิอุส
กลยุทธ์ซุนจื่อ
กระดานหมาก
ชุดหยกท้อ
ฮิปโป
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x75
x2
x4
x13
x22
x48
x550
x1
x26
x2001
x11
x1419
x30
x2000
x2223
x24
x300
x40
x10